อรรถพล เจริญชันษา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อรรถพล-เจริญชันษา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 23 Dec 2025 01:39:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา https://thestandard.co/department-national-parks-has-dispatched/ Tue, 23 Dec 2025 01:39:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1157095 กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา

วานนี้ (22 ธันวาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห […]

The post กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา

วานนี้ (22 ธันวาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงปฏิบัติการช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าได้รับการประสานจาก นาวาเอก อุดม กุลศิริปัญโญ เสนาธิการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (เสธ.กปช.จต.) กรณีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) เข้าตรวจสอบพื้นที่บ่อนกาสิโนร้าง ฝั่งตรงข้ามบ้านท่าเส้น ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา และตรวจพบสัตว์ป่าถูกขังทิ้งไว้ในกรงโดยไม่มีผู้ดูแล

 

จากการตรวจสอบพบสัตว์ป่าจำนวน 5 ตัว ประกอบด้วย สิงโต 1 คู่ (เพศผู้และเพศเมีย) หมีควาย 2 ตัว และหมีหมา 1 ตัว โดยทั้งหมดอยู่ในสภาพร่างกายซูบผอมและอิดโรยอย่างหนัก เนื่องจากขาดน้ำและอาหารเป็นเวลานาน

 

อรรถพล ได้สั่งการให้ สุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ประสานงานส่งทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) นำโดย อรุณ พงศ์ไพฑูรย์ เข้าพื้นที่เพื่อประเมินอาการและวางแผนเคลื่อนย้าย โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการให้การพยาบาลเบื้องต้นและควบคุมสถานการณ์เนื่องจากสัตว์มีสภาพอ่อนแอ

 

ขบวนรถเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าได้เดินทางออกจากพื้นที่แล้ว โดยแบ่งการส่งตัวเพื่อฟื้นฟูร่างกายดังนี้ กลุ่มหมีทั้ง 3 ตัว ถูกส่งไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนสิงโต 2 ตัว ถูกส่งไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี โดยคาดว่าจะถึงจุดหมายและอยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์ภายในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม

 

กรมอุทยานฯ ขอบคุณหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด สำหรับการแจ้งเบาะแสและการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจ จนสามารถช่วยเหลือสัตว์ป่าทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย

 

กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา 1กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา 2กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา 3กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา 4

 

อ้างอิง : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

The post กรมอุทยานฯ ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือสิงโต-หมี หลังนาวิกโยธินพบถูกทิ้งในสภาพวิกฤตในบ่อนกาสิโนร้างฝั่งกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานฯ ทยอยส่งคืนสัตว์ป่าของกลาง 961 ชีวิต กลับมาดากัสการ์ถิ่นกำเนิด https://thestandard.co/wildlife-return-madagascar-national-parks/ Mon, 02 Dec 2024 01:56:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1014945

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุท […]

The post กรมอุทยานฯ ทยอยส่งคืนสัตว์ป่าของกลาง 961 ชีวิต กลับมาดากัสการ์ถิ่นกำเนิด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้าการส่งคืนสัตว์ป่าของกลางที่มีชีวิตจำนวนรวม 961 ตัว กลับสู่ถิ่นกำเนิด ณ มาดากัสการ์ หลังจากมีพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พ.ต.อ. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นผู้ส่งมอบ และ Max Andonirina Fontaine รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน สาธารณรัฐมาดากัสการ์ เป็นผู้รับมอบ

 

สัตว์ป่าของกลางชุดนี้ประกอบด้วยสัตว์หายากที่เป็นสัญลักษณ์ของมาดากัสการ์ ได้แก่ ลีเมอร์หางวงแหวน (Ring-tailed Lemur) จำนวน 16 ตัว, ลีเมอร์สีน้ำตาล (Brown Lemur) จำนวน 31 ตัว, เต่าแมงมุม (Spider Tortoise) จำนวน 759 ตัว และเต่าลายรัศมี (Radiated Tortoise) จำนวน 155 ตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น (Endemic species) ที่พบได้เฉพาะในมาดากัสการ์เท่านั้น มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ และจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญา CITES ซึ่งเป็นบัญชีควบคุมการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศที่เข้มงวดที่สุด

 

สดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการส่วนการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามสัญญา เห็นว่าสัตว์มีจำนวนมาก การเดินทางใช้ระยะเวลานาน และเพื่อสวัสดิภาพของสัตว์ จึงต้องแบ่งการขนส่งเป็น 3 ล็อต โดยล็อตแรกเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เวลา 01.00 น. 

 

อัจฉริยาภรณ์ ไชยโย หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี รายงานว่า ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายลีเมอร์หางวงแหวน จำนวน 16 ตัว ไปถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 02.45 น. โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เจ้าของคดีเป็นผู้นำขบวนขนส่ง และกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามสัญญาเป็นผู้ดำเนินการส่งออก

 

แม้ว่าการขนส่งจะล่าช้ากว่ากำหนดเดิมที่วางแผนไว้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เนื่องจากต้องมีการปรับปรุงกล่องบรรจุให้ได้มาตรฐานการขนส่งสัตว์ป่ามีชีวิตระหว่างประเทศ แต่การดำเนินการยังคงเป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อความปลอดภัยของสัตว์

 

สำหรับแผนการขนส่งในล็อตถัดไป ภานุมาศ สามสีเนียม หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เปิดเผยว่า ล็อตที่ 2 จะเป็นการขนส่งลีเมอร์สีน้ำตาล 31 ตัว และเต่าลายรัศมี 155 ตัว ส่วนล็อตที่ 3 จะเป็นการขนส่งเต่าแมงมุม 759 ตัว ซึ่งสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระจะทยอยส่งมอบให้ DSI ดำเนินการตามกระบวนการต่อไปเมื่อมีความพร้อม โดยเฉพาะในด้านมาตรฐานการขนส่งเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์ป่าทุกตัว

 

อรรถพลกล่าวว่า ปฏิบัติการส่งคืนสัตว์ป่าครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการคืนสัตว์สู่ถิ่นกำเนิด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการร่วมมือกับนานาชาติเพื่อต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ซึ่งสัตว์ทั้งหมดจะได้รับการดูแลอย่างดีระหว่างการขนส่งและเมื่อกลับถึงประเทศต้นทาง เพื่อให้กลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยต่อไป

The post กรมอุทยานฯ ทยอยส่งคืนสัตว์ป่าของกลาง 961 ชีวิต กลับมาดากัสการ์ถิ่นกำเนิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฉลิมชัยสั่งกรมอุทยานฯ เตรียมพื้นที่ท่องเที่ยวต้อนรับฤดูหนาว ให้เที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย https://thestandard.co/chalermchai-dnp-winter-tourism-prep/ Sat, 02 Nov 2024 06:58:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1003061 เฉลิมชัย กรมอุทยาน

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post เฉลิมชัยสั่งกรมอุทยานฯ เตรียมพื้นที่ท่องเที่ยวต้อนรับฤดูหนาว ให้เที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฉลิมชัย กรมอุทยาน

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการให้ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมความพร้อมแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั่วประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวนี้ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินป่าและกิจกรรมอาบป่า (Forest Bathing) มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

 

ขณะที่ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติรวมมากกว่า 300 เส้นทาง มีระยะทางรวมมากกว่า 900 กิโลเมตร ระยะทางสั้นๆ ตั้งแต่ 100 เมตรไปจนถึงไกลสุด 64 กิโลเมตร โดยเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะไกล คือเส้นทางที่มีระยะทาง 2 กิโลเมตรขึ้นไป เน้นเรื่องของการออกกำลังกายกลางแจ้ง มีจำนวน 80 เส้นทาง

 

สำหรับในภาคเหนือ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ซึ่งมีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย ทั้งเส้นทางระยะไกลดอยภูแล, เส้นทางเด่นช้างนอน, เส้นทางน้ำตกขุนน้ำปัว, เส้นทาง 1,700 และเส้นทางดอกชมพูภูคา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่, เส้นทางดอยค้ำฟ้า ในอุทยานแห่งชาติผาแดง และจุดชมวิวยอดภูชี้ฟ้าในอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้าที่สวยงามโดดเด่น

 

ภาคกลางและภาคตะวันออก โดดเด่นด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก, สระบุรี, นครราชสีมา และปราจีนบุรี มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น น้ำตกกองแก้วและน้ำตกเหวสุวัต ส่วนในภาคกลางมีเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่ท้าทาย เช่น ยอดเขาโมโกจูในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชรและนครสวรรค์ เส้นทางเดินป่าระยะไกลยอดเขาเย็นและยอดเขาขนุนในอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชรและตาก

 

ภาคตะวันตกและภาคใต้ มีเส้นทางที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่ายางนาในอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกปุญญบาลในอุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี จังหวัดระนอง และเส้นทางชมบัวผุดบ้านสะพานนาคในอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งใหม่ ‘สันพญานาค’ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมชมทัศนียภาพที่สวยงามตลอดเส้นทาง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติต้นพระเจ้าห้าพระองค์ ในอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน จังหวัดน่านและพะเยา จุดชมทิวทัศน์ลานกางเต็นท์ม่อนพระยาแช่ และเส้นทางหน้าผากช้าง-กิ่วสน-ดอยฝรั่ง ในอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต จังหวัดลำปาง และเส้นทางเดินป่าระยะไกลยอดเขาหลวง อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหลายแห่ง เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศภูเขาสูง เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ระบบนิเวศป่าดิบเขา และดอยม่อนจองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ที่มีจุดชมวิวทิวทัศน์อันงดงาม

 

ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล กรมอุทยานฯ เตรียมพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลชื่อดังหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์และหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา, อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล และอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

 

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีป้ายสื่อความหมายและจุดพักตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลินในการรับบริการ

The post เฉลิมชัยสั่งกรมอุทยานฯ เตรียมพื้นที่ท่องเที่ยวต้อนรับฤดูหนาว ให้เที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีกรมอุทยานฯ ขอให้ทีมแพทย์ตัดสินใจร่วมกันว่าการย้ายช้างจะมีผลกระทบหรือไม่ ต้องทำอย่างรอบคอบ https://thestandard.co/joint-decision-to-move-the-elephants/ Fri, 11 Oct 2024 07:28:46 +0000 https://thestandard.co/?p=994843

วันนี้ (11 ตุลาคม) สืบเนื่องจากกรณี แสงเดือน ชัยเลิศ ผู […]

The post อธิบดีกรมอุทยานฯ ขอให้ทีมแพทย์ตัดสินใจร่วมกันว่าการย้ายช้างจะมีผลกระทบหรือไม่ ต้องทำอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 ตุลาคม) สืบเนื่องจากกรณี แสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ระบุเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า ขอให้ กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำช้าง 2 เชือก คือ ‘ขุนเดช’ และ ‘ดอกแก้ว’ ที่อยู่ในความดูแลของ Elephant Nature Park (ENP) กลับคืนไปหากเห็นว่าวิธีเลี้ยงไม่เหมาะสม

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับขุนเดชที่เป็นช้างป่าจำเป็นต้องได้รับหนังสืออนุมัติจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ลงนามโดยอธิบดีก่อน จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายได้

 

ล่าสุด THE STANDARD ได้สอบถาม อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อกรณีนี้ โดยอรรถพลยืนยันว่า ยังไม่ได้ลงนามในหนังสืออนุญาตเคลื่อนย้ายช้าง เพราะยังต้องรอให้ทีมแพทย์ประเมินความพร้อมของช้างก่อน ทั้งสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ และสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ก็ต้องประสานงานกัน

 

“ทางเราไม่ขัดข้องเรื่องการย้ายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการย้ายต้องไม่เกิดผลกระทบกับช้าง จึงต้องให้แพทย์เข้าไปพิจารณาก่อนว่าจะย้ายในรูปแบบใด สถานที่ซึ่งจะรับไปดูแลมีความพร้อมหรือไม่ ให้ทุกฝ่ายพร้อม และไม่เกิดผลกระทบกับตัวช้าง” อธิบดีกรมอุทยานฯ เผย

 

อรรถพลเผยว่า ตามที่ทุกฝ่ายได้ประชุมกันเมื่อวานนี้ (10 ตุลาคม) เห็นว่าต้องมีการตรวจสุขภาพช้างก่อน ซึ่งต้องทำอย่างรอบคอบ ส่วนตัวเชื่อว่าคงไม่นาน แต่ต้องให้แพทย์ตัดสินใจร่วมกัน และตนเองก็ได้พูดคุยกับทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ไม่ได้รับปากว่าจะเสร็จกระบวนการภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องรีบ แต่ขอให้มีความพร้อม

 

สำหรับขุนเดช เป็นช้างป่าที่ได้รับการช่วยเหลือจากการติดบ่วงล่าสัตว์ ทำให้ขาข้างหนึ่งมีลักษณะผิดปกติ และได้รับการตรวจจากสัตวแพทย์ของสถาบันคชบาลแห่งชาติฯ รวมถึงสัตวแพทย์จากสถาบันอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ

The post อธิบดีกรมอุทยานฯ ขอให้ทีมแพทย์ตัดสินใจร่วมกันว่าการย้ายช้างจะมีผลกระทบหรือไม่ ต้องทำอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานฯ เข้าช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว หลังมูลนิธิอนุรักษ์ช้างฯ น้ำท่วมหนัก ทางเข้าถูกตัดขาด ช้างหลายเชือกติดอยู่ในน้ำ https://thestandard.co/save-elephant-foundation-flood/ Fri, 04 Oct 2024 03:07:28 +0000 https://thestandard.co/?p=991521

วันนี้ (4 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าว THE STANDARD สัมภาษณ์ อรร […]

The post กรมอุทยานฯ เข้าช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว หลังมูลนิธิอนุรักษ์ช้างฯ น้ำท่วมหนัก ทางเข้าถูกตัดขาด ช้างหลายเชือกติดอยู่ในน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าว THE STANDARD สัมภาษณ์ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณี แสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ถนนราชมรรคา ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำได้ท่วมเข้ามาภายในมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมจนเต็มพื้นที่ น้ำสูงระดับวิกฤต และต้องเร่งอพยพช้างรวมถึงสัตว์ต่างๆ หนีน้ำ

 

ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เบื้องต้นส่งเรือและกำลังคนจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวและอุทยานแห่งชาติศรีลานนาเข้าไปช่วยเหลือ

 

อรรถพลยังระบุด้วยว่า มูลนิธิแห่งนี้มีช้างอยู่หลายสิบเชือกที่ยังติดอยู่ในน้ำ เบื้องต้นต้องหาที่อยู่ปลอดภัยให้กับช้าง ซึ่งต้องใช้กำลังคนจำนวนมากในการฉุดลากช้าง และปัญหาสำคัญคือถนนเส้นที่จะเข้าไปสู่พื้นที่ถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วมสูง ทำให้เจ้าหน้าที่ยังเข้าไม่ถึง ซึ่งเท่าที่ทราบแสงเดือนได้ประสานงานกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม อรรถพลยังระบุถึงสถานการณ์น้ำที่สะสมจนระบายไม่ทัน อาจต้องประสานกับมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมต่อไปว่าต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อป้องกันกรณีมีเหตุการณ์อุทกภัยอีกในอนาคต

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 07.00 น. ของวันนี้ แสงเดือนได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ต้องการความช่วยเหลือด่วนค่ะ ตอนนี้น้ำเข้าท่วมหนักมากกว่าเดิม เข้าท่วมเต็มพื้นที่แล้ว ในหมู่บ้านเข้าท่วมหมดแล้ว ดิฉันขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยส่งกำลังคนมาช่วยหน่อยค่ะ พิกัดตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้พวกเราไม่มีที่ไปแล้วค่ะ“

The post กรมอุทยานฯ เข้าช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว หลังมูลนิธิอนุรักษ์ช้างฯ น้ำท่วมหนัก ทางเข้าถูกตัดขาด ช้างหลายเชือกติดอยู่ในน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำ เฉือนทับลานคืนประชาชน ไม่มีเอื้อนายทุน | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow090767-2/ Wed, 10 Jul 2024 04:37:23 +0000 https://thestandard.co/?p=955853 thestandardnow090767-2

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำ เฉือนทับลานคืนปร […]

The post ชมคลิป: อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำ เฉือนทับลานคืนประชาชน ไม่มีเอื้อนายทุน | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandardnow090767-2

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำ เฉือนทับลานคืนประชาชน ไม่มีเอื้อนายทุน

The post ชมคลิป: อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำ เฉือนทับลานคืนประชาชน ไม่มีเอื้อนายทุน | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดราม่าเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลาน 2.65 แสนไร่ สุดท้ายเอื้อนายทุน หรือ ปชช.? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow090767/ Tue, 09 Jul 2024 11:18:40 +0000 https://thestandard.co/?p=955613

ดราม่าเพิกถอน อุทยานแห่งชาติทับลาน 2.65 แสนไร่ สุดท้ายเ […]

The post ชมคลิป: ดราม่าเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลาน 2.65 แสนไร่ สุดท้ายเอื้อนายทุน หรือ ปชช.? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดราม่าเพิกถอน อุทยานแห่งชาติทับลาน 2.65 แสนไร่ สุดท้ายเอื้อนายทุน หรือ ปชช.?

 

พูดคุยกับแขกรับเชิญ 2 ช่วง

 

ช่วงที่ 1 พูดคุยกับ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

ช่วงที่ 2 พูดคุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน ดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชีวะภาพ ชีวะธรรม อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และว่าสมาชิกวุฒิสภา

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ดราม่าเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลาน 2.65 แสนไร่ สุดท้ายเอื้อนายทุน หรือ ปชช.? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
พัชรวาทชี้ เพิกถอนพื้นที่ทับลานคืนประชาชนแค่ 50,000 ไร่ ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำคนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ไม่มีสิทธิ https://thestandard.co/patcharawat-returned-people-50000-rai/ Tue, 09 Jul 2024 04:27:21 +0000 https://thestandard.co/?p=955295

วันนี้ (9 กรกฎาคม) พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรั […]

The post พัชรวาทชี้ เพิกถอนพื้นที่ทับลานคืนประชาชนแค่ 50,000 ไร่ ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำคนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ไม่มีสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กรกฎาคม) พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการล่ารายชื่อคัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานที่ทับซ้อนกับที่ดินประชาชนกว่า 265,000 ไร่ว่า ขณะนี้กำลังทำประชาพิจารณ์โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของชาวบ้านประมาณ 50,000 ไร่ ส่วนนี้จะดูแลชาวบ้านเป็นหลัก ส่วนตัวเลข 265,000 ไร่เป็นพื้นที่เขตอุทยานทับลานทั้งหมด ไม่ใช่ที่ดินทำกินทั้งหมด 

 

ทั้งนี้คณะกรรมการอุทยานฯ จะเป็นผู้พิจารณา พร้อมย้ำว่าจะเร่งรัดให้พิจารณาภายใน 30 วัน ส่วนกระแสที่ประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วยเราก็พร้อมรับฟังแล้วนำมาพิจารณาภายหลัง โดยขั้นตอนกระบวนการทำประชาพิจารณ์​จะแล้วเสร็จในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 โดยรายละเอียดขอให้ถามอธิบดีกรมอุทยานฯ

 

คนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ ไม่ได้รับการยกเว้น 

 

ด้าน อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อดำเนินการแบ่งพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมา-ปราจีนบุรี จำนวนกว่า 265,000 ไร่ ไปให้ ส.ป.ก. ดูแลว่า ปัญหาพื้นที่พิพาทในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมีมานานกว่า 40 ปีแล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวก่อนเป็นอุทยานแห่งชาติเป็นป่าสงวนมาก่อน และจัดพื้นที่ให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้เข้าไปทำกิน เนื้อที่ประมาณ 58,000 ไร่ แต่หลังจากนั้นได้มีการประกาศอุทยานแห่งชาติไปทับพื้นที่ในส่วนนี้ซึ่งถือเป็นความบกพร่องของกรมป่าไม้ในอดีต จึงมีการเรียกร้องให้กันพื้นที่ออกจากอุทยาน และมีการสำรวจพื้นที่ใหม่อีกครั้งในปี 2543 แต่กระบวนการดังกล่าวไปไม่ถึงจุดหมาย 

 

อรรถพลระบุว่า หลายรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน และมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และมีมติให้กันพื้นที่ชุมชนจำนวนกว่า 265,000 ไร่ ให้เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในวันที่ 14 มีนาคม 2566 แต่บุคคลใดที่ถูกดำเนินคดีในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่ได้รับการยกเว้น

 

สรุปรับฟังความเห็นประชาชน-ออนไลน์ ภายใน 30 วัน 

 

อรรถพลยังเปิดเผยว่า จากมติดังกล่าวทำให้กรมอุทยานฯ ต้องมาดำเนินการปรับปรุงแนวเขต แต่จะทำได้ต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้งจากในพื้นที่และประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะสิ้นสุดในวันที่ 12 กรกฎาคม ก่อนจะรวบรวมเสนอให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติพิจารณาภายใน 30 วัน เพื่อมีมติเสนอต่อ ครม. ต่อไป โดยสิ่งสำคัญจะต้องยึดหลักข้อเท็จจริง ทั้งเรื่องการอยู่อาศัยทำกินและการดูแลรักษาผืนป่า เนื่องจากในจำนวน 265,000 ไร่ มีทั้งคนที่อยู่อาศัยอยู่เดิมจากการจัดสรรพื้นที่ และคนที่มาซื้อต่อเป็นมือที่ 2 มือที่ 3 รวมถึงกลุ่มรีสอร์ตที่ถูกดำเนินคดีกว่า 12,000 ไร่ 

 

ส่วนที่หลายคนมองว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เป็นการเอื้อนายทุน อรรถพลชี้แจงว่า รัฐบาลที่ผ่านมาพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้กับชาวบ้าน จึงเห็นว่าควรทำให้เป็นที่ดินของรัฐ และ ส.ป.ก. ก็ถือเป็นที่ดินของรัฐ ดังนั้น ส.ป.ก. จึงต้องเข้ามาพิจารณาตรวจสอบว่าใครมีสิทธิ ในส่วนของกรมอุทยานเองก็จะต้องไปพิจารณาร่วมกันในชั้นของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อเสนอต่อ ครม. พร้อมย้ำว่าบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายก็จะไม่มีคุณสมบัติถือครองที่ดินอยู่อย่างนั้น เพราะกังวลว่าหากมีการจัดสรรที่ไปแล้วจะเกิดผลกระทบให้นายทุนกลุ่มรีสอร์ตเข้าไปดำเนินการถือครองได้ 

 

ส่วนประชาชนจะต้องได้รับการจัดสรรพื้นที่จำนวนเท่าไรและใครจะได้บ้างนั้น อรรถพลระบุว่า ต้องไปหารือในชั้นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพราะคุณสมบัติแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอยู่มาแต่เดิม บางคนมาซื้อขายเปลี่ยนมือ บางคนเข้ามากว้านซื้อ จึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติผู้ครอบครองที่ดินของรัฐ 

 

เมื่อถามว่า มติ ครม. ให้ดำเนินการตามแผนที่ที่มีการรังวัดใหม่ในปี 2543 เสียงของประชาชนจะสามารถเปลี่ยนแปลงมติดังกล่าวได้หรือไม่ อรรถพลระบุว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา และเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอุทยานฯ ซึ่งตอนนี้มีการรับฟังความเห็นทั้งชาวบ้านในพื้นที่และในโลกออนไลน์ แต่ทุกอย่างต้องไปยุติที่คณะกรรมการอุทยานฯ เพื่อเสนอต่อ สคทช. หรือ ครม. หากมีมติให้ดำเนินการตามแผนที่ปี 2543 กรมอุทยานก็ต้องมาดำเนินการรังวัดเพื่อปรับแผนที่ท้ายกฎหมายใหม่

The post พัชรวาทชี้ เพิกถอนพื้นที่ทับลานคืนประชาชนแค่ 50,000 ไร่ ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำคนไม่มีคุณสมบัติ-รุกที่ไม่มีสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานฯ เดินหน้าแก้ปัญหาลิงลพบุรี หลังก่อปัญหาหนัก สั่งจับลิงหัวโจก ยืนยันไม่เอาไปปล่อยเขาใหญ่ https://thestandard.co/dnp-lopburi-monkey/ Wed, 03 Apr 2024 04:49:13 +0000 https://thestandard.co/?p=918714 ลิงลพบุรี

วันนี้ (3 เมษายน) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่ง […]

The post กรมอุทยานฯ เดินหน้าแก้ปัญหาลิงลพบุรี หลังก่อปัญหาหนัก สั่งจับลิงหัวโจก ยืนยันไม่เอาไปปล่อยเขาใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิงลพบุรี

วันนี้ (3 เมษายน) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานการแถลงข่าวแผนงานและการจัดตั้งกองอำนวยการจับลิงลพบุรี พร้อมด้วย วีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวด้วย ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  

 

อรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่สร้างความเดือดร้อน ทั้งการทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ ทำลายสิ่งของ และแย่งชิงอาหารของประชาชนในพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ จึงสั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน 

 

เบื้องต้นสั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับลิงที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งเป็นลิงหัวโจก บริเวณหน้าร้านเซ่งเฮงและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดลพบุรี ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองลพบุรี อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ซึ่งระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม และวันที่ 1-3 เมษายนที่ผ่านมา ดำเนินการจับลิงได้ทั้งหมด 37 ตัว แล้วได้นำลิงไปดูแลไว้ที่คลินิกสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1 สาขาสระบุรี เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพและสังเกตอาการลิง ก่อนเตรียมส่งไปดูแลที่ศูนย์พักพิงลิงโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ต่อไป 

 

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาลิงในพื้นที่จังหวัดลพบุรีนั้น ปัจจุบันมีจำนวนลิงในพื้นที่เมืองเก่าลพบุรีคาดว่าจะมีประมาณ 2,500 ตัว (สำรวจปี 2566 นับได้ 2,206 ตัว) ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กำหนดให้ตั้งกองอำนวยการจับเคลื่อนย้ายลิงเมืองเก่าลพบุรี โดยมีแผนเตรียมการจับ-เคลื่อนย้ายลิงเข้าศูนย์พักพิงลิงโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เฟสที่ 1 (จำนวน 3 กรง) 

 

โดยลำดับที่ 1 ดำเนินการจับลิงฝูงพื้นที่โรงแรมเอเชียและร้านเซ่งเฮงจำนวนประมาณ 200 ตัว จะนำไปใส่กรงที่ 3 ดำเนินการระหว่างวันที่ 18-20 เมษายน 2567 ลำดับที่ 2 ดำเนินการจับลิงฝูงด้านหน้าและด้านหลังร้านชโยวานิชจำนวนประมาณ 300 ตัว โดยจะนำไปไว้ในกรงที่ 2 ดำเนินการประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 และลำดับที่ 3 ดำเนินการจับลิงฝูงตลาดมโนราห์จำนวนประมาณ 237 ตัว จะนำไปไว้ในกรงที่ 1 ซึ่งจะดำเนินการประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 รวมดำเนินการจับเคลื่อนย้ายลิงเข้าศูนย์พักพิงลิงโพธิ์เก้าต้นของกรงเฟสแรกจำนวนประมาณ 700-800 ตัว 

 

ส่วนลิงที่เหลือประมาณ 1,500 ตัว จะรอการก่อสร้างกรงลิงเฟสที่ 2 ของศูนย์พักพิงลิงโพธิ์เก้าต้น หรือบริเวณวัดพระบาทน้ำพุ หรือสถานที่อื่นที่เหมาะสม ซึ่งกรมอุทยานฯ จะได้ประสานการดำเนินการต่อไป 

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประสานเทศบาลเมืองลพบุรี เพื่อเร่งปรับปรุงกรงพักพิงลิงที่ศูนย์พักพิงลิงโพธิ์เก้าต้น ซึ่งในเฟสที่ 1 (จำนวน 3 กรง) คาดว่าจะแล้วเสร็จ 1 กรงประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ ส่วนอีก 2 กรง เทศบาลเมืองลพบุรีจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเทศบาลเมืองลพบุรี 

 

สำหรับมาตรการที่ให้เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี เข้าดำเนินการจับลิงที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวด้วยการยิงยาสลบหรือวางกรงขนาดเล็กดักเป็นรายตัว ก็เพื่อช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้นในระหว่างรอกรงพักพิงลิงโพธิ์เก้าต้น (เฟสที่ 1) ให้มีความพร้อมเท่านั้น เมื่อกรงพร้อมก็จะระดมกำลังจับเคลื่อนย้ายลิงเข้ากรง โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการหารือและวางแผนการจับเคลื่อนย้ายลิงร่วมกับเทศบาลเมืองลพบุรีไว้เรียบร้อยแล้ว โดยลิงทุกตัวที่จับมาพักไว้ที่กรงพักพิงลิงจะต้องทำหมันก่อนทุกตัวอีกด้วย

 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เตรียมนำลิงที่จับได้จากเทศบาลเมืองลพบุรีไปไว้ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรีนั้น อรรถพลกล่าวยืนยันว่า จะไม่มีการย้ายลิงจากเทศบาลลพบุรีไปที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อย่างแน่นอน

The post กรมอุทยานฯ เดินหน้าแก้ปัญหาลิงลพบุรี หลังก่อปัญหาหนัก สั่งจับลิงหัวโจก ยืนยันไม่เอาไปปล่อยเขาใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานฯ ขอขึ้นเงินเดือนผู้พิทักษ์ป่าจาก 9,000 เป็น 11,000 บาท หลังไม่ปรับมา 11 ปี https://thestandard.co/dnp-forest-guard-salary/ Tue, 16 May 2023 09:04:25 +0000 https://thestandard.co/?p=791171 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

วันนี้ (16 พฤษภาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากร […]

The post กรมอุทยานฯ ขอขึ้นเงินเดือนผู้พิทักษ์ป่าจาก 9,000 เป็น 11,000 บาท หลังไม่ปรับมา 11 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

วันนี้ (16 พฤษภาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ได้ส่งหนังสือไปถึงอธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อขอปรับเพิ่มค่าตอบแทนหรือเงินเดือนของบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตำแหน่งผู้พิทักษ์ป่า จำนวน 13,419 อัตรา

 

เนื่องจากมีการปรับอัตราค่าตอบแทนครั้งสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 จาก 6,000 บาท เป็น 9,000 บาทต่อเดือน จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลานานถึง 11 ปีแล้ว ซึ่งถือว่าไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยหากเทียบเงินค่าตอบแทนกับภาระงานที่ปฏิบัติและความเสี่ยงภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านอื่นแล้ว จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างอย่างมาก ทั้งในด้านอัตราค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการ และขวัญกำลังใจ

 

โดยในเรื่องนี้ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบปัญหา และมีนโยบายให้ดูแลเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ และสวัสดิภาพ ของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าให้ดีที่สุด ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้ทำเรื่องส่งกรมบัญชีกลางเพื่อขอปรับค่าตอบแทนให้เป็นไม่เกิน 11,000 บาทต่อคนต่อเดือน และขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีภารกิจในการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า การป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรของชาติในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน พื้นที่ต้นน้ำชั้น 1 และพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ รวมกว่า 73 ล้านไร่

 

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจึงมีความจำเป็นและสำคัญมาก เนื่องจากการปฏิบัติงานภาคสนามและการอยู่ในพื้นที่ป่าเป็นงานที่มีลักษณะพิเศษเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีการออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ปราบปรามการลักลอบจุดไฟเผาป่า ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการวางแผนจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ ตลอดจนติดตาม จับกุม ควบคุมผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี เป็นต้น

 

กรมอุทยานฯ จึงต้องจ้างบุคคลภายนอก ซึ่งก็คือราษฎรในท้องถิ่นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความชำนาญในสภาพภูมิประเทศ มีทักษะในการเดินป่า เพื่อร่วมปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ โดยต้องออกไปลาดตระเวนในพื้นที่ป่าทุรกันดารตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน บางครั้งมีความจำเป็นต้องพักแรมในป่าจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ การปฏิบัติงานดังกล่าวมีความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดแก่สุขภาพจากสัตว์มีพิษ เชื้อโรค และภัยอันตรายต่างๆ ที่มีอยู่ในป่า นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอันเกิดจากสัตว์ป่าดุร้าย และที่สำคัญคืออันตรายจากผู้กระทำผิดในป่าที่มุ่งร้ายต่อเจ้าหน้าที่อีกด้วย

The post กรมอุทยานฯ ขอขึ้นเงินเดือนผู้พิทักษ์ป่าจาก 9,000 เป็น 11,000 บาท หลังไม่ปรับมา 11 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อรรถพล’ เข้ารับตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งสะสางปมทุจริต คืนความชอบธรรมเจ้าหน้าที่ป่า https://thestandard.co/athapol-acting-director-national-park/ Thu, 26 Jan 2023 05:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=742211

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กรมอุทยานแห่งชาติ […]

The post ‘อรรถพล’ เข้ารับตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งสะสางปมทุจริต คืนความชอบธรรมเจ้าหน้าที่ป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าทำหน้าที่รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่กรมอุทยานฯ เป็นวันแรก 

 

เมื่อเวลา 08.30 น. อรรถพลเริ่มต้นด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในกรมอุทยานฯ พร้อมถวายเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติงานวันแรก

 

จากนั้นได้กล่าวถึงสาเหตุที่เข้ามาทำหน้าที่รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าการแต่งตั้งตนเข้ามา เป็นการใช้อำนาจในการบริหารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งตนจะมีอำนาจหน้าที่เต็มที่เสมือนอธิบดีจริง 

 

ทั้งนี้ เป็นการเข้ามาช่วยบูรณาการงานต่างๆ ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมฯ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางรองอธิบดีกรมอุทยานฯ ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาราชการแทน แต่ยังคงติดขัดในเรื่องของการใช้อำนาจสั่งการต่างๆ ที่ยังไม่เต็มที่ ตนก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ 

 

อรรถพลกล่าวต่อไปว่า ได้รับนโยบายการทำงานจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกใน 8 เรื่อง ประกอบด้วย 

 

  1. การแก้ไขปัญหา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกแต่งตั้งโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม โดยจะเน้นผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ เช่น คนที่ถูกโยกย้ายไปแล้วไม่มีความเหมาะสมหรือไม่เกิดประโยชน์ โดยพิจารณาเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ทุกกรณี ดูจากข้อมูลการออกคำสั่งโยกย้ายเทียบกับข้อมูลหรือข้อร้องเรียนที่ได้รับ จะเริ่มพิจารณาในสัปดาห์หน้า จาก 300 ตำแหน่งการโยกย้ายที่มีปัญหา  
    โดยบุคคลต้องเหมาะสมกับงานและเกิดประโยชน์สูงสุด ต้องทำระบบให้ดี จัดสรรคนให้ตรงและเหมาะสมกับงาน ควบคู่กับสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ดีให้กับองค์กร คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้เข้าที่ เริ่มจากการเสริมฐานรากให้แข็งแรงก่อน ส่วนตัวเชื่อในความสามารถของเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคน 

 

  1. สร้างความโปร่งใสและถูกต้องในการทำงาน ทุกกิจกรรมสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ของแต่ละอุทยาน ยิ่งเป็นอุทยานแห่งชาติเกรด A ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ต้องดูแลเป็นพิเศษมากขึ้น 

 

  1. ยกระดับชุดดูแลปกป้องคุ้มครองพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นแนวป้องกัน ปราบปราม เพิ่มความเข้มงวดการรักษาผืนป่าและแก้ปัญหารีสอร์ตรุกเขตป่า 

 

  1. ดูแลการจัดสรรเขตป่าที่เสื่อมสภาพให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ทำกินและพัฒนาพื้นที่ 

 

  1. เร่งแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควันในภาคเหนือให้เป็นไปตามการจัดสรรงบประมาณอย่างเต็มที่ จะไม่ตัดงบประมาณ 

 

  1. ปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของกรมอุทยานฯ ใหม่ โดยให้แต่ละพื้นที่บริหารเชิงพื้นที่มากขึ้นในรูปแบบ Single Command พร้อมปรับลดหน่วยงานภาคสนามให้น้อยลงเพื่อลดความซ้ำซ้อน 

 

  1. สร้างขวัญกำลังใจใหม่ให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมา และมั่นใจในกระบวนการทำงานของกรมอุทยานฯ ดูแลสวัสดิการและค่าตอบแทนของผู้พิทักษ์ป่าให้จริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือการลาดตระเวน 

 

  1. เร่งผลักดันกองทุนจัดการปัญหาช้างป่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าและช่วยเหลือช้างป่า ด้วยการขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลางมาช่วยเหลือ 

 

อรรถพลกล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯ พร้อมสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการสืบสวนสอบสวนเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อผลประโยชน์อย่างเต็มที่ หรือมอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องไปให้การเพิ่มเติมหากมีการร้องขอ ทั้งในส่วนของกระบวนการสอบวินัยร้ายแรงและคดีอาญา โดยขอให้ไว้ใจกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่กำลังดำเนินการ พร้อมย้ำ ไม่รู้สึกกดดันในการเข้ามาทำงาน เพราะได้ทำงานอย่างเต็มที่และสามารถกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้

 

สำหรับอรรถพล จบจากคณะวนศาสตร์ รุ่น 49 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาโท สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และผ่านหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.1) สำนักงาน ก.พ. เติบโตมาจากงานป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดในการบุกรุกผืนป่ามาเกือบตลอดชีวิตราชการ เคยเป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าฉะเชิงเทรา (นักวิชาการป่าไม้ 7ว) อดีตผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมุทรสงคราม และผู้อำนวยการสำนักวิชาการป่าไม้ 

 

ต่อมาเป็นผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กระทั่งเดือนมิถุนายน 2560 ขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมป่าไม้ ประกาศภารกิจเน้นป้องกันปราบปรามการบุกรุกป่าไม้ และยังเป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) รวมถึงได้รับเครื่องหมายพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น

 

ปี 2561-2563 เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ปี 2564 ถูกโยกข้ามหน่วยไปเป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ปี 2565 เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

The post ‘อรรถพล’ เข้ารับตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งสะสางปมทุจริต คืนความชอบธรรมเจ้าหน้าที่ป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING: ตั้ง อรรถพล เจริญชันษา นั่งรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ หลังคนเก่าถูกเด้งปมเรียกรับเงิน https://thestandard.co/breaking-atthaphon-dnp-charoenchansa/ Wed, 25 Jan 2023 08:30:32 +0000 https://thestandard.co/?p=741869 BREAKING_NEWS

วันนี้ (25 มกราคม) วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรว […]

The post BREAKING: ตั้ง อรรถพล เจริญชันษา นั่งรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ หลังคนเก่าถูกเด้งปมเรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING_NEWS

วันนี้ (25 มกราคม) วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ได้ลงนามในคำสั่งและมีผลทันที ให้ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไปรักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและต่อเนื่องในการทำงาน

 

สำหรับกรณีนี้สืบเนื่องจากที่ รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คนก่อน ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับสินบนแลกกับการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ใต้บังคับบัญชา ตามที่สื่อได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ และในเวลาต่อมาถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งเพื่อสอบสวน จึงให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2565

 

ขณะที่ อรรถพล อรรถพล จบจากคณะวนศาสตร์ รุ่น 49 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาโท สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และผ่านหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.1) สำนักงาน ก.พ. เติบโตมาจากงานป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดในการบุกรุกผืนป่ามาเกือบตลอดชีวิตราชการ เคยเป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าฉะเชิงเทรา (นักวิชาการป่าไม้ 7ว) อดีต ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันและปราบปรามและควบคุมไฟป่า, ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมุทรสงคราม และผู้อำนวยการสำนักวิชาการป่าไม้

 

ต่อมาเป็น ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กระทั่งเดือนมิถุนายน 2560 ขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมป่าไม้ ประกาศภารกิจเน้นป้องกันปราบปรามการบุกรุกป่าไม้ และยังเป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) รวมถึงได้รับเครื่องหมายพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น

 

ปี 2561-2563 เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ปี 2564 ถูกโยกข้ามหน่วยไปเป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ปี 2565 เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

The post BREAKING: ตั้ง อรรถพล เจริญชันษา นั่งรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ หลังคนเก่าถูกเด้งปมเรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธหารือสหรัฐอเมริกาประเด็นการลดก๊าซมีเทน ปัญหาสำคัญการเกิด Climate Change ระดับโลก https://thestandard.co/varawut-discuss-us-methane-reduction/ Wed, 16 Nov 2022 11:40:02 +0000 https://thestandard.co/?p=710123

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ที่ Sharm El-Sheikh International […]

The post วราวุธหารือสหรัฐอเมริกาประเด็นการลดก๊าซมีเทน ปัญหาสำคัญการเกิด Climate Change ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ที่ Sharm El-Sheikh International Convention Center ประเทศอียิปต์ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย COP27 พร้อมด้วย จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ เกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เข้าหารือร่วมกับตัวแทนของประเทศสหรัฐอเมริกา จอห์น เคอร์รี ผู้แทนพิเศษว่าด้วยประเด็นสภาพภูมิอากาศ (Special Presidential Envoy for Climate) และคณะ ภายหลังจากการกล่าวถ้อยแถลงบนเวทีโลก

 

วราวุธกล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ ประเทศไทยได้บอกกล่าวเจตนารมณ์และเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกในปี 2030 หรือที่เรียกว่า NDC (Nationally Determined Contribution) รวมถึงการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการลดก๊าซเรือนกระจกในปี 2065 เป็นแนวทางสำคัญในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model) อย่างจริงจัง

 

วราวุธกล่าวต่อว่า สหรัฐอเมริกาได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องการปล่อยก๊าซมีเทนในประเทศไทยและทั่วโลก เพราะปัญหาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวันนี้เกิดจากก๊าซมีเทน ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งในประเทศไทยพบว่าสาเหตุหลักในการเกิดก๊าซมีเทนมาจากภาคการเกษตร ทำนาปลูกข้าวนับล้านไร่ เป็นการทำนาในลักษณะปล่อยน้ำขังไว้ในที่นาเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทนออกมา เช่นเดียวกับภาคปศุสัตว์ ก็มีการสร้างก๊าซมีเทนออกมาเช่นกัน ซึ่งก๊าซมีเทนถือว่ามีอานุภาพร้ายแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 26-28 เท่า โดยคาดหวังว่าการดำเนินงานดังกล่าวร่วมกัน รวมถึงจะสนับสนุนการรักษา Pathway 1.5 องศาเซลเซียส ตามเป้าหมายของความตกลงปารีสต่อไป

 

ดังนั้นทางสหรัฐฯ จึงมาหารือและเชิญชวนทุกประเทศช่วยกันหาแนวทางในการลดปริมาณก๊าซมีเทนลง พร้อมขอให้ประเทศไทยมาลงนามในข้อตกลง ซึ่งเรื่องนี้ประเทศไทยจะต้องรับไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแลภาคการเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงกระทรวงแรงงาน ในรายละเอียด และยังต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อนที่จะมีการลงนามในโอกาสต่อไป

The post วราวุธหารือสหรัฐอเมริกาประเด็นการลดก๊าซมีเทน ปัญหาสำคัญการเกิด Climate Change ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษรายงานคุณภาพอากาศรอบโรงงานสารเคมีรั่วไหลที่นครปฐม เข้าเกณฑ์ปกติ ปลอดภัยแล้ว https://thestandard.co/pcd-nakhon-pathom/ Thu, 22 Sep 2022 07:38:10 +0000 https://thestandard.co/?p=685128 กรมควบคุมมลพิษ

วันนี้ (22 กันยายน) สืบเนื่องจากเหตุการณ์สารเคมีของบริษ […]

The post กรมควบคุมมลพิษรายงานคุณภาพอากาศรอบโรงงานสารเคมีรั่วไหลที่นครปฐม เข้าเกณฑ์ปกติ ปลอดภัยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษ

วันนี้ (22 กันยายน) สืบเนื่องจากเหตุการณ์สารเคมีของบริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด (มหาชน) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เกิดการรั่วไหล หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดวาล์วในเวลา 06.35 น. แล้ว ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุคือช่วงระบบการผลิตเม็ดพลาสติก ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการสูดดมกลิ่นเหม็นเป็นบริเวณกว้าง   

 

เวลาต่อมา อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ลงสำรวจพื้นที่ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น 30 นาที มีจุดรั่ว 1 จุดจากอุปกรณ์ที่เป็นตัวระบายความร้อน จากการตรวจสอบพบสารเคมีรั่วออกมา 30 ลิตร ซึ่งสารที่รั่วนี้เป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับถ่ายเทความร้อน มีชื่อว่า ไบฟีนิล และไดฟีนิลออกไซด์ 75% อยู่ในกลุ่มอโรมาติกเบนซีน 

 

“สารนี้ระเหยได้ง่าย เมื่อกระจายไปในอากาศ กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เจือจางเร็วในอากาศ และไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่หากช่วงเกิดเหตุมีผู้อยู่ใกล้ และได้รับสารเคมีในปริมาณมาก จะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบ พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในสถานะปกติ ปลอดภัยแล้ว ผู้ที่อาศัยโดยรอบบริเวณไม่ได้รับผลกระทบด้านกลิ่น” อรรถพลกล่าว

 

ด้าน สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในโรงงาน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็ว ส่วนในช่วงเกิดเหตุรัศมีของกลิ่นกระจายไปสร้างผลกระทบให้กับประชาชนคาดว่ามากกว่า 10 กิโลเมตร เพราะที่ได้รับแจ้งมา เขตต่อเนื่องอย่างเขตทวีวัฒนาได้รับกลิ่นเช่นกัน

 

ทางจังหวัดได้แจ้งให้ประชาชนที่อยู่โดยรอบเข้ารับการตรวจสุขภาพที่สถานีอนามัย รวมถึงโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว มีข้อมูลว่ามีประชาชน 1 รายที่สูดดมสารเคมีเข้าไป ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครชัยศรี แพทย์ตรวจแล้วไม่มีผลกระทบอะไร จึงให้กลับบ้านได้

The post กรมควบคุมมลพิษรายงานคุณภาพอากาศรอบโรงงานสารเคมีรั่วไหลที่นครปฐม เข้าเกณฑ์ปกติ ปลอดภัยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงทรัพย์ฯ นำตรวจสอบเชื้ออีโคไลจากอุจจาระ ในน้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ หลังมีนักวิชาการโพสต์ข้อมูลจากงานวิจัย https://thestandard.co/doi-suthep-waterfall-disease/ Tue, 16 Aug 2022 00:47:59 +0000 https://thestandard.co/?p=667464 เชื้ออีโคไลจากอุจจาระ

วานนี้ (15 สิงหาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมล […]

The post กระทรวงทรัพย์ฯ นำตรวจสอบเชื้ออีโคไลจากอุจจาระ ในน้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ หลังมีนักวิชาการโพสต์ข้อมูลจากงานวิจัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชื้ออีโคไลจากอุจจาระ

วานนี้ (15 สิงหาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เตือนถึงน้ำตกแห่งหนึ่งก่อนขึ้นดอยสุเทพ ว่าเต็มไปด้วยเชื้ออีโคไล (E. coli) หรือเชื้อที่มาจากอุจจาระปนเปื้อนสูง พร้อมระบุชื่อ ซึ่งต่อมา จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทส. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา พร้อมทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน

 

อรรถพลกล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ได้ประสานข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของโพสต์ ทราบข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลที่นำเสนออ้างอิงจากผลการวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และไม่มีข้อมูลผลการตรวจสอบอีโคไลจากแหล่งอื่น จากข้อเท็จจริงข้างต้น หากการโพสต์มีการอ้างอิงเฉพาะรายงานการวิจัยชิ้นดังกล่าวที่ปรากฏเฉพาะข้อมูลผลตรวจแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม แต่ไม่มีผลตรวจอีโคไลโดยตรง การที่ผู้โพสต์สื่อให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นอีโคไล จะทำให้สาธารณชนสับสน เข้าใจคลาดเคลื่อน และเกิดความตื่นตระหนก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้ประชาชนรับทราบ

 

ทั้งนี้ การตรวจค่าอีโคไลเป็นพารามิเตอร์ที่กำหนดในมาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มเพื่อการบริโภค ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต่างจากการตรวจวิเคราะห์ปริมาณแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด และแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม เพื่อบ่งชี้การปนเปื้อนจากของเสียที่ออกมาจากสิ่งขับถ่ายของสัตว์เลือดอุ่นหรือมนุษย์ ซึ่งอาจมีการระบายน้ำเสียจากชุมชนหรือครัวเรือนลงแหล่งน้ำ เพื่อนำไปสู่การหาแนวทางการจัดการ

 

ในวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเก็บน้ำจำนวน 3 จุด คือ น้ำตกปีนปักป้าย น้ำตกรับเสด็จ และสะพานวัดผาลาด โดยการตรวจวัดหาปริมาณอีโคไล ทางศูนย์อนามัยที่ 1 เป็นผู้ตรวจวิเคราะห์ โดยใช้เวลา 7 วัน

The post กระทรวงทรัพย์ฯ นำตรวจสอบเชื้ออีโคไลจากอุจจาระ ในน้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ หลังมีนักวิชาการโพสต์ข้อมูลจากงานวิจัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่เร่งกันคราบน้ำมันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ด หลังสถานการณ์ยืดเยื้อเกือบ 1 สัปดาห์ ด้าน SPRC ขอเยียวยาทั้งระยะสั้นและยาว https://thestandard.co/officer-block-oil-leak-from-koh-samet/ Sun, 30 Jan 2022 06:24:17 +0000 https://thestandard.co/?p=588307 เจ้าหน้าที่เร่งกันคราบน้ำมันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ด

วานนี้ (29 มกราคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บัญชาการสถ […]

The post เจ้าหน้าที่เร่งกันคราบน้ำมันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ด หลังสถานการณ์ยืดเยื้อเกือบ 1 สัปดาห์ ด้าน SPRC ขอเยียวยาทั้งระยะสั้นและยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่เร่งกันคราบน้ำมันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ด

วานนี้ (29 มกราคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บัญชาการสถานการณ์กู้คราบน้ำมันรั่วไหลที่จังหวัดระยองได้เปิดแถลงข่าวถึงสถานการณ์ความคืบหน้าในการปฏิบัติการกู้คราบน้ำมัน โดยมี ชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, อัธยา นวลอุทัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดระยอง (ปภ. ระยอง) และ พงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารระบบความปลอดภัยคุณภาพสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ร่วมแถลงข่าว

 

โดยชาญนะกล่าวว่า หลังจากมีคราบน้ำมันกระจายขึ้นฝั่งหาดแม่รำพึง 2 จุด ได้มีการเร่งกำจัดตลอดทั้งวัน โดยการดูดคราบน้ำมันไปจัดเก็บตามกระบวนการที่ถูกต้อง พร้อมกับใช้กระดาษซับคราบน้ำมันบนพื้นทราย จนปริมาณลดลงมาก ยังเหลือน้ำมันอีกจำนวนหนึ่งอยู่ห่างฝั่งประมาณ 3 ไมล์ทะเล จากการจำลองทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน ยังไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ เจ้าหน้าที่พยายามป้องกันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ดซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น

 

ด้านอรรถพลกล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษได้ผนึกกำลังกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และทุกภาคส่วน ในการเร่งกำจัดคราบน้ำมันให้สลายไปโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังปฏิบัติการเพิ่มเติมคือ การกันคราบน้ำมันไม่ให้เข้าพื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ดและพื้นที่เกาะเสม็ด ซึ่งเป็นแหล่งปะการังและหญ้าทะเลจำนวนมาก 

 

โดยภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า มวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่สีดำเข้มมีจำนวน 51 ตารางกิโลเมตร และคราบน้ำมันที่เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งมีทิศทางที่จะเข้าพื้นที่บริเวณก้นอ่าว หาดแม่รำพึง พื้นที่อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด และอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด โดยในวันที่ 30 มกราคม ต้องเพิ่มโซนวางทุ่นป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันเข้าพื้นที่ดังกล่าว

 

ขณะที่พงษ์กรณ์กล่าวเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทาง SPRC พร้อมรับผิดชอบ เยียวยาทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างเหมาะสม ส่วนความชัดเจนสาเหตุที่เกิดน้ำมันรั่วไหล พบจุดรั่วอยู่ที่ท่ออ่อนโหลดน้ำมันลึกประมาณ 25 เมตร โดยจะนำขึ้นมาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

The post เจ้าหน้าที่เร่งกันคราบน้ำมันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ด หลังสถานการณ์ยืดเยื้อเกือบ 1 สัปดาห์ ด้าน SPRC ขอเยียวยาทั้งระยะสั้นและยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝุ่น PM2.5 ใน กทม. สูงขึ้นระยะสั้น จากสภาพอากาศปิด หลังวันที่ 23 ต.ค. สภาพอากาศจะดีขึ้น https://thestandard.co/pm2-5-dust-bkk/ Fri, 22 Oct 2021 01:56:31 +0000 https://thestandard.co/?p=551021 PM2-5 dust

วานนี้ (21 ตุลาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพ […]

The post ฝุ่น PM2.5 ใน กทม. สูงขึ้นระยะสั้น จากสภาพอากาศปิด หลังวันที่ 23 ต.ค. สภาพอากาศจะดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
PM2-5 dust

วานนี้ (21 ตุลาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงกรณีฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีแนวโน้มสูงขึ้นช่วงวันที่ 19-20 ตุลาคมว่า สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศปิด และจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นประมาณ 3-4 วันแล้วจะหายไป 

 

โดยศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล คือระดับชั้นความสูงผสมมีแนวโน้มที่ต่ำตั้งแต่วันที่ 20-22 ตุลาคม จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นช่วงวันที่ 23 ตุลาคม พลังงานในการยกตัวมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19-20 ตุลาคม จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในวันที่ 22-23 ตุลาคม ดัชนีการยกตัวมีแนวโน้มที่สูงขึ้น หมายถึงลักษณะอากาศนิ่งไม่ส่งผลดีต่อการระบายฝุ่นช่วงวันที่ 19-20 ตุลาคม จะมีแนวโน้มลดลงช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม และสุดท้ายความเร็วลมเป็นลมอ่อนระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม แต่จะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นวันที่ 23 ตุลาคม 

 

ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 สูงขึ้นในระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคมเท่านั้น จากนั้นสภาพอากาศจะดีขึ้นหลังวันที่ 23 ตุลาคมนี้

 

ขณะที่วันนี้ (22 ตุลาคม) กทม. โดยศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของ กทม. ประจำวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) 

 

ตรวจวัดได้ 16-39 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.)  

 

ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของ กทม. ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศดีมาก

 

ด้าน ธนกร วังบุญชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงประชาชน หลังเว็บไซต์ IQAir ได้รายงานคุณภาพอากาศของประเทศไทย เมื่อวานนี้ (21 ตุลาคม) พบค่ามลพิษฝุ่น PM2.5 AQI เกินร้อยซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพใน 10 สถานที่

 

“นายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กในพื้นที่ดัชนีคุณภาพอากาศที่อยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ขอให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ รวมทั้งยังต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา เพื่อป้องกันฝุ่นละอองรวมทั้งลดปัจจัยเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อโควิด พร้อมให้หน่วยงานด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมติดตามสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนอย่างสม่ำเสมอด้วย” ธนกรกล่าว

 

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

PM2-5 dust

The post ฝุ่น PM2.5 ใน กทม. สูงขึ้นระยะสั้น จากสภาพอากาศปิด หลังวันที่ 23 ต.ค. สภาพอากาศจะดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเผย สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แม่ฮ่องสอน-เชียงราย ยังวิกฤต เฉลี่ย 120-160 มคก./ลบ.ม. https://thestandard.co/mae-hong-son-chiang-rai-pm2-5-dust-be-still-critical/ Mon, 15 Mar 2021 06:45:48 +0000 https://thestandard.co/?p=464957 กรมควบคุมมลพิษเผย สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แม่ฮ่องสอน-เชียงราย ยังวิกฤต เฉลี่ย 120-160 มคก./ลบ.ม.

วันนี้ (15 มีนาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพ […]

The post กรมควบคุมมลพิษเผย สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แม่ฮ่องสอน-เชียงราย ยังวิกฤต เฉลี่ย 120-160 มคก./ลบ.ม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเผย สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แม่ฮ่องสอน-เชียงราย ยังวิกฤต เฉลี่ย 120-160 มคก./ลบ.ม.

วันนี้ (15 มีนาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ทั่วประเทศหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือยังคงวิกฤตอยู่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังมีค่าฝุ่นระดับสีแดงทั้ง PM2.5 และ PM10 สูงกว่า 120-160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)

 

จากการดำเนินมาตรการด้านต่างๆ ของภาครัฐและประชาชนช่วยลดฝุ่นละอองลงได้บางส่วน จึงขอให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง สาเหตุเกิดจากสภาพอุตุนิยมวิทยาและการเผาในที่โลง ประกอบกับได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยกรมควบคุมมลพิษได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาลง

 

ขณะที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีถึงคุณภาพปานกลาง เนื่องจากมีลมพัดช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นลงได้ โดยศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post กรมควบคุมมลพิษเผย สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แม่ฮ่องสอน-เชียงราย ยังวิกฤต เฉลี่ย 120-160 มคก./ลบ.ม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ยกระดับรับมือระยะที่ 2 สั่งชะลอก่อสร้างขนาดใหญ่ 2-3 วัน มอบ ผอ.เขต-ร.ร. ประเมินปิดเรียนหาก PM2.5 วิกฤต https://thestandard.co/bma-postpone-phase-2-if-pm2point5-critical/ Tue, 15 Dec 2020 12:24:44 +0000 https://thestandard.co/?p=431859 กทม. ยกระดับรับมือระยะที่ 2 สั่งชะลอก่อสร้างขนาดใหญ่ 2-3 วัน มอบ ผอ.เขต-ร.ร. ประเมินปิดเรียนหาก PM2.5 วิกฤต

วันนี้ (15 ธันวาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรถพล เจริญชันษา […]

The post กทม. ยกระดับรับมือระยะที่ 2 สั่งชะลอก่อสร้างขนาดใหญ่ 2-3 วัน มอบ ผอ.เขต-ร.ร. ประเมินปิดเรียนหาก PM2.5 วิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ยกระดับรับมือระยะที่ 2 สั่งชะลอก่อสร้างขนาดใหญ่ 2-3 วัน มอบ ผอ.เขต-ร.ร. ประเมินปิดเรียนหาก PM2.5 วิกฤต

วันนี้ (15 ธันวาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยอมรับว่า จากสภาพอากาศที่ก่อให้เกิดผลกระทบสะสมฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันมา 3-4 วัน โดยวันนี้พบจุดแดง 14 จุดทั่วพื้นที่ ซึ่งเช้าวันนี้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักเร่งรัดประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดขอบเขตยกระดับการปฏิบัติจากเบาไปสู่มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น โดยวันนี้ได้มีการปรับแผนเพิ่มเติมด้วยการตรวจสกัดควันดำและจุดกำเนิดที่มาจากภาคการจราจร โดยเฉพาะการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล รวมถึงรถยนต์ที่ไม่มีการตรวจสภาพ ซึ่งจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น รวมถึงเฝ้าระวังการเผาในที่โล่ง โดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตปริมณฑลโดยรอบให้งดการเผา ตั้งแต่วันที่ 14-17 ธันวาคม และหากประเมินสถานการณ์แล้วยังคงเป็นเช่นนี้ อาจต้องขยายระยะเวลาออกไป

 

ทั้งนี้ยังขอความร่วมมือจากประชาชนให้ความร่วมมือกับนโยบายของรัฐบาล เพราะไม่อยากยกระดับมาตรการทำให้ประชาขนเดือดร้อนในการสัญจร

 

ขณะที่ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายว่า ในช่วงนี้ที่อากาศหนาว เพดานอากาศต่ำ ทำให้สภาพฝุ่นชัดเจน ประกอบกับความกดอากาศสูงที่อ่อนกำลังลง ทำให้ลมอ่อนตัวและฝุ่นจับตัวหนาแน่น พร้อมเผยข่าวดีว่า 1-2 วัน ความกดอากาศสูงทางตอนใต้ของประเทศจีนจะเคลื่อนมา ลมจะพัดแรงขึ้น ฝุ่นจะกระจายตัวได้เร็ว 

 

ขณะที่ ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า สถานการณ์ในขณะนี้มีค่าเฉลี่ยเกินค่ามาตรฐานสูงขึ้น 74.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยขณะนี้ กทม.ได้ยกระดับรับมือเป็นระดับที่ 2 จะเพิ่มมาตรการ เช่น บังคับใช้กฎหมายพื้นที่งดการเผา ส่วนกิจกรรมที่มีการก่อสร้างขนาดใหญ่จะมีการชะลอออกไป เช่น การถมดิน เคลื่อนรถบรรทุกที่จะทำให้เกิดฝุ่น การขุดเจาะ โดยขอให้งดกิจกรรม 2-3 วันนี้ แต่กิจกรรมที่สามารถทำได้ เช่น ตกแต่งภายใน ส่วนการฉีดน้ำ ยอมรับว่า การฉีดน้ำขึ้นฟ้าช่วยได้เพียงนิดหน่อย จึงขอรณรงค์ให้ฉีดน้ำใน 4 ลักษณะ คือการพ่นละอองน้ำใส่ใบไม้ต้นไม้ การฉีดเพื่อพ่นล้างถนน ฉีดน้ำในพื้นที่ก่อสร้าง และการฉีดน้ำบนอาคาร

 

ส่วนการปิดโรงเรียน ให้ผู้อำนวยการเขตประสานไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาความพร้อมของแต่ละโรงเรียน เพราะอาจมีบางพื้นที่มีค่า PM 2.5 สูง

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post กทม. ยกระดับรับมือระยะที่ 2 สั่งชะลอก่อสร้างขนาดใหญ่ 2-3 วัน มอบ ผอ.เขต-ร.ร. ประเมินปิดเรียนหาก PM2.5 วิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเตรียมแผนรับมือแก้ไขปัญหา PM2.5 หลังพบหลายพื้นที่ใน กทม. มีค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น https://thestandard.co/pcd-prepare-a-plan-handling-pm2-5/ Tue, 27 Oct 2020 04:13:04 +0000 https://thestandard.co/?p=412930 กรมควบคุมมลพิษเตรียมแผนรับมือแก้ไขปัญหา PM2.5 หลังพบหลายพื้นที่ใน กทม. มีค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น

วันนี้ (27 ตุลาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพ […]

The post กรมควบคุมมลพิษเตรียมแผนรับมือแก้ไขปัญหา PM2.5 หลังพบหลายพื้นที่ใน กทม. มีค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเตรียมแผนรับมือแก้ไขปัญหา PM2.5 หลังพบหลายพื้นที่ใน กทม. มีค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น

วันนี้ (27 ตุลาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่าระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว มีอุณหภูมิต่ำลง ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถกระจายตัว จึงทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 และฝุ่นละอองขนาดใหญ่ หรือ PM10 โดยเฉพาะพื้นที่ในเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร และ 17 จังหวัดของภาคเหนือที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 

 

ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษมีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งหลายหน่วยงานนำแผนไปปฏิบัติและปรับปรุงการดำเนินงานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการควบคุมปริมาณและจำกัดการใช้รถขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล สร้างความเข้าใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดำเนินชีวิตไม่ให้ฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ผ่านคณะทำงานสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ในการหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมด้านการจราจรและท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนร่วมช่วยลดค่า PM2.5 

 

สำหรับมาตรการป้องกันในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคเหนือ รัฐบาลได้พัฒนาแอปพลิเคชันจัดระเบียบการเผาหรือจองเบิร์น เข้าคิวการเผา เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นของการเผาที่ก่อผลกระทบต่อ PM2.5 และ PM10 เป็นการจัดระเบียบการเผาในพื้นที่เกษตร การเผาป่า และการเผาในที่โล่ง ควบคู่กับมาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนถึงฤดูกาลหรือชิงเผา เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ไหม้ซ้ำซาก และเมื่อถึงช่วงที่เกิดไฟป่า ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในระดับจังหวัดจะเข้ามาทำงานร่วมกับภาคประชาชน 

 

นอกจากนี้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ยังได้ดำเนินโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เพื่อช่วยสนับสนุนท้องถิ่นชุมชนให้มีความพร้อมเผชิญปัญหาไฟป่า ป้องกันไฟป่า และดับไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว  

 

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันเริ่มพบค่าปริมาณฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผลการตรวจของวันนี้จาก Air4Thai พบว่าพื้นที่ริมถนนพระราม 3 เจริญกรุง เขตบางคอแหลม มีปริมาณฝุ่น PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานถึง 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่หลายพื้นที่มีคุณภาพอากาศระดับปานกลางและอยู่ในระดับอากาศที่ดี

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post กรมควบคุมมลพิษเตรียมแผนรับมือแก้ไขปัญหา PM2.5 หลังพบหลายพื้นที่ใน กทม. มีค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>