พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้า […]
The post ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมกำลังพลเรือหลวงจักรีนฤเบศร ส่งหน่วยซีล – รีคอน – EOD ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ เผยช่วยแล้ว 860 คน appeared first on THE STANDARD.
]]>
พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ก่อนจะเดินให้กำลังใจ ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ปฏิบัติงาน ในแต่ละหน้าที่บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมเข้าไปดูการซ่อมบำรุงให้เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ลำเลียงเสบียง และอาหารจากครัวพระราชทาน ส่งมอบให้กับผู้ประสบภัย
หลังจากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า หลังเกิดเหตุทางกองทัพเรือได้ส่งหน่วยซีล เข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที รวมถึงยังมีหน่วยรบพิเศษนาวิกโยธิน หรือ รีคอน และหน่วย EOD นักทำลายวัตถุระเบิดใต้น้ำ รวมกันแล้ว 15 ชุด เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีความสามารถในการดำน้ำ เมื่อไม่มีภาวะสงครามก็สามารถนำบุคคลเหล่านี้มาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้
สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ทราบว่า พ้นวิกฤตไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของการฟื้นฟู ซึ่งถึงแม้ว่า ความรับผิดชอบหลักจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยแต่ถ้าหากได้รับการประสานขอความช่วยเหลือมาทางกองทัพเรือก็จะรีบเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือในทันที เนื่องจากทางกองทัพเรือก็ถือว่าเป็นอีกกลไกหนึ่งของภาครัฐ ที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยเช่นเดียวกัน
สำหรับการช่วยเหลือที่ผ่านมาทางกองทัพเรือสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้ 860 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยเคสฉุกเฉินจำนวน 50 คน และเป็นหญิงตั้งครรภ์จำนวน 15 คน โดยส่งผู้ประสบภัยไปยังศูนย์พักพิงต่างๆ
ส่วนเรือหลวงจักรีนฤเบศรทางกองทัพเรือได้ใช้เป็นโรงครัวพระราชทานซึ่งจะมีการส่งอาหารจากครัวพระราชทาน และถุงยังชีพด้วยเฮลิคอปเตอร์เป็นภารกิจหลัก โดยจะทำแบบนี้ต่อเนื่องไปเป็นเวลา 10 วัน หรือขึ้นอยู่กับสถานการณ์
The post ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมกำลังพลเรือหลวงจักรีนฤเบศร ส่งหน่วยซีล – รีคอน – EOD ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ เผยช่วยแล้ว 860 คน appeared first on THE STANDARD.
]]>
หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งและลูกน้อยของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ยัง […]
The post หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต หลังรัสเซียทิ้งระเบิดโรงพยาบาลทำคลอด appeared first on THE STANDARD.
]]>
หญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งและลูกน้อยของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก หลังจากรัสเซียทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาลทำคลอดแห่งหนึ่งในเมืองมาริอูโปลของยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยภาพของหญิงท้องแก่ใกล้คลอดที่ถูกเปลหามไปยังรถพยาบาลอย่างเร่งรีบกลายเป็นภาพที่สะเทือนใจชาวโลก เป็นภาพสะท้อนความโหดร้ายของสงครามที่ผู้บริสุทธิ์ต้องมาถูกเข่นฆ่าสังเวยชีวิต
หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีที่โรงพยาบาลทำคลอดในเมืองมาริอูโปลที่ถูกปิดล้อม เมื่อวันพุธที่ 9 มีนาคม ทีมข่าวของสำนักข่าว AP ได้บันทึกภาพและวิดีโอหญิงท้องแก่คนดังกล่าวกำลังเอามือลูบท้องส่วนล่างที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อน ในขณะที่หน่วยกู้ภัยรีบเร่งพาเธอผ่านซากปรักหักพังเพื่อไปยังรถพยาบาล ใบหน้าที่ซีดขาวของเธอแสดงให้เห็นถึงความตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งนับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครน
หญิงรายนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกแห่งซึ่งอยู่ใกล้กับแนวหน้าของการสู้รบ เพื่อให้เธอถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุด ทีมแพทย์ต่างเร่งทำงานมือเป็นระวิงเพื่อช่วยชีวิตมารดาและทารก โชคร้าย ทารกน้อยไม่อาจรอดชีวิต และนั่นทำให้มารดาร้องบอกกับหมอว่า “ฆ่าฉันเถอะ!”
ทิมูร์ มาริน ศัลยแพทย์ผู้ทำคลอด เปิดเผยว่า เนื่องจากกระดูกเชิงกรานแตกและสะโพกหลุด แพทย์จึงทำคลอดทารกด้วยการผ่าคลอด แต่พบว่า “ไม่มีสัญญาณชีวิต” จากนั้นทีมแพทย์จึงหันมาจดจ่ออยู่กับแม่
“การช่วยชีวิตแม่เป็นเวลากว่า 30 นาทีไม่ได้ผล” ศัลยแพทย์กล่าว “เสียชีวิตทั้งแม่และลูก”
ท่ามกลางความโกลาหลหลังการโจมตีทางอากาศเมื่อวันพุธที่แล้ว ทีมแพทย์ไม่มีเวลาไปตามหาชื่อของหญิงตั้งครรภ์ผู้เคราะห์ร้าย อย่างไรก็ดี สามีของเธอและพ่อของทารกน้อยได้เดินทางมารับศพ ซึ่งแพทย์กล่าวว่า อย่างน้อยก็มีคนมารับเธอไป เธอจะได้ไม่ลงเอยในหลุมศพที่ถูกขุดขึ้นมาเพื่อฝังร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเมืองมาริอูโปล
ทางฝ่ายรัสเซียอ้างว่า โรงพยาบาลทำคลอดแห่งนี้ถูกกลุ่มหัวรุนแรงชาวยูเครนเข้ายึดครองเพื่อใช้เป็นฐานทัพ และไม่มีผู้ป่วยหรือแพทย์หลงเหลืออยู่ข้างในแล้ว ขณะที่เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ และสถานทูตรัสเซียในกรุงลอนดอน กล่าวว่า ภาพดังกล่าวเป็น ‘ข่าวปลอม’
นักข่าวของ AP ซึ่งรายงานข่าวจากมาริอูโปลที่ถูกปิดล้อมตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม บันทึกภาพเหตุการณ์โจมตี พวกเขาเห็นผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและเห็นภาพความเสียหายเองกับตา พวกเขาถ่ายภาพและวิดีโอที่แสดงให้เห็นคราบเลือดหลายแห่ง ภาพมารดาตั้งครรภ์ขณะหนีเอาชีวิตรอดออกจากโรงพยาบาลที่ถูกระเบิดถล่ม ท่ามกลางเสียงตะโกนโหวกเหวกของแพทย์ และเสียงร้องไห้ของเด็กๆ
หลังเกิดเหตุโจมตีในวันพุธ ต่อมาในวันศุกร์และวันเสาร์ ทีมข่าวของ AP ได้ตามไปทำข่าวผู้ประสบภัยที่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณชานเมืองมาริอูโปล โดยไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินถูกสงวนไว้สำหรับห้องผ่าตัด ในเมืองที่ขาดเสบียงอาหาร น้ำ ไฟฟ้า หรือความร้อนมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว
มาเรียนา วิเชเกอร์สกายา ให้กำเนิดเด็กหญิงในวันรุ่งขึ้นหลังจากการโจมตีทางอากาศ เธอโอบแขนกอดลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกไม่กี่วัน ในขณะที่เธอเล่าถึงเหตุระเบิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยภาพถ่ายและวิดีโอแสดงให้เห็นขณะที่เธอกำลังเดินลงบันไดที่เกลื่อนไปด้วยเศษซาก ด้านเจ้าหน้าที่รัสเซียอ้างว่าเธอเป็นนักแสดง
“มันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคมในโรงพยาบาลหมายเลข 3 ในมาริอูโปล เรากำลังนอนอยู่ในหอผู้ป่วยเมื่อกระจก กรอบ หน้าต่าง และผนังปลิวหว่อน” วิเชเกอร์สกายาเล่าย้อนเหตุการณ์ให้นักข่าวฟัง โดยที่เธอยังคงสวมชุดนอนลายจุดชุดเดียวกับตอนที่เธอหนีระเบิด
วิเชเกอร์สกายาเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในเมืองมาริอูโปล ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่มุ่งทำลายล้างยูเครน ความล้มเหลวในการทำให้มาริอูโปลยอมจำนนได้ผลักดันให้กองกำลังรัสเซียขยายการโจมตีไปยังเมืองอื่นๆ ในยูเครน
ในขณะเดียวกันเมืองท่าอาซอฟที่มีประชากร 430,000 คน และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสะพานทางบกจากรัสเซียไปยังแหลมไครเมีย ก็กำลังขาดแคลนเสบียงอาหาร ขณะที่ในแผนกสูติกรรมทดแทนชั่วคราว การทำคลอดแต่ละครั้งมาพร้อมความตึงเครียด
มารดาคนหนึ่งสูญเสียนิ้วเท้าจากเหตุระเบิด ทีมแพทย์ทำการผ่าคลอดในวันศุกร์ โดยค่อยๆ ดึงลูกสาวของเธอออกมา และนวดทารกแรกเกิดอย่างแรงเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีวิต
หลังจากไม่หายใจอยู่ 2-3 วินาที ทารกเปล่งเสียงร้องออกมาในที่สุด
เสียงเชียร์แห่งความสุขดังก้องไปทั่วห้องคลอด หนูน้อยเอลานาร้องไห้ แม่ของเธอร้องไห้ ขณะที่แพทย์และพยาบาลต่างพากันเช็ดน้ำตาด้วยความดีใจ
ภาพ: Getty Images
อ้างอิง:
The post หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต หลังรัสเซียทิ้งระเบิดโรงพยาบาลทำคลอด appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (8 มีนาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดี […]
The post กรมอนามัยห่วงหญิงตั้งครรภ์ แนวโน้มติดเชื้อโควิดสูงขึ้น เผยผลโพลพบร้อยละ 98 กังวลโอมิครอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (8 มีนาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวในหัวข้อ ‘หญิงตั้งครรภ์ (ต้อง) ปลอดภัย ในสถานการณ์โควิด-19’ โดยกล่าวว่า จากข้อมูลการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 – 5 มีนาคม 2565 พบหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ ติดเชื้อโควิดสะสมจำนวน 7,210 ราย ในจำนวนนี้มีเสียชีวิต 110 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.5 ขณะที่มีทารกแรกเกิดที่คลอดจากหญิงกลุ่มนี้มีจำนวน 4,013 ราย พบทารกแรกเกิดติดเชื้อโควิด 319 ราย คิดเป็นร้อยละ 8 เสียชีวิต 67 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.6 ซึ่งแนวโน้มการติดเชื้อของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ มีแนวโน้มที่เริ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับการระบาดระลอกใหม่ของสายพันธุ์โอมิครอน
โดยข้อมูล 4 สัปดาห์ย้อนหลัง ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6-12 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา จะพบการติดเชื้อของหญิงกลุ่มนี้รายสัปดาห์ที่ 59, 71, 157 และ 224 คนตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ จึงต้องเฝ้าระวังกันอย่างเข้มข้น เพื่อลดอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตให้น้อยลง เพราะจากข้อมูลผลการสำรวจอนามัยโพลต่อประเด็นความกังวลของหญิงตั้งครรภ์ในสถานการณ์โควิด พบว่า ภาพรวมร้อยละ 98 มีความกังวลต่อสถานการณ์ โดยมีความรู้สึกกังวลตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไปถึงร้อยละ 70 ซึ่งเรื่องที่ทำให้กลุ่มหญิงตั้งครรภ์เหล่านี้รู้สึกกังวลมากที่สุดคือ การระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์โอมิครอน รองลงมาคือ สังคมการ์ดตกในการดูแลป้องกัน และกังวลว่าสถานที่ต่างๆ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด สำหรับในส่วนของการเฝ้าระวังความเสี่ยงตนเองของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์
“ทั้งนี้การป้องกันโรคโควิดด้วยการฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ เพื่อสร้างความปลอดภัย ซึ่งในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ ที่ติดเชื้อโควิด จำนวน 7,210 ราย พบว่ากว่าร้อยละ 87 ไม่ได้รับวัคซีน แต่หากได้รับวัคซีน 2 เข็ม จะมีอัตราตายที่ลดลงเกือบ 10 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน โดยข้อมูลข้อมูลการฉีดวัคซีนของหญิงตั้งครรภ์ในภาพรวมล่าสุด พบได้รับการฉีดอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว จำนวน 117,385 คน ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้เร่งฉีดวัคซีนโควิดเชิงรุกแก่หญิงตั้งครรภ์ ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย โดยการฉีดวัคซีนนั้น หญิงตั้งครรภ์รับการฉีดวัคซีนได้ทุกอายุครรภ์ และสามารถให้พร้อมกับวัคซีนอื่นๆ ที่จำเป็นในขณะตั้งครรภ์ได้ ส่วนหญิงที่มาคลอดและยังไม่เคยได้รับวัคซีน ให้ฉีดวัคซีนโควิดก่อนกลับบ้าน ในกรณีที่ยังไม่สมัครใจฉีด ก็ขอให้ฉีดบุคคลในครอบครัวให้ครบตามเกณฑ์ก่อน” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
ด้าน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดูแลหญิงตั้งครรภ์ในกรณีติดเชื้อ หากไม่มีโรคประจำตัว หรือภาวะครรภ์เสี่ยงสูง สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ แต่ให้งดเยี่ยมระหว่างแยกกักตัว รักษาระยะห่าง งดการสัมผัสกับผู้สูงอายุและเด็ก แยกห้องพัก ที่นอน ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ไม่ควรนอนร่วมกันในห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศ และหลีกเลี่ยงการกินอาหารร่วมกัน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกจากที่พัก ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่สัมผัสกับผู้อื่น และหยิบจับของ แยกซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู และเครื่องนอนด้วยสบู่หรือผงซักฟอก ควรใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น หากเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้คนสุดท้าย หมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ เตรียมถังขยะส่วนตัวที่มีฝาปิดมิดชิด และของใช้ส่วนตัว ทั้งในบริเวณที่นอนและห้องน้ำ
ทั้งนี้ อาการที่ควรเฝ้าระวังในกรณีแยกกักตัวที่บ้าน คือ
ส่วนกลุ่มอาการที่ควรแจ้งแพทย์และเข้ารับการรักษาทันที คือ กลุ่มผู้ป่วยสีแดงที่มีอาการรุนแรง ต้องรีบเข้ารับการรักษาตัวโดยเร็ว ซึ่งมีอาการดังนี้
The post กรมอนามัยห่วงหญิงตั้งครรภ์ แนวโน้มติดเชื้อโควิดสูงขึ้น เผยผลโพลพบร้อยละ 98 กังวลโอมิครอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทีมนักวิจัยจากโรงพยาบาลเด็กหลายแห่ง พร้อมด้วยศูนย์ควบคุ […]
The post งานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ การฉีดวัคซีนโควิดให้หญิงตั้งครรภ์ อาจช่วยป้องกันทารกไม่ให้ป่วยหนักจากโควิดจนต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากคลอด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทีมนักวิจัยจากโรงพยาบาลเด็กหลายแห่ง พร้อมด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดที่พบว่า การฉีดวัคซีนให้แก่หญิงตั้งครรภ์อาจช่วยป้องกันทารกไม่ให้มีอาการป่วยหนักจากโควิดจนต้องเข้าโรงพยาบาลภายหลังจากที่คลอด ซึ่งวัคซีนจะยิ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีในการปกป้องทารกจากโควิด หากฉีดให้แก่หญิงตั้งครรภ์ในช่วงใกล้คลอด
โดยทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2021 จนถึงมกราคม 2022 ซึ่งรวมถึงทารกที่เข้ารักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลจำนวน 379 คน ในจำนวนนี้ 176 คนเข้ารักษาอาการป่วยจากโควิด ส่วนอีก 203 คนเข้ารักษาด้วยอาการอื่นๆ
ผลวิจัยพบว่า วัคซีนโควิดให้ประสิทธิภาพสูงถึง 61% ในการป้องกันอาการป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล สำหรับทารกที่มารดาได้รับการฉีดวัคซีนในระหว่างตั้งครรภ์
โดยประสิทธิภาพของวัคซีนนั้นจะเพิ่มสูงถึง 80% หากมารดาของทารกได้รับการฉีดวัคซีนในช่วง 21 สัปดาห์ จนถึง 14 วันก่อนคลอด ส่วนทารกที่มารดาฉีดวัคซีนตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้นพบว่าวัคซีนอาจให้ประสิทธิภาพลดลงถึง 32%
ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าวยังชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนในระหว่างตั้งครรภ์นั้นจะมีผลต่อทารกที่ยังเด็กเกินไปที่จะได้รับวัคซีนหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนรายงานวิจัยฉบับนี้เตือนว่า การประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดที่ฉีดให้แก่หญิงตั้งครรภ์ในช่วงแรก ควรใช้ความระมัดระวังในการตีความ เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างที่วิเคราะห์ข้อมูลนั้นมีจำนวนน้อย
จากข้อมูลของ CDC พบว่า หญิงตั้งครรภ์นั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการป่วยหนักจากโควิดมากขึ้น และการติดเชื้อโควิดระหว่างตั้งครรภ์สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด การคลอดทารกที่ตายในครรภ์ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์อื่นๆ ได้
ขณะที่ ดร.ดานา มีนีย์-เดลแมน ของ CDC ยืนยันว่า CDC ต้องการให้แน่ใจว่าวัคซีนโควิดสามารถช่วยป้องกันได้ทั้งแม่และทารก และสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีความพร้อมเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ทันทีที่ต้องการ
ภาพ: Gary Coronado / Los Angeles Times via Getty Images
อ้างอิง:
The post งานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ การฉีดวัคซีนโควิดให้หญิงตั้งครรภ์ อาจช่วยป้องกันทารกไม่ให้ป่วยหนักจากโควิดจนต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากคลอด appeared first on THE STANDARD.
]]>
Christina Ricci นักแสดงชาวอเมริกันที่โด่งดังมาจากบท Wed […]
The post Christina Ricci ถ่ายแคมเปญใหม่ของ Heaven by Marc Jacobs พร้อมโชว์ครรภ์ลูกคนที่ 2 appeared first on THE STANDARD.
]]>
Christina Ricci นักแสดงชาวอเมริกันที่โด่งดังมาจากบท Wednesday Addams จากภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family เวอร์ชันปี 1991 ร่วมถ่ายแคมเปญใหม่ของ Heaven by Marc Jacobs พร้อมกับโชว์ครรภ์ลูกคนที่ 2
ในภาพที่แบรนด์ปล่อยออกมาเผยให้เห็นคุณแม่วัย 41 ปี ในชุดคาร์ดิแกนลายดาวเปิดโชว์หน้าท้องและชุดชั้นใน ผลงานการถ่ายภาพของ Richard Kern และการสไตลิ่งของ Danielle Emerson สไตลิสต์ที่ทำงานร่วมกับ Marc Jacobs มาอย่างยาวนาน ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แนวดราม่าคอเมดี้เรื่อง Buffalo ’66 ที่เธอแสดงเมื่อปี 1998 และอีกหนึ่งลุคในชุดกระโปรงมินิสเกิร์ตและกระเป๋าโท้ตลายดอกเดซี่สีเหลือง
View this post on Instagram
Christina Ricci ได้ประกาศการตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากแต่งงานกับสามีคนใหม่นามว่า Mark Hampton ได้ 2 เดือน ซึ่งเธอได้หย่ากับสามีเก่าที่แต่งงานกันมาตั้งแต่ปี 2013 อย่าง James Heerdegen ไปเมื่อปี 2020 และมีลูกด้วยกัน 1 คนคือหนูน้อย Freddie วัย 7 ขวบ
สำหรับ Heaven เป็นไลน์สินค้าแฟชั่นน้องใหม่ของ Marc Jacobs ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 โดยเน้นลุคของคนรุ่นใหม่และแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ วัฒนธรรม ดนตรี เทคโนโลยี และแฟชั่นของวัยรุ่นยุค 90 ซึ่งนอกจาก Christina Ricci ทางแบรนด์ยังได้คนดังทั้ง Kate Moss, Bella Hadid และ Kiko Mizuhara มาถ่ายแคมเปญให้กับแบรนด์
ภาพ: Heaven
อ้างอิง:
The post Christina Ricci ถ่ายแคมเปญใหม่ของ Heaven by Marc Jacobs พร้อมโชว์ครรภ์ลูกคนที่ 2 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สถานเสาวภา สภากาชาดไทย แจ้งข่าวเปิดลงทะเบียนรับวัคซีน M […]
The post สถานเสาวภา เปิดลงทะเบียนผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ฉีด Moderna ฟรี appeared first on THE STANDARD.
]]>
สถานเสาวภา สภากาชาดไทย แจ้งข่าวเปิดลงทะเบียนรับวัคซีน Moderna เป็นเข็มกระตุ้น 1 เข็ม ฟรี สำหรับผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป และหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
ผู้ที่รับสิทธิ์จะต้องเป็นผู้เคยรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด AstraZeneca, Pfizer, Moderna ครบ 2 เข็ม วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 หรือเคยได้รับวัคซีน Sinopharm, Sinovac ครบ 2 เข็มแล้ว วันที่ 30 กันยายน 2564
โดยเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน https://trcs-booster.kcmh.or.th และเลือกฉีดวันที่ 24, 25, 26 พฤศจิกายน 2564 เท่านั้น
สถานที่ให้บริการอยู่ที่ตึกราชูทิศ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 06 5205 3686 หรือ 0 2252 0161-4 ในวันและเวลาทำการ
อ้างอิง:
The post สถานเสาวภา เปิดลงทะเบียนผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ฉีด Moderna ฟรี appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (23 ตุลาคม) ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป […]
The post กทม. ชวนหญิงตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนโควิด ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ-เสียชีวิต เผยตัวเลขระลอกเมษายน ทารกติดเชื้อ 226 ราย แม่เสียชีวิต 95 ราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (23 ตุลาคม) ขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั่วโลกในปัจจุบันพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 50-60 โดยทั้งประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 16 ตุลาคม พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 4,778 คน ทารกติดเชื้อ 226 คน มารดาเสียชีวิต 95 คน ทารกเสียชีวิต 46 คน และในพื้นที่ กทม. มีหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ จำนวน 29,724 คน ได้รับวัคซีนโควิดเข็ม 1 จำนวน 10,108 คน คิดเป็นร้อยละ 34.01 วัคซีนเข็ม 2 จำนวน 6,115 คน คิดเป็นร้อยละ 20.57 ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 95 ไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ผลข้างเคียงของวัคซีน และไม่มั่นใจประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งสำนักอนามัย กทม. ได้เร่งรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ให้ทราบถึงความปลอดของวัคซีน รวมถึงหากหญิงตั้งครรภ์ยังต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ควรรับวัคซีนโควิด โดยเร็ว และเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ร่วมกับสมาชิกในบ้านมากกว่า 2 คน เช่น การสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในบ้าน แยกของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน และหมั่นทำความสะอาดจุดสัมผัส เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด
สำหรับหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดซึ่งอยู่ระหว่างให้นมบุตรที่ประสงค์รับวัคซีน สำนักการแพทย์ กทม. ได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิดโดยไม่ต้องลงทะเบียน เพียงนำใบฝากครรภ์ หรือใบรับรองการตั้งครรภ์จากแพทย์ พร้อมบัตรประชาชน มาติดต่อขอเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิดได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ ทั้ง 11 แห่ง ได้แก่ 1. โรงพยาบาลกลาง 2. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 3. โรงพยาบาลตากสิน 4. โรงพยาบาลสิรินธร 5. โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ 6. โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 7. โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร 8. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 9. โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 10. โรงพยาบาลคลองสามวา 11. โรงพยาบาลบางนากรุงเทพมหานคร โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ BFC โรงพยาบาล หรือคลินิกฝากครรภ์ประจำโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่ง
นอกจากนี้มีเปิดวอล์กอิน ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนไทยร่วมใจ ทั้ง 12 จุด ประกอบด้วย 1. SCB สำนักงานใหญ่ (รัชโยธิน) 2. SCG บางซื่อ 3. โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง 4. เซ็นทรัล ลาดพร้าว 5. เซ็นทรัลเวิลด์ 6. สามย่านมิตรทาวน์ 7. โลตัส พระราม 4 8. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 9. มหาวิทยาลัยหอการค้า 10. สยามพารากอน 11. เดอะมอลล์ บางกะปิ และ 12. เดอะมอลล์ บางแค ผู้ที่จะมารับการฉีดวัคซีนสามารถสอบถามข้อมูลและเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัคซีน 1516 และเฟซบุ๊กเพจ ‘ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย’
The post กทม. ชวนหญิงตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนโควิด ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ-เสียชีวิต เผยตัวเลขระลอกเมษายน ทารกติดเชื้อ 226 ราย แม่เสียชีวิต 95 ราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (19 ตุลาคม) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อ […]
The post ไทยพบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตจากโควิด 38% จากที่เสียชีวิตทั้งหมดในรอบปี ตั้งเป้าฉีดวัคซีน 3 แสนราย แต่ฉีดได้เพียง 7.5 หมื่นราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (19 ตุลาคม) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ และโฆษกกรมอนามัย แถลงข่าวการติดเชื้อโควิดและผลการรณรงค์ฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด พบว่าสัดส่วนการเสียชีวิตสูงขึ้นกว่าภาวะปกติถึง 50-60% และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในหลายประเทศ โดยในยุโรปและสหรัฐอเมริกาพบประมาณ 25% สำหรับประเทศไทย ตั้งแต่ตุลาคม 2563 – กันยายน 2564 มีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด 192 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตจากโควิดถึง 78 ราย คิดเป็น 38% ซึ่งถือว่าสูงมาก
สำหรับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ 1 เมษายน – 16 ตุลาคม 2564 มีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิดจำนวน 4,778 ราย ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. ปริมณฑล และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทารกติดเชื้อจากมารดา 226 ราย หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 95 ราย ทารกที่อยู่ในครรภ์เสียชีวิต 46 ราย
กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ตั้งเป้าหมาย 1 แสนคน ขณะนี้ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 7.5 หมื่นคน เข็ม 2 จำนวน 5.1 หมื่นคน และได้รับการกระตุ้นเข็ม 3 จำนวน 526 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ตั้งครรภ์
ภาพรวมผลหลังการรณรงค์ฉีดวัคซีนในระดับเขตสุขภาพพบว่า ภาคตะวันออกฉีดได้สูงสุด 40% และภาคกลาง อาทิ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ได้กว่า 30% ส่วนภาคอีสานฉีดได้เพียง 10-20%
“จำนวนหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ที่ต้องได้รับวัคซีนมีประมาณ 3 แสนราย ขณะนี้ฉีดได้เพียง 7.5 หมื่นราย หรือประมาณ 25% จึงต้องเร่งรณรงค์ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น เนื่องจากพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อประมาณ 95% ไม่ได้รับวัคซีน เป็นสาเหตุทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จึงขอให้หญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ฟรีที่สถานบริการของรัฐใกล้บ้าน หรือคลินิกฝากครรภ์ สำหรับหญิงให้นมบุตรสามารถฉีดวัคซีนได้ ไม่มีผลต่อน้ำนม และประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยงหรือผลข้างเคียง” นพ.เอกชัยกล่าว
นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า จากผลสำรวจอนามัยโพล หญิงตั้งครรภ์กับการฉีดวัคซีนโควิด ระหว่างวันที่ 15-29 กันยายน 2564 จากหญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศ 1,165 คน พบว่า 98% ฝากครรภ์แล้ว อยู่ร่วมกับสมาชิกในบ้านมากกว่า 2 คนขึ้นไป โดยครึ่งหนึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย 60% ตั้งใจจะฉีดวัคซีน ส่วนที่เหลือยังลังเล โดย 1 ใน 3 มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ผลข้างเคียง ไม่มั่นใจประสิทธิภาพ ส่วนที่เหลือเป็นเหตุผลอื่น เช่น ไม่ทราบว่าจะไปฉีดที่ไหน ไม่มีเวลา เป็นต้น
ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ สมาคมโรคติดเชื้อฯ และกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลตรงกันว่า จากรายงานการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ ยืนยันวัคซีนสูตรไขว้สามารถฉีดในหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย ผลข้างเคียงไม่ต่างจากคนทั่วไปและหายเองได้ เช่น ปวดศีรษะ ไข้เล็กน้อย อ่อนเพลีย เป็นต้น สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่นขอให้ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่างเมื่อเข้าที่ชุมชน ล้างมือ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น แยกรับประทานอาหาร และทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมในบ้าน ส่วนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะต้องเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตนเองขั้นสูงสุดเช่นกัน
The post ไทยพบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตจากโควิด 38% จากที่เสียชีวิตทั้งหมดในรอบปี ตั้งเป้าฉีดวัคซีน 3 แสนราย แต่ฉีดได้เพียง 7.5 หมื่นราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกาหลีใต้เดินหน้าความพยายามในการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากร […]
The post เกาหลีใต้เตรียมฉีดวัคซีนโควิดให้หญิงตั้งครรภ์ ท่ามกลางความพยายามบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนประชากรผู้ใหญ่ 80% appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกาหลีใต้เดินหน้าความพยายามในการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรผู้ใหญ่ตามเป้าหมาย 80% ภายในสิ้นเดือนตุลาคม โดยเตรียมเปิดให้กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ลงทะเบียนจองคิวเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันศุกร์นี้ (8 ตุลาคม)
โดยสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคระบาดแห่งเกาหลีใต้ (Korea Disease Control and Prevention Agency: KDCA) เปิดเผยว่า หญิงตั้งครรภ์จะสามารถลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนโควิดได้ในวันศุกร์ ก่อนจะเริ่มต้นการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งวัคซีนที่นำมาใช้มีทั้งวัคซีน Pfizer และ Moderna ซึ่ง KDCA เชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัย และสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด
“วัคซีนมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด และอาการป่วยรุนแรงได้อย่างมีนัยสำคัญ” จองอึนคยอง ผู้อำนวยการ KDCA กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (4 ตุลาคม) ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขเกาหลีใต้มองว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์นั้นมีความสำคัญ และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจป่วยรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตหากได้รับเชื้อโควิด ซึ่งทางการพยายามผลักดันให้เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยได้มีการดำเนินการทั้งประกาศแจ้งและแถลงข่าว
จนถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีหญิงตั้งครรภ์ในเกาหลีใต้ติดเชื้อโควิดแล้ว 731 คน ในจำนวนนี้ราว 2% มีอาการป่วยที่รุนแรง ซึ่งมากกว่ากลุ่มผู้หญิงอายุ 20-45 ปีถึง 6 เท่า
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แนะนำว่าผู้ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน
ปัจจุบันมีประชากรผู้ใหญ่ในเกาหลีใต้ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วราว 63% จากจำนวนประชากรทั้งหมดราว 52 ล้านคน ซึ่งทางการเกาหลีใต้ตั้งเป้าให้กลุ่มประชากรผู้ใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสถึง 80% ภายในสิ้นเดือนตุลาคม
ขณะที่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีแผนเริ่มต้นการฉีดวัคซีนโควิดแก่เด็กอายุตั้งแต่ 12-17 ปี และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ ที่อายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มเสี่ยงสูงอื่นๆ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่แนวหน้า
ภาพ: Photo by Chung Sung-Jun/Getty Images
อ้างอิง:
The post เกาหลีใต้เตรียมฉีดวัคซีนโควิดให้หญิงตั้งครรภ์ ท่ามกลางความพยายามบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนประชากรผู้ใหญ่ 80% appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 กันยายน) สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกร […]
The post สธ. และกรมอนามัย จับมือรณรงค์ฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ ตั้งเป้าแสนรายในหนึ่งเดือน ย้ำปลอดภัย-ส่งต่อภูมิให้ลูกในท้อง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 กันยายน) สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานเดือนแห่งการรณรงค์หญิงตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด ‘1 เดือน 1 แสนราย’ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยกล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของประชาชน
โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เมื่อเกิดการติดเชื้อจะมีอาการที่รุนแรงหรือเสียชีวิตได้ และยังส่งผลให้ทารกมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกที่เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศในอนาคต รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงขึ้น ซึ่งจากการสำรวจการติดเชื้อโรคโควิดในหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด
ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 9 กันยายน 2564 พบว่า มีหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อจำนวน 3,223 ราย เสียชีวิตจำนวน 73 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.26 และทารกแรกเกิดติดเชื้อจำนวน 154 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.89 ดังนั้นกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เมื่อเกิดการติดเชื้อโรคโควิดต้องเร่งให้ได้รับวัคซีนโดยเร็วเพื่อลดความรุนแรงของโรค
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง ภายใต้กิจกรรมเดือนแห่งการรณรงค์หญิงตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด โดยมีเป้าหมายคือ ‘1 เดือน 1 แสนราย’ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน – 13 ตุลาคม 2564 นี้
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิดในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ จากข้อมูลเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม – 9 กันยายน 2564 มีหญิงตั้งครรภ์ได้รับวัคซีนแล้วทั้งหมด 68,435 ราย แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 53,697 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 14,559 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 179 ราย ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก
เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์ยังมีความกังวลใจและไม่มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน แม้ว่าจะได้มีการสื่อสารและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและวัคซีนผ่านช่องทางต่างๆ แล้ว จึงต้องเร่งรณรงค์และสร้างกระแสให้สังคมเกิดความตระหนักว่าหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต
นอกจากนี้วัคซีนในแม่สามารถส่งต่อภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกได้ด้วย ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน สามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
The post สธ. และกรมอนามัย จับมือรณรงค์ฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ ตั้งเป้าแสนรายในหนึ่งเดือน ย้ำปลอดภัย-ส่งต่อภูมิให้ลูกในท้อง appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าว CNN เผยแพร่รายงานจากแหล่งข่าวท้องถิ่นในอัฟกาน […]
The post CNN เผยรายงานกล่าวหาตาลีบันสังหารตำรวจหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือน ต่อหน้าครอบครัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักข่าว CNN เผยแพร่รายงานจากแหล่งข่าวท้องถิ่นในอัฟกานิสถาน ระบุว่าสมาชิกกลุ่มตาลีบันก่อเหตุสังหารตำรวจหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน อย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าครอบครัว เมื่อคืนวันเสาร์ (4 กันยายน) ที่ผ่านมา
ตำรวจหญิงรายนี้ชื่อว่า เนการ์ มาซูมี เป็นตำรวจประจำเรือนจำในจังหวัดกอร์ ทางภาคกลางของอัฟกานิสถาน โดย CNN เผยว่า ได้คลิปวิดีโอสัมภาษณ์บุตรชายของเธอที่ชื่อว่า โมฮัมหมัด ฮานิฟ ซึ่งบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นักรบตาลีบันได้เข้ามาในบ้านของครอบครัวเขา ก่อนจะจับตัวเขาและน้องชายออกไปมัดนอกบ้าน และลงมือใช้มีดสังหารตำรวจหญิงต่อหน้าครอบครัว
“พวกมันฆ่าแม่ของเราต่อหน้าเรา พวกมันฆ่าเธอด้วยมีด” ฮานิฟกล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอัฟกานิสถานชุดใหม่ที่อยู่ภายใต้การคุมอำนาจของตาลีบัน เร่งหาตัวกลุ่มฆาตกรและนำตัวมาลงโทษ โดยเตือนว่าหากไม่มีใครทำอะไร พวกเขาอาจต้องทวงคืนความยุติธรรมให้มาซูมีด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ นักข่าวท้องถิ่นยืนยันต่อ CNN ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ขณะที่ บิลัล การีมี โฆษกกลุ่มตาลีบันปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่าตำรวจหญิงรายนี้ไม่ได้ถูกสังหารโดยนักรบมูญาฮิดีนของกลุ่มตาลีบัน แต่อาจถูกสังหารเนื่องจากความเกลียดชังส่วนตัว ซึ่งทางกลุ่มตาลีบันกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนและยังไม่ได้ข้อสรุป
“นักรบมูญาฮิดีนของเรากำลังยุ่งอยู่กับการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเราจะแจ้งผลการสืบสวนขั้นสุดท้ายกับคุณทันทีที่เราได้รับข้อมูล” การีมีกล่าว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการกระทำของกลุ่มตาลีบันในการกดขี่ผู้หญิงที่อยู่ใต้การปกครอง ซึ่งหลังการเข้ายึดอำนาจ ผู้นำตาลีบันประกาศคำมั่นว่าจะไม่มีการกดขี่และให้ความสำคัญต่อบทบาทของผู้หญิง รวมถึงอนุญาตให้เรียนและทำงานได้ แม้จะมีรายงานในบางพื้นที่ว่านักรบตาลีบันไล่ผู้หญิงออกจากที่ทำงานและให้กลับไปอยู่บ้าน รวมถึงมีข้อกำหนดที่ห้ามผู้หญิงเรียนหนังสือร่วมกับผู้ชายในทุกระดับชั้น
ภาพ: NEGAR FAMILY
อ้างอิง:
The post CNN เผยรายงานกล่าวหาตาลีบันสังหารตำรวจหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือน ต่อหน้าครอบครัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (19 สิงหาคม) สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประช […]
The post รมว.แรงงาน มอบหมายกรมสวัสดิการฯ ออกประกาศขอความร่วมมือนายจ้างให้หญิงตั้งครรภ์ทำงานที่บ้าน ลดเสี่ยงติดโควิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (19 สิงหาคม) สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน (Labour Network for People Rights) และตัวแทนครอบครัวแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งเป็นเครือข่ายที่รวมตัวกันของแรงงานจากหลายจังหวัด หลายภาคธุรกิจ ทั้งจากพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นำโดย ศรีไพร นนทรีย์ ผู้แทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง, ธนพร วิจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, จะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และผู้แทนเครือข่ายฯ จากพื้นที่สมุทรปราการ สระบุรี รังสิต และปทุมธานี จำนวน 10 คน ขอเข้าพบ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะกำกับดูแลงานด้านนโยบายคุณภาพชีวิตแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง ดังนี้
สุชาติกล่าวว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้นปัจจุบันกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งการตรวจคัดกรองโควิดเชิงรุกในสถานประกอบการ การส่งเสริมให้สถานประกอบการดำเนินการตามโครงการ Factory Sandbox การฉีดวัคซีนโควิดแก่ผู้ประกันตน และการเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ส่วนมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มคนงานหญิงตั้งครรภ์ โดยจัดสถานที่ทำงานใหม่ให้เหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์ให้มีความปลอดภัยนั้น ได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เร่งออกร่างประกาศกระทรวงโดยเร็วที่สุดและเร่งประชาสัมพันธ์ออกไป เพื่อขอความร่วมมือไปยังสถานประกอบการให้สตรีที่มีผลตรวจว่าตั้งครรภ์ควรกำหนดให้มีการทำงานที่บ้าน (Work from Home) โดยให้จ่ายค่าแรงเต็มจำนวน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโควิด
ขณะที่ ศรีไพรกล่าวว่า “ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ได้รับเรื่อง รับลูก และแจ้งให้ทราบในทันทีว่าจะออกประกาศกระทรวงเพื่อแยกคนท้องออกจากพื้นที่เสี่ยงโควิดให้สามารถทำงานที่บ้านได้ และได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน ซึ่งทางเราที่มาในวันนี้รู้สึกหายห่วงที่อย่างน้อยได้มาเข้าพบรัฐมนตรี ได้รับการดูแลและดำเนินการโดยทันที เพื่อให้เครือข่ายแรงงานมีความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดูแล
ภาพ: ภาพพูล
The post รมว.แรงงาน มอบหมายกรมสวัสดิการฯ ออกประกาศขอความร่วมมือนายจ้างให้หญิงตั้งครรภ์ทำงานที่บ้าน ลดเสี่ยงติดโควิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโ […]
The post สธ. เผยหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด 1.9 พันราย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ให้ครอบคลุม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าว ‘หญิงตั้งครรภ์กับโควิด-19’ ว่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ถึง 11 สิงหาคม 2564 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 1,993 คน เป็นคนไทย 1,315 คน ต่างด้าว 678 คน อยู่ในช่วงอายุ 20-34 ปี ร้อยละ 74.21 ส่วนใหญ่ติดเชื้อในครอบครัวและสถานที่ทำงาน และพบเสียชีวิต 37 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8 โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อคลอดแล้ว 1,129 คน คิดเป็นร้อยละ 55.65 เป็นการผ่าตัดคลอดร้อยละ 53 และพบการคลอดก่อนกำหนดหรือก่อน 37 สัปดาห์ เกือบร้อยละ 18 สูงกว่าปกติที่พบได้ประมาณร้อยละ 10 พบทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ถึงร้อยละ 16 สูงกว่าภาวะปกติที่พบประมาณร้อยละ 8
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า การติดเชื้อระลอกเมษายนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่พบเดือนละ 5-25 คนในการระบาดช่วงธันวาคม 2563 ถึง มีนาคม 2564 ในเดือนพฤษภาคม พบมากกว่า 200 คน และเดือนกรกฎาคมมากกว่า 800 คน และจากการวิเคราะห์ข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตจำนวน 23 คน พบว่าสาเหตุแต่ละรายเกิดจาก 3 ปัจจัยคือ
ขณะที่ขณะนี้มีหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วเพียง 7,935 คน และเข็มสอง 574 คน จึงจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ให้ครอบคลุมมากที่สุดตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และมติที่ประชุมคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบให้หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์หลัง 12 สัปดาห์ และหญิงให้นมบุตรสามารถรับการฉีดวัคซีนโควิดได้ เพื่อลดความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด
นอกจากนี้แม้ว่าหญิงตั้งครรภ์จะได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังต้องไปตรวจครรภ์ ตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ตามนัดหมาย โดยป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัดตามมาตรการ DMHTT สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร เมื่อกลับถึงบ้านให้ถอดหน้ากากทิ้งอย่างถูกวิธี อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที งดใช้ของส่วนตัวร่วมกัน สังเกตอาการผิดปกติของการตั้งครรภ์ ล้างมือบ่อยๆ กินอาหารปรุงสุก สะอาด ครบ 5 หมู่ ดื่มนมรสจืด 2-3 แก้วทุกวัน เลี่ยงอาหารรสจัด หมักดอง กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
นอกจากนี้สถานประกอบการ หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ควรสนับสนุนให้กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทำงานที่บ้าน (Work from Home) ได้แก่ กลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม, ตั้งครรภ์ในไตรมาส 3 หรือ 28 สัปดาห์ขึ้นไป, มีภาวะครรภ์เสี่ยงสูง, ทำงานในสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง หรืออยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยกรมอนามัยได้จัดทำคำแนะนำการป้องกันการติดเชื้อจากบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวและภายในบ้านสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เผยแพร่ทาง Facebook เพจกรมอนามัย
The post สธ. เผยหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด 1.9 พันราย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ให้ครอบคลุม appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ แนะนำว่า หญิงต […]
The post ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ แนะหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนโควิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ แนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด โดยอ้างอิงงานวิจัยฉบับใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่า วัคซีนโควิดไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือเพิ่มโอกาสในการคลอดก่อนกำหนด แต่การติดเชื้อโควิดจะเพิ่มความเสี่ยงรุนแรงต่อตัวหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร รวมไปถึงอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
คำแนะนำดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่ CDC ให้การสนับสนุนอย่างชัดเจนต่อการฉีดวัคซีนในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งอเมริกา (American College of Obstetricians and Gynecologists) และกลุ่มแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ
นอกจากนี้ คำแนะนำของ CDC ยังมีขึ้นท่ามกลางยอดติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตา และเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามครั้งใหม่ของฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่จะผลักดันอัตราการฉีดวัคซีนเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัส ทั้งนี้ คาดว่าอย่างเร็วที่สุดในวันพฤหัสบดีนี้ องค์การการอาหารและยา (FDA) จะอนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แก่ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
“CDC ขอเชิญชวนหญิงตั้งครรภ์หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ และผู้ที่กำลังให้นมบุตร เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตนเองจากโควิด” ดร.โรเชล วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC กล่าว “วัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้”
ข้อมูลจาก CDC เผยว่า ในสหรัฐอเมริกามีหญิงตั้งครรภ์เพียง 23% เท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด ขณะที่มีรายงานว่าพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
การตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในภาวะสุขภาพที่ CDC ระบุว่ามีความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงหากติดเชื้อโควิด โดยหญิงตั้งครรภ์มีแนวโน้มต้องเข้ารับการรักษาในห้อง ICU ต้องใช้เครื่องบายพาสหัวใจและปอด และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 70%
การติดโควิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และการตายคลอด (Stillbirth) และหากคุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคโควิดขั้นรุนแรง ก็จะยิ่งทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นไปอีก นอกจากนี้ การติดโควิดขณะตั้งครรภ์ยังเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์และน้ำหนักแรกคลอดต่ำ และในบางกรณี ไวรัสยังสามารถถ่ายทอดไปยังทารกในครรภ์ได้อีกด้วย
ดร.วาเลนสกียังได้ยกข้อมูลความปลอดภัยใหม่ที่ได้จากการศึกษาหญิงตั้งครรภ์เกือบ 2,500 คนที่ได้รับวัคซีน mRNA ตัวใดตัวหนึ่ง (Moderna หรือ Pfizer/BioNTech) ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งพบว่าการฉีดวัคซีนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการแท้ง
อย่างไรก็ตาม ยังมีหญิงตั้งครรภ์จำนวนหนึ่งที่ไม่มั่นใจกับการฉีดวัคซีน “ฉันคิดมากเรื่องการฉีดวัคซีน ฉันรู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบมากกว่า” แรเชล คอนเทรราส อายุ 29 ปี กล่าว เธอตั้งครรภ์ได้ 28 สัปดาห์ และกังวลว่าวัคซีนอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม “ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำอย่างไรถ้าฉันได้รับวัคซีนและมีบางอย่างเกิดขึ้นกับทารก”
ดร.อดัม ยูราโต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จากฟรามิงแฮม รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาคนไข้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน เปิดเผยว่า ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์จำนวนมากไม่เต็มใจที่จะใส่สารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย และต้องการข้อมูลระยะยาวและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมว่าวัคซีนจะไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์
“คำถามหนึ่งที่คนไข้ถามผมอยู่ตลอดคือ ‘เราแน่ใจได้ 100% หรือว่าวัคซีนเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกของฉัน’” เขากล่าว
ซาชา อาร์. เอลลิงตัน นักระบาดวิทยา ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเตรียมความพร้อมฉุกเฉินในแผนกอนามัยการเจริญพันธุ์ของ CDC กล่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับผลการคลอดนั้นมีอยู่จำกัด เนื่องจากเพิ่งเริ่มมีการฉีดวัคซีนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเท่านั้น
การศึกษามารดา 827 คนที่คลอดบุตรหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน พบว่าอัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และผลในทางลบนั้นมีพอ ๆ กับในช่วงก่อนเกิดโรคระบาด โดยผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The New England Journal of Medicine เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“ในเวลานี้ ประโยชน์ของการฉีดวัคซีน และความเสี่ยงที่เราทราบจากการติดโควิดในระหว่างตั้งครรภ์ มีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงเชิงทฤษฎีใดๆ ของวัคซีน” ดร.เอลลิงตันกล่าว
ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์มักไม่ได้เข้าร่วมการทดลองทางการแพทย์ เช่นเดียวกับการทดลองทางคลินิกของวัคซีนโควิดชนิดต่างๆ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ไม่มีคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับการให้วัคซีนทั้งสำหรับหญิงตั้งครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตร ซึ่ง WHO ระบุว่าไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยสำหรับคนกลุ่มนี้
ภาพ: Gerardo Vieyra / NurPhoto via Getty Images
อ้างอิง:
The post ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ แนะหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนโควิด appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (22 กรกฎาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบ […]
The post กรมอนามัย เผยหญิงตั้งครรภ์ 898 ราย ติดเชื้อโควิด เสียชีวิตแล้ว 16 ราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (22 กรกฎาคม) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ร่วมเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ ‘การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร’ ว่าจากข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิดในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 20 กรกฎาคม 2564 พบมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 898 ราย เสียชีวิต 16 ราย ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ข้อมูลวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ยังมีไม่มาก
กรมอนามัยจึงให้ความสำคัญโดยร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย, ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ผลักดันนโยบายให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลที่เหมาะสมผ่านคลินิกฝากครรภ์ที่หญิงตั้งครรภ์ไปรับบริการอยู่ โดยให้หญิงตั้งครรภ์จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเช่นเดียวกับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการทบทวนวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของมารดาจากโควิด เพื่อหามาตรการป้องกัน โดยมีศูนย์อนามัยที่ 1-12 ของกรมอนามัย ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่
The post กรมอนามัย เผยหญิงตั้งครรภ์ 898 ราย ติดเชื้อโควิด เสียชีวิตแล้ว 16 ราย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (22 กรกฎาคม) เป็นวันแรกที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลา […]
The post คนแน่นสถานีกลางบางซื่อ วันแรกเปิด Walk-in ฉีดวัคซีนโควิดให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป คนท้อง และคนน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (22 กรกฎาคม) เป็นวันแรกที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดให้ Walk-in รับบริการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 1 ให้กับ 3 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป โดยจะต้องแสดงเอกสารการตั้งครรภ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ และผู้ที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป
โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22-31 กรกฎาคม เวลา 09.00-17.00 น. ทั้งนี้ไม่รวมผู้ติดตาม โดยสามารถ Walk-in รับบริการฉีดวัคซีนโควิดได้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร (เข้าที่ประตู 2, 3, 4) ขณะที่บรรยากาศวันแรกของเปิดให้ Walk-in ฉีดวัคซีนมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากจนแน่นทางเข้าสถานี หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด













The post คนแน่นสถานีกลางบางซื่อ วันแรกเปิด Walk-in ฉีดวัคซีนโควิดให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป คนท้อง และคนน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (21 กรกฎาคม) กรมการแพทย์ประกาศเปิด Walk-in ให้บร […]
The post สถานีกลางบางซื่อเปิด Walk-in ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป-ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป-น้ำหนักตัวเกิน 100 กก. 22-31 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (21 กรกฎาคม) กรมการแพทย์ประกาศเปิด Walk-in ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca เข็มที่ 1 แก่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้มีน้ำหนักตัว 100 กิโลกรัมขึ้นไป โดยไม่รวมผู้ติดตาม ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ (ประตู 2, 3, 4) ตั้งแต่วันที่ 22-31 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00-17.00 น.
นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้มีน้ำหนักตัว 100 กิโลกรัมขึ้นไป เป็นกลุ่มเสี่ยงจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีผู้ติดโควิดจำนวนมาก ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อจึงเปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด AstraZeneca เข็มที่ 1 แก่ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เพื่อลดการติดเชื้อ เจ็บป่วยรุนแรง และการเสียชีวิต
โดยผู้ที่ตั้งครรภ์และมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้องแสดงเอกสารการตั้งครรภ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์
อย่างไรก็ตาม นพ.ไพโรจน์ ได้กำชับว่า แม้ประชาชนจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด โดยการรักษาระยะห่างทางสังคม หมั่นล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย
The post สถานีกลางบางซื่อเปิด Walk-in ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป-ตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป-น้ำหนักตัวเกิน 100 กก. 22-31 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
THE STANDARD ลงพื้นที่แคมป์ก่อสร้างซอยวัดไผ่ตัน ย่านสะพ […]
The post แรงงานหญิงท้อง 9 เดือนติดโควิดในแคมป์คนงาน เผยรอเตียงตั้งแต่ 23 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.
]]>
THE STANDARD ลงพื้นที่แคมป์ก่อสร้างซอยวัดไผ่ตัน ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ คนดูแลคนงานในแคมป์ให้ข้อมูลกับเราว่า มีคนงานทั้งหมด 330 ราย พบติดโควิดจำนวน 148 ราย ไปโรงพยาบาลแล้ว 69 ราย และจะแยกส่วนที่อยู่กันชัดเจนระหว่างผู้ติดเชื้อและไม่ที่ยังไม่พบเชื้อ
อย่างไรก็ตาม ที่แคมป์นี้มีหญิงตั้งท้อง 9 เดือนตรวจพบเชื้อโควิด ซึ่งทราบผลตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และรอเตียงมาจนถึงวันนี้ (28 มิถุนายน) โดยคาดว่าช่วงเย็นวันนี้จะได้เตียงเข้ารักษาตัว โดยระหว่างนี้มีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาตรวจครรภ์และดูแลสภาพร่างกาย ซึ่งหญิงตั้งครรภ์รายนี้ยังไม่มีอาการรุนแรงจากการรับเชื้อโควิด






The post แรงงานหญิงท้อง 9 เดือนติดโควิดในแคมป์คนงาน เผยรอเตียงตั้งแต่ 23 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 เมษายน) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริห […]
The post โควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย ส่วนใหญ่มีโรคอ้วน พบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตด้วย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 เมษายน) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน ไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2,438 ราย รวมติดเชื้อสะสม 55,460 ราย แต่หากนับการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 26,597 ราย
ขณะที่ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย เสียชีวิตสะสมแล้ว 140 ราย แต่หากนับเฉพาะระลอกใหม่เดือนเมษายน นับเป็นรายที่ 46 แล้ว
สำหรับผู้เสียชีวิต 11 รายวันนี้ เป็นคนกรุงเทพฯ 6 ราย ปทุมธานี 2 ราย ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา และนครพนม จังหวัดละ 1 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคอ้วนเป็นโรคประจำตัว 6 ราย และมีหญิงตั้งครรภ์ 25 สัปดาห์ อายุ 32 ปีเสียชีวิตด้วย
The post โควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 11 ราย ส่วนใหญ่มีโรคอ้วน พบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตด้วย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนครอบครัวว่าจะมีบุ […]
The post โควิด-19 กับหญิงตั้งครรภ์ และข้อมูลที่คุณแม่ต้องศึกษา appeared first on THE STANDARD.
]]>

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนครอบครัวว่าจะมีบุตรในช่วงนี้อาจมีความกังวลว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เดือนเมษายน 2564 จะส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะทารกในครรภ์ รวมถึงการฉีดวัคซีน ผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ความรุนแรง: โดยรวมแล้วความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ‘ต่ำ’ แต่หญิงตั้งครรภ์ผู้ป่วยเป็นโควิด-19 มีโอกาสเกิดอาการรุนแรง เช่น ความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล การนอนในห้องไอซียูสูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป และหญิงตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัว เช่น ภาวะอ้วน และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เหมือนกับหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมข้อมูลของกรมอนามัย (นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ อ้างถึงในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564) พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นโควิด-19 ในประเทศไทยจำนวน 60 ราย ไม่มีอาการป่วยรุนแรงจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ บางมีรายมีภาวะปอดอักเสบ แต่ไม่มีรายใดเสียชีวิตในปีที่ผ่านมา
ผลต่อการตั้งครรภ์: หญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นโควิด-19 อาจมีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด (อายุครรภ์ก่อน 37 สัปดาห์) สำหรับสัดส่วนของการเกิดภาวะนี้ในหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นโควิด-19 อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละการศึกษา เช่น
ผลต่อทารกในครรภ์: การถ่ายทอดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 จากมารดามีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่น้อย (2-5%) โดย
วัคซีน: ขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าปลอดภัย โดย CDC ของสหรัฐฯ แนะนำว่า “ถ้าท่านตั้งครรภ์และอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการแนะนำให้ฉีดวัคซีน ท่านอาจเลือกที่จะรับวัคซีน ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน”
ซึ่งแพทย์จะให้คำปรึกษาถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ถ้าไม่ฉีดหรือฉีดแล้วมีผลข้างเคียง แล้วให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะฉีดหรือไม่
แต่ถ้ากำลังวางแผนครอบครัวว่าจะมีบุตร ท่านยังสามารถรับวัคซีนได้ เพราะไม่มีหลักฐานในปัจจุบันว่าทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก และไม่จำเป็นต้องเลื่อนการตั้งครรภ์ออกไปหลังได้รับวัคซีน สำหรับวัคซีนที่ต้องฉีดให้ครบสองโดส หากตั้งครรภ์หลังฉีดโดสแรก ท่านยังควรได้รับวัคซีนเข็มที่สองอยู่
การป้องกัน: การสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างจากผู้อื่น 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ ยังคงเป็นวิธีการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ซึ่งถ้าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้ออาจจะมีอาการรุนแรงกว่าหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป ที่สำคัญควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และฝากครรภ์ตามนัด

ตารางแสดงความเสี่ยงต่ออาการต่างๆ เปรียบเทียบระหว่างหญิงตั้งครรภ์ปกติ และหญิงตั้งครรภ์ป่วยเป็นโควิด-19
คำอธิบาย:
ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต
พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:
The post โควิด-19 กับหญิงตั้งครรภ์ และข้อมูลที่คุณแม่ต้องศึกษา appeared first on THE STANDARD.
]]>