หลุยส์ สก๊อตต์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/หลุยส์-สก๊อตต์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Nov 2022 05:20:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รากแก้ว หยั่งรากยังไม่ลึก จนแก่น (เรื่อง) ไม่แข็งแรง https://thestandard.co/the-root-thai-drama/ Tue, 08 Nov 2022 05:30:53 +0000 https://thestandard.co/?p=705702

มีประเด็นดราม่าตั้งแต่ประกาศสร้างสำหรับ รากแก้ว ละครหลั […]

The post รากแก้ว หยั่งรากยังไม่ลึก จนแก่น (เรื่อง) ไม่แข็งแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีประเด็นดราม่าตั้งแต่ประกาศสร้างสำหรับ รากแก้ว ละครหลังข่าวที่ว่าด้วยชีวิตของเลสเบี้ยนเรื่องแรกของไทย จากการใช้คำว่า ‘วิปริตทางเพศ’ บรรยายความสัมพันธ์ตัวละครในบทคัดย่อของนิยาย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นปัจจัยให้ทีมผู้สร้างระมัดระวังเรื่องการนำเสนอมากเป็นพิเศษ ทำให้บทลดทอนเรื่องอคติทางเพศลง ในขณะเดียวกันการใส่สีสันให้ตัวละครรอบข้างหารเฉลี่ยความร้ายกาจของตัวละครหลักก็กลับทำให้แก่นของเรื่องไม่แข็งแรง

 

รากแก้ว เป็นบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน ที่คว้ารางวัลชมเชยจากการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2517 ว่าด้วยเรื่องขีวิตของ ทราย (เก้า-สุภัสสรา ธนชาต) เด็กสาววัย 19 ปี เธอเป็นลูกสาวของชาวจีนยากจนที่ครอบครัวผู้มั่งคั่งรับมาอุปการะ จนกระทั่งพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิต รังรอง (คริส หอวัง) พี่สาวบุญธรรมจึงกลายเป็นผู้ปกครองของเธอแต่เพียงผู้เดียว หากแต่ความรักที่รังรองมอบให้กลับไม่ใช่ในแบบพี่น้อง แต่เป็นไปในเชิงชู้สาว และพยายามควบคุมทรายทุกฝีก้าว ทำให้เธอประชดชีวิตกลายเป็นเด็กใจแตก เมื่อถูกบีบคั้นมากเข้า ทรายจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โชคดีที่เจอผู้ชายดีๆ อย่าง กิดา (หลุยส์ สก๊อตต์) แต่ก็น่าเสียดายที่เขามีภรรยาแล้วคือ ชารวี (โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม) สำหรับกิดา ทรายเป็นเหมือนความตื่นเต้นในชีวิต ที่เข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ภรรยาของเขาไม่มี ในขณะเดียวกัน ริบดิน (พีช-พชร จิราธิวัฒน์) ผู้ชายที่ทั้งหล่อ รวย และหลงรักทรายอย่างจริงจัง ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อจะได้แต่งงานกับทราย ทางออกของชีวิตเธอจะเป็นอย่างไร คือเรื่องราวที่ติดตามได้ในละคร 

 

 

 

ถ้าได้ลองอ่านบทประพันธ์ หรือได้ชมเวอร์ชันหนังในชื่อ พิศวาส เมื่อปี 2530 ก็พอจะเข้าใจว่าความหมายของรากแก้วคือรากฐานที่ทำให้ต้นไม้เติบโตแข็งแรง ก็เหมือนการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว หากทุกอย่างบิดเบี้ยวไปก็อาจทำให้ชีวิตคนนั้นๆ ไม่สมบูรณ์ อย่างเช่นชีวิตของทรายที่กลายเป็น ‘เด็กหลงทาง’ สับสนกับนิยามของความรักในแบบครอบครัวและเชิงชู้สาว ทำให้เธอแสดงออกด้วยการทำตัวเสเพล เอาแต่ใจตัวเอง โดยทั้งในเวอร์ชันนิยายและหนัง เราจะทั้งหมั่นไส้และสงสารทรายไปพร้อมๆ กัน แต่ในเวอร์ชันละคร การปรับบทให้ทรายรู้คิด และมีเหตุบางอย่างที่ต้องทนอยู่กับรังรอง กลับทำให้ประเด็นเรื่องรากฐานอันบิดเบี้ยวดูขาดน้ำหนักไป

 

ความจริงผู้เขียนไม่ติดกับเรื่องการปรับบทประพันธ์ เพราะมันก็มีอายุมาถึง 48 ปี จนบริบทสังคมก็เปลี่ยนไปแล้ว ดีเสียอีกที่ผู้จัดขยายความประสบการณ์เลวร้ายจากการแต่งงานของรังรอง ทำให้เธอต้องปกป้องคนที่รักนั่นก็คือทรายให้อยู่ห่างจากผู้ชาย รวมทั้งการมีความรัก ‘เท่าชีวิต’ เพราะทรายคือสายสัมพันธ์สุดท้ายหลังจากต้องตัดขาดจากพี่น้อง และเคยช่วยชีวิตของรังรอง ก็ทำให้การกักขังหน่วงเหนี่ยวทรายเอาไว้ดูมีเหตุมีผลขึ้นมาอีกนิด 

 

 

แต่ปัญหามาจากการปรับบทของทรายจาก ‘เด็กไร้ราก’ ตัดขาดจากครอบครัวเดิมอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นมีพ่อและน้องชายที่ยังต้องอาศัยใบบุญของรังรองอยู่ ทำให้ทรายต้องทนอยู่ต่อไป จากบทเด็กใจแตกหาดีแทบไม่ได้ ทรายกลับมีความเป็น ‘นางเอก’ ที่คนดูสงสารเพราะความเสียสละทำเพื่อครอบครัว มากกว่าสงสารเพราะเธอคือผู้ถูกกระทำ 

 

ภาพของทรายจึงกลายเป็นเด็กผู้หญิงดีๆ ที่ทำตัวประชดชีวิต ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเด็กสาวผู้อ่อนไหว ไร้เดียงสาขนาดที่แทบไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ โดยเกิดขึ้นจากการเลี้ยงดูแบบผิดๆ แต่การที่ทรายรู้คิดและมีความรับผิดชอบแบบนี้ นั่นแสดงว่า ‘รากแก้ว’ ที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลกระทบกับชีวิตเธอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

 

การออกแบบคาแรกเตอร์ของทรายยังทำให้บางจุดของละครขาดความสมเหตุสมผลไป อย่างเหล่าสาวใช้ที่เอือมระอากับพฤติกรรมทราย ทั้งๆ ที่เธอก็มีแง่มุมดีๆ และจากการเล่าเรื่องทรายก็น่าจะเพิ่งมาร้ายหลังจากที่พ่อบุญธรรมเสียชีวิต หรือการใช้คำพูดจาบจ้วงของริบดินตั้งแต่เจอกันครั้งแรกก็เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วทรายเองก็อยากท้าทาย เพราะเข้าใจว่านี่คือชีวิตอิสระ โดยไม่รู้ว่ามีอันตรายซ่อนอยู่ 

 

 

นอกจากตัวละครหลัก รากแก้ว เวอร์ชันละครยังปรับบุคลิกตัวละครรอบข้างไปด้วย อย่างเช่นบท ชารวี ที่ผู้เขียนเห็นด้วย เพราะในนิยายเธอคือสาวเรียบร้อยที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน แต่การเติมขิงเติมข่าให้ตัวละครร้ายลึก และต้องขับเคี่ยวกับ กัทลี (ออร์แกน-ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา) พี่สาวของกิดา กลับยิ่งแย่งความเด่น และทำให้ต้นเหตุของปัญหาคือทรายดูขาดน้ำหนักไป จริงอยู่ว่ามันช่วยเสริมในประเด็นที่ทางผู้จัดอยากพูดถึงความรักทั้งแบบผิดคนและผิดวิธี แต่สำหรับผู้เขียน มันแค่เพิ่มอรรถรสและแรงปะทะในละครให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

 

รากแก้ว ไม่ใช่นิยายชื่อดัง และคงไม่มีการสร้างใหม่บ่อยๆ เชื่อแน่ว่าเวอร์ชันของ CHANGE2561 จะกลายเป็นภาพจำของคอละครยุคใหม่ว่าเรื่องราวใน รากแก้ว เป็นอย่างไร ซึ่งทางผู้จัดก็ทำออกมาได้ไม่แย่ เพียงแต่ประเด็นหลักเรื่องเด็กหลงทางชีวิตจากการเลี้ยงดูผิดๆ ยังไม่หนักแน่นพอเท่านั้นเอง

The post รากแก้ว หยั่งรากยังไม่ลึก จนแก่น (เรื่อง) ไม่แข็งแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปังเจอปังก็พังพินาศ ว่าด้วยกรรมของผู้หญิงสุดปังในร้อยเล่ห์มารยา https://thestandard.co/karma-of-women-in-a-hundred-trickery/ Mon, 26 Oct 2020 09:20:23 +0000 https://thestandard.co/?p=412511 ร้อยเล่ห์มารยา ช่องสาม นักแสดง

ต้องบอกว่าปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับละคร ร้อยเล่ห […]

The post ปังเจอปังก็พังพินาศ ว่าด้วยกรรมของผู้หญิงสุดปังในร้อยเล่ห์มารยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้อยเล่ห์มารยา ช่องสาม นักแสดง

ต้องบอกว่าปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับละคร ร้อยเล่ห์มารยา ของช่อง 3 ที่ออกอากาศมาแล้ว 7 อีพี กวาดเรตติ้งในระดับ 4-6 จากทั่วประเทศ มีผู้ชมทางแพลตฟอร์มออนไลน์ในแต่ละอีพีมากกว่าครึ่งล้าน และติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทยแทบทุกวันที่ออกอากาศ แม้จะอยู่ในช่วงการเมืองร้อนแรง ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหม่หลังจากละครช่อง 3 ซบเซามานาน

 

ร้อยเล่ห์มารยา คือเรื่องราวของ พิชชา หรือเอม (เบลล่า-ราณี แคมเปน) เจ้าของบริษัทแม็กซ์ ออร์แกไนเซอร์ ที่ได้แต่งงานกับ ภมร หรือแม็กซ์ (หลุยส์ สก๊อตต์) ทายาทหมื่นล้านจอมเจ้าชู้แห่งพิริยะ กรุ๊ป โดยมีคุณแม่สามีคือ รัญญา (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้กุมอำนาจตัวจริงของพิริยะ กรุ๊ป คอยให้ท้ายเพื่อควบคุมทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ไว้ในกำมือ เอมตั้งใจจะฟ้องหย่า และแยกแม็กซ์ ออร์แกไนเซอร์ ออกจากพิริยะ กรุ๊ป โดยมี รามิล (โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) ทนายความผู้เป็นรักเก่าที่บ้านเกิดของเอมมาช่วยจัดการเรื่องแยกบริษัท ขณะที่ปัญหาทุกอย่างถาโถมเข้ามา นอกจากเอมจะต้องฟาดฟันกับบรรดาเมียน้อยของสามี ตติยา หรือนิ่ม (วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด) ลูกพี่ลูกน้องของเอมที่เบื้องหน้าทำตัวน่ารักก็แอบแทงข้างหลังไปมีความสัมพันธ์กับแม็กซ์เพื่อแก้แค้นด้วยความเข้าใจผิดว่าเธอคือน้องสาวต่างมารดาของเอม แต่ไม่ได้รับความรัก ความใส่ใจจากพ่อและครอบครัว ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องราวแสนแซ่บแบบพริก 10 เม็ดในร้อยเล่ห์มารยา

 

ภมร หรือแม็กซ์ รับบทโดย หลุยส์ สก๊อตต์ ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

ภมร หรือแม็กซ์ รับบทโดย หลุยส์ สก๊อตต์ ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

ลำพังแค่การจับคู่ระหว่าง โป๊ป-เบลล่า ก็มีฐานแฟนคลับมหาศาลพอจะขับเคลื่อนให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ยิ่งได้เค้าโครงเรื่องเผ็ดๆ จากชีวิตจริงของเพื่อนผู้จัด นก-จริยา แอนโฟเน่ เข้าไป ยิ่งทำให้ ร้อยเล่ห์มารยา เข้มข้นและจัดจ้านไม่ต่างจากอาหารร้านอาฟเตอร์ยำ ซึ่งหากตัดงานสร้างแบบละครออกไป คาแรกเตอร์ต่างๆ ในเรื่องก็คือคนที่พบเห็นได้ในชีวิตจริง และก็จงรู้ไว้เถอะว่าหลังบ้านไฮโซที่การแต่งงานต้องใช้มากกว่าความรัก แต่มีเรื่องเงินทอง เกียรติยศ และอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะเผ็ดร้อนประมาณนี้แหละ แค่ลดดีกรีลงมาสัก 30% เท่านั้นเอง

 

พิชชา หรือเอม รับบทโดย เบลล่า-ราณี แคมเปน และ รามิล รับบทโดย โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

สองตัวละครหลัก พิชชา หรือเอม รับบทโดย เบลล่า-ราณี แคมเปน และ รามิล รับบทโดย โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

หลังจากได้ดูมา 7 อีพี สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกได้คือตัวละครหญิงในเรื่องล้วนเป็นผู้หญิงที่มีมิติ และมีความ ‘ปัง’ ในแบบฉบับของตัวเอง แต่เมื่อความปังมาเจอปังก็ใช่ว่าจะจบสวยเสมอไป มันอาจกลายเป็นความวินาศสันตะโร ยิ่งกว่าการต่อสู้ของผู้ชายเสียด้วยซ้ำ

 

ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

เอม กรรมของผู้หญิงเก่ง

 

เอมคือสาวน้อยธิดาไร่ส้ม จิตใจดี ฉลาด มีความสามารถ จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นสะใภ้ไฮโซ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าจะเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นเธอจึงใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีผลักดันตัวเองขึ้นไปให้มีค่าคู่ควร โดยมีแม่สามีเป็นพี่เลี้ยงคอยสั่งสอน ในขณะที่สามียังคงย่ำอยู่กับที่ตามประสาหนุ่มหล่อบ้านรวย ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ จนในที่สุดก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาสามีอย่างเลี่ยงไม่ได้ และสุดท้ายกลายเป็นแบบแม่สามีตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

 

สิ่งที่เอมต้องแลกกับความสำเร็จก็คือตัวตนที่ร่วงหล่นไประหว่างทาง เธอกลายเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่ง ไม่ได้สดใสอ่อนหวานเหมือนเดิม สามีเองก็เริ่มหมดความมั่นใจในความเป็นผู้นำ และออกไปหาเศษหาเลยเพิ่มความมั่นใจด้วยการไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงสวยแต่โง่อย่าง ปานแก้ว (มิ้นท์-นวินดา เบอร์ต๊อดตี้)

 

ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

รัญญา อำนาจนิยมแบบ ‘ป้าๆ’ ตามประสาแม่สามี

 

ถ้าในโลกแห่งความจริงมีอำนาจนิยมแบบ ‘ลุงๆ’ ร้อยเล่ห์มารยา ก็มีอำนาจนิยมแบบ ‘ป้าๆ’ สะท้อนออกมาจากคาแรกเตอร์ของ รัญญา หญิงเก่งผู้กุมอำนาจสูงสุดเบื้องหลังพิริยะ กรุ๊ป ถ้าวิเคราะห์จากบทสนทนาต่างๆ ในเรื่อง ก็พอจะเดาได้ว่า รัญญาก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่จากผู้หญิงธรรมดาแต่งงานกับสามีรวย แต่ไม่ได้เรื่องและรวบอำนาจไว้ที่ตัวเองในที่สุด เธอเริ่มมองเห็นตัวเองในอดีตผ่านลูกสะใภ้ และจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

 

ส่วนในครอบครัวรัญญาก็ใช้ ‘สายตาล้มล้างความเป็นชาย’ ลดทอนความมั่นใจของสามีและลูกชาย ควบคุมความคิดการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ นับเป็นความย้อนแย้งเพราะเธอเองก็ต้องการลูกชายที่มีความเป็นผู้นำ ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยให้ลูกชายได้แก้ปัญหาด้วยตัวเองเลย ทางออกของทั้งสามีและลูกก็คือการออกไปมีผู้หญิงอื่นเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจที่ขาดหายไป จนกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วก็อ้างว่า ‘ผู้ชายที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ’

 

รัญญา รับบทโดย ดวงตา ตุงคะมณี ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

รัญญา รับบทโดย ดวงตา ตุงคะมณี ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

รัญญารู้อยู่แก่ใจว่าลูกชายไม่ได้เรื่องต่อให้ทั้งผลักทั้งดันถึงขั้นถีบ ลูกชายก็เป็นได้แค่นี้ การได้สะใภ้อย่างเอมเข้ามาถือว่าช่วยเติมเต็มสิ่งที่ลูกชายของเธอไม่มี แต่นานนับวันเอมกลับกลายเป็นภาพลักษณ์ของธุรกิจที่เธอสร้างมากับมือ ถ้าเป็นครอบครัวอื่นคงไม่มีปัญหา แต่ในสายตาของรัญญามองเอมเป็นคนที่ต่ำกว่าและเป็นคนนอกเสมอ ดังนั้นจึงทำทุกวิถีทางให้เอมยังอยู่ในความควบคุม อย่างการให้ท้ายลูกชายไปมีผู้หญิงอื่นด้วยระบบความคิดที่ว่า ‘ผู้ชายที่ไหนเขาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ’ ทั้งที่เธอก็รู้ว่านี่คือระบบความคิดพังๆ แต่ก็ยังคงสืบทอดระบบความคิดนี้ผ่านตัวลูกชายต่อไป

 

นิ่ม ‘มองตัวเองในกระจกพบว่า…อื้ม ก็แอบปัง’

 

ท่อนหนึ่งในเพลง สุดปัง ของ Milli น่าจะบอกความในใจของนิ่มได้ดี ก็ในเมื่อนิ่มเองก็เป็นคนสวย มีความสามารถ และเธอก็เชื่อว่าเป็นลูกสาวไร่ส้มเหมือนเอม แล้วทำไมคนพูดถึงแต่เอม นิ่มเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจและความร้ายกาจซ่อนอยู่ในบุคลิกหวานใสไม่โดดเด่น อย่าเพิ่งเทียบกับเอมเลย แค่เทียบในกลุ่มเพื่อนนางเอก คนดูก็มักจะเห็นนิ่มเป็นคนสุดท้ายอยู่เสมอ

 

จริงๆ แล้วตามแรกเตอร์แบบนิ่มเราคงได้เห็นกันมาบ้างในบทสายน้ำผึ้งใน สามีตีตรา หรืออย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือบทกันยาใน เมีย 2018 แต่บทนิ่มเพิ่มความโรคจิตเข้าไปอีก จากการแสดงออกที่เหมือนเป็นองครักษ์พิทักษ์พี่สาว แต่นั่นก็อาจเป็นความตั้งใจถนอมเหยื่อเอาไว้ เพื่อสักวันเธอนั่นแหละจะลงมือเชือดเหยื่อเสียเอง

 

ตติยา หรือนิ่ม รับบทโดย วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

เอม vs. รัญญา

 

นี่คือมวยถูกคู่ เพราะทั้งเอมและรัญญาคือผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานเหมือนกัน และเดินอยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน ส่วนที่ต่างก็คือพื้นฐานจิตใจที่เอมเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ขณะที่รัญญาแข็งนอกแต่ข้างในอำมหิต ซึ่งเห็นได้จากการตัดสินใจหลายๆ อย่างในเรื่อง

 

ความแข็งนอกอ่อนในของเอมเห็นได้จากการยอมใจอ่อนปิดตาข้างเดียว ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องสามีไปบ้าง ต่อให้ทะเลาะตบตีกับเมียน้อยมาขนาดไหน ในวันรุ่งขึ้นก็ยังขออัปรูปโชว์หวานเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทสมกับสโลแกน ‘ชีวิตสงบสุข เริ่มต้นที่ซีลีน’ โครงการบ้านจัดสรรของพิริยะ กรุ๊ป

 

ขณะที่รัญญาอยู่ในสังเวียนปราบเมียน้อยมาทั้งชีวิต มองแค่ปาดเดียวก็รู้ว่าใครมาอย่างไร และพร้อมจะตัดไฟแต่ต้นลม อย่างที่เราเห็นในฉากที่เธอเจอกับนิ่มก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา และเมื่อนิ่มบอกว่ากำลังท้องกับลูกชายของเธอ รัญญาก็พร้อมจะเอาเงินฟาดหัวให้นิ่มออกไปจากชีวิตครอบครัวของลูกชาย

 

ความสัมพันธ์ของคู่นี้เป็นไปในรูปแบบทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งริษยา ใจหนึ่งรัญญาก็ชื่นชมเอม และรู้ดีว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนจะทั้งสวย ทั้งเก่ง และทนลูกชายเธอได้เท่านี้อีกแล้ว แต่ก็ริษยาความสามารถเกินหน้าเกินตาลูกชายของเธอ และในวันที่เอม ‘กล้าหือ’ ก็ใช้ทุกวิถีทาง ไม่ว่าสะอาดหรือสกปรกกดเอมไว้ให้อยู่ในระบบของเธอต่อไป

 

เอม vs. นิ่ม

 

ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

ภาพจากละครเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

 

คู่มวยระหว่างคน ‘ปังจริง’ กับ ‘แอบปัง’ แล้วมาดังทีหลัง ต้องบอกว่าคู่นี้ฝ่ายหนึ่งแอบชกใต้เข็มขัด ไม่ใช่แค่ทำให้เจ็บ แต่มัน ‘จุก’ เพราะเกิดจากคนที่คิดว่ารักกัน คนเป็นพี่น้องกัน ถ้าแค่แย่งเป่าเทียนวันเกิดก็คงทึ้งหัวกันไปมาแล้วเรื่องก็จบ แต่นี่ถึงขั้นแย่งสามี มันเจ็บยิ่งกว่าเจ็บ

 

ผู้เขียนคิดว่าเอมไม่ใช่แค่รักนิ่ม แต่ยังสงสารเพราะตัวเองก็เห็นความเหลื่อมล้ำที่พ่อแม่และปู่ย่ามอบความรักให้นิ่มไม่เท่ากับตัวเอง ส่วนนิ่มเองในเมื่อมีความริษยาอยู่ในใจแล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรก็โฟกัสอยู่แค่จุดเดียวทั้งที่ตัวเองก็มีดีอยู่ไม่น้อย การปะทะกันของคู่นี้เรียกว่าเพิ่งเริ่มต้น เพราะ ร้อยเล่ห์มารยา เพิ่งออกอากาศมาแค่ 7 ตอน ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า สมรภูมิระหว่างนิ่มกับเอมจะร้อนแรงสูสีกับสมรภูมิทางการเมืองในตอนนี้หรือเปล่า  

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ปังเจอปังก็พังพินาศ ว่าด้วยกรรมของผู้หญิงสุดปังในร้อยเล่ห์มารยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 มีนาคม 2525 – วันเกิด หลุยส์ สก๊อตต์ ดูโอขี้เกรงใจแห่งยุค 90 เจ้าของท่า ‘โหนรถเมล์’ ที่ทุกคนพร้อมลุกขึ้นเต้นมาจนถึงตอนนี้ https://thestandard.co/onthisday04032525/ Wed, 04 Mar 2020 01:39:17 +0000 https://thestandard.co/?p=337759

“ไม่เอานะเกรงใจ ไม่ดีหรอกเกรงใจ ไม่เอานะเกรงใจ ยังไงก็เ […]

The post 4 มีนาคม 2525 – วันเกิด หลุยส์ สก๊อตต์ ดูโอขี้เกรงใจแห่งยุค 90 เจ้าของท่า ‘โหนรถเมล์’ ที่ทุกคนพร้อมลุกขึ้นเต้นมาจนถึงตอนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ไม่เอานะเกรงใจ ไม่ดีหรอกเกรงใจ ไม่เอานะเกรงใจ ยังไงก็เกรงใจ” 

 

ประโยคที่แค่อ่านเฉยๆ คงนึกไม่ออกว่าจะได้กลายเป็นหนึ่งในท่อนฮุกเพลง ‘เกรงใจ’ ที่ดังที่สุดในยุค 90 ที่ขับร้องและชวนทุกคนโยกไปตามจังหวะด้วยท่าเต้น ‘โหนรถเมล์’ ของวง Raptor ศิลปินดูโอที่หนึ่งในสมาชิกเป็นหนุ่มลูกครึ่งผมยาวที่ชื่อ หลุยส์ สก๊อตต์ 

 

หลุยส์ สก๊อตต์ เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2525 เป็นลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ เกิดที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ก่อนที่กลับมาเติบโตที่ประเทศไทย และเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกตั้งแต่อายุ 7 ปี จากการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโฆษณาลูกอมยี่ห้อหนึ่ง และเริ่มได้รับงานแสดงบทสมทบเล็กๆ ในภาพยนตร์เรื่อง โตแล้วต้องโต๋ (2535) ตอนอายุ 10 ปี และมีงานโฆษณาตามมาอย่างต่อเนื่อง 

 

ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นและการเป็นลูกครึ่งที่กำลังเป็น ‘พิมพ์นิยม’ ของวงการบันเทิงในขณะนั้น ทำให้มีแมวมองจากค่าย RS เรียกเข้าไปแสดงความสามารถด้านการร้องและเต้น พร้อมกับ จอนนี่ อันวา ที่ต่อมาได้ฟอร์มทีมขึ้นมาเป็น Raptor วงดูโอรุ่นเยาว์ที่เปิดตัวในปี 2537 และกลายเป็นหนึ่งในศิลปิน ‘ไอคอน’ แห่งยุค 90 ทันที 

 

ทั้งหลุยส์และจอนนี่พาวง Raptor ไดโนเสาร์ตัวเล็กแต่จี๊ดจ๊าด สร้างเพลงฮิตระดับปรากฏการณ์ออกมามากมาย เช่น ซูเปอร์ฮีโร่, ต้องยกให้, คำว่าเพื่อน, อย่าพูดเลย, คิดถึงเธอ, ไม่แคร์, แรงบันดาลใจ รวมทั้งเพลง ‘เกรงใจ’ กับท่าเต้นสุดฮอตที่ยังมีคนพร้อมลุกขึ้นไป ‘โหนรถเมล์’ ทุกครั้งที่เพลงนี้ดังขึ้นมา 

 

หลังออกอัลบั้มสุดท้ายในปี 2541 สมาชิกเพื่อนซี้ทั้งสองคนได้แยกย้ายเพื่อเดินหน้าเรื่องการศึกษาหลังจากที่ทุ่มเทให้กับการทำงานมาตั้งแต่เด็ก เมื่อหลุยส์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น นิวแฮมป์เชียร์ ก็เดินทางกลับมาที่ประเทศไทย และเบนเข็มสู่อาชีพนักแสดงเต็มตัว 

 

ชื่อของหลุยส์ในฐานะนักแสดงเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นจากความสามารถที่หลากหลาย แสดงได้ทั้งบทพระเอก พระรอง ไปจนถึงตัวร้ายในละครดังหลายเรื่อง เช่น สวรรค์เบี่ยง (2551), หวานใจกับนายจอมหยิ่ง (2553), ดอกส้มสีทอง (2554), ท่านชายในสายหมอก (2555), พ่อไก่แจ้ (2557), พ่อครัวหัวป่าก์ (2560), เพลิงบุญ (2560) ฯลฯ 

 

โดยเฉพาะการรับบทเป็น เจ้าพระยาวิชเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน ใน บุพเพสันนิวาส ละครระดับปรากฏการณ์ในปี 2561 ที่ยืนยันการเป็นนักแสดงคุณภาพของเขาได้ดีที่สุด 

 

รวมทั้งงาน Raptor Evolution 25 ปี ไม่มีเกรงใจ คอนเสิร์ตใหญ่ที่ยังมีแฟนๆ จากยุค 90s เข้าไปร่วมย้อนบรรยากาศแห่งความสนุก และลุกขึ้นมาเต้นท่า ‘โหนรถเมล์’ กันอย่างเต็มที่ราวกับได้กลับไปอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ 

 

The post 4 มีนาคม 2525 – วันเกิด หลุยส์ สก๊อตต์ ดูโอขี้เกรงใจแห่งยุค 90 เจ้าของท่า ‘โหนรถเมล์’ ที่ทุกคนพร้อมลุกขึ้นเต้นมาจนถึงตอนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อ ‘บุพเพสันนิวาส’ นำพาทั้งกระแสโซเชียลและเม็ดเงินให้มาบรรจบกัน https://thestandard.co/buppae-sunniwas-thai-drama/ https://thestandard.co/buppae-sunniwas-thai-drama/#respond Tue, 27 Feb 2018 12:30:52 +0000 https://thestandard.co/?p=73651

  บุพเพสันนิวาส เปิดตัวมาแค่ 2 ตอนก็ส่อแววว่าจะต้อ […]

The post เมื่อ ‘บุพเพสันนิวาส’ นำพาทั้งกระแสโซเชียลและเม็ดเงินให้มาบรรจบกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

บุพเพสันนิวาส เปิดตัวมาแค่ 2 ตอนก็ส่อแววว่าจะต้องปัง ปัง ปัง และเป็นละครที่จะมาช่วยแก้วิกฤตให้กับวิกพระราม 4 ในยุคที่ตัวเลขดิ่งวูบทั้งเรตติ้งและกำไรจากการบริหารงาน

 

ละครพีเรียด บุพเพสันนิวาส เป็นบทประพันธ์ของ รอมแพง เล่าเรื่องราวของ เกศสุรางค์ นักโบราณคดีสาวร่างอ้วนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตขณะเดินทางกลับจากทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วิญญาณของเธอได้พบกับวิญญาณของแม่หญิงการะเกดที่ถูกมนต์กฤษณะกาลีเล่นงานจนเสียชีวิตเพราะความอิจฉาริษยา หลังรู้ตัวว่าตายไปแล้วและต้องไปชดใช้กรรม การะเกดสำนึกผิด ขอร้องให้เกศสุรางค์เข้าอยู่ในร่างของตน และย้อนกลับไปในรัชสมัยที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงครองราชย์เพื่อแก้ไขความผิดที่เคยทำเอาไว้ พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตนก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เคยสร้างคุณงามความดีเช่นกัน


เกศสุรางค์ตัดสินใจทำตามคำร้องขอ เมื่อสาวอ้วน เฉิ่ม เชยอย่างเธอได้เข้าไปอยู่ในร่างของการะเกด หญิงสาวที่มีความงามเป็นที่เลื่องลือ และยังได้รู้อีกว่าเธอมีคู่หมายเป็นข้าราชการหนุ่มรูปงามอย่าง หมื่นสุนทรเทวา ซึ่งสุดแสนจะเกลียดเธอเข้าไส้ เรื่องราวเลยโกลาหลไปกันใหญ่ เพราะการะเกดคนเดิมกับการะเกดคนใหม่นั้นมีนิสัยที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ในเมื่อบุพเพได้นำพาพวกเขามาพบกันแล้วก็คงไม่แคล้วคลาดกัน แต่จะลงเอยได้อย่างไรก็สุดแท้แต่โชคชะตาและบุญที่ได้ร่วมสร้างกันมา

 


แม้พล็อตข้ามภพข้ามชาติของ บุพเพสันนิวาส จะไม่ได้แปลกใหม่ในหมู่คนดูละครไทย แต่การที่ผู้ประพันธ์บิดเรื่องให้นางเอกข้ามภพมาเป็นนางร้ายประจำกรุง ผสมเอาความโรแมนติกคอเมดี้ไปรวมกับประวัติศาสตร์ก็ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ จนเมื่อออกอากาศไปแล้วก็ทำให้คอละครติดอกติดใจ เพราะนอกจากจะดำเนินเรื่องได้กระชับแล้ว การกำกับและโปรดักชันก็ออกมาสวยงามชวนติดตามอย่างใจจดใจจ่อ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเล่นใหญ่แบบไม่ห่วงสวยของเบลล่า ราณี ชนิดที่เรียกว่าจ้างร้อยเล่นล้านก็สร้างปรากฏการณ์ ‘การะเกดร้อยมีม’ ทั้งภาพ ทั้งไฟล์ GIF หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ‘ดุ๊กดิ๊ก’ ก็ระบาดทั่วโลกโซเชียลในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะซีนเบ้ปากแรงเลียนแบบนางร้ายในตำนานอย่างกิ๊ก สุวัจนี ที่เชื่อว่าชาวเน็ตแทบทุกคน ถ้าเลื่อนฟีดบนไทม์ไลน์ต่างๆ ก็จะพบเจอภาพนี้แน่นอน นี่ขนาดผ่านไปเพียงแค่ 2 ตอนยังมาเป็นร้อยมีม ถ้าออกอากาศจนจบ เผลอๆ อาจจะได้มีมขำๆ ฮาๆ ให้ได้มาแชร์กันรวมแล้วเป็นพัน

 

 

โดยปกติแล้ว มีม (meme) คือพฤติกรรม คำพูด การกระทำที่คนคนหนึ่งทำขึ้นมาแล้วเกิดการเลียนแบบแพร่ผ่านไปทางสื่ออย่างรวดเร็วจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ซึ่งอาจจะเป็นทั้งในรูปแบบคำพูด ภาพ คลิปวิดีโอ โดยมีมที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องโซเชียลชาวไทยส่วนใหญ่จะมาจากละครหรือรายการโทรทัศน์ เช่น The Face Thailand, ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ หรือคำพูดของคนดังที่ถูกนำมาดัดแปลง เช่น มันก็จะ…หน่อยๆ, แบบนี้ก็ได้เหรอ, ที่บ้านไม่ซีเรียสเรื่องมารยาท, มีความ…, แม่ก็คือแม่, ดีต่อใจ, ได้หมดถ้าสดชื่น, ขับวนไปค่ะ ฯลฯ

 

 

แต่นาทีนี้ มีมที่มาแรงที่สุดก็คงต้องยกให้กับสีหน้าท่าทางของแม่การะเกดในละคร บุพเพสันนิวาส ขุ่นแม่ลูกเกด เจ้าแม่มีมบนโลกออนไลน์จาก The Face Thailand อาจจะต้องมองค้อนและอยากทุบ ทุบ ทุบ! เพราะโดนขโมยซีนบนไทม์ไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ไปอย่างราบคาบ ชาวเน็ตต่างติดอกติดใจนำภาพแม่การะเกดไปใส่คำพูดต่างๆ นานาเพื่อแสดงความรู้สึก ซึ่งการใช้ศัพท์สมัยใหม่ให้ปรากฏคู่กับตัวละครในยุคเก่านั้นเป็นความย้อนแย้งที่เพิ่มอรรถรสด้านความตลกขบขันได้มากกว่าเดิม

 

ซึ่งความวายป่วงของแม่การะเกดก็ปลุกเรตติ้งละครช่อง 3 ให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง เพราะเพียงแค่ออกอากาศตอนแรกก็ฟาดเรตติ้งทั่วไทยไป 3.4 กรุงเทพฯ 5.8 วันต่อมาเรตติ้งก็พุ่งทะยานไปอยู่ที่ทั่วไทย 4.8 กรุงเทพฯ 7.5

 

 

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการทำละครในยุคปัจจุบันนี้ ถ้าจะให้ปัง ผู้จัดต้องให้ความสำคัญกับรีแอ็กชันบนโลกออนไลน์ด้วย เพราะผู้ชมในยุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปีที่มีพฤติกรรมแบบมัลติสกรีน คือไม่ได้ดูละครผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์อย่างเดียวแบบสมัยก่อน แต่เลือกที่จะดูสดหรือดูย้อนหลังทางแพลตฟอร์มต่างๆ และชอบที่จะดูไปด้วยแสดงความคิดเห็นไปด้วยแบบสดๆ เหมือนได้นั่งดูกับเพื่อนๆ ยิ่งถ้ามีประโยคโดนใจ ภาพขำๆ พร้อมติดแฮชแท็กเดียวกันก็จะช่วยส่งให้ผู้คนพูดถึงกันแบบปากต่อปากเหมือนที่ผู้ชมหลายคนคอมเมนต์ว่ากลับมาดูละครไทยในรอบหลายปี เพราะเห็นกระแสจากมีมที่ถูกแชร์บนฟีด รวมไปถึงคำชมมากมายที่ถาโถมเข้ามาจากหลายช่องทาง

 

นั่นยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า แม้ละครจะสนุกแค่ไหน เรตติ้งสูงเสียดฟ้าเท่าไร แต่ถ้าไม่เป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ก็ยากที่จะทำให้สถานี ผู้จัด ดารา มีกระแสเป็นที่รู้จัก ซึ่งโซเชียลมีเดียคือช่องทางลัดชั้นดี ราคาถูก ว่องไว ที่จะทำให้ละครหรือรายการฮอตฮิตขึ้นมาได้โดยมีตัวเลขเป็นตัวชี้วัดแบบเรียลไทม์ ขอเพียงแค่รู้จักเลือกหยิบภาพ คลิป และคำพูดโดนๆ ออกมาแล้วตีโจทย์ให้แตก ก็ง่ายที่ผู้ชมจะช่วยกันผลักดันให้ผลงานนั้นๆ ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

 

 

กระแสความแรงของละคร บุพเพสันนิวาส บนโลกออนไลน์ นอกจากจะช่วยดึงเม็ดเงินโฆษณากลับคืนสู่สถานีแล้ว ยังทำให้แอปพลิเคชันดูละครและรายการย้อนหลังอย่าง Mello ที่ช่อง 3 กำลังปลุกปั้นอย่างหนักหน่วงนั้นเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว โดยวัดจากยอดการเข้าชม (ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561) อีพีแรกนั้นมีคนดูรวมกันแล้วทะลุล้านวิวแบบสบายๆ ไม่ต้องหว่านเงินมหาศาลเพื่อเรียกให้ผู้ชมเข้าไปใช้บริการ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

 

 

และอานิสงส์นี้ยังเผื่อแผ่ไปถึงบรรดาผู้ประกอบการและเจ้าของสินค้าต่างๆ ที่เกาะกระแสความการะเกดไทอินสินค้าผ่านโซเชียลกันอย่างสนุก ทั้งยาลดกรดในกระเพาะอาหาร หรือลิปสติกสีต่างๆ ซึ่งถ้าหากมาขายกันตรงๆ แบบที่ทำกันทั่วไปก็คงไม่มีใครสนใจ แถมยังจะรำคาญใจที่ได้เห็นโฆษณา แต่พอจับมารวมกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผู้คนจำนวนมากพร้อมใจที่จะกดไลก์ กดแชร์ เพราะความขำ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่านี่คือโฆษณา

 

 

แสดงให้เห็นว่าพลังของโซเชียลนั้นมีมหาศาล ถ้าผู้จัดไม่ได้มองการทำละครเพียงแค่ในแง่ของศิลปะ แต่รู้จักใส่การตลาดเข้าไป และเข้าถึงหัวใจคนดูในยุคนี้ที่ชื่นชอบที่จะดูด้วย แชตด้วย ขอแค่จับทางให้ถูก โอกาสที่จะกอบโกยทั้งเสียงชื่นชม กระแส เม็ดเงินจากโฆษณาก็ไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่ว่าจะมองเห็นโอกาสหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง

 

The post เมื่อ ‘บุพเพสันนิวาส’ นำพาทั้งกระแสโซเชียลและเม็ดเงินให้มาบรรจบกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/buppae-sunniwas-thai-drama/feed/ 0