หมิว-สิริลภัส กองตระการ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/หมิว-สิริลภัส-กองตระการ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 05 Jan 2024 12:12:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘หมิว สิริลภัส’ ร่ำไห้กลางสภา ขอรัฐช่วยผู้ป่วยซึมเศร้า ชี้งบน้อย-บุคลากรขาดแคลน https://thestandard.co/sirilapas-kongtrakarn-05012024/ Fri, 05 Jan 2024 12:12:10 +0000 https://thestandard.co/?p=884714 หมิว สิริลภัส

วันนี้ (5 มกราคม) สิริลภัส กองตระการ สส. กทม. พรรคก้าวไ […]

The post ‘หมิว สิริลภัส’ ร่ำไห้กลางสภา ขอรัฐช่วยผู้ป่วยซึมเศร้า ชี้งบน้อย-บุคลากรขาดแคลน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว สิริลภัส

วันนี้ (5 มกราคม) สิริลภัส กองตระการ สส. กทม. พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ถึงงบประมาณในสัดส่วนของกระทรวงสาธารณสุขว่า จากนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงกับประชาชน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้หยิบยกประเด็นสุขภาพจิตและยาเสพติดให้เป็นนโยบายสำคัญ 1 ใน 13 นโยบาย ยกระดับ 30 บาทพลัส เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน และดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้จะให้น้ำหนักไปที่อาการของผู้ป่วยจิตเวชที่มาจากยาเสพติดมากกว่าปัญหาสุขภาพจิตปกติที่เป็นวิกฤตเหมือนกัน

 

สิริลภัสกล่าวเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยสุขภาพจิตที่เกิดจากยาเสพติดกับผู้ป่วยสุขภาพจิตประเภทอื่นว่า ผู้ป่วยสุขภาพจิตที่เกิดจากยาเสพติดมีประมาณ 2 แสนคน ขณะที่ผู้ป่วยสุขภาพจิตประเภทอื่นมีประมาณ 1 ล้านกว่าคน แตกต่างกันกว่า 5 เท่า โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีถึง 3.6 แสนคนแล้ว ตนจึงขอตั้งคำถามดังๆ กับรัฐบาลว่าได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตจริงหรือไม่ เพราะเมื่อดูนโยบายแล้ว ก็ดูเหมือนจะให้น้ำหนักไปกับผู้ป่วยจิตเวชที่มาจากยาเสพติด แต่ไม่ได้สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในทุกปี

 

ปัญหาจิตเวชแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

 

สิริลภัสกล่าวว่า ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชอื่นๆ อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เหตุการณ์ความรุนแรงที่ก่อความสูญเสียนับครั้งไม่ถ้วนสาเหตุเกิดมาจากผู้ป่วยจิตเวชมีอาการขาดยา เมื่อได้รับการรักษากลับมาถึงบ้านไม่มีคนคอยกำกับดูแลและกินยาให้ตรงตามกำหนด อาการก็กำเริบอีก และก่อความรุนแรงขึ้นได้ อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศไทยในปี 2565 อยู่ที่ 7.97 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในทุกวันจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 14 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งกลุ่มที่น่ากังวลใจที่สุดคือกลุ่มอายุวัยรุ่น นักศึกษา วัยทำงาน ที่จะเติบโตมาเป็นบุคลากรของประเทศ

 

จากเอกสารของกรมสุขภาพจิต หัวข้อปัญหาการฆ่าตัวตาย ได้ให้ข้อมูลถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายไว้ว่า ผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 9 ใน 10 มีอาการป่วยทางจิตเวชอย่างใดอย่างหนึ่งขณะทำการฆ่าตัวตาย และสาเหตุสำคัญมาจากภาวะซึมเศร้าและการติดสุรา

 

จิตแพทย์น้อย งานหนัก

 

สิริลภัสกล่าวว่า การเข้าถึงบริการสาธารณสุขนั้นยังค่อนข้างจำกัด ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ หากลองไปเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านพบว่ามีจิตแพทย์มากกว่าบ้านเรา นอกจากนี้ในต่างจังหวัดยังพบว่ามีจิตแพทย์ไม่ถึง 1 คนต่อประชากร 1 แสนคน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องบุคลากรสุขภาพจิตในกลุ่มที่เป็นเด็กและวัยรุ่นที่มีเพียงแค่ 295 คนทั่วประเทศ มี 23 จังหวัด ไม่มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

 

สิริลภัสกล่าวว่า พยาบาลจิตเวชไม่อยากทำงานจิตเวช เพราะปัญหาการทำงานที่หนัก รวมถึงสิทธิของพยาบาลที่ไม่ดีพอ พร้อมย้ำว่าการจัดสรรงบประมาณให้กรมสุขภาพจิต ซึ่งได้แค่ 1.8% จากงบของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดนตัดออกไปถึง 69.4% นอกจากนี้เงินอุดหนุนรายโครงการที่ดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่นและวัยทำงานก็มีน้อย เทียบกับโครงการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มาจากยาเสพติดโครงการเดียวได้งบประมาณถึง 1 ล้านบาท

 

“รัฐบาลต้องกลับไปทบทวนการจัดสรรความคุ้มค่า ค่าตอบแทนที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่จิตเวชได้ทำงานต่อไป ตอบโจทย์สิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพิ่มบุคลากรด่านหน้า สร้างแรงจูงใจ เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการรักษา และเพิ่มบัญชียาหลัก” สิริลภัสกล่าว

 

ในช่วงท้าย สิริลภัสกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและร้องไห้ว่า ตัวเลขผู้ป่วยเหล่านี้คือชีวิต คนที่เป็นที่รักของครอบครัว เป็นพ่อแม่ที่กำลังเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมาเป็นบุคลากรของประเทศ เป็นเพื่อนที่รักของทุกคน โดยบุคลากรเหล่านี้จะเติบโตมาขับเคลื่อนประเทศของเราในมิติต่างๆ แต่การสูญเสียบุคคลเหล่านี้สร้างบาดแผลและการแตกสลายให้กับบุคคลที่ยังอยู่

 

ขอรัฐช่วยคนซึมเศร้าต่อสู้โรค-ได้สิทธิรักษา

 

“ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน คนที่ตัดสินใจจบชีวิต พวกเขาไม่ได้คิดสั้น พวกเขาคิดมาดีแล้ว และคิดมามากพอแล้ว ดิฉันอยากจะให้ท่านมาลองสลับตัวดูกับคนที่กำลังต่อสู้ด้วยโรคนี้อยู่ ท่านจะได้รู้ว่าหากวันหนึ่งในวันที่สารเคมีในสมองทำงานผิดปกติ ทำงานไม่เท่ากัน จะมีอาการที่เจ็บปวดทรมานขนาดไหน ดิฉันที่มีรอยกรีดอยู่ที่แขนทั้ง 2 ข้าง ท่านจะลงมาดูด้วยตาตัวเองก็ได้ แต่รอยกรีดนี้ไม่ได้กรีดแค่ที่แขนของดิฉัน พ่อกับแม่บอกว่ามันกรีดไปที่ใจของเขาด้วยค่ะ ดิฉันไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวอื่น

 

“ดิฉันผู้ที่พยายามจะจบชีวิตจากโลกนี้ไป เพราะดิฉันไม่สามารถรับมือกับวันหนึ่งที่สารเคมีในสมองทำงานไม่เท่ากันได้อีกแล้ว ในชีวิตนี้ดิฉันทำมามากกว่า 3 ครั้ง ดิฉันผู้ที่เข้ารักษาบำบัดกับโรคนี้มาหลายปี วันนี้ดิฉันสามารถลุกขึ้นมาใช้ชีวิตต่อได้ สามารถมาเป็นผู้แทนราษฎร มาพูดแทนประชาชน ถ้าลองคิดดูว่าหากรัฐให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ท่านจะสามารถรักษาบุคลากรที่ขับเคลื่อนประเทศนี้ได้มากมายแค่ไหน” สิริลภัสกล่าว

 

สิริลภัสกล่าวว่า ตนขอเป็นผู้แทนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยโรคจิตเวชอื่นๆ ที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งคุณแม่ที่เป็นซึมเศร้าหลังคลอด ขอให้พวกท่านช่วยพวกเราด้วย ให้ความสำคัญกับพวกเราด้วย ขอให้คนที่ไม่ได้รับสิทธิการรักษา สามารถเข้าถึงการรักษา และคนที่ได้รับสิทธิการรักษาแล้ว ได้รับสิทธิครอบคลุม ให้เขาได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม และขอแสดงความเสียใจกับคนที่จากไป ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคจิตเวชอื่น และขอเรียกร้องให้อย่ามองข้ามคนกลุ่มนี้ เพราะทุกวันนี้มีคนที่พยายามฆ่าตัวตายอยู่ถึง 85 คน และขอให้ทำให้พวกเขาเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะยืนเคียงข้างพวกเขา และทำทุกวิถีทางให้เขามีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการอภิปรายมีเพื่อน สส. พรรคก้าวไกล เข้าไปให้กำลังใจด้วยการจับมือและสวมกอด ซึ่งมี สส. บางคนร้องไห้ตามไปด้วย

 

หมิว สิริลภัส

The post ‘หมิว สิริลภัส’ ร่ำไห้กลางสภา ขอรัฐช่วยผู้ป่วยซึมเศร้า ชี้งบน้อย-บุคลากรขาดแคลน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ตรีรัตน์ ไทยสร้างไทย แท็กทีม ‘หมิว สิริลภัส’ ว่าที่ ส.ส. บางกะปิ ก้าวไกล ลงพื้นที่ ทำงานร่วมกัน เป็นปากเสียงในสภา และรับใช้ประชาชน https://thestandard.co/treerat-010666/ Thu, 01 Jun 2023 13:40:26 +0000 https://thestandard.co/?p=798099 ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส

เย็นวันนี้ (1 มิถุนายน) ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส หรือ ปุ๊ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ตรีรัตน์ ไทยสร้างไทย แท็กทีม ‘หมิว สิริลภัส’ ว่าที่ ส.ส. บางกะปิ ก้าวไกล ลงพื้นที่ ทำงานร่วมกัน เป็นปากเสียงในสภา และรับใช้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส

เย็นวันนี้ (1 มิถุนายน) ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส หรือ ปุ๊น รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย และอดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พร้อมด้วย สิริลภัส กองตระการ หรือ หมิว ว่าที่ ส.ส. เขตบางกะปิ พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ร่วมกัน เพื่อสำรวจปัญหาโครงสร้างของเขตบางกะปิ และฝากให้สิริลภัสเป็นกระบอกเสียงในสภาผู้แทนราษฎร ในการเป็นผู้แทนรับใช้ชาวบางกะปิ

 

“ผมและทีมงานได้ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอในพื้นที่บางกะปิมาตลอด 6 ปี ทีมงานอดีต ส.ข. ของผม ลงพื้นที่ดูแลชาวบางกะปิมากกว่า 20 ปี ทำให้เรารับทราบปัญหาและอุปสรรคจำนวนมากจากพี่น้องประชาชน เราจึงรับทราบปัญหาและนำข้อมูลทั้งหมดมาส่งต่อให้กับว่าที่ ส.ส. เพื่อจะไปเป็นปากเสียงในสภาผู้แทนราษฎร ดูแลชาวบางกะปิต่อไป” ตรีรัตน์กล่าว

 

ตรีรัตน์กล่าวด้วยว่า วันนี้ฝ่ายประชาธิปไตยจับมือกันอย่างเข้มแข็งแล้ว การทำงานพื้นที่ก็จะต้องจับมือให้แน่นเช่นกัน เพื่อให้ว่าที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่เป็นตัวแทนของพวกเราฝ่ายประชาธิปไตย ได้เสนอแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่บ้านของเราให้ดีขึ้นกว่าเดิม”

The post เลือกตั้ง 2566 : ตรีรัตน์ ไทยสร้างไทย แท็กทีม ‘หมิว สิริลภัส’ ว่าที่ ส.ส. บางกะปิ ก้าวไกล ลงพื้นที่ ทำงานร่วมกัน เป็นปากเสียงในสภา และรับใช้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : 3 ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล น้อมรับคำติชม พร้อมปรับปรุงตัวเพื่อให้ประชาชนภาคภูมิใจ ย้ำความเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา วางหมุดหมายก้อนแรก ปฏิรูปกองทัพ-นำทหารออกจากการเมืองไทย https://thestandard.co/sirilapas-ratchanok-krunphol-the-standard-now/ Sat, 20 May 2023 09:07:08 +0000 https://thestandard.co/?p=793137

วานนี้ (19 พฤษภาคม) 3 ผู้สมัครพรรคก้าวไกล ได้แก่ สิริลภ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : 3 ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล น้อมรับคำติชม พร้อมปรับปรุงตัวเพื่อให้ประชาชนภาคภูมิใจ ย้ำความเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา วางหมุดหมายก้อนแรก ปฏิรูปกองทัพ-นำทหารออกจากการเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (19 พฤษภาคม) 3 ผู้สมัครพรรคก้าวไกล ได้แก่ สิริลภัส กองตระการ ว่าที่ ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 14 บางกะปิ, รักชนก ศรีนอก ว่าที่ ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 28 บางบอน-จอมทอง-หนองแขม และ กรุณพล เทียนสุวรรณ ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 21 ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดย อ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ ถึงความรู้สึก และการเตรียมพร้อมในการเป็น ส.ส. สมัยแรก รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่พรรคก้าวไกลจะให้กับประชาชนเมื่อเป็นรัฐบาล

 

สิริลภัสกล่าวว่า ดีใจที่ได้เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนในพื้นที่ อาจมีกระแสที่ต่อต้านจากคนในวงการบันเทิง และความกดดันที่ไม่ต้องการให้เข้าสู่เวทีการเมือง แต่ตนเองเชื่อว่านั่นคือ ‘ราคาที่ต้องจ่ายให้กับประเทศไทยที่จะมีการเปลี่ยนแปลง’ เพราะประเทศรอไม่ไหวแล้ว แม้อาจเจอปัญหาหลังการออกจากวงการบันเทิงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาบ้างก็ตาม

 

โดยสิริลภัสยอมรับว่าต้องปรับตัวเรื่องการสื่อสาร เพราะไม่ใช่การสื่อสารด้วยความคิดของตนเอง แต่เป็นการสื่อสารในฐานะ ส.ส. ซึ่งไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาดในอดีต หากมีอะไรติชมก็น้อมรับฟังทุกความคิดเห็น

 

ด้านรักชนกกล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่จะได้ทำงานในฐานะ ส.ส. ซึ่งเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าสิ่งที่ตนเองได้ทุ่มเทหาเสียงมาตลอดไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่จะได้รับความไว้ใจจากประชาชนในพื้นที่ 

 

ฉะนั้นหากใครที่เคยดูถูกเสียงประชาชนในสื่อสังคมออนไลน์ถือว่าพลาดมาก รวมถึงหัวคะแนนธรรมชาติที่พรรคได้มาเสมือน ‘ลมใต้ปีกที่ช่วยพยุงขึ้นมา และไม่ทันตั้งตัว’ ซึ่งพรรคเคารพทุกๆ เสียงของประชาชน

 

สำหรับการเข้าสู่สนามการเมือง รักชนกยืนยันว่าต้องประนีประนอมกับตนเอง ซึ่งสิ่งที่พรรคได้แสดงความหนักแน่นมาตลอดคืออุดมการณ์และความมั่นคง ฉะนั้นก็ต้องปรับตัวให้มีวุฒิภาวะมากขึ้น เพื่อทำให้ประชาชนในเขตมั่นใจว่าคนคนนี้จะเป็นผู้นำของเขตอย่างสมศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจ

 

ทั้งนี้ ขอน้อมรับคำติชม และพร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพตลอดเวลา ส่วนเรื่องราวในอดีตที่อาจจะทำอะไรไม่ยั้งคิดก็ต้องปรับตัวเรื่องการสื่อสารและพฤติกรรมให้เหมาะสมกับตำแหน่ง ส.ส.

 

ส่วนกรุณพลได้พูดถึงกระแสที่เพื่อนร่วมวงการบันเทิงเคยแบนตนเองจากการแสดงออกทางการเมืองในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมาว่า ทุกวันนี้ยังถูกคนในวงการบันเทิงตำหนิและดูถูกอยู่ 

 

เนื่องจากตนเองมีความคิดที่เปลี่ยนไปจากอดีตที่เคยร่วมกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่ทุกวันนี้มีผู้คนที่สนใจในภาวะความเปลี่ยนแปลง ทำให้ตนเองรู้สึกได้ว่าต้องการความเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้เช่นกัน 

 

กรุณพลเผยถึงสิ่งสำคัญที่ต้องปรับตัวทางการเมืองคือการสื่อสาร เพราะหลายๆ คนก็ตำหนิเช่นกันว่าควรใช้เหตุและผลในการสื่อสาร ซึ่งก็พยายามปรับตัวมากขึ้น และพร้อมที่จะเป็นคนที่ให้ข้อมูลกับทุกฝ่าย

 

ขณะที่สโลแกน ‘กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม’ ที่พรรคพยายามสื่อเรื่องความเปลี่ยนแปลง รักชนกมองว่า สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงคือประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีที่มีวุฒิภาวะ อีกทั้งจะสร้างโครงสร้างที่ทหารจะไม่สามารถกลับมาทำรัฐประหารได้อีก เช่น ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เลิกการนำทหารไปเป็นทหารรับใช้ เลิกการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในกองทัพ และนำธุรกิจของกองทัพกลับคืนสู่ประชาชน

 

รักชนกย้ำอีกว่า สิ่งที่พูดอาจไม่สามารถทำได้เร็วภายใน 100 วัน 1 ปี หรือ 4 ปี ซึ่งเชื่อว่าประชาชนก็เข้าใจ แต่พรรคก้าวไกลจะวางหมุดหมายก้อนแรกว่าจะทำสิ่งนี้อย่างจริงจัง รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น รัฐสวัสดิการ ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 

 

อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าหมุดหมายก้อนแรกที่พรรคจะทำคือปฏิรูปกองทัพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้นำทหารออกจากการเมือง และยกเลิกเกณฑ์ทหาร 

 

ส่วนสิ่งที่จะทำทันทีหลังได้รับตำแหน่งคือการกระจายอำนาจไปยังทุกจังหวัดแบบประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ทุกจังหวัดสามารถมีรายได้ในการบริหารจัดการด้วยตนเอง และไม่ต้องรองบประมาณส่วนกลางอีกต่อไป

 

ด้านสิริลภัสเผยว่า พรรคก้าวไกลจะมาสร้างวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ ซึ่งคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที แต่จะเป็นการวางระบบต่างๆ เพื่อให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนยั่งยืน 

 

หลายๆ คนปรามาสพรรคก้าวไกลว่าไม่สามารถได้คะแนนเสียงจากประชาชนมาก อย่างไรก็ตาม พรรคได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้จริง อิงจากผลงาน 4 ปีในพรรคฝ่ายค้าน ดังนั้น ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะได้หรือไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อในอนาคต การวางรากฐานและเปลี่ยนแปลงจากนี้ของพรรคจะทำให้ประเทศเกิดความยั่งยืนอย่างไม่ฉาบฉวยอีกต่อไป

 

สำหรับกรุณพลได้มองการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยว่า พรรคจะมีส่วนร่วมกับประชาชนมากขึ้น โดยผ่านนโยบาย 100 วันแรกที่พรรคเคยพูดไป อีกทั้งจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU ที่จะไม่ยึดติดกับตำแหน่งของรัฐมนตรี แต่จะใช้รัฐมนตรีทำนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล โดยไม่ต้องคำนึงถึงระบบโควตาเหมือนในอดีต

 

ส่วนการที่หลายๆ คนโจมตีว่า ‘นโยบายก้าวไกลสุดโต่งเกินไป’ กรุณพลชี้แจงว่า ถ้ามองในมุมประเทศไทยอาจสุดโต่ง เพราะหยุดอยู่กับที่มา 8-9 ปี แต่จริงๆ แล้วคือเรื่องปกติของทั่วโลก 

 

“ประเทศไทยมีขนาดกองทัพที่ใหญ่มาก หากเทียบประเทศที่เจริญแล้ว หรือไม่มีภัยความมั่นคง เพราะฉะนั้นการลดกำลังทหารไม่ใช่ว่าไม่ให้มีทหาร แต่ลดลงมาแค่ประมาณ 50,000-60,000 คน จาก 3 แสนกว่าคนก็จะเหลือ 2 แสนปลาย ทำให้กำลังทหารประจำการจะเพียงพอกับการใช้งาน ไม่ต้องมีกลุ่มยอดผีหรือทหารรับใช้ที่นำมาฝึกแล้วปล่อยกลับบ้าน แต่เอาเงินเดือนของทหารเกณฑ์ไปเก็บไว้กับผู้มีอำนาจ สิ่งแบบนี้กับประเทศที่เจริญแล้วไม่มีใครทำกัน ซึ่งคนที่บอกว่าสุดโต่งนั่นก็คือพวกที่เสียประโยชน์นั่นแหละ” กรุณพลกล่าวปิดท้าย

The post เลือกตั้ง 2566 : 3 ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล น้อมรับคำติชม พร้อมปรับปรุงตัวเพื่อให้ประชาชนภาคภูมิใจ ย้ำความเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา วางหมุดหมายก้อนแรก ปฏิรูปกองทัพ-นำทหารออกจากการเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดใจ ‘เพชร-หมิว-ไอซ์’ ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล กับความฝันเปลี่ยนประเทศ https://thestandard.co/thestandardnow190566/ Fri, 19 May 2023 12:47:02 +0000 https://thestandard.co/?p=792925 พรรคก้าวไกล

เปิดใจ ‘เพชร-หมิว-ไอซ์’ ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล กับความฝันเ […]

The post ชมคลิป: เปิดใจ ‘เพชร-หมิว-ไอซ์’ ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล กับความฝันเปลี่ยนประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคก้าวไกล

เปิดใจ ‘เพชร-หมิว-ไอซ์’ ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล กับความฝันเปลี่ยนประเทศ

 

คุยกับ 3 ว่าที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล

 

1. เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ

ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ

 

2. หมิว-สิริลภัส กองตระการ

ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล (เขตบางกะปิ แขวงคลองจั่น-หัวหมาก)

 

3. ไอซ์-รักชนก ศรีนอก

ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล (เขตหนองแขม-จอมทอง)

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันนี้ 19 พฤษภาคม เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: เปิดใจ ‘เพชร-หมิว-ไอซ์’ ว่าที่ ส.ส. ก้าวไกล กับความฝันเปลี่ยนประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมคนบันเทิงผันตัวลงสนามการเมือง สู่ผลเลือกตั้ง 2566 https://thestandard.co/celebrities-election-2566/ Mon, 15 May 2023 11:32:53 +0000 https://thestandard.co/?p=790747

เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการเลือกตั้งประจำปี 25 […]

The post รวมคนบันเทิงผันตัวลงสนามการเมือง สู่ผลเลือกตั้ง 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการเลือกตั้งประจำปี 2566 ของประเทศไทย เมื่อวานนี้ (14 พฤษภาคม) โดยมีอีกหนึ่งสีสันสำหรับการเลือกตั้งประจำปี 2566 ที่เราต่างได้เห็นเหล่านักแสดง นักร้อง และคนในวงการบันเทิงมากมายที่ต่างตบเท้าผันตัวกันเข้ามาลงสนามการเมือง ด้วยการเข้าสู่พรรคการเมืองและมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละคน

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสนี้พาทุกคนไปร่วมชมโฉมหน้าเหล่าคนในวงการบันเทิงที่ได้ร่วมลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่ามีผู้ใดที่สมหวังกับการเข้าสู่วงการการเมืองในครั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งในปี 2566 ไปด้วยกัน

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post รวมคนบันเทิงผันตัวลงสนามการเมือง สู่ผลเลือกตั้ง 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา นำ ‘หมิว สิริลภัส’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ก้าวไกล แนะนำตัวชาวบางกะปิ ประกาศเลือกตั้ง 2566 กรุงเทพฯ ต้องเป็นสีส้ม https://thestandard.co/mew-sirilapas-070166/ Sat, 07 Jan 2023 05:53:06 +0000 https://thestandard.co/?p=733889 หมิว สิริลภัส

วันนี้ (7 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไก […]

The post พิธา นำ ‘หมิว สิริลภัส’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ก้าวไกล แนะนำตัวชาวบางกะปิ ประกาศเลือกตั้ง 2566 กรุงเทพฯ ต้องเป็นสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว สิริลภัส

วันนี้ (7 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พูดคุยทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกายตอนเช้าบริเวณสนามกีฬาคลองจั่น รวมถึงประชาชนและผู้ค้าขายในตลาดเช้าเคหะคลองจั่น พร้อมทั้งแจกแผ่นพับแนะนำนโยบายและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางกะปิ คือ สิริลภัส กองตระการ หรือ หมิว รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เฉลิมชัย กุลาเลิศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง, ธนเดช เพ็งสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง, สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตสวนหลวง-ประเวศ และ ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตประเวศ-สะพานสูง 

 

พิธาเปิดเผยถึงความพร้อมของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้ง ส.ส. พื้นที่ กทม. ว่าการลงพื้นที่วันนี้เพื่อถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ประชาชน และแนะนำ หมิว สิริลภัส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นที่รู้จักของสังคมจากการเป็นอดีตนักแสดงและเป็นกระบอกเสียงของประชาชนมาตลอด 2 ปีในช่วงโควิด วันนี้ตัดสินใจลงสมัครเป็นผู้แทนราษฎรในนามพรรคก้าวไกล 

 

“พื้นที่บางกะปิถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เราเคยได้คะแนนเฉียดฉิว ครั้งนี้มั่นใจว่าด้วยทุกองคาพยพ ทั้งผู้สมัครที่มีความสดใหม่ ครบเครื่อง มาจากหลากหลายวงการ ทั้งอดีตแพทย์ อดีตทหาร นักแสดง นักผังเมือง นักสิ่งแวดล้อม และมีคนที่ร่วมทำงานกับพรรคมาตั้งแต่ครั้งพรรคอนาคตใหม่ ผนวกกับนโยบายพรรคที่ครอบคลุมทุกด้าน จะช่วยให้ประชาชนสนับสนุนเรา คว้าชัยชนะในพื้นที่นี้และพื้นที่อื่น ทำให้กรุงเทพฯ เป็นสีส้ม โดยวันที่ 28 มกราคมนี้ เป็นวันประชุมวิสามัญของพรรค จะมีการเปิดตัวนโยบายและแคมเปญที่ทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าพรรคก้าวไกลพร้อมเข้าไปบริหารประเทศ” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง สำหรับพรรคก้าวไกล เรายืนยันชัดเจนว่าปฏิเสธระบอบประยุทธ์ จะไม่มีวันจับมือกับพรรคทหารจำแลง และเชื่อว่าขั้วพรรคร่วมฝ่ายค้านคือคำตอบที่ดีที่สุดของประเทศ ส่วนในวันที่ 9 มกราคมที่มีข่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตนคิดว่าเป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ ไม่ได้ให้ราคา พรรคก้าวไกลขอใช้เวลาและสมาธิไปกับการลงพื้นที่ นำเสนอนโยบายที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเชื่อว่าการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งพรรคก้าวไกลจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเหมือนทุกครั้ง แม้ ส.ส. จะไม่สามารถลงมติได้ แต่จะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจง่ายขึ้นในการลงมติรัฐบาลผ่านการเลือกตั้ง

 

ขณะที่พิจารณ์ ในฐานะแม่ทัพยุทธศาสตร์ กทม. แสดงความมั่นใจว่าพรรคก้าวไกลจะสามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส. ในพื้นที่ กทม. ได้เป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ส่วนความพร้อมในพื้นที่ กทม. พิจารณ์กล่าวว่าขณะนี้พรรครับรองว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. แล้วจำนวน 30 เขต จากทั้งหมด 33 เขต และจะเปิดตัวครบทุกเขตหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จสิ้น ดังนั้น วันนี้ทุกพื้นที่ใน กทม. มีคนของพรรคก้าวไกลทำงานอยู่ มั่นใจว่าจากศักยภาพและความพร้อมที่เรามี จะทำให้พรรคก้าวไกลครองอันดับหนึ่งในพื้นที่ กทม. ได้อย่างแน่นอน ส่วนในระดับประเทศ เราคาดหวังว่าต้องได้มากกว่า 70 ที่นั่ง เป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้

 

ด้านสิริลภัสกล่าวถึงความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กทม. เขตบางกะปิ ว่าตนเป็นคนมุ่งมั่นกับการทำงานมาตลอด แม้การเป็นนักแสดงมาก่อนอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนรู้จักตนเร็วขึ้น แต่เชื่อว่าในการเลือกตั้ง ประชาชนจะตัดสินเราที่การทำงาน จึงขอใช้ความทุ่มเทในการลงพื้นที่และความกล้าหาญในการพูดแทนประชาชน ทำให้ชาวบางกะปิตัดสินใจเลือกพรรคก้าวไกลและเลือกตนเป็นผู้แทน

The post พิธา นำ ‘หมิว สิริลภัส’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ก้าวไกล แนะนำตัวชาวบางกะปิ ประกาศเลือกตั้ง 2566 กรุงเทพฯ ต้องเป็นสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หมิว สิริลภัส’ นักแสดง-พิธีกร พักงานวงการบันเทิง เล่นการเมืองเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บางกะปิ ก้าวไกล https://thestandard.co/mew-sirilapat-010165/ Mon, 02 Jan 2023 02:42:05 +0000 https://thestandard.co/?p=731828 หมิว สิริลภัส

วานนี้ (1 มกราคม) หมิว-สิริลภัส กองตระการ นักแสดง-พิธีก […]

The post ‘หมิว สิริลภัส’ นักแสดง-พิธีกร พักงานวงการบันเทิง เล่นการเมืองเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บางกะปิ ก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว สิริลภัส

วานนี้ (1 มกราคม) หมิว-สิริลภัส กองตระการ นักแสดง-พิธีกรคนดัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตบางกะปิ พรรคก้าวไกล หลังจากได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคไปเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

สิริลภัสระบุว่า ปีใหม่นี้มีข่าวดีที่บอกเลยว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตมากๆ ตอนนี้เส้นทางนักแสดง-พิธีกร ซี่งเป็นอาชีพที่รักอาจจะต้องหยุดไว้แค่นี้ พร้อมระบุถึงการออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาว่า ไม่เสียใจที่ออกมา Call out จนมีผลกระทบกับงาน

 

“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ” สิริลภัสระบุ 

 

สิริลภัสระบุว่าต่อไปว่า ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะโดนหยุดเส้นทางนักแสดง-พิธีกร ซึ่งเป็นอาชีพที่รักมากๆ แต่ปีนี้ขอเริ่มเส้นทางอาชีพใหม่ พร้อมขออนุญาตแนะนำตัว “ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางกะปิ จากพรรคก้าวไกล” หลังจากเป็นกระบอกเสียงมา 2 ปี วันนี้มีโอกาสในการเข้าไปลงมือทำแล้ว ขอแค่โอกาสให้เธอเท่านั้นเอง เรื่องความทุ่มเท ความตั้งใจ คงพิสูจน์ให้ได้จากผลงานการแสดง-พิธีกรที่ผ่านมาแล้ว

 

ถึงสายงานจะต่างกัน แต่ความตั้งใจเต็ม100% เหมือนเดิม ขอเปลี่ยนจากการใช้ความบันเทิงสร้างความสุข มาเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอให้คนมีความสุขที่ยั่งยืน มาเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง และขอกำลังใจให้หมิวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกๆ การเปลี่ยนแปลง ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ ฝากเนื้อฝากตัวกับชาวบางกะปิด้วย เจอกันที่ไหนแวะมาทักทาย ฝากข้อเสนอแนะ หรือฝากปัญหาในพื้นที่ได้เลยค่ะ พร้อมทำงานมากๆ

The post ‘หมิว สิริลภัส’ นักแสดง-พิธีกร พักงานวงการบันเทิง เล่นการเมืองเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บางกะปิ ก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP Powerful Voices In Crisis: Artists 1 https://thestandard.co/powerful-voices-in-crisis-artists/ Wed, 18 Aug 2021 15:33:17 +0000 https://thestandard.co/?p=526613 POP Powerful Voices In Crisis: Artists

หมวดที่ 6 ของ POP Powerful Voices in Crisis คือพาร์ตแรก […]

The post POP Powerful Voices In Crisis: Artists 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP Powerful Voices In Crisis: Artists

หมวดที่ 6 ของ POP Powerful Voices in Crisis คือพาร์ตแรกของศิลปินที่นอกจากสร้างสรรค์ศิลปะในวงการบันเทิงแล้ว ยังใช้ทั้ง ‘พลัง’ และ ‘เสียง’ ของตัวเองพูดแทนสิ่งที่ประชาชนหลายคนรู้สึก หรือสิ่งที่บางคนเคยพูดแต่ไม่ได้รับความสนใจ ตามแนวทางที่ตัวเองถนัด 

 

ซึ่งมีทั้งลงมือทำ ให้ความรู้ เปิดโหมดด่า นำเสนอผ่านงานศิลปะ เพื่อส่งข้อความออกไปให้รัฐบาลและทุกคนที่มีส่วนต้องรับผิดชอบกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ยิน 

 

รายชื่อพาร์ตแรกประกอบด้วย ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ, โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ, หมิว-สิริลภัส กองตระการ, ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เต-ตะวัน วิหครัตน์, เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, โฟกัส จีระกุล, ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย, ก้อง ห้วยไร่, เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร, วง H 3 F, วง Safeplanet และ หมอริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช 

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ‘เสียง’ และการกระทำจากคนในวงการบันเทิงสาขาต่างๆ ที่สร้างอิมแพ็กต่อสังคมในช่วงเวลาวิกฤต ยังมีคนบันเทิงอีกจำนวนมากที่ส่งเสียงแทนประชาชนในรูปแบบที่ตัวเองถนัด เพื่อพูดแทนประชาชนอย่างกล้าหาญ และใช้ความสามารถที่ตัวเองมีช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด

 

THE STANDARD POP ขอบคุณอีกครั้งแด่ทุก ‘พลัง’ จากทุกชีวิตที่ลงมือทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ให้ทุกคนผ่านวิกฤตอันเลวร้ายครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

Artists / ศิลปิน, นักร้อง, นักแสดง, คนบันเทิง, ผู้กำกับ (26)  

  1. ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ: Dai-Diana Jongjintanakarn / นักแสดง, พิธีกร 
  2. โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ: Ohm-Panthapol Prasarnrajkit / นักร้องนำวง  Cocktail 
  3. หมิว-สิริลภัส กองตระการ: Mew-Sirilapas Kongtrakarn / นักแสดง
  4. ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์: Pong-Nawat Kulrattanarak / นักแสดง
  5. เต-ตะวัน วิหครัตน์: Tay-Tawan Vihokratana / นักแสดง
  6. เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล: Jei-Apichatpong Weerasethakul / ผู้กำกับภาพยนตร์  
  7. โฟกัส จีระกุล: Focus Jeerakul / นักแสดง 
  8. ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย: Tul-Pakorn Thanasrivanitchai / นักแสดง   
  9. ก้อง ห้วยไร่: Kong Huayrai / นักร้อง 
  10. เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (Greasy Cafe): Lek-Apichai Tragoolpadetgrai / นักร้อง, นักแต่งเพลง, ช่างภาพ   
  11. H 3 F / วงดนตรี 
  12. Safeplanet / วงดนตรี   
  13. หมอริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช: Ritz-Rueangrit Siriphanit / นักร้อง, นักแสดง, ยูทูเบอร์, แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เจ้าของ THE RITZ CLINIC

 


 

ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ

 

Artist: ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ 

 

ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ คือนักแสดงและพิธีกรหญิงมากความสามารถที่ทุกคนรู้จักเธอเป็นอย่างดีจากรายการ Iron Chef Thailand และ The Next Iron Chef แต่ในเวลานี้ เวลาที่สถานการณ์โควิดกำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างหนัก ได๋ได้ผันตัวมาเป็นจิตอาสาผ่านการเปิดเพจเฟซบุ๊ก เราต้องรอด เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโควิดที่กำลังรอเตียงในด้านต่างๆ เช่น ช่วยประสานงานให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาต่อไป โดยจะมีทีมแพทย์และพยาบาลจิตอาสาคอยให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยผ่านทาง LINE OA 

 

รวมถึงเปิดรับบริจาคอุปกรณ์ป้องกัน เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องวัดออกซิเจน และสิ่งของจำเป็น เพื่อใช้สำหรับทีมอาสาที่จะคอยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยังรอเตียงอยู่ที่บ้าน โดยจะนำเครื่องผลิตออกซิเจนมาช่วยประคองอาการให้กับผู้ป่วยอาการหนัก พร้อมมอบยาและให้คำแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวที่บ้าน

 

นอกจากนี้ได๋และกลุ่มจิตอาสาเราต้องรอด ยังได้ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด เช่น Back Home โครงการที่เราต้องรอดได้ร่วมมือกับทาง หมอแล็บแพนด้า, สรยุทธ สุทัศนะจินดา และ ตัน ภาสกรนที เพื่อช่วยประสานงานให้กับผู้ป่วยที่มีความต้องการกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดได้เดินทางเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามในจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองอย่างปลอดภัย

 

รวมถึงจัดโครงการที่เปิดให้ตัวแทนชุมชนต่างๆ ได้ลงทะเบียนเพื่อขออาหารให้ผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในชุมชน โดยเราต้องรอดจะติดต่อกับร้านอาหารที่ร่วมโครงการเพื่อส่งอาหารให้กับคนในชุมชน พร้อมเปิดรับบริจาคและโอนค่าอาหารเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารที่ขาดรายได้

 

ไม่เพียงเท่านั้น ได๋ยังได้ร่วมมือกับกลุ่มจิตอาสาและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการสร้างศูนย์พักคอยจำนวน 4 แห่ง เพื่อใช้สำหรับพาผู้ป่วยมาเข้าพักระหว่างรอเตียง และแยกผู้ป่วยออกมาจากครอบครัวหรือชุมชนเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น

 

Artist: Dai Diana Jongjintanakarn

 

Dai Diana Jongjintanakarn is a talented actress and show host who is well-recognized from ‘Iron Chef Thailand’ and ‘The Next Iron Chef’. When the pandemic has cruelly affected people’s lives, she became one of the volunteers in the Facebook page ‘Savethailandsafein order to help infected patients who wait for help. They help patients to access medical treatment by providing volunteer doctors and nurses to give advice via LINE OA.

 

Moreover, they open a donation for protective equipment, oxygen concentrators, pulse oximeters, and other necessary things. These donated stuff would be used by on-site teams to help patients who wait for help at home. The oxygen concentrators are for curing patients with critical conditions. For home isolation patients, they recieve medicines and primary advice to take care of themselves at home.

 

In addition, Dai and Savethailandsafe volunteering group has started many projects for those who got affected by COVID-19 situation. For example, ‘Back Home’ is the collaboration project between Savethailandsafe and Morlabpanda, Sorayuth Suthassanachinda, and Tan Passakornnatee. This project intends to cooperate for patients who want to get a treatment in their hometown to be able to get a remedy in their local hospital or field hospital safely.

 

Furthermore, they arranged a project letting a representative from each community to register for free food for infected patients and those who got affected by COVID-19. Savethailandsafe collaborated with food shops to deliver food to people in the community and opened a donation to help food sellers which lack income.

 

Lastly, they joined with other volunteering groups and organizations to build 4 community isolations in order to be a shelter for patients who wait for treatment and to separate them from their families and communities to prevent new cases. 

 


 

 

Artist: โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ

 

ภาพที่หลายคนคุ้ยเคย โอมคือคนแต่งเนื้อร้องและนักร้องนำวง Cocktail และยังมีอีกบทบาทหนึ่งคือเป็นผู้บริหาร Gene Lab ค่ายเพลงน้องใหม่ที่ใช้เวลาไม่นานและสามารถสร้างศิลปินอย่าง Tilly Birds, Three Man Down, Taitosmith ฯลฯ ที่มีผลงานฮิต เป็นขวัญใจของนักฟังเพลงรุ่นใหม่และเก่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว 

 

นอกจากเนื้อเพลงและดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวง Gene Lab ภายใต้การบริหารงานของโอมยังโดดเด่นเรื่องการใช้ ‘เสียง’ แสดงความคิดเห็นทางการเมืองและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลให้เห็นอย่างต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งตัววง Cocktail เองก็เพิ่งปล่อยเพลง อภิสิทธิ์ชน พูดถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านการแซงคิวของ ‘คนบางกลุ่ม’ ที่รวมถึงการฉีดวัคซีน ออกมาในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

และเมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มศิลปินและนักดนตรีกลางคืนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด แต่แทบไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐเลย โอมก็เป็นหนึ่งในตัวแทนชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย เข้าไปยื่นหนังสือ 8 ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 

 

รวมทั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงาน ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ เทศกาลดนตรีออนไลน์ที่ช่วยเยียวยานักดนตรีมากกว่า 800 วงที่ส่งคลิปการแสดงดนตรีเข้ามาร่วมกิจกรรม พร้อมกับแนวความคิดถึงภาวะถูก ‘ปิดหูปิดตา’ ในรายการ POP Live ที่บอกว่า ประตูบานใหม่ได้เปิดขึ้นแล้ว และจะไม่มีวันถูกปิดอีกต่อไป

 

“เราอยู่ในภาวะที่โดนปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดจมูก แต่กระนั้นแล้วผู้ที่ปิดอวัยวะเหล่านั้นของเราเขาไม่ทราบว่าเขาไม่มีทางเอื้อมมือหรือเครื่องมือต่างๆ เข้ามาปิดสมอง ความคิด และสติปัญญาของเราได้

 

“เขาอาจจะไม่รู้ว่าเขาทำให้เรามีเวลาได้ทบทวนความคิด ได้มีเวลาตื่นรู้ เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากยิ่งขึ้น ผมว่าการปิดครั้งนี้ได้เปิดประตูอีกหลายบานที่ไม่อาจปิดได้อีกต่อไปแล้ว มันเปิดแล้ว และมันจะเปิดต่อไป”

 

ซึ่งเราก็เชื่อเหลือเกินว่า ด้วยความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจกัน ของกลุ่มคนดนตรีด้วยกัน จะทำให้ทุกคนยังพอมีกำลัง มีพลังใจ เพื่อรอให้ประตูบานที่ถูก ‘ปิด’ ในวันนี้ ‘เปิดขึ้น’ อีกครั้ง พร้อมกับ ‘เสียงดนตรี’ ที่กลับมามีชีวิต เพื่อสร้างความสุขและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้คนต่อไป

 

Artist / Ohm-Panthapol Prasarnrajkit

Frequently noticed as a songwriter and a lead vocal of ‘Cocktail’, Ohm has another role as an executive of ‘Gene Lab’, the junior record label which created numbers of popular artists such as Tilly Bird, Three Man Down, Taitosmith, etc. who grab all-age listeners’ attention in a short period of time.

 

Besides the artists’ unique music and lyrics, ‘Gene Lab’ under Ohm’s management is outstanding by how their artists use their ‘voices’ to constantly express their political opinions and criticise Thai government. Moreover, his own band ‘Cocktail’ just released the song ‘A Bhi Sit Chon’ talking about inequality in society through the line jumping event of ‘someones’ who want to get vaccinated, which is based on a true story that occured in July.

 

When artists, musicians, and singers who got affected by COVID-19 outbreak were united to call out for compensation from Thai government, Ohm was one of the representatives of Musician and Crew Association of Thailand (MCAT) to submit their eight requirements to the government and stakeholders.

 

Moreover, Ohm was one of the organizers who held ‘Open Hat Festival’, the online music festival which provided showing space for more than 800 music bands to send in their performances. With the concept ‘eyes and ears being covered’, it was stated in POP Live show that the new gate was opened and it would never be shut anymore.

 

“Our ears, eyes, mouths, and noses are being covered. However, those who are covering our parts don’t know that they will never reach or use any tools to cover our brains and wisdoms. They may not know that they gave us time to think, awake, and learn many things. I think this shut has opened many other unclosable gates. They have already opened and they will continue opening.” 

 

With unity the artists hold in their actions and spirits, we believe that they will be able to carry on and wait for the ‘closed’ gate to ‘reopen’ with the ‘music’ that comes back to life in order to keep creating happiness and being the voices for the people.

 


 

 

Artists: หมิว-สิริลภัส กองตระการ

 

“อีดาราปากแจ๋ว งานอดิเรกคือเป็นเครื่องด่ารัฐบาล และเทพีแห่งสงครามกับสลิ่มและไอโอ” 

 

ข้อความระบุตัวตนในแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ @mew_sirilapas ที่บอกความเป็น หมิว-สิริลภัส กองตระการ อย่างกระชับ ได้ใจความ บ่งบอกถึงการกระทำและ ‘เสียง’ ที่เธอส่งออกมาได้ดีที่สุด 

 

หมิว เข้าสู่วงการบันเทิงจากเวทีนางงาม มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2546 และ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2552 เริ่มต้นบทบาทนักแสดงสังกัดช่อง 7 เปิดตัวด้วยผลงานละคร นักฆ่าขนตางอน และ เพลงรักทะเลใต้ ในปี 2553 

 

หลังจากนั้นหมิวกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี โดยเฉพาะในปี 2561 มีที่ผลงานละครออกมาถึง 5 เรื่อง รวมทั้งการพิธีกรรายการ หมอชิตติดจอ, เส้นทางบันเทิง และ ปลดหนี้พลิกชีวิต ฯลฯ

 

จนกระทั่งสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยเริ่มทวีความเข้มข้น การรวมกลุ่มของผู้ชุมนุม การเสนอ ‘ข้อเรียกร้อง’ ต่อรัฐบาลกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนพูดถึง หมิวก็ยังยืนอยู่หน้ากล้องทำหน้าที่ในวงการบันเทิงอย่างตั้งใจ 

 

พร้อมกับอีกบทบาทใหม่ในการใช้ ‘เสียง’ เพื่อต่อต้านการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงของรัฐบาลด้วยความตั้งใจไม่แพ้กัน ที่หลายครั้งที่หมิวคอยขับรถรับส่งผู้ชุมนุมที่เดือดร้อนจากการสลายการชุมนุมด้วยตัวเอง 

 

หลายครั้งเราจะเห็นหมิวอยู่ในห้อง Clubhouse ร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่ม ‘ภาคีศิลปิน’ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน รวมถึงชวนกันตั้งคำถามว่า ศิลปินดาราสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้หรือไม่

 

และคำตอบนั้นก็เริ่มปรากฏ เมื่อหมิวถูกสั่ง ‘พักงาน’ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม แต่เธอก็ยังเดินหน้า Call Out ส่งเสียงอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา (หลายครั้งก็แปลงร่างเป็นเครื่องด่า) ก่อนจะถูกคำสั่ง ‘ปลดฟ้าผ่า’ ต้องยุติสัญญากับต้นสังกัด แต่เธอยังยืนยันว่าใช้เสียงในทุกช่องทางเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลต่อไป โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตโควิดที่หมิวเพิ่งเป็นตัวแทนภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทวงวัคซีน Pfizer ให้บุคลากรด่านหน้า

 

ยืนยันการเป็น ‘อีดาราปากแจ๋ว’ ที่ยอมแลกแม้กระทั่งหน้าที่การงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนเคียงข้างประชาชนจริงๆ 

 

Artist: Mew-Sirilapas Kongtrakarn

 

“A sharp-tongued actress. My hobbies are being a government cursing machine and the goddess of online wars among salim and IO”

 

A bio on her twitter account @mew_sirilapas can concisely describe herself as Mew-Sirilapas Kongtrakarn, her actions, and her ‘voice’ very best.

 

Mew started her career in the entertainment industry from the beauty contest called Miss Teen Thailand in 2003, Miss Thailand Universe in 2009 and later started her acting career in two dramas: Nak Kaa Khon Taa Ngorn and Pleng Rak Talay Taii on Channel 7 in 2010.

 

Later, she became one of the actresses who had dramas released successively every year. Especially in 2018, she had five dramas including being an MC in TV programs such as Mo Chit Tid Chor, Sentang Banterng and Plod Nee Plick Cheewit, etc.

 

As the political situation in Thailand had intensified, there was a group of people gathering and declaring the ‘demands’ which became the national issue. At that time, Mew was standing in front of the camera doing the best out of her job.

 

Along with her new role of using her ‘voice’ to condemn police’s violent dispersal of protesters, Mew even drove some of the protestors home herself several times.

 

We frequently saw her in Clubhouse with her friends in the group of Association of free artists and musicians of Thailand discussing, exchanging opinions, sharply criticizing the government, and questioning whether Thai celebrities could express their political opinions.

 

The answer then appeared as she ‘got suspended’ from her work in March but she still called out frankly (and often became a cursing machine) before she suddenly got ‘let go’ by her company. However, she persisted to use her voice as much as she could to criticize the government’s management, especially in COVID-19 crisis when she became a representative of people to submit a petition to Ministry of Public Health in order to procure Pfizer vaccine for frontline medical staff.

 

It can be confirmed that she is ‘a sharp-tongued actress’ who gave up her job to speak up and stand beside Thai people.

 


 

 

Artists: ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

 

ถ้าวัดระดับ ‘เสียง’ ของคนบันเทิงที่ส่งออกมา กลุ่มศิลปินดาราอายุมากกว่า 40 ปีดูจะเป็นกลุ่มเสียงที่เบาบางถ้าเทียบกับรุ่นน้องที่เข้าวงการมาทีหลัง

 

ยกเว้นเสียงของ ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ พระเอกรุ่นใหญ่วัย 43 ปี ที่กล้าออกมาส่งเสียงทักท้วงเรื่องไม่ถูกต้อง ตั้งแต่ประเด็น ‘ฉลองไม่ฉลาม’ ที่ตั้งคำถามถึงการจัดงานเลี้ยงของรัฐบาลที่มีเมนูหนึ่งเป็นซุปฉลามผ่านโซเชียลมีเดีย และเป็นตัวแทนเข้าไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือรัฐบาลเลิกเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐทุกรูปแบบในอนาคต

 

ต่อเนื่องมาถึงการวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ส่งมินิฮาร์ตร่าเริงระหว่างลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า และปิดท้ายแบบเจ็บๆ ว่า “ประเทศอื่นเห็นผู้นำเราทำแบบนี้ มันน่าอาย” 

 

ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ (จากสังกัดใหญ่) ที่มีแฮชแท็ก #Saveป้องณวัฒน์ จนขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์มาแล้วถึง 2 ครั้ง

 

มาถึงกรณีล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ป้อง ณวัฒน์ งัดความรู้ในฐานะนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ระดับปริญญาโท และอดีตข้าราชการกระทรวงการคลัง มากางข้อมูลสถิติวิเคราะห์ประเด็น ‘หนี้สาธารณะต่อ GDP จะไม่หยุดอยู่แค่นี้’ 

 

พร้อมแนะนำว่าการจัดหาวัคซีนคุณภาพมาฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง คือการเยียวยาที่ดีที่สุด จนมีคนรีทวีตข้อความดังกล่าวมากกว่า 50,000 ครั้ง พร้อมกับคนที่เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อยอดจากประเด็นดังกล่าวเป็นจำนวนมาก 

 

นอกจาก ‘เสียง’ ของคนวงบันการบันเทิงที่ดังขึ้นมา สิ่งที่น่ายินดีคือเหตุการณ์ครั้งนี้ ช่วยยืนยันให้เห็นว่า การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้อย่างปลอดภัย 

 

ไม่ควรต้องดันแฮชแท็ก #Saveป้องณวัฒน์ หรือ #Save ใครต่อใครอีกแล้ว

 


 

 

Artist : เต-ตะวัน วิหครัตน์ 

 

กว่า 8 ปีในวงการบันเทิง เต-ตะวัน วิหครัตน์ คือหนึ่งในนักแสดงชายที่น่าจับตามองทั้งในแง่ความสามารถและเสน่ห์ทางการแสดง โดยเฉพาะบทบาท พีท จากซีรีส์ Kiss the series ที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เตยังมีอีกบทบาทเป็นพิธีกรรายการออนไลน์ ทั้ง เตร็ดเตร่ กับ เต ตะวัน, เสน่ห์ห้องเครื่อง และรายการล่าสุดอย่าง กระหายเล่า   

 

ขณะเดียวกันเตยังเป็นคนบันเทิงที่มักจะใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียของตนเองในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม และเป็นกระบอกเสียงในการเรียกร้องสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ  

 

เช่นเดียวกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด เตออกมาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งใช้พื้นที่ของตนเองในการกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการส่งต่อข้อมูลเพื่อช่วยหาเตียงให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 

 

ต่อมาเมื่อพบว่าตนติดเชื้อโควิด เตยังใช้พื้นที่ในรายการ กระหายเล่า ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ของตนให้กับคนอื่นๆ ทั้งข้อมูลการตรวจหาเชื้อ การเช็กอาการเบื้องต้น รายละเอียดการรักษา รวมถึงการดูแลตัวเองในด้านต่างๆ โดยหวังว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนจำนวนมากที่ต้องดูแลตัวเองในช่วงการระบาดของโรคโควิด 

 

สำคัญที่สุด คือความพยายามของเตในการทำให้พื้นที่ของเขา เป็นพื้นที่ปลอดภัยของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้วยการเชิญชวนแฟนคลับมาพูดคุย ถกเถียงในประเด็นต่างๆ โดยเขามักย้ำเสมอว่า ‘สังคมประชาธิปไตยคือพื้นที่ที่ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่ถูกปิดกั้นหรือ ‘ปิดปาก’ 

 

THE STANDARD POP จึงอยากปรบมือสนับสนุนและหวังว่าประเทศไทยจะสามารถมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างเปิดกว้างและรอบด้าน เช่นเดียวกับพื้นที่ปลอดภัยบนโซเชียลมีเดียของเตในสักวัน

 

Artist / Tay-Tawan Vihokratana

 

Experienced more than 8 years in the industry, Tay Tawan Vihokratana is one of the notable actors in terms of potential and acting charisma, especially his well-known role ‘Pete’ in ‘Kiss the series’. Nevertheless, he has another role as an online show host in ‘เตร็ดเตร่ กับ เต ตะวัน’, ‘เสน่ห์ห้องเครื่อง’, and the latest show ‘กระหายเล่า’

 

Furthermore, Tay is an entertainer who frequently uses his own social media space to express his points of view and speak up about social issues.

 

As well as COVID-19 situation, Tay stated his opinion and criticised the government straightfully. Also, he used his social media to spread useful information and pass along the info to help new cases find a bed available in the hospital. 

 

After he found that he tested positive, Tay appeared in his show ‘กระหายเล่า’ to share his personal experience to others, including how to get tested, how to check the primary symptoms, how to get treated, and how to take care of his health, in hopes that it would be helpful to many people who need to take care of themselves during the pandemic.

 

Most importantly, Tay has always tried his best to make his space a safe area to exchange opinions, which is the reason he invited his fans to talk and discuss issues. Tay frequently said that “Democracy is the space that people can express their opinions without being blocked or ‘gagged’.”

 


 

เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

 

Artist: เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

 

“ผมโชคดีที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในขณะที่เพื่อนร่วมชาติของผมจำนวนมากเดินทางไม่ได้ หลายคนต้องเผชิญกับความลำบากอย่างสาหัสจากโรคระบาด เพราะความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐ การจัดการทรัพยากร งานสาธารณสุข และการเข้าถึงวัคซีน ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลโคลอมเบีย รวมทั้งรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ขอให้ตื่นขึ้นและทำงานเพื่อประชาชนของพวกคุณ เดี๋ยวนี้” 

 

ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีหลัง Memoria สามารถคว้ารางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2021 มาครองได้สำเร็จ 

 

เจ้ย-อภิชาติ​พงศ์ วีระเศรษฐกุล ก้าวขึ้นเวที ก่อนที่เขาจะกล่าวสปีชสำคัญ เพื่อบอกกล่าวเล่าถึงชีวิตของเพื่อนร่วมชาติรวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกอย่างประเทศโคลอมเบียที่เขาใช้เป็นโลเคชันถ่ายทำหลักของ Memoria อีกนับพัน นับหมื่น หรือนับล้าน ที่กำลังเผชิญกับชะตากรรมอันยากลำบาก อันเนื่องมาจากการจัดการปัญหาการระบาดของโรคโควิด ในช่วงเวลาเดียวกับที่เขากำลังได้รับเสียงปรบมืออยู่ในเวลานี้ 

 

เจ้ยต้องการจะสื่อสารถึงคนไทยและโคลอมเบียให้ได้รับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว และ ‘เสียง’ ของเขาพร้อมจะบอกเล่าถึงความทุกข์ทนเหล่านี้บนเวทีโลกเมื่อโอกาสนั้นมาถึง 

 

สำหรับ THE STANDARD POP การออกมา ‘ส่งเสียง’ ของเจ้ยบนเวที Cannes Film Festival ในค่ำคืนนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องไปถึงรัฐบาลเท่านั้น แต่ข้อความของเขายังทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้เข้าร่วมงานและผู้ชมทั่วโลกได้ทราบถึงวิกฤตที่ประชาชนคนไทยและผู้คนในอีกหลายประเทศกำลังเผชิญ ซึ่งเราหวังเป็นอยางยิ่งว่าการส่งเสียงของเจ้ยบนเวทีระดับนานาชาติ จะช่วยปลุกให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น และเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด

 

Artist: Joei-Apichatpong Weerasethakul

 

“I am lucky to be standing here, while many of my countrymen cannot travel. Many of them suffer greatly from the pandemic, with the mismanagement of resources, healthcare, and vaccine accessibility. I want to call out for the Thai and Colombian governments, and the governments of countries in a similar situation, to please wake up, and work for your people, now.”

 

A big round of applause was given after ‘Memoria’ got the Jury Prize from Cannes Film Festival 2021. Joei Apichatpong Weerasethakul stepped on the stage after his winning.

 

After the loud ovation, Joei started his significant speech talking about the life of his fellow citizens and thousand millions of his world-mate Colombians, the main location of his movie, while they were facing a difficult fate due to the poor pandemic management at the same time.

 

Joei desired to communicate to Thai and Colombian people that they are not facing this hardship alone. When the time has come, his ‘voice’ is alway with them to say what they are confronting to the world.

 

For THE STANDARD POP, the way Joei projected his ‘voice’ on Cannes Film Festival that night was not only a callout to the government, but his message also presented the crisis Thai people and world population are facing to the whole world. We wholeheartedly hope that the appearance of his ‘voice’ on an international stage will help the government to realize the critical state we are going through and solve these problems immediately.

 


 

 

Artist: ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย

 

‘หมอบรรณ’ แพทย์นิติเวชผู้รักความยุติธรรมจากซีรีส์ พฤติการณ์ที่ตาย (2563) คือตัวละครที่ทำให้ ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย กลายเป็นนักแสดงที่ถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทพูดที่ถูกแชร์ต่อเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ที่ว่า

 

“ต้องรอให้ระบาดทั่วก่อนใช่ไหม พวกคุณถึงจะเริ่มทำงาน แม่งเปลืองภาษีว่ะ” เพราะความตรงไปตรงมาและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องของหมอบรรณ เป็นสิ่งที่ทำให้แฟนซีรีส์หลายคนตกหลุมรัก 

 

แต่ถ้าได้ติดตามตุลย์มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าคงจะคิดเห็นคล้ายกันว่าตัวตนจริงๆ ของเขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ต่างอะไรกับตัวละครสักเท่าไร เพราะตุลย์คือคนที่มักออกมาแสดงความคิดเห็นทางสังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมาอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ที่ตุลย์ก็ยังคงใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียของตัวเองแสดงความคิดเห็นที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐอย่างตรงไปตรงมา

 

ทั้งการวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการเยียวยาประชาชนที่ไม่ทั่วถึง การบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิดที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ รวมไปถึงประกาศต่างๆ จากรัฐบาลที่มักสร้างความสับสนให้ประชาชน ไม่เพียงเท่านั้น ตุลย์ยังเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ออกมาเรียกร้องวัคซีน mRNA ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนตั้งแต่ระยะแรก 

 

ตุลย์โพสต์ข้อความที่ต้องการสื่อสารถึงผู้นำรัฐบาล ผ่าน Instagram Stories ของเขา พร้อมกับแท็ก @prayuthofficial ด้วยความหวังว่าเสียงของเขาจะถูกมองเห็นและส่งไปถึงเจ้าของชื่อแอ็กเคานต์ในสักวัน

 

ล่าสุดเขายังเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ร่วมกิจกรรมทำเทียนแฮนเมดเพื่อจำหน่ายกับโครงการ KOL Sharing โดยรายได้จะบริจาคให้กับสภากาชาดไทย นำเงินไปเยียวยาผู้ที่ขาดรายได้จากการกักตัวและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด

 

ถ้าหากมีโอกาสได้เข้าไปในแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ของตุลย์ @octotul เราจะพบข้อความสำคัญที่เขาปักหมุดเอาไว้ด้านบนเสมอว่า 

 

“สุดท้ายไม่อยากได้อะไรไปมากกว่า อยากเห็นประเทศเจริญ เห็นภาษีที่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง เห็นระบบขนส่งสาธารณะที่ส่งเสริมการใช้ชีวิต เห็นระบบที่ไม่เอื้อให้นักการเมืองโกงกิน เห็นกฎหมายที่แข็งแรง เท่าเทียม และไม่คุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน” 

 

ความเชื่อและความหวังในการเห็นสังคมไทยดีขึ้น คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังยืนหยัดในการเป็นกระบอกเสียงเพื่อประชาชนมาจนถึงทุกวันนี้

 

Artist / Tul-Pakorn Thanasrivanitchai

 

‘Dr.Bun’, the righteous medical examiner from the series ‘Manner of Death’ (2020), is the character which sent Tul Pakorn Thanasrivanitchai to be the talk of the town at the end of last year. This dialogue which was repeated until it became viral online began with the sentence 

 

“So you’re gonna start working when it’s entirely spread? Such a waste of taxes.” The straightfulness and righteousness of Dr.Bun is the reason why many series lovers fell in love with him

 

If you have been a fan of Tul, you may have thought that his true identity is not quite different from this character. Tul has always been righteously open with his opinions towards social and political issues. Along with COVID-19 pandemic, he used his media space to express his point of view, reflecting the government’s potential straightforwardly.

 

Tul criticised the unthorough relief measure, inefficient vaccine access and collocation, and official announcement which confused a lot of people. Moreover, he also used his voice to call out mRNA vaccines for medical workers and people.

 

Tul wrote a message to the government leader and posted it on his Instagram Stories. He even tagged the prime minister’s account @prayuthofficial hoping that someday his voice would be heard by the account owner.

 

Recently, Tul participated in a handmade candle making activity in order to sell them with KOL Sharing Project. The entire donation was given to Thai Red Cross Society, to treat people who lost their incomes due to quarantine and elders who needed personal care during the pandemic time.

 

Entering Tul’s twitter account @octotul, you would first see the important message that was pinned at the top saying

 

“Lastly, I don’t need anything more than the country’s prosperity, efficiently used tax, equal education, good transportation that supports our lives, good system that politicians can’t take advantage of, and good law that is righteous, equal, and supportive to people’s rights and freedom.”

 

The belief and hope to see the change of Thailand that Tul holds might be the reason why he has been the voice for people until now.

 


 

 

Artist: ก้อง ห้วยไร่

 

ก้อง ห้วยไร่ หรือ วีระเดช ยอดจำปา เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ได้รับยอดวิวถล่มทลายเสมอ เช่น ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน, คู่คอง (เพลงประกอบละคร นาคี) ,โอ้ละน้อ, อกหักดีกว่าฮักบ่เป็น, ซ่อยลืม, เว้าใหญ่ ฯลฯ

 

เพลงใหม่ ไม่รู้ ไม่มี ที่ก้องเพิ่งปล่อยมาล่าสุด ทั้งวลีคุ้นหูในเนื้อเพลงและภาพในมิวสิกวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นก้องที่นั่งลอยแพออกไปด้วยสภาพสิ้นหวัง, บุคคลในชุด PPE ที่ลุยน้ำลากเสาน้ำเกลือไปพาเขากลับมา ก่อนจะล้มลงนอนแน่นิ่งไป, ชายหลังโพเดียมยืนส่งมินิฮาร์ต และกลุ่มคนกำลังรับประทานอาหารที่โต๊ะริมบึงน้ำกับใบหน้ายิ้มแย้ม 

 

ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้เข้าใจได้ว่านี่ไม่ใช่บทเพลงที่ตัดพ้อถึงความรักเพียงเท่านั้น แต่เขาตั้งใจสื่อถึงสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา

 

ก้องเป็นศิลปินอีกคนที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเสมอในการใช้ ‘เสียง’ ของตัวเองวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 2.8 ล้านคน 

 

และไม่ใช่แค่ ‘เสียง’ เท่านั้น เขายังอาสาเป็นคนกลางที่ประสานงานรับมอบของอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อนำไปแจกจ่าย พร้อมลงพื้นที่สร้างโรงพยาบาลสนามและจัดหาเตียงให้กับศูนย์พักคอยในจังหวัดอื่นๆ อีกหลายแห่ง โดยมีทั้งเพื่อนศิลปินในวงการเพลงลูกทุ่งและแฟนคลับช่วยกันสมทบทุนร่วมบริจาคอีกมากมาย

 


 

 

Artist: เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (เล็ก Greasy Cafe)

 

นอกจากการหยิบนำแง่มุมความรักมาบอกเล่าผ่าน ‘บทเพลง’ เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ เล็ก Greasy Cafe ยังใช้ ‘ตัวหนังสือ’ ที่เขาเขียนด้วยลายมือของตัวเองมาเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าเรื่องราวความรักและชีวิตอยู่เสมอ 

 

ไม่เพียงแค่นั้น เล็กยังใช้ ‘ตัวหนังสือ’ เป็นสื่อกลางในการ ‘ส่งเสียง’ เพื่อถ่ายทอดมุมมองทางสังคมและการเมืองของตัวเอง และนั่นหมายรวมไปถึงความผิดพลาดของภาครัฐในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด จนทำให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังช่วย ‘ส่งเสียง’ เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงของภาครัฐในการสลายการชุมนุม

 

เล็กได้แสดงทัศนะไว้กับ THE STANDARD POP ในรายการ POP Live Special #ต้องรอด! เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 เกี่ยวกับการออกมา ‘ส่งเสียง’ ผ่าน ‘ตัวหนังสือ’ ไว้ว่า การออกมาพูดในครั้งนี้ไม่ใช่การพูดในฐานะของศิลปิน แต่เป็นการพูดในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่อยากจะส่งเสียงไปถึงภาครัฐ 

 

“เรารู้สึกว่าตราบใดที่คุณยังรับเงินเดือนที่มาจากเงินภาษีของประชาชน ทำตัวดีๆ จริงใจกับคน ตอนนี้มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ คนตายวันละเท่าไร คนตกงานวันละเท่าไร ไม่ใช่เฉพาะแค่เราเป็นนักดนตรี แต่เราขอพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เรารู้สึกว่าเราต้องรอดกันหมด ไม่ใช่แค่อาชีพใดอาชีพหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

 

และเราเชื่อมั่นว่าเสียงทุกเสียงล้วนมีความสำคัญในการผลักดันให้ภาครัฐได้ตระหนักถึงวิกฤตที่ประชาชนกำลังเผชิญ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  

 

Artist: Lek-Apichai Tragoolpadetgrai (Greasy Cafe)

 

Not only in his ‘songs’ that love has been portrayed, Lek-Apichai Tragoolpadetgrai, as known as Greasy Cafe, has also depicted the stories of love and life through the ‘words’ by his own handwriting.

 

Moreover, Lek has used his ‘words’ as a medium to ‘speak up’ his attitudes towards society and politics. He stated about the failure of the government’s COVID-19 management that caused higher numbers of new cases and deaths. Additionally, Lek used his ‘voice’ to stand against violence that the government used to disband the protest.

 

On July 3rd, 2021, in THE STANDARD POP’s show named POP Live Special #ต้องรอด!, Lek expressed his point of view about ‘calling out’ through his ‘words’ that it was not a callout as an artist, but it was a call out as one of the people who wants to be heard by the government.

 

“As long as your salary comes from people’s tax, be nice and be honest to the people. It is a serious matter at the moment. How many people have died? How many people have lost their jobs? Not only as an artist, but I speak as one of the people. We all need to survive, not only one particular profession or group.”

 

We believe that every voice takes an important role to urge the government to see this current crisis we are going through and solve them immediately and effectively.

 


 

 

Artists: H 3 F

 

H 3 F คือวงอินดี้คุณภาพที่ทำเพลงภาษาอังกฤษล้วนจนหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าพวกเขาคือวงดนตรีสัญชาติไทย โดยมีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรังสิตชวนกันก่อตั้งวงขึ้นมาและเล่นดนตรีคัฟเวอร์เพลงที่ร้านกลางคืน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มสร้างผลเพลงของตัวเองตามออกมาภายใต้ชื่อ H 3 F อย่างทุกวันนี้

 

ตามปกติวง H 3 F จะมีรายได้จากการเล่นดนตรีที่ร้านกลางคืนเป็นหลัก พวกเขาจึงเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการป้องกันโควิด ตามที่รัฐมีคำสั่งให้ปิดสถานบันเทิง ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่ได้มีทางออกมารองรับกลุ่มคนในสายอาชีพนี้ ที่ไม่ใช่เพียงนักร้อง นักดนตรี แต่ยังมีทีมงานเบื้องหลัง พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟอาหาร แม่บ้าน อีกหลายอาชีพ และอีกหลายชีวิต ที่ต้องพึ่งพาร้านกลางคืนในการหาเลี้ยงปากท้อง ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานซึ่งประชาชนเจ้าของภาษีควรจะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐอย่างเท่าเทียม

 

H 3 F จึงเป็นหนึ่งในศิลปินกลุ่มแรกที่ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย ภายใต้สมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย (สธก) พร้อมเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าของข้อเรียกร้อง 8 ข้อในการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันโควิด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ทั้งสามสมาชิกยังมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ คืนกลางคืน ที่ศิลปินและผู้ประกอบการร้านกลางคืนร่วมกันจัดกิจกรรมเล็กๆ โดยหารายได้จากการขายบัตรและสินค้าต่างๆ เพื่อให้ศิลปินและผู้ประกอบการพอมีรายได้จุนเจือเข้ามา และยังเป็นการเยียวยาหัวใจให้อยู่กันได้ต่อไปท่ามกลางวิกฤติการระบาดของโรคโควิดเช่นในเวลานี้

 


 

 

Artists: Safeplanet

 

หากบุคลากรทางการแพทย์คือด่านหน้าในการช่วยเหลือประชาชน ลงพื้นที่ต่อสู้กับกับวิกฤตโควิด วง Safeplanet คือหนึ่งใน ‘ด่านหน้า’ ที่ออกมาส่ง ‘เสียง’ และลงมือทำ เพื่อเรียกร้องการช่วยเหลือเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนๆ ‘นักดนตรี’ ที่เดือดร้อนมาตั้งแต่ต้น 

 

อย่างที่รู้กันว่า กลุ่มนักดนตรี (โดยเฉพาะนักดนตรีกลางคืน) คือหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดมากที่สุด พวกเขาคือกลุ่มคนที่โดนคำสั่งให้ ‘ปิดก่อน เปิดทีหลัง’ ในทุกครั้งที่เกิดปัญหาการระบาดทุกระลอก

 

ในสถานการณ์ปกติ นักดนตรีคืออาชีพที่ผู้คนนึกถึงในฐานะผู้ใช้เสียงเพลงสร้างความสุขให้กับชีวิต แต่เมื่อเกิดวิกฤต พวกเขากลับถูก ‘มองข้าม’ และแทบไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรจะเป็น 

 

พวกเขามักจะถูกบอกอยู่ซ้ำๆ ว่าต้องรู้จักปรับตัวให้เข้าสถานการณ์ โดยหลายคนไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมาพวกเขาทั้งสู้ ทั้งปรับตัวมากเท่าไร บางคนต้องเอาเครื่องดนตรีที่เป็นเหมือนชีวิตมาขาย, บางคนต้องไปทำอาชีพอื่น, บางคนผันตัวไปเป็นพ่อค้า แทบทุกคน ‘ปรับตัว’ พยายามเอาชีวิตรอดอย่างถึงที่สุด เพื่อรอวันจะได้กลับมาเล่นดนตรีที่พวกเขารักอีกครั้ง 

 

Safeplanet คือหนึ่งในวงดนตรีที่ออกมาเป็นตัวแทนพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เปิดหน้าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ต่อต้านความรุนแรง รวมทั้งลงถนนไปยืนอยู่ข้างประชาชนที่ออกมาส่งเสียงเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด 

 

และสุดท้ายที่ไม่ท้ายสุด Safeplanet เป็นตัวแทนกลุ่มนักดนตรีอิสระ ร่วมกับสมาพันธ์ผู้ประกอบการอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง เดินทางไปยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสมในช่วงที่วิกฤตโควิดรุนแรงขึ้นทุกขณะ

 

เพื่อส่ง ‘เสียง’ ของกลุ่มคนดนตรีว่าพวกเขามีชีวิต และชีวิตของพวกเขามี ‘คุณค่า’ เช่นเดียวกัน  

 


 

 

Artists: ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช

 

ภาพจำแรกของ ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช คือการถูกประทับนามสกุล ‘เดอะสตาร์’ นับจากเขาเข้าประกวดและสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ รายการเรียลิตี้ประกวดร้องเพลงชื่อดังระดับประเทศอย่าง เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 6 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ 

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ริทยังคงมีผลงานในวงการบันเทิงเรื่อยๆ โดยปัจจุบันเขามีช่อง YouTube ชื่อ MhorRitz ทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ คัฟเวอร์เพลง ควบคู่กับการพาไปดูชีวิตประจำวันของอาชีพแพทย์ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในรายการ เรื่องของหมอ

 

สำคัญที่สุดในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด ‘ริท’ ที่ปัจจุบันผู้คนทั้งประเทศจดจำและเปลี่ยนคำเรียกถึงเขาเป็น ‘หมอริท’ ได้ผลิตคอนเทนต์ภายในช่อง YouTube ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน มีทั้งการรีวิวฉีดวัคซีน Sinovac ให้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัคซีนและโรคโควิด รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะเจ้าของคลินิกความงามชื่อว่า THE RITZ ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่รัฐบาลสั่งปิดสถานประกอบการชั่วคราว

 

“เพราะการตาย…ไม่ใช่เพียงตัวเลข” 

 

คือเสียงที่เขาส่งผ่านจากพื้นที่โซเชียลมีเดียของตัวเอง ก่อนจะขยับขยายมาเป็นโครงการ ‘หมอริทช่วยโควิด’ ซึ่งล่าสุดได้ประกาศยกระดับการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดเป็นการดูแลแบบ Home Isolation อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ จิตอาสา ผู้บริจาค ไปจนถึงการสนับสนุนจากสภากาชาดไทยและ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษา และผู้ป่วยที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษาให้ได้ทั่วถึงมากที่สุด

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

The post POP Powerful Voices In Crisis: Artists 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว สิริลภัส เตรียมรับบทนำในซีรีส์วายเรื่องใหม่ Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ https://thestandard.co/check-out/ Mon, 05 Jul 2021 08:38:53 +0000 https://thestandard.co/?p=508465 Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ

หลังจากเพิ่งเจอข่าวร้ายครั้งสำคัญบนเส้นทางในวงการบันเทิ […]

The post หมิว สิริลภัส เตรียมรับบทนำในซีรีส์วายเรื่องใหม่ Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ

หลังจากเพิ่งเจอข่าวร้ายครั้งสำคัญบนเส้นทางในวงการบันเทิง เมื่อต้นสังกัดเดิมอย่างช่อง 7 ร่อนจดหมายขอยกเลิกสัญญาการแสดงก่อนกำหนด แต่ล่าสุด หมิว-สิริลภัส กองตระการ นักแสดงและพิธีกรสาวที่เตรียมรับบทนำในซีรีส์วายเรื่องใหม่อย่าง Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ โดยผู้กำกับ แก๊ปเปอร์-วรฤทธิ์ นิลกลม ที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีจากผลงาน I Am Your King ผมขอสั่งให้คุณ 

 

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ หมิวจะได้ร่วมงานกับสองนักแสดงหนุ่มอย่าง ชาฮับ-มารุจน์ กูมมุดดิน และ เบส-วิธวินท์ วีระวิทยานันต์ โดยมีกำหนดออกอากาศเร็วๆ นี้ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

 

แก๊ปเปอร์-วรฤทธิ์ นิลกลม

 

แก๊ปเปอร์ ในฐานะผู้กำกับซีรีส์ ได้บอกเล่าความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับหมิวว่า “รู้สึกดีใจที่หมิวมาเล่นซีรีส์ให้ โดยส่วนตัวรู้จักกันอยู่แล้ว และผมมองว่าหมิวเป็นนักแสดงคุณภาพคนหนึ่งที่เล่นละครออกมาได้ดีในทุกบทบาทที่ได้รับ บวกกับคาแรกเตอร์ที่ผมวางไว้ในซีรีส์ว่าอยากได้นางเอกลุคแรงๆ มีความเซ็กซี่ ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ซึ่งบุคลิกมันตรงกับหมิวพอดีจึงได้มีโอกาสคุยกัน เลยตัดสินใจมาทำงานร่วมกัน”

 

นอกจากนี้แก๊ปเปอร์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่หมิวถูกทางต้นสังกัดเดิมยกเลิกสัญญาการแสดงก่อนกำหนดว่า “ผมมองว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นคนผิด เพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลในตัวของมันเองอยู่แล้ว ส่วนตัวผมมองแค่ว่าหมิวเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่องงานและทำงานออกมาได้ดี สามารถร่วมงานกับผมและทีมงานได้โดยไม่มีปัญหาอะไร เมื่อมีนักแสดงเก่งๆ เข้ามา เราก็พร้อมที่จะร่วมงานด้วยอยู่แล้ว”

 

Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ

 

ย้อนกลับไปในวันที่ 30 มิถุนายน หมิวได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เธอได้รับจดหมายจากทางช่องที่สังกัดอยู่ ส่งมาแจ้งว่าขอยกเลิกสัญญาการแสดงก่อนกำหนด เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เธอออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาล 

 

โดยหมิวกล่าวขอโทษที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ และจะระมัดระวังในการใช้ภาษาให้มากขึ้นในฐานะที่ตนเองเป็นบุคคลสาธารณะ อย่างไรก็ตามเธอยืนยันว่าจะยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในด้านอื่นต่อไปเหมือนเดิม

 

รับชมทีเซอร์ได้ที่นี่

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post หมิว สิริลภัส เตรียมรับบทนำในซีรีส์วายเรื่องใหม่ Check Out คืนนั้นกับนายดาวเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว สิริลภัส โพสต์เฟซบุ๊ก ช่อง 7 ต้นสังกัด ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ให้เหตุผลเพราะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม https://thestandard.co/sirilapas-kongtrakarn-ch7-early-termination-of-the-contract/ Fri, 02 Jul 2021 12:53:18 +0000 https://thestandard.co/?p=507835 หมิว สิริลภัส

ล่าสุด หมิว-สิริลภัส กองตระการ นักแสดงและพิธีกรสาว เปิด […]

The post หมิว สิริลภัส โพสต์เฟซบุ๊ก ช่อง 7 ต้นสังกัด ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ให้เหตุผลเพราะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิว สิริลภัส

ล่าสุด หมิว-สิริลภัส กองตระการ นักแสดงและพิธีกรสาว เปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เธอได้รับจดหมายจากทางช่องที่สังกัดที่อยู่มาเป็นระยะเวลา 10 กว่าปี ส่งมาแจ้งว่าขอยกเลิกสัญญาการแสดงก่อนกำหนด ซึ่งกำหนดหมดสัญญาเดิมของเธอคือวันที่ 31 ธันวาคม 2565

 

โดยหมิวกล่าวขอโทษและขอบคุณกับผู้ใหญ่ทางต้นสังกัด รวมไปถึงทีมงาน ผู้จัดละคร นักแสดง และผู้ที่เคยร่วมงานกันมาตลอด พร้อมทั้งฝากให้ติดตามผลงานทางช่อง 7 เรื่องสุดท้ายของเธอกับละครเรื่อง หลงกลิ่นจันทน์ ละครแนวโรแมนติก-สืบสวนสอบสวน ที่กำลังออนแอร์อยู่ขณะนี้ และพร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่หากได้รับโอกาสจากที่อื่นๆ ในอนาคต

 

ย้อนกลับไปวันที่ 26 มิถุนายน หมิว สิริลภัส ได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ว่าจำเป็นต้องปลดเธอออกจากการเป็นพิธีกรรายการ ปลดหนี้ พลิกชีวิต เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เธอออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาล โดยหมิวกล่าวขอโทษที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ และจะระมัดระวังในการใช้ภาษาให้มากขึ้นในฐานะที่ตนเองเป็นบุคคลสาธารณะ อย่างไรก็ตามเธอยืนยันว่าจะยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในด้านอื่นต่อไปเหมือนเดิม


พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ
อ้างอิง: 

The post หมิว สิริลภัส โพสต์เฟซบุ๊ก ช่อง 7 ต้นสังกัด ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ให้เหตุผลเพราะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>