อดุลย์ แสงสิงแก้ว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อดุลย์-แสงสิงแก้ว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 22 Jan 2026 05:24:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดภาพ ‘โรงอาหารกระทรวงแรงงาน’ งบปรับปรุงจากประกันสังคม 12 ล้านบาท https://thestandard.co/social-security-canteen-renovation/ Thu, 22 Jan 2026 05:24:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1168079 ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง

ในระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม เกิดประเด็นถกเถียงขึ้นในสั […]

The post เปิดภาพ ‘โรงอาหารกระทรวงแรงงาน’ งบปรับปรุงจากประกันสังคม 12 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง

ในระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม เกิดประเด็นถกเถียงขึ้นในสังคมกรณีการนำงบประมาณจากกองทุนประกันสังคม มูลค่าราว 12 ล้านบาท มาใช้ในการปรับปรุงอาคารโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงาน สืบเนื่องจากการตั้งข้อสังเกตของ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ชลิต รัษฐปานะ จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า

 

ทั้ง 2 คน ได้เปิดเผยข้อมูลความผิดปกติของการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคมดังกล่าว โดยชี้ว่า การตัดหรือลดการใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมราว 2,000 ล้านบาท รวมทั้งโครงการที่ใช้เงินจากกองทุนฯ มาใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะการสร้างโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงาน

 

สำหรับโรงอาหารดังกล่าว เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 ในสมัย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เผยว่า ได้ใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมราว 12 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงให้โรงอาหารให้เหมือนกับโรงอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

 

นำมาสู่การตั้งคำถามว่า การนำเงินของผู้ประกันตนมาปรับปรุงสถานที่ราชการนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากเป็นการนำเงินกองทุนมาใช้แทนงบประมาณแผ่นดินที่ควรใช้ในโครงการของรัฐทั่วไป ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 

ต่อมาวันที่ 21 มกราคม กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า โครงการนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านการพิจารณา อนุมัติ และตรวจสอบตามกฎหมายจากทั้งคณะกรรมการประสังสังคม และหน่วยงานด้านงบประมาณ รวมถึงขออนุญาตใช้พื้นที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้องแล้ว

 

กระทรวงแรงงานยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 รับผิดชอบเขตดินแดง พญาไท ราชเทวี และห้วยขวาง ครอบคลุมผู้ประกันตนเกือบ 6 แสนคน และนายจ้างกว่า 1 หมื่นราย โดยมีผู้มาติดต่อราชการเฉลี่ยวันละ 300-400 คน ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ดังกล่าวไม่มีโรงอาหารรองรับประชาชนอย่างเพียงพอ โครงการดังกล่าวถูกจัดให้เป็นสวัสดิการสาธารณะไม่แสวงหากำไร จำหน่ายอาหารราคาย่อมเยา เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ทั้งผู้ประกันตน ประชาชน และข้าราชการในพื้นที่

 

ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 1ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 2ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 3ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 4ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 5ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 6ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 7ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 8ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 9ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 10ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 11ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 12ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 13ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 14ภาพภายในโรงอาหารกระทรวงแรงงานหลังการปรับปรุง 15

The post เปิดภาพ ‘โรงอาหารกระทรวงแรงงาน’ งบปรับปรุงจากประกันสังคม 12 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดโฉมหน้า 10 กรรมการสรรหา ส.ว. ที่ปิดลับมานาน https://thestandard.co/reveal-10-senator-nomination-committee/ Thu, 13 Jun 2019 08:08:54 +0000 https://thestandard.co/?p=262097 กรรมการสรรหา สว

ในที่สุด วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ได้ออกมาเปิดเผยชื่อก […]

The post เปิดโฉมหน้า 10 กรรมการสรรหา ส.ว. ที่ปิดลับมานาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรมการสรรหา สว

ในที่สุด วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ได้ออกมาเปิดเผยชื่อกรรมการสรรหา ส.ว. ทั้ง 10 คนเมื่อวานนี้ หลังปิดลับมานาน โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อป้องกันการแทรกแซงและวิ่งเต้น

 

เมื่อสำรวจรายชื่อกรรมการพบว่า 6 ใน 10 คนได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. ด้วย ที่สำคัญล้วนเป็นคนในเครือข่าย คสช. ทั้งสิ้น โดยรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งไปให้ คสช. ที่มีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า เคาะในขั้นสุดท้าย

 

กรรมการสรรหา สว

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx

The post เปิดโฉมหน้า 10 กรรมการสรรหา ส.ว. ที่ปิดลับมานาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องสายใย 250 ส.ว. https://thestandard.co/senator-relative/ Tue, 14 May 2019 13:52:35 +0000 https://thestandard.co/?p=248436 senator relative

ในที่สุดคนไทยก็ได้เห็นรายชื่อ ส.ว. ทั้ง 250 คน หลังจากท […]

The post ส่องสายใย 250 ส.ว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
senator relative

ในที่สุดคนไทยก็ได้เห็นรายชื่อ ส.ว. ทั้ง 250 คน หลังจากที่รอคอยการสรรหาในขั้นตอนสุดท้ายจาก คสช. และนี่คือสายใยบางส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งสาธารณชนรับทราบเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว

 

senator relative

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ส่องสายใย 250 ส.ว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดชื่อ 15 รัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ยื่นลาออกจากตำแหน่ง https://thestandard.co/15-ministers-resigned/ Sat, 11 May 2019 09:18:22 +0000 https://thestandard.co/?p=247046

วันนี้ (11 พ.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ […]

The post เปิดชื่อ 15 รัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ยื่นลาออกจากตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 พ.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก 15 ราย มีใจความเรื่องรัฐมนตรีขอลาออกจากตำแหน่ง จำนวน 15 ราย คือ

 

  1. พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายลักษณ์ วจนานวัช จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายสุธี มากบุญ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. พล.อ. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. นายอุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายอุดม คชินทร จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

และ 15. นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ความเป็นรัฐมนตรีของ นายสมชาย หาญหิรัญ จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post เปิดชื่อ 15 รัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ยื่นลาออกจากตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงแรงงาน มอบเงินรวม 3.6 ล้านบาท ให้ครอบครัว 2 ผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ https://thestandard.co/mol-donated-to-the-family-of-the-deceased-ctw-fire/ Tue, 23 Apr 2019 10:30:58 +0000 https://thestandard.co/?p=237830

หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป […]

The post กระทรวงแรงงาน มอบเงินรวม 3.6 ล้านบาท ให้ครอบครัว 2 ผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบเงินรวมกว่า 3.6 ล้านบาทให้ญาติเหยื่อไฟไหม้ทั้ง 2 ราย พร้อมกำชับ สปส. ดูแลสิทธิประโยชน์ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวอีก 15 ราย

 

ช่วงเช้าวันนี้ (23 เม.ย.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้มอบเงินกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคมให้กับทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562 และจากเหตุการณ์ดังกล่าว กลายเป็นเหตุให้มีลูกจ้างในระบบประกันสังคมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 15 ราย

 

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบเงินจากกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคมให้กับทายาทผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่

 

1. ทายาท นายศักดิ์ชัย เจริญลาภ ได้รับเงินค่าทำศพจำนวน 33,000 บาท ค่าทดแทนรายเดือนกรณีเสียชีวิตจำนวน 1,680,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 131,631.20 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,844,631.20 บาท

 

2. ทายาทหรือครอบครัว นายอาทิตย์ คำสาย จะได้รับเงินค่าทำศพจำนวน 33,000 บาท ค่าทดแทนรายเดือนกรณีเสียชีวิตจำนวน 1,680,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 98,309.06 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,811,309.06 บาท

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังได้สั่งกำชับไปยังสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่รับผิดชอบได้เข้าดูแลลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 15 ราย พร้อมทั้งชี้แจงสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับให้กับลูกจ้างแล้ว

 

ภาพ: กระทรวงแรงงาน

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post กระทรวงแรงงาน มอบเงินรวม 3.6 ล้านบาท ให้ครอบครัว 2 ผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ประยุทธ์’ นำถก ครม. ปิดท้ายก่อนเลือกตั้ง คิวแน่นลุย 2 จังหวัด ‘กทม.- ฉะเชิงเทรา’ https://thestandard.co/thailandelection2562-prayuth-cabinet-meeting/ https://thestandard.co/thailandelection2562-prayuth-cabinet-meeting/#respond Tue, 19 Mar 2019 11:30:25 +0000 https://thestandard.co/?p=226877

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล […]

The post ‘ประยุทธ์’ นำถก ครม. ปิดท้ายก่อนเลือกตั้ง คิวแน่นลุย 2 จังหวัด ‘กทม.- ฉะเชิงเทรา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นการประชุม ครม. ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม

 

ช่วงหนึ่ง พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าพบนายกฯ เพื่อนำเสนอนิทรรศการเรื่อง การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้ประกันตนในสถานประกอบการ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับอีก 9 หน่วยงาน โดยนำแรงงานต่างด้าวและแรงงานไทยที่ได้รับบริการมาพบนายกฯ

 

ขณะที่แรงงานไทยกล่าวขอบคุณนายกฯ ที่มีโครงการนี้ โดยนายกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น

 

“อย่าบอกว่าลุงไม่ทำอะไรเลย ทุกคนช่วยกันทำ แล้ววันนี้ไม่มีบัตรกี่บาทอะไรทั้งสิ้น เรียกว่าประกันสุขภาพถ้วนหน้า เข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ 72 ชั่วโมง เบอร์สายด่วน 1169 มีใครทำถามหน่อยสิ โธ่ พูดอย่างเดียวทำไม่ได้หรอก ทำมาตั้ง 5 ปี ทำได้ขนาดนี้ เข้าใจหรือยัง”

 

ขณะที่ พันเอก อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (20 มีนาคม) พลเอก ประยุทธ์ มีกำหนดการในช่วงเช้าตรวจราชการเขตพื้นที่สวนลุมพินี สวนป่าเบญจกิติ เพื่อติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธารณะให้สวยงาม เพิ่มพื้นที่สีเขียวแก่กรุงเทพมหานคร และตรวจความก้าวหน้าโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต

 

จากนั้นช่วงบ่ายจะเดินทางไปติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของจังหวัดฉะเชิงเทรา ในการรองรับแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งพบปะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์และยางล้อ

 

โดยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการพัฒนาทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการก่อสร้างทางคู่เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย การพัฒนาสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและประปา รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (EV-AV) ได้รับการส่งเสริมในการรองรับ EEC

 

The post ‘ประยุทธ์’ นำถก ครม. ปิดท้ายก่อนเลือกตั้ง คิวแน่นลุย 2 จังหวัด ‘กทม.- ฉะเชิงเทรา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-prayuth-cabinet-meeting/feed/ 0
แรงงานเมียนมา-ลาว-กัมพูชา กลับบ้านสงกรานต์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมผ่านด่าน รัฐมนตรีสั่งเข้ม ห้าม จนท. เรียกรับเงิน https://thestandard.co/alienate-worker-songkran-festival/ https://thestandard.co/alienate-worker-songkran-festival/#respond Wed, 20 Feb 2019 09:21:38 +0000 https://thestandard.co/?p=203401

ใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่คนทำงานทุกภาคส […]

The post แรงงานเมียนมา-ลาว-กัมพูชา กลับบ้านสงกรานต์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมผ่านด่าน รัฐมนตรีสั่งเข้ม ห้าม จนท. เรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่คนทำงานทุกภาคส่วนจะได้พักผ่อนหยุดยาว เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการประจำปี และในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 12 เมษายน เป็นวันหยุดเพิ่มในช่วงดังกล่าวอีกหนึ่งวันด้วย

 

ขณะที่กระทรวงแรงงานได้จัดการประชุมในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแรงงานเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยจำนวนมาก

 

สำหรับการประชุมดังกล่าวมี พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (อกนร.) ครั้งที่ 2/2562 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

 

วาระสำคัญในการประชุมวันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทยในตำแหน่งกรรมกร รับใช้ในบ้าน ผู้ประสานงานด้านภาษากัมพูชา-ลาว-เมียนมา และช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล ซึ่งถือหนังสือเดินทางประเภทคนอยู่ชั่วคราว และระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรมีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่าวันที่ 30 เมษายน 2562 รวมถึงผู้ติดตามเดินทางกลับประเทศต้นทาง เพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2562 สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ตั้งแต่วันที่ 5-30 เมษายน 2562 และจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม

 

แต่หากแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหลังวันที่ 30 เมษายน 2562 แต่ไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ให้ขอรับการตรวจลงตราวีซ่า ประเภทคนอยู่ชั่วคราวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมีระยะเวลาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเดิม และชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 2,000 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด

 

ทั้งนี้ รมว.แรงงาน ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับช่วงสงกรานต์ ห้ามมิให้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ และขอให้ทุกหน่วยเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน เพื่อลดการกล่าวหา การเรียกรับแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

 

ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศต้นทางในช่วงสงกรานต์ประมาณ 200,000-300,000 คน ทั้งนี้กระทรวงแรงงานจะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post แรงงานเมียนมา-ลาว-กัมพูชา กลับบ้านสงกรานต์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมผ่านด่าน รัฐมนตรีสั่งเข้ม ห้าม จนท. เรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/alienate-worker-songkran-festival/feed/ 0
ประกันสังคมปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็น 600 บาท เริ่มจ่าย 31 ม.ค. นี้ https://thestandard.co/social-security-benefits-for-children-new-rate-600thb/ https://thestandard.co/social-security-benefits-for-children-new-rate-600thb/#respond Wed, 09 Jan 2019 02:29:37 +0000 https://thestandard.co/?p=176870

พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เ […]

The post ประกันสังคมปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็น 600 บาท เริ่มจ่าย 31 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากสำนักงานประกันสังคมจากเดิม 400 บาท เป็น 600 บาท โดยกระทรวงแรงงานสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้กับผู้ประกันตนที่มีบุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมได้ประกาศกฎกระทรวง เรื่อง การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร พ.ศ. 2561

 

โดยมีสาระสำคัญในการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตรให้กับผู้ประกันตนเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรของประชาชนและภาคแรงงานให้สามารถเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ทั้งนี้การปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากเดิม 400 บาท เป็น 600 บาทในครั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินในส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้นย้อนหลังจำนวน 200 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ให้กับผู้ประกันตน โดยจะเริ่มจ่ายในวันที่ 31 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ ที่ท่านสะดวก หรือ โทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sso.go.th

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

The post ประกันสังคมปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็น 600 บาท เริ่มจ่าย 31 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/social-security-benefits-for-children-new-rate-600thb/feed/ 0
กรมการจัดหางานเตรียม 2 หมื่นตำแหน่งรองรับลูกจ้างตกงาน พนักงานขาย-สาธิตสินค้าต้องการมากสุด https://thestandard.co/support-for-unemployed-workers-20000-employees/ https://thestandard.co/support-for-unemployed-workers-20000-employees/#respond Thu, 01 Nov 2018 11:05:25 +0000 https://thestandard.co/?p=140909

เพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิ […]

The post กรมการจัดหางานเตรียม 2 หมื่นตำแหน่งรองรับลูกจ้างตกงาน พนักงานขาย-สาธิตสินค้าต้องการมากสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางานให้ข้อมูลว่า พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นห่วงสถานการณ์ตลาดแรงงาน จึงสั่งการให้กรมการจัดหางานติดตามความคืบหน้าและเตรียมตำแหน่งงานว่างเพื่อรองรับ เพื่อให้ความช่วยเหลือทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2 หมื่นอัตรารองรับวุฒิการศึกษาตั้งแต่ ปวช. ปวส. จนถึงปริญญาตรี



กรมการจัดหางานเปิดเผยว่าตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่
1. พนักงานขายของหน้าร้านและพนักงานสาธิตสินค้า 2. ช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง 3. เสมียน เจ้าหน้าที่ธุรการต่างๆ 4. ช่างไฟฟ้าอาคารและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ และ 5. พนักงานบริการ นอกจากนั้นยังให้สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงานและขึ้นทะเบียนสมัครงานเพื่อจับคู่ตำแหน่งงานว่าง นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาและแนะแนวอาชีพด้วย ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของกรมการจัดหางานหรือทางแอปพลิเคชัน ‘Smart Job Center’ หรือโทรไปที่ศูนย์บริการของกรมการจัดหางาน 1506

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post กรมการจัดหางานเตรียม 2 หมื่นตำแหน่งรองรับลูกจ้างตกงาน พนักงานขาย-สาธิตสินค้าต้องการมากสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/support-for-unemployed-workers-20000-employees/feed/ 0
จบปริญญาตรี ไม่ต้องกลัวตกงาน! เปิดแล้ว ศูนย์ที่นี่มีงานทำ ปูพรมพร้อมกันทั่วประเทศ 19 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/job-ready-center/ https://thestandard.co/job-ready-center/#respond Mon, 09 Jul 2018 07:40:20 +0000 https://thestandard.co/?p=105484

จบแล้วทำงานอะไรดี จบแล้วจะมีใครรับทำงานไหมนะ จะได้ทำงาน […]

The post จบปริญญาตรี ไม่ต้องกลัวตกงาน! เปิดแล้ว ศูนย์ที่นี่มีงานทำ ปูพรมพร้อมกันทั่วประเทศ 19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จบแล้วทำงานอะไรดี จบแล้วจะมีใครรับทำงานไหมนะ จะได้ทำงานตรงสายหรือเปล่า กลัวเตะฝุ่นจัง เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่น่ากังวลใจของเด็กจบใหม่ ยิ่งยุคสมัยที่แข่งขันกันสูง ปริญญาตรี บางคนก็ว่าหางานทำยาก แถมมีตัวอย่างให้เห็นกันเยอะถมเถไปในตลาดแรงงาน

 

แต่ปัญหานี้จะทุเลาเบาบางลง เพราะวันนี้ (9 ก.ค.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานการประชุมเตรียมการเปิด ‘ศูนย์ที่นี่มีงานทำ’ (Job Ready Center) ที่กระทรวงแรงงานแล้ว โดยมีข้าราชการส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และซีอีโอประจำศูนย์ฯ ทั้ง 11 แห่ง ร่วมการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference)

 

รมว.กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จะดำเนินการเปิดศูนย์ที่นี่มีงานทำ (Job Ready Center) จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา และกรุงเทพมหานคร

 

โดยจะเปิดทำการพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้คำปรึกษา พัฒนาฝีมือ แนะแนวอาชีพ จับคู่ตำแหน่งงาน ในการช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้มีงานทำ เป็นไปตามแนวทาง ‘ประชารัฐร่วมใจ เพื่อคนไทยมีงานทำ’ รมว.แรงงาน ยังชี้ว่า อัตราการว่างงานประเทศไทยน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 4 จาก 215 ประเทศทั่วโลก

 

สำหรับศูนย์ที่นี่มีงานทำ (Job Ready Center) ในส่วนกลางหรือกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี แขวง/เขตดินแดง กรุงเทพฯ

The post จบปริญญาตรี ไม่ต้องกลัวตกงาน! เปิดแล้ว ศูนย์ที่นี่มีงานทำ ปูพรมพร้อมกันทั่วประเทศ 19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/job-ready-center/feed/ 0
ศาลฎีกายกฟ้อง คสช. ข้อหากบฏ กรณีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 https://thestandard.co/supreme-court-dismissal-treason/ https://thestandard.co/supreme-court-dismissal-treason/#respond Fri, 22 Jun 2018 05:41:04 +0000 https://thestandard.co/?p=99900

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ ‘ยกฟ้อง’ […]

The post ศาลฎีกายกฟ้อง คสช. ข้อหากบฏ กรณีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ ‘ยกฟ้อง’ คดีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ กับพวกรวม 15 คน เป็นโจทก์ฟ้องพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช., พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง, พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว และพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รวม 5 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 จากกรณีเข้ายึดอำนาจทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

 

นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่าการกระทำของ คสช. ศาลชี้ว่าเป็นความผิดในข้อหากบฏจริง แต่มาตรา 48 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ซึ่ง คสช. เขียนขึ้นเองได้นิรโทษกรรมให้ คสช. แล้ว จึงเห็นว่าการกระทำของ คสช. มิใช่ความผิดและหลุดพ้นจากความผิดทั้งปวง

 

นายอานนท์ระบุว่าแม้ศาลจะยกฟ้อง แต่การฟ้องครั้งนี้ก็ทำให้สังคมเห็นว่าประชาชนสามารถฟ้องคณะรัฐประหารได้ นี่จึงถือเป็นชัยชนะของประชาชนอย่างแท้จริง แต่เป็นความพ่ายแพ้ของสังคมไทยที่ไม่สามารถเอาผิดคณะรัฐประหารได้ตามกฎหมาย เนื่องจากยังติดอยู่กับเงื่อนไขเดิมๆ และเป็นอุปสรรคในการเดินหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

 

ส่วนการยกเลิกผลพวงรัฐประหารยังคงต้องเดินหน้าต่อไปอีก 10-20 ปี ทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับก็รอได้ แต่ต้องทำให้คนในสังคมไทยเห็นตรงกันก่อนว่า ‘รัฐประหาร’ สร้างความเสียหายให้ประเทศเหมือนกับหลายประเทศที่สามารถเอาผู้นำเผด็จการในอดีตมาลงโทษ นอกจากนี้ทางกลุ่มยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนนักการเมืองที่ยึดมั่นประชาธิปไตยเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ รวมทั้งผลพวงอื่นๆ ที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน

 

ทั้งนี้ มาตรา 113 แห่งรัฐธรรมนูญฯ ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อ

(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ

(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

The post ศาลฎีกายกฟ้อง คสช. ข้อหากบฏ กรณีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/supreme-court-dismissal-treason/feed/ 0
บัณฑิตใหม่ปี 60 เตะฝุ่นทะลุ 1.7 แสนคน สถานการณ์แรงงานไทยที่ยังน่าห่วง https://thestandard.co/graduate-2560-unemployed-statistics/ https://thestandard.co/graduate-2560-unemployed-statistics/#respond Mon, 18 Jun 2018 08:09:27 +0000 https://thestandard.co/?p=98802

ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่ […]

The post บัณฑิตใหม่ปี 60 เตะฝุ่นทะลุ 1.7 แสนคน สถานการณ์แรงงานไทยที่ยังน่าห่วง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่ามีจำนวนคนว่างงานที่จบปริญญาตรีมากที่สุด จำนวน 170,900 คน จากจำนวนผู้ว่างงานรวม 4.02 แสนคน ซึ่งปัญหาบัณฑิตใหม่ตกงาน เป็นเรื่องซ้ำซากที่เกิดขึ้นทุกปี แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี

 

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่กระทรวงแรงงาน พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในการประชุมแนวทางแก้ไขการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

 

โดย พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวว่า ผลสำรวจข้อมูลภาวการณ์มีงานทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเดือนพฤษภาคม 2561 มีจำนวนคนว่างงานที่จบปริญญาตรีมากที่สุด จำนวน 170,900 คน โดยสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนงานบ่อย การเลือกเรียน และจบในสาขาที่ไม่ตรงกับตลาดแรงงาน รวมทั้งพฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบทำงานที่อยู่ในกรอบ เป็นต้น

 

ตั้งศูนย์ One Stop Service 11 แห่งทั่วไทย แก้ปมจบ ป.ตรี เตะฝุ่น

กระทรวงแรงงานมีแนวทางการแก้ไขปัญหาว่างงานของผู้จบปริญญาตรี ซึ่งกำหนดไว้ 2 ระยะคือ

 

สำหรับระยะเร่งด่วนภายใน 3 เดือน กระทรวงแรงงานจะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) 11 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ คือ จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก ภาคอีสาน คือ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา ภาคตะวันออก คือ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ภาคใต้ คือ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.สงขลา รวมถึงในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครด้วย เพื่อบูรณาการข้อมูลความต้องการแรงงานของภาคเอกชน รวมถึงเพิ่มทักษะแรงงานทั้งที่เป็นงานประจำ และงานประเภทฟรีแลนซ์ รวมถึงการทำธุรกิจส่วนตัว

 

โดยแต่ละศูนย์จะแบ่งการทำงานออกเป็นด้านๆ ประกอบด้วย แนะแนวอาชีพและส่งเสริมอาชีพอิสระให้บัณฑิตมีงานทำ จำนวน 2,000 อัตรา

 

จับคู่ตำแหน่งงาน (Matching) ระหว่างผู้ที่กำลังหางานทำกับนายจ้างสถานประกอบการ ผ่านศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย และ Job Box ของกรมจัดหางาน จำนวน 20,000 อัตรา รวมถึงตำแหน่งงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) จำนวน 4,500 อัตรา

 

มีการจัดนัดพบแรงงานในสถานศึกษา (Job Fair) จำนวน 20,000 อัตรา ตำแหน่งงานในเครือข่าย อาทิ JobsDB, BKK job จำนวน 28,000 อัตรา และช่องบริการรับสมัครงานผ่านไลน์ จำนวน 20,000 อัตรา และตำแหน่งงานในต่างประเทศอีกจำนวน 500 อัตรา

 

นอกจากนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะบูรณาการกับสถานศึกษาเพื่อเพิ่มทักษะ (Up -Skill, Re-Skill) ให้กับบัณฑิตที่แจ้งความประสงค์ฝึกอาชีพเพื่อให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ในหลักสูตรระยะสั้นฝึกอบรมอย่างน้อย 10 วัน อาทิ หลักสูตรภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ อินโฟกราฟิก เป้าหมาย 5,000 คน

 

ป.ตรี เรียนจบไม่ตรงตลาด บัณฑิตใหม่สายสังคมฯ ทะลุ 2 แสนคน

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เดือนพฤษภาคม 2561 เปิดเผยจำนวนคนว่างงานทั้งหมดมีกว่า 4.02 แสนคน โดยในจำนวนนี้มีผู้จบ ป.ตรี มากที่สุดถึง 1.7 แสนคน

 

ขณะที่กระทรวงแรงงาน สำรวจสาเหตุที่เด็กจบปริญญาตรีใหม่แต่ยังไม่มีงานทำ พบว่าสาเหตุมาจากเปลี่ยนงานบ่อย อยู่ระหว่างรองานเพราะลาออกจากงานเดิม เลือกเรียนตามกระแส จบไม่ตรงตลาดแรงงาน ค่านิยม หรือเรียนตามเพื่อน เลือกงานหรือ ต้องการทำงานที่สบาย เงินเดือนสูงๆ รวมถึงพฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบทำงานที่อยู่ในกรอบ

 

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อี คอนไทย) เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี แต่ปัญหาคือในช่วงรอยต่อนี้เรายังมีการผลิตบัณฑิตแบบเดิม จะเห็นได้ว่ามีเด็กจบสายสังคมศาสตร์กว่า 70% แต่ความต้องการของตลาดแรงงานไม่ได้ต้องการคนจบสายนี้

 

ขณะเดียวกันสาขาที่ต้องการกลับผลิตบัณฑิตมาน้อย เช่น สายเทคโนโลยี ผลิตมาเพียง 4% ของบัณฑิตทั้งหมด ซึ่งโครงสร้างมันบิดพลิ้วไป ในขณะที่ประเทศไทยกำลังพูดถึงซูเปอร์คลัสเตอร์ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่เด็กที่จบมาในสาขาเทคโนโลยีพอเห็นตัวเลขก็น่ากังวล

 

สำหรับบัณฑิตใหม่ที่ตกงานจำนวน 1.7 แสนคน มีส่วนหนึ่งที่ทำอาชีพอิสระหรือประกอบธุรกิจ แต่บัณฑิตจบใหม่ส่วนใหญ่ ประมาณ 1.2 แสนคน เป็นบัณฑิตที่ยังหางานไม่ได้

 

นายธนิต กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับความจริงว่า เด็กจบปริญญาตรีส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ มีกว่า 80% ที่จบมาแล้วยังใช้งานไม่ได้ ซึ่งต่อไปต้องมีการบูรณาการกันระหว่างสถาบันการศึกษากับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพราะปกติภาคเอกชนจะอ้างว่า ตนไม่ได้คนที่มีทักษะที่ต้องการ แต่อนาคตก็จะให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบหลักสูตร และรับเด็กไปฝึกงานในสถานที่ทำงานจริงเพื่อเรียนรู้งาน และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในแต่ละองค์กร หากมีคุณสมบัติครบและเข้ากับองค์กรได้ก็รับเข้าทำงานไปเลย

 

สำหรับข้อมูลผู้จบการศึกษาระดับ ป.ตรี ปี 2560 มีจำนวนกว่า 3.46 แสนคน แบ่งเป็นจบสายวิทยาศาสตร์ 1.10 แสนคน หรือ 31.86% จบสายสังคมศาสตร์ 2.36 แสนคน หรือ 68.14%

 

โดยสาขาที่เรียนจบ ป.ตรี มากที่สุดคือ สังคมศาสตร์, บริหารธุรกิจ, กฎหมาย มีจำนวน 117,444 คน สาขาที่เรียนจบ ป.ตรี น้อยที่สุดคือ เกษตรกรรม และปศุสัตว์ มีจำนวน 8,748 คน

The post บัณฑิตใหม่ปี 60 เตะฝุ่นทะลุ 1.7 แสนคน สถานการณ์แรงงานไทยที่ยังน่าห่วง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/graduate-2560-unemployed-statistics/feed/ 0
อุบัติเหตุ ฮาวา สู่ปมด่านลอย การตั้งด่านที่สังคมไทยถกเถียงมาเนิ่นนาน https://thestandard.co/random-checkpoint/ https://thestandard.co/random-checkpoint/#respond Mon, 29 Jan 2018 12:36:43 +0000 https://thestandard.co/?p=66069

‘ด่านตรวจ’ กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกแล้ว หลังสื่อหลายสำน […]

The post อุบัติเหตุ ฮาวา สู่ปมด่านลอย การตั้งด่านที่สังคมไทยถกเถียงมาเนิ่นนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ด่านตรวจ’ กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกแล้ว หลังสื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวกรณีที่ ฮาวา The X Factor นักร้องนักดนตรีสาว ซึ่งกำลังขับรถไปงานจ้างที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยขับรถมาตามถนนทางหลวงสายหลักในพื้นที่อำเภอบางปะอิน และมีตำรวจทางหลวงเดินทางมาโบกรถกลางถนน ทำให้รถเก๋งสีขาวคันหน้าเบรก ผู้เสียหายขับตามหลังมาเบรกเอาไว้ทัน แต่รถสิบล้อที่ตามหลังมาอีกทีเบรกไม่ทัน พุ่งชนท้ายรถตนจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ มีเลือดออกที่หางตา อุปกรณ์เล่นดนตรีเสียหาย

 

ข้อเท็จจริงข้างต้นนำมาสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะ การตั้งด่านตรวจ จุดสกัด และเป็นไฟลามทุ่งไปถึงคำถามว่า กรณีนี้คือด่านลอย ซึ่งถือว่าเป็นด่านเถื่อนที่ผิดกฎหมายหรือไม่?

 

ประชาชนควรรู้ ด่านตรวจ จุดสกัด ด่านลอย ต่างกันตรงไหน

ก่อนที่จะถกเถียงกันถึงประเด็นอุบัติเหตุล่าสุดที่เกิดขึ้น THE STANDARD ขออาสาพาไปทำความรู้จักกับสิ่งเหล่านี้ว่ามีแนวปฏิบัติหรือข้อมูลตามกฎหมายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดถือปฏิบัติกันอย่างไรบ้าง

 

ตามบันทึกข้อความ ส่วนราชการ กรมตำรวจ ได้อธิบายความหมายไว้ดังนี้

 

‘ด่านตรวจ’ หมายถึง สถานที่ทำการที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ (ความหมายตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2535) โดยระบุสถานที่ไว้ชัดแจ้งเป็นการถาวร การตั้งด่านตรวจจะต้องได้รับอนุมัติจาก ครม. หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือ กอ.รมน. แล้วแต่กรณี

 

‘จุดตรวจ’ หมายถึง สถานที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่าที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว แต่ต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะต้องยุบเลิกจุดตรวจดังกล่าวทันที โดยต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาระดับ ผบก. เป็นต้นไป

 

‘จุดสกัด’ หมายถึง สถานที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราว และจะต้องยุบเลิกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว ต้องได้รับอนุญาตจากนายตำรวจระดับหัวหน้าสถานี

 

ขณะที่การตั้งด่านจะต้องมีเครื่องหมายจราจรว่า ‘หยุดตรวจ’ มีสิ่งกีดขวางหรือสัญญาณให้เป็นที่สังเกตเห็นได้ง่ายในระยะไกล

 

 

ส่วนในเวลากลางคืนต้องจัดให้มีแสงสว่างและมองเห็นในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตรก่อนถึงจุดตรวจ

 

ต้องมีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจและจุดตรวจ

 

พร้อมทั้งจะต้องมีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริตหรือประพฤติมิชอบให้แจ้งผู้บังคับการ พร้อมเบอร์โทรฯ มองเห็นในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร

 

อย่างไรก็ตาม หากดูตามบันทึกของกรมตำรวจ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ไม่ได้ระบุไว้ว่า ‘ด่านลอย’ คืออะไร แต่ในความเข้าใจของประชาชน ด่านลอยอาจมีความหมายคล้ายกับจุดสกัด เพราะในอดีตที่ผ่านมากำหนดให้เพียงนายตำรวจสัญญาบัตรเป็นหัวหน้าชุดเท่านั้น

 

ขณะที่ในเวลาต่อมา พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในขณะนั้น ได้มีนโยบายให้ยกเลิกด่านที่ไม่ได้ตั้งขึ้นตามกฎเกณฑ์ที่ระบุ ซึ่งด่านลอยหรือจุดสกัดที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นด่านเถื่อน ผิดกฎหมายนั่นเอง และที่เป็นปัญหาเพราะมีการลักลอบเปิดจุดสกัดดังกล่าวมาโดยตลอด แถมภาพลักษณ์ยังมีลักษณะเรียกรับผลประโยชน์ มักหลบเลี่ยงอยู่ตามเสาไฟฟ้า พุ่มไม้ข้างทาง

 

ตำรวจผู้น้อยเผย ‘ด่านลอย’ สะท้อนปัญหาคุณภาพชีวิตตำรวจ

เพื่อให้เข้าใจสภาพความเป็นจริงของการทำหน้าที่ของตำรวจ THE STANDARD พูดคุยกับแหล่งข่าวซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นประทวนที่มักต้องออกปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการตั้งด่าน ตั้งจุดตรวจ และจุดสกัดอยู่เสมอ

 

นายตำรวจท่านนี้ให้ข้อมูลว่า ปัญหาด่านลอยมีมานานแล้ว พูดกันตรงๆ ก็คือ ‘เงินไม่พอใช้’ ตำรวจเป็นแบบนี้ มีแต่รายจ่ายมากกว่ารายรับ ค่าชุด ซื้อปืน ค่าเช่าบ้าน ต้องจ่าย ต้องกู้ เงินเดือนก็ไม่พอใช้ การปรับตัวของแต่ละคนก็ต่างกันไป ถ้าคุณสังเกตง่ายๆ จะเห็นตำรวจไปเฝ้าร้านทอง ทำนู่นนี่นั่นแล้วแต่ช่องทางของตัวเอง

 

“สวัสดิการของตำรวจต้องปฏิรูปก่อนที่จะพูดเรื่องโครงสร้างด้วยซ้ำ เวลาตำรวจทำงานเราก็เต็มที่ อยากให้รู้ว่าทุกองค์กรมีคนดีและคนเลว เวลาเกิดปัญหาก็ต้องว่าไปเป็นรายกรณี ไม่อยากให้มาเหมารวมองค์กร”

 

นายตำรวจคนดังกล่าวยังระบุถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า อยากให้มองกว้างๆ การปฏิบัติหน้าที่ก็มีโอกาสผิดพลาด ถ้าทำผิดก็มีระบบตรวจสอบกันอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนทำงานลำบากใจมาโดยตลอด การตั้งด่านเพื่อสกัดคนร้ายหรือตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมายกลายเป็นถูกมองว่ามาทำมาหากิน ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ถามว่าที่ผิดกฎหมายมีไหม แน่นอนว่ามี ถ้าคุณเห็นและรับไม่ได้ คุณต้องแจ้งไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ

 

“ผมว่าเรื่องนี้มันก็ผิดสองฝ่าย ถ้าไม่มีคนให้ก็ไม่มีคนรับ ถ้าฝ่ายประชาชนเห็นว่าตำรวจเรียกรับคุณต้องแจ้งเลย คุณอย่าไปให้ เมื่อไรที่คุณให้มันก็จบแล้ว ด่านพวกนี้ก็มีได้ ตำรวจก็มีได้ ผมมีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้ ผมพยายามเอาตัวเองให้ห่างมากที่สุด แต่วัฒนธรรมของเราก็ทำให้ผมห้ามตัวเองไม่ได้ในบางครั้ง ผมยอมรับตรงนี้

 

“เวลาพูดถึงตำรวจคนเกลียดเยอะมาก แต่พอลูกหลานเป็นตำรวจเขาก็ดีใจ สถิติสอบตำรวจแต่ละครั้งไม่เคยน้อย อย่างที่บอกทำดีก็เท่าทุน ขวัญกำลังใจต้องเริ่มต้นจากคนทำงานก่อน ช่วยบอกให้เขาปฏิรูปเรื่องสวัสดิการด้วยนะครับ” นายตำรวจชั้นประทวนที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าวทิ้งท้าย

 

 

ชี้อย่างเพิ่งด่วนตัดสินว่าเป็น ‘ด่านลอย’ แต่ถ้าทำไม่ดีต้องตรวจสอบ

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ซึ่งเคยมีบทบาทออกมาคัดค้านกรณีครูจอมทรัพย์ว่าเป็นขบวนการจัดตั้งเพื่อรื้อฟื้นคดี ให้ความเห็นกรณีอุบัติเหตุของนักร้องกับ THE STANDARD ว่า ไม่อยากให้สื่อไปตัดสินหรือนำเสนอตามกระแสสังคมว่ากรณีดังกล่าวคือด่านลอยหรือไม่ หากดูตามภาพคลิปข่าวที่เกิดขึ้น จะเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่บนทางหลวง ถือว่าเป็นอำนาจของตำรวจทางหลวงอยู่แล้ว แต่การไปโบกรถกลางถนนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตัวเขาเองด้วย

 

“กรณีที่เกิดขึ้นต้องแยกแยะเป็น 2 ส่วน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวง กับกรณีการเกิดอุบัติเหตุระหว่างรถเก๋งกับรถกระบะ ต้องไปดูระยะห่างตามที่กฎหมายกำหนดว่ารถสองคันห่างกันในระยะนั้นไหม ค่าเสียหายที่เกิดจากกรณีอุบัติเหตุ ฝ่ายรถบรรทุกก็มีหน้าที่ต้องชดใช้ ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงทางคดีด้วย

 

“ผมไม่อยากให้บอกว่าเป็นด่านลอย อย่าไปชี้นำ เพราะต่อไปตำรวจก็คงไม่มีใครกล้าตั้งด่านเพื่อทำหน้าที่สกัดกั้นผู้ร้ายหรือคนที่ทำผิดกฎหมาย ส่วนการปฏิบัติหน้าที่นั้น ถ้าตำรวจทำไม่ถูกต้อง ไม่สมควร ก็ต้องว่าเป็นกรณีไป ไม่ใช่เหมารวม จะตั้งกรรมการสอบก็ว่ากันไป ทุกวันนี้ภาพลักษณ์ของตำรวจก็มีปัญหา ถ้าเราสังเกตจราจรในนครบาล แทบจะไม่เห็นการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน แต่ในต่างจังหวัดก็ยังมีด่านลักษณะนี้ จุดสกัดต่างๆ บางทีก็เป็นเรื่องการรักษาดูแลความปลอดภัยของประชาชน เพราะฉะนั้นมันก็ก้ำกึ่งกันอยู่”

 

รองผู้บังคับการทางหลวงยืนยันไม่ใช่ ‘ด่านลอย’

ขณะที่ พ.ต.อ. เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวผ่านเดลินิวส์ออนไลน์ว่า หลักการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวงมีอยู่ 2 วิธีการ คือ 1. ใช้รถตรวจการณ์ 1 คันโดยมีวิทยุตำรวจทางหลวงประสานความร่วมมือกันกับพนักงานวิทยุเพื่อออกตรวจตราพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ โดยมีแบบแผนขั้นตอนในแต่ละจุดแต่ละวัน ซึ่งวิธีนี้ตำรวจในต่างประเทศก็ใช้เช่นกันทั่วโลก กรณีพบผู้กระทำความผิดก็จะให้สัญญาณเพื่อให้จอด มีการว่ากล่าวตักเตือนออกใบสั่งจับปรับตามกฎหมาย

 

ส่วนวิธีที่ 2 คือการอยู่สังเกตการณ์เพื่อจับกุมผู้กระทำผิด เช่น มีการขับแซงในพื้นที่ห้ามแซงบนสะพานลงมา ตรงนี้ก็ต้องอยู่บังคับใช้กฎหมายเช่นกัน แต่จะให้ใช้รถตรวจก็คงจะไม่ได้ ต้องหยุดเพื่อตรวจจับเท่านั้น

 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าวิธีการที่ 2 มีพี่น้องประชาชนเข้าใจว่าเป็นด่านลอย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเป็นการหยุดเพื่อสังเกตการณ์ และจับกุมผู้กระทำผิดหลังจากได้รับการร้องเรียนว่าบริเวณดังกล่าวมีรถบรรทุกวิ่งมาเลนขวาด้วยความเร็วอยู่ตลอดจนทำให้เกิดอันตรายแก่พี่น้องประชาชนได้

 

“ขอเรียนว่าตรงจุดที่ตำรวจทางหลวงอยู่นั้นไม่ใช่ด่านลอย แต่เป็นจุดสังเกตการณ์ก่อนจะจับกุมผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตามได้มีการสั่งให้สอบสวนเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดนั้นดังกล่าวว่าเป็นไปตามขั้นตอนของแผนการตรวจการหรือไม่อย่างไร ยุทธวิธีในการหยุดรถมีความประมาทเลินเล่อหรือไม่อย่างไร และต้องดูว่าเป็นความผิดวินัยด้วยหรือไม่ ถ้าเป็นก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่ถ้าไม่เป็นก็ต้องจบตรงนั้น”

 

อย่างไรก็ตาม THE STANDARD ได้รับรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) ทางตำรวจทางหลวงจะได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยเพื่อตกลง สำหรับความคืบหน้าในทางคดีจะได้รายงานให้ทราบต่อไป รวมถึงผลการสอบสวนนายตำรวจทั้ง 2 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาได้สั่งการไปแล้ว

 

Photo: AFP

อ้างอิง:

The post อุบัติเหตุ ฮาวา สู่ปมด่านลอย การตั้งด่านที่สังคมไทยถกเถียงมาเนิ่นนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/random-checkpoint/feed/ 0
ปมขึ้นค่าจ้างไม่จบ รมว.แรงงาน ขอให้เคารพมติบอร์ดค่าจ้าง อย่านำไปเคลื่อนไหวเชิงการเมือง https://thestandard.co/wage-increase-problem/ https://thestandard.co/wage-increase-problem/#respond Tue, 23 Jan 2018 03:43:23 +0000 https://thestandard.co/?p=64243

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงา […]

The post ปมขึ้นค่าจ้างไม่จบ รมว.แรงงาน ขอให้เคารพมติบอร์ดค่าจ้าง อย่านำไปเคลื่อนไหวเชิงการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวว่า ตามที่บอร์ดค่าจ้างได้ประชุมและมีมติเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ปรับขึ้นค่าจ้างทุกจังหวัด ตั้งแต่ 5-22 บาท การปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ เพิ่มสูงขึ้นถึง 5% จัดว่าสูงที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเป็นการพิจารณาด้วยข้อมูลรอบด้านอย่างรอบคอบ โดยมีผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้าง และภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิรวมอยู่ด้วย อีกทั้งรัฐบาลยังมีมาตรการต่างๆ ออกมารองรับผู้ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

 

จากการที่มีผู้ออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ทบทวนใหม่โดยปรับเท่ากันทั่วประเทศนั้น วอนอย่านำมาเคลื่อนไหวเชิงการเมือง ขอให้เคารพมติบอร์ดค่าจ้าง และร่วมกันเดินหน้าเพื่อประเทศชาติต่อไป

The post ปมขึ้นค่าจ้างไม่จบ รมว.แรงงาน ขอให้เคารพมติบอร์ดค่าจ้าง อย่านำไปเคลื่อนไหวเชิงการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/wage-increase-problem/feed/ 0
เปิดกรุนาฬิกา ครม. ประยุทธ์ 5 https://thestandard.co/prayut-5-watches-collection/ https://thestandard.co/prayut-5-watches-collection/#respond Fri, 19 Jan 2018 16:30:43 +0000 https://thestandard.co/?p=63826

  ถึงคิวที่ ป.ป.ช. เปิดกรุรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุท […]

The post เปิดกรุนาฬิกา ครม. ประยุทธ์ 5 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ถึงคิวที่ ป.ป.ช. เปิดกรุรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุทธ์ 5 จำนวน 18 คน ทั้ง ครม. หน้าใหม่ป้ายแดง 10 คน และหน้าเก่าสลับเก้าอี้ 8 คน

เมื่อจุดสนใจของบัญชีทรัพย์สินเปลี่ยนจากเงินและสินทรัพย์ เป็นนาฬิกา 

THE STANDARD จึงรวบรวมนาฬิกาในตู้ ของบรรดารัฐมนตรีใหม่มาให้ชมกัน

 

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai

The post เปิดกรุนาฬิกา ครม. ประยุทธ์ 5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prayut-5-watches-collection/feed/ 0
เปิดตู้เซฟ ครม. ประยุทธ์ 5 รมช. ศึกษา หนี้ท่วม 66 ล้าน สุวพันธุ์ แจงละเอียด นาฬิกา-ไอโฟน https://thestandard.co/listing-of-assets-and-liabilities/ https://thestandard.co/listing-of-assets-and-liabilities/#respond Fri, 19 Jan 2018 08:30:10 +0000 https://thestandard.co/?p=63548

วันนี้ (19 มกราคม 2561) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรา […]

The post เปิดตู้เซฟ ครม. ประยุทธ์ 5 รมช. ศึกษา หนี้ท่วม 66 ล้าน สุวพันธุ์ แจงละเอียด นาฬิกา-ไอโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 มกราคม 2561) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 หรือ ครม. ประยุทธ์ 5 จำนวน 18 ราย

 

นอกจากนี้ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินกรณีรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 16 ราย

 

กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 จำนวน 2 ราย

 

และกรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 จำนวน 4 ราย

 

รวมถึงการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 และ พล.อ. กัมปนาท รุดดิษฐ์ สมาชิก สนช. กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560

 

สำหรับรัฐมนตรีใหม่ที่เพิ่งเคยเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งแรก จำนวน 10 ราย มีดังนี้

  1. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 29,320,171.27 บาท หนี้สิน 6,316,092.67 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,005,078.60 บาท

 

  1. พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และนางวิภาพร ช้างมงคล คู่สมรส มีทรัพย์สิน 31,868,090.60 บาท หนี้สิน 1,633,736.57 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 30,234,354.03 บาท

 

  1. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางมณี โควสุรัตน์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 60,073,687.80 บาท หนี้สิน 59,239.70 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 60,014,448.10 บาท

 

  1. นายกฤษฎา บุญราช เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางขนิษฐา บุญราช คู่สมรส มีทรัพย์สิน 17,541,927.58 บาท หนี้สิน 2,273,858.40 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 15,268,069.18 บาท

 

  1. นายลักษณ์ วจนานวัช เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางศรัณยา วจนานวัช คู่สมรส มีทรัพย์สิน 84,566,662.89 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

  1. นายวิวัฒน์ ศัลยกําธร เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางมาลิน ศัลยกำธร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 28,489,813.95 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

  1. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนางวรรณา ชูโชติถาวร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 179,116,947.43 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

  1. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

มีทรัพย์สิน 16,028,670.98 บาท ไม่มีหนี้สิน

  1. นายอุดม คชินทร เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางกาญจนา คชินทร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 67,144,730.37 บาท หนี้สิน 210,000,000 บาท มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 66,934,730.37 บาท ทั้งนี้ หนี้สินทั้งหมดมาจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่นของคู่สมรส

 

  1. นายสมชาย หาญหิรัญ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางอัญชลี หาญหิรัญ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 72,480,554.96 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

ส่วนรัฐมนตรี ครม. ประยุทธ์ 5 ที่เคยดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกสับเปลี่ยนตำแหน่ง 8 ราย ประกอบด้วย

 

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีต รมว.กระทรวงเกษตร

รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 35,278,559.78 บาท

 

สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 26,129,821.50  บาท

 

สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มากกว่าหนี้สิน 90,836,749.37 บาท

 

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 87,545,680 บาท

 

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อีกตำแหน่ง

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 30,849,028.14 บาท

 

ชุติมา บุณยประภัศร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

รวมทรัพย์สินกว่าหนี้สิน 238,861,209.43 บาท

 

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 48,804,646.70 บาท

 

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รวมทรัพย์สินกว่าหนี้สิน 113,165,080.13 บาท

 

สำหรับการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ สื่อมวลชนให้ความสนใจกับหมวดรายการทรัพย์สินอื่นๆ เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 200,000 บาท เป็นพิเศษ ผลพวงจากกรณีของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ที่ไม่ปรากฏรายการแสดงทรัพย์สินอื่นๆ ในบัญชีทรัพย์สินเลย จนเกิดประเด็นใหญ่โตเมื่อถูกพบว่าพลเอก ประวิตร มีรสนิยมใส่นาฬิกาหรูและเครื่องประดับอยู่เป็นประจำ

 

รัฐมนตรีที่ดูจะแสดงรายการทรัพย์สินอื่นๆ ละเอียดที่สุดเห็นจะเป็น สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งแจงทรัพย์สินอื่นๆ ถึง 50 รายการ แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 เอส และไอโฟน 7 ก็ยังแจ้งในบัญชีทรัพย์สินด้วย

 

ขณะที่ ลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เป็นอีกคนที่แจงทรัพย์สินระเอียดยิบ แม้กระทั่งพระพุทธรูป 17 องค์ มีราคาองค์ละ 500-2,500 บาท ก็นำมาแสดงด้วย

 

รวมไปถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ไม่มีเครื่องประดับ หรือนาฬิกาใดๆ แต่มีเปียโน 1 หลัง มูลค่า 5 แสนบาท

The post เปิดตู้เซฟ ครม. ประยุทธ์ 5 รมช. ศึกษา หนี้ท่วม 66 ล้าน สุวพันธุ์ แจงละเอียด นาฬิกา-ไอโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/listing-of-assets-and-liabilities/feed/ 0
10 ม.ค. ประชุมบอร์ดค่าจ้าง ถกปรับเพิ่มค่าแรงทั่วประเทศ นายกฯ ขอผู้ประกอบการอย่าลืมคนจน https://thestandard.co/conference-wage-increase/ https://thestandard.co/conference-wage-increase/#respond Tue, 09 Jan 2018 09:11:26 +0000 https://thestandard.co/?p=61252

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการป […]

The post 10 ม.ค. ประชุมบอร์ดค่าจ้าง ถกปรับเพิ่มค่าแรงทั่วประเทศ นายกฯ ขอผู้ประกอบการอย่าลืมคนจน appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มจาก 300 บาทต่อวัน ให้กับแรงงานทั่วประเทศว่าเป็นเรื่องหารือของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ตนคงลงไปล้วงลึกตรงนั้นไม่ได้ เพียงแต่ว่าทำอย่างไรจะไม่สร้างผลกระทบในเรื่องการประกอบธุรกิจทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

 

ส่วนถ้ามีการขึ้นค่าแรงอดุลย์ แสงสิงแก้วต้องมีมาตรการรองรับผู้ประกอบการอย่างไร ได้มอบให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแล้ว ขอให้รอฟังอีกที เร็วๆ นี้คงมีการขออนุมัติขึ้นมา

 

“ผมเข้าใจดีว่าภาคธุรกิจต้องการผลกำไรให้มากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่เราต้องอย่าลืมคนจน โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานจะได้ประโยชน์อย่างไร รัฐก็ไปดูแลในเรื่องของสวัสดิการสังคม เราจะร่วมมือกันได้ตรงไหน ถ้าทุกคนเรียกร้องกันหมดและไม่ยอมกัน รัฐบาลจะไปสั่งใครได้” พลเอก ประยุทธ์ กล่าว

 

ขณะที่ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ว่าได้รายงานให้ในที่ประชุม ครม. ทราบว่าจะมีการประชุม กกร. ที่จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ในวันพรุ่งนี้ (10 ม.ค.) ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปออกมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูแลแรงงานให้ดี ขณะเดียวกันทางผู้ประกอบการเองก็จะต้องอยู่ได้ด้วย ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้รอบด้าน และโดยหลักการแล้วจะต้องพิจารณาเป็นกลุ่มจังหวัด ทั้งนี้จะมีความชัดเจนหลังการประชุมดังกล่าว ขอยืนยันว่าเป็นแนวโน้มที่ดี

The post 10 ม.ค. ประชุมบอร์ดค่าจ้าง ถกปรับเพิ่มค่าแรงทั่วประเทศ นายกฯ ขอผู้ประกอบการอย่าลืมคนจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/conference-wage-increase/feed/ 0
ส่องทำเนียบในวันรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุทธ์ 5 ถ่ายรูปประจำตัวก่อนเข้าถวายสัตย์ https://thestandard.co/cabinet-prayut-5-oath-of-allegiance/ https://thestandard.co/cabinet-prayut-5-oath-of-allegiance/#respond Thu, 30 Nov 2017 10:51:35 +0000 https://thestandard.co/?p=51949

  เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน […]

The post ส่องทำเนียบในวันรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุทธ์ 5 ถ่ายรูปประจำตัวก่อนเข้าถวายสัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลได้จัดเตรียมห้องสีเหลืองภายในตึกสันติไมตรีเพื่อใช้สำหรับถ่ายภาพ ทำประวัติ และทำบัตรประจำตัวรัฐมนตรีใหม่ให้กับรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ใน ‘ครม. ประยุทธ์ 5’ โดยมีสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลติดตามบรรยากาศอย่างคึกคัก

 

ขณะที่ทำเนียบรัฐบาลได้จัดรถตู้จำนวน 5 คันเพื่อนำคณะรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

 

สำหรับ ครม. ประยุทธ์ 5 มีรัฐมนตรีระดับนายพลทั้งทหารและตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่และสลับควบตำแหน่ง 5 คน ประกอบด้วย

 

 

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ามารับตำแหน่งแทนพลเอก อุดมเดช สีตบุตร

 

 

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ขยับเกรดจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

 

 

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ข้ามห้วยจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

 

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกตำแหน่ง โดยพลอากาศเอก ประจิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วจะเดินทางเข้ากระทรวงยุติธรรม อย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น.

 

 

ขณะที่พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ น้องรักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะหลุดจาก ครม. แต่มีของดี ได้ขยับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นมาเป็นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

 

 

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความชื่นมื่น รัฐมนตรีใหม่ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีการพูดคุยกับสื่อมวลชนเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าจะเริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงในเวลา 9.00 น. วันพรุ่งนี้เป็นวันแรก

 

เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ที่เข้ามารับหน้าที่ดังกล่าว นายวีระศักดิ์ได้ส่ายหัวและยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว

 

 

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) โดยเวลา 7.00 น. จะเข้าสักการะท่านท้าวมหาพรหมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่จะสักการะพระภูมิเจ้าที่ศาลตายาย ต่อจากพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี โดยจะใช้ห้องทำงานเดิมของนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทั้งนี้ได้ปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่าสามารถทำงานควบคู่กับตำแหน่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ได้

 

 

ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะเริ่มเข้าทำงานในเวลา 7.00 น. พร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนปัญหาราคายางนั้นไม่กังวล เพราะมีนโยบายอยู่แล้ว ทั้งนี้จะรับฟังเสียงเกษตรกรเป็นหลัก

 

 

ส่วนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตนจะทุ่มเทกับการทำงานในช่วงสุดท้ายที่มีเวลาเหลืออยู่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็จะเน้นการนำนโยบายที่นายกรัฐมนตรีและนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านเศรษฐกิจไปปฏิบัติทั้งการส่งเสริมการส่งออก ส่งเสริมเอสเอ็มอี และการขยายเศรษฐกิจฐานราก โดยจะทำงานบูรณาการกับกระทรวงอื่นๆ อย่างเต็มที่

The post ส่องทำเนียบในวันรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุทธ์ 5 ถ่ายรูปประจำตัวก่อนเข้าถวายสัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cabinet-prayut-5-oath-of-allegiance/feed/ 0