สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุดารัตน์-เกยุราพันธุ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 26 Jul 2026 03:34:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตักบาตรทางเรือพระสงฆ์ 225 รูป มากที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ https://thestandard.co/rattanakosin-alms-boat-225-monks/ Sun, 26 Jul 2026 03:34:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1235218 ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ในกิจกรรมทำบุญตักบาตรทางเรือ ‘สายน้ […]

The post ตักบาตรทางเรือพระสงฆ์ 225 รูป มากที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ในกิจกรรมทำบุญตักบาตรทางเรือ ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์’ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569

ดูภาพข่าว 

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาพื้นที่เมืองอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และพลังงานสะอาดในการฟื้นฟูคูคลอง

 

การดำเนินงานยังมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส และคนไร้ที่พึ่งบริเวณริมคลองหลอดราชนัดดา (ตรอกสาเก) เพื่อให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพและสวัสดิการสังคม

 

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และพื้นที่คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร โดยมี อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ และคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้าร่วม

 

การจัดกิจกรรมนี้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาพื้นที่คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และพื้นที่เรียนรู้สาธารณะ

 

ในการตักบาตรทางเรือครั้งนี้มีพระภิกษุสงฆ์จำนวน 225 รูป จาก 40 วัดริมคลอง ออกรับบิณฑบาตทางน้ำ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในรอบ 240 ปีของประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ โดยเริ่มขึ้นในเวลา 07.10 น. แบ่งออกเป็น 3 เส้นทางหลัก เส้นทางละ 75 รูป ประกอบด้วย

 

เส้นทางที่ 1 คลองบางลำพูและคลองโอ่งอ่าง โดยสายคลองบางลำพู นำโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ส่วนสายคลองโอ่งอ่าง นำโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

 

เส้นทางที่ 2 คลองแสนแสบและคลองมหานาค นำโดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

 

เส้นทางที่ 3 คลองเปรมประชากรและคลองผดุงกรุงเกษม นำโดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

 

ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมใส่บาตรบริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ซึ่งมีการจัดเตรียมบาตรจำนวน 225 ลูกไว้รองรับ ระหว่างวันที่ 26-31 กรกฎาคม 2569

 

ภายในงานมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและผลการดำเนินงานของโครงการพระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ได้นำน้ำพระพุทธมนต์ประทานจากสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระเถราจารย์จาก 40 วัด จำนวน 10,000 ขวด มามอบให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมงาน

 

 

ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 1ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 2ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 3ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 4ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 5ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 6ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 7ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 8ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 9ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 10ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 11ภาพพระสงฆ์ 225 รูป กำลังรับบิณฑบาตทางเรือในคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 12

The post ตักบาตรทางเรือพระสงฆ์ 225 รูป มากที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทยจัดทัพใหม่ เลือก ‘อุดมเดช’ นั่งหัวหน้าพรรค ‘ต่อพงษ์’ คุมเลขาฯ https://thestandard.co/thai-sang-thai-elects-new-leaders/ Sat, 04 Apr 2026 12:19:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1194762 อุดมเดช รัตนเสถียร การประชุมใหญ่พรรคไทยสร้างไทย

วันนี้ (4 เมษายน) ที่สถาบันสร้างอนาคตไทย ดอนเมือง พรรคไ […]

The post ไทยสร้างไทยจัดทัพใหม่ เลือก ‘อุดมเดช’ นั่งหัวหน้าพรรค ‘ต่อพงษ์’ คุมเลขาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุดมเดช รัตนเสถียร การประชุมใหญ่พรรคไทยสร้างไทย

วันนี้ (4 เมษายน) ที่สถาบันสร้างอนาคตไทย ดอนเมือง พรรคไทยสร้างไทยจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำ และสมาชิกพรรคเข้าร่วมกว่า 400 คน วาระสำคัญคือการปรับโครงสร้างพรรคและกำหนดทิศทางการทำงานในระยะต่อไป ภายหลังผ่านช่วงการเลือกตั้ง

 

ที่ประชุมมีมติเลือก อุดมเดช รัตนเสถียร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค พร้อมปรับทีมบริหารโดยผสมผสานบุคลากรทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานให้ทันสมัยและสอดรับกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลง

 

พรรคย้ำจุดยืนด้านอุดมการณ์ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบ ลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ และสร้างโอกาสให้ประชาชนฐานรากหรือ “คนตัวเล็ก” เข้าถึงทรัพยากรและโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเท่าเทียมในทุกช่วงวัย พร้อมมุ่งสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

 

อุดมเดชกล่าวภายหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานบนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ตามแนวทางที่ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรค ได้วางไว้ โดยย้ำว่า ตราบใดที่ประชาชนยังเผชิญความยากจนและความเหลื่อมล้ำ พรรคจะยังคงผลักดันนโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่มีศักดิ์ศรี

 

พรรคยังตั้งเป้าผลักดันนโยบายผ่านบทบาทพรรคร่วมรัฐบาล โดยมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การกระจายรายได้ การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน และการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

 

ต่อพงษ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค กล่าวว่า ช่วงหลังการเลือกตั้งเป็นจังหวะสำคัญที่พรรคต้องทบทวนบทเรียนและปรับโครงสร้างองค์กร ทั้งด้านการบริหาร การสื่อสาร และยุทธศาสตร์ทางการเมือง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

 

พร้อมระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ พรรคให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งสำคัญ ควบคู่กับประสบการณ์ของนักการเมืองรุ่นใหญ่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความต่อเนื่องและนวัตกรรมทางการเมือง และเพิ่มความคล่องตัวในการขับเคลื่อนนโยบาย

 

รายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคไทยสร้างไทย มีรายชื่อ ดังนี้

 

หัวหน้าพรรค

 

  • อุดมเดช รัตนเสถียร

 

รองหัวหน้าพรรค

 

  • ประวัฒน์ อุตตะโมช
  • จักรพรรดิ์ ไชยสาส์น
  • สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย
  • โรจนินทร์ ศิริเบญญาภิรมย์

 

เลขาธิการพรรค

 

  • พงษ์ ไชยสาส์น

 

รองเลขาธิการพรรค

 

  • เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล
  • ฤทธิ์ กิจพิพิธ
  • นิเวช มิ่งมิตรโอฬาร

 

เหรัญญิก

 

  • พีร์ โรจนดารา

 

นายทะเบียนสมาชิกพรรค

 

  • วิจักร อากัปกริยา

 

โฆษกพรรค

 

  • ศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย

 

กรรมการบริหารพรรค

 

  • ตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ
  • แทนรัก ศาตะมาน
  • นัฏฐ์ประชา เกื้อสกุล
  • นาตญา สุวรรณชาติ
  • ภูวพัฒน์ ชนะสกล
  • ยงยุทธ อุดมฤทธิ์
  • ยุทธศิลป์ มณีไพโรจน์
  • รินรดา สหพัฒนโชติ
  • วิชัย หุตังคบดี
  • เวชยันต์ ช้างรักษา
  • ศุภาพา อุตตะโมช
  • สุนทร ภู่ไพบูลย์
  • อมรศักดิ์ สินเหลือ

 

รายชื่อคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.

 

  • อุดมเดช รัตนเสถียร
  • ประวัฒน์ อุตตะโมช
  • ต่อพงษ์ ไชยสาส์น
  • วิจักร อากัปกริยา
  • ศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย
  • เบญจวรรณ ลาดสูงเนิน
  • ทูลสวัสดิ์ ยอดมณีบรรพต
  • ธนวัฒน์ จันทร์เศรษฐ
  • สันต์ ทองสุข
  • จิรชัย เขาหนองบัว
  • พันศักดิ์ จันทร์ใบเล็ก

The post ไทยสร้างไทยจัดทัพใหม่ เลือก ‘อุดมเดช’ นั่งหัวหน้าพรรค ‘ต่อพงษ์’ คุมเลขาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ภาคประชาชนร่วมสอบทุจริตเลือกตั้ง 69 จัดเลือกตั้งจำลองพิสูจน์ลับหรือไม่ https://thestandard.co/election-fraud-simulate-ballot/ Wed, 25 Feb 2026 10:22:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1181683 สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ภาคประชาชนร่วมสอบทุจริตเลือกตั้ง 69 จัดเลือกตั้งจำลองพิสูจน์ลับหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบ การทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต.ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. จะสาธิตการเลือกตั้งจำลอง โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. จากนั้นจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใคร

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

สมชัยระบุว่า หากเด็กประถมยังสามารถถอดรหัสบาร์โค้ดเพื่อรู้ตัวผู้ลงคะแนนได้ แสดงว่าเรื่องนี้ง่ายมาก พร้อมท้าทายให้ กกต. ร่วมเป็นเจ้าภาพ และจะเชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ ร่วมสังเกตการณ์ด้วย ก่อนย้ำว่าการออกแบบบัตรที่มีบาร์โค้ดทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดต่อหลักการประชาธิปไตย

 

ด้าน ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ‘ดร.เรือบิน’ ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เปิดเผยว่า มีหลักฐานจากการตั้งกล้องเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่เขตคันนายาว พบว่าบาร์โค้ดบนบัตรสีชมพูมีเลขเรียงลำดับ ซึ่งสามารถนำไปเทียบกับลำดับผู้มาใช้สิทธิเพื่อระบุตัวตนและคะแนนโหวตได้ ส่วนบัตรสีเขียวก็มีคิวอาร์โค้ดระบุเล่ม

 

ธรรม์ธีร์เสนอให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศโดยใช้ AI ช่วยตรวจสอบความคลาดเคลื่อนและบัตรเขย่ง พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานและช่องโหว่เพื่อจัดทำรายงานเสนอต่อสาธารณะ

 

ขณะที่ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งคำถามถึง กกต. ว่าเหตุใดจึงยังไม่ประกาศตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ควรประกาศเป็นลำดับแรก และตั้งข้อสังเกตว่าการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขต 396 เขต อย่างรวดเร็วเพียง 17 วัน ทั้งที่ยังมีข้อร้องเรียนเรื่องบาร์โค้ดและบัตรเขย่งจำนวนมาก อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

 

ปริญญาเปรียบเทียบกับกรณีการเลือก สว. ที่ผ่านมา ซึ่ง กกต. ยังไม่ส่งเรื่องร้องเรียนให้ศาลฎีกาพิจารณาแม้แต่รายเดียว ทำให้เกิดความกังวลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจซ้ำรอยเดิม

 

จากนั้น ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธาน ครป. แถลงแสดงความห่วงใยต่อท่าทีของ กกต. ที่ดูเหมือนจะละเลยข้อร้องเรียนและเร่งประกาศรับรองผล ท่ามกลางข้อสงสัยมากมายจากประชาชน ซึ่งอาจขัดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ที่กำหนดให้ กกต. ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมก่อนประกาศผล ทั้งนี้ ภาคประชาชนจะเดินหน้าตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป

 

ก่อนที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนตรวจสอบการเลือกตั้ง 2569 ระบุว่า เตรียมใช้ช่องทางตามมาตรา 69 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เนื่องจากเห็นว่าการร้องเรียนผ่าน กกต. เองเพื่อเอาผิด กกต. นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากและล่าช้า

 

พร้อมประกาศความเคลื่อนไหวในก้าวต่อไป คือการร่วมกับภาควิชาการและกลุ่มนิสิตนักศึกษา รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อเพิ่มบทบัญญัติให้ประชาชนมีสิทธิ์เข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองและองค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตได้ เพื่อไม่ให้อำนาจของประชาชนจบลงเพียงแค่ในวันเลือกตั้งวันเดียวเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 1สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 2สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 3สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 4สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 5สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 6สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 7สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 8สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 9สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 10สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 11สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 12สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 13สมชัย ศรีสุทธิยากร และภาคประชาชนสาธิตการเลือกตั้งจำลอง เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดว่าไม่เป็นความลับ 14
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ภาคประชาชนร่วมสอบทุจริตเลือกตั้ง 69 จัดเลือกตั้งจำลองพิสูจน์ลับหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ จี้ กกต. ยุติการดำเนินคดีประชาชน-เจ้าหน้าที่ ปมเผยแพร่หลักฐานเลือกตั้ง แนะเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง https://thestandard.co/sudarat-urges-ec-election-evidence-clarify/ Tue, 17 Feb 2026 07:27:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1179332 คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต. ยุติการดำเนินคดีประชาชน

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อด […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ จี้ กกต. ยุติการดำเนินคดีประชาชน-เจ้าหน้าที่ ปมเผยแพร่หลักฐานเลือกตั้ง แนะเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต. ยุติการดำเนินคดีประชาชน

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงกรณีความไม่โปร่งใสในการจัดเก็บต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า ขณะนี้ กกต. กำลังตกอยู่ในสถานการณ์จนมุมด้วยหลักฐาน ที่ปรากฏชัดตามระเบียบว่า ต้องมีการจัดเก็บต้นขั้วบัตรไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ กกต. สื่อสารออกมากลับเป็นการแก้ตัวไปมาจนสร้างความสับสนให้กับสังคม

 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือการที่ กกต. จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อมุ่งเป้าดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และประชาชนผู้หวังดี ที่นำคลิปวิดีโอหรือภาพถ่ายความผิดปกติออกมาเผยแพร่ ทั้งที่คนกลุ่มนี้คือฟันเฟืองสำคัญในการช่วยตรวจสอบและปกป้องระบอบประชาธิปไตย

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

“หน้าที่หลักของ กกต. ในวันนี้ ไม่ใช่การไล่ฟ้องปิดปากประชาชน แต่คือการนำหลักฐานทั้งหมดออกมาตีแผ่ความจริงต่อสาธารณชนให้สิ้นสงสัย” คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำจุดยืน พร้อมฝากคำเตือนว่า หาก กกต. ยังเลือกที่จะใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง ก็ขอให้ระวังพลังของประชาชนที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องร้องกลับ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องไปชดใช้ความผิดในคุกแทน

 

“ประชาชนไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว แต่ต้องการความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ จี้ กกต. ยุติการดำเนินคดีประชาชน-เจ้าหน้าที่ ปมเผยแพร่หลักฐานเลือกตั้ง แนะเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนา เธียรอัจฉริยะ: แม่หน่อย…ในเงาเวลาของผม https://thestandard.co/thana-sudarat-personal-bond/ Fri, 13 Feb 2026 04:09:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1178095 ธนา เธียรอัจฉริยะ และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยิ้มแย้มพูดคุยกัน

แม่หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพิ่งลาออกจากหัว […]

The post ธนา เธียรอัจฉริยะ: แม่หน่อย…ในเงาเวลาของผม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนา เธียรอัจฉริยะ และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยิ้มแย้มพูดคุยกัน

แม่หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพิ่งลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว ผมก็คิดว่าน่าจะเขียนถึงแม่หน่อยโดยที่ไม่ให้เกี่ยวกับการเมืองได้ซักที

 

ผมรู้จักแม่หน่อยที่น้องๆ เรียกหรือคุณหญิงหน่อยตามที่หลายคนเรียก ก็เพราะแม่หน่อยมาเรียนหลักสูตร ABC รุ่น 7 เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ ที่ผมจัดร่วมกับ พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ ที่ SPU (ปัจจุบันยุติหลักสูตรไปแล้ว) ตอนแรกได้ยินว่าคุณหญิงสุดารัตน์ อดีตรัฐมนตรี จะมาเรียนทีมก็เกร็งอยู่ไม่น้อย ว่าคุณหญิงจะมาแนวผู้ใหญ่ รัฐมนตรีมาดเยอะ เรื่องเยอะหรือไม่

 

ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่เรียน คุณหญิงสุดารัตน์ก็กลับกลายเป็นแม่หน่อยใจดีของน้องๆ แม่หน่อยตั้งใจเรียนแทบไม่เคยขาด นั่งหน้าสุดเสมอ ผมจำได้ถึงความตั้งใจและให้เกียรติคลาสที่เรามีเช็กชื่อนับจำนวนคนมาเรียนแต่ละกลุ่ม ใครมาน้อยต้องเลี้ยงขนมเพื่อน

 

แม่หน่อยถึงกับเลื่อนประชุมที่พรรคไปครึ่งชั่วโมงเพื่อมานับกลุ่มในเกมเล็กๆ ของเรา แล้วรีบวิ่งไปประชุมเพราะกลัวเป็นภาระของทีม เป็นความน่ารักของแม่หน่อยแบบนี้เสมอ

 

ตอนไปแรลลี่ เล่นสนุกกัน แม่หน่อยก็เอาจริงเอาจัง ลงมือเล่นเกม ทายปริศนาด้วยตัวเอง จำได้ว่ามีปริศนาหนึ่งใบ้ประมาณ “ราวกับว่า…” แม่หน่อยลงจากรถตู้แล้วตีความผิดอย่างมั่นใจว่าเป็นราวตากผ้าให้เรามาอำขำกันด้วยความน่ารักของผู้ใหญ่ขนาดนี้ที่ยอมมาเล่นหัวกับเด็กๆ รุ่นหลัง

 

ที่คลาสมีให้นักเรียนยี่สิบคนอาสามาเล่าเรื่องตัวเองหน้าชั้น แม่หน่อยก็ยกมือเป็นอาสาสมัครหนึ่งในยี่สิบ ตอนที่แม่หน่อยออกมาเล่า ผมก็นึกว่าแม่หน่อยจะเล่าเรื่องบทบาททางการเมือง พฤษภาทมิฬ รัฐมนตรีอะไรโน่น แต่แม่หน่อยกลับเลือกเล่าเรื่องพ่อที่เคี่ยวเข็ญ สอนแม่หน่อยแบบแมนๆ พาไปบาร์ตั้งแต่เด็ก

 

ผมจำได้แม่นเรื่องสอนขับรถ ที่พ่อของแม่หน่อยมีวิธีเร่งรัดขั้นสุด คือพาออกไปกลางทางแล้วตัวเองลงจากรถไปเลย แม่หน่อยต้องฝ่าด่านรถติด ขึ้นสะพาน ต้องเลี้ยงครัชค่อยเอาตัวรอดจนกลับบ้านได้

 

เป็นเรื่องเล็กๆ น่ารักน่าลุ้นที่คนฟังก็อมยิ้มตามๆ กัน

 

จบหลักสูตร มีอะไรแม่หน่อยก็จะชวนไปรุ่นไปเลี้ยงที่บ้านเสมอ คุยสนุกสนาน และเป็นกันเอง มีน้ำใจกับน้องๆ น้องๆ ถึงรักแม่หน่อยมาก ใครชวนไปไหน ไปเป็นประธานกล่าวงานแต่งงานไกลแสนไกล แม่หน่อยก็ไปให้ทุกที

 

เรื่องการเมืองถ้าไม่ถามแม่หน่อยแทบไม่เคยพูด ไม่เคยคะยั้นคะยอให้ช่วยอะไรเลย แต่ถ้าให้เล่าตำนานการเมืองหรือวิเคราะห์สถานการณ์ แม่หน่อยก็จะมีข้อมูลเบื้องลึกที่ฟังแล้วลึกซึ้งทุกครั้ง

 

ช่วงที่แม่หน่อยพักจากการเมืองก่อนหน้า แม่หน่อยก็ไปสายธรรมะแล้วมาปรึกษาผมว่าจะทำอะไรดี ผมเลยยุแม่หน่อยทำหลักสูตรชื่อ Misson WE เป็นหลักสูตรที่คุยเรื่องนโยบายประเทศ ชวนภาคธุรกิจมาถก มาคุย มารู้จักกันและมีวิทยากรในระดับอินเตอร์เพราะแม่หน่อยกว้างขวางมาก

 

ปัจจุบันก็ยังดูเหมือนแม่หน่อยจะยังจัดอยู่

 

แม่หน่อยไม่ว่าจะช่วงเล่นการเมืองหรือไม่ได้เล่น สำหรับผม แม่หน่อยเป็นพี่สาวใจดีสม่ำเสมอกับผมมาก มีอะไรก็จะทักจะนึกถึง บางทีก็ชวนไปกินขนม ผมทำอะไรก็มักจะสนับสนุน

 

เปิด HOW Club แม่หน่อยก็สมัครเป็นคนแรกๆ ว่างก็มาเป็นผู้ฟังเป็นนักเรียนที่ดี ถามคำถามด้วยความอยากรู้ วิทยากรหลายคนมาก็ตกใจ เห็นคุณหญิงสุดารัตน์นั่งหน้า ตั้งอกตั้งใจฟังเหมือนเป็นนักเรียนเนิร์ดๆ อยู่บ่อย

 

ในช่วงเลือกตั้ง ไม่ว่าตอนเลือกตั้งผู้ว่าหรือเลือกตั้งใหญ่ แม่หน่อยก็จะมีภารกิจหนัก แต่รู้เลยว่าแม่หน่อยรักงานการเมืองมาก คนรอบข้างบอกว่าแม่หน่อยไม่เคยเหนื่อยที่จะตื่นตีสี่ตีห้าไปตลาด ไปยืนบนรถแห่ พูดจาปราศรัย เจอชาวบ้านได้ทั้งวัน เหนื่อยแค่ไหน ป่วยแค่ไหนก็ไป ไปด้วยความรักในงานหรือจะเรียกว่าอิคิไกก็คงได้

 

ล่าสุดได้ข่าวว่าแม่หน่อยไม่สบาย ต้องไปนอนโรงหมอหลายวัน ก็ยังดื้อมาหาเสียง ไม่ยอมไปยกเครื่องใหญ่ หลังจากนี้ก็คงได้ไปรักษาจริงๆ จังๆ ได้สักที

 

ผมรู้จักแม่หน่อยในมุมนี้ อาจจะไม่ได้รู้จักในมุมอื่น ไม่เคยทำงานด้วย และเพิ่งรู้จักแม่หน่อยได้ไม่กี่ปี แต่แม่หน่อยเป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพอย่างสนิทใจ เพราะความที่แม่หน่อยให้เกียรติและเอ็นดูผมมาตลอด

 

ถ้าเจอแม่หน่อยในงานแต่งงานท่ามกลางผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านเมืองที่เดินแล้วตัวเกร็งทั้งงาน ผมนี่จะดีใจมากและจะรีบเดินไปพิงแม่หน่อยเป็นคนแรกด้วยความสบายใจ

 

แม่หน่อยเลิกเล่นการเมืองจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ผมเองก็รู้ว่าแม่หน่อยคงทุกข์ใจที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอีก แต่ก็แอบดีใจที่แม่หน่อยจะได้ซ่อมบำรุงตัวเองสักที และก็เชื่อว่าแม่หน่อยก็คงหาทางทำสิ่งที่ตัวเองรักชอบได้อยู่ดี

 

ผมอยากจะเขียนถึงแม่หน่อยในฐานะแม่หน่อย ไม่ใช่คุณหญิงสุดารัตน์มานานแล้ว แต่ด้วยบริบทและความขัดแย้งทางการเมืองก็ต้องรอจนถึงวันที่แม่หน่อยวางมือนี่แหละครับ

 

เลยได้เขียนถึงคุณแม่ใจดีของน้องๆ ในเงาเวลาที่ผมทาบเจอแม่หน่อยในหลายปีที่ผ่านมานี้ครับ

 

เรื่อง: ธนา เธียรอัจฉริยะ

The post ธนา เธียรอัจฉริยะ: แม่หน่อย…ในเงาเวลาของผม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ​สุดารัตน์ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ตัดพ้อการเมืองปัจจุบันไม่มีที่ยืนให้คนมีอุดมการณ์ https://thestandard.co/sudarat-resigns-thai-sang-thai/ Thu, 12 Feb 2026 11:04:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1177910 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ หั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ​สุดารัตน์ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ตัดพ้อการเมืองปัจจุบันไม่มีที่ยืนให้คนมีอุดมการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ตนเริ่มชีวิตการเมืองจากพรรคพลังธรรม โดยได้รับการหล่อหลอม จากพล.ต. จำลอง ศรีเมือง และสมพล เกยุราพันธ์ุ บิดา ให้ทำงานโดยยึดคุณธรรม และความสุจริตเป็นที่ตั้ง ทำให้ตนตระหนักเสมอว่า ตนคือผู้รับใช้ของประชาชน ที่ต้องทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งชีพ

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุอีกว่า ชีวิตการทำงานของตนผ่านวิกฤตของประเทศมาหลายครั้ง โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย ตลอดเส้นทางการทำงานทางการเมืองกว่า 33 ปี ไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ และจุดยืนในการยืนหยัดกับฝ่ายประชาธิปไตย ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานหนักอย่างเต็มที่กับทุกหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี 4 กระทรวงใหญ่ หรือเป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ในสภา

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า เพราะตนเชื่อมั่นมาตลอดว่า การเมืองคืองานอาสา ไม่ใช่เรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ แต่คือเรื่องของความรับผิดชอบต่อประชาชน ตนจึงทำทุกหน้าที่ด้วยหัวใจที่รักประเทศนี้อย่างจริงใจ และหวังเสมอว่ากำลังเล็กๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ตนฝันอยากเห็นคนตัวเล็กได้รับการดูแล และมีโอกาสที่จะมีอนาคตที่มั่นคงในประเทศนี้ แม้แต่งานสุดท้ายในฐานะหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยก็ทุ่มเทเต็มความสามารถอย่างสุดหัวใจโดยไม่เคยลังเล

 

“แต่การเมืองในปัจจุบัน อาจจะไม่มีที่ยืนให้คนที่คิด และมีอุดมการณ์อย่างดิฉัน มีปัญหาของประเทศอีกหลายเรื่องที่ดิฉันยังห่วงใยและอยากลงมือแก้ไข โดยเฉพาะการปราบคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยยากจน และประเทศด้อยพัฒนา” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า การคอร์รัปชันได้สะท้อนผ่านการเลือกตั้ง 69 ที่มีการใช้เงินอย่างมหาศาล รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบขององค์กรอิสระ อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ที่คนทั้งประเทศกำลังกังขา แต่ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ส่วนตัวและพรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่าอํานาจของประชาชนไม่ควรมีแค่ในวันเลือกตั้ง แต่ควรมีอํานาจในการตรวจสอบและเอาผิดคนโกง ให้อํานาจในการถอดถอนนักการเมืองที่โคตรโกง รวมถึงองค์กรอิสระอย่าง กกต. และศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต พร้อมเสนอให้มีการตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน

 

คุณหญิงสุดารัตน์เชื่อว่า ถ้ามีกลไกที่ให้อำนาจประชาชนแบบนี้ วันนี้เราคงไม่ต้องทนกับการจัดเลือกตั้งที่ไม่สุจริต แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเมืองที่พรรคไทยสร้างไทยได้เพียง 2 เสียง จึงผลักดันอะไรได้ยากมาก ส่วนตัวจึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แต่ยืนยันว่า พรรคไทยสร้างไทยจะยังเป็นสถาบันการเมือง ที่เดินหน้าสู้เพื่อ คนตัวเล็ก เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำการเมืองสุจริตได้เข้ามาทำงานต่อไป

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุอีกว่า จะขอทำหน้าที่ภาคประชาชนในการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อสร้างกลไกที่ให้อำนาจประชาชนในการปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง สุดท้ายนี้ ขอกราบขอบคุณจากหัวใจในทุกความเชื่อมั่น ทุกกําลังใจ และทุกความรักที่มอบให้ ตลอดเส้นทางการต่อสู้ ตนจะเก็บไว้ในหัวใจอย่างไม่รู้ลืมเลือนและจะเดินต่อไปด้วยความหวัง ที่จะเห็นประเทศของเราเป็นบ้านที่มีความสุขและมีอนาคตสําหรับทุกคน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ​สุดารัตน์ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ตัดพ้อการเมืองปัจจุบันไม่มีที่ยืนให้คนมีอุดมการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทย ลุย ตลาดสดธนบุรี สุดารัตน์มั่นใจเก๋าทันเหลี่ยมนักการเมือง-แกร่งพอสู้คนโกง ทวงคืนเงินภาษีมาสร้างนโยบายให้ประชาชน https://thestandard.co/sudarat-thai-sang-thai-thonburi-market/ Sat, 07 Feb 2026 06:33:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1175070 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่ตลาดสดธนบุรี ท่ามกลางประชาชนให้การต้อนรับอบอุ่น

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทย ลุย ตลาดสดธนบุรี สุดารัตน์มั่นใจเก๋าทันเหลี่ยมนักการเมือง-แกร่งพอสู้คนโกง ทวงคืนเงินภาษีมาสร้างนโยบายให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่ตลาดสดธนบุรี ท่ามกลางประชาชนให้การต้อนรับอบอุ่น

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย นำขบวนรถแห่ลุยหาเสียงทิ้งทวนวันสุดท้ายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นจากประชาชนตลอดสองข้างทาง

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ส่งสารถึงคนไทยทุกคน ร่วมกันหยุดวงจรการเมืองแบบเก่าที่สร้างความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน พร้อมชี้ให้เห็นว่าหากการเลือกตั้งครั้งนี้ยังติดหล่มอยู่กับการเลือกแบบเดิมๆ ประเทศจะหนีไม่พ้นสงคราม 3 สี และปัญหาเดิมๆ ที่เคยฉุดรั้งประเทศไว้ก็จะวนกลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง กลายเป็นอุปสรรคต่อการกินดีอยู่ดีของประชาชนที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังระบุด้วยว่า ขอถามใจคนไทยทั้งประเทศว่าเข็ดไหมกับคำมั่นสัญญาโกหก ที่นักการเมืองมักมอบให้ในช่วงเลือกตั้งแต่กลับทำไม่ได้จริง หรือบางครั้งก็นำพาประเทศไปสู่ความแตกแยกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอตัวเป็นทางเลือกของประเทศ โดยชูจุดแข็งของแคนดิเดตหมายเลข 48 ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานระดับประเทศมาอย่างยาวนาน มีความโปร่งใสเป็นที่ประจักษ์ ไม่เคยมีประวัติการทุจริตคอร์รัปชันตลอดชีวิตทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีสำคัญว่าไทยสร้างไทยคือพรรคที่ทำจริงและทำได้เพื่อประชาชน

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยยืนยันความพร้อมที่จะเข้าไปทำสงครามกับการทุจริตคอร์รัปชัน และประกาศชัดว่าตนเองมีความเก๋าในแง่ของประสบการณ์ที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนักการเมือง และมีความแกร่งพอที่จะลุกขึ้นสู้กับคนโกงโดยไม่เกรงใจใคร เพื่อทวงคืนเงินภาษีมาสร้างนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกพรรคไทยสร้างไทย บัตรสีชมพู หมายเลข 48 เพื่อยุติความขัดแย้งและเริ่มต้นยุคสมัยของการเมืองที่สุจริตอย่างแท้จริง

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่ตลาดสดธนบุรี ท่ามกลางประชาชนให้การต้อนรับอบอุ่น 1คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่ตลาดสดธนบุรี ท่ามกลางประชาชนให้การต้อนรับอบอุ่น 2คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่ตลาดสดธนบุรี ท่ามกลางประชาชนให้การต้อนรับอบอุ่น 3
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทย ลุย ตลาดสดธนบุรี สุดารัตน์มั่นใจเก๋าทันเหลี่ยมนักการเมือง-แกร่งพอสู้คนโกง ทวงคืนเงินภาษีมาสร้างนโยบายให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ บุกร้อยเอ็ด ปราศรัยประกาศสงครามคอร์รัปชัน ลั่นขอทวงคืนเงิน 5 แสนล้านกลับกระเป๋าประชาชน ย้ำจุดยืนไม่ก้มหัวให้นายทุน https://thestandard.co/sudarat-keyuraphan-roi-et-corruption/ Wed, 04 Feb 2026 12:29:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1173811 ‘สุดารัตน์’ บุกร้อยเอ็ด ปราศรัยประกาศสงครามคอร์รัปชัน ลั่นขอทวงคืนเงิน 5 แสนล้านกลับกระเป๋าประชาชน ย้ำจุดยืนไม่ก้มหัวให้นายทุน

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ บุกร้อยเอ็ด ปราศรัยประกาศสงครามคอร์รัปชัน ลั่นขอทวงคืนเงิน 5 แสนล้านกลับกระเป๋าประชาชน ย้ำจุดยืนไม่ก้มหัวให้นายทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุดารัตน์’ บุกร้อยเอ็ด ปราศรัยประกาศสงครามคอร์รัปชัน ลั่นขอทวงคืนเงิน 5 แสนล้านกลับกระเป๋าประชาชน ย้ำจุดยืนไม่ก้มหัวให้นายทุน

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 นำทัพเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ประกอบด้วย ประทีป โสดา (เขต 6 เบอร์ 5), ชัชวาล แพทยาไทย (เขต 7 เบอร์ 4) และนราเอก คำสนาม (เขต 8 เบอร์ 1) ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวร้อยเอ็ด

 

บนเวทีปราศรัย คุณหญิงสุดารัตน์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นมะเร็งร้ายกัดกินประเทศ โดยระบุว่าคนไทยถูกปล้นเงินออกจากกระเป๋าผ่านกระบวนการคอร์รัปชันปีละกว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและประชาชนต้องจมปลักอยู่กับความยากจน แม้งบประมาณแผ่นดินจะพุ่งสูงเกือบ 4 ล้านล้านบาท แต่เม็ดเงินเหล่านี้กลับถูกเบียดบังไปสร้างความมั่งคั่งให้นักการเมืองทุจริต แทนที่จะถูกนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน พรรคไทยสร้างไทยจึงขออาสาเข้ามาทำหน้าที่ทวงคืนเงินก้อนนี้เพื่อนำกลับมาใส่กระเป๋าคืนให้กับคนไทยทุกคน

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า การปราบปรามการโกงนั้นใครก็พูดได้ แต่ผู้ที่จะทำได้จริงต้องเริ่มต้นจากการมีประวัติที่ขาวสะอาด ซึ่งตนและทีมงานพรรคไทยสร้างไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการบริหารงานใน 4 กระทรวงหลัก ดูแลเม็ดเงินงบประมาณรวมกว่าหนึ่งล้านล้านบาทโดยปราศจากข้อครหาเรื่องการทุจริต

 

นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์การทำงานในรัฐบาลมายาวนาน ทำให้ตนรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของข้าราชการและนักการเมืองฉ้อฉล และพร้อมที่จะจัดการขั้นเด็ดขาดโดยไม่ต้องเกรงใจใคร เนื่องจากพรรคไทยสร้างไทยไม่รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มทุนผูกขาด ไม่ว่าจะเป็นทุนสีขาวหรือสีดำ จึงมีอิสระในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

 

ในช่วงท้าย คุณหญิงสุดารัตน์ ได้แสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ว่า ต้องการให้การทุจริตคอร์รัปชันจบที่รุ่นแม่ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ตกทอดเป็นมรดกบาปไปสู่ลูกหลาน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนที่ยังลังเลใจ โปรดพิจารณาเลือกพรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 โดยยืนยันว่าทุกคะแนนเสียงจะไม่สูญเปล่า แต่จะเป็นพลังในการเลือกคนทำงานจริงที่มีประสบการณ์และความซื่อสัตย์ เข้าไปทำหน้าที่พิทักษ์เงินภาษีและสร้างรากฐานอนาคตที่มั่นคงให้กับคนไทยทุกคน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ บุกร้อยเอ็ด ปราศรัยประกาศสงครามคอร์รัปชัน ลั่นขอทวงคืนเงิน 5 แสนล้านกลับกระเป๋าประชาชน ย้ำจุดยืนไม่ก้มหัวให้นายทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ ‘จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ’ กับการเมือง ที่เรียนรู้จากแม่ สู่วันลงสนามจริง https://thestandard.co/jinny-yossuda-sudarat-and-politics/ Sat, 31 Jan 2026 11:37:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1171891 จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง

‘จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ’ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคไทยสร้า […]

The post คุยกับ ‘จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ’ กับการเมือง ที่เรียนรู้จากแม่ สู่วันลงสนามจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง

‘จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ’ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคไทยสร้างไทย บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์รายการ “END GAME เกมที่แพ้ไม่ได้” เผยแพร่ทาง THE STANDARD เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 (ถอดแนวคิดการเมือง ‘จินนี่-ยศสุดา’ เรียนรู้จากแม่ สู่สมรภูมิจริง | END GAME #148) ดำเนินรายการโดย เอก-ธนกร วงษ์ปัญญา และ ออฟ-พลวุฒิ สงสกุล

 

จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง 1

 

ผู้ดำเนินรายการ: ชื่อยศสุดา มีที่มาจาก สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลูกสาวคนเดียวของคุณหญิงสุดารัตน์ ในบรรดาพี่น้อง 3 คน เป็นครอบครัวนักการเมือง สมัยหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 ไปทำข่าวแล้วมีคนมากระซิบบอกว่าคนนี้คือลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ จึงได้ถ่ายรูปจินนี่นำมาเผยแพร่เป็นคนแรก แล้วเป็นไวรัล ตอนนั้นคนเรียกคุณหญิงสุดารัตน์ว่า “แม่ยายแห่งชาติ” เมื่อคนจดจำเพราะหน้าตาดีแล้วจริงๆ รู้สึกชอบไหมที่คนจดจำแบบนี้

 

ยศสุดา: ตอนนั้นไปเจอกันที่แพลตตินัม ไปซับพอร์ตแม่ตอนแม่ลงพื้นที่ ส่วนเรื่องที่มีคนชื่นชอบรู้สึกขอบคุณ รู้สึกดีใจและเป็นกำลังใจในการทำงานมากๆ อยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยอยากให้มองภาพว่าพรรคเราแค่เอาผู้หญิงคนรุ่นใหม่มาโปรโมทหน้าตาเท่านั้น อยากให้ดูเนื้อหาด้วย เพราะหน้าที่ของเราคือ 1 ใน กระบอกเสียงของพรรคที่จะเอานโยบายดีๆ มานำเสนอ หรือทำให้คนสนใจบุคลากรของพรรคมากขึ้น

 

ผู้ดำเนินรายการ: อยากให้คนจดจำอย่างไร

 

ยศสุดา: อยากให้จำในความตั้งใจจริงๆ ที่จะมาผลักดันองค์กรพรรคไทยสร้างไทย เพราะว่าคนอาจจะถามว่าทำไมถึงมาทำการเมือง คิดว่ามาช่วยแม่ แต่พูดด้วยความสัตย์จริงคือ เราเห็นการเติบโตของพรรคไทยสร้างไทยมาเรื่อยๆ เราเห็นความตั้งใจของทีมงานและบุคลากรในพรรค

 

จริงๆ ในพรรคเราเจอมรสุมเยอะมากๆ ในข่าวน่าจะเห็นกัน แต่ว่าพวกเราก็ยังยืนหยัดต่อสู้ อยากจะทำเพื่อประชาชน ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเรามีกำลังเป็น 1 ในกระบอกเสียงก็อยากมาช่วย

 

ผู้ดำเนินรายการ: มีแรงขับเคลื่อนทางการเมืองสำหรับตัวเองอย่างไร

 

ยศสุดา: อาจจะเป็นผลพลอยได้ของการเป็นลูกนักการเมือง ตั้งแต่จำความได้ตั้งแต่เด็กเราเห็นแม่ทำหน้าที่นักการเมือง เห็นแม่ลงพื้นที่ ประชุมกับคนในพรรค คุยกับประชาชน จึงเป็นอะไรที่ซึมซับมา แล้วเราเห็นตัวอย่าง

 

พอไปติดตามแม่ลงพื้นที่ ก็มีคนมาขอบคุณมีคนมาพูดอยากให้ช่วยทางนั้นทางนี้ ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าเรามีโอกาสแล้วเรามีความสามารถมากพอในการช่วยเหลือบ้านเมืองก็เป็นสิ่งที่ดี

 

ผู้ดำเนินรายการ: เสียงชื่นชมมาพร้อมกับคำวิจารณ์ เห็นคุณแม่โดนบูลลี่แล้วรู้สึกว่าอาชีพนี้น่ากลัวไหม

 

ยศสุดา: สิ่งนี้โดนใจมากๆ เพราะในความที่เราเห็นคุณค่าของหน้าที่ทางการเมือง เราก็เห็นข้อเสียเช่นกัน การถูกวิพากษ์วิจารณ์ ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว

 

ตอนเด็กๆ เล่น facebook ก็เข้าไปดูว่าคนคอมเมนต์อะไรเกี่ยวกับแม่บ้าง แต่ด้วยความที่เขาเป็นผู้หญิง มีตำแหน่งทางการเมืองช่วงนั้น ถูกจับจ้องเป็นพิเศษ เราก็จะเห็นคอมเมนต์บูลลี่เรื่องรูปลักษณ์รูปร่างคุณแม่ ตอนเด็กเราก็ไม่เข้าใจ

 

แม่เราก็แค่ทำงาน ทำไมต้องมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหน้าตาหรือหุ่นเขาด้วย ก็เป็น 1 ในความกังวลเพราะถ้าเรามาทำงานตรงนี้ เราอาจจะเจออะไรแบบนี้ อาจจะไม่ใช่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านการทำงานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องส่วนตัวก็มี

 

เป็นอะไรที่สุดท้ายเราต้องทำใจ ต้องมีสติกับมัน แยกแยะให้ออกว่า ถ้าสมมติเขาวิพากษ์วิจารณ์ด้านงานจริงๆ เราเอากลับไปแก้ไข แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องส่วนตัว เราต้องสามารถปล่อยผ่านให้ได้

 

จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง 2

 

ผู้ดำเนินรายการ: เห็นตัวอย่างการจัดการตัวเองของคุณแม่ไหม

 

ยศสุดา: แม่เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมหัศจรรย์ในมุมหนู เพราะเขาจัดการกับความเครียดของตัวเองได้ดีมาก เขาเล่าให้ฟังว่าเขาสามารถปิดสวิชก่อนนอนได้ ถ้าเจอเรื่องอะไรหนักๆ มา แต่ก่อนนอนเขาขอ relax เขาแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้

 

จริงๆ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ ตัวหนูเองหนูก็ยังทำไม่ได้ แต่อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ที่เขาทำงานการเมืองมา 30 กว่าปี คงจะสั่งสมความแข็งแกร่ง เป็นวิทยายุทธ์ของเขาไปแล้ว

 

ผู้ดำเนินรายการ: กรณี “โดม ปกรณ์ ลัม” ดาราโพสต์ข้อความไม่เหมาะสม พาดพิงโดยตรง เห็นข่าวนี้ได้อย่างไร

 

ยศสุดา: ตอนนั้นมีคนส่งมาให้ดู ตอนแรกก็ไม่เชื่อเพราะสงสัยว่าเป็นการตัดต่อหรือเปล่า แต่พอได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง สิ่งแรกคือรู้สึกเสียใจ แล้วก็รู้สึกอายที่มีคนพูดถึงแบบนี้ แต่พอสักพักเราจัดการความรู้สึกตัวเอง ตั้งสติ ต้องทำอะไรต่อ หนึ่ง สอง สาม สี่

 

คุณแม่ถามความรู้สึกเป็นอย่างแรกว่า โอเคหรือเปล่า แม่ถามว่าจะให้แม่มาหาไหม แต่บอกแม่ว่าหนูจัดการความรู้สึกตัวเองได้

 

จริงๆ ก็ไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงขนาดนั้นเหมือนกัน ส่วนพ่อก็โทรเข้ามาเช่นกัน ก็ตกใจกันทั้งบ้าน ไม่มีใครสบายใจกับเรื่องนี้

 

ผู้ดำเนินรายการ: เขาพยายามจะขอโทษ ถือกระเช้าไปที่บ้าน วันนั้นได้เจอกันไหม

 

ยศสุดา: โดยส่วนตัวยังไม่มีโอกาสคุยกับคุณโดมโดยตรง แต่มีที่คุณโดมทักมาผ่านคนรอบข้างว่าอยากจะเข้ามาคุย แต่ตอนนั้นแจ้งไปว่าทางพรรคจะปิดปีใหม่ ไม่มีใครอยู่ ซึ่งตอนที่คุณโดมมาก็ไม่มีใครอยู่จริงๆ ส่วนเรื่องการคุยต้องนัดแนะกันอีกที

 

ผู้ดำเนินรายการ: เหตุผลที่เดินหน้าใช้กระบวนการยุติธรรม โดยใช้กฎหมายใหม่ เรื่องคุกคามทางเพศ มีเหตุผลในการตัดสินใจอย่างไร

 

ยศสุดา: จริงๆ การฟ้องร้องหรือใช้กฎหมาย โดยนิสัยส่วนตัวของตัวเองไม่ได้เป็นคนชอบทะเลาะกับใครหรือมีเรื่องมีราวกับใคร

 

จริงๆ ก็ไม่ได้สบายใจมากๆ ที่จะต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่สุดท้ายแล้วเรามองว่า เราเป็นพรรคการเมือง แล้วเราต้องยึดในหลักการ ต้องสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคมไทย ซึ่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกใครทำหน้าที่ไหนเพศไหนก็ไม่ควรได้รับการพูดถึงแบบนี้ เราควรจะ respect กัน ก็คือเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคม

 

ผู้ดำเนินรายการ: ถ้าเจอคุณโดม มีอะไรจะพูดกับเขาไหม

 

ยศสุดา: ก็คงจะพูดตามที่พูดกับพี่ๆ ยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไป ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกโกรธแค้นหรืออะไรส่วนตัว มองว่ามันคือการที่เราต้องสร้างบรรทัดฐานให้สังคมมากกว่า

 

ผู้ดำเนินรายการ: ขั้นตอนตามกฎหมายยังดำเนินต่อไปรักษากติกาปกป้องสิทธิตัวเองด้วย ส่วนการพูดคุยอื่นๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

ยศสุดา: ใช่ค่ะ

 

ผู้ดำเนินรายการ: ตอนรับสมัครสส.แบบแบ่งเขต คุณแม่หายไป กลายเป็นจินนี่ต้องมานำทัพ เกิดอะไรขึ้น

 

ยศสุดา: คุณแม่มีโรคประจำตัวที่อาการไม่ค่อยโอเคมาสักพัก ร่างกายไม่ค่อยเต็มร้อย เพราะที่ผ่านมาใช้ร่างกายสมบุกสมบันเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้ให้ใช้แล้ว

 

วันนั้นสภาพร่างกายคุณแม่ไม่ไหวจริงๆ แล้วก็ไม่ได้วางแผนให้หนูเป็นตัวแทน เพียงแต่พรรคมีอีเวนท์สำคัญ เราอยากไปซับพอร์ตพรรค

 

แต่อาจจะได้รับความสนใจเพราะเป็นคนรุ่นใหม่ ถ้าเทียบภาพของพรรคอื่นๆ คนที่มานำการสมัครอาจจะเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา นี่อาจจะเป็นภาพอะไรใหม่ๆ จึงได้รับความสนใจ

 

ผู้ดำเนินรายการ: การเป็นลูกนักการเมือง ลูกคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นแต้มต่อไหม

 

ยศสุดา: เป็นแต้มต่ออยู่แล้ว เพราะเราได้เห็นประสบการณ์ของคุณแม่มาตั้งแต่เด็กๆ เลยเห็นมาตลอด และด้วยความที่แม่อยู่ในแวดวงการเมืองมานาน ก็จะมีความรู้คำแนะนำที่สามารถถ่ายทอดให้เราได้

 

ผู้ดำเนินรายการ: ต้องไปลงพื้นที่เองไปหาเสียงกับชาวบ้านประชาชน รู้สึกอย่างไรบ้าง ได้รับเสียงตอบรับแบบไหนสำหรับไทยสร้างไทยรอบนี้

 

ยศสุดา: รู้สึกว่า หน้าที่ทางการเมือง พรรคการเมือง เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติมากๆ เพราะเราคุยกับพ่อๆ แม่ๆ ชาวบ้านเวลาไปลงพื้นที่ตามต่างจังหวัด เขามาคุยกับเราแล้วเราเห็นว่าเขามีความหวังกับเราจริงๆ เขาฝากชีวิตไว้กับเราจริงๆ

 

ไม่ได้เหมือนเวลาเห็นคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย เพราะพอเราไปสัมผัส face to face จริงๆ เราสัมผัสได้จริงๆ ว่าเขาหวังว่าพรรคการเมืองจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้จริงๆ

 

เพราะฉะนั้นก็รู้สึกว่า ถ้าพรรคการเมืองหรือนักการเมืองสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เป็นสิ่งที่ดีมากๆ แล้วจะอิมแพคกับชีวิตคนจริงๆ

 

ผู้ดำเนินรายการ: คุณแม่ตั้งพรรคไทยสร้างไทยเอง ลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2566 ประสบความสำเร็จ ได้สส. มาจำนวนหนึ่ง รอบนี้ปี 2569 คนถามว่ายังไม่หยุดอีกเหรอ ไหวเหรอ จะได้ สส.เท่าไหร่ จะได้ไหม พอฟังคำถามแบบนี้อยากตอบว่าอะไร ก่อนหน้านี้ก็มีงูเห่า ทำไมยังตัดสินใจเดินหน้า

 

ยศสุดา: ทุกคนอาจจะสงสัยว่าไหวหรือเปล่ายิ่งมีข่าวว่าคุณแม่ป่วย หนูมองว่าเราเริ่มที่สารตั้งต้นของพรรคไทยสร้างไทย ทั้งคุณแม่และบุคลากรที่สร้างพรรคมาด้วยกัน เราตั้งใจอยากจะทำเป็นแพลตฟอร์ม เขาชอบใช้คำว่าเป็นนั่งร้านให้คนรุ่นหลังมาทำงานการเมือง ซึ่งแน่นอนด้วยความเป็นพรรคการเมืองที่เป็นพรรคใหม่และอาจจะไม่ใช่พรรคที่ใหญ่มาก ต้องเจออุปสรรคอยู่แล้ว และการสร้างพรรคการเมืองที่ดี เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ทำ 1-2 วันจบ หรือทำ 1-2 ปีจบ แต่มีการต่อสู้ที่เยอะมากที่เราต้องฝ่าฟัน เพราะฉะนั้น อยากให้มองความตั้งใจ จุดยืนของพรรคไทยสร้างไทยที่เราอยากจะสร้างองค์กรที่ดี

 

ถึงแม้จะเจอปัญหาเรื่องงูเห่าบ้าง หรือปัญหาอะไรต่างๆ ได้เสียงมากเสียงน้อย แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ยังยืนหยัดในความตั้งใจของเรา

 

ผู้ดำเนินรายการ: เลือกตั้งรอบนี้ทำหน้าที่อะไร พรรควางเป้าหมายอย่างไรจะได้ สส.กี่คน

 

ยศสุดา: หน้าที่หนู เป็นผู้ช่วยหาเสียง มีทั้งลงพื้นที่ สื่อสารนโยบายในทุกช่องทางให้คนเข้าใจนโยบายมากขึ้น และสนใจพรรคไทยสร้างไทยมากขึ้น เป็นหนึ่งในกระบอกเสียงของพรรค

 

ก่อนหน้านี้มีช่วยงานหลังบ้าน ลงพื้นที่ ฟีดแบคเรื่องนโยบายมาเรื่อยๆ

 

สำหรับสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.

 

คาดหวังเหมือนทุกพรรคคือทำให้ดีที่สุด แต่ถ้าเป็นตัวเลขก็ประมาณ 20-25 สส. เพราะเราอยากให้บุคลากรของเราได้ไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน จริงๆ ก็อยากได้โอกาสตรงนี้

 

ผู้ดำเนินรายการ: จินนี่อายุ 26 ปี Gen Z คนรุ่นนี้มีความคิดทางการเมืองและมองพรรคการเมืองอย่างไร

 

ยศสุดา: ถ้ามองพรรคตัวเอง ที่มีนักการเมืองรุ่นใหญ่ มองว่าเป็นข้อดี สมมติเราอยากจะฝากชีวิตไว้กับนักการเมืองหรือพรรคการเมืองพรรคไหน เราก็อยากได้คนมีประสบการณ์ที่เขาทำงานมาแล้ว เราจะรู้สึกอุ่นใจมากกว่า แต่ขณะเดียวกันนอกจากนักการเมืองรุ่นใหญ่ ก็มีนักการเมืองรุ่นใหม่มาทำงานด้วยกัน รู้สึกเป็น combination ที่ลงตัว

 

ผู้ดำเนินรายการ: เคยรู้สึกไหมว่าความคิดผู้ใหญ่ในพรรค รวมถึงความคิดคุณแม่ ไม่ตรงกับสิ่งที่คนรุ่นเราเชื่อ

 

ยศสุดา: ก็ต้องมีบ้าง แต่ส่วนใหญ่อาจจะเป็นเรื่องแนวทางในการทำงานมากกว่า เพราะเรื่องนโยบายเป็นเรื่องที่เราเห็นด้วยร่วมกันว่าเป็นประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติจริงๆ แต่ถามถึงความต่างระหว่างวัย มีอยู่แล้ว เรื่องการทำงานภายในซึ่งเป็นกระบวนการต้องปรับตัวกันไปเรื่อยๆ

 

จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง 3

 

ผู้ดำเนินรายการ: พรรคไทยสร้างไทย ให้บทบาท ให้โอกาสรับฟังคนรุ่นใหม่มีปากเสียงในพรรคมากน้อยแค่ไหนในการนำไปทำนโยบาย

 

ยศสุดา: เรื่องนโยบายเราไม่ได้ให้ความสำคัญว่าต้องเป็นรุ่นใหม่เท่านั้น หรือรุ่นใหญ่เท่านั้นที่จะมีสิทธิออกเสียงหรือมีสิทธิคอมเมนต์นโยบายหรือวิธีการของพรรค

 

เราก็ให้โอกาสทุกคนเท่ากันในที่ประชุม ส่วนโอกาสในการผลักดันคนรุ่นใหม่ก็มี อย่างช่วงหาเสียงช่วงนี้อาจจะเห็นสื่อของพรรคดูแปลกตา แปลกใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่เราอยากผลักดันและให้เสรีภาพกับคนรุ่นใหม่ในการเลือกวิธีการสื่อสารนโยบายของเขาในแบบคนรุ่นใหม่

 

ผู้ดำเนินรายการ: ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ ต้องการเห็นการเมืองแบบไหน

 

ยศสุดา: ถ้าเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ไม่เกี่ยวพรรคการเมืองไหนเลย อยากเห็นการเมืองที่มีเสถียรภาพ เพราะว่าตั้งแต่เกิด จนจำความได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้รู้สึกว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพเลย

 

จริงๆ บางครั้งเราถามเพื่อนๆ กันเอง เรางง ตอนนี้นายกฯ คือใครนะ เปลี่ยนบ่อย เราดูรายการ END GAME หรือเราดูข่าวการแย่งชิงอำนาจ การจัดตั้งรัฐบาล การเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้าง เราฟังผิวเผิน ก็เหมือนดูหนังดูอะไรแบบนี้ แต่สุดท้ายก็เศร้าเพราะหนังที่ดูคือชีวิตเรา และคนที่เล่นเกมเหล่านี้อยู่คือคนกำหนดชะตาชีวิตประเทศของเรา

 

เพราะฉะนั้น อยากเห็นภาพที่การเมืองไทยมีเสถียรภาพสักที แล้วก็คนที่มาทำงานการเมืองยึดโยงกับประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่มาถอนทุน

 

ผู้ดำเนินรายการ: ทำอย่างไรให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

ยศสุดา: ทำได้หลายวิธี คือ ต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วย เพราะว่าตอนนี้พรรคการเมืองหลายพรรคอาจจะเจอปัญหาเดียวกันกับพรรคไทยสร้างไทยที่กฎกติกาทำให้พรรคการเมืองไม่แข็งแรง ไม่มีอำนาจควบคุมคนในพรรคได้

 

บทบาทของประชาชนก็มีส่วน เราต้องออกไปใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้ง เลือกคนที่เรามั่นใจว่าเขาจะทำเพื่อประเทศชาติได้จริงๆ แล้วก็ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลหลังได้รัฐบาลแล้ว

 

จริงๆ พี่ๆ สื่อก็เป็น 1 ในกระบอกเสียงสำคัญ ในการทำให้การเมืองไทยเดินได้อย่างมีเสถียรภาพ

 

ผู้ดำเนินรายการ: ถ้า iLaw เอากระดาษมาให้กาว่า จะเห็นชอบหรือไม่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะกาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

 

ยศสุดา: เห็นชอบ เพราะการเมืองไทยขาดเสถียรภาพมานานแล้ว และ 1 ในต้นตอสำคัญก็คือกฎกติกาที่มันอาจจะไม่ได้ทำให้พรรคการเมืองแข็งแรง

 

ผู้ดำเนินรายการ: ถ้าเดินหาเสียงแล้วโดนชาวบ้านถามเหมือนที่บางพรรคโดน ถามจะแก้รัฐธรรมนูญทำไม ทำไมไม่แก้ปากท้องก่อน ถ้าเจอคำถามนี้จะตอบอย่างไร

 

ยศสุดา: จริงๆ ทุกเรื่องสำคัญ แต่ว่ารัฐบาล 1 ชุดไม่ได้มีคนเดียว ไม่ได้มีแค่กระทรวงเดียว ไม่ได้มีแค่หน่วยงานเดียวที่ทำอย่างเดียว เพราะฉะนั้นทุกอย่างทำ parallel กันได้ เรื่องปากท้องสำคัญมากๆ แน่นอน

 

แต่เรื่องกฎกติกาก็สำคัญเหมือนกัน เพราะถ้าเรามีนโยบายที่ดี ต่อให้เรามีนโยบายดีขนาดไหน ถ้ากฎกติกาไม่เอื้อให้คนดีไปทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพประเทศก็อาจจะเดินไปได้ในทิศทางที่ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่

 

ผู้ดำเนินรายการ: สถานการณ์การเมืองมีคำว่า “ชาตินิยม” ในช่วงนี้ที่มาพร้อมการสู้รบพื้นที่ชายแดน จินนี่มองเรื่องนี้อย่างไร

 

ยศสุดา: เรื่องชาตินิยมสำหรับบางคนอาจจะมองเป็นคำในแง่ลบ แต่สำหรับตัวหนู เราอยู่ในประเทศไทยเราก็ต้องรักชาติอยู่แล้ว เรื่องชาตินิยมถ้าเรามีชาตินิยมแบบถูกต้อง ไม่ได้ใช้อารมณ์แต่ใช้ด้วยเหตุผล เรารักชาติด้วยเหตุผล เป็นสิ่งที่ดีมากๆ อยู่แล้ว

 

แต่ว่า สิ่งที่อาจจะทำให้ไม่ค่อยสบายใจคือ เราเห็นพรรคการเมืองบางพรรคหรือบางกลุ่มอาจจะใช้ความรักชาติของพี่น้องประชาชนคนไทยมาตีเป็นเรื่องอารมณ์เหนือเหตุผล หรือใช้เป็นผลประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไป มากเกินความเหมาะสมหรือควรจะเป็น ก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ต้องระมัดระวัง

 

ผู้ดำเนินรายการ: จินนี่คุยกับคุณแม่อย่างไร เรื่องความซับซ้อนทางการเมือง มีเหลี่ยม มีชั้นเชิงทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ การขึ้นสู่อำนาจมีกลไกที่ซับซ้อนมาก คุณหญิงสุดารัตน์เป็น 1 ในคนที่เข้าใจเรื่องนี้ที่สุด คุณแม่เคยคุยอย่างจริงจังหรือไม่ การเมืองไม่ได้มีแต่ด้านเป็นความหวังของประชาชนอย่างเดียว แต่มีด้านเทาๆ ต้องดีล ต้องต่อรอง ต้องทำในสิ่งที่เราไม่ได้เชื่อแต่จำเป็นต้องทำ

 

ยศสุดา: คุณแม่ไม่ได้เล่าละเอียดขนาดนั้น ตอนเราตัดสินใจมาช่วยพรรคไทยสร้างไทย เราแค่เดินไปบอกแม่ ไม่ได้ขอ แค่แจ้งให้ทราบว่าเดี๋ยวจะมาช่วยทีมคนรุ่นใหม่

 

แม่พูดมาประโยคหนึ่งว่า ทำการเมืองอย่างแรกนอกจากเราต้องตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติแล้ว ส่วนตัวเราต้องมีความแข็งแกร่ง เราต้องมีสติ แล้วเขาก็เป็นบุคคลที่เป็นตัวอย่างให้เห็นมาตลอด จึงรู้สึกว่าเราเห็นว่า การเมืองมีด้านบวก ด้านลบ ด้านยากค่อนข้างเยอะ แม่ก็ให้ 2 คำนี้ติดตัวไว้ แล้วเวลาจะดำเนินชีวิตไปสายการเมืองก็ยึดโยงกับคำนี้ เราจะได้แข็งแกร่ง

 

ผู้ดำเนินรายการ: ลูกนักการเมือง ถ้าไม่รักการเมืองก็เกลียดการเมืองไปเลย เพราะเห็นความวุ่นวาย เขาก็มีทางเลือกของเขา แล้วจินนี่ในอนาคตจะเป็นสส. หรือไม่

 

ยศสุดา: คำตอบจริงๆ เลยคือ ถ้าวันนั้นเราพร้อม ก็อยากขอโอกาสค่ะ

 

บางคนอาจจะบอกว่าเรียนรู้ได้ แต่สำหรับตัวหนูจะรู้สึกมั่นใจและสบายใจมากกว่าถ้าเรามีความพร้อมทั้งเรื่องการจัดการอารมณ์และการทำงานให้มีประสบการณ์มากกว่านี้ เพราะตอนนี้ถ้าจะลงสมัครสส. ก็ลงได้เพราะอายุถึงแล้ว แต่มองว่าการทำงานการเมืองไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ เพราะสิ่งที่เราทำส่งผลกับชีวิตคนจริงๆ

 

ไม่เหมือนเราลองทำธุรกิจหรือเราลองทำโน่นทำนี่ แต่อันนี้มีผลกับคนหมู่มากจริงๆ ก็เลยอยากให้เราเก่งมากพอก่อน ดูแลตัวเองได้ก่อน จัดการตัวเองได้ก่อน

 

ผู้ดำเนินรายการ: ในมุมคนรุ่นใหม่ มอง 3 พรรคใหญ่ แดง ส้ม น้ำเงิน อย่างไร

 

ยศสุดา: เท่าที่สังเกตการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะไม่ใช่การต่อสู้ระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน คือ เผด็จการ กับ ประชาธิปไตย เสียงสะท้อนของคนรุ่นใหม่ เท่าที่สัมผัสได้ จะไม่ได้มีพรรคใดพรรคหนึ่งเป็น core หลักสำคัญขนาดนั้นแล้ว ตอนนี้ส่วนใหญ่ดูที่นโยบาย ดูที่ตัวผู้นำว่าถูกจริตกับคนไหน

 

เพราะจริงๆ คนรุ่นใหม่ถึงแม้อยู่ในอายุเดียวกัน แต่ไม่ได้แสดงว่าทุกคนมี mindset หรือ direction ประเทศ ที่อยากให้ไปเหมือนกัน ก็คิดว่าคะแนนเสียงของคนรุ่นใหม่น่าจะถัวๆ สำหรับ 3 พรรคนี้

 

ผู้ดำเนินรายการ: ถ้าพร้อมลงสส. โดยไม่มีพรรคไทยสร้างไทยแล้ว นอกจากพรรคตัวเอง มีพรรคไหนที่รู้สึกว่าเข้ากับแนวคิดเราที่สุด ส้ม แดง น้ำเงิน

 

ยศสุดา: ตอนนี้ยังไม่มี ไม่ได้หมายความว่า 3 พรรคนี้หรือพรรคอื่นๆ ไม่ดี แต่ในมุมของหนู อยากทำงานการเมืองกับพรรคที่เราไว้ใจได้ เรามั่นใจ แล้วพรรคไทยสร้างไทยก็เป็นพรรคที่เราเห็นมาตั้งแต่เริ่มต้น เราใกล้ชิดกับบุคลากร จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมเราเลือกที่จะมาเริ่มที่พรรคไทยสร้างไทย

 

ผู้ดำเนินรายการ: แต่ละพรรคจะมีโจทย์แต่ละแบบ ส่วนพรรคไทยสร้างไทยมีจุดแข็งอะไรที่จะไปโกยแต้มมาเพื่อส่งคุณแม่เป็นนายกฯ

 

ยศสุดา: จริงๆ นอกจากเรื่องนโยบาย เรื่องบุคลากรแล้ว คิดว่าถ้าเราดูตามโพลหรือความรู้สึกของคน ตอนนี้คนยังไม่ตัดสินใจค่อนข้างเยอะ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกไหม

 

แต่เท่าที่เคยเห็นการเลือกตั้งที่ผ่านมา รู้สึกว่ายิ่งใกล้เลือกตั้ง คนควรจะตัดสินใจได้แล้ว หรือมีพรรคในใจกันแล้ว แต่ว่าตอนนี้จะเห็นได้ชัดว่า คนยังไม่ตัดสินใจกันค่อนข้างเยอะ สะท้อนให้เห็นว่า เราอาจจะเดินมาถึงจุดที่คนไทยไม่ได้ไว้ใจพรรคการเมืองไหนแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็โดนกันมาทุกพรรค

 

แต่จุดแข็งของเราคือ เราเป็นพรรคที่ไว้ใจได้ เห็นได้จากประวัติการทำงานของทั้งหัวหน้าพรรค คนในพรรคที่มีตำแหน่งทางการเมืองมายาวนานแต่ไม่ได้มีประวัติด่างพร้อย ไม่มีเรื่องทุจริต

 

ตลอดสามสิบกว่าปีที่คุณแม่ทำงานการเมืองมา ก็ทำอย่างตรงๆ ตลอด ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นี่จึงอาจจะเป็นจุดแข็งของเราว่า ถึงแม้เราเป็นพรรคเล็ก พรรคที่ค่อนข้างใหม่ แต่เราไว้ใจได้ core ของเราคือเราซื่อสัตย์ เราจริงใจกับประชาชน

 

ผู้ดำเนินรายการ: จุดแข็งของไทยสร้างไทยมีแม่หน่อยกับจินนี่ ในแง่ความนิยม ตอนนี้ส่งใครเป็นแคนดิเดตนายกฯบ้าง

 

ยศสุดา: ท่านโภคิน พลกุล, เสธ.แมว ภราดร พัฒนถาบุตร, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

 

ผู้ดำเนินรายการ: มีนโยบายอะไรที่ทำให้คนจำพรรคไทยสร้างไทยได้

 

ยศสุดา: เป็นนโยบายที่คนอาจจะไม่ทราบว่าพรรคเรามี แต่พอไปอธิบายให้คนฟังคนจะสนใจ คือ ต้องเล่าย้อนว่าก่อนหน้านี้ได้ไปทำกิจกรรมให้คนกาว่าชอบนโยบายไหนที่สุด แล้วได้มีการอธิบายนโยบายต่างๆ 4 ข้อ ซึ่งนโยบายที่ได้รับความนิยมมากๆ คือนโยบายพักใช้กฎหมาย ใบอนุญาต ใบประกอบการต่างๆ ที่ไม่จำเป็น เพราะว่าในประเทศไทยมีกฎหมายใบอนุญาตต่างๆ ที่ไม่จำเป็นและใช้เวลานานกว่าจะผ่านการตรวจสอบเยอะมากๆ

 

ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนตัวเล็ก SME ต่างๆ เติบโตยาก และไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจเขาที่เติบโตยากเท่านั้น แต่ด้วยความที่ระบบซับซ้อนต้องใช้เอกสารเยอะ จะทำให้บางครั้งประชาชนอาจจะต้องจ่ายใต้โต๊ะ เรียกว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนใต้โต๊ะมีค่อนข้างเยอะ แล้วเชื่อว่าทุกคนคงเคยประสบกับตัวเองหรือเคยได้ยินผู้ประกอบการพูดบอกว่าต้องจ่ายโน่นจ่ายนี่

 

ทางเราก็เลยมีนโยบายว่าเราจะพักใช้กฎหมายหรือใบอนุญาตต่างๆ ที่ไม่จำเป็น เอาไปแก้ก่อน ทำให้คนไทยลืมตาอ้าปากทำธุรกิจเติบโตได้ก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้กฎหมายนั้นใหม่

 

ผู้ดำเนินรายการ: กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ เปิดช่องเจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ เปิดร้านอาหารก็เหนื่อย เจอหลายอย่าง ต้องมีใบสัมผัสอาหาร มีนั่นมีนี่เยอะแยะไปหมด

 

ยศสุดา: ขั้นตอนก็จะช้าด้วย หรือบางอันเป็นมาตรฐานที่ดี แต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กขนาดนั้น

 

ผู้ดำเนินรายการ: หาเสียงเลือกตั้งรอบนี้ มองนโยบายที่โดนใจคนรุ่นใหม่มีเยอะไหม

 

ยศสุดา: ทางพรรคมีนโยบายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ค่อนข้างเยอะ แต่ที่ตรงสายมากที่สุดคือนโยบายด้านการศึกษา เราสนับสนุนให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี เรียนฟรีจริงๆ เพราะเรามองว่าคือการสร้างคน อาจจะเป็นอะไรที่ระยะยาว แต่ว่าสุดท้ายแล้วถ้าบุคลากรในประเทศมีการศึกษา จะไม่ใช่เป็นประโยชน์แค่ตัวบุคคลเท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์ในระดับประเทศเพราะประเทศจะพัฒนาเศรษฐกิจไปในทางที่ดีขึ้น หรือมองในมุมต่างชาติก็อาจจะ attractive มากขึ้นสำหรับต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศที่มีบุคลากรคุณภาพ

 

ผู้ดำเนินรายการ: จินนี่สนใจเรื่องอะไร นโยบายแบบไหน

 

ยศสุดา: เรื่องการศึกษา เพราะเชื่อมาตั้งแต่เด็กว่า ด้วยความที่เราโชคดีที่ได้รับโอกาสจากทางครอบครัว ได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรี ได้รับโอกาสนี้มา ก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ ถ้าทุกคนได้รับโอกาสนี้อย่างเท่าๆ กัน ก็เป็นสิ่งที่ดี

 

ผู้ดำเนินรายการ: มองอนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งซึ่งมี 3-4 พรรค น้ำเงิน ส้ม แดง ม่วง ต้องมีพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาล มองข้างหน้าจะเป็นอย่างไร การเมืองจะดีขึ้นหรือแย่ลง

 

ยศสุดา: พูดแบบมีความหวัง คิดว่าในอนาคตการเมืองต้องสะอาดกว่าเดิม เพราะเวลาเราไปลงพื้นที่ เมื่อก่อนประชาชนจะมีฟีดแบคปัญหาปากท้อง ปัญหาเฉพาะพื้นที่

 

แต่สิ่งที่ประชาชนพูดตรงกันไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ไหน คือ “เอานักการเมืองโกงออกไปได้แล้ว ไปทำ ต้องทำจริงนะ” ก็รู้สึกว่าตอนนี้ทุกคนตระหนักรู้เรื่องการมีการเมืองแบบสุจริตมากขึ้น รู้สึกว่าในอนาคตไม่รู้ใกล้หรือไกล สุดท้ายแล้วแรงกดดันหรือฟีดแบคจากประชาชนจะบังคับให้วงการการเมืองต้องเปลี่ยน

 

ผู้ดำเนินรายการ: END GAME ที่อยากเห็นการเมืองไทย เป็นอย่างไร

 

ยศสุดา: END GAME ที่อยากเห็นคืออยากเห็นทุกคนทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องแย่งชิงอำนาจ จะเป็นโน่นเป็นนี่อย่างเดียว จะเอาตำแหน่งอย่างเดียว แต่ว่า อยากให้ทุกคนยึดโยงกับผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่อยากนั่งฟังพล็อตหนังอีกแล้วว่าคนนี้อยู่ฝ่ายนี้

 

หลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นข่าวการเมืองเป็นเรื่องเหมือนในละครวนลูปไปมา ไม่ได้เห็นข่าวดีๆ เรื่องการพัฒนาประเทศเท่าไหร่เลย ก็เลยรู้สึกว่าอยากเห็นประเทศไทย มีข่าวเศรษฐกิจดีขึ้น การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

พูดตรงๆ ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยได้ยินไทยเศรษฐกิจดี หรือไทยการเมืองดีเลย ซึ่งไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน แต่สำหรับหนู 26 ปี ยังไม่เคยได้ยิน

 

ผู้ดำเนินรายการ: เทียบประเทศอื่น คนรุ่นใหม่บางคนอยากย้ายประเทศเลย บทสนทนากับเพื่อนแบบนี้มีไหม

 

ยศสุดา: ก็มี เพื่อนๆ ทุกคนอึดอัดกับการเมือง หลายคนที่แต่ก่อนติดตามการเมือง ตอนนี้เพื่อนบางคนพูดว่าเหนื่อยแล้ว เหนื่อยจะฟังแล้ว เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็เล่นเกมอำนาจกันเอง ก็มีฟีดแบคแบบนี้อยู่ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยังมีความหวังกับประเทศ แม้จะดูริบหรี่ก็ตาม แต่ถ้าเรายังอยากอยู่ในประเทศนี้อยู่ เราก็ห้ามหมดหวังค่ะ

 

ผู้ดำเนินรายการ: หลังจากนี้จะหายไปไหนจากสนามหาเสียงเลือกตั้ง

 

ยศสุดา: มีหน้าที่ต้องไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ แต่ว่าถึงแม้อยู่ที่นั่นก็จะพยายามผลักดันเรื่องการสื่อสารเรื่องนโยบายต่างๆ จากที่เรียนมา ไปเรียนปริญญาโท บริหารธุรกิจที่อเมริกา 16 เดือน แต่วางแผนจะกลับมาเรื่อยๆ ไปหาประสบการณ์ โลกเดินไปถึงไหนแล้ว

 

ผู้ดำเนินรายการ: ฝากพรรคไทยสร้างไทยถึงคนไทย

 

ยศสุดา: พวกเราเข้าใจ ปีที่ผ่านๆ มา คนไทยอาจจะเจอเรื่องอะไรมาหนักมากๆ ทุกคนคงรู้สึกเหนื่อย ทั้งกับการใช้ชีวิตส่วนตัว เหนื่อยกับการเมือง เหนื่อยกับสภาพเศรษฐกิจสังคม ทางพรรคไทยสร้างไทยเข้าใจดี เราขออาสา เรามีความพร้อม ทำให้คนไทยหายเหนื่อย เรามีนโยบายดีๆ ที่จะดูแลคนตั้งแต่เกิดจนแก่ มีนโยบายเรื่องปราบคอรัปชั่น เราเชื่อว่าถ้าเราได้โอกาสในการทำงาน เราจะผลักดันนโยบายดีๆ และวิธีการทำงานที่สุจริต ทำให้คนไทยหายเหนื่อย ฝากพรรคไทยสร้างไทยเบอร์ 48 ค่ะ

The post คุยกับ ‘จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ’ กับการเมือง ที่เรียนรู้จากแม่ สู่วันลงสนามจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์คะแนนนำทั้งคนและพรรคในนิด้าโพลยกสองทั่วไทย อนุทินและภูมิใจไทยยังตามหลัง https://thestandard.co/natthaphong-nida-poll-election-results/ Fri, 30 Jan 2026 01:56:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1171312 ภาพกราฟฟิกผลสำรวจคะแนนนิยม นิด้าโพล ยกสอง เลือกตั้ง 69 ผู้สมัครนายกฯ และพรรคการเมือง

วันนี้ (30 มกราคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์คะแนนนำทั้งคนและพรรคในนิด้าโพลยกสองทั่วไทย อนุทินและภูมิใจไทยยังตามหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟฟิกผลสำรวจคะแนนนิยม นิด้าโพล ยกสอง เลือกตั้ง 69 ผู้สมัครนายกฯ และพรรคการเมือง

วันนี้ (30 มกราคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเลือกตั้ง ปี 2569

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

 

▪อันดับ 1 ที่ 29.08% ระบุว่าเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) จากยกแรกได้ 24.76%

 

▪อันดับ 2 ที่ 22.24% ระบุว่าเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) จากยกแรกได้ 20.84%

 

▪อันดับ 3 ที่ 12.52% ระบุว่าเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) จากยกแรกได้ 12.12%

 

▪อันดับ 4 ที่ 12.12% ระบุว่าเป็น ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) จากยกแรกได้ 9.64%

 

▪อันดับ 5 ที่ 9.36% ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ จากยกแรกกลุ่มนี้มีอยู่ 14.12%

 

▪อันดับ 6 ที่ 3.76% ระบุว่าเป็น พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) จากยกแรกได้ 5.04%

 

▪อันดับ 7 ที่ 1.92% ระบุว่าเป็น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) จากยกแรกได้ 1.32%

 

▪อันดับ 8 ที่ 1.68% ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) จากยกแรกได้ 2.64%

 

▪อันดับ 9 ที่ 1.24% ระบุว่าเป็น ศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) จากยกแรกได้ 1.84%

 

ส่วนอีก 5.80% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย), ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม), พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่), วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน), สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย), สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่), เจษฎ์ โทณะวณิก (พรรครักชาติ), พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, กรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์), จตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่), ศุภจี สุธรรมพันธุ์, นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), วสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง), ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (พรรคพลังประชารัฐ), การดี เลียวไพโรจน์ (พรรคประชาธิปัตย์), คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช (พรรคไทยก้าวใหม่), ตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ), พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ), สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย), เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย), อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (พรรครวมไทยสร้างชาติ), ภราดร ปริศนานันทกุล (พรรคภูมิใจไทย), พงศา ชูแนม (พรรคกรีน), ชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และ 0.28% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

 

▪อันดับ 1 ที่ 33.56% ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน จากยกแรกได้ 30.40%

 

▪อันดับ 2 ที่ 22.76% ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย จากยกแรกได้ 21.96%

 

▪อันดับ 3 ที่ 16.92% ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย จากยกแรกได้ 15.72%

 

▪อันดับ 4 ที่ 12.76% ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ จากยกแรกได้ 12.16%

 

▪อันดับ 5 ที่ 3.44% ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ จากยกแรกได้ 4.04%

 

▪อันดับ 6 ที่ 2.92% ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ จากยกแรกได้ 8.40%

 

▪อันดับ 7 ที่ 1.84% ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ จากยกแรกได้ 2.20%

 

▪อันดับ 8 ที่ 1.40% ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม จากยกแรกได้ 0.72%

 

▪อันดับ 9 ที่ 1.08% ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย จากยกแรกได้ 1.60%

 

ส่วนอีก 3.28% ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรครักชาติ พรรคปวงชนไทย พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และ 0.04% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

 

▪อันดับ 1 ที่ 34.20% ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน จากยกแรกได้ 30.48%

 

▪อันดับ 2 ที่ 22.60% ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย จากยกแรกได้ 22.32%

 

▪อันดับ 3 ที่ 16.20% ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย จากยกแรกได้ 15.44%

 

▪อันดับ 4 ที่ 13.20% ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ จากยกแรกได้ 12.56%

 

▪อันดับ 5 ที่ 3.40% ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ จากยกแรกได้ 4.16%

 

▪อันดับ 6 ที่ 2.60% ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ จากยกแรกได้ 7.80%

 

▪อันดับ 7 ที่ 2.20% ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ จากยกแรกได้ 2.24%

 

▪อันดับ 8 ที่ 1.20% ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม จากยกแรกได้ 0.68%

 

▪อันดับ 9 ที่ 1.12% ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย จากยกแรกได้ 1.76%

 

ส่วนอีก 3.20% ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรครักชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และ 0.08% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพล สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น 97.0%

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์คะแนนนำทั้งคนและพรรคในนิด้าโพลยกสองทั่วไทย อนุทินและภูมิใจไทยยังตามหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์โชว์นโยบายพักหนี้ 3 ปี พร้อมกองทุนตั้งตัว ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน https://thestandard.co/sudarat-keyuraphan-debt-policy-fund/ Wed, 28 Jan 2026 10:01:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1170683 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุรพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบายพักหนี้และกองทุนตั้งตัว

วันนี้ (28 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์โชว์นโยบายพักหนี้ 3 ปี พร้อมกองทุนตั้งตัว ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุรพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบายพักหนี้และกองทุนตั้งตัว

วันนี้ (28 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดสายเนตร และตลาดหทัยมิตร ย่านคู้บอน กรุงเทพฯ

 

จากการลงพื้นที่ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาเดียวกันคือ ‘เศรษฐกิจแย่มาก’ และกำลังแบกรับภาระหนี้สินอย่างหนัก ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ยืนยันว่า เข้าใจความลำบากนี้ดี และพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรกเพื่อคืนรอยยิ้มให้คนตัวเล็กอีกครั้ง

 

พรรคไทยสร้างไทย ประกาศนโยบายเพื่อหยุดวิกฤตหนี้สินด้วยการ ‘พักหนี้’ นาน 3 ปี สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย เพื่อเป็นการหยุดเลือดที่กำลังไหล ให้ประชาชนได้มีโอกาสหายใจหายคอได้คล่องตัวขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเติมเลือดใหม่ ผ่านกองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนกู้เงินตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึง 100,000 บาท โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น เพื่อนำไปเป็นทุนรอนในการประกอบอาชีพและล้างหนี้นอกระบบที่กัดกินชีวิตคนไทยมานาน

 

นโยบายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือน ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้อย่างมหาศาล เช่น หากกู้เงิน 50,000 บาท จากเดิมที่ต้องเสียดอกเบี้ยนอกระบบนับหมื่นบาทต่อเดือน จะเหลือเพียง 500 บาทเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งตัวได้จริงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

 

“ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันเลือกพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48 ให้มากพอ เพื่อให้เราเข้าไปรับใช้และดูแลพี่น้องประชาชนให้ ‘หายจน หมดหนี้’ และสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง”

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำชัดถึงวิกฤตการณ์สินค้าต่างชาติที่ทะลักเข้ามาทุ่มตลาดไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่าการที่สินค้าเหล่านี้สามารถวางขายได้โดยไม่ต้องผ่านมาตรฐาน อย. หรือ มอก. นั้น มีต้นตอสำคัญมาจากปัญหาคอร์รัปชันของข้าราชการและนักการเมืองที่เห็นแก่ได้ ยอมรับสินบนจนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวไทยต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายและไม่สามารถแข่งขันได้

 

“ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อกวาดล้างวงจรทุจริตที่กัดกินประเทศ และหยุดพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอำนาจที่ฉวยโอกาสหากินบนความเดือดร้อนและความยากจนของประชาชนไทยอย่างจริงจัง” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์โชว์นโยบายพักหนี้ 3 ปี พร้อมกองทุนตั้งตัว ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกฯ วางยุทธศาสตร์ไทยอย่างไร หากเกิดสงครามมหาอำนาจ อ่านคำตอบจากดีเบตของสถาบันพระปกเกล้า https://thestandard.co/thailand-war-strategy-debate/ Wed, 28 Jan 2026 06:05:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1170514 ภาพผู้สมัครนายกฯ ร่วมดีเบตประเด็นยุทธศาสตร์ไทยท่ามกลางสงครามมหาอำนาจ จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า

วานนี้ (27 มกราคม) สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ พีพีทีวี จั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกฯ วางยุทธศาสตร์ไทยอย่างไร หากเกิดสงครามมหาอำนาจ อ่านคำตอบจากดีเบตของสถาบันพระปกเกล้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้สมัครนายกฯ ร่วมดีเบตประเด็นยุทธศาสตร์ไทยท่ามกลางสงครามมหาอำนาจ จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า

วานนี้ (27 มกราคม) สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ พีพีทีวี จัดงาน ดีเบตเลือกตั้ง 2569 เวทีวิสัยทัศน์แห่งชาติ ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยหนึ่งในประเด็นดีเบตที่อยู่ในความสนใจคือการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจทวีความรุนแรงขึ้น ระเบียบโลกถูกท้าทาย มีทั้งกรณีการใช้กำลังบุกเข้าจับกุมผู้นำของประเทศอื่น รวมถึงความพยายามยึดครองดินแดนของชาติอื่นอย่างเปิดเผย ทำให้โลกเข้าสู่ความไม่แน่นอนอย่างสูง สงครามจึงอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 

ร.อ.ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะตัวแทนสถาบันพระปกเกล้า ถามคำถามบนเวทีช่วงท้ายว่า หากโลกเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละคนจะวางยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยยืนอยู่ตรงไหนระหว่าง 1. เลือกเป็นกลาง 2. เลือกข้าง หรือ 3. ถ่วงดุลอำนาจ เพราะเหตุใด และการตัดสินใจนั้น ประเทศไทยและคนไทยอาจเผชิญกับผลกระทบอย่างไร?

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย ตอบเป็นคนแรก มองว่า หากได้เป็นนายกฯ และอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไทยควรสร้างคุณค่าท่ามกลางวิกฤตที่เป็นอยู่ และเลือกถ่วงดุลอำนาจ โดยที่ไม่เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะไทยตั้งอยู่ระหว่างกลางของมหาสมุทรใหญ่ และเป็นประตูผ่านเข้าสู่อาเซียน ไทยจึงต้องใช้ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ให้เป็นประโยชน์

 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า หากเกิดสงครามจริงก็คงหนีไม่พ้นการถูกบีบให้เลือกข้าง แต่ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐฯ และจีน ไทยต้องวาง position ให้เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา ดังนั้นจึงเห็นว่าการเจรจาและการวางท่าทีของไทยในยามวิกฤตถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งแคนดิเดตไทยสร้างไทยมั่นใจว่า หากเราคิดแบบนี้ ประเทศไทยและประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

 

ส่วน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไทยไม่ควรรอให้เหตุการณ์บานปลาย สิ่งที่สามารถทำได้ทันที หากต้องการถ่วงดุล คือเราต้องยอมรับความเป็นจริงก่อนว่าเราทำเพียงลำพังไม่ได้ ปัจจุบันมีแนวคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์กับไทยมากที่สุด แนวคิดนี้เกิดจากสงครามการค้าที่ทำให้โลกพูดถึง ‘โลกลบหนึ่ง’ และการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้โลกพูดถึง ‘โลกลบสอง’ ความหมายคือประเทศขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ (ใหญ่ไม่เท่ามหาอำนาจสองขั้ว) กำลังมีแนวคิดที่จะจับมือกันเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ทั้งสอง

 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนจะรีบคุยกับฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ในฐานะที่เป็นประธานอาเซียนปีนี้และปีหน้า เพื่อเร่งผนึกกำลังกันเจรจากับสหภาพยุโรป แคนาดา ออสเตรเลีย ในการถ่วงดุลกับมหาอำนาจทั้งสอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในสถานการณ์ถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกข้าง

 

อภิสิทธิ์ย้ำว่า การไม่เลือกข้างไม่ใช่การอยู่เฉย แต่ต้องเป็นการทูตเชิงรุกอย่างที่กล่าวไป และต้องร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพราะไทยไม่สามารถทำเรื่องนี้โดยลำพังได้

 

ด้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน กล่าวว่า สงครามในอดีตที่ผ่านมามาจากการสังเคราะห์ขึ้น โดยมีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง คำถามสำคัญคือ ก่อนจะไปถึงจุดที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ไทยจะวางบทบาทตัวเองอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม และถึงแม้หากเกิดสงครามขึ้นมา ไทยจะยืนอยู่ในฝั่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เลือกข้าง

 

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า โจทย์ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่การเลือกว่าอยู่ข้างไหน และไม่ใช่การตอบว่าเราเป็นกลางแบบนิ่งเฉย แต่เราต้องเลือกอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งก็คือการยึดตามคุณค่าสากล อีกสิ่งสำคัญคือ ไทยต้องกำหนดบทบาทให้ถูกต้อง ถึงแม้เป็นการกระทำของมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไทยก็ต้องแสดงท่าทีบนเวทีสากลที่มีกฎกติการะหว่างประเทศ

 

ช่วงท้ายของคำถามนี้ ณัฐพงษ์ยกคำพูดของทูตพิศาล มาณวพัฒน์ ที่อยู่ในทีมบริหารของพรรคประชาชนมากล่าวว่า การทูตที่สง่างาม เราทำให้เขาโกรธได้ แต่เขาต้องเคารพเรา

 

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไทยต้องยืนอยู่บนความถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จุดยืนของไทยที่ต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล รวมถึงเพื่อไทย คือ การเป็นผู้สนับสนุนสันติภาพ แต่หากเกิดสงครามขึ้นมา ไทยจะหาโอกาสจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไทยมีที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม อีกทั้งเป็นครัวโลกด้วย ดังนั้นหากมีสงครามซึ่งจะเกิดภาวะอดอยากขึ้นนั้น เราสามารถใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมส่งออกอาหารได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการแสวงหาโอกาสจากวิกฤตที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของคนไทย

 

จุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เราต้องเปิดกว้างสำหรับการค้าและการลงทุน ประเทศไทยโอบรับความแตกต่าง แม้ว่าจะเกิดความขัดแย้งตามพื้นที่ต่างๆ แต่ไทยก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้

 

ด้าน อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ มองว่า เราควรยึดโมเดลของไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหากเกิดสงครามขึ้นแล้ว ไทยยังต้องเป็นเพื่อนกับทั้งสองฝ่าย แต่ก่อนเกิดสงคราม ไทยก็ต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งก็คือการนำไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของทั้งสองขั้วอำนาจ หากเราเก่งเรื่องอาหาร เราก็ไปอยู่ในซัพพลายเชนอาหารของทั้งสหรัฐฯ และจีน ให้เขาเห็นว่า ประเทศนี้โดนทำลายไม่ได้ เพราะหากถูกทำลาย พวกเขาก็จะได้รับผลกระทบด้วย

 

รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ไทยมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ดี ดังนั้นจึงควรอยู่ให้เพื่อนรักทั้งสองฝ่าย หากเกิดศึกสงคราม ก็ทำอย่างที่บรรพบุรุษไทยเคยทำ เมื่อครั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยรอดมาได้ สงครามโลกครั้งที่ 3 ไทยก็จะรอดเช่นกัน

 

ขณะที่ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคคนสุดท้ายที่ตอบคำถามนี้ ได้แสดงความกังวลและตั้งคำถามถึงรัฐบาลก่อนๆ ว่า การทำข้อตกลงบางฉบับกับมหาอำนาจบางชาติ อาจทำให้ไทยเสียสมดุลทางยุทธศาสตร์ไปแล้ว ดังนั้นพรรคเศรษฐกิจจึงชูนโยบายสร้างความสมดุลกับมหาอำนาจขึ้นมาใหม่

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : แคนดิเดตนายกฯ วางยุทธศาสตร์ไทยอย่างไร หากเกิดสงครามมหาอำนาจ อ่านคำตอบจากดีเบตของสถาบันพระปกเกล้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์ย้ำเลือกไทยสร้างไทยไม่เสียเปล่า ได้คนทำงานจริงมีประสบการณ์ ขออาสาไปหยุดวงจรคอร์รัปชัน https://thestandard.co/sudarat-thai-sang-thai-corruption/ Mon, 19 Jan 2026 07:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1166764 สุดารัตน์ย้ำเลือก **ไทยสร้างไทย** ไม่เสียเปล่า ได้คนทำงานจริงมีประสบการณ์ ขออาสาไปหยุดวงจรคอร์รัปชัน

วันนี้ (19 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์ย้ำเลือกไทยสร้างไทยไม่เสียเปล่า ได้คนทำงานจริงมีประสบการณ์ ขออาสาไปหยุดวงจรคอร์รัปชัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุดารัตน์ย้ำเลือก **ไทยสร้างไทย** ไม่เสียเปล่า ได้คนทำงานจริงมีประสบการณ์ ขออาสาไปหยุดวงจรคอร์รัปชัน

วันนี้ (19 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เดินหน้าขอคะแนนเสียงที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมประกาศจุดยืน ‘เลือกไทยสร้างไทยไม่เสียเปล่า’ และยืนยันว่า คะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำ การตัดสินใจเลือกพรรคไทยสร้างไทยคือการเลือกทางรอดของประเทศ เพื่อให้ได้นักการเมืองมือสะอาดและมีความสามารถเข้ามาบริหารงบประมาณแผ่นดินเกือบ 4 ล้านล้านบาท ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน พร้อมอาสาเข้าไปหยุดยั้งวงจรการทุจริตคอร์รัปชันที่กัดกินประเทศมาอย่างยาวนาน

 

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุด้วยว่า ปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญกับปัญหาคอร์รัปชันอย่างรุนแรง โดยจากข้อมูลขององค์การต่อต้านคอร์รัปชัน พบว่า เงินในกระเป๋าของประชาชนถูกปล้นจากการทุจริตสูงถึงปีละ 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศขาดการพัฒนา และประชาชนต้องตกอยู่ในความยากจน ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากเกิดความเสียหาย กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต

 

“ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทยจึงมุ่งมั่นสร้างการเมืองสุจริต โดยมีเป้าหมายหลักในการนำงบประมาณที่ควรเป็นของประชาชนกลับคืนมา และไม่ปล่อยให้นักการเมืองทุจริตนำไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

 

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังชูจุดแข็งด้านประสบการณ์การทำงานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะการเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีถึง 4 กระทรวง และบริหารงบประมาณรวมกว่าหนึ่งล้านล้านบาทโดยไม่มีประวัติการทุจริตแม้แต่บาทเดียว พร้อมยกตัวอย่างผลงานสำคัญ เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค การรับมือวิกฤตโรคซาร์ส ไข้หวัดนก และเหตุการณ์สึนามิ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพในการบริหารงานยากให้สำเร็จได้จริง

 

“พรรคไทยสร้างไทยจึงเป็นพื้นที่ของคนทำงานที่ตั้งใจจริง ทั้งคนรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ และเป็นพรรคที่ไม่มีนายทุนครอบงำ”

 

คุณหญิงสุดารัตน์ยังได้ย้ำให้พี่น้องประชาชนพิจารณาเลือกพรรคที่มีอุดมการณ์และจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านคนโกง หากเห็นว่าตนเองและพรรคไทยสร้างไทยยังมีประโยชน์ในการรับใช้บ้านเมือง ขอให้ช่วยกันลงคะแนนเสียงให้มากพอ เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะเปลี่ยนทุกคะแนนเสียงให้เป็นพลังในการดูแลแผ่นดิน และส่งต่องบประมาณให้ถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่ให้ถูกปล้นหรือสูบไปสู่นักการเมืองที่ทุจริตอีกต่อไป

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์ย้ำเลือกไทยสร้างไทยไม่เสียเปล่า ได้คนทำงานจริงมีประสบการณ์ ขออาสาไปหยุดวงจรคอร์รัปชัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ กางแผน 5 ด้าน ปฏิรูปสิทธิสตรี ชู Lady Future Fund เติมทุนสร้างอาชีพ – บำนาญ 3,000 บาท ประกันความมั่นคงตลอดชีวิต https://thestandard.co/sudarat-reform-women-rights-fund/ Sat, 17 Jan 2026 06:25:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1166278 ‘สุดารัตน์’ กางแผน 5 ด้าน ปฏิรูปสิทธิสตรี ชู Lady Future Fund เติมทุนสร้างอาชีพ - บำนาญ 3,000 บาท ประกันความมั่นคงตลอดชีวิต

วันนี้ (17 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ กางแผน 5 ด้าน ปฏิรูปสิทธิสตรี ชู Lady Future Fund เติมทุนสร้างอาชีพ – บำนาญ 3,000 บาท ประกันความมั่นคงตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุดารัตน์’ กางแผน 5 ด้าน ปฏิรูปสิทธิสตรี ชู Lady Future Fund เติมทุนสร้างอาชีพ - บำนาญ 3,000 บาท ประกันความมั่นคงตลอดชีวิต

วันนี้ (17 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายสำคัญด้านสตรี โดยระบุว่าพรรคไทยสร้างไทยมุ่งเน้นการขจัดอุปสรรคที่กีดกันศักยภาพของผู้หญิง ซึ่งถือเป็นประชากรกว่าครึ่งประเทศ โดยเสนอแนวนโยบายเชิงโครงสร้าง 5 ด้านหลัก เพื่อสร้างความเท่าเทียมและโอกาสที่ยั่งยืน ดังนี้:

 

1. ปฏิวัติกองทุนสตรี: จากเงินสงเคราะห์ สู่ เงินสร้างอาชีพ

 

พรรคมีนโยบายอัปเกรด กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่แท้จริง โดยจะเปลี่ยนรูปแบบจากการให้เงินเพียงอย่างเดียว เป็นการสนับสนุนด้านความรู้ การตลาด และเทคโนโลยี (Digital Upskill) พร้อมเปิดตัวกองทุน Lady Future Fund เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและแม่เลี้ยงเดี่ยวให้เข้าถึงแหล่งทุน 10,000–100,000 บาท โดยใช้เพียงบัตรประชาชนในการขอกู้ อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% เพื่อใช้เป็นทุนตั้งตัวโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

2. ยกระดับสาธารณสุข: สิทธิ 30 บาท เพื่อผู้หญิง

 

เสนอสิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกฟรีในทุกสถานพยาบาล เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว รวมถึงการขยายสิทธิวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้เด็กหญิงทั่วประเทศโดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมฟื้นฟู ศูนย์พึ่งได้ ในโรงพยาบาลให้เป็นศูนย์ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตและความรุนแรงที่มีคุณภาพ

 

3. ความปลอดภัยเชิงรุก: Lady Bogie & Lady Seat

 

สร้างความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะและระบบขนส่งมวลชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ Lady Bogie (โบกี้เฉพาะสตรี) ในรถไฟและรถไฟฟ้า และ Lady Seat (ที่นั่งแถวหน้าเฉพาะแม่และเด็ก) ในรถโดยสารประจำทาง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวและโลกออนไลน์อย่างเด็ดขาด โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเพิ่มไฟแสงสว่างและพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน

 

4. สวัสดิการแม่และเด็ก: ลดภาระเพื่อแม่หายเหนื่อย

 

ลดภาระค่าครองชีพให้ครอบครัวผ่านคูปองสร้างเด็กไทย เดือนละ 2,000 บาท พร้อมคงนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีโดยปรับเวลาเรียนให้เหมาะสม และจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กคุณภาพในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้กลุ่มคุณแม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างไร้กังวล

 

5. บำนาญประชาชน 3,000 บาท: หลักประกันวัยเกษียณ

 

ปิดท้ายด้วยนโยบายสร้างความมั่นคงในระยะยาวด้วย บำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ขั้นพื้นฐานให้ผู้หญิงสูงวัยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เป็นภาระลูกหลาน และได้รับการดูแลสุขภาพเฉพาะด้านอย่างใกล้ชิด

 

“นโยบายสตรีของไทยสร้างไทยไม่ใช่ประชานิยม แต่คือการคืนศักดิ์ศรีและพลังในการสร้างชาติให้กับผู้หญิงทุกคน เมื่อผู้หญิงแข็งแรง ครอบครัวแข็งแรง และเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สุดารัตน์’ กางแผน 5 ด้าน ปฏิรูปสิทธิสตรี ชู Lady Future Fund เติมทุนสร้างอาชีพ – บำนาญ 3,000 บาท ประกันความมั่นคงตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE https://thestandard.co/the-standard-debate-policy-battle/ Wed, 14 Jan 2026 01:23:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1164897 ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE

ECONOMIC BATTLE ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย | POLICY BATTLE ศึ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE

ECONOMIC BATTLE ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย | POLICY BATTLE ศึกดวลนโยบาย ครั้งที่ #1

 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะการเติบโตต่ำต่อเนื่อง รั้งท้ายกลุ่มประเทศอาเซียน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยและการขาดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

 

เวทีนี้ชวนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และตัวแทนพรรคการเมืองมาดีเบต “ทางออก” ของเศรษฐกิจไทยอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การแก้กับดักการเติบโต การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปจนถึงความเป็นไปได้ของนโยบายในทางปฏิบัติ ได้แก่

 

  • กรณ์ จาติกวณิช จากพรรคประชาธิปัตย์
  • ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน
  • จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย
  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย
  • ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากพรรคภูมิใจไทย

 

รวมถึง Special Guests ตัวแทนจากภาคประชาชนที่จะมาร่วม ‘ตรวจการบ้าน’ นโยบายแต่ละพรรค

 

  • เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • ซีเค เจิง CEO of Fastwork
  • ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

 

สามารถรับชมย้อนหลัง ECONOMIC BATTLE : ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจไทยโตต่ำ รั้งท้าย ถดถอย เอายังไงต่อ? ได้ผ่านโซเชียลมีทุกช่องทางของ THE STANDARD

 

 

 

นอกจากนี้ ยังสามารถรอติดตามชม POLICY BATTLE | ศึกดวลนโยบาย อีก 2 BATTLE ได้ ดังนี้

 

  • ANTI-CORRUPTION BATTLE : ศึกอำนาจต้านโกง

ทุจริต ทุนเทา อาชญากรรมข้ามชาติ ถอนรากทั้งระบบยังไง?

LIVE วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

 

  • EDUCATION BATTLE : เรียนแบบไหน เด็กไทยรอด

คุณภาพตก ความเหลื่อมล้ำสูง

การศึกษาจะพาเด็กไทยไปถึงอนาคตได้จริงไหม?

LIVE 23 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

 

ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 1ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 2ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 3ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 4ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 5ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 6ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 7ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 8ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 9ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 10ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 11ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 12ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 13ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 14ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 15ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 16ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 17ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE 18

The post เลือกตั้ง 2569 : ศึกดวลนโยบายเศรษฐกิจ THE STANDARD POLICY BATTLE appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดูย้อนหลัง ดีเบต THE STANDARD ECONOMIC BATTLE: ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย https://thestandard.co/live-the-standard-debate-economic-battle/ Tue, 13 Jan 2026 09:36:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1164644 ดูสด LIVE: ดีเบต THE STANDARD ECONOMIC BATTLE: ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย

ดูย้อนหลัง ดีเบต เชิงนโยบายจาก THE STANDARD 13 มกราคม น […]

The post ดูย้อนหลัง ดีเบต THE STANDARD ECONOMIC BATTLE: ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดูสด LIVE: ดีเบต THE STANDARD ECONOMIC BATTLE: ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย

ดูย้อนหลัง ดีเบต เชิงนโยบายจาก THE STANDARD 13 มกราคม นี้ ครั้งแรก! นักการเมือง ชนกับตัวจริงด้านเศรษฐกิจ POLICY BATTLE | ศึกดวลนโยบาย รอบแรกประเดิมหาทางออกเศรษฐกิจไทย โตต่ำ รั้งท้าย ถดถอย เอายังไงต่อ ?

 

ECONOMIC BATTLE: ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย

 

ดีเบต THE STANDARD (เดอะ สแตนดาร์ด) POLICY BATTLE

 

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะการเติบโตต่ำต่อเนื่อง รั้งท้ายกลุ่มประเทศอาเซียน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยและการขาดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

 

เวทีนี้ชวนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และตัวแทนพรรคการเมืองมา ดีเบต “ทางออก” ของเศรษฐกิจไทยอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การแก้กับดักการเติบโต การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปจนถึงความเป็นไปได้ของนโยบายในทางปฏิบัติ

 

พบกับ

 

 

พิเศษ! Special Guests ตัวแทนจากภาคประชาชนที่จะมาร่วม ‘ตรวจการบ้าน’ นโยบายแต่ละพรรค

 

  • เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • ซีเค เจิง CEO of Fastwork
  • และ ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

 

ดำเนินรายการโดย นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post ดูย้อนหลัง ดีเบต THE STANDARD ECONOMIC BATTLE: ศึกทางออกเศรษฐกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์ https://thestandard.co/thai-sang-thai-childcare-coupons/ Wed, 07 Jan 2026 03:26:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1162078 ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันนี้ (7 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้า […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันนี้ (7 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวเปิดนโยบายดูแลคนไทยให้หายเหนื่อย โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาปัจจุบันที่คนไทยมีลูกน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยเด็กเกิดใหม่เหลือเพียง 460,000 คนต่อปี เนื่องจากพ่อแม่มีความกังวลใจต่อค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู ซึ่งการที่เด็กเกิดใหม่น้อยลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคตอันใกล้ ทำให้ GDP อาจเติบโตได้ไม่เกิน 2% เพราะจำนวนคนวัยทำงานและกำลังซื้อลดลงมาก ขณะที่ครอบครัวที่มีลูกอยู่แล้วส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจนรายได้ไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อการดูแลด้านโภชนาการและการพัฒนาสมองของเด็กไทย

 

พรรคไทยสร้างไทยจึงประกาศนโยบายทำให้คนไทยหายเหนื่อยและหมดกังวลกับการมีลูก ด้วยการออกคูปองเลี้ยงลูกเดือนละ 2,000 บาท ให้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงลูกอายุ 6 ขวบ เนื่องจากช่วงอายุนี้เป็นโอกาสทองที่จะพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กได้ดีที่สุด โดยคูปองดังกล่าวจะใช้แลกเป็นนม วิตามิน และสิ่งจำเป็นในการดูแลลูกตามคำแนะนำของแพทย์ในโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กไทยได้รับการดูแลให้อิ่มท้องสมองดี ลดภาระของพ่อแม่ และถือเป็นการลงทุนสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างชาติ พร้อมทั้งช่วยจูงใจให้คู่สมรสตัดสินใจมีบุตรเพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

 

สำหรับคำถามถึงความเป็นไปได้และที่มาของงบประมาณหลักหมื่นล้านบาทต่อปีนั้น พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่าคุ้มค่าและทำได้จริงหากบริหารจัดการอย่างโปร่งใสโดยไม่โกง และตัดงบประมาณส่วนที่ฟุ่มเฟือยออก ก็จะมีเงินเหลือมาลงทุนสร้างอนาคตของเด็กไทยได้อย่างสบาย พร้อมเปรียบเทียบว่าขนาดงบประมาณโมโตจีพี 4,000 ล้านบาทยังจัดสรรให้ได้ แล้วทำไมจะลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของชาติไม่ได้ พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้พ่อแม่มั่นใจในประสบการณ์การบริหารงานที่สำเร็จมาแล้วว่าจะช่วยให้หายเหนื่อยกับภาระการเลี้ยงลูกได้อย่างแน่นอน

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยเปิดนโยบาย ‘หายเหนื่อย’ แจกคูปองเลี้ยงลูก เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่ตั้งครรภ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์-สุรเดช เดินตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน https://thestandard.co/sudarat-suradej-ratchada-market-fund/ Tue, 06 Jan 2026 08:54:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1161919 สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน

วันนี้ (6 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเด […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์-สุรเดช เดินตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน

วันนี้ (6 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย พร้อม สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรค และผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ตลาดเมืองไทย ย่านรัชดาภิเษก ขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ขายและชาวออฟฟิศ

 

สุดารัตน์ย้ำว่า ปัญหาปากท้องคือวิกฤตเร่งด่วนที่พรรคพร้อมเข้ามาแก้ไขเพื่อให้คนไทย “หายเหนื่อย” ด้วยนโยบายที่เน้นการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กสามารถกลับมาลืมตาอ้าปากได้อย่างมั่นคง “ใครๆที่ต้องการทำทุนสร้างอาชีพ ก็กู้ได้จริง”

 

โดยเฉพาะ “กองทุนตั้งตัว” ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้กลุ่ม SMEs เด็กจบใหม่ และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริง ตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 1 ต่อเดือน เพื่อตัดวงจรหนี้นอกระบบที่สูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจากหลักหมื่นให้เหลือเพียงหลักร้อย เพิ่มสภาพคล่องให้คนทำงาน คนค้าขาย ธุรกิจรายย่อยสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังระบุว่านโยบายนี้คือทางรอดที่แท้จริง ซึ่งดีกว่าการแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาท โดยมองว่าการแจกเงินแบบชั่วคราวไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน และไม่ใช่ ‘พายุหมุน’ ทางเศรษฐกิจอย่างที่เคลมไว้ แต่เป็นเพียงแค่ ‘พัดลมจิ๋ว’ ที่พัดแค่วูบเดียวเท่านั้น

 

สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน 1สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน 2สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน 3สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน 4สุดารัตน์-สุรเดช เดิน ตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน 5

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์-สุรเดช เดินตลาดรัชดาฯ ชู ‘กองทุนตั้งตัว’ ให้พ่อค้าแม่ค้า เด็กจบใหม่ กู้ทำทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยชูแคมเปญ ‘คนไทยหายเหนื่อย’ ย้ำแค่ไม่โกงก็มีงบดูแลประชาชน ตั้งเป้าดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย https://thestandard.co/thai-sang-thai-launches-thai/ Mon, 05 Jan 2026 07:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1161523 ไทยสร้างไทยชูแคมเปญ ‘คนไทยหายเหนื่อย’ ย้ำแค่ไม่โกงก็มีงบดูแลประชาชน ตั้งเป้าดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย

วันนี้ (5 มกราคม) พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยชูแคมเปญ ‘คนไทยหายเหนื่อย’ ย้ำแค่ไม่โกงก็มีงบดูแลประชาชน ตั้งเป้าดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทยชูแคมเปญ ‘คนไทยหายเหนื่อย’ ย้ำแค่ไม่โกงก็มีงบดูแลประชาชน ตั้งเป้าดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย

วันนี้ (5 มกราคม) พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศเปิดตัวแคมเปญ ‘คนไทยหายเหนื่อย’ ชูนโยบายปฏิรูปการบริหารงบประมาณแผ่นดินเกือบ 4 ล้านล้านบาท โดยย้ำว่าหากสามารถหยุดการคอร์รัปชันที่ทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณมากกว่าปีละ 5 แสนล้านบาทได้ จะมีเงินเพียงพอสำหรับดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มให้เป็นภาระคนรุ่นถัดไป

 

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า หัวใจสำคัญของนโยบายคือการ “จัดสรรงบประมาณแบบจริงใจ” เพื่อให้เงินภาษีหมุนกลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างความมั่นคงในชีวิต พร้อมยกระดับเกียรติและศักดิ์ศรี แทนการรั่วไหลไปสร้างความมั่งคั่งให้กับนักการเมืองบางกลุ่ม

 

ด้านนโยบาย พรรคไทยสร้างไทยเสนอการดูแลประชาชนแบบครบวงจรตั้งแต่ ‘ในครรภ์จนถึงสูงวัย’ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่า 2% ต่อปี โดยครอบคลุมตั้งแต่การดูแลมารดาและเด็ก การเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีเพื่อลดภาระผู้ปกครอง ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพแข็งแรงและมีรายได้หลังเกษียณ เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระของครอบครัว

 

นอกจากนี้ พรรคยังเสนอการปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ และการเติมทุนให้ประชาชนรายย่อยเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าทุกนโยบายสามารถทำได้จริงจากประสบการณ์บริหารของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ที่ยืนยันจุดยืน “ไม่โกง มีประสบการณ์ และทำงานสำเร็จ”

 

คุณหญิงสุดารัตน์ยังเรียกร้องให้ประชาชนเปลี่ยนมุมมองทางการเมือง เลิกเลือกพรรคการเมืองแบบ ‘บ้านใหญ่’ ที่ใช้เงินจำนวนมากในการซื้อเสียง โดยชี้ว่าการใช้เงินดังกล่าวมักนำไปสู่การทุจริตเพื่อถอนทุนคืน พร้อมขอแรงสนับสนุนให้พรรคไทยสร้างไทยเข้ามาหยุดวงจรคอร์รัปชัน ผ่านกลไกประชาชน เช่น การผลักดันรายชื่อ 50,000 ชื่อ เพื่อถอดถอนนักการเมืองทุจริตและองค์กรอิสระ

 

พรรคไทยสร้างไทยย้ำว่า เป้าหมายคือการทำให้ ‘ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน’ เป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง และเชื่อมั่นว่าการบริหารประเทศด้วยมืออาชีพที่ไม่โกง จะเป็นทางออกในการพาประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตในระยะยาว

The post เลือกตั้ง 2569 : ไทยสร้างไทยชูแคมเปญ ‘คนไทยหายเหนื่อย’ ย้ำแค่ไม่โกงก็มีงบดูแลประชาชน ตั้งเป้าดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ https://thestandard.co/sudarat-accompanied-by-jinny-visited/ Sun, 04 Jan 2026 11:08:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1161356 สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ

วันนี้ (4 มกราคม) พรรคไทยสร้างไทย นำโดย 3 แคนดิเดตนายกร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ

วันนี้ (4 มกราคม) พรรคไทยสร้างไทย นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โภคิน พลกุล และ พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ลงพื้นที่ย่านสยาม พร้อมยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ “จินนี่” เปิดนโยบายหลักของพรรคดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนแก่ มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ลดความเหนื่อยล้าจากการดำรงชีวิต และทำให้ประชาชนมีความสุขในทุกช่วงวัย

 

นโยบายดังกล่าวเป็นแพ็กเกจดูแลตลอดช่วงชีวิต เริ่มตั้งแต่การลงทุนสร้างคน เด็กตั้งแต่ในครรภ์จนถึงอายุ 6 ขวบ จะได้รับเงินดูแลเดือนละ 2,000 บาท เมื่อถึงวัยเรียนจะได้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี พร้อมลดระยะเวลาเรียนลง 3-4 ปี

 

เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ประชาชนทุกคนควรเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเริ่มต้นชีวิตและประกอบอาชีพ โดยสามารถกู้ทำทุนได้ตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท

 

ส่วนผู้สูงอายุ พรรคเสนอการดูแลผ่านบำนาญเดือนละ 3,000 บาท ควบคู่กับโครงการ Up Skill เพื่อเสริมสุขภาพและทักษะ ให้สามารถกลับมาทำงานได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน

 

ด้าน พล.ท. ภราดร กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยมี 4 นโยบายเร่งด่วน ได้แก่

 

  • ปิดจบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
  • ปิดจบปัญหาสแกมเมอร์
  • ปิดจบทุจริตคอร์รัปชัน
  • พิชิตความเหลื่อมล้ำ

 

พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือการเผชิญหน้าระหว่างการเมืองสีขาว กับการเมืองสีเทา จึงอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเป้าหมายจำนวน สส. คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ปัจจุบันสังคมมักมองไปที่พรรคใหญ่ ทุนหนา และบ้านใหญ่ ขณะที่การเลือกตั้ง สส. เขตหนึ่งใช้เงินสูงถึง 70-100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเทา หากยังเลือกการเมืองแบบเดิม พรรคต่าง ๆ จะใช้เงินรวมกันเป็นหมื่นล้านบาท แล้วสุดท้ายก็ต้อง “ถอนทุน” จากประชาชน

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า พรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคที่ไม่โกง มีประสบการณ์บริหารประเทศมาแล้ว และอดีตของแคนดิเดตทั้งสองคนเป็นเครื่องการันตีว่า “ทำได้จริง ไม่ใช่วาทกรรม”

 

“วันนี้อาจถูกมองว่าเป็นพรรคเล็ก แต่ถ้าประชาชนเลือกเข้ามามากพอ เราจะมีเสียงทำงานเพื่อประชาชน และพร้อมเข้าไปบริหารประเทศ เป็นพรรคเล็กที่คิดใหญ่ ทำเป็น และทำสำเร็จ ขอให้ประชาชนเมตตาเลือกให้มากที่สุด”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า พรรคคาดหวังทุกพื้นที่ และมุ่งทำดีที่สุด แข่งกับตัวเอง ไม่ได้มองว่าเป็นการแย่งชิงระหว่างพรรคใดพรรคหนึ่ง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการจับมือจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การเมืองวันนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย แต่เป็นการแข่งขันกันเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน พร้อมเตือนว่าหลายพรรคที่ประกาศไม่จับมือกับคนนั้นคนนี้ สุดท้ายอาจกลายเป็น “แกงโฮะ” ขอให้รอดูหลังเลือกตั้งว่าใครมีความจริงใจและสุจริต พร้อมทิ้งท้ายว่า “ระวังจะเป็นแกงโฮะนะ”

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวให้สัมภาษณ์ถึงกรณี โดม ปกรณ์ ลัม นักร้องและนักแสดงชื่อดัง กรณีการคอมเมนต์ในลักษณะคุกคามต่อบุตรสาวของตนเองด้วยว่า โดม ได้ติดต่อเข้ามาตั้งแต่ก่อนช่วงปีใหม่ โดยไม่ได้ติดต่อโดยตรง แต่ผ่านบุคคลรอบตัว เพื่อขอเข้าพบ

 

ทั้งนี้ วันที่มีรายงานข่าวว่าโดมเดินทางมาที่ทำการพรรคไทยสร้างไทยนั้น ทางแกนนำพรรคไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน ทำให้โดมฝากกระเช้าไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมีการแจ้งผ่านผู้ประสานงานว่าให้รอพูดคุยกันหลังปีใหม่

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่า การดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องร่วมกันหยุดแนวคิดการมองผู้หญิงเป็นวัตถุ และต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้ชาย คนพิการ หรือเด็ก

 

“การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการแสดงจุดยืนให้สังคมตระหนักว่า การคุกคามและการมองผู้หญิงเป็นวัตถุ ในปี พ.ศ. นี้ ควรจบได้แล้ว พรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคการเมือง เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ เรามีหน้าที่ต้องปกป้อง ไม่ใช่เพราะเป็นลูกสาวของดิฉัน แต่ไม่ว่าใครก็ตาม หากเป็นลูกของใคร เป็นหลานของใคร ก็สมควรได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดการเพิ่มโทษทางกฎหมายต่อการคุกคาม โดยเฉพาะกรณีดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่งมีผลบังคับใช้ และพรรคกำลังพิจารณาช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อทำให้มีความรัดกุมมากขึ้น ถือเป็นนโยบายสำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้สังคม ทั้งในมิติของการคุกคามทางร่างกายและจิตใจ

 

ส่วนกรณีหากคู่กรณีเข้ามาขอโทษ จะมีการรับคำขอโทษหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของความเจ็บแค้นส่วนตัว แต่ต้องการให้สังคมเข้าใจว่า ทุกคนควรอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพ เอื้ออาทร ไม่ดูหมิ่นหรือดูถูกกัน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีสถานะทางสังคมหรือฐานะอย่างไร ทั้งนี้ หลังปีใหม่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากโดม ปกรณ์ ลัม อีกครั้ง

 

สำหรับการเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และโอกาสการเผชิญหน้ากับคู่กรณี คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ในกระบวนการทางกฎหมายไม่น่าจะมีการเผชิญหน้ากัน โดยยอมรับว่าช่วงแรก “จินนี่” รู้สึกเสียใจ แต่หลังจากตั้งสติได้ก็มีความเข้มแข็ง และเลือกใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหา

 

ขณะที่ ยศสุดากล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการนัดหมายกับทีมทนายความอีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางและวันเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่จะไม่เผชิญหน้ากับคู่กรณี และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 1สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 2สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 3สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 4สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 5สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 6สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 7สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 8สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 9สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 10สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 11สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 12สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 13สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 14สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 15สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 16สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ 17

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดารัตน์ ควงจินนี่ บุกสยาม เปิดนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กั๊กจับมือพรรคไหน เตือนอย่าประกาศแรง ระวังจบเป็นแกงโฮะ appeared first on THE STANDARD.

]]>