หนังสือ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/หนังสือ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 22 Jun 2026 02:18:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Sofia Coppola ปล่อยหนังสือ Marc by Sofia ที่เล่าเรื่องมิตรภาพกับเพื่อนสนิท Marc Jacobs https://thestandard.co/sofia-coppola-marc-jacobs-book/ Mon, 22 Jun 2026 02:18:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1221230 ภาพหน้าปกหนังสือ Marc by Sofia โดย Sofia Coppola ที่เล่าเรื่องมิตรภาพกับ Marc Jacobs

หลังจากที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Marc by Sofia ของสตูดิโอ […]

The post Sofia Coppola ปล่อยหนังสือ Marc by Sofia ที่เล่าเรื่องมิตรภาพกับเพื่อนสนิท Marc Jacobs appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าปกหนังสือ Marc by Sofia โดย Sofia Coppola ที่เล่าเรื่องมิตรภาพกับ Marc Jacobs

หลังจากที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Marc by Sofia ของสตูดิโอ A24 ที่ผู้กำกับหญิงสายอาร์ตคนเก่งอย่าง Sofia Coppola ทำหน้าที่ถ่ายทอดการทำงานของ Marc Jacobs ในช่วงที่เขากำลังรังสรรค์ คอลเล็กชัน Spring 2024 Ready-to-Wear รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ ของตัวดีไซเนอร์ได้รับการตอบรับที่ดีไม่น้อย

 

ล่าสุดทั้งสองได้เปิดตัวหนังสือ Marc by Sofia โดย Sofia Coppola ตามภาพยนตร์มาแล้ว ภายใต้การร่วมมือระหว่าง A24 และสำนักพิมพ์ศิลปะร่วมสมัยอย่าง MACK โดยเนื้อหาของหนังสือเป็นการเจาะลึกภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Marc by Sofia อย่างครอบคลุมและใกล้ชิด พร้อมกับนำเสนอเรื่องราวชีวิต เส้นทางอาชีพ และวิวัฒนาการด้านความครีเอทีฟในฐานะแฟชั่นดีไซเนอร์ของ Marc Jacobs รวมถึงแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพอันงดงามที่กินระยะเวลามามากกว่า 2 ทศวรรษของ Sofia Coppola และ Marc Jacobs ด้วย

 

หนังสือ Marc by Sofia ประกอบไปด้วยเนื้อหาทั้งหมด 200 หน้า โดยติดตามเส้นทางชีวิตและอาชีพอันรุ่งโรจน์ของ Marc Jacobs ตั้งแต่จุดเริ่มต้น นับตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นนักศึกษาที่ Parsons School of Design ที่มหานครนิวยอร์ก, ช่วงที่เขาต้องเผชิญกับข้อถกเถียงและกระแสวิพากษ์วิจารณ์เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ Perry Ellis, เมื่อเขาได้ขึ้นกุมบังเหียน Louis Vuitton มาจนกระทั่งที่เขาเปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง

 

หนังสือเล่มนี้ถูกดีไซน์ออกมาในรูปแบบ Scrapbook ซึ่งสะท้อนความชื่นชอบงานคอลลาจส่วนตัวของ Marc Jacobs โดยหนังสือ Marc by Sofia มีราคาอยู่ที่ 35 ปอนด์ หรือราวๆ 1,538 บาท หาซื้อได้ที่เว็บไซต์ของ MACK และร้านสาขาบางแห่ง

 

อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/6/sofia-coppola-chronicles-her-friendship-with-marc-jacobs-in-the-marc-by-sofia-book

The post Sofia Coppola ปล่อยหนังสือ Marc by Sofia ที่เล่าเรื่องมิตรภาพกับเพื่อนสนิท Marc Jacobs appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTS เตรียมเปิดตัวหนังสือ BTS Lyrics Inside และ BTS Recipe Book กันยายนนี้ https://thestandard.co/bts-books-lyrics-recipe-release/ Fri, 19 Jun 2026 13:33:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1220813 ภาพปกหนังสือ BTS Lyrics Inside และ BTS Recipe Book

BTS มีอีกโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับชาว ARMY ทั่วโลกที […]

The post BTS เตรียมเปิดตัวหนังสือ BTS Lyrics Inside และ BTS Recipe Book กันยายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปกหนังสือ BTS Lyrics Inside และ BTS Recipe Book

BTS มีอีกโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับชาว ARMY ทั่วโลกที่กำลังจะได้เปิดตัวเร็วๆ นี้ นั่นก็คือหนังสือถึง 2 เล่ม ที่ใช้ชื่อว่า BTS Lyrics Inside และ BTS Recipe Book ที่พวกเขาจะถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังเนื้อเพลงของวง และนำเสนอ 15 เมนูอาหารเกาหลีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอัลบั้มและรายการวาไรตี้ต่างๆ จากช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

 

หนังสือทั้งสองเล่มของ BTS จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 15 กันยายนนี้ ภายใต้การร่วมมือกันระหว่างสำนักพิมพ์อเมริกัน Running Press, สำนักพิมพ์เกาหลีใต้ CAKE Corb และต้นสังกัด BigHit Music โดยเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ฉลองครบรอบเดบิวต์ 13 ปีของวง BTS ที่ขณะนี้กำลังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่กันอยู่นั่นเอง

 

BTS Lyrics Inside เป็นหนังสือปกแข็ง 184 หน้า ที่นำเสนอเนื้อเพลงภาษาเกาหลีอย่างเต็มรูปแบบโดยคัดสรรจากบทเพลงตั้งแต่ยุค Most Beautiful Moment in Life มาจนถึงอัลบั้ม Proof ที่เปิดตัวเมื่อปี 2022 ทั้งหมด 10 เพลง ซึ่งแต่ละเพลงก็จะมีคำอ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษประกอบ รวมไปถึงโน้ตพิเศษเกี่ยวกับเกร็ดเบื้องหลังต่างๆ ของเพลงเหล่านั้นในภาษาอังกฤษเช่นกัน แต่ละเพลงจะการเปิดเผยความหมายเชิงลึก, คำอธิบายเกี่ยวกับการตีความเนื้อเพลงจากภาษาเกาหลี พร้อมด้วยความรู้สึกและความนึกคิดส่วนตัวที่สมาชิกวงทั้ง 7 คนมีต่อเพลงเหล่านั้น

 

ทางด้าน BTS Recipe Book เป็นหนังสือปกแข็ง 256 หน้า ที่นำเสนอ 15 เมนูอาหารเกาหลีจากอัลบั้มแต่ละยุค และเมนูที่ปรากฏในรายการวาไรตี้ต่างๆ ของพวกเขา ตั้งแต่รายการ Run BTS ที่ออกอากาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2015, Bon Voyage และ In the Soop ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นสื่อที่ทำให้แฟนๆ ได้เห็นสัมผัสตัวตนของสมาชิกวง BTS อย่างใกล้ชิดมากกว่าเดิม และแฟนๆ ยังได้เห็นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารในแต่ละวันของพวกเขาด้วย ท่ามกลาง 15 เมนูในหนังสือเล่มนี้ก็มีทั้งข้าวผัดกิมจิ, ไก่ทอดเกาหลี, แพนเค้กต้นหอมเกาหลีหรือพาจอน และคัลบีจิม ซี่โครงเนื้อตุ๋นสไตล์เกาหลี เป็นต้น แน่นอนว่าแต่ละเมนูก็มีความเชื่อมโยงกับโมเมนต์สุดพิเศษของพวกเขา

 

นอกจากนั้น BTS Recipe Book ยังมาพร้อมกับดิจิทัลโค้ดที่จะพาแฟนๆ ไปรับชมวิดีโอเอกซ์คลูซิฟของวง BTS ที่ได้พูดถึงอาหารเมนูเกาหลีนี้ด้วย

 

ภาพ: BIGHIT Music

 

อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/6/bts-cookbook-recipe-book-lyric-book-inside-the-lyrics-release-info

The post BTS เตรียมเปิดตัวหนังสือ BTS Lyrics Inside และ BTS Recipe Book กันยายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Assouline ปล่อยหนังสือรวบรวมอาร์ตเวิร์ก 250 ชิ้น ของ Jean-Michel Basquiat https://thestandard.co/assouline-basquiat-art-book/ Sun, 17 May 2026 07:53:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1208197 ภาพปกหนังสือ Basquiat: The World of Jean-Michel Basquiat จากสำนักพิมพ์ Assouline

สำนักพิมพ์ Assouline เปิดตัวหนังสือเอดิชันพิเศษเกี่ยวกั […]

The post Assouline ปล่อยหนังสือรวบรวมอาร์ตเวิร์ก 250 ชิ้น ของ Jean-Michel Basquiat appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปกหนังสือ Basquiat: The World of Jean-Michel Basquiat จากสำนักพิมพ์ Assouline

สำนักพิมพ์ Assouline เปิดตัวหนังสือเอดิชันพิเศษเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของ Jean Michel Basquiat ผู้ล่วงลับที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในยุค 80 และยังคงส่งอิทธิพลสำคัญต่อศิลปะและวัฒนธรรมจวบจนถึงยุคสมัยใหม่นี้ ซึ่งน่าจะถูกใจคอนักสะสมผู้หลงใหลในป๊อปคัลเจอร์เป็นอย่างมาก

 

หนังสือเล่มนี้ที่มีชื่อว่า Basquiat: The World of Jean-Michel Basquiat ประกอบไปด้วย 348 หน้า และมาพร้อมกับผลงานอาร์ตเวิร์กของเขาทั้งหมด 250 ชิ้น รวมไปถึงภาพถ่ายจากคลังสะสมของศิลปินคนดัง ผู้ที่ตัวตนก็เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ไม่แพ้ผลงานของตัวเอง โดยหนังสือจะพาผู้อ่านไปสำรวจมรดกตกทอดของ Jean-Michel Basquiat ที่เหนือไปกว่าผลงานบนแคนวาส และดำดิ่งไปสู่คอนเซปชันร่วมสมัยแห่งพลังอิทธิพล คัลเจอร์ และอัตลักษณ์ของเขา

 

แน่นอนว่าเมื่อมาจากสำนักพิมพ์ Assouline หนังสือเล่มหนาของ Jean-Michel Basquiat ที่เย็บด้วยมือเล่มนี้จึงมีสนนราคาถึง 1,400 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 45,335 บาท และได้รับการนิยามให้เป็นงานศิลปะมากกว่าเพียงแค่หนังสือธรรมดาเล่มหนึ่ง ซึ่งดีไซน์ของหนังสือยังมีกิมมิกพิเศษเพื่อสะท้อนถึงความชื่นชอบในการใช้สื่อและแมทีเรียลที่แตกต่างไปจากแบบดั้งเดิมของคนอื่นๆ อีกด้วย

 

Basquiat: The World of Jean-Michel Basquiat เป็นผลงานจาก Color Themes, Philip Rebeiz และ CJ Jones ผู้ให้คำปรึกษาและตัวแทนขายด้านงานศิลปะที่ใช้เวลากันถึง 10 ปีในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยหนังสือเรียงร้อยออกมาเป็น 6 แชปเตอร์ ที่ล้วนเล่าเรื่องราวอันสลักสำคัญเกี่ยวกับตัวศิลปินในแง่มุมต่างๆ ตั้งแต่ความผูกพันลึกซึ้งที่เขามีต่อมหานครนิวยอร์ก ไปจนถึงการบุกเบิกการใช้ภาพพิมพ์ซิลก์สกรีนและเทคนิคลงสีทับกันหลายเลเยอร์ รวมไปถึงความคิดเห็นที่เขามีต่อเรื่องเพศ เชื้อชาติ จิตวิญญาณ และชนชั้น ซึ่งเขามักจะให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

 

ภาพ: Assouline
อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/5/basquiat-assouline-world-of-jean-michel-book-release

The post Assouline ปล่อยหนังสือรวบรวมอาร์ตเวิร์ก 250 ชิ้น ของ Jean-Michel Basquiat appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ralph Lauren Catwalk หนังสือรวบรวม 1,300 ภาพรันเวย์ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา https://thestandard.co/ralph-lauren-catwalk-book-50-years/ Sat, 09 May 2026 11:00:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1205463 ปกหนังสือ Ralph Lauren Catwalk ภาพรันเวย์ตลอด 50 ปี

Ralph Lauren แบรนด์ระดับตำนานของอเมริกาฉลองกว่า 50 ปี ท […]

The post Ralph Lauren Catwalk หนังสือรวบรวม 1,300 ภาพรันเวย์ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกหนังสือ Ralph Lauren Catwalk ภาพรันเวย์ตลอด 50 ปี

Ralph Lauren แบรนด์ระดับตำนานของอเมริกาฉลองกว่า 50 ปี ที่สร้างโมเมนต์มากมายบนหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นกับรันเวย์ ต่างๆ ผ่านหนังสือซีรีส์ Catwalk ที่จัดพิมพ์โดย Thames & Hudson ซึ่งเริ่มวางขายเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

Ralph Lauren Catwalk เขียนโดย Bridget Foley นักข่าวแฟชั่นระดับแนวหน้า นำเสนอเส้นทางประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของ Ralph Lauren จากจุดเริ่มต้นในปี 1967 ด้วยการออกแบบเนกไทภายใต้แบรนด์ Polo ก่อนก้าวสู่การเปิดตัวไลน์เสื้อผ้าสตรีชุดแรกในปี 1972 โดยหนังสือเล่มนี้มีกว่า 1,300 ภาพ จากรันเวย์คอลเล็กชันสตรีชุดแรกในฤดูใบไม้ร่วงปี 1972 จนถึงปี 2025

 

โดยหนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดแนวทางแฟชั่นและการออกแบบในสไตล์ Cinematic ผ่านหลากหลายโชว์รันเวย์ ซึ่งล้วนแล้วได้แรงบันดาลใจจาก Ricky Lauren ภรรยาและบุคคลต้นแบบตลอดกาลของ Ralph Lauren

 

ภาพ: Ralph Lauren

The post Ralph Lauren Catwalk หนังสือรวบรวม 1,300 ภาพรันเวย์ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
BOOKS: ส่องหนังสือที่ Dua Lipa เลือกอ่านใน Service95 Book Club https://thestandard.co/life/dua-lipa-book-club-picks/ Sun, 03 May 2026 01:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1203292 Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club

หลายคนรู้จัก Dua Lipa ในฐานะ Pop Star แต่น้อยคนที่รู้ว่ […]

The post BOOKS: ส่องหนังสือที่ Dua Lipa เลือกอ่านใน Service95 Book Club appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club

หลายคนรู้จัก Dua Lipa ในฐานะ Pop Star แต่น้อยคนที่รู้ว่าเธอเป็นหนอนหนังสือตัวยงที่ตั้ง Service95 Book Club แพลตฟอร์มที่เธอคัดหนังสือมาแนะนำทุกเดือนพร้อมบทวิจารณ์ส่วนตัวอย่างจริงจัง ลิสต์ของเธอครอบคลุมตั้งแต่ Fiction ที่ตั้งคำถามกับมิซอจินีแบบไม่ตะโกน ไปจนถึง Nonfiction ที่ทำให้ต้องหยุดคิดทบทวนโลกรอบข้าง และบอกได้มากกว่าแค่รสนิยมการอ่าน

 

Jerusalem โดย Jez Butterworth บทละครที่เธออ่านครั้งแรกตอนอายุ 15 และยังอยู่ในใจมาจนถึงวันนี้ ว่าด้วยชายพเนจรผู้ไม่ยอมจำนนต่อระบบ ผสมนิทานพื้นบ้านอังกฤษ ความตลก และความเศร้าไว้ในเรื่องเดียวกันได้อย่างเหลือเชื่อ

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 1

 

So Late In The Day โดย Claire Keegan เรื่องสั้นว่าด้วยชายธรรมดาคนหนึ่งในดับลิน (Dublin) ที่ไม่ได้เป็นคนเลวแต่มีทัศนคติดูถูกผู้หญิงแบบไม่รู้ตัว ค่อยๆ บ่อนเซาะความสัมพันธ์ไปทีละนิดจนไม่เหลืออะไร Dua บอกว่านี่คือนิทานสอนใจสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 2

 

Bad Feminist โดย Roxane Gay รวมเรียงความที่ Dua บอกว่าอ่านแล้วเหมือนได้คุยกับเพื่อนที่ฉลาด ตลก และพูดตรงที่สุดในโลก สำรวจความเป็นเฟมินิสต์ท่ามกลางความขัดแย้งในชีวิตประจำวันที่ผู้หญิงทุกคนเข้าใจดี

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 3

 

Night People: How To Be A DJ In 90s New York City โดย Mark Ronson บันทึกความทรงจำของโปรดิวเซอร์ผู้เป็นทั้งเพื่อนและไอดอลของเธอ ที่พาผู้อ่านย้อนกลับไปสู่ยุคทองของไนต์คลับนิวยอร์กในทศวรรษ 90s

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 4

 

Brightly Shining โดย Ingvild Rishøi นิยายนอร์เวย์ที่ดัดแปลงจากนิทานของ Hans Christian Andersen เรื่อง The Little Match Girl ว่าด้วยสองพี่น้องที่ต้องรับมือกับพ่อติดเหล้าในช่วงคริสต์มาส เล็กแต่ทรงพลัง

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 5

 

The Handmaid’s Tale โดย Margaret Atwood หนังสือที่เธอบอกว่าอ่านครั้งแรกตอนมัธยมแล้วกลัวมาก แต่ตอนกลับมาอ่านใหม่ในยุคนี้ ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไปเพราะโลกที่ Atwood วาดไว้ดูใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้นทุกที

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 6

 

The Trees โดย Percival Everett นิยายที่ผสมคดีฆาตกรรม ซอมบี้ และการวิพากษ์ประวัติศาสตร์ความรุนแรงทางเชื้อชาติในอเมริกาไว้ด้วยกัน Dua บอกว่ามันทำให้หัวเราะและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 7

 

Still Born โดย Guadalupe Nettel นิยายว่าด้วยเพื่อนสนิทสองคนในเม็กซิโกซิตี้ที่ต่างตัดสินใจไม่มีลูก จนวันหนึ่งคนหนึ่งเปลี่ยนใจ และชีวิตก็พลิกผันด้วยผลวินิจฉัยที่ไม่คาดคิด Dua บอกว่าหนังสือเล่มนี้ทั้งให้กำลังใจและบีบหัวใจในเวลาเดียวกัน

 

Dua Lipa กำลังอ่านหนังสือและแนะนำใน Service95 Book Club 8

The post BOOKS: ส่องหนังสือที่ Dua Lipa เลือกอ่านใน Service95 Book Club appeared first on THE STANDARD.

]]>
Le Labo เปิดตัวหนังสือที่อ่านแล้วเหมือนได้เข้าไปนั่งในแล็บ ดมกลิ่น และฟังเรื่องเล่า https://thestandard.co/life/le-labo-book-slow-perfumery/ Mon, 13 Apr 2026 03:00:18 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1197395 หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์

ถ้าใครเป็นแฟน Le Labo อยู่แล้ว ข่าวนี้อาจทำให้หัวใจละลา […]

The post Le Labo เปิดตัวหนังสือที่อ่านแล้วเหมือนได้เข้าไปนั่งในแล็บ ดมกลิ่น และฟังเรื่องเล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์

ถ้าใครเป็นแฟน Le Labo อยู่แล้ว ข่าวนี้อาจทำให้หัวใจละลายนิดนึง เพราะล่าสุดแบรนด์เพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปี นับตั้งแต่เปิดแล็บแห่งแรกบนถนน Elizabeth ย่าน Nolita ใน New York แบรนด์น้ำหอมนี้เชื่อในศาสตร์ Slow Perfumery และได้ออกหนังสือชื่อ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery เขียนโดย Deborah Royer, Global Brand President & Creative Director ของแบรนด์เอง

 

หนังสือเล่มนี้มีจำนวนหน้าทั้งหมด 551 หน้า ความพิเศษคือไม่ได้เป็นแค่หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติแบรนด์เท่านั้น แต่เหมือนพาเราเข้าไปนั่งในแล็บ ดมกลิ่น และฟังเรื่องเล่า โดยมีทั้งบทความส่วนตัว ภาพถ่าย บันทึกความคิด แบ่งออกเป็น 10 บท ที่ครอบคลุมตั้งแต่ปรัชญา wabi-sabi ของญี่ปุ่น ภาษาของกลิ่นหอม ความงามของงานฝีมือ ไปจนถึงคุณค่าของความเชื่องช้าในโลกที่ไม่เคยหยุดเร่ง

 

Deborah บอกว่าหนังสือเล่มนี้ตั้งใจเว้นช่องว่างไว้ให้ผู้อ่านเข้ามาเติมเต็มด้วยประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งฟังแล้วก็ Le Labo มากๆ เลย สำหรับใครที่ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ เขามีวางจำหน่ายหนังสือ The Essence of Slow Perfumery ที่ร้าน Le Labo สาขาซอยอารีย์

 

หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์ 1หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์ 2หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์ 3หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์ 4หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์ 5หนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery ที่สะท้อนปรัชญา Slow Perfumery ของแบรนด์ 6

The post Le Labo เปิดตัวหนังสือที่อ่านแล้วเหมือนได้เข้าไปนั่งในแล็บ ดมกลิ่น และฟังเรื่องเล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
What I Talk About When I Talk About Running หนังสือที่พา Harry Styles วิ่งสู่เส้นชัยมาราธอน https://thestandard.co/harry-styles-murakami-running-book/ Wed, 04 Mar 2026 05:23:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1184067

เรื่องราวที่ว่า ‘หนังสือหนึ่งเล่มสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได […]

The post What I Talk About When I Talk About Running หนังสือที่พา Harry Styles วิ่งสู่เส้นชัยมาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรื่องราวที่ว่า ‘หนังสือหนึ่งเล่มสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้’ อาจฟังดูเหมือนคำพูดเกินจริง ในยุคที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันหลังให้กับสื่อสิ่งพิมพ์

 

แต่สำหรับ แฮร์รี สไตล์ส มันคือเรื่องจริง! เพราะบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร Runner’s World ฉบับ Spring 2026 ซึ่งพาแฮร์รีมาพูดคุยกับนักเขียนระดับตำนานอย่าง ฮารูกิ มุราคามิ ถึงความเรียบง่ายของการวิ่ง และวิธีที่มันหล่อเลี้ยงทั้งชีวิตและงานสร้างสรรค์ของพวกเขา

 

บทสัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่แฮร์รีสามารถทำเวลามาราธอนต่ำกว่า 3 ชั่วโมงได้สำเร็จในการแข่งขัน Berlin Marathon 2025 ก่อนจะย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ ซึ่งมาจากหนังสือเล่มหนึ่งของมุราคามิ ที่ทำให้เขาเริ่มเชื่อว่าตัวเองก็สามารถวิ่งมาราธอนได้เช่นกัน

 

เมื่อมองเผินๆ ชายวัย 77 ปีที่เป็นนักเขียนระดับโลก กับนักร้องป๊อประดับรางวัลแกรมมีวัย 32 ปี ดูเหมือนจะอยู่คนละโลกโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันกลับเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ ‘การวิ่ง’ กิจกรรมที่ไม่เพียงเป็นการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการสำรวจตัวเองและสร้างความเชื่อมั่นจากภายใน

 

“ในประสบการณ์ใหม่ๆ หลายครั้ง มันเต็มไปด้วยสิ่งเร้ามากมายใช่ไหม? มีผู้คนมากมาย เสียงก็ดังไปหมด การวิ่งเลยกลายเป็นพื้นที่ที่ผมใช้ ‘ประมวลผล’ ทุกอย่างเหล่านั้น เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองจริงๆ” แฮร์รีเปิดใจกับมุราคามิ ถึงความรักที่เขามีต่อการวิ่ง และวิธีที่ช่วยให้เขาได้มีเวลาอยู่กับความคิดของตัวเอง ท่ามกลางชีวิตที่วุ่นวาย

 

สำหรับหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้แฮร์รี คือ ‘What I Talk About When I Talk About Running’ บันทึกความทรงจำที่มุราคามิเขียนขึ้นในปี 2007 เล่าเรื่องประสบการณ์การฝึกซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ‘การเขียน’ และ ‘การวิ่งระยะไกล’ ซึ่งสำหรับเขาแล้ว ทั้งสองอย่างคือกระบวนการที่ต้องใช้วินัย ความอดทน และความเชื่อมั่นในตัวเอง

 

สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือวิ่งทั่วไป คือมุราคามิไม่ได้เล่ามันด้วยมุมมองของนักกีฬาระดับโลก เขาเล่าจากมุมของ ‘นักวิ่งธรรมดา’ คนหนึ่งที่เริ่มจากศูนย์ และต้องการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้า ความสงสัย และคำถามกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ความธรรมดาเหล่านั้นเองที่ทำให้ผู้อ่านทั่วโลก รวมถึงแฮร์รีรู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเขา

 

“สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบ ทั้งในชีวิตและโดยเฉพาะในการวิ่ง คือการเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะทำในสิ่งที่ตัวเองบอกว่าจะทำให้ได้ การบอกกับตัวเองว่า ฉันรู้ว่าคุณสามารถทำสิ่งที่ยากได้ คุณสามารถลุกขึ้นมาซ้อมได้แม้ในวันที่ไม่อยากซ้อม และคุณสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

 

“การมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่มีใครวิ่งมาราธอนแทนเราได้ ในขณะที่การทำเพลง การออกอัลบั้ม หรือการจัดโชว์ให้ผมดูดีบนเวที มีผู้คนมากมายคอยช่วยผมอยู่รอบตัว แต่สำหรับการวิ่ง… มันคือบทสนทนาที่มีแค่ตัวผมคุยกับตัวเองเท่านั้น”

 

สำหรับแฮร์รี หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนคำยืนยันว่า ‘คนธรรมดาก็สามารถทำสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ได้’ ความคิดนั้นทำให้เขาเริ่มเชื่อว่า การวิ่งมาราธอนอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

 

เพราะในที่สุดเขาก็ลงแข่งขันจริง โดยทำเวลา 3:24:07 ใน Tokyo Marathon ปี 2025 ก่อนจะพัฒนาตัวเองจนทำลายกำแพงสามชั่วโมงได้สำเร็จที่ Berlin Marathon ด้วยเวลา 2:59:13 ในปีเดียวกัน

 

ความหลงใหลในงานเขียนของมุราคามิยังไม่ได้หยุดอยู่แค่หนังสือเกี่ยวกับการวิ่งเท่านั้น เพราะแฮร์รียังอ่านผลงานนิยายชื่อดังของเขาหลายเล่ม เช่น Norwegian Wood (ด้วยรัก ความตาย และความเศร้า) และ The Wind-Up Bird Chronicle (บันทึกนกไขลาน)

 

ซึ่งหนังสือเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ใน ‘Harry Styles’s House of Books’ หรือลิสต์หนังสือแนะนำที่ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ก (NYPL) รวบรวมขึ้นจากหนังสือเล่มโปรดที่แฮร์รีเคยอ่าน

 

เรื่องราวของหนังสือเล่มหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดของศิลปินระดับโลกอย่าง แฮร์รี สไตล์ส จึงสะท้อนความจริงง่ายๆ ว่า ‘แรงบันดาลใจ’ ไม่จำเป็นต้องมาจากสิ่งยิ่งใหญ่เสมอไป

 

บางครั้งมันอาจเริ่มต้นจากเรื่องธรรมดาอย่างการออกไปวิ่งในตอนเช้า จากก้าวเล็กๆ ที่ค่อยๆ พาเราออกจากพื้นที่เดิมของตัวเอง

 

เพราะในท้ายที่สุด การวิ่งอาจไม่ได้พาเราไปถึงแค่เส้นชัยของระยะทางที่เราตั้งไว้ แต่ยังพาเราไปพบกับความเชื่อใหม่ๆ ในแบบของตัวเอง ว่าหากกล้าที่จะเริ่มต้นก้าวแรก … ‘ก้าวถัดไป’ อาจพาเราไปได้ไกลกว่าที่เคยคิดไว้ก็ได้นะ

 

อ่านบทความ: The Running Novelist ฮารุกิ มุราคามิ เรื่องราว ‘การวิ่ง’ ที่เปลี่ยนชีวิต ‘นักเขียน’ ไปตลอดกาล

 

 

ภาพ: Runner’s World / Laura Jane Coulson

The post What I Talk About When I Talk About Running หนังสือที่พา Harry Styles วิ่งสู่เส้นชัยมาราธอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ปิยบุตร ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ เตรียมออกหนังสือ 1 เล่มในปีนี้ https://thestandard.co/piyabutr-independent-prachachon-book/ Tue, 03 Mar 2026 05:15:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1183776 ภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ

วานนี้ (2 มีนาคม) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ปิยบุตร ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ เตรียมออกหนังสือ 1 เล่มในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ

วานนี้ (2 มีนาคม) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นผ่านเพจส่วนตัว ระบุว่า ภายหลังการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชน ครั้งสุดท้าย บนเวทีปราศรัยที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือว่าได้จบภารกิจตามที่พรรคมอบหมายอย่างครบถ้วนแล้ว

 

ปิยบุตรระบุว่า หลังวันเลือกตั้ง 13 วัน พรรคประชาชนได้เชิญตนเป็นวิทยากรบรรยายให้กับว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และอดีตผู้สมัครของพรรคทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนได้ตอบรับคำเชิญและบรรยายเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง โดยเตรียมนำเนื้อหาคำบรรยายดังกล่าวมาเผยแพร่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษรผ่านเพจในลำดับต่อไป

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

นอกจากนี้ ปิยบุตรยังระบุว่า ได้เป็นผู้ริเริ่มจัดวงสนทนากลุ่มย่อย เพื่อพูดคุย ปลอบใจ และให้กำลังใจกับผู้สมัครที่ผิดหวังจากผลการเลือกตั้ง รวมถึงแสดงความยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ พร้อมให้ข้อคิดทั้งกับผู้แพ้และผู้ชนะ ตลอดจนขอบคุณทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการหาเสียงและการรณรงค์ในหลายพื้นที่

 

“จนถึงตอนนี้ ก็น่าจะชัดเจนว่า ผมปลดเปลื้องพันธะผูกพันกับพรรคประชาชนได้ครบถ้วนตามภารกิจแล้ว”

 

ปิยบุตรระบุ พร้อมประกาศว่าจะกลับมาใช้ความรู้ที่มีในการคิด พูด และเขียนอย่างอิสระ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องหรือกระทำการใดๆ ในนามของพรรคอีกต่อไป

 

สำหรับแผนงานต่อจากนี้ ปิยบุตรเปิดเผยว่า ยังมีงานเขียนที่ค้างอยู่หลายชิ้น อาทิ กำเนิดพรรคอนาคตใหม่, ทฤษฎีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการตั้งพรรค, ทฤษฎีพรรคการเมืองแบบมาร์กซิสต์และแบบซ้าย, รวมคำปราศรัยทางการเมืองและบทวิจารณ์ต่อพรรค, บันทึกการเดินทางศึกษาดูงานในต่างประเทศ รวมถึงคำบรรยายระดับปริญญาโท 2 หัวข้อ ซึ่งเป็นการบรรยายครั้งสุดท้ายก่อนลาออกมาตั้งพรรคการเมือง

 

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเขียนในเพจ คลิปการบรรยาย บทสัมภาษณ์ และผลงานทั้งหมดไว้ในเว็บไซต์ส่วนตัว โดยคาดว่าจะเผยแพร่ได้ภายในหนึ่งเดือน และตั้งเป้าออกหนังสืออย่างน้อย 1 เล่มภายในปีนี้

 

ท้ายที่สุด ปิยบุตรกล่าวอวยพรให้พรรคประชาชนประสบความสำเร็จ พร้อมทิ้งท้ายว่า

 

“แลไปข้างหน้า จนกว่าเราจะพบกันอีก”

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ปิยบุตร ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ เตรียมออกหนังสือ 1 เล่มในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังสือแพงทำกำลังซื้อสะดุด! สำนักพิมพ์ไทยเร่งปรับดีไซน์-ลดหน้าคุมราคา พร้อมจับตา ‘มังงะ-หนังสือเด็ก’ ขุมกำลังหลักตลาดปี 2569 https://thestandard.co/book-prices-impact-thai-publishing-market/ Tue, 17 Feb 2026 07:04:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1179328 ชั้นหนังสือในร้านหนังสือที่มีผู้คนเดินเลือกซื้อ สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมหนังสือไทยที่กำลังปรับตัวรับมือราคาแพงและเทรนด์มังงะ-หนังสือเด็ก

ถึงวันนี้อุตสาหกรรมหนังสือไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายจาก […]

The post หนังสือแพงทำกำลังซื้อสะดุด! สำนักพิมพ์ไทยเร่งปรับดีไซน์-ลดหน้าคุมราคา พร้อมจับตา ‘มังงะ-หนังสือเด็ก’ ขุมกำลังหลักตลาดปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชั้นหนังสือในร้านหนังสือที่มีผู้คนเดินเลือกซื้อ สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมหนังสือไทยที่กำลังปรับตัวรับมือราคาแพงและเทรนด์มังงะ-หนังสือเด็ก

ถึงวันนี้อุตสาหกรรมหนังสือไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายจากกระแสดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ทำให้ธุรกิจจำหน่ายหนังสือแบบดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัว สู่การเป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่สามารถเชื่อมโยงและต่อยอดได้หลายมิติ

 

รุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ภาพรวมตลาดหนังสือในปี 2569 ยังมีโอกาสเติบโต แต่ผู้เล่นจำเป็นต้อง จับเทรนด์ให้แม่นและตรงจุดมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการอ่านเปลี่ยนเร็ว จากเดิมที่การวางแผนซื้อลิขสิทธิ์สามารถมองล่วงหน้า 2-3 ปี ปัจจุบันต้องประเมินสถานการณ์แบบปีต่อปี เพื่อให้สอดรับกับกระแสที่หมุนเร็วขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดหนังสือยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งมองว่าราคาหนังสือค่อนข้างสูง สำนักพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายจึงต้องปรับรูปแบบบางหมวด เช่น ลดจำนวนหน้า หรือปรับดีไซน์ เพื่อกำหนดราคาให้อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

ขณะที่หมวดหนังสือที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ หนังสือเด็ก โดยเฉพาะประเภทที่มีสื่อประกอบ หนังสือเตรียมสอบและคู่มือการเรียน รวมถึงกลุ่มฟิกชัน มังงะ และวรรณกรรมแนวสืบสวน

 

ในส่วนของร้านหนังสือซีเอ็ด ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทเดินหน้าปรับภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการเปิดตัวคอนเซปต์ใหม่ทุกปีในงานหนังสือ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและสื่อสารกับลูกค้ารุ่นใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังพบว่า ภายในงานหนังสือ สัดส่วนบูธงานอาร์ต งานคราฟต์ โมเดล และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับหนังสือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้มองคอนเทนต์เฉพาะในรูปแบบหนังสือเท่านั้น แต่ให้คุณค่ากับ ไอเดีย และ จินตนาการ ที่สามารถต่อยอดไปสู่สินค้าและประสบการณ์ในรูปแบบอื่นได้

 

จากอินไซต์ดังกล่าว ซีเอ็ดจึงต่อยอดโมเดลร้านสู่แนวคิด ‘Playground’ เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักสร้างสรรค์นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในร้าน โดยปัจจุบันสัดส่วนสินค้ากลุ่ม Creative & Merchandise เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ของพื้นที่บางสาขา บริษัทคัดเลือกศิลปินหรือแบรนด์ที่มีคอนเซปต์ชัดเจน มีฐานผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย และมีทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งช่วยให้เข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผู้บริหารซีเอ็ดย้ำว่า ปัจจุบัน IP ไม่ได้เริ่มต้นจากหนังสือแล้วขยายไปสู่สินค้าเสมอไป แต่บางกรณีเริ่มต้นจากโซเชียลมีเดีย ก่อนต่อยอดกลับมาสู่หนังสือ ยกตัวอย่างคาแรกเตอร์ไทยที่พัฒนาจากงานอาร์ตสู่การ์ดเกม หรือคาแรกเตอร์ที่แจ้งเกิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วขยายสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องเขียน และหนังสือ สะท้อนทิศทางตลาดคอนเทนต์ที่หมุนเวียนข้ามแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน

 

หลังจากทดลองเปิดโซน Playground ใน 5 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลบางนา, ซีคอนศรีนครินทร์, ซีคอนบางแค, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และแฟชั่นไอส์แลนด์ ภายในเดือนแรกพบว่า สัดส่วนยอดขายสินค้านอนบุ๊กเพิ่มจากปกติราว 20% เป็นมากกว่า 30% ของยอดขายรวม ขณะเดียวกัน ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น และมีพฤติกรรมซื้อหนังสือควบคู่กับสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างปีใหม่และวันเด็ก จากผลตอบรับดังกล่าว บริษัทเตรียมขยายคอนเซปต์ดังกล่าวไปยังเกือบ 50 สาขาในระยะถัดไป

 

โดยปัจจุบัน ซีเอ็ดมีสาขาประมาณ 170 แห่ง ถือเป็นผู้เล่นที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในตลาด ขณะที่คู่แข่งอย่าง B2S และร้านหนังสือรายอื่นต่างมีจุดแข็งแตกต่างกัน โดยมองว่าธุรกิจร้านหนังสือเป็นตลาดที่ผู้เล่นสามารถเกื้อหนุนกัน มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

 

ผู้บริหารทิ้งท้ายว่า ตลาดหนังสือยังมีศักยภาพเติบโต หากผู้ประกอบการสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน ปรับตัวได้รวดเร็ว และขยายบทบาทจาก ร้านหนังสือ ไปสู่โมเดล ‘คอนเทนต์ + ประสบการณ์’ ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคใหม่

The post หนังสือแพงทำกำลังซื้อสะดุด! สำนักพิมพ์ไทยเร่งปรับดีไซน์-ลดหน้าคุมราคา พร้อมจับตา ‘มังงะ-หนังสือเด็ก’ ขุมกำลังหลักตลาดปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tsundoku (ซุนโดคุ) ใช่คุณไหม คนที่ซื้อหนังสือมากองไว้แต่ยังไม่ได้อ่าน? https://thestandard.co/life/tsundoku-book-buying-habit/ Thu, 29 Jan 2026 02:00:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1170817 กองหนังสือจำนวนมากที่ยังไม่ได้อ่าน สื่อถึงพฤติกรรม Tsundoku

วันนี้อยากชวนมารู้จักคำๆ หนึ่งในภาษาญี่ปุ่น คำนั้นคือ T […]

The post Tsundoku (ซุนโดคุ) ใช่คุณไหม คนที่ซื้อหนังสือมากองไว้แต่ยังไม่ได้อ่าน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองหนังสือจำนวนมากที่ยังไม่ได้อ่าน สื่อถึงพฤติกรรม Tsundoku

วันนี้อยากชวนมารู้จักคำๆ หนึ่งในภาษาญี่ปุ่น คำนั้นคือ Tsundoku (ซุนโดคุ) ที่ใช้เรียกพฤติกรรมของคนที่ซื้อหนังสือมาเก็บไว้เรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้อ่าน โดยไม่ได้มีความหมายในเชิงลบเลยนะ แต่ในทางตรงกันข้ามมันสะท้อนทัศนคติที่งดงามต่อความรู้และเวลา เพราะลึกๆ แล้วเรารู้ว่า วันหนึ่งเราจะกลับมาอ่านมัน ในวันที่ใจพร้อม ในวันที่ชีวิตช้าพอ และในวันที่เนื้อหาของมันจะเข้ามาทำงานกับเราได้จริงๆ

 

ดังนั้นคนที่มีหนังสือกองเล็กๆ บนโต๊ะข้างเตียง มีเล่มที่ยังไม่เคยเปิด มีเล่มที่คั่นหน้าไว้ครึ่งทาง และมีเล่มที่ซื้อมาเพราะแค่ยืนอยู่หน้าร้านแล้วรู้สึกว่าเล่มนี้ต้องซื้อไว้ก่อน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้อ่าน ถ้าใช่ ก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก มันไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลวในการอ่านเลยสักนิด

 

บางเล่มซื้อมาในวันที่เราอยากเข้าใจโลกมากขึ้น บางเล่มซื้อมาในวันที่เราเหนื่อยและอยากมีใครสักคนคอยปลอบใจ บางเล่มซื้อมาเพราะเรากำลังจะเปลี่ยนผ่านอะไรบางอย่างในชีวิต หนังสือพวกนั้นไม่เคยเป็นของที่ซื้อมาเปล่าๆ มันคือร่องรอยของความตั้งใจที่จะเติบโต แม้ว่าเราจะยังเดินไปไม่ถึงตรงนั้นก็ตาม การที่เรายังเก็บหนังสือเหล่านั้นไว้ ไม่ได้แปลว่าคุณผัดวันประกันพรุ่ง แต่มันแปลว่าคุณยังเชื่อในตัวเองว่า วันหนึ่งคุณจะกลับมาอ่านมัน และวันนั้นคุณจะเป็นคนที่เข้าใจมันได้ลึกกว่าวันที่ซื้อมา

 

บางทีชั้นหนังสือของเรา ไม่ได้เป็นเครื่องวัดว่าเราอ่านจบไปกี่เล่ม แต่มันเป็นหลักฐานเงียบๆ ว่าเราเป็นคนที่ยังอยากเรียนรู้ ยังอยากเข้าใจโลก และยังอยากเข้าใจตัวเองอยู่เสมอ

The post Tsundoku (ซุนโดคุ) ใช่คุณไหม คนที่ซื้อหนังสือมากองไว้แต่ยังไม่ได้อ่าน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันโพสต์ภาพวัยเยาว์ เผยทักษิณแนะหนังสือเปลี่ยนมุมมองชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็กไทย https://thestandard.co/yodchanan-thaksin-book-thai-youth/ Sat, 10 Jan 2026 05:51:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1163555 ยศชนันโพสต์ภาพวัยเยาว์ เผย ทักษิณแนะหนังสือเปลี่ยนมุมมองชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็กไทย

วันนี้ (10 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันโพสต์ภาพวัยเยาว์ เผยทักษิณแนะหนังสือเปลี่ยนมุมมองชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็กไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันโพสต์ภาพวัยเยาว์ เผย ทักษิณแนะหนังสือเปลี่ยนมุมมองชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็กไทย

วันนี้ (10 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพวัยเยาว์ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 พร้อมข้อความระบุว่า “ตอนที่ผมเป็นเด็ก หนึ่งในหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผม คือ As the Future Catches You ที่ ดร.ทักษิณ เป็นคนแนะนำ หนังสือเล่มนั้นพูดถึงอนาคตที่เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญ และกลายเป็นเหมือนเข็มทิศ ทำให้ผมเริ่มมองไกลขึ้น คิดจริงจังขึ้น และเป็นตัวนำที่ทำให้ผมเลือกทางในชีวิต และเดินมาถึงวันนี้”

 

“ผมเชื่อว่าคำดีๆ ประโยคความหมายดีๆ จากหนังสือบางเล่ม สามารถให้กำลังใจตัวเองได้ในวันที่เหนื่อยหรือสับสน และพอโตขึ้นผมยิ่งเห็นชัดว่า ‘กำลังใจ’ สำคัญกับทุกคนมาก โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะมันทำให้เด็กเชื่อว่าตัวเองยังไหว ยังมีทางเลือก และยังไปต่อได้”

 

ศ.ดร.ยศชนัน ยังระบุอีกว่า “ตอนเป็นเด็ก ผมชอบหาคำสั้นๆ ไว้สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง คำไม่กี่คำที่อ่านแล้วเหมือนได้ชาร์จพลัง ทำให้ใจนิ่งขึ้น กล้าขึ้น และลุกขึ้นไปต่อได้อีกครั้ง”

 

“พอมาเจอ More Than Words : คำบันดาลใจ ของคุณท้อฟฟี่ ผมยิ่งเชื่อมากขึ้นว่า ‘คำ’ มีพลังจริงๆ หนังสือเล่มนี้รวบรวมคำธรรมดาๆ แต่เป็นคำที่ช่วยพาเราเดินต่อ เตือนให้เราไม่หมดหวังกับตัวเอง และชวนให้เราก้าวไปข้างหน้าในวันที่ไม่แน่ใจ”

 

ศ.ดร.ยศชนัน ยังระบุอีกว่า “ผมอยากแนะนำหนังสือเล่มนี้ในวันเด็ก ให้เด็กๆ ได้มี ‘คำดีๆ’ ไว้ให้กำลังใจตัวเอง และให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เห็นว่า บางครั้ง ‘คำพูดเล็กๆ’ หรือ ‘หนังสือสักเล่ม’ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ”

 

“ก้าวที่สำคัญที่สุดของเด็กคนหนึ่ง อาจเริ่มจาก ‘ความหวัง’ และ ‘แรงบันดาลใจ’ และหนังสือเล่มนี้อาจเป็นหนึ่งในก้าวแรกนั้นครับ สุขสันต์วันเด็กครับ”

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันโพสต์ภาพวัยเยาว์ เผยทักษิณแนะหนังสือเปลี่ยนมุมมองชีวิต พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็กไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน https://thestandard.co/life/book-club-new-meaning/ Tue, 16 Dec 2025 08:16:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1155354 Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน

จะว่าไปแล้ว Book Club ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรบนโลกนี้เลย ท […]

The post Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน

จะว่าไปแล้ว Book Club ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรบนโลกนี้เลย ทว่าชมรมนักอ่านกำลังกลับมาเป็นเทรนด์ฮิตในยุคปัจจุบันอีกครั้ง ทั้งยังสร้างสรรค์และพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย รวมถึงปรับเปลี่ยนสไตล์ให้เหมาะสมลงตัวกับวิถีชีวิตของคนยุคนี้ ตลอดจนเพิ่มโน่นเติมนี่เพื่อดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ สนใจ

 

แต่อะไรที่อยู่เบื้องหลังการมาของเทรนด์หนอนหนังสือยุคใหม่นี้กันแน่

 

การกลับมาของหนอนหนังสือยุคใหม่

 

ปัจจัยที่กระตุ้นให้ Book Club กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในยุคนี้ต้องบอกว่าตัวจุดกระแสสำคัญน่าจะมาจากกระแส Social Detox (ล้างพิษโซเชียลมีเดีย) ซึ่งคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เริ่มเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตอยู่หน้าจอตลอดเวลา รวมถึงเสพติดโลกโซเชียลจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจกันมากมาย

 

หนึ่งในผู้จุดกระแสคนสำคัญนั้นอาจต้องยกให้ The Offline Club ในเนเธอร์แลนด์ ที่ช่วงปี 2021 หลังสร้างไวรัลและปลุกกระแสไปทั่วโลก จนทำให้เกิดกิจกรรมลักษณะนี้ตามมามากมาย โดยคลับจะชวนผู้คน (โดยเฉพาะคนเจนใหม่) มารวมตัวกันแล้วปิดโทรศัพท์เพื่อที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้ชีวิตรื่นรมย์ แน่นอนว่ากิจกรรมฮิตหนึ่งในนั้นก็คือ การหยิบเอาหนังสือเล่มโปรดมาอ่านนั่นเอง

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 1

 

จากวงคุยไม่กี่คนเริ่มกลายเป็นวงสนทนาที่ชวนอ่านเรื่องเดียวกัน แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นการผสมผสานการอ่านไปพร้อมกับการทำกิจกรรมอื่นๆ อาทิ อ่านแล้วเดินเที่ยว, อ่านแล้วเล่นดนตรี หรือ อ่านแล้วทำขนม เป็นต้น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้โลกของคลับคนรักการอ่านในยุคนี้สนุกขึ้น และนั่นเป็นเส้นทางพัฒนาที่ทำให้ Book Club กลายมาเป็นเทรนด์กิจกรรมยอดฮิตในยุคปัจจุบัน

 

มุมกลับที่ช่วยปลุกกระแสเช่นเดียวกัน

 

ถ้ากระแส Social Detox ทำให้คนหันกลับมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น ในมุมกลับกัน โลกโซเชียลตลอดจนเทคโนโลยีล้ำสมัยก็มีส่วนส่งเสริมให้เกิดการรักการอ่านตลอดจนต่อยอดกลายเป็น Book Club ในยุคนี้ด้วยเช่นกัน

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในกระแสฮิตที่สร้างคุณประโยชน์ด้านการอ่านได้มหาศาลก็คือวงการบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์ ที่ช่วงหนึ่งเทรนด์อ่านหนังสือเล่มโปรดตามไอดอล หรือศิลปินที่ชื่นชอบก็ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการอ่านมากขึ้น

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 2

 

และไม่ใช่แค่ศิลปินเท่านั้น ทว่าโพสต์บนโซเชียลมีเดียของผู้มีอิทธิพลหลากหลายวงการ ก็ทำให้อุตสาหกรรมหนังสือทั่วโลกที่กำลังซบเซากลับมาคึกคักกันได้อีกครั้ง การแชร์รีวิวหนังสือบนโลกออนไลน์พัฒนาสู่เทรนด์ใหม่อย่าง BookTok บน TikTok ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นมีส่วนไม่มากก็น้อย ที่ทำให้เทรนด์ของคนรักการอ่านกลับมาอีกครั้ง จนเกิดการรวมตัวกันของคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน และโซเชียลมีเดียก็กลายเป็นสื่อกลางในการเชื่อมสู่กิจกรรม Book Club ในยุคนี้ด้วยเช่นกัน

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 3

 

รวมถึงกระแสที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเปลือกหรือฉาบฉวย ทว่าหากวิเคราะห์ให้ลึกจริง ๆ แล้วมันมีส่วนดึงคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจหนังสือและการอ่านได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือการออกแบบและดีไซน์ ตั้งแต่ปกหนังสือ การจัดอาร์ต โปสเตอร์อีเวนต์ ไปจนถึงธีมและคอนเซ็ปต์ดีไซน์สำหรับงานสัปดาห์หนังสือฯ ในบ้านเรา การใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบ การให้ความสำคัญกับดีไซน์ ตลอดจนการสร้างสรรค์วิชวลให้โดดเด่น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ชักชวนคนรุ่นใหม่ให้ก้าวมาเปิดประตูสู่โลกการอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 4

 

ปรากฏการณ์ Book Club ในเมืองไทย

 

เมื่อคนอ่านหนังสือกันมากขึ้นก็เกิดความสนใจในเรื่องเดียวกันมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญของการรวมตัวในรูปแบบ Book Club หากมองในด้านกระแสการปฏิเสธเทคโนโลยีเริ่มเพิ่มมากขึ้น บวกกับกระแส Social Toxic ที่นับวันรุนแรงขึ้นเรื่อย สิ่งเหล่านี้ทำให้คนหวนกลับคืนสู่วิถีเรียบง่ายแบบวันวานที่มีความสุขได้โดยปราศจากเทคโนโลยี

 

ส่วนอีกด้านกระแสความใฝ่รู้ก็มาแรงไม่แพ้กัน กระแสการพัฒนาทักษะรอบด้าน รวมถึงกระแสของการกลับมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน (มนุษย์ต่อมนุษย์) มากขึ้น ก็ทำให้คนโหยหาการพบปะพูดคุยและทำความรู้จักกัน ทุกวันนี้จึงมีคลับหนอนหนังสือเกิดขึ้นทั่วโลกมากมาย และกระแสนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่ามันยังเป็นเพียง Subculture เล็กๆ แต่ก็กำลังไปได้สวยทีเดียว

 

และเหล่านี้คือคลับอ่านหนังสือในไทยที่เราเอามาฝากกัน

 

theWHOLESOME Hobbies Club : Booktroverts Series

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 5

Photo Credit: theCOMMONS

 

ถ้าพูดถึง Book Club ระดับครีมที่เป็นขวัญใจหนอนหนังสือบ้านเรา (ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ) และทำกิจกรรมได้ประสบความสำเร็จจนติดลมบนไปแล้วก็คือ theWHOLESOME Hobbies Club : Booktroverts Series ที่มีจุดมุ่งหมายเชื่อมโยงผู้คนที่รักการอ่านเข้าด้วยกัน (ทั้งหนอนหนังสือและนักอ่านมือสมัครเล่น) โดยในแต่ละเดือนผู้ที่เข้าร่วมจะอ่านหนังสือทั้งจากที่คลับหยิบมาแนะนำ หรือเป็นหนังสือเล่มโปรดก็ได้ เสร็จแล้วมานัดพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอร่อยกับอาหารว่างร่วมกันที่ theCOMMONS Thonglor (สามารถเลือกเข้าร่วมได้ทั้งรอบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เป็นเสมือนปาร์ตี้เล็ก ๆ ให้นักอ่านได้มาสนุกกัน กิจกรรมนี้ร่วมจัดโดยกลุ่ม READ ME AGAIN บุ๊กคลับของบัณฑิตคณะอักษรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาฯ

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.thecommonsbkk.com/thonglor/events/677b78e6a953fc227e3deaaa

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 6

Photo Credit: theCOMMONS

 

Bangkok Offline Reading Club

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 7

Photo Credit: BKKLITFEST

 

อีกหนึ่ง Book Club ที่กำลังเป็นกระแสและกิจกรรมสุดฮิปก็คือ Bangkok Offline Reading Club อันเป็นหนึ่งอีเวนต์ของ Offline Book Club series ที่จัดโดยทีม BKK Lit Fest ซึ่งเป็นกิจกรรมกลางแจ้งชวนเอกเขนกหมู่กลางสวนสาธารณะ มาปิดมือถือ แล้วโฟกัสที่การอ่านหนังสือไปด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมทุกคนจะต้องเตรียมเสื่อหรืออุปกรณ์ปูนั่ง พร้อมหนังสือเล่มโปรดมากันเอง โดยจะเป็นหนังสือเล่มหรือเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-reader) ก็ได้ จากนั้นก็มาอ่านด้วยกัน รวมถึงตอนท้ายอาจมีกิจกรรมกลุ่มสนทนากันด้วย เป็นมหกรรมการอ่านสุดชิลที่เจ๋งดีทีเดียว

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/bkklitfest/

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 8

Photo Credit: BKKLITFEST

 

คลับ Just Read

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 9

Photo Credit: Just Read

 

สายอ่านเพลินคุยชิลต้องลองมาแจม คลับ Just Read ดูเลย เป็นอีกหนึ่งคลับของไทยที่ได้รับความสนใจมากทีเดียว Book Club เจ้านี้จะจัดกิจกรรม “ชวนกันอ่านคลับ” ในทุกเดือน ตระเวนจัดไปตามร้านหนังสือต่าง ๆ ในย่านพระนคร กรุงเทพฯ แต่ละครั้งจะมีรูปแบบกิจกรรมผสมผสานต่างๆ กันไป อย่างเช่น อ่านแล้วไปเดินตามรอยแมว รวมถึงเกมเสริมแทรกต่างๆ ที่รับรองว่าสนุกไม่มีเบื่อแน่นอน รวมถึงได้พูดคุยและเปลี่ยนหนังสือชวนกันอ่านในธีมแต่ละครั้งด้วย

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/justread.co.th

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 10

Photo Credit: Just Read

 

เพจอ่านออกเสียง

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 11

Photo Credit: อ่านออกเสียง

 

สายอ่านจริงจังอาจจะเลิฟคลับนี้ เพราะ Book Club ของ เพจอ่านออกเสียง จะชวนกันอ่านหนังสือเล่มโจทย์แล้วมานั่งถกเถียงพูดคุยกัน เสวนาตั้งแต่เชิงวรรณกรรมไปจนถึงเชิงสังคม ออกรสหลากหลายมิติ สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ สนุกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สมกับปณิธานเพจที่ชักชวนมาอ่านออกเสียง ร่วมแลกเปลี่ยนเสียงแห่งความคิดเห็นกัน “เพราะเราเชื่อว่าเสียงทุกเสียงเท่ากันและสำคัญเสมอ”

 

เข้าไปดูได้ที่ที่ https://www.facebook.com/wereadaloud

 

Bangkok Book Club

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 12

Photo Credit: Bangkok Book Club

 

ส่วนใครเลิฟฟีล Book Club สายอินเตอร์ อ่าน-คุย-ปาร์ตี้ กลุ่มเล็กๆ สบายๆ แนะนำให้ลองไปแจมกับ Bangkok Book Club นี้ดู คลับเล็กๆ แต่มั่นคง มีกิจกรรมจัดสม่ำเสมอทุกเดือน มาพบเพื่อนใหม่ทั้งไทยและต่างชาติ มิตรภาพเฟรนด์ลี่ พูดคุยสบายๆ กิจกรรม Bangkok Book Club Meet นี้จะจัดกันเป็นประจำทุกเดือนที่โซนโต๊ะไม้ยาวบนศูนย์อาหารของ IKEA สาขาสุขุมวิท ใครสนใจก็ไปแจมกันได้เลย

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.instagram.com/BangkokBookClub/

The post Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หนังสือเหล่านี้ยังไม่ตาย พวกเขายังมีชีวิต..โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’ คำขอจากเจ้าของร้านถึงคนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน https://thestandard.co/bookstore-owner-and-muddy-books/ Mon, 01 Dec 2025 13:22:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1150401 โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 15

วันนี้ (1 ธันวาคม) ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ […]

The post ‘หนังสือเหล่านี้ยังไม่ตาย พวกเขายังมีชีวิต..โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’ คำขอจากเจ้าของร้านถึงคนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 15

วันนี้ (1 ธันวาคม) ท่ามกลางบรรยากาศการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังมวลน้ำก้อนใหญ่พัดผ่านไป สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่เพียงคราบโคลนบนถนนหรือความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับคนรักการอ่าน ภาพที่สะเทือนใจที่สุดอาจอยู่ที่ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ชอบอ่านจัง ร้านหนังสือตามสั่ง’

 

ร้านหนังสือการ์ตูนและวรรณกรรมที่อยู่คู่เมืองหาดใหญ่มากว่า 14 ปีแห่งนี้ ต้องเผชิญกับความเสียหายครั้งรุนแรง เมื่อหนังสือที่เปรียบเสมือน เพื่อน และ ครู นับหมื่นเล่ม ถูกมวลน้ำเข้าทำลายเสียหาย 100% มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

 

ชัยณรงค์ ฉัตรศิริเวช เจ้าของร้าน ผู้ซึ่งใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในวงการหนังสือมากว่า 30 ปี เล่าว่า ปกติแล้วเขาเตรียมพร้อมเสมอสำหรับน้ำท่วมประจำปี โดยการขนย้ายหนังสือขึ้นสู่ชั้น 2 แต่ปีนี้มวลน้ำมาเร็วและรุนแรงเกินคาดคิด วินาทีที่เขาและภรรยาฝ่ากระแสน้ำมาถึงหน้าร้านและเปิดประตูเข้าไป พบว่าน้ำได้เข้ายึดพื้นที่อย่างรวดเร็ว

 

การต้องจำใจทิ้งร้าน คือการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุด แต่เขาต้องทิ้งหนังสือที่รัก เพื่อรักษาชีวิต แม้แต่รถยนต์และบ้านพักส่วนตัวก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน

 

เมื่อระดับน้ำลดลง สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความว่างเปล่าในหัวใจ ชัยณรงค์เล่าถึงวินาทีแรกที่ก้าวเท้ากลับเข้ามาในร้านว่า “มันตื้อมันคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน”

 

ความรู้สึกของคนทำร้านหนังสือ เมื่อเห็นหน้ากระดาษที่เคยพลิกอ่านบวมพอง หมึกจางหาย และปกหนังสือเปรอะเปื้อนโคลน มันคือความเจ็บปวดที่บรรยายไม่ถูก จนกระทั่งมิตรภาพจากเพื่อนฝูงและลูกค้าประจำที่แวะเวียนเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้เขาเริ่มตั้งสติและลงมือกู้ชีพ หนังสือเหล่านี้ออกมา

 

ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ร้านชอบอ่านจัง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขายหนังสือ แต่ที่นี่คือ โรงบ่มเพาะความฝัน

 

“ร้านนี้ได้สร้างนักอ่านหลายคนในหาดใหญ่ สร้างนักแปล เติมความฝันให้หลายคนที่อยากเป็นนักเขียน และจนทุกวันนี้พวกเขาก็ทำสำเร็จ” ชัยณรงค์ กล่าว

 

ความเจ็บปวดที่สุดของเจ้าของร้านไม่ใช่การขาดทุน แต่คือการเห็นหนังสือเหล่านี้ต้องกลายเป็นขยะ ที่รอรถเทศบาลมาเก็บไปเผาทิ้ง เขาจึงส่งเสียงสะท้อนจากหัวใจถึงนักอ่านทุกคนว่า

 

“หนังสือเหล่านี้ยังไม่ตาย พวกเขายังมีชีวิต.. เราอยากขอให้คนที่รักหนังสือช่วยพาพวกเขาไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแทนเรา”

 

แม้หนังสือจะไม่สมบูรณ์สวยงามดังเดิม ไม่สามารถนำมาขายในราคาปกติได้ แต่คุณค่าของเรื่องราว ข้างในยังคงอยู่ เขาจึงอยากส่งต่อหนังสือเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่มองเห็นคุณค่า ให้หนังสือได้กลับไปทำหน้าที่ของมันในบ้านของใครสักคน ดีกว่าต้องจบชีวิตลงในกองเพลิง

 

แม้ในวันนี้ อนาคตของร้านจะยังเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่จิตวิญญาณของคนทำหนังสือยังไม่มอดดับ ชัยณรงค์ทิ้งท้ายว่า เรื่องการเปิดร้านต่อหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคต แต่สิ่งที่เขาอยากทำตอนนี้คือการหารือกับสำนักพิมพ์และนักเขียนคู่บุญ เพื่อหาหนทางที่จะนำพาร้านหนังสือแห่งนี้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง

 

โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 1โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 2โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 3โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 4โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 5โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 6โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 7โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 8โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 9โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 10โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 11โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 12โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 13โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา คำขอจากเจ้าของร้านถึง คนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน 14

The post ‘หนังสือเหล่านี้ยังไม่ตาย พวกเขายังมีชีวิต..โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’ คำขอจากเจ้าของร้านถึงคนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Player Profile : 1 คน 2 ความฝัน ดาวิน ฌู นักกีฬาเรือใบวัย 17 ปี ผู้เตรียมเปิดตัวหนังสือ ‘Sailing Book’ หลังจบซีเกมส์ https://thestandard.co/darwin-hsu-sailing-book-seagames-dreams/ Tue, 11 Nov 2025 09:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1142043 1 คน 2 ความฝัน ดาวิน ฌู นักกีฬาเรือใบวัย 17 ปี ผู้เตรียมเปิดตัวหนังสือ ‘Sailing Book’ หลังจบซีเกมส์

ทุกกระแสลมที่พัดผ่านคือบทเรียน ทุกคลื่นที่ซัดเข้าหาคือแ […]

The post Player Profile : 1 คน 2 ความฝัน ดาวิน ฌู นักกีฬาเรือใบวัย 17 ปี ผู้เตรียมเปิดตัวหนังสือ ‘Sailing Book’ หลังจบซีเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 คน 2 ความฝัน ดาวิน ฌู นักกีฬาเรือใบวัย 17 ปี ผู้เตรียมเปิดตัวหนังสือ ‘Sailing Book’ หลังจบซีเกมส์

ทุกกระแสลมที่พัดผ่านคือบทเรียน ทุกคลื่นที่ซัดเข้าหาคือแรงผลักดันให้ ดาวิน ฌู นักกีฬาเรือใบทีมชาติไทยวัย 17 ปี มุ่งมั่นที่จะคว้าเหรียญทองซีเกมส์แรกในชีวิตตามความฝันให้สำเร็จ

 

อีกหนึ่งความฝันนอกสนาม เขายังขยับอีกบทบาทสำคัญในฐานะ ‘นักเขียน’ ที่กำลังจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิต ถ่ายทอดเรื่องราวของการเติบโตบนผืนทะเลที่เขารัก

 

นี่คือเรื่องราวของ เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยหยุดฝัน ที่กำลังเดินอยู่บนสองเส้นทางแห่งความรักและความมุ่งมั่นในเวลาเดียวกัน

 

รักแรกพบกีฬาเรือใบ

 

“ผมสนุกและมีความสุขกับกีฬาเรือใบเป็นมากๆ ครับ”

 

นักกีฬาดาวรุ่งวัย 17 ปี เริ่มบทสนทนากับ THE STANDARD SPORT ก่อนเล่าอย่างมีรอยยิ้มถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติว่า เขารู้จักกีฬาเรือใบครั้งแรกตอนอายุ 9 ขวบ ตามคำชักชวนของกลุ่มเพื่อน และหลงรักมันในทันทีที่ได้สัมผัสกับกีฬาชนิดนี้เป็นครั้งแรก

 

นับแต่นั้น ดาวิน ก็เริ่มให้ความสนใจกีฬาเรือใบมากขึ้น ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ตระเวนแข่งขันรายการต่างๆ ในประเทศ กระทั่งในปี 2021 เขาตัดสินใจเข้าคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทยไปลุยศึกเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย 2021 รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จากความมุ่งมั่นทำให้ดาวินได้รับการคัดเลือกและก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาทีมชาติเต็มตัว

 

แม้จะเป็นการแข่งระดับนานาชาติครั้งแรก ดาวินทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ แต่ผลงานในการแข่งขันครั้งนั้นไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ และประสบการณ์คือสิ่งล้ำค่าที่เขาได้รับกลับมา เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด จากบทเรียนในวันนั้นทำให้วันนี้ ดาวิน พัฒนาขึ้น จนมีชื่อติดทีมชาติไทยไปลุยศึกซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

 

“ผมทุ่มเทให้การฝึกซ้อมหนักมากๆ ยึดมั่นอยู่ในระเบียบวินัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นนักกีฬา ผ่านการฝึกซ้อมที่เข้มข้นทั้งบนบกและบนผิวน้ำ ทุกอย่างผมต้องทำอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีวันที่เหนื่อยและท้อแท้บ้างก็ตาม แต่ก็ไม่เคยหยุดลงมือทำ”

 

“การฝึกกับพี่ๆ ในทีมชาติชุดใหญ่ มันเหนื่อยมาก แต่ด้วยความที่ผมยังไม่เก่งผมจึงอยากซ้อมให้หนัก แต่ก็ไม่เคยถอดใจจากสิ่งที่ผมรัก”

 

ขณะนี้ดาวินกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมตัวอย่างเข้มข้นเพื่อทำให้เกิดความพร้อมมากที่สุดก่อนลุยสนามจริง โดยเขาหวังว่าซีเกมส์ครั้งแรกในชีวิตต้องคว้าเหรียญทองให้ได้

 

ไม่ว่าคลื่นลมในทะเลจะเป็นใจหรือไม่ แต่ดาวินมั่นใจมากว่าจะสามารถคว้าเหรียญทองให้กับทัพเรือใบได้อย่างแน่นอน เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่เป้าหมายใหญ่อย่างโอลิมปิกในอนาคต

 

‘Sailing Book’ บทเรียนชีวิตที่ถูกบันทึกผ่านหนังสือเล่มแรก

 

นอกจากความสามารถทางด้านกีฬาแล้ว ดาวิน ยังเป็นเด็กหนุ่มที่รักในการอ่านและเขียน ทุกคืนก่อนเข้านอนเขาจะใช้เวลาขีดเขียนเรื่องราวที่พบเจอ ลงไดอารี บุ๊กส่วนตัว เพื่อบันทึกเป็นความทรงจำมาตลอดตั้งแต่อายุ 10 ขวบ

 

การเขียนเรื่องราวส่วนตัวในทุกวันก็เหมือนกับการฝึกซ้อมกีฬาเรือใบ ทักษะการบอกเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือของเขาได้รับการขัดเกลาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้เจ้าตัวกำลังจะมีหนังสือเป็นของตัวเองเล่มแรกในชีวิต โดยใช้ชื่อ ‘Sailing Book’ เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินตลอดระยะเวลาหลายปีที่คลุกคลีอยู่ในวงการเรือใบ

 

ดาวิน เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนนั้นมาจากการที่ผมชอบวาดภาพและเขียนบันทึกมาตั้งแต่เด็ก เป็นเหมือนไดอารีส่วนตัวที่บันทึกความทรงจำลงกระดาษบวกกับประสบการณ์ในท้องทะเล เริ่มวาดรูปและจดบันทึกมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่ออายุ 15 ปีจึงมีความคิดว่าจะทำเป็นหนังสือสักเล่ม เพราะต้องการถ่ายทอดประสบการณ์และเรื่องราวของกีฬาเรือใบให้เป็นที่รู้จัก”

 

“การเขียนหนังสือและการเล่นเรือใบ ในความคิดผมมองว่าคล้ายกันเพราะมันเป็นการรวบรวมความคิด การวางแผน เขียนหนังสือก็เหมือนจดบันทึกในแต่ละวันลงไปในสมุด การเล่นเรือใบก็ต้องซ้อมทุกวันเพื่อให้เราเก่งขึ้น”

 

‘Sailing Book’ อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ล่าสุดได้รับดาวินเข้าเป็นนักเขียนประจำสังกัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในส่วนของเนื้อหาตอนนี้เหลือเพิ่มเติมเพียงแค่ประสบการณ์ในซีเกมส์ 2025 ที่จะสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนธันวาคม หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดพิมพ์เพื่อวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนมกราคมปีหน้า

 

คู่แข่งสำคัญ

 

ดาวิน ฌู ลูกครึ่งไทย-สหรัฐ กำลังจะลงแข่งขันซีเกมส์เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยผลงานอันโดดเด่นของเจ้าตัวในปีนี้คือการจบอันดับ 54 และเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย ในรายการเยาวชนชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และล่าสุดจบอันดับ 5 ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติสิงคโปร์ 2025 เมื่อเดือนกันยายน

 

คู่แข่งสำคัญในการขับเคี่ยวแย่งชิงเหรียญทองคือ Austin Yeo คู่ปรับวัยเดียวกันจากสิงคโปร์ ที่ทำผลงานได้ใกล้เคียงกันสุดๆ จบอันดับ 55 ในรายการเยาวชนชิงแชมป์โลก เป็นรองดาวิน เพียงแค่อันดับเดียวเท่านั้น และยังคว้าเหรียญเงินในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีรายการศึกชิงแชมป์เอเชีย 2025 ที่ประเทศจีนอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังมี Iqbal Nazham bin Musmuliadi จากมาเลเซีย เป็นอีกหนึ่งคนที่จะประมาทไม่ได้ จากผลงานอันดับ 10 รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีรายการศึกชิงแชมป์เอเชีย 2025 ซึ่งหากนับเฉพาะนักกีฬาจากอาเซียนในรายการดังกล่าว เขาเป็นรองเพียงแค่ Austin Yeo จากสิงคโปร์เท่านั้น

 

เรือใบแข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง

 

สำหรับกีฬาเรือใบในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แข่งขันระหว่างวันที่ 10-18 ธันวาคมนี้ ชิงชัย 8 เหรียญทอง ประกอบด้วย ประเภทออปติมิสต์ชายและหญิง, ไอแอลซีเอ 4 ชายและหญิง, ไอแอลซีเอ 6, ไอแอลซีเอ 7, มิกซ์ 470 และ คีลโบ้ต เอสเอสแอล 47 แข่งขันทั้งหมด 2 สนามที่อ่าวดงตาล ศูนย์สมุทรกีฬา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และ ที่โอเชียน มารีน่า รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี

 

สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยจำนวน 8 คน ประกอบด้วย น ส. ไพลิน เจริญผล ประเภทเรือใบออปทิมิสต์ หญิง, ด.ช. เอดิสัน ยิน ประเภทเรือใบออปทิมิสต์ ชาย, น. ส. ปริญ ทรัพย์ยิ่ง ประเภทเรือใบ ILCA4 หญิง, นายดาวิน ฌู ประเภทเรือใบ ILCA4 ชาย, น. ส. นพภัสสร ขุนบุญจันทร์ ประเภทเรือใบ ILCA6, นายอธิษฐ์ มิเกล โรมานิค ประเภทเรือใบ ILCA7, ประเภทเรือใบ 470 ได้แก่ จ่าเอกนาวี ธรรมสุนทร และ จ่าเอกหญิงนิชาภา ไหวไว

 

สำหรับผลงานของทีมเรือใบไทยในซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา คว้ามาได้ 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง จาก 9 อีเวนต์ที่ชิงชัย ขณะที่เป้าหมายของพวกเขาในซีเกมส์ครั้งนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 5 เหรียญทอง

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพไปด้วยกัน ด้วยการติด Hashtag #เชียร์ไทยในบ้านเรา #SEAGAMES2025 #ซีเกมส์

 

ภาพ: ชัยณรงค์ พราหมณี

The post Player Profile : 1 คน 2 ความฝัน ดาวิน ฌู นักกีฬาเรือใบวัย 17 ปี ผู้เตรียมเปิดตัวหนังสือ ‘Sailing Book’ หลังจบซีเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 https://thestandard.co/life/singapore-writers-festival-2025/ Mon, 10 Nov 2025 06:29:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1141581 เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568

เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 เทศกาลวรรณกรรมท […]

The post เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568

เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 เทศกาลวรรณกรรมที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 28 โดย Arts House Group ภายใต้การสนับสนุนของ National Arts Council งานปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–16 พฤศจิกายน 2568 ทั่วใจกลางสิงคโปร์ ภายใต้ธีม “Shape of Things to Come”

 

เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 1เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 2

 

ชวนทุกคนมองย้อนอดีต เข้าใจปัจจุบัน และจินตนาการอนาคตของเรื่องเล่า ในวาระ 60 ปี การก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ ด้วยกิจกรรมเสวนา บรรยายพิเศษจากนักเขียน นิทรรศการ ร้านขายหนังสือวรรณกรรม พร้อมด้วยกิจกรรมพิเศษที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการตีความงานเขียนในหลากหลายแขนง ผ่านทั้งการทัวร์ย่าน เสียงดนตรี อาหาร และอีกมากมาย

 

เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 3เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 4

 

ปีนี้มีนักเขียนกว่า 300 คนจาก 48 ประเทศทั่วโลก มาร่วมแบ่งปันแนวคิดจากหลากหลายวัฒนธรรมและช่วงวัย ตั้งแต่บทกวีร่วมสมัย วรรณกรรมไซไฟ ไปจนถึงการเขียนแบบทดลอง ซึ่งมีหัวใจหลักคือการเฉลิมฉลอง “นักเขียนรุ่นใหม่” ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการวรรณกรรมสิงคโปร์และเอเชีย ด้วยการเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงผลงาน

 

เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 5

 

พร้อมด้วยการเสวนาในหัวข้อที่ท้าทายอนาคตของวงการนักเขียน-นักอ่าน อย่างหนึ่งในวงเสวนาที่ทีมงาน THE STANDARD LIFE ได้เข้าร่วม Tech Talk: Who’s Afraid of AI Poetry? ชวนตั้งคำถามว่าปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนโฉมวงการกวีไปอย่างไร? ซึ่ง Andrew Kirkrose Devadason กวีชาวสิงค์โปร์ ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า

 

“การอ่านคือการลงทุนส่วนตัว ไม่สำคัญว่า AI เขียนอะไร แต่อยู่ที่เรารู้สึกอย่างไรเมื่ออ่านคือสิ่งที่สำคัญกว่า” และอีกคำพูดที่ตราตรึงใจคือการมองการอ่านเป็นประสบการณ์ร่วมของความเป็นมนุษย์

 

“เวลาคุณอ่านบทกวี คุณกำลังอยู่ในห้องเดียวกับผู้เขียน หายใจในจังหวะเดียวกันกับเขา” ใจความในเสวนานี้ตอกย้ำว่า แม้โลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยี วรรณกรรมก็ยังเป็นศิลปะแห่งความเป็นมนุษย์เสมอ

 

ไปสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองได้ที่ Singapore Writers Festival 2025 วันที่ 7–16 พฤศจิกายน 2568 ที่ The Arts House The Old Parliament, Victoria Theatre และสถานที่ต่างๆ ทั่วสิงคโปร์ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ singaporewritersfestival.com

The post เปิดฉาก Singapore Writers Festival 2025 7-16 พฤศจิกายน 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ https://thestandard.co/5-books-master-your-money/ Sun, 09 Nov 2025 06:02:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1141191 เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้

เคยรู้สึกไหมว่า ‘เรื่องเงิน’ คือวิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอ […]

The post เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้

เคยรู้สึกไหมว่า ‘เรื่องเงิน’ คือวิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน แต่ชีวิตจริงกลับ ‘สอบ’ เราทุกวัน?

 

เราทุกคนอยากมีเงินเก็บ อยากมีอิสระทางการเงิน อยากใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องกังวล แต่หลายครั้งก็ ‘งง’ ว่าต้องเริ่มจากจุดไหน พอเจอคำว่า ‘ลงทุน’ ‘กองทุน’ หรือ ‘วางแผนเกษียณ’ สมองก็ Shut down อัตโนมัติ

 

แต่ก็ไม่มีใครแก่เกินเรียน เพราะการอัปเลเวลความรู้การเงิน ไม่ได้ยากหรือน่าเบื่อ อีกทั้งยังไม่จำกัดเวลาหรือสถานที่

 

นี่คือ 5 หนังสือการเงิน ที่คัดมาแล้วว่าจะช่วย ‘ปลดล็อก’ วิธีคิดเรื่องเงินของเรา ทำให้เรื่องซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย และช่วยให้ดีไซน์ชีวิตการเงินในแบบที่ต้องการเราได้มากขึ้น

 

เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ 1

 

1. The Richest Man in Babylon (George S. Clason)
หนังสือคลาสสิกเหนือกาลเวลาที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1926 เล่มนี้ใช้วิธีเล่าเรื่องผ่าน ‘นิทานเปรียบเทียบ’ ในยุคบาบิโลนโบราณที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก ทำให้หลักการเงินที่แห้งแล้งกลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เคล็ดลับการเงินจากในเล่ม :
หนังสือเล่มนี้จะสอน ‘รากฐาน’ ของการเงินส่วนบุคคล เราจะได้เรียนรู้กฎทองของการเงินส่วนบุคคล เช่น ‘จงจ่ายให้ตัวเองก่อน’ (Pay yourself first) อย่างน้อย 10%, ควบคุมค่าใช้จ่าย, วิธีทำให้เงินงอกเงย, และวิธีปกป้องเงินต้นของเรา

 

เล่มนี้เหมาะกับใคร :
‘มือใหม่’ ด้านการเงินควรอ่านอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน, คนที่รู้สึกว่าหนังสือการเงินสมัยใหม่เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคที่น่าปวดหัว หรือคนที่ชอบเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าที่ให้ข้อคิด

 

เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ 2

 

2. I Will Teach You to Be Rich (Ramit Sethi)
เล่มนี้มาพร้อมแนวคิดที่ตรงไปตรงมาและไม่โลกสวย โดยนักเขียน Ramit Sethi จะให้โปรแกรม 6 สัปดาห์ เพื่อสร้างระบบการเงินแบบอัตโนมัติ เขาไม่เน้นให้เรา ‘อดออม’ ด้วยการงดกาแฟแก้วโปรด แต่เน้นให้เราโฟกัสที่ Big Wins หรือชัยชนะครั้งใหญ่ เช่น การเจรจาต่อรองเงินเดือน หรือการลดหนี้ก้อนโต

 

เคล็ดลับการเงินจากในเล่ม :
วิธีตั้งค่าระบบการเงินอัตโนมัติ (โอนเงินออมและลงทุนทันทีที่เงินเดือนเข้า), เทคนิคการเจรจาต่อรอง (ทั้งกับธนาคารและเจ้านาย), และแนวคิด ‘การใช้เงินอย่างมีสติ’ (Conscious Spending) คือการใช้เงินอย่างเต็มที่กับสิ่งที่เรารัก และตัดค่าใช้จ่ายในสิ่งที่เราไม่สนใจอย่างไร้ความปรานี

 

เล่มนี้เหมาะกับใคร :
คนรุ่นใหม่ (Millennials/Gen Z) ที่ต้องการระบบที่ชัดเจนและทำได้จริง คนที่ ‘เกลียดการทำงบประมาณ’ จุกจิก และคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กับการสร้างความรวย

 

เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ 3

 

3. Money: Master the Game (Tony Robbins)
Tony Robbins โค้ชชื่อดังระดับโลก ใช้เวลาหลายปีสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและมหาเศรษฐีที่สร้างตัวตนขึ้นมาเอง (อย่าง เรย์ ดาลิโอ, วอร์เรน บัฟเฟตต์) เพื่อกลั่นกรอง ‘7 ขั้นตอนง่ายๆ สู่การมีอิสรภาพทางการเงิน’ เล่มนี้จะทำลายความเชื่อผิดๆ ที่ว่าการลงทุนเป็นเรื่องของคนรวยหรือคนฉลาดเท่านั้น

 

เคล็ดลับการเงินจากในเล่ม :
เราจะได้เรียนรู้จิตวิทยาของความมั่งคั่ง, พลังของดอกเบี้ยทบต้น, วิธีการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล (เช่น กลยุทธ์ All-Seasons Portfolio) และวิธีสร้าง Passive Income ที่ทำงานให้เราแม้ในยามหลับ

 

เล่มนี้เหมาะกับใคร :
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ ‘ภาพใหญ่’ และแผนที่ที่ชัดเจนในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว คนที่รู้สึกว่าการลงทุนเป็นเรื่องซับซ้อนและอยากได้แนวทางที่ทำตามได้จริงจากคนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ (แต่แอบกระซิบว่าเล่มหนามาก ต้องอดทนอ่านนิดนึง)

 

เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ 4

 

4. Let’s Talk Money (Monika Halan)
แม้หนังสือเล่มนี้จะเน้นบริบทของอินเดีย แต่หลักการในเล่มเป็นสากลและใช้ได้ดี โดยนักเขียน Monika Halan นำเสนอวิธีสร้าง ‘ระบบการเงิน’ ที่เรียบง่ายและจัดการได้จริงสำหรับคนทั่วไปและครอบครัว เธอมองว่าการเงินไม่ควรวุ่นวาย แต่ควรเป็นระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลังชีวิตเรา

 

เคล็ดลับการเงินจากในเล่ม :
วิธีจัดการกระแสเงินสดด้วย ‘ระบบถังเงิน’ (Bucket System) ที่ชัดเจน, วิธีแยก ‘ประกัน’ ออกจากการลงทุน (ซึ่งคนมักเข้าใจผิด), การวางแผนการเงินตามเป้าหมาย (เช่น ซื้อบ้าน, เรียนต่อ) และการหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่คนส่วนใหญ่พลาด

 

เล่มนี้เหมาะกับใคร :
เหมาะสำหรับคนที่รู้สึก ‘เป็นภาระ’ หรือ ‘วุ่นวาย’ กับการจัดการเงิน คนที่อยากได้ระบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อจัดการการเงินของตัวเองและครอบครัวให้เข้าที่เข้าทาง

 

เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ 5

 

5. Financial Feminist (Tori Dunlap)
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดแค่ ‘ทำอย่างไรถึงจะรวย’ แต่พูดถึง ‘ทำไมผู้หญิงถึงรวยยากกว่า’ นักเขียน Tori Dunlap ชี้ให้เห็นอุปสรรคเชิงระบบและสังคม (เช่น ช่องว่างรายได้ระหว่างเพศ) ที่ผู้หญิงต้องเผชิญ และมอบเครื่องมือที่ ‘ใช้ได้จริง’ เพื่อต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมนี้

 

เคล็ดลับการเงินจากในเล่ม :
ผู้อ่านจะได้เรียนรู้การเงินผ่านมุมมองของสตรีนิยม (Feminist), เทคนิคการต่อรองเงินเดือนอย่างมั่นใจ, วิธีการลงทุน, การจัดการหนี้ และการสร้างความมั่งคั่งเพื่อเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตในระยะยาว

 

เล่มนี้เหมาะกับใคร :
สำหรับผู้หญิงทุกคนที่อยากมีอำนาจในการจัดการเงินของตัวเอง หรือคนที่รู้สึกว่าคำแนะนำทางการเงินแบบเดิมๆ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อพวกเขา (ถ้าเป็นผู้ชายหรือไม่สนใจประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ อาจจะรู้สึกว่าไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่ แต่หลักการเงินในเล่มก็ยังใช้ได้กับทุกคน)

 

การเดินทางนับพันลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ และการ ‘ลงทุน’ ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต ไม่ใช่หุ้นตัวไหนหรือกองทุนอะไร แต่คือการ ‘ลงทุนในความรู้’ ของตัวเราเอง

 

หนังสือ 5 เล่มนี้เป็นเพียง ‘ประตูบานแรก’ แค่เราเลือกเปิดมัน ชีวิตการเงินของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

อ้างอิง:

The post เปิดวาร์ป 5 หนังสือการเงิน ใครๆ ก็เก่งเรื่องเงินได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568) https://thestandard.co/life/calendar-30-5-november-2568/ Thu, 30 Oct 2025 05:59:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1137382 CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2568)

ทุกคนพร้อมเริ่มต้นเดือนใหม่กันหรือยัง? เราเข้าใจดีว่าช่ […]

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2568)

ทุกคนพร้อมเริ่มต้นเดือนใหม่กันหรือยัง? เราเข้าใจดีว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาอาจเป็นช่วงเวลาหนักหน่วงหัวใจสำหรับหลายๆ คน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็อย่าลืมดูแลตัวเอง หาเวลาผ่อนคลายจิตใจ และให้เวลากับตัวเองบ้างนะ

 

ในสัปดาห์นี้เรามีกิจกรรมที่จะชวนทุกคนปล่อยใจสบายๆ มาแนะนำ เผื่อใครอยากหาเวลาว่างออกมาใช้ชีวิต เดินเล่น ถ่ายรูป หรือกินอาหารอร่อยๆ เติมเต็มความสุขเล็กๆ ให้ตัวเองและคนรอบข้าง

 

ถ้าหากใครพร้อมแล้ว ก็ลองมาดูกิจกรรมในสัปดาห์นี้กันเลย

 


 

Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage

 

Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage

 

นิทรรศการ ‘ชุดไทย: จากราชสำนักสู่ราชนิยม’ เป็นการจัดแสดงฉลองพระองค์ซึ่งเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบัน โดยมีทั้งหมด 8 แบบ ได้แก่ เรือนต้น, จิตรลดา, อมรินทร์, บรมพิมาน, ดุสิต, จักรี, ศิวาลัย และ จักรพรรดิ ซึ่งล้วนมีความงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

โดยพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มุ่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายที่ประยุกต์รูปแบบการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักโบราณเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บสมัยใหม่ สะท้อนความเป็นไทยอย่างงดงามและร่วมสมัย สวมใส่สะดวก เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน และคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทยและความสง่างาม

 

มีค่าเข้าชม ดั้งนี้

 

– เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าชมฟรี

– เด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท)

– นักเรียน นักศึกษา (แสดงบัตรประจำตัว) ราคา 50 บาท

– ผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท

– ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.qsmtthailand.org

 

When: วันนี้ – 30 เมษายน 2569 เวลา 09.00-16.30 น. ของทุกวัน

Where: พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

More Info: Queen Sirikit Museum of Textiles

 


 

Visual Biography II: Daily Ordinary

 

Visual Biography II: Daily Ordinary

 

นิทรรศการภาพประกอบที่ถ่ายทอด ‘เรื่องราวความธรรมดาในชีวิตประจำวัน’ ที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยแรงบันดาลใจและจิตวิญญาณความสร้างสรรค์ ที่ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะของศิลปินทั้ง 8 คน ได้แก่ Eng Kanokwan, Her., Jung Yansu, Kanya Kim, Kazi Istela, Lychee.Chai, Mali และ PONO ในหลากหลายรูปแบบ ให้มีชีวิตชีวาและน่าจดจำ

 

นิทรรศการนี้จึงเป็นเหมือนไดอารี่ภาพที่บอกเล่าชีวิตของศิลปินแต่ละคน แล้วมาร่วมชมเรื่องราวธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ของศิลปินทั้ง 8 คนนี้ด้วยกัน

 

When: วันนี้ – 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Where: บริเวณผนังโค้ง ชั้น 5 หอศิลปกรุงเทพฯ

More Info: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 


 

In Layers

 

In Layers

 

นิทรรศการ ‘In Layers’ ชวนทุกคนร่วมเดินทางสำรวจความรัก ความกลัว ความฝัน และความหมายของการมีชีวิต ผ่านผลงาน MALEE NAREE ศิลปะที่นำทางผู้ชมกลับสู่ความสงบงามภายในใจ ท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วและซับซ้อนขึ้นทุกวัน โดยใช้สัญลักษณ์ของดอกไม้ในสไตล์ Pop Surrealism ที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง ทำหน้าที่เหมือนทั้ง ‘กระจก’ และ ‘สะพาน’ เชื่อมโยงผู้คนกลับมาหาตัวเอง

 

งานนี้เข้าชมฟรี แล้วมาสัมผัสโลกแห่งดอกไม้และความสงบภายในใจไปพร้อมกัน

 

When: วันที่ 3-30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00-18.00 น. ของทุกวัน

Where: MATDOT Art Center ถนนหลานหลวง (ใกล้ MRT สามยอด)

More Info: Matdot Art Center

 


 

PET VERSE: From Heart to Myth

 

PET VERSE: From Heart to Myth

 

นิทรรศการสำหรับคนรักน้องหมา ‘PET VERSE’ เชื่อมโยงใจ สายตา และความรู้สึกของทุกคนกับเพื่อนรักที่อยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลา ผ่านผลงานศิลปะจากหลากหลายศิลปิน ที่สะท้อนมุมมอง ความปรารถนา ความเปราะบาง และความฝันของมนุษย์

 

เพราะ ’เงา’ และ ‘แสง’ คือตัวแทนของสุนัขที่คอยเคียงข้างเรา และในขณะเดียวกันเราก็เป็นแสงให้กับสุนัข ดังนั้นจึงเป็นความสมบูรณ์ให้แก่กันและกัน

 

ภายในงานนี้จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง และอบอวลไปด้วยบรรยากาศความอบอุ่น ความเป็นกันเอง และเต็มไปด้วยความรัก

 

When: วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Where: Warehouse30 เจริญกรุง

More Info: 333Gallery

 


 

Biblio Reading Corner

 

Biblio Reading Corner

 

คอมมูนิตี้ใหม่ของเหล่าหนอนหนังสือ ‘Biblio Reading Corner’ กับมุมอ่านหนังสือสุดชิลที่รวบรวมหนังสือหลากหลายแนว ตั้งแต่ Mindfulness, Non-fiction ไปจนถึงศิลปะและดีไซน์ รวมถึงหนังสือคัดสรรพิเศษจาก Biblio

 

สำหรับค่าบริการ

– 59 บาท/วัน: นั่งอ่านหนังสือได้ทั้งวัน

– 99 บาท/วัน:เลือกเครื่องดื่มได้ 1 แก้ว และนั่งอ่านหนังสือได้ทั้งวัน

หรือใช้จ่ายที่ร้านค้าร่วมรายการ 300 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เข้าใช้งานฟรีตลอดวัน

 

สำหรับใครที่มองหาที่นั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ในบรรยากาศสบายๆ ต้องมาที่นี่เลย!

 

When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวลา 10.00-20.00 น. ของทุกวัน

Where: Living Space ชั้น 1, Slowcombo (ใกล้ MRT สามย่าน ทางออก 2)

More Info: Slowcombo

 


 

Anne-Sophie Pic at Le Normandie

 

Anne-Sophie Pic at Le Normandie

 

ดื่มด่ำดินเนอร์มื้อหรู 7 คอร์ส ที่ผสานความเป็นฝรั่งเศสและวัฒนธรรมไทย ในบรรยากาศยามค่ำคืน พร้อมชมแสงเทียนจากเทศกาลลอยกระทง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

โดยในแต่ละเมนูจะผสานรสชาติ เทคนิค และแรงบันดาลใจ ของเชฟ Anne-Sophie Pic เข้าด้วยกันอย่างลงตัว อาทิ Hokkaido scallops with sake, Brittany lobster with beurre blanc and rosemary pine รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ อย่าง Les Berlingots และปิดท้ายด้วย Loy Krathong Mille-feuille ที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ http://www.mandarinoriental.com/bangkok

 

When: วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

Where: ห้องอาหาร Anne-Sophie Pic at Le Normandie, ชั้น 5 โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

More Info: Mandarin Oriental, Bangkok

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’ ผสานโลกหนังสือกับเสียงดนตรี จุดประกายตลาดหนังสือ 2 หมื่นล้าน 9-19 ต.ค.นี้ https://thestandard.co/book-expo-thailand-2025/ Thu, 09 Oct 2025 13:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1128777 งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ Book Expo Thailand 2025

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ ‘งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ […]

The post มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’ ผสานโลกหนังสือกับเสียงดนตรี จุดประกายตลาดหนังสือ 2 หมื่นล้าน 9-19 ต.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ Book Expo Thailand 2025

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ ‘งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30’ หรือ Book Expo Thailand 2025 ภายใต้แนวคิด ‘Melody of Books – อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า’ ที่ผสานโลกของหนังสือเข้ากับเสียงดนตรีและสื่อสร้างสรรค์ยุคใหม่ เพื่อจุดประกายพลังแห่งการอ่านในสังคมไทย

 

ภายในงานจัดเต็มด้วย กองทัพหนังสือกว่า 2 ล้านเล่ม จากกว่า 400 สำนักพิมพ์ชั้นนำ รวมกว่า 900 บูธ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย คาดดึงดูดนักอ่านกว่า 1.3 ล้านคน และกระตุ้นมูลค่าตลาดหนังสือไทยทะลุ 20,000 ล้านบาท

 

📍“หนังสือคือท่วงทำนองที่ไม่ต้องมีเสียง”

 

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานเปิดงาน กล่าวว่า การอ่านคือรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ และเป็น ‘ทุนมนุษย์’ ที่ทรงคุณค่า เพราะเมื่อประชาชนมีทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ ประเทศก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

 

“หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จได้พิสูจน์แล้วว่า การสร้างสังคมแห่งการอ่าน คือการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด” ซาบีดากล่าว

 

ซาบีดา ยังขอบคุณสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดงานซึ่งเป็นเวทีสำคัญให้ทั้งนักเขียน นักอ่าน และผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจและสร้างสังคมไทยให้เป็น ‘สังคมแห่งการอ่าน’ อย่างแท้จริง

 

📍6 โซนไฮไลต์ – ผสานโลกหนังสือกับดนตรี

 

ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานปีนี้ขยายพื้นที่ครอบคลุม 3 ฮอลล์ใหญ่ แบ่งเป็น 6 โซนหลัก ได้แก่

 

  1. โซนหนังสือนิยายและวรรณกรรม
  2. โซนหนังสือทั่วไป
  3. โซนหนังสือเก่า
  4. โซนหนังสือเด็กและการศึกษา
  5. โซนหนังสือการ์ตูนและวัยรุ่น
  6. โซน NON BOOK และบอร์ดเกม

 

ภายในงานยังมีกิจกรรมกว่า 100 รายการ ผสมผสานความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิงไว้ในที่เดียว เช่น

 

  • View ’til Touch: นิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟที่ให้ผู้ชม ‘ฟังเพลงจากตัวอักษร’ และสร้างเสียงดนตรีจากหนังสือผ่านโปรแกรม Suno

 

  • Read for The Blind’ กิจกรรมบันทึกเสียงอ่านหนังสือเพื่อผลิตหนังสือเสียงให้ผู้พิการทางสายตา

 

  • ‘Little Read Universe’ โซนสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเด็ก

 

  • การแสดงเจ้าขุนทองและผองเพื่อน” ผสมผสานดนตรี นิทาน และหุ่นมือ

 

รวมถึงการประกวดใหญ่ PUBAT Contest ทั้งการเล่านิทาน การแต่งเพลงส่งเสริมการอ่าน และการโต้วาทีระดับมัธยมทั่วประเทศ

 

📍ผลสำรวจเผย เยาวชนไทยยังรักการอ่าน

 

ผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านล่าสุดพบว่า คนไทยยังนิยมอ่านหนังสือเล่มจริง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15–18 ปี ที่มีการซื้อหนังสือแบบเสียค่าใช้จ่ายถึง 86% สะท้อนว่า ‘เยาวชนไทยยังรักการอ่าน’ แม้โลกดิจิทัลจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยอ่านหนังสือวันละ 50.77 นาที หนังสือกระดาษ: 51 นาที การอ่านออนไลน์: 152 นาที

 

ประเภทหนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (56%) หนังสือกระดาษ (26%) และหนังสือเสียง (15%)

 

ณัฐกรกล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่าอุตสาหกรรมหนังสือไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต โดยมีมูลค่าตลาดกว่า 20,000 ล้านบาท และยังขยายตัวเฉลี่ย 3.5% ต่อปี

 

สำหรับงาน Book Expo Thailand 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

พบกับหนังสือปกใหม่กว่า 2,000 ปก นักเขียนชื่อดัง และโปรโมชั่นสุดพิเศษจากทุกสำนักพิมพ์ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านโดยไปรษณีย์ไทย

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Thai Book Fair

 

CONTENT CONTENT2 CONTENT3 CONTENT4 CONTENT5 CONTENT6 CONTENT7 CONTENT8 CONTENT9 CONTENT10 CONTENT11 CONTENT12 CONTENT13 CONTENT14 CONTENT15

The post มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’ ผสานโลกหนังสือกับเสียงดนตรี จุดประกายตลาดหนังสือ 2 หมื่นล้าน 9-19 ต.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐีวัย 27 เตือน การใช้เงินแบบเก่า ควรเลิกซะ! ก่อนที่จะจนลงกว่าเดิม https://thestandard.co/money-tips-for-gen-z/ Wed, 03 Sep 2025 10:34:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1115152 อดีตเทรดเดอร์วัย 27 แชร์เคล็ดลับการเงินสำหรับคนรุ่นใหม่

โซเชียลฮือฮา เมื่ออดีตเทรดเดอร์วอลล์สตรีท ผู้ก่อตั้งเพจ […]

The post เศรษฐีวัย 27 เตือน การใช้เงินแบบเก่า ควรเลิกซะ! ก่อนที่จะจนลงกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีตเทรดเดอร์วัย 27 แชร์เคล็ดลับการเงินสำหรับคนรุ่นใหม่

โซเชียลฮือฮา เมื่ออดีตเทรดเดอร์วอลล์สตรีท ผู้ก่อตั้งเพจ Your Rich BFF และผู้เขียนหนังสือ Rich AF ซึ่งทำเงินล้านแรกได้ตั้งแต่อายุเพียง 27 ปี ออกมาเผยถึงคำแนะนำทางการเงินแบบดั้งเดิมที่แพร่หลาย ทั้งจากกูรูรุ่นก่อน หนังสือการเงิน หรือแม้แต่คำสอนจากพ่อแม่ ที่ใช้ไม่ได้โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะสดใสมากนัก

 

แถมบางอย่างยังอาจทำให้คนรุ่นใหม่จนลงไปอีก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ต้องเผชิญสภาพเศรษฐกิจที่ยากกว่าเดิมมาก ถ้าเทียบจากรุ่นพ่อแม่ที่สะสมความมั่งคั่งได้เร็วกว่า จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรู้สึกเหมือนถูกแจกไพ่ให้เสียเปรียบตั้งแต่เริ่ม

 

พร้อมแนะด้านการเงิน 4 ข้อที่ควรเลิกเชื่อ

 

1. เปลี่ยนอาชีพแล้วจะได้เงินมากขึ้น 

 

ที่จริงฟังดูง่าย แต่ความจริงไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงโอกาสงานรายได้สูง ลองนึกภาพว่ามีคนที่เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานในย่าน Appalachia หลังเรียนจบก็ย้ายไปอยู่เมืองขนาดกลาง เพื่อทำงานที่บริษัท Dunder Mifflin แล้วเส้นทางจะไปถึงการทำงานที่ Google ได้อย่างไร

 

ยิ่งไม่รู้จักใครที่ทำงานด้านเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถึงแม้จะมีใบปริญญาแล้วก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าคนที่ไม่มีคอนเน็กชันหรืออยู่ไกลจากตลาดแรงงานหลัก จะเข้าไปทำงานที่บริษัทใหญ่ๆ ได้ คำตอบคือ ไม่มีทาง เพราะ Google จะเลือกจ้างคนจากเครือข่ายคนรู้จักที่มีอยู่จำนวนมาก

 

ที่สำคัญงานไม่ได้เป็นตัวชี้วัดกำหนดเงินเดือนเท่านั้น แต่งานหรืออาชีพที่ทำยังเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ หล่อหลอมตัวตนและชีวิตอีกด้วย

 

2. หาที่อยู่ถูกกว่า หรือหาคนมาแชร์ค่าห้อง

 

ในปัจจุบัน ราคาที่อยู่อาศัยทั้งการซื้อและการเช่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในภาระที่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะกับชนชั้นกลางที่มองว่าการมีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงในระยะยาว

 

แต่การเป็นเจ้าของบ้านถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของหลายคน แม้จะต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่กลับเป็นการลงทุนที่ให้ผลลัพธ์ในเชิงความมั่นคงได้ดีที่สุด เพราะเมื่อถึงวัยเกษียณ บ้านคือทรัพย์สินที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และยังสามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้อีกด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมบ้านจึงถูกมองว่าเป็นหลักประกันชีวิตของชนชั้นกลางมาโดยตลอด

 

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำที่มักได้ยินกันว่า ‘ถ้าที่อยู่เดิมแพงเกินไป ก็ควรย้ายไปหาที่ถูกกว่านี้’ อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป เพราะการย้ายออกจากทำเลที่คุ้นเคยไม่ได้มีเพียงต้นทุนด้านการเงิน แต่ยังมีต้นทุนที่มองไม่เห็น เช่น ผลกระทบต่ออารมณ์ ความเครียดจากการปรับตัว ไปจนถึงคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป ทั้งการเดินทาง การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและชุมชนรอบตัว

 

การเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจเรื่องตัวเลขทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวพันกับชีวิตในทุกมิติ หลายครั้งผู้คนอาจไม่พร้อมจะแลกกับความไม่แน่นอนเหล่านี้ เพียงเพื่อแลกกับค่าใช้จ่ายที่ดูเหมือนจะถูกลงในระยะสั้น แต่กลับทำให้ห่างไกลจากเป้าหมายในการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว

 

3. เลิกซื้อกาแฟกับอะโวคาโด

 

เวลาพูดถึงการเงิน ส่วนใหญ่สิ่งที่มักถูกสอนหรือได้ยินจากกูรูการเงิน คือการควบคุมค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น อย่าซื้อกาแฟแก้วละร้อยบ่อยๆ อย่ากินข้าวนอกบ้านเกินจำเป็น หรืออย่าเผลอใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นมากนัก เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายทางการเงินในอนาคต

 

แต่ความจริงแล้ว ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในระยะสั้น ไม่ได้เป็นตัวการหลักที่ทำให้ใครสักคนพลาดเป้าหมายใหญ่ ตัวอย่างเช่น หลายครั้งที่คนเรารู้สึกท้อแท้กับภาระใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านที่ราคาสูงเกินเอื้อม หรือการจ่ายหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จนทำให้คิดว่ายังไงก็คงไม่มีทางปลดหนี้หรือมีบ้านได้อยู่แล้ว อย่างน้อยก็ขอใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ ไปกินของอร่อยสักมื้อ

 

ซึ่งเอาเข้าจริง ความคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร และยังฟังดูสมเหตุสมผลด้วยซ้ำ แต่เหตุผลที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าเป้าหมายทางการเงินดูไกลเกินไป ไม่ได้มาจากการใช้จ่ายเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน 

 

แต่มาจากเงินเฟ้อ ฟังดูเหมือนศัพท์เศรษฐกิจที่ซับซ้อน แต่ความหมายพื้นฐานนั้นเข้าใจง่ายมาก มันก็คือการที่ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาของมันจะเริ่มชัดเจนก็ต่อเมื่อรายได้ ไม่สามารถวิ่งตามทันกับราคาที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงกำลังซื้อของเรากำลังลดลง แม้จะได้เงินเดือนเพิ่ม แต่กลับซื้อของได้น้อยลงกว่าเดิม

 

โดยทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์มักเห็นพ้องกันว่า หากเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับประมาณ 2% ต่อปี ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และสะท้อนว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แต่เมื่อใดที่อัตราเงินเฟ้อสูงและพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือสัญญาณของปัญหาใหญ่ เพราะทำให้ค่าครองชีพพุ่งแซงหน้าค่าแรง ผลที่ตามมาคือ ผู้คนต้องทำงานหนักขึ้น แต่กลับรู้สึกว่ามีเงินเหลือใช้ลดลง

 

ทั้งนี้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ต่างเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงเกินระดับปกติ สาเหตุมีทั้งจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในช่วงโควิดที่ผ่านมา รวมถึงราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวน ไปจนถึงความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ราคาสินค้าทุกประเภทขยับสูงขึ้น สวนทางกับค่าแรงกลับไม่ได้เพิ่มขึ้น

 

เมื่อมองจากภาพนี้ จะเห็นได้ชัดว่า การใช้จ่ายเล็กน้อยในชีวิตประจำวันไม่ใช่ตัวการที่ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายใหญ่ แต่ตัวการจริงๆ คือ ‘ความไม่สมดุลระหว่างรายได้และค่าครองชีพ’ ที่เงินเฟ้อเป็นผู้กำหนด ดังนั้นจึงไม่ควรโทษตัวเองที่ซื้อกาแฟสักแก้ว หรือออกไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง

 

4. ผ่อนคลายไปเถอะ ยังไงเงินก็ซื้อความสุขไม่ได้ จริงหรือไม่

 

ย้อนกลับไปในปี 2010 งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าความสุขของคนเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่เมื่อรายได้สูงขึ้น ระดับความสุขก็เริ่มคงที่ หลายคนจึงสรุปว่าเงินสามารถซื้อความสุขได้เพียงแค่ตอบสนองปัจจัยพื้นฐาน แต่ไม่เกินกว่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดในปี 2021 พบว่าความสุขยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามรายได้ที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าเงินยังมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี

 

อีกประเด็นที่ต้องเข้าใจคือคำพูดที่ว่า ‘แค่ผ่อนคลายไปเถอะ’ มักมองข้ามความจริงของชีวิต คนรุ่นใหม่ที่เกิดตั้งแต่ยุค 90s ต้องเติบโตท่ามกลางเหตุการณ์สะเทือนโลกและความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ 9/11 สงครามอิรัก วิกฤตที่อยู่อาศัยปี 2008 Brexit และโควิด-19 ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น

 

คนในยุคนี้จึงต้องเผชิญกับบาดแผลทางเศรษฐกิจ ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตเป็นเรื่องปกติ และความปรารถนาจะมีเงินเพื่อความมั่นคงก็ถือเป็นสิ่งธรรมชาติ ไม่ใช่ความโลภ

 

สรุปได้ว่า เงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสุขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้รับมือกับโลกที่ซับซ้อนและไม่แน่นอนนี้ได้

 

อ้างอิง:

The post เศรษฐีวัย 27 เตือน การใช้เงินแบบเก่า ควรเลิกซะ! ก่อนที่จะจนลงกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Big Bad Wolf Books 2025 เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุด จัดที่เมืองทองธานี 7-17 ส.ค.นี้ https://thestandard.co/life/big-bad-wolf-books-2025/ Fri, 18 Jul 2025 06:31:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1097735 ภาพบรรยากาศงาน Big Bad Wolf Books 2025 ณ เมืองทองธานี เต็มไปด้วยหนังสือภาษาอังกฤษหลายหมวดหมู่

งานนี้หิ้วแค่ตะกร้าอาจไม่พอ เพราะนี่คือเทศกาลหนังสือภาษ […]

The post Big Bad Wolf Books 2025 เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุด จัดที่เมืองทองธานี 7-17 ส.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน Big Bad Wolf Books 2025 ณ เมืองทองธานี เต็มไปด้วยหนังสือภาษาอังกฤษหลายหมวดหมู่

งานนี้หิ้วแค่ตะกร้าอาจไม่พอ เพราะนี่คือเทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดในโลก กับ ‘Big Bad Wolf Books 2025’ งานหนังสือภาษาอังกฤษที่ยกทุกเล่มทุกแนวมาให้คนรักการอ่านเลือกซื้อ แต่ที่เด็ดกว่านั้นจนทุกคนต้องแวะไปงานทุกปีก็คือ โปรโมชั่นสุดโหดที่อาจทำให้ทุกคนกลายร่างเป็นหมาป่าเพื่อตามล่าเล่มที่ชอบ!

 

ใครที่เคยไปเทศกาล Big Bad Wolf Books มาก่อนจะรู้ดีว่างานนี้ยิ่งใหญ่และละลานตาแค่ไหน เพราะภายในงานเต็มไปด้วยกองหนังสือที่ขนมาครบทุกสไตล์ทุกเรื่องราวจากทั่วโลกจนหลายคนเลือกอ่านไม่ถูก อาทิ หนังสือภาพแบบ Pop-up นิยายคลาสสิก วรรณกรรมเยาวชน หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือสุขภาพและไลฟ์สไตล์ หนังสือท่องเที่ยว คู่มือทำอาหารจากทั่วโลก รวมถึงหนังสือด้านกราฟิก สถาปัตยกรรม และรถยนต์ที่หลายคนถามหาด้วย

 

ทว่าไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือ ภายในงานจะมีหนังสือกว่า 2 ล้านเล่ม ที่ขนมาให้ทุกคนเดินซื้อกันจนสะใจกว่าเดิม เนื่องจาก Big Bad Wolf Books 2025 จะจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี ซึ่งตอนนี้สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพูได้แล้ว

 

เพราะฉะนั้น คนที่รักการอ่านอย่างเราๆ จะพลาดงานหนังสือดีๆ แบบนี้ได้อย่างไร

 

Big Bad Wolf Books 2025 จะจัดขึ้นวันที่ 7 – 17 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Big Bad Wolf Books

 

ภาพ: Big Bad Wolf Books

The post Big Bad Wolf Books 2025 เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุด จัดที่เมืองทองธานี 7-17 ส.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>