หมิงเฉิน ซัน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/หมิงเฉิน-ซัน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 15 May 2026 12:46:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รวบอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว เอี่ยวทำทะเบียนเท็จช่วยผู้ต้องหาจีนคดีอาวุธสงคราม https://thestandard.co/former-chiang-dao-official-arrested-fake-registration-chinese-suspect/ Fri, 15 May 2026 12:46:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1207733 เจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวที่เกี่ยวข้องกับการทำทะเบียนเท็จ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ […]

The post รวบอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว เอี่ยวทำทะเบียนเท็จช่วยผู้ต้องหาจีนคดีอาวุธสงคราม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวที่เกี่ยวข้องกับการทำทะเบียนเท็จ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลปฏิบัติการ ‘เผยเงามังกร’ หลังชุด DOPA N.I.C.E. ร่วมกับหลายหน่วยงาน บุกจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว และลูกจ้างอำเภอเชียงดาว ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตภาค 5 ฐานเกี่ยวข้องกับการจัดทำรายการทะเบียนเท็จให้ ‘หมิงเฉิน ซัน’ ผู้ต้องหาชาวจีนคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด

 

คดีนี้สืบเนื่องจากการจับกุม หมิงเฉิน ซัน หลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนจำนวนมากภายในรถและบ้านพัก

 

กรมการปกครองตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาใช้บัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพู โดยมีการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2565 ผ่านกระบวนการที่เชื่อว่าเป็นการทุจริต โดยอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวเป็นผู้จัดทำเอกสารและประสานการย้ายชื่อทั้งหมด ทั้งที่เจ้าบ้านยืนยันว่าไม่รู้จักผู้ต้องหา และไม่เคยพักอาศัยจริงในพื้นที่

 

เจ้าหน้าที่ยังพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง และอำเภอเชียงดาว ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีในปฏิบัติการ ‘ตัดหมอกเวียงแหง’ และ ‘สลายหมอกเชียงดาว’ โดยบางส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนสีเทาจากจีน

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าช่วงดำรงตำแหน่งในอำเภอเชียงดาว อดีตปลัดอำเภอรายดังกล่าวมีการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนกว่า 445 ราย และเบื้องต้นตรวจพบอย่างน้อย 18 ราย ที่เข้าข่ายออกเอกสารโดยมิชอบ

 

ขณะนี้กรมการปกครองสั่งเพิกถอนรายการทะเบียนที่ทุจริตทั้งหมด พร้อมดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเตรียมขยายผลเอาผิดบุคคลอื่นเพิ่มเติม รวมถึงเจ้าบ้านและผู้รับรองเอกสารในคดีนี้

 

เจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวที่เกี่ยวข้องกับการทำทะเบียนเท็จ 1เจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวที่เกี่ยวข้องกับการทำทะเบียนเท็จ 2เจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวที่เกี่ยวข้องกับการทำทะเบียนเท็จ 3เจ้าหน้าที่แถลงข่าวการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวที่เกี่ยวข้องกับการทำทะเบียนเท็จ 4

The post รวบอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว เอี่ยวทำทะเบียนเท็จช่วยผู้ต้องหาจีนคดีอาวุธสงคราม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. ขยายผลคลังแสงพัทยาโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ ‘หมิงเฉิน’ ระดับบอส เล็งใช้ระบบ One Police สแกนต่างชาติทั่วประเทศ https://thestandard.co/police-investigate-pattaya-arsenal-linked-call-center-boss/ Thu, 14 May 2026 10:10:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1207235 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

วันนี้ (14 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล. […]

The post ตร. ขยายผลคลังแสงพัทยาโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ ‘หมิงเฉิน’ ระดับบอส เล็งใช้ระบบ One Police สแกนต่างชาติทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

วันนี้ (14 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงกรณีการจับกุม หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนพร้อมคลังอาวุธสงคราม

 

โดยระบุว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินล่าสุด พบความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์และเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เร่งขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ

 

โดยอยู่ระหว่างการวิเคราะห์เส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคล ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศ เพื่อพิสูจน์ความเกี่ยวพันกับขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ทั้งระบบ ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการสืบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากข้อมูลการสืบสวนเชิงลึกในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สามารถยืนยันได้ว่า หมิงเฉิน ซัน ไม่ใช่สมาชิกกลุ่มอาชญากรในระดับปฏิบัติการหรือระดับล่าง

 

เนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงไปบังคับใช้แรงงานมักเรียกกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนในลักษณะนี้ว่า บอส อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาจะมีบทบาทหรืออำนาจสั่งการในระดับใดนั้น ยังคงต้องรอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเพิ่มเติม

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิด ส่วนประเด็นการพิจารณาว่าจะโอนสำนวนคดีไปอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินศักยภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2

 

ซึ่งหากหน่วยงานในพื้นที่ยังมีขีดความสามารถในการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องโอนคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับคดีนี้ในระดับสูงสุด โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงแรกเกิดเหตุ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ กำกับดูแลทิศทางการทำคดีอย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ทางการไทยได้ประสานข้อมูลด้านการข่าวกับทางการจีนมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า หมิงเฉิน ซัน ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังระดับสากล (Watch List) และไม่มีประวัติเป็นบุคคลต้องสงสัยในการก่ออาชญากรรมในประเทศต้นทางแต่อย่างใด จากกรณีดังกล่าว ส่งผลให้ทางการไทยต้องนำมาทบทวนและยกระดับมาตรการคัดกรอง เฝ้าระวังชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศให้มีความเข้มข้นและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายเชิงรุกว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเร่งเดินหน้ามาตรการ One Police ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบบุคคลต่างชาติ โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากการสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ดำเนินการเอกซเรย์ข้อมูลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักและลงทุนทั่วประเทศอย่างเข้มงวด

The post ตร. ขยายผลคลังแสงพัทยาโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ ‘หมิงเฉิน’ ระดับบอส เล็งใช้ระบบ One Police สแกนต่างชาติทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม. https://thestandard.co/mingchen-sun-overdose-prison-security/ Wed, 13 May 2026 06:40:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1206673 เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณโรงพยาบาล

วันนี้ (13 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงคว […]

The post ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณโรงพยาบาล

วันนี้ (13 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าด้านการรักษาพยาบาลและมาตรการรักษาความปลอดภัย กรณี หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ผู้ต้องขังชาวจีนในคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ซึ่งเกิดอาการป่วยฉุกเฉินและต้องถูกส่งตัวออกไปรับการรักษา ที่ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) อย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

จากรายงานการชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ระบุว่า ทันทีที่ผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ได้เร่งทำการรักษาและตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ทั้งการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และการทำซีทีสแกน (CT Scan) สมอง เพื่อค้นหาความผิดปกติ โดยแพทย์ได้ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังอาจรับประทานยาประจำตัวเกินขนาด จึงได้ทำการสอดสายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร ซึ่งในกระบวนการดังกล่าวแพทย์ได้ตรวจพบของเหลวสีฟ้าตกค้างอยู่ จึงได้ทำการฉีดยาต้านพิษ เข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองในทิศทางที่ดีขึ้น

 

สำหรับอาการล่าสุด วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ภาพรวมของผู้ป่วยถือว่ารู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยยังคงมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและยังไม่สามารถถอดออกได้ในขณะนี้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องใช้วิธีการให้สารอาหารเหลวผ่านทางสายยาง ในด้านผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เบื้องต้นจากการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดเพิ่มเติม เพื่อค้นหากลุ่มสารแอลกอฮอล์ กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) และสารเคมีจำพวกยาฆ่าแมลง ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการตรวจอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้ หรืออย่างช้าภายในสัปดาห์หน้า

 

ต่อประเด็นข้อสันนิษฐานของแพทย์ที่ระบุว่าผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้น ก่อนที่ผู้ต้องขังจะถูกส่งตัวเข้ามาควบคุมยังเรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากอาการป่วยฉุกเฉินได้กำเริบขึ้นในขณะที่ผู้ต้องขังอยู่ระหว่างกระบวนการรับตัวเข้าเรือนจำเพียง 2 ชั่วโมง ประกอบกับทางเรือนจำมีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการห้ามนำยารักษาโรคทุกชนิดเข้าสู่พื้นที่ภายใน เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำเท่านั้น

 

เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดและป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ทางเรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัว โดยจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง

 

โดยกรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าว เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมและการรักษาพยาบาลตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักสากลทุกประการ

The post ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมการปกครองสั่งสอบด่วนประวัติทะเบียนราษฎร 2 ผู้ต้องสงสัยชาวจีน โยงคดีคลังอาวุธสงครามชลบุรี ขู่ฟันอาญา-เพิกถอนบัตรหากพบทุจริต https://thestandard.co/government-investigates-chinese-nationals-arms-cache/ Sat, 09 May 2026 11:14:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1205501 ภาพเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสาร

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม หมิงเฉิน ซัน บุคค […]

The post กรมการปกครองสั่งสอบด่วนประวัติทะเบียนราษฎร 2 ผู้ต้องสงสัยชาวจีน โยงคดีคลังอาวุธสงครามชลบุรี ขู่ฟันอาญา-เพิกถอนบัตรหากพบทุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสาร

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม หมิงเฉิน ซัน บุคคลสัญชาติจีน ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนนำไปสู่การขยายผลตรวจค้นรถยนต์และบ้านพัก จนพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ชุดเกราะ และเครื่องกระสุนประเภทต่างๆ จำนวนมหาศาลไว้ในครอบครองนั้น ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงทางทะเบียนราษฎรได้เร่งขยายผลการตรวจสอบอย่างเข้มข้น

 

วันนี้ (9 พฤษภาคม) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้มีข้อสั่งการด่วนถึง วิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ให้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของประวัติทางทะเบียนราษฎรของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวจำนวน 2 ราย อย่างละเอียดและเร่งด่วนที่สุด

 

สำหรับเป้าหมายการตรวจสอบทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย

 

  1. หมิงเฉิน ซัน บุคคลสัญชาติจีน ซึ่งถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) หมายเลขประจำตัว 6-XXXX-XXXXX-XX-X มีที่อยู่ปัจจุบันในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยพบประวัติการย้ายที่อยู่มาจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
  2. เฉิงเจ้า หวู บุคคลสัญชาติไทย ซึ่งถือบัตรประจำตัวประชาชน (บัตรสีฟ้า) หมายเลขประจำตัว 5-XXXX-XXXXX-XX-X มีที่อยู่ปัจจุบันในเขตบางแค กรุงเทพมหานคร โดยมีประวัติการได้สัญชาติไทยผ่านกระบวนการเพิ่มชื่อ ณ สำนักงานเขตบางแค

 

อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวย้ำว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ากระบวนการได้มาซึ่งสถานะทางทะเบียนราษฎรของบุคคลทั้งสองมีการทุจริต หรือเป็นการสวมสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จะสั่งการให้ชุดปฏิบัติการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิดทุกรายอย่างเด็ดขาด ทั้งในส่วนของตัวผู้ครอบครองรายการบัตรประจำตัว และรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริต

 

นอกจากนี้ จะดำเนินการสั่งจำหน่ายและเพิกถอนรายการทางทะเบียนราษฎรทั้งหมดของบุคคลดังกล่าวโดยทันที เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยกรมการปกครองจะเร่งดำเนินการและรายงานผลความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

The post กรมการปกครองสั่งสอบด่วนประวัติทะเบียนราษฎร 2 ผู้ต้องสงสัยชาวจีน โยงคดีคลังอาวุธสงครามชลบุรี ขู่ฟันอาญา-เพิกถอนบัตรหากพบทุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>