อดิศร เพียงเกษ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อดิศร-เพียงเกษ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 07 Oct 2025 07:51:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลสั่งจำคุก ‘วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เหวง-อดิศร’ คนละ 4 ปี 4 เดือน คดีนำชุมนุม นปช. ปี 52 https://thestandard.co/nup-leaders-jailed-4-years-4-months-2552-rally-verdict/ Tue, 07 Oct 2025 07:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1127583 nup-leaders-jailed-4-years-4-months-2552-rally-verdict

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำ […]

The post ศาลสั่งจำคุก ‘วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เหวง-อดิศร’ คนละ 4 ปี 4 เดือน คดีนำชุมนุม นปช. ปี 52 appeared first on THE STANDARD.

]]>
nup-leaders-jailed-4-years-4-months-2552-rally-verdict

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมแกนนำและแนวร่วมรวม 13 คน 

 

ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 13 เมษายน 2552

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดและคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจที่สอดคล้องกัน แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ของจำเลยที่เป็นแกนนำและผู้สั่งการในการจัดชุมนุมปราศรัย ยึดและเผารถโดยสารสาธารณะ ปิดทางเข้าสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมถึงบุกไปยังบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี (ขณะนั้น) ซึ่งเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ

 

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด โดยมีคำสั่งลงโทษ ดังนี้:

 

  • จำคุก 4 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา: วีระกานต์ มุสิกพงศ์ (จำเลยที่ 1), จตุพร พรหมพันธุ์ (จำเลยที่ 2), ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (จำเลยที่ 3), นพ.เหวง โตจิราการ (จำเลยที่ 4) และ อดิศร เพียงเกษ (จำเลยที่ 11) ซึ่งเป็นแกนนำและผู้สั่งการ

หมายเหตุ: โทษเดิม 6 ปี 6 เดือน (ฐานมั่วสุม 6 ปี, ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 6 เดือน) ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือ 4 ปี 4 เดือน

  • จำคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา: สิระ พิมพ์กลาง (จำเลยที่ 5), วิภูแถลง พัฒนภูมิไท (จำเลยที่ 7), พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ (จำเลยที่ 8), พายัพ ปั้นเกตุ (จำเลยที่ 9) และ เมธี อมรวุฒิกุล (จำเลยที่ 13) ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  • ยกฟ้อง: ณรงศักดิ์ มณี (จำเลยที่ 6) และ พงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง (จำเลยที่ 10)

 

ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล.

The post ศาลสั่งจำคุก ‘วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เหวง-อดิศร’ คนละ 4 ปี 4 เดือน คดีนำชุมนุม นปช. ปี 52 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมปี 52 หลัง ‘อดิศร’ ติดประชุมสภาฯ – ออกหมายจับจำเลยหนี https://thestandard.co/red-shirt-leaders-verdict-2009/ Tue, 07 Oct 2025 05:25:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1127469 แกนนำ นปช.

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟัง […]

The post ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมปี 52 หลัง ‘อดิศร’ ติดประชุมสภาฯ – ออกหมายจับจำเลยหนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำ นปช.

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาครั้งที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมแกนนำและแนวร่วมรวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมสร้างความกระด้างกระเดื่อง ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีชุมนุมขับไล่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้แจ้งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีกครั้ง เนื่องจากมีจำเลยบางรายยังไม่มาศาล โดยเฉพาะ อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (จำเลยที่ 11) ที่ติดภารกิจประชุมสภาฯ และ  พงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง (จำเลยที่ 10) ที่มีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับและปรับ ประกันไปแล้วตั้งแต่การนัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

ก่อนการเข้าฟังคำพิพากษา จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. (จำเลยที่ 2) ได้เดินทางมาถึงศาลในเวลา 09.10 น. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้เตรียมใจมาแล้วเหมือนกับทุกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ต่อสู้คดีมายาวนานเกือบ 17 ปี ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล โดยวันนี้ตนได้เตรียมโฉนดที่ดินที่เป็นบ้านพักมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อใช้ในการประกันตัวด้วย

 

จตุพรแสดงความเห็นว่า ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นโทษและต้องถูกคุมขัง หรือได้รับการประกันตัวเพื่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ก็พร้อมที่จะรับในสิ่งนั้น พร้อมเผยว่าตนไม่อยากให้คดีนี้ยืดเยื้อ อยากให้ศาลอ่านคำพิพากษาให้เรียบร้อยไปเลยในวันนี้

 

เมื่อถูกถามถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีต กรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการถูกจำคุก จตุพรกล่าวว่า ตนไม่ได้มีเรื่องติดค้างใด ๆ กับ ทักษิณ และต่างคนต่างทำหน้าที่กันไป 

 

“คนที่อยู่ในเรือนจำถือเป็นโชคชะตาชีวิตอย่างหนึ่ง เหมือนอยู่ในสุสานคนเป็น ต้องอยู่แบบคนตาย อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ…การปล่อยวางเป็นสิ่งที่ดีที่สุด” จตุพร กล่าว

 

ส่วนกรณีที่ ทักษิณยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นครั้งที่สอง จตุพรมองว่า เป็นสิทธิ์ของคนที่อยู่ในเรือนจำที่ต้องการอิสรภาพ และเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทั้งคนปัจจุบันและคนก่อนเห็นพ้องต้องกันคือให้ยกฎีกา ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

 

สำหรับแกนนำ นปช. และแนวร่วมทั้งหมด 13 คน ที่ถูกฟ้องในคดีนี้ ได้แก่ วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, พายัพ ปั้นเกตุ, อดิศร เพียงเกตุ และ เมธี อมรวุฒิกุล อดีตนักแสดงชื่อดัง เป็นต้น

 

The post ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมปี 52 หลัง ‘อดิศร’ ติดประชุมสภาฯ – ออกหมายจับจำเลยหนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาประท้วงวุ่น! ทวีอภิปรายจัดหนัก ‘คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.’ อดิศรขอประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง อย่าร้อนตัว https://thestandard.co/tawee-senators-khao-kradong-cases/ Mon, 29 Sep 2025 07:56:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1124286

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ […]

The post สภาประท้วงวุ่น! ทวีอภิปรายจัดหนัก ‘คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.’ อดิศรขอประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง อย่าร้อนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ ที่มี มงคล สุระสัจจะ ประธานสมาชิกวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมในวาระพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า รัฐบาลแถลงนโยบาย 4 ปี เหมือนจะขับเคลื่อนรัฐบาลไปอีก 4 ปี โดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 เป็นวงเงินรายจ่ายประจำ 2.65 ล้านล้านบาท ซึ่งสิ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะใช้ได้คืองบกลาง การแถลงนโยบายกับการใช้งบเป็นคนละเรื่อง

 

ตนมองว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายของคนโกหกที่ไม่มีงบ และใน 4 เดือนที่จะยุบสภา รัฐบาลต้องเริ่มคิดว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ซึ่งในหลักความเป็นจริงกฎหมายจะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนเข้ามาไม่ซื่อสัตย์ และรัฐมนตรี 7-8 คนเป็นที่สงสัย มีความน่าห่วงใย จึงขอยกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ คือ เรื่องที่ดินเขากระโดง, ฮั้ว สว. และนโยบายกัญชา

 

ในส่วนที่ดินเขากระโดง ข้อเท็จจริงมีคำพิพากษาของศาลยุติธรรมและศาลปกครองจำนวน 9 ฉบับ ซึ่งได้ตัดสินว่าที่ดินเขากระโดงเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ทับ 5,083 ไร่ 80 ตารางวา แต่พบว่า ให้ผู้ถูกร้องดำเนินการตามมาตรา 61 ของกฎหมายที่ดิน ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรมที่ดินตั้งกรรมการแต่ไม่ยอมทำตามศาลปกครองสั่งในการสำรวจแนวเขต กลับไปพิพากษาคดีใหม่ ทำให้มองได้ว่าเป็นการทำตามอำเภอใจ และอธิบดีกรมที่ดินได้สั่งยุติการสำรวจแนวเขตทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและมีที่ดิน ธุรกิจ และบ้านอยู่ในบริเวณเขากระโดง ต่อมาได้มีคณะกรรมการฯเข้ามาการหักล้างคำวินิจฉัย

 

จึงอยากฝากนายกรัฐมนตรีว่าคดีนี้กระทบต่อภาพรวม มีคนเข้ามาหาผลประโยชน์ บ่อนทำลายนิติธรรมนิติรัฐ ซึ่งคำพิพากษาเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่า แต่ท่านกลับให้หน่วยงานไปตีความตามอำเภอใจ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม และละเลยรัฐธรรมนูญ

 

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงกรณีกระบวนการได้มาซึ่ง สว. หรือ ฮั้ว สว. ที่กระทบต่อ มงคล สุระสัจจะ ประธานสภา ที่ตนยืนยันว่า ไม่มีอคติ แต่เชื่อว่ากระทบต่อการบริหาร และการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นอกจากนี้ยังมีคนที่อยู่ใน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งในจำนวน 229 คนที่เข้าข่าย อาจจะมีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่ต้องให้ความเคารพ จึงอยากจะฝากท่านที่มีเวลา 4 เดือน ว่าเรื่องนี้เป็นมหันตภัย รวมถึงเรื่องของกัญชาที่เป็นตราบาปของประเทศไทย

 

สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า เรื่องดังกล่าวคนทั่วไปก็ทราบกันดีแล้ว จากผู้ที่ฟ้องทั้ง 35 ราย กรมที่ดินได้เพิกถอนที่ดินไปแล้ว ส่วนการรถไฟฯ ก็จะดำเนินคดีเป็นรายบุคคล ซึ่งปล่อยให้ศาลพิจารณาไป ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ที่กำลังอภิปรายอยู่ จึงขอให้ยุติเรื่องนี้

 

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นประท้วงว่า ขณะนี้เป็นการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งมีข้อบังคับข้อ 47 ระบุว่า หากสมาชิกรัฐสภาประสงค์จะประท้วง ต้องยืนขึ้นและยกมือ พร้อมทั้งอ้างข้อบังคับที่ผู้กำลังอภิปรายฝ่าฝืน หากไม่มีการอ้างข้อบังคับชัดเจน ก็ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วย

 

แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยังไม่มีการวินิจฉัยในประเด็นที่สนองประท้วง สิ่งสำคัญที่สุดคือการอภิปรายต้องอยู่ในกรอบวาระการประชุมวันนี้ คือ การแถลงนโยบายของรัฐบาล หากสมาชิกมีข้อเสนอ ติติง หรือแนะนำ ควรยึดตามวาระ ส่วนเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องในอดีต ไม่ควรนำมาอภิปราย

 

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งเรื่องเขากระโดงหรือคดีฮั้ว สว. สมาชิกได้อภิปรายไปหลายครั้งแล้ว จึงขอประท้วงตามข้อบังคับ 151 ที่กำหนดให้อภิปรายต้องเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ประชุม ซึ่งคำวินิจฉัยของประธานถือเป็นที่สุด ที่ผ่านมาไม่ได้ลุกขึ้นเพราะมีเพื่อนสมาชิกประท้วงแล้ว ประธานก็ได้วินิจฉัยว่า ประเด็นที่อภิปรายต้องจำกัดอยู่ในกรอบการแถลงนโยบาย ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้งเรื่องทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ในรัฐบาลชุดก่อน ตนเองเพิ่งเป็นฝ่ายค้านมา 2 เดือน ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินใดๆ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุเรื่องหลักนิติธรรมในคำแถลงนโยบาย ก็เพื่อป้องกันไม่ให้การใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเกิดขึ้นซ้ำอีก

 

จากนั้น อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวโต้ว่า ประเด็นที่ถกเถียงเกี่ยวข้องกับตัวประธานโดยตรง หากจะอภิปรายเรื่องฮั้วสว. ประธานไม่ควรนั่งทำหน้าที่ เพราะไม่เป็นกลาง และจะทำให้ประชุมไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จึงขอให้วันมูหะมัดนอร์ มะทา มาทำหน้าที่แทน

 

นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ลุกขึ้นประท้วงว่า ผู้อภิปรายกำลังเชื่อมโยงกับนโยบายที่รัฐบาลแถลงว่าจะดำเนินการภายใต้หลักนิติธรรม ซึ่งมีความจำเป็นต้องกล่าวถึง เพราะบุคคลที่ถูกพาดพิงมีชื่อในคดีฮั้ว สว. ด้วย หากผู้ประท้วงร้อนตัวเพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง และร้องขอให้ประธานวินิจฉัยอย่างเป็นกลาง

 

แนน บุณย์ธิดา สมชัย ย้ำอีกครั้งว่า ขอประท้วงการกำกับการประชุมของประธาน และเห็นว่าการวินิจฉัยต้องเด็ดขาด

 

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่า บรรยากาศเริ่มดุเดือด แต่ในสาระสำคัญ คำแถลงนโยบายข้อ 9 ระบุถึง การยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ซึ่งสังคมภายนอกก็จับตามองทั้ง 2 กรณีนี้อยู่ จึงควรเปิดโอกาสให้อภิปรายได้ และให้นายกฯ หรือผู้เกี่ยวข้องลุกขึ้นชี้แจงว่ามีหลักประกันใดที่จะทำให้มั่นใจว่า จะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หากเปิดใจกว้างและอดทนฟัง จะทำให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น

 

จากนั้น ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า จากการฟังพ.ต.อ. ทวี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พูดถึงเรื่องที่จะทำให้พี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ สส. เอง อาจจะฟังแล้วมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และทำให้เสียหาย โดยย้ำว่า หากเป็นที่หลวงจริง การจะไปครอบครอง ปรปักษ์ต่อเนื่อง กี่พันปี ก็เป็นเจ้าของไม่ได้

 

แต่มีการอ้างถึงเป็นที่พระราชทานให้กับการรถไฟ แล้วถือว่าการรถไฟเป็นเจ้าของมาตั้งแต่พ.ศ. 2462 ต้องมีการสำรวจและต่อเนื่องมาจนถึงมีการแจ้ง ส.ค. 1 ในปี พ.ศ. 2498 หลังมีประมวลกฎหมายที่ดิน และมีข้อพิพาทแก่จำเลย ในที่สุดมีคำพิพากษา เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ เพราะคนที่พูดเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งการพูดและการแสดงออก ใครต้องพูดให้ครบ แต่ถ้าพูดไม่ครบ คนที่ฟังจะเกิดความสับสน และอาจเข้าใจไปในแนวทางที่พูดว่าเมื่อศาลตัดสินไปแล้ว ต้องทำตามคำสั่งของศาล ตนเองก็เห็นด้วย

 

แต่ต้องดูว่าคดีความที่เกิดขึ้นนั้น มี 3 คดี ที่ศาลตัดสินพิพากษาไปแล้ว แต่ไม่มีคดีไหนเลยที่ศาลตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟ เพราะคนที่ไปฟ้องคดี เขาตัดสินสืบเนื่องจากคนมีที่ดินที่เป็น ส.ค. หรือ น. ส.3 ออกโฉนดไปฟ้องศาล ขอให้ศาลสั่งให้กรมที่ดินในจังหวัด ออกโฉนดให้ และการรถไฟก็ไปคัดค้าน และศาลตัดสินว่าที่ดินดังกล่าว ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ประเด็นมีอยู่แค่นี้ แต่เมื่อนำไปพูดในสื่อ และการพูดเมื่อสักครู่สมาชิกหลายท่านเข้าใจว่าศาลตัดสิน และกรมที่ดินไม่ดำเนินการอะไร แต่ความจริงแล้ว กรมที่ดินดำเนินการหมดแล้วเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทุกประการ

 

ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เขากระโดงทุกคดีกรมที่ดินได้ดำเนินการเพิกถอนเป็นไปตามคำสั่งของศาลเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินให้ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ของการรถไฟ ย้ำว่า ไม่มี ส่วนเรื่องการดำเนินการตามมาตรา 61 เป็นเรื่องการเพิกถอน ซึ่งมีหลายวรรค หากเป็นวรรค 8 จะเป็นการเพิกถอนคำสั่งที่ดินที่มีโฉนดมีกรรมสิทธิ์ ซึ่งสามารถเพิกถอนได้

 

ส่วนเรื่องอื่นๆ ศาลสั่งให้มีการเพิกถอน สั่งให้อธิบดีกรมที่ดินไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 ที่มีการพิพาทกัน ทั้งหมดนี้สามารถเพิกถอนได้หรือไม่ ก็ดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แล้วตามกฎหมาย ไม่สามารถตั้งคนอื่นได้ ซึ่งที่ทราบมาไม่สามารถชี้แนะได้อย่างชัดเจน และการขอให้การรถไฟแสดงการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟ ซึ่งการได้มาซึ่งที่ดิน ไม่เหมือนประชาชน มีกฎหมายเฉพาะ มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางรางและทางหลวง ไม่มีกฎหมายเรื่องการครอบครอง เพราะการครอบครองเป็นเรื่องของประชาชนการรถไฟจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินอะไรจะต้องได้มาตามพระราชกฤษฎีกา

 

ทรงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการ ตนเองพ้นจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เห็นว่ามีการแถลงข่าวมีภูมิธรรม เวชชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการอะไรก็ไม่ทราบ ซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับ และบอกว่าให้มีการเพิกถอนโฉนดต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ดิน 995 แปลง 5,083 ไร่เศษ ที่บอกว่าจะถอนทันที จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นมีการเพิกถอน พร้อมย้ำว่า ขอให้กรมที่ดินดำเนินการไปตามกฏหมายต่อไป

 

The post สภาประท้วงวุ่น! ทวีอภิปรายจัดหนัก ‘คดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.’ อดิศรขอประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง อย่าร้อนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดิศรเผย เพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอบคุณสมบัติอนุทิน ซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ย้ำคนเป็นนายกฯ ต้องใจถึง รับเสียงวิจารณ์ได้ https://thestandard.co/pheu-thai-petition-anutin-eligibility/ Fri, 05 Sep 2025 06:57:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1115858 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ อนุทิน

วันนี้ (5 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 […]

The post อดิศรเผย เพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอบคุณสมบัติอนุทิน ซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ย้ำคนเป็นนายกฯ ต้องใจถึง รับเสียงวิจารณ์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ อนุทิน

วันนี้ (5 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เป็นพิเศษ ในวาระการอภิปรายคุณสมบัติของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนจะลงมติ ในช่วงหนึ่ง อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นกล่าวว่า การเป็นนายกรัฐมนตรีต้องใจถึง โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน ถ้าเอาคนใจไม่ถึงมาเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ได้ไม่นานหรอก 

 

อดิศรเปิดเผยว่า ก่อนที่ตนเองจะลุกขึ้นพูดนี้ พรรคเพื่อไทยได้ไปลงชื่อเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีของว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ วันนี้ก่อนที่คำร้องจะถึงศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับคุณสมบัติของคนคนนี้ 

 

“เราต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสถาม ว่าเขากระโดงเป็นอย่างไร เรื่องฮั้ว สว. เป็นอย่างไร สนามบินส่วนตัวที่เขาใหญ่เป็นอย่างไร เราต้องใจถึงกัน เพราะต่อไปผมทำหน้าที่ฝ่ายค้านแน่นอน” อดิศรกล่าว

 

ทำให้ พลพีร์ สุวรรณฉวี สส. นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นกล่าวว่า สิ่งที่ท่านอาวุโสพูด ไม่เกี่ยวกันเลย ไม่เช่นนั้นจะไปเรื่องตั๋วเงิน เดี๋ยวจะไปเรื่องอื่น ไปเรื่องสนามกอล์ฟอีก 

 

จากนั้นอดิศร ตอบโต้ว่า “ใจถึงหน่อย น้องเอ๊ย เพราะชาติหนึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็บุญโขแล้ว พอสมควร ต้องได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์จากผม ขอบคุณครับ“

 

The post อดิศรเผย เพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอบคุณสมบัติอนุทิน ซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ย้ำคนเป็นนายกฯ ต้องใจถึง รับเสียงวิจารณ์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดใจภราดร ทำไมอาจไม่มีประชุมสภาสมัยหน้า ภูมิใจไทยหักเพื่อไทย? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow16042025-4/ Wed, 16 Apr 2025 14:27:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1065151

เปิดใจภราดร ทำไมรัฐบาลเพื่อไทยอาจไม่มีประชุมสภาสมัยหน้า […]

The post ชมคลิป: เปิดใจภราดร ทำไมอาจไม่มีประชุมสภาสมัยหน้า ภูมิใจไทยหักเพื่อไทย? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดใจภราดร ทำไมรัฐบาลเพื่อไทยอาจไม่มีประชุมสภาสมัยหน้า ย้ำรัฐบาลผสมเห็นต่างคือเรื่องปกติ ภูมิใจไทยหักเพื่อไทย?

The post ชมคลิป: เปิดใจภราดร ทำไมอาจไม่มีประชุมสภาสมัยหน้า ภูมิใจไทยหักเพื่อไทย? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ศึก 2 นายใหญ่ยังไม่จบ หักเมื่อไหร่มีเสียวทั้งคู่ ใครได้-ใครเสียมากกว่ากัน | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow16042025-3/ Wed, 16 Apr 2025 14:23:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1065149

ศึก 2 นายใหญ่ยังไม่จบ หักเมื่อไหร่มีเสียวทั้งคู่ ใครได้ […]

The post ชมคลิป: ศึก 2 นายใหญ่ยังไม่จบ หักเมื่อไหร่มีเสียวทั้งคู่ ใครได้-ใครเสียมากกว่ากัน | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศึก 2 นายใหญ่ยังไม่จบ หักเมื่อไหร่มีเสียวทั้งคู่ ใครได้-ใครเสียมากกว่ากัน โดย พล.ท.ภราดร และ ผศ.ดร.ปริญญา

The post ชมคลิป: ศึก 2 นายใหญ่ยังไม่จบ หักเมื่อไหร่มีเสียวทั้งคู่ ใครได้-ใครเสียมากกว่ากัน | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อดิศรชี้ภูมิใจไทยควรคุมไชยชนกให้อยู่ ย้ำคำเดิมไม่อยากอยู่ก็ออกไป | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow16042025-2/ Wed, 16 Apr 2025 14:21:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1065144

อดิศรชี้ภูมิใจไทยควรคุมไชยชนกให้อยู่ ย้ำคำเดิมไม่อยากอย […]

The post ชมคลิป: อดิศรชี้ภูมิใจไทยควรคุมไชยชนกให้อยู่ ย้ำคำเดิมไม่อยากอยู่ก็ออกไป | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

อดิศรชี้ภูมิใจไทยควรคุมไชยชนกให้อยู่ ย้ำคำเดิมไม่อยากอยู่ก็ออกไป อย่ามาแต่งหล่ออยู่คนเดียว

The post ชมคลิป: อดิศรชี้ภูมิใจไทยควรคุมไชยชนกให้อยู่ ย้ำคำเดิมไม่อยากอยู่ก็ออกไป | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทักษิณยัน รัฐบาลเสียงมากพอ แม้ไร้ ภท. หลังสงกรานต์ไปต่อหรือพอแค่นี้? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow16042025/ Wed, 16 Apr 2025 10:47:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1065080

ทักษิณยืนยัน รัฐบาลเสียงมากพอ แม้ไม่มีภูมิใจไทย การเมือ […]

The post ชมคลิป: ทักษิณยัน รัฐบาลเสียงมากพอ แม้ไร้ ภท. หลังสงกรานต์ไปต่อหรือพอแค่นี้? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทักษิณยืนยัน รัฐบาลเสียงมากพอ แม้ไม่มีภูมิใจไทย การเมืองหลังสงกรานต์ไปต่อหรือพอแค่นี้? คุยกับแขกรับเชิญ 2 ช่วง

 

ช่วงที่ 1

  • อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

 

ช่วงที่ 2 

  • พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
  • ผศ. ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 16 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง YouTube และ TikTok ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ทักษิณยัน รัฐบาลเสียงมากพอ แม้ไร้ ภท. หลังสงกรานต์ไปต่อหรือพอแค่นี้? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอมฎอนเสนอญัตติด่วน กรณีส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน สส. รุมวิจารณ์รัฐบาลเสียภาพลักษณ์ เสี่ยงขัดกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุส่งตัวผู้ลี้ภัยไปเผชิญหายนะ https://thestandard.co/urgent-motion-uyghur-deportation/ Thu, 27 Feb 2025 13:04:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1046548

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ในการประชุมสภาครั้งที่ 19 (สมัยส […]

The post รอมฎอนเสนอญัตติด่วน กรณีส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน สส. รุมวิจารณ์รัฐบาลเสียภาพลักษณ์ เสี่ยงขัดกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุส่งตัวผู้ลี้ภัยไปเผชิญหายนะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ในการประชุมสภาครั้งที่ 19 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปเผชิญการประหัตประหารในประเทศจีน โดยชี้ว่า การส่งตัวเกิดขึ้นอย่างลับๆ ไร้การยืนยันจากรัฐบาล และมีภาพขบวนรถต้องสงสัยขนย้ายชาวอุยกูร์ออกจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กลางดึก ทำให้เกิดความกังวลต่อกระบวนการทางกฎหมายที่อาจถูกละเลย และผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทย

 

จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง เช่น รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาล ละเมิดหลักการไม่ส่งผู้ลี้ภัยกลับที่อันตราย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายฯ พ.ศ. 2565 และอาจกระทบความมั่นคงของชาติ 

 

รังสิมันต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งระหว่างคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าไม่ทราบเรื่อง กับการดำเนินการของหน่วยงานความมั่นคง พร้อมหยิบยกภาพเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งกำลังพบชาวอุยกูร์ที่จีน ซึ่งเป็นภาพถ่ายจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เชื่อว่าท่านทำตามหน้าที่ ในฐานะผู้ปฏิบัติ แต่การส่งคนอุยกูร์กลับเป็นการตัดสินใจโดยฝ่ายการเมือง 

 

ฝ่ายรัฐบาลชี้ เป็นการคาดการณ์

 

จากนั้น วิทยา แก้วภราดัย สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่าเรื่องนี้ได้ฟังข่าวมาเป็นระยะ สถานการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้น ขณะเดียวกันหากจะร่วมอภิปรายก็ไปไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งรอมฎอนที่เสนอญัตติก็ใช้การคาดการณ์ ซึ่งมีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ จึงขอให้ประธานในที่ประชุม ซึ่งเป็นประมุขโทรศัพท์ไปถามว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไรจะได้ช่วยอภิปรายถูก 

 

“หากเตลิดเปิดเปิงไปถึงประเทศจีน แต่ปรากฏว่ายังอยู่ที่ ตม. หมด เราก็จะยุ่ง ผมว่าท่านพักประชุม แล้วไปประสานงานในฐานะประมุขของนิติบัญญัติว่า มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสภาฯ ทุกฝ่ายน่าจะให้คำตอบท่านได้ แล้วท่านค่อยมาแจ้งพวกเรา”

 

ทำให้ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่าเราพูดคุยกันระหว่างวิปว่าจะส่งเรื่องนี้ไปคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง มีข่าวปรากฏ กระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมายอมรับ และในภายในวันนี้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาอาจจะออกแถลงการณ์ด้วย 

 

ขณะที่ อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ จึงขอให้นับองค์ประชุม 

 

ด้าน ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เสนอให้เปลี่ยนชื่อญัตติเป็น ‘ผู้ลี้ภัย’ แทน ‘ชาวอุยกูร์’ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ละเอียดอ่อน และอาจกระทบความสัมพันธ์กับจีน จนเกิดวิวาทะกับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถามว่าไชยวัฒนาเป็นตัวแทน สส. ไทย หรือตัวแทน สส. จีน

 

ฝ่ายค้านยอมเปลี่ยนชื่อญัตติ

 

ภายหลังพรรคการประชุมได้ข้อสรุปว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อญัตติ รอมฎอนกล่าวว่า ตนเองไม่มีปัญหาในการเปลี่ยนชื่อญัตติ จึงขอให้ทุกฝ่ายสอดคล้องและเห็นพ้องต้องกัน เพื่อให้ญัตตินี้ได้เดินหน้าต่อไป ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อญัตติเป็น ‘ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริง และผลกระทบ กรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้กับคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป’ ก่อนที่จะเปิดให้มีการอภิปรายต่อ

 

ต่อมา กัณวีร์ สืบแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ได้กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้น รัฐบาลไทยได้ยอมให้รัฐบาลจีน เข้ามาดำเนินการเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ และเป็นการแทรกแซงอธิปไตยของประเทศไทยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังเป็นการละเมิดกฎหมายภายในประเทศ และกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง 

 

“วันนี้เป็นวันที่ผมอึดอัดที่สุด ถ้าวันนี้ผมจะร่ำไห้ ผมจะไม่ร่ำไห้ให้กับพี่น้องชาวมุสลิม หรือชาวอุยกูร์ แต่ผมจะร่ำไห้กับการดำเนินการของรัฐบาลชุดนี้” กัณวีร์กล่าว

 

กัณวีร์ชี้ว่า ที่ตนเองเข้ามาในการเมือง เพราะหวังว่าจะเสนอทางออกอย่างยั่งยืนเรื่องผู้ลี้ภัย แต่ความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่า การผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นกำเนิดทั้งที่ยังไม่พร้อม ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน ทำไมทุกคนไม่เห็นมนุษย์เป็นมนุษย์ แต่มองเป็นสิ่งของ ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากประเทศไทยยังไม่รู้จักคำว่ามนุษยธรรม

The post รอมฎอนเสนอญัตติด่วน กรณีส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน สส. รุมวิจารณ์รัฐบาลเสียภาพลักษณ์ เสี่ยงขัดกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุส่งตัวผู้ลี้ภัยไปเผชิญหายนะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/key-messages-parliament-session-collapse/ Thu, 13 Feb 2025 10:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1041505

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้ […]

The post เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 ที่มีวาระสำคัญคือการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย มีสาระสำคัญที่การแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ และเพิ่มหมวด 15/1 จัดทำฉบับใหม่ ที่ชื่อว่าเป็นฉบับของประชาชน ทั้ง 2 พรรคเห็นตรงกันในหลักการเบื้องต้น แต่มีบางรายละเอียดที่ต่างกัน

 

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จจะมีผลให้อำนาจของ สว. ถูกตัดลงไป จากเดิมที่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องอาศัยเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของรัฐสภา ให้ใช้เสียงเห็นชอบจาก สส. เป็นหลัก นำมาสู่ความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย

 

อย่างไรก็ตาม การประชุมร่วมกันของรัฐสภาหนนี้เป็นอันต้องสะดุดลงหลังดำเนินการประชุมไปได้เพียง 2 ชั่วโมงกว่า โดยยังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ THE STANDARD เรียงลำดับข้อเท็จจริงและจุดยืนที่นำมาสู่ ‘ที่ประชุมรัฐสภาล่ม’ ครั้งแรกในรัฐบาลนี้

 

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร พร้อมนำกล้วยหลายหวีมามอบให้ สว. เฝ้าติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร พร้อมนำกล้วยหลายหวีมามอบให้ สว. เฝ้าติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

ไม่ขอสังฆกรรมด้วย ปกป้องครอบครัวภูมิใจไทย

 

ตั้งแต่ช่วงเช้า พรรคภูมิใจไทยนำโดย แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค และ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค แถลงข่าวหลังขออนุญาตวอล์กเอาต์จากการประชุม โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและกระบวนการที่ชอบธรรม ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2564 พรรคจึงตัดสินใจไม่ขอมีส่วนร่วมในกระบวนการ

 

ไชยชนกเน้นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและไม่เกิดข้อสงสัย พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจนี้เป็นจุดยืนของพรรคเอง ไม่เกี่ยวข้องกับความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาล

 

“หากยังคลุมเครือ เราขอใช้เวลาให้มีช่องทางที่ชัดเจน ไม่ขัดกฎหมาย และไม่มีข้อสงสัยดีกว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะช็อตคัตหรือทำให้ง่ายๆ ผมต้องปกป้องครอบครัวภูมิใจไทยเท่านั้นเอง”

 

ทั้งนี้ ไชยชนกระบุด้วยว่า เพียง 70 เสียงของพรรคภูมิใจไทยไม่ถึงกับทำให้กระบวนการเดินต่อไม่ได้

 

สส. ภูมิใจไทย ที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีน้ำเงินพากันลุกออกจากที่นั่ง หลัง ไชยชนก ชิดชอบ ขออนุญาตวอล์กเอาต์

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

สว. สีขาว เสนอยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน

 

เมื่อเริ่มการประชุมไม่นาน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. นำโดยกลุ่ม สว. สีขาว หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็น สว. อิสระ เสนอญัตติด่วนขอให้รัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ต้องทำประชามติก่อนหรือไม่

 

นพ.เปรมศักดิ์ ย้ำว่า กลุ่ม สว. สีขาว ไม่ได้คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง อยากให้ทุกขั้นตอนเข้าตามตรอกออกตามประตู เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง พร้อมโต้กลับ สว. สีน้ำเงิน ที่กดดันให้กลุ่มของตนเองถอนชื่อจากญัตติ

 

“การพยายามโยงพวกเราให้กับเข้ากับพรรคการเมืองเป็นการกระทำเก่าๆ เลิกทำเสียเถอะ ลูกไม้ทางการเมืองแบบนี้เด็กอนุบาลเขาก้าวตามทันแล้ว ใครคิดไม่ตรงกับตัวเองก็หาว่ามีเบื้องหลังอย่างนั้นอย่างนี้ คนที่กล่าวว่าการประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่อาจหมิ่นเหม่ สุ่มเสี่ยง นั่นแหละคือการกระทำที่น่าละอายมากกว่า เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดต่อสาธารณชน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

 

ขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนให้เลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความชัดเจนว่าการแก้ไขมาตรา 256 และการตั้ง สสร. ต้องมีการทำประชามติก่อนหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า พรรคไม่ได้ต้องการถ่วงเวลา แต่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่เสียของและ “ไม่ไปตายตอนจบ”

 

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ระหว่างเสนอญัตติด่วนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 275 ต่อ 247 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่งผลให้การพิจารณาดำเนินไปตามระเบียบวาระเดิม คือการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย

 

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรเร่งรัดให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งปี 2570 เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

 

“การกำหนดกรอบเวลาแบบนั้นเป็นความคิดแบบเผด็จการ … หากกระบวนการไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง และทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลวในที่สุด” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

 

สว. สีน้ำเงิน ประกาศวอล์กเอาต์ ท้ายสุดที่ประชุมล่ม

 

จากนั้นปรากฏว่า พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แจ้งต่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาว่า ไม่เห็นด้วยกับการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในวันนี้ ก่อนจะขออนุญาตออกจากห้องประชุมทันที โดยมีกลุ่ม สว. สีน้ำเงินลุกออกจากห้องประชุม ไม่เว้นแต่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ด้วย ขณะที่กลุ่ม สส. พรรคเพื่อไทย จากที่นั่งประชุมก็ลุกขึ้นมาจับกลุ่มหารือกลางห้องประชุมด้วยท่าทีเคร่งเครียด

 

ต่อมา นันทนา นันทวโรภาส สว. แสดงความเห็นว่า บรรยากาศที่ห้องประชุมสะท้อนภาพลักษณ์ของวุฒิสภาว่าเราทำอะไรกันอยู่ เมื่อโหวตลงมติแล้วเป็นเช่นไรทำไมไม่ยอมรับมตินั้น ทำไมจึงบอกว่าถ้าแพ้มติจะวอล์กเอาต์ นี่เป็นมติของสมาชิกรัฐสภา และก่อนลงมติก็อภิปรายอย่างกว้างขวาง จบสิ้นกระบวนความแล้ว เหตุใดผลไม่ถูกใจจึงวอล์กเอาต์

 

“ดิฉันมองว่าสิ่งนี้เป็นภาพลักษณ์ที่พินาศของรัฐสภาแห่งนี้ นี่คือสถานที่ที่เป็นที่รวมของผู้แทนปวงชน และทำไมเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแต่ไม่ยอมรับกติกานี้ ทำไมไม่ให้เดินไปตามกระบวนการ เป็นไปอย่างศักดิ์สิทธิ์ตามที่ประธานรัฐสภาบรรจุด้วยมือของท่านเอง และทุกคนก็มาอภิปรายให้เหตุผลว่าแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม” นันทนากล่าว

 

สส. จากหลากหลายพรรคพากันลุกออกจากห้องประชุม ภายหลังการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตนไม่ครบและไม่สามารถประชุมต่อไปได้

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ท้ายที่สุดเมื่อมีสมาชิกเสนอให้นับองค์ประชุม มีผู้แสดงตนเพียง 204 คนจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 692 คน มี สส. แสดงตน 172 คน และ สว. แสดงตนเพียง 32 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ประธานรัฐสภาจึงปิดการประชุมทันทีในเวลา 12.03 น. ก่อนนัดให้มาประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์)

 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบผลการแสดงตนพบว่า พรรคเพื่อไทยแสดงตนเพียง 22 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ ไม่แสดงตนทั้งพรรค

 

เพื่อไทยยอมเดินทางโค้ง เลี่ยงอุปสรรค

 

หลังที่ประชุมรัฐสภาล่ม พรรคประชาชนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันที ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าววิจารณ์ความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยว่า เซ็นเซอร์ตัวเอง ไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม ทำให้การประชุมล่ม ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยประกาศสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงภาวะผู้นำในการควบคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลให้เข้าร่วมประชุม

 

ณัฐพงษ์ยืนยันด้วยว่า การแก้ไขมาตรา 256 สามารถเดินหน้าได้ทันทีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก โดยเชื่อว่าหากเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายก่อนจะเป็นผลดีต่อประชาชนมากกว่า พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่า ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

สส. พรรคเพื่อไทย จับกลุ่มปรึกษากันระหว่างการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ต่อมาพรรคเพื่อไทยนำโดย สุทิน คลังแสง และ ชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงข่าวทันทีเช่นกัน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เตะถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องการหาทางออกที่แน่นอน โดยเสนอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเดินหน้าได้จริง

 

“สมาชิกบางท่านอาจมองว่าเรามีเจตนาอะไรแน่ เราจึงต้องบอกให้ชัดเจนในการผลักดันให้สำเร็จ ถ้าเดินทางตรงไม่ได้ก็ขอเดินทางโค้ง หากทางโค้งแล้วมันไม่สำเร็จก็ขอหยุดการเดินทางไว้ก่อนดีกว่า ดีกว่าเดินไปแล้วตกเหว” สุทินกล่าว

 

สุทินพยายามอธิบายต่อไปว่า หากเสนอพิจารณาแล้วถูกโหวตให้ตกไป ถ้าทำแบบนี้ก็รู้แล้วว่าความล้มเหลวรออยู่ เราจึงแสวงหาความเป็นไปได้ คือการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างกฎหมายนี้ก่อน ซึ่งร่างยังคงอยู่ในสภาต่อไป หากคำวินิจฉัยเป็นคุณก็หมายความว่าเรามีโอกาสชนะเกินครึ่ง แต่ถ้าไม่เป็นคุณก็จะได้ชัดเจนสักทีว่ามันแก้ไม่ได้ เพราะตอนนี้สมาชิกหลายคนกังวลว่าต้องทำประชามติกี่รอบ หากพิจารณาแล้วจะถูกตัดสิทธิหรือไม่

 

“ทางดีที่สุดคือยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ความหวังเรายังมี” สุทินกล่าว

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พร้อม สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมรัฐสภาล่ม

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ทางแพร่งที่คลุมเครือของคำวินิจฉัย

 

ความคลุมเครือของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยน ภายหลังประธานรัฐสภาตัดสินใจบรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา ตามข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของประธานสภา ซึ่งได้รับข้อมูลใหม่จาก พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีความมั่นใจหลังเข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า การทำประชามติ 2 ครั้งเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องทำประชามติก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม

 

ประเด็นที่หลายฝ่ายยังคงกังวลคือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ชี้ชัดว่าจำเป็นต้องทำประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง และก่อนหรือหลังบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ทำให้กังวลถึง ‘ความเสี่ยง’ ว่าหากเดินหน้าประชุมวาระแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไปอาจส่งผลกระทบทางกฎหมายตามมาภายหลัง

 

สำหรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ระบุว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่หากต้องการแก้ไขทั้งฉบับต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนก่อน โดยต้องมีการทำประชามติ เพื่อถามประชาชนว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ก่อนเริ่มยกร่างใหม่ และต้องทำประชามติอีกครั้งหลังร่างเสร็จ เพื่อให้ประชาชนให้ความเห็นชอบ

 

กลุ่มมวลชนที่ปักหลักรอหน้าอาคารรัฐสภาสาดสีและโยนกล้วย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

The post เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญขนกล้วยมาฝาก สว. ผิดหวังประชุมรัฐสภาล่ม https://thestandard.co/con-for-all-bananas-senate/ Thu, 13 Feb 2025 08:45:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1041432

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญพร้อมด […]

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญขนกล้วยมาฝาก สว. ผิดหวังประชุมรัฐสภาล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยแนวร่วมจัดกิจกรรม ‘อยากเลือกตั้ง สสร. ชวน สว. ทำเรื่องกล้วยๆ’ ที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมวลชนเดินเท้ามาจากรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน มาที่อาคารรัฐสภาฝั่งทางเข้าสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถนนสามเสน ตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมขนกล้วยมาจำนวนหลายหวี

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยยังไม่ได้เข้าสู่วาระพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการโยนกล้วยและสาดสีน้ำเงิน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภาเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ต่อมาพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และกลุ่ม สว. พันธุ์ใหม่ เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มมวลชน

 

ขณะที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า ชัดเจนว่ามีคนไม่ต้องการให้อภิปราย และไม่ต้องการให้มีการลงมติ หลายท่านคงรู้ว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคงไปต่อรองอะไรมาจึงโหวตให้ไม่ได้ หากโหวตไม่รับก็กลัวประชาชนจะไม่สนับสนุนต่อ เลยต้องทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองไม่ลงมติ ขอเชิญให้ สส. ทั้งนี้เหลือเวลาพรุ่งนี้อีก 1 วัน ก็ขอให้ สส. และ สว. เข้าประชุมให้ครบองค์ อภิปรายว่าคิดเห็นอย่างไร นำเหตุผลมาพูดคุยกัน

 

“วันนี้ผมเจ็บกับภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยบอกว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม คือ ไม่เข้าร่วมประชุมและโยนภาระไปให้พรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยกล้าหาญก็คงเดินหน้าต่อ แต่ก็ได้ข่าวว่าวันนี้ สส. ของพรรคก็เข้าร่วมประชุมไม่เยอะมาก เข้าใจว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดอะไร การแก้รัฐธรรมนูญเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เราอยากเห็นสัญญาณที่จริงใจและจริงจังจากนายกฯ ถ้าท่านต้องการเดินหน้านโยบายนี้ก็ออกมาพูดอะไรหน่อย และบอกให้ สส. ทุกคนเข้าร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้และเดินหน้าต่อไปให้ได้” ยิ่งชีพกล่าว

 

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญขนกล้วยมาฝาก สว. ผิดหวังประชุมรัฐสภาล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพประชุมร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ภูมิใจไทยและ สว. บางส่วน วอล์กเอาต์จนสภาล่ม นัดประชุมใหม่พรุ่งนี้ https://thestandard.co/bhumjaithai-walk-out-photos/ Thu, 13 Feb 2025 07:25:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1041351

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้ […]

The post ประมวลภาพประชุมร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ภูมิใจไทยและ สว. บางส่วน วอล์กเอาต์จนสภาล่ม นัดประชุมใหม่พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ทั้งนี้ เวลา 09.39 น. ไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า ในฐานะเลขาธิการพรรค และตัวแทนของสมาชิกรัฐสภาในสังกัดพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด เราได้พิจารณาแล้วว่าวาระที่จะได้รับการพิจารณาหลังจากนี้อาจผิดและขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขออนุญาตไม่ร่วมพิจารณา ขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ

 

จากนั้น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เรื่องขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 จากการตรวจสอบแล้วมีผู้ลงชื่อถูกต้อง ครบถ้วน จึงอนุญาตให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับที่ 19 พร้อมขอมติจากที่ประชุมว่าจะนำญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทั้ง 2 ญัตติที่บรรจุไว้แล้วหรือไม่

 

จากนั้นประธานรัฐสภาสั่งพักประชุม 15 นาที เพื่อให้วิป 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ร่วมกันหารือถึงการเสนอญัตติดังกล่าว ส่งมาเมื่อเวลา 08.36 น. ของวันนี้ สมาชิกรัฐสภาจึงยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ตนเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของการประชุม จึงให้พักการประชุม

 

หลังจากพักการประชุมร่วมรัฐสภา 15 นาที ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ญัตติด่วนนี้ไปแสตมป์รับกันกี่โมงตนไม่ติดใจ แต่ขอถามเพิ่มเติมว่า หนังสือที่บรรจุระเบียบวาระนี้ต้องเป็นระเบียบวาระเร่งด่วนที่ 3 ตามหลังของ พริษฐ์ วัชรสินธุ และ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งต้องพิจารณาเบื้องต้นก่อนว่าเห็นควรจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่

 

“เราประชุมกัน 2 วัน หลายท่านบอกเตรียมติดกุหลาบกันเลย พรุ่งนี้วาเลนไทน์ในสภา พวกผมเตรียมคนไว้ อาจจะไม่มาก ซึ่งเราตกลงกันไว้ว่าวันนี้จะถึงสี่ทุ่ม พรุ่งนี้จะถึงเที่ยง จึงอยากให้บอกให้ชัดว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่อยากให้มีข้อยุติ เพื่อนหลายคนบอกแฟนมาด้วยซ้ำว่าขอเลื่อนมา 2 วัน”

 

จากนั้น อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำวินิจฉัยของประธานถือว่าชอบแล้วในการอธิบายว่าการเสนอญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ถูกขั้นตอน ไม่เสียเวลา

 

ส่วน พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่มีการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในวันนี้ ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 แก้ไขได้ แต่ถูกประธานรัฐสภาเบรก โดยกล่าวว่า ควรอธิบายว่าจะดำเนินการอนุญาตหรือไม่ อย่างไร ว่าการประชุมวันนี้ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เพราะจะมีคนชี้แจงอีกว่าไม่ชอบอย่างไร ชอบอย่างไร สิ่งที่พูดมานั้นเอาไว้ตอนอภิปราย ถ้าตนไม่ได้พูดวันนี้ คนคิดว่าตนคงไม่พูดแล้ว เพราะตนจะไม่เข้าร่วมประชุมเลย จึงอยากจะอภิปรายสั้นๆ 3 ประการด้วยเหตุผลของ สว.

 

พิสิษฐ์อภิปรายสั้นๆ แต่ถูกสมาชิกประท้วงว่ายังไม่เข้าญัตติ ประธานรัฐสภาจึงชี้แจงว่า ก่อนจะบรรจุเราได้หารือกับวิป 3 ฝ่ายแล้วว่าจะบรรจุ และพิสิษฐ์ก็อยู่ในที่ประชุม ซึ่งไม่มีใครคัดค้านอะไร แต่การบรรจุวาระรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ เอาไว้พูดกัน ซึ่งต้องพูดยาว แต่ตอนนี้ท่านไม่เห็นด้วยกับการบรรจุ เดี๋ยวอภิปรายได้ ท่านเป็นวิปอยู่แล้ว จะอนุญาตให้ทันที คงเข้าใจเจตนาว่าอยากให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

จากนั้นที่ประชุมลงมติว่าจะเสนอญัตติด่วนของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 275 ต่อ 247 เสียง ไม่เห็นด้วยที่จะเลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน และที่ประชุมต้องเข้าสู่วาระปกติการประชุมในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

พิสิษฐ์แจ้งต่อที่ประชุมว่า เมื่อการประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงต้องขอออกจากที่ประชุม ทำให้ สว. หลายคนเดินออกจากห้องประชุม

 

จากนั้น วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน ขอหารือว่า โดยปกติใครมีธุระต้องออกจากห้องประชุม สามารถทำได้เลย ไม่ต้องแจ้งต่อที่ประชุมก่อน จึงอยากให้ซักซ้อมกับสมาชิกว่าไม่ต้องแจ้งต่อที่ประชุม หากองค์ประชุมครบก็สามารถดำเนินการประชุมต่อได้

 

นันทนา นันทวโรภาส สว. แสดงความเห็นว่า บรรยากาศที่ห้องประชุมสะท้อนภาพลักษณ์ของวุฒิสภา เราทำอะไรกันอยู่ เมื่อโหวตลงมติแล้วมติเป็นเช่นไรทำไมไม่ยอมรับมตินั้น ทำไมจึงบอกว่าถ้าแพ้มติจะวอล์กเอาต์ เพราะนี่เป็นมติของสมาชิกรัฐสภา และก่อนลงมติก็อภิปรายอย่างกว้างขวางจบสิ้นกระบวนความแล้ว

 

“เหตุใดเมื่อผลไม่ถูกใจก็วอล์กเอาต์ ตนมองว่าสิ่งนี้เป็นภาพลักษณ์ที่พินาศของรัฐสภาแห่งนี้ นี่คือสถานที่ที่เป็นที่รวมของผู้แทนปวงชน และทำไมเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแต่ไม่ยอมรับกติกานี้ ทำไมไม่ให้เดินไปตามกระบวนการเป็นไปอย่างศักดิ์สิทธิ์ตามที่ประธานรัฐสภาบรรจุด้วยมือของท่านเอง และทุกคนก็มาอภิปรายให้เหตุผลว่าแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม”

 

ส่วนอดิศรอภิปรายว่า มีความเห็นตรงกันหรือตรงข้ามกันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีมติเป็นอย่างไรก็ปฏิบัติตามมตินั้น ส่วนจะพอใจหรือไม่ เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ละพรรค การประชุมนั้นหากพอใจก็ประชุม ถ้าไม่พอใจก็วอล์กเอาต์ เป็นวิธีการที่ใช้มาตั้งแต่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ประธานสภาคนแรก เป็นเรื่องธรรมดา

 

“ทุกอย่างเป็นเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ผมขอพยากรณ์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากมีการพูดต่อไปจะถึงแก่อนิจกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน”

 

จากนั้นเวลา 12.02 น. ประธานรัฐสภาให้สมาชิกแสดงตนนับองค์ประชุมเพื่อลงมติของญัตติด่วน ขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรค 1 (2) ผลปรากฏว่ามีผู้แสดงตนเพียง 204 เสียงจากสมาชิกทั้งหมด ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ประธานรัฐสภาจึงขอเลิกการประชุมในวันนี้ และนัดประชุมใหม่ในอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์) เวลา 09.30 น.

 

The post ประมวลภาพประชุมร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ภูมิใจไทยและ สว. บางส่วน วอล์กเอาต์จนสภาล่ม นัดประชุมใหม่พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ไม่สิ้นมนตร์ขลัง พลาดเป้าเพราะแตกก๊วน ทักษิณมั่นใจ เพื่อไทยทะลุ 200 ที่นั่ง | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow070268/ Fri, 07 Feb 2025 12:13:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1039528 พรรคเพื่อไทย

ยังไม่สิ้นมนตร์ขลัง! พลาดเป้าเพราะแตกก๊วน ทักษิณมั่นใจ […]

The post ชมคลิป: ไม่สิ้นมนตร์ขลัง พลาดเป้าเพราะแตกก๊วน ทักษิณมั่นใจ เพื่อไทยทะลุ 200 ที่นั่ง | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคเพื่อไทย

ยังไม่สิ้นมนตร์ขลัง! พลาดเป้าเพราะแตกก๊วน ทักษิณมั่นใจ เลือกตั้งปี 2570 เพื่อไทยทะลุ 200 ที่นั่ง

 

คุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน

 

  • 🔺รศ. ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย
  • 🔺อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ไม่สิ้นมนตร์ขลัง พลาดเป้าเพราะแตกก๊วน ทักษิณมั่นใจ เพื่อไทยทะลุ 200 ที่นั่ง | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. เพื่อไทย เสนอแยกกระทรวงกีฬาเป็นอิสระ โดยนำท่องเที่ยวไปรวมกับวัฒนธรรม https://thestandard.co/pthai-propose-split-sports-ministry/ Sun, 22 Dec 2024 04:24:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1022221 pthai-propose-split-sports-ministry

สส. เพื่อไทย นำโดย เอกธนัช อินทร์รอด สส. หนองคาย ในฐานะ […]

The post สส. เพื่อไทย เสนอแยกกระทรวงกีฬาเป็นอิสระ โดยนำท่องเที่ยวไปรวมกับวัฒนธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
pthai-propose-split-sports-ministry

สส. เพื่อไทย นำโดย เอกธนัช อินทร์รอด สส. หนองคาย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว พร้อมด้วย อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ และ ธีระชัย แสนแก้ว สส. อุดรธานี ร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 

 

โดยกล่าวว่า จากภาพรวมของปัญหาของการท่องเที่ยวไทยมีปัญหาด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยว การกระจายอำนาจในการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยว การกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว และปัญหาเฉพาะในแต่ละธุรกิจเฉพาะด้าน 

 

ซึ่งอดิศรเสนอแนวคิดให้แยกกระทรวงการท่องเที่ยวไปรวมอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม เพราะมีเนื้องานในทิศทางเดียวกัน และแยกกระทรวงกีฬาให้เป็นเอกเทศ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการได้อย่างถูกฝาถูกตัว

 

สาเหตุที่กระทรวงการท่องเที่ยวไปอยู่กับกีฬาเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม และระบบราชการครั้งใหญ่ พอกฎหมายไปถึงขั้นวุฒิสภา 

 

วุฒิสภามีการแก้ไขเป็นมติให้เอากระทรวงท่องเที่ยวไปรวมกับกีฬา แล้วตอนนั้นสภาผู้แทนราษฎรไม่อยากเสียเวลายับยั้งกฎหมาย 180 วันเพื่อไปตั้งกรรมาธิการร่วมฯ จึงปล่อยเลยตามเลยในตอนนั้น

 

โดย สส. เพื่อไทย มองว่า ปัจจุบันผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว ควรจับคู่กระทรวงใหม่ให้ถูกฝาถูกตัว โดยให้กระทรวงวัฒนธรรมมาอยู่กับการท่องเที่ยว และแยกกระทรวงการกีฬาไปอยู่ต่างหาก เพื่อทำให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการท่องเที่ยวมาคู่กับวัฒนธรรมก็จะสอดคล้องกัน เพราะคนไปเที่ยวดูด้านวัฒนธรรม จะได้มีงบประมาณเกื้อหนุนสอดคล้องกันไป

 

ภาพ: พรรคเพื่อไทย / Facebook

 

อ้างอิง:

 

The post สส. เพื่อไทย เสนอแยกกระทรวงกีฬาเป็นอิสระ โดยนำท่องเที่ยวไปรวมกับวัฒนธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดิศรแจง เพื่อไทยถอยแก้ไขปมจริยธรรมก่อน รอตั้ง สสร. ยกร่าง รธน. ทั้งฉบับ https://thestandard.co/adisorn-on-ethics-reform-delay/ Wed, 25 Sep 2024 05:21:45 +0000 https://thestandard.co/?p=987736

วันนี้ (25 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา อดิศร เพียงเกษ สส. แ […]

The post อดิศรแจง เพื่อไทยถอยแก้ไขปมจริยธรรมก่อน รอตั้ง สสร. ยกร่าง รธน. ทั้งฉบับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นจริยธรรมนักการเมือง โดยระบุว่า ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องจริยธรรมเป็นการทำเพื่อพวกพ้องของตัวเอง

 

“การแก้ไขจริยธรรมเป็นเรื่องที่เปราะบาง โดยพรรคเพื่อไทยต้องรับฟังความเห็นของประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล จึงคิดว่าหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะถอยเรื่องการแก้ไขธรรมนูญที่มองว่าไม่ได้เป็นมาตรการเร่งด่วน” อดิศรกล่าว

 

อดิศรกล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องการแก้ไขมรดกบาปจากการรัฐประหารคิดว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยถอยก่อน เพื่อดำเนินการตามนโยบายเศรษฐกิจที่เร่งด่วน เช่น การแก้ไขเรื่องน้ำท่วม เรื่องปากท้อง และเรื่องยาเสพติดในชุมชน

 

โดยเรื่องนี้ก็ริเริ่มโดยพรรคแกนนำเอง แต่เมื่อได้รับฟังความเห็นสาธารณะคิดว่าการแก้ไขเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องที่ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่ที่ประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงรับฟังความเห็นดังกล่าว ตอนแรกคิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะคิดเหมือนกัน แต่เมื่อได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคภูมิใจไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ต้องให้เกียรติกัน” อดิศรกล่าว

 

อดิศรยืนยันด้วยว่าเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้า และไม่อยากเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนที่มีบางคนบอกว่าจะไปกลัวการตรวจสอบทำไม ส่วนตัวเห็นด้วยกับการตรวจสอบ เพราะการเมืองต้องการคนที่ไม่มีภาระและสิ่งที่ขัดต่อคุณสมบัติ ดังนั้นจึงควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน และรอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะหลังจากนี้จะต้องมีการทำประชามติ หากแก้ไขเป็นบางมาตราจะเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น

The post อดิศรแจง เพื่อไทยถอยแก้ไขปมจริยธรรมก่อน รอตั้ง สสร. ยกร่าง รธน. ทั้งฉบับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดิศรยอมรับ ยังหมองใจเอกนัฏมานั่ง รมว. แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับให้จับมือกัน https://thestandard.co/adisorn-akanat-ministerial-role/ Wed, 04 Sep 2024 09:51:54 +0000 https://thestandard.co/?p=979519

วันนี้ (4 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา อดิศร เพียงเกษ สส. บั […]

The post อดิศรยอมรับ ยังหมองใจเอกนัฏมานั่ง รมว. แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับให้จับมือกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดแพทองธาร 1 ว่า เป็นการตั้ง ครม. ที่มีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ ผ่านการกลั่นกรองของคณะกฤษฎีกาชุดใหญ่ รัฐมนตรีทุกท่านจากทุกพรรคการเมืองผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดยิบมากที่สุดตั้งแต่ที่มีประเทศไทยมา 

 

“ขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีที่จะสามารถจัดทำและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และได้ทำงานตามที่ตั้งใจไว้ทุกประการ” อดิศรกล่าว

 

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ครม. ชุดนี้ เป็น ครม. ชุดฝึกงานนั้น อดิศรหัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ประชาธิปไตยมีหลายความเห็น แต่ ครม. เกือบทั้งหมดก็เป็นชุดที่ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งไว้ ทำงานสานต่อจากนายกรัฐมนตรีคนเก่า เพิ่มเติมมาบ้างก็เป็นพรรคการเมืองที่เข้ามาร่วมใหม่ ส่วนตัวขอต้อนรับพรรคประชาธิปัตย์

 

ขณะที่ความกังวลว่าจะมีผู้ไปร้องเรียนคุณสมบัติรัฐมนตรีนั้น อดิศรระบุว่า นักร้องก็เป็นเรื่องธรรมดา ขนาดยังไม่ได้ทำอะไรก็โดนไป 4-9 คดีแล้ว ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่อย่าให้มากกว่านี้เลย เปิดโอกาสให้รัฐบาลที่มาโดยชอบตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ ผ่านการกลั่นกรอง ได้ผลักดันประเทศชาติไปสู่ความเจริญ 

 

แล้วแต่คนจะมองเป็น ‘ครม. ครอบครัว’

 

สำหรับรัฐมนตรีบางท่านที่นำญาติพี่น้องหรือลูกสาวมาดำรงตำแหน่งแทนนั้น อดิศรมองว่า เป็นเพราะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเข้มข้น แต่คนที่มาดำรงตำแหน่งแทนคนเดิมก็มีวุฒิการศึกษาและวัยวุฒิที่เหมาะสม มีประสบการณ์ที่จะทำงานได้ ส่วนตัวมีความเชื่อมั่น

 

อย่างกรณีลูกสาวของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็จบปริญญาโทด้านกฎหมาย และทำงานใกล้ชิดกับผู้เป็นบิดา ตนเองก็ถือเป็นลูกของ สส. เช่นกัน ทำงานสะสมประสบการณ์มา จึงเชื่อว่าสามารถทำงานได้ ทั้งนี้ ไม่ถือเป็นการครอบงำ คนที่คิดเช่นนั้นก็ถือว่าใช้จินตนาการ คนอายุ 40 ปี มีความกระตือรือร้น ส่วนคนจะมองว่า ครม. ชุดนี้ เป็น ครม. ครอบครัวหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ความเป็นพ่อ-ลูกตัดขาดกันไม่ได้จริงๆ 

 

“ผมเองก็เป็นลูก สส. เหมือนกัน ก็อยากเป็น สส. เหมือนพ่อ และอยากเป็นรัฐมนตรี ซึ่งพ่อไม่ได้เป็น ดังนั้นจึงต้องให้โอกาส มันไม่ใช่จะเซ็นให้กันเหมือนโฉนดที่ดิน แต่อยู่ที่ผลงานในการเข้าไปทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรี ต้องพิสูจน์ตนเอง” อดิศรระบุ

 

อดิศรคิดว่า การทำงานของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเองได้สัมผัสใกล้ชิดในช่วงหาเสียง แม้จะอายุน้อยแต่ไวต่อปัญหา เหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมรับคำแนะนำต่างๆ จากคนทุกรุ่น นอกจากนี้ ครม. ยังมีคนรุ่น ชูศักดิ์ ศิรินิล ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอายุ 70 กว่าปี และมีความแม่นกฎหมาย จึงถือว่าเป็นรัฐบาลของคนทุกรุ่น 

 

ส่วนรัฐบาลชุดนี้จะอายุยืนกว่ารัฐบาลก่อนหน้าหรือไม่นั้น อดิศรมองว่า ตนเองเชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า อยู่ครบวาระแน่นอน แต่อาจมีการร้องเรียนบ้างตามประสาคลื่นทะเลที่มีลมแรง

 

เชื่อสุทินกลับสภามาเป็นทองคำฝ่ายนิติบัญญัติ

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ สุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลุดโผ ครม. ครั้งนี้ มีการตัดพ้อน้อยใจอย่างไรหรือไม่ อดิศรระบุว่า วันนี้สุทินก็มาสภา พร้อมที่จะทำงาน เหมือนท่านได้กลับมาบ้าน บ้านของสุทินคือสภา ไม่ได้น้อยใจอะไร ส่วนบทบาทของสุทินในสภาหลังจากนี้ยังไม่มีอะไร แต่เชื่อว่าต่อไปสุทินจะเป็นทองคำของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างแน่นอน 

 

ส่วนกรณีที่ ภูมิธรรม เวชยชัย มานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเคยเป็นสหายเก่าที่เข้าป่ามานั้น อดิศรบอกว่า ตนก็เคยเป็นสหายเก่า ประธานวุฒิสภาก็สหายเก่า บางครั้งพ่อกับลูกเห็นไม่ตรงกัน อย่าง พ.ท. พโยม จุลานนท์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่มีลูกคือ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก นายกรัฐมนตรี และองคมนตรีในปัจจุบัน 

 

“ตอนนี้เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องปลุกผีคอมมิวนิสต์มา เพราะมันไม่มี ผมกับภูมิธรรมนอนเตียงติดกัน ถ้ารู้ว่าจะได้ดีคงเดินตามภูมิธรรมมาแล้ว”

 

เมื่อถามถึงการทำงานระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ อดิศรระบุว่า ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ผลัดใบแล้ว ถ้าเป็นอภิสิทธิ์กลับมาก็เห็นว่าคงจะเป็นศัตรูกัน แต่ตอนนี้หัวหน้าพรรคก็เป็นคนที่ผลัดใบ 

 

เมื่อถามว่า ยอมรับได้หรือไม่ที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มานั่งเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดิศรกล่าวว่า ความจริงก็ยังมีเรื่องที่หมองใจกันอยู่ แต่รัฐธรรมนูญบังคับให้เราต้องจับมือกัน เอกนัฏก็เป็นลูกของเพื่อนตน ตอนที่คบกันก็นิสัยดี ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นไปตามกฎหมาย รัฐบาลผสมรอบนี้ก็คิดว่าอยู่ได้อีก 3 ปี ถ้าทำงานต่อไปได้ เขาก็เลือกกลับมาใหม่

The post อดิศรยอมรับ ยังหมองใจเอกนัฏมานั่ง รมว. แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับให้จับมือกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส.-สว. รุมถ่ายรูปคู่ ‘เกศกมล’ หลังจบการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งแรก https://thestandard.co/mps-senate-keskamol-photos/ Thu, 29 Aug 2024 07:55:14 +0000 https://thestandard.co/?p=977022

วันนี้ (29 สิงหาคม) เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการประชุมร่ว […]

The post สส.-สว. รุมถ่ายรูปคู่ ‘เกศกมล’ หลังจบการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 สิงหาคม) เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก ในวาระการพิจารณากรอบความร่วมมือของสหภาพยุโรปกับราชอาณาจักรไทย (Thailand-EU Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: Thai-EU PCA) ซึ่งท้ายที่สุดมติที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับร่างกรอบความตกลงฯ ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปิดประชุมเวลา 13.14 น. 

 

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม พบว่า มี สส. และ สว. จำนวนมาก ร่วมถ่ายภาพกับ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. คนดัง จำนวนมาก เช่น อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, ทศพร เสรีรักษ์ สส. จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย, จีรเดช ศรีวิราช สส. จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ, พชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

 

The post สส.-สว. รุมถ่ายรูปคู่ ‘เกศกมล’ หลังจบการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทย-ประชาชน อภิปรายปมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่ออคติ ประหารพรรคการเมือง https://thestandard.co/pheu-thai-pp-debate-on-the-constitutional-court-issue/ Thu, 22 Aug 2024 12:46:35 +0000 https://thestandard.co/?p=974165

วันนี้ (22 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ […]

The post เพื่อไทย-ประชาชน อภิปรายปมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่ออคติ ประหารพรรคการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 17 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วาระพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการบนเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นเสนอญัตติ โดยระบุว่า สืบเนื่องจากประเด็นเมื่อวานนี้ (21 สิงหาคม) ที่มีข่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม กรณีที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งบรรยายบนเวทีสาธารณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และแสดงความคิดเห็นระบุถึงพรรคประชาชนโดยตรง บอกว่าพวกเราจะต้องขอบคุณท่านที่ได้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล จนนำมาสู่การที่พรรคประชาชนได้รับยอดบริจาคสูงถึง 20 ล้านบาท

 

ณัฐพงษ์มองว่า การแสดงความคิดเห็นแบบนี้ของบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบนเวทีสาธารณะจะต้องคิดไตร่ตรองอย่างดีว่าเป็นการแสดงทัศนคติส่วนตัว หรือเป็นการแสดงทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ของท่านในฐานะองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ

 

“เนื่องจากว่าเป็นการแสดงความเห็นที่ท่านเป็นองค์คณะตุลาการได้พิพากษาประหารชีวิตพรรคการเมือง โทษสูงสุดคือการยุบพรรคการเมือง ความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวเชิงประชดประชันหรือถากถางว่าพวกเราต้องขอบคุณท่าน ผมคิดว่าเป็นความชอบธรรมของสภา เราในฐานะตัวแทนปวงชน ผู้ทรงอำนาจสูงสุด ควรจะต้องตั้งคำถามได้”

 

ณัฐพงษ์ยกมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในหมวดที่ 2 ว่าด้วยจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ข้อที่ 13 บัญญัติไว้ว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ และข้อที่ 17 บัญญัติไว้ว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่ทำการใดๆ ให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์และการดำรงตำแหน่งตุลาการ

 

“การแสดงทัศนคติแบบนี้ สาธารณชนสามารถตั้งคำถามได้หรือไม่ครับ ว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินยุบพรรคก้าวไกลไปนั้น ท่านใช้อคติส่วนตัวในการวินิจฉัยหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้เราตั้งคำถามได้” ณัฐพงษ์กล่าว

 

นอกจากนี้ณัฐพงษ์อ้างถึงจรรยาบรรณวิชาชีพของตุลาการ ผู้พิพากษา ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อที่ 28 บัญญัติไว้ว่า ผู้พิพากษาไม่พึงแสดงปาฐกถา บรรยาย สอน หรือเข้าร่วม การสัมมนา อภิปรายแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อสาธารณชน ซึ่งอาจกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา

 

“คงไม่มีนักกฎหมายที่จะสามารถยอมรับได้ว่าองค์คณะผู้พิพากษาตัดสินคดี ที่ผู้ถูกพิพากษาคืออดีตพรรคก้าวไกล ถูกตัดสินประหารชีวิต ถูกลงโทษโดยตรงนั้น ถูกองค์คณะผู้พิพากษาตัดสินคดีออกมาแสดงความคิดความเห็นเชิงเสียดสี ประชดประชันแบบนี้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างชัดเจนว่าทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อจรรยาบรรณวิชาชีพของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”

 

สิ่งที่เราทำได้ร่วมกันแน่นอนคือเสนอร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้อง เวลาของพวกเราที่เหลือต่อจากนี้อีก 2 ปีกว่าๆ ของสภาชุดนี้ เราจะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อจัดวางตำแหน่งแห่งที่ อำนาจหน้าที่ ที่มาที่ไป การถอดถอน องค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างไรได้บ้าง

 

อดิศรชี้ต้องตัดนิ้วร้ายเพื่อรักษาชีวิต

 

จากนั้น อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอญัตติในลักษณะเดียวกัน โดยระบุถึงการบรรยายบนเวทีสาธารณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง โดยระบุว่า ไม่รู้ว่าท่านตั้งใจมาพูด หรือตกกระไดพลอยโจน พูดในลักษณะเหยียดหยามเสียดสีบุคคลซึ่งเคยเป็นคู่กรณี

 

“เราให้ท่านไปเป็นพระ ผ่านการกลั่นกรองของสมาชิกวุฒิสภา ให้ท่านเป็นพระอยู่บนหิ้ง พระต้องอยู่ในธรรมวินัย เมื่อท่านทำผิดพระวินัย ท่านปาราชิกครับ ไปบิณฑบาตไม่มีใครใส่บาตรแล้ว” อดิศรระบุ

 

อดิศรกล่าวด้วยว่า เป็นครั้งแรกที่มาอภิปรายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะมีคนบอกว่าให้ระวังก็ตาม แต่นี่เป็นการถ่วงดุลระหว่างนิติบัญญัติและตุลาการ เราไม่มีอคติ เพียงแต่เห็นว่าเรื่องที่ท่านพูดไม่เหมาะสม ทำให้ไม่รู้ว่าวันที่ตัดสินคดีความนั้นท่านมีอคติหรือไม่

 

“ท่านยังอารมณ์ค้าง ติดตลก ผมไม่ตลกกับท่าน เพราะเราเรียนนิติศาสตร์ ตราชูคือสัญลักษณ์ของความยุติธรรม ท่านกำลังทำลายตราชู ความยุติธรรม จะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม” อดิศรกล่าว

 

อดิศรระบุว่า ญัตติดังกล่าวให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็น หากพระเป็นปาราชิกก็ต้องสึก อย่าเป็นกาดำในกระบวนการยุติธรรม ท่านคนเดียวทำให้ทั้งกระบวนการขาดความเชื่อมั่น สส. พรรคเพื่อไทยทุกคนเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการถ่วงดุล หากตุลาการท่านใดไม่เคารพประชาธิปไตย ไม่เข้าใจการถ่วงดุล ก็ทำหน้าที่ต่อไปไม่ได้

 

ทั้งนี้ยืนยันว่าเราไม่มีข้อขัดแย้งกับองค์กรตุลาการทั้งหมด นิ้วไหนร้ายก็ตัดทิ้ง รักษาชีวิต จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภา ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ต่างเป็นผู้เสียหายร่วมกัน จึงขอเชิญชวนสมาชิกให้ร่วมกันเห็นด้วยกับญัตตินี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะเริ่มอภิปรายญัตติดังกล่าวนี้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมในขณะนั้น ได้เตือนสมาชิกว่าไม่ควรอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก และระมัดระวังการละเมิดอำนาจศาล

 

จากนั้นได้มีสมาชิกบางส่วนลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเห็น เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เมื่อสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ประธานในที่ประชุมจึงถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งความเห็นและข้อสังเกตของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป ก่อนจะปิดประชุมในเวลา 18.25 น.

The post เพื่อไทย-ประชาชน อภิปรายปมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่ออคติ ประหารพรรคการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดิศรเตรียมเสนอญัตติด่วนตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พูดจาเยาะเย้ย ถ้าเป็นสมณะก็ปาราชิก https://thestandard.co/adisorn-urgent-motion-constitutional-court/ Thu, 22 Aug 2024 05:14:03 +0000 https://thestandard.co/?p=973920 อดิศร

วันนี้ (22 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา อดิศร เพียงเกษ สส. แ […]

The post อดิศรเตรียมเสนอญัตติด่วนตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พูดจาเยาะเย้ย ถ้าเป็นสมณะก็ปาราชิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดิศร

วันนี้ (22 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สืบเนื่องจากกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งได้ไปบรรยายดังที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งเป็นการไม่ประพฤติตนตามจริยธรรมของการดำรงตนเป็นตุลาการ

 

อดิศรย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เพราะไปยุบพรรคก้าวไกล แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่และดำรงตนเป็นผู้พิพากษา ซึ่งมีประมวลจริยธรรมที่ชัดเจน เป็นการอวดเบ่ง เหยียดหยาม ทำลายคู่กรณี มีมายาคติที่อคติ ไม่คู่ควรกับการดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ตนเป็น สส. ฝ่ายนิติบัญญัติ คิดว่าการกระทำของท่านนี้ หรืออาจมีมากกว่านี้ก็ไม่ทราบ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 

อดิศรชี้ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติจึงจะต้องตรวจสอบว่าพฤติกรรมเช่นนี้ของผู้พิพากษาคนนี้มีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องของอำนาจ ไม่ควรไปเยาะเย้ยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

“เขาให้เป็นสมณะ เป็นพระ แต่เมื่อคุณประพฤติตัวแบบนี้ แสดงว่าคุณปาราชิกแล้ว เป็นพระสมณะต่อไปไม่ได้” อดิศรกล่าว

 

ส่วนจะดำเนินการอย่างไรบ้างนั้น อดิศรระบุว่า สส. ต่างคนต่างออกความเห็น ส่วนตัวทราบมาว่าพรรคประชาชนก็จะยื่นญัตตินี้เหมือนกัน แล้วแต่ที่ประชุมจะทำอย่างไร

 

“ผมเห็นว่าท่านก้าวล่วงในการทำหน้าที่ เขาให้อยู่สูงแล้ว ท่านอยากอยู่ต่ำ ก็เชิญมาคลุกกับเรา ในฐานะที่เราเป็น สส. ไม่ได้คิดว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่นี่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ที่แบ่งแยกกันอยู่” อดิศรระบุ

 

ส่วนจะใช้โอกาสนี้ร่วมกับพรรคประชาชนในการแก้กฎหมายว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ อดิศรกล่าวว่า ตนเองจะอภิปรายเรื่องหลักการ ส่วนจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้หรือไม่นั้น เป็นกระบวนการต่อไป พร้อมย้ำว่า คนไหนไม่เหมาะสมแล้ว ปาราชิกแล้ว ก็อย่าเป็นพระต่อเลย

 

ส่วนเรื่องการยื่นญัตตินี้ได้พูดคุยกับ สส. พรรคร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง อดิศรกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ตนเป็นเพียงอดีตประธานวิปรัฐบาล แต่ทำเพื่อให้ตุลาการศาลสำเหนียกว่าตัวเองไม่ใช่พระเจ้าหรืออยู่เหนือใคร เพราะเรื่องจริยธรรมจะไปบรรยายเช่นนี้ไม่ได้ เนื่องจากเมื่อดูจากภาพเป็นการหัวเราะเยาะเย้ย และเห็นว่าพฤติกรรมอย่างนี้ไม่คู่ควรจะดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป

 

อดิศรยืนยันว่า นี่เป็นการถ่วงดุลตรวจสอบ และไม่ถือว่ามีความเสี่ยงแต่อย่างใด ตนมีคดีความเป็นเรื่องประจำอยู่แล้ว เพียงคิดว่าจะต้องเรียกร้องให้ฝ่ายตุลาการมีสติในการทำหน้าที่

The post อดิศรเตรียมเสนอญัตติด่วนตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พูดจาเยาะเย้ย ถ้าเป็นสมณะก็ปาราชิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. เห็นพ้อง พรรคการเมืองควรเกิดง่าย ยุบยาก อดิศรเห็นใจก้าวไกล ไม่อยากให้ซ้ำรอยไทยรักไทย https://thestandard.co/political-parties-should-be-easy-to-form-and-difficult-to-dissolve/ Thu, 01 Aug 2024 12:57:08 +0000 https://thestandard.co/?p=966256

วันนี้ (1 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 […]

The post สส. เห็นพ้อง พรรคการเมืองควรเกิดง่าย ยุบยาก อดิศรเห็นใจก้าวไกล ไม่อยากให้ซ้ำรอยไทยรักไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) วาระรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอในการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาเสร็จแล้ว

 

สมาชิกจากหลายพรรคการเมืองได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองควรเกิดง่ายและยุบยาก

 

ในช่วงหนึ่ง อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า อยากให้พรรคการเมืองเป็นสถาบัน เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนจริงๆ ศรัทธาพรรคไหนไปอยู่พรรคนั้น เมื่อเลือกพรรคไหนมาเป็นผู้แทนก็มีความเสมอกัน ไม่มีใครสูงใครต่ำ

 

อดิศรยังกล่าวถึงการอภิปรายนำเสนอของ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ อภิปรายนำเสนอรายงาน โดยระบุว่า ตนเองเห็นด้วยว่าพรรคการเมืองควรเกิดง่ายและต้องตายยาก

 

“ท่านพูดคล้ายๆ จะกลั่นความรู้สึกว่าวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ผมฟังแล้วสะเทือนใจ เพราะไม่อยากให้มีองค์กรใดๆ มายุบพรรคการเมือง คนที่จะยุบเขาต้องฟังด้วย และหวังว่าทั้ง 9 คนของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ได้ยึดโยงกับชาวบ้าน จะรับฟัง” อดิศรกล่าว

 

อดิศรกล่าวต่อไปว่า ตนเองโดนมาก่อนตอนอยู่พรรคไทยรักไทยที่พรรคถูกยุบ แล้วถูกตัดสินเพราะเป็นกรรมการบริหารพรรค ทำให้กว่าจะเข้าสภามาได้ใช้เวลา 17 ปี ดังนั้น วันที่ 7 สิงหาคมนี้ ไม่อยากให้เกิดสภาพแบบพรรคไทยรักไทย 

 

“เพราะคนที่จะยุบพรรคการเมืองต้องยึดโยงกับประชาชน คือประชาชนเริ่มต้นและประชาชนเป็นคนยุบ และพรรคที่ล้มหายตายจากไปเพราะเขาไม่เลือก นั่นคือตุลาการผู้พิพากษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในระบอบประชาธิปไตย ผมขอให้กำลังใจพรรคก้าวไกล” อดิศรกล่าว

 

รัฐธรรมนูญฝังแนวคิดมองพรรคการเมืองเลว

 

ขณะที่ ชัยธวัช ตุลาธน สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุนรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เดิมทีตนเองไม่ได้ตั้งใจอภิปรายในครั้งแรก แต่อย่างที่ทราบกันดี ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ จะมีการตัดสินคดีเกี่ยวกับการยุบพรรคก้าวไกล รายงานการศึกษาฉบับนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อพรรคก้าวไกล และไม่มีผลกระทบต่อชีวิตของตนเองแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของการเมืองทุกพรรค และเป็นผลประโยชน์ต่อประชาธิปไตยของไทย

 

ชัยธวัชกล่าวว่า กฎหมายพรรคการเมืองที่ใช้ในปัจจุบัน และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แม้ว่าเจตนารมณ์จะดูดี แต่ถูกออกแบบด้วยฐานคิดที่มีปัญหา เพราะมีเจตนาที่อยากให้พรรคการเมืองยึดโยงกับประชาชน ซึ่งปัญหาคือไม่สามารถบรรลุเจตนารมณ์ได้ เพราะมีฐานคิดที่ต่อต้านประชาธิปไตย 

 

“การไม่ไว้วางใจนักการเมืองหรือคนที่มาจากการเลือกตั้ง ในกฎบอกเงื่อนไขในการเป็นสมาชิกพรรค เงินบริจาคจากประชาชน ให้อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ที่ออกแบบ แต่สุดท้ายก็มองคนที่มาจากการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองในระบบเลือกตั้งเป็นต้นเหตุความเลวร้ายของการเมืองไทย ผลสุดท้ายจึงกลับตาลปัตร สุดท้ายทำให้พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาด้วยอุดมการณ์เกิดได้ยากมาก”

 

ชัยธวัชชี้ว่า พรรคการเมืองควรเกิดง่าย ดำรงอยู่ง่าย และยุบยาก หรือควรยุบโดยประชาชนเท่านั้น รายงานฉบับนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การออกแบบสถาบันทางการเมือง ทั้งหมดที่พยายามทำให้สังคมไทยเชื่อโดยไม่รู้ตัวว่า ปัญหาของการเมืองไทยเกิดจากพรรคการเมืองหรืออำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง แต่พยายามซ่อนเร้นอำนาจที่ฉ้อฉลยิ่งกว่า ไม่เคยถูกตรวจสอบ และไม่มาจากการเลือกตั้ง

 

ชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า พัฒนาการเรื่องการยุบพรรคการเมืองของประเทศไทยน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ใช่แค่การทำลายสถาบันทางการเมืองของประชาชนเท่านั้น แต่เริ่มเห็นการยุบพรรคการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสถาปนาระบอบอำนาจนิยม หรือเผด็จการแบบไทยๆ ที่พยายามวางหลักกฎหมาย ระบบกฎหมาย หรือนิติรัฐแบบไทยๆ เอาไว้ ทำให้แปลกแยกจากหลักการพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมากขึ้นทุกวัน สังเกตจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่กว่า

 

ท้ายที่สุด เมื่อสมาชิกอภิปรายกันพอสมควรแล้ว ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะได้ส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป

The post สส. เห็นพ้อง พรรคการเมืองควรเกิดง่าย ยุบยาก อดิศรเห็นใจก้าวไกล ไม่อยากให้ซ้ำรอยไทยรักไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>