อภิปรายทั่วไป Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อภิปรายทั่วไป/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 20 May 2024 06:48:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ชมคลิป: ทักษิณรู้ข้อจำกัดเพื่อไทย จึงย้อนอดีต-ตั้งหลักใหม่ สู่การเมืองมิติใหม่ | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow050467-3/ Fri, 05 Apr 2024 15:05:36 +0000 https://thestandard.co/?p=920106 เพื่อไทย ทักษิณ

ทักษิณรู้ข้อจำกัดเพื่อไทย จึงโหยหาอดีตเพื่อตั้งหลักตนเอ […]

The post ชมคลิป: ทักษิณรู้ข้อจำกัดเพื่อไทย จึงย้อนอดีต-ตั้งหลักใหม่ สู่การเมืองมิติใหม่ | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทย ทักษิณ

ทักษิณรู้ข้อจำกัดเพื่อไทย จึงโหยหาอดีตเพื่อตั้งหลักตนเองสู่การเมืองมิติใหม่ คือการเมืองเชิงอุดมการณ์ โดย อ.ยุทธพร และ อ.ธนพร

The post ชมคลิป: ทักษิณรู้ข้อจำกัดเพื่อไทย จึงย้อนอดีต-ตั้งหลักใหม่ สู่การเมืองมิติใหม่ | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อภิปรายซักฟอกรัฐบาล-พิธาทิ้งทวน ถ้าก้าวไกลถูกยุบจะแตกเป็นสองพรรค? | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow050467-2/ Fri, 05 Apr 2024 14:12:18 +0000 https://thestandard.co/?p=920098 ถ้า ก้าวไกล ถูกยุบจะแตกเป็น 2 พรรค ...

อ.ธนพร-ยุทธพร มองอภิปรายซักฟอกรัฐบาล-พิธาทิ้งทวน ถ้าก้า […]

The post ชมคลิป: อภิปรายซักฟอกรัฐบาล-พิธาทิ้งทวน ถ้าก้าวไกลถูกยุบจะแตกเป็นสองพรรค? | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถ้า ก้าวไกล ถูกยุบจะแตกเป็น 2 พรรค ...

อ.ธนพร-ยุทธพร มองอภิปรายซักฟอกรัฐบาล-พิธาทิ้งทวน ถ้าก้าวไกลถูกยุบจะแตกเป็นสองพรรค?

The post ชมคลิป: อภิปรายซักฟอกรัฐบาล-พิธาทิ้งทวน ถ้าก้าวไกลถูกยุบจะแตกเป็นสองพรรค? | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สส. ก้าวไกล อภิปรายดุ-พิธาปิดฉากการเมือง ก้าวไกลซักฟอกครั้งสุดท้าย? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow050467/ Fri, 05 Apr 2024 10:53:15 +0000 https://thestandard.co/?p=919927 สส. ก้าวไกล ซักฟอกครั้งสุดท้าย?

สส. ก้าวไกล อภิปรายดุ-พิธาปิดฉากการเมือง ก้าวไกลซักฟอกค […]

The post ชมคลิป: สส. ก้าวไกล อภิปรายดุ-พิธาปิดฉากการเมือง ก้าวไกลซักฟอกครั้งสุดท้าย? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. ก้าวไกล ซักฟอกครั้งสุดท้าย?

สส. ก้าวไกล อภิปรายดุ-พิธาปิดฉากการเมือง ก้าวไกลซักฟอกครั้งสุดท้าย?

 

คุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน

 

  • รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย
  • รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 5 เมษายน 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: สส. ก้าวไกล อภิปรายดุ-พิธาปิดฉากการเมือง ก้าวไกลซักฟอกครั้งสุดท้าย? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
พูดถึง ‘ทักษิณ’ ในสภากี่ครั้งแล้ว? ระหว่าง 2 วันของการอภิปรายทั่วไป https://thestandard.co/parliament-thaksin-mentions-count/ Fri, 05 Apr 2024 08:37:40 +0000 https://thestandard.co/?p=919856 ทักษิณ ชินวัตร

ชื่อของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังเป็นที่จับจ้องของสังคมและแว […]

The post พูดถึง ‘ทักษิณ’ ในสภากี่ครั้งแล้ว? ระหว่าง 2 วันของการอภิปรายทั่วไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณ ชินวัตร

ชื่อของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังเป็นที่จับจ้องของสังคมและแวดวงการเมืองอยู่เสมอ โดยเฉพาะในการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามและเสนอแนะรัฐบาลตามมาตรา 152 ซึ่งเป็นที่คาดหมายกันว่า อาจมีสมาชิกกล่าวพาดพิงถึงเขา

 

แม้ว่าข้อบังคับการประชุมสภาจะห้ามสมาชิกออกชื่อบุคคลใดโดยไม่จำเป็น เพราะหากทำให้เกิดความเสียหาย บุคคลภายนอกจะไม่มีโอกาสได้ชี้แจง แต่ที่ผ่านมาชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีก็ยังได้รับการกล่าวถึงอยู่เนืองๆ

 

THE STANDARD รวบรวมการเอ่ยถึง ‘ทักษิณ’ ในการอภิปรายทั่วไปครั้งล่าสุด ทั้งการเอ่ยชื่อโดยตรงหรือพาดพิงทางอ้อมด้วยฉายาต่างๆ ตลอดจนมีการลุกขึ้นประท้วงทั้งหมดกี่ครั้ง

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post พูดถึง ‘ทักษิณ’ ในสภากี่ครั้งแล้ว? ระหว่าง 2 วันของการอภิปรายทั่วไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักษาตัวชั้น 14 ทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างไร? ทวีแจงละเอียด ยันทำตามกฎหมาย-ความเห็นแพทย์อย่างรอบคอบ https://thestandard.co/justice-process-disrupt-14th-floor/ Thu, 04 Apr 2024 11:19:27 +0000 https://thestandard.co/?p=919413 กระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (4 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 […]

The post รักษาตัวชั้น 14 ทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างไร? ทวีแจงละเอียด ยันทำตามกฎหมาย-ความเห็นแพทย์อย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (4 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 วาระพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าชื่อกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ต่อเนื่องเป็นวันสุดท้าย

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวชี้แจงประเด็นการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ โดยระบุว่า ผู้อภิปรายและสมาชิกอีกจำนวนหนึ่งอาจจะมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้ท่านพูดอย่างไรก็จะโยงไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ บัญญัติไว้ว่า การนำตัวไปรักษานอกห้องขังมิให้ผู้ต้องขังนั้นพ้นจากการควบคุม และถ้าผู้ต้องขังนั้นไปเสียจากสถานที่รับตัวไปรักษา ให้ถือว่ามีความผิดหนีที่คุมขัง

 

ดังนั้นถ้าสมาชิกมองว่าสถานที่ซึ่ง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรักษาตัว เป็นที่เลวร้าย เลือกปฏิบัติ ตนเองก็ไม่รู้จะใช้คำพูดอะไร เพราะการไปพักรักษาตัวก็มีเกณฑ์ตามกฎกระทรวง ตั้งแต่การจัดสถานที่ควบคุมพิเศษ ซึ่งตรงกับนิยามตามกฎหมาย ทักษิณจึงอยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว

 

พ.ต.อ. ทวี ย้ำว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้ออกกฎกระทรวง และหากจะหาผู้รับผิดชอบ แต่วันนี้เวลาที่จะอภิปราย รัฐธรรมนูญ มาตรา 53 ระบุว่า รัฐต้องดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ตนเองจะเสียใจว่าคนปัจจุบันมาใช้ตรรกะวิบัติ ข้าราชการตั้งแต่ปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตนเองก็ไม่ได้เปลี่ยนตัวด้วยซ้ำ

 

“ต้องเรียนว่าถ้าใช้ตรรกะวิบัติหรือปฏิบัติไม่ชอบ ถ้าอดีตนายกฯ ทักษิณเข้ามาวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ผมเองเคารพท่าน แต่ก็ยังมีความวิตก ทำไมท่านเข้ามาในรัฐบาลที่ยึดอำนาจจากท่านไป ท่านมีความกล้าหาญมาก ทำไมท่านไม่รอเวลา เพราะตอนนั้นก็รู้แล้วว่าการเลือกตั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยกำลังจะจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคอื่นๆ ทำไมท่านไม่เข้ามาตอนที่มีรัฐบาลใหม่ ผมไม่ได้ถามเหตุผลท่าน แต่ถ้าในมุมมองของผม ผมถือว่าท่านมีสปิริตสูงมาก”

 

พ.ต.อ. ทวี กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลปัจจุบันได้แถลงนโยบายเพื่อปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ห่างมาเกือบเดือน ทักษิณก็ไปอยู่โรงพยาบาลแล้ว เมื่อมีผู้อภิปรายว่าการไปอยู่โรงพยาบาลเป็นการทำลายล้างกระบวนการยุติธรรม จะทำลายล้างได้อย่างไร เพราะในเมื่อทั้งกฎหมายและกฎกระทรวงระบุว่านี่คือเรือนจำ การกล่าวหาว่าเป็นที่คุมขังทิพย์จึงไม่เป็นธรรม

 

ทั้งนี้ ในกฎหมายยังระบุว่า เมื่อเวลาเจ็บป่วยให้ส่งแพทย์โดยเร็ว แล้วไม่ได้เขียนให้เอาตัวกลับมาด้วยซ้ำ หากจะกลับมาก็ต้องเป็นเรื่องของแพทย์ และหากแพทย์ให้ส่งตัวไปก็ไม่มีใครขัดแพทย์เลย แต่ที่สำคัญคือการถูกคุมขัง ท่านสูญเสียเสรีภาพ มีผู้คุมและตำรวจ ส่วนการจัดที่คุมขังพิเศษก็เป็นเรื่องของโรงพยาบาล อาจจะมีเหตุผลอย่างไรไม่ทราบ เพราะในกฎหมายราชทัณฑ์กำหนดไว้เพียงไม่ให้หนี และไม่ให้ก่อเหตุร้าย

 

“ทุกท่านที่ดึงไปอยู่ในโรงพยาบาลบอกเป็นเรื่องเลวร้าย ขัดหลักนิติธรรม ผมได้พูดกับ สว. แล้ว การฉีกรัฐธรรมนูญ การยึดอำนาจ อันนั้นสิ ในทัศนะของผม ที่ธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือการทำลายระบบ ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ผมพูดเสมอว่าตัวเองไม่อยากเห็นคนพูดว่า ‘คนจงทำในสิ่งที่ฉันพูด แต่สิ่งที่ฉันพูดฉันไม่ทำ’ ถ้าเป็นลักษณะนี้จะเกิดความเสียหาย”

 

พ.ต.อ. ทวี ยังได้ชี้แจงเรื่องความเห็นของแพทย์ มีแพทย์ 2 คนที่จะรายงานมายังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้มีความรอบคอบมาก จึงส่งเรื่องกลับไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่าอาการลักษณะนี้สามารถนำตัวกลับมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้หรือไม่ ซึ่งได้คำตอบว่าอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา อธิบดีกรมราชทัณฑ์จึงได้ทำหนังสือถามกลับไปที่แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมส่งไปให้แพทย์อีกหลายคนมีความเห็นกลับมาอีก กระทั่งเสนอเรื่องมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นชอบ และส่วนตัวก็เชื่อว่าเรื่องอาการเจ็บป่วยไม่มีใครรู้ดีกว่าแพทย์

 

“ผมมาเป็นรัฐมนตรีผมก็สงสัย มาถึงยังไม่ทันได้นอนเลย ทำไมต้องมาอยู่ในชั้น 14 ผมก็มาดูว่ามันเป็นความเห็นของแพทย์” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

 

ต่อมา วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ใช้สิทธิพาดพิง พร้อมตั้งคำถามว่า ต่อไปผู้สูงอายุและผู้ป่วยทุกคนในเรือนจำจะได้รับการพิจารณาและได้สิทธิในการรักษาตัวเช่นเดียวกันหรือไม่ โดย พ.ต.อ. ทวี ตอบว่า จะนำไปปฏิบัติ และขอให้สมาชิกช่วยตรวจสอบด้วย

The post รักษาตัวชั้น 14 ทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างไร? ทวีแจงละเอียด ยันทำตามกฎหมาย-ความเห็นแพทย์อย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ฝากนายกฯ จำคำพูดตัวเองไว้ หลังบอก 314 เสียงเพียงพอแล้ว https://thestandard.co/jurin-pm-srettha-314-votes/ Thu, 04 Apr 2024 04:58:19 +0000 https://thestandard.co/?p=919125 จุรินทร์ กล่าวถึง เศรษฐา

วันนี้ (4 เมษายน) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. บัญชีรายชื่ […]

The post จุรินทร์ฝากนายกฯ จำคำพูดตัวเองไว้ หลังบอก 314 เสียงเพียงพอแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ กล่าวถึง เศรษฐา

วันนี้ (4 เมษายน) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 วานนี้ว่า ถือว่าฝ่ายค้านพรรคทำหน้าที่ได้ดี

 

ส่วนที่หลายคนคาดหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีการอภิปรายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมที่มีการพูดถึงนักโทษเทวดา ขอให้รอวันนี้อีกวัน ยืนยันว่าทุกคนตั้งใจทำหน้าที่และมีผู้แทนใหม่หลายคนที่อภิปรายในครั้งนี้

 

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีตอบโต้ว่า หากตนถูกเปรียบเทียบเป็นแมลงวัน ผู้อภิปรายคงเป็นแมลงหวี่นั้น จุรินทร์กล่าวว่า นายกฯ เปรียบเทียบกับแมลงหวี่สะท้อนจิตใต้สำนึกของรัฐบาลเทวดา ซึ่งถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่เทียบกับแมลงหวี่ เนื่องจากไม่เป็นผลบวกกับตนเอง เพราะแปลว่ารำคาญเสียงสะท้อนการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นประชาธิปไตยเทวดา ไม่ใช่ประชาธิปไตยตัวจริง 

 

ขณะที่ประเด็นนายกรัฐมนตรีเปรียบพรรคการเมืองหนึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่โลกงง บางวันเป็นฝ่ายค้าน บางวันจะไปขอร่วมรัฐบาล จะหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น จุรินทร์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไปว่าเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ 314 เสียง เพียงพอแล้วในการเป็นรัฐบาล ขอให้จำคำพูดของตัวเองไว้ด้วยที่พูดไป เพราะการพูดในสภาเป็นคำตอบอยู่แล้ว

 

จุรินทร์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่ทำให้ตนเสียสมาธิเกี่ยวกับการจะไปร่วมรัฐบาล เพราะการทำงานของตนเป็นคำตอบอยู่แล้ว ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นการวางยาก่อนการอภิปรายหรือไม่ ตนไม่ขอวิจารณ์ แต่สิ่งที่นายกฯ พูดเหมือนเผยตัวไอ้โม่งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนอย่างไร 

 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ที่จุรินทร์บอกให้นายกรัฐมนตรีจำคำพูดของตัวเองหมายความว่าอย่างไร หรือสุดท้ายต้องอาศัยเสียงประชาธิปัตย์ในอนาคตหรือไม่ จุรินทร์ระบุว่า ไม่ขออธิบายต่อ เพราะถือว่าวันนี้ตนได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว

The post จุรินทร์ฝากนายกฯ จำคำพูดตัวเองไว้ หลังบอก 314 เสียงเพียงพอแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐางงฝ่ายค้าน หนุนซื้อเรือรบ หลังวิโรจน์ข้องใจรัฐบาลยื้อเวลาปฏิรูปกองทัพ https://thestandard.co/srettha-opposition-wiroj-warships/ Thu, 04 Apr 2024 04:53:34 +0000 https://thestandard.co/?p=919120 เศรษฐา งงฝ่ายค้าน หนุนซื้อ เรือรบ

วันนี้ (4 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 33 […]

The post เศรษฐางงฝ่ายค้าน หนุนซื้อเรือรบ หลังวิโรจน์ข้องใจรัฐบาลยื้อเวลาปฏิรูปกองทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา งงฝ่ายค้าน หนุนซื้อ เรือรบ

วันนี้ (4 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 33 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 วาระพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าชื่อกันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยให้คำสัญญาไว้ว่า จะเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารให้เป็นรูปแบบสมัครใจ จะลดจำนวนนายพลลง และลดการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงจะเอาพื้นที่ที่เกินจำเป็นของกองทัพมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์

 

“แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นแค่การสมยอมกับกองทัพ เพื่อปรุงแต่ง ตบตาประชาชน นโยบายที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ทำแล้ว ทำอยู่ มาทำต่อ แล้วใช้คำโฆษณาให้ประชาชนหลงเชื่อว่านี่คือการปฏิรูปกองทัพแล้ว”

 

แม้รัฐบาลจะอ้างถึงยอดสมัครทหารออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อนำมารวมกับยอดสมัครแบบวอล์กอินแล้ว กลับมีแนวโน้มลดลง ส่วนการลดจำนวนความต้องการกำลังพลนั้นก็ไม่มีอะไรใหม่ แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ทำอยู่แล้ว คือการบรรจุกำลังพล 70% ของความต้องการจริง การลดกำลังพลแบบต้วมเตี้ยมเช่นนี้ เป็นเพียงการซื้อเวลาในการปฏิรูปกองทัพออกไป

 

วิโรจน์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการลดจำนวนนายพลว่า ความจริงโรงเรียนเตรียมทหารรับนักเรียนลดลงอยู่แล้ว 150 คนต่อรุ่น รัฐบาลไม่ควรฉกฉวยจำนวนดังกล่าวมาเคลมเป็นผลงาน เช่นเดียวกับโครงการ Early Retire ที่ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ตั้งแต่ปี 2563 สมัยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ แบบตั้งคำถามว่าหากโครงการนี้สำเร็จงบประมาณของกองทัพจะลดลงหรือไม่

 

ส่วนเรื่องที่ดินราชพัสดุ 12 ล้านไร่ ถูกครอบครองโดยกองทัพถึง 6.25 ล้านไร่ มีที่ดินรกร้างหรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มประสิทธิภาพ ที่ดินบางส่วนนำไปใช้ทำสวัสดิการธุรกิจ ทั้งสนามกอล์ฟ สถานพักตากอากาศ สนามมวย โดยไม่มีความโปร่งใส และกิจการของกองทัพมีกำไรเพียงน้อยนิด ขณะที่ภาคเกษตรกำลังขาดที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเศรษฐาตั้งโครงการนำที่ดินของกองทัพมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ โดยตั้งชื่อว่า ‘โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ หรือหนองวัวซอโมเดล’ แต่แท้จริงไม่ใช่โครงการใหม่ แต่ทำมาตั้งแต่ปี 2547 แทนที่รัฐบาลจะเร่งพิสูจน์สิทธิให้ประชาชนที่ยืนยันว่าครอบครองที่ดินมาก่อนจะมีกฎหมายต่างๆ ด้วยซ้ำ กลับเอาโครงการเก่ามาปัดฝุ่นเปลี่ยนชื่อ แล้วบีบให้ประชาชนมาเช่าที่ดิน

 

วิโรจน์ยังระบุว่า ควรพอได้แล้วกับการนำภาษีของประชาชนไปแลกอาวุธมาดื้อๆ แต่รัฐบาลควรมีข้อแลกเปลี่ยน หรือชดเชยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน แต่เรือฟริเกตวงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท ที่กองทัพเรือขอจัดซื้อแต่ถูกตัดงบทิ้ง ทั้งที่เรือฟริเกตมีความจำเป็นในการคุ้มครองความมั่นคงทางทะเลมาก แล้วเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านตอนนี้กองทัพเรือของไทยมีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควร

 

“การตัดงบประมาณเรือฟริเกตลำนี้ เป็นการตัดโอกาสการพัฒนาของประเทศ ตัดโอกาสด้านวิศวกรรมการต่อเรือของคนไทย แล้วกว่างบประมาณก้อนนี้จะเข้ามาใหม่ได้ ผมตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานก็ยังไม่พบ เป็นไปได้ว่างบประมาณปี 2568 ก็อาจยังไม่ทัน เข้าอีกทีก็ปี 2569 เพราะงบประมาณรายการการก่อหนี้ผูกพันวงเงินเกินตั้งแต่พันล้านบาทขึ้นไปต้องผ่านหลายขั้นตอน” วิโรจน์กล่าว

 

เศรษฐางงฝ่ายค้าน หนุนซื้อเรือรบ

 

ต่อมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลุกขึ้นกล่าวชี้แจงทันที โดยระบุว่า วันนี้อุตส่าห์มาฟังฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของกระทรวงกลาโหม กองทัพ ความจริงแล้วก็เรื่องเดิมๆ ผิดหวังนิดหน่อย เพราะมีแต่อะไรที่น้ำๆ ทั้งนั้น พร้อมยืนยันว่ากองทัพมีไว้เพื่อความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่เพื่อความมั่งคั่งของใครคนใดคนหนึ่ง

 

“เรื่องวาทกรรมด้อยค่าต่างๆ ที่บอกว่าภาพลักษณ์ตกต่ำ ใช้ IO ดำมืดล้ำลึก เรื่องต่างๆ เหล่านี้ผมว่าให้เวลาเถอะครับ ให้เวลารัฐบาลบริหารงานให้ครบ 4 ปี จริงๆ แล้วประชาชนก็จะตระหนักดีตอนจบเองแล้วกัน ว่าคนที่ใช้ IO พยายามครอบงำให้คนหน้ามืดตามัวจริงๆ แล้วคือใคร” เศรษฐากล่าว

 

เศรษฐากล่าวต่อว่า เรื่องของ สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่พยายามทำอยู่คือการพัฒนาร่วมกัน แม้ฝ่ายค้านจะใช้คำว่า ‘ปฏิรูป’ แต่ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลมีการพัฒนากองทัพที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสมัครใจเกณฑ์ทหาร และการจัดหาอาวุธที่ได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ เชื่อว่าให้ระยะเวลารัฐบาลอีกสักพัก เราคงเห็นผลงานที่พยายามทำอยู่อย่างต่อเนื่อง 

 

เศรษฐาระบุอีกว่า รัฐบาลนี้ได้มีการดำเนินการในเรื่องการขอคืนพื้นที่ทหาร เช่น หนองวัวซอโมเดล แม้จะผ่านมาหลายรัฐบาลแต่ยังไม่คืบหน้า แต่ตนได้มีการเชิญผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มาพูดคุย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทหารในจังหวัดลพบุรี ที่ทหารจะคืนพื้นที่มาใช้ทำระบบชลประทานให้กับประชาชนด้วยเหมือนกัน ยืนยันเรื่องกองทัพมีความคืบหน้าเรื่องคืนพื้นที่ต่างๆ ให้ประชาชนมีพื้นที่ทำกินมากขึ้น 

 

“เรื่องของเงินทอนจากการจัดหายุทโธปกรณ์ ท่านก็พูดมาหลายหน ก็ขอให้มีหลักฐานมาพูดคุยกัน อย่างเรื่องเรือฟริเกตที่ท่านเชียร์เหลือเกิน หากผมพูดกลับไปว่าท่านก็คงมีเงินทอน ท่านก็คงไม่พอใจเหมือนกัน ผมว่าเรื่องนี้เอาหลักฐานมาพูดกันดีกว่า และเรื่องของเรือฟริเกตนั้นที่สนับสนุนให้มีการต่อเรือในประเทศไทยเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่ยังมีเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายมิติที่ต้องพูดคุยกันอยู่ เพื่อให้กองทัพได้ของที่ดีที่สุด ผมฟังการอภิปรายมา 40 นาทีแล้ว ก็ยังเห็นว่าเป็นฝ่ายค้านที่งงอยู่ เพราะก่อนหน้านี้เคยบอกว่า ให้เอาเรือประมงมาแทนเรือรบ แต่วันนี้กลับสนับสนุนให้ซื้อเรือรบอีก ก็งุนงงมาก”

 

เศรษฐาทิ้งท้ายว่า นอกจากเรื่องวาทกรรม เรามาคุยเรื่องเนื้องานดีกว่า รัฐบาลพยายามที่จะพัฒนากองทัพต่อไปในเรื่องของการซื้ออาวุธให้โปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์กับภาคธุรกิจอื่นๆ ยืนยันอีกครั้งว่ากองทัพมีไว้เพื่อความมั่นคง ไม่ได้มีไว้เพื่อความมั่งคั่งของใครคนใดคนหนึ่ง

The post เศรษฐางงฝ่ายค้าน หนุนซื้อเรือรบ หลังวิโรจน์ข้องใจรัฐบาลยื้อเวลาปฏิรูปกองทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มองเป็นสิทธิ์ต่างชาติวิจารณ์ ‘แกงไตปลา’ ติดอันดับ 1 อาหารยอดแย่ ชี้รสชาติอาจเข้มข้น-เผ็ดเกินไป แต่ส่วนตัวชอบมาก https://thestandard.co/pm-srettha-on-kaeng-tai-pla/ Thu, 04 Apr 2024 04:02:27 +0000 https://thestandard.co/?p=919098 นายกฯ เศรษฐา พูดถึงประเด็น แกงไตปลา

วันนี้ (4 เมษายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตร […]

The post นายกฯ มองเป็นสิทธิ์ต่างชาติวิจารณ์ ‘แกงไตปลา’ ติดอันดับ 1 อาหารยอดแย่ ชี้รสชาติอาจเข้มข้น-เผ็ดเกินไป แต่ส่วนตัวชอบมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เศรษฐา พูดถึงประเด็น แกงไตปลา

วันนี้ (4 เมษายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ TasteAtlas ที่รวมอาหาร รีวิว และจัดอันดับความนิยมด้านอาหารทั่วโลก จัดอันดับเมนู ‘แกงไตปลา’ ของไทย เป็นอันดับที่ 1 เมนูอาหารยอดแย่ที่สุดในโลกว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ลิ้นใครลิ้นมัน เขาก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์หรืออะไรได้ และก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่า จริงๆ แล้วก็มีอาหารไทยหลายชนิดที่ติดอันดับท็อป 10 ของโลก 

 

“แกงไตปลาอาจมีรสชาติเผ็ด มีความเข้มข้น แต่ส่วนตัวผมเองผมชอบมาก” เศรษฐากล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้ทุกคนเปิดใจกับอาหารไทยมากขึ้นหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า ที่จริงแล้วอาหารไทยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นมัสมั่นไก่ ขนมครก ต้มยำกุ้ง ผัดไทย หรือผัดกะเพรา ก็เป็นที่ชื่นชอบ แต่เราต้องยอมรับว่าการวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ของเขาเหมือนกัน รสชาติของแกงไตปลาก็อาจจะแรงเกินไปสักนิด เขาอาจไม่ค่อยคุ้นชิน เพราะว่าแกงไตปลาทำไม่เผ็ดก็ไม่ใช่แกงไตปลา แต่ตนเชื่อว่ารัฐบาลนี้และคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์มีการส่งเสริมเรื่องอาหารอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

 

ยังไม่พบคนไทยเหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน 

 

เศรษฐากล่าวถึงกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งเมืองฮัวเหลียนของไต้หวันเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (3 เมษายน) ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดูแลคนไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ยังไม่พบว่าคนไทยมีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีปัญหา สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป ก็พร้อมให้การช่วยเหลือ

 

ย้ำ 314 เสียงแน่นแล้ว ส่วนตัวขอไม่รับเพิ่ม 

 

เศรษฐายังกล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ที่วานนี้ได้ชี้แจงกรณีถูกพาดพิงว่าเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงและรัฐบาลตัวจริงหรือไม่ว่า ก็ยืนยัน เพราะเขา (ฝ่ายค้าน) มีการตั้งคำถามมา ซึ่งตนก็ยืนอยู่ตรงนี้ แล้วก็พูดจริง เสียงจริง และทำจริง ขณะเดียวกันหากมองด้วยความเป็นธรรม เราก็ทำเพื่อประชาชน ก็ไม่อยากจะให้ไปพูดอะไรกันมากมาย 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เนื้อหาการอภิปรายมักถูกโดนโจมตีถึงเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ เศรษฐากล่าวว่า ตนก็ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วเหมือนกัน เพราะเราก็มีหลายเรื่องที่ต้องชี้แจง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการดึงดูดนักลงทุน เรื่อง FTA และเรื่องที่เราต้องไปบอกเขาว่าประเทศเราเปิดแล้ว ซึ่งการที่เราจะไปลงทุนอะไรก็แล้วแต่ที่จะลงทุนเป็นหลักแสนล้าน เวลาจะพิจารณาก็ต้องทำให้รอบคอบ ต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งตนมั่นใจว่า ภายใน 2 ปีข้างหน้า สึนามิแห่งการลงทุนจะมาที่ประเทศไทย

 

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีได้ตอบโต้ว่ามีฝ่ายค้านอยากจะมาร่วมรัฐบาล ขณะนี้ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าวบ้างหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า เชื่อว่ามีบ้าง แต่คงไม่ได้พูดคุยกับตน เพราะพูดมาตลอดเวลาว่า 314 เสียงก็แน่นแล้ว และเราเองก็ทำงานได้ดี แต่ส่วนจะคุยกับใครก็ให้เป็นเรื่องของเขาไป คงมีแน่นอน พร้อมยืนยันว่าไม่คิดจะรับเพิ่ม เพราะ 314 เสียงก็ชัดเจนอยู่แล้ว

The post นายกฯ มองเป็นสิทธิ์ต่างชาติวิจารณ์ ‘แกงไตปลา’ ติดอันดับ 1 อาหารยอดแย่ ชี้รสชาติอาจเข้มข้น-เผ็ดเกินไป แต่ส่วนตัวชอบมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอเก่งก้าวไกล วินิจฉัยโรคทักษิณ ตั้ง 12 คำถามรอบสุดท้าย ขอ รมว.ยุติธรรมตอบให้ชัด https://thestandard.co/keng-wayo-mfp-thaksin/ Thu, 04 Apr 2024 01:15:26 +0000 https://thestandard.co/?p=919038 หมอเก่ง ทักษิณ

วานนี้ (3 เมษายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรคร […]

The post หมอเก่งก้าวไกล วินิจฉัยโรคทักษิณ ตั้ง 12 คำถามรอบสุดท้าย ขอ รมว.ยุติธรรมตอบให้ชัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอเก่ง ทักษิณ

วานนี้ (3 เมษายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) ในญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการลดโทษ การรักษาตัวนอกเรือนจำ และการได้รับการพักโทษตามเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี 

 

นพ.วาโยกล่าวอภิปรายโดยมุ่งเน้นไปที่การรักษาตัวนอกเรือนจำของอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยการตั้งข้อสมมติฐานว่าเป็นผู้ป่วยจริง ซึ่งแพทย์ทั้งหมดที่อยู่ในกระบวนการเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรฐานหรือไม่ เหตุใดโซ่ตรวนแห่งความเชื่อมั่นจึงขาดลง ประชาชนไม่เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมีความยุติธรรม 

 

นพ.วาโยกล่าวว่า ตนเองได้พิจารณาเบื้องต้นจากประวัติและอาการป่วยของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอายุ 75 ปี ว่ามีโรคความดันโลหิตสูง และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นโรคประจำตัว โดยพบว่าในกลางดึกของวันที่ 22 สิงหาคม 2566 มีอาการแน่นหน้าอก ซึ่งหลังการตรวจร่างกายพบว่าสัญญาณชีพและความดันโลหิตสูง ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำ และได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าอยู่ในภาวะอันตรายเสี่ยงต่อชีวิต ควรที่จะส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที จึงอยากขอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการรักษาที่รวดเร็วเหมือนกรณีดังกล่าวด้วยหรือไม่ 

 

นพ.วาโยกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องชี้แจงให้ชัดว่า แท้จริงนั้นโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีศักยภาพแค่ไหน สามารถรักษาอาการแน่นหน้าอกได้หรือไม่ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลทั่วไปของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่า เป็นโรงพยาบาลที่มีขนาด 9 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยจำนวน 22,000 ตารางเมตร และมีเตียงรักษาผู้ป่วย 500 เตียง 

 

อีกทั้งยังมีแผนกต่างๆ อีกมาก ทั้งจิตเวช กายภาพบำบัด หอผู้ป่วยอายุรกรรม แผนกโรคต่างๆ มีเครื่องฟอกไต ฟอกเลือด รวมถึงมีห้องผ่าตัดใหญ่ครบครัน สามารถเรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่ง สปสช. โดยกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้จัดให้โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายที่ต้องรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์อื่นๆ ทั้ง 7 ที่ทั่วกรุงเทพมหานครด้วย

 

จากนั้น นพ.วาโยได้อภิปรายไทม์ไลน์ในการผ่าตัด และรายละเอียดการรักษา

 

  • 22 สิงหาคม 2566: เดินทางกลับประเทศไทย และเข้ามอบตัวสู่เรือนจำ 
  • 23 สิงหาคม 2566: มีอาการแน่นหน้าอก แอดมิตโรงพยาบาลตำรวจ และเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่ 1
  • 30 กันยายน 2566: แถลงการรักษาตัวจากอาการป่วยครบ 30 วัน 
  • 21 ตุลาคม 2566: แถลงการรักษาตัวจากอาการป่วยครบ 60 วัน
  • 23 ตุลาคม 2566: มีการผ่าตัดครั้งที่ 2 
  • 20 ธันวาคม 2566: ครบ 120 วัน โดยไม่มีการแถลง 
  • 11 มกราคม 2567: แถลงการรักษาตัวจากอาการป่วยครบ 120 วัน
  • 13 กุมภาพันธ์ 2567: แถลงการรักษาตัวจากอาการป่วยครบ 180 วัน 
  • 18 กุมภาพันธ์ 2567: ได้ออกจากโรงพยาบาลตำรวจ

 

12 คำถามถึงทวี 

 

นพ.วาโยอภิปรายว่า ระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจอย่างนาน 180 วัน เป็นสารตั้งต้นซึ่งนำมาสู่คำถามมา 12 ข้อ

 

  1. โรงพยาบาลในเรือนจำยังไม่สามารถหาข้อสรุปว่าสามารถรักษาภาวะฉุกเฉินทางหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดสมองได้หรือไม่  

 

  1. ผู้ต้องขังที่ป่วยทุกคนจะได้รับการส่งตัวถึงโรงพยาบาลนอกเรือนจำภายในระยะเวลา 20 นาที นับแต่ที่มีอาการอย่างเท่าเทียมกันทุกคนหรือไม่ 

 

  1. มีการผ่าตัดครั้งที่ 1 หรือไม่ เกิดขึ้นเมื่อไร ใช้ห้องผ่าตัดอะไร และเข้าพักรักษาตัวที่หออภิบาลผู้ป่วยอะไร  

 

  1. ระหว่างที่ผู้ป่วยเจ็บแน่นหน้าอกนั้น ผู้ป่วยพ้นจากภาวะฉุกเฉินเมื่อใด และใช้เวลาทั้งสิ้นกี่วัน มีข้อบ่งชี้ในการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อหลังจากป่วยอีก 30 วัน หรือ 60 วันอย่างไร 

 

  1. หลังการผ่าตัดในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2566 ข้อบ่งชี้การพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลยาวนานถึง 180 วันคืออะไร 

 

  1. ผู้ต้องขังที่ป่วยทุกคนจะสามารถขอผ่าตัดแบบทางเลือกได้หรือไม่ 

 

  1. ตามกฎหมายห้องพักพิเศษไม่ใช่ห้องควบคุมพิเศษ เป็นห้องพิเศษที่โรงพยาบาลจัดไว้เพื่ออะไร เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร และสิ้นสุดลงเมื่อไร

 

  1. ความเห็นของแพทย์ที่โรงพยาบาลตำรวจ กับรายงานของกรมราชทัณฑ์ที่ส่งให้อธิบดีมีรายละเอียดที่ไม่ตรงกัน แท้จริงมีข้อสรุปอย่างไร 

 

  1. รัฐมนตรีได้ตรวจสอบหรือตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าแพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรฐานแล้วหรือไม่

 

  1. สรุปแล้วตามมาตรา 52 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ กรณีความชอบกับราชการเป็นพิเศษเกิดก่อนต้องขังได้ใช่หรือไม่ หรือย้อนกลับไปกี่ปี และผู้ต้องขังทุกคนจะยึดหลักเกณฑ์นี้นับตั้งแต่วันนี้ได้หรือไม่ 

 

  1. รายงานการประเมิน 9 คะแนนรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติเองกับมือ ท่านได้ตรวจสอบความถูกต้องว่าตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ 

 

  1. ท่านได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าแพทย์กับพยาบาลวิชาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมดได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรฐานจริง โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่จะออกจากเรือนจำ

 

นพ.วาโยกล่าวว่า สิ่งที่ตนเองพูดนี้เพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ป่วย เพราะสังคมก็เริ่มตั้งคำถามและได้รับข้อมูลที่ผิดๆ รัฐมนตรีก็ควรที่จะต้องขยายความให้ชัด ขณะเดียวกันก็อยากให้รัฐมนตรีไปตรวจสอบว่าแพทย์ผู้รักษาได้มีการแนะนำคนไข้อย่างถูกต้องหรือไม่ อดีตนายกรัฐมนตรีใส่เฝือกแขน ซึ่งโดยปกติใส่ได้ไม่เกิน 2 เดือน หากใส่เกินไหล่จะติด แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัดใหม่อีกรอบ ต้องเจ็บตัวฟรีอีกครั้ง แต่กรณีนี้ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ครบ 2 เดือนนานแล้ว จึงอยากถามว่าแพทย์ให้คำแนะนำถูกต้องหรือไม่

The post หมอเก่งก้าวไกล วินิจฉัยโรคทักษิณ ตั้ง 12 คำถามรอบสุดท้าย ขอ รมว.ยุติธรรมตอบให้ชัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะรัฐมนตรี-ฝ่ายค้านอภิปราย ม.152 เดือด ปัญหาคอลเซ็นเตอร์-พักโทษอดีตนายกฯ https://thestandard.co/heat-debate-152-03042567/ Wed, 03 Apr 2024 17:41:21 +0000 https://thestandard.co/?p=918984 อภิปรายเดือด ม.152

วันนี้ (3 เมษายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ค […]

The post คณะรัฐมนตรี-ฝ่ายค้านอภิปราย ม.152 เดือด ปัญหาคอลเซ็นเตอร์-พักโทษอดีตนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิปรายเดือด ม.152

วันนี้ (3 เมษายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) ในญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ตลอดทั้งวันมีสมาชิกได้ร่วมการอภิปรายเพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าการอภิปรายในวันนี้จะลากยาวไปจนถึงเวลา 02.00 น. ตามกรอบเวลาที่คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย) ได้พิจารณาร่วมกัน 

 

สำหรับประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันอภิปราย เช่น รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายถึงการจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล โดยไฮไลต์ในช่วงกลางดึกของวันนี้คือ การอภิปรายของ วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่จะอภิปรายเกี่ยวกับหลักนิติธรรม โดยเฉพาะการพักโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี 

 

ขณะเดียวกันฝ่ายคณะรัฐมนตรีได้สลับกันชี้แจง เช่น ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านดูเหมือนจะถูกลดความสำคัญลง เพราะคำเหน็บแนม ส่อเสียด โวหาร และวาทกรรม ซึ่งไม่ได้สร้างบรรยากาศที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันพิจารณา ในการแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาประเทศ แต่อย่างไรก็ดี รัฐบาลก็จะพยายามนำประเด็นต่างๆ ทิ้งสิ่งที่เป็นกาก เอาสิ่งที่เป็นแกน มาใช้ประโยชน์ในการบริหารประเทศให้มากขึ้น รวมถึง ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงถึงแนวทางการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

​

The post คณะรัฐมนตรี-ฝ่ายค้านอภิปราย ม.152 เดือด ปัญหาคอลเซ็นเตอร์-พักโทษอดีตนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชลงดาบแรกฝ่ายค้าน ‘ประชาธิปไตยไหลย้อนกลับ’ เศรษฐาย้ำ รัฐบาลโปร่งใส ถ้ากล่าวหาขอดูหลักฐาน https://thestandard.co/chaithawat-srettha-debate/ Wed, 03 Apr 2024 04:37:31 +0000 https://thestandard.co/?p=918665 Chaithawat Tulathon

วันนี้ (3 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 […]

The post ชัยธวัชลงดาบแรกฝ่ายค้าน ‘ประชาธิปไตยไหลย้อนกลับ’ เศรษฐาย้ำ รัฐบาลโปร่งใส ถ้ากล่าวหาขอดูหลักฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Chaithawat Tulathon

วันนี้ (3 เมษายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 วาระพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ซึ่งสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าชื่อกันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ชัยธวัช ตุลาธน สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นอภิปรายแถลงญัตติเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไป

 

ชัยธวัชได้สรุปเนื้อหาญัตติว่าด้วย ครม. ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดินมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว แต่มิได้ดำเนินการหรือทำตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประชาชน ไม่จริงใจ ไม่ตั้งใจ เพิกเฉยต่อคำแถลงนโยบายของตน ขาดประสิทธิภาพหรือความชัดเจนแน่นอน ยังไม่มีการขับเคลื่อนนโยบายหรือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และนโยบายเร่งด่วนสวนทางกับความเป็นจริง

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีและ ครม. ยังมีพฤติกรรมที่ทำลายความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเอารัดเอาเปรียบประชาชน ระบบราชการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือเกิดการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย แทนที่จะเร่งฟื้นฟูหลักนิติรัฐ นิติธรรม กลับเกิดการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ทำลายหลักความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางกฎหมายและการเมือง

 

ชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า หลังการเลือกตั้งเราหวังอยากได้ผู้นำประเทศคนใหม่ที่ต่างไปจากท่านผู้นำหลังการรัฐประหาร แต่เวลาผ่านไปเรากลับพบว่า เราได้นายกรัฐมนตรีที่ไร้วุฒิภาวะไปอีกแบบ หลายครั้งท่านก็สับสนว่าท่านเป็นใคร ท่านมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง ขาดภาวะผู้นำในการสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจนในทิศทางของรัฐบาล ซ้ำร้ายการจัดสรรรัฐมนตรียังเป็นไปตามโควตา สมบัติผลัดกันชม

 

นอกจากนี้แทนที่รัฐบาลจะผลักดันการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก กลับได้เห็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจผูกขาดหรือเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ เต็มไปด้วยการฉ้อฉลเชิงนโยบาย เปิดทางให้รัฐมนตรีและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ขณะที่การปฏิรูปการเมืองก็ยังวนไปวนมา ไม่มีความชัดเจนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ชัยธวัชชี้ว่า วิกฤตศรัทธาในวงการยุติธรรม เช่น ตั๋วตำรวจและส่วยต่างๆ เป็นเหตุให้ความเสมอภาคเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมายและในกระบวนการยุติธรรมถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ไม่ควรอ้างว่า ‘ไม่ชอบกันก็ต่างคนต่างอยู่’ เพราะพี่น้องประชาชนอยากอยู่ในระบบเดียวกัน ประเทศเดียวกัน ในหนึ่งระบบที่พวกเราได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเสมอภาคกัน ต่อหน้ากฎหมายฉบับเดียวกัน

 

“สิ่งที่เราได้กลับกลายเป็นประชาธิปไตยแบบไหลย้อนกลับ ที่ผู้นำผู้มีอิทธิพลทางการเมืองลุแก่อำนาจ ได้คืบจะเอาศอก พยายามผูกขาดอำนาจทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจไว้ในมือของชนชั้นนำไม่กี่กลุ่ม” ชัยธวัชกล่าว

 

ย้ำรัฐบาลโปร่งใส ถ้ามีข้อกล่าวหาขอหลักฐาน

 

หลังจากผู้นำฝ่ายค้านแถลงญัตติแล้วเสร็จ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลุกขึ้นกล่าวชี้แจงทันที โดยระบุว่า เชื่อว่าหลายอย่างที่รัฐบาลนี้ทำอยู่พยายามทำให้เป็นเรื่องทางบวก เรื่องของแสงสว่างในอนาคตที่พี่น้องประชาชนจะได้เห็น แต่ถ้ายังมีข้อกังขาอยู่ก็บอกมา เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านพร้อมจะตอบ จะชี้แจง และหลังจากอนุมัติงบประมาณไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มั่นใจว่าเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

 

เศรษฐายืนยันว่า รัฐบาลตระหนักดีและไม่ได้เพิกเฉยต่อค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนที่สูงขึ้นมา ทั้งเรื่องหนี้นอกระบบ หนี้เกษตรกร ราคาพลังงาน และยังมีคณะทำงานแก้ปัญหายาเสพติด ในไตรมาส 4 ปีที่แล้วก็มีการจับยาบ้าได้มากกว่าปีก่อนนั้นทั้งปี ถือเป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่าเราทำงานและกวดขันเรื่องนี้เป็นอย่างดี 

 

ขณะที่เรื่องท่องเที่ยวเพื่อหารายได้ให้ประชาชนก็มีอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องวีซ่าฟรีไทย-จีน ทำให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจยกระดับขึ้น อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลา แต่การพัฒนาเรื่องเหล่านี้เป็นไปในทิศทางที่ดีและพี่น้องประชาชนก็ได้ประโยชน์สูงสุด

 

ส่วนเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลก็ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสู่สภา แม้ปัจจุบันนี้จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังมีปริมาณฝุ่นติดอันดับโลกอยู่ แต่ในปีนี้ปริมาณจุดความร้อนก็ลดลงไปมาก ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ยิ่งหย่อนในการทำงาน

 

“พวกท่านก็บอกอยู่แล้วว่าผมเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ผมขอชี้แจงว่า จาก 10 กว่าครั้งก็เกือบครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องที่เราควรต้องไป เป็นเรื่องของอาเซียนที่ประชุมกันเป็นประจำอยู่แล้ว เราเป็นน้องใหม่ เป็นผู้นำที่เพิ่งเข้าสู่ตำแหน่ง เราก็ควรต้องไป ไปพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนนโยบายซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศไทยมีตัวตนบนเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น World Economic Forum ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เราไม่มีผู้นำเดินทางไป 12 ปีแล้วครับ” เศรษฐากล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า โครงการต่างๆ ต้องใช้เวลา เราเพิ่งมาทำงานได้ 7 เดือนเท่านั้นเอง เชื่อว่าทุกท่านทำงานหนัก รัฐมนตรีทุกท่านมีความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชน หากสมาชิกมีข้อเสนอแนะอะไรดีๆ ก็ยินดีรับฟัง ถ้ามีข้อกล่าวหาอะไรก็ขอหลักฐาน ขอเหตุผลมา เรื่องของกระบวนการยุติธรรมต่างๆ เหล่านี้เชื่อว่าประเทศไทยเราหลังมีการเลือกตั้งผ่านมา เรามีการก้าวหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่ดีขึ้น รวมทั้งยินดีรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกทุกท่าน และรัฐมนตรีก็พร้อมให้ความกระจ่างกับสมาชิกในทุกๆ เรื่อง

The post ชัยธวัชลงดาบแรกฝ่ายค้าน ‘ประชาธิปไตยไหลย้อนกลับ’ เศรษฐาย้ำ รัฐบาลโปร่งใส ถ้ากล่าวหาขอดูหลักฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ทวี​’ พร้อมรับศึกอภิปราย​ ม.152​ ปม​ทักษิณ​ เชื่อ​มือประธาน​สภาเอาอยู่​-​ไม่วุ่นวาย​ https://thestandard.co/tawee-ready-for-m152-thaksin/ Tue, 02 Apr 2024 03:45:00 +0000 https://thestandard.co/?p=918284 ‘ทวี​’ พร้อมรับศึกอภิปราย​ ม.152​ ปม​ทักษิณ​ เชื่อ​มือประธาน​สภาเอาอยู่​-​ไม่วุ่นวาย​

วันนี้ (2 เมษายน) พ.ต.อ. ทวี​ สอดส่อง​ รัฐมนตรีว่าการกร […]

The post ‘ทวี​’ พร้อมรับศึกอภิปราย​ ม.152​ ปม​ทักษิณ​ เชื่อ​มือประธาน​สภาเอาอยู่​-​ไม่วุ่นวาย​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ทวี​’ พร้อมรับศึกอภิปราย​ ม.152​ ปม​ทักษิณ​ เชื่อ​มือประธาน​สภาเอาอยู่​-​ไม่วุ่นวาย​

วันนี้ (2 เมษายน) พ.ต.อ. ทวี​ สอดส่อง​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการเตรียมความพร้อมรับมือพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายทั่วไป​ตามมาตรา 152​ ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายนนี้ว่า​ การอภิปรายเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการลงมติว่าจะไว้วางใจหรือไม่ แต่เป็นเวลาให้รัฐบาลตอบคำถามหลังจากบริหารประเทศได้ 6 เดือน ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่เรายังมองไม่รอบด้านหรือซุกไว้ใต้พรม​ จึงเป็นเรื่องที่ดี

 

พ.ต.อ. ทวี​ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม นายกรัฐมนตรีได้ประกาศจะสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ แต่อาจจะมีบางอย่างที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือบางอย่างเป็นความคาดหวังของประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับสังคม พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีความหนักใจแต่อย่างใด

 

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยได้เตรียม สส. ช่วยดูเรื่องข้อบังคับในสภาหรือไม่ เนื่องจากอาจเกิดความวุ่นวายประท้วงขึ้น พ.ต.อ. ทวี​ ระบุว่า ในความเป็นจริงน่าจะปล่อยให้รัฐมนตรีเขาตอบ เพียงแต่อย่าไปพาดพิงในส่วนที่ผิดข้อบังคับ แต่ถ้าเป็นการถามก็ควรจะเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีได้ตอบ ซึ่งเท่าที่ทราบทุกกระทรวงพร้อมชี้แจง

 

เมื่อถามว่า การไม่ให้เอ่ยชื่อถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในสภา จะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พ.ต.อ. ทวี​ ระบุว่า​ ตนยังไม่ได้ยิน​ แต่มีข้อบังคับการประชุมในสภาอยู่แล้ว มีการเอ่ยถึงก็ควรจะเอ่ยแบบเลี่ยงคำโดยไม่ผิดข้อบังคับ ซึ่งรู้เจตนาอยู่แล้ว และตนมองว่าฝ่ายค้านยุคนี้พัฒนาไปเยอะ เชื่อว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร​จะสามารถควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และการอภิปรายในครั้งนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชน เพราะตอนนี้ประชาชนตื่นรู้ และคนที่เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องรับใช้ประชาชน ​ไม่ใช่ประชาชนอยู่รับใช้รัฐบาล​ 

 

เมื่อถามว่า ตอนนี้เหมือนกระบวนการยุติธรรมในบ้านเราเสื่อมถอยลงไป พ.ต.อ. ทวี ​ระบุว่า ไม่ได้เป็นห่วงอะไร วันนี้เรากำลังจะแก้ไขกฎหมาย​ เพราะที่ผ่านมามีกระบวนการยุติธรรมย่อยจำนวนมากและต่างคนต่างอยู่ จึงต้องเชิญองค์กรต่างๆ มาพูดคุยกัน เพื่อเป้าประสงค์เดียวคือความยุติธรรมของประชาชน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะแก้ไข

 

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมนั้น​ พ.ต.อ. ทวี ​กล่าวว่า เราต้องมีมาตรฐานเดียว คือมาตรฐานทางกฎหมาย หากมันไม่ดีก็ต้องไปแก้ พร้อมกับระบุว่า รัฐบาลนี้ยังไม่เคยแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้พยายามทำอยู่ อะไรที่ประชาชนเสียโอกาสหรือเลือกปฏิบัติ ก็จะแก้ไขให้มีมาตรฐาน ก่อนจะย้ำว่า กฎหมายต้องปกป้องคุ้มครองคนทุกคน หากใครไปสั่งการเกินกฎหมาย ผู้นั้นก็ต้องถูกดำเนินคดี

 

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับทักษิณบ้างหรือไม่นั้น พ.ต.อ. ทวี​ ระบุว่า ได้พบกันที่งานพระราชทานเพลิงศพ​บิดาของ จาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งตนไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าทักษิณจะเดินทางไปด้วย เพียงแต่ไปพบกันที่งานเท่านั้น และไม่ได้พูดคุยอะไรกัน

 

เมื่อถามต่อว่า อาการป่วยของทักษิณเหมือนดีขึ้น ซึ่งสวนทางกับที่กระทรวงยุติธรรมการันตีถึงอาการป่วยนั้น พ.ต.อ. ทวี​ กล่าวปฏิเสธ พร้อมกับระบุว่า ไม่ได้ถาม​แต่เรื่องการป่วย เรายึดความเห็นของแพทย์ ก่อนย้ำในช่วงท้ายว่า รัฐบาลเปิดกว้างในการรับฟังหากต้องแก้ไขกฎหมาย

The post ‘ทวี​’ พร้อมรับศึกอภิปราย​ ม.152​ ปม​ทักษิณ​ เชื่อ​มือประธาน​สภาเอาอยู่​-​ไม่วุ่นวาย​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลประสานเสียงต้านวิปรัฐบาลหั่นเวลาอภิปรายฝ่ายค้านให้ ครม. https://thestandard.co/mfp-opposition-debate-time/ Mon, 01 Apr 2024 13:50:20 +0000 https://thestandard.co/?p=918123 ก้าวไกล ประสานเสียง ต้าน วิปรัฐบาล

วันนี้ (1 เมษายน) ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรา […]

The post ก้าวไกลประสานเสียงต้านวิปรัฐบาลหั่นเวลาอภิปรายฝ่ายค้านให้ ครม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกล ประสานเสียง ต้าน วิปรัฐบาล

วันนี้ (1 เมษายน) ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีประธานวิปรัฐบาลระบุจะทบทวนเวลาอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จากเดิมฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง อาจเหลือ 18 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มเวลาชี้แจงให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

ปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ข้อตกลงที่ฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง ครม. 6 ชั่วโมงนั้น เป็นข้อตกลงที่ตกลงกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ครม. และประธานสภา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยมีเอกสารอย่างเป็นทางการ ข้อเสนอที่ให้เวลา ครม. 6 ชั่วโมงนั้น เป็นข้อเสนอที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอมาเอง ตนในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านในวันนั้นตอบรับโดยไม่ได้ต่อรองใดๆ เลย

 

ตนยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ขัดข้องหาก ครม. จะใช้เวลาเกิน 6 ชั่วโมง เพราะการอภิปรายของฝ่ายค้าน เราก็อยากได้คำตอบที่ชัดเจนเช่นกัน และ สส. ฝ่ายค้าน ก็พร้อมปิดประชุมดึกกว่าที่กำหนด เพื่อให้ ครม. ได้ชี้แจงอย่างเต็มที่ แต่การที่พรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอกรอบเวลาของ ครม. เพียง 6 ชั่วโมงมาเอง พอมารู้ตัวทีหลังว่าเวลาอาจจะไม่พอ อยากจะเพิ่มเวลาฝ่ายตนเอง ก็ไม่มีสิทธิมาลดเวลาฝ่ายค้านที่วางแผนภายใต้กรอบ 22 ชั่วโมงมาตลอด โดยเฉพาะมาเสนอก่อนถึงวันอภิปรายเพียง 2 วัน และจะนัดประชุมเพื่อทบทวนสัดส่วนเวลาในเช้าวันพุธที่ 3 เมษายนเพียง 1 ชั่วโมงก่อนเปิดประชุม

 

“ไม่ใช่หน้าที่ฝ่ายค้านที่จะต้องมารับผิดชอบการวางแผนที่ไม่รอบคอบของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายค้านจะต้องไปขอต่อรอง เพราะนี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องมาขอจากฝ่ายค้านเองว่าจะไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้” ปกรณ์วุฒิระบุ

 

ปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ท้ายที่สุดนี่อาจเป็นความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่ปฏิกิริยาของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่พอใจการขอนับองค์ประชุมของฝ่ายค้านในสัปดาห์ที่แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าการขอลดการอภิปรายของฝ่ายค้านโดยไม่จำเป็นแบบฉุกละหุกครั้งนี้ อาจเป็นแค่ความต้องการจะ ‘แก้แค้น’ เท่านั้น และหากจะเอาวาระที่เป็นเวทีใหญ่ในการตรวจสอบรัฐบาลมากระทำแบบนี้ ก็คงบ่งบอกได้ถึงระดับวุฒิภาวะของคนในรัฐบาล และการไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภาเลย

 

ด้าน ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีเดียวกันนี้ว่า ที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลต่างตบเท้าออกมาพูดว่าไม่กลัวการอภิปราย 152 เย้ยฝ่ายค้านว่าอย่าอภิปรายซ้ำซากบ้าง อย่าวนเวียนใช้วาทกรรมบ้าง ถ้ารัฐบาลไม่กลัวจริงตามที่ปากพูด ก็ควรนั่งนิ่งๆ ใจร่มๆ เปิดดูคลิปเก่าๆ ที่พรรคตัวเองเคยอภิปรายไปพลางๆ เผื่อจะละอายใจบ้าง

The post ก้าวไกลประสานเสียงต้านวิปรัฐบาลหั่นเวลาอภิปรายฝ่ายค้านให้ ครม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย จัดเต็มซักฟอกรัฐบาลเศรษฐา หวังเตือนสติรัฐบาล แถลงนโยบายแต่ไม่ตรงปก https://thestandard.co/thai-sang-thai-grills-srettha-govt/ Mon, 01 Apr 2024 09:26:21 +0000 https://thestandard.co/?p=917882 ไทยสร้างไทย ซักฟอกรัฐบาล

วันนี้ (1 เมษายน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทย […]

The post ไทยสร้างไทย จัดเต็มซักฟอกรัฐบาลเศรษฐา หวังเตือนสติรัฐบาล แถลงนโยบายแต่ไม่ตรงปก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย ซักฟอกรัฐบาล

วันนี้ (1 เมษายน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ซึ่งพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติ อภิปรายทั่วไปรัฐบาล ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายนนี้ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้ทำการบ้านเพื่อเตรียมพร้อมในการอภิปรายอย่างเข้มข้น โดยมี 3 สส. ของพรรคจะทำหน้าที่ในการอภิปราย ประกอบด้วย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ, ชัชวาล แพทยาไทย สส. ร้อยเอ็ด และ รำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส. อุบลราชธานี พรรคไทยสร้างไทย 

 

พรรคได้รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะต่างๆ จากคณะทำงานในแต่ละด้านของพรรคที่ได้เกาะติดการบริหารงานของรัฐบาลมาตลอด 7 เดือน โดยเฉพาะการบริหารราชการแผ่นดินที่ขาดประสิทธิภาพ ไม่เดินหน้าตามนโยบายที่หาเสียงไว้ และเพิกเฉยต่อคำแถลงนโยบายที่ให้ไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งจะสอดคล้องกับญัตติของฝ่ายค้านที่จะร่วมมือกันชี้ให้เห็นว่า นโยบายของรัฐยังไม่เป็นรูปธรรม ไม่สามารถขับเคลื่อนหรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ ตอกย้ำว่านโยบายไม่ตรงปกอย่างแท้จริง

 

ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การแก้ไขปัญหาหนี้สินในภาคการเกษตรให้กับประชาชน การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ลง ไปถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาวอย่างแท้จริง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชนก็ยังไร้ทิศทาง ขาดความจริงใจในการดำเนินการหลังมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในมือ รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชันที่รัฐบาลเพิกเฉย ปล่อยปละละเลยไม่มีการตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่สำคัญซึ่งมาจากเสียงสะท้อนของประชาชน นั่นคือการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นการทำลายหลักความเสมอภาคเท่าเทียมทางกฎหมายและการเมือง รวมถึงอีกหลายปัญหาสำคัญที่รัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ไข เช่น การลดความเหลื่อมล้ำการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การปฏิรูปกองทัพ การแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม หรืออาชญากรรม รวมถึงยาเสพติดที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ ระบาดไปทั่วทุกมุมเมือง

 

ดังนั้นพรรคไทยสร้างไทยจะนำข้อมูลเชิงลึก พฤติกรรมพฤติการณ์ ที่ส่อว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน ผิดพลาดบกพร่อง ไปเปิดเผยต่อสภาเพื่อให้รัฐบาลระงับยับยั้งและทบทวนอย่างเร่งด่วน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนที่คาดหวังจะเห็นความจริงใจจากรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post ไทยสร้างไทย จัดเต็มซักฟอกรัฐบาลเศรษฐา หวังเตือนสติรัฐบาล แถลงนโยบายแต่ไม่ตรงปก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สว. ถามตรง vs. รมต. ตอบเต็ม หลังเจอซักฟอกปม ‘ทักษิณ’ กลางสภา | THE STANDARD https://thestandard.co/senetor-vs-minister-thaksin-issue/ Tue, 26 Mar 2024 05:10:01 +0000 https://thestandard.co/?p=915531

ย้อนฟังไฮไลต์ที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายรัฐบาล […]

The post ชมคลิป: สว. ถามตรง vs. รมต. ตอบเต็ม หลังเจอซักฟอกปม ‘ทักษิณ’ กลางสภา | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนฟังไฮไลต์ที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายรัฐบาลเศรษฐา แบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153

 

สว. สมชาย แสวงการ vs. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กับปมกฎระเบียบ-หลักเกณฑ์ที่กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติต่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้พักโทษการอภิร

The post ชมคลิป: สว. ถามตรง vs. รมต. ตอบเต็ม หลังเจอซักฟอกปม ‘ทักษิณ’ กลางสภา | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. รุมซักฟอกปมทักษิณ ‘สมชาย-ถวิล’ ชี้ทำประชาชนเสื่อมศรัทธา-ยุติธรรมผิดเพี้ยน ด้าน ‘ทวี’ ย้ำสั่งใครให้ช่วยอดีตนายกฯ ไม่ได้ https://thestandard.co/senate-thaksin-case-grilling/ Mon, 25 Mar 2024 12:41:06 +0000 https://thestandard.co/?p=915351 สว. รุมซักฟอกปม ทักษิณ

วันนี้ (25 มีนาคม) การประชุมวุฒิสภา (สว.) ในการอภิปรายญ […]

The post สว. รุมซักฟอกปมทักษิณ ‘สมชาย-ถวิล’ ชี้ทำประชาชนเสื่อมศรัทธา-ยุติธรรมผิดเพี้ยน ด้าน ‘ทวี’ ย้ำสั่งใครให้ช่วยอดีตนายกฯ ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. รุมซักฟอกปม ทักษิณ

วันนี้ (25 มีนาคม) การประชุมวุฒิสภา (สว.) ในการอภิปรายญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153

 

สมชาย แสวงการ สว. ได้ลุกอภิปรายญัตติในประเด็นความอยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมว่า วันนี้ตนรู้สึกว่าประเทศนี้ขาดความยุติธรรม เสื่อมวิกฤตความยุติธรรมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีส่วนรับผิดชอบสำคัญในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ท่านเป็นประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ เป็นตำแหน่งสำคัญที่คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยาบาลตำรวจ และกระทรวงยุติธรรม แต่ประชาชนไม่พูด แต่เขารู้สึกว่าความยุติธรรมสองมาตรฐาน บางคนเรียกว่าไร้มาตรฐาน 

 

สมชายระบุอีกว่า เราปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แต่ปัญหายุติธรรมท้ายน้ำทำล่มสลายหมด เข้าใจว่านายกรัฐมนตรีมาจากนักธุรกิจ แต่ไม่ทราบว่าใครบอกให้นายกฯ พูดหรือท่อง ที่ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตามหลักนิติรัฐนิติธรรมจริงหรือไม่ 

 

วันนี้ไม่มีความจำเป็นต้องมีศาลฯ คงไว้ให้เหลือแต่กรมราชทัณฑ์ ที่อ้างกฎ อ้างระเบียบ ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นผู้แก้ไขจนเกิดช่องว่าง แต่กฎหมายกำหนดว่านักโทษที่จะได้รับการลงโทษจะต้องเป็นผู้ประพฤติดี ช่วยงานราชการ 

 

สมชายระบุว่า อยากถามว่า ทักษิณ ชินวัตร เข้าเงื่อนไขใดบ้าง วันนี้ตนไม่ขอก้าวล่วงทักษิณ แต่ตนสนับสนุนในการกลับประเทศ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังจากหนีคดีทุจริตไป 17 ปี วันนี้สิ่งที่ต้องพูดคือปัญหาในการบังคับโทษที่เกิดขึ้นในระบบทั้งการเมืองและข้าราชการ ผู้ใดทำคนนั้นต้องรับผิดชอบ 

 

‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่เชียงใหม่ แสดงความแข็งแรง

 

ทั้งนี้สมชายยังได้เปิดคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ขณะทักษิณลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมถามว่า การลุกนั่ง การใช้มือขวาโหนขึ้นรถกอล์ฟ เหมือนกับอาการเอ็นเปื่อยยุ่ยจริงหรือไม่ การเดินขึ้นบันไดดอยสุเทพ และยังรดน้ำพรวนดินที่งานพืชสวนโลก แสดงถึงความแข็งแรง แสดงว่าโรงพยาบาลตำรวจรักษาดี แถมกล้องวงจรปิดกลับเสียตลอดทาง 

 

เดิมนักโทษจะได้รับการพักโทษ หากรับโทษมาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 6 เดือน อายุ 70 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว แต่มีการแก้ไข จากคำว่า และ เป็น หรือ ทำให้เกิดการโกงชาติบ้านเมือง แค่อายุ 70 ปีก็กลับบ้านได้ 

 

สมชายกล่าวอีกว่า ขอบอกว่าเรื่องนี้เป็นการสั่นคลอนกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง วันนี้ตนไม่ได้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะไม่มีสิทธิ แต่ประชาชนจะไม่ไว้วางใจท่าน 

 

“ความเสื่อมศรัทธานี้ซึมลึกยาวนาน ที่ผมกังวลคือมันจะเกิดวิกฤตศรัทธา นำมาซึ่งสึนามิแล้วแก้ไขยาก ผมอยากเห็นการแก้ไข คนที่ต้องถูกดำเนินการ ดำเนินคดีรับผิดชอบคือเจ้าหน้าที่รัฐและการเมืองที่ไปเอื้อประโยชน์” สมชายกล่าว

 

‘ถวิล’ ชี้กระบวนการยุติธรรมไทยผิดเพี้ยนหลังทักษิณกลับไทย 

 

ด้าน ถวิล เปลี่ยนศรี สว. อภิปรายระบุว่า กระบวนการยุติธรรมในสังคมได้ปรากฏอยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่ออ่านแล้วเป็นคำแถลงนโยบายที่สวยหรูและดูดี แต่ความจริงรัฐบาลได้ละเว้นการปฏิบัติที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศเป็นอย่างมาก 

 

โดยกรณีที่เห็นชัดที่สุด คือกรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่กลับมารับโทษเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับสังคมและบ้านเมือง เพราะคนทำผิด คดีถึงที่สุดต้องรับโทษ ตรงไปตรงมา กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์และบ้านเมืองจะอยู่กันได้ด้วยความปกติสุข แต่เสียดายที่ก้าวแรกของทักษิณมาเหยียบย่ำบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ เรื่องแปลกๆ ก็เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรม    

 

เริ่มแรกคือได้รับการเตรียมการต้อนรับที่สนามบินพร้อมกับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย และปรากฏว่าทักษิณอยู่ภายในเรือนจำกลางไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ทั้งที่ก่อนหน้าเข้าสู่กระบวนการในประเทศไทยปรากฏว่าแข็งแรง และต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณได้รับอภัยโทษ  

 

จากนั้นเรื่องแปลกๆ ก็เกิดขึ้นไม่หยุด เช่น การรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจเกิน 30 วัน จนกระทั่งครบ 180 วัน และปรากฏข้อมูลทางการแพทย์เป็นที่เคลือบแคลงใจ จึงเป็นที่สรุปว่าตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาทักษิณไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศในเรือนจำเลย แม้กระทั่งประตูเรือนจำสีอะไรอดีตนายกฯ คงจำไม่ได้

 

ถวิลกล่าวอีกว่า เมื่อทักษิณได้รับการพักโทษ กลับเปิดบ้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และต่อด้วยการเดินทางเยี่ยมบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ต่างพากันมารับรอง มองแล้วไม่ใช่ภาพนักโทษที่ได้รับการพักโทษ เพราะอยู่บ้านไม่เหลือเค้าโครงของการเจ็บป่วยรุนแรง เรื่องนี้สังคมมองว่าเป็นเรื่องที่บิดเบี้ยว ไม่เสมอภาค 

 

แต่สิ่งที่น่าเสียใจคือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปจนถึงระดับรัฐมนตรีกลับยืนยันเสียงแข็งว่าดำเนินการอย่างถูกต้อง จึงขอให้หลับตา ลองสวดมนต์ทำใจให้สบาย และสาบานกับตัวเองว่าได้ปฏิบัติไปโดยถูกต้องและชอบธรรม เป็นธรรม เสมอภาคแล้วจริงหรือไม่

 

ชี้สิ่งที่บิดเบือนไม่ได้คือกฎแห่งกรรม

 

ถวิลกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมเพิ่มขึ้น จึงไม่สามารถที่จะเล่าเรื่องและให้ค่านิยมต่อลูกหลานได้ในอนาคต และไม่สามารถที่จะเล่าเรื่องพันท้ายนรสิงห์ให้ลูกหลานฟังได้ เพราะถึงแม้พันท้ายนรสิงห์จะได้รับการอภัยโทษแล้ว แต่เมื่อบกพร่องโดยสุจริต แต่ยืนยันว่าจะรับการลงโทษ ก็ต้องให้เป็นไปตามความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ 

 

“สิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอนที่ไม่สามารถบิดเบือนได้คือกฎแห่งกรรม วันหนึ่งผมคิดว่าไม่ช้าเกินรอที่จะได้ทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง มอบคุณ มอบโทษ ให้กับทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตามวิบากกรรม ตามการกระทำของทุกท่านต่อไป” ถวิลกล่าว

 

‘ทวี’ ย้ำ กม.ราชทัณฑ์ มาก่อนเข้ารับตำแหน่ง 

 

ขณะที่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลุกขึ้นชี้แจงว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินของตนมีอุดมการณ์แน่วแน่ในการยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ซึ่งตนเลือกประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เลือกการถูกกฎหมายมากกว่าบุญคุณ ซึ่งจะต้องแก้ให้ไปด้วยกันกับความถูกต้อง รวมถึงตนเลือกระบบคุณธรรมมากกว่าระบบอุปถัมภ์ 

 

อดีตนายกฯ ทักษิณไม่เคยสั่งการให้ตนทำสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายหรือสิ่งที่ขัดต่อคุณธรรม การที่ท่านกลับเข้ามารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ขณะนั้น ตอนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เปลี่ยนใครเลย แต่ที่ถวิลบอกว่าตนทำลายกระบวนการยุติธรรม 

 

สั่งใครช่วย ‘ทักษิณ’ ไม่ได้

 

“ท่านคิดว่า ผมจะสั่งการ พล.อ. ประยุทธ์ได้หรือ ท่านทักษิณมาจะต้องไปโรงพยาบาลทันที ท่านคิดหรือว่าผมจะไปสั่งการ หรือนายกฯ เศรษฐาจะไปสั่งการอาจารย์วิษณุได้ ผมไม่รู้ว่าพรรคของผมมี 9 คน จะร่วมเป็นรัฐบาลหรือไม่ ผมอยากให้ความเป็นธรรมสักนิดหนึ่งในการหยิบข้อเท็จจริง ผมคิดว่าการทำลายระบบยุติธรรมคือการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำลายระบบการบริหารราชการแผ่นดิน จะถูกจะผิดอย่างไรไม่ทราบ ผมมีจุดยืนอย่างนั้น แม้จะมีการปฏิวัติ บางครั้งคนเชิญให้ผมมาอยู่ในตำแหน่ง ผมยังตอบปฏิเสธ เพราะคิดว่าผมมีอุดมการณ์” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

 

รพ. คือที่คุมขังตามกฎหมาย

 

พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า ตนได้รับตำแหน่งวันที่ 11 กันยายน 2566 หลังทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่โรงพยาบาลตำรวจ ตนก็คิดเหมือนทุกท่านว่าทำไมถึงไม่อยู่เรือนจำเลยสักวันหนึ่ง ทำไมต้องไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ แต่กฎหมายพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ซึ่งบังคับใช้มา 80 ปี มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับอาญาของประเทศ จากเดิมใช้ทฤษฎีแก้แค้นทดแทนข่มขวัญยับยั้ง จะเปลี่ยนมาเป็นทฤษฎีฟื้นฟู และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล การกำหนดโทษเป็นเรื่องของศาลฯ แต่การบริหารโทษเป็นเรื่องของกฎหมายราชทัณฑ์ 

 

อย่างไรก็ตามกฎหมายราชทัณฑ์ครั้งนี้มีเจตนาให้มีที่คุมขังอื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ ซึ่งระบุไว้ว่าเป็นโรงพยาบาลรวมถึงโรงพยาบาลเอกชน ตนจึงอยากให้สังคมรับรู้ไว้ว่าการคุมขังในกฎหมายใหม่ไม่ใช่เรือนจำ ซึ่งเรือนจำสามารถบรรจุผู้ต้องขังได้ประมาณ 170,000-180,000 คน แต่วันนี้มีถึง 280,000 คน มันเป็นดินแดนทรมาน ซึ่งตามกฎหมายแม้พักในโรงพยาบาลก็ไม่สามารถออกจากห้องได้เพราะเรามีผู้คุม และต้องปฏิบัติตามระเบียบของราชทัณฑ์ โดยสรุปอดีตนายกฯ ทักษิณถูกคุมขังจำคุก แต่ใช้สถานที่คุมขังอื่นเป็นเวลา 6 เดือน

 

“วันนี้เราอาจไม่ได้สะใจ เพราะท่านไม่ได้อยู่ในเรือนจำ แต่ท่านไปถูกคุมขังตามกฎหมาย กฎหมายนี้เกิดก่อนผมเข้ามา ผมไม่ได้ร่างเลย และระเบียบต่างๆ ก็เกิดมาก่อน ผมบอกแล้วว่าบุญคุณกับการถูกกฎหมาย ผมยึดการถูกกฎหมาย ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงก็ไม่ใช่คนที่ผมรู้จักมาก่อน” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

 

ส่วนการพักโทษ พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ราชทัณฑ์หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจในการพักโทษ แต่จะมีคณะกรรมการพักโทษที่จะพิจารณาทุกเดือนเป็นเกณฑ์ที่เกิดมาก่อนที่ตนจะเข้ามา ซึ่งกรณีของทักษิณผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าเข้าเกณฑ์อายุ 70 ปี เหลือโทษไม่มากนัก และคะแนนการช่วยตัวเองมีเพียง 9 คะแนน ขณะที่ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติและอัยการระบุคล้ายกันว่าเข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุ แต่กรณีต้องรักษาพยาบาลถือว่าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ควบคุมตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 55 วรรคสาม 

 

พ.ต.อ. ทวี กล่าวอีกว่า ท่านจะคิดอย่างไรก็ตาม อันนี้คือกฎหมาย ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับข้อหาที่นั่งฟังเมื่อสักครู่ ท่านรู้ไหมว่าในคดีอาญาถ้าศาลยังไม่ตัดสินให้ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จะปฏิบัติเหมือนผู้ต้องคำพิพากษาสิ้นสุดไม่ได้ 

 

คุกไม่ได้มีเอาไว้ขังอย่างเดียว คุกมีไว้ให้ออกด้วย

 

ส่วนที่ สว. สมชาย อภิปราย เรื่องข้อมูลสุขภาพของทักษิณนั้น พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า หากท่านคิดว่ากฎหมายพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ไม่สมบูรณ์ ขอให้ช่วยกันแก้ไข 

 

“ระบบการคิดของเรือนจำสมัยใหม่เขาไม่ได้เอาไว้แก้แค้น คุกไม่ได้มีเอาไว้ขังคนให้อยู่อย่างเดียว คุกมีไว้ให้ออกด้วย แต่การจะออกจากเรือนจำต้องมีการพัฒนาพฤตินิสัย จะทำอย่างไรให้เรือนจำเป็นสถานที่ที่สร้างคนที่มีคุณภาพ เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปสร้างสังคมสร้างบ้านเมือง” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ. ทวี ยังระบุถึงการอภิปรายของถวิลที่ระบุว่า กรณีของทักษิณทำให้เกิดการแตกแยกในสังคม ว่าการฉีกและธรรมนูญยึดอำนาจถือเป็นสิ่งที่ทำมากกว่า แต่นี่เป็นสิ่งที่ท่านทำตามกฎหมาย และไม่ใช่กฎหมายที่ตนเขียน ที่ท่านบอกว่าเป็นการทำลายระบบราชการ ระบบยุติธรรมย่อยยับ ยืนยันว่าถ้าตนทำนอกกฎหมายก็จะเป็นการทำตามอำเภอใจ

 

ถาม ‘ทวี’ เอะใจหรือไม่ ทำไมกรณีทักษิณถึงไม่เหมือนกรณีอื่น

 

ภายหลังการชี้แจงของ พ.ต.อ. ทวี เสร็จสิ้น ถวิลได้อภิปรายเพิ่มเติมระบุว่า ระหว่างวิธีทำกับคำตอบ วิธีทำสำคัญเท่ากับคำตอบ ถ้าทำถูกคำตอบผิดใช้ไม่ได้ วิธีทำผิดคำตอบถูกก็ยังใช้ไม่ได้ มันต้องถูกต้องทั้งสองอย่าง ท่านนึกเอะใจหรือไม่ว่าทำไมคำตอบของเรื่องนี้ถึงเป็นแบบนี้ ท่านลืมทดเลขหรือไม่ คำตอบถึงไม่เหมือนกรณีอื่น หรือกรณีนี้คนที่ดูแลเรื่องนี้เป็นชุดอื่น คำตอบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างนี้หรือไม่ และในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ คำตอบถึงผิดเพี้ยน ทั้งหมดนี้จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของพี่น้องประชาชน ถ้าเรื่องนี้ไปจบที่กระบวนการของศาลมันจะชัดเจนว่าเกิดข้อบกพร่องอะไรตรงไหน

The post สว. รุมซักฟอกปมทักษิณ ‘สมชาย-ถวิล’ ชี้ทำประชาชนเสื่อมศรัทธา-ยุติธรรมผิดเพี้ยน ด้าน ‘ทวี’ ย้ำสั่งใครให้ช่วยอดีตนายกฯ ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกินครึ่งทางแล้ว สว. เปิดซักฟอกรัฐบาล พบ ‘ธรรมนัส’ ใช้เวลาชี้แจงมากที่สุด กว่า 1 ชั่วโมง https://thestandard.co/govt-grilling-halfway-25032567/ Mon, 25 Mar 2024 12:10:26 +0000 https://thestandard.co/?p=915309 สว. ซักฟอกรัฐบาล ธรรมนัส

วันนี้ (25 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา ( […]

The post เกินครึ่งทางแล้ว สว. เปิดซักฟอกรัฐบาล พบ ‘ธรรมนัส’ ใช้เวลาชี้แจงมากที่สุด กว่า 1 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ซักฟอกรัฐบาล ธรรมนัส

วันนี้ (25 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อพิจารณาญัตติให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ตลอดทั้งวันมีคณะรัฐมนตรีรับฟังการอภิปรายอย่างต่อเนื่อง

 

การอภิปรายในวันนี้มีรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาแสดงความจำนงอภิปรายทั้งสิ้น 27 คน โดยมีเวลาทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง ขณะนี้ สมาชิกวุฒิสภาเหลือเวลา 4 ชั่วโมง 47 นาที คณะรัฐมนตรีเหลือเวลา 1 ชั่วโมง และประธานในที่ประชุม 6 นาที

 

ในช่วงเช้าจนถึงขณะนี้มีผู้อภิปรายแล้วทั้งสิ้น 12 คน จำนวน 3 กลุ่ม จาก 8 กลุ่ม ครอบคลุมปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน ซึ่งเกี่ยวกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงประเด็นดราม่าการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนด 

 

การอภิปรายในวันนี้มีรัฐมนตรีชี้แจงทั้งสิ้น 3 คนคือ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์​, ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ โดย ร.อ. ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีที่ใช้เวลาในการชี้แจงมากที่สุดเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง 13 นาที

 

The post เกินครึ่งทางแล้ว สว. เปิดซักฟอกรัฐบาล พบ ‘ธรรมนัส’ ใช้เวลาชี้แจงมากที่สุด กว่า 1 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพศึกอภิปราย ม.153 ครึ่งวันเช้า สว. รุมสับรัฐบาลดิจิทัลวอลเล็ต-ปมทักษิณ https://thestandard.co/section-153-first-half-25032567/ Mon, 25 Mar 2024 08:36:09 +0000 https://thestandard.co/?p=915181

วันนี้ (25 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา ( […]

The post ประมวลภาพศึกอภิปราย ม.153 ครึ่งวันเช้า สว. รุมสับรัฐบาลดิจิทัลวอลเล็ต-ปมทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อพิจารณาญัตติให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 โดยมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเข้าฟังการอภิปรายอย่างต่อเนื่อง

 

การอภิปรายในวันนี้มีรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาแสดงความจำนงอภิปรายทั้งสิ้น 27 คน โดยมีเวลาทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00-00.00 น. แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา 11.30 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรี 3 ชั่วโมง และประธานสมาชิกวุฒิสภา 30 นาที

 

ในช่วงเช้าจนถึงขณะนี้มีผู้อภิปรายแล้วทั้งสิ้น 9 คน ครอบคลุมทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน ซึ่งเกี่ยวกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับโทษของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

 

ทั้งนี้ เศรษฐาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนออกจากอาคารรัฐสภาถึงการรับฟังการอภิปรายตามมาตรา 153 ของสมาชิกวุฒิสภาในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ตนก็ฟัง ตอบได้ก็ตอบ อะไรที่เป็นประโยชน์เราก็น้อมรับก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข อย่างที่ตนพูดไปเมื่อท่านพูดเปิดอภิปรายมา ตนก็ตอบอธิบายบางเรื่องไป ถ้ามีโอกาสตนก็จะถามต่อ

 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post ประมวลภาพศึกอภิปราย ม.153 ครึ่งวันเช้า สว. รุมสับรัฐบาลดิจิทัลวอลเล็ต-ปมทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รวมไฮไลต์อภิปรายงบ 67 วาระที่ 2 วันแรก ฟังเต็มๆ ไม่ตัด | THE STANDARD https://thestandard.co/2024-budget-debate/ Thu, 21 Mar 2024 10:42:08 +0000 https://thestandard.co/?p=913979

ย้อนฟังไฮไลต์สำคัญในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ. […]

The post ชมคลิป: รวมไฮไลต์อภิปรายงบ 67 วาระที่ 2 วันแรก ฟังเต็มๆ ไม่ตัด | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนฟังไฮไลต์สำคัญในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในวาระที่ 2 รายมาตรา วันแรก

The post ชมคลิป: รวมไฮไลต์อภิปรายงบ 67 วาระที่ 2 วันแรก ฟังเต็มๆ ไม่ตัด | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพสภาถกงบประมาณ 2567 วันแรก ผ่านฉลุยทุกกระทรวง https://thestandard.co/2567-budget-first-day-photos/ Wed, 20 Mar 2024 12:16:07 +0000 https://thestandard.co/?p=913485

วันนี้ (20 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเ […]

The post ประมวลภาพสภาถกงบประมาณ 2567 วันแรก ผ่านฉลุยทุกกระทรวง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 มีนาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงินงบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 เรียงตามมาตราในวันแรก เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.30 น. มีสมาชิกทยอยอภิปรายงบกลางต่อด้วยงบของสำนักนายกรัฐมนตรี ตามด้วยงบกระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการต่างประเทศ โดยจะพิจารณาถึงเวลา 21.00 น.

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ได้ลงมติเห็นชอบให้ยึดตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการฯ

 

The post ประมวลภาพสภาถกงบประมาณ 2567 วันแรก ผ่านฉลุยทุกกระทรวง appeared first on THE STANDARD.

]]>