สุเทพ นิ่มสาย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุเทพ-นิ่มสาย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 23 Apr 2025 01:51:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘3 เซฟ’ ทางรอดแบรนด์ยุคเศรษฐกิจบีบคั้น Save Money-Save Earth-Safe Health กลยุทธ์รับพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2568 https://thestandard.co/3-save-brand-strategies-economic-challenges/ Wed, 23 Apr 2025 01:51:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1067113 กลยุทธ์ 3 เซฟ Save Money-Save Earth-Safe Health รับมือพฤติกรรมผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจบีบคั้น

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 ยังคงอยู่ในภาวะ ‘เปราะบาง’ แม้ […]

The post ‘3 เซฟ’ ทางรอดแบรนด์ยุคเศรษฐกิจบีบคั้น Save Money-Save Earth-Safe Health กลยุทธ์รับพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลยุทธ์ 3 เซฟ Save Money-Save Earth-Safe Health รับมือพฤติกรรมผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจบีบคั้น

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 ยังคงอยู่ในภาวะ ‘เปราะบาง’ แม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวจากภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าจะทะลุ 40 ล้านคน และการลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัจจัยบีบคั้นรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สินค้าจีนทะลักตลาด มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ กระทบการค้าระหว่างประเทศ ราคาสินค้าพุ่ง ค่าครองชีพสูงลิ่ว และกำลังซื้อที่ถดถอย

 

แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ชี้ว่า มีเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าสนใจ ซึ่งเรียกว่า ‘3 เซฟ’ ได้แก่ Save Money, Save Earth และ Safe Health & Mental Health ที่กำลังสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจในทุกแวดวง

 

เซฟที่ 1 ‘Save Money’ ฉลาดช้อป ฉลาดใช้ ไม่ต้องถูกที่สุด แต่ต้อง ‘คุ้มที่สุด’

 

ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคยุค 2568 ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่เพียงแค่มองหาสินค้าถูกที่สุด แต่ต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว มีการคิดและวางแผนการเงินก่อนควักกระเป๋า เปรียบเทียบราคา ตรวจสอบโปรโมชั่น และหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

 

ธุรกิจที่กำลังได้ลมใต้ปีกจากเทรนด์นี้คือ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าราคาประหยัด ธุรกิจที่เน้นขายปริมาณมากราคาต่อหน่วยต่ำ แพลตฟอร์ม e-Commerce ที่มีโปรโมชันจัดเต็ม ตลาดสินค้ามือสอง และธุรกิจให้เช่าสินค้า ขณะที่แบรนด์พรีเมียมต้องสร้างมูลค่าเพิ่มที่ชัดเจนมากขึ้น

 

ผศ.ดร.สุเทพ แนะว่า เมื่อผู้บริโภคฉลาดซื้อ ธุรกิจต้องฉลาดขาย โดยมีแนวทางสำคัญคือ

 

  1. ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ‘คุ้มค่าทุกครั้งที่ใช้จ่าย’ โดยปรับกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นที่ไม่ใช่แค่ลดราคา แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าในทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญลดราคาตามเทศกาล โปรโมชันพิเศษในวันดีลใหญ่ ผ่อน 0% หรือ Cashback
  2. ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ‘ได้กำไร’ ทุกครั้งที่ซื้อ ด้วยการสร้างคุณค่าให้กับสินค้า เช่น ความทนทาน ใช้งานได้นาน มีฟังก์ชันที่เหนือกว่าคู่แข่ง พร้อมโปรแกรมสะสมแต้ม แพ็กเกจ Subscription หรือระบบ Membership ที่ช่วยให้จ่ายน้อยลงแต่ได้สิทธิพิเศษมากขึ้น
  3. เพิ่มความพิเศษให้ทุกข้อเสนอ โดยใช้ AI และ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อเสนอโปรโมชันเฉพาะบุคคล
  4. เพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ตรงใจ เช่น สินค้ามือสองที่ผ่านการรับรองคุณภาพ (Certified Pre-Owned) หรือสินค้าแบบ Refill ที่ประหยัดและคุ้มค่ามากขึ้น

 

เซฟที่ 2 ‘Save Earth’ ลด ละ เลิก เลือกใช้ เพื่อโลกที่สดใสกว่าเดิม

 

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงคนไทยตื่นตัวและหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยไม่ได้เลือกซื้อสินค้าแค่คุณภาพและราคาเท่านั้น แต่เลือกสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่า

 

ธุรกิจที่มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนชัดเจนจะได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะที่ธุรกิจ Fast Fashion อุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง หรือธุรกิจที่ไม่มีนโยบายลดคาร์บอนฟุตพรินต์ จะถูกกดดันด้านภาพลักษณ์และแย่งส่วนแบ่งในตลาด

 

ผศ.ดร.สุเทพ เน้นย้ำว่า ธุรกิจที่อยากโตต้อง ‘Go Green’ อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่สร้างภาพลักษณ์แบบ Greenwashing แต่ต้องมีแนวทางที่เป็นรูปธรรม

 

  1. ลดของเสียให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) โดยออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้
  2. ลดคาร์บอนทุกการผลิต เป็นมิตรทุกขั้นตอน ด้วยการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
  3. หมุนเวียนครบวงจร ใช้ซ้ำอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด Circular Economy เช่น โครงการรับคืนสินค้าเก่าแลกสินค้าใหม่ ธุรกิจสินค้ามือสอง หรือบริการ Refill Station
  4. สร้างภาพลักษณ์ ‘Green Branding’ ใช้ Storytelling บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์กับแนวคิดความยั่งยืน
  5. จับมือกับองค์กรรักษ์โลก รวมพลังสร้างโลกสวย เช่น บริจาคส่วนหนึ่งของยอดขายให้โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือพัฒนาโครงการ CSR ที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืน

 

เซฟที่ 3 ‘Safe Health & Mental Health’ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ต้องมาก่อน

 

ขณะที่เทรนด์รักสุขภาพยังมาแรงแต่เน้นการ ‘ป้องกัน’ มากกว่าการรักษา โดยผู้บริโภคให้ความสนใจดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellbeing) ทั้งร่างกายและจิตใจ

 

ธุรกิจที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ฟิตเนส เทคโนโลยีด้านสุขภาพ บริการ Health & Wellness รวมถึงแพลตฟอร์มเพื่อสุขภาพกายและใจ เช่น MyFitnessPal, Doctor A to Z, Headspace, Ooca และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ เช่น Apple Watch, Fitbit ขณะที่ธุรกิจที่ส่งผลลบต่อสุขภาพจะเผชิญความท้าทายมากขึ้น

 

พชรณัชช์ เอกวุฒิ ผู้จัดการศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และศิษย์เก่าสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ (HBM) CMMU แนะนำว่า ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ดีต่อกาย ดีต่อใจ’ เพื่อเอาใจสาย Healthy โดยมีแนวทางสำคัญ

 

  1. สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ลดสารปรุงแต่ง เพิ่มไลน์ Low Sugar, Low Sodium, Plant-Based หรือเพิ่ม Functional Ingredients ที่ช่วยดูแลสุขภาพเฉพาะจุด
  2. เพิ่มบริการ Health & Wellness เช่น Wellness Retreat, Meditation Programs, Wellness Spa, Yoga Retreat เพื่อเพิ่มยอดขายและทางเลือกให้ลูกค้า
  3. ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพกาย-ใจ เช่น บริการพบแพทย์ออนไลน์ Telemedicine, Wearable Tech, Health Coaching, AI Health Assistant หรือแอปพลิเคชันที่แนะนำการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
  4. สร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ผ่าน Content Marketing เช่น บทความสุขภาพ คลิปสั้น วิดีโอออกกำลังกาย หรือ Live Talk กับผู้เชี่ยวชาญ

 

ผศ.ดร.สุเทพ สรุปว่า แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ผู้บริโภคยังพร้อมจับจ่ายในสิ่งที่ ‘คุ้มค่า’ และมี ‘คุณค่า’ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Save Money ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน Save Earth ที่ช่วยเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น หรือ Safe Health & Mental Health ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ธุรกิจที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่ว่าเศรษฐกิจจะวิกฤตแค่ไหน

 

ภาพ: Yellow_man / Shutterstock

The post ‘3 เซฟ’ ทางรอดแบรนด์ยุคเศรษฐกิจบีบคั้น Save Money-Save Earth-Safe Health กลยุทธ์รับพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 ไม้เด็ดธุรกิจปลาเล็ก! สู้ปลาใหญ่ได้ไม่ต้องเกี่ยงไซส์ ทุนไม่หนาก็สร้างความสำเร็จในยุคดิจิทัลได้ https://thestandard.co/7-business-tips-to-fight-the-big-ones/ Tue, 16 Jul 2024 06:10:29 +0000 https://thestandard.co/?p=958535

ยุคสมัยที่ทุนหนาและส่วนแบ่งการตลาดเยอะไม่ได้การันตีความ […]

The post 7 ไม้เด็ดธุรกิจปลาเล็ก! สู้ปลาใหญ่ได้ไม่ต้องเกี่ยงไซส์ ทุนไม่หนาก็สร้างความสำเร็จในยุคดิจิทัลได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยุคสมัยที่ทุนหนาและส่วนแบ่งการตลาดเยอะไม่ได้การันตีความสำเร็จในโลกธุรกิจอีกต่อไป! แม้ ‘ปลาใหญ่’ จะได้เปรียบเรื่อง Economy of Scale หรือการประหยัดต่อขนาด ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงเมื่อผลิตในปริมาณมาก แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน

 

โดยเฉพาะความเสี่ยงทางการเงินที่อาจทำให้ธุรกิจสะดุดได้หากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจทำให้สินค้าหรือบริการไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

 

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่ชอบอะไรซ้ำซากจำเจ ตามผลวิจัย ‘การตลาดของคนขี้เบื่อ’ จาก CMMU ยิ่งทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่เน้นปริมาณการผลิตมากๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงกว่าสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้

 

แต่ ‘ปลาเล็ก’ หรือธุรกิจขนาดเล็กก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะในยุคดิจิทัลที่ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ผศ. ดร.สุเทพ นิ่มสาย กูรูด้านบริหารธุรกิจจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้แนะ 7 ไม้เด็ดที่ธุรกิจเล็กสามารถงัดมาสู้กับ ‘ปลาใหญ่’ ได้แบบไม่ต้องเกี่ยงไซส์

 

  1. หาช่องว่างทางการตลาด: มองหาโอกาสในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ธุรกิจใหญ่ยังไม่ครอบคลุม หรือตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ไม่ดีพอ เช่น การนำเสนอบริการแบบ Personalized ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย หรือสินค้าเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบสินค้าทำมือ สินค้าออร์แกนิก หรือสินค้าที่มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ
  2. สร้างจุดเด่น เน้นจุดขาย: สร้างความแตกต่างและเอกลักษณ์ให้กับสินค้าและบริการ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มองหาความแปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร โดยอาจใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หรือการนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ที่น่าสนใจ นอกจากนี้การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า เช่น การจัดกิจกรรมพิเศษ การให้บริการหลังการขายที่เป็นเลิศ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างจุดเด่นให้กับธุรกิจ
  3. ใช้ประโยชน์จากความคล่องตัว: ธุรกิจขนาดเล็กมีความคล่องตัวสูงกว่า สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้รวดเร็วกว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มักมีขั้นตอนการตัดสินใจที่ซับซ้อนและใช้เวลานานกว่า ดังนั้นธุรกิจขนาดเล็กควรใช้ประโยชน์จากความคล่องตัวนี้ในการทดลองสิ่งใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที
  4. เน้นเข้าถึง เข้าใจ สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้า: มอบบริการที่ประทับใจและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ โดยการให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และนำมาปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การสร้างชุมชนของลูกค้าที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ร่วมกัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์และลูกค้า
  5. ใช้พลังโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์: ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและมีคุณค่า สื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และใช้เครื่องมือต่างๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าและปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  6. สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ: ร่วมมือกับธุรกิจอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนทรัพยากร และลดความเสี่ยง โดยการมองหาพันธมิตรที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน หรือมีสินค้าและบริการที่สามารถเสริมซึ่งกันและกันได้ การร่วมมือกันจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น และลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
  7. ถึงตัวเล็กแต่ใจต้องใหญ่ กล้าที่จะเสี่ยง พร้อมที่จะสู้: คิดบวก เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และไม่หยุดพัฒนาเพื่อก้าวไปข้างหน้า แม้ว่าธุรกิจขนาดเล็กอาจมีทรัพยากรที่จำกัด แต่ความมุ่งมั่น ทัศนคติที่ดี และความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเอาชนะอุปสรรคและประสบความสำเร็จได้

 

นอกจากนี้ผลวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความแปลกใหม่มากกว่าแค่ราคาถูก ดังนั้นธุรกิจขนาดเล็กควรให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและแตกต่างให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความทรงจำที่ดีและกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อ

 

แม้ธุรกิจขนาดเล็กอาจจะไม่ได้มีทรัพยากรมากมายเท่ากับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่าง ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า ก็สามารถเอาชนะใจผู้บริโภคและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

 

ในยุคนี้ ‘ขนาด’ ไม่ใช่ตัวตัดสิน! ปลาเล็กไม่จำเป็นต้องยอมแพ้ต่อปลาใหญ่ ด้วยพลัง ‘กลยุทธ์’ และ ‘ไอเดียสุดล้ำ’ ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ทะยานสู่ความสำเร็จ และเขย่าวงการธุรกิจได้อย่างไม่น่าเชื่อ! ใครว่าเล็กสู้ใหญ่ไม่ได้? นี่แหละยุคทองของนักรบตัวจิ๋ว!

 

ภาพ: Roman Samborsky / Shutterstock

The post 7 ไม้เด็ดธุรกิจปลาเล็ก! สู้ปลาใหญ่ได้ไม่ต้องเกี่ยงไซส์ ทุนไม่หนาก็สร้างความสำเร็จในยุคดิจิทัลได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>