อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อัฏธพร-วงศ์ศิริปรีดา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 31 Aug 2025 08:23:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผบก.น.1 ปรับแผนรับมือชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ เน้นจัดการจราจร-ป้องกันมิจฉาชีพ https://thestandard.co/victory-monument-protest-traffic-police/ Sun, 31 Aug 2025 08:23:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1113837 ชุมนุม อนุสาวรีย์ชัยฯ

วันนี้ (31 สิงหาคม) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บัง […]

The post ผบก.น.1 ปรับแผนรับมือชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ เน้นจัดการจราจร-ป้องกันมิจฉาชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุมนุม อนุสาวรีย์ชัยฯ

วันนี้ (31 สิงหาคม) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยถึงแผนการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยระบุว่าได้ปรับแผนจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยเน้นการจัดการจราจรอย่างเต็มรูปแบบเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง แผนรับมือการชุมนุม

 

ผบก.น.1 กล่าวว่า การดูแลในวันนี้แบ่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่:

 

  • การจัดการจราจร: จัดทำ เซอร์วิสเลน เต็มรูปแบบรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมระดมกำลังตำรวจจราจรจากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) 80 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันการจราจรติดขัด ซึ่งผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่ปิดถนน 100% ทำให้ประชาชนยังสามารถสัญจรได้แม้ในช่วงเย็นที่อาจมีการชะลอตัวบ้าง

 

  • การดูแลความปลอดภัย: นำกำลัง สุนัขตำรวจ K9 และชุด EOD (หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด) เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ชุมนุม เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรมและประชาชนโดยรอบ

 

  • การเฝ้าระวัง: จัดกำลังตำรวจจากศูนย์สืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) 153 นาย แบ่งเป็น 8 โซน เพื่อคอยเฝ้าระวัง มิจฉาชีพและบุคคลต้องสงสัย หลังช่วงเช้ามีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและบุคคลต้องสงสัยได้ และได้เตือนให้มิจฉาชีพหยุดการกระทำดังกล่าว

 

  • การอำนวยความสะดวก: ประสานศูนย์ส่งกลับและสำนักแพทย์กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อจัดเตรียมทีมแพทย์พยาบาลดูแลปฐมพยาบาลผู้ชุมนุมที่เจ็บป่วย

 

ทั้งนี้ ผบก.น.1 กล่าวว่า แกนนำผู้ชุมนุมได้มาแจ้งการชุมนุมตามกรอบของกฎหมายและเวลากำหนดไว้ โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และจำนวนผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย ผ่านการใช้ โดรน จากศูนย์โดรน บช.น. ในการบินสำรวจและนับจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

The post ผบก.น.1 ปรับแผนรับมือชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ เน้นจัดการจราจร-ป้องกันมิจฉาชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจกำชับม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุม เคร่งครัด วางกำลังคุมเข้มรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ยันสถานการณ์สีเขียว https://thestandard.co/protest-security-status/ Mon, 23 Jun 2025 08:36:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1088036 protest-security-status

วันนี้ (23 มิถุนายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บั […]

The post ตำรวจกำชับม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุม เคร่งครัด วางกำลังคุมเข้มรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ยันสถานการณ์สีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
protest-security-status

วันนี้ (23 มิถุนายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ จตุพร พรหมพันธุ์ และคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย โดยเน้นย้ำให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะอย่างเคร่งครัด พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่

 

พล.ต.ต. อัฏธพร ระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งความประสงค์ขอใช้พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน ไปจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 28 มิถุนายน โดยการหารือเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย โดยจะมีมาตรการตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับรถสุขา รถพยาบาล และช่องทางพิเศษสำหรับรถฉุกเฉิน ไม่ว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะมากน้อยเพียงใดก็ตาม 

 

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะแถลงแผนการดำเนินงานให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ทราบในวันพรุ่งนี้ (24 มิถุนายน) 

 

ในส่วนของการข่าว พล.ต.ต. อัฏธพร เปิดเผยว่า จากการประเมินล่าสุดของฝ่ายความมั่นคง บช.น. สถานการณ์อยู่ในระดับสีเขียว อย่างไรก็ตาม จะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ส่วนกระแสข่าวเรื่องการก่อกวนจากนอกราชอาณาจักร จะมีการรายงานให้รอง ผบ.ตร. ทราบในวันพรุ่งนี้เพื่อเป็นข้อมูลต่อไป

 

สำหรับมาตรการเฝ้าระวัง กลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดทีมการ์ดทำงานร่วมกับตำรวจประจำจุดคัดกรองชั้นในสุด ขณะที่ชั้นกลางจะเป็นชุดป้องกันเหตุ ส่วนวงนอกจะมีชุดตรวจ 4 ทิศ บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง พหลโยธิน ราชเทวี และโรงพยาบาลพระมงกุฎ นอกจากนี้ยังจัดทีมเคลื่อนที่เร็วคอยป้องกันเหตุอีกหนึ่งชั้น และในวงไกลสุดนอกพื้นที่เขต บก.น.1 

 

ทาง ผบช.น. กำหนดให้สถานีตำรวจนครบาล (สน.) โดยรอบจัดกำลังสายตรวจเป็นชั้นๆ ไป พร้อมกันนี้ ได้จัดชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ร่วมรักษาความสงบด้วย แต่จะไม่มีการเคลื่อนกำลังพลหรือใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน เช่น โล่ หรือกระบอง แต่อย่างใด

The post ตำรวจกำชับม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุม เคร่งครัด วางกำลังคุมเข้มรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ยันสถานการณ์สีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI รับโอนคดี ‘หมอบุญ’ พบความเสียหายทะลุ 1.2 หมื่นล้านบาท ลุยเร่งทำสรุปสำนวนส่งอัยการภายในเดือน ม.ค. นี้ https://thestandard.co/dsi-1-2-trillion-baht-doctor-boon/ Fri, 03 Jan 2025 10:05:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1026854

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เร่งประชุมหารือกับ ตร. หลังรับค […]

The post DSI รับโอนคดี ‘หมอบุญ’ พบความเสียหายทะลุ 1.2 หมื่นล้านบาท ลุยเร่งทำสรุปสำนวนส่งอัยการภายในเดือน ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เร่งประชุมหารือกับ ตร. หลังรับคดีหมอบุญกับพวกถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพื่อให้ทันกำหนดส่งสำนวนอัยการ

 

วันนี้ (3 มกราคม) เวลา 13.30 น. ณ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ. วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), อังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และคณะ กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับโอนสำนวนการสอบสวนคดีอาญาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดี นพ.บุญ (สงวนนามสกุล) กับพวก ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นคดีพิเศษที่ 136/2567 

 

บรรยากาศงานแถลงข่าว DSI เร่งประชุมหารือกับตำรวจ หลังรับคดีหมอบุญกับพวกไว้เป็นคดีพิเศษ

 

ร.ต.อ. วิษณุ ยังกล่าวสรุปผลการประชุมว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับสอบสวนคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ในวันนี้จึงได้มีการประชุมร่วมกันกับคณะพนักงานสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้รับผิดชอบเดิม เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินการที่ผ่านมา รวมทั้งได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการประสานความร่วมมือในการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้เกิดความครบถ้วน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ในการสืบสวนสอบสวน และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับผู้ได้รับผลกระทบทางคดีให้มากที่สุด ซึ่งมีจำนวนกว่า 495 ราย 

 

ทั้งนี้ แม้มีกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานไม่มาก เนื่องจากทางคดีมีการจับกุมผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการแล้วจำนวน 13 ราย แต่ด้วยมูลค่าความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นจำนวนมากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวนด้วยความสุจริต รอบคอบ และรัดกุม เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดที่เหลืออยู่ และยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดรวมไว้ในสำนวนการสอบสวน ก่อนสรุปและมีความเห็นทางคดีส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในเดือนมกราคม 2568

The post DSI รับโอนคดี ‘หมอบุญ’ พบความเสียหายทะลุ 1.2 หมื่นล้านบาท ลุยเร่งทำสรุปสำนวนส่งอัยการภายในเดือน ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มั่นใจออกหมายจับ ‘ตะวัน-แฟรงค์’ กรณีขบวนเสด็จฯ รวบรวมหลักฐานกว่า 7 วัน เอกสารกว่า 100 แผ่น https://thestandard.co/arrest-warrant-issued-for-tawan-frank/ Tue, 13 Feb 2024 10:01:40 +0000 https://thestandard.co/?p=899214

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษ […]

The post มั่นใจออกหมายจับ ‘ตะวัน-แฟรงค์’ กรณีขบวนเสด็จฯ รวบรวมหลักฐานกว่า 7 วัน เอกสารกว่า 100 แผ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้ออกหมายจับ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ใน 2 ข้อหา คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่น ส่วน แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ถูกแจ้ง 4 ข้อหา คือ ม.116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.บ.จราจร และดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ในขณะที่ขบวนเสด็จฯ กำลังแล่นผ่านบนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

โดย พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสืบสวนได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแจ้งข้อหามาตรา 116 ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย 

 

ทั้งนี้ ชุดทำคดีมั่นใจในพยานหลักฐานว่าเพียงพอที่จะขอศาลอนุมัติหมายจับได้ โดยผู้พิพากษาได้มีกระบวนการไต่สวนเจ้าหน้าที่นานถึง 2 ชั่วโมง 

 

พล.ต.ต. อัฏธพร กล่าวย้ำว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เน้นย้ำให้มีความรอบคอบในการสืบสวนหาข้อมูลร่วมกันระหว่างกอง บช.น. และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง รวมเอกสารมากกว่า 100 แผ่น ใช้เวลารวบรวมข้อมูลนานกว่า 7 วัน

The post มั่นใจออกหมายจับ ‘ตะวัน-แฟรงค์’ กรณีขบวนเสด็จฯ รวบรวมหลักฐานกว่า 7 วัน เอกสารกว่า 100 แผ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้งคณะกรรมการสอบ ผกก.สน.พญาไท ปมร่วมงานเลี้ยงกำนันนก ตีกรอบ 7 วันรู้ผล https://thestandard.co/investigation-director-of-phayathai-police-station/ Fri, 08 Sep 2023 11:14:34 +0000 https://thestandard.co/?p=839274 กฤษฎาพร จงอักษร

วันนี้ (8 กันยายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังค […]

The post ตั้งคณะกรรมการสอบ ผกก.สน.พญาไท ปมร่วมงานเลี้ยงกำนันนก ตีกรอบ 7 วันรู้ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎาพร จงอักษร

วันนี้ (8 กันยายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น. 1) ลงนามคำสั่งที่ 305/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพบว่า พ.ต.อ. กฤษฎาพร จงอักษร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ร่วมงานเลี้ยงของ ประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก กำนันตำบลตาก้อง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม และต่อมาเกิดเหตุคนร้ายยิง พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว สารวัตร สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เสียชีวิต 

 

โดยหนังสือคำสั่งระบุว่า ด้วยปรากฏในโซเชียลมีเดียว่า พ.ต.ต. ศิวกร ไปร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของประวีณ หรือกำนันนก และต่อมาถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต โดยปรากฏข้อมูลจากสื่อมวลชนว่ามีข้าราชการตำรวจหลายนายร่วมรับประทานอาหารอยู่ในงานด้วย และมีข่าวปรากฏว่ามีชื่อ พ.ต.อ. กฤษฎาพร ร่วมรับประทานอาหารอยู่ด้วย

 

ดังนั้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงอันที่ยุติว่า พ.ต.อ. กฤษฎาพร ได้ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ 1. พ.ต.อ. เดชา พรมสุวรรณ์ รอง ผบก.น.1 เป็นประธาน 2. พ.ต.อ. สนธยา ตรีเพ็ชร์ ผู้กำกับการสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 เป็นกรรมการ 3. ร.ต.ท.หญิง โยษิตา หริกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม เป็นกรรมการและเลขานุการ

 

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 7 วัน คำสั่งลงวันที่ 8 กันยายน 2566

The post ตั้งคณะกรรมการสอบ ผกก.สน.พญาไท ปมร่วมงานเลี้ยงกำนันนก ตีกรอบ 7 วันรู้ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบก.น.1 เซ็นคำสั่งเด้งผู้กำกับการ สน.มักกะสัน เซ่นผับไดมอนด์ https://thestandard.co/attaporn-fired-makkasan-police-diamond-pub/ Sat, 03 Jun 2023 09:20:15 +0000 https://thestandard.co/?p=798914 ไดมอนด์

วันนี้ (3 มิถุนายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บัง […]

The post ผบก.น.1 เซ็นคำสั่งเด้งผู้กำกับการ สน.มักกะสัน เซ่นผับไดมอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไดมอนด์

วันนี้ (3 มิถุนายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1)  ลงนามในคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่ 205/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ใจความว่า

 

ด้วยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าตรวจสอบร้าน CHOW Cafe & Bar ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พบว่าร้านดังกล่าวเปิดให้บริการจำหน่ายอาหารและสุรา มีการแสดงดนตรี ลักษณะคล้ายสถานบริการ จึงได้จับกุมดำเนินคดีในความผิดฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

 

ต่อมาในวันที่ 2 มิถุนายน 2566 กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สืบสวนหาข่าวพบว่าสถานบริการ ร้านไดมอนด์ เคทีวี บางกอก (ตั้งอยู่ในอาคารเมรี อาบอบนวด) เลขที่ 1338 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ใบอนุญาตสถานบริการเลขที่ สบ.3(3) 47/2565 ชื่อสถานบริการตามใบอนุญาต เมรี อาบอบนวด (115 ห้อง 115 เตียง) ได้ลักลอบเปิดให้บริการห้องคาราโอเกะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไปจนถึงเช้า 

 

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นภายในร้านดังกล่าว พบว่าภายในร้านบริเวณชั้น 1 มีห้องที่เปิดให้บริการจำนวน 4 ห้อง ยังเปิดให้บริการกับประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวจีนมั่วสุมอยู่ พบกลุ่มนักท่องเที่ยวและพนักงานภายในร้านรวม 94 คน มีลักษณะคล้ายอาการมึนเมาจากการเสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในความผิดฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนขายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่ากำหนดเวลาตามที่มีกฎหมายบัญญัติ, ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการพกพาอาวุธและยาเสพติดเข้าไปในสถานที่ของตน, ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย, เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด 

 

จึงได้ตรวจยึดของกลางและจับกุมตัวผู้กระทำความผิดจำนวน 56 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เพื่อดำเนินคดีการตามกฎหมาย 

 

และเพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าทั้งสองกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้ 

 

  1. พ.ต.อ. จรินทร์ ลำลึก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน 
  2. พ.ต.ท. ปุญชรัสมิ์ โชติ รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน

 

อาจมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับแหล่งอบายมุข กระทำผิดกฎหมาย หรือเรียกรับหรือมีผลประโยชน์ ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุขได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้งที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้มีข้อสั่งการกำชับทุกหน่วยในสังกัดกวดขันเรื่องบ่อนการพนัน โดยห้ามมีบ่อนการพนันในพื้นที่ และในส่วนของสถานบริการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาหรือไม่ 

 

จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อสืบสวนในเรื่องดังกล่าว

 

นอกจากนี้ พล.ต.ต. อัฏธพร ยังลงนามคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่ 206/2566 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายปฏิบัติราชการภายในกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และขาดจากต้นสังกัดเดิมตั้งแต่บัดนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ 

 

พล.ต.ต. อัฏธพร ยังลงนามในคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่ 207/2566 ให้ พ.ต.อ. เสนาะ พูนเพชร ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 รักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน และ พ.ต.ท. จุณณวัตร พรพนม สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน รักษาราชการแทนในตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

The post ผบก.น.1 เซ็นคำสั่งเด้งผู้กำกับการ สน.มักกะสัน เซ่นผับไดมอนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตั้งชุดสอบสวนคดีเน็ตไอดอลสาวเสียชีวิต ยันพบคราบเขม่าปืนจากนักเรียนเตรียมทหารและหัวกระสุนอีก 1 หัวแล้ว https://thestandard.co/investigation-of-a-female-net-idol-case/ Fri, 21 Apr 2023 09:06:00 +0000 https://thestandard.co/?p=779528 คดีเน็ตไอดอลสาว

วันนี้ (21 เมษายน) พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ […]

The post ตำรวจตั้งชุดสอบสวนคดีเน็ตไอดอลสาวเสียชีวิต ยันพบคราบเขม่าปืนจากนักเรียนเตรียมทหารและหัวกระสุนอีก 1 หัวแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีเน็ตไอดอลสาว

วันนี้ (21 เมษายน) พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของเน็ตไอดอล และนักเรียนเตรียมทหาร ว่าได้รับรายงานจาก พล... ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยืนยันว่านักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตจริง เนื่องจากมีพยานรู้เห็นจำนวนมาก 

 

ซึ่งพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนจะต้องชี้แจงรายละเอียดของคดีให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ จะเอาผิดใครได้หรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนให้ชัดเจนก่อนเช่นกัน ซึ่งได้กำชับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ไปแล้ว ให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และสามารถชี้แจงความคืบหน้าแก่สื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า กรณีอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น ต้องเชิญบิดาของนักเรียนเตรียมทหาร ซึ่งเป็นเจ้าของปืน มาให้ปากคำ เพื่อให้ทราบว่านักเรียนเตรียมทหารได้ปืนมาอย่างไร ซึ่งต้องรอหลังเสร็จสิ้นงานศพจึงจะเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน

 

ทั้งนี้ขอฝากเตือน เนื่องจากหนึ่งในผู้เสียชีวิตยังเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี ยังอยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็ก การโพสต์ข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ผู้เสียชีวิตนั้นอาจเข้าข่ายความผิดได้ จึงต้องโพสต์ข้อมูลด้วยความระมัดระวัง

 

ด้าน พล.ต.ต. อัฏธพรกล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดีที่กองพิสูจน์หลักฐานและโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนชุดสืบสวนไปเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมที่สถานที่เกิดเหตุและกลับมารายงาน เบื้องต้นตรวจพบคราบเขม่าดินปืนที่มือของนักเรียนเตรียมทหาร ที่ตรวจพบจากศพเพียงรายเดียว

 

ส่วนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุน 1 หัว ซึ่งยังหาอีกหนึ่งหัวไม่เจอ ปรากฏว่าล่าสุดได้รับรายงานจากแพทย์ว่าพบฝังอยู่ที่ศีรษะของนักเรียนเตรียมทหาร เบื้องต้นจึงนำหัวกระสุนดังกล่าวส่งให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุ

The post ตำรวจตั้งชุดสอบสวนคดีเน็ตไอดอลสาวเสียชีวิต ยันพบคราบเขม่าปืนจากนักเรียนเตรียมทหารและหัวกระสุนอีก 1 หัวแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยืนยัน นักเรียนเตรียมทหารคดีเน็ตไอดอลสาวเสียชีวิตจริง การตรวจสอบถูกต้อง ไม่มีช่วยเหลือพิเศษ https://thestandard.co/police-confirm-net-idol-death/ Fri, 21 Apr 2023 05:30:48 +0000 https://thestandard.co/?p=779395 เน็ตไอดอล เสียชีวิต

วันนี้ (21 เมษายน) จากกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยกรณีคดีกา […]

The post ตำรวจยืนยัน นักเรียนเตรียมทหารคดีเน็ตไอดอลสาวเสียชีวิตจริง การตรวจสอบถูกต้อง ไม่มีช่วยเหลือพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เน็ตไอดอล เสียชีวิต

วันนี้ (21 เมษายน) จากกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยกรณีคดีการเสียชีวิตของเน็ตไอดอลสาวและนักเรียนเตรียมทหารภายในคอนโดมิเนียมย่านอโศกมนตรี ว่าคดีนี้ผู้เสียชีวิตฝ่ายชายเสียชีวิตจริงหรือไม่ และมีขั้นตอนในการตรวจพิสูจน์ศพของฝ่ายชายในที่เกิดเหตุและการเก็บศพลงมาจากจุดเกิดเหตุถูกต้องตามขั้นตอนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่

 

พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล หนึ่งในตำรวจที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ กล่าวยืนยันว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ชุดทำงานไม่ได้มีการช่วยเหลือหรือกระทำการอำพรางเหตุการณ์ใดๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิต 

 

โดยยืนยันว่าฝ่ายชายเสียชีวิตจริงและมีการตรวจตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยมีพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชของโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นคณะทำงาน 

 

ทั้งนี้ มีการตรวจสอบลักษณะบาดแผลของทั้งสองศพรวมถึงแนววิถีกระสุนในเบื้องต้น ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการนำศพของฝ่ายหญิงออกจากที่เกิดเหตุก่อน และลำเลียงศพของฝ่ายชายออกตามเป็นลำดับที่สอง ซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้มีพ่อแม่และครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนรับทราบกระบวนการต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าหากมีการกระทำการผิดขั้นตอนก็จะถูกทักท้วงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน 

 

พล.ต.ต. อัฏธพรกล่าวต่ออีกว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมาและจะไม่มีการให้ความช่วยเหลือบุคคลใด โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการเรียกประชุมคณะตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวมาไล่เรียงข้อมูลต่างๆ ที่ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุซึ่งขณะนี้รวบรวมได้ครบถ้วนหมดเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีบุคคลที่สามเข้าไปหรือออกมาจากห้องเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังให้ไปนำข้อมูลการผ่าชันสูตรศพอย่างละเอียดของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนมาตรวจสอบ และส่วนสุดท้ายคือผลการตรวจพิสูจน์เขม่าดินปืนที่ศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนว่าเป็นไปในลักษณะใด

 

“สำหรับการสอบปากคำพยานขณะนี้ได้มีการสอบปากคำครอบครัวของผู้เสียชีวิตฝ่ายหญิงไปในเบื้องต้นแล้วรวมถึงพยานแวดล้อมอื่นๆ แต่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตฝ่ายชายขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่สะดวกที่จะเข้าให้ปากคำ โดยขอเลื่อนเข้าให้ปากคำเป็นช่วงหลังจากประกอบพิธีทางศาสนาของบุตรชายเรียบร้อยแล้ว” พล.ต.ต. อัฏธพรกล่าว

The post ตำรวจยืนยัน นักเรียนเตรียมทหารคดีเน็ตไอดอลสาวเสียชีวิตจริง การตรวจสอบถูกต้อง ไม่มีช่วยเหลือพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจจัดกำลัง 500 นาย ดูแลงานสงกรานต์ถนนข้าวสารวันสุดท้าย ขีดเส้นกิจกรรม 22.00 น. https://thestandard.co/songkran-festival-on-khao-san-road-2/ Sat, 15 Apr 2023 11:15:32 +0000 https://thestandard.co/?p=777206 สงกรานต์ ข้าวสาร

วันนี้ (15 เมษายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังค […]

The post ตำรวจจัดกำลัง 500 นาย ดูแลงานสงกรานต์ถนนข้าวสารวันสุดท้าย ขีดเส้นกิจกรรม 22.00 น. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงกรานต์ ข้าวสาร

วันนี้ (15 เมษายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ. สนอง แสงมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม กล่าวถึงมาตรการป้องกันปราบปรามเหตุอาชญากรรมและมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์ภายในถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

 

โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ถนนข้าวสารจะจัดให้เล่นน้ำ ได้เตรียมกำลังพลไว้ที่ 500 นาย แบ่งเป็นตำรวจในเครื่องแบบ 350 นาย ตำรวจจราจร 100 นาย และชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ 50 นาย ลงพื้นที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ยังจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว 4 ชุด ประจำภายในถนนข้าวสาร

 

ส่วนกรณีที่พบว่ามีมิจฉาชีพออกตระเวนก่อเหตุกรีดกระเป๋า ลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ขณะนี้ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว พบว่าเป็นคนสัญชาติเวียดนาม เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและกระจายภาพรูปพรรณคนร้ายให้ชุดสืบสวนทุกชุดในการติดตามจับกุม

 

พล.ต.ต. อัฏธพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับวันนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์จนถึงเวลา 22.00 น. หลังจากนั้นจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนั่งรับประทานอาหารภายในร้านค้าและรอบถนนข้าวสารได้ถึงเวลา 02.00 น.

The post ตำรวจจัดกำลัง 500 นาย ดูแลงานสงกรานต์ถนนข้าวสารวันสุดท้าย ขีดเส้นกิจกรรม 22.00 น. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจปรับแผนสงกรานต์ถนนข้าวสารให้เข้าทางเดียวควบคุมปริมาณคน เปิดตรอกโดยรอบเป็นทางออกทั้งหมด https://thestandard.co/police-khaosan-songkran-traffic/ Fri, 14 Apr 2023 07:33:42 +0000 https://thestandard.co/?p=776853 อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา

วันนี้ (14 เมษายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังค […]

The post ตำรวจปรับแผนสงกรานต์ถนนข้าวสารให้เข้าทางเดียวควบคุมปริมาณคน เปิดตรอกโดยรอบเป็นทางออกทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา

วันนี้ (14 เมษายน) พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยถึงแผนรับมือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมเทศกาลสงกรานต์บนถนนข้าวสาร หลังจากวานนี้ (13 เมษายน) มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างแออัด

 

พล.ต.ต. อัฏธพร กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปรับแผนการจัดระเบียบถนนข้าวสารใหม่ โดยให้ประชาชนเข้าถนนข้าวสารได้ทางเดียวบริเวณฝั่งถนนจักรพงษ์หรือฝั่งวัดชนะสงครามเท่านั้น ในลักษณะของทางเดียวจะปิดไม่ให้ประชาชนเข้าถนนข้าวสารทางฝั่งถนนตะนาวหรือฝั่งแยกคอกวัว เพื่อเป็นการบรรเทาการระบายประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยว และจะใช้ฝั่งนี้เป็นทางออกเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดตรอกโดยรอบถนนข้าวสารที่เชื่อมซอยรามบุตรีและถนนราชดำเนินกลางให้เป็นเฉพาะทางออกเช่นกัน

 

นอกจากนี้เตรียมสั่งการให้นำเต็นท์และแผงเหล็กกั้นบริเวณทางเข้าและออกของถนนข้าวสารออก เพื่อเป็นการลดสิ่งกีดขวางการจราจร รวมทั้งเตรียมจัดระเบียบแผงลอยต่างๆ ที่มีการตั้งขวางทางเท้าในถนนข้าวสาร ในลักษณะของการขอความร่วมมือ

 

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังคงมีผู้คนหนาแน่นแบบวานนี้อาจจะต้องปิดการเข้างานชั่วคราวในเวลาสั้นๆ เพื่อเร่งระบายคนออกและเปิดให้คนเข้างานใหม่ คาดว่าการบริหารจัดการน่าจะดีขึ้นกว่าเมื่อวาน โดยเตรียมเสริมกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 2 กองร้อย มาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งงาน และตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

The post ตำรวจปรับแผนสงกรานต์ถนนข้าวสารให้เข้าทางเดียวควบคุมปริมาณคน เปิดตรอกโดยรอบเป็นทางออกทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูวิทย์ สวมนวมบุก บช.น. ปะทะ สันธนะ ที่มายื่นหนังสือเร่งรัดคดีที่เคยแจ้งความไว้ https://thestandard.co/chuwit-invaded-metro-police/ Thu, 02 Mar 2023 07:17:00 +0000 https://thestandard.co/?p=757642

วันนี้ (2 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สัน […]

The post ชูวิทย์ สวมนวมบุก บช.น. ปะทะ สันธนะ ที่มายื่นหนังสือเร่งรัดคดีที่เคยแจ้งความไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สันธนะ ประยูรรัตน์ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เพื่อให้เร่งรัดคดีที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และพวกรวม 9 คดี กับ พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส และพวกรวม 5 คดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลตั้งแถวดูแลความปลอดภัยบริเวณด้านหน้า

 

เมื่อสันธนะมาถึงที่ บช.น. มีรายงานว่าเกิดการเผชิญหน้ากับชูวิทย์ และมีการระบุในเชิงท้าต่อยมวย แต่ด้านผู้ติดตามสันธนะได้เข้ามาประชิดตัวชูวิทย์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวกั้นระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้ชูวิทย์ไม่พอใจถอดเสื้อเชิ้ตออก และเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้าม ทาน้ำมันมวยและสวมนวมให้ตัวเอง และโยนนวมอีกคู่ให้สันธนะ ระหว่างที่สันธนะยื่นหนังสือให้ พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 

 

สันธนะกล่าวว่า จะไม่มีเรื่องกับชูวิทย์เพราะให้เกียรติสถานที่ ถ้าจะมีเรื่องที่ไหนก็มีได้ แต่ไม่ใช่ที่นี่ วันนี้ตนเดินทางมาเพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีที่เคยแจ้งความไว้ เวลาผ่านมานานกว่า 2 เดือนแล้วคดียังไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะคดีที่ตนแจ้งความเอาผิดชูวิทย์กรณีเปิดสถานบันเทิงเกินเวลา และคดียาเสพติดที่โรงแรม 

 

ทั้งนี้ ในระหว่างที่สันธนะกำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้นได้หันไปชี้หน้าชูวิทย์ ก่อนตะโกนว่า ไปให้สุด อย่าหยุด ทำต่อไป แล้วไปเจอกันในศาลหรือคุก ก่อนจะหันมาพูดกับสื่อมวลชนว่า ที่ชูวิทย์กล้าทำอย่างนี้เป็นเพราะมีคนชื่อแดงหนุนหลังอยู่ หากคนชื่อแดงไม่เคลียร์ ตนจะเข้าไปพูดคุยเหมือนกับครั้งที่ผ่านมา

 

ด้านชูวิทย์กล่าวว่า วันนี้ตนมาพร้อมนวมจะกลัวอะไร เพราะเป็นวิถีของลูกผู้ชายชกกันหมัดต่อหมัดไม่ตายหรอก แต่อย่าท้าตนที่อื่นเพราะไม่รู้ว่าจะมีหมาลอบกัดหรือไม่ ส่วนสันธนะมาตามคดีจะ 9 หรือ 10 คดีก็จะแพ้ตนที่ศาล คนจะปราบสันธนะได้คือตนไม่ใช่ตำรวจในเครื่องแบบ  

 

ชูวิทย์กล่าวยืนยันว่าตนให้เกียรติ บช.น. ที่เป็นสถานที่ราชการ ตนทำผิดอะไร ผิดตรงไหน ไม่ได้ทำอะไรเลย ตนใส่นวมและซื้อนวมมาให้เขาด้วย

The post ชูวิทย์ สวมนวมบุก บช.น. ปะทะ สันธนะ ที่มายื่นหนังสือเร่งรัดคดีที่เคยแจ้งความไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน ศปปส. ยื่นหนังสือถึง ผบช.น. ดูแล ตะวัน-แบม อดอาหารหน้าศาลฎีกา ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงขบวนเสด็จ 6-7 มี.ค. https://thestandard.co/anon-tawan-bam-supreme-court/ Wed, 01 Mar 2023 07:59:27 +0000 https://thestandard.co/?p=757169

วันนี้ (1 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อาน […]

The post ประธาน ศปปส. ยื่นหนังสือถึง ผบช.น. ดูแล ตะวัน-แบม อดอาหารหน้าศาลฎีกา ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงขบวนเสด็จ 6-7 มี.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เหตุมีการจัดการชุมนุมหน้าศาลฎีกา โดยเห็นว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่พระราชฐานและเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินในวันที่ 6-7 มีนาคมนี้

 

โดยมี พล.ต.ต. สยาม บุญสม รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น. 1) รับมอบหนังสือดังกล่าว

 

อานนท์กล่าวว่า สมาชิกกลุ่ม ศปปส. รวมถึงประชาชนผู้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความกังวลเรื่องการชุมนุมที่จัดอยู่หน้าศาลฎีกาจะกระทำการมิบังควรต่อขบวนเสด็จและขบวนรถพระที่นั่ง อันเป็นที่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท และย่ำยีหัวใจของคนไทยที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร

 

โดยเชื่อว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นตนก็คาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เพราะประชาชนผู้จงรักภักดีที่มาเฝ้ารอรับเสด็จในวันที่ 6-7 มีนาคม คงไม่ทนกับพฤติกรรมที่กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำหน้าศาลฎีกาแน่นอน จึงขอให้ตำรวจดำเนินการกรณีดังกล่าว

 

อานนท์กล่าวต่ออีกว่า ช่วงเวลาที่มีการรับเสด็จขอให้มีการย้ายจุดการชุมนุมไปอยู่ในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครจัดไว้ให้ดีกว่าปล่อยให้มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว

The post ประธาน ศปปส. ยื่นหนังสือถึง ผบช.น. ดูแล ตะวัน-แบม อดอาหารหน้าศาลฎีกา ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงขบวนเสด็จ 6-7 มี.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ตำรวจเข้าดูอาการ ‘ตะวัน-แบม’ ปักหลักหน้าศาลฎีกา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง https://thestandard.co/police-doctor-visits-tawan-bam-symptoms/ Tue, 28 Feb 2023 10:37:49 +0000 https://thestandard.co/?p=756743

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) ที่บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา ฝั่งประ […]

The post แพทย์ตำรวจเข้าดูอาการ ‘ตะวัน-แบม’ ปักหลักหน้าศาลฎีกา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) ที่บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา ฝั่งประตูที่ 3 ถนนราชดำเนินใน พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น. 1) พร้อมด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนของกลุ่มงานศูนย์ส่งกลับ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางมาขอตรวจร่างกาย ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ สองนักกิจกรรมทางการเมืองที่ทำกิจกรรม ‘นอนปักหลักอดอาหารหน้าศาลฎีกา’

 

พ.ต.ต. นพ.ปีเฉลิม พิสนุแสน แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินหน่วยส่งกลับ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ทีมแพทย์ประเมินแล้วว่าทั้งสองอยู่ในขั้นวิกฤต และผลเลือดมีค่าความเป็นกรดสูง มองว่าถ้าปล่อยให้ทั้งสองอดอาหารต่อไปจะเสี่ยงต่อการมีภาวะไตวาย ตับวาย และทุพพลภาพ ดังนั้นทีมแพทย์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเดินทางมาเพื่อดูว่าจะช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ทั้งสองคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น และหากทั้งคู่ประสงค์เดินทางไปโรงพยาบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีอำนวยความสะดวก

 

ในเบื้องต้นจากการประเมินผ่านภาพที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆ ทั้งคู่มีความอ่อนเพลียประมาณร้อยละ 50 เท่าที่มองขณะนี้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน เพราะไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้ จึงประเมินเบื้องต้นว่า ร่างกายทั้งสองคนไม่สามารถรับไหว ต้องเข้ากระบวนการรักษา

 

พ.ต.ต. นพ.ปีเฉลิม กล่าวต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้บังคับว่าทั้งสองจะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ หากประสงค์ไปโรงพยาบาลใดก็พร้อมประสานงานให้ แต่ถ้าอยู่ในขั้นวิกฤตแล้วต้องไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

 

จากนั้น กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า ทั้งสองคนต้องการทราบเหตุผลว่าเป็นแพทย์จากหน่วยงานใด และได้รับอนุมัติจากทั้งสองคนให้เข้าตรวจร่างกายหรือยัง เพราะทั้งสองคนมีสิทธิในร่างกายของตัวเอง ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล

 

ด้าน พ.ต.ต. นพ.ปีเฉลิม จึงตอบกลับว่า ทีมแพทย์มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกมิติ การเข้าไปตรวจร่างกายในวันนี้จะขออนุญาตก่อน จะไม่ทำโดยพลการ และหากไม่ได้รับอนุญาตทางทีมจะไม่เข้าไปและจะขอให้ทนายเป็นผู้ประสานให้

 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทนายความว่า ปัจจุบันอาการป่วยของตะวันและแบมมีผู้มาดูแลให้หรือไม่ กฤษฎางค์กล่าวว่า อาการแต่ละวันมีการตรวจอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนตัวอยากให้ทั้งสองคนกลับเข้าสู่กระบวนการรักษา

 

ต่อมาเวลา 15.30 น. กฤษฎางค์กล่าวว่า ขณะนี้ตะวันและแบมยินยอมให้ทีมแพทย์เข้าไปตรวจสอบอาการเบื้องต้น แต่ให้เข้าไปแค่ 1 คน ไม่ยินยอมให้เจาะเลือด วัดความดัน หรือทำหัตถการใดๆ เพราะพอมีประสบการณ์จากแพทย์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในการดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว ส่วนสาเหตุที่ยอมเพราะเห็นว่าแพทย์มีน้ำใจเข้ามาตรวจ แต่ไม่ต้องการเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

 

ทั้งนี้ หลังผ่านไป  30 นาที กฤษฎางค์กล่าวว่า ตนขอเป็นคนรายงานอาการป่วย เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยได้ เพราะเป็นหลักจรรยาบรรณแพทย์ ตนในฐานะญาติจึงขอทำหน้าที่ 

 

ทั้งนี้ แพทย์ได้ให้ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยว่าไม่ควรอดอาหารต่อ เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลียและขาดน้ำ อาการแต่ละวันจะไม่คงตัว เนื่องจากเป็นลักษณะของอาการขาดสารอาหาร แต่ยังมีการรับรู้และโต้ตอบได้

 

ที่ผ่านมาตนเองและครอบครัวแนะนำตะวันและแบมว่า ให้พิจารณาวิธีการต่อสู้ที่เห็นความสำคัญชีวิตตัวเอง จากที่พูดคุยทั้งสองคนมีท่าทีสบายใจขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวว่าจะสลายจุดที่ทำกิจกรรม ทั้งนี้ ทีมแพทย์จากการตรวจเยี่ยมไปประเมิน เพื่อเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์ในการเตรียมพร้อมรักษาในอนาคต

 

กฤษฎางค์กล่าวต่ออีกว่า หากทั้งสองคนเข้าสู่สภาวะวิกฤตสามารถประสานโรงพยาบาลตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าอยู่ในจุดฉุกเฉิน สามารถร้องขอเฮลิคอปเตอร์ให้มารับตัวได้

 

ด้าน พล.ต.ต. อัฏธพร กล่าวว่า ตำรวจประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักงานเขตพระนครเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาดและกวาดขยะในพื้นที่ชุมนุม ยืนยันว่าไม่มีการใช้กำลังเข้ามากดดันผู้ทำกิจกรรมแต่อย่างใด ไปที่การเตรียมพร้อมดูแลมากกว่า

 

ส่วนที่มีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจัดกำลังเข้ามาดูแลเพิ่มเติมแล้ว

 

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีการเขียนป้ายระบุข้อความหมิ่นศาล มีรายงานว่า เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการให้จุดพักของตะวันและแบม รวมถึงผู้ชุมนุม ขยับไปที่ด้านหลังของอาคารศาลฎีกา เพื่อให้มีร่มเงาหลบแดดได้

 

The post แพทย์ตำรวจเข้าดูอาการ ‘ตะวัน-แบม’ ปักหลักหน้าศาลฎีกา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>