องค์การอวกาศแคนาดา (CSA) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/องค์การอวกาศแคนาดา-csa/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 08 Jul 2024 09:07:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 NASA เลือก อังเดร ดักลาส เป็นลูกเรือสำรอง ภารกิจ Artemis 2 https://thestandard.co/nasa-andre-douglas-artemis-2-mission/ Mon, 08 Jul 2024 09:06:08 +0000 https://thestandard.co/?p=954974 NASA Artemis 2

NASA ประกาศเลือก อังเดร ดักลาส เป็นนักบินอวกาศตัวสำรองข […]

The post NASA เลือก อังเดร ดักลาส เป็นลูกเรือสำรอง ภารกิจ Artemis 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
NASA Artemis 2

NASA ประกาศเลือก อังเดร ดักลาส เป็นนักบินอวกาศตัวสำรองของภารกิจ Artemis 2 ที่มีกำหนดพามนุษย์เดินทางไปบินผ่านดวงจันทร์ในเดือนกันยายน 2025

 

ดักลาส วัย 38 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในด้าน System Engineering จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน และมีประสบการณ์ร่วมงานกับ Applied Physics Laboratory ของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ โดยมีความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์และภารกิจสำรวจอวกาศ ก่อนได้รับเลือกเป็นนักบินอวกาศ NASA กลุ่มที่ 23 เมื่อปี 2021

 

เจ้าตัวผ่านการฝึกซ้อมเพื่อเป็นนักบินอวกาศเบื้องต้นกับ NASA นาน 2 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2024 และการได้รับเลือกเป็นลูกเรือสำรองของ Artemis 2 ก็เป็นภารกิจแรกที่ดักลาสได้รับเลือก

 

เมื่อเดือนเมษายน 2023 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือNASA ประกาศเลือก รีด ไวส์แมน เป็นผู้บัญชาการภารกิจ Artemis 2 โดยมี วิกเตอร์ โกลเวอร์ เป็นนักบินยานอวกาศ และ คริสตินา คอช กับนักบินอวกาศแคนาดา เจเรมี แฮนเซน เป็นผู้เชี่ยวชาญภารกิจ

 

การเดินทางไปดวงจันทร์ของ Artemis 2 จะเป็นภารกิจที่มีมนุษย์มุ่งหน้าไปสู่ดวงจันทร์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ Apollo 17 เมื่อเดือนธันวาคม 1972 โดยเป็นการบินเฉียดผ่านดวงจันทร์ เพื่อทดสอบความพร้อมของยานอวกาศระหว่างมีลูกเรือโดยสารไปด้วย ในภารกิจที่มีระยะเวลารวมนานกว่า 10 วัน

 

ก่อนหน้านี้ องค์การอวกาศแคนาดา หรือ CSA ประกาศเลือก เจนนี่ กิบบอนส์ เป็นนักบินอวกาศตัวสำรองของ เจเรมี แฮนเซน โดยทั้งกิบบอนส์และดักลาสจะร่วมฝึกซ้อมกับนักบินอวกาศตัวจริงทั้ง 4 คน เพื่อให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ในกรณีที่ลูกเรือชุดหลักคนใดไม่พร้อมเดินทางไปอวกาศ

 

NASAระบุว่า การคัดเลือกลูกเรือสำรองสำหรับ Artemis 2 ไม่มีผลเกี่ยวเนื่องกับการเลือกนักบินอวกาศในอนาคต แบบเดียวกับที่เคยเป็นในสมัยโครงการ Apollo โดยปัจจุบัน NASA ยังไม่มีการเลือกนักบินอวกาศให้ขึ้นบินไปกับภารกิจ Artemis 3 และภารกิจอื่นๆ ต่อจากนั้นแต่อย่างใด

 

ภาพ: NASA

อ้างอิง:

The post NASA เลือก อังเดร ดักลาส เป็นลูกเรือสำรอง ภารกิจ Artemis 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXCLUSIVE: คุยกับนักดาราศาสตร์ NASA สรุปการค้นพบสำคัญในรอบ 1 ปี กล้องเจมส์ เว็บบ์ https://thestandard.co/exclusive-nasa-james-webb-camera-discovery/ Fri, 14 Jul 2023 10:57:55 +0000 https://thestandard.co/?p=817330 NASA

จากการสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะ สู่ภาพถ่ายอวกาศ […]

The post EXCLUSIVE: คุยกับนักดาราศาสตร์ NASA สรุปการค้นพบสำคัญในรอบ 1 ปี กล้องเจมส์ เว็บบ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
NASA

จากการสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะ สู่ภาพถ่ายอวกาศห้วงลึกในจุดเริ่มต้นของจักรวาล กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ได้ช่วยปลดล็อกมุมมองและองค์ความรู้ใหม่ๆ ในด้านดาราศาสตร์อย่างมากมาย ในระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปีที่กล้องได้เริ่มต้นปฏิบัติการสำรวจด้านวิทยาศาสตร์อย่างเต็มรูปแบบ

 

วันที่ 12 กรกฎาคม 2022 NASA และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) พร้อมด้วยองค์การอวกาศแคนาดา (CSA) 3 พาร์ตเนอร์ในภารกิจของเจมส์ เว็บบ์ ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลภาพถ่ายชุดแรกจากกล้องที่ประกอบด้วยรูปถ่าย ‘Cosmic Cliffs’ ของเนบิวลากระดูกงูเรือ, กลุ่มกาแล็กซี 5 แห่งในบริเวณ Stephan’s Quintet, เนบิวลาวงแหวนใต้, ภาพถ่ายอวกาศห้วงลึกของกระจุกกาแล็กซี SMACS 0723 และข้อมูลองค์ประกอบชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ WASP-96b

 

ภาพถ่ายและข้อมูลชุดแรกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการศึกษาวัตถุจำนวนมากในเอกภพ ที่ต้องมีการจัดสรรเวลาและคัดเลือกเป้าหมายอย่างเหมาะสม เนื่องจากมีความสนใจจากนักดาราศาสตร์จำนวนมากที่จะใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศระดับเรือธงของ NASA ตัวนี้มาศึกษาวัตถุเป้าหมายของพวกเขา

 

ดร.ซูซาน มัลลัลลี นักวิทยาศาสตร์ผู้ดูแลชั่วโมงการสำรวจวัตถุต่างๆ ของกล้องเจมส์ เว็บบ์ เปิดเผยกับผมในการสัมภาษณ์พิเศษว่า “1 ปีแรกของกล้องเจมส์ เว็บบ์ ได้มีการแบ่งเวลาเพื่อสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะถึง 20% และมากกว่าครึ่งหนึ่งของเวลาดังกล่าวได้ถูกใช้เพื่อศึกษาดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็กมากๆ เพื่อพยายามศึกษาว่าเราสามารถตรวจพบบรรยากาศของดาวเคราะห์เหล่านี้ได้หรือไม่”

 

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกล้องโทรทรรศน์อวกาศนี้ คือการศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในระบบดาว TRAPPIST-1 ที่เคยเป็นกระแสจากการค้นพบว่ามีดาวเคราะห์มากถึง 7 ดวง ในปี 2017 และมีโอกาสที่บางดวงอาจมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการดำรงชีวิตได้ ซึ่งกล้องเจมส์ เว็บบ์ ได้ศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ TRAPPIST-1b และ c ไปเป็นที่เรียบร้อย และพบว่าดาวเคราะห์ทั้งสองไม่มีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นแต่อย่างใด ทว่ายังต้องรอข้อมูลการสำรวจดาว d, e, f และ g เพิ่มเติม เนื่องจากทั้ง 4 ดวงนี้อยู่ในเขต ‘Habitable Zone’ คล้ายกับโลกของเรา และอาจมีโอกาสเอื้อต่อชีวิตได้มากกว่าสองดวงแรก

 

นอกจากการศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เจมส์ เว็บบ์ ยังได้ใช้ความสามารถในการศึกษาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงอินฟราเรด เพื่อศึกษาย้อนกลับไปในกาลเวลา หรือทำหน้าที่เป็นดั่ง ‘ไทม์แมชชีน’ ที่พาเราย้อนภาพกลับไปดูการก่อกำเนิดของดวงอาทิตย์ผ่านดาวฤกษ์ที่มีมวลใกล้เคียงกัน เช่น ในภาพถ่ายกลุ่มก๊าซกำเนิดดาวฤกษ์ Rho Ophiuchi หรือเดินทางกลับไปไกลจนถึงการกำเนิดของกาแล็กซีแห่งแรกๆ ดั่งในภาพถ่ายอวกาศห้วงลึกของกระจุกกาแล็กซี SMACS 0723

 

ดร.มัลลัลลีเล่าถึงการสำรวจเอกภพในยุคแรกเริ่มว่า “อันที่จริงหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเจมส์ เว็บบ์ คือการสำรวจกาแล็กซีที่ก่อตัวขึ้นเพียงไม่นานหลังการเกิดบิ๊กแบง เพื่อศึกษาดูว่าดาวฤกษ์และกาแล็กซีแห่งแรกๆ นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งกล้องฮับเบิลยังพาเราไปไม่ถึงจุดนั้น และฉันก็คาดหวังว่ากล้องเจมส์ เว็บบ์ จะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ”

 

ในช่วงที่มีการเปิดเผยข้อมูลชุดแรกออกสู่สาธารณะ ดร.ณิชา ลีโทชวลิต นักวิจัยจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ผู้เป็นส่วนหนึ่งในทีม GLASS หรือ Grism Lens-Amplified Survey from Space ร่วมกันค้นพบกาแล็กซี GLASS-z12 ที่มีระยะห่างออกไปถึงกว่า 12,400 ล้านปีแสง นับเป็นหนึ่งในกาแล็กซีที่ไกลที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เคยค้นพบในปัจจุบัน

 

นอกจากการถ่ายภาพที่สวยงามแล้ว กล้องเจมส์ เว็บบ์ ยังสามารถแยกสเปกตรัมจากอุปกรณ์สำรวจต่างๆ ออกมาให้นักดาราศาสตร์ใช้วิเคราะห์หาข้อมูลได้ โดยข้อมูลดังกล่าวได้ช่วยยืนยันการตรวจพบกาแล็กซียุคแรกของจักรวาล, หลุมดำมวลยิ่งยวดที่ไกลที่สุด, องค์ประกอบในชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบได้เป็นครั้งแรก เช่นกันกับการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของจานกำเนิดดาวเคราะห์ เนบิวลาที่กำลังมีการก่อตัวของดาวฤกษ์ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

เอริก สมิธ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านงานวิจัยในฝ่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของ NASA เปิดเผยว่า “เวลา 1 ปีที่กล้องเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำงานด้านวิทยาศาสตร์นั้น นอกจากเราจะได้ข้อมูลใหม่ๆ ในจักรวาลมาแล้ว เรายังได้พบอีกว่าความสามารถของกล้องนั้นดีกว่าที่เราได้คาดคิดไว้ แปลว่าการค้นพบที่ตามมาในอนาคตจะต้องมีความน่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้อีก”

 

ดร.มัลลัลลีได้สรุปถึงความน่าตื่นเต้นของภารกิจกล้องเจมส์ เว็บบ์ ไว้ว่า “สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของภารกิจนี้ คือตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าอะไรจะเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุด” และตอนนี้กล้องเจมส์ เว็บบ์ ก็กำลังสำรวจจักรวาลต่อไปในขวบปีที่สองของภารกิจ เพื่อที่จะเปิดเผยภาพถ่ายที่แสนตระการตา เช่นกันกับข้อมูลการสำรวจที่เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับการค้นพบในอนาคตที่กำลังจะมาถึง

 

นอกจากนี้ THE STANDARD ยังเป็นสื่อเดียวในประเทศไทยที่มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับ คริสติน เฉิน นักดาราศาสตร์ประจำภารกิจกล้องเจมส์ เว็บบ์ ของ NASA โดยเธอได้กล่าวถึงอนาคตการสำรวจของกล้อง รวมไปถึงความร่วมมือกับภารกิจอื่นๆ ว่า “กล้องเจมส์ เว็บบ์ เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่สำรวจในช่วงอินฟราเรด และเราสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมายจากการเปรียบเทียบข้อมูลกับกล้องอื่นๆ ในช่วงคลื่นอื่น” เช่น กล้องฮับเบิลในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น และกล้องจันทราในช่วงรังสีเอ็กซ์

 

สามารถติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษ เจาะลึกเบื้องหลังการสำรวจจักรวาลของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ได้ที่นี่ เร็วๆ นี้

 

ภาพ: NASA, ESA, CSA และ STScI 

อ้างอิง:

The post EXCLUSIVE: คุยกับนักดาราศาสตร์ NASA สรุปการค้นพบสำคัญในรอบ 1 ปี กล้องเจมส์ เว็บบ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ เผยภาพ ‘วงแหวน’ ของดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวาร https://thestandard.co/james-webb-camera-unveiled-jupiter-ring-and-moons/ Fri, 15 Jul 2022 03:10:36 +0000 https://thestandard.co/?p=654116 ดาวพฤหัสบดี

นอกเหนือจาก 5 ภาพประวัติศาสตร์ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันอังค […]

The post กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ เผยภาพ ‘วงแหวน’ ของดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวพฤหัสบดี

นอกเหนือจาก 5 ภาพประวัติศาสตร์ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันอังคาร (12 กรกฎาคม) แล้ว NASA ร่วมด้วยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การอวกาศแคนาดา (CSA) ยังได้เปิดเผยภาพของดาวพฤหัสบดีที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพอันทรงพลังของกล้อง Near-Infrared Camera (NIRCam) ที่สามารถติดตามเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ได้

 

รูปภาพของดาวพฤหัสบดีนี้รวมอยู่ในรายงาน Characterization of JWST science performance from commissioning ของ NASA ซึ่งเป็นการสรุปผลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทดสอบการใช้งานระบบของ JWST 

 

ตามรายงานดังกล่าว ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ของ JWST เพื่อดูว่ากล้องโทรทรรศน์ตัวนี้สามารถติดตามเทหวัตถุเคลื่อนที่ในบริเวณที่ใกล้กับดวงดาวที่มีแสงสว่างจ้าได้หรือไม่ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนับว่ามีความท้าทายอย่างมาก เพราะแสงที่กระจัดกระจายอาจส่งผลกระทบต่อการรับแสงของทัศนูปกรณ์ได้

 

อย่างไรก็ตาม JWST สามารถผ่านการทดสอบดังกล่าวไปได้แบบสบายๆ โดยภาพล่าสุดนี้เผยให้เห็นดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร์บริวารอีก 3 ดวง ได้แก่ ยูโรปา ทีบี และมีทิส โดยภาพด้านซ้ายจะเป็นภาพถ่ายอินฟราเรดช่วงคลื่นสั้นของดาวพฤหัสบดี ส่วนภาพด้านขวาจะเป็นภาพช่วงคลื่นยาว ซึ่งเปิดหน้ากล้องรับแสง 75 วินาทีเท่ากัน และหากสังเกตลึกลงไปจะเห็น ‘วงแหวน’ ของดาวพฤหัสบดีด้วย ส่วนจุดสีดำที่เห็นในภาพนั้นเป็นเงาที่เกิดจากยูโรปา

 

นี่จึงถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า JWST สามารถใช้งานเพื่อสังเกตวงแหวนและดวงจันทร์บริวารใกล้กับดวงดาวในระบบสุริยะที่มีความสว่างได้ เช่น ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวอังคาร และนี่เป็นเพียงภาพที่ได้จากการทดสอบเท่านั้น จึงคาดว่าในอนาคต JWST จะสามารถถ่ายภาพดาวพฤหัสบดี และเทหวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะที่มีรายละเอียดได้มากกว่านี้

 

ภาพ: NASA, ESA, CSA, and B. Holler and J. Stansberry (STScI)

อ้างอิง:

The post กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ เผยภาพ ‘วงแหวน’ ของดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชม 5 ภาพประวัติศาสตร์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ https://thestandard.co/james-webb-space-telescope-picture/ Wed, 13 Jul 2022 03:18:52 +0000 https://thestandard.co/?p=653352 James Webb Space Telescope

เมื่อค่ำคืนวานนี้ (12 กรกฎาคม) NASA ร่วมด้วยองค์การอวกา […]

The post ชม 5 ภาพประวัติศาสตร์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
James Webb Space Telescope

เมื่อค่ำคืนวานนี้ (12 กรกฎาคม) NASA ร่วมด้วยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การอวกาศแคนาดา (CSA) ได้เปิดเผยภาพสีของหมู่เทหวัตถุบนเอกภพที่ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ เพิ่มเติมอีก 4 ภาพด้วยกัน หลังปล่อยภาพกระจุกดาราจักร SMACS 0723 ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมทั่วโลกไปเมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน รวมทั้งหมดเป็น 5 ภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของแวดวงวิทยาศาสตร์ เพราะภาพที่ปล่อยออกมานี้เรียกได้ว่ามีความคมชัดมากที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกมา อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ที่เตรียมมอบข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการดาราศาสตร์ต่อไปในอนาคต

 

James Webb Space Telescope

 

  1. SMACS 0723: ภาพกระจุกดาราจักร SMACS 0723 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Webb’s First Deep Field เป็นภาพสีที่มีความคมชัดสูงซึ่ง NASA เลือกปล่อยออกมาให้สาธารณชนได้ยลโฉมกันเป็นภาพแรก เผยให้เห็นสีสันอันงดงามของหมู่กาแล็กซีนับพันซึ่งอยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 4,600 ล้านปีแสง

 

James Webb Space Telescope

 

  1. WASP-96 b: ภาพนี้เป็นการบันทึกสเปกตรัมของแสงที่มาจาก WASP-96 b ดาวเคราะห์ก๊าซขนาดใหญ่ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบกราฟ โดยสิ่งที่กล้องโทรทรรศน์เจมส์ เว็บบ์ ค้นพบคือ ชั้นบรรยากาศของดาวดวงดังกล่าวมีโมเลกุลของ ‘น้ำ’ อยู่ด้วย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกล้องที่สามารถวิเคราะห์สภาพบรรยากาศของดาวที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยปีแสงได้

 

James Webb Space Telescope

 

  1. Southern Ring Nebula: กล้องโทรทรรศน์เจมส์ เว็บบ์ บันทึกภาพของเนบิวลาดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากโลกออกไปราว 2,500 ปีแสง เผยให้เห็นเปลือกนอกซึ่งเป็นกลุ่มก้อนฝุ่นและก๊าซที่เคลื่อนตัวอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์ที่กำลังสิ้นอายุขัย 

 

James Webb Space Telescope

 

  1. Stephan’s Quintet: เป็นภาพของ 5 กาแล็กซีที่เคลื่อนตัวใกล้ชิดกัน โดยเป็นกลุ่มกาแล็กซีชนิด Compact Galaxy Group แรกที่โลกเคยค้นพบ อยู่ห่างออกไปจากโลกราว 290 ล้านปีแสงในทิศทางของกลุ่มดาวเปกาซัส โดยจากภาพเราจะสังเกตเห็นว่า 4 ใน 5 ของกาแล็กซีทั้งหมดนั้นถูกดึงดูดเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกันจากแรงโน้มถ่วงปริมาณมหาศาล ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะรวมตัวกันกลายเป็นกาแล็กซีขนาดยักษ์ในอนาคต

 

James Webb Space Telescope

 

  1. Carina Nebula: ภาพสุดท้ายที่ NASA เลือกมาปิดท้ายโชว์ เรียกได้ว่าตระการตาสมการรอคอย โดยเป็นภาพของพื้นที่ที่มีชื่อว่า NGC 3324 ในเนบิวลากระดูกงูเรือ (Carina Nebula) สถานที่ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์ อยู่ห่างออกไปราว 7,600 ปีแสง โดยเนบิวลากระดูกงูเรือเป็นหนึ่งในเนบิวลาที่มีขนาดใหญ่และสว่างมากที่สุดบนฟากฟ้า ขนาดที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากโลก ภาพที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์เจมส์ เว็บบ์นั้นดูงดงามและยิ่งใหญ่ราวกับหน้าผาที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวส่องระยิบ

 

อ้างอิง:

The post ชม 5 ภาพประวัติศาสตร์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>