หยวน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/หยวน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 19 Feb 2026 08:05:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 IMF เตือนจีน ผลิตล้น-ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย แนะเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ https://thestandard.co/imf-china-overproduction-exports-warning/ Thu, 19 Feb 2026 08:05:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1180003 โลโก้ IMF และธงชาติจีน พร้อมข้อความเตือนจีนเรื่องผลิตล้น ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย

IMF เตือนนโยบายหนุนการผลิต-ส่งเสริมการส่งออกของจีน สร้า […]

The post IMF เตือนจีน ผลิตล้น-ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย แนะเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ IMF และธงชาติจีน พร้อมข้อความเตือนจีนเรื่องผลิตล้น ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย

IMF เตือนนโยบายหนุนการผลิต-ส่งเสริมการส่งออกของจีน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ แนะรัฐบาลจีนเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ออกมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น สู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ

 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของจีนอย่างเผ็ดร้อนผ่านรายงาน Article IV Consultation ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจชุดปัจจุบันของจีนกำลังก่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลืองในประเทศ และสร้างความเสียหายต่อประเทศอื่นๆ พร้อมแนะให้รัฐบาลจีนเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ‘สู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ’

 

นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงของจีน ซึ่ง ‘ส่งผลกระทบเชิงลบต่อประเทศคู่ค้า’ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลของการส่งออกที่ได้รับแรงหนุนจาก ‘การอ่อนค่าที่แท้จริงของสกุลเงินหยวน’ เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อ

 

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของ IMF ที่มีต่อนโยบายเศรษฐกิจของจีน ยังสอดคล้องกับข้อวิจารณ์ของสหรัฐฯ ในหลายรัฐบาล และประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ รวมถึงคำเตือนเรื่องผลกระทบเชิงลบต่อประเทศคู่ค้าของจีน ยังมีทิศทางเดียวกันกับการประเมินเมื่อเดือนพฤศจิกายนของนักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs อีกด้วย

 

ด้าน Zhengxin Zhang ผู้แทนจีนในคณะกรรมการบริหารของ IMF ได้ออกมาแย้งคำวิจารณ์ดังกล่าว ผ่านแถลงการณ์แยกอีกฉบับว่า การส่งออกของจีนที่เติบโตอย่างมากในปี 2025 ‘ถูกขับเคลื่อนจากขีดความสามารถทางการแข่งขันและนวัตกรรมเป็นหลัก’ ควบคู่การเร่งส่งออก (front-loading) ซึ่งเป็นผลของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารของ IMF โดยรวมยังคงเรียกร้องให้จีนเปลี่ยนกรอบนโยบายครั้งใหญ่ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่สภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC) จะมีการประชุมประจำปี ซึ่งจะมีการประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจประจำปี 2026 ในงานประชุมดังกล่าว และยังเป็นคำเตือนท่ามกลางเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของจีนอีกด้วย

 

คณะกรรมการบริหารของ IMF ระบุว่า การปรับโมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของจีน จำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมและนโยบายเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ’ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งดำเนินมาตรการตอบสนองที่ ‘ครอบคลุมและเข้มข้นมากขึ้น โดยเพิ่มการสนับสนุนผ่านนโยบายเศรษฐกิจมหภาคควบคู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

 

IMF ยังเสนอให้จีนใช้ ‘มาตรการแบบผ่อนคลายมากขึ้น’ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการคลัง โดยระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นฟูมากขึ้น หากรัฐบาลกลางสามารถจัดสรรงบประมาณมาแก้ปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาค้างการก่อสร้างอยู่ได้

 

ทั้งนี้ IMF ประเมินว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนจะชะลอลงสู่ระดับ 4.5% ในปีนี้ หลังจากที่ขยายตัว 5% ในปี 2025 ตามเป้าหมายทางการของรัฐบาลจีน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากคาดว่า จีนจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตปี 2026 ในกรอบ 4.5-5%

 

IMF ชี้ ‘ความไม่สมดุล’

 

รายงานประจำปีของ IMF ใช้คำว่า ‘ความไม่สมดุลภายนอก (external imbalances)’ มากกว่า 10 ครั้ง เทียบกับรายงานฉบับปี 2024 ที่ไม่ได้กล่าวถึงคำดังกล่าวเลย โดย IMF ประเมินว่า จีนเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 3.3% ของ GDP ในปีที่ผ่านมา สูงกว่าระดับ 1.5% ที่เคยคาดไว้ในรายงานปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว ด้าน Zhengxin Zhang ผู้แทนจีน ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าว ‘ดูเหมือนจะสูงเกินไป’

 

อย่างไรก็ดี จากการคำนวณของ Bloomberg โดยอิงตามข้อมูลเบื้องต้นที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน พบว่า จีนอาจเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 3.7% ของ GDP ในปีที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากดุลการค้าที่เกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs คาดการณ์ว่า จีนอาจเกินดุลเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะ 1% ของ GDP โลก ในอีกสามปี ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดของประเทศใดก็ตามเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

 

อย่างไรก็ตาม IMF คาดว่า การค้าที่เกินดุลจะค่อยๆ แคบลงในระยะกลาง สู่ระดับ 2.2% ของ GDP จีนในปี 2030 แม้ยังคงสูงกว่าระดับ ‘ปกติ’ ที่ประเมินไว้ราว 0.9% อย่างมีนัยสำคัญ

 

ไม่เพียงเท่านี้ IMF ยังชี้ว่า การอ่อนค่าของเงินหยวน เมื่อวัดในรูปอัตราแลกเปลี่ยนถ่วงน้ำหนักการค้าและปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้ว ส่งผลให้สินค้าจีนได้เปรียบด้านราคาบนเวทีโลก ขณะที่การนำเข้าซบเซาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแรง โดย IMF ประเมินว่า เงินหยวนมีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานราว 16% ภายในกรอบประเมิน 12.1% ถึง 20.7%

 

นโยบายที่สูญเปล่า

 

คณะกรรมการบริหารของ IMF เรียกร้องให้จีนเพิ่ม ‘ความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน’ ขณะที่ฝ่ายจีนยืนยันว่า นโยบายค่าเงินของจีนมีความชัดเจนและสม่ำเสมออยู่แล้ว โดยอิงให้กลไกตลาดเป็นตัว ‘ชี้ขาด’

 

จีนยังไม่เห็นด้วยกับการประเมินของเจ้าหน้าที่ IMF เกี่ยวกับขนาดและความสิ้นเปลืองของนโยบายอุตสาหกรรมเช่นกัน ซึ่ง IMF คำนวณว่า ต้นทุนทางการคลังของมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายคิดเป็นราว 4% ของ GDP ณ ปี 2023

 

ทั้งนี้ แม้การเปรียบเทียบระหว่างประเทศทำได้ยาก แต่ IMF ชี้ว่า เงินอุดหนุนภาครัฐของสหภาพยุโรปในปี 2022 อยู่ที่ราว 1.5% ของ GDP ซึ่งต่ำกว่ากว่าจีนครึ่งหนึ่ง

 

เจ้าหน้าที่ IMF ประเมินว่า การลดมาตรการอุตสาหกรรมที่ ‘ไม่จำเป็น’ ลงราว 2% ของ GDP ในระยะกลาง จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดการจัดสรรทรัพยากรที่บิดเบือน และลดภาระทางการคลัง

 

รายงานของ IMF ยังชี้ว่า เกือบหนึ่งในสามของการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีที่แล้วมาจากการส่งออกสุทธิ ความพึ่งพาดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเรื่องกำลังการผลิตที่ล้นเกิน (Overcapacity) ซึ่งท้ายที่สุดอาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าดำเนินมาตรการทางการค้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกของจีน

 

IMF ยังแสดงความกังวลต่อการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับราคาในจีน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ โดยคำว่า ‘เงินฝืด’ หรือ ‘แรงกดดันเงินฝืด’ ปรากฏมากกว่า 60 ครั้งในรายงาน

 

“หลักฐานเชิงประจักษ์ชี้ว่า แรงกดดันเงินฝืดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอตัวของอุปสงค์ โดยเฉพาะจากการปรับฐานอย่างต่อเนื่องของภาคอสังหาริมทรัพย์” IMF ระบุพร้อมย้ำว่า ภาระหนี้จำนวนมากของรัฐบาลท้องถิ่นยังจำกัดความสามารถในการกระตุ้นอุปสงค์เพิ่มเติมอีกด้วย

 

IMF ประเมินว่า หนี้ภาครัฐของจีนจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปในปี 2025 จนแตะเกือบ 127% ของ GDP หรือเพิ่มขึ้นราว 10 จุดร้อยละจากปี 2024 และมีแนวโน้มขยับขึ้นมากกว่า 135% ในปีนี้ ก่อนจะปรับเพิ่มต่อเนื่องไปจนถึงปี 2034

 

อ้างอิง:

 

The post IMF เตือนจีน ผลิตล้น-ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย แนะเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่านแนวคิดเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ฉบับ ‘ศุภจี’ ไม่ใช่ดอลลาร์ หรือ หยวน แต่คือ ‘Trust’ https://thestandard.co/suphajee-new-global-trade-trust/ Fri, 23 Jan 2026 10:34:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1168705 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับแนวคิด Trust ในการเจรจาการค้าโลกยุคใหม่

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับ ‘ดาวอส’ 2026 ที่จัดขึ้นภายใต้ธีม A […]

The post อ่านแนวคิดเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ฉบับ ‘ศุภจี’ ไม่ใช่ดอลลาร์ หรือ หยวน แต่คือ ‘Trust’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับแนวคิด Trust ในการเจรจาการค้าโลกยุคใหม่

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับ ‘ดาวอส’ 2026 ที่จัดขึ้นภายใต้ธีม A Spirit of Dialogue ไฮไลต์ปีนี้กลายเป็นเวทีสำคัญในการเจรจานอกกรอบ ‘การทูต’ แบบเดิม และยิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อ นักธุรกิจ ผู้นำระดับโลก อย่างโดนัล ทรัมป์ อีลอน มัสก์ ปรากฏตัวในงาน ท่ามกลาง Geopolitics

 

โดยศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หนึ่งในคณะทีมไทยแลนด์ ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD บางตอนอย่างน่าสนใจ ว่า ณ วันนี้ ‘ไทย’ ไม่ตกขบวน มีจุดแข็ง แต้มต่อหลายด้าน แต่ต้องทำการบ้านต่อ หาทางให้เจอ จับพาร์ตเนอร์ให้ได้ ที่สำคัญ การเจรจายุคนี้ ‘ไม่ใช่แค่ซื้อขายกันตรงๆ’

 

แต่ต้องคุยว่าเราจะร่วมมือกันต่อยอดซัพพลายเชน ไปตีตลาดอื่นอย่างไร ในประเทศต่างๆ น่านน้ำใหม่ๆ คีย์เวิร์ดที่ชัดคือ ไทยต้อง มองหา partner ที่เชื่อถือได้ เพื่อมองผลประโยชน์ร่วม (Joint Benefit)

 

ฉะนั้น การเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ Currency ของโลกการค้าใหม่ ไม่ใช่เงินตรา USD ไม่ใช่ หยวน แต่คือ ‘Trust’

 

งานดาวอสปีนี้ จึงเป็นพื้นที่ที่หลายประเทศใช้คุยแบบทั้ง Bilateral และ Multilateral เพื่อ ‘สร้างความไว้ใจ’ และหา‘พันธมิตร’ ท่ามกลางระเบียบโลกใหม่

 

 

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับแนวคิด Trust ในการเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ 1ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับแนวคิด Trust ในการเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ 2ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับแนวคิด Trust ในการเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ 3

The post อ่านแนวคิดเจรจาการค้าโลกยุคใหม่ฉบับ ‘ศุภจี’ ไม่ใช่ดอลลาร์ หรือ หยวน แต่คือ ‘Trust’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: หยวนทรุดหนัก ฟันด์โฟลวทิ้งจีนนิวไฮรอบ 8 ปี | Morning Wealth 20 ก.ย. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-20092023/ Wed, 20 Sep 2023 00:12:57 +0000 https://thestandard.co/?p=843585

จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี เดือนเดียวหาย […]

The post ชมคลิป: หยวนทรุดหนัก ฟันด์โฟลวทิ้งจีนนิวไฮรอบ 8 ปี | Morning Wealth 20 ก.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี เดือนเดียวหาย 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังมรสุมรุมเร้ากดดันหยวนอ่อนค่าต่อ รายละเอียดเป็นอย่างไร วิเคราะห์ ‘เก็บภาษีลงทุนนอก’ ต้องเตรียมรับมืออย่างไร

 

พูดคุยกับ ดร.สาธิต ผ่องธัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส Wealth Planning and Family Office and Wealth Platform ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: หยวนทรุดหนัก ฟันด์โฟลวทิ้งจีนนิวไฮรอบ 8 ปี | Morning Wealth 20 ก.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิเคราะห์เงินหยวน-เยน ทรุดอ่อนค่าหนัก กระทบเศรษฐกิจไทยแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-30082023-3/ Wed, 30 Aug 2023 07:44:33 +0000 https://thestandard.co/?p=835545

วิเคราะห์ค่าเงินหยวนและค่าเงินเยนทรุดตัวอ่อนค่าหนักจะกร […]

The post ชมคลิป: วิเคราะห์เงินหยวน-เยน ทรุดอ่อนค่าหนัก กระทบเศรษฐกิจไทยแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิเคราะห์ค่าเงินหยวนและค่าเงินเยนทรุดตัวอ่อนค่าหนักจะกระทบเศรษฐกิจไทยและมิติการลงทุนแค่ไหน พูดคุยกับ พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: วิเคราะห์เงินหยวน-เยน ทรุดอ่อนค่าหนัก กระทบเศรษฐกิจไทยแค่ไหน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: กองทุนยักษ์จ้องซื้อ ‘หยวน’ ชี้มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐาน | Morning Wealth 18 เมษายน 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-18042023/ Tue, 18 Apr 2023 01:12:49 +0000 https://thestandard.co/?p=777944

กูรูมอง ‘เงินหยวน’ มีโอกาสแข็งค่ากว่า 5% เหตุเศรษฐกิจจี […]

The post ชมคลิป: กองทุนยักษ์จ้องซื้อ ‘หยวน’ ชี้มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐาน | Morning Wealth 18 เมษายน 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

กูรูมอง ‘เงินหยวน’ มีโอกาสแข็งค่ากว่า 5% เหตุเศรษฐกิจจีนฟื้น-ดอลลาร์พีค ด้านผู้จัดการกองทุนเร่งช้อนสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

วัดพลัง ‘หยวน’ ท้าดวล ‘ดอลลาร์’ พร้อมจริงหรือไม่ ขึ้นแท่นค่าเงินเบอร์ 1 ของโลก พูดคุยกับ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

 

The post ชมคลิป: กองทุนยักษ์จ้องซื้อ ‘หยวน’ ชี้มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐาน | Morning Wealth 18 เมษายน 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กูรูมอง ‘หยวน’ มีโอกาสแข็งค่ากว่า 5% เหตุเศรษฐกิจจีนฟื้น-ดอลลาร์พีค ด้านผู้จัดการกองทุนเร่งช้อนสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ https://thestandard.co/yuan-may-rally-more-than-5-percent/ Mon, 17 Apr 2023 07:56:02 +0000 https://thestandard.co/?p=777727 เงินหยวน แข็งค่า

ตามรายงานจาก Pictet Asset Management บริษัทจัดการสินทรั […]

The post กูรูมอง ‘หยวน’ มีโอกาสแข็งค่ากว่า 5% เหตุเศรษฐกิจจีนฟื้น-ดอลลาร์พีค ด้านผู้จัดการกองทุนเร่งช้อนสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวน แข็งค่า

ตามรายงานจาก Pictet Asset Management บริษัทจัดการสินทรัพย์ในสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า เงินหยวนอาจแข็งค่าขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เนื่องจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่งขึ้น แนวโน้มการเลิกขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) และความเป็นไปได้ว่าดอลลาร์สหรัฐอาจแข็งค่าแตะระดับสูงสุดไปแล้ว

 

Sabrina Jacobs ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโออาวุโสกองทุนตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ของ Pictet กล่าวอีกว่า เงินหยวนอาจแข็งค่าแตะ 6.5 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account Surplus) ขนาดใหญ่ของจีน ใกล้เคียงกับประมาณการเงินหยวนของนักเศรษฐศาสตร์โดย Bloomberg ซึ่งมีค่ามัธยฐานที่ 6.7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

โดย Jacobs เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กองทุนของเธอจะซื้อเงินหยวนมากขึ้น หากหยวนอ่อนค่าแตะระดับ 7 หยวน 

  

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเงินหยวนที่ซื้อขายในประเทศจีน (Onshore Yuan) แข็งค่าขึ้นเพียง 0.3% นับว่าแข็งค่าน้อยกว่าสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ในเอเชีย โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักลงทุนต่างรอสัญญาณบ่งชี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน

 

ทั้งนี้ ทางการจีนมีกำหนดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสแรกของปีในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ข้อมูลในเดือนก่อนแสดงให้เห็นหลักฐานการเติบโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และการส่งออกที่สูงกว่าประมาณการ

 

ท่ามกลางความเป็นไปได้ว่า Fed ใกล้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และดอลลาร์สหรัฐใกล้แตะจุดสูงสุดแล้ว ขณะที่มูลค่าของสกุลเงินตลาดเกิดใหม่หลายสกุลยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Undervalued) อย่างมาก Jacobs กล่าวเสริมว่า กองทุนของเธอจึงเพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) พันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย และแอฟริกาใต้ เนื่องจากวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยของเศรษฐกิจเหล่านี้ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง: 

The post กูรูมอง ‘หยวน’ มีโอกาสแข็งค่ากว่า 5% เหตุเศรษฐกิจจีนฟื้น-ดอลลาร์พีค ด้านผู้จัดการกองทุนเร่งช้อนสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวน อ่อนค่าหนักแตะ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสร่วงลงอีก เหตุวิตกกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ https://thestandard.co/yuan-depreciates-241065/ Tue, 25 Oct 2022 02:52:37 +0000 https://thestandard.co/?p=699583 เงินหยวนอ่อนค่า

Bloomberg รายงานว่า ค่า เงินหยวน นอกประเทศจีนอ่อนค่าลงผ […]

The post เงินหยวน อ่อนค่าหนักแตะ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสร่วงลงอีก เหตุวิตกกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวนอ่อนค่า

Bloomberg รายงานว่า ค่า เงินหยวน นอกประเทศจีนอ่อนค่าลงผ่านระดับ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ หลังจากการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์และกระแสทุนไหลออกจากการเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

 

ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนลดลงมาอยู่ที่ 7.3098 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตลอดกาลนับตั้งแต่หน่วยเริ่มซื้อขายในปี 2010 เนื่องจากการต่ออำนาจของรัฐบาลประธานาธิบดีสีจิ้นผิง คือการยืนยันว่าจีนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย Zero-COVID แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ตาม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 ค่าเงินหยวนยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันให้ปรับตัวร่วงลงอีก เนื่องจากการที่ Fed เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย เสี่ยงทำให้ทุนไหลออกจากตลาดจีน บวกกับการที่ธนาคารกลางจีนประกาศยุติการตรึงค่าเงินหยวนอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ (24 ตุลาคม) ซึ่งถือเป็นสัญญาณหนุนค่าเงินหยวนให้อ่อนค่า

 

จากผลการสำรวจของ Bloomberg เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบว่า ผู้ค่าเงินหยวนประมาณ ครึ่งหนึ่งที่เข้าร่วมตอบแบบสอบถามคาดการณ์ว่า ค่าเงินหยวนปีนี้มีสิทธิอ่อนค่าแตะระดับ 7.4 หรือ 7.5 หยวนต่อดอลลาร์ ขณะที่ประมาณ 10% มองว่าเงินหยวนมีโอกาสแตะ 7.25 หยวนต่อดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนในตลาดนอกประเทศจีนถือเป็นสกุลเงินที่มีผลงานแย่ที่สุดในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเอเชียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) ขณะที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนก็ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี 

 

วันเดียวกัน กรมศุลกากรจีนเปิดเผยข้อมูลการส่งออกของประเทศประจำเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า การค้าต่างประเทศของจีนขยายตัว 8.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งของจีน แม้จะเผชิญกับปัจจัยท้าทายต่างๆ ท่ามกลางอุปสงค์ในต่างประเทศที่อ่อนตัวลงอันเนื่องมาจากภาวะถดถอยทั่วโลก และความท้าทายภายในประเทศจากการฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด และนโยบาย Zero-COVID

 

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชาวจีนตั้งข้อสังเกตว่า การฟื้นตัวของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกจะสร้างความมั่นใจให้กับโลกในช่วงเวลาที่ปั่นป่วนในปัจจุบัน แต่ก็เตือนให้จีนเตรียมพร้อมเผชิญกับภาวะแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 ที่อาจก่อให้เกิดความท้าทายมากขึ้นต่อการส่งออกของประเทศ 

 

รายงานของกรมศุลกากรจีนระบุว่า การค้ารวมของจีนมีมูลค่า 3.81 ล้านล้านหยวนในเดือนกันยายน โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 10.7% ที่ 2.19 ล้านล้านหยวน และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 5.2% ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น 29.9% อยู่ที่ 573,570 ล้านหยวน 

 

ในกรณีที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ มูลค่าการค้าจีนเพิ่มขึ้น 3.4% โดยการนำเข้าเติบโต 0.3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนสิงหาคม และการส่งออกเพิ่มขึ้น 5.7% ลดลงจากการเติบโต 7% ในเดือนสิงหาคม

 

Bai Ming รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยตลาดระหว่างประเทศ สถาบันการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของจีน กล่าวว่า การเติบโตของการส่งออกที่ชะลอตัวสะท้อนผลกระทบของอุปสงค์ที่ลดลงในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในขณะที่อัตราการนำเข้าที่สม่ำเสมอบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศค่อนข้างคงที่ โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล กระนั้น การส่งออกก็ยังถูกจำกัดเพราะมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ 

 

ในมุมมองของ Bai Ming สถานการณ์การค้าต่างประเทศของจีนโดยรวมยังคงทรงตัวในช่วง 9 เดือนแรกของปี แม้ว่าอัตราการเติบโตจะเห็นสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมภายนอกที่ซับซ้อน

 

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี มูลค่าการค้าทั้งหมดของจีนปรับตัวแตะระดับ 31.11 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากปีก่อนหน้า โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 13.8% สู่ระดับ 17.67 ล้านล้านหยวน ขณะที่การนำเข้ารวม 13.44 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.2% และยอดเกินดุลการค้าแตะ 4.23 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 53.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี

 

ในด้านผลิตภัณฑ์ การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องกลและไฟฟ้ามีมูลค่ารวม 10.04 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10% คิดเป็นสัดส่วน 56.8% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่การส่งออกยานยนต์แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยเพิ่มขึ้น 67.1% สู่ระดับ 259,840 ล้านหยวน และการส่งออกโทรศัพท์มือถือ วงจรรวม และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ยังคงเติบโตในระดับสูง

 

Tian Yun อดีตรองผู้อำนวยการ Beijing Economic Operation Association กล่าวว่า จีนกำลังดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของตนอย่างต่อเนื่อง และการส่งออกไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ราคาถูกที่มีอัตรากำไรต่ำอีกต่อไป

 

Tian ระบุว่า ข้อมูลที่ออกใหม่ยังสะท้อนว่าโมเมนตัมของการอัปเกรดของเศรษฐกิจจีนไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หรือความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน

 

ภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของจีนในช่วง 9 เดือนแรก คิดเป็น 15.1% ของการค้าต่างประเทศทั้งหมดของจีน คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 4.7 ล้านล้านหยวน ตามด้วยสหภาพยุโรปที่ 9% หรือ 4.23 ล้านล้านหยวน และสหรัฐอเมริกาที่ 8% หรือ 3.88 ล้านล้านหยวน 

 

ส่วนอันดับ 4 คือ เกาหลีใต้ โดยมีการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้น 7.1% เป็น 1.81 ล้านล้านหยวน ส่วนการค้ากับบรรดาประเทศตามแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง เพิ่มขึ้น 20.7%

 

การค้ากับรัสเซียเพิ่มขึ้น 32.5% ในช่วงเก้าเดือนแรก โดยการนำเข้าจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 51.6% ขณะที่การค้ากับรัสเซียเพิ่มขึ้น 32.5% ในช่วงเก้าเดือนแรก โดยการนำเข้าจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 51.6%

 

แม้ว่าตัวเลขการค้าของจีนจะสดใส แต่บรรดาหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหมือนจะไม่ได้สดใสตามไปด้วย โดยมีรายงานว่า หุ้นของบรรดาบริษัทจีนในตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างรวดเร็วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) หลังจากที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเดินหน้ากระชับอำนาจได้อย่างรัดกุม สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งมองว่าการกุมอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทำให้หุ้นของบริษัทจีนไม่น่าลงทุน 

 

ทั้งนี้ Invesco Golden Dragon China ETF ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ร่วงลง 14.5% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 โดย ETF ร่วงลงมากกว่า 20% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) 

 

รายงานระบุว่า หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alibaba ลดลงแล้วมากกว่า 12% หลังจากก่อนหน้านี้ลดลงไปมากกว่า 19% จนระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ด้าน Tencent Music Entertainment ปรับตัวลดลง 5% เทียบกับการลดลงก่อนหน้านี้ที่ 18% หรือหุ้นของ Pinduoduo ปิดตลาดลดลง 24.6% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตกลงไป 34% เมื่อวานนี้ (24 ตุลาคม)

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงสามารถปูทางสู่การเป็นผู้นำในสมัยที่ 3 ได้อย่างราบรื่น และเดินหน้าตอกย้ำความมั่นคงทางการแต่งตั้งคณะกรรมการประจำ Politburo ซึ่งเป็นวงจรหลักของอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์จีน

 

รายงานระบุว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง จีนได้ดำเนินการตามนโยบายที่มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในภาคเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ตั้งแต่การปกป้องข้อมูลไปจนถึงการควบคุมวิธีการใช้อัลกอริทึม

 

ความเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของจีนที่ชะลอตัวลง ยังเป็นผลจากการที่ผู้นำจีน ยังคงยึดมั่นในนโยบาย Zero-COVID ที่เข้มงวด แม้ว่าโลกส่วนใหญ่ได้เปิดเศรษฐกิจแล้วก็ตาม

 

Mark Schilsk นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า หุ้นจีนไม่น่าลงทุนอีกต่อไป โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2009 ขณะที่ดัชนี  Shanghai Composite และดัชนี Shenzhen Component ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ต่างปรับตัวประมาณ 2%

 

Marko Kolanovic นักยุทธศาสตร์ระดับแนวหน้าของ Wall Street จาก J.P. Morgan  เชื่อว่าการเทขายออกในหุ้นจีนนั้นขาดการเชื่อมต่อจากปัจจัยพื้นฐาน ลดโอกาสในการซื้อ

 

อ้างอิง:

The post เงินหยวน อ่อนค่าหนักแตะ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสร่วงลงอีก เหตุวิตกกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เงินหยวนได้รับความนิยมจากตลาดรัสเซียเพิ่มขึ้น ผลพวงจากความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีจีน-รัสเซีย https://thestandard.co/morning-wealth-30092022-3/ Fri, 30 Sep 2022 08:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=688947

Global Times รายงานว่า สินทรัพย์สกุลเงินหยวนของจีนได้รั […]

The post ชมคลิป: เงินหยวนได้รับความนิยมจากตลาดรัสเซียเพิ่มขึ้น ผลพวงจากความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีจีน-รัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Global Times รายงานว่า สินทรัพย์สกุลเงินหยวนของจีนได้รับความนิยมจากตลาดรัสเซียเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลพวงจากความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างจีนกับรัสเซียที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยรัสเซียประเมินว่า ปริมาณการซื้อขายระหว่างเงินหยวนจีนและรูเบิลของรัสเซียจะสูงกว่ารูเบิลและดอลลาร์สหรัฐภายในปีหน้า

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เงินหยวนได้รับความนิยมจากตลาดรัสเซียเพิ่มขึ้น ผลพวงจากความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีจีน-รัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเดินหน้าขยายการทดสอบ ‘หยวนดิจิทัล’ อีก 4 มณฑล หลังทดลองใช้ 2 ปี มีมูลค่าการทำธุรกรรมกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/china-e-cny/ Fri, 30 Sep 2022 02:15:04 +0000 https://thestandard.co/?p=688859 หยวนดิจิทัล

ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBOC) ได้ขยายการทดสอ […]

The post จีนเดินหน้าขยายการทดสอบ ‘หยวนดิจิทัล’ อีก 4 มณฑล หลังทดลองใช้ 2 ปี มีมูลค่าการทำธุรกรรมกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หยวนดิจิทัล

ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBOC) ได้ขยายการทดสอบเงินหยวนดิจิทัล หรือ e-CNY ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ของจีน โดยจะเพิ่มการทดสอบไปยังมณฑลเจียงซู เหอเป่ย์ เสฉวน และกวางตุ้ง

 

จีนขยายการทดสอบ e-CNY เพิ่มอีก 4 มณฑล

รายงานของ South China Morning Post เปิดเผยว่า ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBOC) ได้เพิ่มมณฑลเจียงซู เหอเป่ย์ เสฉวน และกวางตุ้ง เข้ามาในโครงการทดสอบเงินหยวนดิจิทัล หรือ e-CNY ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ของประเทศ เริ่มเข้าใกล้การเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


มณฑลเจียงซู เหอเป่ย์ เสฉวน และกวางตุ้ง นับว่าเป็นศูนย์กลางการค้าของประเทศ และเป็นภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่น การขยายโครงการทดสอบครั้งนี้จะช่วยให้ PBOC นำร่องแอปพลิเคชันสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากขึ้นได้

 

จีนได้รุกหนักในการทดลองใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางในประเทศ (CBDC) เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีการทดลองใช้ในหลายเมือง รวมถึงรูปแบบลอตเตอรี่ นอกจากนี้ร้านค้าต่างๆ จำนวนมากยังยอมรับการชำระเงินเป็น e-CNY อย่างกว้างขวาง

 

จีนได้ทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัลมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2020 โดยผู้ที่อาศัยอยู่ใน 23 เขตนำร่องสามารถดาวน์โหลดแอป e-Wallets ลงบนมือถือได้ ซึ่งจะมีการผูกกับธนาคารและแพลตฟอร์มการชำระเงินยอดนิยม เช่น Alipay จากข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2021 เปิดเผยว่า มีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มมากถึง 261 ล้านราย และร้านค้าประมาณ 4.5 ล้านร้านค้ารองรับเงินหยวนดิจิทัลได้

 

นอกจากนี้ยังมีการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดิจิทัลไปมากกว่า 260 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 83 พันล้านหยวน หรือ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เริ่มทดสอบจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

จ่อแซงหน้าสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆ

แม้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างแสดงเจตจำนงที่จะพัฒนา CBDC เพื่อตอบสนองต่อการใช้สกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น แต่จีนได้กลายเป็นผู้นำครั้งนี้แซงหน้าสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และรัสเซีย รวมถึงเกาหลีใต้และสวีเดนที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบในช่วงปีที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม เงินหยวนดิจิทัล หรือ e-CNY ถูกตั้งคำถามอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) ซึ่งข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดการทำธุรกรรมจะถูกบันทึกไว้หมด ด้วยเหตุนี้วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จึงเสนอให้แบนหยวนดิจิทัล เนื่องจากอาจถูกควบคุมและถูกสอดแนมได้ แม้ว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันจะออกมาปฏิเสธประเด็นนี้ก็ตาม

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post จีนเดินหน้าขยายการทดสอบ ‘หยวนดิจิทัล’ อีก 4 มณฑล หลังทดลองใช้ 2 ปี มีมูลค่าการทำธุรกรรมกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>