ส่งออกอาหาร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ส่งออกอาหาร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 Jan 2025 09:14:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ไทยส่งกุ้งแช่แข็งผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว สำเร็จ กรมประมงหวังเป็นผู้นำส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ https://thestandard.co/thai-frozen-shrimp-railway/ Thu, 30 Jan 2025 09:06:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1036244 thai-frozen-shrimp-railway

วันนี้ (30 มกราคม) บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผย […]

The post ไทยส่งกุ้งแช่แข็งผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว สำเร็จ กรมประมงหวังเป็นผู้นำส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-frozen-shrimp-railway

วันนี้ (30 มกราคม) บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 ว่าการลำเลียงสินค้ากุ้งสุกแช่แข็งจากจังหวัดสงขลา น้ำหนักรวม 24 ตัน ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-สปป.ลาว ผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน โดยการขนส่งครั้งนี้ใช้วิธีแบบผสมผสานระหว่างรถบรรทุกและเส้นทางรถไฟจีน-สปป.ลาว ซึ่งสามารถลดระยะเวลาในการขนส่งได้ถึง 14 วัน

 

อีกทั้งระบบการขนส่งด้วยเทคโนโลยีห่วงโซ่ความเย็นตลอดเส้นทางนั้นมีศักยภาพ ช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและด้านการตลาดของสินค้าประมงในรูปแบบทั้งแช่เย็นและแช่แข็ง ให้เข้าถึงตลาดภายในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพความสดและความปลอดภัยของสินค้าประมงของไทย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนได้มากขึ้น

 

การส่งออกสินค้าประมงแช่แข็งไทยผ่านด่านรถไฟโม่ฮานในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านขนส่งสินค้าระหว่างไทยและจีน ซึ่งสามารถรองรับและส่งเสริมการเปิดตลาดสินค้าสัตว์น้ำแช่เย็นและสินค้าประมงแช่แข็ง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการรับทราบถึงระบบการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟ เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะอำนวยความสะดวกและสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าไปยังเมืองและมณฑลต่างๆ ของจีนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยขยายช่องทางการส่งออกให้หลากหลายยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกำหนดให้มีการลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบ กักกัน และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ ของผลิตภัณฑ์ประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งพิธีสารฉบับนี้มาจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งสองประเทศที่มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อการค้า และการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ประมงชนิดใหม่ (ปลากะพงขาว) กรมประมงเล็งเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันประเทศไทยขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพสู่ตลาดจีนในอนาคต

 

“กรมประมงยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันการส่งออกสินค้าประมงของไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้า ขยายตลาดส่งออก และสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประมงไทยให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในระดับสากลอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมประมงกล่าวทิ้งท้าย

The post ไทยส่งกุ้งแช่แข็งผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว สำเร็จ กรมประมงหวังเป็นผู้นำส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สร้างระบบนิเวศยั่งยืนให้ประเทศ กับเทศกาล Bangkok Design Week 2023 https://thestandard.co/bangkok-design-week-2023-6/ Thu, 09 Feb 2023 07:50:34 +0000 https://thestandard.co/?p=747946 Bangkok Design Week 2023

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์สร้างสรรค์งาน […]

The post ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สร้างระบบนิเวศยั่งยืนให้ประเทศ กับเทศกาล Bangkok Design Week 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Design Week 2023

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง TasteBud Lab และ Bio Buddy ได้จัดงาน WHERE IS THE FUTURE OF FUTURE FOOD ปีที่ 4 โดยงานเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2023 ในการขับเคลื่อนและผลักดันนวัตกรรมอาหาร เพื่อสร้างระบบนิเวศความยั่งยืนของอาหารแห่งอนาคตในประเทศไทย นำโดย เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ จากร้าน Blackitch Artisan Kitchen, เชฟโอ-ตนัย พจน์อารีย์ จาก TasteBud Lab, เชฟเทพ-มนต์เทพ กมลศิลป์ จากร้าน TAAN, เชฟคำนาง-ณัฏฐภรณ์ คมจิต จากร้าน เฮือนคำนาง, เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ จากร้าน ซาหมวยแอนด์ซันส์ และ หมาน้อยฟู้ดแล็บ, เชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ และเชฟจิ๊บ-กัญญารัตน์ ถนอมแสง จากร้านแก่น, และลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ Earth Creator Uncleree Farm

 

เชฟจิ๊บ กัญญารัตน์ ได้นำเสนออาหารจานแรกคือ Hot & Spicy Krathong Tong เป็นเมนูส้มตำ โดยความพิเศษของเมนูนี้คือการใช้มันแกวซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่นแทนเส้นมะละกอ ซึ่งตัวมันแกวเป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) สามารถเข้าได้กับเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาคู่กันอย่าง Probiotic Shot จาก TasteBud Lab ได้ดี โดยที่เมนูดังกล่าวจะเป็นเมนูวีแกน ได้ใช้วีแกนปลาร้า ในส่วนของหมูกรอบด้านบนจะเป็นหมูกรอบจากพืช (Plant-based Cripspy Pork) ขณะที่ถ้วยกรอบจะทำมาจากสาหร่ายไก ซึ่งมีโปรตีนสูง หาได้ตามแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ นอกจากนี้ยังเป็นพืชเศรษฐกิจอีกด้วย

 

 

ระหว่างมื้ออาหาร ศิริกุล เลากัยกุล Country Director of Sustainable Brands Thailand ได้กล่าวว่า เมื่อพูดถึงความยั่งยืนทางอาหาร ต้องตอบให้ได้ว่าเป็นความยั่งยืนของใคร ตนนั้นมองว่าความมั่งคงทางอาหาร (Food Security) ไม่สำคัญเท่ากับความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร (Food Equality) เพราะความมั่งคงนั่นมันอาจจะกลายเป็นความมั่งคงของคนบางกลุ่มหรือบางองค์กร ดังนั้นแล้วหน้าที่ที่สำคัญของคนที่ทำธุรกิจด้านอาหารจะต้องเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการลดความยากจน (No Poverty) อนาคตของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารแห่งอนาคต เพราะอาหารแห่งอนาคตเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของระบบของอาหาร (Food System) ส่วนอาหารออร์แกนิกหรืออาหารที่ไม่ได้มาจากพืชก็ยังมีความสำคัญอยู่ต่อไป

 

ด้าน สันติ อาภากาศ CEO และ Co-Founder ของ TasteBud Lab, Bio Buddy และ  Future Food Network ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้คือ การหาโซลูชันให้กับอนาคตของอาหาร โดยการหาความร่วมมือจากสตาร์ทอัพ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และภาคส่วนต่างๆ  

 

ประเทศของเราเป็นประเทศที่ส่งออกอาหาร มีคนอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรมากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้นอย่าไปมองที่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบของอาหารที่เราจะต้องสร้างร่วมกันเพื่อ

 

  1. ให้ระบบอาหารสอดรับกับประชากรโลกที่จะเติบโตถึง 1 หมื่นล้านคนภายในปี 2050 ได้

 

  1. แก้ไขปัญหาด้านของความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือปัญหาที่ผู้คนเจ็บป่วยจากการรับประทานอาหารที่ไม่พอดีเพียงพอ

 

  1. แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ระบบอาหารในทุกวันนี้ได้สร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อม โดยจากข้อมูลพบว่าตัวเลขคาร์บอน 26% ที่ก่อให้เกิดสภาวะ Climate Crisis มาจากระบบอาหารในปัจจุบัน 

 

สันติยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนมองเห็นโครงสร้างของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จจากการทรานส์ฟอร์มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร แต่ตนนั้นอยากจะเข้ามาช่วยต่อเติมให้กลายเป็น Ecosystem ของอาหาร จากการศึกษามิติต่างประเทศและมิติเชิงคุณภาพต่างๆ พบว่าการสร้างระบบนิเวศของอาหารต้องอาศัย 6 เสาสำคัญ คือ 

 

  1. Innovative Practices คือการมีบุคลากรที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างโซลูชัน รวมไปถึงการมีหน่วยงานที่สนับสนุนทั้งด้านเงินทุน การวิจัย และพัฒนา 

 

  1. Agro-ecological Transformation คือการมีต้นน้ำทางวัตถุดิบที่แข็งแรงและยั่งยืน 

 

  1. Conservation of Water, Land, and Biodiversity คือการรักษาแหล่งน้ำ พื้นดิน และความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืน

 

  1. Responsible Sourcing คือการมีคนสนับสนุนการบริโภคและช่วยขับเคลื่อนให้ผู้คนเข้าถึงอาหารแห่งอนาคต 

 

  1. Responsible Consumption คือการบริโภคที่รับผิดชอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวผู้บริโภคหรือเชฟที่เป็นผู้เลือกบริโภคเองด้วย

 

  1. Regenerative Production & Job Creation คือการมีโรงงานผลิตที่ไม่สร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อม ถ้าโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชแต่ยังคงปล่อยน้ำเสีย หรือไม่มีระบบจัดการขยะที่ดี ก็ไม่สามารถสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนได้

 

ขณะที่ ณัฐดนัย หาญการสุจริต รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวในหัวข้อ Innovative Practices ไว้ว่า อุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิตอาหาร รวมไปถึงการมาของ Novel Ingredient เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์จากพืช (Plant-based) หรือวัตถุดิบทางเลือกใหม่ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลาย นอกจากนี้แนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารคือ การลดคาร์บอน (Decarbonization) เป็นประเด็นที่ต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นแล้วอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดของเสีย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์ด้วย เพราะช่วยลดพลังงานและต้นทุนต่างๆ เช่น เทคโนโลยีการอบแห้งแบบเดิมอาจใช้พลังงานสูง อาจจะต้องปรับรูปแบบใหม่ หากนำเอาเทคโนโลยีใหม่มาใช้กับกระบวนการผลิตเดิมก็อาจจะช่วยลดต้นทุนและเวลา อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

 

อีกประเด็นที่ณัฐดนัยได้ย้ำความสำคัญคือเรื่องของการขึ้นทะเบียนอาหารแห่งอนาคต โดยอาศัยร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีผลการศึกษาและวิจัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ และท้ายที่สุดจะต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากกระทรวงอุตสาหกรรมในการผลักดันให้อาหารแห่งอนาคตเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

 

ด้าน รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้กล่าวในหัวข้อ Responsible Sourcing ว่าทางทีมงานของอินฟอร์มาได้จัดงาน ProPak Asia จัดหาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) ซึ่งทำงานร่วมกับ TasteBud Lab ในการโปรโมต Future Food เพื่อเปิดพื้นที่ให้เข้ามาพูดคุยกันว่าอุตสาหกรรมอาหารในอนาคตจะไปทิศทางใด และหาแนวทางในการเพิ่มมูลค่า (Value) ให้กับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารทุกๆ ขั้นตอน โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ 

 

ขณะที่ อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ได้พูดถึงหัวข้อ Regenerative Production & Job Creation ไว้ว่า สถาบันอาหารเป็นองค์กรที่ดูแลเรื่องอาหารแบบครบวงจร สถาบันอาหารเริ่มทำงานกับเกษตรกรในการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นพอเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมก็ตรวจสอบ หากวัตถุดิบดี ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก็จะดีตามไปด้วย 

 

นอกจากนั้นสถาบันอาหารยังมีบริการด้านการฝึกอบรมทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านการส่งออกไปต่างประเทศ รวมไปถึงการจัดอบรมระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ตนยังได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่า อาหารแห่งอนาคตจะต้องตอบได้โจทย์ทั้งในเรื่องของ Food Safety และสิ่งแวดล้อมให้ได้ เพื่อที่จะให้เกิดความยั่งยืน

 

ด้าน วรัญญา เตชะสุขถาวร อาจารย์จากภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขึ้นกล่าวในห้วข้อ Responsible Consumption ในฐานะผู้บริโภคไว้ว่า ตนอยากขอบคุณทาง TasteBud Lab ที่นำผลิตภัณฑ์อาหารดีๆ มาให้กับคนไข้รวมไปถึงทุกคนด้วย ตนกล่าวว่านักโภชนาการเป็นอาชีพหนึ่งที่คุยเรื่องอาหารตลอดทั้งวันกับคนไข้ คำถามหลักคือ เมื่อเช้าเขารับประทานอะไรและเย็นนี้จะรับประทานอะไร เพราะฉะนั้นตนจึงเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญในการแนะนำสิ่งดีๆ กับคนไข้ต่อไปได้ เช่น เทศกาลกินเจปีที่แล้ว คนไข้ของตนเป็นเบาหวานแล้วไปรับประทานหมี่กึง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่ตนเสนอให้คนไข้ปรับมารับประทานเห็ดแครง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นและยังได้สารอาหารโปรตีนอยู่ เหมาะสำหรับเทศกาลกินเจ

 

“และหลายอย่างที่เกิดขึ้นที่เวทีแห่งนี้เป็นความรู้แบบใหม่ ถือเป็นนวัตกรรม เวลาตนสอนนิสิตหรือนักโภชนาการว่ารับประทานเส้นเท่ากับรับประทานแป้ง ตอนนี้นั้นไม่ใช่แล้ว เพราะมีเส้นไข่ขาวหรือเส้นโปรตีนทางเลือกอื่นๆ ตนขอขอบคุณเวทีนี้ที่ช่วยนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค” วรัญญากล่าว

 

นอกจากงานเสวนาอนาคตของอาหารแห่งอนาคตแล้ว ในงาน WHERE IS THE FUTURE OF FUTURE FOOD ยังจัดงานย่อยๆ อีกสองงานคือ 1. Future Food Showcase งานโชว์เคสที่แสดงนวัตกรรมสินค้าอาหารแห่งอนาคตสุดล้ำ 6 หมวดหมู่ได้แก่ Alternative Protein, Synthetic Food, Functional Food, Probiotic Food, CBD Infused Food และ Personalization Food ระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00-18.00 น. จัดแสดงบริเวณ Creative Space ชั้น 5 อาคาร TCDC ไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง และ 2. Future Food Market Activation ระหว่างวันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ บริเวณลานหน้าอาคารไปรษีย์กลาง เวลา 16.00-22.00 น.

The post ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สร้างระบบนิเวศยั่งยืนให้ประเทศ กับเทศกาล Bangkok Design Week 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำอินโดฯ เผย ‘ปูติน’ ให้คำมั่นเปิดเส้นทางเดินเรือ และอนุญาตส่งออกอาหารและปุ๋ยจากยูเครน ท่ามกลางความหวังบรรเทาวิกฤตอาหารโลก https://thestandard.co/jokowi-says-russia-agrees-to-permit-vital-exports-from-ukraine/ Sat, 02 Jul 2022 03:44:53 +0000 https://thestandard.co/?p=649201 เปิดเส้นทางเดินเรือ

ประธานาธิบดีโจโก วีโดโด ของอินโดนีเซีย เสร็จสิ้นภารกิจก […]

The post ผู้นำอินโดฯ เผย ‘ปูติน’ ให้คำมั่นเปิดเส้นทางเดินเรือ และอนุญาตส่งออกอาหารและปุ๋ยจากยูเครน ท่ามกลางความหวังบรรเทาวิกฤตอาหารโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเส้นทางเดินเรือ

ประธานาธิบดีโจโก วีโดโด ของอินโดนีเซีย เสร็จสิ้นภารกิจการเยือนยูเครนและรัสเซียแล้วเมื่อวานนี้ (1 กรกฎาคม) โดยแสดงความคาดหวังถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการส่งออกอาหารและปุ๋ยของยูเครน ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเสนอตัวเป็นสะพานทางการทูต เชื่อมระหว่างรัสเซียและยูเครน

 

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘โจโกวี’ ได้แถลงข่าวร่วม ภายหลังพบปะหารือแบบทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่กรุงมอสโกเมื่อวานนี้ โดยเขาได้แสดงความขอบคุณผู้นำรัสเซียที่เห็นพ้องในการเปิดเส้นทางเดินเรือ และอนุญาตให้มีการส่งออกสินค้าประเภทอาหาร ซึ่งรวมถึงข้าวสาลีและธัญพืช พร้อมด้วยปุ๋ยจากยูเครน หลังจากที่ทั่วโลกเริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับวิกฤตอาหาร

 

“ผมรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีปูตินกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะให้การรับประกันความปลอดภัยสำหรับเสบียงอาหารและปุ๋ยที่จัดส่งจากทั้งรัสเซียและจากยูเครน นี่เป็นข่าวดีเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ผมยังสนับสนุนความพยายามของสหประชาชาติในการฟื้นฟูการจัดส่งสินค้าอาหารและปุ๋ยของรัสเซียและสินค้าอาหารยูเครน กลับคืนสู่ห่วงโซ่อุปทานของโลกอีกครั้ง” โจโกวีกล่าว 

 

ขณะที่ปูตินซึ่งแถลงข่าวเคียงข้างกัน ปฏิเสธข้อมูลที่ระบุว่ารัสเซียนั้นปิดกั้นการส่งออกเมล็ดธัญพืชจากยูเครน

 

“กองทัพยูเครนได้วางทุ่นระเบิดตรงทางเข้าท่าเรือของพวกเขา ไม่มีใครขัดขวางพวกเขาจากการเคลียร์ทุ่นระเบิด และเรารับประกันความปลอดภัยในการขนส่งธัญพืชออกจากที่นั่น”

 

ขณะที่โจโกวีเปิดเผยว่า เขาได้ส่งผ่านข้อความจากประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้แก่ปูติน ซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด และกล่าวยืนยันว่าอินโดนีเซียจะยังคงเป็นสะพานเชื่อมสำหรับการสื่อสารระหว่างผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ

 

ทั้งนี้ ผู้นำอินโดนีเซียเป็นประธานกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G20 ของปีนี้ ซึ่งมีรัสเซียรวมอยู่ในประเทศสมาชิกด้วย โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้แต่งตั้งเขาให้เป็น 1 ใน 6 ผู้นำ ‘กลุ่มรับมือวิกฤตการณ์โลก (Global Crisis Response Group)’ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากความอดอยากหิวโหยทั่วโลก ที่เกิดจากภาวะสงครามในยูเครน 

 

ขณะที่โจโกวีเผยว่า เขาได้เรียกร้องผู้นำกลุ่ม G7 ในระหว่างการประชุมที่เยอรมนีช่วงสัปดาห์นี้ให้มีความแน่ใจว่า การดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาหารและปุ๋ย

 

ภาพ: Photo by Kremlin Press Service / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post ผู้นำอินโดฯ เผย ‘ปูติน’ ให้คำมั่นเปิดเส้นทางเดินเรือ และอนุญาตส่งออกอาหารและปุ๋ยจากยูเครน ท่ามกลางความหวังบรรเทาวิกฤตอาหารโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินบาทอ่อนค่า ดันหุ้น ‘ส่งออกอาหาร-เกษตร’ รับอานิสงส์ โบรกแนะลงทุนแค่ช่วงสั้น เหตุกำลังซื้อส่อแววอ่อนแอทั่วโลก https://thestandard.co/food-and-agriculture-export-stocks/ Mon, 25 Apr 2022 01:14:31 +0000 https://thestandard.co/?p=620921 เงินบาทอ่อนค่า

หุ้นกลุ่มส่งออกอาหารและเกษตรเตรียมรับอานิสงส์เงินบาทอ่อ […]

The post เงินบาทอ่อนค่า ดันหุ้น ‘ส่งออกอาหาร-เกษตร’ รับอานิสงส์ โบรกแนะลงทุนแค่ช่วงสั้น เหตุกำลังซื้อส่อแววอ่อนแอทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินบาทอ่อนค่า

หุ้นกลุ่มส่งออกอาหารและเกษตรเตรียมรับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง และจ่อทะลุแนวต้าน 34 บาทต่อดอลลาร์ นักวิเคราะห์แนะนำลงทุนระยะสั้นตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเท่านั้น เนื่องจากประเมินว่ากำลังซื้อทุกประเทศทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง 

 

การเคลื่อนไหวของเงินบาทล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565 ปิดตลาดที่ระดับ 33.97-33.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และยังถือเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี นับจากเดือนกรกฎาคม 2560

 

กรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินเยนต่อดอลลาร์ 

 

โดยก่อนหน้านี้ค่าเงินเยนต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงรวดเร็วถึงราว 5.4% ภายใน 1 เดือน มาอยู่ที่ 128.28 เยนต่อดอลลาร์ ทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 20 ปี จากแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่แตกต่างกับสหรัฐฯ 

 

โดยสหรัฐฯ จะเห็นการให้แนวทางที่จะใช้นโยบายการเงินตึงตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับญี่ปุ่นที่ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นห่างกันมากขึ้น นำไปสู่การขายเงินเยนแลกเป็นดอลลาร์สหรัฐ (Yen Carry Trade)

 

ทีมกลยุทธ์ บล.โนมูระ ได้ใช้ 2 เกณฑ์พิจารณาว่าเกิดภาวะดังกล่าวในอดีต คือ ค่าเงินดอลลาร์ต่อเยน และส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ Yen Carry Trade โดยเปลี่ยนเป็นคู่ประเทศระหว่างสหรัฐฯ และไทย จะพบว่าทิศทางค่าเงินบาทค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกับเยนเช่นเดียวกัน คือ ค่าเงินจะอ่อนค่าล่วงหน้าก่อนที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่าง 2 ประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 

 

กรภัทรกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว กลุ่มที่จะได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท คือ กลุ่มที่ฟื้นตัวจากกำลังซื้อต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล, กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มอาหาร, กลุ่มท่องเที่ยว 

 

ขณะที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ คือ กลุ่มที่มีหุ้นที่มีรายได้เป็นเงินเยน (MCS) และหุ้นกลุ่มเหล็ก รวมถึงกลุ่มที่ได้รับจิตวิทยาลบ เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มยานยนต์ 

 

‘เอเซีย พลัส’ แนะเกาะติดนโยบาย ธปท. 

 

เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ค่าเงินบาทไทยที่เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าเมื่อเร็วๆ นี้ สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้นโยบายการเงินตึงตัว จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก รวมถึงลดขนาดงบดุล ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่ใช้นโยบายการเงินตรงกันข้ามกับสหรัฐฯ ก็จะเผชิญกับค่าเงินที่อ่อนค่าลง รวมถึงไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งยืนยันเรื่องการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปและไม่มีแนวทางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ 

 

“ถ้าไทยยังใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย จะทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยถ่างขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ทำให้อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ซึ่งตัวแปรที่ทำให้ค่าเงินบาทหยุดอ่อนค่าหรือเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนไหวก็คือ ธปท. เช่น การเข้าแทรกแซงเงินบาท การใช้นโยบายการเงินด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตลาดจะจับตาอย่างต่อเนื่อง เพราะตอนนี้มีตัวแปรเรื่องเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเข้ามากดดันอีก” 

 

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินแนวต้านค่าเงินบาทรอบนี้ที่ 34 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกันยายนและต้นเดือนธันวาคม 2564 

 

เทิดศักดิ์กล่าวว่า หุ้นที่ได้รับอานิสงสจากเงินบาทอ่อนค่า คือ กลุ่มส่งออก แต่ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัวทั่วทั้งโลก กลุ่มส่งออกจึงได้รับอานิสงส์เชิงบวกเฉพาะธุรกิจเท่านั้น ประกอบด้วยธุรกิจส่งออกอาหาร และสินค้าการเกษตร ส่วนธุรกิจส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนไม่มากนัก 

 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มท่องเที่ยวที่จะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากเงินบาทอ่อนค่าอีกด้วย 

 

แนะลงทุนระยะสั้น หลังปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน

 

ทั้งนี้ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทมากกว่า เนื่อจากการอ่อนค่าครั้งนี้เกิดจากการดำเนินนโยบายทางการเงินของประเทศใหญ่เป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทยแต่อย่างใด 

 

ขณะที่ ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นที่ได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่าคือกลุ่มส่งออก แต่รอบนี้ต้องดูเป็นรายธุรกิจว่าส่งออกอะไร เนื่องจากเศรษฐกิจของหลายประเทศที่เป็นปลายทางการส่งออกของไทยกำลังเผชิญกับเศรษฐกิจขาลง 

 

ทั้งนี้ ประเมินว่าหุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์อย่างโดดเด่นคือ ผู้ส่งออกอาหาร รองมาคือ เรือขนส่ง และท่องเที่ยว ส่วนผู้ส่งออกสินค้าคงทน เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะได้รับอานิสงส์จำกัด 

 

“เร็วๆ นี้ หุ้นส่งออกก็ปรับตัวขึ้นมาตอบรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าไปแล้ว อีกกลุ่มที่น่าจับตาคือเรือขนส่ง ประเภทเรือเทกอง เนื่องจากมีความต้องการสูงขึ้น รวมถึงผู้ส่งออกต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ หลังจากเกิดการคว่ำบาตรรัสเซียของพันธมิตรชาติตะวันตกด้วย” ณัฐพลกล่าว 

 

อีกกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ทางอ้อม คือ กลุ่มท่องเที่ยว ที่จะได้อานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อมากขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเงินบาทจะไม่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วเหมือนช่วงต้นปี เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะเปิดประเทศอย่างจริงจัง ทำให้มีความต้องการเงินบาทมากขึ้น 

 

ขณะที่ นิพนธ์ สุวรรณประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการสถาบันการลงทุน QIQP บล.ไอร่า กล่าวว่า กรณีเงินบาทอ่อนค่า ปกติแล้วจะส่งผลดีต่อกลุ่มส่งออก แต่รอบนี้สาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่ามาจากเงินดอลลาร์แข็งค่าจากการดำเนินนโยบายทางการเงินของ Fed ซึ่งมองว่าการอ่อนค่าจะไม่นานและไม่รุนแรง ขณะเดียวกันภาคธุรกิจจะสามารถบริหารจัดการได้ เช่น การทำประกันป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 

 

นอกจากนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจของหลายประเทศที่เป็นปลายทางส่งออกยังไม่ดีนัก จึงแนะนำให้ลงทุนหุ้นกลุ่มส่งออกระยะสั้นตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ส่วนในเชิงปัจจัยพื้นฐาน เชื่อว่าไม่มีธุรกิจไหนได้รับอานิสงส์จากปัจจัยนี้อย่างมีนัยสำคัญ

The post เงินบาทอ่อนค่า ดันหุ้น ‘ส่งออกอาหาร-เกษตร’ รับอานิสงส์ โบรกแนะลงทุนแค่ช่วงสั้น เหตุกำลังซื้อส่อแววอ่อนแอทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>