อนุสัญญาออตตาวา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อนุสัญญาออตตาวา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 29 Dec 2025 06:50:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN https://thestandard.co/royal-thai-army-condemns-cambodia/ Mon, 29 Dec 2025 06:50:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1159692 ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN

วันนี้ (29 ธันวาคม) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN

วันนี้ (29 ธันวาคม) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าได้รับรายงานด่วนจากกองทัพภาคที่ 2 ถึงเหตุการณ์ความสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคง แม้สถานการณ์ภาพรวมจะเริ่มเข้าสู่โหมดการเจรจา แต่ยังคงมีภัยคุกคามตกค้างในพื้นที่

 

พลตรี วินธัย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดจาก กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและเคลียร์พื้นที่บริเวณ เขาสัตตะโสม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อความปลอดภัย ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ส่งผลให้ จ่าสิบเอก สุจินต์ จิตกรียาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส แรงระเบิดทำให้สูญเสียขาข้างซ้ายและมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณดวงตาข้างซ้าย โดยเจ้าหน้าที่ชุดพยาบาลสนามได้เร่งปฐมพยาบาลและส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ล่าสุดถึงมือแพทย์แล้ว

 

โฆษกกองทัพบก ระบุว่า จากการตรวจสอบพื้นที่และการประเมินสถานการณ์ คาดว่ายังมีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาลักลอบนำมาวางดักไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ยุทธวิธีที่ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ไว้ก่อนมีการประกาศหยุดยิง ซึ่งทำให้ภารกิจการเก็บกู้ของเจ้าหน้าที่ทหารช่างเป็นไปด้วยความยากลำบากและมีความเสี่ยงสูง

 

“กองทัพบกขอยืนยันว่า เหตุการณ์นี้มีพยานหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่าฝ่ายกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง” พลตรี วินธัย กล่าว

 

ทั้งนี้ กองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการใน 2 ช่องทางหลักทางทูตและการทหาร คือ:

 

1. ส่งข้อมูลให้กระทรวงการต่างประเทศ: เพื่อนำไปชี้แจงต่อประชาคมโลก ถึงการที่กัมพูชาละเมิดพันธกรณีภายใต้ อนุสัญญาออตตาวา (Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-Personnel Mines and on their Destruction) ซึ่งว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

 

2. รายงานต่อคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT): เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกลางเข้าตรวจสอบและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง ว่ามีการละเมิดข้อตกลงและคุกคามสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ตามกรอบการหยุดยิง

 

กองทัพบกย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกไม่อาจยอมรับได้ และไทยจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายระหว่างประเทศอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องกำลังพลและอธิปไตยของชาติ

The post ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังพบแผนผังและคลังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ประสงค์ร้ายต่อชีวิตทหารและพลเรือนไทย https://thestandard.co/royal-thai-navy-condemned-cambodia/ Mon, 22 Dec 2025 04:23:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1156746 กองทัพเรือประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังพบแผนผังและคลังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ประสงค์ร้ายต่อชีวิตทหารและพลเรือนไทย

วันนี้ (22 ธันวาคม) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกอ […]

The post กองทัพเรือประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังพบแผนผังและคลังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ประสงค์ร้ายต่อชีวิตทหารและพลเรือนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังพบแผนผังและคลังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ประสงค์ร้ายต่อชีวิตทหารและพลเรือนไทย

วันนี้ (22 ธันวาคม) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงประณามการกระทำของกองทัพกัมพูชาอย่างรุนแรง หลังตรวจพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดถึงการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา อย่างร้ายแรงในพื้นที่ชายแดน

 

จากปฏิบัติการของ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ในการเข้าควบคุมพื้นที่บ้านหนองรี และบ้านท่าเส้น ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายกัมพูชา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบวัตถุพยานสำคัญที่ยืนยันถึงความพยายามในการใช้สงครามทุ่นระเบิด ได้แก่:

 

  • แผนผังตำแหน่งฝังระเบิด: ตรวจพบผังแสดงจุดติดตั้งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและทุ่นระเบิดดัดแปลงในพื้นที่บ้านหนองรี สะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อมุ่งเอาชีวิตกำลังพลของไทย
  • คลังอาวุธต้องห้าม: พบการสะสมทุ่นระเบิดสังหารบุคคลดัดแปลงจำนวนมากในพื้นที่บ้านท่าเส้น (คาสิโนทมอดา) ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่เป็นแหล่งเก็บอาวุธต้องห้ามอย่างผิดกฎหมาย

 

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ล่าสุดมีกำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดเป็นรายที่ 8 ซึ่งถือเป็นผลกระทบโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายสากลที่ไม่เลือกเป้าหมาย ก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่

 

พลเรือตรี ปารัช กล่าวว่า กองทัพเรือขอยืนยันว่า พฤติการณ์การวางและคงไว้ซึ่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เป็นสิ่งที่ประชาคมโลกไม่อาจยอมรับได้ เรากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบ เพื่อดำเนินการในระดับรัฐและแจ้งต่อองค์กรระหว่างประเทศถึงการละเมิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชา

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือขอยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของคนไทยอย่างถึงที่สุด พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้การกระทำที่ไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ถูกเพิกเฉยหรือถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/p/1JTxZkzFNs/

The post กองทัพเรือประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังพบแผนผังและคลังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ประสงค์ร้ายต่อชีวิตทหารและพลเรือนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพไทยชี้กัมพูชาเปิดศึกรอบใหม่เบี่ยงประเด็นทุ่นระเบิด กลบหลักฐานจากเวทีออตตาวา https://thestandard.co/thai-army-pmn2-mine-evidence-aot-th-cambodia-setback/ Mon, 08 Dec 2025 09:00:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1152357 กองทัพไทยชี้กัมพูชาเปิดศึกรอบใหม่เบี่ยงประเด็นทุ่นระเบิด กลบหลักฐานจากเวทีออตตาวา

วันนี้ (8 ธันวาคม) กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า เหตุ […]

The post กองทัพไทยชี้กัมพูชาเปิดศึกรอบใหม่เบี่ยงประเด็นทุ่นระเบิด กลบหลักฐานจากเวทีออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพไทยชี้กัมพูชาเปิดศึกรอบใหม่เบี่ยงประเด็นทุ่นระเบิด กลบหลักฐานจากเวทีออตตาวา

วันนี้ (8 ธันวาคม) กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่ถูกฝังใหม่ในเขตแดนไทย คือจุดหักเหสำคัญที่ทำให้กัมพูชาตกอยู่ในสถานะเพลี่ยงพล้ำอย่างรุนแรงต่อสายตาอาเซียนและประชาคมโลก

 

เพราะรายงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน-ไทย (AOT-TH) ระบุชัดเจนทุกมิติ ทั้งพิกัดที่อยู่ในไทย ร่องรอยการฝังใหม่ที่ปฏิเสธไม่ได้ แบบของทุ่นระเบิด รวมถึงรูปแบบยุทธวิธีที่สอดคล้องกับการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาโดยตรง

 

เมื่อข้อเท็จจริงทั้งหมดถูกตีแผ่อย่างตรงไปตรงมา กัมพูชาจึงไม่สามารถตอบโต้ด้วยเหตุผลหรือหลักฐานได้ และถูกบีบให้ต้อง ‘ย้ายสนามรบ’ จากพื้นที่แห่งความจริงไปสู่พื้นที่ของอารมณ์ ภาพลักษณ์ และเรื่องเล่า ซึ่งตนเองถนัดกว่า นั่นคือเวทีมนุษยธรรม เวทีสันติภาพ และเวทีดราม่าที่สร้างขึ้นได้ตามต้องการ

 

การเปิดศึกโจมตีกำลังพลฝ่ายไทยในพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 จึงเป็นการเบี่ยงประเด็นและพยายามหลีกหนีจากข้อเท็จจริงที่ตอบไม่ได้

 

กัมพูชารู้ดีว่าหากการสนทนายังคงอยู่ในกรอบของพิกัด GPS ภาคสนาม ร่องรอยการฝังใหม่ และแบบของทุ่นระเบิด PMN-2 ผลลัพธ์คือแพ้อย่างหมดรูป จึงเลือกที่จะสร้างเรื่องเล่าใหม่ที่ปลอดภัยกว่า เช่น อ้างว่าตนเองเป็นผู้รักสันติภาพหรือผู้ยึดมั่นในสนธิสัญญา พร้อมพยายามบิดเบือนให้ไทยกลายเป็นผู้ไม่สนับสนุนมนุษยธรรม ทั้งหมดนี้คือความพยายามหนีออกจากสนามข้อเท็จจริงไปสู่สนามแห่งความรู้สึก ซึ่งกัมพูชามักใช้เป็นวิธีประจำเมื่อเพลี่ยงพล้ำในเวทีโลก

 

เมื่อภาพลักษณ์ถูกสั่นคลอนจากรายงาน AOT-TH กัมพูชาจึงต้องพลิกบทเป็น ‘ผู้ถูกกระทำ’ อีกครั้ง ใช้สูตรเดิมที่เคยทำมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ได้แก่ กล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายคุกคาม อ้างมนุษยธรรมบังหน้า เรียกร้องความเห็นใจจากต่างประเทศ และวาดภาพตัวเองเป็นประเทศเล็กที่อ่อนแอ และต้องเผชิญกับคู่กรณีที่ใหญ่กว่า ทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อสร้างดราม่าและเบี่ยงความสนใจออกจากคำถามสำคัญเพียง 3 ข้อ

 

  • ทำไมทุ่นระเบิด PMN-2 แบบที่กัมพูชาใช้ จึงมาอยู่ในไทย?
  • ทำไมร่องรอยการฝังทุ่นระเบิด จึงเป็นร่องรอยใหม่?
  • ทำไมจึงพบทุ่นระเบิดในพื้นที่ซึ่งกัมพูชาได้เคลื่อนกำลังเข้ามาก่อนเกิดเหตุ?

 

คำถามเหล่านี้ไม่ต้องการทฤษฎีซับซ้อนใดๆ เพราะทุกคำตอบล้วนชี้กลับไปยังต้นทางเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

เมื่อไม่สามารถลบล้างข้อเท็จจริงได้ กัมพูชาจึงต้องเปิดฉากปะทะยิงทหารไทย เพื่อโจมตีไทยผ่านภาพลักษณ์ด้านมนุษยธรรม ทั้งเพื่อประวิงเวลา สร้างความสับสนแก่สังคมโลก และเพื่อปั้นเรื่องเล่าใหม่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกดขี่ ถูกคุกคาม หรือเป็นผู้เรียกร้องสันติภาพ ทั้งหมดนี้คือความพยายามสร้างเรื่องเล่าเพื่อลดทอนน้ำหนักของความจริง มากกว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยความรับผิดชอบตามหลักสากล

 

สรุปแล้ว การเปิดศึกโจมตีทหารไทยเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 ไม่ได้ช่วยให้กัมพูชาหลีกหนีจากข้อเท็จจริงว่าทุ่นระเบิด PMN-2 ถูกฝังใหม่ในเขตไทย แต่กลับสะท้อนชัดว่ากัมพูชากำลังใช้วิธีซ้ำเดิม สร้างภาพเป็นผู้ถูกกระทำ เรียกร้องความสงสารบนเวทีโลก และสร้างวาทกรรมเพื่อกลบพฤติกรรมของตนเอง เป็นลักษณะของ ‘การใช้กลยุทธ์บิดเบือนข้อเท็จจริง’ ที่ไม่อาจปฏิเสธความผิดของตนในโลกแห่งความจริงได้เลย

The post กองทัพไทยชี้กัมพูชาเปิดศึกรอบใหม่เบี่ยงประเด็นทุ่นระเบิด กลบหลักฐานจากเวทีออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต.เผยผลประชุม สมช. ระงับถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เลื่อนส่งกลับ 18 เชลยศึก เตรียมส่งหนังสือชี้แจงถึงสหรัฐฯ-มาเลเซีย พรุ่งนี้ https://thestandard.co/nsc-delays-detainees-joint-statement/ Tue, 11 Nov 2025 10:44:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1142146 กต.เผยผลประชุม สมช. ระงับถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เลื่อนส่งกลับ 18 เชลยศึก เตรียมส่งหนังสือชี้แจงถึง สหรัฐฯ-มาเลเซีย พรุ่งนี้

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ […]

The post กต.เผยผลประชุม สมช. ระงับถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เลื่อนส่งกลับ 18 เชลยศึก เตรียมส่งหนังสือชี้แจงถึงสหรัฐฯ-มาเลเซีย พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต.เผยผลประชุม สมช. ระงับถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เลื่อนส่งกลับ 18 เชลยศึก เตรียมส่งหนังสือชี้แจงถึง สหรัฐฯ-มาเลเซีย พรุ่งนี้

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวพัฒนาการล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ใน 3 ประเด็น ได้แก่

 

1.ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด
2.ผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
3.การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ

 

ประเด็นที่ 1 : เกี่ยวกับเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่บริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ วานนี้ (10 พฤศจิกายน) ทางกองทัพบกได้ออกมายืนยันแล้วว่า มาจากการลักลอบวางทุ่นระเบิดใหม่โดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งทำให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บรวม 4 นาย และ 1 ใน 4 นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าข้างขวาขาด ซึ่งกองทัพบกชี้แจงว่า พื้นที่ลาดตระเวนดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่เคยทำการลาดตระเวนมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

จากการเข้าไปพิสูจน์ทราบบริเวณจุดเกิดเหตุภายหลัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ได้ตรวจพบชิ้นส่วนทุ่นระเบิด PMN-2 ภายในหลุมระเบิดและพื้นที่ใกล้เคียง และยังตรวจพบทุ่นระเบิด PMN-2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 3 ทุ่น ในบริเวณรอบ ๆ หลุมระเบิด

 

ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า พื้นที่เกิดเหตุ เคยเป็นจุดที่ทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาวางกำลัง จึงสรุปได้ว่า มีการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดใหม่ในเขตไทยโดยฝ่ายกัมพูชา

 

ประเด็นที่ 2 : เกี่ยวกับผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มต้นกล่าว ด้วยการย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับ Joint Declaration หรือถ้อยแถลงฯ ร่วมที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพราะเป็นเอกสารที่ฝ่ายไทยย้ำมาตลอด ว่าเป็นแนวทางที่จะนำสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจและความสุจริตใจของทั้ง 2 ฝ่ายในการปฏิบัติตาม

 

ขณะที่ผลการประชุม สมช. ที่มีนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุม ได้มีการลงความเห็นว่า ที่ผ่านมาไทยได้ยึดมั่นและมุ่งมั่นปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ มาโดยตลอด และการดำเนินการก็มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง
แต่เป็นที่น่าผิดหวัง ที่ล่าสุดฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดถ้อยแถลงร่วมฯ โดยลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดในเขตไทย

 

ฝ่ายไทยถือว่า การกระทำนี้เป็นการ ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และยังเป็นการ ละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวา ที่กัมพูชาเองก็เป็นรัฐภาคี ซึ่งสะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาในการลดระดับความขัดแย้ง

 

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องระงับการดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมฯ ซึ่งรวมถึงการส่งตัวทหารกัมพูชาที่ฝ่ายไทยกำลังควบคุมอยู่ 18 คน ออกไปก่อน จนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะแสดงความรับผิดชอบและให้ความมั่นใจได้ว่าจะดำเนินการต่างๆ ตามถ้อยแถลงร่วมฯ โดยเฉพาะในเรื่องของทุ่นระเบิด ด้วยความจริงใจและด้วยความสุจริตใจ

 

ในการนี้ ฝ่ายไทยจึงเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการ 3 เรื่อง คือ

 

1.แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นี้
2.ดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าว
3.ดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

 

ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT (ASEAN Observer Team) รับรู้และเข้าไปตรวจสอบด้วย โดยฝ่ายไทยจะติดตามเพื่อประเมินท่าทีการตอบสนองของฝ่ายกัมพูชา ก่อนที่จะพิจารณามาตรการอื่นๆ ของฝ่ายไทยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

 

ส่วนการดำเนินการอื่น ๆ ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย และสามารถดำเนินการได้โดยฝ่ายไทยฝ่ายเดียว ก็จะยังคงดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการ เก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และการ ปราบปรามออนไลน์สแกม

 

ประเด็นที่ 3 : เกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ ทางด้าน สีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์ติดต่อ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อทำการประท้วงในเบื้องต้นไปแล้ว 2 ครั้ง ด้วยกัน คือวานนี้ และช่วงเช้าวันนี้อีกรอบหนึ่ง

 

และกระทรวงการต่างประเทศกำลังจะยื่นหนังสือประท้วง ฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยด้วย

 

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยจะดำเนินการต่อเรื่องนี้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการตาม อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา โดยการมีหนังสือถึงประธานรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา คือ ประเทศญี่ปุ่น และจะมีหนังสือถึง เลขาธิการสหประชาชาติ

 

ในขณะเดียวกัน จะเดินหน้าชี้แจงประชาคมระหว่างประเทศ โดยจะมีหนังสือถึง สหรัฐอเมริกา และจะมีหนังสือถึง มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน และจะส่งหนังสือดังกล่าวให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบด้วย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ คือมาเลเซียและสหรัฐฯ ต่างมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สังเกตการณ์การลงนามถ้อยแถลงร่วมฯ ที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (12 พฤศจิกายน) ทางกระทรวงการต่างประเทศจะจัด บรรยายสรุปให้แก่คณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยทั้งหมด เพื่อชี้แจงท่าทีไทยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

 

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้เวียนผลสรุปการชี้แจงทั้งหมดที่จะชี้แจงต่อคณะทูต ให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่อยู่ในต่างประเทศทั่วโลก เพื่อที่จะได้ชี้แจงให้กับประเทศเจ้าบ้านต่อไป เพื่อให้มีท่าทีทั่วโลกที่สอดคล้องกัน

 

ในขณะที่ฝ่ายความมั่นคงก็จะเดินหน้าชี้แจงผ่านคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT (ASEAN Observer Team) อย่างเต็มที่

 

สำหรับขณะนี้นายกรัฐมนตรี อนุทิน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ และอยู่ระหว่างเยี่ยมทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บ และรับฟังข้อมูลสถานการณ์จริงในพื้นที่

 

“ประเทศไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และจะพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้ข้อตกลงต่างๆ ในกรอบทวิภาคี รวมถึงถ้อยแถลงร่วมฯ ได้รับการเคารพและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” นิกรเดช กล่าว และระบุว่า

 

“ประเทศไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบด้วยความจริงใจและสุจริตใจ และให้คำมั่นที่จะสอบสวนกรณีดังกล่าวอย่างจริงจัง และดำเนินการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก”

 

ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน โดยในประเด็นการส่งหนังสือชี้แจงไปยังสหรัฐฯ และมาเลเซีย เขายืนยันว่าจะดำเนินการภายในไม่เกินวันพรุ่งนี้

 

ส่วนสำหรับคำถามว่า การส่งหนังสือชี้แจงไปยังสหรัฐฯ และมาเลเซีย ช้าหรือเร็ว จะมีผลได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่? เขายืนยันว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ที่เนื้อหา และหลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือที่ไทยมี เช่น ชิ้นส่วนทุ่นระเบิด PMN-2 ซึ่งจะมีการชี้แจงด้วยข้อมูลที่เป็นจริง

 

ส่วนคำถามว่า การที่กัมพูชาวางทุ่นระเบิดต่อเนื่อง ถือเป็นการไม่เคารพอนุสัญญาออตตาวาหรือไม่ และจะทำให้รัฐภาคี โดยเฉพาะญี่ปุ่นในฐานะประธานรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา กังวลและเร่งรัดกัมพูชาหรือไม่นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 7 ครั้ง ของกัมพูชา ย่อมแสดงถึงความไม่เคารพในภาคีที่ตนเองเป็นสมาชิก และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของอนุสัญญาฯ แน่นอน แต่ตอบแทนประธานไม่ได้ โดยทราบว่าอนุสัญญาออตตาวาได้ดำเนินการในการเรียกประเทศที่ถูกร้องเรียนไปอธิบายข้อเท็จจริงแล้ว และเลขาธิการ UN ก็ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

 

ส่วนข้อกังวลที่สถานการณ์จะกลับไปสู่การเผชิญหน้า? เขามองว่า มีเหตุผลให้กังวลแน่นอน เพราะมีการละเมิดถ้อยแถลงร่วมฯ และไทยได้ระงับการดำเนินการตามข้อตกลงแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม หากกัมพูชาแสดงความจริงใจและสุจริตใจในการทำตาม 3 ข้อเรียกร้อง สถานการณ์ก็ไม่น่าจะบานปลายไปสู่การสู้รบ โดยเรื่องนี้เป็นอำนาจของฝ่ายทหารในการประเมินการปฏิบัติของกัมพูชา

The post กต.เผยผลประชุม สมช. ระงับถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เลื่อนส่งกลับ 18 เชลยศึก เตรียมส่งหนังสือชี้แจงถึงสหรัฐฯ-มาเลเซีย พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที https://thestandard.co/nsc-suspends-prisoner-transfer-cambodia-landmine-row/ Tue, 11 Nov 2025 05:24:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1142000 ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและร […]

The post ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงมาตรการต่างๆ ที่จะออกมาหลังทหารไทย 4 นาย ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน

 

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าในที่ประชุมจะมีมาตรการออกมาตอบโต้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขอไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน หลังจากนั้นจะแถลงทุกอย่างอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่าจะมีการระงับถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา (Joint Declaration) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

ด้าน พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังประชุมฯ ว่า ที่ประชุมพิจารณา 3 เรื่องหลัก คือ 1.การสูญเสียของกำลังพลของกองทัพไทย เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ จึงขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ 2.การที่มีทุ่นระเบิดในพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งถือว่ามีผลกระทบกับอธิปไตย และ 3. รัฐบาลจะปกป้องอธิปไตย และปกป้องทหารไทยอย่างสุดความสามารถ

 

ที่ประชุมจะระงับการปฏิบัติตาม ถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา (Joint Declaration) ทุกประการ และยุติการส่ง 18 เชลยศึกให้กับฝ่ายกัมพูชา

 

ส่วนหลังจากนี้ไทยยังคาดหวังความจริงใจกับกัมพูชาอีกหรือไม่ เพราะปัจจุบันก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้ว พล.อ. ณัฐพลกล่าวว่า ในส่วนของกองทัพไม่ได้คาดหวัง แต่ในส่วนที่อะไรที่เราดำเนินการฝ่ายเดียว เราก็จะดำเนินการในเขตอธิปไตยของไทยต่อไป อาทิ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่เราจะเข้าเก็บในพื้นที่ที่ 5 ทันที ซึ่งถือว่าเป็นการยกระดับมาตรการทางทหารแล้ว จากอาวุธเบาไปหาหนัก แต่ขอไม่เปิดเผยในรายละเอียด ขณะเดียวกันการเจรจาคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) รวมถึงการพูดคุยระหว่างกระทรวงกลาโหมก็จะไม่มีแล้ว แต่มีเพียงการพูดคุยระหว่างประเทศตามหลักสากล

 

ด้าน สีหศักดิ์ระบุว่า กรณีที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ว่าท่าทีของไทยการจะนําไปสู่สันติภาพจะต้องปฏิบัติตามถ้อยแถลง แต่เมื่อมีการละเมิดไทยถึงขอระงับการปฏิบัติ ส่วนที่ไทยดําเนินการฝ่ายเดียว เช่น การเก็บกู้ทุนระเบิด ก็ยังจะปฏิบัติต่อไป

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจะดําเนินการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษร ไปยังกัมพูชา รวมถึงประท้วงไปในกรอบอนุสัญญาออตตาวา ด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิด และเราก็จะชี้แจงการดำเนินการท่าทีของเราต่อประชาคมโลก และชี้แจงไปทางสหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ที่ลงนามร่วมเป็นสักขีพยานในถ้อยแถลงดังกล่าว ว่าเหตุใดไทยมีความจำเป็นที่จะต้องระงับการปฎิบัติตามถ้อยแถลง และจะประสานกับทางกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย และกองทัพบก เพื่อให้ท่าทีและข้อเท็จจริงมีความหนักแน่น ชอบธรรม

 

ส่วนถ้าจะให้การปฏิบัติกลับไปสู่ที่ควรจะเป็น สีหศักดิ์ย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชามีความจำเป็นที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย กล่าวคือต้องมีการแสดงความเสียใจ มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งการประท้วงถือเป็นการประณามการละเมิดสิ่งที่ตกลงกันไว้ ซึ่งถือเป็นการแสดงท่าทีเด็ดขาดที่ชัดเจน และจะยกระดับท่าทีความเด็ดขาดหลังจากดูท่าทีของกัมพูชาแล้ว

 

“สิ่งที่เขา (กัมพูชา) ชี้แจงสําหรับประเทศไทยมองว่าไม่เพียงพอ และไม่ได้ทําให้ไทยสบายใจ ซึ่งการระงับเป็นท่าทีของไทย เราจะต้องรอท่าทีของฝ่ายกัมพูชาต่อการแสดงท่าทีของเราในครั้งนี้” สีหศักดิ์กล่าว

 

ส่วนที่ พล.อ. มนัส จันดี อดีตเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ระบุว่า หากมีการเสียขาที่ 7 เป็นความชอบธรรมที่ไทยควรจะตอบโต้นั้น พล.อ. ณัฐพลระบุว่า เป็นความเห็นส่วนตัว

 

ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที 1
ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที 2
ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที 3
ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที 4
ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที 5

The post ที่ประชุม สมช. สั่งระงับ Joint Declaration-ยุติส่งเชลยศึก ขอกัมพูชารับผิดชอบปมทุ่นระเบิด ย้ำไทยยังไม่พอใจท่าที appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ ต่อสายตรง ปรัก สุคน ประท้วงเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เตรียมประท้วงกัมพูชาผ่านอนุสัญญาออตตาวาอีกรอบ https://thestandard.co/sihasak-landmine-protest-ottawa/ Tue, 11 Nov 2025 02:46:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1141881 สีหศักดิ์ ต่อสายตรง **ปรัก** สุคน ประท้วงเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เตรียมประท้วง **กัมพูชา** ผ่านอนุสัญญา **ออตตาวา** อีกรอบ

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่าง […]

The post สีหศักดิ์ ต่อสายตรง ปรัก สุคน ประท้วงเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เตรียมประท้วงกัมพูชาผ่านอนุสัญญาออตตาวาอีกรอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ ต่อสายตรง **ปรัก** สุคน ประท้วงเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เตรียมประท้วง **กัมพูชา** ผ่านอนุสัญญา **ออตตาวา** อีกรอบ

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง จนทำให้บาดเจ็บขาขาด 1 นาย และมีอาการแน่นหน้าอก 1 นาย ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บ โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ มีเรื่องที่จะชี้แจงใน 3-4 ประเด็น ได้แก่

 

ประเด็นแรก เรื่องของการประท้วง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้ปฏิบัติราชการอยู่ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้ติดต่อกับปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ซึ่งได้ทำการประท้วงแล้วว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ หรือความตั้งใจทั้ง 2 ฝ่ายตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Declaration ซึ่งเป็นผลหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในวันนี้กระทรวงการต่างประเทศ กำลังมีหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการ

 

ประเด็นที่สอง เรื่องการปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา ตามที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ คือฝ่ายไทยจะชะลอการส่งตัวนายทหารกัมพูชาทั้ง 18 คนออกไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนมากกว่านี้

 

ประเด็นที่สาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายไทยจะดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการตามอนุสัญญาห้ามระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ตามที่ไทยเคยประท้วงผ่านอนุสัญญาออตตาวา มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งทั้งนี้ก็จะดำเนินการอีกเช่นกัน

 

ขณะที่ในวันนี้ (11 พ.ย.) จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมตามปกติ และในช่วงบ่ายจะติดตามนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บ และรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากนั้นฝ่ายไทยจะทำการประเมินต่อไปว่ามาตรการต่างๆ จะมีการดำเนินการอย่างไร

The post สีหศักดิ์ ต่อสายตรง ปรัก สุคน ประท้วงเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เตรียมประท้วงกัมพูชาผ่านอนุสัญญาออตตาวาอีกรอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพล​เผยไม่จบ-ไม่ยอม หากไม่ได้ปราสาทตาควายคืน​ บอกกัมพูชาทำผิดอนุสัญญาออตตาวา​-​เจนีวา ใช้โบราณสถานตั้งฐานที่มั่นทางทหาร​ https://thestandard.co/temples-used-as-military-bases/ Tue, 04 Nov 2025 07:39:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1139597 ณัฐพล เผย ไม่จบ-ไม่ยอม หากไม่ได้ประสาทตาควายคืน บอก กัมพูชา ทำผิด อนุสัญญาออตตาวา - เจนีวา ใช้โบราณสถานตั้งฐานที่มั่นทางทหาร

วันนี้ (4 พฤศจิกายน) พล.อ. ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ รัฐมนตรีว […]

The post ณัฐพล​เผยไม่จบ-ไม่ยอม หากไม่ได้ปราสาทตาควายคืน​ บอกกัมพูชาทำผิดอนุสัญญาออตตาวา​-​เจนีวา ใช้โบราณสถานตั้งฐานที่มั่นทางทหาร​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพล เผย ไม่จบ-ไม่ยอม หากไม่ได้ประสาทตาควายคืน บอก กัมพูชา ทำผิด อนุสัญญาออตตาวา - เจนีวา ใช้โบราณสถานตั้งฐานที่มั่นทางทหาร

วันนี้ (4 พฤศจิกายน) พล.อ. ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ กล่าวถึงความรู้สึกของประชาชนที่ปราสาทตาควาย​ ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าปราสาทตาควายยังเป็นของไทย​อยู่​ ซึ่งสื่อมวลชนทราบดีว่าขณะนี้เรากำลังหารือเรื่องการปล่อยเชลยศึกทั้ง 18 คน ดังนั้น ถ้าไม่สามารถเคลียร์เรื่องปราสาทตาควายได้ ก็จะไม่คุยเรื่องอื่นอีกต่อไป และจะไม่มีการคุยกันอีก​ รวมไปถึงได้พูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาไปแล้วว่าทำผิดอนุสัญญา​เจนีวา เรื่องการใช้โบราณสถานเป็นฐานที่มั่นทางทหาร รวมถึงการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลล้อมรอบปราสาท ที่ผิดอนุสัญญาออตตาวา พร้อมกล่าวว่า​ เราไม่ยอมรับว่าเขายึดได้

 

พล.อ. ณัฐพลยืนยันว่าจะไม่นำเรื่องเชลยศึกไปต่อรองกับปราสาทตาควาย เพราะยังมีมาตรการอื่นๆ​ เช่น การเปิดด่าน​ และจะไม่มีการหารืออย่างแน่นอน​ ถ้ากัมพูชาไม่เคลียร์ทุกเรื่องให้กลับสู่สภาพปกติ

 

ส่วนปราสาทคนา​ ตั้งอยู่บริเวณชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พล.อ. ณัฐพล​ระบุว่า​ จะต้องไปคุยกันอีกครั้ง​ แต่เรื่องปราสาทตาควายได้ยืนยันกับทางกัมพูชาแล้วว่าไม่จบแน่นอน

 

ส่วนไทยจะไปร้ององค์กรระหว่างประเทศว่ากัมพูชาทำผิด อนุสัญญาเจนีวา และออตตาวาหรือไม่​ พล.อ. ณัฐพล​กล่าวว่า แน่นอนอะไรที่เป็นเขตแผ่นดินของไทยเราต้อง​เอาคืนมาให้หมด

 

ส่วนที่กลุ่มอินฟูลฯ รวมตัวจัดกิจกรรมทวงคืนปราสาทตาควาย​จะเป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ให้เลวร้ายขึ้นหรือไม่​ พล.อ. ณัฐพล​กล่าวว่า ขอความเห็นใจเพราะปัญหาเยอะไปหมด และสั่งสมมานานรัฐบาลหรือกองทัพก็พยายามแก้ปัญหาไปทีละเรื่อง เรายึดมั่นในอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ แต่การแก้ปัญหาต้องค่อยๆ ทำไป

 

อย่างไรก็ตาม กองทัพไม่ใจเย็นแน่นอน ขณะเดียวกันก็เข้าใจกลุ่มอินฟูลฯ ที่รักและเห็นแก่ประโยชน์​ของชาติ​ ก็ยึดมั่นในอธิปไตยเหมือนกับเรา แต่ขอทำความเข้าใจให้เปิดโอกาส​ให้รัฐบาลและกองทัพทำงาน​ ซึ่งการลงพื้นที่ทำกิจกรรมของเหล่าอินฟูลฯ นั้นต้องขอความร่วมมือ​ เพราะในพื้นที่ยังคงมีทุ่นระเบิดที่เกิดอันตราย​ และได้บอกกองทัพไปแล้ว ว่าต้องไม่มีมวลชนในพื้นที่เข้าไปแล้วได้รับอันตรายกลับมา​

 

เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่เข้าใจว่าไทยเสียปราสาทตาควายไปแล้วและไม่พอใจรัฐบาลอย่างมากจะชี้แจงกับประชาชนกลุ่มนั้นอย่างไร​ พล.อ. ณัฐพล​ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ยืนยันว่ากองทัพจะไม่ยอมไม่จบแน่นอน​ ถ้ายังไม่ได้ปราสาทตาควายคืน และต้องมีการต่อสู้ทางกฎหมาย แต่ก็ขอความร่วมมือและความเห็นใจสื่อมวลชนและประชาชน ขอทำให้จบทีละเรื่อง ขณะนี้จะเคลียร์เรื่องอาวุธหนักก่อน ถ้ายังอยู่ในพื้นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งและถ้าเกิดการปะทะ​ ประชาชน​จะเดือดร้อน​

 

ส่วนเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด พล.อ. ณัฐพล​กล่าวว่า​ ตนและผู้บังคับบัญชามีความห่วงใยทหารผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีก​ ขณะที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เรามุ่งมั่นที่จะนำที่ดินของไทยคืนมาให้ได้ แต่จะต้องทำตามขั้นตอน โดยต้องเคลียร์ทุ่นระเบิดออกก่อน ถ้าเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจพื้นที่ขณะที่ยังไม่มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เจ้าหน้าที่ก็จะประสบอุบัติเหตุด้วย

 

ดังนั้น ภายในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ จะมีการเคลียร์เรื่องทุ่นระเบิด หลังจากนั้นจะใช้เวลาอีก 1 เดือนเพื่อสำรวจหมุดชั่วคราว ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ได้เน้นย้ำกับกัมพูชาในส่วนที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ให้รอการดำเนินการต่อไป​ เช่น สร้างรั้วชายแดน

 

“การเปิดด่านไม่มีแน่นอน หรือใครจะเปิดด่านก็ไม่ต้องมาคุยกับผม​ ผมไม่คุย​แน่นอน​ เรื่องเปิดด่านชีวิตนี้” พล.อ. ณัฐพล​กล่าว

The post ณัฐพล​เผยไม่จบ-ไม่ยอม หากไม่ได้ปราสาทตาควายคืน​ บอกกัมพูชาทำผิดอนุสัญญาออตตาวา​-​เจนีวา ใช้โบราณสถานตั้งฐานที่มั่นทางทหาร​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘มาริษ’ นำคณะทูต 33 ชาติสำรวจความเสียหายกันทรลักษ์ จากเหตุชายแดนไทย – กัมพูชา https://thestandard.co/maris-kantharalak-damage-survey/ Sat, 16 Aug 2025 11:51:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1108174

วันนี้ (16 สิงหาคม) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post ‘มาริษ’ นำคณะทูต 33 ชาติสำรวจความเสียหายกันทรลักษ์ จากเหตุชายแดนไทย – กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 สิงหาคม) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนและรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาจำนวน 33 ประเทศ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบจากอาวุธของฝ่ายกัมพูชา

 

สมควร สิงห์ดำ นายอำเภอกันทรลักษ์ได้รายงานต่อคณะผู้สังเกตการณ์ว่า หมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชาเพียง 5 กิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุดในอำเภอ แม้บ้านเรือนจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถพักอาศัยได้ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้แจ้งอพยพประชาชนล่วงหน้า และเจ้าของบ้านได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

สำหรับภาพรวมในอำเภอกันทรลักษ์ มีบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 70% จำนวนรวมทั้งสิ้น 28 หลังคาเรือน

 

หลังจากการรับฟังรายงาน คณะผู้สังเกตการณ์ได้เดินสำรวจความเสียหายอย่างใกล้ชิด โดยได้เยี่ยมชมบ้านของประชาชนอีกหลังหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างเต็มรูปแบบเช่นกัน โดยมีเจ้าของบ้านออกมารอต้อนรับและให้ข้อมูลแก่คณะด้วยตนเอง

 

หนึ่งในชาวบ้านที่บ้านได้รับความเสียหาย ระบุว่าขณะนี้ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้ หน่วยงานทางการเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอพิจารณา และรับค่าชดเชย ทั้งนี้มีความหวังอย่างมาก ว่าทางรัฐบาลจะให้การช่วยเหลือ เพราะนับว่าเกิดความเสียหายมากที่สุดตั้งแต่อยู่อาศัยในอำเภอ กันทรลักษ์

 

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ลงพื้นที่กันทรลักษ์

The post ‘มาริษ’ นำคณะทูต 33 ชาติสำรวจความเสียหายกันทรลักษ์ จากเหตุชายแดนไทย – กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยแสดงหลักฐานทุ่นระเบิดสังหารบุคคล แก่คณะทูต 33 ประเทศ ที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ https://thestandard.co/maris-landmine-clearance-visit/ Sat, 16 Aug 2025 11:43:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1108158 maris-landmine-clearance-visit

วันนี้ (16 สิงหาคม) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post ไทยแสดงหลักฐานทุ่นระเบิดสังหารบุคคล แก่คณะทูต 33 ประเทศ ที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
maris-landmine-clearance-visit

วันนี้ (16 สิงหาคม) มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนและรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาจำนวน 33 ประเทศ ลงพื้นที่ใกล้เคียงหน่วยปฏิบัติการภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมชมการปฏิบัติงานเก็บกู้และตรวจยึดทุ่นระเบิดรวมถึงยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่พบในพื้นที่ โดยมีสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์

 

เจ้าหน้าที่จากกองพลทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 รายงานสรุปผลการปฏิบัติงานต่อคณะผู้สังเกตการณ์ว่า ที่ผ่านมาสามารถเก็บกู้และตรวจยึดทุ่นระเบิดสังหารบุคคลได้แล้วทั้งสิ้น 46 ทุ่น โดยในจำนวนนี้มี 16 ทุ่นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังพบทุ่นระเบิดดักรถถัง, ลูกจรวด RPG และลูกระเบิดขนาด 60 และ 82 มม.

 

เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า แม้จะมีการประกาศหยุดยิงระหว่างสองประเทศมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ทหารไทยยังคงปฏิบัติภารกิจตรวจค้นในเขตพื้นที่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังคงพบทุ่นระเบิดและยุทโธปกรณ์ของฝ่ายกัมพูชาอยู่เป็นระยะ

 

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ตรวจพบส่วนใหญ่จะถูกฝังอยู่ไม่ลึกจากพื้นดิน และอำพรางด้วยดินและเศษใบไม้ ซึ่งอุปกรณ์ตรวจจับโลหะเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ในการค้นหา ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เหยียบจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของรองเท้าที่สวมใส่

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ที่ตรวจยึดได้ว่า แม้อาวุธบางส่วนจะดูเก่า แต่ไม่ใช่เป็นอาวุธรุ่นโบราณ เพียงแต่มีสภาพทรุดโทรมจากการเก็บรักษาที่ไม่ดี

 

หนึ่งในคณะทูตได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงการตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลครั้งล่าสุด ซึ่งได้รับคำตอบว่าเพิ่งพบเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาในพื้นที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ เจ้าหน้าที่ทหารไม่สามารถให้ข้อมูลแหล่งที่มาของยุทโธปกรณ์ที่ตรวจพบได้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับประเทศที่สาม

 

ช่วงท้ายของการเยี่ยมชม เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (Thailand Mine Action Center) ได้สาธิตวิธีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้คณะผู้สังเกตการณ์ได้รับชม พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศร่วมบรรยายเป็นภาษาอังกฤษประกอบเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

 

สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน สถิติทุ่นระเบิดชายแดน

The post ไทยแสดงหลักฐานทุ่นระเบิดสังหารบุคคล แก่คณะทูต 33 ประเทศ ที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริษเสนอรัฐภาคีออตตาวา ทบทวนช่วยเหลือกัมพูชากู้ทุ่นระเบิด https://thestandard.co/maris-cambodia-landmine-condemnation/ Sat, 16 Aug 2025 08:43:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1108107 maris-cambodia-landmine-condemnation

วันนี้ (16 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ที่โรงเรียนภูมิซรอลวิ […]

The post มาริษเสนอรัฐภาคีออตตาวา ทบทวนช่วยเหลือกัมพูชากู้ทุ่นระเบิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
maris-cambodia-landmine-condemnation

วันนี้ (16 สิงหาคม) เวลา 13.30 น. ที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงต่อคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียน และรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา 33 ประเทศ รวมถึงสื่อต่างชาติ ภายหลังการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า กระทรวงต่างประเทศต้องการให้ผู้แทนจากต่างชาติ เห็นถึงปัญหาเรื่องของทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือนได้เกิดขึ้น 5 ครั้ง จนมีทหารเสียขา เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และหลักการอนุสัญญาออตตาวา 

 

มาริษกล่าวว่า ปัญหาทุ่นระเบิดเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ตนทราบว่ามีหลายประเทศในภาคี ให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินโครงการดังกล่าวให้แก่ทางกัมพูชา แต่เนื่องจากทุ่นระเบิดที่ฝังใหม่เป็นการฝังในดินแดนไทย มองว่าถึงเวลาที่จะต้องทบทวนการให้ความช่วยเหลือกัมพูชา เพราะถือว่าไม่ให้ความร่วมมือในวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค 

 

และอยากให้ทางกัมพูชาเคารพข้อตกลงตามกฎบัตรอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงแสดงความจริงใจ เพื่อลดความตึงเครียดในบริเวณชายแดน เพราะหากยังมีกรณีการเหยียบทุ่นระเบิด สถานการณ์ก็จะแย่ลง ดังนั้น ต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นการลดความขัดแย้ง 

 

มาริษกล่าวอีกว่า รัฐบาลไทยยืนยันว่ายึดมั่นในกฎหมายสากล และอนุสัญญาออตตาวา และพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศที่เป็นมิตร เพื่อปฏิบัติการกู้ระเบิด ซึ่งในการประชุม GBC ก็ได้มีการเสนอไป แต่ทางกัมพูชาตอบกลับมาว่าไม่พร้อม และเป็นฝ่ายที่นำข้อเสนอออก ทั้งนี้ ไทยเป็น 1 ใน 118 ประเทศ ที่ไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลก เชื่อว่าประเด็นปัญหาเริ่มต้นจาก 2 ประเทศ ก็ต้องจบที่ 2 ประเทศ

 

ส่วนการใช้โซเชียลมีเดียเผยแพร่ข่าวปลอม มาริษระบุว่า จะทำให้เกิดความขัดแย้ง และความยากลำบากของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากไม่สามารถควบคุม และไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยจะสื่อสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระเบิดที่ค้นพบเจอเป็นพื้นที่ที่เคยกู้ระเบิดไปแล้วหรือไม่ และทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นสต็อกเก่า หรือสต็อกใหม่จากฝั่งกัมพูชา พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ประเทศไทยได้เคลียร์ทุ่นระเบิดไปแล้ว และยืนยันว่า พื้นที่ที่พบอยู่ในไทยเป็นระเบิดที่พบใหม่ทั้งหมด

The post มาริษเสนอรัฐภาคีออตตาวา ทบทวนช่วยเหลือกัมพูชากู้ทุ่นระเบิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. แถลงปม ทุ่นระเบิด แจงส่งหนังสือประท้วง-ร้องเรียนไต่สวนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เตรียมส่งหนังสือเลขาฯ UN https://thestandard.co/mfa-cambodian-landmines-un/ Wed, 13 Aug 2025 10:59:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1106762

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post กต. แถลงปม ทุ่นระเบิด แจงส่งหนังสือประท้วง-ร้องเรียนไต่สวนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เตรียมส่งหนังสือเลขาฯ UN appeared first on THE STANDARD.

]]>

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวในวันนี้ (13 สิงหาคม) เรื่องพัฒนาการล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็น ได้แก่

 

  1. การวางระเบิดทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
  2. การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ
  3. การบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา

 

โดยประเด็นแรก กรณีการลอบวางระเบิดทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บถึงขั้นทุพพลภาพถาวรจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ขณะทำการลาดตระเวนพื้นที่อธิปไตยของไทย โดยเกิดเหตุถึง 2 ครั้ง บริเวณพื้นที่รอยต่อจังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่จุบตะโมก จังหวัดสุรินทร์ ทางกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งที่เหตุเกิดเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะยุติการใช้อาวุธทุกรูปแบบ รวมถึงการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลด้วย

 

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับ เพื่อประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

 

โดยฝ่ายไทยขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชายุติการกระทำที่ละเมิดอนุสัญญาและข้อตกลงหยุดยิง และขอให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจที่จะฟื้นฟูสันติภาพบริเวณชายแดน ตามที่กัมพูชาได้แถลงต่อประชาคมโลก ขณะที่ชี้ว่า การกระทำจนถึงปัจจุบันของฝ่ายกัมพูชายังคงเป็นการกระทำที่สวนทางกับคำพูด และเรียกร้องให้กัมพูชาร่วมมือกับไทยในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน โดยที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้พยายามหยิบยกเรื่องนี้เพื่อหารือกับกัมพูชามาโดยตลอด แต่ถูกปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงโดยฝ่ายกัมพูชา

 

ขณะที่ฝ่ายไทยหวังว่าประเด็นสำคัญเช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด จะได้รับการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

 

ประเด็นที่ 2 ในส่วนของการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ พบว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 และวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชาต่อกรณีทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง

 

ในส่วนกรอบพหุภาคี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือถึงประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เพื่อร้องเรียนการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชา ในขณะที่เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ณ นครนิวยอร์ก กำลังมีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติอีกฉบับหนึ่งเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการละเมิดอนุสัญญาของกัมพูชาครั้งล่าสุดนี้ด้วย

 

นอกจากนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมา มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่ญี่ปุ่นเป็นประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาประจำปี 2025 เพื่อขอให้ใช้กลไกในกรอบอนุสัญญาออตตาวา ดำเนินการไต่สวนการกระทำของกัมพูชา และยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ เพื่อขอให้ใช้กลไกอาเซียนในการกดดันให้กัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้วย

 

ขณะที่ในวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงกลาโหม จะเชิญคณะทูตของประเทศผู้บริจาคและองค์กรระหว่างประเทศด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด มารับฟังข้อมูลการละเมิดอนุสัญญาและท่าทีของกัมพูชาในการปฏิเสธความร่วมมือกับฝ่ายไทยในภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยจะเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนการให้ความช่วยเหลือต่อกัมพูชา

 

ขณะเดียวกัน ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม กระทรวงการต่างประเทศพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะจัดให้ผู้แทนประเทศและองค์กรเหล่านี้ ลงพื้นที่สังเกตการณ์ความเสียหายจริง และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุ่นระเบิด

 

ประเด็นที่ 3 กรณีการเผยแพร่ข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่องทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและสื่อกัมพูชานั้น ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้ว่าเป็นท่าทีที่ขัดต่อข้อตกลงการหยุดยิงของที่ประชุม GBC สมัยพิเศษ ที่ระบุให้งดเว้นการกระทำดังกล่าว เพื่อลดความตึงเครียด ลดความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างสันติ

 

นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังมีการปิดบังหรือบล็อกการเข้าถึงข้อมูลในช่องทางต่าง ๆ ของประชาชน ซึ่งหมายถึงสื่อหลักของไทยเกือบทั้งหมด โดยสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าทางการกัมพูชากำลังปิดหูปิดตาประชาชนตนเอง ไม่ให้รับฟังข้อมูลที่รอบด้าน และจำกัดให้ประชาชนกัมพูชา รับฟังรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ตนเองเป็นผู้ป้อนให้เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการละเมิดเสรีภาพและเสรีภาพสื่อ และสิทธิในการรับทราบข้อมูลข่าวสารของประชาชน

 

โดยประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาเปิดกว้างให้ประชาชนกัมพูชาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจในการรับรู้ ในการเลือกรับรู้ด้วยตนเอง

 

ขณะที่ยืนยันว่า ประเทศไทยยังยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อความสงบสุขและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

The post กต. แถลงปม ทุ่นระเบิด แจงส่งหนังสือประท้วง-ร้องเรียนไต่สวนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เตรียมส่งหนังสือเลขาฯ UN appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่ เรียกร้องหยุดใช้ทุ่นระเบิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา https://thestandard.co/thai-army-cambodia-mine-statement/ Wed, 13 Aug 2025 01:49:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1106389 thai-army-cambodia-mine-statement

วันนี้ (13 สิงหาคม)  พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทั […]

The post กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่ เรียกร้องหยุดใช้ทุ่นระเบิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-army-cambodia-mine-statement

วันนี้ (13 สิงหาคม)  พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี พล.ท. มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงปฏิเสธเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิด เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 บริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งส่งผลให้กำลังพลฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

“ฝ่ายไทยยืนยันอย่างชัดเจนว่า กัมพูชายังคงมีทุ่นระเบิดอยู่ในครอบครองจำนวนมาก และได้ลักลอบนำมาวางในพื้นที่ต่าง ๆ ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อมุ่งทำร้ายฝ่ายไทย ทั้งที่กัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และได้ให้สัตยาบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 แต่กลับนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา

 

จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของฝ่ายไทย พบว่าทุ่นระเบิดที่ใช้ในเหตุครั้งนี้เป็นชนิด PMN-2 ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่พบในหลายพื้นที่ที่กัมพูชาลักลอบติดตั้งเพื่อทำร้ายกำลังพลไทยมาโดยตลอด

 

ข้ออ้างของกัมพูชาว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามในอดีต เป็นเพียงการปฏิเสธที่ขาดน้ำหนัก เนื่องจากหลักฐานเชิงประจักษ์ในทุกจุดเกิดเหตุชี้ชัดว่า พื้นที่โดยรอบบริเวณที่เกิดการเหยียบทุ่นระเบิดจะพบการวางทุ่นระเบิด PMN-2 อีก 3–5 ลูก ในสภาพที่เพิ่งถูกติดตั้งใหม่อย่างชัดเจน ทั้งที่หากเป็นทุ่นเก่าจากสงครามในอดีต จะเป็นชนิดอื่น ไม่ใช่ทุ่นระเบิดแบบ PMN-2

 

ฝ่ายไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสาธารณะ ทั้งที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้รับฟังข่าวสาร และเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ตามมติคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) กัมพูชา–ไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ข้อ 9 ซึ่งกำหนดให้งดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม

 

นอกจากนี้ ขอให้กัมพูชาปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยุติการใช้อาวุธทุ่นระเบิดสังหารบุคคลต่อฝ่ายไทย ซึ่งไม่เพียงเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังเป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และกติกาสากล”

The post กองทัพบกโต้กัมพูชา ย้ำหลักฐานชัด ทุ่น PMN-2 เพิ่งติดตั้งใหม่ เรียกร้องหยุดใช้ทุ่นระเบิด–ทำตามอนุสัญญาออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. แจงการดำเนินการ กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ยื่นหนังสือร้องเรียนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา https://thestandard.co/mfa-cambodia-ottawa-violation/ Mon, 11 Aug 2025 11:21:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1106169

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ประกาศเรื่อง การดำเนินการขอ […]

The post กต. แจงการดำเนินการ กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ยื่นหนังสือร้องเรียนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ประกาศเรื่อง การดำเนินการของไทยต่อกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) หรือ อนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) โดยระบุว่า

 

“ตามที่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 และวันที่ 9 สิงหาคม 2568 กองกำลังทหารไทยรวม 11 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่วางใหม่โดยกองกำลังทหารกัมพูชา ในบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และช่องโดนเอาว์-กฤษณา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตามลำดับ นั้น

 

กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการภายใต้กรอบอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention: APMBC) หรืออนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) เพื่อตอบโต้กัมพูชา ดังนี้

 

1. เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา มีหนังสือถึงประธานการประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 จำนวน 3 ฉบับ ดังนี้

 

  • หนังสือฉบับแรก (ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2568) ไทยร้องเรียนกัมพูชาละเมิดพันธกรณีข้อ 1 ของอนุสัญญาฯ (ห้ามใช้หรือสะสมทุ่นระเบิดสังหารบุคคล) ที่บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นเส้นทางลาดตระเวนปกติของทหารไทย โดยผลการตรวจสอบโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยพบว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางใหม่ และเป็นทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่งกัมพูชาครอบครอง ฝ่ายไทยขอให้ประธาน อนุสัญญาฯ เวียนหนังสือแจ้งรัฐภาคีอื่น ๆ เพื่อทราบต่อการละเมิดอนุสัญญาฯ ของฝ่ายกัมพูชา

 

  • หนังสือฉบับที่สอง (ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568) ไทยร้องเรียนกัมพูชาละเมิดพันธกรณีของอนุสัญญาฯ ที่บริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และแจ้งว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 20 น. กัมพูชาได้กระทำการอันเป็นการรุกรานอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย โดยได้โจมตีมายังฝั่งไทยอย่างไม่แยกแยะระหว่างพลรบและพลเรือน ซึ่งส่งผลกระทบทางมนุษยธรรมและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้ง กฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และขอให้ประธานอนุสัญญาฯ เวียนหนังสือถึงรัฐภาคีอื่น ๆ เพื่อทราบต่อการละเมิดอนุสัญญาฯ ของฝ่ายกัมพูชา

 

  • หนังสือฉบับที่ 3 (ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2568) ไทยร้องเรียนการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชาในพื้นที่บริเวณช่องโดนเอาว์-กฤษณา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเรียบร้อยแล้ว และจากการตรวจสอบหลักฐานพบว่า เป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากการประชุม Extraordinary General Border Committee (GBC) Meeting ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งในการประชุมฯ ฝ่ายไทยได้เสนอให้ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้ แต่กัมพูชาปฏิเสธ และขอให้ประธานอนุสัญญาฯ เวียนหนังสือแจ้งรัฐภาคีอื่น ๆ เพื่อทราบต่อการละเมิดอนุสัญญาฯ ของฝ่ายกัมพูชา

 

2. เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก มีหนังสือลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ถึงเลขาธิการสหประชาชาติขอรับความชัดเจน (request for clarification) จากฝ่ายกัมพูชาต่อการกระทำที่เป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกระบวนการการเรียกร้องให้รัฐภาคีปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ตามข้อ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาฯ ซึ่งระบุว่า รัฐภาคีสามารถขอความชัดเจนและขอให้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาฯ ของอีกรัฐสมาชิกหนึ่งผ่านเลขาธิการสหประชาชาติ โดยกัมพูชามีพันธกรณีที่จะต้องส่งข้อมูลและคำชี้แจงต่อฝ่ายไทยผ่านเลขาธิการสหประชาชาติ

 

3. นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ยังได้เข้าพบประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 และเลขาธิการสหประชาชาติ รวมถึงผู้แทนระดับสูงของรัฐภาคีต่าง ๆ ของอนุสัญญาฯ ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ดำเนินการต่อการละเมิดพันธกรณีของกัมพูชา และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ (Committee on Cooperative Compliance) ของกรอบอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

 

อนึ่ง อนุสัญญาออตตาวา ห้ามรัฐภาคีใช้ สะสม ผลิต หรือเคลื่อนย้าย ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล รวมทั้งให้ทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคลตามที่ระบุในอนุสัญญาฯ โดยปัจจุบัน มีสมาชิก 165 ประเทศ ซึ่งไทยเข้าเป็นภาคีในปี 2542 (เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และได้ทำลายทุ่นระเบิดในคลังอาวุธหมดสิ้นเมื่อปี 2546 และทำลายทุ่นระเบิดส่วนที่เก็บไว้เพื่อการวิจัยและอบรมหมดสิ้นในปี 2562 ขณะที่กัมพูชาเข้าเป็นภาคี ในปี 2543 และยังคงมีทุ่นระเบิดที่เก็บไว้สำหรับการวิจัยและอบรม รวมถึงทุ่นระเบิดประเภท PMN-2”

 

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. แจงการดำเนินการ กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ยื่นหนังสือร้องเรียนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบกเชิญ​ผู้ช่วยทูตทหาร​ 47 ประเทศ​ รับฟังคำชี้แจง​สถานการณ์​ชายแดน ​ไทย​-กัมพูชา​ หลังพบ​ทุ่นระเบิดใหม่​ https://thestandard.co/thailand-military-briefing-cambodia-border-incident/ Tue, 22 Jul 2025 08:36:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1098433 thailand-military-briefing-cambodia-border-incident เพื่อรับฟังการชี้แจงสถานการณ์​ชายแดนไทย​-กัมพูชา​ ถึงข้อเท็จจริงกรณีไทยโดนรุกล้ำอธิปไตย​ และมีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล​ ทำให้ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย​ และมีการตรวจสอบว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่​ ที่วางในเขตไทย​ ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา​ ที่ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศภาคี​ที่ให้สัตยาบัน​​ ขณะที่ฝ่ายไทยมี พล.ท. กำชัย​ วงศ์ศรี​ เจ้ากรมการข่าว​ทหารบก​​ เป็นประธาน​ สำหรับการประชุมในวันนี้คาดการณ์ว่า น่าใช้เวลาการหารือ​ค่อนข้างนาน โดยกองทัพบกจะส่งเอกสารผลการหารือในช่วงเย็นวันนี้

วันนี้ (22 กรกฎาคม) กองบัญชาการ​กองทัพ​บก​ เชิญผู้ช่วยท […]

The post กองทัพบกเชิญ​ผู้ช่วยทูตทหาร​ 47 ประเทศ​ รับฟังคำชี้แจง​สถานการณ์​ชายแดน ​ไทย​-กัมพูชา​ หลังพบ​ทุ่นระเบิดใหม่​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-military-briefing-cambodia-border-incident เพื่อรับฟังการชี้แจงสถานการณ์​ชายแดนไทย​-กัมพูชา​ ถึงข้อเท็จจริงกรณีไทยโดนรุกล้ำอธิปไตย​ และมีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล​ ทำให้ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย​ และมีการตรวจสอบว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่​ ที่วางในเขตไทย​ ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา​ ที่ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศภาคี​ที่ให้สัตยาบัน​​ ขณะที่ฝ่ายไทยมี พล.ท. กำชัย​ วงศ์ศรี​ เจ้ากรมการข่าว​ทหารบก​​ เป็นประธาน​ สำหรับการประชุมในวันนี้คาดการณ์ว่า น่าใช้เวลาการหารือ​ค่อนข้างนาน โดยกองทัพบกจะส่งเอกสารผลการหารือในช่วงเย็นวันนี้

วันนี้ (22 กรกฎาคม) กองบัญชาการ​กองทัพ​บก​ เชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย​ 47 ประเทศ อาทิ เวียดนาม, เมียนมา, อินเดีย, สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล รวมถึงกัมพูชา ที่มี พลจัตวา​ ฮอม​ คิม ผู้ช่วยทูตทหารกัมพูชา เดินทางมาร่วมด้วย 

 

เพื่อรับฟังการชี้แจงสถานการณ์​ชายแดนไทย​-กัมพูชา​ ถึงข้อเท็จจริงกรณีไทยโดนรุกล้ำอธิปไตย​ และมีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล​ ทำให้ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย​ และมีการตรวจสอบว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่​ ที่วางในเขตไทย​ ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา​ ที่ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศภาคี​ที่ให้สัตยาบัน​​ 

 

ขณะที่ฝ่ายไทยมี พล.ท. กำชัย​ วงศ์ศรี​ เจ้ากรมการข่าว​ทหารบก​​ เป็นประธาน​ สำหรับการประชุมในวันนี้คาดการณ์ว่า น่าใช้เวลาการหารือ​ค่อนข้างนาน โดยกองทัพบกจะส่งเอกสารผลการหารือในช่วงเย็นวันนี้

 

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

การประชุมทูตทหารต่างชาติที่กองทัพบกเกี่ยวกับกรณีทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

The post กองทัพบกเชิญ​ผู้ช่วยทูตทหาร​ 47 ประเทศ​ รับฟังคำชี้แจง​สถานการณ์​ชายแดน ​ไทย​-กัมพูชา​ หลังพบ​ทุ่นระเบิดใหม่​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มทภ.2 ยืนยันทุ่นระเบิดที่พบเป็นของใหม่เตรียมตอบโต้กัมพูชา แทรกซึมอธิปไตยวางกับระเบิดช่องบก คาดมีกว่า100 ลูก เร่งเก็บกู้ https://thestandard.co/new-landmine-border-thailand-cambodia/ Sat, 19 Jul 2025 10:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1098055 new-landmine-border-Thailand-Cambodia

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ที่กองกำลังสุรนารี พล.ท. บุญสิน พลา […]

The post มทภ.2 ยืนยันทุ่นระเบิดที่พบเป็นของใหม่เตรียมตอบโต้กัมพูชา แทรกซึมอธิปไตยวางกับระเบิดช่องบก คาดมีกว่า100 ลูก เร่งเก็บกู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
new-landmine-border-Thailand-Cambodia

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ที่กองกำลังสุรนารี พล.ท. บุญสิน พลาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แถลงข่าวผลการตรวจกับระเบิด บริเวณช่องบก ว่า พบทุ่นระเบิด 2 จุด คือ จุดแรก พบ 3 ทุ่น ลักษณะการวาง บนผิวดิน รัศมีการวางห่างกัน 40 เซนติเมตร มีใบไม้ปกปิด และจุดที่ 2 เจอ 5 ทุ่น การวางเหมือนแบบแรก แต่รัศมีการวางกระจายออกไป ห่างประมาณ 90 เซนติเมตร

 

จากการกู้กับระเบิด ทั้ง 8 ลูก มีตัวอักษรชัดเจน สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นของใหม่ เพราะหากเป็นของเก่า จะมีวัชพืชปกคลุม ส่วนจุดที่วางทุ่น เลยแนวการวางกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 100-150 เมตร กองกำลังสุรนารีจะเก็บกู้ทั้งหมด เนื่องจากอยู่ในแผ่นดินไทยโดยใช้ความระมัดระวังและคาดว่ายังมีหลงเหลืออยู่อีกเป็นหลักร้อย ซึ่งเป็นชนิดเดียวตามที่ปรากฎเป็นข่าว

 

พล.ท. บุญสินกล่าวอีกว่า ขณะนี้มี 2 กรณีที่ต้องดำเนินการ คือ รายงานไปถึงศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และกองทัพบกจะนำเสนอรัฐบาล ให้กระทรวงการต่างประเทศยื่นเรื่องไปที่ยูเอ็น ตามอนุสัญญาออตตาวา ยืนยันว่าคู่กรณี เป็นคนวางชัดเจน 

 

ส่วนการตอบโต้เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 ที่จะดำเนินการต่อไป และเป็นเรื่องการทางทหารไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ พร้อมย้ำว่า ไม่ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาล ถือเป็นยุทธวิธีที่กองทัพภาคที่ 2 ดำเนินการตอบโต้ได้เลย

 

พล.ท. บุญสิน ยังกล่าวถึงกรณีกัมพูชาตั้งข้อสังเกตว่า กับระเบิดถูกวางในพื้นที่ของประเทศไทย อาจเป็นไทยที่เป็นคนวางหรือไม่นั้น ในความเป็นจริงโดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเป็นไปไม่ได้ การวางกับระเบิดหน้าแนว ผู้ที่วางจะต้องผ่านทหารฝ่ายเดียวกัน คือ ทหารไทย และต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับหน่วยทหารของฝ่ายไทยเท่านั้น ที่จะไปหน้าแนวได้ ดังนั้นต้องวางมาจากด้านฝั่งตรงข้าม

 

ส่วนที่กัมพูชาปฏิเสธถือเป็นคำพูดที่เขาสามารถชี้แจงได้ และต้องปฏิเสธอยู่แล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าการวางกับระเบิด เกิดในห้วงก่อนปรับกำลังบริเวณช่องบก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยืนยันว่ากับระเบิดที่พบไม่มีใช้ในกองทัพไทย 

 

“ส่วนที่กัมพูชาอ้างไทยเป็นฝ่ายวางกับระเบิดนั้น คงไม่มีหน่วยทหาร ผู้บังคับหน่วยไหน มาวางระเบิดใส่ลูกน้องตัวเอง คงไม่มี ถ้ามีคงจะเลวร้ายมาก และรับไม่ได้อยู่แล้ว เรามองว่าเป็นไปไม่ได้ เลวร้าย ชั่วร้ายมาก ซึ่งการฟ้องยูเอ็น เป็นการกดดันในเวทีโลก พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของแผ่นดินไทย ที่ฝ่ายตรงข้ามมาวางระเบิดตามที่ผู้นำของกัมพูชาระบุ ชัดเจนว่ามีการแทรกซึมเข้ามาวางกับระเบิดในช่วงที่เราถอนกำลังลาดตระเวน เราสามารถตอบโต้ตามขอบเขตความเหมาะสม และเด็ดขาดต่อไป” พล.ท. บุญสินกล่าว 

 

พล.ท. บุญสินกล่าวอีกว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชน แต่เราจะดำเนินการเก็บกู้ระเบิดตามแนวชายแดนให้หมด และทำถนนให้ครอบคลุม พร้อมกำชับให้ทหารช่างระมัดระวังมากขึ้น เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะทำผิดอนุสัญญาออตตาวาที่มีต่อกัน เดิมเราต้องระมัดระวังระเบิดเก่าซึ่งส่วนใหญ่เสื่อมสภาพอยู่แล้ว

 

พล.ท. บุญสินกล่าวว่า ไม่คาดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะรุนแรง เพราะสองประเทศเป็นคู่ 

อนุสัญญาออตตาวา ไม่ให้ใช้ระเบิดสังหารบุคคลร่วมกัน ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่เราต้องเฝ้าระวัง และต้องระวังลูกน้อง ส่วนการล้อมพื้นที่ที่มีปัญหานั้น ต้องเห็นชอบทั้งสองประเทศ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคุยกัน เพราะการล้อมรั้วจุดใดจุดหนึ่งในขณะที่ประเทศคู่กรณีไม่เห็นชอบด้วยจะเป็นปัญหา ต้องมีการปะทะกันแน่นอน 

 

ส่วนจะนำเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดมาเป็นเงื่อนไขล้อมรั้วได้หรือไม่ พล.ท. บุญสินกล่าวว่า กัมพูชาไม่ยอมรับอยู่แล้ว ช่องบก เขาก็ไม่ยอมรับ เช่นเดียวกับ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนโต๊ด หากทำอะไรต้องเตรียมพร้อม ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนยังไม่ทราบ ทั้งนี้หลายครั้งที่กัมพูชาละเมิดข้อสนธิสัญญา บางครั้งบางโอกาส ถ้าจำเป็นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตอบโต้ แต่ต้องรอดูสถานการณ์ เนื่องจากบางอย่าง ต้องดูว่า ประเทศกัมพูชา มีอะไรบ้าง และเราดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

พล.ท. บุญสินกล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาใส่ชุดนอกเครื่องแบบเข้ามาในปราสาทตาเมือนธม เพื่อหวังเพิ่มปริมาณคนกัมพูชา เข้ามาปราสาทตาเมือนธมนั้น ดูไม่เหมาะสม ได้แจ้งให้ทาง ผบ.กองกำลังสุรนารี ได้ไปหารือเพื่อดำเนินการให้เด็ดขาด ยืนยันว่า จากนี้ไปจะทำให้ดีที่สุด และให้จบในยุคของตน ทั้งเรื่องกับระเบิด ทางกัมพูชาไม่ยอมรับอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศ และของลูกน้องเราด้วย

 

“อยากฝากถึงประชาชนคนไทยทุกคน ขณะนี้กองทัพไทยโดยกองทัพภาคที่ 2 และรัฐบาล โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พยายามบริหารประเทศชาติบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ตลอดแนวชายแดน เราจะพยายามทำให้คลี่คลายโดยเร็ว ขอให้ประชาชนอดทน ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ปัจจุบันนี้ สถานการณ์ตามแนวชายแดนหลังจากที่มีการปรับกำลัง ก็ไม่มีการรุกล้ำอธิปไตย แม้มีเหตุเหยียบกับระเบิด เราก็กำลังแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนต่อไป” พล.ท. บุญสินกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ เวลา 14.00 น. พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เตรียมนัด ศบ.ทก. ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการกรณีกำลังพล จากหน่วยร้อย ร.6021 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบก และประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งจากหลักฐานพบว่า เป็นการวางกับระเบิดใหม่ ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะแถลงเป็นทางการในการประชุม ศบ.ทก. 21 กรกฎาคมนี้

The post มทภ.2 ยืนยันทุ่นระเบิดที่พบเป็นของใหม่เตรียมตอบโต้กัมพูชา แทรกซึมอธิปไตยวางกับระเบิดช่องบก คาดมีกว่า100 ลูก เร่งเก็บกู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กับระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา คำถามต่อพันธกรณีอนุสัญญาออตตาวา https://thestandard.co/thailand-cambodia-mine-pmn2/ Sat, 19 Jul 2025 09:37:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1098031 thailand-cambodia-mine-pmn2

กรณีพลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 […]

The post กับระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา คำถามต่อพันธกรณีอนุสัญญาออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-cambodia-mine-pmn2

กรณีพลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานีจนขาขาดนั้นสร้างความตกใจให้กับประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งคำวิจารณ์ที่ปรากฎในสังคมว่า ถ้าเป็นการวางกับระเบิดใหม่จริง ๆ ก็ถือว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวาหรืออนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. 1997 ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาต่างลงนามและให้สัตยาบันให้อนุสัญญานี้

 

อาการตกใจของคนไทยก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจของผู้นำจากหลายชาติที่มาประชุมตกลงกันและนำมาสู่อนุสัญญาออตตาว่านี้ เพราะทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นอาวุธที่ทำอันตรายไม่เลือกหน้า เนื่องจากจะทำงานไม่ว่าผู้ใดมาเหยียบ ส่วนใหญ่เน้นทำให้พิการคือขาขาด ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง 

 

อีกทั้งการวางทุ่นระเบิดนั้นมักจะวางโดยปราศจากการจดบันทึกที่ดี ทำให้บ่อยครั้งที่เมื่อสงครามจบลงแล้ว ทุ่นระเบิดที่ยังฝังอยู่และไม่ได้รับการเก็บกู้ยังส่งผลต่อเนื่องและสร้างผลกระทบให้กับประชาชนทั่วไปต่อมาอีกหลายสิบปี

 

ซึ่งจริง ๆ แล้วกัมพูชาเป็นประเทศที่น่าจะรู้ดีถึงผลกระทบของทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพราะตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา มีชาวกัมพูชากว่า 65,000 คนที่ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากทุ่นระเบิดที่ฝังเอาไว้ตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมือง 

 

โดยเฉพาะในชายแดนไทยกัมพูชาที่ในครั้งนั้นฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา หรือ People’s Republic of Kampuchea ได้วางกับระเบิดเพื่อต่อต้านฝ่ายเขมรแดงเป็นจำนวนมากตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชากว่า 750 กิโลเมตรจนสนามทุ่นระเบิดนี้รู้จักกันในชื่อม่านไม้ไผ่หรือ Bamboo Curtain หรือโครงการสนามทุ่นระเบิด K5 ซึ่งตัว K มาจากคำว่า kar karpier หรือการป้องกันในภาษาเขมร และ 5 คือหลักการ 5 ข้อของพลเอกพิเศษ เล ดึ๊ก อัญ เพื่อใช้ในการของเวียดนามในการสนับสนุนรัฐบาลสังคมนิยมของกัมพูชาในการต่อต้านเขมรแดงในช่วงนั้น

 

แม้ว่ายังต้องรอรัฐบาลและกองทัพยืนยันด้วยการตรวจสอบหลักฐานว่าทุ่นระเบิดที่ทำให้พลทหาร ธนพัฒน์ต้องพิการนั้นเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ แต่ก็มีข้อมูลบางส่วนระบุว่าตำแหน่งที่พลทหาร ธนพัฒน์เหยียบทุ่นระเบิดนั้นเป็นตำแหน่งที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบและเคลียร์ทุ่นระเบิดไปหมดเป็นเวลานานแล้ว 

 

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ รวมถึงกองทัพของไทยได้ยกเลิกการใช้งานทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปแล้วหลังจากลงนามในอนุสัญญาออตตาวา 

 

อีกทั้งก่อนหน้าที่จะลงนามในอนสัญญาดังกล่าว กองทัพของไทยยังไม่เคยมีการจัดหาทุ่นระเบิดที่ผลิตในรัสเซียอย่าง PMN 2 มาใช้งาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ทุ่นระเบิดนี้จะมาจากการใช้งานจากฝ่ายไทย

 

ทั้งนี้ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN 2 เป็นทุ่นระเบิดที่ผลิตในโซเวียตตั้งแต่ในทศวรรตที่ 70 โดยพัฒนามาจาก PMN 1 มีลักษณะเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 120 เซนติเมตร บรรจุดินระเบิด TNT ถึง 100 กรัม ซึ่งมากกว่าทุ่นระเบิดตระกูลอื่น 2 – 3 เท่า 

 

นอกจากนั้นแม้ว่าจะยังทำงานเหมือนทุ่นระเบิดแบบอื่น ๆ คือใช้ชนวนที่ทำงานเมื่อมีแรงกด แต่การค้นหา PMN 2 จะทำได้ยากขึ้น เนื่องจากตัวทุ่นทำจากพลาสติก ทำให้มีชิ้นส่วนโลหะน้อย เครื่องตรวจจับโลหะจึงตรวจจับได้ยากขึ้น 

 

และเมื่อตรวจจับได้แล้วก็ยังทำลายยากขึ้น เพราะโดยปกติการทำลายที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือการทำลายด้วยระเบิดทำลายทุ่นระเบิดเช่นระเบิดบังกาลอร์ (Bangalore Torpedo) ที่เป็นระเบิดเจาะช่องสนามทุ่นระเบิดที่มีลักษณะท่อยาวที่จะใช้แรงระเบิดสร้างแรงกดเพื่อให้ทุ่นระเบิดระเบิดออกหรือถูกทำลายจากแรงระเบิด 

 

แต่ทุ่นระเบิด PMN 2 นั้นมีแผนรับแรงกดที่เป็นรูปตัว X ซึ่งช่วยกระจายแรงกดของระเบิดบังกาลอร์จนไม่สามารถที่จะทำให้ตัวทุ่นระเบิดเกิดการระเบิดหลังการจุดระเบิดบังกาลอร์ได้ ทำให้การเก็บกู้มักจะต้องใช้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดคลานเข้าไปเก็บกู้หรือทำลายด้วยตัวเอง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่เก็บกู้

 

ในรุ่นหลัง ๆ เช่น PMN 3 หรือ PMN 4 มีการพัฒนาเพิ่มเข้าไปอีก เช่น มีระบบชนวนกันเขยื้อน ซึ่งหมายถึงระเบิดจะทำงานเมื่อมีการขยับเขยื้อน เพื่อให้ระเบิดทำงานในขณะที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังเก็บกู้ หรือมีขนาดเล็กลงเพื่อให้ตรวจจับและสังเกตุได้ยากขึ้น เป็นต้น

 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทำไมทุ่นระเบิดจึงถูกขนานนามว่าเป็นอาวุธที่มีความโหดร้ายและไร้มนุษยธรรม ซึ่งถ้ามีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ากัมพูชาเพิ่งมาวางทุ่นระเบิดแล้ว นอกจากควรจะต้องดำเนินการทางการทูตด้วยการแจ้งเรื่องพร้อมหลักฐานในที่ประชุมของอนุสัญญาออตตาวาที่จะจัดขึ้นที่เจนีวาในวันที่ 1 – 5 ธันวาคมนี้ เพื่อให้นานาชาติมีแรงกดดันไปสู่รัฐบาลกัมพูชาให้ยกเลิกการใช้งานทุ่นระเบิด ก็จำเป็นที่จะต้องให้กำลังพลของไทยระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อลดอันตรายและป้องกันการสูญเสียจากฆาตกรที่ฆ่าไม่เลือกฝ่ายอย่างทุ่นระเบิดแบบนี้

The post กับระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา คำถามต่อพันธกรณีอนุสัญญาออตตาวา appeared first on THE STANDARD.

]]>