อภิวัฒน์ ขันทอง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อภิวัฒน์-ขันทอง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 14 Nov 2022 07:54:02 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘ส.ส. อมรัตน์’ ก้าวไกล รับทราบหมายจับคดีโพสต์หมิ่นประยุทธ์ เป็นนายกฯ โจร เมื่อปี 2564 https://thestandard.co/amarat-acknowledge-arrest-warrant/ Mon, 14 Nov 2022 07:54:02 +0000 https://thestandard.co/?p=708757

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ […]

The post ‘ส.ส. อมรัตน์’ ก้าวไกล รับทราบหมายจับคดีโพสต์หมิ่นประยุทธ์ เป็นนายกฯ โจร เมื่อปี 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบหมายจับ กรณีโพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ ซึ่งเปิดบัญชีแบบสาธารณะ ข้อความระบุว่า “โจรอุ้มโจร เจ้าข้าเอ้ย ใช่เลย นายกโจรอุ้มเด็กเดินยา นายกก็ปล้นเขามา เจ้าข้าเอ้ย” เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564

 

โดยต่อมา อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับอมรัตน์ ซึ่งระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการใช้ถ้อยคำที่เป็นการดูหมิ่น และต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2565

 

อมรัตน์กล่าวว่า ก่อนเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่วันนี้ ตนยอมรับว่าไม่ทราบว่าเป็นหมายจับ ได้ทราบรายละเอียดจากทางสื่อ ซึ่งสัปดาห์นี้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรงดจัดเนื่องจากมีการจัดประชุม APEC สัปดาห์นี้จึงเป็นสัปดาห์ที่ตนมีเวลาว่าง และได้มอบหมายให้ทนายความติดต่อทางเจ้าหน้าที่เพื่อรายงานตัวในคดี

 

ส่วนตัวไม่ได้กังวลกับคดีนี้ และเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พิสูจน์ในชั้นศาลว่าผู้ที่ทำรัฐประหาร ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีพฤติกรรมเช่นนั้นจริงหรือไม่ตามที่ตนได้โพสต์ข้อความไปจนเกิดการดำเนินคดี

 

อมรัตน์กล่าวต่ออีกว่า ยืนยันไม่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เมื่อเทียบกับเยาวชนที่โดนคดีร้ายแรงตลอดเวลาที่ผ่านมา ส่วนตัวโดนแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเบากว่า เพราะเป็นกรณีหมิ่นประมาท ไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

ส่วนกรณีที่ผ่านมาตนได้ขอเลื่อนการพบเจ้าหน้าที่มาตลอด เนื่องจากการเป็น ส.ส. ทำงานในสภา เป็นกรรมาธิการลงพื้นที่ เป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องประชุม ลงพื้นที่ต่างจังหวัด บางครั้งที่โดนหมายเรียกจาก สน. ก็ไม่สบาย แต่ทุกครั้งได้มีเอกสารหลักฐานยืนยันมาทางเจ้าหน้าที่ครบถ้วน รวมไปถึงในส่วนบ้านที่อาศัยและบ้านตามทะเบียนบ้านเป็นคนละที่กัน จึงไม่แน่ใจว่าบางหมายอาจจะตกหล่น และตนก็สับสนว่าคดีไหนเป็นคดีไหน แต่ไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยง

 

อมรัตน์กล่าวด้วยว่า ตนเป็นผู้แทนราษฎร มีไมโครโฟนเป็นผู้แทนประชาชนที่จะพูดเรื่องที่เขาอึดอัด ตนจึงขอใช้โอกาสออกมาพูดแทนประชาชนเหล่านั้น สำหรับคดีหมิ่นประมาทจากกรณีวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้มีตนเท่านั้นที่โดนดำเนินคดี แต่ที่ผ่านมายังมีศิลปิน ดารา อาจารย์ที่โดนตามกันไป

 

วันนี้ตนอยากถามกลับไปว่า คดีบ่อน ซ่องในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ตั้งใจทำ กระตือรือร้นเหมือนที่ทำคดีหมิ่นประมาทกับบุคคลที่พาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีหรือไม่

 

โดยบรรยากาศรอบ สน.นางเลิ้ง มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจและมอบดอกไม้ตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งปักหลักติดตามผลภายหลังที่อมรัตน์เข้าพบเจ้าหน้าที่

 

The post ‘ส.ส. อมรัตน์’ ก้าวไกล รับทราบหมายจับคดีโพสต์หมิ่นประยุทธ์ เป็นนายกฯ โจร เมื่อปี 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา หนุ่มโพสต์ยุยงให้คุกคามลูกสาวฝาแฝดนายกฯ https://thestandard.co/5-years-imprisonment-without-parole-wuttichai/ Fri, 27 May 2022 04:02:46 +0000 https://thestandard.co/?p=634453

วานนี้ (26 พฤษภาคม) อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมน […]

The post ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา หนุ่มโพสต์ยุยงให้คุกคามลูกสาวฝาแฝดนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (26 พฤษภาคม) อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน ซึ่งได้รับมอบอำนาจจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อ วุฒิชัย สฤษฎ์เลิศวรสิน หลังทวีตข้อความคุกคามยุยงเชิญชวนเจอให้คุกคามบุตรสาวฝาแฝดของ พล.อ. ประยุทธ์

 

ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ตัดสินจำคุกวุฒิชัย 7 ปีครึ่ง แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา

 

อภิวัฒน์กล่าวว่า ตนได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 โดยมี พ.ต.อ. ภูมิยศ เหล็กกล้า ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พ.ต.ท. อธิชย์ ดอนนันชัย รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ได้ออกหมายเรียกวุฒิชัยมาพบพนักงานสอบสวน

 

จากนั้นจึงขอหมายค้นที่พัก ตรวจสอบอุปกรณ์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และสิ่งที่เกี่ยวข้อง พบหลักฐานว่าผู้ต้องหาไม่ได้ถูกแฮ็กตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างแต่อย่างใด จนท้ายที่ได้ให้การรับสารภาพ และถูกนำตัวส่งฟ้องศาล นำมาสู่การตัดสินคดี

The post ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา หนุ่มโพสต์ยุยงให้คุกคามลูกสาวฝาแฝดนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เอาผิด ‘อภิวัฒน์ ขันทอง’ ฐานแจ้งความเท็จ หลังเข้าแจ้งความตนเองหมิ่นประมาทรัฐบาลโดยไม่มีอำนาจ https://thestandard.co/apiwat-khanthong-perjury-270764/ Tue, 27 Jul 2021 05:40:25 +0000 https://thestandard.co/?p=517891 อภิวัฒน์ ขันทอง

วันนี้ (27 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการก […]

The post ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เอาผิด ‘อภิวัฒน์ ขันทอง’ ฐานแจ้งความเท็จ หลังเข้าแจ้งความตนเองหมิ่นประมาทรัฐบาลโดยไม่มีอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิวัฒน์ ขันทอง

วันนี้ (27 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการกองปราบปราม ถนนพหลโยธิน อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี อภิวัฒน์ ขันทอง ในข้อหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา จากกรณีที่อภิวัฒน์แจ้งความดำเนินคดีอัจฉริยะที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เนื่องจากอภิวัฒน์อ้างว่าได้รับหนังสือมอบอำนาจจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่ามีอำนาจในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับบุคคลทั่วไปที่มีการพาดพิงรัฐบาลหรือมีการกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีในทางเสื่อมเสีย

 

 

อัจฉริยะกล่าวต่อไปว่า สืบเนื่องจากวันที่ 29 กรกฎาคม อภิวัฒน์ได้แจ้งข้อกล่าวหาตนเองในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากตนเองได้ทำการไลฟ์สดและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่องขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวที่กระทบต่อภาพรวมของประเทศ

 

ซึ่งหลังจากที่ตนได้ดูหนังสือคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ก็พบว่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้มอบอำนาจให้อภิวัฒน์มาร้องทุกข์หรือดำเนินการแจ้งความแทนตนเองแต่อย่างใด

 

ในส่วนของข้อหาแรกที่มีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หากมองในข้อเท็จจริง ข้อหานี้สามารถแจ้งความได้เนื่องจากเป็นคดีอาญาต่อแผ่นดิน แต่เนื่องจากว่าขณะที่ตนเองไลฟ์สดนั้นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นพนักงานอัยการศาลแขวงดุสิตจึงคืนสำนวนมาให้กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง และเปลี่ยนข้อหาเป็นความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาแทน

 

อย่างไรก็ตาม หากจะแจ้งความฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาซึ่งเป็นความผิดส่วนตัว นายกรัฐมนตรีจะต้องมีการมอบอำนาจให้อภิวัฒน์เป็นผู้ดำเนินคดีแทนก่อน แต่ในกรณีนี้ตรวจสอบแล้วพบว่า อภิวัฒน์ไม่มีอำนาจในการแจ้งความดำเนินคดีแทนนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการกระทำของอภิวัฒน์จึงเป็นการแจ้งความเท็จ

The post ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เอาผิด ‘อภิวัฒน์ ขันทอง’ ฐานแจ้งความเท็จ หลังเข้าแจ้งความตนเองหมิ่นประมาทรัฐบาลโดยไม่มีอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนบันเทิง Call out เตรียมโดนหมายเรียกอีก หลังตัวแทนนายกฯ แจ้งเอาผิด ‘ต้อม ยุทธเลิศ – น้ำ พัชรพร มิสแกรนด์ฯ’ https://thestandard.co/call-out-entertainers-prepare-to-be-summoned-again/ Thu, 22 Jul 2021 08:56:26 +0000 https://thestandard.co/?p=515967 Piya Tawichai

วันนี้ (22 กรกฎาคม) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชากา […]

The post คนบันเทิง Call out เตรียมโดนหมายเรียกอีก หลังตัวแทนนายกฯ แจ้งเอาผิด ‘ต้อม ยุทธเลิศ – น้ำ พัชรพร มิสแกรนด์ฯ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Piya Tawichai

วันนี้ (22 กรกฎาคม) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการดำเนินคดีกับดารานักร้อง และมีการเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้งในวันนี้ กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ อภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ดูหมิ่น และหมิ่นประมาทการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (คตส.) ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ให้ดำเนินคดีกับ ดนุภา คณาธีรกุล หรือ มิลลิ ดารานักร้อง ในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ซึ่งได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ ‘ไอนวยเอง (@millimdk)’ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 11.00 น. โดยมีเนื้อหาดูหมิ่นรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี โดยการโฆษณา ทำให้ได้รับความเสียหาย ให้ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง พนักงานสอบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริงตามกล่าวหา จึงได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ต่อมาวันนี้ เวลา 10.00 น. มิลลิได้เดินทางมา สน.นางเลิ้ง ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว และให้การยอมรับว่ากระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท

 

กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงเตือนผู้ที่จะโพสต์เผยแพร่ข้อความ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง ศิลปิน ที่ได้โพสต์ Call out ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 25 และ 34 แต่ต้องเป็นการกระทำโดยสุจริตและไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น กรณีการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม หรือดูหมิ่นผู้อื่นโดยการโฆษณาและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 หรือ 393 หากเป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) อีกส่วนหนึ่งด้วย

 

พล.ต.ต. ปิยะ ยังเปิดเผยด้วยว่า มีบุคคลมีชื่อเสียงเข้าข่ายความผิด 20-25 ราย รวมถึงบุคคลที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือสร้างข่าวปลอม (เฟกนิวส์) โดย บช.น. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) ในการดำเนินคดี ทั้งนี้ ถ้าคดีขาดอายุความไม่สามารถดำเนินการได้

 

นอกจากนี้ อภิวัฒน์ ขันทอง ประธาน คตส. ยังได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับผู้โพสต์ข้อความให้เกิดความเสียหายแก่นายกรัฐมนตรีอีก 2 คดี คือ

 

  1. ยุทธเลิศ สิปปภาค อายุ 55 ปี ร้องทุกข์เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ตามคดีอาญาที่ 244/2564

 

  1. พัชรพร จันทรประดิษฐ์ อายุ 23 ปี ร้องทุกข์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ตามคดีอาญาที่ 135/2564

 

ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

The post คนบันเทิง Call out เตรียมโดนหมายเรียกอีก หลังตัวแทนนายกฯ แจ้งเอาผิด ‘ต้อม ยุทธเลิศ – น้ำ พัชรพร มิสแกรนด์ฯ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สั่งปรับ มิลลิ 2 พันบาท ข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หลัง Call out ทวีตวิจารณ์รัฐบาล ยืนยันแสดงความเห็นต่อไป https://thestandard.co/milli-fined-charges-of-defamation-through-advertising/ Thu, 22 Jul 2021 06:24:46 +0000 https://thestandard.co/?p=515809 Milli

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง […]

The post สั่งปรับ มิลลิ 2 พันบาท ข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หลัง Call out ทวีตวิจารณ์รัฐบาล ยืนยันแสดงความเห็นต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Milli

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง ดนุภา คณาธีรกุล หรือ มิลลิ เจ้าของเพลง พักก่อน, สุดปัง พร้อมด้วยทนายความและบิดา ได้เดินทางรับทราบข้อกล่าวหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 กับพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกคดีอาญาที่ 239/64

 

ขณะที่บรรยากาศที่ สน.นางเลิ้ง มีมวลชนหมู่บ้านทะลุฟ้าเดินทางให้กำลังใจถึง สน. พร้อมกางป้าย ‘พักก่อนประยุทธ์’ และ ‘ให้กำลังใจมิลลิ’

 

สำหรับคดีนี้ผู้แจ้งความคือ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี หรือ คตส. 

 

ล่าสุด หลัง มิลลิ และทนายเข้าพบพนักงานสอบสวน จากการทวีตข้อความผ่านบัญชีสาธารณะทาง Twitter ต่อมาตำรวจได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท ผู้กล่าวหาแจ้งว่าไม่ติดใจเอาความ คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน

 

หลังเข้าพบตำรวจนานกว่า 2 ชั่วโมง มิลลิได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนมารวมตัวให้กำลังใจในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง

 

ด้าน ศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ที่ปรึกษากฎหมายพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะทนายความ เปิดเผยว่า มิลลิได้รับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการทวีตมีข้อความบางส่วนที่ผู้แจ้งเห็นว่าไม่สุภาพ จึงดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ทนายความระบุอีกว่า ในฐานะที่มิลลิยังเป็นเด็ก เมื่อผู้ใหญ่แจ้งความก็เดินทางมารับทราบ ขอโทษ และทำตามกระบวนการของกฎหมาย ยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นการแสดงความคิดเห็นสุจริต ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชนคนไทย

 

โดยหลังจากรับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท เนื่องจากเป็นข้อหาลหุโทษ ผู้แจ้งความไม่ติดใจเอาความทำให้คดีอาญายก แต่มิลลิยืนยันจะแสดงความคิดเห็นต่อ

 

สำหรับการมาตามหมายเรียกครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้ตรวจสอบการ Call out ของดารา-นักร้องเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาแต่อย่างใด และหลังจากนี้มิลลิจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่อไป

 

Milli

Milli

Milli

Milli

Milli

Milli

Milli

Milli

The post สั่งปรับ มิลลิ 2 พันบาท ข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หลัง Call out ทวีตวิจารณ์รัฐบาล ยืนยันแสดงความเห็นต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘มิลลิ’ เปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ‘ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา’ ทนายความตอบแทน “ในเมื่อเราเป็นเด็ก เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับบ้านเมือง” https://thestandard.co/milli-fined-charges-of-defamation-through-advertising-2/ Thu, 22 Jul 2021 06:23:26 +0000 https://thestandard.co/?p=515807 Milli

“ในเมื่อเราเป็นเด็ก เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับบ้านเม […]

The post ‘มิลลิ’ เปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ‘ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา’ ทนายความตอบแทน “ในเมื่อเราเป็นเด็ก เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับบ้านเมือง” appeared first on THE STANDARD.

]]>
Milli

“ในเมื่อเราเป็นเด็ก เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับบ้านเมือง เราก็มารับสารภาพในถ้อยคำที่เราได้กล่าวออกไป” ทนายความตัวแทน ‘มิลลิ’ เป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังจากมิลลิได้เดินทางออกจาก สน.นางเลิ้ง ไปเมื่อเวลาประมาณ 11.40 น. ของวันนี้ พร้อมยอมรับค่าเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ในความผิดลหุโทษ ‘ดูหมิ่นและโฆษณา’ ตามมาตรา 393

 

สืบเนื่องจากผู้แจ้งความคือ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี หรือ คตส.

 

Milli

 

ล่าสุดวันนี้ (22 กรกฎาคม) หลังจาก ‘มิลลิ’ หรือ ดนุภา คณาธีรกุล วัย 19 ปี และทนายเข้าพบพนักงานสอบสวน จากการทวีตข้อความผ่านบัญชีสาธารณะทวิตเตอร์ ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท ผู้กล่าวหาแจ้งว่าไม่ติดใจเอาความ คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน

 

ต่อมาในเวลา 11.40 น. มิลลิได้เดินทางออกจาก สน.นางเลิ้ง โดยมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยทนายความได้แจ้งเนื้อหาสำคัญดังนี้

 

“ข้อหาดูหมิ่นและโฆษณา เป็นความผิดตามมาตรา 393 อันเนื่องมาจาก ‘มิลลิ’ ได้แสดงความคิดเห็นทางทวิตเตอร์ ซึ่งข้อความบางข้อความนั้น ผู้ที่มาแจ้งความมองเห็นว่า เป็นข้อความที่ไม่สุภาพ หยาบคาย จึงมีการแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ของผู้ร้อง 

 

“เมื่อมีหมายเรียก มิลลิได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งการแสดงความคิดเห็นของน้องมิลลินั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นที่สุจริต และเป็นสิทธิของประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่จะแสดงความคิดเห็นด้วยความห่วงใย ซึ่งถ้อยคำในการสื่อสารไปนั้น ในยุคหนึ่งของคนหนึ่งอาจจะมองว่าไม่สุภาพ แต่ในยุคของมิลลิซึ่งอายุ 19 นั้นอาจจะมองดูว่าเป็นถ้อยคำธรรมดา 

 

“เราได้คุยกันแล้วว่า เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อบอกว่าเราใช้ถ้อยคำหยาบคาย วันนี้เรามา ในเมื่อเราเป็นเด็ก เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับบ้านเมือง เราก็มารับสารภาพในถ้อยคำที่เราได้กล่าวออกไป เราก็มายอมรับค่าเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ในความผิดลหุโทษ ตามมาตรา 393”   

 

อ้างอิง:

The post ‘มิลลิ’ เปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ‘ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา’ ทนายความตอบแทน “ในเมื่อเราเป็นเด็ก เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับบ้านเมือง” appeared first on THE STANDARD.

]]>
พักก่อน สนั่น สน.นางเลิ้ง ‘มิลลิ’ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา #SaveMilli พุ่งอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์เป็นวันที่สอง https://thestandard.co/milli-acknowledge-the-allegations/ Thu, 22 Jul 2021 04:14:24 +0000 https://thestandard.co/?p=515728 Milli

วันนี้ (22 กรกฎาคม) มิลลิ หรือชื่อจริง ดนุภา คณาธีรกุล […]

The post พักก่อน สนั่น สน.นางเลิ้ง ‘มิลลิ’ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา #SaveMilli พุ่งอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์เป็นวันที่สอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Milli

วันนี้ (22 กรกฎาคม) มิลลิ หรือชื่อจริง ดนุภา คณาธีรกุล แรปเปอร์สาวเจ้าของเพลง สุดปัง (Sudpang!) พร้อมด้วยทนายความและบิดา ได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เมื่อเวลา 10.00 น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา โดยมีกลุ่มแฟนคลับเดินทางมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม พร้อมกับเปิดเพลง พักก่อน ผลงานเพลงสุดฮิตของเธอที่บริเวณ สน.นางเลิ้ง 

 

สำหรับคดีที่ทำให้แรปเปอร์สาวสาวมหัศจรรย์วัย 18 ปีต้องตื่นเช้าและเหน็ดเหนื่อยมาในวันนี้ เนื่องจากผู้แจ้งความคือ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี หรือ คตส.

 

ย้อนกลับไปในวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา สนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และอดีตผู้สมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการติดตาม กำกับ ดูแล ตรวจสอบ กรณีการ Call out ของดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียง เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิดในปัจจุบัน 

 

โดยสนธิญาได้ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมกับแนบรายชื่อดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียง จำนวนกว่า 20 รายชื่อ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรม โดยมีชื่อของมิลลิอยู่ในจำนวน 20 รายชื่อด้วย

 

อ้างอิง:

The post พักก่อน สนั่น สน.นางเลิ้ง ‘มิลลิ’ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา #SaveMilli พุ่งอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์เป็นวันที่สอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING: ทีมนายกฯ เข้าร้องทุกข์ตำรวจ เอาผิด สมศักดิ์-อมรัตน์ มาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปมโพสต์ข่าวลือ https://thestandard.co/breaking-prime-minister-team-condemn-somsak-and-amarat/ Thu, 20 May 2021 11:58:35 +0000 https://thestandard.co/?p=491326 BREAKING: ทีมนายกฯ เข้าร้องทุกข์ตำรวจ เอาผิด สมศักดิ์-อมรัตน์ มาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปมโพสต์ข่าวลือ

วันนี้ (20 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. อภิวัฒน์ ขันทอง […]

The post BREAKING: ทีมนายกฯ เข้าร้องทุกข์ตำรวจ เอาผิด สมศักดิ์-อมรัตน์ มาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปมโพสต์ข่าวลือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING: ทีมนายกฯ เข้าร้องทุกข์ตำรวจ เอาผิด สมศักดิ์-อมรัตน์ มาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปมโพสต์ข่าวลือ

วันนี้ (20 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี หรือ คตส. ได้มาพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษแก่

 

  • สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเกี่ยวกับข่าวลือ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564
  • อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 สอดรับกับกรณีสมศักดิ์โพสต์เฟซบุ๊กในเวลาดังกล่าว

 

อภิวัฒน์เห็นว่า สมศักดิ์สร้างความเสื่อมเสียต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ และข้อความที่อมรัตน์โพสต์ แม้มิได้ระบุชื่อตามข่าวลือถึงพระมหากษัตริย์อย่างชัดแจ้ง แต่เมื่อดูภาพรวมดังกล่าว เป็นข่าวลือที่เป็นเท็จเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ จึงแปลเจตนาของอมรรัตน์ โดยมุ่งหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ โดยใช้ข้อความเป็นการดูหมิ่น เปรียบเปรยเสียดสีให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

 

อภิวัฒน์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้เอาผิดสมศักดิ์ และอมรัตน์ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) โดยมี พ.ต.ท. อธิชย์ ดอนนันชัย รองผู้กำกับสอบสวน สน. นางเลิ้ง รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ หลังจากนั้นจะได้ดำเนินคดีต่อไป

The post BREAKING: ทีมนายกฯ เข้าร้องทุกข์ตำรวจ เอาผิด สมศักดิ์-อมรัตน์ มาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปมโพสต์ข่าวลือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ต้องหาคดี #ตามหาลูกประยุทธ์ มา สน.นางเลิ้ง ตามหมายเรียก มีทั้งสารภาพและปฏิเสธ ยืนยันใช้เสรีภาพตั้งคำถาม https://thestandard.co/find-prayuts-daughters-case-140963/ Mon, 14 Sep 2020 10:32:32 +0000 https://thestandard.co/?p=396685

วันนี้ (14 กันยายน) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง […]

The post ผู้ต้องหาคดี #ตามหาลูกประยุทธ์ มา สน.นางเลิ้ง ตามหมายเรียก มีทั้งสารภาพและปฏิเสธ ยืนยันใช้เสรีภาพตั้งคำถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 กันยายน) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) นางเลิ้ง จากกรณีที่กลุ่มผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ประกาศตามหาลูกสาวฝาแฝดของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และมีการโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยใช้แฮชแท็กว่า ‘#ตามหาลูกประยุทธ์’ ซึ่งมีผู้ใช้สื่อโซเชียลฯ จำนวนมากแสดงความคิดเห็น และแชร์ข้อความดังกล่าว รวมทั้งการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดลูกสาวของ พล.อ. ประยุทธ์ มีความร่ำรวยผิดปกติ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทรัพย์สิน 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ อภิวัฒน์ ขันทอง ในฐานะทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจาก ธัญญา และนิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวของ พล.อ. ประยุทธ์ นำหลักฐานการโพสต์สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวในความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

 

ด้าน อมรภัค ศรีบุญชัย หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีหมิ่นลูกสาว พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ว่า ตนเดินทางมาให้ปากคำตามหมายเรียกของเจ้าหน้าตำรวจ ส่วนข้อมูลในโลกโซเชียลที่ได้มีการติด #ตามหาลูกประยุทธ์ นั้นตนไม่ทราบและจำไม่ได้ว่าได้แชร์หรือโพสต์ต่อหรือไม่ เนื่องจากผ่านไปหลายวันแล้ว ซึ่งเบื้องต้น อมรภัคได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบ Facebook ของอมรภัค พบว่าได้มีร่องรอยของการแชร์ข้อมูลมา แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ เนื่องจากโพสต์ต้นทางที่แชร์ต่อมานั้นได้มีการลบข้อมูลไปแล้ว

 

เมื่อถามว่าต่อไปนี้จะแชร์หรือโพสต์ข้อความที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทอีกหรือไม่นั้น อมรภัคระบุว่าจะขอแชร์ต่อแต่ให้เป็นทีละเรื่องไป และจะไม่เลิกเล่นโซเชียลมีเดีย

 

ด้านศุภกร (ไม่เปิดเผยนามสกุล) หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพ โดยยืนยันว่าตนทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งลักษณะการกระทำผิดคือตนได้ไปแสดงความคิดเห็นในคลิปข่าวของสื่อช่อง News1 ซึ่งความคิดเห็นนั้นได้มีคนกดถูกใจและแชร์โพสต์ออกไปเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนตัวได้ยอมรับผิด และกล่าวขอโทษคู่กรณี โดยตนยินดีหากคู่กรณีจะเจรจาไกล่เกลี่ย แต่หากจะมีการปรับ ยอมรับว่าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ และอาจต้องยอมติดคุก และตนขอเตือนผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้ระมัดระวัง และเล่นโซเชียลอย่างมีสติ อย่าแชร์ข่าวหรือข้อมูลมั่ว

 

ส่วนกรณีที่สังคมมองว่าการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทเป็นการใช้ประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิของผู้อื่นนั้น ศุภกร กล่าวว่า ภาษาอีสานใช้คำว่า ‘ตีนช้างเหยียบปากนก’ ซึ่งหมายถึง ผู้มีอำนาจห้ามประชาชนผู้แสดงความคิดเห็น

 

ด้าน สุภาภรณ์ โพธิ์ศรี หนึ่งในผู้ต้องหากล่าวว่า พวกเราถูกหมายเรียกรับทราบในความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ กับข้อหาหมิ่นประมาท แต่เมื่อมาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาก็ถูกแจ้งความเพียงหมิ่นประมาทเท่านั้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ตนแค่แสดงความคิดเห็นในโพสต์เกี่ยวกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของ พล.อ. ประยุทธ์ ไปยังสองลูกสาวตามที่มีกระแสข่าวว่าจริงหรือไม่ รวมถึงบุคคลทั้งสองอยู่ที่ไหน เหตุใดไม่ยอมเปิดเผยตัวตน 

 

ส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาท แต่เป็นเพียงการตั้งคำถามเท่านั้น เข้าใจว่า พล.อ. ประยุทธ์ เป็นบุคคลสาธารณะ เหตุใดต้องลดตัวลงมาคุกคามประชาชนตัวเล็กๆ แบบพวกตน พวกตนไม่ได้ทั้งคำตอบและยังถูกหมายเรียกอีก และพวกตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนี้ทนายความจะทำหนังสือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป

 

เมื่อถามว่าจะไปร่วมกิจกรรมทางการเมือง วันที่ 19 กันยายนหรือไม่นั้น สุภาภรณ์ เผยว่า ตนจะขึ้นไปพูดบนเวที จากที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับม็อบใด แต่ตอนนี้ตนขอเรียกร้องให้ผู้ที่โดนกดขี่ ข่มเหง หรือไม่ทนกับการเมืองในปัจจุบัน ออกมาใช้สิทธิ์ของตน และขอยืนยันว่าตนเป็นฝ่ายถูกกระทำ และโดนคุกคามจากผู้ที่ไม่เห็นด้วย ตนไม่มีคนหนุนหลัง มีแค่หมายเรียกแผ่นเดียวที่ทำให้ต้องออกมาพูด 

 

เมื่อถามว่าได้ใส่ชุดนักเรียนออกมาเรียกร้องสิทธิเยาวชนหรือไม่นั้น ตนขอยืนยันว่า เป็นชุดใส่ในงานเลี้ยงของที่ทำงานเก่า และไม่เคยถ่ายคลิปว่าตนเป็นเยาวชน แต่ด้วยบุคลิกภาพของตนเหมือนเด็กเลยถูกเข้าใจผิด และมีบางสื่อนำตนไปโจมตี และเป็นแค่เด็กต่างจังหวัดเท่านั้น

 

ทั้งนี้ ก่อนที่จะให้สื่อสัมภาษณ์ กลุ่มผู้ต้องหาได้ถือป้าย ‘พวกเราถูกคดี! พ.ร.บ. คอม #ตามหาลูกประยุทธ์” และชูสัญลักษณ์สามนิ้ว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ผู้ต้องหาคดี #ตามหาลูกประยุทธ์ มา สน.นางเลิ้ง ตามหมายเรียก มีทั้งสารภาพและปฏิเสธ ยืนยันใช้เสรีภาพตั้งคำถาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุตรสาวนายกฯ ส่งทนายดำเนินคดีคนโพสต์ให้ร้าย #ตามหาลูกประยุทธ์ ประกาศสู้คดีถึงที่สุด https://thestandard.co/prime-minister-daughter-report-police-on-social-bullying/ Wed, 02 Sep 2020 09:45:02 +0000 https://thestandard.co/?p=393911

วันนี้ (2 กันยายน) ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ธัญญา แล […]

The post บุตรสาวนายกฯ ส่งทนายดำเนินคดีคนโพสต์ให้ร้าย #ตามหาลูกประยุทธ์ ประกาศสู้คดีถึงที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กันยายน) ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ธัญญา และนิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบอำนาจให้ อภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

 

อภิวัฒน์ได้เปิดเผยหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาในโซเชียลมีเดียภายใต้แฮชแท็ก #ตามหาลูกประยุทธ์ ที่เป็นกระแสสังคมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง ธัญญา จันทร์โอชา และนิฏฐา จันทร์โอชา ประสงค์ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล หรือสื่อใดๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ด่าทอ ให้ร้าย กล่าวหา คุกคาม หมิ่นประมาท เช่น การกล่าวหาว่าทั้งสองคนเปลี่ยนนามสกุลและอาศัยอย่างสุขสบายอยู่ในคฤหาสน์ที่ต่างประเทศ เป็นเส้นทางฟอกเงินของบิดาและอื่นๆ โดยปราศจากหลักฐานและไม่มีมูลความจริงเช่นนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งสองคนและวงศ์ตระกูล ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง 

 

ในหนังสือชี้แจงระบุอีกว่าทั้งสองคนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการงานของบิดา ไม่เคยแสดงความคิดเห็นใดๆ ทางการเมือง วันนี้จำเป็นต้องปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี สิทธิของตนเองและวงศ์ตระกูล จึงขอเรียนชี้แจงในประเด็นข้อกล่าวหาต่างๆ ซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น ดังนี้

 

  • กล่าวหาว่ามีการเปลี่ยนมาใช้นามสกุลมารดาเพื่อทำเรื่องผิดกฎหมายต่างๆ เช่น ฟอกเงิน ขอวีซ่าเพื่อหนีไปอยู่ต่างประเทศ ฯลฯ
    ข้อเท็จจริง: ไม่เคยมีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลใดๆ ยังคงใช้ชื่อ ธัญญา จันทร์โอชา และนิฏฐา จันทร์โอชา ตั้งแต่กำเนิดจนถึงปัจจุบัน
  • กล่าวหาว่าไม่ได้อยู่ประเทศไทย
    ข้อเท็จจริง: อยู่ประเทศไทยมาโดยตลอด ใช้ชีวิตปกติอย่างประชาชนคนไทยทั่วไป
  • กล่าวหาว่าเรียนอยู่ประเทศออสเตรเลีย
    ข้อเท็จจริง: ไม่เคยเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย เคยเดินทางไปท่องเที่ยวเพียงครั้งเดียวเมื่อวัยเด็ก
  • กล่าวหาว่าเรียนอยู่ต่างประเทศ
    ข้อเท็จจริง: ทั้งสองคนเรียนจบชั้นประถมและมัธยมจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเรียนจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • กล่าวหาว่าสอบตกปริญญาโท อธิการบดีถูกกดดันให้รับเข้าเรียน
    ข้อเท็จจริง: ไม่ได้เรียนปริญญาโทและไม่เคยสอบตก โดยเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 และ 3.96 และเรียนจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ทั้งคู่
  • กล่าวหาว่าปัจจุบันใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ที่ประเทศอังกฤษ โดยมีเจ้าสัวซื้อให้
    ข้อเท็จจริง: ทั้งสองคนใช้ชีวิตตามปกติในประเทศไทย ไม่เคยพำนักอาศัยในประเทศอังกฤษหรือประเทศอื่นใดเป็นระยะเวลานาน ไม่เคยพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใดๆ โดยทั้งสองได้เดินทางไปเที่ยวประเทศอังกฤษครั้งล่าสุดในปี 2558 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โดยเข้าพักโรงแรมตามปกติ และทั้งสองได้มอบหลักฐานการเดินทางเข้าออกประเทศไทยให้กับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว
  • กล่าวหาว่ามีการฟอกเงิน โดยบิดาโอนเงินเข้าบัญชีลูกที่ต่างประเทศ
    ข้อเท็จจริง: ทั้งสองคนไม่มีบัญชีธนาคารที่ต่างประเทศ มีเพียงบัญชีธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น
  • กล่าวหาว่าบิดาโอนเงินเข้าบัญชีลูกทั้งสองคนเพื่อฟอกเงินใดๆ
    ข้อเท็จจริง: บิดาโอนเงินให้ตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่หรือความลับ มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช. อย่างเปิดเผยตั้งแต่เมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2557 และยังปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อทั่วไปหลายครั้งแล้ว โดยเงินส่วนนี้มีที่มาจากการขายที่ดินของ พ.อ. ประพัฒน์ จันทร์โอชา (ปู่) และมีการแบ่งทรัพย์สินภายในครอบครัว ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นมรดกตกทอดของครอบครัวมามากกว่า 50 ปี
  • กล่าวหาว่าเหตุใดจึงไม่เคยมีภาพหลุดออกมาในโซเชียลมีเดียใดๆ เลย แม้กระทั่งของเพื่อนยังไม่มีภาพ
    ข้อเท็จจริง: ทั้งสองคนไม่มีบัญชีส่วนตัวในโซเชียลมีเดียใดๆ และกลุ่มเพื่อนที่ติดต่อกันก็เข้าใจในสิทธิความเป็นส่วนตัว จึงไม่เคยแชร์ภาพใดๆ และไม่ต้องการให้มีบุคคลใดนำภาพไปแอบอ้างใช้หาประโยชน์
  • กล่าวหาว่าไม่เปิดเผยตัวเหมือนลูกนักการเมืองหรือลูกนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ
    ข้อเท็จจริง: ทั้งสองคนใช้ชีวิตปกติเหมือนประชาชนคนไทยทั่วไป ไม่ได้ต้องการเป็นที่รู้จักหรือเปิดเผยตัวว่าเป็นลูกใคร เพราะไม่ต้องการได้รับอภิสิทธิ์หรือเพื่อรับผลประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของบิดา หากมีใครแอบอ้างว่ารู้จัก สามารถช่วยเหลือเพื่อรับผลประโยชน์ต่างๆ ได้ เป็นเรื่องเท็จทั้งหมด

 

โดยทนายชี้แจงว่า ธัญญา จันทร์โอชา และนิฏฐา จันทร์โอชา ต้องการใช้สิทธิทางกฎหมายโดยการฟ้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ด่าทอ ให้ร้าย กล่าวหา คุกคาม หมิ่นประมาททั้งหมด ทั้งผู้ที่โพสต์และแชร์ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ฯลฯ รวมถึงสื่อหรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ โดยไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น

 

โดยต้องการให้เป็นกรณีตัวอย่างและบรรทัดฐานของการใช้โซเชียลมีเดียในประเทศไทยว่าผู้ใดก็ตามไม่มีสิทธิเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ด่าทอ ให้ร้าย กล่าวหา คุกคาม หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐาน และในขณะเดียวกันก็ไม่ควรมีผู้ใดตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองจากการหลงเชื่อข้อมูลโดยขาดการไตร่ตรอง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ เพียงเพราะความอคติและความเกลียดชังอีกต่อไป

 

ขณะที่ พล.ต.ต. สำเริง สวนทอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่าขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่าจะต้องดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลักร้อยคนหรือไม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่ามีผู้ใดกระทำผิดบ้าง จากนี้อาจต้องตั้งคณะทำงานในระดับกองบังคับการ โดยอาจพิจารณาการทำงานกับหน่วยงานร่วม ทั้งนี้เพราะเป็นคดีที่น่าสนใจในหมู่ประชาชน และเพื่อสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ยืนยันว่าไม่มีความกดดัน ยอมรับว่าตนก็เพิ่งทราบชื่อลูกสาวของ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยออกสื่อ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post บุตรสาวนายกฯ ส่งทนายดำเนินคดีคนโพสต์ให้ร้าย #ตามหาลูกประยุทธ์ ประกาศสู้คดีถึงที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>