สินทวีชัย หทัยรัตนกุล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สินทวีชัย-หทัยรัตนกุล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Jan 2022 06:27:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สินทวีชัย คืนถิ่น ชลบุรี เอฟซี สวมเสื้อเบอร์ 99 เผยอาจเป็นสถานีสุดท้ายในเส้นทางอาชีพฟุตบอล https://thestandard.co/sinthaweechai-return-to-chonburi-fc/ Wed, 17 Jul 2019 06:14:23 +0000 https://thestandard.co/?p=270887 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

‘ฉลามชล’ ชลบุรี เอฟซี ประกาศคว้าตัว สินทวีชัย หทัยรัตนก […]

The post สินทวีชัย คืนถิ่น ชลบุรี เอฟซี สวมเสื้อเบอร์ 99 เผยอาจเป็นสถานีสุดท้ายในเส้นทางอาชีพฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

‘ฉลามชล’ ชลบุรี เอฟซี ประกาศคว้าตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทยของสุพรรณบุรี เอฟซี กลับสู่ทีมอีกครั้ง ด้านเจ้าตัวเผย ฉลามชลคือสิ่งพิเศษในใจเสมอ และอาจเป็นสถานีสุดท้ายในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล 

 

ชลบุรี เอฟซี ทีมดังแห่งภาคตะวันออกของศึกโตโยต้า ไทยลีก ยืนยันการคว้าตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูจอมเก๋า กลับมาเฝ้าเสาในถิ่นชลบุรีสเตเดียมอีกครั้ง พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 99 

 

โดย ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีมฉลามชล กล่าวถึงดีลนี้ว่า “การมาของสินทวีชัยในครั้งนี้ถือว่าเป็นการกลับมายังถิ่นเก่าของเขาอีกครั้ง ในเรื่องฝีมือ ไม่มีใครสงสัยในตัวผู้ชายคนนี้อยู่เเล้ว เขาคือหนึ่งในต้นแบบของนักฟุตบอลอาชีพที่ดี เขาอยากจะหาโอกาสลงสนาม ประจวบกับเราก็อยากได้ตัวเก๋ามาประคองน้องๆ ในทีม ผมเชื่อว่าประสบการณ์ของเขาจะช่วยทีมได้อย่างมากมายเเน่นอนครับ”

 

ทางด้านของนายทวารที่คุ้นเคยของชลบุรี เอฟซี กล่าวให้สัมภาษณ์หลังการเซ็นสัญญาว่า “สำหรับผมยังมีความกระหายที่จะลงเล่นอยู่ตลอด การมาที่นี่ผมก็ต้องการพิสูจน์สิ่งนั้น การได้กลับมาที่นี่มันเหมือนกับได้กลับมายังบ้าน ที่ที่สร้างผมขึ้นมา ที่ที่อบอุ่นสำหรับผมเสมอ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนที่แห่งนี้ ซึ่งความตั้งใจของผมคืออยากจะให้เป็นทีมสุดท้ายที่ผมจะลงเล่นในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ อยากจะให้แฟนๆ ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมเหมือนเดิมนะครับ”

 

สำหรับ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย เติบโตมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา เล่นฟุตบอลอาชีพให้กับทีมชั้นนำของเมืองไทยอย่าง พนักงานยาสูบ, โอสถสภา รวมไปถึงทีมดังในอินโดนีเซียอย่างเปอร์ซิบ บันดุง ก่อนจะกลับมายึดมือหนึ่งของชลบุรี เอฟซี กว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งในเกมสุดสัปดาห์นี้จะเป็นการโคจรมาพบกันระหว่างชลบุรี เอฟซี กับสุพรรณบุรี เอฟซี ต้นสังกัดเก่าและใหม่ของเจ้าตัว ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ ณ สนามชลบุรีสเตเดียม เวลา 20.00 น.

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post สินทวีชัย คืนถิ่น ชลบุรี เอฟซี สวมเสื้อเบอร์ 99 เผยอาจเป็นสถานีสุดท้ายในเส้นทางอาชีพฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกท. เปิดตัวสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) รณรงค์สร้างความยุติธรรมให้กับนักเตะ-สโมสร https://thestandard.co/launch-association-pfa/ https://thestandard.co/launch-association-pfa/#respond Wed, 12 Dec 2018 08:09:59 +0000 https://thestandard.co/?p=163724

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. การกีฬาแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเปิดตั […]

The post กกท. เปิดตัวสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) รณรงค์สร้างความยุติธรรมให้กับนักเตะ-สโมสร appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. การกีฬาแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเปิดตัวสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) ที่ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา โดยมี พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ สนทยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ รวมถึงนักเตะชื่อดังอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา อดิศร พรหมรักษ์ เข้าร่วมงานด้วย

 

โดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ถึงการก่อตั้งสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพครั้งนี้ว่า “ขอแสดงความยินดีกับสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อคอยเป็นตัวกลางระหว่างนักเตะและสโมสร เป็นตัวกลางคอยไกล่เกลี่ยในทุกเรื่องราว ทำให้นักเตะไม่ต้องไปร้องทุกข์ด้วยการขึ้นโรงขึ้นศาล

 

“ในตำแหน่งนายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ไม่มีใครเหมาะสมเท่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เนื่องจากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยมายาวนาน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนนักกีฬา และมีความรับผิดชอบสูง”

 

ขณะที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ เผยว่า สมาคมดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักฟุตบอลอาชีพไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบจากสโมสรต้นสังกัด หรือเอเจนต์ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรมต่อสิทธิในการจ้างงานและการผิดสัญญาที่สโมสรมีต่อนักเตะ  

 

“สมาคมนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่ปรึกษาแก่นักกีฬาไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบ ดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ คอยช่วยเหลือนักกีฬาฟุตบอลไทยด้วยกันครับ”

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ และสนทยา คุณปลื้ม ยังมอบเงินคนละ 300,000 บาท รวมเป็น 600,000 บาท ให้กับสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพอีกด้วย

 

สำหรับคณะทำงานชุดแรกของสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพประกอบไปด้วย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ และสภากรรมการประกอบไปด้วยนักกีฬาฟุตบอลชื่อดัง อาทิ พิภพ อ่อนโม้ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ดัสกร ทองเหลา อดุล หละโสะ อนาวิน จูจีน สุทธินันท์ พุกหอม

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post กกท. เปิดตัวสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) รณรงค์สร้างความยุติธรรมให้กับนักเตะ-สโมสร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/launch-association-pfa/feed/ 0
The Last Save: สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากยอดผู้รักษาประตู ‘สินทวีชัย’ https://thestandard.co/sinthaweechai-the-last-save/ https://thestandard.co/sinthaweechai-the-last-save/#respond Fri, 19 Oct 2018 10:07:49 +0000 https://thestandard.co/?p=134540

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว (14 ต.ค.) เป็นวันที่ดีสำหรับวงกา […]

The post The Last Save: สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากยอดผู้รักษาประตู ‘สินทวีชัย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว (14 ต.ค.) เป็นวันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทยและชาวสุพรรณบุรีทีเดียวครับ เมื่อแฟนบอลเรือนหมื่นต่างเดินทางมาเพื่อร่วมชมการแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่างทีมชาติไทยที่พบกับทีมชาติตรินิแดดและโตเบโก

 

โดยเกมนี้มีความสำคัญมากกว่าปกติตรงที่เป็นเกมอำลาทีมชาติของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล หรือ ซูเปอร์ตี๋ ชื่อที่แฟนบอลบ้านเราเรียกขานผู้รักษาประตูฝีมือดีที่รับใช้ทีมชาติไทยมาอย่างยาวนานเป็นระยะเวลาถึง 14 ปี

 

อันที่จริงในประวัติศาสตร์ลูกหนังไทยเราก็มีนักฟุตบอลระดับตำนานมากมายหลายคนที่รับใช้ทีมชาติมาอย่างยาวนาน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้มีเกมอำลาสนามแบบนี้ครับ

 

ที่ผมจำได้น่าจะมีเพียง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และตะวัน ศรีปาน (แม้กระทั่ง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ผมก็ไม่แน่ใจว่าเดอะ ตุ๊ก ได้มีเกมอำลาทีมชาติแบบนี้ไหม)

 

ที่เมืองนอกเมืองนาเขาก็ไม่ได้มีธรรมเนียมนัดอำลาทีมชาติอะไรแบบนี้ครับ ยกตัวอย่างเช่น เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ก็ไม่ได้มีเกมอำลาสนามอย่างเป็นทางการแม้จะมีการเรียกร้องกัน หรือเวย์น รูนีย์ ผู้ทำลายสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของ เซอร์ บ็อบบี ชาร์ลตัน ในทีมสิงโตคำรามก็จากทีมไปอย่างเงียบๆ

 

ซีเนดีน ซีดาน ปิดฉากเส้นทางทีมชาติและเส้นทางฟุตบอลด้วยการเดินผ่านถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก หลังบันดาลโทสะด้วยการโขกใส่ มาร์โก มาเตรัซซี ที่ยั่วยุสำเร็จ

 

การที่สินทวีชัยได้มีโอกาสบอกรักและบอกลาแฟนฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นครั้งสุดท้ายจึงเป็นเรื่องพิเศษ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกม The Last Save นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาเป็นฝ่ายเรียกร้อง หากแต่เป็นทุกคนที่ต้องการจะตอบแทนความพยายามและน้ำใจของยอดประตูสายเลือดชาวสกลนครที่ประกาศอำลาทีมชาติแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน หลังจบเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับทีมชาติออสเตรเลียเมื่อปีกลาย

 

นั่นทำให้ผมกลับมานึกย้อนดูอีกทีครับว่าทำไมทุกคนถึงทำเพื่อเขา

 

และนั่นทำให้ผมพบว่ามีหลายสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากสินทวีชัยได้ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น

 

ลองมาดูกันนะครับว่าเราเรียนรู้อะไรจากเขาได้บ้าง 🙂

 

ไม่เคยกลัวคำว่า ‘โอกาส’

ว่ากันว่าหนึ่งในสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวคือความสามารถในการรับมือกับคำว่า ‘โอกาส’

 

คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่กลัวที่จะคว้าโอกาส พร้อมจะก้าวออกมาข้างหน้า กระโดดสุดตัว เหยียดสุดแขน เพื่อที่จะคว้ามันมาให้ได้

 

สินทวีชัย หรือเจ้าหนูโกสินทร์ หทัยรัตนกุล ก็เป็นหนึ่งในคนที่พร้อมจะแลกกับทุกอย่างเพื่อโอกาสครับ

 

ลองนึกภาพดูว่าเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งตัดสินใจที่จะเดินทางไกลมาเพื่อคัดตัว มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยครับ มันเป็นการตัดสินใจที่ต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวอย่างมาก

 

แต่เจ้าตี๋ หรือชื่อเล่นจริงๆ ในสมัยนั้นว่าเจ้าบอลก็ทำ

 

เพราะเขาอยากจะเก่ง อยากประสบความสำเร็จ อยากติดทีมชาติ

 

เจ้าหนูคนนี้ ‘หัวใจมันได้’

 

สะกดคำว่าท้อไม่เป็น

หากเดินทางไกลครึ่งประเทศเพื่อจะมาพบว่ามีคู่แข่งมาร่วมคัดตัวกันมากมายมหาศาลถึง 1,500 คน โดยในจำนวนนี้จะมีแค่ 15 คนได้รับการคัดเลือก แล้วสุดท้ายตัวเองก็ไม่ได้รับการคัดตัวด้วย

 

ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร

 

เชื่อว่าน่าจะมีคนจำนวนหนึ่งที่ท้อแท้ สิ้นหวัง และตัดใจจากเส้นทางง่ายๆ เพียงแต่นั่นไม่ใช่สำหรับสินทวีชัย

 

ตามคำบอกเล่าของเจ้าตัว เขาเองก็รู้สึกแย่และคิดว่าทำไมการจะได้รับการคัดตัวมันเป็นเรื่องที่ยากเย็นขนาดนี้ แต่แทนที่จะท้อ เขาตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อและกลับมาคัดตัวอีกครั้งที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา จนในที่สุดก็ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการช้างเผือกจนได้

 

นับจากวันนั้นจึงมีคำหนึ่งที่สินทวีชัยสะกดไม่เป็น

 

เขียนอย่างไรก็ได้แค่ ทอ ท่อ ท๊อ ท๋อ

 

สะกดอย่างไรก็ไม่ได้คำว่า ท้อ

 

มืออาชีพตั้งแต่วัยรุ่น

หนึ่งในความเป็นสินทวีชัยที่โดดเด่นที่สุดคือเรื่องของความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เดินทางบนถนนสายลูกหนัง ‘ซูเปอร์ตี๋’ รักษามันเอาไว้ได้เสมอตั้งแต่วัยรุ่น

 

มาสเซอร์เดี่ยว-ยุทธนา ธรรมประเสริฐ ผู้ที่เปิดประตูบานแรกรับเขาเข้าสู่ครอบครัวลูกหนังอัสสัมชัญ ศรีราชา เล่าว่า “บางวันที่โค้ชไม่ได้ซ้อม ตอนเช้าเขาจะเอาบอลมาเตะอัดกำแพงเพื่อซ้อมของเขาคนเดียว ตั้งแต่วันนั้นจนมีได้ถึงวันนี้ เขาไม่เคยลืมจุดเริ่มต้น”

 

ขณะที่ โค้ชเฮง-วิทยา เลาหกุล ปราชญ์ลูกหนังเมืองไทย ผู้ที่ไม่เคยเอ่ยปากชมใครง่ายๆ แต่กับสินทวีชัย โค้ชเฮงถึงกับยอมรับและยกย่องให้เป็นแบบอย่างของความเป็นมืออาชีพ

 

“ผมยกตัวอย่างความเป็นมืออาชีพให้นักเตะอะคาเดมีของชลบุรีทุกๆ คนฟังว่า สินทวีชัยเนี่ย เวลาเขากลับจากเล่นทีมชาติจะตรงกลับมาซ้อมที่สโมสรทันที เพราะส่วนใหญ่บางคนกลับมาจากทีมชาติแล้วจะขอพักไปสักสัปดาห์หรือเป็นเดือน นี่คือสิ่งที่ต่างจากสินทวีชัย”

 

สิ่งที่บอกได้คือสินทวีชัยมีทัศนคติของ ‘มืออาชีพ’ ตัวจริงมาตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งเรื่องของทัศนคติและความเป็นมืออาชีพนี้เป็นจุดอ่อนของนักฟุตบอลไทยมาทุกยุคทุกสมัย เพราะไม่ว่าจะเก่งกาจหรือมีพรสวรรค์เพียงใด เราเห็นกันนักต่อนักแล้วว่าหากขาดสิ่งเหล่านี้ไปจะไม่มีวันไปถึงดวงดาวได้เลย

 

ทะเยอทะยาน แต่ถ่อมตน

สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้ แต่สำหรับสินทวีชัย เขาเป็นคนที่มีทั้งสองอย่างในตัวเองอย่างพอดีๆ

 

เขารู้ว่าตัวเองเป็นคนทะเยอทะยาน เป็นคนที่มองสูง มองไกล (ดังจะเห็นได้จากการที่เขาอยากจะเข้าโรงเรียนฟุตบอลดีๆ เพราะอยากเก่ง และอยากจะแบ่งเบาภาระครอบครัวในเรื่องการเรียนด้วย) เขากล้าที่จะพูด กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าในแบบที่นักฟุตบอลไทยส่วนใหญ่ไม่กล้า

 

แต่ในความทะเยอทะยานนั้น สินทวีชัยไม่เคยใช้มันทำร้ายใคร เขาไม่เคยเหยียบใครให้ต่ำเพื่อให้ตัวเองอยู่สูง

 

ในทางตรงกันข้าม เขามีความถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ รุ่นเดียวกัน หรือรุ่นน้อง

 

จะดีได้ก็ด้วยตัวของเขาเอง ด้วยการที่คนอื่นยอมรับเขาเอง จะไม่มีวันยอมเหยียบย่ำใครขึ้นไปเป็นอันขาด

 

นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทุกคนรักและยอมรับผู้รักษาประตูคนนี้

 

กำลังใจที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง

หากได้ติดตามสินทวีชัยบนโซเชียลมีเดียจะพบว่าตัวตนของเขาเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก มีอารมณ์ขัน และหากได้ใกล้ชิดตัวตนจริงๆ จะรู้ว่าเขาก็เป็นแบบที่เราเห็นในโลกออนไลน์ เพิ่มเติมคือการเป็นคนที่ยิ้มง่ายและยิ้มให้กับทุกคน

 

การมองโลกในแง่ดีนั้น นอกจากจะทำให้เขากลายเป็น ‘ที่รัก’ ของทุกคน ไม่ว่าจะคนรอบข้างหรือแฟนฟุตบอลแล้ว ยังทำให้สินทวีชัยสามารถรับมือกับทุกเรื่องบนโลกได้

 

ไม่ว่าจะหนักหนาหรือยากเย็นแค่ไหน ตราบใดที่หัวใจยังเต้นอยู่ เขาก็พร้อมจะยิ้มสู้กับทุกเรื่อง

 

แต่ก่อนจะยิ้มได้นั้น หนึ่งในความลับสำคัญที่เขาเปิดเผยถึงที่มาของกำลังใจมหาศาลที่มากพอจะแบ่งปันให้ทุกคนได้นั้นมาจากการที่เขาเป็นคนชอบให้กำลังใจตัวเองก่อน โดยทุกมุมในบ้านจะมีข้อความที่ให้กำลังใจตัวเองเสมอ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนหรือหลังจบเกม เจ้าตี๋ก็จะอ่านข้อความพวกนี้ปลุกใจเสมอ

 

“ผมว่าการให้กำลังใจตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี และข้อความเหล่านี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เราแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไปเพื่อไว้ปรับปรุงตัวเองในการลงทำหน้าที่ในเกมต่อๆ ไป” สินทวีชัยเคยกล่าวไว้

 

อดทนและอดกลั้น

ในชีวิตคนเราไม่ได้ประสบความสำเร็จหรือสวยงามทุกวัน มันย่อมมีวันที่เลวร้ายด้วยเช่นกัน

 

แม้จะเป็นยอดขวัญใจอย่างสินทวีชัย แต่เขาก็เคยผ่านวันเวลาที่แย่ๆ มามาก โดยเฉพาะในช่วงที่หลุดฟอร์มไม่ว่าจะกับในทีมระดับสโมสรหรือในทีมชาติที่ทำให้เขาต้องถูกแฟนบอลตะโกนด่าทั้งในสนามยันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ

 

ในยุคสมัยที่นักฟุตบอลใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียแสดงตัวตนกันมากแบบนี้ เราก็มักจะได้เห็นบางคนตอบโต้กลับแฟนบอลอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งนั่นไม่ต่างอะไรจากการราดน้ำมันบนกองไฟที่จะยิ่งทำให้เปลวเพลิงเผาผลาญความรู้สึกต่อกันและกัน

 

แต่สำหรับสินทวีชัย เขาเลือกที่จะอดทนและอดกลั้นต่อคำด่าแล้วใช้ผลงานในสนามพิสูจน์ตัวเอง เช่นเดียวกับความเจ็บปวดที่ต้องโดนตัดชื่อออกจากทีมเหมือนที่เคยหลุดทีมชุดซีเกมส์ 2014 แต่แทนที่เขาจะเดือดเนื้อร้อนใจ เขากลับทุ่มเทเพื่อจะได้รับการเรียกตัวติดทีมอีกครั้ง

 

สินทวีชัยทำแบบนี้เสมอไม่ว่าจะเจอช่วงเวลาเลวร้ายแค่ไหน และมันประสบความสำเร็จทุกครั้ง

 

เหมือนที่เขาเคยบอกไว้ว่า “มันไม่ใช่เรื่องของเราที่จะเลือกตัวเองลงสนาม มันเป็นหน้าที่ตัดสินใจของโค้ช เรามีหน้าที่เดียวคือทำงานให้หนัก และทำให้ทุกคนเห็นว่าเราดีพอที่จะอยู่ในทีมชาติ”

 

ผู้นำอยู่ที่ทำตัว

ในทุกสังคมต้องการผู้นำเสมอ เพียงแต่การที่คนจะได้เป็นผู้นำนั้นมันมาได้จากหลายวิธี บางคนอาจจะคิดเก่ง บางคนอาจจะพูดเก่ง

 

สำหรับสินทวีชัย เขาเป็นคน ‘ทำเก่ง’ คือเป็นผู้นำที่ไม่ใช้การพูดเป็นหลัก แต่เน้นในเรื่องของการปฏิบัติตัวเป็นหลัก เรียกว่าเป็นแบบอย่างที่ดีด้วยการกระทำอย่างแท้จริง

 

ดังนั้นไม่ว่าจะมีปลอกแขนกัปตันทีมสวมหรือไม่ สินทวีชัยคือหนึ่งในผู้นำของทีมที่ทุกคนพร้อมจะรับฟังเสมอเวลาที่เขาพูด บอก สอน เตือน แสดงความคิดเห็น หรือตำหนิ (และเขาไม่เคยเกรงใจที่จะตำหนิอย่างตรงไปตรงมาหากรู้สึกว่าเพื่อนร่วมทีมไม่ทุ่มเทให้กับการเล่น)

 

ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เคยร่วมงานกันทั้งในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติและโค้ชทีมชาติ เคยกล่าวถึงสินทวีชัยว่า “การมีสินทวีชัยในทีมเหมือนมีคนคอยสื่อสารความต้องการของน้องๆ ในทีมมาถึงเราเวลาขาดเหลืออะไร เวลาน้องๆ มีปัญหาในสนามหรือนอกสนามก็จะได้รับคำปรึกษาที่ดีจากพี่ตี๋เสมอ”

 

เรียกว่าผู้นำแบบซูเปอร์ตี๋ไม่ต้องพูดเยอะ ‘เจ็บคอ’

 

มีน้ำใจกับทุกคน

สินทวีชัยเป็นคนมีน้ำใจกับทุกคน โดยเฉพาะกับแฟนฟุตบอล

 

สมัยที่ค้าแข้งให้กับทีมชลบุรี เอฟซี ทุกครั้งหลังจบเกมในสนาม เขาจะรอแจกลายเซ็นให้แฟนบอลทุกคน จะอยู่เป็นคนสุดท้ายเสมอ และทำให้เขากลายเป็นขวัญใจหมายเลขหนึ่งของทีม ‘ฉลามชล’ ไปโดยปริยาย

 

บางช่วงที่มีเวลาว่าง เขาจะหาโอกาสไปสอนน้องๆ อย่างจริงจังและจริงใจเสมอ บางครั้งมีคนมาสอบถามหาความรู้บนโซเชียลมีเดีย เขาก็มักจะตอบโดยให้ความรู้และแง่คิดที่ดีเสมอ

 

กตัญญูและรู้คุณ

มีหลักชีวิตหนึ่งที่สินทวีชัยยึดมั่นตลอดมาและทำให้ชีวิตของเขาเจริญรุ่งเรืองคือเรื่องของความกตัญญู

 

สินทวีชัยไม่เคยลืมคนที่มีบุญคุณกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ครอบครัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟนบอลที่เขารักและไม่เคยลืม

 

เมื่อครั้งที่เขาตัดสินใจอำลาทีมชลบุรี เอฟซี ไปอยู่กับสุพรรณบุรีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในเกมแรกที่สินทวีชัยได้กลับมาเยือนถิ่นเก่า เมื่อก้าวเท้าลงจากรถบัสของสโมสร มีแฟนบอลฉลามชลคนหนึ่งตะโกนเรียกหา

 

แทนที่จะนิ่งเฉยไปตามประสาเหมือนนักฟุตบอลอาชีพในยุโรปที่เมื่อย้ายทีมแล้วก็แล้วกัน แต่เขากลับเดินไปสวมกอดแฟนบอลคนนั้นเพื่อปลอบใจ และยืนยันว่าการตัดสินใจที่จะไปของเขาไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน

 

มันเป็นเครื่องยืนยันว่าความผูกพันระหว่างเขาและแฟนฟุตบอลคือของจริง ซึ่งก็ไม่ใช่แค่กับแฟนบอลฉลามชล แต่ยังรวมถึงแฟนบอลทีมชาติและแฟนบอลทุกทีมที่เขาลงเล่นรับใช้ให้

 

ในเกมนัดอำลาสนาม สินทวีชัยได้ใช้โอกาสในการบอกรักและบอกลาแฟนบอลทุกคนด้วยการพูดที่เรียบเรียงมาเป็นอย่างดี (ตามสไตล์ของตี๋ที่เป็นคนพูดจารู้เรื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นคนเรียบเรียงความคิดได้ดี) และในสิ่งที่เขาอยากจะบอกนั้นก็แสนกินใจ

 

“อยากจะขอบคุณโค้ช เพื่อนร่วมทีมทุกๆ คนที่เคยร่วมงานกันมา ที่อยากจะขอบคุณมากที่สุดคืออยากจะขอบคุณรุ่นพี่ทีมชาติไทยทุกๆ ท่านที่ได้สร้างเกียรติยศ สร้างผลงานให้กับวงการฟุตบอลไทยมามาก สำหรับเกมเกียรติยศวันนี้เป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม ผมไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยที่ผมจะได้รับเกียรติอันสูงสุดในวันนี้ ทุกอย่างต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้มีวันนี้เกิดขึ้น

 

“ช่วงที่ผ่านมาในเวทีทีมชาติไทย ผมอาจจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ ผมอาจจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่สร้างชื่อเสียงมากมาย แต่ผมเป็นนักฟุตบอลที่โชคดีที่ได้รับโอกาสมากที่สุดคนหนึ่ง และผมรู้ว่าโอกาสนั้นมีค่ามากแค่ไหนสำหรับนักฟุตบอล ผมจึงไขว่คว้าและรักษามัน และไม่แปลกเลยที่ผมจะปฏิเสธโอกาสนี้ ผมอยากจะขอบคุณแฟนบอลไทยทุกคนนะครับ”

 

สินทวีชัยบอกกับทุกคนว่าแฟนบอลไทยคือทุกสิ่งทุกอย่างของฟุตบอลไทย ผมรู้ซึ้งถึงความหมายดี นอกเหนือจากคำว่าฟุตบอล

 

ก่อนที่จะลงสนามเป็นเวลา 14 นาที เท่ากับจำนวนปีที่เขาได้รับใช้ทีมชาติ

 

โดยระหว่างนั้นเขามีจังหวะการเซฟป้องกันประตูหนึ่งครั้ง

 

และนั่นคือ The Last Save ของยอดผู้รักษาประตูที่จะอยู่ในใจแฟนฟุตบอลไทยไปแสนนาน

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post The Last Save: สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากยอดผู้รักษาประตู ‘สินทวีชัย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sinthaweechai-the-last-save/feed/ 0
นัดสุดท้าย สินทวีชัย อำลาสนามด้วยชัยชนะของทีมชาติไทยเหนือ ตรินิแดดและโตเบโก 1-0 https://thestandard.co/sinthaweechai-last-game/ https://thestandard.co/sinthaweechai-last-game/#respond Sun, 14 Oct 2018 14:44:10 +0000 https://thestandard.co/?p=132483

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ได้ลงสนาม […]

The post นัดสุดท้าย สินทวีชัย อำลาสนามด้วยชัยชนะของทีมชาติไทยเหนือ ตรินิแดดและโตเบโก 1-0 appeared first on THE STANDARD.

]]>

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ได้ลงสนามให้กับทีมชาติไทยเป็นครั้งสุดท้ายในเกมอำลาทีมชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ในเกมที่ทีมชาติไทยเล่นกระชับมิตรระดับ FIFA International ‘A’ Match เอาชนะทีมชาติตรินิแดดและโตเบโก ไป 1-0 ณ สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี

 

 

โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มต้นขึ้น ผู้รักษาประตูวัย 36 ปีได้กล่าวคำอำลาและขอบคุณผู้ให้โอกาสต่างๆ ในการรับใช้ทีมชาติ พร้อมกับรับของที่ระลึกจาก พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และรับมอบปลอกแขนกัปตันทีมจาก มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทยชาวเซอร์เบีย 

 

 

สำหรับเกมนี้สินทวีชัย ลงสนามไปทั้งหมด 16 นาที ออกแรงเซฟไปถึง 2 จังหวะก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออก ก่อนที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 60 และใช้เวลาเพียง 5 นาทียิงประตูชัยให้กับทีมชาติไทยเอาชนะไปได้ 1-0 

 

 

สำหรับ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ประกาศยุติการรับใช้ทีมชาติไทยหลังเสร็จศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 10 ซึ่งแพ้ทีมชาติออสเตรเลีย 1-2 ปิดฉากการรับใช้ทีมชาติไทยมาตลอด 14 ปีนับตั้งแต่ปี 2547 และลงสนามไปทั้งหมด 79 นัด คว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 1 สมัย คว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2 สมัย และคิงส์คัพในปี 2017 

 

 

สำหรับทีมชาติไทย จะมีโปรแกรมเก็บตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ต่อในวันที่ 23 ตุลาคม นี้ 

 

ภาพ: FA Thailand

The post นัดสุดท้าย สินทวีชัย อำลาสนามด้วยชัยชนะของทีมชาติไทยเหนือ ตรินิแดดและโตเบโก 1-0 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sinthaweechai-last-game/feed/ 0