สินเชื่อรถยนต์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สินเชื่อรถยนต์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 04 Jan 2026 12:55:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้! ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น https://thestandard.co/ttb-helps-81000-debtors/ Wed, 24 Dec 2025 12:40:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1157494 ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้ ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สรุปผลความสำเร็จการดำเนินกลยุ […]

The post ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้! ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้ ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สรุปผลความสำเร็จการดำเนินกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด The MEANINGFUL Change ที่มุ่งสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายอย่างแท้จริงตลอดปี 2568 เพื่อยกระดับบทบาทธนาคารจาก “ผู้ให้สินเชื่อ” สู่ “พันธมิตรทางการเงิน” ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในการแก้ปัญหาหนี้ ให้ความรู้ทางการเงินเพื่อสร้างวินัย และออกแบบชีวิตทางการเงินอย่างยั่งยืน ซึ่งล่าสุดปีนี้ ธนาคารได้ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย และโครงการผ่อนดี…มีรางวัล ไปแล้วกว่า 81,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ตอกย้ำผลลัพธ์ “ปีแห่งการช่วยลูกหนี้” เพื่อให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

 

ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของรายได้ ทีทีบีมีแนวทางการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ลูกหนี้ผ่อนดีมีวินัย ไปจนถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินระยะยาวผ่านการให้ความรู้ทางการเงินและบริการโค้ชปลดหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการแก้หนี้ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้ “รอดวันนี้” เพื่อลดภาระในระยะสั้น แต่ต้องทำให้ลูกค้ามีความรู้ที่ถูกต้อง สามารถกลับมามีชีวิตทางการเงินที่แข็งแรงได้อีกครั้ง ธนาคารจึงเลือกทำหน้าที่ในฐานะ “พันธมิตรทางการเงิน” ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงจังหวะของชีวิต

 

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแนวคิด The MEANINGFUL Change ในการช่วยเหลือลูกหนี้คือการผลักดันโครงการคุณสู้ เราช่วย โดยเน้นทำการสื่อสารเชิงรุกให้ลูกค้าของทีทีบีที่เผชิญกับภาระหนี้อย่างหนัก แต่ยังอยากจะลุกขึ้นมาสู้เข้าร่วมโครงการมากที่สุด เพื่อช่วยให้พวกเขาปลดหนี้ได้ไวขึ้น และแก้ปัญหาหนี้สะสมเรื้อรังอย่างยั่งยืน ตลอดปี 2568 ได้พิสูจน์ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีลูกค้าสินเชื่อบ้านและรถลงทะเบียนกว่า 71,000 บัญชี จากลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ 267,000 บัญชี หรือคิดเป็น 27% ถือเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราการเข้าร่วมโครงการมากที่สุด ด้วยวงเงินรวมกว่า 37,000 ล้านบาท ครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินเชื่อรถยนต์ 57,000 บัญชี วงเงิน 17,000 ล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัย 14,000 บัญชี วงเงิน 20,000 ล้านบาท สามารถช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ลูกค้าได้ถึง 800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ ช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาบ้านและรถไว้เพื่อการดำรงชีพ นับเป็นการแก้หนี้เชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน

 

ทีทีบียังให้ความสำคัญกับการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ควบคู่ไปกับการแก้หนี้ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ารับการตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ (ttb financial health check) แล้วราว 102,000 คน โดยพบว่าลูกค้าเกือบครึ่ง (48%) มีความเสี่ยงด้านการเงิน และมีผู้สนใจเข้าเรียนคอร์สการเงินออนไลน์แล้วมากกว่า 10,000 คน ขณะที่โครงการโค้ชปลดหนี้ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี ปัจจุบันมีโค้ชกว่า 110 คน และให้คำปรึกษาพนักงานเงินเดือนแล้วมากเกือบ 400 เคส พร้อมเริ่มขยายผลไปยังบริษัทพันธมิตร เพื่อป้องกันและแก้หนี้เชิงรุกให้กับมนุษย์เงินเดือนอย่างเป็นระบบ

 

ฐากร กล่าวสรุปทิศทางว่า “The MEANINGFUL Change เป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับคนไทยในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าหากทุกคนมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เศรษฐกิจไทยก็จะเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนไปพร้อมกัน ทีทีบีจะยังคงเดินหน้าทำหน้าที่พันธมิตรทางการเงินของคนไทยอย่างต่อเนื่องและยึดมั่นในเป้าหมายการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย”

The post ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้! ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
KKP เผย สินเชื่อแบงก์หดตัวในรอบ 20 ปี ปล่อยกู้ซื้อรถยนต์ส่อแววหดตัวต่อเนื่อง https://thestandard.co/kkp-bank-loan-decline/ Thu, 06 Feb 2025 11:38:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1038922 kkp-bank-loan-decline

จากปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงในระยะหลัง รวมท […]

The post KKP เผย สินเชื่อแบงก์หดตัวในรอบ 20 ปี ปล่อยกู้ซื้อรถยนต์ส่อแววหดตัวต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
kkp-bank-loan-decline

จากปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงในระยะหลัง รวมทั้งหนี้ครัวเรือนในระบบที่สูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น 

 

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อทั้งระบบของธนาคารพาณิชย์หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ในไตรมาส 3 ปีก่อน และคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 สะท้อนความกังวลของภาคการเงิน 

 

ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อในระบบหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ก่อนจะหดตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.6% ในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยที่หดตัวมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม สินเชื่อธุรกิจและ SMEs ยังขยายตัวได้เล็กน้อย ประมาณ 1.6% ในเดือนพฤศจิกายน 2567

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้นโยบายขาดดุลทางการคลัง เช่น มาตรการแจกเงินซึ่งยังไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก ขณะที่หนี้สาธารณะของไทยเสี่ยงที่จะทะลุเพดานที่กำหนดไว้ 70% ในอีก 2 ปีข้างหน้า ทำให้การใช้จ่ายทางการคลังมีข้อจำกัดมากขึ้น

 

“ที่ผ่านมาจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายสวัสดิการของภาครัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 19% เป็น 29% ระหว่างปี 2557-2566 ทำให้ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น การลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้น้อยลง ขณะที่รายได้ของรัฐบาลก็ลดลงเช่นกัน” 

 

นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยของไทยยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดดอกเบี้ยลงอีกได้ในปีนี้ 

 

สินเชื่อรถยนต์ฉุดกำไรร่วง 2 ปีติด

 

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าห่วงท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงคืออุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อปี 2567 ยอดผลิตรถยนต์ในไทยอยู่ที่ 1.46 ล้านคัน ลดลง 19.95% จากปีก่อนหน้า โดยเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 4.59 แสนคัน ลดลง 33.09% และส่งออก 1 ล้านคัน ลดลง 12.07% 

 

อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทหดตัว 2 ปีติดต่อกัน สาเหตุสำคัญมาจากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่หดตัว ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบต่อธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์

 

“จากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องเรียกว่าวิกฤต เนื่องจากราคารถยนต์ที่ตกต่ำ กระทบต่อการเกิด NPL ใหม่ๆ และ Credit Cost ที่สูงขึ้นจากการยึดรถ” อภินันท์กล่าว

 

สำหรับปีนี้คาดว่าการหดตัวของยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์โดยรวมน่าจะยังหดตัวใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 11% เนื่องจากบริษัทเข้มงวดในการปล่อยมากขึ้น เน้นลูกค้าที่มีความเสี่ยงจะเป็นหนี้เสียน้อย และคัดกรองรุ่นรถ อายุรถ รวมทั้งดีลเลอร์ อย่างเข้มงวดมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งมาจากธุรกิจอื่นๆ ยังคงเติบโตได้ค่อนข้างดี เช่น ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยังคงเติบโตดี โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การแนะนำ (AUA) และสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมเกินกว่า 1 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตเกินกว่า 10% ได้ในปีนี้ 

 

โดยภาพรวม KKP ตั้งเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 4.8-4.9% ส่วน NPL คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.1-4.3% และต้นทุนเครดิต (Credit Cost) ที่ 2.20-2.40% ขณะที่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) ที่ระดับ 9-10% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 8.4% 

 

แม้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยของบริษัทจะยังเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถจะเข้ามาชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ชะลอตัวได้ สิ่งสำคัญคือการพยายามบริหารต้นทุนต่างๆ ให้ลดลง 

 

นอกจากนี้ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินก็ได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดหุ้นไทยที่ชะลอลงเช่นกัน และด้วยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกก็ทำให้ดีลต่างๆ ชะลอออกไป อย่างกรณีการเป็นที่ปรึกษาของการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทก็ไม่ได้มีดีลเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือการพยายามกระจายธุรกิจไปยังหลากหลายส่วน รวมทั้งกระจายออกไปต่างประเทศมากขึ้น

The post KKP เผย สินเชื่อแบงก์หดตัวในรอบ 20 ปี ปล่อยกู้ซื้อรถยนต์ส่อแววหดตัวต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยวัฒน์แนะ โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ ควรมีมาตรการจูงใจให้รักษาวินัยการเงิน https://thestandard.co/thai-debt-relief-program-financial-guidance/ Sat, 14 Dec 2024 03:34:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1019488 คุณสู้ เราช่วย

วานนี้ (13 ธันวาคม) ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส. แบบบัญชีรา […]

The post ชัยวัฒน์แนะ โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ ควรมีมาตรการจูงใจให้รักษาวินัยการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุณสู้ เราช่วย

วานนี้ (13 ธันวาคม) ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงโครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ ของรัฐบาล ที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs โดยระบุว่า เป็นมาตรการที่ค่อนข้างดี ส่วนตัวสนับสนุนและคาดหวังว่าจะได้เห็นการลดระดับหนี้ครัวเรือนจากโครงการนี้บ้าง โดยเฉพาะถ้าเทียบกับมาตรการแก้หนี้นอกระบบที่ออกมาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดการลดมูลหนี้ไปได้เพียง 1,203 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% จากยอดหนี้ที่ลูกหนี้มาลงทะเบียนไว้ แล้วก็เงียบหายจบไปแล้วนั้น 

 

อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดการปฏิบัติจริงคงต้องติดตามว่าจะสามารถนำลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไข 1.9 ล้านราย จำนวน 2.1 ล้านบัญชี ยอดหนี้รวม 8.9 แสนล้านบาท มาเข้าร่วมโครงการได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากไม่ได้มีการวางแผนกระบวนการต่างๆ ไว้อย่างรอบคอบ ย่อมเจอปัญหาในการปฏิบัติอย่างแน่นอน

 

ชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลว่า การเข้าร่วมโครงการ ถ้าลูกหนี้จำเป็นต้องมีการทำสัญญาเพิ่มเติมกับธนาคาร จุดนี้จะเป็นคอขวดสำคัญหากจัดการไม่ดี หรือไม่มีการนำเทคโนโลยี เช่น การทำสัญญาแบบดิจิทัล (Digital Contract) และการลงนามดิจิทัล (Digital Signature) มาใช้ ทำให้ลูกหนี้ต้องเดินทางไปยังสาขาของธนาคารเพื่อเซ็นสัญญากระดาษ จะทำให้ความคืบหน้าของโครงการเป็นไปอย่างล่าช้า และบางกรณีอาจต้องพาผู้ค้ำประกันมาเซ็นสัญญาด้วย 

 

“สมมติวางแผนว่าจะใช้เวลา 3 เดือนในการนำลูกหนี้ 1.9 ล้านรายเข้าโครงการ ก็จำเป็นต้องทำสัญญากับลูกหนี้ให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 คนต่อวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลูกหนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนทำงาน จะเจียดเวลาไปเข้าคิวรอทำสัญญาที่สาขาครึ่งวันก็คงยาก และสาขาหนึ่งจะรองรับลูกค้าในส่วนนี้ได้วันละกี่คน จึงขอฝากให้รัฐบาลนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยจัดการ ไหนๆ ก็หาเสียงว่าจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแล้วก็ขอให้ทำจริง ไม่ใช่คิดใหญ่แต่ทำไม่เป็น” ชัยวัฒน์กล่าว

 

ส่วนมุมมองเรื่อง Moral Hazard ตามที่รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงนโยบายไว้เมื่อ 3 เดือนก่อน เน้นย้ำในนโยบายแรกว่ารัฐบาลจะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านและรถ ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยที่จะไม่ทำให้เกิดภาวะ Moral Hazard ควบคู่กับการเพิ่มความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่

 

ชัยวัฒน์ชี้ว่า แม้จะมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติลูกหนี้ว่าสัญญาสินเชื่อทำขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 และสถานะ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 เป็นลูกหนี้ค้างชำระ 31-365 วัน หรือเคยได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ตามมาตรการอื่นมาก่อน เพื่อป้องกันการเบี้ยวหนี้ในการให้ได้เข้าโครงการก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าโครงการลักษณะนี้ทำให้ลูกหนี้ที่มีการผิดนัดชำระหนี้ได้รับประโยชน์ กล่าวคือยกเว้นภาระดอกเบี้ยในช่วง 3 ปี หรือปิดจบหนี้ให้เลยโดยจ่ายเพียงบางส่วน แต่ในขณะที่ลูกหนี้ซึ่งมีวินัยชำระค่างวดตามที่กำหนดได้ตรงเวลา กลับไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย 

 

“การช่วยเหลือลูกหนี้ที่จ่ายหนี้ไม่ไหวนั้นเป็นสิ่งสมควร แต่ต้องคำนึงถึงการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการรักษาวินัยทางการเงินด้วย เช่น ถ้าจ่ายหนี้ตรงเวลาสม่ำเสมอ จะได้รับรางวัลจูงใจเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากให้เล็กน้อยในช่วงโครงการ 3 ปี หรือการตอบแทนสร้างแรงจูงใจในลักษณะอื่นที่เป็นรูปธรรม ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลย การลดความแตกต่างเชิงเปรียบเทียบนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีวินัยทางการเงินดีมาก่อนเกิด Moral Hazard ในอนาคต”

 

ชัยวัฒน์ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการยกระดับทักษะลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการนี้ เช่น ให้มีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะและเพิ่มทักษะ (Reskill และ Upskill) ที่จำเป็นต่องานในอนาคต ก่อนที่จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยหรือปิดหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้เหล่านี้พัฒนาศักยภาพและสามารถทำงานที่มีรายได้สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน

The post ชัยวัฒน์แนะ โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ ควรมีมาตรการจูงใจให้รักษาวินัยการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
CIMB THAI AUTO มองตลาดสินเชื่อรถยนต์ในไทยจ่อฟื้นตัวปีหน้า เปิดตัว ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’ ชูดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด https://thestandard.co/cimb-thai-new-auto-loan/ Tue, 19 Nov 2024 11:12:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1010511 CIMB THAI AUTO

CIMB THAI AUTO มองตลาดสินเชื่อรถยนต์ในไทยจ่อฟื้นตัวปีหน […]

The post CIMB THAI AUTO มองตลาดสินเชื่อรถยนต์ในไทยจ่อฟื้นตัวปีหน้า เปิดตัว ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’ ชูดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
CIMB THAI AUTO

CIMB THAI AUTO มองตลาดสินเชื่อรถยนต์ในไทยจ่อฟื้นตัวปีหน้า คาดยอดอนุมัติสินเชื่อจะมากขึ้น ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) จะลดลง เหตุเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยเริ่มกลับเป็นขาลง คุณภาพหนี้ของสถาบันการเงินเริ่มดีขึ้น พร้อมเปิดตัว ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’ ชูดอกเบี้ย 0.25% ต่อเดือน ต่ำสุดในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

 

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด (CIMB THAI AUTO) บริษัทในเครือธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตลาดสินเชื่อรถยนต์จะเริ่มฟื้นตัวในปีหน้า แต่ไม่น่าจะดุเดือดเท่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงรูปแบบไป โดยจะไม่ได้แข่งกันในด้านยอดจัดไฟแนนซ์แล้ว แต่จะแข่งขันกันที่ความเร็วในการอนุมัติสินเชื่อแทน

 

“ผมมั่นใจว่า (ตลาดสินเชื่อรถยนต์ไทย) ถึงจุดต่ำสุดแล้ว แม้ปีหน้าจะไม่ได้เห็นการฟื้นตัวขึ้นมาแบบ V-Shape แต่ค่อยๆ ปรับตัวขึ้น” วิสิทธิ์กล่าว

 

สำหรับปัจจัยที่หนุนตลาดสินเชื่อรถยนต์ไทย มีดังนี้

 

  1. เศรษฐกิจที่มีโอกาสฟื้นตัวจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
  2. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มกลับเป็นขาลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  3. คุณภาพหนี้ของสถาบันการเงินเริ่มดีขึ้น หรือการลดลงของหนี้เสีย (NPL)

 

“เมื่อสถานการณ์หนี้เสียดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นเราจึงคิดว่าเราจะต้องกลับมาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น มั่นใจได้เลยว่าการอนุมัติสินเชื่อจะมากขึ้น ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) จะค่อยๆ ลดลง” วิสิทธิ์กล่าว

 

พร้อมทั้งระบุ “ปีหน้าเราอยากเติบโตในด้านสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ จะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาสถาบันทุกสี ทุกค่าย แข่งขันด้านจำนำทะเบียนทั้งนั้น เราจึงคิดว่าเรายังไม่สายที่จะโดดลงมาในสินเชื่อจำนำทะเบียน โดยตั้งเป้าว่าจะขยายสัดส่วนให้ถึง 20% ของยอดสินเชื่อลูกหนี้ใหม่ (New Booking)”

 

วิสิทธิ์ยังกล่าวอีกว่า สินเชื่อดังกล่าวออกมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีรถอยู่แล้ว แต่มีปัญหาด้านการเงินในระยะสั้น หรือต้องการนำรถมาแลกกับกระแสเงินสดเพื่อทำธุรกิจ

 

CIMB THAI AUTO เปิดตัว ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’

 

สำหรับ ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’ ของ CIMB THAI AUTO คือสินเชื่อจำนำทะเบียนแบบไม่โอนเล่ม ที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 9.95% ต่อปี ซึ่งนับเป็นอัตราต่ำสุดในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนแบบไม่โอนเล่ม โดยวิสิทธิ์คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อรถปลดล็อกได้ 3,000 ล้านบาทภายในปี 2568

 

ขณะที่ เกรียงภพ ปานุราช รองกรรมการผู้จัดการ สินเชื่อการตลาดและบริหารสินเชื่อ บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด กล่าวว่า ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’ มีจุดเด่นคือดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นเพียง 0.25% ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากในตลาด ถัดมาคือสินเชื่ออนุมัติไวภายใน 2 ชั่วโมง ทันกับความต้องการเงินที่บางครั้งมาในเวลาฉุกเฉิน และสุดท้ายเป็นจุดแข็งและแตกต่าง คือการให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 ล้านบาท

 

ภาพ: tumsubin / Shutterstock

The post CIMB THAI AUTO มองตลาดสินเชื่อรถยนต์ในไทยจ่อฟื้นตัวปีหน้า เปิดตัว ‘สินเชื่อรถปลดล็อก’ ชูดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว! ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งไม่หยุด ฉุดยอดขายรถยนต์ มิ.ย. ร่วงอีก 26% ส.อ.ท. ประกาศลดเป้ากำลังผลิตทั้งปีเหลือแค่ 1.7 ล้านคัน https://thestandard.co/loan-rejections-dragging-down-car-sales/ Thu, 25 Jul 2024 11:27:54 +0000 https://thestandard.co/?p=962946

ปีนี้อาจไม่ใช่ปีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อครึ่งปีแรก […]

The post ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว! ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งไม่หยุด ฉุดยอดขายรถยนต์ มิ.ย. ร่วงอีก 26% ส.อ.ท. ประกาศลดเป้ากำลังผลิตทั้งปีเหลือแค่ 1.7 ล้านคัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปีนี้อาจไม่ใช่ปีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อครึ่งปีแรก 2567 เศรษฐกิจไทยยังไม่มีท่าทีฟื้น สาเหตุหลักๆ คือคนไทยยังมีหนี้ท่วม ไฟแนนซ์ยังคงคุมเข้มสินเชื่อ และดัชนีภาคการผลิตร่วงหลายเดือนติดต่อกันเป็นเวลากว่า 2 ปี 

 

จนในที่สุด ส.อ.ท. ต้องประกาศปรับเป้าการผลิตรถยนต์จาก 1,900,000 คัน เหลือ 1,700,000 คัน หมายความว่าการผลิตในไทยจะหายไปถึง 200,000 คัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย และอีกสัญญาณที่ต้องจับตาคือ ครึ่งปีหลัง สงครามการค้าอาจร้อนแรงขึ้น และการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นปลายปีอาจมีผลต่อซัพพลายชิปเซมิคอนดักเตอร์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

วันนี้ (25 กรกฎาคม) สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ 47,662 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.04% เนื่องจากยอดขายรถกระบะลดลงถึง 36.44% และรถอเนกประสงค์ที่ดัดแปลงมาจากรถกระบะ (PPV) ลดลงอีก 49.98% ส่งผลให้ 6 เดือนของปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2567) ตลาดในประเทศมียอดขายรถยนต์ 308,027 คัน ลดลงจากปีก่อนถึง 24.16%

 

โดยยอดผลิตรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2567 มีทั้งสิ้น 116,289 คัน ลดลงจากปี 2566 20.11% และลดลงจากการผลิตขายในประเทศที่ลดลงถึง 43.08% ตามยอดขายในประเทศที่ลดลงดังข้างต้น 

 

ดังนั้น ส.อ.ท. ประเมินแล้วว่า หลายๆ ปัจจัยครึ่งปีแรกยังไม่ฟื้นตัว จึงได้ปรับเป้าการผลิตรถยนต์ปี 2567 จาก 1,900,000 คัน เป็น 1,700,000 คัน โดยปรับเป้าเฉพาะผลิตขายในประเทศลดลงจาก 750,000 คัน เป็น 550,000 คัน

 

“ปัจจัยลบหลักๆ มาจากหนี้ครัวเรือนคนไทยที่ยังคงสูงถึง 90% ของ GDP ประเทศ ขณะที่รายได้ครัวเรือนยังต่ำจากเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ที่สำคัญสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มากกว่า 50% ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายในลดลงทั้งหมดทุกเซ็กเตอร์ ”

 

นอกจากนี้ การลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังลดลงมาหลายเดือนติดต่อกัน บวกกับคนงานมีรายได้ลดลง ประชาชนระวังการใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงหน่วยงานเศรษฐกิจหลายแห่งลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยลง จำนวนแรงงานวัยทำงานน้อยกว่าเพื่อนบ้านจากอัตราการเกิดต่ำ ยิ่งทำให้นักลงทุนลังเลในการลงทุน เพราะเป็นสังคมสูงอายุ

 

 

ขณะเดียวกัน ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมิถุนายน มียอดจดทะเบียนใหม่จำนวน 7,990 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 17.46%

 

แม้ว่าภาพรวมช่วง 6 เดือน (มกราคม-มิถุนายน 2567) มียานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV จดทะเบียนใหม่รวม 51,911 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 20.60% และยานยนต์ไฟฟ้าประเภท HEV จดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 71,906 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มิถุนายนปีที่แล้ว 55.84%

 

รถยนต์ไฮบริดมาแรง ดันยอดส่งออกทะลุ 356.12% 

 

ขณะที่ประมาณการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกยังคงไว้เท่าเดิมที่ 1,150,000 คัน ซึ่งน่าสนใจว่ายอดการส่งออกรถยนต์นั่งไฮบริด (HEV) เพิ่มขึ้นถึง 356.12% การส่งออกไทยยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่ยอดขายรถยนต์ของประเทศคู่ค้า 3 ใน 4 ของตลาดส่งออกยังเติบโต เช่น ออสเตรเลีย, สหรัฐฯ, ยุโรป และตะวันออกกลาง 

 

รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศจีนยังเติบโต ส่งผลดีต่อประเทศในเอเชียที่มีสัดส่วนถึง 28% ของรถยนต์ที่ไทยส่งออก นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยได้ ภาระของลูกหนี้อาจลดลง ซึ่งจะช่วยให้มีอำนาจซื้อมากขึ้น

 

ทั้งนี้ หากครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้นก็เชื่อว่าจะมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เบิกจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จะทำให้รัฐบาลใช้จ่ายและลงทุน รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามนโยบาย และนักท่องเที่ยวต่างชาติและการส่งออกยังเติบโต ซึ่งจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตได้มากขึ้น คนงานมีรายได้มากขึ้น

 

“ผมก็ยังเชื่อว่าปีนี้อาจได้เห็นยอดผลิตรถยนต์ EV เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยอัตรา 1:1 ของรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจำหน่ายในปี 2565-2566 มากขึ้น และคาดหวังว่าจะมีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นจากการเดินทางไปชักชวนนักลงทุนรายใหญ่ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจของประเทศเติบโต หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลง” สุรพงษ์กล่าว

 

ท้ายสุด สุรพงษ์ระบุอีกว่า ครึ่งปีหลังต้องจับตาสงครามการค้า สงครามยูเครนกับรัสเซีย และสงครามอิสราเอลกับฮามาสที่อาจบานปลาย การเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ รวมไปถึงเศรษฐกิจจีน หากโตในอัตราต่ำจะส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับสองรองจากตลาดออสเตรเลียได้

The post ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว! ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งไม่หยุด ฉุดยอดขายรถยนต์ มิ.ย. ร่วงอีก 26% ส.อ.ท. ประกาศลดเป้ากำลังผลิตทั้งปีเหลือแค่ 1.7 ล้านคัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทิสโก้เผยงบ Q2 กำไรลด 5.7% พร้อมหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสินเชื่อรถยนต์ https://thestandard.co/tisco-q2-profit-decreases/ Fri, 12 Jul 2024 10:26:56 +0000 https://thestandard.co/?p=956980

จากผลประกอบการของบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มห […]

The post ทิสโก้เผยงบ Q2 กำไรลด 5.7% พร้อมหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสินเชื่อรถยนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากผลประกอบการของบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ประจำไตรมาส 2/67 บริษัทได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงของลูกหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเปราะบาง โดยสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) เพิ่มขึ้นจาก 2.27% ในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 2.44% โดย NPL ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลจากสินเชื่อเกือบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนที่เพิ่มขึ้นสูง

 

โดยภาพรวมแล้วในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา TISCO มีกำไรสุทธิ 1,749 ล้านบาท ลดลง 5.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.9% จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้น 5.5% ทำได้ 4,937 ล้านบาท

 

ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา TISCO มีเงินให้สินเชื่อรวม 2.33 แสนล้านบาท ในส่วนนี้มีสินเชื่อที่เป็น NPL รวม 5,696 ล้านบาท และหากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะเห็นว่าในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา NPL ของสินเชื่อจำนำทะเบียนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว จาก 1,040 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 2,090 ล้านบาท แต่หากมองเป็นอัตราส่วน NPL ของสินเชื่อในกลุ่มนี้ เพิ่มขึ้นจาก 2.86% เป็น 4.93%

 

ขณะที่ NPL ของสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน จาก 2.36% เมื่อปลายปี 2565 เป็น 2.86% ส่วนมูลค่าเพิ่มขึ้นจากราว 2.6 พันล้านบาท เป็น 2.9 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลงจากปีก่อนที่สูงกว่า 8% มาอยู่ที่ 6.05% แต่อัตราส่วนดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นจากปลายปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 4.89%

The post ทิสโก้เผยงบ Q2 กำไรลด 5.7% พร้อมหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสินเชื่อรถยนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ยอดขาย-ผลิตรถยนต์ เดือน พ.ค. วูบ สถานการณ์เทียบเท่าวิกฤต ‘ต้มยำกุ้ง’ https://thestandard.co/morning-wealth-26062024-3/ Wed, 26 Jun 2024 06:00:08 +0000 https://thestandard.co/?p=949869 รถยนต์

ส.อ.ท. ชี้ การคุมเข้มปล่อยสินเชื่อ รถยนต์ ที่ส่งผลต่อยอ […]

The post ชมคลิป: ยอดขาย-ผลิตรถยนต์ เดือน พ.ค. วูบ สถานการณ์เทียบเท่าวิกฤต ‘ต้มยำกุ้ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถยนต์
  • ส.อ.ท. ชี้ การคุมเข้มปล่อยสินเชื่อ รถยนต์ ที่ส่งผลต่อยอดขาย และยอดผลิตรถยนต์ต่อเนื่อง กำลังสะท้อนสถานการณ์ไปถึงบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งในช่วงปี 2539 เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ยอดขาย-ผลิตรถยนต์ เดือน พ.ค. วูบ สถานการณ์เทียบเท่าวิกฤต ‘ต้มยำกุ้ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เกิดอะไรขึ้น ‘ตลาดรถยนต์ไทย’ ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-18062024-3/ Tue, 18 Jun 2024 06:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=946466

เปิดสาเหตุ ทำไมยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ของไทยจึงพุ่งสูงเ […]

The post ชมคลิป: เกิดอะไรขึ้น ‘ตลาดรถยนต์ไทย’ ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดสาเหตุ ทำไมยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ของไทยจึงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ปี 2567 จะกลายเป็นปีที่เป็นจุดต่ำสุดของตลาดรถยนต์ไทยหรือไม่ ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เกิดอะไรขึ้น ‘ตลาดรถยนต์ไทย’ ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์สูงเป็นประวัติการณ์! ‘คนกู้ซื้อรถไม่ได้ แห่จำนำเพิ่ม’ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดรถยนต์ไทย? https://thestandard.co/thai-car-loan-high-rejection-rate/ Tue, 18 Jun 2024 02:32:22 +0000 https://thestandard.co/?p=946355 สินเชื่อรถยนต์

จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดรถยนต์ไทย? หลังยอดปฏิเสธสินเชื่อรถ […]

The post ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์สูงเป็นประวัติการณ์! ‘คนกู้ซื้อรถไม่ได้ แห่จำนำเพิ่ม’ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดรถยนต์ไทย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินเชื่อรถยนต์

จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดรถยนต์ไทย? หลังยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์สูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่าคนกู้ซื้อรถไม่ได้ ด้านสมาคมลีสซิ่งไทยคาดภาพรวมยอด Rejection Rate ทั้งปีอาจแตะ 40% ท่ามกลางภาวะที่คนแห่จำนำทะเบียนรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หวั่นยอดขายรถยนต์ในไทยปีนี้ร่วง หลังติดลบ 11 เดือนติดแล้ว

 

วันที่ 17 มิถุนายน บุญหนา จงถิ่นสุวรรณ นายกสมาคมผู้เช่าซื้อไทย ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ข้อมูลยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2567 พบว่าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ใหม่เพิ่มเป็น 20% จากช่วงเดียวปีก่อนอยู่ที่ 15% ส่วนสินเชื่อรถยนต์มือสองมี Rejection Rate เพิ่มเป็น 30% จาก 20% ซึ่งมีผู้ประกอบการบางรายมียอด Rejection Rate พุ่งขึ้นไปถึงประมาณ 40-50% ซึ่งประเมินว่าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มียอด Rejection Rate คิดเป็นมูลค่ารวมราว 7-8 หมื่นล้านบาท

 

เปิดสาเหตุ ทำไมยอดปฏิเสธพุ่ง

 

สำหรับสาเหตุของยอด Rejection Rate ที่เพิ่มสูงขึ้น บุญหนามองว่ามาจากปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการลีสซิ่งที่เป็นกลุ่ม Non-Bank ตั้งแต่ในปี 2566 ต่อเนื่องถึงปี 2567 มีความระมัดระวังมากขึ้นในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อรถยนต์ เนื่องจากได้รับผลกระทบตั้งแต่ปี 2566 ที่มีกระแสข่าวว่ามีการรณรงค์ในโซเชียลมีเดียในการ ‘คืนรถ จบหนี้’ เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เพราะจากคำพิพากษาของศาลฯ ที่ออกมาสามารถทำได้ ส่งผลให้ปี 2566 ผู้ประกอบการลีสซิ่งต้องแบกรับผลขาดทุนจำนวนมาก ประกอบกับปีนี้ผู้ประกอบการลีสซิ่งกลุ่ม Non-Bank เองก็มีความเข้มงวดอย่างมากในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งจะดู 2 ประเด็น คือ 1. ความสามารถในการคืนหนี้ของผู้กู้ และ 2. ความต้องการนำรถไปใช้จริง และความจำเป็นในการใช้รถยนต์มาใช้พิจารณาร่วมด้วย จึงสะท้อนไปยัง Rejection Rate ที่สูงขึ้น

 

ขณะที่ผู้ประกอบการลีสซิ่งที่เป็นกลุ่ม Non-Bank ตั้งแต่ในปี 2566 ต่อเนื่องถึงปี 2567 มีความระมัดระวังมากขึ้นในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อรถยนต์ เนื่องจากได้รับผลกระทบตั้งแต่ปี 2566 ที่มีกระแสข่าวว่ามีการรณรงค์ในโซเชียลมีเดียในการ ‘คืนรถ จบหนี้’ เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เพราะจากคำพิพากษาของศาลฯ ที่ออกมาสามารถทำได้ ส่งผลให้ปี 2566 ผู้ประกอบการลีสซิ่งต้องแบกรับผลขาดทุนจำนวนมาก ประกอบกับปีนี้ผู้ประกอบการลีสซิ่งกลุ่ม Non-Bank เองก็มีความเข้มงวดอย่างมากในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งจะดู 2 ประเด็น คือ 1. ความสามารถในการคืนหนี้ของผู้กู้ และ 2. ความต้องการนำรถไปใช้จริง และความจำเป็นในการใช้รถยนต์มาใช้พิจารณาร่วมด้วย จึงสะท้อนไปยัง Rejection Rate ที่สูงขึ้น

 

“การคืนรถ จบหนี้ เป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการลีสซิ่งกลัวมากที่สุด ส่งผลให้ตัวเลข Rejection Rate พุ่งขึ้นนิวไฮ ซึ่งคนภายนอกไม่ค่อยรู้ จึงคิดไปว่าเศรษฐกิจไม่ดีทำให้คนไม่ซื้อรถ แต่จริงๆ แล้วคนยังต้องการซื้อรถเหมือนเดิม ปัญหาที่เกิดขึ้นทำเราให้ต้องมีการ Revise สัญญาเช่าซื้อใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนวิธีและรูปแบบระบบการดำเนินคดีใหม่ทั้งหมดในกรณีที่ลูกค้าทำผิดสัญญา เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการซื้อรถไปแล้วนำรถมาคืนเพื่อจบหนี้”

 

อีกทั้งยังมีประเด็นจากการที่ประชาชนบางส่วนมีกำลังซื้อที่ลดลง จากผลกระทบที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงด้วย

 

คาดยอดปฏิเสธทั้งปี ‘นิวไฮ’ ยอดขายรถทั้งปีจ่อ ‘ติดลบ’

 

โดยบุญหนาคาดว่า ภาพรวมยอด Rejection Rate ทั้งปีนี้อาจอยู่ที่ระดับ 30-40% หรือน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 4 เดือนแรกของปีนี้ ส่งผลให้ทั้งปี 2567 จะมียอด Rejection Rate สินเชื่อรถยนต์ออกมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์หรือนิวไฮด้วยเช่นกัน

 

บุญหนากล่าวต่อว่า สมาคมผู้เช่าซื้อไทยประเมินยอดขายรถยนต์ใหม่ในทั้งปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 725,000 คัน ลดลงจากปีก่อนประมาณ 6.5% ที่มียอดขายประมาณ 770,000 คัน เนื่องจากผลกระทบของ Rejection Rate ที่เพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ดี ประเมินว่าในปี 2567 จะเป็นปีที่เป็นจุดต่ำสุดของธุรกิจลีสซิ่งรถยนต์ ซึ่งคาดว่ามีโอกาสที่จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไปตามภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มตัวดีขึ้น หลังจากเริ่มมีเม็ดเงินงบประมาณรายจ่ายเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งในปี 2568 มีโอกาสที่โมเมนตัมของตลาดขายรถยนต์จะดีขึ้น โดยมีโอกาสที่ยอดขายจะทยอยดีขึ้นไปสู่ระดับประมาณ 770,000 คัน หรือเติบโตประมาณ 5% ส่วนหนึ่งยังมีดีมานด์ของรถยนต์ EV ที่มีโอกาสเติบโตขึ้นด้วย เพราะในช่วงปลายปี 2567 จะมีปัจจัยบวกของแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery) จะเริ่มถูกนำมาใช้ ส่งผลให้แบตเตอรี่ชาร์จได้เร็วและวิ่งได้นานขึ้น จะทำให้มีดีมานด์รถ EV เพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้ทดแทนรถยนต์สันดาปด้วย อีกทั้งประเมินว่ายอด Rejection Rate ในปี 2568 จะลดลงมาสู่ระดับ 15-20%

 

แบงก์ชาติเรียกตัวแทนอุตสาหกรรม-ค่ายรถ-เช่าซื้อ ‘หารือ’

 

สำหรับในวันที่ 17 มิถุนายน แหล่งข่าวผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นัดหารือกับภาคเอกชนต่างๆ เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เข้าไปให้ข้อมูลสถานการณ์ที่แท้จริงจาก ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย, สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย รวมถึงค่ายผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งถือเป็นภาคส่วน (Sector) ขนาดใหญ่มาก และมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทย เพื่อนำไปประเมินต่อผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย

 

“ตอนนี้มองว่าผู้ผลิตรถยนต์กับชิ้นส่วนของรถสันดาปกำลังเดือดร้อนจริง จากกระแสรถ EV ที่จะเข้ามาทดแทน แต่กลุ่มลีสซิ่งไม่ได้กระทบเท่าไร เพราะเราสามารถปล่อยสินเชื่อได้ทั้งรถน้ำมันกับรถEV”

 

โดย บุญหนา จงถิ่นสุวรรณ นายกสมาคมผู้เช่าซื้อไทย ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ย้ำว่า ตนเองไม่ได้เข้าประชุมร่วมกับ ธปท. เมื่อในวันที่ 17 มิถุนายน จึงไม่ทราบรายละเอียดกับข้อมูลที่เกิดขึ้นในที่ประชุมครั้งนี้ แต่ข้อมูลที่ให้สัมภาษณ์เป็นข้อเท็จจริงที่เกิด และเป็นความเห็นในฐานะผู้ประกอบที่อยู่ในอุตสาหกรรม

 

สถานการณ์หนี้ ‘สินเชื่อรถยนต์’ ไทยเป็นอย่างไร?

 

ตามข้อมูลจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณา ‘สินเชื่อยานยนต์’ เนื่องจากความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้กู้และคุณภาพสินเชื่อ

 

โดยจะเห็นว่าสินเชื่อยานยนต์ ‘หดตัวมากที่สุด’ เมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ โดยหดตัว -0.6% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 (ข้อมูลล่าสุด) ขณะที่สินเชื่อส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้

 

สินเชื่อรถยนต์

 

ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อยานยนต์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเป็นหนี้เสีย (NPL) ต่อสินเชื่อรวมก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 ไตรมาสติด อยู่ที่ 2.13% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ของสินเชื่อรวม

 

ไม่ใช่แค่ NPL เท่านั้น แต่หนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (Special Mention Loan: SML) หรือหนี้ค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือนส่วนใหญ่ก็ซุกอยู่ในสินเชื่อรถยนต์ โดยสินเชื่อรถยนต์ที่เป็น SML คิดเป็นสัดส่วนถึง 14.3% ของสินเชื่อทั้งหมด

 

นอกจากนี้ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังเคยเปิดเผยว่า สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน) ขยายตัวสูงถึง 40.2% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2566 (ข้อมูลล่าสุด) สะท้อนว่า คนกำลังขาดสภาพคล่องรุนแรง เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่อนุมัติเร็วและง่าย แต่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น สะท้อนว่าทะเบียนรถอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายในการกู้ยืมเพื่อเติมสภาพคล่อง

 

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ ‘คนกู้ซื้อรถไม่ได้ แห่จำนำเพิ่ม’ นำไปสู่อะไร?

 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH โดยมองว่า ปรากฏการณ์ ‘คนกู้ซื้อรถไม่ได้ คนแห่จำนำเพิ่ม’ เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่แตกต่างกัน

 

โดยภาวะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากหนี้ SML ของสินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องปกติที่ธนาคารหรือ Non-Bank จะคัดกรองลูกหนี้มากขึ้น นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งคือกฎระเบียบของธุรกิจเช่าซื้อรถก็มีความเข้มงวดมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อผลประกอบการมากขึ้น ขณะที่การจำนำทะเบียนรถเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการขาดสภาพคล่องของครัวเรือน

 

อย่างไรก็ดี สองปรากฏการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยยอดปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตขายรถยนต์ได้น้อยลง ขณะที่ผลกระทบที่เกิดจากยอดจำนำทะเบียนรถที่เพิ่มขึ้น ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถหาเงินชำระหนี้ได้ จำนวนรถยนต์ที่จะไปอยู่ในตลาดมือสองก็อาจเพิ่มขึ้น และยอดยึดรถก็จะสูงขึ้น

 

เปิดสถิติยอดขายรถปี 2023-2024

 

จากการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ถึงเดือนเมษายน 2024 (ล่าสุด) พบว่า มีเพียงเดือนเดียวเท่านั้นที่ยอดขายรถยนต์ไทยเป็นบวกแบบ YoY นั่นคือเดือนพฤษภาคมที่ 65,088 คัน เพิ่มขึ้นเพียง 0.55%YoY

 

ปี 2023

  • มกราคม: 65,579 คัน ลดลง 5.58%YoY
  • กุมภาพันธ์: 71,551 คัน ลดลง 3.94%YoY
  • มีนาคม: 79,943 คัน ลดลง 8.37%YoY
  • เมษายน: 59,530 คัน ลดลง 6.14%YoY
  • พฤษภาคม: 65,088 คัน เพิ่มขึ้น 0.55%YoY
  • มิถุนายน: 64,440 คัน ลดลง 5.16%YoY
  • กรกฎาคม: 58,419 คัน ลดลง 8.77%YoY
  • สิงหาคม: 60,234 คัน ลดลง 11.69%YoY
  • กันยายน: 62,086 คัน ลดลง 16.27%YoY
  • ตุลาคม: 58,963 คัน ลดลง 8.75%YoY
  • พฤศจิกายน: 61,621 คัน ลดลง 9.76%YoY
  • ธันวาคม: 68,326 คัน ลดลง 17.48%YoY

 

ปี 2024

  • มกราคม: 54,814 คัน ลดลง 16.42%YoY
  • กุมภาพันธ์: 52,843 คัน ลดลง 26.15 %YoY
  • มีนาคม: 56,099 คัน ลดลง 29.83 %YoY
  • เมษายน: 46,738 คัน ลดลง 21.49 %YoY

The post ยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์สูงเป็นประวัติการณ์! ‘คนกู้ซื้อรถไม่ได้ แห่จำนำเพิ่ม’ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดรถยนต์ไทย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดขายรถยนต์ ก.พ. 2567 ลดลง 26.1% กระบะ – EV กอดคอหดตัว ชี้แบงก์คุมเข้มห่วงหนี้เสีย หวังมอเตอร์โชว์กระตุ้นตลาด https://thestandard.co/car-sales-in-feb-2024-decreased/ Wed, 03 Apr 2024 06:14:11 +0000 https://thestandard.co/?p=918785

โตโยต้า ประกาศยอดขายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จำห […]

The post ยอดขายรถยนต์ ก.พ. 2567 ลดลง 26.1% กระบะ – EV กอดคอหดตัว ชี้แบงก์คุมเข้มห่วงหนี้เสีย หวังมอเตอร์โชว์กระตุ้นตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

โตโยต้า ประกาศยอดขายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จำหน่ายได้ 52,843 คัน ลดลง 26.1% จากปีก่อน รถที่ยอดขายหดตัวมากที่สุดคือกระบะขนาด 1 ตัน ลดลง 44% รองลงมาเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ 29.4% และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 20.1% ค่ายรถยนต์หวังงานมอเตอร์โชว์จะช่วยกระตุ้นยอดขายปิดไตรมาสแรกของปี

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเดือนกุมภาพันธ์อาจลุ้นไม่ขึ้น และไม่คึกคักตามที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ 

 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ด้วยยอดขาย 52,843 คัน ลดลง 26.1% ประกอบด้วย 

  1. รถยนต์นั่ง 19,861 คัน ลดลง 20.1% 
  2. รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 32,982 คัน ลดลง 29.4% 
  3. รถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขายที่ 15,535 คัน ลดลง 43.2%

 

ส่วน 5 อันดับแบรนด์รถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ มีดังนี้

  • อันดับ 1 Toyota 19,702 คัน 
  • อันดับ 2 Honda 8,587 คัน
  • อันดับ 3 Isuzu 7,653 คัน 
  • อันดับ 4 Mitsubishi 2,655 คัน 
  • อันดับ 5 Ford 2,206 คัน

 

EV เร่งจดทะเบียนเป็นเหตุ ทำให้เดือนกุมภาพันธ์ชะลอตัว 

 

ขณะที่ฝั่งรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านโครงการ EV 3.0 ที่ขยายระยะเวลาการจดทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ภาษีภายในสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ค่ายรถต่างเร่งจดทะเบียนให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันรัฐบาลได้สานต่อด้วยโครงการ EV 3.5 ที่ให้ส่วนลดสนับสนุน 100,000 บาท สำหรับรถยนต์ราคาไม่เกิน 2,000,000 บาท โดยยังมีค่ายรถยนต์ที่เซ็นจากโครงการ EV 3.0 เข้าร่วมต่อ แต่กำลังซื้อรวมถึงความสนใจของลูกค้าเกิดชะลอตัว จนทำให้บางค่ายรถยนต์ลดราคาเพื่อกระตุ้นตลาด ขณะเดียวกันยังมีแบรนด์น้องใหม่ที่เตรียมเข้าทำตลาด และสร้างโรงงานผลิตโดยตั้งให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตและส่งออกในแถบอาเซียน  

 

สำหรับ 5 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ มีดังนี้

  1. BYD 1,068 คัน
  2. Tesla 670 คัน
  3. MG 400 คัน
  4. Aion 344 คัน
  5. Volvo 182 คัน

 

กระบะร่วงต่อเนื่อง ไฟแนนซ์เข้ม ค่ายรถหาช่องทางขายเพิ่ม

 

ด้านตลาดรถกระบะถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด ในเดือนกุมภาพันธ์ยอดขายรวมอยู่ที่ 15,535 คัน ลดลง 43.2% สาเหตุมาจากสถาบันการเงินมีมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากปริมาณหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ตลาดรถกระบะชะลอตัวลง อีกทั้งรถกระบะมีการปรับปรุงเพื่อผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO 5 ซึ่งรถที่ผลิตในปี 2024 จะต้องมีระบบกรองเขม่าไอเสียมาจากโรงงาน ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงต้องปรับเพิ่มราคาเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน 

 

  • อันดับที่ 1 Toyota 7,386 คัน
  • อันดับที่ 2 Isuzu 5,705 คัน
  • อันดับที่ 3 Ford 1,453 คัน
  • อันดับที่ 4 Mitsubishi 701 คัน
  • อันดับที่ 5 Nissan 227 คัน

 

สงครามราคา กระตุ้นการซื้อแต่ส่งผลสภาพตลาดระยะยาว

 

กลยุทธ์สำคัญที่ค่ายรถยนต์เริ่มหันมาใช้มากขึ้นนั่นคือ ‘ราคา’ ทั้งการตรึงราคาเดิมเพิ่มอุปกรณ์ และลดราคาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฝั่งค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นเริ่มใช้กลยุทธ์ทั้งการตรึงราคากับรถยนต์รุ่นใหม่ที่ปรับโฉม และลดราคาให้กับรุ่นที่จำหน่ายในตลาดมานาน แม้ว่าการใช้กลยุทธ์ลดและตรึงราคาจะมีผลดี และช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก็ตาม แต่ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ราคาขายต่อและการควบคุมต้นทุนของรถยนต์ ทำให้ตัวรถไม่สามารถจำหน่ายถึงจุดคุ้มทุนได้ อีกทั้งความเชื่อมั่นของลูกค้าถูกลดลง ทำให้เกิดการชะลอการซื้อรถ 

 

มอเตอร์โชว์คือความหวังก่อนปิดยอดไตรมาสแรก

 

แม้ว่ายอดขายเดือนกุมภาพันธ์จะพอบอกทิศทางได้ถึงตลาดรถยนต์ในเมืองไทยที่อาจทรงตัว และไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นตัวกลับไป อย่างไรก็ตามค่ายรถยนต์มองว่าเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดงานมอเตอร์โชว์ 2024 ค่ายรถคาดว่างานดังกล่าวจะสามารถสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้ ทั้งข้อเสนอจากรถยนต์รุ่นต่างๆ รวมทั้งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ที่ต่างขนทัพมาแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทางเลือกและสนองต่อความต้องการของลูกค้าชาวไทยมากขึ้น



จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ระบุถึงยอดจองในมอเตอร์โชว์ว่า ปีนี้ตั้งเป้าว่ายอดจองรถยนต์ภายในงานเพิ่มขึ้น 15-20% จากปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากปัจจัยบวกในหลายด้าน โดยเฉพาะการเข้ามาของผู้ผลิตรถรายใหม่ ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ไทยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้



“อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนและเวียดนาม จะทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีสีสันมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะเลือกใช้รถยนต์ตามความต้องการได้ในราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญผู้เข้าชมงานสามารถเลือกชมเลือกซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกแบรนด์ ทุกรุ่น และทุกแคมเปญ ที่มีจำหน่ายในประเทศได้ภายในงานเดียวอีกด้วย” จาตุรนต์กล่าว

 

ค่ายรถยนต์ประเมินยอดขายปีนี้ราว 730,000 คัน ต่ำลง 7% 

 

โนริอากิ ยามาชิตะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยค่อนข้างนิ่ง โดยเฉพาะตัวเลขตลอดปี 2023 มีความเป็นไปได้ว่ายอดขายปีนี้อาจต่ำกว่า 750,000 คัน ทั้งนี้ มีสัญญาณบวกที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้ ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายของประชาชนเริ่มฟื้นตัว เชื่อว่าเศรษฐกิจ ณ เวลานี้อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น

 

“ปี 2023 ยอดขายรวม 770,000 คัน ครึ่งหลังของปีตลาดรถซบเซาโดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมีภาวะยากลำบาก ขณะที่ตลาดกระบะมีการเพิ่มมาตรการเข้มงวดจากธนาคารและหนี้ครัวเรือน ทำให้ยอดขายลดลง 30% ทั้งนี้ ด้วยมาตรการเข้มงวดของธนาคารและการควบคุมหนี้เสีย ปัจจัยนี้คาดการณ์ว่าปี 2024 จะมียอดขายรถยนต์รวม 730,000 คัน ต่ำกว่าปีก่อน 7% ในขณะที่ส่วนของโตโยต้าหวังจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 34.8% จากปีก่อน ยอดขายรวม 260,000 คัน”  

 

ถึงแม้จะมีค่ายรถจีนและรถ EV ทำให้การแข่งขันสูง แต่เชื่อได้ว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จะทำได้ โดยโตโยต้าได้วางกลยุทธ์การขายตลอดทั้งปี ส่วนระยะกลาง-ยาวเป็นอย่างไร จะพิจารณาตามสถานการณ์ของตลาด เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

 

อ้างอิง: 

The post ยอดขายรถยนต์ ก.พ. 2567 ลดลง 26.1% กระบะ – EV กอดคอหดตัว ชี้แบงก์คุมเข้มห่วงหนี้เสีย หวังมอเตอร์โชว์กระตุ้นตลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงศรี ออโต้ ยอมรับ ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่รถปี 2567 โตลดลงครั้งแรกรอบ 6 ปี หลังผู้บริโภคระวังใช้เงินก้อนใหญ่-ตลาด EV เริ่มโตชะลอ https://thestandard.co/car-loans-in-2024-grow-slower/ Thu, 21 Mar 2024 03:27:48 +0000 https://thestandard.co/?p=913686

กรุงศรี ออโต้ ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่รถในปี 2567 ท […]

The post กรุงศรี ออโต้ ยอมรับ ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่รถปี 2567 โตลดลงครั้งแรกรอบ 6 ปี หลังผู้บริโภคระวังใช้เงินก้อนใหญ่-ตลาด EV เริ่มโตชะลอ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรุงศรี ออโต้ ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่รถในปี 2567 ที่ 2.19 แสนล้านบาท ลดลงจากปี 2566 ที่มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.23 แสนล้านบาท ถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 แต่ยังตั้งยอดสินเชื่อคงค้างรวมปีนี้จะโตที่ 5% จากปี 2566 ด้วยมูลค่า 4.66 แสนล้านบาท 

 

คงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือกรุงศรี ออโต้ เปิดเผยว่า กรุงศรี ออโต้ ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ยานยนต์ในปี 2567 อยู่ที่ 219,636 ล้านบาท โดยลดลงจากปี 2566 ที่มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 223,435 ล้านบาท ถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นไปตามภาพรวมของตลาด เนื่องจากหลังจากการร่วมพูดคุยกับดีลเลอร์และพาร์ตเนอร์ได้รับข้อมูลว่า ผู้บริโภคคำนึงระมัดระวังในการจ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการซื้อรถยนต์ที่เป็นเงินจำนวนก้อนใหญ่ แต่ยังตั้งยอดสินเชื่อคงค้างรวมปีนี้จะเติบโตที่ 5% จากปีก่อนหน้า ด้วยมูลค่า 466,577 ล้านบาท 

 

สำหรับการชะลอตัวของสินเชื่อปล่อยใหม่ดังกล่าว อีกส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบยอดขายรถ EV ในปี 2567 อาจจะเติบโตชะลอตัวลงจากปี 2566 หรือเติบโตไม่แรงเท่ากับปี 2566 เนื่องจากลูกค้ากลุ่มแรก (First Adoption) ที่มีความต้องการทดลองใช้ได้ซื้อรถ EV ไปแล้วเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ดึงดีมานด์ของรถ EV ออกไปจากตลาดค่อนข้างมากในปี 2566 

 

อีกทั้งมาตรการภาครัฐที่สนับสนุนด้านภาษีรถ EV 3.5 ที่ออกมา มีการสนับสนุนทางภาษีลดลงจากมาตรการ EV 3.0 ทำให้ราคารถ EV ปรับขึ้นมา ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อชะลอตัวลง ซึ่งกรุงศรี ออโต้ ประเมินว่า ยอดขายรถ EV ในปี 2567 จะอยู่ที่ 100,000 คัน จากปีก่อนที่ 76,000 คัน แต่กรุงศรี ออโต้ ยังคงสนับสนุนสินเชื่อรถ EV ให้กับลูกค้า โดยตั้งเป้าสัดส่วนพอร์ตของสินเชื่อรถ EV ในปี 2567 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 50% จากปี 2566 อยู่ที่ 49%

 

ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดสินเชื่อยานยนต์ปี 2567

 

อย่างไรก็ดี แม้ภาพโดยรวมของเศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง ซึ่งเป็นผลกระทบจากกำลังซื้อและการตัดสินใจซื้อของคนที่จะซื้อรถ แต่ในเรื่องของอัตราการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของกรุงศรี ออโต้ ในช่วงต้นปี 2567 ยังคงอยู่ที่ระดับ 80% และมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ระดับ 20% ใกล้เคียงกับปี 2566 ยังคงเห็นว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีศักยภาพของกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี เมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถ Commercial Car ที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่า

 

อีกทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกนโยบายหลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) 

 

“ด้านนโยบายด้าน Responsible Lending เป็นวิธีการทำงานที่กรุงศรี ออโต้ ทำมามากกว่า 10 ปีแล้ว ทำให้เราไม่ได้รับผลกระทบจาก Regulation ใหม่นี้ของแบงก์ชาติ จึงไม่มีผลกระทบทำให้สินเชื่อ Drop” คงสินกล่าว

 

คงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือกรุงศรี ออโต้

 

เข้มคัดกรองสินเชื่อ เน้นดูความสามารถผู้กู้-ประวัติเครดิตบูโร

 

สำหรับนโยบายในการคัดกรองลูกค้าในการปล่อยสินเชื่อของกรุงศรี ออโต้ มีมาตรการที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีนโยบายในการปรับเพิ่มความเข้มงวดจากเดิมอีก โดยจะพิจารณาใน 2 เรื่องหลัก คือ 

 

  1. ความสามารถในการจ่ายหนี้ของผู้กู้ ซึ่งจะดูในเรื่องสัดส่วนค่างวดในการผ่อนจ่ายเปรียบเทียบกับรายได้ของผู้กู้ว่าเป็นจำนวนกี่เท่าของรายได้เป็นหลัก 

 

  1. ประวัติและข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งได้มีการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสำหรับสินเชื่อรถยนต์เป็นสูงสุด 84 เดือน และสินเชื่อรถจักรยานยนต์สูงสุด 72 เดือน เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถคำนวณอัตราการชำระหนี้ได้เหมาะสมกับรายได้ของแต่ละราย รวมทั้งรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อรถยนต์ต่อเนื่องด้วยมาร์เก็ตแชร์ที่ระดับประมาณ 33% หรือมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งตลาดสินเชื่อยานยนต์

 

ส่วนภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปี 2566 ที่มีแนวโน้มหนี้เสีย (NPL) ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงมียอดยึดรถยนต์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน เนื่องจากภาพรวมคนไทยมีความมั่งคั่ง (Wealth) ลดลง ส่งผลให้ผ่อนค่างวดต่อไม่ไหว ในส่วนของกรุงศรี ออโต้ พร้อมให้การช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ที่มีปัญหา โดยสามารถติดต่อเข้ามายังเจ้าหน้าที่ของธนาคารเพื่อประนอมหนี้ผ่านมาตรการต่างๆ โดยนับตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ ได้ให้ความช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าที่มีปัญหาไปแล้วมากกว่า 8 แสนราย แต่หลังจากปี 2566 เริ่มมีแนวโน้มที่ลูกค้ากรุงศรี ออโต้ มีความต้องการปรับโครงสร้างหนี้ลดลง อาจสะท้อนว่าลูกค้าไม่มีกำลังเพียงพอในการผ่อนค่างวดต่อ 

 

อย่างไรก็ดี ประเมินว่าแนวโน้ม NPL ของกรุงศรี ออโต้ ในปี 2567 จะลดลงอยู่ที่ระดับ 2% จากปี 2566 ที่อยู่ในระดับประมาณ 2.50% อีกทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยที่มีโอกาสลดลง และจะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จากภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้น

 

“ดอกเบี้ยของแบงก์ชาติเราคงไม่ Speculate ว่าจะขึ้นหรือลง เรามองว่าเป็นไปตามกลไกตลาด ขึ้นกับผู้ว่าฯ แบงก์ชาติกับรัฐบาล แต่สิ่งที่เรามองคือถ้าดอกเบี้ยขึ้นหรือลงจะมีผลกระทบอะไรกับผู้ใช้รถ”

The post กรุงศรี ออโต้ ยอมรับ ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่รถปี 2567 โตลดลงครั้งแรกรอบ 6 ปี หลังผู้บริโภคระวังใช้เงินก้อนใหญ่-ตลาด EV เริ่มโตชะลอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิกฤตคนขาดเงิน แห่ ‘จำนำรถ’ พุ่ง | Morning Wealth 5 มี.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-05032024/ Tue, 05 Mar 2024 01:27:53 +0000 https://thestandard.co/?p=907183

สภาพัฒน์เผย ยอดสินเชื่อรถแลกเงินพุ่ง 40.2% สะท้อนครัวเร […]

The post ชมคลิป: วิกฤตคนขาดเงิน แห่ ‘จำนำรถ’ พุ่ง | Morning Wealth 5 มี.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>

สภาพัฒน์เผย ยอดสินเชื่อรถแลกเงินพุ่ง 40.2% สะท้อนครัวเรือนไทยขาดสภาพคล่อง ‘รุนแรง’ รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

สรุปผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน 4Q23 และมุมมองต่อ SET Index ในไตรมาสแรกของปี พูดคุยกับ สุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: วิกฤตคนขาดเงิน แห่ ‘จำนำรถ’ พุ่ง | Morning Wealth 5 มี.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนี้ท่วมไทย…ปัญหาอยู่ที่ใคร? ‘บ้าน-รถยนต์’ ถูกยึด แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น 50% เพราะคนผ่อนต่อไม่ไหว https://thestandard.co/thailand-debt-crisis-whos-to-blame/ Thu, 22 Feb 2024 11:42:41 +0000 https://thestandard.co/?p=903136

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เผยอัตราการปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์พุ […]

The post หนี้ท่วมไทย…ปัญหาอยู่ที่ใคร? ‘บ้าน-รถยนต์’ ถูกยึด แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น 50% เพราะคนผ่อนต่อไม่ไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เผยอัตราการปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์พุ่งสูง 50% เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้รถยนต์ถูกยึดเพราะผู้ซื้อผ่อนไม่ไหว ยอดขายในประเทศลดฮวบ 30-40%

 

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนมกราคม 2567 ทั้งสิ้น 142,102 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2566 ที่ 12.46% จากยอดผลิตจำหน่ายในประเทศลดลง 33.62%

 

นอกจากนี้การผลิตรถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศก็ลดลง 14.68% จากรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่มียอดจดทะเบียนเดือนมกราคม 2567 จำนวน 13,314 คัน ส่งผลให้คาดการณ์การผลิตรวมของปี 2567 อาจต้องลดลงจากเป้าหมายเดิม 2 ล้านคัน มาอยู่ที่ 1.9 ล้านคัน

 

“การส่งออกเรายังทำได้ดี แต่ตลาดในประเทศขณะนี้ถือว่าน่าห่วง เพราะอัตราการปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ (The Auto Loan Rejection Rate) ของไทยพุ่ง 50% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักๆ มาจากสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ที่ปล่อยเงินสินเชื่อเพื่อรถยนต์ยังมีความกังวลหนี้เสีย (NPL)

 

“รถยนต์จำนวนมากถูกยึดเพราะผู้ซื้อไม่สามารถผ่อนชำระงวดได้ ด้วยสภาพคล่องทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง”

 

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้สอบถามไปยังเต็นท์รถมือสองว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แม้ว่ายังไม่มีข้อมูลสรุปที่ชัดเจน แต่หากดูจำนวนรถที่เข้าสู่การประมูลเพิ่มถึง 200,000-300,000 คัน จากเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังคงเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง จากปกติสถานการณ์การยึดรถเข้าสู่การประมูลเฉลี่ยที่ประมาณ 180,000 คันต่อปี สะท้อนให้เห็นลูกหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มสูงขึ้น รถถูกยึดสูงขึ้น เนื่องจากลูกหนี้ผ่อนไม่ไหวจริงๆ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ภาพรวมยอดขายในประเทศลดลงถึง 30-40% โดยเฉพาะรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลงถึง 50.89%

 

“รถกระบะที่เติบโตในไทยมาโดยตลอดกลับมียอดขายแค่ 14,864 คัน ลดลงถึง 43.47% เพราะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก คนไม่มีกำลังซื้อ”

 

อีกทั้งรถ PPV ก็มียอดขายลดลง 43.86% เพราะยังไม่มีรุ่นใหม่ออกมา ประกอบกับมีรถ SUV แบบ Hybrid ออกใหม่ในราคาจับต้องได้มาเอาส่วนแบ่งตลาดไป รวมไปถึงยอดขายรถบรรทุกก็ลดลง 32.01% จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้าออกไปหลายเดือน ทำให้การลงทุน การใช้จ่าย และการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลล่าช้าไป ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวในระดับต่ำมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2566 อีกด้วย

 

“คงต้องรอดูยอดเดือนนี้อีกครั้ง แต่ด้วยความกังวลเรื่องที่รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขให้การพิจารณาปล่อยสินเชื่อของแบงก์ต้องพิจารณาการปล่อยสินเชื่อบนความรับผิดชอบ ผู้ซื้อจะต้องมีฐานะการเงิน รายได้ มาตรการนี้กำลังส่งผลกระทบทั้งยอดขายรถยนต์และภาคอสังหาริมทรัพย์” สุรพงษ์กล่าว

 

แนะรัฐบาลเพิ่มรายได้ ลุ้น Fed ลดดอกเบี้ยช่วงกลางปี

 

กรณีของหนี้น่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลต้องเร่งรัดการเพิ่มรายได้ประชาชน และคาดหวังว่าช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 จะสามารถกระตุ้นยอดขายรถยนต์ได้เพิ่มขึ้น จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ น่าจะสามารถช่วยให้ภาระการผ่อนชำระหนี้ลดลง คนมีกำลังซื้อ

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็อาจต้องปรับลดดอกเบี้ยลงไปด้วย เพราะในอีกแง่ก็จะส่งผลให้การผลิตและการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็เริ่มส่งเสริมมาตรการสนับสนุนใหม่ๆ ออกมา เช่น รถบัส EV

 

คาดยอดจดทะเบียน EV ปีนี้แตะ 100,000 คัน

 

เนื่องจากกระแสการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก โดยคาดว่าในปีนี้จะมีการจดทะเบียนเพิ่ม 50,000-100,000 คัน ตามอัตราการผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้า 1:1 ที่มีจำนวน 80,000-90,000 คัน

 

ขณะที่สรุปยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ล่าสุด มีจำนวนทั้งสิ้น 147,743 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 301.75%

 

“ไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนา สามารถส่งเสริม EV ได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากหากเทียบกับหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว” สุรพงษ์กล่าว

 

 

รายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) สรุปสัดส่วนหนี้เสียของไทย (NPL) ยังคงน่าห่วง เมื่อเจาะเป็นรายกลุ่มหนี้พบว่ากลุ่มสินเชื่อที่น่ากังวลที่สุดคือสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งอยู่ที่ 230,000 ล้านบาท คิดเป็น 23% ของ NPL ทั้งหมด

 

“หนี้เสียในสินเชื่อรถยนต์เร่งตัวขึ้นเร็วมาก โดยเพิ่มถึง 28% และนำไปสู่การยึดรถ การนำรถไปคืน และการนำรถเข้าลานประมูลเพิ่มขึ้น”

 

ดังนั้นหากดูประมาณการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2566 ขยายตัวเพียง 1.9% ด้วยสัดส่วนหนี้ที่อยู่ในสินเชื่อส่วนบุคคล, บ้าน และรถ รวมกัน 3.7% กำลังเป็นกับดักบ่วงใหญ่ของเศรษฐกิจไทย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งรัดสะสางปัญหา หนี้เหล่านี้…จะค่อยๆ กลืนกินรายได้และ GDP ไทยเข้าไปทุกที

 

ภาพ: Stephen Swintek / Getty Images, Ceydakocaturk / Getty Images

The post หนี้ท่วมไทย…ปัญหาอยู่ที่ใคร? ‘บ้าน-รถยนต์’ ถูกยึด แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น 50% เพราะคนผ่อนต่อไม่ไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: หนี้ไทยน่าห่วง จ่อแซง GDP หนี้เน่า ‘รถยนต์’ เพิ่มสูงสุด | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-14022024-2/ Wed, 14 Feb 2024 06:50:14 +0000 https://thestandard.co/?p=899686

ปัญหาหนี้ของไทยยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที […]

The post ชมคลิป: หนี้ไทยน่าห่วง จ่อแซง GDP หนี้เน่า ‘รถยนต์’ เพิ่มสูงสุด | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัญหาหนี้ของไทยยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่จ่อโตแซงหน้า GDP ในปี 2566 โดยสัดส่วน NPL หรือหนี้เสีย พุ่ง 3 ไตรมาสติด สินเชื่อรถยนต์ฝีแตก ต้องการการเยียวยา รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: หนี้ไทยน่าห่วง จ่อแซง GDP หนี้เน่า ‘รถยนต์’ เพิ่มสูงสุด | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Grab เปิดตัว ‘สินเชื่อ EV’ ให้คนขับกู้ซื้อรถ BYD ไม่ต้องใช้ประวัติการเงิน แค่ขับ Grab ไม่ต้องวางเงินดาวน์ จ่ายแบบรายวันได้สูงสุด 72 เดือน https://thestandard.co/grab-ev-loans/ Mon, 30 Oct 2023 07:23:12 +0000 https://thestandard.co/?p=860449 Grab เปิดตัว สินเชื่อ EV ให้กู้ซื้อรถ BYD

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 Grab เริ่มทดลองทำโครงการนำร่องเพ […]

The post Grab เปิดตัว ‘สินเชื่อ EV’ ให้คนขับกู้ซื้อรถ BYD ไม่ต้องใช้ประวัติการเงิน แค่ขับ Grab ไม่ต้องวางเงินดาวน์ จ่ายแบบรายวันได้สูงสุด 72 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Grab เปิดตัว สินเชื่อ EV ให้กู้ซื้อรถ BYD

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 Grab เริ่มทดลองทำโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้ EV ในประเทศไทย โดยได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของคนขับมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าใจอินไซต์ของผู้ใช้งานจริง ตลอดจนปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ และพยายามใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ในการพัฒนาโครงการ Grab EV

 

สถิติพบว่า แม้คนขับ Grab ให้ความสนใจและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV สูงถึง 85% แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่ถือเป็นข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นราคารถที่ค่อนข้างสูง สมรรถนะของรถที่ไม่ตอบโจทย์การให้บริการ รวมถึงระบบโครงสร้างและสถานีชาร์จที่อาจยังมีไม่เพียงพอ

 

Grab จึงได้ผนึกความร่วมมือกับ 7 พันธมิตรในแวดวง EV ซึ่งประกอบด้วย Rever Automotive, H SEM MOTOR, STROM, Swap & Go, Auto Drive EV, EV Station PluZ และ Moove เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนโครงการ Grab EV ให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

“เราได้เปิดตัว 2 โปรแกรมใหม่ ‘ผ่อนขับรับรถ’ และ ‘เช่าครบจบบนแอป’ ที่จะช่วยปลดล็อกและทำให้พาร์ตเนอร์คนขับ Grab สามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น” วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าว

 

สำหรับโปรแกรมผ่อนขับรับรถ (Drive-to-Own) ได้ร่วมมือกับ Moove ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อยานยนต์ และ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพื่อเปิดโอกาสให้คนขับสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารได้ โดยไม่ต้องใช้ประวัติทางการเงิน แต่จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการกับ Grab 

 

โปรแกรมสินเชื่อมีระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 72 เดือนนี้ไม่ต้องวางเงินดาวน์ และสามารถผ่อนจ่ายได้แบบรายวันผ่านการหักรายได้จากการให้บริการในแต่ละวัน โดยโปรแกรมดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้พาร์ตเนอร์คนขับ Grab สามารถจองรถยนต์ไฟฟ้าจาก BYD ได้ในช่วงต้นปี 2567 และคาดว่าจะทำให้คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 5,000 คันภายในปี 2568 

 

ด้านโปรแกรม เช่าครบจบบนแอป (End-to-end EV Bike rental) โดย Grab ได้ผนึกความร่วมมือกับ 3 ผู้ผลิตรถยนต์ และแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า อันได้แก่ STROM, H SEM MOTOR และ Swap & Go เพื่อให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับคนขับที่ให้บริการจัดส่งอาหารผ่าน GrabFood จัดส่งพัสดุผ่าน GrabExpress หรือรับ-ส่งผู้โดยสารผ่าน GrabBike โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน คาดว่าจะมีตัวเลข 3,000 คันภายในปี 2567

The post Grab เปิดตัว ‘สินเชื่อ EV’ ให้คนขับกู้ซื้อรถ BYD ไม่ต้องใช้ประวัติการเงิน แค่ขับ Grab ไม่ต้องวางเงินดาวน์ จ่ายแบบรายวันได้สูงสุด 72 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท้าให้ทัช! ‘ttb touch My Car’ แอปที่ช่วยให้คุณจัดการทุกเรื่องรถได้บนรถในทัชเดียว [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/ttb-touch-my-car/ Tue, 14 Mar 2023 09:30:49 +0000 https://thestandard.co/?p=762354 ttb touch My Car

ถ้ามีใครเปิดประเด็น ‘จงบอกปัญหากวนใจของคนมีรถ’ รับรองว่ […]

The post ท้าให้ทัช! ‘ttb touch My Car’ แอปที่ช่วยให้คุณจัดการทุกเรื่องรถได้บนรถในทัชเดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb touch My Car

ถ้ามีใครเปิดประเด็น ‘จงบอกปัญหากวนใจของคนมีรถ’ รับรองว่าโพสต์นี้จะต้องมีคนเข้ามาคอมเมนต์ถล่มทลายแน่ๆ และปัญหาที่เล่ากันมาก็คงไม่ต่างกันเท่าไร หลักๆ เลยก็ลืมจ่ายค่าประกันรถยนต์ (และมักจะชนตอนประกันหมดทุกที), หาเวลาไปจ่ายบิลค่าสินเชื่อรถยนต์, ค่าปรับ, ค่าต่อทะเบียนไม่ได้ สุดท้ายก็ลืมจ่าย หรือจ่ายมาแล้วก็ทำเอกสารหายทุกที เรื่องพลาดวันที่น้ำมันราคาลงก็บ่อย และบ่อยยิ่งกว่าคงเป็นเรื่องลืมเติมเงิน Easy Pass แน่นอนล่ะมานึกได้เอาตอนขับเข้าเลนทุกที 

 

ttb touch My Car

 

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับรถได้ครบ จบ ในที่เดียว! นี่คงเป็นคำถามที่ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี (ttb) นำมาถกกันระหว่างที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งวันนี้และอนาคต 

 

ระดับ ttb แล้วจะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสักอย่างต้องไม่ลืมนำแนวคิด ‘Humanized Digital Banking’ หรือการเป็นดิจิทัลแบงกิ้งที่เป็นมิตร รู้จัก และรู้ใจลูกค้า มายกระดับบริการและช่วยให้ชีวิตทางการเงินของคนไทยด้วย ทุกวันนี้การทำทุกอย่างผ่านมือถือกลายเป็นเรื่องปกติ ภายในเวลาไม่กี่นาทีเราสามารถจ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือค่าประกัน ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

 

ttb touch My Car

 

แล้วถ้าจะจัดการเรื่องรถ จ่าย ครบ ให้จบในแอปเดียว ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะ ttb มีความมุ่งมั่นว่าในทุกๆ ทัชต้องเปลี่ยนชีวิตให้ได้ จึงพัฒนาแอปที่ช่วยเก็บรายละเอียดเล็กๆ ทางการเงินต่างๆ แทนคนมีบ้าน มีรถ และมนุษย์เงินเดือน เพื่อให้พวกเขาสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้กับ ‘My Car’ ฟีเจอร์ใหม่บนแอป ttb touch จัดการทุกอย่างเกี่ยวกับรถได้บนรถ ไม่ว่าจะเป็นจ่ายค่างวดสินเชื่อรถ, ต่อประกันรถยนต์, ต่อทะเบียนรถยนต์, จ่ายค่าปรับ, ขายรถ, หาซื้อรถคันใหม่, เช็กราคาน้ำมัน, เก็บเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถ หรือแม้แต่เช็กยอดเงินคงเหลือ และเติมเงินในบัตร Easy Pass เรียกได้ว่าเก็บครบทุกรายละเอียดการเงินแทนคุณ เสมือนมีเลขามือดีคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ

 

ttb touch My Car 

 

นอกเหนือจากเรื่องง่ายๆ ที่คุณจะจัดการได้ในทัชเดียว ราวกับมีผู้ช่วยที่เดินทางไปกับทุกที่บนรถ ttb touch My Car ยังช่วยให้คุณไม่เสียผลประโยชน์ดีที่เคยพลาดไป เพื่อให้เห็นภาพเดียวกัน ขอแบ่งออกเป็น 6 เรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อมี ttb touch My Car

 

  • ทุกบิลเรื่องรถไม่หาย ไม่ปลิว เพราะเก็บประวัติการจ่ายเงินไว้ในแอป ใครถามหาหลักฐานก็แจ้งขอผ่านแอปได้ทันที 
  • จัดการทุกเรื่องการเงินเกี่ยวกับรถ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรถยนต์, สามารถเช็กสินเชื่อแบบเรียลไทม์ หรือซื้อประกันรถยนต์ผ่านแอปจะจ่ายค่าปรับก็ทำได้ 
  • ขายรถง่าย อุ่นใจ ราคาดี ประเมินราคารถฟรี ได้ราคามาตรฐาน และยังเปิดประมูลบนลานประมูลหรือเปิดประมูลออนไลน์ก็เลือกเองได้ พร้อมผู้เชี่ยวชาญแนะนำทุกการขาย ได้เงินไวภายใน 5 วัน
  • ใช้งาน Easy Pass ได้สะดวกกว่าเดิม ตั้งแต่เช็กยอดคงเหลือ เติมเงินในบัตรผ่านแอป หรือจะเติมเงินให้คนอื่นก็ยังได้ 
  • ไม่พลาดทุกผลประโยชน์ที่ควรรู้ ราคาน้ำมันขึ้นวันไหนลงเท่าไรไม่มีพลาด สามารถตั้งเตือนกำหนดวันจ่ายหนี้หรือวันต่อทะเบียนรถยนต์ได้อีกด้วย 
  • รับสิทธิประโยชน์ดีๆ ผ่าน ttb wow บนแอป ttb touch พิเศษ! ใครสมัคร ttb touch ภายในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ รับฟรีไอศกรีม Dairy Queen


ย้ำอีกครั้งว่าทุกเรื่องรถที่เล่าไปข้างต้นสามารถรวบรัดจัดการให้เสร็จได้ภายในที่เดียวบนแอป ttb touch ผ่านฟีเจอร์ My Car ตอบโจทย์คนใช้รถยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าและไม่ยอมพลาดทุกสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ

 

ถ้าอยากรู้ว่าทัชเดียวจะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนอย่างไร ไปโหลดแอปและลองใช้เลย! 

The post ท้าให้ทัช! ‘ttb touch My Car’ แอปที่ช่วยให้คุณจัดการทุกเรื่องรถได้บนรถในทัชเดียว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เพิ่มสภาพคล่องด้วยการใช้สินเชื่อได้ไหม l เงินทองของจริง EP.148 | THE STANDARD https://thestandard.co/real-money-real-life-148/ Wed, 01 Feb 2023 02:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=743505

มีหนี้บ้าน หนี้รถ แล้วผ่อนไม่ไหว ควรกู้สินเชื่อเพื่อนำม […]

The post ชมคลิป: เพิ่มสภาพคล่องด้วยการใช้สินเชื่อได้ไหม l เงินทองของจริง EP.148 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีหนี้บ้าน หนี้รถ แล้วผ่อนไม่ไหว ควรกู้สินเชื่อเพื่อนำมาผ่อนดีไหม หรือมีวิธีไหนที่ทำให้ไม่เสียเครดิตในกรณีที่ผ่อนไม่ไหว 

 

รายการ เงินทองของจริง การเข้าสู่หน้าจอโทรทัศน์ครั้งแรกของ THE STANDARD ทางช่อง 7HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.05-09.15 น. หลังรายการ สนามข่าว 7 สี ดำเนินรายการโดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

The post ชมคลิป: เพิ่มสภาพคล่องด้วยการใช้สินเชื่อได้ไหม l เงินทองของจริง EP.148 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวอเมริกันยอม กู้เงิน เพื่อซื้อรถเพิ่มมากขึ้น ดันสินเชื่อรถยนต์พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ https://thestandard.co/usa-car-loan/ Fri, 26 Aug 2022 03:47:37 +0000 https://thestandard.co/?p=672232 กู้เงิน

Experian บริษัทเฝ้าระวังติดตามข้อมูลเครดิตและสินเชื่อ เ […]

The post ชาวอเมริกันยอม กู้เงิน เพื่อซื้อรถเพิ่มมากขึ้น ดันสินเชื่อรถยนต์พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กู้เงิน

Experian บริษัทเฝ้าระวังติดตามข้อมูลเครดิตและสินเชื่อ เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดที่พบว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันกำลังตอบสนองต่อราคารถยนต์และรถบรรทุกใหม่ที่พุ่งสูงขึ้นด้วยการกู้เงิน ยอมเป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อรถยนต์ใหม่โดยเฉลี่ยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40,290 ดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่สองที่ผ่านมา

 

รายงานระบุว่า การชำระเงินรายเดือนเฉลี่ยสำหรับสินเชื่อรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 667 ดอลลาร์ ในไตรมาสที่สอง หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 15% จากปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนเงินกู้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13.2%

 

ส่วนระยะเวลาของสินเชื่อรถยนต์ใหม่โดยเฉลี่ยทรงตัวอยู่ที่ 69 เดือน ในไตรมาสที่สองเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

 

ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ซื้อรถยนต์มือสองก็กู้เงินมากขึ้นเช่นกัน โดยสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วโดยเฉลี่ยพุ่งขึ้น 18.7% เป็น 28,534 ดอลลาร์ และมีการชำระเงินรายเดือนเฉลี่ย 515 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 17%

 

แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะพยายามลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ราคาของรถยนต์ใหม่ในสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งราคารถยนต์ที่สูงขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่บรรดาค่ายผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ยังไม่สามารถผลิตรถยนต์ให้ทันกับความต้องการของตลาดได้ เนื่องจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และปัญหาอื่นๆ ในระบบห่วงโซ่อุปทาน

 

ด้านบริษัทวิจัยตลาด J.D. Power เปิดเผยว่า ราคารถยนต์หรือรถบรรทุกใหม่โดยเฉลี่ยทำสถิติสูงสุดที่ 46,259 ดอลลาร์ ในเดือนสิงหาคม

 

ขณะที่ทาง Experian กล่าวว่า ข้อมูลสินเชื่อแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเลือกใช้รถยนต์หรือรถบรรทุกมือสองมากขึ้น เนื่องจากราคารถยนต์ใหม่สูงขึ้น โดยรถมือสองคิดเป็น 61.8% ของสินเชื่อรถยนต์ทั้งหมดในช่วงไตรมาสที่สอง เพิ่มขึ้นจาก 58.5% ในปีก่อนหน้า และรถยนต์ที่จัดไฟแนนซ์ในไตรมาสที่สอง เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ 60%

 

วันเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า อัตราสินเชื่อที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนพยายามทำความเข้าใจข้อมูลที่ให้สัญญาณที่หลากหลายเกี่ยวกับสุขภาพโดยรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

ตามข้อมูลของ Freddie Mac พบว่า อัตราดอกเบี้ยคงที่ของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 30 ปี เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 5.13% มาอยู่ที่เฉลี่ย 5.55% ในสัปดาห์นี้ สิ้นสุด ณ วันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วอย่างมาก โดยปีที่แล้วอยู่ที่ 2.87%

 

หลังจากเริ่มต้นปีที่ 3.22% อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งแรกของปี โดยแตะระดับสูงสุดที่ 5.81% ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและภารกิจของ Fed ในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ทำให้อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้มีความผันผวนมากขึ้น

 

Sam Khater หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Freddie Mac กล่าวว่า การรวมกันของอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น และการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ

 

Khater กล่าวอีกว่า ยอดขายบ้านยังคงลดลง ราคากำลังลดลง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำ แต่ท่ามกลางอุปสงค์ที่ลดลง ยังมีผู้ซื้อบ้านที่มีศักยภาพรอที่จะกลับเข้าสู่ตลาด

 

นักวิเคราะห์มองว่า อัตราสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มที่จะขยับตามอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอัตราดังกล่าวมีการแกว่งขึ้นและลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการวิเคราะห์ของนักลงทุนจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นในบางพื้นที่และอ่อนตัวลงในบางพื้นที่

 

George Ratiu ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของ Realtor.com กล่าวว่า ทุกสายตาจับจ้องไปที่สุนทรพจน์ของ Jerome Powell ประธาน Fed ที่จะกล่าวในงาน Jackson Hole Economic Symposium ในรัฐไวโอมิงในวันนี้ (26 สิงหาคม)

 

หลายฝ่ายคาดว่า Powell จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกลางในการมุ่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของ Fed บวกกับการหักลบกับตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันในการจำนองอย่างสินเชื่อบ้าน (Mortgage-Backed Securities) จะยังคงกดดันอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้สูงขึ้น

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ชาวอเมริกันยอม กู้เงิน เพื่อซื้อรถเพิ่มมากขึ้น ดันสินเชื่อรถยนต์พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กรุงศรี ออโต้’ คาดตลาดสินเชื่อรถยนต์ปีนี้ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่โต 11% https://thestandard.co/ayudhya-capital-auto-car-loan/ Mon, 28 Mar 2022 09:46:16 +0000 https://thestandard.co/?p=611325 กรุงศรี ออโต้

กรุงศรี ออโต้ ตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่ปีนี้แตะ 1.73 แ […]

The post ‘กรุงศรี ออโต้’ คาดตลาดสินเชื่อรถยนต์ปีนี้ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่โต 11% appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงศรี ออโต้

กรุงศรี ออโต้ ตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่ปีนี้แตะ 1.73 แสนล้านบาท โต 11% ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ถูกใจ ไร้กังวล (Product Harmonization) บริการราบรื่น ไร้รอยต่อ (Brand Experience) และดิจิทัล ไร้ขีดจำกัด (Digital Connectivity) 

 

คงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินเชื่อยานยนต์ในปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคาดว่ายอดสินเชื่อใหม่รวมทั้งตลาดจะมีมูลค่า 499,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5% เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว กรุงศรี ออโต้จะขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

 

  1. ผลิตภัณฑ์ถูกใจ ไร้กังวล (Product Harmonization) โดยใช้ความแข็งแกร่งของดาต้าในเครือกรุงศรี เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ 360 องศา และมอบข้อเสนอสินเชื่อยานยนต์ที่ออกแบบมาอย่าง ‘เหมาะเจาะถูกใจ’ ลูกค้าแต่ละราย ทั้งดีลที่ดีที่สุดและแคมเปญสุดพิเศษ ควบคู่ไปกับการนำเสนอโซลูชันทางการเงินอื่นๆ ในเครือกรุงศรี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าของเราในหลากมิติยิ่งขึ้น และตอบโจทย์กว่าเดิม

 

  1. มอบประสบการณ์ราบรื่น ไร้รอยต่อ (Brand Experience) ผ่านการให้บริการด้วย Advisory Service Model ที่ผสมผสานการให้คำปรึกษาที่เชื่อมต่อกันในทุกจุดบริการ ตั้งแต่การประสานการทำงานต่างพื้นที่ (Cross-Branch Service) ระหว่างสาขาของพันธมิตรหรือต่างพื้นที่บริการได้อย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนบริการลูกค้าทุกสถานการณ์ผ่านระบบออนไลน์ (Digital Face to Face) สามารถเชื่อมต่อพูดคุยกันกับพนักงานได้ทุกที่ทุกเวลา 

 

  1. ดิจิทัล ไร้ขีดจำกัด (Digital Connectivity) โดยกรุงศรี ออโต้จะนำศักยภาพด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งมาสนับสนุนการขายของคู่ค้า ผ่านการนำเทคโนโลยี API มาเชื่อมต่อนวัตกรรมประเมินวงเงินเบื้องต้น ‘กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท’ เข้ากับแพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถออนไลน์ต่างๆ ของทั้งดีลเลอร์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และแบรนด์ผู้ผลิต เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเลือกชมรถ พร้อมกับวางแผนด้านสินเชื่อได้เบ็ดเสร็จในที่เดียว 

 

ขณะเดียวกัน จะเดินหน้ายกระดับบริการสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัลบน GO Application by Krungsri Auto ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ขยายบริการให้ครอบคลุมสินเชื่อรถจักรยานยนต์ และคาร์ ฟอร์ แคช พร้อมทั้งนำเสนอโซลูชันสำหรับลูกค้าปัจจุบันและผู้ใช้รถทั่วไป ซึ่งจะทำให้บริการสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัลของกรุงศรี ออโต้ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดในตลาด

 

“ด้วยโซลูชันสินเชื่อยานยนต์ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าอย่างครอบคลุม กรุงศรี ออโต้ เชื่อมั่นว่าในปี 2565 เราจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ด้วยยอดสินเชื่อใหม่มูลค่า 1.73 แสนล้านบาท เติบโต 11% และขยายโอกาสในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจใหม่ต่อไปในอนาคต” คงสินกล่าว

The post ‘กรุงศรี ออโต้’ คาดตลาดสินเชื่อรถยนต์ปีนี้ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่โต 11% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถอยรถคันใหม่ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องอะไรบ้าง | Wealth Q&A https://thestandard.co/wealth-qa-how-to-get-new-car/ Sun, 27 Mar 2022 04:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=610577 ไฟแนนซ์

คำถาม (Q): ถอยรถคันใหม่ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องอะไรบ้าง ( […]

The post ชมคลิป: ถอยรถคันใหม่ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องอะไรบ้าง | Wealth Q&A appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟแนนซ์

คำถาม (Q): ถอยรถคันใหม่ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องอะไรบ้าง (5 เคล็ดลับก่อนยื่นไฟแนนซ์)

คำตอบ (A): ติดตามคำตอบได้ในคลิปนี้

 

อ้างอิง:

The post ชมคลิป: ถอยรถคันใหม่ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องอะไรบ้าง | Wealth Q&A appeared first on THE STANDARD.

]]>