สุริยชัย รวิวรรณ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุริยชัย-รวิวรรณ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Sep 2025 10:38:20 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผู้รับเหมาสั่งปูน 500 คิว อุดอุโมงค์ถนนสามเสนทรุด กทม.เร่งปิดรอยรั่ว 24 ชม. ชัชชาติ-พิพัฒน์ ลงพื้นที่ตรวจ คาดคืนผิวจราจรได้ใน 14 วัน https://thestandard.co/samsen-road-subsidence-bangkok-14days/ Thu, 25 Sep 2025 10:38:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1122865 เจ้าหน้าที่ กทม. เทปูนอุดอุโมงค์ถนนสามเสนทรุด ตรวจสอบโดยชัชชาติและพิพัฒน์

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ผู้รับเหมาสั่งปูน 500 คิว อุดอุโมงค์ถนนสามเสนทรุด กทม.เร่งปิดรอยรั่ว 24 ชม. ชัชชาติ-พิพัฒน์ ลงพื้นที่ตรวจ คาดคืนผิวจราจรได้ใน 14 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ กทม. เทปูนอุดอุโมงค์ถนนสามเสนทรุด ตรวจสอบโดยชัชชาติและพิพัฒน์

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการอุดอุโมงค์บริเวณถนนสามเสนที่ทรุดเพื่อป้องกันดินสไลด์ 

 

โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มเทปูนลงไปในช่องโหว่ที่เป็นรอยรั่วแล้ว เพื่อเสริมความแข็งแรงให้แนวกระสอบทรายที่ทิ้งลงไปก่อนหน้านี้ โดยจะเทปูนให้สูงขึ้นจากแนวกระสอบทรายอีก 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร เพื่อป้องกันดินสไลด์เพิ่มเติม

 

เวลา 16.30 น. มีการขนปูนมาแล้ว 8-10 เที่ยว รวมปริมาณกว่า 5 ลูกบาศก์เมตร จากที่ บริษัท ช.การช่าง สั่งไว้เบื้องต้น 500 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดว่าจะมีการประเมินและสั่งเพิ่มตามความจำเป็น โดยปูนจะใช้เวลาเซตตัวประมาณ 12 ชั่วโมง และทางเจ้าหน้าที่จะเร่งปิดรอยรั่วทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง 

 

หลังจากนั้นจะนำทรายมาถมให้พื้นผิวกลับมาเท่าระดับเดิม โดยคาดว่าจะใช้ทรายประมาณ 7,000 ลูกบาศก์เมตร และใช้เวลากว่า 3-4 วัน

 

สุริยชัยกล่าวว่า แม้จะพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ก็มีการปรับแผนการทำงานอยู่ตลอด และได้ขอบคุณบริษัท ช.การช่าง ที่ช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายเป็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับประโยชน์สาธารณะ 

 

พร้อมยืนยันว่าถึงแม้การเทปูนจะทำให้ดินอ่อนสไลด์ลงมาบ้าง แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่ควบคุมได้ เนื่องจากตัวอาคารข้างเคียงยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่พบรอยแตกร้าว และมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนกรณีหากเกิดฝนตกหนัก 

 

สุริยชัยกล่าวว่า ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านการระบายน้ำไว้แล้ว โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 จุด บริเวณโดยรอบ ตามคำสั่งของ ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร

 

ในช่วงบ่าย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ และสุเทพ เอื้อปกรณ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่มีน้ำรั่วซึมบนถนนสามเสนขาเข้า ใกล้โรงเรียนวัดจันทรสโมสร หลังจากที่เจ้าหน้าที่การประปานครหลวงได้เข้าซ่อมแซมแล้ว

 

ชัชชาติเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากประชาชนจึงรีบเข้ามาตรวจสอบ ยืนยันว่าจุดนี้ไม่เหมือนกับกรณีถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่มีโพรงลึก แต่เป็นเพียงการทรุดตัวของพื้นผิวถนนชั้นบนที่มีช่องว่างเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้ถนนยุบตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

 

พร้อมกันนี้ได้ขอบคุณประชาชนที่แจ้งข้อมูล และจะให้สำนักโยธาใช้เครื่องเรดาร์สำรวจโพรงใต้ดินเพิ่มเติมบนถนนสามเสน เพื่อดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

 

ด้านสุเทพ เอื้อปกรณ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง กล่าวว่า สาเหตุที่น้ำรั่วซึมเกิดจากการปรับระบบการจ่ายน้ำ เนื่องจากท่อบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเสียหาย จึงต้องเพิ่มแรงดันน้ำในระบบเดิม ทำให้แรงดันในท่อเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วสูงขึ้นจนเกิดการรั่วซึม

 

ทั้งนี้ จากการขุดลงไปไม่พบโพรงใต้ดิน และได้ทำการอุดหน้าจานท่อเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่มีน้ำรั่วซึมบนถนนอีกต่อไป

 

ด้านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าเหตุถนนทรุด โดยเปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับภาคเอกชนและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะสามารถปิดหลุมลึกและคืนผิวจราจรได้ภายใน 14 วัน

 

พิพัฒน์ระบุว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้ดินสไลด์เพิ่มเติม โดยมีการนำกระสอบทรายมาอุดรอยรั่วและเทคอนกรีตทับ ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาใน 1-2 วันนี้ ก็จะช่วยให้การแก้ปัญหารวดเร็วยิ่งขึ้น แต่หากเกิดดินสไลด์ ทางสภาวิศวกรรมจะเข้ามาตรวจสอบทันที โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลายมหาวิทยาลัยมาร่วมประเมินและแก้ไขปัญหาในส่วนนี้แล้ว

 

รองนายกฯ พิพัฒน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก โดยได้กำชับให้ทุกโครงการก่อสร้างลงไปตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมหารือกับสภาวิศวกรรมเพื่อเชิญนักวิชาการจากญี่ปุ่นมาร่วมประเมินแนวทางการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต

 

สำหรับบริษัทผู้รับเหมา พิพัฒน์กล่าวว่า กำลังรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้ และจะต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งถึงแนวทางหลังจากนี้

The post ผู้รับเหมาสั่งปูน 500 คิว อุดอุโมงค์ถนนสามเสนทรุด กทม.เร่งปิดรอยรั่ว 24 ชม. ชัชชาติ-พิพัฒน์ ลงพื้นที่ตรวจ คาดคืนผิวจราจรได้ใน 14 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล https://thestandard.co/bma-samsen-road-repair-plan/ Thu, 25 Sep 2025 09:06:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1122797

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยระบุว่ามีการปรับแผนการทำงานจากเดิมที่เคยใช้เครนยกแผ่นปูนออก เนื่องจากไม่สามารถทำได้เพราะมีดินและชิ้นส่วนอื่นๆ ขวางอยู่ภายในหลุม

 

โดย บริษัท ช.การช่าง ผู้รับเหมา จตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้การ เทปูนลงไปในหลุมโดยตรง เพื่อเร่งอุดรอยรั่วและคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชนกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด โดยจะเทปูนเป็นฐานสูงประมาณ 3 เมตร และเมื่อปูนแข็งตัวแล้วจะอัดทรายถมจนเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ การเทปูนยังช่วยรับน้ำหนักของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสนที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย

 

แม้ว่าการเทปูนโดยไม่มีสิ่งรองรับอาจทำให้ปูนบางส่วนไหลเข้าไปในอุโมงค์ได้ แต่สุริยชัยยืนยันว่าบริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนนี้ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการนำปูนและดินที่ค้างอยู่ออกภายหลัง

 

ในส่วนของการดำเนินการ จะเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่จะเลวร้ายลงหากมีฝนตกลงมา

 

‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

 

The post ‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้รับเหมาปรับแผน เร่งเทปูนปิดรอยรั่วถนนสามเสนทรุดตัว หวังคืนผิวจราจรโดยเร็ว https://thestandard.co/road-collapse-samsen-concrete-repair/ Thu, 25 Sep 2025 08:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1122733 เจ้าหน้าที่และผู้รับเหมาลงพื้นที่เทปูนปิดรอยรั่วถนนสามเสนหน้า รพ.วชิรพยาบาล

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ผู้รับเหมาปรับแผน เร่งเทปูนปิดรอยรั่วถนนสามเสนทรุดตัว หวังคืนผิวจราจรโดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่และผู้รับเหมาลงพื้นที่เทปูนปิดรอยรั่วถนนสามเสนหน้า รพ.วชิรพยาบาล

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยเปิดเผยว่ามีการปรับแผนการทำงานจากเดิมที่เคยใช้เครนยกแผ่นปูนขึ้น แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีชิ้นส่วนอื่นและดินขวางอยู่ภายในหลุม

 

สุริยชัยระบุว่า บริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้รับเหมา ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแผนมาเป็นการเทปูนลงไปในหลุมโดยตรง เพื่อปิดรอยรั่วและเร่งคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชนกลับมาสัญจรได้โดยเร็วที่สุด โดยจะเทปูนให้เป็นฐานสูงประมาณ 3 เมตร เมื่อปูนแข็งตัวแล้วจะทำการถมทรายอัดให้แน่นจนเต็มพื้นที่ 

 

ซึ่งนอกจากจะช่วยปิดปากอุโมงค์แล้ว ยังเป็นการช่วยรับน้ำหนักของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสนที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย

 

ทั้งนี้ การเทปูนโดยไม่มีสิ่งรองรับ อาจทำให้ปูนบางส่วนไหลเข้าไปในอุโมงค์ได้ ซึ่งทางบริษัท ช.การช่าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการนำปูนและดินที่ค้างอยู่ในอุโมงค์ออกในภายหลัง เนื่องจากเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนนี้

 

สุริยชัยกล่าวเสริมว่า ได้มีการสั่งปูนเข้ามาแล้ว และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เนื่องจากมีความกังวลว่าหากมีฝนตกลงมาจะทำให้สถานการณ์แย่ลง

The post ผู้รับเหมาปรับแผน เร่งเทปูนปิดรอยรั่วถนนสามเสนทรุดตัว หวังคืนผิวจราจรโดยเร็ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภารกิจค้นหาเก็บกู้ซากอาคาร สตง. ใกล้ยุติ ยืนยันไม่พบผู้ติดค้างเพิ่ม 13 พ.ค. นี้ ทำบุญใหญ่ พร้อมแถลงสรุปก่อนถอนกำลัง https://thestandard.co/thailand-audit-office-collapse-final-briefing-may-13/ Sun, 11 May 2025 06:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1073233 อาคาร สตง.

วันนี้ (11 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ภารกิจค้นหาเก็บกู้ซากอาคาร สตง. ใกล้ยุติ ยืนยันไม่พบผู้ติดค้างเพิ่ม 13 พ.ค. นี้ ทำบุญใหญ่ พร้อมแถลงสรุปก่อนถอนกำลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคาร สตง.

วันนี้ (11 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่ม หลังยุติการค้นหาร่างผู้ประสบภัยเมื่อวานนี้ (10 พฤษภาคม)

 

สุริยชัยระบุว่า ทำงานในวันนี้จะเป็นการเคลื่อนย้ายเศษปูนไปไว้ที่กองปูน ซึ่งระหว่างการเคลื่อนย้ายจะเป็นกระบวนการตรวจสอบเรื่องชิ้นเนื้อหรือกระดูกของผู้ประสบภัยเพื่อเก็บให้กับสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ให้ครบถ้วนมากที่สุด เนื่องจากเมื่อวานนี้ทางสุนัข K-9 ก็พบชิ้นเนื้อและกระดูกกะโหลกศีรษะชิ้นเล็กๆ ของผู้ประสบภัยติดไปยังกองปูนด้วย คาดว่าภายในวันนี้น่าจะเสร็จสิ้น ส่วนพรุ่งนี้ (12 พฤษภาคม) จะเป็นการเก็บรายละเอียดตกค้างเล็กน้อย

 

โดยในวันที่ 13 พฤษภาคม จะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 109 รูป มาทำบุญในช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ให้กับผู้ประสบภัยและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนถอนกำลังออกจากพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาในการเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากพื้นที่ประมาณ 3 วัน ก่อนส่งมอบพื้นที่ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ 

 

ในส่วนของสุนัข K-9 และภาคประชาชนจะดำเนินการตรวจสอบที่กองปูนถึงช่วงเย็นวันที่ 12 พฤษภาคม ก่อนจะแยกย้ายกลับหน่วยที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม สุริยชัยยืนยันว่า ไม่พบร่างผู้ติดค้างเพิ่มแล้วหลังพลิกซากครบทั้งหมดเท่ากับว่าอยู่ที่กับสถาบันนิติเวชฯ ที่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์คาดว่าน่าจะครบทั้ง 7 ราย ในส่วนของตำรวจก็จะทำงานควบคู่กันไป อาจจะไปเจอเหมือน 4 ท่าน ที่ไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุและยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดของญาติ

 

ทั้งนี้ ในช่วงสายของวันที่ 13 พฤษภาคม จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเอกสารให้มีความต่อเนื่องในการคืนพื้นที่ให้เจ้าของ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการอายัดพื้นที่และในช่วงบ่าย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะแถลงสรุปการดำเนินการทั้งหมดและเรื่องของการเยียวยา

 

 

The post ภารกิจค้นหาเก็บกู้ซากอาคาร สตง. ใกล้ยุติ ยืนยันไม่พบผู้ติดค้างเพิ่ม 13 พ.ค. นี้ ทำบุญใหญ่ พร้อมแถลงสรุปก่อนถอนกำลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอ.สปภ. เผย เคลียร์พื้นที่ซากตึก สตง. ครบแล้ว ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนผู้ประสบภัยที่เหลือ 7 ราย รอนิติเวชพิสูจน์ชิ้นส่วนกว่าร้อยชิ้น https://thestandard.co/thai-dsi-building-disaster-update/ Sat, 10 May 2025 05:54:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1073046 thai-dsi-building-disaster-update

วันนี้ (10 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ผอ.สปภ. เผย เคลียร์พื้นที่ซากตึก สตง. ครบแล้ว ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนผู้ประสบภัยที่เหลือ 7 ราย รอนิติเวชพิสูจน์ชิ้นส่วนกว่าร้อยชิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-dsi-building-disaster-update

วันนี้ (10 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้สูญหายเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า ที่ได้แจ้งข้อมูลการดำเนินการเปิดพื้นที่สุดท้ายบริเวณช่องลิฟต์ที่ต่ำกว่าพื้นชั้นใต้ดิน สามารถเปิดเข้าไปได้ครบทั้ง 6 ช่อง ไม่พบร่างของผู้ประสบภัย หรือชิ้นส่วนอวัยวะ ทั้งนี้ได้เปิดพื้นที่ค้นหาทั้งหมดแล้วไม่พบผู้ประสบภัยในพื้นที่เพิ่มเติม จึงได้ยุติการค้นหาร่างของผู้ประสบภัยตั้งแต่วานนี้ (9 พฤษภาคม) 

 

ส่วนผู้ประสบภัยอีก 7 รายที่เหลือไม่พบอยู่ในพื้นที่อาคารสตง.ถล่มแล้ว เพราะจากการเปิดพื้นที่แล้วไม่พบ แต่อาจจะมีเศษชิ้นส่วนเล็กๆ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ที่พบกว่า 100 ชิ้น จากทางนิติเวชต่อไป

 

ทั้งนี้อาจมีชิ้นส่วนร่างกายของผู้ประสบภัยยังคงค้างอยู่ในซากปูนที่ได้รื้อออกมา ระหว่างการขนย้ายไปยังกองปูนจะมีทีม K-9 กับทีมค้นหาตรวจสอบทุกวันในช่วงเช้าและช่วงเย็น ซึ่งยังพบชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะของผู้ประสบภัยที่บริเวณกองปูน 1 ชิ้น และชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มอีก 2 ชิ้น 

 

ทั้งนี้ยังคงเหลือในส่วนของการเคลื่อนย้ายเศษปูนของอาคาร สตง.ย้ายไปให้ครบได้ภายใน 2-3 วัน ก็จะจบ ซึ่งขณะนี้กองปูนมีความสูงอยู่ที่ 9.94 เมตร อาจเกิดอันตรายจากการสไลด์ลงมาได้ และเพื่อให้เกิดความละเอียดในการตรวจสอบชิ้นส่วนของผู้ประสบภัยยังคงหลงเหลืออยู่หรือไม่ จะดำเนินการใช้รถแบ็กโฮในการขุดและขนย้ายเอามาไว้จากด้านซ้ายโดยจะลดความสูงลงมาให้เหลือประมาณ 6 เมตร และตรวจสอบ 

 

ส่วนการคืนพื้นที่ สุริยชัยยืนยันว่าจะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ โดยทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตจตุจักรได้มีหนังสือแจ้งไปยังสตง.ล่วงหน้าแล้ว และคาดว่าทางตำรวจโดยพนักงานสอบสวนจะมีการออกคำสั่งอายัดพื้นที่ต่อเนื่องไป โดยระบบกล้องวงจรปิดต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ทางตำรวจจะใช้ต่อ

The post ผอ.สปภ. เผย เคลียร์พื้นที่ซากตึก สตง. ครบแล้ว ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนผู้ประสบภัยที่เหลือ 7 ราย รอนิติเวชพิสูจน์ชิ้นส่วนกว่าร้อยชิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภารกิจ สตง. ใกล้จบ กทม. เหลือค้นหา 7 ราย คาดเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นสัปดาห์หน้า https://thestandard.co/bangkok-audit-office-collapse-search/ Fri, 09 May 2025 07:52:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1072803 state-audit-office-rescue-mission

วันนี้ (9 พฤษภาคม) รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุ […]

The post ภารกิจ สตง. ใกล้จบ กทม. เหลือค้นหา 7 ราย คาดเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
state-audit-office-rescue-mission

วันนี้ (9 พฤษภาคม) รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) แถลงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ประสบเหตุและการรื้อถอนซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร

 

โดยคาดว่าจะสามารถเคลียร์พื้นที่การค้นหาได้ทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า สำหรับจำนวนผู้ที่ยังติดค้าง ล่าสุดลดลงเหลือ 7 ราย หลังจากญาติของผู้สูญหาย 1 ราย ได้ประสานขอถอนแจ้งความ เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิด โดยผู้สูญหายเพียงมานัดพบบริเวณหน้าอาคาร ไม่ได้เข้าไปทำงานภายในอาคารที่เกิดเหตุ

 

รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า ภารกิจในวันนี้มุ่งเน้นการเร่งดำเนินการในพื้นที่โซน B และปล่องลิฟต์ที่เหลืออีก 2 ปล่อง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ทีมสุนัข K9 ตรวจพบกลิ่นในโซน B เมื่อวานนี้ (8 พฤษภาคม) จากการตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเป็นกลิ่นอาหารเน่าเสีย ไม่พบร่างหรือชิ้นส่วนของผู้ประสบเหตุแต่อย่างใด

 

แม้ภายหลังการคืนพื้นที่ให้กับ สตง. แล้ว รองผู้ว่าฯ ทวิดา ยืนยันว่าทีมกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงอยู่อำนวยความสะดวกในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ได้รับการร้องขอ เช่น การจัดหาเครื่องจักร กล้องวงจรปิด และระบบไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ การไฟฟ้าได้เข้าอำนวยความสะดวกในการขนย้ายอุปกรณ์ของหน่วยงานเอกชนบางส่วนที่เริ่มทยอยออกจากพื้นที่ตึกถล่ม เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหากระแสไฟฟ้ารั่ว สำหรับการขนย้ายซากปูนโดยรถบรรทุก ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ สามารถขนย้ายไปแล้ว 129 เที่ยว และงานซ่อมแซมเครื่องจักรต่างๆ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ภารกิจดำเนินไปได้อย่างไม่สะดุด โดย กทม. ยังคงมีความหวังและมุ่งมั่นที่จะนำร่างผู้ประสบเหตุที่เหลือกลับสู่ครอบครัวให้ได้

The post ภารกิจ สตง. ใกล้จบ กทม. เหลือค้นหา 7 ราย คาดเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เดินหน้าค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง. ถล่ม เหลือ 8 ราย เตรียมสำรวจช่องลิฟต์ https://thestandard.co/bma-missing-persons-search-sao-building-collapse/ Thu, 08 May 2025 09:01:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1072445 เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหายในซากตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมา

วันนี้ (8 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post กทม. เดินหน้าค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง. ถล่ม เหลือ 8 ราย เตรียมสำรวจช่องลิฟต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหายในซากตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมา

วันนี้ (8 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหว โดยระบุว่า จากการปฏิบัติการเมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม) ใน 3 จุดต้องสงสัย ได้แก่ โซน D บริเวณด้านข้างอาคาร ได้เปิดพื้นที่ลึกประมาณ 50 เมตร ยาว 20 เมตร จนถึงชั้นทรายถม แต่ไม่พบผู้ประสบภัย เช่นเดียวกับโซน A ด้านหน้าอาคารที่ไม่พบผู้ประสบภัยเช่นกัน ส่วนโซน B ที่ติดกับตัวอาคาร การเปิดพื้นที่ยังไม่ถึงด้านล่างสุด เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดและมีเสาที่หักกีดขวาง 4 ต้น ทำให้การทำงานของเครื่องจักรหนักเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

สำหรับความคืบหน้าในวันนี้ ทีมสุนัขค้นหา (K9) และทีมอาสาสมัครได้เข้าพื้นที่ค้นหาในช่วงเช้าหลังจากเครื่องจักรหนักหยุดทำงาน โดยยืนยันว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าได้กลิ่น ซึ่งน่าจะมีผู้ที่ยังติดค้างอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเดินหน้าค้นหาในบริเวณดังกล่าวต่อ

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมุ่งเป้าไปที่การค้นหาในช่องลิฟต์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีผู้ติดค้างอยู่ โดยช่องลิฟต์มีความกว้างและลึกกว่าชั้นใต้ดินลงไปอีก 3 เมตร มีจำนวนทั้งสิ้น 6 ช่อง แบ่งเป็นขนาดประมาณ 2.50×8 เมตร 2 ช่อง, ขนาด 2.50×6 เมตร 2 ช่อง และขนาด 3×3 เมตร 2 ช่อง การดำเนินการในส่วนนี้จะเริ่มขึ้นในวันนี้ 

 

โดยได้มีการหารือและวางแผนร่วมกับคณะกรรมการจัดเก็บหลักฐาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความระมัดระวัง ป้องกันความเสียหายต่อหลักฐานที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการทำงานในส่วนนี้อาจต้องใช้คนนำและเครื่องจักรช่วยสนับสนุน อาจทำให้การทำงานล่าช้ากว่าที่ผ่านมาซึ่งใช้เครื่องจักรหนักเป็นหลัก

 

สุริยชัยกล่าวถึงกรอบเวลาการค้นหาว่า หากหลังวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 การค้นหายังไม่แล้วเสร็จและยังมีจุดที่น่าสงสัยอยู่ ก็จะดำเนินการค้นหาต่อไป แต่หากสิ้นสุดข้อสงสัยและไม่มีจุดใดที่น่าสงสัยแล้ว ก็จะยุติการค้นหา

 

ส่วนจำนวนผู้สูญหายล่าสุด ได้รับการยืนยันว่าลดลงเหลือ 8 ราย จากเดิม 11 ราย เนื่องจากการสอบสวนพบว่า มีผู้แจ้งสูญหาย 3 ราย เป็นลูกจ้างรายวันที่ไม่ได้มาทำงานในวันเกิดเหตุและได้เดินทางกลับบ้านไปแล้ว

The post กทม. เดินหน้าค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง. ถล่ม เหลือ 8 ราย เตรียมสำรวจช่องลิฟต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เร่งค้นหา 12 ผู้สูญหายเหตุ สตง. ถล่ม เน้น 3 โซนต้องสงสัย K9 ชี้จุดสำคัญ คาด 2 วันรู้ผล https://thestandard.co/12-missing-sao-collapse-site-search/ Wed, 07 May 2025 07:16:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1071993

วันนี้ (7 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post เร่งค้นหา 12 ผู้สูญหายเหตุ สตง. ถล่ม เน้น 3 โซนต้องสงสัย K9 ชี้จุดสำคัญ คาด 2 วันรู้ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ติดค้างจากเหตุอาคารถล่มของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยขณะนี้ยังคงมีผู้สูญหายที่ต้องค้นหาอีก 12 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้มุ่งเป้าไปที่ 3 จุดต้องสงสัยหลัก คือ โซน A, B และ D 

 

สำหรับโซน D ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ซากอาคารกองทับถมล้นออกมาจากตัวอาคารในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการค้นหาไปจนถึงชั้นทรายถม ส่วนโซน A ซึ่งเชื่อมต่อกับโซน D ด้านหน้าอาคาร ก็จะดำเนินการค้นหาจนถึงชั้นทรายถมเช่นกันเพื่อคลายข้อสงสัย อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือโซน B ซึ่งเป็นเนินดินติดกับตัวอาคาร 

 

จากการตรวจสอบล่าสุดโดยสุนัข K9 ในช่วงเช้า บ่งชี้ว่าอาจมีร่างผู้ประสบภัยในบริเวณนี้ ประกอบกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่แจ้งว่าได้กลิ่นเป็นระยะ ขณะนี้ทีมงานกำลังเร่งรื้อซากปูนเพื่อเข้าถึงจุดที่ K9 ชี้พิกัด โดยการรื้อถอนในโซน B จะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง มีการตัดเหล็กและแยกปูนให้พื้นที่แคบลงเพื่อความปลอดภัย

 

ในส่วนของพื้นที่รากฐานชั้นใต้ดินที่มีบางส่วนแตกหัก จะไม่ให้เครื่องจักรหนักเข้าทำงานโดยตรง แต่จะใช้แขนกลของเครื่องจักรยื่นเข้าไปเจาะสกัดปูน และใช้เครื่องตัดระบบแก๊สเพื่อลดน้ำหนักของกองวัสดุ นอกจากนี้ ยังมีการขยายการตรวจสอบไปยังจุดทิ้งกองเศษวัสดุในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยใช้โดรนถ่ายภาพทางอากาศเพื่อทำตารางแบ่งพิกัดพื้นที่ พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อาสาและสุนัข K9 เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

 

ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้สูญหาย ซึ่งล่าสุดมีการปรับเพิ่มจำนวนจาก 103 ราย เป็น 109 ราย พร้อมวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อยืนยันที่อยู่สุดท้ายจากผลการสืบสวน และข้อมูลจากชิ้นส่วนที่ส่งไปสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอเทียบกับญาติ 

 

สุริยชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเปิดพื้นที่ค้นหาร่างผู้สูญหายได้ครบทั้ง 3 จุดภายใน 2 วัน หากการค้นหาและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าไม่มีผู้ประสบภัยติดค้างอยู่แล้ว ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาของผู้อำนวยการเขตจตุจักร ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อประกาศยกเลิกพื้นที่สาธารณภัยต่อไป

The post เร่งค้นหา 12 ผู้สูญหายเหตุ สตง. ถล่ม เน้น 3 โซนต้องสงสัย K9 ชี้จุดสำคัญ คาด 2 วันรู้ผล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จบใน 3 วัน ภารกิจเคลียร์ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มในอาคารหลัก-เร่งพิสูจน์ DNA ระบุตัวตนชิ้นส่วนอวัยวะ https://thestandard.co/clearing-oag-building-completed/ Tue, 06 May 2025 06:24:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1071590 เจ้าหน้าที่เคลียร์ซากตึก สตง. พร้อมอุปกรณ์หนัก หลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มจากแผ่นดินไหว

วันนี้ (6 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post จบใน 3 วัน ภารกิจเคลียร์ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มในอาคารหลัก-เร่งพิสูจน์ DNA ระบุตัวตนชิ้นส่วนอวัยวะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่เคลียร์ซากตึก สตง. พร้อมอุปกรณ์หนัก หลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มจากแผ่นดินไหว

วันนี้ (6 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานความคืบหน้าล่าสุดของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างภายในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 พร้อมนำคณะสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติการด้านในเพื่อความโปร่งใส

 

โดยระบุว่าการเปิดพื้นที่และเคลียร์ซากอาคารหลักได้ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติมในส่วนนี้ และคาดว่าภารกิจทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 วันข้างหน้า

 

สุริยชัยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เปิดพื้นที่และนำแผ่นคอนกรีต รวมทั้งซากอาคารทั้งหมดภายในตัวอาคารหลักขนาด 40×40 เมตร จนถึงชั้นใต้ดิน ออกมาครบทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือซากอาคารส่วนที่ล้มไปกองอยู่ด้านข้าง ชิดกับอาคารจอดรถ ซึ่งมีความสูงประมาณ 3 เมตร และกว้าง 15-20 เมตร แม้ปริมาณงานส่วนนี้จะไม่มาก แต่ยังคงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากการใช้เครื่องจักรหนักอาจเพิ่มน้ำหนักและทำให้พื้นทรุดตัวได้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะแล้วเสร็จทั้งหมด

 

สำหรับการค้นหาผู้ประสบภัยในส่วนของตัวอาคารหลัก ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (5 พฤษภาคม) จนถึงเช้าวันนี้ ไม่พบร่างผู้ประสบภัยที่ติดค้างเพิ่มเติมแต่อย่างใด 

 

“เราได้เปิดพื้นอาคารทั้งหมด ตามที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ชัชชาติ สิทธิพันธุ์) ได้กล่าวไว้ คือเป็นการพลิกแผ่นดิน พลิกพื้นอาคารออกให้หมด เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีผู้ติดค้างอยู่หรือไม่ ซึ่งผลคือไม่พบเพิ่มเติมแล้ว” สุริยชัยกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากร่างและชิ้นส่วนอวัยวะที่กู้ภัยได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีจำนวนกว่า 200 ชิ้น ที่ส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อตรวจพิสูจน์ DNA ว่าจะสามารถระบุจำนวนบุคคลได้ทั้งหมดกี่ราย และจะตรงกับข้อมูลผู้สูญหายที่พนักงานสอบสวนแจ้งไว้จำนวน 109 คนหรือไม่

 

“หากยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันจาก DNA ไม่ครบตามจำนวนที่แจ้งสูญหาย คงต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับไปที่ฐานข้อมูลผู้สูญหายว่ามีความคลาดเคลื่อนอย่างไรบ้าง เพราะในส่วนหน้างาน เราได้เปิดพื้นที่ทั้งหมดแล้วและไม่พบผู้ประสบภัยเพิ่มเติม” สุริยชัยชี้แจง 

 

สำหรับข้อมูลจากพนักงานสอบสวนที่ระบุว่ายังมีผู้สูญหายที่คาดว่าติดอยู่ในอาคารอีก 13 รายนั้น ยืนยันว่าในตัวอาคารหลักไม่มีแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะอยู่ในซากกองสุดท้ายที่ยังดำเนินการอยู่ ซึ่งเดิมทีมีการค้นหาไปแล้ว แต่เพื่อความชัดเจนและคลายข้อสงสัย เราจะดำเนินการเคลียร์และค้นหาในส่วนนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

 

สุริยชัยยังกล่าวถึงความซับซ้อนในการยืนยันตัวตนว่า แม้จะมีรายชื่อผู้สูญหายจากพนักงานสอบสวน แต่การยืนยันอัตลักษณ์จากทางนิติเวชยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด จากข้อมูลที่ว่าพบร่างผู้เสียชีวิต 87 ราย ก็สามารถยืนยันตัวตนและคืนร่างให้ญาติได้เพียง 45 ราย แต่มีการออกใบมรณบัตรจากสำนักงานเขตไปแล้ว 47 ใบ ซึ่งอาจหมายถึงมีกรณีที่ไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ ดังนั้น รายชื่อผู้สูญหายที่ยังคงค้างอยู่ จึงยังต้องรอผลการพิสูจน์ที่ชัดเจน

 

“ข้อเท็จจริงคือถ้าเปิดพื้นที่ทั้งหมดแล้วไม่พบ ก็คือไม่พบ ดังนั้นต้องกลับไปตรวจสอบฐานข้อมูลผู้สูญหาย และเร่งรัดการพิสูจน์ DNA จากชิ้นส่วนที่อยู่ที่นิติเวชเพื่อระบุตัวตนผู้เสียชีวิตต่อไป” สุริยชัยย้ำ

 

เจ้าหน้าที่เคลียร์ซากตึก สตง. พร้อมอุปกรณ์หนัก หลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มจากแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่เคลียร์ซากตึก สตง. พร้อมอุปกรณ์หนัก หลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มจากแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่เคลียร์ซากตึก สตง. พร้อมอุปกรณ์หนัก หลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มจากแผ่นดินไหว

The post จบใน 3 วัน ภารกิจเคลียร์ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มในอาคารหลัก-เร่งพิสูจน์ DNA ระบุตัวตนชิ้นส่วนอวัยวะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมกู้ภัย สตง. เผย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน วันนี้จะสามารถเคลียร์โซนใต้ดินได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมเร่งยืนยันจำนวนผู้สูญหายไม่ให้ตกค้าง https://thestandard.co/rescue-team-clearing-oag-underground-area/ Sun, 04 May 2025 08:19:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1071034 กู้ภัย สตง.

วันนี้ (4 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post ทีมกู้ภัย สตง. เผย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน วันนี้จะสามารถเคลียร์โซนใต้ดินได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมเร่งยืนยันจำนวนผู้สูญหายไม่ให้ตกค้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กู้ภัย สตง.

วันนี้ (4 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าประจำวันภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า วันนี้ในโซน D สามารถเปิดพื้นที่ได้ทั้งหมด จึงเหลือแค่โซน C2 และ C3 ที่เชื่อมกับอาคารจอดรถ ซึ่งคาดว่าคนที่ลงจากบันไดหนีไฟต้องวิ่งผ่านเพื่อไปลานจอดรถ และเนื่องจากตัวอาคารอาจยุบลงไปจนถึงชั้นใต้ดิน เราจึงเร่งเปิดพื้นที่บริเวณนั้นที่เหลืออีกประมาณ 2 เมตร 

 

โดยวันนี้จะเน้นเนื้องานในบริเวณดังกล่าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้ลึกถึงบริเวณพื้นชั้นใต้ดินให้ได้ ซึ่งหากผู้ที่จะหนีไปบริเวณลานจอดรถก็คาดว่าจะติดค้างอยู่ในบริเวณนี้ และในส่วนช่องว่างของโถงบันได ลิฟต์ด้านหน้า และลิฟต์ด้านหลัง ก็จะเป็นอีกบริเวณที่จะเน้นทำงานเปิดพื้นที่ให้ถึงบริเวณพื้นชั้นใต้ดินให้ได้ ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับทางเชื่อมไปลานจอดรถ

 

ในส่วนของโซน A4 ซึ่งทำงานมาตลอดทั้งคืน เนื่องจากโซนนี้ทีม USAR มีฐานข้อมูลว่าเป็นช่องทางตั้งแต่วันทำงาน 1-2 วันแรกๆ ที่ว่าหากมุดไปบริเวณโพรงนี้จะเป็นทางเข้าตั้งแต่โซน D4 และเป็นโพรงระนาบกับแนวผนังอาคาร ความกว้างประมาณ 10×15 เมตร และยังสามารถมุดขึ้นจากชั้นใต้ดินสู่ด้านบนได้ด้วย จึงเป็นอีกจุดที่คาดว่าจะพบผู้สูญหาย เนื่องจากพบสัญญาณคราบน้ำเหลืองและแมลงวัน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ว่าผู้สูญหายเดินอยู่บริเวณพื้นชั้นใต้ดินโซนนี้ ดังนั้นจึงเป็นอีกบริเวณที่วันนี้จะเน้นการทำงานเพื่อให้เข้าถึงผู้สูญหาย คาดว่าวันนี้หากไม่มีอุปสรรคจะสามารถเข้าถึงพื้นชั้นใต้ดินของโซน C ได้ทั้งหมด

 

สำหรับปัญหาใหญ่คือการตัดผ่าเศษเหล็กและเสาโครงสร้างที่ยังมีความสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตัดด้วยระบบแก๊สและการเจาะดึงด้วยแรงรถเครื่องจักรขนาดใหญ่ ซึ่งหากสามารถเปิดพื้นที่โซน C2 และ C3 ได้ภายในวันนี้ก็จะถือว่าเปิดพื้นที่ชั้นใต้ดินได้แล้วกว่าครึ่งหนึ่งของอาคารที่พังถล่ม

 

ทั้งนี้ เนื่องจากเราได้ปฏิบัติงานร่วมกับหลายองค์กรเป็นระยะเวลานาน ทีมผู้ร่วมงานบางส่วนจึงอาจจะมีภารกิจอื่นที่ต้องกลับไปทำงาน จึงเริ่มถอนกำลังและเครื่องจักรออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่อาคารถล่มจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมตามแผนที่กำหนดไว้ อาทิ รถเครื่องจักรใหญ่หมายเลข 10 จากบริษัทแสนสิริ ที่เป็นกำลังหลักมาตั้งแต่ต้นก็ได้ถอนกำลังไปแล้ววานนี้ ซึ่งทาง กทม. ก็ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้นมา ณ โอกาสนี้ด้วย ซึ่งการถอนกำลังรถเครื่องจักรบางส่วนของภาคเอกชนไปนั้น ก็ยังไม่มีผลกระทบกับหน้างาน เนื่องจากขณะนี้เรายังมีรถเครื่องจักรขนาดใหญ่อีก 6 คัน ที่ปฏิบัติงานได้ตามแผนที่กำหนด และหากเสียหายก็ยังมีรถทดแทนอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

ด้านตัวเลขผู้สูญหายล่าสุด ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 มีผู้ประสบภัยรวม 103 ราย เสียชีวิตแล้ว 86 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงอยู่ระหว่างการติดตามอีก 8 ราย โดยทาง กทม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะไม่ยุติภารกิจจนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารอีก 

 

สำหรับยอดผู้สูญหาย วานนี้ได้หารือกับพนักงานสอบสวนถึงข้อมูลที่แท้จริงว่ามียอดผู้สูญหายไปจำนวนเท่าไร เนื่องจากหากพบผู้สูญหายครบ 103 ราย แล้วเลิกภารกิจก็มีความเสี่ยงในการทิ้งผู้สูญหายไว้ เป้าหมายคือการช่วยนำผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกออกให้หมด จึงต้องมีการทำงานต่อเนื่องจนกว่าจะมีความชัดเจนว่าไม่มีใครติดค้างอยู่ โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง 

The post ทีมกู้ภัย สตง. เผย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน วันนี้จะสามารถเคลียร์โซนใต้ดินได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมเร่งยืนยันจำนวนผู้สูญหายไม่ให้ตกค้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ รู้ผลค้นหาผู้ติดค้างตึก สตง. – พบเพิ่มอีก 3 ร่าง https://thestandard.co/sao-building-3-more-bodies-found/ Sat, 03 May 2025 06:07:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1070866

วันนี้ (3 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post เจ้าหน้าที่คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ รู้ผลค้นหาผู้ติดค้างตึก สตง. – พบเพิ่มอีก 3 ร่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ปภ.กทม.) ได้รายงานความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ที่อาจติดค้างอยู่ภายในซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ในเขตจตุจักร ที่ถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีความชัดเจนมากขึ้น และคาดว่าจะทราบผลแน่ชัดภายในหนึ่งสัปดาห์

 

ผอ.ปภ.กทม. เปิดเผยว่า จากการปฏิบัติงานเมื่อวานนี้ (2 พฤษภาคม) เจ้าหน้าที่ได้พบร่างผู้เสียชีวิตที่มีสภาพสมบูรณ์เพิ่มอีก 3 ร่าง โดยสามารถระบุเพศได้เป็นหญิง 1 ร่าง ส่วนอีก 2 ร่างยังไม่สามารถระบุเพศได้ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนร่างกายเพิ่มเติมอีก 22 ชิ้น ทั้งหมดพบในบริเวณโซน C4 ของพื้นที่เกิดเหตุ

 

สำหรับการปฏิบัติงานในภาพรวมยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง การขนย้ายวัสดุและซากปรักหักพังออกจากพื้นที่เมื่อวานนี้ ทำได้รวม 204 เที่ยว และแผนการทำงานในวันนี้จะยังคงยึดแนวทางเดิมเนื่องจากประสบผลสำเร็จด้วยดี เครื่องจักรและอุปกรณ์ยังมีเพียงพอ แม้จะมีอุปสรรคจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อการระบายน้ำ แต่ทางสำนักการระบายน้ำ กทม. ได้เข้ามาสนับสนุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ทำให้สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

 

สุริยชัยกล่าวถึงความคืบหน้าในการค้นหาว่า ขณะนี้ทีมค้นหากำลังปฏิบัติงานบริเวณทางเชื่อมด้านอาคารจอดรถด้านหลัง และพยายามขุดค้นลงไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งเดิมมีความสูง 4 เมตร แต่จากการถล่มกดทับของตัวอาคาร ทำให้ขณะนี้เหลือระยะทางอีกประมาณ 2 เมตร จึงจะถึงพื้นของชั้นใต้ดินจริง คาดว่าเมื่อสามารถเข้าถึงบริเวณดังกล่าวได้ อาจจะพบผู้ประสบเหตุเพิ่มเติม

 

ในส่วนของจำนวนผู้สูญหาย ผอ.ปภ.กทม. อธิบายว่า จากตัวเลขผู้สูญหายที่แจ้งไว้เดิม 103 ราย หลังจากการพบร่างเพิ่ม 3 ร่างเมื่อวานนี้ ทำให้เหลือผู้สูญหายตามบัญชีเดิมอยู่ 8 ราย อย่างไรก็ตาม ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่ามีผู้แจ้งข้อมูลบุคคลสูญหายเพิ่มเติมเข้ามาอีก ซึ่งบางส่วนพบร่างแล้ว แต่ยังคงมีบางส่วนที่ต้องค้นหาต่อไป ทำให้เป้าหมายสำคัญของภารกิจนี้คือการค้นหาจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดติดค้างอยู่อีก ไม่ใช่เพียงแค่ครบตามจำนวน 103 รายแรกเท่านั้น

 

“เป้าหมายคือการช่วยนำผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกออกให้หมดทุกคน เราจะไม่ยุติภารกิจหากยังมีความเสี่ยงที่จะทิ้งผู้สูญหายไว้เบื้องหลัง คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก็จะเกิดความชัดเจนว่าไม่มีใครติดค้างอยู่แล้ว” สุริยชัยกล่าว

The post เจ้าหน้าที่คาด ไม่เกิน 1 สัปดาห์ รู้ผลค้นหาผู้ติดค้างตึก สตง. – พบเพิ่มอีก 3 ร่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่เร่งเปิดพื้นที่โซนลึกค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึก สตง. ถล่ม คาดภารกิจเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ https://thestandard.co/officials-search-deep-zone-state-audit-building/ Fri, 02 May 2025 07:55:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1070590 เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน ค้นหาผู้สูญหาย ในจุดลึกใต้ซาก ตึก สตง. ถล่ม มุ่งเป้าบริเวณโซน D2 และชั้นใต้ดิน

วันนี้ (2 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post เจ้าหน้าที่เร่งเปิดพื้นที่โซนลึกค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึก สตง. ถล่ม คาดภารกิจเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน ค้นหาผู้สูญหาย ในจุดลึกใต้ซาก ตึก สตง. ถล่ม มุ่งเป้าบริเวณโซน D2 และชั้นใต้ดิน

วันนี้ (2 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ถล่ม ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเปิดพื้นที่ในโซนที่ลึกและเข้าถึงยาก เพื่อค้นหาผู้ที่ยังคงสูญหายอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการนำร่างผู้ประสบภัยทุกรายกลับสู่ครอบครัว จากการเปิดพื้นที่ค้นหาจุดที่คาดว่ามีผู้ประสบภัย พบหลักฐานรวม 41 กรณี ประกอบด้วยร่างผู้เสียชีวิตที่ยืนยันตัวตนแล้ว 13 ราย อีก 2 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติเวช และที่เหลือเป็นชิ้นส่วนร่างกาย

 

ขณะนี้ความพยายามมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพื้นที่โซน D2 ซึ่งเชื่อมต่อกับโซน C และเป็นทางเชื่อมไปยังอาคารด้านหลัง รวมถึงชั้นใต้ดินที่มีความสูง 4 เมตร และบริเวณทางเดินชั้น 3 ที่คาดว่าอยู่ลึกลงไป 2-3 เมตร ซึ่งเชื่อว่าอาจพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้จะมีการเปิดพื้นที่บริเวณโถงหน้าลิฟต์ เนื่องจากประเมินตามฐานข้อมูลว่าขณะเกิดเหตุผู้ประสบภัยอาจพยายามหนีลงทางบันได แต่เนื่องจากประตูทางหนีไฟแคบ ทำให้บางส่วนอาจติดค้าง หรือบางส่วนอาจหนีออกมาทันและกระจายตัวอยู่บริเวณโถงด้านหน้าและขอบอาคาร โดยในวันนี้มีการเพิ่มเครื่องจักรและกำลังคนเพื่อเร่งรัดการปฏิบัติการให้เข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย

 

สุริยชัยยืนยันว่า ยอดผู้ประสบภัยที่ได้รับแจ้งจากตำรวจยังคงอยู่ที่ 103 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจะมีการยืนยันและรายงานโดยสถาบันนิติเวชทุกวัน เวลา 18.00 น. ซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 74 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และอยู่ระหว่างติดตาม 20 ราย อย่างไรก็ตาม แม้จะค้นพบผู้ประสบภัยครบตามจำนวนที่แจ้งแล้ว ภารกิจจะยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบและเผื่อกรณีอาจมีผู้ประสบภัยตกค้างเพิ่มเติมที่ไม่ได้รับแจ้ง

 

สำหรับกรอบเวลาดำเนินงาน คาดว่าภารกิจการค้นหาและรื้อถอนซากอาคารทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2568 หลังจากยืนยันว่าไม่มีผู้ประสบภัยตกค้างแล้ว สปภ. จะเสนอรายงานต่อผู้อำนวยการเขตจตุจักร เพื่อพิจารณายกเลิกประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และดำเนินการส่งมอบพื้นที่คืนให้กับเจ้าของอาคารต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ

The post เจ้าหน้าที่เร่งเปิดพื้นที่โซนลึกค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึก สตง. ถล่ม คาดภารกิจเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบเพิ่มอีก 5 ร่างในโซน D เร่งสกัดซากปูนขนาดใหญ่ https://thestandard.co/zone-d-rescue-operation/ Thu, 01 May 2025 08:15:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1070252 zone-d-rescue-operation

วันนี้ (1 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบเพิ่มอีก 5 ร่างในโซน D เร่งสกัดซากปูนขนาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
zone-d-rescue-operation

วันนี้ (1 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงข่าวความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ณ บริเวณอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ที่พังถล่มลงมา

 

จากการปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมาจนถึงเวลา 09.00 น. ของเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ร่าง ซึ่งทั้งหมดพบในพื้นที่โซน D ของอาคาร โดยการค้นพบบางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากการดมกลิ่นของสุนัข K9 ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่

 

สำหรับความคืบหน้าในการรื้อถอนซากอาคาร ขณะนี้ความสูงของซากที่เหลืออยู่ วัดจากพื้นชั้นใต้ดินขึ้นมาในบริเวณที่เครื่องจักรกำลังทำงาน มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 3 เมตรเท่ากันในทุกโซน ปฏิบัติการค้นหาร่างผู้ที่อาจติดค้างยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ สปภ. ยอมรับว่าการทำงานของเครื่องจักรกลหนักอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้เกิดการชำรุดและต้องมีการหยุดเพื่อเปลี่ยนอะไหล่บ้าง แต่ได้มีการบริหารจัดการโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเครื่องจักรเข้าทำงานตลอดเวลา อุปสรรคสำคัญในขณะนี้คือการสกัดและเคลื่อนย้ายแผ่นซีเมนต์ คาน และเสาขนาดใหญ่ที่หักโค่นลงมาขวางทางอยู่ในพื้นที่โซน A

 

ในส่วนของการดูแลด้านสุขอนามัย สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ยังคงดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันพุธและวันเสาร์

The post ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบเพิ่มอีก 5 ร่างในโซน D เร่งสกัดซากปูนขนาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่พบร่างเพิ่มใต้ซากตึก สตง. เร่งใช้หัวเจาะกระแทกแผ่นปูนเปิดเส้นทาง ยืนยัน 1 เดือนผ่านไป คนหน้างานมีกำลังใจเกินร้อย https://thestandard.co/more-bodies-state-audit-building-rescue/ Tue, 29 Apr 2025 07:08:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1069398 เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานค้นหาผู้ประสบภัยและรื้อถอนซากอาคาร สตง. หลังเหตุแผ่นดินไหวครบ 1 เดือน

วันนี้ (29 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post เจ้าหน้าที่พบร่างเพิ่มใต้ซากตึก สตง. เร่งใช้หัวเจาะกระแทกแผ่นปูนเปิดเส้นทาง ยืนยัน 1 เดือนผ่านไป คนหน้างานมีกำลังใจเกินร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานค้นหาผู้ประสบภัยและรื้อถอนซากอาคาร สตง. หลังเหตุแผ่นดินไหวครบ 1 เดือน

วันนี้ (29 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของภารกิจค้นหาผู้ประสบเหตุและรื้อถอนซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ายังคงเดินหน้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่มเติม

 

สุริยชัยกล่าวว่า ในช่วงเวลา 20.00-22.00 น. ของคืนวานนี้ (28 เมษายน) ทีมปฏิบัติงานได้พบ ‘เคสใหญ่’ 3 เคส บริเวณช่องบันไดของโซน D ประกอบด้วยร่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ 1 ร่าง และเคสใหญ่อีก 2 เคส รวมถึงพบชิ้นส่วนในลักษณะเคสเล็กๆ อีกประมาณ 5 เคส

 

สำหรับการดำเนินการรื้อถอนซากอาคารบริเวณด้านหน้าของโซน A และ D ขณะนี้ได้รื้อซากลงมาจนถึงพื้นชั้น 1 แล้ว และบางจุดสามารถลงไปถึงชั้นใต้ดินได้แล้ว ส่วนโซน B และ C ซึ่งอยู่ติดกับอาคารจอดรถ แม้ความหนาแน่นของซากคอนกรีตจะน้อยกว่า แต่มีปริมาณเหล็กจำนวนมาก จึงได้มีการใช้เครื่องจักรและทีมตัดแก๊สเพื่อตัดเหล็กออก

 

ผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวต่อว่า ในวันนี้จะเน้นการจัดเก็บซากเหล็กในโซน B และ C เพื่อเปิดเส้นทางเข้าไปยังจุดที่คาดว่าอาจมีผู้ประสบภัยที่พยายามหลบหนีจากตัวอาคารมายังทางเชื่อม ขณะเดียวกัน ในส่วนของโซน D2 ซึ่งติดกับโซน C กำลังประสบปัญหาสำคัญคือการพบแผ่นพื้นคอนกรีตที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ตกลงมาเรียงซ้อนทับกันประมาณ 4-5 ชั้น ในลักษณะคล้ายกับแพนเค้ก เหมือนที่เห็นจากซากอาคารที่ถล่มในช่วงแรก ซึ่งความแข็งของคอนกรีตและเหล็กทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก

 

อย่างไรก็ตาม จุดนี้ถือเป็นจุดที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก เนื่องจากกองแผ่นปูนดังกล่าวได้ขวางทางหนีไฟบริเวณหน้าบันไดไว้ โดยในวันนี้จะมีการนำเครื่องจักรหนักประเภทหัวเจาะกระแทก ซึ่งได้รับการสนับสนุนมา 2 เครื่อง เข้ามาใช้ในการเจาะกระแทกปูนให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ และใช้รถแบคโฮลากออก หากสามารถเปิดเส้นทางบริเวณนี้ในช่วงกลางวันได้สำเร็จ คาดว่าจะช่วยให้เข้าถึงช่องบันไดในช่วงกลางคืนได้มากขึ้น ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสในการค้นพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น ทั้งในโซน B และ C ด้วย

 

สุริยชัยได้กล่าวถึงขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ว่า ผ่านมา 1 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังมีกำลังใจทำงานเกินร้อย และชี้ว่าญาติๆ ของผู้ประสบภัยก็เป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจให้พยายามเดินหน้าลุยทุกวัน เพื่อให้งานเสร็จเร็วที่สุดและนำร่างผู้ประสบภัยกลับคืนสู่บ้านให้ได้เร็วที่สุด

The post เจ้าหน้าที่พบร่างเพิ่มใต้ซากตึก สตง. เร่งใช้หัวเจาะกระแทกแผ่นปูนเปิดเส้นทาง ยืนยัน 1 เดือนผ่านไป คนหน้างานมีกำลังใจเกินร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สปภ. คาด พรุ่งนี้เคลียร์ซากอาคาร สตง. ได้ถึงชั้น 1 หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ยืนยันนำผู้สูญหายส่งคืนญาติทุกราย https://thestandard.co/bangkok-earthquake-debris-removal/ Sun, 27 Apr 2025 08:30:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1068664 state-audit-office-collapse

วันนี้ (27 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post สปภ. คาด พรุ่งนี้เคลียร์ซากอาคาร สตง. ได้ถึงชั้น 1 หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ยืนยันนำผู้สูญหายส่งคืนญาติทุกราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
state-audit-office-collapse

วันนี้ (27 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ประสบเหตุและการรื้อถอนซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว 

 

สุริยชัยระบุว่า เมื่อวานนี้ (26 เมษายน) เจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหาย 1 ร่าง ในโซน D และพบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์อีก 5 เคส ซึ่งนำส่งให้สถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชิ้นส่วนที่พบสามารถประกอบเป็นร่างเดียวกันได้หรือไม่ 

 

ส่วนการทำงานมีความคืบหน้าไปด้วยดี เมื่อวานสามารถขนย้ายวัสดุเศษซากอาคารออกจากพื้นที่ได้ 343 เที่ยว และปัจจุบันความสูงของเศษซากอาคาร (จากยอดซากถึงพื้นถนน ไม่รวมชั้นใต้ดิน) อยู่ที่ 2.57 เมตร หากไม่พบอุปสรรคเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเคลียร์เศษซากลงไปถึงชั้นหนึ่งได้ภายในวันพรุ่งนี้ (28 เมษายน)

 

สำหรับสภาพซากอาคาร พบว่าบริเวณพื้นด้านล่างมีสภาพคอนกรีตที่สมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากแรงกระแทกส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณชั้นบน ทำให้ชั้นล่างซึ่งอยู่ระดับต่ำกว่ารับแรงกระแทกน้อยลง โครงสร้างคอนกรีตและเหล็กจึงยังคงสภาพได้ดีกว่า จะมีการนำรถแบ็กโฮหัวเจาะกระแทกมาเพิ่มอีก 2 คัน และวันนี้จะเพิ่มทีมตัดเหล็กจากทหารบก ทหารเรือ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้ามาช่วยในโซน B รวมถึงมีการใช้เครื่องตัดระบบแก๊สร่วมด้วยกัน 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการปรับแผนการทำงาน โดยเปิดพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างของอาคารที่ถล่มออกเป็นรูปตัว U เพื่อให้สามารถเข้าถึงซากอาคารได้สะดวกมากขึ้น ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 62 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 32 ราย จากผู้ประสบเหตุทั้งหมด 103 ราย และจะมีการค้นหาผู้สูญหายคืนให้ญาติจนครบทุกราย ซึ่งเมื่อลงถึงชั้นใต้ดินได้คาดว่าจะพบผู้สูญหายเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ได้ส่งชิ้นส่วนร่างกายที่พบกว่า 250 ชิ้นส่วน ให้สถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

 

ผู้อำนวยการสำนักป้องกันฯ กล่าวด้วยว่า หลังจากเปิดถนนกำแพงเพชร 2 ฝั่งอาคาร สตง. ถล่ม ให้รถสัญจรได้ตามปกติ ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบกับการทำงานบ้าง เนื่องจากเมื่อก่อนรถขนวัสดุอุปกรณ์และซากอาคารสามารถวิ่งย้อนศรในระยะทางที่สั้น แต่เมื่อเปิดการสัญจรตามปกติรถต้องวิ่งในระยะที่ไกลขึ้นเพื่อไปกลับรถ อีกทั้งบางช่วงมีรถติดส่งผลจำนวนเที่ยวในการขนเศษวัสดุช่วงกลางวันลดลง แต่ได้แก้ไขด้วยการเพิ่มจำนวนเที่ยวการขนวัสดุในช่วงกลางคืนเพื่อเป็นการชดเชยเที่ยวการขนวัสดุในช่วงกลางวัน

The post สปภ. คาด พรุ่งนี้เคลียร์ซากอาคาร สตง. ได้ถึงชั้น 1 หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ยืนยันนำผู้สูญหายส่งคืนญาติทุกราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลดความสูงซากตึก สตง. เหลือ 7 เมตร เจ้าหน้าที่ตัดเหล็กและขนย้ายซากได้เร็วขึ้น คาดเสร็จสิ้นเมษายนนี้ https://thestandard.co/building-debris-removal/ Thu, 24 Apr 2025 06:34:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1067745 building-debris-removal

วันนี้ (24 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post ลดความสูงซากตึก สตง. เหลือ 7 เมตร เจ้าหน้าที่ตัดเหล็กและขนย้ายซากได้เร็วขึ้น คาดเสร็จสิ้นเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
building-debris-removal

วันนี้ (24 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงข่าวความคืบหน้าเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร ว่า ขณะนี้ความสูงของซากอาคารในโซน A และ D อยู่ที่ 9.25 เมตร ส่วนโซน B และ C ยอดซากอาคารที่สูงที่สุดอยู่ที่ 7.41 เมตร ในภาพรวมความเฉลี่ยลดลงมาเหลือ 7.88 เมตร ประมาณการอยู่ที่ชั้น 6 หากขุดลงได้อีก 2 เมตร ก็จะอยู่ในจุดที่ทีมนานาชาติได้สแกนเอาไว้ว่าเป็นโซนบันไดหนีไฟที่คาดว่าจะพบผู้ที่ติดค้างอยู่บริเวณนั้น 

 

หลังจากนี้การทำงานค้นหาจะเร็วขึ้น เนื่องจากความลาดชันของพื้นที่ลดลงเรื่อยๆ ประกอบกับการตัดเหล็ก และขนย้ายซากจะทำงานสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วสามารถลดยอดความสูงได้วันละ 1 เมตรหรือมากกว่า คาดการณ์เสร็จทันสิ้นเดือนเมษายนนี้ 

 

ในส่วนของเครื่องจักรที่ใช้ตอนนี้มีชำรุดบ้าง จำเป็นต้องมีการซ่อมไปทำงานไป เพื่อให้งานยังคงต่อเนื่อง และด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทำให้การทำงานเดินหน้าไม่หยุด ส่วนการพบร่างผู้สูญหาย เมื่อวานพบ 1 ร่าง และเป็นชิ้นส่วนอยู่ประมาณ 5 เคส

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน เวลา 10.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 56 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 38 ราย

The post ลดความสูงซากตึก สตง. เหลือ 7 เมตร เจ้าหน้าที่ตัดเหล็กและขนย้ายซากได้เร็วขึ้น คาดเสร็จสิ้นเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คืบหน้าอาคาร สตง. ถล่ม พบร่างเพิ่ม ยืนยันผู้เสียชีวิต 49 ราย ซากอาคารลดเหลือไม่ถึง 10 เมตร ลุยกู้ชั้น 1 สิ้นเดือนนี้ https://thestandard.co/sao-building-collapse-update-death-toll-rescue-efforts/ Tue, 22 Apr 2025 08:02:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1066861 อาคาร สตง. ถล่ม

วันนี้ (22 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post คืบหน้าอาคาร สตง. ถล่ม พบร่างเพิ่ม ยืนยันผู้เสียชีวิต 49 ราย ซากอาคารลดเหลือไม่ถึง 10 เมตร ลุยกู้ชั้น 1 สิ้นเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคาร สตง. ถล่ม

วันนี้ (22 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ แถลงข่าวความคืบหน้าเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร

 

สุริยชัย กล่าวว่า ขณะนี้ความสูงของซากอาคาร ในโซน A และ D อยู่ที่ 9.78 เมตร ส่วนโซน B และ C ส่วนยอดซากอาคารที่สูงที่สุดอยู่ที่ 8.58 เมตร วานนี้ (21 เมษายน) ได้พบร่างที่สมบูรณ์ 2 ร่าง ที่โซน C และวันนี้ยังพบอีก 2 ร่าง บริเวณช่องบันไดเดียวกับเมื่อวาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

 

ส่วนการขนซากอาคารออกจากพื้นที่ วานนี้ดำเนินการอยู่ที่ 221 เที่ยว ทำให้บริเวณหน้างานมีพื้นที่เพียงพอในการปฏิบัติงานได้สะดวก ซึ่งขณะนี้มีเครื่องจักรหนักอยู่บริเวณหน้างานกำลังปฏิบัติงานทั้งสิ้น 28 เครื่อง สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเพื่อให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง  รวมถึงมีการสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ควบคุมรถเครื่องจักรหนัก โดยมีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร อาทิ สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่ อปพร. เขตบางแคและเขตบางบอน เข้ามาเสริมด้วย ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งคาดว่าจากซากอาคารที่ลดลงทำให้ภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถเข้าถึงซากอาคารบริเวณชั้น 1 ได้ตามแผน

 

สำหรับปัญหาและอุปสรรค เรื่องอุณหภูมิความร้อนและฝนตก พบว่าไม่เป็นอุปสรรค เนื่องจากรถเครื่องจักรหนักนั้นผู้ทำงานควบคุมจะอยู่ในห้องปรับอากาศในเวลาปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว ประกอบกับมีการฉีดน้ำเพื่อควบคุมฝุ่น จึงทำให้อุณหภูมิโดยรอบซากอาคารลดลงด้วย

 

พล.ต.ต.วาที กล่าวเสริมว่า ในเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานอัตลักษณ์ผู้สูญหาย ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 50 ราย และยังมีชิ้นส่วนอวัยวะอีกกว่า 100 ชิ้นส่วน แต่เรายืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 37 ราย และเมื่อวานนี้อีก 3 ราย ส่วนวันนี้มีมติในที่ประชุมว่าจะยืนยันอีก 5 ราย

 

ซึ่งมติที่ประชุมนั้นจะมีการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมก็ต่อเมื่อพบชิ้นส่วนอวัยวะที่สำคัญ ที่ยืนยันว่าเสียชีวิตแน่นอน อาทิเช่น ช่องอก สันหลัง แม้จะขาดชิ้นส่วนอวัยวะ เช่น มือหรือเท้า แต่ก็จะเป็นการยืนยันว่าเสียชีวิตแน่นอนและจะยืนยันปล่อยศพไปเนื่องจากเข้าใจว่าญาติพี่น้องเฝ้ารออยู่ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 49 ราย ที่สามารถยืนยันได้ 99% ว่าเป็นผู้เสียชีวิตและสามารถยืนยันชื่อได้ทุกคน ซึ่งใกล้เคียงกับยอดของสปภ.ที่กู้ร่างจากซากอาคารได้ 50 ราย

 

ส่วนการเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติมในบริเวณซากอาคาร จะเข้าไปเก็บตามรอบเวลาที่ทาง ปภ. กำหนด ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อเก็บพยานหลักฐานและหาข้อเท็จจริง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งขณะนี้ยังได้หลักฐานไม่ครบ จึงอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้ทราบสาเหตุของอาคารถล่ม

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 21 เมษายน เวลา 18.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 51 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 43 ราย

The post คืบหน้าอาคาร สตง. ถล่ม พบร่างเพิ่ม ยืนยันผู้เสียชีวิต 49 ราย ซากอาคารลดเหลือไม่ถึง 10 เมตร ลุยกู้ชั้น 1 สิ้นเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. พบร่างสมบูรณ์อีก 4 ร่างใต้ซากตึก สตง. เร่งลดความสูงให้ถึงชั้น 1 ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมแผนลุยชั้นใต้ดินต่อไป https://thestandard.co/four-bodies-found-sao-building/ Mon, 21 Apr 2025 10:21:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1066564

วันนี้ (21 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post กทม. พบร่างสมบูรณ์อีก 4 ร่างใต้ซากตึก สตง. เร่งลดความสูงให้ถึงชั้น 1 ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมแผนลุยชั้นใต้ดินต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงถึงความคืบหน้า กรณีค้นหาผู้สูญหายใต้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร หลังรื้อถอนซากอาคารอย่างต่อเนื่องว่า วานนี้ (20 เมษายน) มีการพบร่างที่สมบูรณ์ 4 ร่าง บริเวณโซน C1 ลึกลงไป 2-3 เมตร เป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ที่ชั้น 19 ของอาคาร มีอยู่ 2 ร่างที่ระบุเพศชายได้ และอีก 2 ร่างยังไม่สามารถระบุเพศได้ และมี 2 ร่างที่มีทรัพย์สินสามารถระบุตัวตน โดยนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลคนหายของบริษัทฯ และยังมีการพบชิ้นส่วนอวัยวะอีก 6 ชิ้น ดังนั้นจึงมีการส่งชิ้นส่วนอวัยวะให้นิติเวชเพื่อระบุอัตลักษณ์ รวมทั้งสิ้น 207 ชิ้น 

 

ในส่วนของการปฏิบัติงานเพื่อนำเศษปูนและเศษเหล็กออกจากซากอาคาร วานนี้ขนได้ 242 เที่ยว ส่วนวันนี้ขนได้ 281 เที่ยว ซึ่งเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับพื้นที่เก็บหลักฐานของการรถไฟ ที่ขยายพื้นที่เก็บหลักฐานซากอาคารมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับความสูงของซากอาคารในโซน A และ D วานนี้มีความสูง 11.51 เมตร ขณะนี้เหลือเพียง 10.52 เมตร ส่วนโซน B และ C จากความสูง 9.81 เมตร ปัจจุบันเหลือ 9.36 เมตร ส่วนปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการดำเนินงานก็สอดคล้องกันกับการปรับพื้นที่ซากอาคาร วานนี้มีรายงานการใช้น้ำมันที่ 6,374 ลิตร ส่วนวันนี้อยู่ที่ 5,400 ลิตร นอกจากนี้ยังมีทีมตัดเหล็กด้วยแก๊สจากทหารบก 3 ชุด จากทหารเรืออีก 3 ชุด ทำงานตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 07.00 น. ผลัดเปลี่ยนกำลังกัน 

 

ซึ่งปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือการล้าของเครื่องจักรจากการใช้งานหนักและต่อเนื่องตลอดเวลา โดยวานนี้มีการซ่อมเครื่องจักรที่เป็นเคสหนัก ทั้งสิ้น 12 เคส ซึ่งจะรีบซ่อมแซมให้เสร็จเพื่อดำเนินงานต่อตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งเนื้องานตามแผนในวันนี้คือการเปิดพื้นที่โซน B ให้ทะลุถึงโซน C ส่วนโซน A และ D จะลดความสูงของซากอาคาร โดยขณะนี้เหลือเวลา 10 วัน ก็จะถึงสิ้นเดือน หากลดความสูงได้วันละ 1 เมตรจากความสูงอยู่ประมาณ 9 เมตร ก็จะสามารถดำเนินการเข้าถึงชั้น 1 ของอาคารภายในสิ้นเดือนนี้ 

 

จากนั้นจะเป็นการปรับแผนการทำงานเนื่องจากจะเป็นส่วนของชั้นใต้ดินแล้ว ซึ่งไม่สามารถทำงานจากด้านข้างเหมือนชั้นปกติได้ จึงได้มีการเตรียมการและประเมินการดำเนินงานไว้แล้ว และมีการเตรียมผลัดเปลี่ยนเครื่องจักรพร้อมเจ้าหน้าที่ที่จะใช้ในการดำเนินงาน โดยต้องประเมินว่าชิ้นส่วนอาคารที่ลงไปอยู่ในชั้นใต้ดิน มีความหนาแน่นเพียงใด ตัวชิ้นงานของเหล็กเส้นและปูนมีขนาดและความหนาแน่นเพียงใด

 

ส่วนกรณีที่หลายภาคส่วนเป็นห่วงเรื่องของฝนตกหนักในพื้นที่ซากอาคาร ต้องขอบอกว่า สามารถรับมือได้ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด และอาจมีข้อดีอีกด้วยเพราะเมื่อฝนตกทำให้อากาศไม่ร้อนเนื่องจากอุณหภูมิลดลงอีกด้วย

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน เวลา 18.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 47 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 47 ราย

The post กทม. พบร่างสมบูรณ์อีก 4 ร่างใต้ซากตึก สตง. เร่งลดความสูงให้ถึงชั้น 1 ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมแผนลุยชั้นใต้ดินต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซากตึก สตง. ถล่ม ลดเหลือ 13 เมตร เร่งตัดเหล็ก-ขนซากต่อเนื่อง หวังจบภารกิจ เม.ย. นี้ https://thestandard.co/oag-collapse-debris-clearance-april/ Thu, 17 Apr 2025 10:02:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1065358

วันนี้ (17 เมษายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหา […]

The post ซากตึก สตง. ถล่ม ลดเหลือ 13 เมตร เร่งตัดเหล็ก-ขนซากต่อเนื่อง หวังจบภารกิจ เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 เมษายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงถึงความคืบหน้า สถานการณ์ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มว่า วานนี้จนถึงวันนี้ หัวใจหลักของการทำงานคือการลดความสูงของยอดซากอาคาร ซึ่งเช้านี้เหลือประมาณ 13 เมตร จากของเดิมสูงกว่า 26 เมตร ซึ่งความสูงที่ลดลงทำให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยได้มีการปรับยุทธวิธีด้วยการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทีมอาสา ทหาร และกทม. เร่งดำเนินการตัดเหล็ก โดยการใช้แก๊สซึ่งสามารถทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ไปได้ ในหลายจุดพร้อมกัน

 

นอกจากนี้มีการเพิ่มจำนวนรถในการขนเศษปูนและเหล็กจากซากอาคาร จากเดิม 14 คัน โดยเพิ่มเติมอีก 8 คัน ทำให้เมื่อวานนี้สามารถลำเลียงออกไปได้กว่า 170 เที่ยว จากเดิมได้วันละประมาณ 100 เที่ยว ทำให้หน้างานสามารถรุดหน้างานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และต้องเตรียมสถานที่ในการทิ้งซากอาคารไปพักไว้ ให้รองรับกับจำนวนเที่ยวรถบรรทุกและปริมาณเศษปูนและเหล็กที่ขนไปให้สอดคล้องกันด้วย

 

ส่วนมาตรการเยียวยา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ฝ่ายโยธาของสำนักงานเขต ได้ขอนัดวันในการเข้าไปดูสถานที่ เพื่อประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารและบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ติดปัญหาและอุปสรรคคือ เจ้าของบ้านไม่อยู่ตามนัดหมายเนื่องจากวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ จึงขอความร่วมมือหากเจ้าของบ้านกลับมาแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนัดหมายเข้าดูสถานที่ต่อไป

 

ด้านผอ.สปภ. กล่าวเสริมว่า ภาพรวมความคืบหน้ายังเป็นไปตามกำหนดเดิมคือต้องเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 44 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 50 ราย

The post ซากตึก สตง. ถล่ม ลดเหลือ 13 เมตร เร่งตัดเหล็ก-ขนซากต่อเนื่อง หวังจบภารกิจ เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ปรับแผนให้ทีมรื้อซากอาคารเป็นกำลังหลัก แจงนับจำนวนผู้เสียชีวิตเท่าที่ได้รับข้อมูลยืนยันแล้วเท่านั้น https://thestandard.co/bangkok-building-debris-team/ Sun, 06 Apr 2025 11:23:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1061315 bangkok-building-debris-team

วันนี้ (6 เมษายน) เวลา 16.00 น. รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ […]

The post กทม. ปรับแผนให้ทีมรื้อซากอาคารเป็นกำลังหลัก แจงนับจำนวนผู้เสียชีวิตเท่าที่ได้รับข้อมูลยืนยันแล้วเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
bangkok-building-debris-team

วันนี้ (6 เมษายน) เวลา 16.00 น. รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตจตุจักร ร่วมแถลงความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารในโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ จตุจักรถล่ม ขณะแผ่นดินไหว ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10

 

สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยถึงแผนการทำงานการช่วยเหลือผู้ติดค้าง จากเหตุอาคาร สตง.ถล่มว่า ได้ปรับแผนการทำงานโดยให้ทีมรื้อถอนซากอาคารเป็นทีมหลักในการทำงาน ส่วนทีมค้นหาจะเป็นทีมเสริม โดยมีกู้ภัยนานาชาติมาช่วยสนับสนุนพร้อมเทคโนโลยีช่วยค้นหาผู้ติดค้าง

 

ส่วนแผนการทำงานที่จะปฏิบัติหลังจากนี้ได้เตรียมเคลื่อนย้ายซากเครนที่ถล่มในวันเกิดเหตุที่อยู่ในโซนบีออกจากพื้นที่ จากนั้นจะให้ทีมค้นหาพร้อมสุนัข K9 เข้าไปค้นหาผู้ติดค้างก่อนจะนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปรื้อถอนซากอาคาร ซึ่งขั้นตอนนี้จะดำเนินการควบคู่ไปกับการรื้อถอนในโซน C แต่อุปสรรคในการทำงานขณะนี้คือ แต่การเข้าไปปฏิบัติงานจากด้านล่าง อาจเกิดอันตราย จึงมีการวางแผนให้ตัดเปิดพื้นที่จากด้านบน โดยจะนำเครื่องมือหนักเข้าดำเนินการ ส่วนการรื้อถอนซากอาคารขณะนี้ได้รื้อถอนออกจากพื้นที่กว่า 3,500 ตัน

 

ขณะที่ ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังจากทีมค้นหาพบชิ้นส่วนร่างกายของผู้ติดค้างหลายชิ้น ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสับสนในการนับจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นผลให้หลังจากนี้การนับจำนวนผู้เสียชีวิตทางกรุงเทพมหานครจะนับจำนวนตามที่ได้รับข้อมูลยืนยันจากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจแล้วเท่านั้น โดยกทม.จะแถลงความคืบหน้าทุกวันเวลา 10.00 น. และ 16.00 น.

The post กทม. ปรับแผนให้ทีมรื้อซากอาคารเป็นกำลังหลัก แจงนับจำนวนผู้เสียชีวิตเท่าที่ได้รับข้อมูลยืนยันแล้วเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>