สุขภาพปาก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุขภาพปาก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 07 Apr 2026 06:14:20 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘Resmile’ กับภารกิจเปลี่ยน ‘การดูแลฟัน’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิต’ [Advertorial] https://thestandard.co/life/resmile-dental-care-quality-life/ Tue, 07 Apr 2026 03:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1190462 ‘Resmile’

คุณเดินเข้าคลินิกทันตกรรมครั้งล่าสุดเมื่อไร?   ใช่ […]

The post ‘Resmile’ กับภารกิจเปลี่ยน ‘การดูแลฟัน’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิต’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Resmile’

คุณเดินเข้าคลินิกทันตกรรมครั้งล่าสุดเมื่อไร?

 

ใช่ตอนที่ Google Calendar แจ้งเตือนว่าถึงเวลาขูดหินปูนประจำปี หรือตอนที่เริ่มเสียวฟันเวลากินของเย็นๆ หรือเปล่า

 

แม้ว่าปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เดินเข้าคลินิกทันตกรรมจะเปลี่ยนไป ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษา แต่หันมาใช้บริการฟอกสีฟันหรือทำหัตถการอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงาน Oral Care in Thailand (ฉบับปี 2024-2025) ของ Euromonitor International พบว่าผู้บริโภคชาวไทยมีกำลังซื้อผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์เฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องความสะอาดและการดูแลเชิงป้องกัน

 

แต่การดูแล ‘สุขภาพช่องปาก’ ก็ยังถูกจัดไว้เป็นความสำคัญลำดับสุดท้ายเมื่อเทียบกับการกิน การออกกำลังกาย การดูแลความงาม

 

นั่นคือโจทย์สำคัญที่ ‘Resmile’ คลินิกทันตกรรมต้องการขับเคลื่อนวงการทันตกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของ Wellness & Lifestyle พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อเกิดปัญหาให้กลายเป็น ‘การลงทุนกับคุณภาพชีวิตระยะยาว’

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 1

 

สื่อสารด้วยแนวคิดใหม่

 

โจทย์แรกที่แบรนด์ต้องทำคือ เปลี่ยนแนวทางการสื่อสารเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่า ทำไมการดูแลสุขภาพช่องปากก่อนที่จะเกิดปัญหาถึงสำคัญ และควรทำให้เป็น Routine Lifestyle

 

พีรพล บริสุทธิ์สุนทร ผู้ก่อตั้ง Resmile บอกว่าการจัดฟันหรือขูดหินปูนไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นพื้นฐานของสุขภาพช่องปาก เมื่อฟันเรียงตัวดี ทําความสะอาดง่าย ก็ลดโอกาสที่จะเกิดโรคทางช่องปากในอนาคต

 

“จริงๆ แล้ว Wellness กับทันตกรรมเป็นเรื่องเดียวกันมาโดยตลอด มันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ดูแลตัวเอง เราไม่อยากให้คนมาคลินิกทันตกรรมเพราะเกิดปัญหา แต่อยากให้เขามาเพราะเข้าใจว่าการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเขาในระยะยาวยังไง”

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 2

 

จาก Functional สู่ Aspirational 

 

ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้การมาคลินิกทันตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และเป็นเรื่องที่ต้องทำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และความมั่นใจ

 

“เราเห็นพฤติกรรมของลูกค้าปัจจุบันที่มาฟอกสีฟันก่อนวันงานสำคัญ เช่น งานแต่ง ต้องไปสัมภาษณ์งาน ต้องขึ้นเวที ออกงานสังคม มันสะท้อนว่าพวกเขากำลังให้ความสำคัญกับเรื่องบุคลิกภาพและความมั่นใจ”

 

แบรนด์จึงวางกรอบ ‘3 Wells’ แนวคิดการให้บริการที่ให้มากกว่า Functional Benefit แต่ต้องมอบ Emotional Benefit

 

  • Well Aesthetic: การมีรอยยิ้มและสุขภาพฟันที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี นำมาซึ่งความมั่นใจในตัวเอง
  • Well Interaction: เมื่อมีความมั่นใจย่อมส่งผลให้มีความกล้าในการเข้าสังคมและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น นำไปสู่การสร้างคอนเนกชันและโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต
  • Well Appetite สุขภาพฟันที่แข็งแรงทำให้หมดปัญหาเรื่องการปวดหรือเสียวฟันเวลาเคี้ยวอาหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขในชีวิตประจำวัน

 

สิ่งที่แบรนด์เน้นย้ำก็คือ การดูแลสุขภาพช่องปากคือ ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิตระยะยาว’

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 3

 

คลินิกทันตกรรมที่ออกแบบจาก User Experience

 

เปลี่ยน Mindset อย่างเดียวไม่พอ แบรนด์จึงลุกขึ้นมารีโนเวทคลินิกทั้ง 3 สาขา ลบภาพจำคลินิกทันตกรรมแบบเดิมๆ โดยหยิบแนวคิด Human-Centric Design มาเป็นโจทย์หลักในการออกแบบ คำนึงถึงบริบทของพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมเลือกบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

 

  • สาขาสาทร: ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจที่ทุกนาทีมีค่า จึงเน้นบริการฟอกสีฟันแบบ Sit & Go ให้ลูกค้าแวะมาอัปเกรดรอยยิ้มก่อนไปสัมภาษณ์งานหรือดีลธุรกิจสำคัญ ภายใต้ดีไซน์ล้ำสมัยสไตล์อวกาศที่สะท้อนความทันสมัยของย่าน CBD
  • สาขาอุดมสุข: ย่านที่พักอาศัยที่เน้นความเป็นครอบครัว พื้นที่จึงถูกออกแบบให้กว้างขวางและมีบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เพื่อให้การมาทำฟันเป็นกิจกรรมที่ทุกคนในบ้านรู้สึกสบายใจ
  • สาขาทองหล่อ: ย่านที่ผสานทั้งไลฟ์สไตล์เมืองและที่อยู่อาศัยเข้าด้วยกัน คลินิกจึงออกแบบให้มีทั้งโซนบริการเร่งด่วนสำหรับคนทำงาน และห้องรับรองพิเศษสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 4

 

‘Dental Wellness Community’ คอมมูนิตี้ของคนที่อยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น   

 

โจทย์ต่อมาคือ ทำอย่างไรให้ ‘คลินิกทันตกรรม’ เป็นพื้นที่ดูแลสุขภาพช่องปากและกายใจสำหรับทุกคน

 

แบรนด์มองเห็นความเชื่อมโยงที่เหมือนกันของกลุ่มลูกค้าที่สนใจเรื่อง Wellness คือ ความต้องการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกด้าน จึงทลายกรอบ ‘คลินิกทันตกรรม’ สู่การเป็นพื้นที่ของการดูแลตัวเองในทุกมิติ ด้วยการสร้าง

 

‘Dental Wellness Community’ ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลาสโยคะในสวน Sound Healing หรือกิจกรรม Wellness รูปแบบอื่นๆ ที่จะตามมา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับคลินิกมากขึ้น

 

“เราเชื่อว่าเมื่อคนรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดกัน ความกังวลในการมาคลินิกก็จะค่อยๆ หายไป”

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 5

 

หลอมรวมทันตกรรมให้กลายเป็นงานศิลปะ

 

เพราะ ‘ทันตกรรม’ ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในโลกการแพทย์ แต่สามารถเชื่อมต่อกับศิลปะ ความงาม ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์ เพื่อทำให้การดูแลช่องปากเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงได้มากขึ้น Resmile จึงขับเคลื่อนแนวคิดนี้ผ่านกลยุทธ์ Cross-Industry Collaboration จับมือกับศิลปินและองค์กรต่างๆ เพื่อพาทันตกรรมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น

 

หนึ่งในความร่วมมือที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด คือการทำงานร่วมกับศิลปินไทยอย่าง Gongkan และ Nutdao เพื่อออกแบบเคสจัดฟันใสและดิสเพลย์หน้าสาขา 

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 6

 

พีรพล บอกว่า ความร่วมมือนี้ไม่เพียงสะท้อนว่าศิลปะกับทันตกรรมเป็นเรื่องเดียวกันได้ ทำให้การดูแลฟันดูเป็นมิตรและใกล้ตัวมากขึ้น แต่ยังช่วยโปรโมตนักวาดภาพประกอบไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

 

นอกจากศิลปะและไลฟ์สไตล์ Resmile ยังขยายบทบาทสู่ความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น N15 Technology ที่นำพลาสติกเหลือใช้จากเคสจัดฟัน นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน เพื่อให้ทุกการรักษามีส่วนช่วยดูแลโลกใบนี้ด้วย รวมไปถึงการสนับสนุนองค์กร Operation Smile โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากบริการจะนำไปสนับสนุนโครงการเพื่อช่วยเหลือการผ่าตัดเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ลูกค้าของ Resmile ได้มีส่วนร่วมในการช่วยให้เด็กกลับมายิ้มได้

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 7

 

เปลี่ยน Medical Object ให้เป็น Beauty Object

 

เมื่อวางบทบาทแบรนด์เป็นผู้ดูแลสุขภาพช่องปากแบบครบวงจรในทุกช่วงเวลาของชีวิต นำไปสู่การพัฒนา Dental Product Line-up เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์จากคลินิกสู่การดูแลตัวเองที่บ้าน ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นกิจวัตรที่ทำได้ทุกวัน

 

โจทย์คือเปลี่ยนอุปกรณ์ทันตกรรมให้ดูเหมือนไอเท็มความงาม ผลิตภัณฑ์ของ Resmile จึงถูกออกแบบให้สวยงาม ทันสมัย พกพาง่าย และกลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความรู้สึกเชิงบวก และทำให้ผู้ใช้รู้สึกภูมิใจในการดูแลตัวเอง

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 8

 

โดยยังคงผสมผสาน Functional Benefit เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาช่องปาก เช่น แผ่นแปะฟอกฟันขาวหรือเม็ดฟู่ทำความสะอาด เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการดูแลฟันไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นกิจวัตรที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

“แผนระยะยาว เราตั้งใจขยายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกมิติของช่องปาก ตั้งแต่ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไปจนถึงไอเท็มความงามที่เชื่อมโยงสุขภาพช่องปาก เพื่อให้เราดูแลสุขภาพช่องปากแบบครบวงจร ไม่ว่าจะอยู่ที่คลินิกหรือที่บ้าน”

 

ภาพประกอบคลินิกทันตกรรม Resmile ที่เน้นการดูแลฟันเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต 9

 

กุญแจสำคัญคือ ‘ความสม่ำเสมอ’

 

การดูแลฟันที่ได้ผลที่สุดคือการดูแลอย่างสม่ำเสมอ Resmile จึงมุ่งสร้างพฤติกรรมระยะยาวผ่านระบบ Dental Subscription และโปรแกรม Membership เพื่อทำให้การดูแลฟันกลายเป็นกิจวัตรที่เกิดขึ้นได้จริง โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยเข้าคลินิก

 

ระบบ Subscription ของ Resmile ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่คือเครื่องมือในการสร้าง Health Behavior Change ด้วยระบบตัดบัตรอัตโนมัติ ทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้การดูแลฟันกลายเป็นเรื่องง่าย

 

“ผลลัพธ์คือสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่ลดลงในระยะยาว”

 

“เราอยากให้คนจดจำ Resmile ในฐานะผู้นำเปลี่ยนแปลงวงการทันตกรรมที่ผลักดันให้การดูแลสุขภาพช่องปากและการมาคลินิกทันตกรรมเป็นเรื่องเดียวกับการดูแลสุขภาพ” พีรพล กล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง

 

#TheStandardLife #resmile #dentalwellness

The post ‘Resmile’ กับภารกิจเปลี่ยน ‘การดูแลฟัน’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิต’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: ผลวิจัยชี้ แปรงฟันครบ 2 นาที ได้ประสิทธิภาพสูงสุด https://thestandard.co/pop-tip-051065/ Wed, 05 Oct 2022 00:00:20 +0000 https://thestandard.co/?p=690996

กิจวัตรประจำวันหลังตื่นนอนที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี คือการแป […]

The post POP TIP: ผลวิจัยชี้ แปรงฟันครบ 2 นาที ได้ประสิทธิภาพสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

กิจวัตรประจำวันหลังตื่นนอนที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี คือการแปรงฟันตอนเช้า เพื่อช่วยทำความสะอาดช่องปากและฟันให้สะอาด พร้อมจะเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับระยะเวลาในการแปรงฟันอย่างถูกต้อง ซึ่งการแปรงฟัน 1 ครั้ง ควรใช้เวลาแปรงฟันให้ครบ 2 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ เพราะมีผลวิจัยรองรับในประสิทธิภาพของการแปรงฟันได้ดีที่สุด เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็อาจหลงลืมหรือไม่ค่อยได้ใส่ใจ แต่ถ้าเริ่มต้นใหม่ด้วยการแปรงฟันอย่างถูกต้องก็จะช่วยให้ฟันสะอาด แข็งแรงมากกว่าที่คิด

 

 

Pop Tip: มีหลายคนที่แปรงฟันด้วยระยะเวลาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งผลวิจัยชี้ว่าระยะเวลาที่เหมาะสมในการแปรงฟัน คือต้องแปรงฟันให้ครบ 2 นาที เพราะเป็นเวลาที่ฟลูออไรด์กระจายตัวได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพปากและฟันได้สูงสุด 

 

ภาพ: Shutterstock

The post POP TIP: ผลวิจัยชี้ แปรงฟันครบ 2 นาที ได้ประสิทธิภาพสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนญี่ปุ่นฟันไม่สวยแล้วทำไมไม่จัดฟัน ค่านิยมทางแฟชั่นหรือเพราะไม่มั่นใจ https://thestandard.co/japanese-braces/ https://thestandard.co/japanese-braces/#respond Fri, 01 Jun 2018 14:07:31 +0000 https://thestandard.co/?p=94751

เป็นคำถามตลอดกาลว่า “ทำไมคนญี่ปุ่นไม่จัดฟันกันล่ะ” “ฟัน […]

The post คนญี่ปุ่นฟันไม่สวยแล้วทำไมไม่จัดฟัน ค่านิยมทางแฟชั่นหรือเพราะไม่มั่นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นคำถามตลอดกาลว่า “ทำไมคนญี่ปุ่นไม่จัดฟันกันล่ะ” “ฟันไม่สวย ฟันเหลือง ปากเหม็น เป็นผลมาจากเพราะดูแลฟันไม่ดีหรือขี้เกียจ”

 

เหตุผลที่คนญี่ปุ่นฟันไม่สวย มีหลายคนให้ความเห็นว่า “โครงสร้างใบหน้าคนญี่ปุ่น ส่วนคางและขากรรไกรนั้นต่างไปจากคนชาติอื่น” โยงไปถึงวัฒนธรรมการกินอาหารของชาวญี่ปุ่นที่นิยมทานแต่อาหารอ่อนๆ ไม่ค่อยมีอาหารที่ต้องใช้ฟันกัดแทะหรือเคี้ยวหนักๆ คางและขากรรไกรจึงไม่ค่อยได้ใช้งาน การมีจำนวนฟันที่เท่าเดิมและมีขนาดใหญ่ จึงทำให้ฟันนั้นไม่สามารถขึ้นเรียงกันได้ เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดเป็นฟันซ้อนหรือฟันเกนั่นเอง แต่ในความคิดของชาวญี่ปุ่นนั้นไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ถึงกับเคยมีกระแสนิยมฟันเกและไปศัลยกรรมทำเขี้ยวฟันในประเทศญี่ปุ่นอยู่พักหนึ่งด้วย

 

ลักษณะพิเศษของคนญี่ปุ่นที่มีผลทำให้ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของสุขภาพปากคือ ลักษณะการพูดและการกินของคนญี่ปุ่นที่พูดเบาๆ ไม่ค่อยอ้าปากส่งเสียงดังทำให้ไม่ค่อยเห็นฟัน หลายคนจึงคิดว่าไม่ค่อยให้ใครได้เห็นฟันอยู่แล้วจะเสียเงินจัดฟันไปเพื่ออะไร ทั้งยังเป็นสาเหตุทำให้มองข้ามการดูแลความสะอาดในช่องปาก เกิดกลิ่นปากและฟันเหลืองนั่นเอง

 

คนญี่ปุ่นนั้นจะไปหาหมอฟันและเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับฟัน เฉพาะส่วนที่จัดว่าเป็นการรักษาโรค เช่น ฟันผุ ต้องอุดฟันหรือถอนฟัน แต่การจัดฟันถือว่าเป็นการศัลยกรรมตกแต่งไม่ครอบคลุมอยู่ในการจ่ายของประกันสุขภาพของรัฐ ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่การทำฟันไม่รวมอยู่ในระบบค่ารักษาพยาบาลที่สามารถเบิกได้ ทำให้เราต้องจ่ายค่าทำฟันเอง จึงอยากดูแลรักษาฟันให้ดี ไม่ต้องหาหมอฟันกันบ่อยๆ

 

ค่าใช้จ่ายของการจัดฟันในประเทศญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศไทย ราคาโดยประมาณของจัดฟันชนิดติดแน่นด้านนอกแบบโลหะ (Metal Braces) อยู่ที่ เจ็ดแสนเยนถึงหนึ่งล้านเยน

 

ถ้าเป็นการจัดแบบใสหรือแบบดิจิทัล ราคาประมาณหนึ่งล้านเยนขึ้นไป ซึ่งยังไม่รวมค่าตรวจ เอกซ์เรย์ และวินิจฉัยก่อนการเริ่มใส่เครื่องมือ * ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับสภาพฟันของผู้เข้ารักษา *

 

เนื่องจากราคาที่สูงมากทำให้คนญี่ปุ่นมองข้ามการจัดฟัน โดยคิดว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หลายคนอาจให้เหตุผลว่าถ้าจัดฟันจะทำให้ฟันเรียงสวยงาม รักษาสุขภาพฟันและช่องปากได้ดีกว่า คนญี่ปุ่นก็มักจะตอบกลับมาว่า “เมื่อฟันผุก็ไปหาหมอ จะถอนหรืออุด ยังไงราคาก็ไม่สูงเท่ากับการจัดฟันแน่นอน” และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่นิยมจัดฟัน

 

ส่วนเหตุผลอื่นๆ คือ กลัวเจ็บ หรือกลัวเป็นที่สะดุดตาของคนรอบข้าง เพราะคนส่วนมากไม่นิยมจัดฟัน ถ้าตัวเองจัดฟันแล้วทำให้ตัวเองแตกต่างไปจากคนอื่น ทำให้รู้สึกอายและไม่มั่นใจ

 

แต่สมัยนี้สำหรับคนที่พอมีฐานะและมีกำลังจ่าย การจัดฟันแบบใสได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในประเทศญี่ปุ่น หรือวัยรุ่นญี่ปุ่นหลายคนที่เริ่มหันมาใส่เหล็กจัดฟัน แสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการจัดฟันน่าจะมีราคาที่ต่ำลง และมีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดฟันเพิ่มมากขึ้น

 

คนญี่ปุ่นเริ่มทำลายกำแพงความน่าอาย ภาพความแปลกประหลาดของคนใส่เหล็กจัดฟันในสังคมให้ค่อยๆ หายไป และหันมาใส่ใจเรื่องสุขอนามัยในช่องปากมากกว่าเดิม

The post คนญี่ปุ่นฟันไม่สวยแล้วทำไมไม่จัดฟัน ค่านิยมทางแฟชั่นหรือเพราะไม่มั่นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/japanese-braces/feed/ 0