สุรสันต์ คงสิริ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุรสันต์-คงสิริ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 23 Jul 2026 10:29:32 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 โฆษกฯ กลาโหม เผยนายกฯ สั่งเร่งติดตามผู้ก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาสมาดำเนินคดี พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตเต็มที่ https://thestandard.co/narathiwat-attack-pm-orders/ Thu, 23 Jul 2026 10:29:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1234220 ภาพประกอบข่าวเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส

วันนี้ (23 กรกฎาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวง […]

The post โฆษกฯ กลาโหม เผยนายกฯ สั่งเร่งติดตามผู้ก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาสมาดำเนินคดี พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส

วันนี้ (23 กรกฎาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือให้เร่งสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด เพิ่มมาตรการด้านการข่าวให้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ดูแลและเยียวยาผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ตามสิทธิที่พึงจะได้รับ

 

ขณะเดียวกัน หน่วยงานในพื้นที่ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันความปลอดภัยให้กับประชาชน กำลังพล รวมถึงกลุ่มที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการก่อความไม่สงบ ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและตรวจสอบความชัดเจนของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ

 

ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ประณามผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ รวมถึงผู้มีส่วนร่วม เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม และไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่มีผู้ไร้เดียงสาและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องได้รับบาดเจ็บและได้รับผลกระทบจากเหตุครั้งนี้

The post โฆษกฯ กลาโหม เผยนายกฯ สั่งเร่งติดตามผู้ก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาสมาดำเนินคดี พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​​ทบ. เผยทหารกัมพูชายั่วยุ-ล้ำแนวชายแดนโอร์เสม็ด-ช่องจอม จนท. ยิงเตือนหลังเจรจาไม่เป็นผล ด้านกลาโหมเร่งเก็บหลักฐานละเมิดข้อตกลง https://thestandard.co/cambodia-border-provocation-warning-shots/ Thu, 14 May 2026 01:23:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1206959 เจ้าหน้าที่ทหารไทยเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

วานนี้ (13 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post ​​ทบ. เผยทหารกัมพูชายั่วยุ-ล้ำแนวชายแดนโอร์เสม็ด-ช่องจอม จนท. ยิงเตือนหลังเจรจาไม่เป็นผล ด้านกลาโหมเร่งเก็บหลักฐานละเมิดข้อตกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ทหารไทยเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

วานนี้ (13 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตรวจพบเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้กับช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ รวม 2 เหตุการณ์

 

โดยในช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.00 น. หน่วยได้ตรวจพบทหารกัมพูชาประมาณ 10-15 คน พร้อมด้วยชาวต่างชาติ 2 คน มีพฤติกรรมยั่วยุ โดยเข้ามาใกล้แนวเขตลวดหนามและทำการบันทึกวิดีโอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนด้วยวาจาแต่ไม่เป็นผล จึงดำเนินการยิงเตือนจำนวน 2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และป้องปรามการกระทำที่อาจขัดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ตลอดจนเพื่อลดความตึงเครียดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน

 

ต่อมาเมื่อเวลา 18.40 น. หน่วยได้ตรวจพบเหตุเพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณเดียวกัน โดยตรวจพบการยิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด จำนวนรวม 11 นัด ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่ได้มีการตอบโต้กลับ เนื่องจากประเมินว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา

 

ต่อมา พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้กองกำลังสุรนารีและหน่วยด้านความมั่นคงในพื้นที่ยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ

 

ทั้งนี้ การปฏิบัติของฝ่ายไทยและหน่วยในพื้นที่จะดำเนินการตามกฎการปะทะ (Rules of Engagement: ROE) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักความอดทน อดกลั้น และเป็นไปตามข้อตกลงร่วม รวมถึงกฎหมายและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

 

กองทัพไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หากเกิดสถานการณ์รุกล้ำหรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขตามแนวชายแดน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเป็นการยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด

 

ทั้งนี้ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากฝ่ายกัมพูชาในบางกรณีถือเป็นการไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งฝ่ายไทยจะรวบรวมข้อมูลและบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ รวมทั้งใช้วิจารณญาณในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันความสับสนจากข่าวบิดเบือนในยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร

The post ​​ทบ. เผยทหารกัมพูชายั่วยุ-ล้ำแนวชายแดนโอร์เสม็ด-ช่องจอม จนท. ยิงเตือนหลังเจรจาไม่เป็นผล ด้านกลาโหมเร่งเก็บหลักฐานละเมิดข้อตกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ประเดิมตั้ง ‘สุรสันต์’ นั่งโฆษกกระทรวง https://thestandard.co/defense-minister-adul-takes-office/ Fri, 24 Apr 2026 02:50:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1200731 รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

วันนี้ (24 เมษายน) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่ […]

The post รมว.กลาโหมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ประเดิมตั้ง ‘สุรสันต์’ นั่งโฆษกกระทรวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

วันนี้ (24 เมษายน) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการ และเป็นประธานจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ 139 ปี โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพและส่วนราชการในสังกัดเข้าร่วม

 

ในการนี้ ได้มีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณี ประกอบด้วย การสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลาว่าการกลาโหม จากนั้น มีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ ณ​ ลานอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติแก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ก่อนที่ ปลัดกระทรวงกลาโหมนำผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ามอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีแก่ พล.ท. อดุลย์ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท. อดุลย์ ได้ลงนามแต่งตั้งทีมโฆษกกระทรวงกลาโหมชุดใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงให้มีความรวดเร็ว ชัดเจน และเป็นเอกภาพ โดยมีรายชื่อดังนี้

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ เป็นโฆษกกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่หลักในการชี้แจงนโยบายและประเด็นสำคัญของกระทรวงต่อสาธารณชน

 

ขณะที่ตำแหน่งรองโฆษกกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร, น.อ. นรา คุณโฑถม ทีมโฆษกศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา และ น.ท. ณัฐนัย จันทร์เปล่ง ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านการสื่อสารองค์กรและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

 

สำหรับการจัดตั้งทีมโฆษกในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารกับประชาชน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภารกิจของกระทรวงกลาโหมในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงและการพัฒนาประเทศ

 

รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 1รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 2รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 3รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 4รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 5รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 6รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 7

The post รมว.กลาโหมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ประเดิมตั้ง ‘สุรสันต์’ นั่งโฆษกกระทรวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพแถลงย้ำ ไทยถูกโจมตีต่อเนื่อง และไม่มีการหยุดยิง โชว์ผลงานยึดพื้นที่ปราสาทคนา คืนสำเร็จ https://thestandard.co/thai-military-no-ceasefire-prasat-khana-retaken/ Sun, 14 Dec 2025 05:45:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1154500 กองทัพแถลงย้ำ ไทยถูกโจมตีต่อเนื่อง และไม่มีการหยุดยิง โชว์ผลงานยึดพื้นที่ปราสาทคนา คืนสำเร็จ

วันนี้ (14 ธันวาคม) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย […]

The post กองทัพแถลงย้ำ ไทยถูกโจมตีต่อเนื่อง และไม่มีการหยุดยิง โชว์ผลงานยึดพื้นที่ปราสาทคนา คืนสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพแถลงย้ำ ไทยถูกโจมตีต่อเนื่อง และไม่มีการหยุดยิง โชว์ผลงานยึดพื้นที่ปราสาทคนา คืนสำเร็จ

วันนี้ (14 ธันวาคม) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นำโดย พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก และกองทัพเรือ ร่วมแถลงสรุปสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงมีความตึงเครียดและมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่ มาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เสนอให้รัฐบาลกัมพูชาระงับการเดินทางออกนอกประเทศทางบกของคนไทยและชาวต่างชาติว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

 

ในส่วนของไทย ยืนยันการปฏิบัติตามหลักสากลและดูแลชาวต่างชาติรวมถึงชาวกัมพูชาในไทยเป็นอย่างดี สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางออกจากกัมพูชา สถานกงสุลใหญ่พร้อมอำนวยความสะดวกทางอากาศ โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินจากเสียมราฐรองรับได้วันละ 1,000 ที่นั่ง และออกเอกสารเดินทางฉุกเฉินให้ได้ทันที

 

นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ แถลงประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 19.00 – 05.00 น. ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดตราด ได้แก่ อำเภอคลองใหญ่, อำเภอบ่อไร่, อำเภอแหลมงอบ, อำเภอเขาสมิง และอำเภอเมืองตราด เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากมีการรบกวนจากฝ่ายกัมพูชาอย่างหนักในพื้นที่ชุมชน

 

พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยความสำเร็จในการยึดคืนพื้นที่บริเวณปราสาทคนา ที่ทหารกัมพูชาสร้างคูเลตลุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยไทยและใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร พร้อมประกาศเป้าหมายปฏิบัติการ 2 ข้อหลัก คือ 1. สถาปนาแนวชายแดนคืน และ 2. ทำลายขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชาให้สิ้นสภาพ

 

กองทัพบกสรุปความสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา (กองทัพภาคที่ 1 และ 2) ล่าสุดประกอบด้วย:

  • ฐานที่มั่น/ที่ตั้งทางทหาร 51 แห่ง
  • ทหารเสียชีวิตประมาณ 221 ราย
  • ยุทโธปกรณ์ถูกทำลายจำนวนมาก อาทิ รถถัง 10 คัน, ยานเกราะ 9 คัน, โดรน 68 ลำ, ปืนใหญ่/ปืน ค. 7 กระบอก และระบบจรวด BM-21

 

โฆษกกระทรวงกลาโหม รายงานเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา กัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้าใส่ชุมชนใน จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย (กลับบ้านได้แล้ว 1 ราย) พร้อมยืนยันว่าข่าวลือผู้บาดเจ็บแขนขาด ‘ไม่เป็นความจริง’ เป็นเพียงอาการกระดูกหัก ทั้งนี้ ไทยขอประณามการกระทำของกัมพูชาที่เลือกโจมตีเป้าหมายพลเรือน

 

ทั้งนี้ ยืนยันฝ่ายไทยไม่ได้ยกระดับความขัดแย้งเพิ่มซึ่งการดำเนินการของฝ่ายไทยเพื่อป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และเป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามความมั่นคงที่ฝ่ายกัมพูชาได้ทำมา

 

ส่วนที่ฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติการทหารไม่ยอมรับ การเจรจาหยุดยิง โฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า การปฏิบัติการทางทหารเพื่อนำสันติภาพและความสงบสุขกลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชน จากภัยคุกคามที่มีอยู่ เราจึงจำเป็นต้องลิดรอนขีดความสามารถของภัยคุกคาม แต่เมื่อสันติภาพและความสงบสุขกลับคืนมา การปฏิบัติการทางทหาร ก็จะสิ้นสุดลงเช่นเดียวกัน

 

ทั้งนี้ ประเทศไทย เปิดกว้างในการเจรจาทางการทูตตลอดเวลา เพียงแต่การดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาเราไม่สามารถที่จะเจรจาได้เพราะฝ่ายกัมพูชาไม่พร้อมที่จะเจรจา โดยในเรื่องความเป็นภัยคุกคามยังคงมีอยู่ พร้อมย้ำ เราต้องให้ฝ่ายกัมพูชาสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ก่อน ที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป

 

ส่วนข้อเรียกร้องที่ไทยส่งไปยังประชาคมโลก โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ไทยขอ ให้ประชาคมระหว่างประเทศจับตาบริบทด้านความมั่นคงในพื้นที่จริงและสนับสนุนแนวทางการช่วยเหลือคุ้มครองพลเรือน ลดความตึงเครียด และเคารพอธิปไตย สำหรับเป้าหมายของไทยคือการเสริมสันติภาพให้กับพื้นที่ให้กับประเทศรักษาป้องกันอธิปไตยของไทยได้อย่างยั่งยืน

The post กองทัพแถลงย้ำ ไทยถูกโจมตีต่อเนื่อง และไม่มีการหยุดยิง โชว์ผลงานยึดพื้นที่ปราสาทคนา คืนสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลาโหม เผยกัมพูชายังโจมตีหนักด้วย ‘โดรนกามิกาเซ่ – จรวด BM-21’ ใช้บ้านประชาชนเป็นฐานยิง ไทยสูญเสียกำลังพลรวม 9 นาย https://thestandard.co/thai-military-casualties-9-dead-bm21/ Thu, 11 Dec 2025 05:18:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1153464 กลาโหม เผยกัมพูชายังโจมตีหนักด้วย ‘โดรนกามิกาเซ่ - จรวด BM-21’ ใช้บ้านประชาชนเป็นฐานยิง ไทยสูญเสียกำลังพลรวม 9 นาย

วันนี้ (11 ธันวาคม) ที่ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแด […]

The post กลาโหม เผยกัมพูชายังโจมตีหนักด้วย ‘โดรนกามิกาเซ่ – จรวด BM-21’ ใช้บ้านประชาชนเป็นฐานยิง ไทยสูญเสียกำลังพลรวม 9 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลาโหม เผยกัมพูชายังโจมตีหนักด้วย ‘โดรนกามิกาเซ่ - จรวด BM-21’ ใช้บ้านประชาชนเป็นฐานยิง ไทยสูญเสียกำลังพลรวม 9 นาย

วันนี้ (11 ธันวาคม) ที่ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าสถานการณ์ในพื้นที่ของ กองทัพบก ยังคงตึงเครียด ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยอาวุธหนัก อาทิ จรวดหลายลำกล้อง (BM-21), ปืนครก และการใช้โดรนกามิกาเซ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณช่องอานม้า และเนิน 667

 

ในส่วนของ กองทัพเรือ ได้ดำเนินกลยุทธ์ตามแผนยุทธการตราดปราบปรปักษ์ ในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งมีความคืบหน้าในการปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ด้าน กองทัพอากาศ ยังคงปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดินในการรุกคืบอย่างมีประสิทธิภาพ

 

โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากการตรวจพบในสนามรบว่า ทหารกัมพูชาได้มีการใช้บ้านเรือนประชาชนเป็นป้อมปราการทางทหาร โดยมีการติดตั้งปืนกลภายในบ้านพักอาศัย ซึ่งถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ ในการใช้มนุษย์เป็นโล่กำบัง

 

“เป็นที่น่าเสียใจที่กำลังพลของไทยสูญเสียจากการปะทะเพิ่มอีก 2 นาย แบ่งเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1 นาย และกองทัพภาคที่ 2 อีก 1 นาย ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดกำลังพลพลีชีพสะสมรวม 9 นาย และมีผู้บาดเจ็บประมาณ 120 นาย” พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าว

 

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยภาพความเสียหายของถนนหนทางและบ้านเรือนประชาชนในจังหวัดตราดที่ถูกถล่มด้วยจรวด BM-21 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบวงกว้างต่อพลเรือน โดยมีการสรุปสถิติ ณ วันที่ 10 ธันวาคม (เวลา 16.00 น.) ดังนี้:

 

  • ผู้พลัดถิ่น: ประชาชนต้องอพยพเข้าสู่ศูนย์พักพิงรวม 199,618 คน
  • ศูนย์พักพิง: เปิดรองรับแล้ว 849 แห่ง
  • ผู้เสียชีวิต (พลเรือน): 3 ราย
  • สถานพยาบาล: โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 19 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อีก 180 แห่ง จำเป็นต้องอพยพผู้ป่วยออกจากพื้นที่เสี่ยง

 

ในช่วงท้าย โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ที่ใช้อาวุธหนักยิงถล่มโดยไม่เลือกเป้าหมาย (Indiscriminate attacks) จนสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนไทย

The post กลาโหม เผยกัมพูชายังโจมตีหนักด้วย ‘โดรนกามิกาเซ่ – จรวด BM-21’ ใช้บ้านประชาชนเป็นฐานยิง ไทยสูญเสียกำลังพลรวม 9 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือชี้แจงกำลังพลนาวิกโยธินยังเข้ายึดพื้นที่ไม่ได้ เหตุมีทหารกัมพูชาหลบอยู่-ปืนใหญ่ยิงสนับสนุน ขอประชาชนร่วมบริจาคโลหิตสำรอง https://thestandard.co/thai-navy-trart-operation-marines-update/ Wed, 10 Dec 2025 12:05:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1153325 thai-navy-trart-operation-marines-update

วันนี้ (10 ธันวาคม) ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดน […]

The post กองทัพเรือชี้แจงกำลังพลนาวิกโยธินยังเข้ายึดพื้นที่ไม่ได้ เหตุมีทหารกัมพูชาหลบอยู่-ปืนใหญ่ยิงสนับสนุน ขอประชาชนร่วมบริจาคโลหิตสำรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-navy-trart-operation-marines-update

วันนี้ (10 ธันวาคม) ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ททบ.5 พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสรุปสถานการณ์ภาพรวมไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้การปฏิบัติการเกิดขึ้นตลอดแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ในขณะที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ปฏิบัติการเชิงรุกไปยังประชาคมโลก ชี้แจงจุดยืนและแนวปฏิบัติของทหารไทยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนัก พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในกัมพูชาหากไม่มีเหตุจำเป็นในการพำนักในกัมพูชาให้พิจารณาเดินทางออก และงดเว้นการเดินทางไปยังกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งในกรณีต้องการความช่วยเหลือหรือเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ หรือ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ

 

ขณะที่ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงปฏิบัติการตราดปรปักษ์ ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ว่า เราพยายามทำลายอาวุธสนับสนุนของกัมพูชา เพื่อไม่ให้ต่อตีกำลังพลฝ่ายไทยที่จะเข้ายึดพื้นที่ได้ จากภาพจะเห็นหลุมปืนของฝ่ายกัมพูชาที่วางกำลังอยู่โดยรอบ และยิงสนับสนุนเข้าไปในพื้นที่บ้าน 3 หลัง ซึ่งขณะนี้ตัวบ้าน 3 หลัง ได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว 100%

 

แต่เนื่องจากยังมีกำลังพลกัมพูชาหลบอยู่ตามคูเลต ทำให้กำลังพลทหารราบนาวิกโยธินยังไม่สามารถเข้าไปยึดพื้นที่ได้ เพราะยังมีการต่อต้านจากปืนใหญ่ และปืน ค.ของฝ่ายข้าศึก ดังนั้น 2 วันนี้ (9-10 ธันวาคม 68) ฝ่ายไทยจึงต้องพยายามลิดรอนทำลายภัยคุกคามที่จะมีผลต่อฝ่ายไทย

 

ส่วนการโจมตีตึกที่มั่นทางทหาร (คาสิโน) ไม่ได้โจมตีเพื่อทำลายตัวอาคาร แต่โจมตีเพื่อทำลายที่มั่นทางทหารของกัมพูชา เพื่อลดขีดความสามารถในการเป็นภัยคุกคามกับฝ่ายไทย ยืนยันว่าไทยตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามอย่างมีสัดส่วน สมเหตุสมผล ไม่ได้ต้องการทำลายราบเป็นหน้ากลอง

 

ด้าน พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กัมพูชาได้ใช้ BM-21 และโดรนสังหาร โจมตีมาที่ฐานปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการที่ 22 ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย มีการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งยอดรวมของตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดขณะนี้ 16 นาย โดย 12 นาย ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อีก 4 นาย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งตำรวจทั้ง 4 นาย ได้ร้องขอผู้บังคับบัญชากลับปฏิบัติหน้าที่ที่แนวหน้าร่วมกับเพื่อนตำรวจและเพื่อนทหาร ขอยืนยันว่าทางตำรวจยังมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยมในการรักษาอธิปไตยร่วมกับเหล่าทัพ

 

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยกระดับการคัดกรองบุคคล เข้าประเทศไทย ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เพื่อป้องกันเหตุในการแฝงตัวทุกรูปแบบ และสั่งให้มีการตรวจสอบจุดที่มีการพักอาศัยของชาวต่างด้าว เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีลอบมาก่อเหตุความไม่สงบ

 

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ตามแผนพิทักษ์ส่วนหลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ตามหลักการพลเรือนต้องปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาล เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังสั่งการให้โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลในสังกัดเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงเชิญชวนข้าราชการตำรวจ และประชาชน ร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อเป็นโลหิตสำรองสำหรับสถานการณ์ในครั้งนี้

 

ภาพการแถลงข่าวของ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ภาพการแถลงข่าวของ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ภาพการแถลงข่าวของ นาวาเอก นรา คุณโฑถม

The post กองทัพเรือชี้แจงกำลังพลนาวิกโยธินยังเข้ายึดพื้นที่ไม่ได้ เหตุมีทหารกัมพูชาหลบอยู่-ปืนใหญ่ยิงสนับสนุน ขอประชาชนร่วมบริจาคโลหิตสำรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลาโหมแจง 5 เหตุผลไทยต้องตอบโต้ทางทหาร หลังกัมพูชาโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธหนัก ยันไทยยึดหลักมนุษยธรรม ผิดกับอีกฝ่ายที่มุ่งเป้าผู้บริสุทธิ์ https://thestandard.co/mod-5-reasons-military-response/ Tue, 09 Dec 2025 05:07:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1152672 กลาโหมแจง 5 เหตุผลไทยต้องตอบโต้ทางทหาร หลังกัมพูชาโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธหนัก ยันไทยยึดหลักมนุษยธรรม ผิดกับอีกฝ่ายที่มุ่งเป้าผู้บริสุทธิ์

วันนี้ (9 ธันวาคม) พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรว […]

The post กลาโหมแจง 5 เหตุผลไทยต้องตอบโต้ทางทหาร หลังกัมพูชาโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธหนัก ยันไทยยึดหลักมนุษยธรรม ผิดกับอีกฝ่ายที่มุ่งเป้าผู้บริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลาโหมแจง 5 เหตุผลไทยต้องตอบโต้ทางทหาร หลังกัมพูชาโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธหนัก ยันไทยยึดหลักมนุษยธรรม ผิดกับอีกฝ่ายที่มุ่งเป้าผู้บริสุทธิ์

วันนี้ (9 ธันวาคม) พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม นำทีมโฆษกเหล่าทัพแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่วานนี้ (8 ธันวาคม) โดยระบุว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ยิงถล่มเข้าใส่พื้นที่พักอาศัยของพลเรือน

 

ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนเข้าสู่ศูนย์พักพิงฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังตรวจพบการเคลื่อนย้ายอาวุธยิงระยะไกลเข้ามาประชิดพื้นที่ไทยอีกด้วย

 

โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อคณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 73 ประเทศ ถึงเหตุผลที่ไทยไม่สามารถใช้ความอดทนอดกลั้นได้อีกต่อไป ประกอบด้วย:

 

1. พฤติกรรมรุกรานซ้ำซาก: กัมพูชายังคงใช้วิธีการเดิมในการรุกรานและยั่วยุ เช่น การลอบวางทุ่นระเบิด แม้ฉากหน้าจะเรียกร้องสันติภาพ แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นผู้เริ่มก่อเหตุเสมอ

2. ความจำเป็นในการปกป้องดินแดน: ไทยมุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางทหารจนถึงที่สุด

3. ประชาชนหมดความอดทน: คนไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทย รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

4. ปฏิบัติการจะดำเนินจนกว่าท่าทีเปลี่ยน: ปฏิบัติการทางทหารของไทยจะดำเนินต่อไปจนกว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนจุดยืนและกลับสู่หนทางสันติภาพอย่างแท้จริง

5. การละเมิดข้อตกลง: กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและถ้อยแถลงร่วมที่เคยลงนามไว้ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ อย่างชัดเจน

 

พลเรือตรี สุรสันต์ ยืนยันว่า ปฏิบัติการของฝ่ายไทยเป็นไปตาม หลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยจำกัดเป้าหมายเฉพาะฐานที่มั่นทางทหารเพื่อลดทอนขีดความสามารถในการสู้รบของคู่กรณีเท่านั้น มีการแยกแยะเป้าหมายชัดเจนและคำนึงถึงความจำเป็นทางทหาร

 

ต่างจากการกระทำของฝ่ายกัมพูชาโดยสิ้นเชิง ที่จงใจใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือน สถานพยาบาล และชุมชน เพื่อสร้างความโกลาหลและความตื่นตระหนกแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์

 

โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ไทยต้องการสันติภาพ แต่สันติภาพนั้นจะต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนเป็นสำคัญ

The post กลาโหมแจง 5 เหตุผลไทยต้องตอบโต้ทางทหาร หลังกัมพูชาโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธหนัก ยันไทยยึดหลักมนุษยธรรม ผิดกับอีกฝ่ายที่มุ่งเป้าผู้บริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลยืนยัน​กัมพูชา​ละเมิด​ Joint Declaration​ ชัดเจน​ พบความพยายามเข้าพื้นที่อธิปไตยไทย​ วางทุ่นระเบิดใหม่​ ย้ำไม่ปล่อย​ 18 เชลยศึก จนกว่าเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง https://thestandard.co/cambodia-mines-border-holds-18/ Mon, 17 Nov 2025 09:18:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1144176 รัฐบาลยืนยัน กัมพูชา ละเมิด Joint Declaration ชัดเจน พบความพยายามเข้าพื้นที่อธิปไตยไทย วางทุ่นระเบิดใหม่ ย้ำไม่ปล่อย 18 เชลยศึก จนกว่าเป็นปรปักษ์สิ้นสุดลง

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุ […]

The post รัฐบาลยืนยัน​กัมพูชา​ละเมิด​ Joint Declaration​ ชัดเจน​ พบความพยายามเข้าพื้นที่อธิปไตยไทย​ วางทุ่นระเบิดใหม่​ ย้ำไม่ปล่อย​ 18 เชลยศึก จนกว่าเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลยืนยัน กัมพูชา ละเมิด Joint Declaration ชัดเจน พบความพยายามเข้าพื้นที่อธิปไตยไทย วางทุ่นระเบิดใหม่ ย้ำไม่ปล่อย 18 เชลยศึก จนกว่าเป็นปรปักษ์สิ้นสุดลง

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเจรจาการค้าไทยกับต่างประเทศ

 

สิริพงศ์กล่าวว่า ตั้งแต่ 10 พฤศจิกายนที่มีเหตุอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น คือทหารไทยได้เหยียบกับระเบิดที่ทหารกัมพูชาวาง หลังลงนามปฏิญญาสันติภาพ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าหลังจากที่ข้อมูลนั้นออกไปแล้ว ผ่านการนำเสนอข่าวสารต่างๆ อาจจะมาในห้วงเวลาที่แตกต่างกัน อาจจะนำมาซึ่งความสับสนของสังคมว่าสรุปแล้วสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเดินหน้าเจรจาการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศจะเป็นอย่างไร

 

ดังนั้นวันนี้จึงเป็นที่มาของการมานำเสนอข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนทุกคนรับทราบว่า ก้าวย่างต่อไปจากนี้รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ขอยืนยันว่านายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา และต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์สุขของคนไทยและดำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติไทย
พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสถานการณ์ด้านความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เหตุการณ์ทหารได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ถึงก่อน 10 พฤศจิกายน 2568 ยอดทหารผู้บาดเจ็บรวม 16 นาย บาดเจ็บขาขาด 6 นาย บาดเจ็บจากแรงกระแทก 10 นาย แต่หากรวมเหตุการณ์ทั้งหมด ยอดผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 20 นาย บาดเจ็บขาขาด 7 นาย ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและสะเก็ดระเบิดจำนวน 13 ราย ซึ่งพื้นที่ต่างๆ ที่เกิดเหตุล้วนเป็นพื้นที่ในอธิปไตยของไทย ซึ่งยังเป็นข้อสงสัยตลอดเวลาว่าเหตุใดจึงมีทุ่นระเบิดในพื้นที่เหล่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมา มีหน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่อยู่ในอาณาเขตของไทย อย่างล่าสุดบริเวณห้วยตามาเรีย มะเขือ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ลาดตระเวนประจำ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บขาขาด 1 นาย บาดเจ็บจากแรงกระแทกและสะเก็ดระเบิด 3 ราย ซึ่งบริเวณดังกล่าวยังพบทุ่นระเบิด PMN-2 อีก 3 ลูก การวางลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่ามุ่งประสงค์ต่อชีวิต ไม่ใช่แค่ทำให้ทุพพลภาพ และเป็นพื้นที่ขุดใหม่

 

สำหรับหลักการปฏิบัติที่ผ่านมา ไทยในฐานะภาคีกับอนุสัญญาออตตาวา ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ทั้งการรายงานต่อคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวาอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงว่าไทยไม่มีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในการครอบครอง

 

ขณะที่การวางทุ่นระเบิด PMN-2 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา น่าจะเป็นการวางใหม่ เพราะผู้ที่จะสามารถวางทุ่นระเบิดใหม่ได้ในพื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศ คงไม่ใช่ฝ่ายไทย เนื่องจากไทยไม่มีทุ่นระเบิดในครอบครอง จึงเป็นทางกัมพูชาเป็นหลัก สังเกตได้จากสภาพของ PMN-2 ที่มีสัญลักษณ์ต่างๆ และสภาพพื้นผิว รวมถึงสภาพดิน
ส่วนหลักฐานอีกหนึ่งอย่างคือชิ้นส่วนที่ตรวจพบหลังจากที่กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด จะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนของ PMN-2 อยู่ในพื้นที่อย่างชัดเจน ประกอบกับคลิปวิดีโอหลักฐานที่ชัดเจน

 

ทั้งนี้ มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการละเมิดถ้อยแถลงสันติภาพ (Joint Declaration) ที่ลงนามระหว่างไทยและกัมพูชา มีความพยายามเข้ามาในดินแดนไทยเพื่อวางทุ่นระเบิด และกัมพูชาไม่ได้ใช้สันติวิธี รวมถึงใช้อาวุธแทรกซึม ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และเป็นภัยคุกคามอย่างชัดเจน
ในอนาคต จากการละเมิด Joint Declaration ฝ่ายไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะระงับการปฏิบัติร่วมตามแผน Action Plan ในการถอนอาวุธหนัก ซึ่งถือว่าทุกอย่างต้องชะลอและหยุดไว้ก่อน

 

แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในดินแดนไทยใน 13 พื้นที่ และกองทัพไทยยืนยันความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของดินแดน รวมถึงยังคงปราบปรามสแกมเมอร์ เก็บกู้ทุ่นระเบิด และเดินหน้าปักปันหมุดชั่วคราวอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

 

ส่วนการปล่อยเชลยศึกทั้ง 18 คน จะเป็นเรื่องสุดท้าย เมื่อเห็นว่ากัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ ซึ่งต้องดูจากความจริงใจและความรับผิดชอบของฝ่ายกัมพูชา โดยเหตุการณ์วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ทำให้การประชุมระหว่างคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ทั้งสองฝ่ายชะงักลง

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า การวางทุ่นระเบิดไม่ใช่หลักเขตแดน ไม่ใช่เครื่องมือเพื่อความมั่นคง โดยเฉพาะทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพราะเป็นอาวุธที่ทำร้ายบุคคล และส่งผลกระทบต่อชีวิตจิตใจของผู้บาดเจ็บและครอบครัว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมอนุสัญญาออตตาวาจึงพยายามห้ามการใช้

 

ขณะที่ นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการทันทีในทุกระดับ โดยสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ประท้วงไปยังรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชาถึงสองครั้ง และทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการผ่านสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย

 

นอกจากนี้ ได้หารือกับสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีทำหนังสือถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อย้ำว่าไทยยึดมั่นในเส้นทางสันติภาพ เคารพประกาศร่วม แต่จากการละเมิดของกัมพูชา ไทยจำเป็นต้องสงวนสิทธิ์ในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน ไทยจะกลับไปปฏิบัติตามอีกครั้งเมื่อกัมพูชาปฏิบัติตาม

 

สำหรับการหารือกับผู้นำสองประเทศที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญคือการแยกเรื่องทวิภาคีไทย-กัมพูชาออกจากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และไทยได้ขอให้ประธานอาเซียนช่วยฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพ โดยต้องการให้กัมพูชากล่าวขอโทษ แสดงความรับผิดชอบ และป้องกันเหตุซ้ำ

 

นิกรเดชยังระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประท้วงในกรอบอนุสัญญาออตตาวาไปยังญี่ปุ่นในฐานะประธานการประชุมภาคี รวมถึงทำหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ (UNSG) และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เกี่ยวกับการลุกล้ำอธิปไตยไทย

 

นิกรเดชกล่าวต่อว่า ไทยจะเดินหน้าชี้แจงต่อประชาคมโลก โดยสีหศักดิ์จะเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอินโด-แปซิฟิก (IPMF) ครั้งที่ 4 และแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ ไทยจะยกประเด็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาในที่ประชุมภาคีรัฐอนุสัญญา ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม ที่นครเจนีวา

 

นอกจากนี้ ไทยยังเดินหน้าประเด็นสำคัญในการประชุมอาเซียนและเอเปก คือการปราบปรามสแกมเมอร์ โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในเดือนธันวาคมนี้

The post รัฐบาลยืนยัน​กัมพูชา​ละเมิด​ Joint Declaration​ ชัดเจน​ พบความพยายามเข้าพื้นที่อธิปไตยไทย​ วางทุ่นระเบิดใหม่​ ย้ำไม่ปล่อย​ 18 เชลยศึก จนกว่าเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.กลาโหมย้ำ ไม่มีการเปิดด่านขณะนี้ รอประเมินความจริงใจของกัมพูชา https://thestandard.co/deputy-defense-minister-no-checkpoint-opening/ Thu, 11 Sep 2025 05:44:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1118102 รมช.กลาโหม เปิดด่าน กัมพูชา

วันนี้ (11 กันยายน) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวง […]

The post รมช.กลาโหมย้ำ ไม่มีการเปิดด่านขณะนี้ รอประเมินความจริงใจของกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.กลาโหม เปิดด่าน กัมพูชา

วันนี้ (11 กันยายน) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย – กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1 ณ จังหวัดเกาะกง กัมพูชา เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้กลไกทวิภาคีเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดตามแนวชายแดน โดยมี พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมและย้ำว่า “การปกป้องอธิปไตยของชาติต้องเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการดูแลปากท้องประชาชนและผู้ประกอบการในประเทศ”

 

ประเด็นสำคัญที่ที่ประชุม GBC เห็นพ้องร่วมกัน

 

1.การถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูง ออกจากพื้นที่ชายแดน โดยฝ่ายเลขานุการ GBC และ RBC จะหารือภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนและเริ่มเคลื่อนย้ายกำลัง พร้อมให้คณะผู้สังเกตการณ์ IOT เข้าร่วมเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

 

2.การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน เริ่มภายใน 1 เดือน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่

 

3.การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ (Scammer) ตั้งคณะทำงานร่วมภายใน 1 สัปดาห์ โดยฝ่ายไทยส่งข้อมูลและพิกัดสแกมเซนเตอร์กว่า 60 แห่งให้กัมพูชาดำเนินการ ถือเป็นครั้งแรกที่กัมพูชาตอบรับความร่วมมือ ซึ่งไทยจะติดตามผลในการประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งต่อไปภายใน 30 วัน

 

4.การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน โดยให้ JBC กำหนดเส้นเขตแดนที่ชัดเจน และ RBC จัดทำแนวทางบริหารจัดการตามกรอบ JBC สำหรับกรณีบ้านหนองจาน ผู้ว่าฯ สระแก้วและจังหวัดบันเตียเมียนเจยกำลังประสานงานเพื่อบริหารพื้นที่อย่างสงบเรียบร้อย

 

5,การผ่อนปรนการผ่านแดน กระทรวงกลาโหมย้ำว่า ยังไม่มีการเปิดด่านในขณะนี้ การหารือเป็นเพียงเชิงหลักการ หากดำเนินการในอนาคตจะผ่อนปรนเฉพาะรถขนส่งสินค้า ไม่ใช่บุคคล และต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องจำนวนเที่ยวหรือรายกรณี ขึ้นอยู่กับระดับความพร้อมและสถานการณ์ในพื้นที่

 

การจัดโซนชายแดนตามระดับความตึงเครียด

กระทรวงกลาโหมกำหนด 3 โซน ได้แก่

 

โซนที่ 1: ความตึงเครียดสูงสุด (กองทัพภาคที่ 2 – อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์)

 

โซนที่ 2: ความตึงเครียดปานกลาง (กองทัพภาคที่ 1 – สระแก้ว)

 

โซนที่ 3: ความตึงเครียดน้อย (กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด)

 

โดยจะเริ่มนำร่องมาตรการผ่อนปรนในโซนที่ 3 ก่อน และมอบหมายให้ RBC กำหนดรายละเอียด เช่น ประเภทสินค้า เวลาผ่านแดน และจำนวนเที่ยวรถ โดยบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหอการค้า กรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม

 

เน้นปกป้องอธิปไตยควบคู่การดูแลประชาชน

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายสำคัญแก่ พล.อ.ณัฐพล ให้ปกป้องอธิปไตยชาติ พร้อมดูแลประชาชน เพราะความตึงเครียดที่ยืดเยื้อกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และครัวเรือน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะทำให้การเจรจาเดินหน้าได้จริงคือ ความจริงใจและการปฏิบัติตามข้อตกลงของฝ่ายกัมพูชา หากไม่มีการปฏิบัติจริง ความร่วมมือที่ตกลงกันไว้ย่อมไม่เกิดผล และจะเป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายสถานการณ์

The post รมช.กลาโหมย้ำ ไม่มีการเปิดด่านขณะนี้ รอประเมินความจริงใจของกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. ขออภัยเยียวยาประชาชนชายแดนล่าช้า เผยเริ่มจ่ายพรุ่งนี้ที่อุบลฯจังหวัดแรก ชี้กัมพูชายังละเมิดหยุดยิงต่อเนื่อง https://thestandard.co/border-situation-update-thailand/ Mon, 25 Aug 2025 12:28:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1111126 border-situation-update-thailand

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล นิกรเดช พลางกูร อธ […]

The post ศบ.ทก. ขออภัยเยียวยาประชาชนชายแดนล่าช้า เผยเริ่มจ่ายพรุ่งนี้ที่อุบลฯจังหวัดแรก ชี้กัมพูชายังละเมิดหยุดยิงต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
border-situation-update-thailand

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษก ศบ.ทก.ด้านการต่างประเทศ, พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก.ด้านความมั่นคง และนาวาอากาศเอก กฤษณัส กาญจนกุล ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานบูรณาการระบบอากาศยานไร้คนขับ และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับกองทัพอากาศ

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงว่า ในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังตรึงกำลังในฐานที่ตั้ง ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวของกองกำลังที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบการวางลักลอบใช้ทุ่นระเบิด BHQ ของกัมพูชาในเขตอธิปไตยไทย แม้ฝ่ายไทยจะผลักดันออกไปได้ แต่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง GBC อย่างต่อเนื่อง โดยที่ ไทยยังคงดำรงการเฝ้าตรวจและป้องกันพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

 

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชาจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ที่ด่านบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี โดยมี พล.ร.ท. อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด และ แอ๊ก ซอมโอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 กองทัพบก กัมพูชา เป็นประธานร่วม 

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบปฏิบัติตามข้อตกลง 13 ข้อจากคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) เมื่อ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งหารือเรื่องความร่วมมือกู้ทุ่นระเบิดและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนที่จะถูกหารือในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งฝ่ายไทยเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความจริงใจในการเก็บทุ่นระเบิดที่คงค้างอยู่ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ศบ.ทก. ได้ขอบคุณประชาชนชาวไทยทุกคนที่ได้ส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดำรงรักษาที่มั่นอธิปไตยของชาติ ตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568

 

หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงอธิปไตยของไทย คือการเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา โดยกองกำลังสุรนารีได้จัดสร้างเสาธงสเตนเลสถาวร บนยอดภูมะเขือ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ การก่อสร้างดังกล่าวดำเนินการโดยชุดทหารช่างจากกองพันทหารช่างที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 และกองพลทหารราบที่ 11 ใช้เวลาติดต่อกันถึง 3 วัน 3 คืน ท่ามกลางสายฝน

 

ระหว่างการปฏิบัติการ ได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด ซึ่งถือเป็นสิ่งที่คนไทยให้ความเชื่อและศรัทธา ก่อนจะมีพิธีอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาอย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 โดยก่อนนั้น พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ 

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจติดตามและปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองกำลัง พร้อมทั้งจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน รวมถึงรื้อถอนร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีด้วย BM-21 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและเป็นปกติในเร็ววัน

 

ส่วนเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาและดูแลสุขภาพจิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้น  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รายงานความคืบหน้าในที่ประชุมศบ.ทก.ว่า จะเริ่มดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ โดยจังหวัดอุบลราชธานีจะเป็นจังหวัดแรกที่ได้รับเงิน จากนั้นเป็นจังหวัดบุรีรัมย์,สุรินทร์ และศรีสะเกษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานจากประชาชน หากยื่นได้ครบ เงินเยียวยาจะถึงมือได้เร็วขึ้น

 

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงด้วยว่า ปัญหาความล่าช้าในการสั่งจ่ายงบประมาณยังคงมีอยู่ แต่ขณะนี้กำลังเร่งแก้ไขกระบวนการให้มีความรวดเร็วขึ้น พร้อมขออภัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่ารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและทันการณ์

 

ส่วนความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ช่วงที่ผ่านมาได้ตรวจพบความพยายามโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และการแฮ็กข้อมูลหลายกรณี อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้เฝ้าระวังและตรวจสอบภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรวบรวม วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ รวมถึงกำหนดท่าทีที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจน

 

ขณะที่ นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษก ศบ.ทก.ด้านการต่างประเทศกล่าวว่า มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ระหว่าง วันที่ 26-28 สิงหาคม ซึ่งครั้งนี้เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการกระทำที่กัมพูชา วางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตอธิปไตยของไทย 

 

จนเกิดเหตุการณ์ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากระเบิดแล้วหลายครั้ง ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการละเมิด อนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเข้าพบกับหน่วยงานสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทุ่นระเบิด 

 

รวมถึงคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา เรายืนยันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์และให้เห็นว่าไทยยึดมั่นในความเปิดเผยอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายโน้มน้าวให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างจริงจังและร่วมมือกับไทยในการเก็บกู้ระเบิดตามแนวชายแดน ทั้งนี้ไทยยังคงยืนหยัดดำเนินการเชิงรุกโดยพร้อมให้ความร่วมมือกับกลไกสากลทุกขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ ว่าไทยไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังมีกำหนดเข้าพบสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน เพื่อย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดของไทยตั้งอยู่บนพื้นกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law – IHL) ซึ่งขอใช้โอกาสนี้แสดงถึงการกระทำของกัมพูชาที่ขัด ต่อหลัก จริยธรรมไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเป้าหมาย พลเรือน โดยการนำเด็กมาใช้ในคลิปวีดีโอ รวมถึงการเปิดการใช้พื้นที่ชุมชนในฐานที่มั่นทางทหาร หรือนำคนชรา ให้ออกมาเป็นด่านหน้าซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและขัดต่อกติกาสากลอย่างสิ้นเชิง

 

นิกรเดช​ ย้ำว่า​ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับความคุ้มครองสูงสุด ประเทศไทยจะยังคงร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาออตตาวาและหลักการสากลเฉพาะโดยกฎหมาย มนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง

 

ขณะที่ น.อ.กฤษณัส กาญจนกุล ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานบูรณาการระบบอากาศยานไร้คนขับ และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับกองทัพอากาศ ชี้แจง แนวปฏิบัติเมื่อตรวจพบโดรนในพื้นที่ต่างๆ กองทัพอากาศได้มีการกำหนดห้ามบินโดรนในพื้นที่สำคัญที่ตั้งทางทหาร และหน่วยงานราชการ ตลอดจนพื้นที่ตามแนวชายแดน  โดยทุกพื้นที่ที่บินโดรน จะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงาน การบินพลเรือน โดยต้องมีการลงทะเบียน และบินได้เฉพาะกลางวันเท่านั้น

 

ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมดได้บูรณาการการต่อต้านโดรน และสกัดกั้น รวมถึงการทำลาย และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร โดยร่วมมือกับทหาร  ตำรวจและฝ่ายปกครอง ทั้งนี้หากพบการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมายสามารถแจ้งวันเวลาสถานที่พบเห็น และภาพถ่ายหรือวิดีโอคลิป ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็ว

The post ศบ.ทก. ขออภัยเยียวยาประชาชนชายแดนล่าช้า เผยเริ่มจ่ายพรุ่งนี้ที่อุบลฯจังหวัดแรก ชี้กัมพูชายังละเมิดหยุดยิงต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยรวมปกติ แต่พบการเสริมกำลังที่ยอมรับได้ พร้อมเชิญทูตทหารอาเซียนสังเกตการณ์เพื่อความโปร่งใส https://thestandard.co/thai-cambodian-border-normal-asean-military-observers/ Wed, 13 Aug 2025 07:46:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1106586 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพ […]

The post สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยรวมปกติ แต่พบการเสริมกำลังที่ยอมรับได้ พร้อมเชิญทูตทหารอาเซียนสังเกตการณ์เพื่อความโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) และ มาระตี นะลิตา อันดาโม โฆษก ศบ.ทก. ด้านการต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวประจำวันเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ทั่วไปยังคงปกติ แต่ฝ่ายไทยตรวจพบว่า กัมพูชามีการเสริมที่มั่นในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

 

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า กองบัญชาการกองทัพไทยมีแผนจะนำคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอาเซียนลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ชายแดนในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ที่จังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อแสดงความโปร่งใส

 

ในประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ศบ.ทก. ได้ประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยัง ARMAC (ศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือด้านการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม) ซึ่งมีผู้อำนวยการเป็นชาวกัมพูชา ให้แสดงความจริงใจในการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน เนื่องจากยังพบว่ามีการลักลอบวางทุ่นระเบิดอยู่

 

ด้านการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) โฆษก ศบ.ทก. เผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จะเป็นหน่วยงานแรกที่เริ่มประชุมกับฝ่ายกัมพูชาในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ส่วนกองทัพภาคที่ 1 และ 2 คาดว่าจะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยหัวข้อการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะเป็นประเด็นสำคัญที่ไทยจะหยิบยกขึ้นมาเจรจา

 

มาระตีกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาอย่างรุนแรงที่สุด โดยชี้ว่าเป็น การละเมิดอธิปไตยของไทยและขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา อย่างชัดเจน โดยในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมามีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บถึง 2 ครั้ง

 

กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือถึงสหประชาชาติเพื่อเรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบ และขอให้ประเทศต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการเก็บกู้ระเบิดแก่กัมพูชา ทบทวนการช่วยเหลือดังกล่าว

 

พร้อมทั้งเตรียมเชิญรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวาเข้ารับฟังข้อเท็จจริงในวันศุกร์นี้ (15 สิงหาคม) เพื่อพิสูจน์ว่าทุ่นระเบิดที่พบไม่ใช่มรดกทางประวัติศาสตร์ตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง

 

นอกจากนี้ ศบ.ทก. ยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญและยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนต่อแรงงานกัมพูชา โดยจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อสร้างความมั่นใจว่าแรงงานจะสามารถใช้ชีวิตในประเทศไทยได้อย่างปกติสุข

The post สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยรวมปกติ แต่พบการเสริมกำลังที่ยอมรับได้ พร้อมเชิญทูตทหารอาเซียนสังเกตการณ์เพื่อความโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เตรียมยุติบทบาทในสัปดาห์นี้ หลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาคลี่คลาย โฆษกเผยเป็นการส่งสัญญาณที่ดี https://thestandard.co/shor-thok-ceases-role/ Wed, 13 Aug 2025 07:18:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1106544 shor-thok-ceases-role

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพ […]

The post ศบ.ทก. เตรียมยุติบทบาทในสัปดาห์นี้ หลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาคลี่คลาย โฆษกเผยเป็นการส่งสัญญาณที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
shor-thok-ceases-role

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า มีแนวโน้มที่จะยุติบทบาทของ ศบ.ทก. ภายในสัปดาห์นี้ ตามที่ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลไว้ โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันดีขึ้นและอยู่ภายใต้การควบคุมได้แล้ว

 

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า การยุติบทบาทของ ศบ.ทก. เป็นการแสดงความจริงใจต่อกัมพูชาว่าสถานการณ์ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นต้องมีกลไกพิเศษเข้ามาดูแลอีกต่อไป และยังเป็นการเปิดทางให้กลไกหลักที่มีอยู่เดิม เช่น กระทรวงมหาดไทย, กองทัพ, และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาบริหารจัดการปัญหาได้อย่างเต็มที่

 

โฆษก ศบ.ทก. ยอมรับว่าเดิมทีมีการจัดตั้ง ศบ.ทก. ขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทำงานในช่วงแรกที่เกิดข้อพิพาทรุนแรง แต่หลังจากการลงนามความตกลง GBC (General Border Committee) สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น และจะมีกลไกการประชุมระดับภูมิภาคอย่าง RBC (Regional Border Committee) เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม พล.ร.ต.สุรสันต์ยืนยันว่าการยุติบทบาทครั้งนี้ไม่ใช่การยุบหน่วยงานถาวร แต่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อีกครั้งทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นในอนาคต

The post ศบ.ทก. เตรียมยุติบทบาทในสัปดาห์นี้ หลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาคลี่คลาย โฆษกเผยเป็นการส่งสัญญาณที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพไทยยืนยันยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง เรียกร้องกัมพูชาร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ https://thestandard.co/thai-military-ceasefire-cambodia-landmine-crime/ Tue, 12 Aug 2025 02:53:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1106202 กองทัพไทย ข้อตกลงหยุดยิง

วันนี้ (12 สิงหาคม) พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทร […]

The post กองทัพไทยยืนยันยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง เรียกร้องกัมพูชาร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพไทย ข้อตกลงหยุดยิง

วันนี้ (12 สิงหาคม) พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แจ้งว่า ตามที่มีการเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ผอ.ศบ.ทก.) ภายหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย 

 

ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนบิดเบือน ไม่ครบถ้วน ไม่ตรงกับความเป็นจริง พร้อมการตีความโดยสอดแทรกความคิดเห็นส่วนบุคคล อันสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงต่อสาธารณชนในวงกว้าง โดยอาจนำไปสู่การสร้างความขัดแย้งกันเองของชนในชาติ และกระทบต่อเสถียรภาพในการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในภาพรวมได้ นั้น จึงขอทำความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม ดังนี้

 

  1. พลเอก ณัฐพล ยึดมั่นในแนวทางการคลี่คลายปัญหาความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา โดยสันติวิธี ด้วยกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้วมาโดยตลอด พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ

 

  1. พลเอก ณัฐพลฯ เน้นย้ำและเรียกร้องความจริงใจจากผู้นำระดับสูงของกัมพูชา ผ่านการแถลงข่าว ความว่า 

 

“…นับตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน เรื่องการหยุดยิงอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ดี พบว่าฝ่ายกัมพูชายังคงละเมิดการหยุดยิงหลังเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นที่สุด และตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น แม้ปัจจุบันสถานการณ์ชายแดนมีความสงบ แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่ ยังมีการใช้อากาศยานไร้คนขับเข้ามาสอดแนมในพื้นที่ต่าง ๆ ของไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่ยั่วยุ และอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและข่าวเท็จต่าง ๆ ซึ่งไม่สร้างสรรค์ และไม่ช่วยทำให้เกิดบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจรจาและการฟื้นฟูความไว้วางใจ…” 

 

อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกันในการประชุม GBC ครั้งนี้ ซึ่งเป็นการหารือในระดับกระทรวงกลาโหมไทย-กัมพูชา ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงจากกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเพิ่มเติม ตามที่ปรากฏในคำแถลงข่าวต่อมาว่า 

 

“…จากการประชุมร่วมกันในครั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาระดับนโยบาย (กระทรวงกลาโหม) ได้แสดงให้เห็นความจริงใจต่อมาตรการหยุดยิงที่ได้ตกลงกันไว้ การกระทำที่ละเมิดการหยุดยิงที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงเป็นการดำเนินการโดยพลการของหน่วยงาน (ทหารกัมพูชา) ในพื้นที่…” 

 

ซึ่งไม่มีข้อความใด ที่เป็นการตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยของหน่วยทหารไทย ตามหลักการสากลในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม อย่างได้สัดส่วน ตามที่ถูกบิดเบือน แต่อย่างใด

 

พลเรือตรี สุรสันต์ฯ ย้ำว่า ในการแถลงข่าวดังกล่าว เป็นการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ไปสู่ประชาคมโลก บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยพลเอก ณัฐพลฯ ได้ปกป้องศักดิ์ศรีของคนไทยและสะท้อนความจริงใจต่อข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายไทย อย่างเต็มที่ 

 

โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยจะยึดมั่นในการให้ความร่วมมือและการพูดคุยอย่างสุจริตใจ-จริงใจต่อไป บนพื้นฐานของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และหวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังฝ่ายกัมพูชาใน 2 ประเด็นสำคัญ ที่ยังไม่ได้ตอบรับ คือ 

 

(1) การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ที่มีการปะทะและพื้นที่อื่น ๆ ตลอดแนวชายแดน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย 

 

(2) ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์หรือออนไลน์สแกม ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง อีกด้วย

 

พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการเพิ่มเติมความเห็นส่วนตัว และการตีความที่เกินความเป็นจริงว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ จะเป็นการปกปิดข้อเท็จจริง หรือเป็นการปกป้องผู้นำระดับสูงของกัมพูชา จากการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา (เรื่องการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล) และอนุสัญญาเจนีวา (เรื่องการกระทำต่อเป้าหมายพลเรือนและละเมิดหลักมนุษยธรรม) นั้น ไม่เป็นความจริง 

 

เนื่องจากคำแถลงข่าวนั้น ไม่สามารถลบล้างข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาฝ่ายไทยก็ได้มีการเก็บรวบรวมหลักฐานในทุกกิจกรรม ที่เป็นการละเมิดหลักการสากลอย่างต่อเนื่อง และได้ดำเนินการประท้วง-ส่งคำร้อง-ชี้แจงข้อเท็จจริง ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้แก่ 

 

(1) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC      

(2) ประธานอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) รวมทั้งประเทศผู้บริจาค เพื่อสนับสนุนกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และ 

(3) องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) 

 

ตลอดจนการบรรยายสรุปต่อเอกอัครราชทูต หรือผู้แทนจาก 75 ประเทศ 1 องค์กร (สหภาพยุโรป) และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ จาก 16 องค์การ รวมจำนวน 122 คน (เมื่อ 4 สิงหาคม 2568) เป็นต้น

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/p/1BpFf2jVt8/

The post กองทัพไทยยืนยันยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง เรียกร้องกัมพูชาร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เผยเตรียมนำผลถก GBC เข้าที่ประชุม สมช.-ครม.นัดพิเศษ เคาะช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมผ่อนผันบินโดรนเกษตรหลัง 15 ส.ค. https://thestandard.co/cbtc-gbc-meeting-results-nsc-cabinet-drone-relaxation/ Wed, 06 Aug 2025 06:27:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1104302 GBC

วันนี้ (6 สิงหาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงก […]

The post ศบ.ทก. เผยเตรียมนำผลถก GBC เข้าที่ประชุม สมช.-ครม.นัดพิเศษ เคาะช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมผ่อนผันบินโดรนเกษตรหลัง 15 ส.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
GBC

วันนี้ (6 สิงหาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม​ พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.​) ประจำวันพุธที่ 6 สิงหาคม​ 2568 

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ระบุว่า สถานการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมาอยู่ในสภาพปกติ มีการเสริมที่มั่นทหารบางส่วน แต่ไม่ได้มีการเสริมกำลังทหาร และตรวจพบการใช้โดรนมากขึ้น ซึ่งไทยได้เข้มงวดตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และห้ามบินโดรนทั่วประเทศจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 

 

แต่จะมีการผ่อนปรนโดรนเกษตร หลังวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งผู้ประสงค์ทำการบินจะต้องขึ้นทะเบียน ผู้บังคับ และทำทะเบียนอากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมขออนุญาตทำการบินผ่านระบบ UAS Portal และจะต้องทำการบินสูงไม่เกิน 30 เมตร จากระดับพื้นดิน ในเวลา 06.00-18.00 น. เท่านั้น รวมถึงจะต้องแจ้ง หน่วยงานท้องถิ่น ผ่านแบบฟอร์มที่กำหนด ก่อนการบินล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง 

 

ส่วนการตัดรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยได้วางไว้ตามขอบเขตอธิปไตยของไทย ฝ่ายไทยได้เจรจาเรียบร้อย และวางลวดหนามใหม่เพิ่มเติม ซึ่งสถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเข้มงวดในการดำเนินการกับบุคคลต่างด้าว โดยขยายผลสอบสวนบุคคลที่น่าสงสัยซึ่งอาจแฝงตัวมาด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันการรายงานข่าวที่บิดเบือนและมีผลด้านความมั่นคง หากพบบุคคลดังกล่าวจะถูกผลักดันออกนอกประเทศและขึ้นทะเบียนไว้ และหากพบทำผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดี

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ยังกล่าวถึงการประชุม เลขานุการ GBC ของไทย-กัมพูชา ว่า ได้มีการหารือจนถึงเวลา 00.15 น. วันนี้ เนื่องจากไม่สามารถตกลงกันได้ จนถึงช่วงเช้าวันนี้ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ และอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร ให้ประธานของทั้งสองฝ่ายพิจารณา ซึ่งในส่วนของไทย จะนำเสนอเข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในช่วงบ่ายวันนี้ซึ่งจะจัด ร่วมกับการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ก่อนที่ตัวแทนฝ่ายไทย จะเดินทางไปประชุม GBC ที่มาเลเซียในวันพรุ่งนี้ (7 สิงหาคม) 

 

ด้าน มาระตี ระบุว่า วานนี้กองทัพบกได้นำเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานภูมิภาคของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC ที่กรุงเทพฯ เข้ามาเยี่ยมเชลยศึกชาวกัมพูชาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย จำนวน 18 นาย เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสและการปฏิบัติตามมนุษยธรรม ระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน 

 

ซึ่งในขั้นตอนต่อไปกระทรวงการต่างประเทศทั้งในกรุงเทพฯ คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จะทำการเชิงรุกเพื่อประสานงานกับ ICRC 

 

นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (7 สิงหาคม) กระทรวงการต่างประเทศจะจัดประชุมออนไลน์เอกอัครราชทูต เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวร และกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก เพื่อยืนยันจุดยืน ย้ำการดำเนินการเชิงรุกของไทย เดินหน้าชี้แจงหลักฐาน ที่เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลรวมถึงสื่อมวลชนต่างประเทศของโลก เผยแพร่ข้อมูลผิดหรือข้อมูลเท็จ และข้อมูลบิดเบือนอย่างเป็นระบบของกัมพูชา ซึ่งมีออกมาแพร่หลายในปัจจุบัน 

 

“ในช่วงเวลานี้การเผยแพร่ข่าวปลอมข่าวบิดเบือนของฝ่ายกัมพูชา ถึงขั้นการเป็นนิยายทีเดียว มีความถี่มากขึ้นเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทีมไทยแลนด์อยู่ที่มาเลเซียกำลังจะเจรจาในกรอบ GBC อยู่ ขอเรียนว่าฝ่ายไทยเชื่อมั่นว่าการรักษาบรรยากาศที่ดี โดยไม่ใส่ร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง จะเป็นส่วนสำคัญที่จะลดความตึงเครียดระหว่างกันระหว่างสองประเทศ”

 

ขณะที่ ศศิกานต์ระบุว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับทุกชีวิตที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่าการเยียวยาทุกอย่างจะเป็นไปอย่างรอบด้านและครบทุกมิติ และให้เกียรติผู้เสียสละอย่างสูงสุด ครม. จึงเห็นชอบหลักเกณฑ์และกรอบอัตราการเยียวยา ตามข้อเสนอของ สมช. โดยอ้างอิงจาก รายได้ประชาชาติ และอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ชายแดน อนุมัติกรอบช่วยเหลือเบื้องต้น 404.6 ล้านบาท ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชน ผู้เสียชีวิต ทุพพลภาพ บาดเจ็บสาหัส หรือบาดเจ็บมาก

 

ส่วนที่ยังไม่รวมในหลักเกณฑ์รัฐบาลกำลังพิจารณาเยียวยา เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และให้หน่วยงานต่างๆ เร่งตรวจสอบความเสียหายของประชาชน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนอย่างเร็วที่สุด

The post ศบ.ทก. เผยเตรียมนำผลถก GBC เข้าที่ประชุม สมช.-ครม.นัดพิเศษ เคาะช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมผ่อนผันบินโดรนเกษตรหลัง 15 ส.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เผย พบกัมพูชาเพิ่มกำลังหลายพื้นที่ ละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา บอกสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นโรคระบาด https://thestandard.co/cambodia-neglects-fallen-soldiers/ Mon, 04 Aug 2025 07:42:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1103407

วันนี้ (4 สิงหาคม) ​พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวง […]

The post ศบ.ทก. เผย พบกัมพูชาเพิ่มกำลังหลายพื้นที่ ละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา บอกสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นโรคระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 สิงหาคม) ​พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม​ พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ​ ศบ.ทก.​ ประจำวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม​ 2568

 

พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า สถานภาพรวมชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังในพื้นที่มั่นของตนเอง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ซึ่งมีรายงานว่าทางฝั่งกัมพูชาได้ดัดแปลงที่มั่นและเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่หลัก ประกอบด้วย ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, ช่องโดนเอาว์, ช่องอานม้า, ช่องตาเฒ่า, เขาสัตตะโสม และภูผี โดยเพิ่มกำลังเข้ามาทดแทนกำลังที่สูญเสียในแต่ละพื้นที่ ทำให้บ่งชี้ได้ว่าฝั่งกัมพูชาได้รับการสูญเสียเป็นจำนวนมาก

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ ยังกล่าวถึงการปฏิบัติต่อเชลยศึกว่า ปัจจุบันเราควบคุมตัวเชลยศึก 20 นาย และส่งกลับไปแล้ว 2 นาย ที่บาดเจ็บและป่วยทางจิต คงเหลือ 18 นายที่อยู่ในการควบคุมตัวของฝ่ายไทย แต่ปรากฏคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาได้ส่งคำร้องไปยังสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กล่าวหาว่าฝ่ายไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชาผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยขอประณาม

 

ทั้งนี้ อยากชี้แจงว่าทหารกัมพูชาที่ถูกคุมตัวทั้งหมดถือเป็นเชลยศึก ซึ่งมีคำจำกัดความว่า เป็นผู้สังกัดในกองทัพภาคีคู่พิพาท ซึ่งไทยและกัมพูชาถือเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาเจนีวาที่มีผลบังคับใช้ในประเทศที่มีสงคราม หรือในภาวะขัดกันด้วยอาวุธ ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขที่เราปฏิบัติตัวต่อผู้ที่ถูกควบคุมตัวในฐานะเชลยศึก และไทยได้ปฏิบัติด้วยการเคลื่อนย้ายเชลยศึกออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมจัดแพทย์ตรวจร่างกาย จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้า อย่างเหมาะสมและเพียงพอ

 

ทั้งนี้ เมื่อสภาวะการขัดกันของอาวุธ หรือการรบสิ้นสุดลงก็จะปล่อยตัวเชลยศึกกลับประเทศ แต่ปัจจุบันแค่การหยุดยิงยังไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดสภาวะการขัดกันของอาวุธ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้มีหนังสือแจ้งไปยัง OHCHR เพื่อประท้วงต่อข้อกล่าวหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา และในสัปดาห์นี้ฝ่ายไทยได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และ OHCHR ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวด้วย

 

ส่วนประเด็นเรื่องศพของทหารกัมพูชา พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า รัฐบาลและกองทัพบกกัมพูชาเพิกเฉยและละเลยต่อศพทหารของตนเอง ขณะที่ไทยแม้จะเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ก็เคารพชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ว่าผู้นั้นจะสังกัดชาติใด ที่ผ่านมาไทยเล็งเห็นว่าการปฏิบัติต่อศพของทางฝ่ายกัมพูชาละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลขั้นพื้นฐานในการทอดทิ้งร่างผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะทหารของตนเอง และละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 และ 4 ว่าด้วยการเก็บรักษาและเคารพร่างผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ

 

สะท้อนถึงการละเลยศักดิ์ศรีความเป็นทหารของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และอาจจะสร้างผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของทหารกัมพูชาที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ ยังขัดต่อหลักศาสนาและวัฒนธรรมของกัมพูชา ที่นับถือเป็นศาสนาพุทธ ละเมิดหลักศาสนาขนบธรรมเนียมอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแต่ละฝ่าย ขณะเดียวกันยังกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขลักษณะข้ามแดน การไม่เก็บกู้ศพ นอกจากเรื่องของกลิ่น ยังเป็นเรื่องของความสกปรก และมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อโรคต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชน และผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน จึงขอวิงวอนไปยังฝ่ายกัมพูชาเรื่องการเคารพสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะทหารที่เสียสละสู้รบ

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวอีกว่า พบว่ามีการบินโดรนที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศห้ามบินโดรนตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2568 ผู้ฝ่าฝืนจะต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอเชิญประชาชน ทหารผ่านศึก นักศึกษาวิชาทหาร ช่วยกันตรวจสอบตรวจตรา โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และ 2 สอดส่องว่ามีผู้ประสงค์ร้ายหรือมีพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ หากตรวจพบขอให้แจ้งไปยังศูนย์ต่อต้านโดรน หรือแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจ หน่วยงานทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

 

สำหรับมาตรการเชิงรุก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะลงพื้นที่ตรวจสอบการครอบครองโดรนทั่วประเทศ และขอความร่วมมือผู้ที่ใช้โดรนยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งพบว่ามีผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบบางส่วน จึงได้ตักเตือนไปแล้ว และต่อจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยปัจจุบันไม่อนุญาตให้บินโดรนใดๆ ทั่วประเทศ ทั้งโดรนเชิงพาณิชย์หรือการเกษตร

 

ด้าน​มาระตีกล่าวว่า​ ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก​ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงของไทยยังคงใช้โอกาสต่างๆ ในการชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย ผ่านช่องทางการทูตและเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญต่างๆ​ และให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ​ เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อสงสัยของมิตรประเทศ​ ตอกย้ำท่าทีของไทย​ที่ยึดมั่นการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ​ โปร่งใส และให้ข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือน​ ทำให้ไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากมิตรประเทศ ที่แสดงความเห็นใจและสนับสนุนแนวทางของฝ่ายไทย​

 

นอกจากนี้​ วันนี้​กระทรวงการต่างประเทศ​ได้จัดการบรรยายสรุป​แก่คณะทูตและองค์การระหว่างประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 121 คน จาก 74 ประเทศ 1 องค์กร และอีก 16 องค์การระหว่างประเทศ เพื่อรายงานถึงผลการลงพื้นที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา​

 

ทั้งนี้ ขอส่งกำลังใจให้คณะผู้แทนไทยที่กำลังประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะกลับสู่โต๊ะเจรจา​ บนพื้นฐานของความสุจริตใจ เพื่อลดความตึงเครียด และแก้ไขปัญหาระหว่างกันอย่างสันติวิธี​

The post ศบ.ทก. เผย พบกัมพูชาเพิ่มกำลังหลายพื้นที่ ละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา บอกสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นโรคระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกกระทรวงกลาโหม รับทำหนังสือขอเปลี่ยนสถานประชุม GBC เป็นมาเลเซีย ชี้ตามหลักสากลนิยมไม่ประชุมในประเทศคู่ขัดแย้ง https://thestandard.co/thailand-gbc-cambodia-mediation/ Thu, 31 Jul 2025 10:26:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1102272 thailand-gbc-cambodia-mediation

วันนี้ (31 กรกฎาคม) ​พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรว […]

The post โฆษกกระทรวงกลาโหม รับทำหนังสือขอเปลี่ยนสถานประชุม GBC เป็นมาเลเซีย ชี้ตามหลักสากลนิยมไม่ประชุมในประเทศคู่ขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-gbc-cambodia-mediation

วันนี้ (31 กรกฎาคม) ​พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ทางกัมพูชาได้ทำหนังสือมาเชิญ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาในวันนี้ เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยทางกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ แต่ในประเด็นของเรามองว่า ปกติแล้วตามหลักสากลเราจะไม่ประชุมในประเทศที่มีปัญหาต่อกัน โดยจะประชุมในประเทศที่เป็นกลาง เช่น ประเทศยูเครนและรัสเซีย จะไม่ไปประชุมกันในประเทศที่มีปัญหาด้วยกัน พร้อมยืนยันว่าประเทศที่สามที่จะไปเจรจา คือ ประเทศมาเลเซีย เพราะเป็นตัวกลางในการประสานอยู่แล้ว 

 

ส่วนวันและเวลาในการประชุมจะเหมือนเดิมหรือไม่ พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า เป็นวันที่ 4-7 สิงหาคม 68 ซึ่งในวันนี้เราเพิ่งทำหนังสือเสร็จ กำลังจะส่งไปยังทางการกัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งเป็นลักษณะเชิงรุกของเราที่มองว่าควรไปประชุมในประเทศที่สาม โดยจะต้องรอทางกัมพูชาตอบกลับมาอีกครั้งหนึ่งว่าจะตกลงหรือไม่ ถ้าเขาจริงใจก็คงจะตอบรับ

The post โฆษกกระทรวงกลาโหม รับทำหนังสือขอเปลี่ยนสถานประชุม GBC เป็นมาเลเซีย ชี้ตามหลักสากลนิยมไม่ประชุมในประเทศคู่ขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เผยทหารยังตรึงกำลังพื้นที่ชายแดน ด้าน กต.เตรียมนำทีมทูต-สื่อต่างชาติลงพื้นที่ ร่วมคณะผู้ช่วยทูตทหารพรุ่งนี้ https://thestandard.co/military-maintains-border-presence/ Thu, 31 Jul 2025 07:45:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1102138

วันนี้ (31 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต. สุรสันต์ ค […]

The post ศบ.ทก. เผยทหารยังตรึงกำลังพื้นที่ชายแดน ด้าน กต.เตรียมนำทีมทูต-สื่อต่างชาติลงพื้นที่ ร่วมคณะผู้ช่วยทูตทหารพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (31 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ ชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงประเด็นประจำวันเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

 

พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนโดยภาพรวมยังคงมีการตรึงกำลังทั้งสองฝ่าย มีการตรวจพบการใช้โดรนของฝ่ายกัมพูชา แต่สภาพโดยรวมยังอยู่ในความสงบ

 

สำหรับการควบคุมตัวทหารกัมพูชาจำนวน 20 นาย เป็นสาเหตุมาจากการยอมจำนนของทหารดังกล่าว เนื่องจากกระสุนหมด โดยในพื้นที่ช่องซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยทหารกัมพูชาทั้ง 20 นาย ถูกส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ในความผิดฐานการเข้าเมืองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต หรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ส่วนผู้ถูกควบคุมตัวที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย ได้ส่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

 

พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา พล.อ. ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ได้เข้ามาสังเกตการณ์ และพบปะหารือกับ ทั้งทางฝ่ายแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาค 2 ฝ่ายไทย รวมถึงได้พบปะกับทางกัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา เมื่อวันที่ 29 และ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามข้อตกลงหรือหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายได้ให้ไว้

 

ฝ่ายไทยได้ชี้แจงถึงข้อมูลของสถานการณ์ ก่อนที่จะนำไปสู่การปะทะกันของทั้งสองประเทศ ว่า ได้ใช้ความพยายามอดทนอดกลั้น ประท้วงการละเมิดข้อตกลงต่างๆ ส่วนฝ่ายกัมพูชาเลือกใช้การวางกำลังทหารและการวางระเบิดในพื้นที่พิพาท ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และการใช้มวลชนเข้ามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการปลุกปั่นยั่วยุในบริเวณพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม

 

สถานการณ์ได้เกิดความตึงเครียดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มปะทะที่ปราสาทตาเมือนธม ทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นที่จะต้องตอบโต้เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศและรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่

 

ทั้งนี้ยืนยันว่าฝ่ายไทยนั้นได้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด และยินดีให้การสนับสนุนการสังเกตการณ์ของฝ่ายมาเลเซียต่อไป พร้อมย้ำจุดมุ่งหมายของการเจรจาเพื่อนำไปสู่สันติภาพ การประกาศว่าจะหยุดยิงทันที ไม่เพิ่มกำลังทหาร และการช่วยเหลือทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในพื้นที่

 

ขณะที่สถานการณ์ของผู้อพยพ ผู้ที่ลี้ภัยจากการปะทะบริเวณชายแดนฝ่ายพลเรือนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจำนวน 14 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวมยอดทั้งหมด 52 ราย

 

ทั้งนี้ กองทัพบกได้จัดวงดนตรีหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 25 เพื่อสร้างความบันเทิงและผ่อนคลายความเครียดให้กับประชาชน รวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนในศูนย์พักพิงในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมเร่งบูรณาการด้านการสื่อสารในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อลดความเข้าใจผิด ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายตรงข้าม คาดว่าภายใน 1-2 วัน ก็จะเห็นความเป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

ด้าน มาระตี เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมจะนำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยลงพื้นที่สังเกตการณ์ และประเมินผลกระทบจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในวันพรุ่งนี้ (1 สิงหาคม) และ เพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่รับทราบแก่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง กระทรวงการต่างประเทศจะนำคณะทูตและสื่อมวลชนต่างประเทศ จำนวน 22 สำนัก รวมเป็น 38 คน ลงพื้นที่ร่วมกับคณะผู้ช่วยทูตทหารในวันพรุ่งนี้ด้วย

 

มาระตียืนยันว่า การลงพื้นที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และฝ่ายไทยจะไม่สร้างภาพลวง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือกล่าวหาว่ากัมพูชาลักพาตัวทหารไทยอย่างที่ฝ่ายกัมพูชาได้กล่าวหาไทย จะเน้นการสื่อสารเชิงคุณภาพ สิ่งที่คณะทูตและสื่อไทยและต่างประเทศจะได้เห็นจะได้สื่อสารไปทั่วโลกก็คือ ความเสียหายต่อบ้านเมือง โรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ ที่ฝ่ายกัมพูชาเริ่มต้นปะทะและโจมตีที่ไม่ใช่เป้าหมายทางการทหาร ซึ่งละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ละเมิดหลักการสิทธิมนุษยชน และละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

 

ส่วนของการหารือในที่ประชุม ศบ.ทก. ในวันนี้ ฝ่ายไทยเรียกร้องให้กัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจาทวิภาคี ยุติการละเมิดข้อตกลงต่างๆ ทุกรูปแบบ ทุกชนิดโดยทันที และพร้อมเจรจาทวิภาคี และรอหนังสือเชิญเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ตามที่ได้ตกลงกันไว้

 

ต่อมา รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงถึงมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัย ใน 7 จังหวัด ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า มีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ประมาณหนึ่งหมื่นกว่ารายที่เข้าไปดูแล พื้นที่ 7 จังหวัด 22 อำเภอ 63 ตำบล และ 335 หมู่บ้าน เพื่อรักษาทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิง ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

 

พบว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบใน 7 จังหวัด 42 อำเภอ 321 ตำบล 3,884 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 278,506 ครัวเรือน 839,935 ราย ผู้เสียชีวิต 16 ราย ผู้บาดเจ็บ 38 ราย โดยมีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 7 จังหวัด 36 อำเภอ 238 ตำบล 2,702 หมู่บ้าน

 

ในส่วนของศูนย์พักพิง 733 ศูนย์ ปัจจุบันมีผู้ที่ยังอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง 187,974 คน และได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ให้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการกลับบ้านของประชาชน ส่วนการเยียวยาช่วยเหลือ ทางรัฐบาลได้เพิ่มวงเงินให้แต่ละจังหวัด ในวงเงินทดลองจ่าย 100 ล้านบาท พร้อมเร่งเบิกจ่าย ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเร็ว

The post ศบ.ทก. เผยทหารยังตรึงกำลังพื้นที่ชายแดน ด้าน กต.เตรียมนำทีมทูต-สื่อต่างชาติลงพื้นที่ ร่วมคณะผู้ช่วยทูตทหารพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำพร้อมเจรจา GBC 4 ส.ค. นี้ เผยแม่ทัพภาคทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องเดินหน้าสู่สันติภาพ https://thestandard.co/thailand-cambodia-border-update-jbc-talks-august-4/ Wed, 30 Jul 2025 07:16:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1101728 เจ้าหน้าที่ ศบ.ทก. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 30 ก.ค. 2025

วันนี้ (30 กรกฎาคม) เวลา 12.20 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนี […]

The post ศบ.ทก. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำพร้อมเจรจา GBC 4 ส.ค. นี้ เผยแม่ทัพภาคทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องเดินหน้าสู่สันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ ศบ.ทก. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 30 ก.ค. 2025

วันนี้ (30 กรกฎาคม) เวลา 12.20 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ด้านความมั่นคง​, มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และดร. นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงการณ์ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

 

พล.ร.ต. สุรสันต์กล่าวว่า จากการพูดคุยเจรจาหยุดยิงทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่คืนวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม ก็ยังปรากฏการณ์คุกคามของกำลังฝ่ายกัมพูชาใน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ช่องคานม้า, พื้นที่เขาพระวิหาร บริเวณภูมะเขือและห้วยตามาเรีย, พื้นที่ผามออีแดง และการปรับเพิ่มกำลังพลโดยรอบปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย

 

ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ไทยยังคงยึดมั่นในความอดทนอดกลั้น เชื่อมั่นในการดำเนินการด้านสันติภาพและดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม แต่หากถูกละเมิดอธิปไตย ก็มีการจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน 

 

พร้อมทั้ง ขอชื่นชมไปยังผู้กล้า และสดุดีวีรชนทั้งหลายที่อยู่ในแนวหน้า ตั้งแต่วันแรกของการสู้รบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนอกเหนือจากเหล่าทหารหาญ คือทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมทำให้การปฏิบัติหน้าที่ประสบความสำเร็จ

 

นอกเหนือจากนี้ ยังขอขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และจิตอาสาต่างๆ ที่ช่วยดูแลกองทัพและประชาชนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย รวมถึงภาคเอกชนที่ส่งกำลังใจและส่งสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ทางเหล่าทหารและหน่วยงานเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในแนวหน้า ตนขอขอบคุณความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชนชาวไทยในครั้งนี้

 

ในส่วนการหารือกับทางกัมพูชา ที่ได้ตกลงกันไว้เป็นแผนงาน คือในวันที่ 4 สิงหาคมที่จะถึงนี้ มีการกำหนดการประชุมกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) โดยขณะนี้ฝ่ายไทยได้มีความพร้อม ในเรื่องของรายละเอียดและเนื้อหาที่จะเข้าไปเจรจาในการเข้าร่วมประชุมแล้ว และกำลังรอทางฝ่ายกัมพูชาส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมการประชุมตามที่ได้ตกลงกันไว้ 

 

ในส่วนของการพูดคุยในระดับแม่ทัพภาคของทั้งสองฝ่ายในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้ข้อตกลงภาพรวมด้านแนวทางการปฏิบัติของหน่วยทหารในพื้นที่ทั้งสองฝ่าย และหวังว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเพื่อสันติภาพในภูมิภาคและประเทศทั้งสอง

 

กระทรวงมหาดไทยรายงานว่า มีผู้อพยพรวม 190,104 คน กระจายอยู่ใน ศูนย์พักพิง 780 แห่ง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และย้ำว่า ผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิงจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ ก็ต่อเมื่อภาครัฐยืนยันความปลอดภัยแล้วเท่านั้น

 

อีกประเด็นหนึ่งที่หารือใน ศบ.ทก. คือ มาตรการห้ามบินโดรนในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศ ห้ามทำการบินหรือปล่อยโดรน ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี นครราชสีมา นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ชัยนาท พิจิตร และลพบุรี

 

นอกจากนี้ ยัง ห้ามบินโดรนทุกประเภทในรัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินหรือจุดขึ้นลงชั่วคราวทุกแห่ง หากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ขณะที่ นพ.วรตม์ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม ว่ามีพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชารวม 53 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 11 ราย ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 8 ราย และบาดเจ็บปานกลาง 3 ราย

 

สำหรับสถานบริการสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบ มีโรงพยาบาลรวม 20 แห่ง แบ่งเป็นปิดบริการทั้งหมด 11 แห่ง และปิดบางส่วนแต่ยังเปิดให้บริการห้องฉุกเฉินอีก 9 แห่ง ขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับผลกระทบรวม 144 แห่ง โดยปิดบริการทั้งหมด 140 แห่ง และเปิดบางส่วน 4 แห่ง นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของกัมพูชาจำนวน 4 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินและซ่อมแซมโครงสร้าง

 

ด้านการดูแลประชาชน สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้จัดตั้งทีมปฏิบัติการกรณีสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชารวม 1,168 ทีม โดยมี 494 ทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว พร้อมทั้งได้ส่งทีมบุคลากรด้านสุขภาพจิตเข้าไปคัดกรองประชาชนในศูนย์พักพิง 21,430 ราย พบว่ามีผู้ที่มีความเครียดสูงประมาณ 600 ราย และมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 142 ราย โดยทั้งหมดได้รับการดูแลเบื้องต้นด้วยการปฐมพยาบาลทางใจ และหากมีอาการรุนแรงจะส่งต่อให้จิตแพทย์ในโรงพยาบาลจิตเวชต่อไป

 

ขณะที่ มาระตี แถลงถึงประเด็นด้านการต่างประเทศที่มีการหารือในที่ประชุมช่วงเช้าวันนี้ โดยมี 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรก คือ การดำเนินการต่อกรณีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา โดยฝ่ายไทยได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน รวมทั้งประเทศผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ จีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาหยุดยิงที่มาเลเซียเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

นอกจากนี้ ไทยยังได้ทำหนังสือถึงกัมพูชาโดยตรง เพื่อประท้วงกรณีการละเมิดล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้บริเวณภูมะเขือ ตามที่กองทัพบกได้รายงานอย่างเป็นทางการ

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กัมพูชายุติการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงทันที และปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างครบถ้วน พร้อมเตรียมส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาลต่างๆ ไปยังคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียเพิ่มเติม หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงหยุดยิงกันแล้ว

 

ส่วนประเด็นที่สอง คือ บทบาทของสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า ขณะนี้หลายแห่งได้ดำเนินการเชิงรุกในการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้กับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนในประเทศต่างๆ เพื่อให้เข้าใจจุดยืนของไทยที่ต้องการยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และกลับเข้าสู่การเจรจากับกัมพูชาบนพื้นฐานของความจริงใจ

 

นอกจากนี้ คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ รวมถึงสถานทูตและคณะผู้แทนไทยในกรอบพหุภาคีระหว่างประเทศต่างๆ ยังมีบทบาทสำคัญในการชี้แจงจุดยืนของไทยต่อเวทีโลก เพื่อย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

The post ศบ.ทก. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำพร้อมเจรจา GBC 4 ส.ค. นี้ เผยแม่ทัพภาคทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องเดินหน้าสู่สันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง บอกสถานการณ์ยังเปราะบาง ขอประชาชนอดทนรออยู่ในศูนย์พักพิงก่อน https://thestandard.co/border-panel-11-areas-secured/ Tue, 29 Jul 2025 07:57:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1101279

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ร. […]

The post ศบ.ทก. เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง บอกสถานการณ์ยังเปราะบาง ขอประชาชนอดทนรออยู่ในศูนย์พักพิงก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวถึงการตกลงหยุดยิงของทั้ง 2 ประเทศ เมื่อเวลา 24:00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทางการไทยยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงในพื้นที่ต่างๆ อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในคำสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้

 

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่ผ่านมา เมื่อเวลา 24:00 น. ได้มีการพิสูจน์ทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการกระทำที่จงใจละเมิดข้อตกลง และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และการกระทำของฝ่ายกัมพูชาทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการในการโต้ตอบภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเอง ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยฝ่ายไทยไม่ได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่ทำเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

 

นอกจากนี้ฝ่ายกัมพูชายังมีการใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบัง ซึ่งเป็นการละเมิดพันธะกรณีในการคุ้มครองทางวัฒนธรรมของสหประชาชาติ และอนุสัญญาภายใต้ยูเนสโกอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชายังมีการละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงที่กันไว้ จึงขอประณามการกระทำดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้

 

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนนั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันนี้ พื้นที่ที่ฝ่ายไทยสามารถควบคุมได้มีทั้งสิ้น 11 พื้นที่ ประกอบด้วย ภูมะเขือ, ช่องอานม้า, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, แนวเขตแดนช่องบก, โดนตวล, ช่องสัตตะโสม, ช่องจอม, ช่องสายตะกู, พระวิหาร และพลาญยาว

 

ขณะนี้มีผู้อพยพรวมทั้งสิ้น 188,729 คน และพลเรือนผู้ได้รับผลกระทบมีดังนี้:

 

  • เสียชีวิต 15 คน
  • บาดเจ็บสาหัส 12 คน
  • บาดเจ็บปานกลาง 13 คน
  • บาดเจ็บเล็กน้อย 13 คน

 

รวมผู้บาดเจ็บทั้งหมด 53 คน โดยเพิ่มขึ้นอีก 1 รายในจังหวัดสุรินทร์ ในจำนวนนี้มีผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 14 ราย ซึ่งแบ่งเป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 11 ราย
ขณะที่ สถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบมีทั้งสิ้น 20 แห่ง ปิดบริการทั้งหมด 13 แห่งและเปิดบางส่วน 7 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 175 แห่ง

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในระดับผู้บังคับบัญชาทหารในพื้นที่ เพื่อกำหนดกรอบปฏิบัติการทางทหาร ภายหลังการเจรจาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีข้อตกลงร่วมกัน 5 ประเด็น ได้แก่

 

  • หยุดยิง
  • ห้ามยิงใส่ประชาชน
  • หยุดเสริมกำลังพลเพิ่มเติม
  • ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังทหาร
  • อำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากพบการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข่าวปลอมจำนวนมาก จึงขอเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หากพบการละเมิดทางไซเบอร์ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามและดำเนินการในเรื่องนี้

 

ส่วน มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เรียกร้องให้ทางฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และโดยทันที และย้ำว่าการหยุดยิงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ กับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้

 

อย่างไรก็ตามขอให้ทางกัมพูชาดูแลคนไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา เช่นเดียวกับไทยที่จะดูแลคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงอดทนรอจนกว่าสถานการณ์จะสามารถให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังมีความเปราะบางอยู่

 

จากนี้ไทยต้องการเห็นความสุจริตใจของกัมพูชาในเรื่องของการหยุดยิงและการโจมตี โดยเฉพาะต่อพลเรือน และย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการรักษาธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน บนผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

The post ศบ.ทก. เผยหลังหยุดยิง ไทยรักษาได้ 11 พื้นที่ ประณามกัมพูชาละเมิดข้อตกลง บอกสถานการณ์ยังเปราะบาง ขอประชาชนอดทนรออยู่ในศูนย์พักพิงก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบ.ทก. ย้ำไทยพร้อมเจรจา หากกัมพูชาแสดงความจริงใจ เผย กต.ยื่นเรื่องถึงประธาน ICRC ประณามโจมตีพลเรือน-โรงพยาบาลไทย ให้โลกรับรู้ https://thestandard.co/thailand-ready-to-talk-if-cambodia-sincere/ Sun, 27 Jul 2025 07:10:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1100549

วันนี้ (27 กรกฎาคม) เวลา 12.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนี […]

The post ศบ.ทก. ย้ำไทยพร้อมเจรจา หากกัมพูชาแสดงความจริงใจ เผย กต.ยื่นเรื่องถึงประธาน ICRC ประณามโจมตีพลเรือน-โรงพยาบาลไทย ให้โลกรับรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 กรกฎาคม) เวลา 12.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมด้วย มาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ประเด็นด้านความมั่นคงประจำวันนี้ ตามที่มีข่าวปรากฏถึงการเรียกร้องของบางประเทศให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงนั้น ฝ่ายไทยขอยืนยันว่า เห็นด้วยในหลักการดังกล่าว ซึ่งการหยุดยิงจะสามารถเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจ และเข้าร่วมหารือในรายละเอียด รวมทั้งต้องมีการหยุดยิงอย่างเป็นที่ประจักษ์ ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ช่วงที่ผ่านมา ปรากฏให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการส่งกำลังทหารเข้าปะทะในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เขาพระวิหาร เมื่อเวลา 02.10 น. จากนั้นในเวลา 06.10 น. มีการยิงจรวด BM-21 ซึ่งเป็นกระสุนชนิดจรวด เข้ามายังฝั่งไทย กระสุนตกบริเวณหมู่ที่ 10 บ้านตาโสร์ ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายของพลเรือน ทำให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.30 น. กระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาได้พุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดศรีสะเกษ และโรงพยาบาลบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งยังมีการใช้ประชาชนเป็นโล่กำบังในการตั้งอาวุธยิง ซึ่งถือเป็นการใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างไร้มนุษยธรรม โดยปราศความมนุษยธรรม ทั้งหมดนี้ถือเป็นการละเมิดต่อ อนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจน

 

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายไทยขอประณามความไม่จริงใจในการพูดคุยเจรจาของฝ่ายกัมพูชา โดยที่ผ่านมา กัมพูชาได้ปฏิเสธหรือเลื่อนการเจรจาในเวทีทวิภาคีหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เวที JBC, GBC หรือ RBC โดยที่ฝ่ายไทยมองว่า เวทีการประชุมเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่สามารถนำ ประเด็นปัญหาต่าง ๆ และข้อขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศมาหารือร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเต็มที่

 

นอกจากนี้ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการเสริมกำลังทางทหาร และดัดแปลงที่มั่นตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ยังมีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการละเมิดต่อเนื่องอนุสัญญาออตตาวา ทั้งยังพบว่า ฝ่ายกัมพูชาได้แสดงท่าทียั่วยุและส่งเสริมการปลุกระดมมวลชนชาวกัมพูชา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้เคลื่อนไหวเข้าสู่พื้นที่ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดน โดยอาศัยกระแสชาตินิยมเป็นเครื่องมือในการปลุกปั่น หวังยกระดับสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

 

ตลอดจนการแสดงออกท่าทีถึงความพร้อมในการใช้กำลังทางทหาร ผ่านการโพสต์และเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้การ บิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวหาประเทศไทยโดยปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุของการสร้างความไม่พอใจที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชนในอนาคต

 

สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมา ผู้แทนเหล่าทัพไทยที่อยู่ในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะเป็นผู้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป แต่ในรายละเอียดเบื้องต้น ฝ่ายกัมพูชายังคงดำเนินการใช้อาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปืนใหญ่, ปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้ง, จรวดหลายลำกล้อง (BM-21)รวมทั้งอาจมีการนำอาวุธประสิทธิภาพสูงเข้ามาเพิ่มเติม อาทิ PSL-03, RM-70 และ BM-21 ด้วยเช่นกัน

 

สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น พลเรือนเสียชีวิตทั้งสิ้น 13 ราย บาดเจ็บสาหัสเพิ่ม 1 ราย รวมเป็นจำนวน 11 ราย บาดเจ็บปานกลาง 12 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวมทั้งหมด 49 ราย

 

แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล่าสุดจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ฝ่ายไทยขอ ชื่นชมการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ดำเนินการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้รับการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และอยู่ภายใต้การดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากเจ้าหน้าที่รัฐ

 

สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำว่า ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลกัมพูชาโดยตรง ไม่ใช่เกิดจากพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองประเทศ ดังนั้นจึงขอวิงวอนพี่น้องประชาชนชาวไทยให้หลีกเลี่ยงการแสดงความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำดูหมิ่น หรือการใช้กำลังต่อพี่น้องชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานและอาศัยในประเทศไทยอย่างสุจริต เช่น แรงงาน นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการในทุกสาขาอาชีพ

 

ในกรณีที่พบการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวจากชาวกัมพูชา ขอให้ประชาชนใช้สติและเหตุผลในการตักเตือน และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง หากสถานการณ์บานปลาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นี่คือประเด็นสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงขอนำเรียนเพื่อความเข้าใจและความสงบเรียบร้อยของทุกฝ่าย

 

ขณะที่ มาระตี กล่าวความคืบหน้าในด้านการต่างประเทศ เกี่ยวกับการประชุมแบบปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อหารือสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีสมาชิก 15 ประเทศ รวมถึงตัวแทนของไทยและกัมพูชา เข้าร่วมประชุม

 

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญให้ฝ่ายไทยย้ำจุดยืนต่อประชาคมโลก โดยนำเสนอหลักฐานที่หนักแน่นและข้อเท็จจริงชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่ม และเปิดฉากโจมตีเป้าหมายพลเรือนไทยก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งประชาชนต้องอพยพกว่าแสนคน

 

ทั้งยังถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่ปรากฏในถ้อยแถลงที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ประเทศสมาชิกได้หารือและเห็นพ้องในหลักการสำคัญหลายประเด็น ได้แก่

 

  • การเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดและแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ผ่านการทูตและการเจรจาทวิภาคี
  • การสนับสนุนบทบาทของอาเซียนในการเป็นกลไกแก้ไขความขัดแย้งตามหลักการขององค์กร
  • ยืนยันว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาไม่ได้เป็นภัยต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่ได้มีการออกมติหรือเอกสารผลลัพธ์ใดๆ ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นสิ่งที่ดี แสดงถึงความเข้าใจและการยอมรับในจุดยืน รวมถึงการดำเนินการของไทยจากประเทศสมาชิก

 

มาระตีกล่าวว่า เมื่อวานนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีเป้าหมายพลเรือนโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวา 1949 ข้อ 19 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 ว่าด้วยการคุ้มครองหน่วยแพทย์และสถานพยาบาล และข้อ 18 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองโรงพยาบาลและฝ่ายพลเรือน

 

กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อประณามอย่างรุนแรงต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงเหล่านี้ พร้อมทั้งจะเข้าพบสำนักงาน ICRC ประจำประเทศไทยในวันอังคารที่ 29 กรกฎาคมนี้ เพื่อชี้แจงและหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการดังกล่าว เพื่อสื่อสารต่อประชาคมโลกว่า การกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชา เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการประณามจากนานาประเทศอย่างจริงจัง

 

ในเช้าวันนี้ ฝ่ายกัมพูชายังคงดำเนินการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้หลายประเทศจะเสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่ไทยขอยืนยันว่า ฝ่ายกัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจในการหยุดยิง โดยเฉพาะการหยุดยิงที่ไม่เลือกเป้าหมาย กระทรวงการต่างประเทศยังได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศ พร้อมตอบโต้ข้อมูลบิดเบือนที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้ง

 

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสื่อต่างประเทศหลายสำนักกำลังเตรียมเดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่สื่อต่างประเทศอย่างราบรื่นต่อไป

The post ศบ.ทก. ย้ำไทยพร้อมเจรจา หากกัมพูชาแสดงความจริงใจ เผย กต.ยื่นเรื่องถึงประธาน ICRC ประณามโจมตีพลเรือน-โรงพยาบาลไทย ให้โลกรับรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>