อธิปไตย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อธิปไตย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 02 Feb 2026 07:12:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สีหศักดิ์ย้ำ หากกัมพูชาจงใจยิงยั่วยุ-รุกล้ำ ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ติดตามการเคลื่อนย้ายอาวุธใกล้ชิด https://thestandard.co/seahasak-cambodia-border-sovereignty-weapons/ Mon, 02 Feb 2026 06:41:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1172560

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่า […]

The post สีหศักดิ์ย้ำ หากกัมพูชาจงใจยิงยั่วยุ-รุกล้ำ ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ติดตามการเคลื่อนย้ายอาวุธใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชายิง M79 เข้ามายังฝั่งประเทศไทยเมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคม ว่า ขณะนี้ยังมีช่องทางของการพูดคุย โดยประเด็นสำคัญคือจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งมีการพูดคุยกันในระดับพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งอาจเกิดจากความเข้าใจผิดระหว่างกัน หรือหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ต้องกังวล

 

ที่ผ่านมา หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ก็สามารถพูดคุยกันและตรวจสอบถึงที่มาได้ กลไกที่มีอยู่ยังเดินหน้าไปด้วยดี ทั้งนี้ เป็นเรื่องของการทำให้มีการหยุดยิงที่ต้องยั่งยืนจริง ๆ ไม่มีการกระทบกระทั่งหรือยั่วยุ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในพื้นที่ หรือการยั่วยุผ่านถ้อยแถลงต่าง ๆ ต้องค่อย ๆ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เมื่อเดินหน้าเช่นนี้ จะเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

ส่วนคำถามว่าสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้หรือไม่ว่า ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีการเลือกตั้ง จะไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้การเลือกตั้งในประเทศไทยไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาว่าจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ และต้องทำให้การหยุดยิงมีความยั่งยืนจริง เพื่อเดินหน้าในเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ

 

เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้ยังคงมีการยิงปืนและมีเสียงระเบิดเป็นระยะ สีหศักดิ์ กล่าวว่า มีการชี้แจงทำความเข้าใจกันว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ตราบใดที่ยังไม่ใช่การยุยงหรือการรุกล้ำด้วยเจตนา หากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถพูดคุยและอธิบายกันได้ ทุกเหตุการณ์ก็ต้องมีการชี้แจง

 

เมื่อถามย้ำว่า หากยังคงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จะไม่สามารถการันตีได้หรือไม่ว่าการสู้รบครั้งที่ 3 จะไม่เกิดขึ้น สีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่ประสงค์ แต่หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ต้องทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ

 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานว่าฝั่งกัมพูชามีการเสริมอาวุธ เสริมกำลังทหาร และขุดคูเลต สีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด หากเป็นการรุกล้ำอธิปไตย หรือเป็นการกระทำโดยเจตนา ก็จำเป็นต้องมีการปฏิบัติการตอบโต้ตามหน้าที่

 

สำหรับกรณีที่ผู้ใหญ่ของกัมพูชาออกมาแถลงโจมตีประเทศไทย สีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้แจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชาแล้ว ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยพูดกันอย่างชัดเจนว่าคำพูดต่าง ๆ ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรมีถ้อยคำที่อาจเข้ามาแทรกแซง เพราะฝ่ายไทยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำลักษณะดังกล่าวในแถลงการณ์มาโดยตลอด

The post สีหศักดิ์ย้ำ หากกัมพูชาจงใจยิงยั่วยุ-รุกล้ำ ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ติดตามการเคลื่อนย้ายอาวุธใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุโรปไม่หวั่นภาษีทรัมป์ ลั่นพร้อมตอบโต้ ปกป้องกรีนแลนด์ https://thestandard.co/europe-retaliates-trump-tax-greenland/ Wed, 21 Jan 2026 02:31:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1167577 ยุโรปไม่หวั่นภาษีทรัมป์ ลั่นพร้อมตอบโต้ ปกป้อง กรีนแลนด์

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) […]

The post ยุโรปไม่หวั่นภาษีทรัมป์ ลั่นพร้อมตอบโต้ ปกป้องกรีนแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุโรปไม่หวั่นภาษีทรัมป์ ลั่นพร้อมตอบโต้ ปกป้อง กรีนแลนด์

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศชัดว่า สหภาพยุโรป (EU) พร้อมตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเด็ดขาด หลังผู้นำสหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากชาติยุโรป เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบีบให้ขายกรีนแลนด์

 

ช่วงเช้าวันนี้ (20 มกราคม) ฟอน แดร์ ไลเอิน ขึ้นกล่าวในเวทีประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ โดยระบุว่า หากทรัมป์ดำเนินการเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% ต่อ 8 ชาติพันธมิตรยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรปจะตอบโต้กลับด้วยมาตรการที่ “เด็ดเดี่ยว เป็นเอกภาพ และได้สัดส่วน”

 

  • “ข้อตกลงต้องเป็นข้อตกลง” เตือนสหรัฐฯ อย่าผลักมิตรสู่ความขัดแย้ง

 

ประธาน EC เน้นย้ำว่า ความมั่นคงในแถบอาร์กติกจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือเท่านั้น พร้อมชี้ว่าการขึ้นภาษีคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ระหว่างพันธมิตร

 

“ความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือระหว่างกันเท่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมข้อเสนอการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจึงเป็นความผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการกระทำระหว่างพันธมิตรที่คบหากันมาอย่างยาวนาน”

 

“สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ เห็นพ้องในข้อตกลงการค้าเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งในโลกของการเมืองและธุรกิจ ‘ข้อตกลงต้องเป็นข้อตกลง’ เมื่อมิตรสหายจับมือกัน มันย่อมมีความหมายเสมอ” เธอกล่าวเสริม โดยอ้างถึงข้อตกลงที่เธอลงนามร่วมกับทรัมป์ในปี 2025

 

“เรามองว่าชาวอเมริกันไม่เพียงแต่เป็นพันธมิตรของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนของเราด้วย และการผลักดันพวกเราทั้งสองฝ่ายให้ตกอยู่ในวังวนแห่งความตกต่ำและอันตราย จะยิ่งเป็นการเปิดช่องให้ศัตรูที่เราทั้งสองฝ่ายต่างพยายามกีดกันออกไปจากภูมิทัศน์ทางยุทธศาสตร์”

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังทรัมป์ยืนกรานที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์ โดยเขาโพสต์ภาพตนเองปักธงชาติสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์ อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่าเขาตกลงที่จะเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์กับฝ่ายต่างๆ ที่ดาวอสด้วย

 

ขณะเดียวกัน ผู้นำยุโรปได้ตกลงที่จะร่วมประชุมฉุกเฉินกันที่กรุงบรัสเซลส์ในเย็นวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดหมายว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแนวปฏิบัติต่างๆ หากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่เข้าจริง

 

  • 4 หลักการปกป้องอาร์กติก

 

นอกจากนี้ ฟอน แดร์ ไลเอิน ยังได้ประกาศหลักการสำคัญ 4 ประการ ที่จะเป็นเข็มทิศให้ EU ในการจัดการกับประเด็นกรีนแลนด์และภูมิภาคอาร์กติก ดังนี้

 

  • ยืนหยัดเคียงข้างเดนมาร์กและกรีนแลนด์ “อธิปไตยและบูรณภาพของดินแดนของพวกเขานั้นไม่สามารถต่อรองได้” เธอกล่าว

 

  • อัดฉีดงบประมาณลงทุนมหาศาลในกรีนแลนด์ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น

 

  • สร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอาร์กติก โดยต่อยอดจากโครงการริเริ่มด้านการป้องกันประเทศที่สหภาพยุโรปได้ดำเนินการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

  • กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคยิ่งกว่าเดิม เช่น สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง รวมถึงแคนาดาด้วย

 

นอกจากนี้ เธอกล่าวว่า “ยุทธศาสตร์ความมั่นคง” ใหม่ของคณะกรรมาธิการยุโรป จะครอบคลุมถึงการปรับปรุงยุทธศาสตร์อาร์กติก โดยเน้นที่กรีนแลนด์

 

“หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือหลักการพื้นฐาน: ประชาชนผู้ทรงอำนาจจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง” เธอกล่าว

 

อ้างอิง:

 

The post ยุโรปไม่หวั่นภาษีทรัมป์ ลั่นพร้อมตอบโต้ ปกป้องกรีนแลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ https://thestandard.co/prasat-ta-khwai-collapse-risk-mines/ Tue, 20 Jan 2026 09:45:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1167228 ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะ ปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ

วันนี้ (20 มกราคม) พ.ท. ศราวุธ มาลาสาย ผู้บังคับการกองพ […]

The post ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะ ปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ

วันนี้ (20 มกราคม) พ.ท. ศราวุธ มาลาสาย ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่22 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (ผบ.พัน ร.22 ฉก.2) รับผิดชอบพื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350 อําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ระบุถึงสถานการณ์ในพื้นที่ ล่าสุดว่า กรมศิลปากรได้เข้ามาตรวจดูปราสาทตาควายและวางแผนบูรณะแล้ว แต่เตือนว่ามีโอกาสทรุดพังลงมา ขอให้หลีกเลี่ยงอย่าเข้าใกล้จนกว่าจะได้รับการบูรณะ พร้อมย้ำว่า พื้นที่ยังมีความเสี่ยง ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้ามา ยกเว้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะยังมีทุ่นระเบิดที่เคลียร์ไม่เรียบร้อย

 

“พื้นที่ยังมีทุ่นระเบิดจํานวนเยอะมาก ทั้งปราสาทตาควาย เนิน 350 จะเห็นได้ว่าเส้นทางที่เดินได้เป็นคอนกรีต ส่วนทางซ้ายทางขวา ขวามีทุ่งระเบิดทั้งหมด เพราะมีการวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่ เพื่อเอาตัวรอดในสนามรบเท่านั้น ยังมีส่วนอื่นยังไม่ได้เคลียร์ แต่อยู่ในแผนการดําเนินการต่อไป” พ.ท. ศราวุธ กล่าว

 

พ.ท. ศราวุธ กล่าวอีกว่า ต้องใช้เวลา 10 วัน ในการเข้ายึดควบคุมพื้นที่ ส่วนความยากของบริเวณนี้เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามอยู่ที่สูงข่ม แต่เราอยู่ต่ำกว่า เขาจึงได้เปรียบในภูมิประเทศ และได้ดัดแปลงที่มั่นรบมาหลายปี ซึ่งจุดนี้ไม่มีการสูญเสีย และยังมีทุ่นระเบิดอีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่วางใหม่ โดยสถานการณ์ล่าสุด ต่างฝ่ายต่างเสริมแนวความมั่นคง

 

พ.ท. ศราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับเนิน 350 จุด ที่เป็นพื้นที่สูงข่ม เดิมเป็นพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย นอกจากนี้ยังมีป้อมที่สําคัญ คือ ป้อมปูนบน ซึ่งเป็นจุดตรวจการณ์ รวมถึงเนิน 291 และเนิน 350 ก่อนเหตุปะทะ มีกําลังของฝ่ายกัมพูชา 5 กองพัน จำนวน 1,500 นาย ประจําจังหวัดอุดรมีชัยและกองพันสนับสนุน หลังปะทะที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาได้มีการปรับกําลังและถอยร่นออกไปปัจจุบันไปวางกําลังเส้น 58 บนถนนคอนกรีตด้านล่าง

 

ส่วนช่องเหว ยังพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา การวางกําลังพลเป็นหย่อมเล็กประมาณ 2-3 คน เฝ้าดูการปฏิบัติของฝ่ายเรา ส่วนฝ่ายเรามีการวางกําลังประมาณ 4 กิโลเมตร

 

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 ปัจจุบัน ฝ่ายกัมพูชามีการปรับกําลังใหม่ ห่างจากฝ่ายเรา 1 กิโลเมตร วางกำลังทางด้านทิศตะวันตกของเนิน 350 เขาพยายามปรับปรุงที่มั่นและแนวการวางกําลังใหม่ ซึ่งได้รับความเสียหายพอสมควร และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวกําลังใหม่

 

ส่วนฝ่ายไทย สถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ ตามแนวทางทหารและการพัฒนาพื้นที่ หลังจากควบคุมได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของเราไม่ใช่พื้นที่ใหม่ แต่กัมพูชารุกล้ำเรามา 20-40 ปี ตามแผนที่ 1:50000 ยอมรับว่าตอนนี้ เราได้เปรียบการปฏิบัติด้านการยุทธ์ต่างๆ กัมพูชาไม่กล้าอยู่ใกล้เราและถอยร่นกำลังออกไป เขากังวลเรื่องการใช้อาวุธของฝ่ายเรา

 

ส่วนอนาคตจะปรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือไม่นั้น ต้องรอผู้บังคับบัญชา สิ่งที่ทําได้ตอนนี้คือการสถาปนาแนวให้เป็นแนวรบหากกรณีมีการรบเกิดขึ้น สําหรับการบินโดรนขณะนี้ไม่มี น่าจะเกี่ยวกับการพูดคุยระดับผู้บังคับบัญชา ซึ่งก่อนหน้านี้มีจํานวนเยอะมาก

 

“ผมอยู่ที่นี่มา 2 ปีแล้ว นํากําลังเข้าปฏิบัติในลักษณะนี้ปะทะรอบแรกเดือนกรกฎาคมก็เห็นความยาก ความมุ่งมั่นตั้งใจของลูกน้อง คาใจตั้งแต่รอบแรก ได้เตรียมการจนกระทั่งปะทะรอบสอง ตั้งมั่นว่าจะทําให้ดีที่สุด คุยกับลูกน้องว่าสิ่งที่คาใจต้องเอาให้ได้ ตอนนี้ทำได้ตามแผนที่ได้วางไว้ ไม่มีดีใจหรือเสียใจเป็นหน้าที่ที่ทหารต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ เป็นหน้าที่ที่ไม่มีใครมาทําแทนได้ เป็นสิ่งที่ผมพูดกับลูกน้องเสมอ” พ.ท.ศราวุธ กล่าว

 

ส่วนอุโมงค์ที่กัมพูชาขุดเจาะ พื้นที่ 350 และปราสาทตาควาย พ.ท.ศราวุธ ยืนยันว่า ไม่มี ส่วนใหญ่เจาะเป็นซอกหินเป็นหลัก แต่มีความแข็งแกร่ง ส่วนอุโมงค์ที่ปรากฏ คือ ช่องกร่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบถึงกัน และจนถึงขณะนี้ประชาชนกัมพูชายังไม่กลับเข้าพื้นที่ ส่วนที่เห็นเป็นทหาร

 

กัมพูชาเข้ามาปรับปรุงที่มั่นใหม่ หลังเส้น 58 ยาวไปถึงสระแก้ว ประมาณ 70-80 กิโลเมตร และช่องจอม 20 กิโลเมตร

 

ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะ ปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ 1ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะ ปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ 2ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะ ปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ 3ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะ ปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ 4

The post ผบ.พัน ร.22 ฉก.2 เผยเตรียมบรูณะปราสาทตาควาย สั่งงดเข้าพื้นที่ เหตุมีโอกาสทรุด-พบทุ่นระเบิดรอเก็บกู้เพียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึดกรีนแลนด์ ยุโรปตอบโต้อย่างไร? https://thestandard.co/trump-threatens-tariffs-greenland-europe/ Mon, 19 Jan 2026 03:10:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1166624 ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึด **กรีนแลนด์** ยุโรปตอบโต้อย่างไร?

8 ชาติยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เ […]

The post ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึดกรีนแลนด์ ยุโรปตอบโต้อย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึด **กรีนแลนด์** ยุโรปตอบโต้อย่างไร?

8 ชาติยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วม ตอบโต้ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่เขาประกาศจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ในอัตราใหม่ต่อทั้ง 8 ประเทศเหล่านี้ หากคัดค้านความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์

 

โดยทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษีสำหรับสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ จากทั้ง 8 ประเทศ เริ่มต้นที่ 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน

 

แถลงการณ์ร่วมของทั้ง 8 ชาติยุโรป ระบุว่าจะ “ยืนหยัดอย่างเต็มที่ ในความสามัคคีกับเดนมาร์กและประชาชนกรีนแลนด์” และ “พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาบนพื้นฐานหลักการอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน”

 

ขณะที่ชี้ว่า “การคุกคามด้านภาษี ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแถบแอตแลนติก และอาจนำไปสู่ความตกต่ำอย่างอันตราย” พร้อมทั้งยืนยันการร่วมมือกันเพื่อตอบโต้และรักษาอธิปไตย

 

“เราจะยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวและประสานงานกันในการตอบโต้ เรามุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยของเรา”

 

ทั้งนี้ สมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ จัดประชุมฉุกเฉินในวันอาทิตย์ (18 มกราคม) เพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบสนองต่อภัยคุกคามของทรัมป์

 

โดย เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ตอบโต้ในโพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ (17 มกราคม) กล่าวว่า จุดยืนของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับกรีนแลนด์นั้นชัดเจน คือ “กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก” และ “อนาคตของกรีนแลนด์เป็นเรื่องของชาวกรีนแลนด์และชาวเดนมาร์ก”

 

ขณะที่เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับทั้งผู้นำยุโรป, เลขาธิการ NATO และประธานาธิบดีทรัมป์ วานนี้ และเน้นย้ำจุดยืนว่า “ความมั่นคงของกรีนแลนด์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับสมาชิก NATO ทุกประเทศ แต่การเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศพันธมิตรที่มุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงร่วมกันของประเทศสมาชิกนาโตนั้นเป็นเรื่องที่ผิด”

 

ด้าน อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ก็ตอบโต้ในโพสต์บน X เช่นกัน โดยกล่าวว่า “สหภาพยุโรปยืนหยัดอย่างเต็มที่เคียงข้างเดนมาร์กและประชาชนชาวกรีนแลนด์ การเจรจายังคงเป็นสิ่งสำคัญ และเรามุ่งมั่นที่จะต่อยอดจากกระบวนการที่เริ่มต้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างราชอาณาจักรเดนมาร์กและสหรัฐฯ”

 

“ภาษีจะบ่อนทำลายความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและเสี่ยงต่อการตกต่ำอย่างอันตราย ยุโรปจะยังคงรวมเป็นหนึ่งเดียว ประสานงานกัน และมุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยของตนต่อไป”

 

ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่งของเดนมาร์ก ตอบโต้ผ่าน Facebook ว่า “เดนมาร์กต้องการความร่วมมือ และไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องการความขัดแย้ง” และเธอยินดีกับข้อความที่สอดคล้องกันจากส่วนอื่นๆ ของทวีป พร้อมยืนยันว่า “ยุโรปจะไม่ยอมถูกข่มขู่”

 

“ยิ่งไปกว่านั้น เราต้องยืนหยัดอย่างมั่นคงในคุณค่าพื้นฐานที่สร้างประชาคมยุโรปขึ้นมา” เธอกล่าว

 

ภาพ : REUTERS/Marko Djurica

อ้างอิง :

The post ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึดกรีนแลนด์ ยุโรปตอบโต้อย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ https://thestandard.co/thai-forces-protect-sovereignty-2569/ Sun, 18 Jan 2026 06:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1166466 วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ

วันนี้ (18 มกราคม) ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง พล.อ […]

The post วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ

วันนี้ (18 มกราคม) ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำผู้แทนเหล่าทัพวางพวงมาลา เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 โดยมีผู้ช่วยทูตทหาร ผู้แทนกรมการปกครอง องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย รวมถึงครอบครัววีรชนจากกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เข้าร่วมพิธี

 

กองบัญชาการกองทัพไทยจัดพิธีสดุดีทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ จากเหตุการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 42 นาย

 

นอกจากนี้ กองทัพไทยได้จารึกรายชื่อทหารกล้าทั้ง 42 นาย ในนาม ‘วีรชนของกองทัพไทย ผู้พิทักษ์ราชอาณาจักรไทย’ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และเพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 จากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้ชื่อว่า “ดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเสียสละ

 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังได้มอบของที่ระลึกและพูดคุยให้กำลังใจครอบครัววีรชนทั้ง 42 ครอบครัว เริ่มตั้งแต่ครอบครัวร้อยตรีวรัญชิต ยวงสุวรรณ ทหารนายแรกที่สละชีพจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

 

รวมถึงครอบครัวจ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต ซึ่งเป็นทหารนายแรกที่สละชีพในเหตุปะทะรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 และเป็นที่มาของชื่อ ‘ยุทธการศตวรรษ’ ที่กองทัพบกตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญ โดยปัจจุบันจ่าสิบเอกศตวรรษได้รับพระราชทานยศเป็นพลตรี เป็นกรณีพิเศษ

 

ทั้งนี้ กองทัพกำหนดให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย เนื่องจากตรงกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี มีชัยเหนืออริราชศัตรู

 

พร้อมกันนี้ ทุกเหล่าทัพยังได้จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ณ หน่วยทหารต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการปกป้องอธิปไตยของชาติ และการช่วยเหลือประชาชน

 

วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 1วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 2วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 3วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 4วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 5วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 6วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 7วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 8วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 9วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 10วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 11วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 12วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ 13

The post วันกองทัพไทย 2569 สดุดีทหารกล้า 42 นาย ปกป้องอธิปไตยชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องได้กรีนแลนด์ เดนมาร์กเผยหลังประชุม 3 ฝ่าย ชี้สหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนท่าที แต่ต้องเคารพอธิปไตย https://thestandard.co/trump-greenland-denmark-sovereignty/ Thu, 15 Jan 2026 07:14:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1165592 ทรัมป์ ซื้อกรีนแลนด์

โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำ สหรัฐอเมริกาต้องได้กรีนแลนด์ ชี้เดนม […]

The post ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องได้กรีนแลนด์ เดนมาร์กเผยหลังประชุม 3 ฝ่าย ชี้สหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนท่าที แต่ต้องเคารพอธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ ซื้อกรีนแลนด์

โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำ สหรัฐอเมริกาต้องได้กรีนแลนด์ ชี้เดนมาร์กไม่สามารถปกป้องดินแดนจากจีนและรัสเซียได้ ขณะที่กรีนแลนด์และเดนมาร์กเปิดเผยผลการประชุม 3 ฝ่ายว่า สหรัฐฯ ยังไม่เปลี่ยนใจแผนยึดครองกรีนแลนด์ ย้ำต้องเคารพอธิปไตยเดนมาร์ก

 

วันนี้ (15 มกราคม) ทรัมป์แสดงจุดยืนประเด็นกรีนแลนด์ระหว่างการลงนามกฎหมายในห้องทำงานรูปไข่ว่า กรีนแลนด์มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติทั้งสหรัฐฯ และเดนมาร์ก แต่ปัญหาคือเดนมาร์กไม่สามารถต่อกรกับจีนหรือรัสเซียได้ หากประเทศเหล่านั้นต้องการยึดครองกรีนแลนด์ ต่างจากสหรัฐฯ ที่ทำได้ทุกอย่าง สะท้อนจากปฏิบัติการเวเนซุเอลาในช่วงที่ผ่านมา

 

“ปัญหาคือ หากรัสเซียหรือจีนต้องการยึดครองกรีนแลนด์ เดนมาร์กแทบทำอะไรไม่ได้เลย แต่เราทำได้ทุกอย่าง คุณก็เห็นมาแล้วในสัปดาห์ก่อนกับเวเนซุเอลา” ทรัมป์ระบุต่อว่า ตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเดนมาร์กมาก

 

ขณะที่ ลาร์ส ล็อกเค ราสมุสเซน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก และวิเวียน ม็อตซ์เฟลด์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกรีนแลนด์ ระบุผลการประชุม 3 ฝ่าย โดยมีผู้แทนสหรัฐฯ อย่าง เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดี และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมเจรจาว่า ทรัมป์ยังไม่เปลี่ยนใจล้มเลิกแผนยึดครองกรีนแลนด์

 

“เราไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของอเมริกาได้ ชัดเจนว่า ประธานาธิบดีมีความต้องการจะยึดครองกรีนแลนด์” ราสมุสเซนระบุ ขณะที่ย้ำว่า สหรัฐฯ ต้องเคารพ ‘เส้นแดง’ อธิปไตยของเดนมาร์กด้วย

 

อย่างไรก็ดี มีการเปิดเผยว่า สหรัฐฯ และเดนมาร์กจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์ และความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก ซึ่งคาดว่า จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

ล่าสุด ผู้นำสหภาพยุโรปหลายประเทศออกมาแสดงการสนับสนุนเดนมาร์ก โดย เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า กรีนแลนด์ของประชาชน ขณะที่ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า หากอธิปไตยของสมาชิกประเทศยุโรปได้รับผลกระทบ ภูมิภาคจะเผชิญแรงสั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ก่อนหน้านี้ เยนส์ เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กว่า เกาะแห่งนี้จะไม่ตกเป็นของสหรัฐฯ และขอเลือกอยู่กับเดนมาร์ก โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือ การเจรจาแบบสันติโดยเน้นความร่วมมือ

 

ทั้งนี้ ผลสำรวจ Reuters/Ipsos พบว่า มีเพียง 17% หรือ 1 ใน 5 ของชาวอเมริกันเท่านั้นที่เห็นด้วยให้สหรัฐฯ ซื้อหรือยึดครองเกาะกรีนแลนด์ ขณะที่พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเสียงข้างมาก คัดค้านการใช้กำลังทหารเพื่อผนวกดินแดนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ

 

ภาพ: Kevin Lamarque / Reuters

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องได้กรีนแลนด์ เดนมาร์กเผยหลังประชุม 3 ฝ่าย ชี้สหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนท่าที แต่ต้องเคารพอธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ทบ. ยืนยันพร้อมโต้สงครามข่าวสารกัมพูชา-ปรับแผนคุมเข้มชายแดนใต้ https://thestandard.co/army-cambodia-info-war-border/ Tue, 13 Jan 2026 10:36:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1164707 โฆษก ทบ. ยืนยันพร้อมโต้สงครามข่าวสารกัมพูชา-ปรับแผนคุมเข้ม ชายแดนใต้

วันนี้ (13 มกราคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิ […]

The post โฆษก ทบ. ยืนยันพร้อมโต้สงครามข่าวสารกัมพูชา-ปรับแผนคุมเข้มชายแดนใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ทบ. ยืนยันพร้อมโต้สงครามข่าวสารกัมพูชา-ปรับแผนคุมเข้ม ชายแดนใต้

วันนี้ (13 มกราคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ความมั่นคงใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยระบุว่ากองทัพได้ยกระดับการเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อรักษาอธิปไตยและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

 

พล.ต. วินธัย ระบุว่าสถานการณ์ภาพรวมบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชายังคงอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ แม้จะยังพบการเคลื่อนไหวของโดรนตรวจการณ์จากฝั่งกัมพูชาบินรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องแต่ไม่หนาแน่นเท่าช่วงการปะทะที่ผ่านมา ทั้งนี้ ฝ่ายทหารไทยได้เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการปรับปรุงฐานที่มั่นและเส้นทางคมนาคมเพื่อให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย

 

นอกจากมิติด้านกำลังทหาร โฆษก ทบ. ได้ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมการใช้สงครามข้อมูลข่าวสาร ของฝ่ายกัมพูชาที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการทำลายปราสาทพระวิหาร ซึ่งกองทัพไทยยืนยันพยานหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นฐานที่ตั้งอาวุธโจมตีฝั่งไทย ซึ่งขัดต่อหลักสากลและอาจส่งผลต่อสิทธิในการคุ้มครองมรดกโลก

 

“เรายึดมั่นในข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้สังคมโลกเห็นพฤติกรรมของกัมพูชาที่นำชุมชนและชาวบ้านเข้ามาตั้งรกรากเพื่อรุกล้ำเขตแดน ซึ่งเป็นรูปแบบที่กัมพูชาใช้มาโดยตลอด” พล.ต. วินธัย กล่าว

 

สำหรับพื้นที่ทับซ้อนและจุดยุทธศาสตร์ที่ยังมีการรุกล้ำ เช่น เนิน 745 ช่องบก และเนิน 350 กองทัพยังคงให้ความสำคัญสูงสุดในการนำพื้นที่เหล่านั้นกลับคืนมา ผ่านกระบวนการที่เหมาะสมในอนาคต พร้อมกันนี้ได้เร่งภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ปราสาทตาควาย โดยมีแผนจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย

 

ส่วนมาตรการรับมือสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ พล.ต. วินธัย เปิดเผยว่าหากพบว่าบังเกอร์ที่ฝั่งกัมพูชาสร้างรุกล้ำเข้ามามีความมั่นคงแข็งแรง กองทัพอาจพิจารณาปรับปรุงเพื่อใช้ประโยชน์ให้แก่กำลังพลไทยตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่

 

ในส่วนของสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา พล.ต. วินธัย ระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้เปลี่ยนเป้าหมายจากการทำลายชีวิต มาเป็นการสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและทำลายระบบเศรษฐกิจในพื้นที่

 

โดยข้อจำกัดสำคัญคือพื้นที่รับผิดชอบที่กว้างขวางเมื่อเทียบกับจำนวนกำลังพล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) จึงได้ปรับแผนการทำงานโดยใช้งานด้านข่าวกรอง เป็นตัวนำ และเตรียมพัฒนาระบบการเฝ้าระวังให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมขอความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุสิ่งผิดปกติ เพื่อสกัดกั้นการก่อเหตุที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

The post โฆษก ทบ. ยืนยันพร้อมโต้สงครามข่าวสารกัมพูชา-ปรับแผนคุมเข้มชายแดนใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินบอกไม่ทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องร้อง UN ปมกัมพูชาแทรกแซงการเมืองไทย ท้าดูผลงานสู้รักษาอธิปไตย-ปิดด่าน https://thestandard.co/anutin-cambodia-un-politics-border/ Tue, 13 Jan 2026 04:09:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1164470 อนุทินบอกไม่ทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องร้อง UN ปมกัมพูชาแทรกแซงการเมืองไทย ท้าดูผลงานสู้รักษาอธิปไตย-ปิดด่าน

วันนี้ (13 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินบอกไม่ทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องร้อง UN ปมกัมพูชาแทรกแซงการเมืองไทย ท้าดูผลงานสู้รักษาอธิปไตย-ปิดด่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินบอกไม่ทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องร้อง UN ปมกัมพูชาแทรกแซงการเมืองไทย ท้าดูผลงานสู้รักษาอธิปไตย-ปิดด่าน

วันนี้ (13 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไหวหรือไม่กับกระแสกัมพูชาต้านไม่ให้เลือกพรรคภูมิใจไทย ว่า “หัวคะแนนใหญ่เลยนะนั่น”

 

เมื่อถามว่าโซเชียลมีเดียไม่เชื่ออนุทิน เพราะมองว่าเป็นการใช้โมเดลกัมพูชาหาเสียง นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับว่า “ฝั่งไหน คิดว่าอย่างไรคนไทยทุกคนรักชาติ ไม่ต้องไปพูด ดูสิว่ามีใครยอมให้เปิดด่านหรือไม่ในช่วงนี้”

 

ส่วนไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ว่ากระแสครั้งนี้จะทำให้คะแนนที่พุ่งจะดิ่งลง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาไปเชียร์ใคร รัฐมนตรีฝั่งเขาบอกให้เชียร์ใคร ไม่ให้เชียร์ตน ทั้งที่ตนเป็นคนต่อสู้ รักษาเกียรติภูมิ รักษาอธิปไตย รักษาแผ่นดิน ร่วมกับกองทัพมาโดยตลอด การที่เขาบอกว่าไม่ให้เชียร์ตน แสดงว่าตนทำความเสียหายให้เขาเป็นอย่างมาก และน่าจะมีคนที่เขาควบคุมได้หรือไม่

 

เมื่อถามย้ำว่า เป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ตนไม่ได้ถืออะไรเลยทั้งสิ้น ซึ่งหากตนจะเจรจาจะคุยในระดับประเทศ ส่วนต้องแจ้งไปทางสหประชาชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่ต้อง ไม่เกี่ยว จะทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องทำไม”

 

เมื่อถามว่า กัมพูชากลัวท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราไม่ได้ต้องการให้ใครกลัว แต่เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ซึ่งตนไม่ได้เป็นนายกฯ แล้วมารักบ้านรักเมือง แต่รักบ้านรักเมืองส่วนตัวอยู่แล้ว

 

นายกรัฐมนตรียังย้อนถามว่า ที่เขาพูดมีการเอ่ยชื่อหรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า ไม่ได้เอ่ยชื่อแต่ระบุเป็นพรรค นายกรัฐมนตรีจึงถามต่อว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค อย่าไปเลือกพรรคที่กลับมาพลิกสถานการณ์ จากที่คิดว่าเป็นฝ่ายชนะกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หรือไม่ พร้อมย้ำว่าคนไทยคิดได้

 

เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอันตรายต่อกระแสของพรรคภูมิใจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่น่ากังวลคือคนที่เชียร์มากกว่า

 

ส่วนกรณีที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศไม่จับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย อนุทินกล่าวยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกับใคร ทุกอย่างเป็นพรรคใครพรรคมัน เมื่อถึงเวลาก็ฟังเสียงประชาชน พรรคอื่นจะฟังหรือไม่ฟังเป็นเรื่องของพรรคอื่น

 

ส่วนพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจะมีโอกาสกลับมาร่วมงานกันหรือไม่ หากโหวตเตอร์ ต้องการให้จับมือกัน อนุทินกล่าวว่า ก็รอให้โหวตเตอร์บอก เพราะตอนนี้โหวตเตอร์ยังไม่บอก

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงพื้นที่สงขลาวันพรุ่งนี้ (14 มกราคม) จะไปติดตามสถานการณ์หลังเหตุการณ์น้ำท่วม เรื่องค่าเยียวยาให้ทุกอย่างดำเนินการให้เรียบร้อย และถือโอกาสเชิญเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาพบ เพื่อติดตามมาตรการการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก่อการร้าย และติดตามการช่วยเหลือผู้ประกอบการ

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินบอกไม่ทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องร้อง UN ปมกัมพูชาแทรกแซงการเมืองไทย ท้าดูผลงานสู้รักษาอธิปไตย-ปิดด่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พรรครักชาตินำคณะขอขมาวีรชนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผิดที่ยังไร้พลังขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน https://thestandard.co/rak-chart-apology-victory-monument/ Sun, 11 Jan 2026 04:13:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1163829 เลือกตั้ง 2569 : พรรครักชาตินำคณะขอขมาวีรชน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผิดที่ยังไร้พลังขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน

วันนี้ (11 มกราคม) เวลา 8.00 น. รศ.ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก แ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พรรครักชาตินำคณะขอขมาวีรชนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผิดที่ยังไร้พลังขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พรรครักชาตินำคณะขอขมาวีรชน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผิดที่ยังไร้พลังขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน

วันนี้ (11 มกราคม) เวลา 8.00 น. รศ.ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครักชาติ ได้นำคณะลงพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อประกอบพิธีขอขมาและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยระบุว่า

 

เจษฎ์ระบุว่า สถานที่แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความเสียสละของทหารหาญที่ร่วมกันปกป้องบ้านเมืองและอธิปไตย ทั้งผู้ที่วายชนม์ไปแล้วและผู้ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพรรคได้เคยเดินทางมาเพื่อสดุดีและไว้อาลัยแก่ท่านเหล่านั้นไปแล้ว

 

เจษฎ์กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่วันนี้เป็นความตั้งใจที่จะมาขอขมาต่อบรรพชนและทหารทั้งหลาย หากทางคณะได้เคยกระทำการใดที่ประมาทพลาดพลั้งไป ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา ใจ หรือทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา ระลึกได้หรือไม่ระลึกได้ก็ตาม

 

“พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวคำขอโทษต่อวีรชนที่พวกเรายังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ และยังไม่มีพลังมากพอที่จะขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน รูปแบบต่างๆ ให้หมดไปได้”

 

ในช่วงท้าย เจษฎ์ได้กล่าวขอพรและขอพลังจากดวงวิญญาณบรรพบุรุษและทหารหาญ ให้ช่วยคุ้มครองและเป็นกำลังใจให้พวกตนสามารถดำเนินภารกิจในการขจัดปัดเป่าและกำราบปราบปรามภัยร้ายที่จ้องทำลายบ้านเมืองในทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไปได้สำเร็จตามเป้าหมาย

The post เลือกตั้ง 2569 : พรรครักชาตินำคณะขอขมาวีรชนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผิดที่ยังไร้พลังขจัดเสี้ยนหนามแผ่นดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทอ. เผยคนนับแสนแห่ชม F-16- Gripen บอกอยากเห็นอนาคตเยาวชนรักชาติ-เทิดทูนสถาบัน https://thestandard.co/rtaf-f16-gripen-youth-patriotism/ Sat, 10 Jan 2026 09:05:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1163637 ผบ.ทอ. เผยคนนับแสนแห่ชม F-16- Gripen บอกอยากเห็นอนาคตเยาวชนรักชาติ-เทิดทูนสถาบัน

วันนี้ (10 มกราคม) ที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พล.อ.อ. เสกสร […]

The post ผบ.ทอ. เผยคนนับแสนแห่ชม F-16- Gripen บอกอยากเห็นอนาคตเยาวชนรักชาติ-เทิดทูนสถาบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทอ. เผยคนนับแสนแห่ชม F-16- Gripen บอกอยากเห็นอนาคตเยาวชนรักชาติ-เทิดทูนสถาบัน

วันนี้ (10 มกราคม) ที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พล.อ.อ. เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ว่า ภูมิใจ และดีใจมากๆ ที่มีเยาวชน และประชาชน สนใจร่วมงานเป็นจำนวนมาก ตนอยากเห็นอนาคตของชาติเราในอีก 10 ปีข้างหน้า มีบรรยากาศที่เยาวชนรู้สึกถึงความรักชาติ หวงแหนเทิดทูนสถาบันรวมทั้งดูแลสถาบันหลักของชาติ ซึ่งปีนี้ถือว่าบรรยากาศแตกต่างจากปีที่ผ่านมามาก มีผู้ร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม การแสดงการบินร่วม 100,000 คนยังไม่นับที่วอล์กอินเข้ามาด้วย

 

ทั้งนี้ ยังมองว่า ประเทศชาติจะพัฒนาไปได้ไม่ใช่มีแค่เพียงเศรษฐกิจสังคมหรือการเมืองที่เข้มแข็ง แต่ความมั่นคงและการทหารก็ต้องเข้มแข็งไปด้วย เราไม่สามารถเป็นประเทศที่ยืนหยัดในโลกอย่างสง่าผ่าเผย ถ้าเราไม่มีกองทัพที่เข้มแข็ง

 

พล.อ.อ. เสกสรร ยังกล่าวถึงแรงบันดาลใจในวัยเด็กในการเป็นทหารอากาศ ว่า คุณพ่อและคุณตาเป็นทหารอากาศ เคยไปรบที่เกาหลีมาก่อน โดยทั้งสองท่านทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง เพราะตอนนั้นเราเป็นหน่วยสนับสนุนประเทศชาติอื่นตามมติ UN จึงได้เห็นความลำบากของคุณพ่อและคุณตาที่ไปร่วมไปปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติโดยไม่มีใครรู้ใครเห็นถือเป็นแรงบันดาลใจให้ตนมาเป็นทหารอากาศ ซึ่งก็เคยมีความคิดอยากทำอาชีพอื่นเหมือนกัน

 

ผบ.ทอ. กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ไม่ใช่แค่กำลังทางอากาศ แต่รบด้วยไซเบอร์ อวกาศ และโดรน จึงต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่ไม่เหมือนในอดีต โดยปีนี้ กองทัพอากาศ เปิดกว้างให้กับสุภาพสตรี โดยเปิดรับสมัครบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 22 ปี เข้ามาเป็นนักบินรบที่สามารถใช้เทคโนโลยีสูงๆ ซึ่งในปัจจุบันกองทัพอากาศ มีนักบินลำเลียงซึ่งเป็นสุภาพสตรีแล้ว 7 นาย ปีนี้เปิดรับเพิ่มอีก 4 นาย

 

พล.อ.อ. เสกสรร ยังให้สัมภาษณ์ถึงเครื่องบินที่แสดงโชว์ในวันนี้ที่ได้ทำภารกิจหย่อนไข่ ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า “ได้ใช้จริงหมด เท่าที่เห็นก็มีครับ” ทั้งนี้ขอเรียนว่ากองทัพอากาศได้ทำหน้าที่ในการสนับสนุนกำลังภาคพื้นซึ่งเป็นหลัก และยังช่วยลดทอนขีดความสามารถของศัตรู ซึ่งวันนี้เราสามารถทำให้ศัตรูของเราอ่อนแรงลง แต่ก็ประมาทไม่ได้

 

“ขอเรียนว่าประเทศของเรามีศักดิ์ศรีและมีเอกราชไม่ยินยอมให้ใครหน้าไหนมาก้าวล่วงอธิปไตยของเรา หรือมายึดครองแผ่นดินของเรา และมาบอกว่าเราเป็นผู้รุกราน เพราะเราไม่เคยรุกรานใคร เราป้องกันตนเองและทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด เพื่อเอาอธิปไตยของเรากลับคืนมา”

 

สำหรับการพูดคุยชี้แจงกับผู้ช่วยทูตทหารเมื่อวานนี้ พล.อ.อ. เสกสรร ระบุว่า ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติการทหารในส่วนของกองทัพอากาศว่าทุกอย่างที่ได้ทำเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศ พุ่งเป้าไปที่กำลังทางทหารของข้าศึกเพื่อลดทอนขีดความสามารถทำให้กำลังทางบก จากทั้ง 3 กองกำลังของเราสามารถนำอธิปไตยกลับคืนมาได้ สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้เรายังต้องเฝ้าระวังมั่นใจว่า ทุกเหล่าทัพพร้อมอยู่ตลอดเวลา

 

ส่วนกรณีฝ่ายตรงข้ามอาจโจมตีในโซเชียลมีเดียว่า ทหารอากาศไม่ใช่ต้องการแค่บินโชว์วันเด็กเท่านั้น แต่ต้องการส่งสัญญาณบางอย่างนั้น พล.อ.อ. เสกสรร กล่าวว่า “สัญญาณของผมนี่คือศักยภาพของกองทัพอากาศ”

The post ผบ.ทอ. เผยคนนับแสนแห่ชม F-16- Gripen บอกอยากเห็นอนาคตเยาวชนรักชาติ-เทิดทูนสถาบัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว https://thestandard.co/defense-confirms-border-control-plan/ Fri, 09 Jan 2026 10:41:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1163384 รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว

วันนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว

วันนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม โดยขอบคุณผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึงกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา จนสามารถปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ได้อย่างเรียบร้อย

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน รมว.กลาโหม ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม โดยมีระบบติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ไทยยังคงยึดมั่นในถ้อยแถลงหยุดยิงเพื่อความสงบสุข แต่หากมีการรุกล้ำอธิปไตยหรือละเมิดผลประโยชน์ของชาติซ้ำ กองทัพมีความพร้อมสูงสุดในการใช้กฎการใช้กำลัง(Rules of Engagement) ปฏิบัติการตอบโต้ทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

 

ในที่ประชุมสภากลาโหม รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำความสำคัญของการปฏิบัติงานโดยแบ่งเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่:

 

1. มิติภาคสนาม: การปฏิบัติการชายแดนโดย 3 เหล่าทัพ

 

2. มิติการต่างประเทศ: การใช้กลไกทางการทูตและเวทีระหว่างประเทศ

 

3. มิติข้อมูลข่าวสาร: การตอบโต้ข่าวบิดเบือน โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารผ่านหน่วยงานรัฐและศูนย์ประสานงานข้อมูลข่าวสารไทย-กัมพูชาเป็นหลัก

 

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสินค้ายุทธภัณฑ์ จากเดิมที่ใช้กฎหมายปี 2524 ให้มีความทันสมัยครอบคลุมถึงสินค้าที่อาจถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมายและขบวนการสแกมเมอร์ พร้อมขยายขอบเขตอำนาจการควบคุมไปยังจังหวัดชายแดนเพิ่มเติม เช่น จังหวัดสระแก้ว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

 

พล.อ.ณัฐพล เผยถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชายแดน ณ ช่องบก และช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าได้รับรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ยังปกติ ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับกำลังพลให้ใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่หากเกิดการรุกล้ำครั้งที่ 2 จะถือว่าไม่ใช่เนื้ออุบัติเหตุ และกองทัพจำเป็นต้องตอบโต้อย่างได้สัดส่วนและเหมาะสม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การยึดพื้นที่ว่ายากแล้ว การรักษาพื้นที่ยากกว่า จึงได้เสนอแนวทางดำเนินงานต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติงบประมาณใน 5 มาตรการหลัก:

 

  • การคงกำลัง: รักษากำลังพลในพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างน้อย 1 ปี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย: ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์และกล้อง CCTV ในพื้นที่ที่เหมาะสม
  • โครงสร้างพื้นฐาน: การสร้างรั้วถาวรในบางจุด
  • การบริหารจัดการพื้นที่: ประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อให้ทหารผ่านศึกเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินหวงห้าม เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลความมั่นคง
  • การพัฒนาเศรษฐกิจ: พัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

 

“ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพ เราจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป” พล.อ.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

The post รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ.รังษี นำพรรคเศรษฐกิจสาบานศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก https://thestandard.co/rangsi-economic-party-swear-no-corrupt/ Wed, 07 Jan 2026 03:21:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1162075 พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก

วันนี้ (7 มกราคม) พรรคเศรษฐกิจ นำโดย พล.อ.รังษี กิติญาณ […]

The post พล.อ.รังษี นำพรรคเศรษฐกิจสาบานศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก

วันนี้ (7 มกราคม) พรรคเศรษฐกิจ นำโดย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และ คริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ นำคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรค เข้าร่วมพิธีจัดพิธีให้คำสัตย์สาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

 

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงเจตจำนงทางการเมืองและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยผู้เข้าร่วมพิธีได้กล่าวคำสัตย์สาบานร่วมกันต่อศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะไม่คิดคดโกงต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์โดยเด็ดขาด รวมถึงจะไม่ใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 

สำหรับคำสัตย์ปฏิญาณที่ พล.อ.รังษี บุคลากรของพรรคเศรษฐกิจ กล่าวต่อหน้าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร มีสาระสำคัญว่า ผู้ให้คำสัตย์จะไม่กระทำการใดอันเป็นการทรยศต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน จะไม่ฝักใฝ่หรือสมคบคิดกับกลุ่มอำนาจในระบบหรือนอกระบบ กลุ่มแสกมเมอร์ ทุนสีเทา หรือขบวนการใดๆ ที่บ่อนทำลายอธิปไตย ความมั่นคง และเศรษฐกิจของประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าจะไม่ใช้อำนาจหน้าที่หรือตำแหน่งเพื่อปกปิด ช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์ต่อการทุจริตหรือการกระทำความผิดของบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ใกล้ชิด ผู้มีอำนาจ หรือผู้มีอิทธิพล พร้อมประกาศยึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์ สุจริต ความโปร่งใส และความรับผิดชอบทางการเมือง

 

ทั้งนี้ ในคำสัตย์ปฏิญาณยังระบุอย่างชัดเจนว่า หากผู้ให้คำสัตย์กระทำการใดที่ประชาชนพิจารณาแล้วว่าเป็นการกระทำผิด หรือเป็นการทรยศต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน หรือฝ่าฝืนคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้ จะยอมลาออกจากตำแหน่งโดยปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

 

พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 1พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 2พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 3พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 4พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 5พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 6พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 7พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 8พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 9พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 10พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 11พล.อ.รังษี นำ พรรคเศรษฐกิจ สาบาน ศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก 12

The post พล.อ.รังษี นำพรรคเศรษฐกิจสาบานศาลหลักเมือง ไม่โกง-ไม่หนุนทุนสีเทา หากผิดสัญญาพร้อมลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด https://thestandard.co/cambodia-chong-bok-shooting-probe/ Wed, 07 Jan 2026 02:54:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1162037 กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้อง กัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำ ไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

วานนี้ (6 มกราคม) กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการ […]

The post กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้อง กัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำ ไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

วานนี้ (6 มกราคม) กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และท่าทีในการรักษาอธิปไตยและสันติภาพ โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

 

ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง กำลังพลมีความพร้อม ทั้งด้านการเฝ้าตรวจและการป้องกันพื้นที่ มีการบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง และเป็นระบบ การปฏิบัติการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

 

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลตลอดแนวชายแดน เป็นไปเพื่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย ตามสิทธิอันชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากลมาโดยตลอด ไทยยึดมั่นในพันธกรณีและข้อตกลงที่ได้ร่วมลงนาม ใช้ความอดกลั้นและความรับผิดชอบสูงสุด หลีกเลี่ยงการใช้กำลังเกินสมควร และดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ บนพื้นฐานของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

 

ในส่วนของความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพภาคที่ 2 คาดหวังให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างจริงจังและเปิดเผย การกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก รวมทั้งการประสานงานผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความหวาดระแวง และฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อันจะนำไปสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน

The post กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ลงพื้นที่ปราสาทคนา ชื่นชมกองทัพไทยควบคุมพื้นที่ได้สมบูรณ์ https://thestandard.co/prime-minister-visited-prasat-khana/ Fri, 02 Jan 2026 11:05:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1161015 นายกฯ ลงพื้นที่ ปราสาทคนา ชื่นชม กองทัพไทยควบคุมพื้นที่ได้สมบูรณ์

วันนี้ (2 มกราคม) อนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรั […]

The post นายกฯ ลงพื้นที่ปราสาทคนา ชื่นชมกองทัพไทยควบคุมพื้นที่ได้สมบูรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ลงพื้นที่ ปราสาทคนา ชื่นชม กองทัพไทยควบคุมพื้นที่ได้สมบูรณ์

วันนี้ (2 มกราคม) อนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเดินทางให้กำลังใจกำลังพลที่บริเวณปราสาทคนา​ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยระบุว่า​ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เชิญตนมาร่วมตรวจเยี่ยมทหาร​ เนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ทหารไม่ได้กลับบ้าน ซึ่งส่วนตัวมองว่า ถึงเวลาที่เหมาะสมและไม่ได้ทำให้เกิดความเดือดร้อน จึงเดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ

 

“จากการลงพื้นที่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังปราสาทตาควาย ช่วงนี้จะเดินทางไปในพื้นที่ที่เราสามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว ทั้งปราสาทคนา​ และช่องจอม​” อนุทินกล่าว

 

นายกรัฐมนตรียังชื่นชมกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ที่ได้บัญชาการทำให้ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์ และสามารถทำลายเครือข่ายสแกมเมอร์​ พร้อมย้ำว่า นอกจากที่เราจะรบเพื่ออธิปไตยแล้ว ยังสามารถทำลายเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เป็นภัยต่อทั้งเศรษฐกิจ และคุกคามต่อประชาชนคนไทย ซึ่งถือว่าเป็นผลงานทรงคุณประโยชน์ให้กับประเทศ

 

ส่วนจะมีการเตรียมบูรณะปราสาทเลยหรือไม่ อนุทินระบุว่า ขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยทั้งหมดก่อน เรื่องการบูรณะได้ตรวจสอบกับกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ให้คำยืนยันแล้วว่า มีการศึกษาประวัติศาสตร์และสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องทำให้สถานการณ์คงที่

 

ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบัน อนุทินย้ำว่า ขอให้รอฟังจากฝ่ายความมั่นคง เพราะใครก็พูดได้ เดี๋ยวเจอโดรนตรงนั้น เสียงปืนตรงนั้นตรงนี้ มีประปราย แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นภัยต่อประเทศของเรา แต่ในส่วนของเราเอง ได้ไปเยี่ยมมาหลายแห่งก็เห็นถึงความพร้อมในการตรึงกำลัง ปกป้องสถาปนาความมั่นคง

 

“ผมชอบคำนี้ การสถาปนาความมั่นคง สถาปนาอธิปไตย ประกาศบูรณภาพของดินแดนด้วยความชัดเจน ไม่มีอะไรที่ประชาชนคนไทยจะต้องวิตกกังวล และที่มาเพราะได้ผ่านปีใหม่มา สามารถฉลองปีใหม่ได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ ก็เพราะทหารหาญของเราเฝ้าประเทศ เฝ้าพรมแดนไว้แล้ว ทุกอย่างผ่านมาด้วยดี เรามีการลงนามในเอกสาร ซึ่งทั้งสองประเทศยังยึดมั่นอยู่ในเงื่อนไขที่ได้ลงนามกันไว้ ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี และหวังว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะเคารพและปฏิบัติตาม ​ไม่มีปัญหาอะไรให้มันซับซ้อนต่อไป” อนุทินกล่าว

 

ส่วนที่กัมพูชาออกมาระบุว่าจะไม่ยอมรับในเขตแดนที่ใช้ความรุนแรง อนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไรเพราะตรงนั้นมีกระบวนการคณะกรรมาธิการเขตแดน​ หรือ JBC ให้ว่ากันไป แต่สิ่งที่เราได้ดำเนินการเรื่องการควบคุมพื้นที่ชัดเจนแล้วก็คือประเทศไทย อย่าไปคิดอะไรให้วุ่นวาย เพราะเราไม่เคยลุกล้ำอธิปไตยประเทศอื่นปกป้องอธิปไตยของเรา และเราก็ทําตามกติกาสากล

 

ขณะที่ชาวบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยแล้วหรือไม่ หลายคนกังวลว่าจะมีการปะทะในรอบที่​ 3 อนุทินกล่าวว่า กังวลได้ จะได้มีความระมัดระวัง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้แสดงให้ประชาชนได้เห็นแล้วว่า เวลามีการสู้รบกัน ประสิทธิภาพของกองทัพไทยเป็นที่ประจักษ์ ให้ประชาชนได้มั่นใจว่า กองทัพของเรามีความเข้มแข็ง และไม่ยอมให้ใครเข้ามาคุกคามอธิปไตยของเรา พร้อมย้ำว่าเป็นที่ประจักษ์ทั้งในและนอกประเทศ คงไม่ต้องมีความกังวลอะไร ซึ่งทุกคนในประเทศไทยก็รู้สึกขอบคุณทหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปกป้องบ้านเมือง ทําหน้าที่สมบูรณ์แบบเต็มที่ ซึ่งในช่วงหลังปีใหม่ รัฐบาลพยายามทําให้มั่นใจว่ามีแต่สิ่งที่ดีเกิดขึ้น

 

ส่วนได้มีการพูดคุยอะไรกับทหารแนวหน้าหรือไม่นั้น อนุทินกล่าวว่า พวกเขาชิน เพราะตนเองมาบ่อย อาจจะคุ้นเคย และที่ดีใจที่ทุกคนมีขวัญกําลังใจและรู้ตัวเองว่ากําลังปกป้องประเทศของเขาอยู่ ดูแล้วไม่มีใครบ่น แม้จะแอบกระซิบถาม ซึ่งถือว่าได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ขอชื่นชม และเราต้องให้กําลังใจเขาเยอะๆ เพราะเขาเฝ้าบ้านให้เราอยู่

The post นายกฯ ลงพื้นที่ปราสาทคนา ชื่นชมกองทัพไทยควบคุมพื้นที่ได้สมบูรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ด่วน! กองทัพภาคที่ 1 เสริมกำลังเข้าปอยเปต พร้อมเข้าทำลาย ที่มั่นทางทหาร หลังพบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชา ยืนยันใช้กำลังในกรอบของการรักษาอธิปไตยไทย https://thestandard.co/border-tension-thailand-cambodia-poipet-military-movement-dec-2025/ Fri, 26 Dec 2025 15:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1158860

วันนี้ (26 ธันวาคม) กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา ราย […]

The post ด่วน! กองทัพภาคที่ 1 เสริมกำลังเข้าปอยเปต พร้อมเข้าทำลาย ที่มั่นทางทหาร หลังพบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชา ยืนยันใช้กำลังในกรอบของการรักษาอธิปไตยไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ธันวาคม) กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา รายงานการตรวจพบความเคลื่อนไหวของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา พื้นที่ปอยเปต ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และฐานที่มั่นสำคัญของฝั่งกัมพูชา โดยพบการจัดตั้งที่มั่นทางทหาร รวมถึงการเตรียมความพร้อมของอาวุธสนับสนุน และการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเก็บและสะสมยุทโธปกรณ์

 

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมนำกำลังทหารฝ่ายไทยเข้าพื้นที่เช่นกัน เพื่อทำลายเป้าหมายทางทหารฝ่ายกัมพูชา

 

กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า การดำเนินการใดๆ จะอยู่ภายใต้กรอบของการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ โดยคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน

The post ด่วน! กองทัพภาคที่ 1 เสริมกำลังเข้าปอยเปต พร้อมเข้าทำลาย ที่มั่นทางทหาร หลังพบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชา ยืนยันใช้กำลังในกรอบของการรักษาอธิปไตยไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือไทยประณามกัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม พบหลักฐานฝึกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุกรานชายแดน https://thestandard.co/cambodia-border-landmines-violation/ Fri, 19 Dec 2025 04:09:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1156302 กองทัพเรือไทยประณาม กัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม พบหลักฐานฝึกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุกรานชายแดน

วันนี้ (19 ธันวาคม) ที่ กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเรือตรี […]

The post กองทัพเรือไทยประณามกัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม พบหลักฐานฝึกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุกรานชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือไทยประณาม กัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม พบหลักฐานฝึกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุกรานชายแดน

วันนี้ (19 ธันวาคม) ที่ กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเรือตรี พาราช รัตนใจพันธ์ โฆษกกองทัพเรือไทย เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวทางทหารที่ส่อเจตนาสร้างอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งเจ้าหน้าที่และพลเรือน

 

จากการติดตามการปฏิบัติงานของ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ในการเข้าควบคุมและกวาดล้างพื้นที่บริเวณบ้านหนองรี ซึ่งอดีตเคยเป็นป้อมปราการของทหารกัมพูชา เจ้าหน้าที่ไทยได้ค้นพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลจำนวน 16 ทุ่น ที่ถูกดัดแปลงมาจากทุ่นระเบิดต่อต้านรถถัง ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างเต็มที่

 

กองทัพเรือระบุว่า การดัดแปลงอาวุธดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ชัดเจนในการสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรง และถือเป็นภัยคุกคามในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้

 

นอกจากนี้ ในระหว่างการเข้าตรวจสอบฐานพลูกดรามีย์ (บริเวณบ้านสามหลัง) เจ้าหน้าที่ไทยยังสามารถยึดเอกสารทางทหารของกัมพูชาได้หลายฉบับ ประกอบด้วย:

 

  • บันทึกการฝึกอบรมการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2
  • รายละเอียดลักษณะทั่วไปของระเบิด การติดตั้ง และขั้นตอนการกวาดล้างระบุวันที่ฝึกอบรมล่าสุดคือ 7 ตุลาคม 2024

 

หลักฐานชุดนี้ชี้ชัดว่า กองกำลังกัมพูชาได้มีการฝึกอบรมการใช้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือการกระทำของบุคคลเพียงบางกลุ่ม แต่สะท้อนถึงเจตนาเชิงยุทธศาสตร์ในการใช้สงครามทุ่นระเบิด

 

กองทัพเรือไทยย้ำว่าการกระทำของกัมพูชาถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง 2 ฉบับหลัก คือ:

 

1. อนุสัญญาออตาวา 1997: ที่สั่งห้ามการใช้ ผลิต และกักเก็บทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

 

2. พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ของอนุสัญญาเจนีวา: ว่าด้วยหลักความแตกต่างระหว่างเป้าหมายทางทหารและพลเรือน รวมถึงการห้ามใช้อาวุธที่ไม่สามารถจำกัดวงความเสียหายได้

 

“การครอบครองและดัดแปลงระเบิดเหล่านี้ สะท้อนถึงความเพิกเฉยต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน กองทัพเรือไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศทันที” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว

 

ประเทศไทยขอยืนยันในเจตนารมณ์ที่จะปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ตลอดจนสวัสดิภาพของประชาชนตามแนวชายแดน โดยจะยึดถือการปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1G4APwd982/

The post กองทัพเรือไทยประณามกัมพูชาละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม พบหลักฐานฝึกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุกรานชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินบอกใจไม่ถึงพอ ชิงจังหวะสงครามเอาอธิปไตย-ชีวิตทหารแลกคะแนนเสียงให้ตัวเอง กลัวแคนดิเดตทุกพรรค https://thestandard.co/anutin-not-brave-war-votes/ Tue, 16 Dec 2025 08:24:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1155368 อนุทินบอกใจไม่ถึงพอ ชิงจังหวะสงครามเอาอธิปไตย-ชีวิตทหารแลกคะแนนเสียงให้ตัวเอง กลัวแคนดิเดตทุกพรรค

วันนี้ (16 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินบอกใจไม่ถึงพอ ชิงจังหวะสงครามเอาอธิปไตย-ชีวิตทหารแลกคะแนนเสียงให้ตัวเอง กลัวแคนดิเดตทุกพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินบอกใจไม่ถึงพอ ชิงจังหวะสงครามเอาอธิปไตย-ชีวิตทหารแลกคะแนนเสียงให้ตัวเอง กลัวแคนดิเดตทุกพรรค

วันนี้ (16 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของภูมิใจไทย หลังพรรคเพื่อไทยมีการเปิดตัวไปแล้ววันนี้ว่า ยังมีเวลาอยู่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอบรับหรือไม่ อนุทินกล่าวว่ายังคุยกันอยู่ แต่ตอนนี้มีตอบรับเพียงคนเดียวคือตนเอง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าก็แสดงความยินดีกับทั้ง 3 คนด้วย ซึ่งตนรู้จักทั้ง 3 ท่าน อย่างยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ก็รู้จัก เคยหารือปรึกษาท่าน สมัยตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถสูงมาก

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้แต่ละพรรคเปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีออกมาแล้ว และของพรรคภูมิใจไทยจะช้าไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนก็ยึดถือคติ ซึ่งผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ช้าๆ ได้พล่าเล่มงามใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีจึงตอบว่า อืม เขาตอบแทนแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอื่นคนไหนน่ากลัวหรือไม่ สำหรับพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรี ส่ายหน้าก่อนจะตอบว่า ถามแล้วตอบยาก กลัวทุกคนละครับ

 

เมื่อถามต่อว่ากลัวเด็กรุ่นใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กลัวหมดละครับ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าภูมิใจไทยคาดหวัง 200 ที่นั่ง อนุทิน ย้อนถามว่า ใครรายงาน ไม่ใช่ตน พร้อมยืนยันว่า เราทำดีที่สุดเท่าไหร่ก็เท่านั้น ประชาชนเป็นคนตัดสิน เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ ถามมา 6 ปีคำตอบก็เหมือนเดิม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ว่าอยากได้ สส. บัญชีรายชื่อเท่าใด อนุทิน กล่าวว่า อยากได้ 500 แต่ถ้าทำได้เท่าไรก็อีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่ประชาชน ความอยากก็อยากได้เยอะแต่ความเป็นจริงเราต้องทำการบ้านของเราให้ดี เลือกคนให้ดีทำนโยบายให้ดี สร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชน และประชาชนเป็นคนตัดสินใจผมก็สไตล์แบบนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคภูมิใจไทยใหญ่ขึ้น อนุทิน กล่าวว่า ดูแล้วการเตรียมเลือกตั้งครั้งหน้า องค์ประกอบต่างๆ ไปในแนวโน้มที่พรรคจะใหญ่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอยู่ที่ประชาชนจะเลือกหรือไม่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงจุดขายของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป อนุทินกล่าวว่า จุดขายของพรรคคือการทำงานตอบสนองคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เน้นในเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปิดกว้างให้มีที่ยืนในนานาชาติ ให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถที่จะเป็นที่มาท่องเที่ยวมาลงทุน สร้างรายได้ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสหลายด้าน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้วางกลไกหลายอย่าง ถ้าได้กลับมาจะได้ทำต่อให้ดีขึ้นหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เราได้ทำในสิ่งที่ พูดแล้วทำ ก็ยังไม่มีตรงไหนที่คั่งค้าง ส่วนจะเป็นพูดแล้วทำพลัสหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า จะพลัสหรือไม่พลัสก็แล้วแต่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวัง สส. กทม. อนุทิน กล่าวว่า การเป็นพรรคการเมือง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเราส่งให้ครบทุกเขต ถ้าแพ้คนก็ยังหวังว่าจะได้พรรค

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้าภูมิใจไทยได้ที่ 2 จะชิงจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดยาว ยังไม่ได้สมัคร สส. เลย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนวิเคราะห์ ให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 1 จะบอกได้หรือไม่ว่าทำไมประชาชนต้องเลือก อนุทินกล่าวว่า มันไม่มีที่ประชาชนต้องเลือก แต่ถ้ามั่นใจว่าทำงานให้ท่านได้ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ การได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนดีใจภูมิใจอยู่เงียบๆว่าการเข้ามาทำงานของตนทุกคนรู้วันมาและวันไปอย่างชัดเจน ทุกฝ่ายข้าราชการประจำกองทัพ ฝ่ายภาคเอกชน องค์กรอิสระ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากใคร การขับเคลื่อนประเทศแม้จะมีระยะเวลาเพียง 3-4 เดือนแต่ก็สามารถขับเคลื่อนประเทศ ไปได้มากพอสมควร ทั้งระยะยาวการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการปกป้องอธิปไตยของประเทศเราทำด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิจารณ์ภูมิใจไทยชิงจังหวะสงคราม เกาะกระแสชาตินิยม สร้างคะแนนเสียงให้ตัวเอง อนุทิน หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า ขออย่ามองโลกในแง่ร้าย ตนยังใจไม่ถึงพอที่จะเอาอธิปไตยของบ้านเมืองหรือเอาชีวิตของพี่น้องทหารของประชาชนมาแลกเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนเสียงหรือได้ประโยชน์ คิดแบบนี้ไม่ถูก

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ไปพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง พูดคุยเรื่องเลือกตั้ง ได้คิดเผื่อกรณีหาก สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชายังไม่จบ หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ทุกอย่าง ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการตัดสินใจ เป็นเรื่องของ กกต.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลครั้งหน้าปัญหาชายแดนจะจบอย่างสิ้นเชิงใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ก็พยายามทำให้มันจบ โดยเร็วที่สุด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาบอกว่าหากพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่เกิดปัญหาชายแดนเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีหัวเราะก่อนจะบอกว่า ลองไปเปิดคอมเมนต์ดู

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีกังวลอะไรหรือไม่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลที่ขณะนี้ใกล้จะมีการเลือกตั้ง อนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ตนกังวลเรื่องสถานการณ์ชายแดน และกังวลว่าจะทำอย่างไรให้หาดใหญ่ฟื้นฟู ตอนนี้คนกลับบ้านได้แล้ว แต่ภาคธุรกิจยังต้องฟื้นฟู ซึ่งเมื่อสักครู่ได้เร่งเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องของซอฟต์โลน เพื่อให้ประชาชนไปฟื้นฟูอย่างน้อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย หลังคาเรือนละ 100,000 บาท เป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือน และทรัพย์สินที่เสียหาย ต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพราะแค่ 9,000 บาท จากการเยียวยานั้นไม่เพียงพอ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมครม. วันนี้ เป็นการประชุมนัดแรกหลังการยุบสภา ได้กำชับอะไรในที่ประชุมบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กำชับให้ขยันทำงาน เรื่องหาเสียงก็ทำไป แต่ต้องไม่ใช้เวลาราชการ สภาพความเป็นรัฐมนตรีก็ยังมีอยู่ จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ดังนั้นยังอยู่กันอีกหลายสัปดาห์ ในการบริหารราชการแผ่นดินต้องไม่ชะงัก และจะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องหาเสียง เพราะนั่นเป็นเรื่องของตัวเอง แต่ต้องคิดถึงบ้านเมืองและภาพรวมเป็นหลัก

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินบอกใจไม่ถึงพอ ชิงจังหวะสงครามเอาอธิปไตย-ชีวิตทหารแลกคะแนนเสียงให้ตัวเอง กลัวแคนดิเดตทุกพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย https://thestandard.co/cambodia-war-shortage-ta-muen/ Tue, 16 Dec 2025 08:17:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1155356 ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย

วันนี้ (16 ธันวาคม) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปส […]

The post ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย

วันนี้ (16 ธันวาคม) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เวลา 11.00 น.) ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ในภาพรวมในห้วง 8 วันที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากการปฏิบัติของฝ่ายเราในหลายพื้นที่สำคัญ โดยมีแนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายเราในห้วงเวลา ดังนี้

 

พื้นที่ช่องบก: ฝ่ายกัมพูชาเร่งเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ปรับกำลังเข้าสู่การตั้งรับเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายชัดเจนในการยึดตรึงกำลังฝ่ายเรา และชะลอการรุกให้ได้นานที่สุด

 

พื้นที่ช่องอานม้า: ฝ่ายกัมพูชาประสบปัญหาการบังคับบัญชาอย่างรุนแรง สถานการณ์บีบคั้นจนมีแนวโน้มต้องถอนตัวไปยังแนวต้านทานที่ 2 มิฉะนั้นอาจถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์

 

พื้นที่สัตตะโสม-โดนตรวล-ซำแต: ฝ่ายกัมพูชาใช้การยิงสนับสนุนแบบ ‘ยิงแล้วย้ายฐาน’ เพื่อลดความเสี่ยงจากการยิงโต้ตอบของฝ่ายเรา สะท้อนถึงความพยายามเอาตัวรอดท่ามกลางการครองอำนาจการยิงของฝ่ายเรา

 

พื้นที่พระวิหาร-ห้วยตามาเรีย: ฝ่ายกัมพูชาจำกัดการเคลื่อนไหว ซ่อนพรางกำลังและยุทโธปกรณ์อย่างเข้มงวด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับและการทำลายจากอำนาจการยิงของฝ่ายเรา

 

พื้นที่ภูมะเขือ: จุดตรวจการณ์สำคัญแห่งนี้ถูกฝ่ายกัมพูชาระดมยิงกดดันอย่างต่อเนื่องเพื่อจำกัดการตรวจการณ์และการชี้เป้าของฝ่ายเรา

 

พื้นที่ช่องจอม-ช่องระยี-ปลดต่าง: เส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชาถูกตัดขาดอย่างมีนัยสำคัญ พื้นที่ส่วนหลังเริ่มมีความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นปัจจัยวิกฤตต่อการดำรงกำลังในพื้นที่แนวหน้า

 

พื้นที่ช่องคนา: ฝ่ายกัมพูชาพยายามรวมอำนาจการยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 เพื่อยิงรบกวน แต่การปฏิบัติดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกตรวจจับและทำลายของฝ่ายเรา

 

พื้นที่ปราสาทตาควาย-เนิน 350: ฝ่ายกัมพูชามีแนวโน้มดำรงการรบแบบหน่วงเวลา ใช้ที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงและยุทธวิธีซุ่มโจมตี เพื่อยึดตรึงกำลังฝ่ายเราและซื้อเวลา

 

พื้นที่ช่องกร่าง: ฝ่ายกัมพูชายิงฉากป้องกันตามคำขอ เพื่อขัดขวางการรุกของฝ่ายเรา เมื่อเข้าสู่พื้นที่สังหาร ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาฝ่ายเราได้รับความสูญเสีย

 

พื้นที่ปราสาทตาเมือน: ฝ่ายกัมพูชาสูญเสียขีดความสามารถในการรบอย่างชัดเจน จากการขาดแคลนอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด และยานเกราะ มีแนวโน้มต้องถอนตัว หรืออาจเลือกต้านทานเป็นระลอกสุดท้าย เพื่อรักษาเกียรติภูมิของหน่วย

 

แจ้งเตือนประชาชนหากพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายซากโดรน และวัตถุที่ตกจากโดรนห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เพราะพบว่ามีการดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งจากถูกแรงกระทบ และสั่งระเบิดจากระยะไกลรวมทั้งระบบไฟฟ้าสถิตในพื้นที่ จนทำให้เกิดการระเบิดหากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหรือสายด่วนความมั่นคง 1374 เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

 

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่อไป

The post ทภ.2 ประเมินกัมพูชาปรับแผนรบ หลังบางพื้นที่ขาดแคลนอาวุธ คาดฮึดต้านทานไทยบริเวณปราสาทตาเมือนระลอกสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก กต.ย้ำ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ปฏิบัติการทหารจะเดินหน้า จนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนจุดยืน https://thestandard.co/thai-sovereignty-military-operation-stance/ Mon, 08 Dec 2025 11:42:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1152464 โฆษก กต.ย้ำ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ปฏิบัติการทหารจะเดินหน้า จนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนจุดยืน

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างป […]

The post โฆษก กต.ย้ำ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ปฏิบัติการทหารจะเดินหน้า จนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนจุดยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก กต.ย้ำ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ปฏิบัติการทหารจะเดินหน้า จนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนจุดยืน

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าว เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ (8 ธันวาคม) โดยระบุว่า สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้บรรยายสรุปแก่คณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ จากทั้งหมด 58 ประเทศ 1 องค์กร และ 2 องค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 73 คน

 

ประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีต่างประเทศได้สรุปและเน้นย้ำต่อคณะทูตานุทูตมี 5 ประเด็น ดังนี้

 

1. สถานการณ์ในตอนนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งถึงการกระทำแบบเดิมๆ เป็นแท็กติกของฝ่ายกัมพูชาที่รุกรานไทยก่อน แล้วก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ รวมถึงเป็นการยั่วยุในรูปแบบต่างๆ เช่น การลอบวางทุ่นระเบิดของกัมพูชา แม้กัมพูชาจะพยายามสร้างภาพของการเรียกร้องสันติภาพ และพูดว่าใช้ความยับยั้งชั่งใจ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นฝ่ายทั้งยุยง ยั่วยุ และรุกรานก่อน

 

2. ไทยมุ่งปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย ดังนั้น เรา ‘จำเป็น’ ต้องดำเนินการทางการทหารจนถึงที่สุด เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน

 

3. สาธารณชนไทย ‘หมดความอดทนอดกลั้น’ ต่อกัมพูชาที่ไม่เคยคำนึงถึงศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทย รวมถึงการที่คนไทยจะต้องเผชิญภัยคุกคามต่อความปลอดภัยมาครั้งแล้วครั้งเล่า เราจึงจะต้องปกป้องอธิปไตยและประชาชนของเรา จนกว่าอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยจะไม่ถูกคุกคาม

 

4. ท่าทีของไทยรวมถึงการปฏิบัติการทางการทหารจะดำเนินไป จนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนแปลงจุดยืน เช่น การเลือกเดินทางบน ‘เส้นทางแห่งสันติภาพที่แท้จริง’

 

5. กัมพูชาเป็นฝ่าย ‘เหยียบย่ำ’ ข้อตกลงหยุดยิงและถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ซึ่งเราได้ลงนามร่วมกันไปเมื่อเดือนตุลาคมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยังกล่าวถึงอีก 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

 

1. กรณีการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ในลักษณะของ Timeline ซึ่งมีทั้งสิ้นประมาณ 14 ครั้ง ที่เป็นที่ชัดเจนประจักษ์ว่า ‘กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มการปะทะในครั้งนี้’ กรณีการปะทะตั้งแต่เมื่อวานนี้ (7 ธันวาคม) ฝ่ายกัมพูชาเป็น ‘ฝ่ายเปิดฉากยิง’ เข้ามายังฝ่ายไทยก่อน โดยเริ่มจากในพื้นที่ภูผาเหล็ก พรานหิน 8 ก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

 

ฝ่ายไทยได้มีหนังสือประท้วงไปยังผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาในช่วงเช้ามืดวันนี้ (8 ธันวาคม) ก็ยังมีการปะทะอีกหลายพื้นที่ โดยทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง มีรายงานด้วยว่ากัมพูชายังได้เคลื่อนย้ายอาวุธยิงระยะไกลเข้ามาในพื้นที่ จนถึงเมื่อเช้านี้ มีทหารไทยถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ 8 คน กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียดังกล่าว และขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้บาดเจ็บ ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชายิงขีปนาวุธชนิด BM 21 ใส่พลเรือนในฝั่งไทยด้วย

 

สาเหตุที่ไทย ‘จำเป็น’ ต้องใช้การโจมตีทางอากาศ เนื่องจากสื่อมวลชนต่างประเทศบางแห่งเน้นการรายงานข่าวเรื่องการโจมตีทางอากาศของฝ่ายไทย สาเหตุคือ ‘สภาพภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยให้ดำเนินการทางอื่นได้’ เนื่องจากพื้นที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด ผมจึงขอย้ำว่า การปฏิบัติการทางการทหารของไทยเป็นไปเพื่อ ‘การปกป้องตนเอง’ (Self-Defense) หลังจากที่เราถูกโจมตีมาก่อน และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ การใช้กำลังเป็นไปตามหลักความจำเป็น ตามหลักความได้สัดส่วนอย่างเคร่งครัด และเพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายตรงข้ามยกระดับความรุนแรงและเสี่ยงต่อการสูญเสียในอนาคต

 

ทุกปฏิบัติการของไทย ‘จำกัดเฉพาะเป้าหมายทางทหาร’ และระมัดระวังที่สุดไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพลเรือน ท่านรัฐมนตรีได้ย้ำกับคณะทูต 3 ข้อ คือ การดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อ 1) ตอบโต้การถูกโจมตี (Self-Defense), 2) เป็นไปตามกฎการใช้กำลัง กฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นไปอย่างได้สัดส่วน และ 3) มีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

 

ดังนั้น ฝ่ายไทยขอ ‘ประณามอย่างรุนแรงที่สุด’ ต่อการเปิดฉากยิงเข้ามาในดินแดนไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายคน อีกทั้งยังเป็นภัยต่อความมั่นคงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องอพยพกันอย่างกะทันหัน การกระทำดังกล่าวยังต่อเนื่องจากการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโจมตีไทย ซึ่งท่านรัฐมนตรีเพิ่งได้เดินทางไปเปิดเผยหลักฐานและชี้แจงต่อรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่เจนีวา อีกทั้งยังเป็นการละเมิดข้อตกลงทุกอย่างที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ทั้งข้อตกลงหยุดยิงและถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ซึ่งแสดงถึงการขาดความจริงใจในการแก้ไขความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยสันติอย่างชัดเจน

 

2. ผลกระทบของการโจมตีต่อประชาชน

 

รัฐมนตรีต่างประเทศได้ชี้แจงต่อคณะทูตว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่การโจมตีของฝ่ายกัมพูชาทำให้ประชาชนไทยได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (7 ธันวาคม) พลเรือนผู้บริสุทธิ์ใน 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น เกือบ 400,000 คน ต้องอพยพไปยังพื้นที่พักพิงชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย ไทยไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนของฝ่ายกัมพูชา ความตึงเครียดจากการปะทะในขณะนี้ ส่งผลให้โรงเรียนกว่า 600 แห่งใน 5 จังหวัดชายแดน และโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนหลายแห่งต้องปิดทำการชั่วคราว ซึ่งกระทบต่อความเป็นอยู่ กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน และบริการที่สำคัญแก่ประชาชนคนไทย

 

3. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนโดยฝ่ายกัมพูชา

 

นอกเหนือจากการละเมิดข้อตกลงต่างๆ โดยการโจมตีฝ่ายไทยอย่างไร้มนุษยธรรมแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศยังได้ชี้แจงประเด็นที่ 3 คือ การออกมาเผยแพร่ข้อมูลและข้อมูลที่บิดเบือน และให้ข้อมูลเท็จโดยไม่มีหลักฐานรองรับของฝ่ายกัมพูชา พฤติกรรมของกัมพูชาในครั้งนี้และครั้งก่อนยังคงชัดเจนว่าเป็นการสร้างสถานการณ์โดยไตร่ตรองไว้ก่อนและมีเหตุจูงใจทางการเมือง ซึ่งเป็นรูปแบบซ้ำๆ ที่กัมพูชาได้ดำเนินการและใช้มาโดยตลอด โดยเฉพาะ ‘ความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ’ จากกรณีการวางทุ่นระเบิดในดินแดนไทย ที่ไทยเพิ่งได้รายงานต่อประชาคมโลก เหตุปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน หลังจากที่ไทยแถลงต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Ottawa Convention) ครั้งที่ 22 และได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่กัมพูชาละเมิดพันธกรณีด้วยการลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ในดินแดนไทยหลายครั้ง

 

กัมพูชาพยายามสร้างภาพว่า ตนเป็นฝ่ายถูกคุกคามหรือถูกรังแกมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถตอบคำถามของประชาคมโลกต่อพฤติกรรมการละเมิดของตนเอง และยังกระทำการยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนไทยและรักษาอธิปไตย รัฐมนตรีต่างประเทศได้ชี้แจงและยกตัวอย่างกรณีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนของกัมพูชาในช่วงนี้ เช่น กรณีการใช้ภาพเก่ากล่าวหาว่าการตอบโต้ของไทยทำให้เด็กนักเรียนชาวกัมพูชาต้องวิ่งหนีอย่างชุลมุน โดยตั้งใจ ทั้งๆ ที่ได้ประกาศอพยพคนออกจากพื้นที่ดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงการที่หลายหน่วยงานของกัมพูชาพร้อมกันออกมาให้ข้อมูลเท็จว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน จนเป็นเหตุให้กัมพูชาต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง แต่กลับมีเอกสารออกมาเผยแพร่ได้ในระยะเวลาไม่กี่นาทีหรือไม่ถึงชั่วโมง

 

กระทรวงการต่างประเทศยังได้ดำเนินการเพิ่มเติมคือ ได้เชิญเอกอัครราชทูตมาเลเซียและอุปทูตสหรัฐอเมริกามาพบ ในฐานะประเทศที่เป็นสักขีพยานการลงนาม Joint Declaration กระทรวงต่างประเทศได้มีหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชา ได้มีหนังสือเวียนชี้แจงเหตุการณ์ให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบ มีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ และมีหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวม 5 อย่าง ที่ได้รีบดำเนินการในวันนี้

 

ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า หน่วยงานไทยทุกฝ่ายจะทำงานอย่างเต็มที่และมีเอกภาพ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยเช่นเดิม ท่ามกลางความอ่อนไหวของสถานการณ์และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องและเป็นกระบวนการของฝ่ายกัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศขอให้พี่น้องประชาชน ‘ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการ’ ไม่ว่าจะเป็นจากรัฐบาล กองทัพ หรือกระทรวงการต่างประเทศ ขอความร่วมมือพี่น้องสื่อมวลชนนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน มิใช่การเลือกนำเสนอเฉพาะบางส่วนเพื่อพาดหัวข่าวที่ดึงดูดความสนใจเท่านั้น โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจะออกมาแถลงข่าวเป็นระยะๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบข้อมูลข่าวสารที่ได้ตรวจสอบแล้วอย่างทันท่วงที

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร / THE STANDARD

 

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post โฆษก กต.ย้ำ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ปฏิบัติการทหารจะเดินหน้า จนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนจุดยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
​พล.ท.อดุลย์ ลั่นปกป้องอธิปไตยเต็มที่ เยี่ยมให้กำลังใจชาวสุรินทร์-ทหารบาดเจ็บ ย้ำประชาชนติดตามข่าวจากสื่อทางการเท่านั้น https://thestandard.co/adul-vows-sovereignty-visits-surin/ Mon, 08 Dec 2025 08:42:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1152343 ​พล.ท.อดุลย์ ลั่นปกป้องอธิปไตยเต็มที่ เยี่ยมให้กำลังใจชาวสุรินทร์-ทหารบาดเจ็บ ย้ำประชาชนติดตามข่าวจากสื่อทางการเท่านั้น

วันนี้ (8 ธันวาคม) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่ […]

The post ​พล.ท.อดุลย์ ลั่นปกป้องอธิปไตยเต็มที่ เยี่ยมให้กำลังใจชาวสุรินทร์-ทหารบาดเจ็บ ย้ำประชาชนติดตามข่าวจากสื่อทางการเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
​พล.ท.อดุลย์ ลั่นปกป้องอธิปไตยเต็มที่ เยี่ยมให้กำลังใจชาวสุรินทร์-ทหารบาดเจ็บ ย้ำประชาชนติดตามข่าวจากสื่อทางการเท่านั้น

วันนี้ (8 ธันวาคม) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (รมช.กห.) ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน

 

พล.ท. อดุลย์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ปะทะเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม ว่า เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงใส่ชุดคุ้มครองเส้นทางของฝ่ายไทย บริเวณพลาญหินแปดก้อน ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดยหนึ่งในนั้นถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก แต่สวมใส่เสื้อเกราะจึงทำให้ปลอดภัย ซึ่งล่าสุดยืนยันว่าทหารทั้ง 2 นายปลอดภัยแล้ว และมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมกลับไปปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อร่างกายฟื้นตัว

 

“เหตุการณ์นี้สะท้อนพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยและทำร้ายทหารไทยอย่างชัดเจน ประเทศไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดขาด โดยยึดมั่นในหลักสากลและความเหมาะสม” พล.ท. อดุลย์ กล่าว

 

พล.ท. อดุลย์ ยังระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงมอบหมายให้ตนลงพื้นที่มาก่อน และท่านนายกฯ จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจด้วยตนเองภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจด้านความมั่นคงที่กรุงเทพฯ

 

สำหรับการดูแลประชาชนผู้อพยพที่นี่ได้บูรณาการกำลังจากฝ่ายปกครอง ตำรวจ อาสาสมัคร และชุดคุ้มครองหมู่บ้าน เข้าดูแลความปลอดภัยทั้งที่พักอาศัย ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลระหว่างที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

 

ในช่วงท้าย พล.ท. อดุลย์ ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารจาก สื่อทางการ เท่านั้น อาทิ ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2, สื่อของกองทัพ และโฆษกรัฐบาล เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและผ่านการตรวจสอบแล้ว หลีกเลี่ยงการเชื่อข่าวลือที่อาจสร้างความตื่นตระหนก

 

“แม้สถานการณ์ในพื้นที่จะยังมีการปะทะประปราย แต่ขอให้มั่นใจว่าสรรพกำลังของกองทัพมีความพร้อมเต็มที่ และทหารทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างสุดความสามารถ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาลและกองทัพ ว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน” พล.ท. อดุลย์ กล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง : สำนักงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

The post ​พล.ท.อดุลย์ ลั่นปกป้องอธิปไตยเต็มที่ เยี่ยมให้กำลังใจชาวสุรินทร์-ทหารบาดเจ็บ ย้ำประชาชนติดตามข่าวจากสื่อทางการเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>