สืบ นาคะเสถียร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สืบ-นาคะเสถียร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 01 Sep 2023 04:04:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า” รำลึก 33 ปี สืบ นาคะเสถียร https://thestandard.co/seub-nakhasathien-33-years-recapture/ Fri, 01 Sep 2023 04:03:06 +0000 https://thestandard.co/?p=836411 สืบ นาคะเสถียร

“จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟ ขึ้นมา เพียงปรารถนา ใ […]

The post “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า” รำลึก 33 ปี สืบ นาคะเสถียร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สืบ นาคะเสถียร

“จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟ ขึ้นมา

เพียงปรารถนา ให้มีลำแสง สีทอง

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา ดอกทานตะวัน หันมอง”

 

บทเพลง ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน

 

หลายปีก่อนผมเดินทางกลับไปอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากไม่ได้ไปเยือนมานานนับสิบปี เพื่อเป็นวิทยากรให้กับทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จัดทริปพาผู้สนใจตามรอยการทำงาน สืบ นาคะเสถียร ผู้เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในฐานะหัวหน้าอพยพสัตว์ป่า

 

สำหรับหลายคน เขื่อนเชี่ยวหลานอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม มีทัศนียภาพแปลกตา เห็นเกาะแก่งภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกอยู่กลางอ่างเก็บน้ำราวกับทะเลสาบกุ้ยหลินของเมืองจีน 

 

แต่สำหรับผมแล้ว การไปเขื่อนเชี่ยวหลานครั้งแรกของผมเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เป็นภาพอันประทับตราในใจไปตลอดชีวิต เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสรู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ สืบ นาคะเสถียร 

 

ผมดั้นด้นไปตามหา สืบ นาคะเสถียร กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน เมื่อได้ทราบว่าเขาเป็นหัวหน้าโครงการช่วยชีวิตสัตว์ป่าที่กำลังจมน้ำจากการสร้างเขื่อน ถือเป็นโครงการอพยพสัตว์ป่าครั้งแรกในประเทศไทย

 

สืบ นาคะเสถียร

 

หลังจากนั้นสืบกลายเป็นนักรบแถวหน้าของขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใดมีปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าหรือการลักลอบล่าสัตว์ สืบจะปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ บนเวทีอภิปรายเขามักจะขึ้นต้นคำพูดว่า “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า”

 

ไม่กี่ปีต่อมา ข้าราชการกรมป่าไม้ตัวเล็กๆ ผู้นี้กลายเป็นตำนานของสังคมไทยภายหลังการยิงตัวตายในป่าห้วยขาแข้ง และเหนือสิ่งอื่นใดความตายของเขาได้สั่นสะเทือนผู้คนในสังคมไทยที่ทราบข่าวอย่างรุนแรง

 

มีผู้คนมากมายพากันตั้งคำถามว่า เหตุใดหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจึงตัดสินใจยิงตัวตาย

 

วันที่ผมไปรอรับศพพี่สืบที่นำออกมาจากป่าห้วยขาแข้งเอามาตั้งสวดไว้ที่วัดมหาธาตุ บางเขน ในความรู้สึกถึงเพื่อนและพี่ชายคนนี้ ผมเขียนบันทึกสั้นๆ ไว้ว่า

 

“หากมีวันหนึ่งคุณถูกคนร้ายจับล่ามโซ่ ภรรยาของคุณกำลังถูกคนร้ายข่มขืน คุณไม่สามารถช่วยเหลือคนรักของคุณได้ คุณดิ้นสุดขีดแต่ไร้ผล คุณตะโกนก้องเพื่อให้คนอื่นมาช่วย แต่คนเหล่านั้นแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน บางคนบอกว่าให้คุณช่วยตัวเองไปก่อน คุณดิ้นพล่านเมื่อเมียรักร้องด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครสนใจ

 

“แล้วสุดท้ายคุณก็มิอาจทนกับสภาพอันบัดซบที่เกิดขึ้นต่อหน้าคุณ โดยที่คุณไม่อาจช่วยภรรยาอันเป็นที่รักยิ่งได้ และถึงเวลานั้นคุณแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ คุณอาจเลือกทำร้ายตัวเองเพื่อบอกว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณ”

 

คนส่วนใหญ่อาจมีชีวิตเพื่อครอบครัวและตัวเอง แต่สำหรับ สืบ นาคะเสถียร เขารักและหวงแหนชีวิตสัตว์ป่าและป่ามากกว่าตัวเองและครอบครัวเสียอีก  

 

เขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสิ่งอันเป็นที่รักยิ่ง เขาวิ่งพล่านไปทั่วเพื่อส่งเสียงบอกให้ผู้ใหญ่และผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับสภาพการล่าสัตว์และทำลายป่าเมืองไทย

 

ไม่มีใครสนใจเสียงตะโกนของเขา ไม่มีใครอยากได้ยิน

 

สืบ นาคะเสถียร

 

ก่อนรุ่งสางของวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งจึงดังกึกก้องขึ้นในป่าห้วยขาแข้ง

 

ข่าวการตายของข้าราชการกรมป่าไม้คนนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ สองอาทิตย์ต่อมาห่างจากบริเวณที่เกิดเสียงปืนดังไม่กี่สิบเมตร ข้าราชการระดับสูงจากกรมป่าไม้, ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายทหาร, นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่, นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองนับร้อยคน ได้แห่กันมาประชุมปรึกษาหารือในการป้องกันการทำลายเขตรักษาป่าห้วยขาแข้งอย่างแข็งขัน

 

สืบ นาคะเสถียร รอวันนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เขามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแห่งนี้ เพื่อให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหันมาสนใจปัญหาอย่างจริงจัง

 

หากไม่มีเสียงปืนในราวป่านัดนั้น การประชุมครั้งนั้นก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน

 

สิบปีต่อมา อ.ธีรยุทธ บุญมี แห่งคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รายงานผลการสำรวจประชามติความคิดเห็นของคนไทย เพื่อสะท้อนภาพรวมของสังคมในด้านต่างๆ ก่อนที่จะย่างเข้าสู่ปี 2543 หนึ่งในแบบสำรวจประชามติมีการตั้งคำถามว่า ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ท่านเสียดายการจากไปของสามัญชนผู้ใดมากที่สุด 10 อันดับ 

 

ผลปรากฏว่า อันดับ 1 คือ หลวงปู่แหวน  อันดับ 2 คือ สืบ นาคะเสถียร 

 

มีคะแนนนำ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, ปรีดี พนมยงค์, ป๋วย อึ๊งภากรณ์, มิตร ชัยบัญชา และพุทธทาสภิกขุ

 

จวบจนถึงปัจจุบัน แม้ สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จะตายจากไป 25 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสืบยังคงเป็นวีรบุรุษในดวงใจของคนไทย

 

ผมจำได้ดีว่าช่วงเวลาที่คุณสืบเสียชีวิต มีอภิมหาเศรษฐีเจ้าของธนาคารอันดับต้นๆ ของประเทศเสียชีวิตเช่นกัน มีเงินเหลือให้ลูกหลานหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่บัญชีธนาคารของคุณสืบมีเพียงเงินแค่ 8,000 บาท

 

เวลาผ่านไป แทบจะไม่มีใครจดจำชื่อมหาเศรษฐีผู้นี้ได้ ต่างจากชื่อของ สืบ นาคะเสถียร

 

วันที่ 1 กันยายนของทุกปี ยังมีผู้คนจำนวนมากไม่ลืมผู้ชายคนนี้ ในเฟซบุ๊กผมเขียนถ้อยคำรำลึกพี่สืบ ได้มีคนจำนวนนับแสนเข้ามาอ่านและแสดงความอาลัย ไม่ว่าจะเป็น

 

Nunid Suda Thessananavin อ่านเรื่องคุณสืบทีไรร้องไห้ทุกที วันนี้ตอนลูกถามว่าคุณสืบทำอะไรบ้าง ก็เล่าไปกลั้นน้ำตาไป ปีหน้าลูกขอไปเที่ยวงานรำลึกฯ กับน้าหมู อนุญาตไปแล้ว…แต่แม่คงไม่ไปด้วย เพราะกลัวไปน้ำตาร่วง

 

Apiradee นึกถึงภาพคุณสืบช่วยกวางที่เขื่อนเชี่ยวหลานและปั๊มหัวใจช่วย แต่ก็ช่วยไม่สำเร็จ แกก้มหน้า นึกถึงทีไรน้ำตาไหลทุกที

 

Noppawan Rungsaroj กี่ปีแล้วพี่ที่ความดีแบบนี้ไม่ปรากฏในมนุษย์

 

Nat Non Sulee แค่เห็นหน้า…น้ำใสๆ มันก็ไหลออกมาจากใจได้เอง

 

Postcup Pancharoen อ่านแล้วต้องหายใจลึกๆ ยาวๆ กลั้นอารมณ์เอาไว้ พี่เขาทำเต็มที่มากพอแล้ว สำหรับชีวิตคนคนหนึ่งที่ตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด

 

Supaporn Santisiri คนที่เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ค่ะ

 

Mutita Sawangpaiboon อ่านแล้วจะน้ำตาคลอ แค่เพลงสืบขึ้นน้ำตาก็ไหลทุกที

 

Nitaya Sompakdee คนดีไม่มีวันตาย ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนผู้คนก็ยังรำลึกนึกถึงอยู่เสมอ คุณสืบคงรับรู้ได้ว่าการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของคุณเกิดผลให้คนหันมาดูแลผืนป่าและสัตว์ป่าตามเจตนารมณ์ ความดีของคุณสืบจะอยู่ในใจคนไทยที่รักประเทศทุกคนเสมอค่ะ

 

ประภาส ชลศรานนท์ ผู้แต่งเพลง ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน บอกกับผมว่า

 

“ตอนไปบันทึกเพลงในห้องอัดเสียง ร้องโดย คุณวิยะดา โกมารกุล วูบนั้นผมคิดถึงคุณสืบขึ้นมาทันที เนื้อหาเพลงนี้ตรงกับชีวิตของเขาที่ต้องจุดไฟขึ้นเผาตัวเอง เพื่อให้คนอื่นหันมามอง ทุกวันนี้ถ้าได้ฟังเพลงนี้เมื่อไร ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่คิดถึงคุณสืบ”

 

เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย

แอบรักดอกทานตะวัน

แรกแย้มยามบาน อวดแสงตะวัน

ช่างงดงามเกินจะเอ่ย

 

ดอกเหลืองอำพัน ไม่หันมามอง

แม้เหลียวมา ยังไม่เคย

ไม้ขีดเจ้าเอ๋ย เลยได้แต่ฝัน ข้างเดียว

ดอกไม้จะบาน และหันไปตาม

แต่แสงจากดวงอาทิตย์

 

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟ ขึ้นมา

เพียงปรารถนา ให้มีลำแสง สีทอง

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา ดอกทานตะวัน หันมอง

สักครั้ง

 

เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย

สาดแสงในใจ ไม่นาน

ดอกเหลืองอำพัน จึงหันมามอง

และพบเพียงกองเถ้าถ่าน

 

ปีแล้วปีเล่า ความตายของเขาได้จุดประกายไฟให้คนหันมาสนใจธรรมชาติอย่างจริงจัง และกลายเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนหลายชีวิตในเวลาต่อมา

 

เสียงปืนนัดนั้นยังดังก้องอยู่ในใจของผู้คนจำนวนมาก

 

ตำนานของนักอนุรักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ยังได้รับการเล่าขานมาจนถึงบัดนี้

 

แต่เหตุใด สืบ นาคะเสถียร จึงยอมเป็นไม้ขีดจุดไฟเผาตัวเอง 

 

คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า

 

“ความตายเป็นสิ่งที่ธรรมชาติหยิบยื่นให้มนุษย์ เพื่อให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวด ซึ่งอาจไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่อาจเป็นความเจ็บปวดทางใจ”

 

อะไรคือความเจ็บปวดของผู้ชายชื่อ สืบ นาคะเสถียร

 

ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนถึงเขาว่า

 

สืบรู้ตัวดีว่าสักวันหนึ่งเขาอาจถูกยิงตายจากการบงการของผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย

 

สืบรู้ตัวดีว่าสักวันหนึ่งลูกน้องของเขา ซึ่งเขาเป็นคนส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่ ต้องถูกยิงตายอย่างไร้ค่า เพราะไม่มีใครสนใจ สืบไม่ใช่คนกลัวตาย แต่ทนไม่ได้ที่ลูกน้องเขาต้องตายไปต่อหน้า โดยที่เขาไม่อาจทำอะไรได้

 

สืบมีความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้สัตว์ป่าและป่าไม้ในป่าห้วยขาแข้งอยู่รอด

 

เมื่อความมุ่งมั่นของเขาที่มีต่อห้วยขาแข้งถูกทำลายลงอย่างย่อยยับจากระบบราชการ และผู้มีอำนาจในเมืองไทยที่ไม่เคยสนใจปัญหาการทำลายธรรมชาติอย่างจริงจัง

 

เขาเคยปรึกษาแม่ว่าจะลาออกและไปบวช แต่เขาก็ไม่ลาออก 

 

การลาออกเป็นการทรยศต่อตัวเอง ทรยศต่อห้วยขาแข้ง และทรยศต่อลูกทีมของเขา

 

แต่การมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่สามารถทำให้ความมุ่งมั่นและความเชื่อของเขาเป็นจริงได้

 

สืบ นาคะเสถียร เป็นคนไม่เคยทรยศต่อหลักการและความมุ่งมั่นของตัวเอง 

 

บางทีการตั้งใจฆ่าตัวตายอาจเป็นเพียงหนทางเดียว

 

ที่ทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงขึ้นมาได้

The post “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า” รำลึก 33 ปี สืบ นาคะเสถียร appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต https://thestandard.co/onthisday01092533-3/ Fri, 01 Sep 2023 00:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=836135 สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ […]

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพักของนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนหนึ่งในป่าห้วยขาแข้ง 

 

สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง หลังภาระและความกดดันในการรักษาป่าห้วยขาแข้งตกลงที่เขาคนเดียว ขาดคน ขาดเงิน ขาดทุกอย่าง ผู้มีอิทธิพลในรัฐไม่สนใจ ลูกน้องถูกคนลักลอบตัดไม้ล่าสัตว์ลอบฆ่า 

 

ในจดหมายลาตายฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” โดยเขาได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ 

 

เสียงปืนในป่าลึกนัดนั้นส่งผลสะเทือนทั้งสังคม กระตุกให้ผู้มีอำนาจหันมาอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าในเมืองไทย เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักอนุรักษ์ไทยที่ไม่มีใครลืม และก่อกำเนิดมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของ สืบ นาคะเสถียร


อ้างอิง: 

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต https://thestandard.co/onthisday01092533-2/ Thu, 01 Sep 2022 00:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=674472 สืบ นาคะเสถียร

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ […]

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สืบ นาคะเสถียร

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพักของนักอนุรักษ์ และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนหนึ่งในป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง หลังภาระและความกดดันในการรักษาป่าห้วยขาแข้งตกลงที่เขาคนเดียว ขาดคน ขาดเงิน ขาดทุกอย่าง ผู้มีอิทธิพลในรัฐไม่สนใจ ลูกน้องถูกคนลักลอบตัดไม้ล่าสัตว์ลอบฆ่า 

 

ในจดหมายลาตายฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” โดยเขาได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิท และเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ เสียงปืนในป่าลึกนัดนั้นส่งผลสะเทือนทั้งสังคม กระตุกให้ผู้มีอำนาจหันมาอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าในเมืองไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักอนุรักษ์ไทยที่ไม่มีใครลืม

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต https://thestandard.co/onthisday01092533/ Tue, 01 Sep 2020 01:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=395172

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ […]

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพักของนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนหนึ่งในป่าห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง หลังภาระและความกดดันในการรักษาป่าห้วยขาแข้งตกลงที่เขาคนเดียว ขาดคน ขาดเงิน ขาดทุกอย่าง ผู้มีอิทธิพลในรัฐไม่สนใจ ลูกน้องถูกคนลักลอบตัดไม้ล่าสัตว์ลอบฆ่า 

 

ในจดหมายลาตายฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” โดยเขาได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ 

เสียงปืนในป่าลึกนัดนั้นส่งผลสะเทือนทั้งสังคม กระตุกให้ผู้มีอำนาจหันมาอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าในเมืองไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักอนุรักษ์ไทยที่ไม่มีใครลืม

 

 

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมฉายเลเซอร์ โชว์รูปปั้น และเสวนาออนไลน์ รำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร https://thestandard.co/seub-nakhasathien-30-years-remembrance/ Mon, 29 Jun 2020 03:20:14 +0000 https://thestandard.co/?p=375825

เมื่อวานนี้ (28 มิถุนายน) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร แถลงข่าว […]

The post เตรียมฉายเลเซอร์ โชว์รูปปั้น และเสวนาออนไลน์ รำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (28 มิถุนายน) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร แถลงข่าวกิจกรรมครบรอบ 30 ปี สืบ นาคะเสถียร และกิจกรรมการแสดงเชิงสัญลักษณ์ชุด ‘ระวังจะสูญพันธุ์’ (BEWARE TO EXTINCTION) บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยเนื้อหาในชุดการแสดงก่อนที่จะแถลงว่า หากอนาคตมนุษย์ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า วิถีชีวิตของผู้คนจะต้องเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์ของโลก โดยมีเหตุการณ์จำลองของโลกในยุคที่มลพิษทางอากาศ และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่จะกลับมาอย่างรุนแรง ส่งผลให้เครื่องแต่งกายของผู้คนต้องแปรสภาพเป็นเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อปกป้องร่ายกายจากมลภาวะที่มองไม่เห็น และเชื้อไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศ ตลอดจนปัญหาเรื่องสุขภาพที่มนุษย์จะต้องประสบหากไร้ซึ่งความใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

 

ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวในงานแถลงข่าวว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คือสิ่งที่แสดงให้ผู้คนต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม อาทิ เรื่อง การบริโภค หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของสัตว์ป่า การบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา

 

สำหรับแนวทางการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรต่อจากนี้ คือการสานต่อภารกิจเดิม และพัฒนาองค์กรให้ก้าวเข้าสู่รูปแบบที่ทันสมัย ผ่านการดำเนินงานที่ควบคู่ไปกับแผนยุทธศาสตร์องค์กรที่จัดทำขึ้นใหม่ตามวาระในทุก 4 ปี (ฉบับปัจจุบันประจำ พ.ศ. 2563-2566) บนหลักการการให้ความสำคัญกับการปกป้องผืนป่าใหญ่และแหล่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตอันเป็นชนิดพันธุ์ที่สำคัญและถูกคุกคาม เพื่อผดุงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่า และระบบนิเวศอันสมบูรณ์ในธรรมชาติของประเทศไทย

 

ด้าน ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ภารกิจของมูลนิธิสืบฯ ที่ผ่านนมา 30 ปี ค่อนข้างสมบูรณ์แล้วในส่วนของการดูแลผืนป่าตะวันตก แต่อย่างไรก็ตามวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมไม่ได้หายไป แต่กลายสภาพมาเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ซึ่งกลายเป็นต้นตอของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของมลพิษทางอากาศ หรือปัญหาของการแพร่ะบาดของเชื้อไวรัสต่างๆ

 

ดังนั้นภารกิจในการทำงานของมูลนิธิสืบฯ หลังจากนี้ คือการก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม ซึ่งมูลนิธิสืบฯ พร้อมจะร่วมเดินทางกับองค์กรอนุรักษ์ และประชาคมโลก ในการสร้างความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

 

ขณะที่ วัชรบูล ลี้สุวรรณ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า จากการสันนิษฐานของแวดวงวิชาการที่บอกว่าโควิด-19 เกิดจากการบริโภคสัตว์ป่า ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงคือการไม่บริโภคสัตว์ป่า หรือนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการรับโรคระบาดอันมาจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตระหนักถึงการดูแลความสมดุลของระบบนิเวศอย่างการดูแลผืนป่า โดยการไม่เข้าไปยุ่งหรือวุ่นวายกับสรรพชีวิตในธรรมชาติ ให้สิ่งมีชีวิตในพื้นที่ดูแลกันเองตามกฎของระบบนิเวศ

 

ดังนั้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้การจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ เนื่องในวาระ 30 ปี สืบ นาคะเสถียร ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ อาทิ กิจกรรมการจุดเทียนรำลึก ณ อนุสรณ์สถานสืบนาคะเสถียร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และงานทำบุญอุทิศส่วนกุศล ซึ่งโดยปกติจะถูกจัดขึ้นในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน

 

โดยในปีนี้จะมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมเป็นการจัดภายใน ไม่ได้มีการเชิญบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมงานในพื้นที่เฉกเช่นทุกปี ซึ่งจะมีเพียงเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ เป็นตัวแทนร่วมจุดเทียนรำลึกภายใต้มาตรการ ‘เว้นระยะห่างทางสังคม’ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร ได้ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรมซูมมิตติ้ง (Zoom Meeting) รวมไปถึงจะมีการจัดกิจกรรม ‘LIGHT IT UP’ หรือการฉายเลเซอร์คำพูดอมตะของสืบ นาคะเสถียร 5 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร

 

สำหรับกิจกรรมงานรำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่เคยถูกจัดขึ้นอยู่เป็นประจำในช่วงต้นเดือนกันยายน จะถูกปรับรูปแบบเป็นงานนิทรรศการจัดแสดงรูปปั้นสืบ นาคะเสถียร โดยจะมีการเนรมิตอนุสรณ์สถานสืบนาคะเสถียร มาจัดแสดง ณ โถงชั้น 1 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 6 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้เขียนสมุดเยี่ยมคุณสืบฯ ซึ่งจะมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ และผลงานต่างๆ ที่หาชมได้ยากของสืบ นาคะเสถียร

 

ในส่วนกิจกรรมเสวนาและการแสดงดนตรีอนุรักษ์ หรือกิจกรรมอื่นๆ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมออนไลน์ได้ผ่านกิจกรรม ‘New Normal To 30th SEUB – งานรำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร’ ได้ทางเพจมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ภายใต้หัวข้อการพูดคุยด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เตรียมฉายเลเซอร์ โชว์รูปปั้น และเสวนาออนไลน์ รำลึก 30 ปี สืบ นาคะเสถียร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ภาพยนตร์ชีวประวัติ สืบ นาคะเสถียร จดหมายรักที่ทำให้ ‘ลูกสาว’ ได้เข้าใจถึงสิ่งที่พ่อทำอีกครั้ง https://thestandard.co/seub-nakasa-tein-biographical-film/ Sun, 01 Sep 2019 06:47:50 +0000 https://thestandard.co/?p=283558 ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

เสียงปืนลั่นปังออกมาในค่ำคืน ช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 กัน […]

The post ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ภาพยนตร์ชีวประวัติ สืบ นาคะเสถียร จดหมายรักที่ทำให้ ‘ลูกสาว’ ได้เข้าใจถึงสิ่งที่พ่อทำอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

เสียงปืนลั่นปังออกมาในค่ำคืน ช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบ นาคะเสถียร เขียนจดหมายด้วยข้อความสั้นๆ ไว้ 6 ฉบับ เพื่อชี้แจงการฆ่าตัวตาย

 

“ผมมีเจตนาจะฆ่าตัวตายเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น”   

 

ข้อความสั้นๆ ที่สืบเขียนทิ้งไว้ พร้อมกับร่างไร้วิญญาณ ได้สื่อสารถึงอุดมการณ์อันแรงกล้าที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า หลังจากเหนื่อยล้ากับการต้องต่อสู้กับอำนาจที่หวังจะมาทำลาย ฉกฉวยผลประโยชน์อันทรงคุณค่าของผืนแผ่นดินไทยจาก ‘ป่าสำคัญของประเทศ’ อย่าง ‘ห้วยขาแข้ง’ 

 

เสียงปืนในวันนั้นเป็นการจุดชนวนครั้งสำคัญ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจากหลายฝ่ายได้ตื่นขึ้นในการที่จะร่วมกันใส่ใจและอนุรักษ์ธรรมชาติสืบต่อมา

 

ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

 

1 กันยายน THE STANDARD POP ร่วมรำลึก ‘วันสืบ นาคะเสถียร’

 

บุรุษธรรมดา ผู้เป็นตำนานนักอนุรักษ์แห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเรื่องราวในชีวิตของสืบนั้น ต่อมาได้ถูกนำมาสร้างเป็น ‘ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง’ หนึ่งในสี่ภาพยนตร์โครงการคีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ ผลงานกำกับของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่เราคิดว่าเป็นหนึ่งในงานที่ถ่ายทอดเรื่องราว ตัวตน และอุดมการณ์ ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตได้อย่างทรงพลัง ติดตราตรึงใจ  

 

ตัวอย่าง ‘ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง’ ภาพยนตร์ในโครงการคีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์

 

หนังเล่าถึงช่วงเวลา 5 ปีสุดท้ายในชีวิตของ สืบ นาคะเสถียร (รับบทโดย ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม) ที่ได้สารตั้งต้นสำคัญจากฟีเจอร์บทความในนิตยสาร ‘สารคดี’ ต่อยอดกลายมาเป็นบทภาพยนตร์ ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

 

โอ๋ ภาคภูมิ ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ เล่าถึงช่วงเริ่มต้นในตอนนั้นเอาไว้อย่างน่าสนใจ และเรามองว่าในเวลาต่อมา มันได้กลายเป็นจดหมายสำคัญฉบับใหม่ ที่ข้อความในนั้นได้ช่วยบอกเล่าถึงความคิด อุดมการณ์ และความรู้สึกรู้สาของผู้เป็น ‘พ่อ’ ผ่านไปถึง ‘ลูกสาว’ ที่ในเวลานั้นอยู่ในวัยเพียง 11 ปี ได้อย่างซาบซึ้ง เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ

 

“ผมไปชวน อมราพร แผ่นดินทอง ซึ่งเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ให้หนังดีๆ หลายต่อหลายเรื่องของ GTH มาเป็นคนเขียนบทให้ ผมบอกเขาว่ามาทำบทหนังเกี่ยวกับ สืบ นาคะเสถียร กันไหม พอบอกไปเขาก็สนใจเพราะเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องราวในชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง ผมเลยส่งเรื่องราวของสืบในนิตยสารสารคดี ที่ผมถ่ายเอกสารเก็บไว้ไปให้อ่าน ปรากฏว่าพอนัดเจอกันวันรุ่งขึ้น เขาบอกว่าเมื่อคืนฉันอ่านเรื่องคุณสืบซะน้ำตาแตกเลย (หัวเราะ) พลิกอ่านไปแล้วเขาอินไปหมด เพราะมันมีแต่ของดีๆ อยู่ในเรื่องราวของเขาเต็มไปหมดเลย 

 

“ผมรู้สึกว่าช่วง 4-5 ปีสุดท้ายก่อนที่สืบจะเสียชีวิต มันเป็นชีวิตที่เขาต้องสู้อย่างทรหดที่สุด เป็นช่วงที่เล่าทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตของเขาได้อย่างสมบูรณ์มาก

 

แต่พออ่านเพิ่มไปเรื่อยๆ จนพบว่าสืบมีลูกสาว (น้ำฝน-ชินรัตน์ นาคะเสถียร วัย 11 ปี ขณะคุณสืบเสียชีวิต) และยิ่งเมื่อตามไปอ่านสิ่งที่ลูกสาวเขาพูดถึงพ่อ ซึ่งในความรู้สึกเขาก็เหมือนจะมีปมตรงนี้อยู่ เพราะเขาไม่ได้รับการอธิบายว่า 

 

“ทำไมคุณพ่อถึงฆ่าตัวตายแล้วทิ้งเขาไว้ 

 

“สำหรับผม ผมถือว่าสิ่งที่สืบทำมันเป็นการเสียสละอย่างหนึ่ง และถ้าเขามีโอกาสได้พูดกับลูกสาว เขาจะพูดว่าอะไร…ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่าน่าเอามาใส่ไว้ในช่วงเปิดและปิดของหนัง หลังจากนั้นผมก็เริ่มเขียนบทจากการใช้มุมมองนี้เป็นหลัก 

 

“ด้วยความที่น้ำฝน ลูกสาวสืบทำงานอยู่เมืองนอก ซึ่งเราก็ติดต่อเขาไม่ได้ โทรไปเขาก็ไม่รับสาย ฝนก็เลยไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับการทำหนังครั้งนี้เลย… 

 

“วันเวลาผ่านไปจนถ่ายทำเสร็จ หนังจะโปรโมตเพื่อฉายจริงอยู่แล้ว ปรากฏว่าน้ำฝนเขาบินกลับมาเมืองไทย แล้วด้วยความบังเอิญว่าช่องเคเบิลที่บ้านของเขาเสีย เขาก็เลยเรียกช่างมาซ่อม ปรากฏว่าพอช่างซ่อมเสร็จ ภาพแรกที่ติดขึ้นมาคือตัวอย่างหนัง คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ ซึ่งก็มีตอน ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ด้วย พอเห็นปุ๊บ เขาก็เอ๊ะว่านี่เป็นหนังเรื่องราวของพ่อนี่ ทำไมใครทำแล้วไม่บอกเลย 

 

“พอดูตัวอย่างจบ น้ำฝนก็ตามหาเบอร์ติดต่อบริษัท แล้วก็โทรตามวันนั้นเลยว่าใครเป็นคนทำหนังเรื่องนี้ ทำกันอย่างไร และมีผลประโยชน์อะไรหรือเปล่า ฯลฯ พอทราบว่าบริษัทไหนทำเขาก็ขอดูหนัง ขอเจอผู้กำกับ ซึ่งผมก็ใจคอไม่ดีอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) แต่พอได้เจอกัน ได้พูดคุยกัน เราเหมือนถูกชะตากันตั้งแต่แรก รู้สึกซี้กันมาก…แล้วพอน้ำฝนดูหนังจบ เขาก็ดูเหมือนจะเฉยๆ ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร พูดแค่ว่า “ก็ทำออกมาได้สมบูรณ์ดีนะคะ” แค่นี้เลย 

 

“วันเวลาผ่านไป เราไปเจอกันอีกทีในวันฉายภาพยนตร์รอบสื่อมวลชน ในวันนั้นผมรู้สึกว่าน้ำฝนดูแฮปปี้ขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมปลื้มที่สุด คือข้อความที่น้ำฝนส่งมาหาผมหลังจากนั้น จำได้ว่าตอนนั้นผมขับรถอยู่ แล้วพอได้อ่านข้อความผมถึงกับจอดรถที่ข้างทางแล้วน้ำตารื้นเลย เพราะฝนเขียนมาบอกประมาณว่า…

 

“เขามาคิด ทบทวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น คือเขารู้ว่าพ่อทำคุณูปการให้กับประเทศแหละ แต่ในมุมของความเป็นลูกสาว ในตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่าทำไมพ่อถึงทิ้งเขาไป แต่พอได้ดูหนัง มันทำให้เขาได้ย้อนกลับไปมองในช่วงเวลานั้น แล้วทำให้เขาได้เข้าใจพ่ออีกครั้ง…ผมเองก็ขอบคุณเขา และเขาเองก็ขอบคุณผมที่ทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา”  

 

ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

 

โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ เล่าถึงช่วงเวลาน่าประทับใจในวันนั้น ขณะเดียวกัน ในความรู้สึกส่วนตัว เขาก็แสดงทัศนะทิ้งท้ายถึง สืบ นาคะเสถียร ซึ่งตัวเขาเองก็ถ่ายทอดสิ่งนั้นลงไปใน ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ด้วยเช่นกันว่า 

 

“ผมมองว่าสืบเป็นคนชัดเจน เป็นคนประเภทยอมหักไม่ยอมงอ อะไรที่ไม่ถูกต้อง เขาจะต้องออกมาต่อสู้ เขาไม่ใช่คนทำงานประเภทซิกแซก มีนอกมีใน หรืออะลุ่มอล่วยกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่ว่ามันจะต้องผ่านการต่อสู้ที่ลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็นขนาดไหน เขาก็จะบุกผ่าและพุ่งชนเข้าไป

 

“ผมไม่อยากเล่าเรื่องราวในหนังให้เหมือนว่าสืบเป็นซูปเปอร์ฮีโร่ ประเภทที่ทำอะไรก็เก่ง ทำอะไรก็ดีไปหมด แต่ผมอยากจะแสดงภาพของสืบแบบปุถุชนคนหนึ่งที่มีชีวิตเหมือนกับคนทั่วไป เพียงแต่เขาเลือกที่จะทำงานและใช้ชีวิตในแนวของตัวเอง”

 

เสียงปืนในวันนั้นผ่านมานานหลายทศวรรษแล้ว แต่เรื่องราวและอุมดมการณ์ของมนุษย์ตัวเล็กๆ มนุษย์ธรรมดา ชายไทยผู้เป็นพ่อของลูกสาว จะเป็นต้นน้ำสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นหลังไปอีกยาวนาน THE STANDARD POP เชื่ออย่างนั้น

 

ขอบคุณเรื่องของ น้ำฝน-ชินรัตน์ นาคะเสถียร และขอบคุณเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนจากบทสัมภาษณ์ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ และปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม จากนิตยสาร HAMBURGER เดือนพฤศจิกายน ปี 2558  

 

ขอบคุณข้อมูลภาพจาก 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ภาพยนตร์ชีวประวัติ สืบ นาคะเสถียร จดหมายรักที่ทำให้ ‘ลูกสาว’ ได้เข้าใจถึงสิ่งที่พ่อทำอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต https://thestandard.co/onthisday1sep2533/ Sun, 01 Sep 2019 01:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=291818

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ […]

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2533 เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพักของนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนหนึ่งในป่าห้วยขาแข้ง 

 

สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง หลังภาระและความกดดันในการรักษาป่าห้วยขาแข้งตกลงที่เขาคนเดียว ขาดคน ขาดเงิน ขาดทุกอย่าง ผู้มีอิทธิพลในรัฐไม่สนใจ ลูกน้องถูกคนลักลอบตัดไม้ล่าสัตว์ลอบฆ่า 

 

ในจดหมายลาตายฉบับหนึ่งเขียนไว้ว่า “ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น” โดยเขาได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ 

 

เสียงปืนในป่าลึกนัดนั้นส่งผลสะเทือนทั้งสังคม กระตุกให้ผู้มีอำนาจหันมาอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าในเมืองไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักอนุรักษ์ไทยที่ไม่มีใครลืม

 

เสียงปืนนัดนั้นยังคงดังก้องกังวาน แม้เวลาจะผ่านมา 29 ปีแล้วก็ตาม

 

ภาพ: ow.ly/S1jT30lE46y

The post 1 กันยายน 2533 – สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุทยานแห่งชาติร่วมไว้อาลัย สืบ นาคะเสถียร ย้ำเจ้าหน้าที่รักษาผืนป่าไทย https://thestandard.co/seub-nakhasathien-day-2018/ https://thestandard.co/seub-nakhasathien-day-2018/#respond Sat, 01 Sep 2018 08:43:19 +0000 https://thestandard.co/?p=118047

จเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้, ปิ่นสักก์ สุรัส […]

The post กรมอุทยานแห่งชาติร่วมไว้อาลัย สืบ นาคะเสถียร ย้ำเจ้าหน้าที่รักษาผืนป่าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

จเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้, ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, บุญเกิด ร่องแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลและวางพวงหรีดเพื่อระลึกถึงการจากไปของ ‘สืบ นาคะเสถียร’ และ เจ้าหน้าที่ที่สละชีวิตเพื่อรักษาผืนป่าของไทย ณ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

 

รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า 1 กันยายนของทุกปีเป็นวันรำลึกการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้คนสำคัญของไทย และยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนยึดหลัก 3 เกาะ คือ เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน และเกาะติดขบวนการผู้กระทำผิด

 

สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ปลิดชีพของตนเองในวันที่ 1 กันยายน 2533 อุดมการณ์ในการปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์ป่าไม้และสัตว์ป่าของเขายังคงอยู่ตราบถึงทุกวันนี้ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก็ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ 18 กันยายน 2533 หรือ 18 วันหลังจากที่เขาลาโลกไป

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post กรมอุทยานแห่งชาติร่วมไว้อาลัย สืบ นาคะเสถียร ย้ำเจ้าหน้าที่รักษาผืนป่าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/seub-nakhasathien-day-2018/feed/ 0
สิ้นแล้ว ‘อินเดียนน่า…โจ๋ย บางจาก’ นักผจญภัยและนักสารคดีผู้สร้างสรรค์รายการ ‘ส่องโลก’ https://thestandard.co/choi-ban-chak-dies/ https://thestandard.co/choi-ban-chak-dies/#respond Sat, 01 Sep 2018 04:00:30 +0000 https://thestandard.co/?p=117962

โจ๋ย บางจาก หรือชื่อจริง สันติธร หุตาคม นักสารคดีคนสำคั […]

The post สิ้นแล้ว ‘อินเดียนน่า…โจ๋ย บางจาก’ นักผจญภัยและนักสารคดีผู้สร้างสรรค์รายการ ‘ส่องโลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โจ๋ย บางจาก หรือชื่อจริง สันติธร หุตาคม นักสารคดีคนสำคัญผู้สร้างรายการ ส่องโลก ได้จากไปอย่างสงบด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยครอบครัวได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สันติธร หุตาคม ในวันนี้ว่า

 

เนื่องด้วย คุณสันติธร หุตาคม (โจ๋ย บางจาก) ได้จากเราไปด้วยความสงบจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ก่อนเสียชีวิตคุณพ่อได้กำชับว่าไม่อยากให้บอกใครจนกว่าจะเสร็จพิธีการ เหตุเพราะว่าไม่อยากรบกวนให้ใครต้องลำบากมาร่วมงาน ทั้งนี้ทางครอบครัวได้จัดพิธีอย่างเรียบง่ายตามประสงค์ของคุณพ่อเรียบร้อยแล้ว ก่อนจากไปคุณพ่อได้ฝากขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รวมถึงแฟนคลับและผู้ที่ติดตามผลงานของคุณพ่อทุกท่านมา ณ ที่นี้ และทางครอบครัวต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งให้ทุกท่านทราบ เพราะเป็นประสงค์ที่คุณพ่อกำชับไว้

 

ด้วยความรักและอาลัย

จาก ภรรยาและลูก

 

โจ๋ย บางจาก หรือสันติธร หุตาคม เป็นทั้งนักเดินทาง นักสารคดีโทรทัศน์ ผู้บุกเบิกและเจ้าของรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวและอนุรักษ์ ส่องโลก มาอย่างยาวนาน ผลงานสารคดีหลายต่อหลายชิ้นของเขาล้วนได้รับการยกย่องและยอมรับ โดยเฉพาะผลงานฟุตเทจสารคดี ส่องโลก บันทึกเบื้องหลังชีวิตและการทำงานอนุรักษ์สัตว์ป่าของ สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ต่อมากลายเป็นบันทึกสุดล้ำค่าของแวดวงวิชาการ  

 

https://www.youtube.com/watch?v=8RG9RGv-l9k

 

https://www.youtube.com/watch?v=P-PvEisKoAs

 

https://www.youtube.com/watch?v=BtmVOENa1vE&t=1106s

รายการ ส่องโลก ตอน รำลึก 28 ปี สืบนาคะเสถียร ทั้ง 3 ตอน (ออกอากาศไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา)

 

โจ๋ย บางจาก เริ่มต้นชีวิตการทำงานจากอาชีพนักข่าวการเมืองตั้งแต่ปี 2525 แต่ด้วยเพราะรูปแบบการทำงานที่ต้องลงพื้นที่บ่อยๆ ทำให้ได้รับโอกาสจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ให้สร้างสรรค์รายการสารคดีเกี่ยวกับการเดินทางและการผจญภัยชื่อรายการ ส่องโลก ซึ่งโด่งดังและทำงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

 

 

ต่อมาโจ๋ยได้เขียนหนังสือบันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวเองผ่านตัวอักษรในชื่อ อินเดียนน่า…โจ๋ย บางจาก และกลายเป็นหนังสือขายดีในระดับเบสต์เซลเลอร์อย่างยาวนาน

 

ที่หน้าปกหนังสือ เขาได้เขียนบรรยายส่วนหนึ่งถึงชีวิตการผจญภัยในแบบของตนเองไว้ว่า “คนคนหนึ่งที่กล้าคิด กล้าทำ ทะยานไปกับชีวิตที่เหมือนเคยผ่านความตายมาแล้ว” และ “ทุกครั้งที่ก้าวออกไป ไม่เคยแน่ใจว่าจะได้กลับมา”

 

THE STANDARD ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของนักเดินทางและนักสารคดีสำคัญของไทย ซึ่งเราเชื่อว่าผลงานของเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับสื่อมวลชน นักเดินทาง นักวิชาการ และผู้ที่มีจิตวิญญาณอนุรักษ์ธรรมชาติตลอดไป

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

The post สิ้นแล้ว ‘อินเดียนน่า…โจ๋ย บางจาก’ นักผจญภัยและนักสารคดีผู้สร้างสรรค์รายการ ‘ส่องโลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/choi-ban-chak-dies/feed/ 0