อัครุตม์ สนธยานนท์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อัครุตม์-สนธยานนท์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 15 Jul 2026 04:42:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดแผน ‘กรมธนารักษ์’ เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐแตะ 1.43 หมื่นล้านในปี 2570 https://thestandard.co/treasury-revenue-target/ Wed, 15 Jul 2026 04:42:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1230907 กราฟิกแสดงแผนกรมธนารักษ์จัดเก็บรายได้รัฐ 1.43 หมื่นล้านบาทในปี 2570

กรมธนารักษ์ วาง 5 แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ตา […]

The post เปิดแผน ‘กรมธนารักษ์’ เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐแตะ 1.43 หมื่นล้านในปี 2570 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟิกแสดงแผนกรมธนารักษ์จัดเก็บรายได้รัฐ 1.43 หมื่นล้านบาทในปี 2570

กรมธนารักษ์ วาง 5 แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ตามเป้าปีงบฯ 2570 ที่ 14,300 ล้านบาท พร้อมเร่งปลดล็อกโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุขนาดใหญ่ ควบคู่เปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘Coin Market’ 17 สิงหาคมนี้ ส่งเสริมตลาดสะสมเหรียญ พร้อมปรับหลักเกณฑ์ค่าเช่าที่ราชพัสดุหนุนการติดตั้ง EV Charger และ Solar Cell

 

 
 

อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ แถลงความคืบหน้าของการบริหารงานภายใต้แนวคิด ‘สานงานต่อ ก่องานใหญ่’ ตามรากฐานที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์คนก่อน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

โดยเผยว่า ตลอด 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) กรมธนารักษ์สามารถจัดเก็บได้ราว 11,602.87 ล้านบาท ซึ่งยังคงต่ำกว่าประมาณการจัดเก็บรายได้ราว 2.49% ซึ่งมีเป้าหมายที่ 11,900 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดเก็บรายได้ 2 ส่วน ดังนี้

 

  • ที่ราชพัสดุ 11,200.97 ล้านบาท ซึ่งยังต่ำเป้า 11,500 ล้านบาทราว 2.6%
  • รายได้จากเหรียญกษาปณ์ 401.90 ล้านบาท เกินเป้า 400 ล้านบาท ที่ 0.475%

 

อย่างไรก็ตาม อัครุตม์มองว่า แผนการดำเนินงานปี 2569 จะสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้าที่ 14,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าเดิม 17.65%

 

ขณะที่แผนการดำเนินงานตามเอกสารงบประมาณประจำปี 2570 ได้มีประมาณการจัดเก็บรายได้รวมที่ 14,300 ล้านบาท ซึ่งอัครุตม์เผยว่าได้เตรียมแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ไว้ ดังนี้

 

  • เร่งปลดล็อกโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้และผลตอบแทนเข้าสู่รัฐได้เร็วขึ้น
  • เร่งรัดการบริหารสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ลดปัญหาค่าเช่าค้างชำระ และปรับปรุงการติดตามผลตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ
  • เร่งนำที่ราชพัสดุศักยภาพสูงออกประมูล ผ่านกระบวนการทดสอบความสนใจจากภาคเอกชน (Market Sounding) ก่อนเปิดประมูล
  • บริหารและจำหน่ายทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งที่ดินและทรัพย์สินจากการบังคับคดี เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้กลายเป็นรายได้ของรัฐ
  • ทบทวนหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ ให้สะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น พร้อมเพิ่มความโปร่งใสในการคัดเลือกเอกชนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ผลตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มนำร่องกับที่ราชพัสดุที่มีมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไปก่อน

 

ความคืบหน้าการแก้ปัญหาโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ

 

  • โครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (EEC) ของ บริษัท วงษ์สยาม-ก่อสร้าง จำกัด ที่มีปัญหาข้อลักลั่นของสัญญา เพราะภาครัฐกำหนดเงื่อนไขให้เอกชนต้องแบ่งกำไร หากสามารถขายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านหน่วย

 

อย่างไรก็ตาม เอกชนไม่สามารถทำยอดขายได้ถึง 500 ล้านหน่วย การแบ่งกำไรเข้ารัฐจึงไม่เกิดขึ้น และจำเป็นต้องมีการแบ่งปันผลประโยชน์ตอบแทนใหม่ (Revenue Sharing) ซึ่งเบื้องต้น กรมธนารักษ์คาดการณ์รายได้ไว้ที่ 800 ล้านบาท

 

  • โครงการอู่จอดรถไฟฟ้า ‘หมอชิต คอมเพล็กซ์’ ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2535 ปัจจุบันเจรจาได้ข้อยุติพร้อมเดินหน้าต่อกับ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด (BKT) ผู้รับเหมารายเดิม และกำหนดรูปแบบโครงการไว้ดังเดิมด้วย พื้นที่ใช้สอย 700,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) พร้อมพื้นที่ 112,000 ตร.ม. แก่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำหรับก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร

 

กรมธนารักษ์ประเมินว่าหากเดินหน้าต่อได้สำเร็จ จะได้รับเงินคืน 1,250 ล้านบาท จาก 1) ค่าแรกเข้า 400 ล้านบาท และ 2) ค่าชดเชยฐานรากที่กรมธนารักษ์ต้องสำรองจ่ายให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ไปก่อนหน้านี้

 

  • โครงการโรงแรมชายทะเลที่อำเภอหัวหิน ซึ่งอยู่ระหว่างรอเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดการณ์รายได้ที่ 70-80 ล้านบาท

 

เปิด ‘Coin Market’ สร้างตลาดรองเหรียญกษาปณ์

 

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังมีนโยบายในด้านอื่นๆ เช่น การผลักดันตลาดเหรียญสะสม เพื่อปรับบทบาทของเหรียญกษาปณ์ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

 

โดยกรมธนารักษ์ เตรียมเปิดแพลตฟอร์ม ‘Coin Market’ อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นตลาดกลางสำหรับการประมูลและซื้อขายเหรียญกษาปณ์สะสม

 

ไฮไลต์ของการเปิดตัว คือ การนำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท รุ่นปี 2533 ซึ่งผลิตขึ้นเพียง 100 เหรียญทั่วโลก ออกประมูลเป็นครั้งแรก โดยเหรียญรุ่นดังกล่าวมีมูลค่าซื้อขายในตลาดนักสะสมสูงถึงประมาณ 1 ล้านบาทต่อเหรียญ

 

ในระยะยาวกรมธนารักษ์มีแผนพัฒนาระบบรับรองและประเมินสภาพเหรียญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักสะสม

 

ปรับเกณฑ์ค่าเช่าที่ราชพัสดุ หนุนติดตั้ง EV Charger และ Solar Cell

 

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังได้ปรับหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานสะอาดของภาครัฐ โดยกำหนดอัตราค่าเช่าสำหรับการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) แบบอัตราคงที่ต่อหัวชาร์จ แทนการคิดค่าเช่าตามราคาประเมินที่ดิน เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ

 

สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร กำหนดค่าเช่าหัวชาร์จละ 1,500 บาทต่อปี ส่วนต่างจังหวัดอยู่ที่ 1,000 บาทต่อปี ขณะที่การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อใช้ภายในหน่วยงานหรืออาคารจะได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่หากนำกระแสไฟฟ้าไปจำหน่ายหรือสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ จะต้องชำระค่าเช่าและผลตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด

 

เดินหน้าปรับราคาประเมินที่ดินรอบใหม่

 

สำหรับการจัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 โดยปัจจุบัน มีการดำเนินการประเมินเสร็จแล้วกว่า 85%

 

อัครุตม์ระบุว่า ราคาประเมินรอบใหม่จะสะท้อนมูลค่าตลาดมากขึ้น จากเดิมที่ราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงราว 40% โดยตั้งเป้าให้ส่วนต่างเหลือไม่เกินประมาณ 20% เพื่อให้ราคาประเมินมีความแม่นยำมากขึ้น แต่ยังไม่สูงเท่าราคาตลาด เพื่อลดผลกระทบต่อผู้เสียภาษี

 

ควบคู่กันนี้ กรมธนารักษ์ยังพัฒนาระบบ D-Value สำหรับตรวจสอบราคาประเมินที่ดินผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานเฉลี่ยกว่า 20,000 คนต่อวัน พร้อมศึกษาการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์และจัดทำแบบจำลองราคาประเมิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินราคาที่ดินในอนาคต

The post เปิดแผน ‘กรมธนารักษ์’ เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐแตะ 1.43 หมื่นล้านในปี 2570 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง รองรับยื่นกู้ผ่าน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ https://thestandard.co/d-value-land-appraisal-online-loans/ Wed, 24 Jun 2026 07:46:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1222221 ภาพกราฟิกแสดงบริการ D-Value สำหรับเช็กราคาประเมินที่ดินออนไลน์ พร้อมโลโก้ ธอส. ธ.ก.ส. และกรุงไทย

กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไล […]

The post กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง รองรับยื่นกู้ผ่าน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงบริการ D-Value สำหรับเช็กราคาประเมินที่ดินออนไลน์ พร้อมโลโก้ ธอส. ธ.ก.ส. และกรุงไทย

กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานยื่นกู้ได้ 3 สถาบันการเงิน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ พร้อมคาดราคาประเมินรอบใหม่ปี 2570-2573 ปรับสูงขึ้น แต่ยังต่ำกว่าราคาตลาด 10-15%

 

 

 

วันนี้ (24 มิถุนายน) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า กรมธนารักษ์ เปิดตัวบริการใหม่ ช่วยขับเคลื่อนให้ประชาชนเข้าถึงการประเมินราคาที่ดินออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินแบบดิจิทัล ผ่านฟีเจอร์ D-Value

 

ฟีเจอร์ดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนสามารถสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมได้แบบรายแปลง โดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนด หรือ เลขที่ น.ส.3ก สำหรับที่ดิน

 

ดร.เอกนิติ ระบุว่า นับเป็นการยกระดับบริการภาครัฐ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยไม่ต้องเสียเวลาในการขอเอกสาร ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร

 

นอกจากนี้ ยังเอื้อให้ประชาชนทั่วไปสามารถต่อยอดการทำธุรกิจได้อีกด้วย โดยสามารถนำสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินแบบดิจิทัลไปเป็นหลักฐานในการยื่นขอสินเชื่อ ผ่านสถาบันการเงิน 3 แห่ง ดังนี้

 

1) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

 

2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)

 

3) ธนาคารกรุงไทย

 

ไม่เพียงเท่านั้น ระบบ D-Value ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลราคาประเมินของภาครัฐ และอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

ราคาประเมินยังต่ำกว่าราคาตลาด

 

อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติระบุว่า ราคาประเมินที่ดินในรอบบัญชีปัจจุบัน คือรอบปี พ.ศ. 2566-2569 ยังคงมีราคาประเมินต่ำกว่าราคาตลาดสูงราว 30-40% และคาดว่า ราคาประเมินที่ดินในรอบบัญชีใหม่ ปี พ.ศ. 2570-2573 จะมีราคาขยับสูงขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าราคาตลาดที่ 10-15% ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

 

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์มีระยะเวลาการประกาศใช้บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ ที่ดิน โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด แต่ละคราวให้ใช้ได้ไม่เกิน 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้

 

ในกรณีที่ ราคาซื้อขายในตลาดมีความแตกต่างจากราคาประเมินมากพอสมควร ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขราคาประเมินก่อนครบ 4 ปีได้ หรืออาจขยายเวลาการใช้บัญชีฯ ที่ประกาศใช้ครบ 4 ปี ออกไปไม่เกินคราวละหนึ่งปี ในกรณีที่มีความจำเป็น

 

หนุนข้อมูลโปร่งใสและปลอดภัย

 

ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลราคาประเมินที่ดินให้เป็นสาธารณะ (Open Source) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5T ของรัฐบาล ภายใต้หลักความโปร่งใส (Transparency) พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อยอดให้ความโปร่งใสผสานอยู่ในทุกส่วนของนโยบาย

 

ส่วน อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า ระบบ D-Value จะมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนทั่วไป โดยผู้ใช้งานจะต้องทำการยืนยันตัวตนผ่าน ‘ThaiD’ หรือ ‘เป๋าตัง’ ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ

The post กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง รองรับยื่นกู้ผ่าน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ https://thestandard.co/treasury-metal-coin-production-forecast/ Tue, 07 Apr 2026 06:43:25 +0000 https://thestandard.co/treasury-metal-coin-production-forecast/ อินโฟกราฟิกแสดงราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีจึงจะได้รับผลกระทบ

อธิบดีกรมธนารักษ์ชี้ ราคาโลหะเพิ่ม ยังไม่กระทบเหรียญกษา […]

The post กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิกแสดงราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีจึงจะได้รับผลกระทบ

อธิบดีกรมธนารักษ์ชี้ ราคาโลหะเพิ่ม ยังไม่กระทบเหรียญกษาปณ์ไทย คาดเห็นผลในอีก 1-2 ปี ยันโครงการ Senior Complex ยังเดินหน้าต่อ รอคุยทาง รพ.รามาธิบดี ช่วงหลังสงกรานต์ พร้อมเปิดจำหน่าย จ่ายแลก เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี ร.8 ตั้งแต่ 8 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

 

วันนี้ (7 เมษายน) อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เผยว่า การผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนของไทย จะยังไม่ได้รับผลกระทบของราคาโลหะมีค่าที่เพิ่มสูงขึ้นในตอนนี้ แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบในอีก 1-2 ปี หลังเหรียญเปล่าในสต๊อกเริ่มหมดลง

 

โดยอัครุตม์กล่าวว่า กรมธนารักษ์ยังพอมีเหรียญเปล่าในสต๊อกเหลืออยู่ ตามแผนการผลิตระยะ 5 ปี อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวจะมีการปรับใหม่ทุกปี ซึ่งกรมธนารักษ์ได้มอบหมายให้ กองกษาปณ์ดูแลการผลิตให้ดำเนินตามแผนต่อไป

 

ในด้านความต้องการใช้เหรียญ อัครุตน์ชี้ว่า แนวโน้มสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ทำให้เหรียญ 1 บาท และเหรียญ 2 บาท มีความนิยมแลกน้อยลง

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนบางส่วนให้ความสนใจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) เช่น ตู้กดน้ำ ตู้ซักผ้า ทำให้ความสนใจแลกเหรียญ 5 บาท และ 10 บาทยังคงเพิ่มขึ้น

 

อัครุตม์ยังกล่าวถึงต้นทุนโลหะเทียบราคาหน้าเหรียญแต่ละชนิด โดยเหรียญ 5 บาท และเหรียญ 10 บาทมีต้นทุนโลหะต่ำกว่าราคาหน้าเหรียญเกือบครึ่ง

 

แต่ในส่วนของเหรียญ 1 บาท เมื่อรวมกับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงานแล้ว อัครุตน์กล่าวว่า “ต้นทุนยังปริ่มๆ”

 

ดังนั้น อัครุตน์จึงเผยว่า กรมธนารักษ์อาจตัดสินใจจ้างผลิตเหรียญ 1 บาทสำเร็จรูปจากต่างประเทศแทนการผลิตเอง แม้ปัจจุบัน กรมธนารักษ์จะยังมีเหรียญเปล่าในสต๊อกเหลือเยอะก็ตาม

 

พร้อมเผยว่า ในแต่ละปีมีการผลิตเหรียญเป็นจำนวน ดังนี้

 

  • เหรียญ 1 บาท มีการผลิต 620 ล้านเหรียญต่อปี
  • เหรียญ 5 บาท มีการผลิต 100-200 ล้านเหรียญต่อปี
  • เหรียญ 10 บาท มีการผลิต 300 ล้านเหรียญต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 240 ล้านเหรียญต่อปี

 

ยัน Senior Complex ยังเดินหน้าต่อ

 

อัครุตม์ กล่าวต่อว่า โครงการจัดตั้งศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจรบนที่ดินราชพัสดุ หรือ ‘Senior Complex’ ซึ่งเป็นการร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลจะยังมีการดำเนินการต่อ

 

โดยอัครุตม์ชี้ว่า กรมธนารักษ์มีความพร้อมในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ผ่านความร่วมมือกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ส่วนฝั่งโรงพยาบาลรามาธิบดี อัครุตม์กล่าวว่า เท่าที่ทราบยังคงดำเนินการต่อ โดยจะมีการหารืออีกครั้งช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

 

ทั้งนี้ โครงการที่พักดังกล่าว เป็นโครงการนำร่องสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขที่ สป.623 บางส่วน ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 20 ไร่ เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพ

 

เปิดจำหน่าย จ่ายแลก เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี ร.8

 

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ เปิดจำหน่าย จ่ายแลก เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 20 กันยายน 2568 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

 

สำหรับการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 20 กันยายน 2568 จำนวน 3 ชนิด ประกอบด้วย

 

  • เหรียญกษาปณ์ทองคำ ประเภทขัดเงา ทองคำร้อยละ 99 ชนิดราคา 30,000 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม จำหน่ายราคาเหรียญละ 99,999 บาท (ผลิตไม่เกิน 800 เหรียญ)
  • เหรียญกษาปณ์เงิน ประเภทขัดเงา เงินร้อยละ 92.5 ชนิดราคา 1,000 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 มิลลิเมตร น้ำหนัก 22 กรัม จำหน่ายราคาเหรียญละ 3,000 บาท (ผลิตไม่เกิน 5,000 เหรียญ)
  • เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา นิกเกิลร้อยละ 25 ทองแดงร้อยละ 75 ชนิดราคา 20 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม จ่ายแลกราคาเหรียญละ 20 บาท (ผลิตไม่เกิน 250,000 เหรียญ)

 

ผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว สามารถติดต่อขอแลกได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ตามช่องทางดังนี้

 

ส่วนกลาง

 

  • กองบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7944
  • หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2282 4109
  • หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340

 

ส่วนภูมิภาค

 

  • สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ

 

ช่องทางออนไลน์

 

  • www.treasury.go.th (e-Commerce ระบบบริการจำหน่ายเหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ)
  • แอปพลิเคชัน TRD e-Commerce สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS (App Store) และ Android (Play Store) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

โดยการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้สั่งซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง

The post กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. มีมติโยกย้ายข้าราชการผู้บริหารกระทรวงการคลัง ‘กุลยา ตันติเตมิท’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร https://thestandard.co/kulaya-tantitemit-revenue-department/ Tue, 07 Oct 2025 13:16:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1127819 ครม. มีมติโยกย้ายข้าราชการผู้บริหารกระทรวงการคลัง ‘กุลยา ตันติเตมิท’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็น […]

The post ครม. มีมติโยกย้ายข้าราชการผู้บริหารกระทรวงการคลัง ‘กุลยา ตันติเตมิท’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. มีมติโยกย้ายข้าราชการผู้บริหารกระทรวงการคลัง ‘กุลยา ตันติเตมิท’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการคลัง)

 

โดยคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง เสนอแต่งตั้ง (ย้าย/โอน) ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนตำแหน่งว่าง และเพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียน จำนวน 7 ราย ดังนี้

 

1. โอน นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง (แทนตำแหน่งว่างเนื่องจากผู้ครองอยู่เดิมได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่น)

 

2. โอน นายปิ่นสาย สุรัสวดี ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง (แทน นายอัครุตม์ สนธยานนท์)

 

3. โอน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง (แทน นายปิ่นสาย สุรัสวดี)

 

4. โอน นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง (แทน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท)

 

5. โอน นายคณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง (แทน นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์)

 

6. โอน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ (นักบริหารสูง)สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง (แทน ตำแหน่งว่างเนื่องจากผู้ครองอยู่เดิมได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่น)

 

7. ย้าย นายพนิต ธีรภาพวงศ์ ตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย (นิติกรทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

The post ครม. มีมติโยกย้ายข้าราชการผู้บริหารกระทรวงการคลัง ‘กุลยา ตันติเตมิท’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์เผย ครม. ไฟเขียว 2 ผู้แทนนั่งบอร์ดค่าจ้าง เดินหน้าขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ https://thestandard.co/thailand-minimum-wage-400-baht-approval/ Fri, 29 Nov 2024 09:07:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1014269 ค่าแรง 400 บาท

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าก […]

The post พิพัฒน์เผย ครม. ไฟเขียว 2 ผู้แทนนั่งบอร์ดค่าจ้าง เดินหน้าขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าแรง 400 บาท

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอการแต่งตั้งกรรมการผู้แทนฝ่ายรัฐบาลในคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดไตรภาคี) ชุดที่ 22 แทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน 2 คน ประกอบด้วย ร.อ. สาโรจน์ คมคาย ร.น. อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และ อัครุตม์ สนธยานนท์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป และมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เมื่อครบองค์ประชุมจะนัดประชุมเพื่อพิจารณาขึ้นค่าแรง 400 บาทต่อไป

The post พิพัฒน์เผย ครม. ไฟเขียว 2 ผู้แทนนั่งบอร์ดค่าจ้าง เดินหน้าขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>