สุรินทร์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุรินทร์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 22 Jun 2026 03:01:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กองทัพบกปฏิเสธหนังสือประท้วงของกัมพูชา ย้ำเหตุการณ์ชายแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยไทย https://thestandard.co/thai-army-denies-cambodia-protest/ Mon, 22 Jun 2026 03:01:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1221234 พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวชี้แจงกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

กองทัพบกไทยชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลกัมพูชาอย่างเ […]

The post กองทัพบกปฏิเสธหนังสือประท้วงของกัมพูชา ย้ำเหตุการณ์ชายแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวชี้แจงกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

กองทัพบกไทยชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางราชการเมื่อคืนวานนี้ (21 มิถุนายน) โดยย้ำถึงสิทธิ์ในการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ภายใต้ขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย และนโยบายการป้องกันการกระทบกระทั่งตามแนวชายแดน

 

พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ได้แถลงชี้แจงกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ยื่นหนังสือประท้วงประเทศไทย โดยกล่าวหาว่ากองทัพไทยละเมิดอธิปไตยจากการนำธงชาติไทยไปปักและเชิญขึ้นสู่ยอดเสาภายในดินแดนของกัมพูชา

 

กองทัพบกยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายในขอบเขตพื้นที่อธิปไตยของไทย ไม่ได้มีการละเมิดหรือรุกล้ำดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด

 

นอกจากประเด็นเรื่องธงชาติแล้ว โฆษกกองทัพบกยังได้ชี้แจงถึงข้อกล่าวหาที่ระบุว่าฝ่ายไทยเป็นผู้วางเพลิงคลังสินค้าภายในพื้นที่บริเวณช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของประเทศไทย

 

โดยจากการตรวจสอบและประสานงานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานปฏิบัติการในพื้นที่ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่ามีการวางเพลิงตามข้อกล่าวหา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่รกร้างซึ่งไม่มีผู้พักอาศัย โดยเพลิงได้ดับลงไปเองและไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบในทันทีหลังเกิดเหตุเพื่อความเรียบร้อย

 

สำหรับกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการก่อสร้างรั้วคอนกรีตบริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย กองทัพบกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้มีการก่อสร้างรั้วคอนกรีตตามที่ทางกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ แต่ในข้อเท็จจริงเป็นการจัดวางแนวป้องกันด้านความมั่นคงด้วยการใช้แท่งแบริเออร์

 

การดำเนินมาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้ากันของกองกำลังทั้งสองฝ่าย อันเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่ดำเนินการภายในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยรับผิดชอบดูแล

 

ในช่วงท้าย โฆษกกองทัพบกกล่าวย้ำว่า กองทัพไทยยังคงยึดมั่นในข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกันอย่างเคร่งครัด โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหรือข้อพิพาทตามแนวชายแดนผ่านกลไกคณะกรรมการทวิภาคีที่มีอยู่ ภายใต้การดำเนินงานตามหลักสันติวิธี เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพ ความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศต่อไป

The post กองทัพบกปฏิเสธหนังสือประท้วงของกัมพูชา ย้ำเหตุการณ์ชายแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจปราสาทคนา เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าพรุ่งนี้ https://thestandard.co/thai-army-survey-prasat-kana-battleground/ Fri, 19 Jun 2026 10:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1220713 ภาพปราสาทคนาและคณะทหารกำลังสำรวจพื้นที่

วันนี้ (19 มิถุนายน) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พ […]

The post โฆษก ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจปราสาทคนา เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปราสาทคนาและคณะทหารกำลังสำรวจพื้นที่

วันนี้ (19 มิถุนายน) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ปราสาทคนา บนเทือกเขาพนมดงรัก อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจผลการปฏิบัติการทางทหารจากการสู้รบรอบที่ 2 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

โดยได้เข้าสำรวจจุดจัดเก็บเสบียงและร่องรอยการพักแรมของทหารกัมพูชา รวมถึงบันไดไม้ 1,181 ขั้น ซึ่งเคยเป็นทางขึ้นหลักและสถานที่ท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 ได้เผาทำลายตัดเส้นทางไปแล้ว 250 เมตร จากระยะทางทั้งหมด 450 เมตร พร้อมวางแนวรั้วลวดหนาม 2 ชั้นเพื่อความมั่นคง

 

นอกจากนี้ ยังพบตัวอักษรภาษากัมพูชาบนแผ่นหินเขียนว่า ‘กัมปูเจีย ทะเมย’ แปลว่า กัมพูชาใหม่ และเป็นชื่อเพจเฟซบุ๊กของทหารกัมพูชา ที่มักชอบโพสต์คอนเทนต์ลงในเพจดังกล่าว

 

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้บังคับบัญชาได้ร่วมวางดอกไม้ไว้อาลัยแก่ ร.ต. เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ทหารกล้าผู้เสียชีวิตในสมรภูมิขณะปฏิบัติหน้าที่เจาะเส้นทางฝ่าการระดมยิงของฝ่ายตรงข้าม จนทำให้ทหารไทยสามารถเข้าตียึดควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังได้เข้าชม ‘ธงประกาศชัยชนะ’ ที่ทหารไทยปักไว้เคียงคู่กับศิวลึงค์และโญนีอันเป็นเทวสถานในพื้นที่ ซึ่งทางกองทัพยังคงสภาพเดิมเอาไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจถึงความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่

 

สำหรับ ‘ปราสาทคนา’ สันนิษฐานว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15 (อายุประมาณ 1,100 ปี) มีลักษณะเด่นคือเป็นปราสาทของแม่ทัพหญิง จึงพบสัญลักษณ์โญนีเป็นส่วนใหญ่ ตัวปราสาทสร้างด้วยดินเผาและอิฐจำนวน 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวัน มีกำแพงศิลาแลงยาวด้านละ 39.5 เมตรล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส บริเวณโดยรอบมีร่องรอยความเสียหายจากการปะทะ เช่น รอยกระสุนตามต้นไม้ และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่หักพัง ทั้งทับหลังสลักภาพช้างเอราวัณ 3 เศียร และเสาประดับกรอบประตู

 

ด้านการอนุรักษ์ กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เข้าเก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญ อาทิ รูปพญาครุฑ และหลักศิลาสถานรวม 28 ชิ้น เพื่อนำไปศึกษาและเตรียมวางแผนบูรณะปฏิสังขรณ์ เนื่องจากในอดีตยังขาดหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับรูปแบบศิลปกรรมดั้งเดิม โดยปัจจุบันพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งนี้อยู่ในความดูแลและควบคุมอย่างเข้มงวดของหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน กรมทหารบกที่ 26 กองทัพภาคที่ 2

 

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (20 มิถุนายน) แม่ทัพภาคที่ 2 จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลทหารไทยที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิดังกล่าว พร้อมทั้งประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน

The post โฆษก ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจปราสาทคนา เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบกเผยใช้กลไก RBC ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือชาวบ้านหาของป่ากลับไทยโดยปลอดภัย https://thestandard.co/army-cooperates-cambodia-rescue-thai-villager/ Fri, 15 May 2026 05:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1207425 เจ้าหน้าที่ทหารไทยและกัมพูชา ร่วมอำนวยความสะดวกในการส่งตัวชาวบ้านไทยที่หาของป่าในกัมพูชากลับประเทศ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post กองทัพบกเผยใช้กลไก RBC ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือชาวบ้านหาของป่ากลับไทยโดยปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ทหารไทยและกัมพูชา ร่วมอำนวยความสะดวกในการส่งตัวชาวบ้านไทยที่หาของป่าในกัมพูชากลับประเทศ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่ โยชน์ สายน้อย ราษฎรที่สูญหายภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ 25 เมษายน 69 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว และนำไปควบคุมภายในเรือนจำ จังหวัดอุดรมีชัย นั้น

 

พล.ต. วินธัยระบุว่า ตั้งแต่รับทราบข้อมูล กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกการประสานงานในทุกระดับกับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือราษฎรไทยรายดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งวานนี้ (14 พฤษภาคม 69) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับการประสานจาก พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)

 

ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ว่าหลังได้รับการประสานจากกองทัพภาคที่ 2 ทางภูมิภาคทหารที่ 4 ได้ดำเนินการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จังหวัดอุดรมีชัย และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ในเรื่องการติดตามและให้ความช่วยเหลือราษฎรไทย ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้อนุมัติให้ส่งตัวราษฎรรายดังกล่าวกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้ว ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา

 

ล่าสุดในวันนี้ (15 พฤษภาคม 69) เวลาประมาณ 10.30 น. กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้รับตัวนายโยชน์กลับสู่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พล.ต. กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย และ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ร่วมสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในการส่งราษฎรไทยกลับสู่ประเทศ

 

สำหรับความสำเร็จในการช่วยเหลือคนไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสำคัญของกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับต่างๆ ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนระหว่างกัน ซึ่งกองทัพบกให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก

The post กองทัพบกเผยใช้กลไก RBC ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือชาวบ้านหาของป่ากลับไทยโดยปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
​​นายกฯ รับทราบเหตุทหารกัมพูชายิง 11 นัดแนวชายแดน ย้ำล่วงล้ำอธิปไตยไทยไม่ได้ https://thestandard.co/pm-cambodia-border-shooting/ Thu, 14 May 2026 01:26:43 +0000 https://thestandard.co/pm-cambodia-border-shooting/ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วานนี้ (13 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรั […]

The post ​​นายกฯ รับทราบเหตุทหารกัมพูชายิง 11 นัดแนวชายแดน ย้ำล่วงล้ำอธิปไตยไทยไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วานนี้ (13 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าได้รับทราบรายงานกรณีทหารกัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอยู่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ จาก พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก โดยการยิงครั้งนี้อยู่ในฝั่งของเขา ไม่ได้มายั่วยุเราแบบเห็นชัดเจน หรือแสดงอะไร เพียงแต่ได้ยินเสียงปืน และหลังจากที่ทหารไทยได้มีการยิงเตือนไป 2 นัด เหตุการณ์ก็เงียบไป

 

ส่วนที่ชาวบ้านกังวล ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทหารได้มีการตรึงกำลังตลอดตามแนวชายแดน ซึ่งเขาจะมาล่วงล้ำอธิปไตยไทยไม่ได้

The post ​​นายกฯ รับทราบเหตุทหารกัมพูชายิง 11 นัดแนวชายแดน ย้ำล่วงล้ำอธิปไตยไทยไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า https://thestandard.co/thai-national-detained-cambodia-border/ Sun, 10 May 2026 07:22:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1205660 ทหารไทยและกัมพูชา

วันนี้ (10 พฤษภาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำ […]

The post กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารไทยและกัมพูชา

วันนี้ (10 พฤษภาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กรณีทหารกัมพูชาจับกุมชายไทย 1 ราย หลังลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องตาเล็ง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ไปหาของป่า ก่อนหายตัวปริศนานานกว่า 15 วัน สร้างความกังวลให้ครอบครัวอย่างหนัก

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ‘Wiparat Thongsaysorn’ ประกาศตามหาญาติที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดนช่องตาเล็ง ก่อนขาดการติดต่อและไม่กลับบ้านนาน 4-5 วัน

 

ต่อมาหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้จัดชุดข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบภูมิลำเนาของผู้สูญหาย ทราบชื่อคือ โยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มีอาชีพหาของป่า โดยออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ใช้รถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ญาติให้ข้อมูลว่า ปกติโยชน์จะเข้าป่าเพียง 1-2 วันแล้วกลับบ้าน จึงเชื่อว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด หรืออาจถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว กระทั่ง กันนิกา หอมขจร ภรรยา ได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม

 

กระทั่งวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 กองกำลังสุรนารีได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ จึงเร่งประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา ผ่าน พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา-ไทย ประจำพื้นที่โอรเสม็ด โดยฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า โยชน์ได้ลักลอบเข้าเขตกัมพูชา จึงถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกส่งดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย

 

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้ใช้กลไกจากชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน เร่งประสานกับฝ่ายทหารกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

 

ทั้งนี้ กองกำลังสุรนารีระบุว่า เพิ่งได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเร่งตรวจสอบจนยืนยันได้ว่า โยชน์ถูกจับกุมจริง ส่วนการรับตัวกลับไทยยังอยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องระหว่างสองประเทศต่อไป

 

พล.ต.บุญเสริม กล่าวว่า กองกำลังสุรนารีได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ และเพจเฟซบุ๊กของ “คุณอ้อ ไพรัช” ว่า มีประชาชนในอำเภอปราสาท ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร สูญหายไปหลายวัน

 

ภายหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ทางทหารจึงรีบประสานไปยังชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชารับปากว่าจะเร่งตรวจสอบให้

 

ต่อมาในช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดประสานงานฝ่ายกัมพูชาได้โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้สูญหายชาวไทยอยู่ที่จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และปลอดภัยดี

 

เมื่อได้รับแจ้งดังกล่าว ตนจึงสั่งการให้ศูนย์ประสานงานชายแดนฝั่งไทย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รีบเดินทางไปแจ้งข่าวแก่ครอบครัวของผู้สูญหายทันที เพื่อให้ญาติคลายความกังวล และทราบว่าผู้สูญหายยังปลอดภัยดี

The post กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2 คึกคักทั่วประเทศ ประชาชนร่วมกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดกว่า 27 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพแล้วกว่า 13.66 ล้านบาท https://thestandard.co/thai-help-thai-event-boosts-economy/ Sun, 10 May 2026 03:08:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1205532 ภาพบรรยากาศประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2

วันนี้ (10 พฤษภาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนั […]

The post ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2 คึกคักทั่วประเทศ ประชาชนร่วมกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดกว่า 27 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพแล้วกว่า 13.66 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2

วันนี้ (10 พฤษภาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งที่ 2 พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัด โดยได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 217,619 คน

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินโครงการในครั้งที่ 2 มีร้านค้าเข้าร่วมรวม 9,721 ร้าน ประกอบด้วย ร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ร้านค้า OTOP และร้านค้าชุมชน/SMEs พร้อมนำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาประหยัด รวมจำนวนสินค้ากว่า 153,856 ชิ้น

 

ผลการดำเนินงานสามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมกว่า 27.11 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้กว่า 6.23 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน ในการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

เมื่อรวมผลการดำเนินงาน ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พบว่า สามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมกว่า 60.85 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนรวมกว่า 13.66 ล้านบาทแล้ว

 

สำหรับจังหวัดที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดราชบุรี ขณะที่อำเภอที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

 

ด้านสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และน้ำตาล ส่วนสินค้า OTOP ที่มียอดจำหน่ายดี ได้แก่ อาหาร เครื่องแต่งกาย และเครื่องดื่ม ขณะที่สินค้าชุมชนที่ประชาชนเลือกซื้อจำนวนมาก ได้แก่ อาหารสด วัตถุดิบประกอบอาหาร และอาหารแปรรูป

 

ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการดูแลปากท้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อกระจายสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด ให้เข้าถึงประชาชนทุกชุมชนทั่วประเทศ

 

“โครงการไทยช่วยไทย ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมลดราคาสินค้า แต่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง” ลลิดา กล่าว

The post ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2 คึกคักทั่วประเทศ ประชาชนร่วมกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดกว่า 27 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพแล้วกว่า 13.66 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wisetwiso ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิง เปิดใหม่บนถนนเชื้อเพลิง https://thestandard.co/life/wisetwiso-thai-fine-dining/ Thu, 23 Apr 2026 04:42:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1200347 อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้

‘วิเสทวิโส’ (Wisetwiso) มาจากการสมาสคำว่า วิเสท ที่แปลว […]

The post Wisetwiso ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิง เปิดใหม่บนถนนเชื้อเพลิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้

‘วิเสทวิโส’ (Wisetwiso) มาจากการสมาสคำว่า วิเสท ที่แปลว่า ห้องเครื่องหรือผู้ทำอาหารหลวง และ วิโส แปลว่าความงดงาม ซึ่งตรงกับความตั้งใจของร้านที่สะท้อนตัวตน ยึดถือคุณค่าทางวัฒนธรรมและความละเอียดอ่อนของอาหารไทยแท้เอาไว้

 

ผู้เบื้องหลังความอร่อยนี้ คือ เชฟภูมิ-จักรภูมิ บุณยาคม ผู้เติบโตมาในตระกูลขุนนางเก่าและซึมซับวิชาจากคุณยายผู้เคยปรุงอาหารในวังที่สืบทอดเจตนารมณ์จากทวด ทำให้ทุกจานที่ Wisetwiso ไม่ใช่แค่การมากินอาหาร แต่เหมือนเราได้มาอ่านพงศาวดารผ่านอาหารที่ถูกตีความใหม่ในบ้านหลังเก่าที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์

 

ที่นี่เชื่อว่าอาหารคือการเล่าเรื่อง เชฟจึงคัดสรรเทคนิคสมัยใหม่มาผสมผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมอย่างการดรายเอจปลา หรือการย่างถ่านไม้โกงกาง มาจับคู่กับวิธีการแบบดั้งเดิม เพื่อดึงศักยภาพของวัตถุดิบท้องถิ่นออกมาให้ดีที่สุด ทำให้การเดินทางของรสชาติมีความลุ่มลึกและสง่างามในแบบฉบับวิเสทวิโสโดยเฉพาะ

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 1อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 2อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 3

 

The Vibe

 

ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านหลังเก่าบนถนนเชื้อเพลิงที่ถูกปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นห้องอาหารไฟน์ไดนิงหรูหราแต่ยังคงความอบอุ่นไว้ โครงสร้างบ้านช่วยส่งเสริมให้การกินอาหารในรูปแบบสำรับดูมีเรื่องราว ราวกับเราได้นั่งกินอาหารในห้องรับรองที่หลงเหลือร่องรอยความงามแบบโมเดิร์นคลาสสิก เป็นพื้นที่ที่ทำให้แขกได้รับประสบการณ์ที่ละเมียดละไม น่าจดจำ และสงบเงียบท่ามกลางเมือง

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 4

 

The Taste

 

ใน 11 คอร์สเมนูทั้งหมดนี้ เชฟภูมิตั้งใจร้อยเรียงเมนูผ่านวัตถุดิบชั้นเลิศและเทคนิคเรื่องรสชาติอย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่ความสดชื่นไปจนถึงความเข้มข้นแบบถึงเครื่อง

 

เริ่มต้นด้วย Amuse-Bouche 3 คำเล็กที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ได้แก่ ข้าวตังหน้าตั้ง, ข้าวสังข์หยดน้ำพริกลงเรือ และ ยำผิวส้มซ่า ที่มอบความสดชื่น

 

ต่อด้วย ปลาสามเกลอซอสต้มข่า เชฟใช้ ปลากุดสลาดแดง หรือก็คือวากิวแห่งท้องทะเล นำไปดรายเอจ 48 ชั่วโมงเพื่อให้รสเข้มข้น จับคู่กับซอสต้มข่าแบบเย็นที่เคี่ยวจากก้างปลา ตัดเลี่ยนด้วยน้ำมันผักชีฝรั่งอีกที

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 5อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 6อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 7

 

จากนั้นแวะของว่างโบราณหากินยาก ค้างคาวเผือก เผือกหอมสุพรรณบุรีผสมไส้กระฉีกมะพร้าวอ่อนและเนื้อปู เสิร์ฟคู่กับเจลอาจาดคอมบุฉะและเจลพริกเหลือง

 

เมนู ยำส้มโอ ที่ยกระดับความซับซ้อนด้วย ไข่ปลาหมึกแดดเดียว และอาหารทะเลทอดกรอบ คลุกเคล้าด้วยน้ำยำสูตรเฉพาะของทางร้านให้รสสัมผัสที่สดชื่นและกรุบกรอบในเวลาเดียวกัน

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 8อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 9

 

สำหรับจานซุป แกงเลียงกุ้ง เชฟเลือกใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโต ชูรสเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยขาวและกะปิชั้นดี ตีความใหม่ด้วยการท็อปด้วยโฟมแมงลักที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทันทีที่เสิร์ฟ

 

ก่อนเข้าจานหลักคันกลางด้วย ไก่กะทิน้ำพริกก้อยกุ้ง อกไก่ตองสีคิ้วที่ใช้เทคนิคฉีดน้ำกะทิเข้าไปในเนื้อ แล้วนำไปย่างไฟอ่อนๆ บนถ่านไม้โกงกางจนได้กลิ่นหอม นำมากินคู่กับน้ำพริกก้อยกุ้งผสมถั่วลิสงเป็นรสชาติที่อบอวลอยู่ในปากไปสักพัก

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 10อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 11

 

เริ่มจานหลักด้วย แกงพะแนงเนื้อ เชฟใช้เนื้อลูกผสมชาร์โรเลส์กับวากิว รสชาติจานนี้ค่อนข้างเข้มข้นทีเดียว ไฮไลต์อยู่ที่ ข้าวผกาอำปึล หรือ ข้าวฮาง จากสุรินทร์ หุงผสมกับลูกกระบกโม่แบบจันทบุรี ให้ความมันๆ นัวๆ เหมือนข้าวมัน

 

สำหรับใครที่อยากได้ความอิ่มแบบจัดเต็ม แนะนำให้ลอง แกงมัสมั่นเนื้อเวลลิงตัน การบรรจบกันของเทคนิคตะวันตกและเครื่องเทศของไทย เนื้อสันในห่อเห็ดผัดพริกแกงมัสมั่น เสิร์ฟพร้อมซอสมัสมั่นเข้มข้นแถมได้รสจัดจ้าน

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 12อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 13

 

ปิดท้ายของหวานด้วย ทองสุวรรณ ขนมหวานจากข้าวโพดทุกส่วน ตั้งแต่ไอศกรีมนมข้าวโพด ไปจนถึงชาที่ต้มจากฟางและไหมข้าวโพด และ บัวลอยน้ำขิง ที่เชฟตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น มอบเท็กซ์เจอร์หนึบหนับของบัวลอยที่คล้ายดังโงะจากแป้งข้าวเหนียว

 

อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 14อาหารไทยไฟน์ไดนิงสุดประณีตจากร้านวิเสทวิโส (Wisetwiso) ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์และรสชาติไทยแท้ 15

 

Good for

 

คนที่โหยหาอาหารไทยรสชาติละเมียดละไมในรูปแบบไฟน์ไดนิง เราว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้อพิเศษที่ต้องการสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง หรือการฉลองโอกาสสำคัญกับครอบครัวในบรรยากาศบ้านเก่าคลาสสิกที่สงบ หากคุณอยากสัมผัสว่าอาหารหลวงที่ถูกตีความใหม่โดยวิชาจากวิเสทตัวจริงว่าเป็นอย่างไร วิเสทวิโสคือหมุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดที่จะมาลอง

 

WISETWISO | วิเสทวิโส

 

Address: ถนนเชื้อเพลิง

Open: ร้านเปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ (เฉพาะมื้อค่ำ) เวลา 18.00 น. และ 19.00 น.

Contact: Wisetwisobkk 

Parking: มีที่จอดรถ

Budget: ราคา 3,850++ บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/at8c9QASdJrZB2QS7

 

The post Wisetwiso ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิง เปิดใหม่บนถนนเชื้อเพลิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ ไทย-กัมพูชา ย้ำไทยยึดหลัก GBC-กม.ระหว่างประเทศ ขอหยุดนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียวสร้างความเข้าใจผิด https://thestandard.co/thailand-cambodia-border-dispute-2/ Thu, 23 Apr 2026 03:10:12 +0000 https://thestandard.co/thailand-cambodia-border-dispute-2/ ภาพประกอบข่าว แถลงการณ์โต้ตอบกัมพูชา ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (23 เมษายน) พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศู […]

The post ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ ไทย-กัมพูชา ย้ำไทยยึดหลัก GBC-กม.ระหว่างประเทศ ขอหยุดนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียวสร้างความเข้าใจผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว แถลงการณ์โต้ตอบกัมพูชา ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (23 เมษายน) พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ของกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาที่ระบุว่าไทยลุกล้ำพื้นที่และจัดกิจกรรมหลังจากวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทยลงพื้นที่รำลึกถึงเหตุปะทะในช่วงปี 2568 ที่บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

 

พล.อ.อ. ประภาส ระบุว่า ไทยขอยืนยันข้อเท็จจริงและจุดยืนว่า ไทยยึดมั่นถ้อยแถลงร่วม กฎหมายระหว่างประเทศ และถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 2 (Troop Deployment Line) ซึ่งกำหนดให้กำลังพลของทั้งสองฝ่ายคงอยู่ในที่ตั้งเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ข้อ 6 งดเว้นการกระทำที่ยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด และข้อ 8 งดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน โดยการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและชัดเจน

 

พล.อ.อ. ประภาส กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานะพื้นที่และการปฏิบัติของฝ่ายไทย กิจกรรมของหน่วยงานไทยในพื้นที่ที่กล่าวถึง เป็นการดำเนินการภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ในกรอบการบริหารจัดการตามปกติ มิได้มีการรุกล้ำหรือเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในพื้นที่แต่อย่างใด

 

ส่วนการตีความที่แตกต่างควรแก้ไขผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน โดยประเทศไทยเห็นว่าประเด็นที่มีความเห็นต่างควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) รวมถึงการประสานงานระดับพื้นที่ผ่าน RBC เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน

 

พล.อ.อ. ประภาส กล่าวอีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างบรรยากาศเผชิญหน้า ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียว ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาธารณชน และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายพยายามรักษา

 

นอกจากนี้ ไทยมีความมุ่งมั่นสู่สันติภาพและเสถียรภาพชายแดน โดยยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความเคารพซึ่งกันและกัน และกลไกทวิภาคีที่ตกลงร่วมกัน พร้อมย้ำว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน

The post ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ ไทย-กัมพูชา ย้ำไทยยึดหลัก GBC-กม.ระหว่างประเทศ ขอหยุดนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียวสร้างความเข้าใจผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดุลย์-ซาบีดา ลงพื้นที่สุรินทร์ ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา https://thestandard.co/surin-thai-cambodia-border-anniversary/ Wed, 22 Apr 2026 09:57:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1200059 พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์

วันนี้ (22 เมษายน) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่ […]

The post อดุลย์-ซาบีดา ลงพื้นที่สุรินทร์ ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์

วันนี้ (22 เมษายน) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า เนื่องในวาระครบรอบ 15 ปี เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2554 รวมทั้งรำลึกถึงเหตุปะทะในช่วงปี 2568 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

 

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้ร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกถึงวีรกรรมของทหารผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ จากนั้นได้เข้าร่วมพิธีสงฆ์ โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ประกอบพิธีอุทิศส่วนกุศล จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายผ้าไตรบังสุกุล รับพร และร่วมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสงบ ความศรัทธา และความสำนึกในคุณงามความดีของผู้ที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการบริเวณเนิน 350 รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคง และตรวจภูมิประเทศในพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการดูแลความมั่นคงของพื้นที่ ตลอดจนติดตามการพัฒนาในพื้นที่ตามแนวทาง ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ มีครอบครัวของทหารกล้าที่สละชีพเพื่อชาติร่วมในพิธีสดุดีรำลึกวีรกรรมอย่างพร้อมเพรียง

 

ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยอธิบดีกรมศิลปากร ได้กล่าวถึงการดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานปราสาทตาควาย โดยขณะนี้ได้เสนอของบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเริ่มดำเนินการสำรวจในปีงบประมาณ 2570 คาดว่าการบูรณะปราสาทตาควายจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ ยังมีแนวทางสำรวจโบราณสถานของไทยตามแนวชายแดน ซึ่งมีมากกว่า 30 แห่ง เพื่อผลักดันการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของไทยต่อไป

 

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากเป็นการรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าที่ได้เสียสละเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมพื้นที่ตำบลบักได ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของอำเภอพนมดงรักและจังหวัดสุรินทร์ ควบคู่กับการดูแลรักษาโบราณสถานซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ

 

พร้อมกันนี้ ยังเป็นการสืบสานศิลปะ จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อร่วมกันรำลึกถึงความเสียสละของทหารไทย และตระหนักถึงคุณค่าของการธำรงรักษาอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันแผ่นดินไทยย่อมเป็นของไทย ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้

 

พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 1พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 2พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 3พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 4พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 5พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 6พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 7พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 8พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ และ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมน้อมรำลึกวีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สุรินทร์ 9

The post อดุลย์-ซาบีดา ลงพื้นที่สุรินทร์ ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า ครบรอบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ทบ. แจงสถานการณ์ชายแดนยังไม่น่ากังวล รับทหารกัมพูชาขยับประชิดชายแดนยังไม่ล้ำเส้นสมมุติ-กองทัพเฝ้าระวังเข้ม https://thestandard.co/thailand-cambodia-border-army-monitoring/ Tue, 24 Mar 2026 10:21:14 +0000 https://thestandard.co/thailand-cambodia-border-army-monitoring/ กราฟิกข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมข้อความว่ายังไม่น่ากังวลและกองทัพเฝ้าระวังเข้ม

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ฐานปฏิบัติการบ้านแม่โกนเกน จังหวั […]

The post โฆษก ทบ. แจงสถานการณ์ชายแดนยังไม่น่ากังวล รับทหารกัมพูชาขยับประชิดชายแดนยังไม่ล้ำเส้นสมมุติ-กองทัพเฝ้าระวังเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟิกข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมข้อความว่ายังไม่น่ากังวลและกองทัพเฝ้าระวังเข้ม

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ฐานปฏิบัติการบ้านแม่โกนเกน จังหวัดตาก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาวางกำลังประชิดชายแดน บริเวณปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยังมีการวางกำลังประชิดชายแดนกัน แต่ไม่ได้ประชิดมากเหมือนห้วงที่ผ่านมา เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแนว ซึ่งทหารกัมพูชาก็จะหาพื้นที่ที่เหมาะสม หลังจะต้องถอยร่นออกจากชายแดนไทยไป เนื่องจากหลายพื้นที่ขณะนี้อยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย

 

พล.ต. วินธัยยอมรับว่า บางพื้นที่มีการขยับเข้ามาใกล้ แต่ไม่ได้เลยแนวเส้นสมมุติฐานหรือเส้นปฏิบัติการที่ฝ่ายไทยยึดถืออยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ในขณะที่การปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 2 ก็ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีการใช้อาวุธ เช่น การเฝ้าระวัง ลาดตระเวน ตรวจพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่น ซึ่งกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดก็สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ รวมถึงการเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด

 

พล.ต. วินธัยกล่าวอีกว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะต้องยึดถือข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปหลังหยุดยิง ซึ่งฝ่ายไทยมีความเคร่งครัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิง ส่วนกัมพูชาก็จะมีอยู่บ้างตามที่เป็นภาพข่าว ที่มีการยั่วยุ การขยับเข้าใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย และการปะทะด้วยวาจา หรือเรื่องวินัย ส่งผลให้อาวุธบางอย่างตกมายังฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยในพื้นที่มีมาตรการ และวิธีในการดำเนินการ ซึ่งข้อมูลทางด้านการข่าวยังไม่ส่งผลเรื่องความน่ากังวล อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยคงประมาทไม่ได้ ต้องเข้มข้นในการทำหน้าที่เช่นเดิม

 

ส่วนกรณีที่เจ้ากรมข่าวทหารบกระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะรอบที่ 3 นั้น พล.ต. วินธัยกล่าวว่า ข้อมูลทางด้านการข่าว ทหารฝั่งกัมพูชายังคงมีการเคลื่อนไหว ก็จะเห็นสัญญาณบางอย่าง แต่ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ส่วนในอนาคตก็ต้องมีการประเมินเป็นห้วงเวลา

 

สำหรับกรณีที่ทหารกัมพูชามีการสะสมอาวุธนั้น พล.ต. วินธัยระบุว่า ฝ่ายไทยมีการเตรียมการมาก่อนแล้ว ซึ่งถือเป็นงานหลักของฝ่ายความมั่นคง เพราะเรามีหลักเกณฑ์ในการประเมิน ทั้งเรื่องการสะสมอาวุธของฝั่งกัมพูชาก็ถือว่าเรามีข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้

 

ส่วนในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้งจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังคะแนน พล.ต. วินธัยกล่าวว่า ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่ความชัดเจนในเรื่องของการใช้กำลังอาจจะต้องใช้องค์ประกอบอื่นเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่า การถอนกำลัง หรือการปรับกำลังของฝ่ายไทยไม่ได้มีผลกระทบ

The post โฆษก ทบ. แจงสถานการณ์ชายแดนยังไม่น่ากังวล รับทหารกัมพูชาขยับประชิดชายแดนยังไม่ล้ำเส้นสมมุติ-กองทัพเฝ้าระวังเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ย้ำจุดยืนเป็นกลางกรณีสู้รบตะวันออกกลาง วอนทุกฝ่ายใช้เจรจายุติความขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการลดผลกระทบ https://thestandard.co/anuthin-middle-east-neutral/ Sun, 01 Mar 2026 11:08:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1183164 ภาพอินโฟกราฟิกข่าว พร้อมข้อความ 'ย้ำจุดยืนไทย เป็นกลางให้มากที่สุด' และ 'วอนทุกฝ่าย เจรจายุติความขัดแย้ง'

วันนี้ (1 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐม […]

The post นายกฯ ย้ำจุดยืนเป็นกลางกรณีสู้รบตะวันออกกลาง วอนทุกฝ่ายใช้เจรจายุติความขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการลดผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกข่าว พร้อมข้อความ 'ย้ำจุดยืนไทย เป็นกลางให้มากที่สุด' และ 'วอนทุกฝ่าย เจรจายุติความขัดแย้ง'

วันนี้ (1 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ว่า จับตาสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงกลาโหม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในประเทศที่มีปัญหา

 

โดยพรุ่งนี้ (2 มีนาคม) จะมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องกังวลในเรื่องการอพยพทุกคน กองทัพอากาศ โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รายงานตนตลอดเวลาถึงความพร้อม ตอนนี้อยู่ที่ว่าเราจะต้องเร่งประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยให้ครบหรือมากที่สุดก่อน แล้วต้องประสานงานให้ไปรับเขาในจุดที่ปลอดภัย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศ รัฐบาล รวมทั้งกองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่

 

เมื่อถามว่า ประเทศไทยควรวางตัวแบบไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ต้องวางตัวให้เป็นกลางให้มากที่สุด แต่ต้องมีความห่วงใยในสถานการณ์ เพราะเรามีพี่น้องของเราอยู่ในประเทศนั้นด้วย

 

“เราก็วิงวอนขอทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องการเจรจาทางการทูต การพูดคุยการสร้างความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เราต้องการให้โลกของเราเกิดสันติภาพให้เร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

เมื่อถามถึงผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า โดนผลกระทบแน่นอน แต่เราต้องมีมาตรการในการทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ตรงไหนที่สามารถช่วยเหลือ ประคับประคอง ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน รวมทั้งราคาพลังงานต่างๆ ตนได้สั่งการให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หามาตรการเหล่านี้มารองรับ รวมถึงกองทุนน้ำมันต้องนำมาตรการมาใช้เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชนคนไทยให้ได้มากที่สุด

 

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปะทะตอนนี้ยังไม่มีอะไร ซึ่งตนจะแวะไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บเหยียบกับระเบิดที่จังหวัดสุรินทร์ ไปให้กำลังใจ เพราะวันนี้เราก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งจะได้เห็นสภาพบริเวณชายแดน ความเป็นไปต่างๆ แต่ในภาพรวมตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ แต่มาตรการทั้งหลายก็ยังเหมือนเดิม เรายังไม่มีแนวคิดที่จะเปิดด่าน เรายังไม่มีแนวคิดที่จะทำการใดๆ เรื่องการเจรจา

The post นายกฯ ย้ำจุดยืนเป็นกลางกรณีสู้รบตะวันออกกลาง วอนทุกฝ่ายใช้เจรจายุติความขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการลดผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว https://thestandard.co/soldier-landmine-erawan-injuries/ Fri, 27 Feb 2026 02:12:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1182220 ภาพพลทหารบาดเจ็บสาหัสจากกับระเบิดในฐานปฏิบัติการเอราวัณ จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ […]

The post พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพลทหารบาดเจ็บสาหัสจากกับระเบิดในฐานปฏิบัติการเอราวัณ จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุพลทหารสังกัดหน่วย ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

 

ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ สังกัด ร้อย.ร.233 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ค่ายวีรวัฒน์โยธินของกองทัพบก แรงระเบิดส่งผลให้ขาขวาขาด และแขนซ้ายกับขาซ้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส

 

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในหน่วยได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบเชิง เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด

 

กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นดินปกคลุมด้วยเศษไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติสะสมเป็นระยะเวลานาน วัตถุระเบิดอาจฝังตัวอยู่ในชั้นดินลึก ทำให้ยากต่อการตรวจพบ แม้ว่าหน่วยจะได้มีการตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

 

ทั้งนี้ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งติดตามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

The post พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเตือนภัย โรคไข้หูดับ ต้นปี 69 ป่วยแล้ว 49 เสียชีวิต 3 ราย แนะงดบริโภคหมูและเลือดดิบ https://thestandard.co/swine-strep-disease-warning/ Thu, 26 Feb 2026 03:30:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1181860 ภาพประกอบข่าวเตือนภัย โรคไข้หูดับ จากการบริโภคหมูดิบ

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประ […]

The post รัฐบาลเตือนภัย โรคไข้หูดับ ต้นปี 69 ป่วยแล้ว 49 เสียชีวิต 3 ราย แนะงดบริโภคหมูและเลือดดิบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวเตือนภัย โรคไข้หูดับ จากการบริโภคหมูดิบ

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคไข้หูดับ ในประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขผู้ป่วยที่ยังคงน่าเป็นห่วงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบรายละเอียดสถานการณ์การแพร่ระบาด

 

  • ยอดผู้ป่วยสะสม: 49 ราย กระจายตัวอยู่ใน 28 จังหวัดทั่วประเทศ (ช่วงอายุ 5 – 90 ปี)
  • ยอดผู้เสียชีวิตสะสม: 3 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชายในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน
  • กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด: อันดับ 1 คือ อายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ
  • จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุด 5 อันดับแรก: นครราชสีมา, แพร่, ชลบุรี, ชัยภูมิ และสุรินทร์

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ติดเชื้อไข้หูดับ เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสุกรหรือเลือดสุกรที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบดิบ หลู้ ก้อย รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อหมูดิบ

 

นอกจากนี้ ผู้ที่ประกอบอาชีพชำแหละเนื้อสุกรโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ จะมีความเสี่ยงสูงในการรับเชื้อผ่านทางบาดแผล ทั้งนี้ กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม หากได้รับเชื้อจะมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป

 

รัฐบาลจึงขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันตนเองจาก โรคไข้หูดับ ดังนี้:

 

1. ผู้บริโภค: หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสุกรดิบหรือไม่สุก งดบริโภคสุกรที่ป่วยหรือตายจากโรค และควรเลือกซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้

 

2. ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุกร: ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น รองเท้าบูตและถุงมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อสุกรโดยตรงเมื่อมีบาดแผล และต้องล้างมือ ล้างเท้า หรืออาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทุกครั้งหลังปฏิบัติงาน

 

3. ผู้ประกอบการฟาร์ม: ดำเนินการกำจัดเชื้อภายในฟาร์มตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

 

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคไข้หูดับ หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

The post รัฐบาลเตือนภัย โรคไข้หูดับ ต้นปี 69 ป่วยแล้ว 49 เสียชีวิต 3 ราย แนะงดบริโภคหมูและเลือดดิบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุชาติ’ สั่งด่วน ทส. ตรวจมลพิษเหตุคลังอาวุธ ตชด.21 ระเบิด ยันไม่พบก๊าซพิษ-อากาศปลอดภัย https://thestandard.co/surin-armory-explosion-pollution-check/ Wed, 25 Feb 2026 10:15:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1181662 ภาพเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณคลังอาวุธ ตชด.21 หลังเหตุระเบิด

​วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีแ […]

The post ‘สุชาติ’ สั่งด่วน ทส. ตรวจมลพิษเหตุคลังอาวุธ ตชด.21 ระเบิด ยันไม่พบก๊าซพิษ-อากาศปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณคลังอาวุธ ตชด.21 หลังเหตุระเบิด

​วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการด่วนให้กรมควบคุมมลพิษ มอบหมายหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 (EPU 11) ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอากาศและสารปนเปื้อน จากกรณีเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในคลังอาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

 

​การปฏิบัติการดังกล่าว สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) ได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 ลงพื้นที่เฝ้าระวังคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ (ทสจ.) และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบบริเวณค่าย ตชด.21 และชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ

 

 

สำหรับผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้นในพื้นที่ ไม่พบการเจือปนของก๊าซพิษอันตราย แต่อย่างใด ขณะที่ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) วัดได้ในระดับ 21.9 – 23.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ายังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะยังคงปักหลักเฝ้าระวังและดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศรวมถึงสารปนเปื้อนในจุดอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะได้รับการยืนยันว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจและรับรองความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่แก่พี่น้องประชาชน

The post ‘สุชาติ’ สั่งด่วน ทส. ตรวจมลพิษเหตุคลังอาวุธ ตชด.21 ระเบิด ยันไม่พบก๊าซพิษ-อากาศปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
​โฆษก ทบ. แจงคลังอาวุธระเบิดคาดอากาศร้อนจัด ชี้เกิดวินาศกรรมได้ยาก-ดูแลตามมาตรฐานสากล https://thestandard.co/army-depot-blast-heat-no-sabotage/ Wed, 25 Feb 2026 07:42:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1181602 พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงเหตุคลังอาวุธระเบิด

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วิน […]

The post ​โฆษก ทบ. แจงคลังอาวุธระเบิดคาดอากาศร้อนจัด ชี้เกิดวินาศกรรมได้ยาก-ดูแลตามมาตรฐานสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงเหตุคลังอาวุธระเบิด

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกกล่าวถึงการดูแลคลังอาวุธของกองทัพ ภายหลังกรณีเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดสุรินทร์ ว่า เรื่องการดูแลคลังอาวุธ มีระเบียบและเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่นที่ตั้ง การบริหารจัดการพื้นที่ มันจะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตํารวจ ส่วนใหญ่เหตุสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดจากสภาพแวดล้อม อากาศที่ร้อนจัด ทําให้เกิดการปะทุและ ลุกไหม้ ทั้งนี้ การจัดเก็บต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการแยกส่วนบ้าง อาจจะไม่ได้จัดเก็บรวมเอาไว้เสียแต่ทีเดียว

 

พล.ต. วินธัย ยอมรับว่าสาเหตุของคลังอาวุธระเบิด นอกจากเรื่องอากาศร้อนแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การขยับเพื่อทำความสะอาด แต่ที่สบายใจได้ก็คือ การจัดเก็บอาวุธซึ่งเป็นวัตถุที่มีอันตราย มีการจัดเก็บที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบเดียวกันของสากล

 

เมื่อถามว่าตัดประเด็นเรื่องการก่อวินาศกรรมได้ ใช่หรือไม่ พล.ต. วินธัยกล่าวว่า เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากข้อมูลที่เรามีไม่ปรากฏในลักษณะเช่นนั้น ซึ่งในพื้นที่คลังอาวุธส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่พื้นที่ตามแนวชายแดน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใน ซึ่งห่างไกลพอสมควร ส่วนกรณีการป้องกันสายลับที่จะเข้ามาก่อวินาศกรรมนั้น ก็น่าจะดําเนินการได้ยาก เนื่องจากที่ตั้งคลังอาวุธไม่ได้อยู่ในชุมชน ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดอาคารอื่น แต่แยกส่วนออกมา ซึ่งหากเป็นคลังอาวุธที่มีวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ อาคารปลูกสร้างจะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอาวุธประจําหน่วยก็ถือว่าไม่ได้หนักมาก

 

“ทุกอย่างมีวิธีการบริหารจัดการอยู่แล้ว ที่ตั้ง วิธีการจัดเก็บ วิธีนําไปใช้ การจําหน่ายทุกอย่างอยู่ในระบบ ขณะที่คลังแสงอาวุธของกองทัพบกทั่วประเทศ เราได้กําชับอยู่เป็นประจําอยู่แล้ว ในการในเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน” พล.ต. วินธัยกล่าว

 

พล.ต. วินธัยกล่าวเสริมว่า ในส่วนกองทัพบก การดูแลคลังอาวุธในช่วงใกล้กับฤดูร้อน จะมีการกำชับเจ้าหน้าที่และเพิ่มมาตรการดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งจากประวัติส่วนใหญ่ การเกิดเหตุในลักษณะนี้มักจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อน ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเหตุไฟไหม้ไม่เกิดในช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดอื่นๆ รอบด้านด้วย เนื่องจากบางครั้งการปะทุอาจเกิดขึ้นได้จากการสะสมความร้อนที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน ซึ่งการดูแลรับผิดชอบต่างๆ นั้น เจ้าหน้าที่ดูแลคลังอาวุธต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอยู่แล้ว เช่น การตรวจตราตามรอบเวร

 

ส่วนกรณีที่ประชาชนกังวลว่าอาวุธและกระสุนที่ประสบอัคคีภัยนั้นเป็น อาวุธและกระสุนที่ใช้ดูแลพื้นที่ชายแดน จะส่งผลกระทบต่อกับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่หรือไม่นั้น พล.ต. วินธัยกล่าวว่า คลังดังกล่าวเป็นคลังระดับหน่วย เท่าที่ทราบปริมาณกระสุนไม่ได้มีจำนวนมาก จึงส่งผลกระทบไม่มากนัก เมื่อใช้หมดจึงจะมีการจัดหามาเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยนั้นก็มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และไม่มีอาวุธหนักเหมือนกับคลังอาวุธในระดับส่วนกลาง

The post ​โฆษก ทบ. แจงคลังอาวุธระเบิดคาดอากาศร้อนจัด ชี้เกิดวินาศกรรมได้ยาก-ดูแลตามมาตรฐานสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ สุรินทร์-ผบช.ตชด. รุดตรวจคลังอาวุธระเบิด เผยบ้านประชาชน พัง 12 หลัง สั่งกันพื้นที่อันตราย 500 เมตร https://thestandard.co/surin-weapon-depot-explosion-damage/ Wed, 25 Feb 2026 07:41:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1181600 ผู้ว่าฯ สุรินทร์และผบช.ตชด. ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังอาวุธระเบิดในจังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) เวลา 11.30 น. จำเริญ แหวนเพ็ชร ผ […]

The post ผู้ว่าฯ สุรินทร์-ผบช.ตชด. รุดตรวจคลังอาวุธระเบิด เผยบ้านประชาชน พัง 12 หลัง สั่งกันพื้นที่อันตราย 500 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ สุรินทร์และผบช.ตชด. ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังอาวุธระเบิดในจังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) เวลา 11.30 น. จำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) และตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคลังอาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) ระเบิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องประชุม กก.ตชด.21 จ.สุรินทร์

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากหน่วยงานความมั่นคงได้เข้าเก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้างและเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยแล้ว ได้ทำการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบรายละเอียดดังนี้:

 

  • พื้นที่ภายในค่าย ตชด.21: อาคารคลังเก็บอาวุธได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลัง โดยไม่มีอาคารหรือบ้านพักของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ได้รับผลกระทบ
  • พื้นที่ภายนอกค่าย: แรงอัดจากระเบิดส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ได้รับความเสียหายจำนวน 12 หลัง

 

เบื้องต้น องค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง (อบต.เฉนียง) ได้ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายเพื่อเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการแล้ว ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่อย่างรอบคอบ โดยยึดความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นหลัก พร้อมประกาศกันพื้นที่ห้ามเข้าใกล้ในระยะ 500 เมตร จากบริเวณรั้ว ตชด.21 และให้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

ด้าน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ระบุว่า สาเหตุที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าการจัดเก็บวัตถุระเบิดของหน่วยเป็นไปตามหลักยุทธวิธีทางทหารและมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีการตรวจสอบอาคารและระบบรักษาความปลอดภัยเป็นประจำทุกสัปดาห์และทุกเดือน

 

ผบช.ตชด. ยอมรับว่า รูปแบบความปลอดภัยมีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย สภาพอาคารที่ก่อสร้างมานานกว่า 40 ปี อาจมีความทรุดโทรมไปตามกาลเวลา สภาพอากาศ และงบประมาณ ประกอบกับความเก่าของอาวุธ กระสุน และวัตถุระเบิดที่จัดเก็บ แต่ยืนยันว่ากระบวนการจัดเก็บยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน

 

นอกจากนี้ ผบช.ตชด. ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ระมัดระวังการนำเสนอภาพข่าวที่เกี่ยวข้องกับยุทธวิธีทางทหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นความลับทางราชการ ที่อาจถูกนำไปใช้เป็นภัยต่อความมั่นคงได้ รวมถึงงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวที่ยังไม่ผ่านการคัดกรอง เพื่อป้องกันการสร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชน

 

สำหรับการปฏิบัติงานในช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ได้เข้าปฏิบัติการเป็นหน่วยแรก เพื่อทำการค้นหา เก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้าง และเคลียร์พื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่เพลิงไหม้ภายในคลังอาวุธอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสียหายและรวบรวมหลักฐานหาสาเหตุที่แท้จริงตามแผนปฏิบัติการต่อไป

 

อ้างอิง : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์

The post ผู้ว่าฯ สุรินทร์-ผบช.ตชด. รุดตรวจคลังอาวุธระเบิด เผยบ้านประชาชน พัง 12 หลัง สั่งกันพื้นที่อันตราย 500 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ – ผบ.ตร. ย้ำปมคลังกระสุน ตชด.21 ระเบิด ตัดทิ้งวินาศกรรม คาดอากาศร้อนทำยุทโธปกรณ์เก่าปะทุ https://thestandard.co/surin-bpp-explosion-no-sabotage/ Wed, 25 Feb 2026 05:56:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1181554 อนุทิน ชาญวีรกูล และ กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แถลงข่าวกรณีคลังกระสุน ตชด.21 ระเบิดที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) […]

The post นายกฯ – ผบ.ตร. ย้ำปมคลังกระสุน ตชด.21 ระเบิด ตัดทิ้งวินาศกรรม คาดอากาศร้อนทำยุทโธปกรณ์เก่าปะทุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล และ กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แถลงข่าวกรณีคลังกระสุน ตชด.21 ระเบิดที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุระเบิดภายในคลังสรรพาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 หรือ กก.ตชด.21 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยยืนยันว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การก่อวินาศกรรม แต่เป็นอุบัติเหตุทางเทคนิค

 

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและดูแลรักษายุทธภัณฑ์ จะต้องเพิ่มมาตรการควบคุมดูแลให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความมั่นคงหรือเหตุความไม่สงบใดๆ

 

ส่วนการอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงนั้น เป็นไปตามแผนเผชิญเหตุด้านความปลอดภัย เนื่องจากอาจมีวัตถุไวต่อการปะทุหลงเหลืออยู่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว เพื่อให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งล่าสุดสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม

 

อนุทิน ยังเปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับผู้บัญชาการทหารบกและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่ออัปเดตสถานการณ์ โดยกองทัพยืนยันความพร้อมในการดูแลผืนแผ่นดินและอธิปไตยของประเทศ ขณะที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่

 

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีเหตุระเบิดภายในคลังสรรพาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์ ว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ก่อสร้างมานานกว่า 39 ปี ภายในมีคลังอาวุธรวม 7 คลัง โดยเกิดเหตุขึ้น 2 คลัง ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนและเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี

 

ผบ.ตร. ยืนยันชัดเจนว่า สามารถตัดประเด็นการก่อวินาศกรรมออกไปได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีเจ้าหน้าที่จัดเวรยาม และมีรั้วรอบขอบชิด พร้อมตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งวันราชการและวันหยุด

 

สำหรับสาเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการปะทุของอุปกรณ์หรือเครื่องจุดระเบิดภายในคลัง อันเนื่องมาจากสภาพอากาศร้อน ประกอบกับอาวุธที่เก็บรักษาไว้อาจมีอายุการใช้งานมานานและเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว โดยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ

 

ผบ.ตร. ระบุด้วยว่า หากโครงสร้างอาคารมีปัญหา เหตุการณ์ลักษณะนี้น่าจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว จึงเชื่อว่าเป็นประเด็นทางเทคนิคเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์มากกว่า พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการลักลอบก่อเหตุของฝ่ายใด

 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด โดยจะมีการรายงานผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อกระบวนการพิสูจน์หลักฐานแล้วเสร็จ

 

เมื่อถามว่า การระบุว่าความร้อนอาจเป็นสาเหตุในการเกิดเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นการด่วนสรุปหรือไม่ ผบ.ตร. ยืนยันว่าไม่ใช่การด่วนสรุป ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยละเอียด

The post นายกฯ – ผบ.ตร. ย้ำปมคลังกระสุน ตชด.21 ระเบิด ตัดทิ้งวินาศกรรม คาดอากาศร้อนทำยุทโธปกรณ์เก่าปะทุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดตำรวจ เล็งปรับเกณฑ์ประเมินสายสืบสวนสอบสวน หวังเพิ่มประสิทธิภาพ-ความโปร่งใส https://thestandard.co/pm-police-board-discuss-reform-investigation/ Wed, 25 Feb 2026 03:49:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1181507 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   […]

The post นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดตำรวจ เล็งปรับเกณฑ์ประเมินสายสืบสวนสอบสวน หวังเพิ่มประสิทธิภาพ-ความโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 1/2569 ก่อนประชุมต่อเนื่องคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2569

 

วาระสำคัญอยู่ที่การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวน ให้เป็นตำแหน่งควบ ที่สามารถปรับระดับเพิ่ม–ลดได้ในตัวเอง เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565

 

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

 

ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีเหตุระเบิดที่คลังสรรพาวุธ กก.ตชด.21 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยนายกรัฐมนตรีพยักหน้า ก่อนชี้ไปยังโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในประเด็นดังกล่าวแทน

 

ทั้งนี้ การพิจารณาปรับโครงสร้างตำแหน่งสายงานสอบสวนครั้งนี้ ถูกจับตาว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูปตำรวจ โดยมุ่งเน้นสร้างความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสอบสวนให้เป็นธรรมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

The post นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดตำรวจ เล็งปรับเกณฑ์ประเมินสายสืบสวนสอบสวน หวังเพิ่มประสิทธิภาพ-ความโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร.สั่งด่วน กันบุคคลออกจากรัศมีเกิดเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธที่ ตชด.21 สุรินทร์ เชื่อไม่ใช่การก่อวินาศกรรม https://thestandard.co/police-chief-surin-armory-explosion/ Wed, 25 Feb 2026 00:49:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1181442 ภาพเจ้าหน้าที่เร่งกันคนออกจากพื้นที่เกิดเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 จ.สุรินทร์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ ) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้ […]

The post ผบ.ตร.สั่งด่วน กันบุคคลออกจากรัศมีเกิดเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธที่ ตชด.21 สุรินทร์ เชื่อไม่ใช่การก่อวินาศกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่เร่งกันคนออกจากพื้นที่เกิดเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธ ตชด.21 จ.สุรินทร์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ ) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนไปยัง พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) ผบก.ตชด.ภาค 2 และ ผกก.ตชด.ที่ 21

 

ให้เร่งเคลียร์พื้นที่ กันบุคคลออกนอกรัศมีเกิดเหตุระเบิดที่คลังสรรพาวุธ กก.ตชด.21 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อเวลา 19.45 น.ที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัย หากเหตุการณ์สงบให้เร่งตรวจสอบสาเหตุโดยด่วนต่อไป

 

เชื่อว่าไม่ใช่การก่อวินาศกรรม จุดเกิดเหตุเป็นคลังลูกกระสุนเก่า เก็บอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมสถานการณ์ เพื่อเข้าพิสูจน์ทราบและเคลียร์คนออกจากรัศมี อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

The post ผบ.ตร.สั่งด่วน กันบุคคลออกจากรัศมีเกิดเหตุระเบิดคลังสรรพาวุธที่ ตชด.21 สุรินทร์ เชื่อไม่ใช่การก่อวินาศกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ส่งกำลังพลร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข้อมูลจากทางราชการ https://thestandard.co/royal-thai-army-fire-surin/ Wed, 25 Feb 2026 00:46:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1181439 ทหารกองทัพบก ระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 ที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. กองทัพบ […]

The post ทบ. ส่งกำลังพลร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข้อมูลจากทางราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารกองทัพบก ระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 ที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. กองทัพบกได้รับรายงานด่วนจากกองทัพภาคที่ 2 กรณีเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังเก็บกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

 

ภายหลังรับแจ้งเหตุ กองทัพบกได้สั่งการให้มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) จัดส่งกำลังพลชุดปฏิบัติการพร้อมรถน้ำดับเพลิง ลงพื้นที่เข้าสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอย่างเร่งด่วน เพื่อระดมกำลังควบคุมเพลิงและระงับเหตุในเบื้องต้น

 

นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยในรัศมีโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ ในระยะนี้เพื่อความปลอดภัยและเปิดทางให้รถดับเพลิงรวมถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่

 

สำหรับประเด็นข้อสังเกตและกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมนั้น พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการควบคุมและตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางหน่วยงานยังไม่ได้รับรายงานยืนยันถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัด

 

โฆษกกองทัพบกจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ติดตามข้อมูลและประกาศจากทางราชการเป็นหลัก พร้อมทั้งระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการสร้างความตื่นตระหนกและสับสนในสังคม

The post ทบ. ส่งกำลังพลร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข้อมูลจากทางราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>