สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุธีรพันธุ์-สักรวัตร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 29 Jan 2026 05:53:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 SCBX เผยคนไทย 80% ใช้งาน AI เป็นประจำ แต่มีเพียง 16% ที่ใช้เต็มศักยภาพ https://thestandard.co/scbx-thai-consumer-ai-adoption/ Thu, 29 Jan 2026 05:50:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1170998 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปผลสำรวจรายงาน SCBX เรื่องคนไทยใช้ AI ประจำ แต่ไม่มั่นใจใช้งานเต็มศักยภาพ

SCBX เปิดตัวรายงาน thAI Consumer AI Adoption 2026 ครั้ง […]

The post SCBX เผยคนไทย 80% ใช้งาน AI เป็นประจำ แต่มีเพียง 16% ที่ใช้เต็มศักยภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปผลสำรวจรายงาน SCBX เรื่องคนไทยใช้ AI ประจำ แต่ไม่มั่นใจใช้งานเต็มศักยภาพ

SCBX เปิดตัวรายงาน thAI Consumer AI Adoption 2026 ครั้งแรกกับการเผยพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคไทยต่อ AI ชี้คนไทย 80% ใช้ AI แล้ว แต่ยัง ‘ไม่มั่นใจ’ ใช้จริงจัง พร้อมเปิด 9 โปรไฟล์ผู้บริโภคยุค AI

 

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX เปิดตัวรายงาน “thAI Consumer AI Adoption 2026” ซึ่งถือเป็นงานวิจัยเชิงลึกชุดแรกของไทยที่ศึกษาพฤติกรรม ทัศนคติ ความคาดหวัง และความกังวลของผู้บริโภคไทยต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการใช้บริการทางการเงิน รายงานนี้เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามสำคัญว่า “ผู้บริโภคไทยต้องการให้ AI ทำอะไรเพื่อพวกเขาจริงๆ ?”

 

รายงานฉบับนี้เป็นงานวิจัยเชิงประจักษ์ที่ครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลายช่วงวัย อาชีพ และระดับทักษะด้านดิจิทัล เพื่อนำเสนอภาพจริงของ “Thai AI Reality” ที่แตกต่างจากข้อมูลของบริษัทต่างชาติอย่างชัดเจน และเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับองค์กรไทยในการออกแบบนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงิน AI บนพื้นฐานความต้องการจริงของผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงความล้ำสมัยของเทคโนโลยี

 

ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยกับ AI แต่ยังไม่มั่นใจใช้ AI เชิงลึก

 

ผลการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคไทยกว่า 90% รู้จัก AI และกว่า 80% เคยใช้งานเป็นประจำ ผ่านแอปพลิเคชันที่คุ้นเคย เช่น ระบบแนะนำคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล การแปลภาษา หรือระบบอัตโนมัติในแอปพลิเคชันธนาคาร แม้ AI จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอยู่แล้ว แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่เป็น “ผู้ใช้ AI แบบเต็มศักยภาพ”

 

ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่ม “ใช้แบบจำกัดเพื่ออำนวยความสะดวก” หรือ “เห็นประโยชน์แต่ยังไม่ไว้ใจเต็มที่” ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างสำคัญในตลาดไทยระหว่าง ‘การใช้งานจริง’ และ ‘ความเข้าใจที่แท้จริง’

 

9 โปรไฟล์ผู้บริโภคยุค AI ของไทย

 

สะท้อนระดับการใช้ ตลอดจนทัศนคติต่อ AI ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เรียงตามลำดับความซับซ้อนของลักษณะการใช้งาน และทัศนคติต่อ AI ได้แก่

 

  • Pro-formance – นักสร้างผลงานด้วย AI (5%) ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างผลลัพธ์และความสำเร็จ
  • Life Optimizer – คนใช้ AI ให้ชีวิตง่ายขึ้น (8%) ใช้ AI เพื่อยกระดับชีวิตประจำวันให้ไวขึ้น ฉลาดขึ้น
  • Smart Minimalist – ฉลาดแบบพอดี ใช้เท่าที่จำเป็น (36%) ไม่คลั่ง AI แต่ใช้เท่าที่เห็นประโยชน์จริง
  • Skeptical Practitioner – เชื่อแต่ไม่วางใจ (34%) เปิดรับ AI แต่ยังระแวงในบางแง่มุม
  • Silent Doubter – สงสัยแต่ไม่พูดออกมา (10%) ใช้ AI อยู่ แต่ยังไม่มั่นใจหรือไม่กล้ายอมรับ
  • Accidental Adopter – ใช้แบบไม่ได้ตั้งใจ (4%) ใช้ AI โดยไม่รู้เลยว่ากำลังใช้
  • Unaware Trialist – ใช้โดยไม่รู้ตัว แต่เริ่มค้นหา (3%) เริ่มอยากเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร
  • Curious Speculator – กลุ่มที่จับตาแต่ยังไม่ลอง (0.2%) ขอรอดูทิศทางก่อนลงมือ
  • Digital Rejector – สายไม่เอา AI (0.1%) ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ ไม่อยากให้ AI เข้ามาแทนมนุษย์

 

โดยสองกลุ่มใหญ่ คือ Smart Minimalist และ Skeptical Practitioner คิดเป็นสัดส่วนรวมกันกว่า 70% ของผู้บริโภคไทยทั้งหมด เป็นกลุ่มที่องค์กรจำเป็นต้องออกแบบ AI ให้ตรงกับความคาดหวัง รวมถึงตอบโจทย์ความกังวลด้านความปลอดภัย ความง่าย และความโปร่งใส นอกจากนี้สามกลุ่มผู้ใช้หลักที่มีผลต่อการผลักดันและขับเคลื่อน AI ในไทย ได้แก่ 1. Smart Minimalist 2. Life Optimizer 3. Pro-formance

 

ความกังวล ‘ความปลอดภัย’ และ ‘ความยุ่งยาก’ คือ อุปสรรคใหญ่สุด

 

ในบริบททางการเงิน รายงานยังชี้ให้เห็นว่า ความกังวลสำคัญของผู้บริโภคไทยเกี่ยวกับการใช้ AI มี 5 ประการ ได้แก่

 

  • การโอนไปยังบัญชีต้องสงสัย ความเสี่ยงทางธุรกรรม (60%)
  • กลัวบัญชีถูกล่อลวงจนเงินออมสูญหาย (59%)
  • ต้องเทียบสินเชื่อ รีไฟแนนซ์เอง (57%)
  • ต้องไล่เช็กโปรโมชันบัตรเครดิตเอง (55%)
  • ตัวเลือกในการลงทุนมีมาก / ไม่เข้าใจศัพท์การลงทุน (52%)

 

ดังนั้น ผู้บริโภคต้องการให้ AI ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ลดภาระงานซ้ำๆ และทำให้การเงินปลอดภัยขึ้น มากกว่าการเป็นฟีเจอร์ล้ำสมัยที่ใช้งานยาก

 

รายงานชี้ว่าความสนใจของผู้บริโภคไทยต่อ AI สูงมาก แต่การใช้งานด้านการเงินยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หากแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย ความยุ่งยาก และความเข้าใจได้สำเร็จ เทคโนโลยี AI จะมีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่การเตือนความเสี่ยงไปจนถึงการแนะนำทางการเงินที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แต่ละคน

 

AI กำลังก้าวจากเทคโนโลยี ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของชีวิตคนไทย

 

รายงานฉบับนี้ของ SCBX คือแผนที่สำคัญที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคไทยยุค AI องค์กรที่ออกแบบ AI โดยยึดความมั่นใจ ความง่าย และความโปร่งใส จะเป็นผู้ที่สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคในยุคการเงินใหม่สมัยใหม่

 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดรายงาน “SCBX Report: thAI Consumer AI Adoption 2026” ฉบับเต็มได้ที่: https://www.scbx.com/th/scbx-exclusive/thai-consumer-ai-adoption/

 

สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer ของ SCBX เปิดเผยว่า “จุดเริ่มต้นของรายงาน SCBX Report: thAI Consumer AI Adoption 2026 ฉบับนี้เกิดจากคำถามง่ายๆ แต่สำคัญมากว่า ‘ลูกค้ามองเห็นเราเป็นองค์กร AI-first เหมือนที่เรามองตัวเองหรือไม่?’ เมื่อเรานำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรอย่างก้าวกระโดดตลอดหลายปีที่ผ่านมา พบว่าความเปลี่ยนแปลงจำนวนมากเกิดขึ้นในฝั่งองค์กร แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นในมุมมองของผู้บริโภคด้วยหรือเปล่า เราจึงต้องหยุดและกลับมาศึกษาให้ลึกว่า ผู้บริโภคไทยต้องการอะไรจาก AI จริงๆ ไม่ใช่ในแบบที่องค์กรคิด แต่ในแบบที่ลูกค้าของเราต้องการจริงๆ ในชีวิตประจำวันของพวกเขา”

 

รายงานนี้ตอกย้ำว่าการเดินหน้าสู่ AI-first Organization ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่เริ่มจาก ความเข้าใจ ความเชื่อใจ และความคาดหวังของผู้ใช้ เพราะถ้า AI ยังไม่ตอบโจทย์พื้นฐานเหล่านี้ มันก็ยังไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกค้าได้ ที่ SCBX เราเชื่อใน AI ที่ ‘มีความหมาย’ AI ที่ช่วยคลายความกังวล ทำให้ชีวิตการเงินง่ายขึ้น และทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างสมดุล เพื่อให้ทุกคนก้าวสู่โลกการเงินยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจจริงๆ

 

ด้าน ญาดา เสรีเศวตรัตน์ Senior Consumer Insights and Market Research Management Expert ของ SCBX กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลชิ้นนี้ชี้ชัดว่า ผู้บริโภคไทยใช้ AI อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แต่การใช้ AI ในการบริหารการเงินเชิงลึกยังต่ำกว่าศักยภาพมาก เพราะพวกเขายังกังวลเรื่องความปลอดภัย ความแม่นยำ และความโปร่งใส การออกแบบ AI สำหรับตลาดไทยต้องเริ่มจากความเชื่อใจและความเรียบง่าย การมีมนุษย์ร่วมตรวจสอบ หรือ Human-in-the-Loop ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะในบริการการเงินที่มีความเสี่ยงสูง หากเราต้องการให้ผู้ใช้ก้าวเข้าสู่การใช้ AI ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ทางการเงิน การจัดพอร์ตลงทุน หรือระบบแนะนำอัตโนมัติ AI ต้อง อธิบายได้ ตรวจสอบได้ และเชื่อใจได้ ก่อน”

 

3 มิติสำคัญที่องค์กรไทยต้องโฟกัส เพื่อก้าวสู่ AI-first Organization อย่างแท้จริง

 

1. Trust Design – ออกแบบให้ความไว้วางใจเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

 

ทุกบริการควรอธิบายได้ว่าทำไมระบบถึงแนะนำสิ่งนี้ ใช้ข้อมูลอะไร และปกป้องข้อมูลอย่างไร ความโปร่งใสต้องไม่ใช่ส่วนเสริม แต่เป็นคุณสมบัติหลัก

 

2. Human Validation – ผสานความเป็นมนุษย์กับเทคโนโลยีให้สมดุลกัน

 

ผู้บริโภคไทยยังต้องการ ‘เสียงสุดท้ายจากมนุษย์’ ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อในระบบ แต่เพราะเชื่อในการมีส่วนร่วมของมนุษย์อยู่ในวงจร (Human-in-the-loop) จะได้รับการยอมรับที่มากกว่า

 

3. Meaningful Simplicity – จัดการความซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย

 

คนไทยไม่กลัวเทคโนโลยีซับซ้อน แต่กลัวประสบการณ์ที่มนุษย์เข้าไม่ถึง การทำให้ระบบสื่อสารด้วยภาษามนุษย์ เข้าใจภาษาได้หลายสำเนียง หรือเชื่อมต่อบริการต่างๆ อย่างราบรื่น คืออาวุธลับที่แท้จริง

The post SCBX เผยคนไทย 80% ใช้งาน AI เป็นประจำ แต่มีเพียง 16% ที่ใช้เต็มศักยภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดวิสัยทัศน์ SCBX NEXT TECH พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับเน็ตเวิร์กกิ้ง นั่งทำงาน และแลกเปลี่ยนอินไซต์ของคนสายเทคโนโลยี https://thestandard.co/scbx-next-tech-bangkok-tech-hub/ Mon, 08 Jan 2024 04:05:12 +0000 https://thestandard.co/?p=885272

“พื้นที่นี้ถูกสร้างขึ้นเพราะเราอยากเห็นวงการเทคโนโลยีไท […]

The post ถอดวิสัยทัศน์ SCBX NEXT TECH พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับเน็ตเวิร์กกิ้ง นั่งทำงาน และแลกเปลี่ยนอินไซต์ของคนสายเทคโนโลยี appeared first on THE STANDARD.

]]>

“พื้นที่นี้ถูกสร้างขึ้นเพราะเราอยากเห็นวงการเทคโนโลยีไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยความตั้งใจของ SCBX NEXT TECH คือการให้เครื่องมือ สถานที่ และคอนเทนต์สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีของประเทศไทยในการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ” – สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)

 

สำหรับคนสายเทคโนโลยี การจะสร้างนวัตกรรมสักหนึ่งชิ้นนั้นนับเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้ ความมุ่งมั่น และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือ ‘การได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้อื่น’ เพราะการได้พบปะพูดคุยกับผู้ที่มีความสนใจคล้ายกัน อาจนำมาสู่โอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจด้วยไอเดียใหม่ๆ ก็เป็นได้

 

THE STANDARD WEALTH ได้พูดคุยกับ สุธีรพันธุ์ สักรวัตร แห่ง SCBX ถึงวิสัยทัศน์และแรงบันดาลใจในการสร้าง SCBX NEXT TECH ที่ตั้งอยู่ ณ ชั้น 4 สยามพารากอน พื้นที่สำหรับผู้หลงใหลในเทคโนโลยี ที่เปิดโอกาสให้คน ‘แพสชันเหมือนกัน’ ได้เจอกันเพื่อยกระดับเทคคอมมูนิตี้ในประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง 

 

ภาพ: สุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) 

 

ขอเริ่มกันจากพื้นที่แรกอย่าง AreaX by SCBX โซนจัดงานเวิร์กช็อปและกิจกรรม Meetup ที่ใครต่างก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ฟรี โดยพื้นที่นี้สามารถรองรับคนได้ประมาณ 20-30 คน

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ภายใน AreaX คือ Developer Lounge เวิร์กสเตชันที่พร้อมไปด้วยจอมอนิเตอร์ โต๊ะปรับระดับ และเก้าอี้ ถือเป็นสเปซที่ตอบโจทย์คอนเซปต์ Work from Anywhere ซึ่งทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานได้ในรูปแบบ ‘First Come First Serve’ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นอีกหนึ่งที่ให้กับชุมชนเทคโนโลยีในไทยได้มีช่องทางพบปะและทำงานร่วมกันใจกลางเมือง

 

ภาพ: พื้นที่ภายในบริเวณ AreaX ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมและ Developer Lounge

 

ต่อมาเป็น SCBX NEXT STAGE พื้นที่ใช้จัดงานเสวนาที่สามารถจุคนได้ตั้งแต่ 80 ไปจนถึง 300 คน ให้สามารถเข้าร่วมฟังการพูดคุยประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ เช่น ‘SCBX การตลาดวันละคอน Marketing Trend 2024’ หรือ ‘Research Talk เจาะลึกจับเทรนด์ร้านอาหารปี 2024’ โดยตลอดประมาณ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2023 ตั้งแต่เปิดตัวสถานที่ SCBX NEXT TECH มีงานอีเวนต์ที่จัดขึ้นเอง และร่วมกับพาร์ตเนอร์แล้วกว่า 90 งาน 

 

“หลังจากที่ SCBX เปิดตัวพื้นที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็น AreaX และ SCBX NEXT STAGE เรารู้สึกดีใจพร้อมทั้งประหลาดใจไปในเวลาเดียวกัน เราได้ค้นพบว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังสร้างหรือได้สร้างนวัตกรรมเจ๋งๆ ไว้แล้ว แต่ประเด็นที่ยังเป็นสิ่งขาดไปของวงการเทคของไทยในมุมมองของเราคือ ‘พื้นที่เปิดให้คนมาเชื่อมต่อกัน มาแชร์ความรู้และอินไซต์ร่วมกับผู้อื่น’ ซึ่งในอดีตพื้นที่แบบนี้หาได้ค่อนข้างยาก และเราก็ต้องการเป็นส่วนที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้”

 

ภาพ: พื้นที่ SCBX NEXT STAGE 

 

จากช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้งานสัมมนาเทคโนโลยีจะถูกจัดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ข้อจำกัดเรื่องเวลาและความถี่ของงานในแต่ละปีก็เป็นประเด็นที่ SCBX มองเห็นถึงช่องว่างของความต้องการจากคนฟังที่อยากได้เนื้อหาที่เป็นเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

 

“หลายครั้งเนื้อหาบนเวทีเสวนาในเรื่องเทคโนโลยีที่จัดขึ้นโดยสื่อและสมาคมต่างๆ มีคุณภาพมาก แต่มันจะดีกว่าหรือไม่หากเราสามารถนำคนเก่งจากเวทีเหล่านั้นมาขยี้ต่อ มาล้วงอินไซต์เพิ่ม หรือแม้แต่ขยายโอกาสให้คนสายเทคหน้าใหม่ได้มาโชว์ศักยภาพของตัวเอง” สุธีรพันธุ์เล่าถึงบทบาทของ SCBX NEXT TECH ในการต่อยอดมุมมองจากคนเก่งในแวดวงเทคโนโลยีไทยให้กว้างขึ้น

 

ดังนั้นพื้นที่อย่าง AreaX หรือ SCBX NEXT STAGE ก็จะทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวเชื่อมให้นักพัฒนาเทคโนโลยีได้มีเวทีในการแชร์สิ่งที่ตัวเองทำสู่สาธารณะ ในขณะที่ผู้เข้าร่วมฟังที่เป็นสาธารณะก็ได้รับอินไซต์และได้อัปเดตตัวเองให้เท่าทันเทรนด์เทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา

 

นอกจากนี้ SCBX ยังมีความเชื่อว่า การจะสร้างเทคคอมมูนิตี้ให้แข็งแรงจะต้องเริ่มจากกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนมาเจอกัน มาแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่บ่อยๆ ด้วยเหตุนี้ SCBX จึงมีพื้นที่ของตัวเองเพื่อจัดงานสัมมนาใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมาบุคคลทั่วไปได้เข้ามาร่วมงานเสวนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความสำคัญของ ‘พื้นที่เปิด’ สำหรับทุกคนที่มีความสนใจในเทคโนโลยีได้มารวมตัวกัน

 

มองข้างหน้าต่อไปในปี 2024 ที่พัฒนาการทางเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะเดินหน้าต่ออย่างรวดเร็ว SCBX จึงมีความตั้งใจว่างานสัมมนาจะเกิดขึ้นในทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงแหล่งความรู้และใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่แชร์แพสชันร่วมกัน จนสามารถเกิดเป็น ‘เทคคอมมูนิตี้’ ที่แข็งแกร่งได้

The post ถอดวิสัยทัศน์ SCBX NEXT TECH พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับเน็ตเวิร์กกิ้ง นั่งทำงาน และแลกเปลี่ยนอินไซต์ของคนสายเทคโนโลยี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: การสื่อสารในโลกใหม่ Creative ไม่ใช่หัวใจของการตลาด https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-2021-48/ Sun, 28 Nov 2021 11:28:28 +0000 https://thestandard.co/?p=565217

สื่อสารในโลกใหม่อย่างไร ในวันที่ Creative ไม่ใช่หัวใจขอ […]

The post ชมคลิป: การสื่อสารในโลกใหม่ Creative ไม่ใช่หัวใจของการตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

สื่อสารในโลกใหม่อย่างไร ในวันที่ Creative ไม่ใช่หัวใจของการตลาด โค้ดดี้, สุธีรพันธุ์ ไทยพาณิชย์, อรรถวุฒิ Adapter Digital

“ก่อนหน้านี้ Creativity มันเป็นเรื่องของ Talent พอเกิดอินเทอร์เน็ต Performance เริ่มทวีความสำคัญ Performance Marketing มันเป็น Skill ใครก็เรียนได้ แม่ค้าออนไลน์ก็เรียนได้ ฝึกฝนได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ Talent เยอะ คนก็เลยมาให้ความสำคัญกับ Performance Marketing เพราะเขาสามารถฝึกเองได้ มันเห็นผล ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณมอง Marketing จากมุมไหน”

 

“การทำ Creative มันจำเป็น แต่ไม่ใช่การทำ Creative แบบต้องใช้เงินลงไปกับชิ้นงาน ทำให้ทั้งประเทศหันมามองคุณ แต่มันอาจจะเป็นแค่โพสต์ โพสต์เดียวที่ต้องการ Creative มันอาจจะเป็นแค่การโฆษณาสินค้าตัวใหม่ด้วยการ Creative ดังนั้น Creative มันไม่ได้เป็นชิ้นใหญ่ๆ และชิ้นเดียวอีกแล้ว มันคือชิ้นเล็กๆ ที่กระตุ้นคน และทำให้มันสั่นไหวกับคนตลอดเวลา นี่คือภาพที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน”

 

ส่วนหนึ่งของสปีชที่กล่าวโดย สุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล จำกัด และอรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอล เอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 หัวข้อ ‘Marketing and Communication at the Crossroads กลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารในโลกใหม่’

The post ชมคลิป: การสื่อสารในโลกใหม่ Creative ไม่ใช่หัวใจของการตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดมุมมอง ‘การตลาด’ ในวันที่ Creativity Marketing และ Performance Marketing ต้องมาคู่กัน https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-2021-37/ Sat, 27 Nov 2021 13:10:22 +0000 https://thestandard.co/?p=565020 Creativity Marketing

หากจะถามว่าอุตสาหกรรมใดที่ถูกดิสรัปชันบ่อยและเร็วกว่าคน […]

The post ถอดมุมมอง ‘การตลาด’ ในวันที่ Creativity Marketing และ Performance Marketing ต้องมาคู่กัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Creativity Marketing

หากจะถามว่าอุตสาหกรรมใดที่ถูกดิสรัปชันบ่อยและเร็วกว่าคนอื่น แน่นอนว่าต้องมีสื่อและการตลาดอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน คำถามคือ แล้วผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต้องปรับตัวกันอย่างไร ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเทคโนโลยีมาเป็นตัวกระตุ้น

 

เพื่อหาคำตอบในประเด็นนี้ THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 ภายใต้หัวข้อ Marketing and Communication at the Crossroads: กลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารในโลกใหม่ จึงได้ชวนผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดอยู่ในโลกการสื่อสารและการตลาดมาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง

 

เริ่มจากมุมมองของ สุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ให้คำนิยามของ ‘การตลาด’ ว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และยังเป็นซอฟต์พาวเวอร์ในรูปแบบหนึ่งเสียด้วยซ้ำ

 

“คนมักมองเรื่องการตลาดเป็นเรื่องของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือกำไร ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ถูก แต่ในอีกมุมหนึ่ง การตลาดเป็นเรื่องของคนในสังคมทั้งหมด หากใครเข้าใจการตลาดได้อย่างลึกซึ้ง ก็จะสามารถนำไปปรับใช้กับบริบทของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ” สุธีรพันธุ์กล่าว

 

สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาคือ Creativity หรือความคิดสร้างสรรค์ และ Performance หรือประสิทธิภาพ ซึ่ง “ในบางยุคบางสมัยจะให้ความสำคัญกับ Creativity Marketing แต่ในยุคหลังๆ มักให้ความสำคัญกับ Performance Marketing ขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมไหน”

 

สุธีรพันธุ์แบ่งยุคของการตลาดออกเป็น 3 ยุค คือ ยุคแรก 50 ปีก่อนมีอินเทอร์เน็ตรุ่งเรือง หรือก่อนปี 2000 ซึ่งยุคนั้นจะให้ความสำคัญกับ Creativity Marketing แต่หลังจากวันที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู ได้เข้าสู่ยุคที่แบรนด์มักให้ความสำคัญกับ Performance Marketing ขณะที่ล่าสุดนั้นโลกของการตลาดกำลังเปลี่ยนถ่ายไปสู่ยุคที่เป็นโลกเสมือน

 

“มีคำกล่าวว่า เราไม่มีทางวิ่งตามลูกค้าได้ทัน แต่ยุคนี้ Data เป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถทำให้เราวิ่งได้ทันและปรับใช้กับลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้ ซึ่งวันนี้เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้เราห่างกับลูกค้า แต่ทำให้เราใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และเทคโนโลยีไม่ใช่ทางเลือก แต่กำลังเป็นทางรอดสำหรับแบรนด์”

 

ขณะที่ อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล จำกัด ได้ยกโมเดล S T E P I C เพื่ออธิบายโลกของการตลาดที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2022 ซึ่งได้แก่

 

S: Society เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ความสนใจของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักคือ New Meaning และ New Value ซึ่งคิดว่าจะรุนแรงมากในปีหน้า เพราะคิดว่าหลายๆ อย่างที่คนรู้สึกว่ามีความหมายหรือมีประโยชน์กับชีวิตเริ่มไม่มีแล้ว 

 

T: Technology คือเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Web 3.0, Omniverse และ Metaverse ที่เป็นแรงกระเพื่อมที่ค่อนข้างรุนแรง

 

E: Economy ซึ่งนี่เป็นจุดเปลี่ยนของวงการเอเจนซีเลย เพราะลูกค้าให้ความสำคัญกับ Performance มากๆ ในช่วงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เริ่มบาลานซ์คือ Performance และการสร้างแบรนด์ เพราะว่าบางครั้งถ้าคาดหวัง Performance มากๆ ความเป็นแบรนด์จะหายไปเลย

 

P: Policy สิ่งหนึ่งที่ทำงานกันหนักหน่วงพอสมควรคือการเก็บข้อมูลลูกค้า ในขณะที่เราต้องรักษาเรื่อง Privacy ของลูกค้า แต่เราต้องทำให้ Performance ดีที่สุด ซึ่งจริงๆ สวนทางกันอยู่ เพราะการที่เราจะทำให้ Performance ดี เราต้องเก็บข้อมูลลูกค้าให้ได้มากที่สุด ฉะนั้นจึงต้องหาจุดร่วมมาปรับใช้ร่วมกัน

 

I: Industry จุดเปลี่ยนอันหนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากๆ คือในขณะที่ตลาดแข่งขันกันสูงมาก แต่ตอนนี้มีเรื่อง Collaboration เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยแทนที่จะแข่งกันแต่มาร่วมมือกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่

 

C: Creativity สิ่งที่ต้องจับตาคือ เราเริ่มใช้สูตรเดิมๆ มากันเยอะแล้ว ทว่าสูตรนี้จะต้องเปลี่ยน ซึ่งจะบอกว่าเชยก็ไม่ถูกนัก แต่ต้องเรียกว่าไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า รวมไปถึงแต่ละอุตสาหกรรมต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย

 

อรรถวุฒิยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบัน 8 ใน 10 ของผู้บริโภค เป็นผู้บริโภคดิจิทัลกันหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องคิดคือเรื่อง Convenient หรือความสะดวก ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ต้องสร้างประสบการณ์กับลูกค้าให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันคำถามใหญ่ที่เกิดขึ้นในวันนี้คือ คนเปลี่ยน พฤติกรรมเปลี่ยน ช่องทางเปลี่ยน แบรนด์ยังใกล้ชิดกับผู้บริโภคอยู่หรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่เราต้องปรับเปลี่ยนให้ทันท่วงที

 

“ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ผู้บริโภคฉลาดขึ้น เราเองก็ต้องฉลาดให้ทันกับผู้บริโภค ต้องสร้างมูลค่าให้ได้มากที่สุด มองอนาคตให้มากที่สุด โดยต้องเตรียมทีมให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง อย่าใช้สูตรเดิมๆ ต้องหากระบวนท่าใหม่ๆ และอย่า Play Safe”

 

ด้าน อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอล เอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตอนนี้โลกการตลาดกำลังอยู่ในจุดที่ทุกคนทำ Performance Marketing เป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคที่มีเครื่องมือที่ทำให้เห็น Performance ได้ง่าย

 

“ถามว่า Creative จำเป็นไหม แน่นอนว่ายังจำเป็นอยู่แล้ว เพราะเมื่อคุณทำการตลาดรอบตัวคุณโดยสามารถวัดผลที่ชัดเจน แต่ Creative ทำให้งานของคุณนั้นสั่นไหว ในแง่ของผู้บริโภคที่กำลังโดนล้อมด้วยทุกอย่าง ซึ่งเราไม่ได้กำลังแข่งด้วย Performance ของประเทศ แต่เรากำลังแข่งกับคนทั้งโลก ดังนั้น Creative จึงสำคัญมากที่ทำให้งานนั้นสั่นไหว”

 

อรรถพลมองว่า ตอนนี้เราไม่ได้กำลังอยู่บนรอยแยกแต่เป็นรอยแตกตามถนนที่เราต้องกระโดดไปทุกวัน ซึ่งการทำ Creative เหมือนการลงทุนกับกระเป๋าของแบรนด์คุณเอง เมื่อวันหนึ่งสินค้าของคุณตายลง แต่ตัวคุณจะอยู่และคุณจะสามารถทำแบบนี้ได้อีก 10 อย่าง นี่คือความสำคัญของ Creative ในแง่ของแบรนด์

 

“ผมรู้สึกว่าการทำ Creative จำเป็น แต่ไม่ใช่ทำ Creative ที่ต้องใช้เงินไปกับชิ้นงานที่ทำให้คนทั้งประเทศหันมามองคุณ แต่มันอาจจะเป็นโพสต์เดียวที่ต้องการความ Creative เหมือนเป็นการโฆษณาสินค้าชิ้นเดียวที่ต้องการ Creative การพูดของเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการ Creative ดังนั้น Creative จึงไม่ได้เป็นชิ้นใหญ่ๆ และชิ้นเดียวอีกแล้ว แต่เป็นชิ้นเล็กๆ ที่กระตุ้นคนและทำให้มันสั่นไหวกับคนตลอดเวลา”

 

ความหมายของคำว่า Creative ในมุมของอรรถพลยังคงเหมือนเดิม เพราะสุดท้ายของที่ทำให้คนกิน ใช้ อยู่ แต่เมื่อคนมีความต้องการมากขึ้น คนเห็นโลกมากขึ้น คนมีสิ่งเร้ามากขึ้น Creative จะไปจับกับความต้องการทางรสนิยมของเขา ความต้องการในเรื่องของอนาคต ความหวัง และความฝัน และการตอบสนองตัวเขา Creative นี่แหละที่ทำให้ชิ้นงานสั่นไหว และจะไปสั่นไหวในใจเขา และเกิดเป็นปลายทางได้

 

“การตลาดเดี๋ยวนี้สื่อเยอะมาก ผมรู้สึกว่าการตลาดเดี๋ยวนี้เหมือนลูกปัดที่ถูกเทมาบนโต๊ะ แล้วนักการตลาดต้องหยิบลูกปัดมาร้อยเป็นเส้น ไม่เหมือนไปซื้อการตลาดสำเร็จรูปที่ถูกร้อยมาเป็นเส้นเหมือนซื้อสร้อยมุกหรือสร้อยเพชร 1 เส้น แต่มันกำลังบอกว่า คุณต้องการดึงดูดผู้คนมาซื้อสร้อยของคุณ

 

“ดังนั้นต้องทำสร้อยโดยการหยิบลูกปัดมาเทบนโต๊ะ แล้วคุณหยิบมาเรียงร้อย ซึ่งมันจะดึงดูด แต่ละเส้นคุณค่อยๆ ร้อย มันคือการสื่อสารเล่าเรื่องกับเขาด้วย Journey ที่เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นกว่าคุณจะเรียงร้อยสร้อยเพชรปัจจุบันจึงจะไม่เหมือนสร้อยเพชรเมื่อก่อนแล้ว แต่จะเป็นอะไรท่ีหลากหลายมากองรวมกัน แล้วแต่สุดท้ายคนที่เป็นนักการตลาดหรือครีเอทีฟจะคิดว่าเป็นอะไร จะให้คนเดินทางไปกับเรายังไง สร้างความรู้สึกอย่างไรกับคน” อรรถพลกล่าวทิ้งท้าย

The post ถอดมุมมอง ‘การตลาด’ ในวันที่ Creativity Marketing และ Performance Marketing ต้องมาคู่กัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คัมภีร์นักธุรกิจปี 2022 บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-2021-11/ Thu, 11 Nov 2021 01:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=558442

นักการตลาดต้องปรับตัวอย่างไรในวันที่เทคนิคการตลาดแบบเดิ […]

The post คัมภีร์นักธุรกิจปี 2022 บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักการตลาดต้องปรับตัวอย่างไรในวันที่เทคนิคการตลาดแบบเดิมๆ ไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไป แถมยังมีสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้เพื่อทันเกมการแข่งขัน ทันผู้บริโภค ทันโลกธุรกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

 

เจาะลึกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้คนรัก ทำการตลาดให้โดน ปั้นคอนเทนต์ให้รวย วางแผนได้ตรงเป้าหมาย กับ 3 ตัวจริงแห่งวงการครีเอทีฟ ได้แก่ อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ผู้ก่อตั้ง Adapter ดิจิทัลเอเจนซีชั้นนำ, สุธีรพันธุ์ สักรวัตร เบื้องหลังการตลาดแห่งบริษัทยานแม่ SCBS และ โค้ดดี้-อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล เจ้าของช่องยูทูบขวัญใจคนรุ่นใหม่ GoodDay

 

ร่วมคว้าโอกาสใหม่ก่อนใคร บนเวที Marketing and Communication at the Crossroads กลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารในโลกใหม่

 

รายละเอียดการจำหน่ายบัตร

  • Early Bird (บัตร 3 วัน) ราคาลดพิเศษ 2,500 บาท เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ – 20 พฤศจิกายน 2564
  • Regular (บัตร 3 วัน) ราคา 3,900 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป
  • 1-Day (บัตร 1 วัน) ราคา 1,500 บาท เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้
  • Royalty (บัตร 3 วัน) ผู้ที่เคยซื้อบัตร THE STANDARD ECONOMIC FORUM ประจำปี 2020 ซื้อบัตรราคาพิเศษเพียง 2,000 บาท โดยกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือเดียวกับการสมัครครั้งที่แล้วลงในช่องโค้ดส่วนลดได้ทันที
  • Student (บัตร 3 วัน) นักเรียนและนักศึกษา อายุไม่เกิน 23 ปี ซื้อบัตรราคาพิเศษเพียง 900 บาท สำหรับการรับชม 3 วัน โดยยืนยันหลักฐานบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวนักเรียนหรือนักศึกษาได้ที่ https://forms.gle/K9aZjiqd8fsa8oWr5
  • สมาชิก THE STANDARD MEMBER รับส่วนลดเพิ่ม 10% (เฉพาะบัตรประเภท Early Bird, Regular และ 1-Day) คลิกรับโค้ดได้ที่ https://bit.ly/3cfge29
  • บัตรทุกประเภทสามารถใช้ในการรับชมงานย้อนหลังได้ 3 เดือน

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้แล้วที่ https://www.thaiticketmajor.com/…/the-standard-economic…

#TheStandardEconomicForum2021 #ปฏิรูปประเทศไทย

 

The post คัมภีร์นักธุรกิจปี 2022 บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจจาก Digital Marketing Trends นำ Data มาประยุกต์ใช้จริงให้ได้ ออฟไลน์คือตัวแปรสำคัญ https://thestandard.co/10-digital-marketing-trends/ https://thestandard.co/10-digital-marketing-trends/#respond Fri, 18 Jan 2019 12:00:11 +0000 https://thestandard.co/?p=182621

จบลงไปแล้วสำหรับงาน Creative Talk Conference 2019 ที่จั […]

The post สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจจาก Digital Marketing Trends นำ Data มาประยุกต์ใช้จริงให้ได้ ออฟไลน์คือตัวแปรสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จบลงไปแล้วสำหรับงาน Creative Talk Conference 2019 ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อบอกเล่าปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และอัปเดตเทรนด์ที่มีแนวโน้มน่าจับตาในปีนี้พร้อมไกด์แนวทางให้ผู้ประกอบการธุรกิจในแต่ละสาขาได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมตัวตั้งรับและปรับกลยุทธ์ให้ทัน

 

THE STANDARD มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน CTC 2019 เช่นกัน โดยบทความนี้ได้สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจจากช่วงเสวนาหัวข้อ ‘Digital Marketing Trends’ ที่มีสุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ และสโรจ เลาหศิริ หัวหน้าเจ้าหน้าที่การตลาดจาก Rabbit’s Tale ร่วมเสวนาเพื่อให้เห็นภาพกว้างๆ ว่าเทรนด์ของการตลาดแบบดิจิทัลในปี 2019 จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

 

ปี 2018 ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

 

1. ปีที่ผ่านมา Data กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่หลายๆ องค์กรนำไปใช้ประยุกต์ทำแคมเปญการตลาด (Data Utilization) ให้เกิดประโยชน์กันแทบทั้งนั้น โดยเฉพาะ SCB ที่ได้ประโยชน์จากโมเดลนี้อย่างมหาศาล โดยมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจว่าพวกเขาใช้งบลงสื่อไปแค่ 3-5 ล้านบาท แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาสูงถึง 3 พันล้านบาท

 

2. DMP (Data Management Platform) หรือการนำข้อมูลจากหลายๆ ช่องทางที่มีมากองรวมกันแล้วพยายามทำให้มองเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างจาก Data เหล่านั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะใครที่เรียนรู้วิธีการนี้ก่อนก็ย่อมกุมความได้เปรียบไว้มากกว่า

 

3. แบรนด์และลูกค้าเริ่มก้าวหน้ามากขึ้น ทุกคนเข้าใจแล้วว่า ‘ดิจิทัล’ ไม่ใช่แค่เรื่องของการสื่อสารอีกต่อไป แต่มองเป็นโอกาสกันแทบทั้งนั้น น้อยรายที่จะเข้ามาแล้วหวังยอดไลก์หรือสร้างไวรัล ดังนั้นใครที่ติดสลักคิดแบบนี้แปลว่าล้าหลังไปแล้ว 5 ปี

 

4. ลูกค้า (แบรนด์) เริ่มมองหา Creation of marketing experience system หรือการสร้างระบบประสบการณ์ของผู้บริโภคในมุมดิจิทัล เช่น การสร้างแพลตฟอร์ม CRM, ระบบตอบโต้ลูกค้า, การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ, การสร้าง Journey ของผู้บริโภคตั้งแต่เห็นโฆษณาแล้วต่อยอดอย่างเป็นระบบมากขึ้น เริ่มมีการทำ LINE OA หรือแชตบอต

 

5. หมดยุคการสร้างแบรนด์ผ่านหนังโฆษณาแบบ Emotional การสร้างแบรนด์ในยุคนี้ต้องร่วมกันสร้างกับผู้บริโภค เน้นที่คุณภาพสินค้าและบริการเป็นหลัก ฝั่งแบรนด์เองก็เริ่มสร้างคอนเทนต์เองมากขึ้นเช่นกัน (Branded Content) แล้ววิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคในปัจจุบันก็มีความเป็นมนุษย์หรือ Humanized Communication กว่าเดิม

 

จะเกิดอะไรขึ้นอีกในปี 2019?

 

6. สุธีรพันธุ์ บอกว่า Digital Marketing จะกลายเป็นเมนสตรีมไปแล้ว เพราะจากมุมมองส่วนตัวพบว่า 10 แคมเปญการตลาดของ SCB ในปีที่ผ่านมา มีแค่ 3 แคมเปญเท่านั้นที่ใช้สื่อเก่า เพราะมองออฟไลน์เป็นแพลตฟอร์มเฉพาะกลุ่ม (Niche)

 

7. ปีนี้แบรนด์ไหนเจอ ‘จุดสมดุล’ ของตัวเองก่อนก็จะได้เปรียบ วันนี้ไม่มีสื่อแพลตฟอร์มใดเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกคนด้วยราคาที่ถูกอีกต่อไป ราคาโฆษณาออนไลน์วันนี้เองก็เริ่มแพงขึ้น ฉะนั้นการไปทุ่มซื้อสื่อออนไลน์หมดแล้วทิ้งออฟไลน์ที่เป็นเครื่องมือช่วยตอกย้ำคนก็จะทำให้ขาดลูปของ Journey ไป

 

8. กรณีศึกษาคือ Netflix ที่แม้จะดำเนินธุรกิจแบบสตรีมมิงออนไลน์ แต่ก็ทุ่มซื้อสื่อโฆษณาแบบ Out of home มีป้ายบิลบอร์ดหรือวิธีการนำเสนอผ่านสื่อกลางแจ้งเยอะมาก เพราะสุดท้ายแล้วใน 1 วันคนไทยจะใช้เวลาบนสื่อออนไลน์แค่ 9 ชั่วโมงเท่านั้น

 

9. ด้วยเหตุนี้ สโรจมองว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ก็เปรียบเสมือนค่า Default ที่แบรนด์ต้องดำเนินการสื่อสารออกไปเป็นปกติอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ‘ออฟไลน์’ ต่างหากที่ทุกคนจะลืมไม่ได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่ามันอาจจะพลิกกลับมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Key Differentiation) ที่ใครแตะคนในโลกแห่งความเป็นจริงได้มากกว่ากัน คนนั้นก็มีสิทธิ์ชนะสูงกว่า

 

10. ข้อมูลจะถูกนำมาใช้มากขึ้นตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ เช่น การสร้างบรีฟและโปรดักส์ จนต่อยอดไปสู่แคมเปญการตลาด การนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้งานจริงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Engineering Creativity หมายความว่า ใครก็ตามที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการมองเกมได้ขาด ใช้ข้อมูลแล้วทำให้เกิดผลได้ดีกว่าก็ย่อมชนะ

 

 

ติดตามอ่านเทรนด์อื่นๆ ที่น่าสนใจ 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สรุป 10 ประเด็นน่าสนใจจาก Digital Marketing Trends นำ Data มาประยุกต์ใช้จริงให้ได้ ออฟไลน์คือตัวแปรสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/10-digital-marketing-trends/feed/ 0
สมรภูมิ Mobile Banking เดือดไม่หยุด SCB เตรียมแผนสู้ศึกด้วยแนวคิด #เป็นทุกโมเมนต์เพื่อคุณ https://thestandard.co/scb-moment-banking/ https://thestandard.co/scb-moment-banking/#respond Mon, 05 Nov 2018 01:15:08 +0000 https://thestandard.co/?p=138580

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ในปี 2017 มีจำนวนผู้ใ […]

The post สมรภูมิ Mobile Banking เดือดไม่หยุด SCB เตรียมแผนสู้ศึกด้วยแนวคิด #เป็นทุกโมเมนต์เพื่อคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ในปี 2017 มีจำนวนผู้ใช้งาน Mobile Banking ทั้งสิ้น 26,322,671 บัญชี และเป็นไปได้ว่าเมื่อถึงวันนี้ จำนวนผู้ใช้อาจจะทะลุ 30,000,000 บัญชีไปแล้ว โดยส่วนใหญ่นิยมใช้ฟังก์ชันด้านการโอน-ถอน-จ่าย เป็นออปชันหลักของการใช้งานธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่สมรภูมิ Mobile Banking จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลายธนาคารยกเครื่องเปิดโฉมใหม่พร้อมหน้ากัน ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาเผยถึงข้อมูลฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังอัปเดตให้ใช้งานมากกว่า 20 ฟีเจอร์ภายใน 6 เดือนนับจากนี้ ภายใต้แนวคิด Moment Banking โดยทุ่มเม็ดเงินกว่า 10 ล้านบาท ผ่านการสื่อสารการตลาดรูปแบบใหม่

 

 

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ควบคู่การยกระดับแอปพลิเคชันในปีที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์มีแผนการรุกตลาด Mobile Banking อย่างเต็มกำลัง และตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ใช้งาน SCB EASY ให้ได้ 12.5 ล้านคน ภายในสิ้นปีหน้า

 

 

“จากปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการรุกทำการตลาดรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด Moment Banking เติมเต็มความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าแบบก้าวกระโดด ให้ SCB EASY พร้อม #เป็นทุกโมเมนต์เพื่อคุณ เพื่อมอบบริการทางการเงิน ให้ตรงกับทุกช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง หลังการตกผลึกเรียนรู้ข้อมูล Transactional Lifestyle จับอินไซต์ในทุกไมโครโมเมนต์ของลูกค้า ซึ่งภายใน 1 วันมีมากมายหลายร้อยโมเมนต์ และมีความต้องการที่จะใช้บริการธนาคารได้ทันทีบนโทรศัพท์มือถือ ธนาคารจึงออกแบบและเพิ่มเติมการให้บริการบน SCB EASY อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าธนาคารให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าว่าลูกค้าจะสามารถทำธุรกรรมของธนาคารโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ธนา เธียรอัจฉริยะ กล่าว

 

ขณะที่ปัจจุบัน SCB EASY มีผู้ใช้งานกว่า 8 ล้านราย โดยมีลูกค้าใหม่หลังการอัปเดตใหญ่จากปีที่แล้วถึง 4.3 ล้านราย และมีการเข้าใช้แอปฯ SCB EASY จำนวนกว่า 2,000 ล้านครั้ง พร้อมสถิติการทำธุรกรรมโอนเติมจ่ายไปกว่า 590 ล้านรายการ รวมถึงขอสินเชื่อดิจิทัลผ่านแอปฯ กว่า 486,000 ราย มียอดการอนุมัติสินเชื่อ 4,700 ล้านบาท คิดเป็นยอดอนุมัติ 20-30% โดยจากตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของไทยพานิชย์ รวมถึงการมาของโปรเจกต์ Moment Banking ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าด้านธุรกรรมการเงินแบบดิจิทัล ซึ่งน่าจะเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เห็นว่า SCB จะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในวงการ Mobile Banking ได้อีกไม่นาน

 

ด้าน สุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตอนนี้มีแผนการโปรโมต 20 ฟีเจอร์ที่อยู่บนแอปพลิเคชัน SCB EASY ผ่านภาพยนตร์โฆษณาจำนวน 20 เรื่อง โดยจะบอกรายละเอียดการใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ให้ลูกค้าเข้าใจการทำงานมากยิ่งขึ้น

 

“นับเป็นครั้งแรกของวงการธนาคารในประเทศไทยที่มีการผลิตภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบดังกล่าว และถือเป็นธนาคารแรกที่มีการยิงโฆษณาแนวตั้งในช่องทางยูทูบ หลังจากยูทูบเปิดให้บริการรองรับโฆษณาแนวตั้งเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมรับชมเนื้อหาทางโทรศัพท์ในแนวตั้งถึง 70% ของเวลาการรับชม”

 

สำหรับรายละเอียดของฟีเจอร์ที่จะเปิดให้ใช้งานในปีหน้า เช่น การซื้อกองทุน-สมัครสินเชื่อที่ทำได้ทันที สมุดบัญชีดิจิทัลในแอปฯ SCB EASY ที่สามารถใช้ทำธุรกรรมแทนสมุดบัญชีแบบเดิมได้ เอกสารทางการเงินที่ส่งตรงเข้าอีเมลจาก SCB EASY ฟีเจอร์ที่สามารถโอนเงินข้ามประเทศแบบรวดเร็ว และการกดเงินสดในบัตรเครดิตจากยอดวงเงินคงเหลือในบัตรที่ตู้ ATM ที่สามารถทำได้ทันที

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สมรภูมิ Mobile Banking เดือดไม่หยุด SCB เตรียมแผนสู้ศึกด้วยแนวคิด #เป็นทุกโมเมนต์เพื่อคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/scb-moment-banking/feed/ 0