ออกแบบ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ออกแบบ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 08 Dec 2025 08:17:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Bernard Arnault แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของสถาปนิกระดับตำนาน Frank Gehry https://thestandard.co/bernard-arnault-mourns-frank-gehry/ Mon, 08 Dec 2025 08:17:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1152312 Bernard Arnault แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของสถาปนิกระดับตำนาน Frank Gehry

Bernard Arnault บอสใหญ่แห่ง LVMH ออกมาแสดงความเสียใจต่อ […]

The post Bernard Arnault แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของสถาปนิกระดับตำนาน Frank Gehry appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bernard Arnault แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของสถาปนิกระดับตำนาน Frank Gehry

Bernard Arnault บอสใหญ่แห่ง LVMH ออกมาแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ Frank Gehry สถาปนิกในตำนานผู้ออกแบบ Fondation Louis Vuitton ในกรุงปารีส

 

“ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ Frank Gehry ซึ่งผมสูญเสียเพื่อนรักคนหนึ่งไป และจะขอชื่นชมเขาตลอดไป ผมเป็นหนี้บุญคุณเขาสำหรับความร่วมมือทางความคิดสร้างสรรค์ที่ยาวนาน เข้มข้น และทะเยอทะยานที่สุดครั้งหนึ่งที่ผมเคยได้รับเกียรติให้สัมผัส ผลงานของเขาซึ่งได้รับรางวัล Pritzker นั้นยิ่งใหญ่มาก เขาจะยังคงเป็นอัจฉริยะแห่งการออกแบบที่เบาสบาย โปร่งโล่ง และสง่างาม” Bernard กล่าว

 

Fondation Louis Vuitton เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และสถานที่จัดงานสำคัญของเครือ LVMH และแบรนด์ Louis Vuitton ตัวโครงการเปิดเป็นทางการในเดือนตุลาคมปี 2014 และได้อดีตประธานาธิบดี François Hollande มาเป็นประธานเปิดร่วมกับ Bernard Arnault

 

ตัวโครงสร้างเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแนวรื้อโครงสร้าง (Deconstructivism) ที่ใช้เวลาสร้างกว่า 6 ปี ไม่นับรวมการปรับพื้นที่และวางรากฐาน โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของอาคารคือกระจกโค้งที่ดูเบา และเหมือนกำลังเคลื่อนไหวไปตามแรงลม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสถาปนิกชาวแคนาดา-อเมริกัน เช่นเดียวกับผลงานดังๆ ทั้ง Guggenheim Museum Bilbao, Walt Disney Concert Hall, และ Dancing House ในกรุงปราก

 

รวมไปถึงการออกแบบกระเป๋ารุ่น Capucines คอลเล็กชัน Frank Gehry x Louis Vuitton สำหรับงาน Art Basel Miami Beach 2023 ในรูปทรงเหมือนอาคารคอนกรีต โครงสร้างอาคารแก้ว และอีกมากมาย

 

และอีกหนึ่งโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างคือร้านแฟล็กชิปสโตร์ระดับแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนถนน Rodeo Drive ของลอสแอนเจลิสในปี 2029 และส่วนต่อขยายของอาคารหลักของ Fondation Louis Vuitton

 

ภาพ: Pascal Le Segretain/Getty Images

อ้างอิง:

The post Bernard Arnault แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของสถาปนิกระดับตำนาน Frank Gehry appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก้า สุภัสสรา เผยความรู้สึกหลังตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ระหว่างถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร https://thestandard.co/kaosupatsara-reveals-uterine-fibroid/ Wed, 19 Nov 2025 04:06:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1144873 เก้า สุภัสสรา เผยความรู้สึกหลังตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ระหว่างถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร

เก้า สุภัสสรา นักแสดงสาวมากฝีมือ เปิดเผยถึงช่วงเวลาที่ย […]

The post เก้า สุภัสสรา เผยความรู้สึกหลังตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ระหว่างถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก้า สุภัสสรา เผยความรู้สึกหลังตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ระหว่างถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร

เก้า สุภัสสรา นักแสดงสาวมากฝีมือ เปิดเผยถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากหลังจากตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ขณะถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร ผ่านแพลตฟอร์ม Instagram เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

อาการป่วยในครั้งนั้นเกิดขึ้นในระหว่างการถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร ที่เธอรับบท ดาว หญิงสาวผู้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับตัวละครในเรื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีบทแอ็กชันหนัก แต่ก็ต้องใช้พลังในการแสดงไม่น้อย เมื่อต้องดำเนินไปพร้อมกับอาการป่วยที่ทำให้เธอมีฮอร์โมนและสภาพจิตใจไม่มั่นคง มีรอบเดือนมาก ออกซิเจนไม่เพียงพอจนถึงขั้นเป็นลมในห้องน้ำ ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลในที่สุด

 

“ตอนนั้นถือว่าเป็นช่วงที่โหดมากๆ ในช่วงชีวิตการทำงานเลย วันนั้นเราต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลด่วนเพื่อไปให้เลือด ทำให้วันนั้นกองถ่ายฉากที่มีเราไม่ได้ ขอบคุณกองถ่ายและทีมงาน ที่ยังเมตตาเก้า การไปกองถ่ายได้แสดง ได้ทำสิ่งที่เรารักมันมีความสุขมากๆ จริงๆ”

 

แม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น แต่เธอยังคงรู้สึกขอบคุณและมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของผลงานนี้ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “สุขภาพทั้งกายและใจแย่จะทำให้ทุกอย่างแย่ เพราะเรามีตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ”

 

สำหรับ เก้า สุภัสสรา เป็นนักแสดงผู้ฝากผลงานภาพจำไว้มากมาย ตลอดจนซีรีส์ Girl’s Love ที่กำลังออกอากาศอยู่อย่าง Love Design รับ(รัก)ออกแบบ ในบทบาท ออกแบบ จนมาถึงผลงานฟอร์มยักษ์ล่าสุด ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร ที่สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ ทาง Netflix

 

ภาพ: supassra_sp / Instagram

อ้างอิง: https://www.instagram.com/p/DRJOXHaieda/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==

The post เก้า สุภัสสรา เผยความรู้สึกหลังตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ระหว่างถ่ายทำ ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adobe ได้ประกาศซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ออกแบบ UX/UI อย่าง Figma ด้วยเงิน 7.36 แสนล้านบาท แต่หุ้นกลับดิ่ง 17% มากสุดตั้งแต่ปี 2010 https://thestandard.co/adobe-to-acquire-figma/ Sat, 17 Sep 2022 05:11:04 +0000 https://thestandard.co/?p=682941

บริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกอย่าง Adobe ได้ประกาศซื้อบริษัทซ […]

The post Adobe ได้ประกาศซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ออกแบบ UX/UI อย่าง Figma ด้วยเงิน 7.36 แสนล้านบาท แต่หุ้นกลับดิ่ง 17% มากสุดตั้งแต่ปี 2010 appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกอย่าง Adobe ได้ประกาศซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ออกแบบ UX/UI อย่าง Figma ด้วยมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 7.36 แสนล้านบาท เป็นเงินสดและหุ้น แต่ทำให้หุ้นของ Adobe ทรุดลง 17% ซึ่งเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010

 

Figma ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 เป็นซอฟต์แวร์ออกแบบบนคลาวด์ที่ช่วยให้ทีมงานทั้งหลายทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ คู่แข่งหลักของบริษัทคือโปรแกรมออกแบบ XD ของ Adobe บริษัทมีมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการระดมทุนครั้งสุดท้าย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Figma มีผู้สนับสนุนอย่าง Index Ventures, Greylock Partners และ Kleiner Perkins โดยคาดว่ารายได้ในปีนี้ของบริษัทจะมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการเงินของบริษัทได้ยืนยันว่า รายได้ประจำปีของ Figma จะเกิน 400 ล้านดอลลาร์ ในปี 2022 นั่นหมายความว่า Adobe จะจ่ายเงินเป็น 50 เท่าของรายได้ประจำปีของบริษัท

 

ทั้งนี้ Adobe กล่าวว่าจะรวมฟีเจอร์บางอย่างจากโปรแกรมอื่นๆ ไปไว้บนแพลตฟอร์มของ Figma อีกด้วย เช่น เทคโนโลยีภาพประกอบ การถ่ายภาพ และวิดีโอ

 

ซีอีโอของ Adobe อย่าง Shantanu Narayen บอกวา “การผสมผสานระหว่าง Adobe และ Figma จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและจะช่วยให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางในวิสัยทัศน์ของเราสำหรับความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานร่วมกันได้เร็วขึ้น” และ “ความยิ่งใหญ่ของ Adobe มีรากฐานมาจากความสามารถของเราในการนำเสนอสิ่งใหม่และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย”

 

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Figma จะยังคงดำรงตำแหน่งเหมือนเดิม โดยจะรายงานสิ่งต่างๆ ต่อประธานธุรกิจสื่อดิจิทัลของ Adobe อย่าง David Wadhwani

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Adobe ได้ประกาศซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ออกแบบ UX/UI อย่าง Figma ด้วยเงิน 7.36 แสนล้านบาท แต่หุ้นกลับดิ่ง 17% มากสุดตั้งแต่ปี 2010 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Chrome เปลี่ยนแปลง ‘ไอคอน’ ในรอบ 8 ปี แม้อาจดูไม่แตกต่างจากเดิม แต่ผู้ออกแบบย้ำว่าจะทำให้ ‘เข้าถึงได้ง่ายขึ้น’ https://thestandard.co/google-chrome-changes-icon/ Mon, 07 Feb 2022 09:33:10 +0000 https://thestandard.co/?p=591340 Google Chrome

Google Chrome กำลังเปลี่ยนแปลง ‘ไอคอน’ เป็นครั้งแรกตั้ง […]

The post Google Chrome เปลี่ยนแปลง ‘ไอคอน’ ในรอบ 8 ปี แม้อาจดูไม่แตกต่างจากเดิม แต่ผู้ออกแบบย้ำว่าจะทำให้ ‘เข้าถึงได้ง่ายขึ้น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Chrome

Google Chrome กำลังเปลี่ยนแปลง ‘ไอคอน’ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014 หรือในรอบ 8 ปี แม้เมื่อมองแวบแรกมันไม่ได้ดูแตกต่างไปจากเดิมมากนัก แต่การรีเฟรชนั้นมีอะไรมากกว่าที่เห็น โดยผู้ออกแบบย้ำว่าจะทำให้ ‘เข้าถึงได้ง่ายขึ้น’

 

เอลวิน ฮู (Elvin Hu) นักออกแบบของ Google Chrome ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการคิดที่เข้าสู่การออกแบบใหม่ใน Thread บน Twitter ไว้ว่า หากคุณสังเกตดีๆ คุณจะสังเกตเห็นว่า Google ลบเงาที่เป็นส่วนหนึ่งของไอคอนออกไป โดยเลือกใช้การออกแบบที่เรียบกว่า ซึ่งสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัท 

 

นอกจากนี้ยังเปลี่ยนสัดส่วนของสัญลักษณ์ในขณะที่ทำให้แต่ละสีสว่างขึ้น ทำให้สีสันในโลโก้ดูสดใสมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบมากที่สุดที่ Google แนะนำคือ ได้เพิ่มการไล่ระดับแบบละเอียดในส่วนสีเขียวและสีแดงของไอคอน ซึ่งผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไอคอนที่ ‘เข้าถึงได้มากขึ้น’

 

โลโก้หลักของ Chrome จะไม่เหมือนกันในทุกระบบ ใน Chrome OS โลโก้จะดูมีสีสันมากขึ้นเพื่อเสริมไอคอนระบบอื่นๆ ในขณะที่ใน macOS โลโก้จะมีเงาเล็กๆ ทำให้ดูเหมือน ‘โผล่ออกมา’ ในขณะเดียวกัน เวอร์ชัน Windows 10 และ 11 มีการไล่ระดับสีที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของไอคอน Windows

 

“ตอนนี้คุณจะเริ่มเห็นไอคอนใหม่หากคุณใช้ Chrome Canary (Chrome เวอร์ชันนักพัฒนาซอฟต์แวร์) แต่จะเริ่มเปิดตัวสำหรับคนอื่นๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้” ฮูกล่าว

 

ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน โลโก้ Chrome ค่อยๆ เรียบง่ายขึ้น จากที่เริ่มด้วยสัญลักษณ์สามมิติที่แวววาว ได้ถูกบีบอัดจนเป็นสัญลักษณ์สองมิติของความทันสมัย

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Google Chrome เปลี่ยนแปลง ‘ไอคอน’ ในรอบ 8 ปี แม้อาจดูไม่แตกต่างจากเดิม แต่ผู้ออกแบบย้ำว่าจะทำให้ ‘เข้าถึงได้ง่ายขึ้น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘วอริกซ์’ ชวนแฟนบอลร่วมออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย ปี 2022 ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท https://thestandard.co/warrix-invite-football-fans-design-uniform-for-thai-national-team/ Mon, 08 Mar 2021 09:41:20 +0000 https://thestandard.co/?p=462611 ‘วอริกซ์’ ชวนแฟนบอลร่วมออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย ปี 2022 ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท

บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด สปอร์ตแบรนด์ชั้นนำของเมืองไ […]

The post ‘วอริกซ์’ ชวนแฟนบอลร่วมออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย ปี 2022 ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘วอริกซ์’ ชวนแฟนบอลร่วมออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย ปี 2022 ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท

บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด สปอร์ตแบรนด์ชั้นนำของเมืองไทย เจ้าของลิขสิทธิ์ชุดแข่งทัพฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ ระยะเวลา 12 ปี (2017-2028) เชิญชวนแฟนบอลร่วมนำเสนอไอเดียและออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย ประจำปี 2022 ในคอนเซปต์ ‘ชุดแข่งขันทีมชาติไทย ที่แสดงเอกลักษณ์ของทัพช้างศึก’ ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท 

 

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการเปิดให้แฟนบอลและประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไท ยด้วยการนำเสนอไอเดียและออกแบบชุดแข่งขันที่มีความสวยงาม เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับนักฟุตบอลทีมชาติไทยในการลงสนามแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ โดยไอเดียและดีไซน์การออกแบบที่ได้จากผู้ชนะจะได้รับการพิจารณานำมาใช้เป็นคอนเซปต์เริ่มต้นในการออกแบบชุดแข่งขันสำหรับนักฟุตบอลทีมชาติไทยและแฟนบอล ประจำปี 2022

 

สำหรับกติกาผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวดประกอบไปด้วย

 

  • ประชาชนทั่วไปสัญชาติไทย ไม่จำกัดอายุ
  • พนักงานที่สังกัดบริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประกวด
  • ผู้ชนะการประกวดต้องเข้ามาร่วมพัฒนาผลงาน (Develop) กับทางบริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด เพื่อผลิตชุดแข่งขันให้สามารถใช้งานได้จริง

 

ระยะเวลาดำเนินการ

 

  • เปิดรับสมัคร วันที่ 8-31 มีนาคม 2564
  • ยืนยันสิทธิ์พร้อมส่งข้อมูลและหลักเกณฑ์การประกวดตอบกลับผู้สมัครตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปผ่านทางอีเมลของผู้สมัคร
  • ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึง 20 เมษายน 2564
  • ประกาศผลรอบ 5 คนสุดท้าย วันที่ 23 เมษายน 2564
  • ประกาศผลผู้ชนะ วันที่ 5 พฤษภาคม 2564

 

หลักเกณฑ์การส่งผลงาน

 

  • ผู้เข้าประกวดจะต้องออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย (เสื้อ กางเกง ถุงเท้า) ประกอบด้วย ชุดเหย้า (โทนสีน้ำเงินกรมท่า), ชุดเยือน (โทนสีแดง), ชุดเยือนที่ 3 (โทนสีขาว), ชุดผู้รักษาประตู (โทนสีเขียวและโทนสีดำ) รวมทั้งหมด 3 เวอร์ชัน ได้แก่ Player Version (สำหรับนักฟุตบอล), Replica Version และ Cheer Version

 

  • ผู้เข้าประกวดต้องนำเสนอคอนเซปต์ในการออกแบบชุดทั้งหมด หรือมีเอกสารประกอบคำอธิบายแนวความคิด ความหมายของแบบ สี และแรงบันดาลใจในการออกแบบ

 

  • ผู้เข้าประกวดต้องออกแบบฟอนต์ (A-Z) สำหรับชื่อนักฟุตบอล พร้อมเบอร์เสื้อ 0-9 โดยยึดหลักเกณฑ์ข้อกำหนดสากล

 

  • ชุดแข่งขันทั้ง 3 เวอร์ชัน ต้องมีตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทย (โลโก้ช้างศึก) และตราสัญลักษณ์ Warrix ทั้งเสื้อ กางเกง และถุงเท้า โดยเสื้อแข่ง Player Version (สำหรับนักฟุตบอล) จะต้องมี ‘ตรามหาพิชัยมงกุฎ’ ประดับอยู่เหนือตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทย

 

  • ดีไซน์และคอนเซปต์ในการออกแบบต้องไม่เกี่ยวข้องถึง ศาสนา การเมือง การแบ่งแยกดินแดน เชื้อชาติ สีผิว การสักยันต์ เวทมนตร์ของขลัง และพลังไสยศาสตร์

 

  • การออกแบบต้องทำด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกเท่านั้น โดยส่งผลงานในรูปแบบไฟล์ AI และ PDF ที่สามารถแก้ไขได้ตามมาตรฐานของโปรแกรม

 

  • ผู้เข้าร่วมประกวดสามารถส่งผลงานได้คนละไม่เกิน 1 ผลงาน (ผลงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวด ขอสงวนสิทธิ์ในการส่งคืน)

 

  • ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นผลงานที่ผู้ส่งเข้าประกวดออกแบบเอง ห้ามลอกเลียนแบบหรือละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น และผลงานต้องไม่เคยส่งเข้าประกวดที่ใดมาก่อน หากปรากฏว่ามีการลอกเลียนแบบ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับไว้พิจารณาและจะไม่รับผิดชอบทางกฎหมายใดๆ ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยตนเอง

 

  • คณะกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด จะเป็นผู้คัดเลือกและตัดสินผลงานที่สมควรได้รับรางวัล โดยผลการตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด จะอุทธรณ์มิได้ และหากพบหลักฐานในภายหลังว่าผลงานที่ได้รับรางวัลขาดคุณสมบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทางบริษัทจะพิจารณาเพิกถอนผลการตัดสิน และเรียกคืนรางวัลที่ได้รับไปแล้วทั้งหมด

 

  • ผลงานที่ได้รับรางวัลให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด โดยสามารถนำไปใช้งาน แก้ไข ดัดแปลง หรือเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ และตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยถือว่า บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด มีสิทธิ์เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ และไม่ต้องเสียค่าตอบแทนใดๆ

 

  • หากไม่มีผลงานชิ้นใดผ่านเกณฑ์การตัดสินจากคณะกรรมการ จะไม่มีการประกาศผู้รับรางวัล

 

  • บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ได้ตั้งแต่วันที่ 8-31 มีนาคม 2564 ทาง Google form http://bit.ly/3bVQhFR (ทางบริษัทจะยืนยันสิทธิ์พร้อมส่งข้อมูลและหลักเกณฑ์การประกวดตอบกลับให้ผู้สมัครตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ได้รับการยืนยันสิทธิ์สามารถส่งผลงานพร้อมบรรยายคอนเซปต์ในการออกแบบได้ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึง 20 เมษายน 2564 ทางอีเมล: [email protected] โดยทางบริษัทจะคัดเลือกผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย มาพรีเซนต์ผลงานโดยละเอียดทาง Video Call ก่อนประกาศผลผู้ชนะต่อไป

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กเพจ Warrix, ไลน์แอด @warrix.co.th และอีเมล [email protected]

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ‘วอริกซ์’ ชวนแฟนบอลร่วมออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทย ปี 2022 ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปสเตอร์ The Snake เมื่อทีมอาร์ต THE STANDARD POP ขอร่วมวงออกแบบท้าชิงรางวัล https://thestandard.co/the-standard-pop-art-team-redesign-the-snake-poster/ Sat, 15 Aug 2020 09:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=388829

ย้อนกลับไปราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแร […]

The post โปสเตอร์ The Snake เมื่อทีมอาร์ต THE STANDARD POP ขอร่วมวงออกแบบท้าชิงรางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไปราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงถึงดีไซน์ (อย่างไม่เป็นทางการ) ของโปสเตอร์โปรโมตภาพยนตร์ The Snake (เดอะ สเน็ค) ภาพยนตร์ไทยทุนสร้าง 50 ล้านบาท ฝีมือการกำกับของ วิดิฐ ธัญพันธุ์ ได้กลายเป็นกระแสไวรัลร้อนแรงไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก่อนที่ต่อมา https://www.facebook.com/TheSnakeMovie/ จะถือจังหวะนี้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดประกวดออกแบบโปสเตอร์ชิงเงินรางวัล 10,000 บาทเสียเลย! 

 

หลังจากได้อ่านกฎกติกาต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เราจึงอยากร่วมสนุกด้วยการชวน 3 กราฟิกดีไซเนอร์ของ THE STANDARD POP นำโดย กริน วสุรัฐกร, นิสากร ฤทธาภัย และฉัตรชัย เฉยชิต ให้ร่วมส่งผลงานเข้าชิงชัยในการประกวดครั้งนี้กับเขาด้วย ส่วนจะได้หรือไม่ได้ ประกาศผลเมื่อไรเดี๋ยวรู้กัน!

 

 

ด้านรายละเอียดงานสร้าง ภาพยนตร์ไทย The Snake (เดอะ สเน็ค) กำกับการแสดงโดย วิดิฐ ธัญพันธุ์ เป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชันคอเมดี้แฟนตาซี นำแสดงโดย วินัย ไกรบุตร, เบส-รักษ์วนีย์ คำสิงห์, กระต่าย พรรณนิภา ร่วมด้วย สมรักษ์ คำสิงห์, อี๊ด โปงลาง, โจอี้ กาน่า, เก่ง ชาติชาย โดยล่าสุดขณะนี้ยังไม่ได้วางโปรแกรมเข้าฉายที่ชัดเจน 

 

หมายเหตุ: สามารถคลิกอ่านกติกาทั้งหมดได้จากที่นี่
https://www.facebook.com/TheSnakeMovie/photos/a.110983970712515/116938660117046/?type=3&theater

 

ออกแบบโดย กริน วสุรัฐกร

 

ออกแบบโดย นิสากร ฤทธาภัย

 

ออกแบบโดย ฉัตรชัย เฉยชิต 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post โปสเตอร์ The Snake เมื่อทีมอาร์ต THE STANDARD POP ขอร่วมวงออกแบบท้าชิงรางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัส Zara กับความสำเร็จบนเส้นทางมหาอำนาจแห่งแฟชั่น https://thestandard.co/the-success-of-zara-fashion/ https://thestandard.co/the-success-of-zara-fashion/#respond Fri, 18 Aug 2017 15:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=21146

     ถ้าต้องคิดกันเล่นๆ ถึงจำนวนครั้งที่ […]

The post ถอดรหัส Zara กับความสำเร็จบนเส้นทางมหาอำนาจแห่งแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ถ้าต้องคิดกันเล่นๆ ถึงจำนวนครั้งที่เดินเข้าร้าน Zara และ (ที่น่ากลัวสุด) จำนวนเงินที่เคยจ่ายให้ Zara หลายคนอาจส่ายหัวและบอกว่า “ไม่อยากจะคิด!” เพราะพูดได้ว่าแบรนด์นี้กลายเป็นอีกหนึ่งขวัญใจของหลายๆ คน และทุกครั้งที่มีการประกาศลดราคาช่วงปลายเดือนมิถุนายนและธันวาคม ก็จะเหมือนเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องประกาศลงเฟซบุ๊กทันที

     THE STANDARD ขอถอดรหัสความสำเร็จของแบรนด์นี้ที่ไม่ธรรมดา และกลายเป็นแม่แบบสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นในวันนี้

 

อามันซิโอ ออร์เตกา (Amancio Ortega)

 

การเริ่มจากศูนย์

     แบรนด์ Zara ก่อตั้งโดย อามันซิโอ ออร์เตกา (Amancio Ortega) ชาวสเปนวัย 81 ปี เขาเกิดที่เมืองเลออน (Léon) ทางตอนเหนือของประเทศสเปน โดยเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 4 คน ตอนอายุ 14 อามันซิโอและครอบครัวได้ย้ายไปอยู่เมืองอาโกรุญญา ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน เพราะคุณพ่อต้องไปทำงานให้การรถไฟ ด้วยฐานะที่ยากจน อามันซิโอเลยตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมัธยมในช่วงนั้น และเริ่มรับจ้างเป็นช่างเย็บเสื้อผ้า ซึ่งเขาได้เริ่มฝึกทักษะต่างๆ และเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแบบเบื้องต้น ต่อมาในปี 1972 อามันซิโอก็ได้ก่อตั้งบริษัท Confecciones Goa ที่เขามีไอเดียในการรวมตัวผู้หญิงนับร้อยชีวิตในเมืองนั้นมาเป็นช่างเย็บเสื้อผ้า

     อามันซิโอเป็นคนมองการณ์ไกลและไม่อยากเป็นเพียงผู้ผลิต-ส่งออกอย่างเดียว ในปี 1975 เขาเลยตัดสินใจเปิดร้านค้าเป็นของตัวเองที่เมืองอาโกรุญญา โดยตั้งใจจะใช้ชื่อ ‘Zorba’ ตามชื่อหนังโปรดของเขาเรื่อง ‘Zorba the Greek’ แต่บังเอิญมีบาร์อยู่ในละแวกเดียวกันที่ใช้ชื่อ Zorba อยู่แล้ว เขาเลยเปลี่ยนชื่อเป็น Zara เหตุผลที่ใช้ชื่อนี้แทน เพราะเขาซื้อตัวอักษรเตรียมมาติดหน้าร้านเป็นที่เรียบร้อย และเพื่อประหยัดงบ เขาจึงเลือกถอดอักษรตัว O และ B ออก แล้วซื้อตัวอักษร A เพิ่มเข้ามาแค่ตัวเดียว

 

ร้านที่ Majorca ประเทศสเปน

 

     Zara ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมีหลักในการผลิตเสื้อผ้าที่อิงกับกระแสเทรนด์โลกในราคาที่ย่อมเยา ในปี 1983 Zara เริ่มขยายธุรกิจและเปิดสาขาใหม่ๆ ทั่วสเปน และในปี 1988 ก็มีการเปิดสาขาแรกนอกประเทศที่โปรตุเกส ก่อนที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลไปเปิดที่มหานครนิวยอร์กที่ถนน Lexington Avenue ในปี 1989 และที่กรุงปารีสในปี 1990 โดยทุกวันนี้ Zara มีร้านค้าทั่วโลก 93 ประเทศ กว่า 2,232 สาขา พร้อมออนไลน์ช็อปใน 45 ประเทศ

     สำหรับโซนเอเชีย Zara ได้เปิดร้านที่กรุงโตเกียวในปี 1998 และขยายตัวมาเป็น 1,627 สาขาทั่วทวีปเอเชีย ส่วนบ้านเราได้เปิดสาขาแรกที่กรุงเทพฯ ในปี 2006 ซึ่งปัจจุบันมีร้านทั้งหมด 11 สาขา รวมถึงร้าน Zara Home อีก 2 สาขา และเพิ่งมีการเปิดตัวออนไลน์ช็อปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการขยายช่องทางการซื้อสินค้า ท่ามกลางกระแสของโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนบริบทการใช้จ่ายอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนในทุกจังหวัดมีสิทธิ์ได้สั่งเสื้อของ Zara แบบไม่ต้องรอ

 

สำนักงานใหญ่ของ Inditex

 

โครงสร้าง Zara และบริษัทพ่อ Inditex

     รูปแบบโครงสร้างกิจการ Zara ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าศึกษา โดยทุกวันนี้แบรนด์ Zara อยู่ภายใต้กลุ่ม Inditex ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1985 ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 แบรนด์ อาทิ Pull&Bear, Bershka และ Massimo Dutti ที่เป็นการซื้อกิจการมาในปี 1991

     ทุกวันนี้ Inditex มีทั้งหมด 7,385 ร้านค้าทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในบริษัทเสื้อผ้าค้าปลีกที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก พร้อมพนักงานมากกว่า 162,000 คน

     สำนักงานใหญ่ของ Inditex (รวมถึง Zara) ตั้งอยู่ในย่าน Arteixo เมืองอาโกรุญญา ซึ่งมีขนาดเท่ากับโรงเก็บเครื่องบิน กว้างขวางกว่า 600,000 ตารางเมตร และภายในก็ดูเหมือนฉากในหนังสายลับ Minority Report ที่มีการแบ่งพื้นที่เป็นหลายภาคส่วน รวมไปถึงโรงอาหารพนักงานที่อามันซิโอชอบมานั่งกินข้าวกับพนักงานอยู่บ่อยครั้ง

 

Technological Center ที่สำนักงานใหญ่ Inditex

 

     สำหรับทีมงาน Zara จะทำงานในโซนที่ชื่อ ‘The Cube’ ซึ่งมีโรงงานผลิตเสื้อผ้ามากกว่า 11 แห่ง ภายในระยะทาง 16 กิโลเมตร โดยทำการเชื่อมต่อกับจุดจัดส่งสินค้าผ่านอุโมงค์ที่สร้างขึ้นมาพิเศษ ส่วนแผนกอื่นๆ ก็มีทั้งทีมช่างภาพและสไตลิสต์เพื่อถ่ายภาพลุคบุ๊กและลงเว็บไซต์ทุกวัน โดยมีบรรดาผู้จัดการที่จะเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและสื่อสารกับตลาดที่ตัวเองดูแล พวกเขาต้องดูว่าอะไรขายได้-ไม่ได้ ลูกค้าต้องการอะไร ซึ่งในห้องทำงานก็จะมีข้อมูลแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์รายงานตลอดเวลาแบบ Real-Time

 

หน่วยการแพ็กสินค้า

 

หน่วยการทำคัตติ้งเสื้อผ้า

 

หน่วยโลจิสติกส์

 

     ฐานผลิตของ Zara และบริษัท Inditex ไม่ได้อยู่แค่ที่ประเทศสเปนอย่างเดียว มีการกระจายการผลิตไปทั่วโลกเพื่อช่วยต้นทุนและขยายแรงงาน ซึ่งขณะนี้มีฐานการผลิตในโรงงาน 6,959 แห่ง อยู่ใน 53 ประเทศ และมีการผลิตเสื้อผ้ามากกว่า 948 ล้านชิ้น! ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพอเราพลิกดูป้าย Zara ในตู้เสื้อผ้าของเรา ก็จะมีเขียนทั้ง Made in Spain, Made in Portugal, Made in Morocco หรือ Made in Vietnam อย่างในประเทศเวียดนาม Inditex มีโรงงานผลิตมากกว่า 134 แห่ง

     แม้จะเพิ่งเปิด Zara สาขาแรกในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว แต่ประเทศที่มีโรงงานผลิตของ Zara และ Inditex ถึง 125 แห่งอย่างกัมพูชา กลับไม่มีร้านค้าของทางแบรนด์ ส่วนในประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิต แต่มีร้านค้า 11 สาขา!

 

หน่วยถ่ายแบบ

 

ด้านการออกแบบเสื้อผ้าและการจัดสรรร้าน

     ในส่วนของการดีไซน์ ทาง Inditex มีทีมออกแบบมากกว่า 700 คน ซึ่งสัดส่วนของดีไซเนอร์ Zara ถือว่าใหญ่ที่สุด ดีไซเนอร์แต่ละคนจะต้องศึกษาเทรนด์ที่กำลังมาแรง และดูว่าสินค้าไหนเหมาะกับกลุ่มตลาดใด เพราะ Zara ไม่ได้มีไอเท็มเหมือนกันทุกสาขา เช่น ในโซนบ้านเราก็ไม่เหมาะที่จะจัดจำหน่ายพวกโค้ตตัวหนาสำหรับฤดูหนาว แต่อาจมีเสื้อกันหนาวแบบบางมากกว่า

     ความน่าทึ่งคือ หนึ่งไอเท็มของ Zara ใช้เวลาแค่สองอาทิตย์ในการดีไซน์และผลิตออกมาขายหน้าร้าน ประเด็นนี้ได้สร้างความหนักใจให้แบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์ที่ต้องปรับกลยุทธ์ในการจัดจำหน่ายสินค้าให้ทันความต้องการของคนที่มีสมาธิสั้นขึ้นเรื่อยๆ และมีอารมณ์ของความ “ต้องการเดี๋ยวนี้!”

 

 

     แต่แน่นอนก็ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง เกี่ยวกับสินค้ามีความคล้ายกับแบรนด์ไฮเอนด์ และเป็นเหมือนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ ประเด็นนี้ก็กลายเป็นที่ถกเถียงอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าเราอยากให้คนสนุกกับแฟชั่น หลงรักกับแฟชั่น และเอาสไตล์จากรันเวย์ไปปรับใช้ในลุคชีวิตประจำวัน การมีตัวเลือกอย่าง Zara ก็สำคัญ เพราะทุกคนไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะออกไปซื้อกระโปรงประดับโลหะตัวละ 30,000 บาท เดรสลายพิมพ์ดอกไม้ตัวละ 80,000 บาท หรือรองเท้าคู่ละ 50,000 บาท แถมหลายไอเท็มบนรันเวย์ ไม่ว่าจะเป็นปารีสหรือมิลานก็มีการรังสรรค์และได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงหรือดีไซน์ของดีไซเนอร์ยุคก่อนๆ มาปรับใช้เช่นกัน เพราะเป็นเรื่องปกติว่าในหนึ่งซีซัน 15 แบรนด์ก็อาจจะผลิตไอเท็มออกมาเหมือนกัน เช่น ชุดสูทสีน้ำเงินที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งทำออกมา ซึ่งคงไม่ได้ผิดร้ายแรงถ้า Zara จะมีสูทสีน้ำเงินเช่นกัน

     อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของ Zara ที่มีการโฟกัสเป็นพิเศษก็คือการจัดหน้าร้าน ซึ่งสำคัญมากในยุคนี้ที่ต้องดึงดูดผู้บริโภคให้เดินเข้าไปจับจ่าย โดยทางสำนักงานใหญ่จะมีการทำ Mockup ร้านขึ้นมา และครีเอต Window Display ดูว่าสินค้าหมวดไหนควรอยู่ตรงไหน และลงรายละเอียดเกี่ยวกับหุ่นโชว์สินค้าว่าควรไฮไลต์ไอเท็มไหนในแต่ละตลาด พอจัดร้านตัวอย่างเสร็จ ก็จะมีการถ่ายรูปและส่งไปยังผู้จัดการร้านในแต่ละภูมิภาคเพื่อไปทำงานต่อกับทีม Visual Merchandising ในการจัดร้านตามตัวอย่าง แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนบางส่วนที่คิดว่าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าได้

 

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนเดินเข้า Zara อยู่ตลอดเวลา?

     ต้องพูดว่า Zara ฉลาดในการวางจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ ‘Drop’ หรือการหยอดสินค้าไปเรื่อยๆ โดยจะมีสินค้าใหม่เข้าร้านอาทิตย์ละสองครั้ง และแต่ละชิ้นจะมีจำนวนจำกัดเพื่อให้คนอยากซื้อสินค้าในทันที เพราะกลัวของหมด และไม่ต้องคิดว่า “เดี๋ยวค่อยรอเซลล์ก็ได้” ซึ่งต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่วางหนึ่งคอลเล็กชันจำนวนเยอะๆ ทีเดียวไปเลย

     ‘มาร์เก็ตติ้ง’ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ Zara ใช้ไม่เหมือนใคร โดยทางแบรนด์แทบจะไม่มีการลงทุนจัดอีเวนต์ ลงโฆษณาในสื่อใดๆ หรือมีคอลเล็กชันพิเศษทำกับแบรนด์หรือดีไซเนอร์คนอื่นเพื่อให้เกิดกระแส นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักว่าทำไมสื่อต่างๆ จะไม่ค่อยมีการลงสินค้าของ Zara

     แต่ส่วนที่ Zara จะมีการลงทุน กลับเป็นพวกแคมเปญและคีย์วิชวลต่างๆ ที่จะจ้างช่างภาพระดับตำนานอย่างสตีเวน ไมเซล (Steven Meisel) หรือ จอช โอลินส์ (Josh Olins) มาทำให้ ซึ่งราคาที่ช่างภาพเหล่านี้ คำนวณสำหรับแบรนด์ระดับ Fast Fashion อย่าง Zara ก็ทำให้เขามีเงิน มีกินมีใช้ได้เป็นหลายเดือนก็ว่าได้

 

 

     แต่หนึ่งในปัญหาที่แบรนด์ระดับ Fast Fashion อย่าง Zara มักเจอคือ เรื่องของคุณภาพเสื้อผ้า วัสดุที่นำมาใช้ และการจ้างแรงงานในราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไม H&M ต้องผลักดันกลุ่มสินค้า Conscious Collection หรือ Uniqlo ที่มีการทำสินค้าเดนิมที่เมืองลอสแอนเจลิสภายใต้ Denim Innovation Center

     สำหรับ Zara เองก็ได้มีการร่วมมือกับองค์กร Fur Free Alliance ในการไม่ใช้ขนสัตว์จริงในสินค้าใดๆ และยังมีการผลักดันความเท่าเทียมในหมู่พนักงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ หรือสีผิว โดยมีการทำงานภายใต้กรอบ United Nations Universal Declaration of Human Rights และยังเป็นพันธมิตรกับหลายกลุ่ม เช่น Open Business ที่โฟกัสแรงงานกลุ่ม LGBT เป็นหลัก

     ส่วนอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ Zara เพิ่งพัฒนาคือ Shape The Invisible Project ที่มีการจัดส่งเสื้อผ้าที่เหลือจากร้านหรือโรงงาน ไปให้นักเรียนแฟชั่นในมหาวิทยาลัย เช่น Parsons ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีช่วยเรื่องรีไซเคิลและยังช่วยเด็กนักเรียนที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงในการต้องซื้อผ้าเอง

 

หน่วยโลจิสติกส์ที่ Zaragoza ประเทศสเปน

 

อนาคตของ Zara จะเป็นอย่างไร?

     ผลประกอบการไตรมาสแรกของ Inditex ยอดขายของบริษัทสูงขึ้นมา 14% และทำเงินไป 5.6 พันล้านยูโร เว็บไซต์ Business of Fashion ได้จัดให้ Zara เป็นหนึ่งในบริษัทแฟชั่นที่ดีที่สุด ในส่วนของค่าตอบแทนและสวัสดิการสำหรับพนักงาน ทางเจ้าของแบรนด์ อามันซิโอ ซึ่งขณะนี้ก็เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในทวีปยุโรปด้วยมูลค่าสูงถึง 84.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

     สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ Zara ยังจะครองตำแหน่งมหาอำนาจทางแฟชั่นได้อีกกี่ปี โดยเฉพาะในระดับ Fast Fashion ซึ่งคู่แข่งหลักของแบรนด์นี้ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่น Uniqlo ก็ได้ประกาศว่าต้องการให้บริษัทพ่ออย่าง Fast Retailing Co., LTD เป็นบริษัทเสื้อผ้าค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2020 ส่วน H&M ก็เพิ่งมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Arket ที่กำลังได้รับความนิยม และช่วยเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ แต่เราเชื่อว่า Zara ก็คงไม่ได้อยู่เฉย ทั้งยังสรรหากลยุทธ์ใหม่ที่เหมาะสมกับดีเอ็นเอของแบรนด์ และสานต่อสิ่งที่ทำให้หลายคนหลงรัก Zara ตั้งแต่แรก ทั้งยังไม่เคยเบื่อที่จะเดินออกจากร้านพร้อมถุงกระดาษน้ำเงินและโลโก้สีน้ำตาล

 

     *หมายเหตุ: จำนวนร้านค้าและโรงงานผลิตเป็นข้อมูลตัวเลขทางการของ www.inditex.com เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ปี 2017 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 

 

อ้างอิง:

The post ถอดรหัส Zara กับความสำเร็จบนเส้นทางมหาอำนาจแห่งแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/the-success-of-zara-fashion/feed/ 0