สินทรัพย์ทางเลือก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สินทรัพย์ทางเลือก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 20 Oct 2025 07:19:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แสนสิริ จับมือเอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุนบนเกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ https://thestandard.co/sansiri-xspring-cayman-jv-investment/ Mon, 20 Oct 2025 06:58:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1132785 แสนสิริ จับมือ เอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุน บน เกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ

บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI จัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทใหม่ บน […]

The post แสนสิริ จับมือเอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุนบนเกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสนสิริ จับมือ เอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุน บน เกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ

บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI จัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทใหม่ บนหมู่เกาะเคย์แมน หวังใช้ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ

 

อภิชาติ จูตระกูล ในตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ระบุว่าบริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมใหม่ โดยได้รับเอกสารการจัดตั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เพื่อดำเนินธุรกิจการลงทุนในโครงการหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ โดยรายละเอียดของบริษัทที่จัดตั้งใหม่มีดังนี้

 

1. จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ คือ Sansiri Partners Trophy One Limited

  • ประเภทธุรกิจการลงทุนเพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมลงทุน (Joint Investment) หรือการร่วมจัดตั้งกองทุนและการลงทุนอื่น
  • สถานที่ตั้ง จดทะเบียนในประเทศ Cayman Islands (หมู่เกาะเคย์แมน)
  • ทุนจดทะเบียน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
  • มีสัดส่วนการถือหุ้น บริษัท แสนสิริ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน
  • แหล่งเงินทุน มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
  • ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ คือ เงินปันผล

 

2. ร่วมทุนในบริษัท Sansiri Capital Partners Limited

  • ประเภทธุรกิจ เพื่อการลงทุนเพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมลงทุน (Joint Investment) หรือการร่วมจัดตั้งกองทุนและการลงทุนอื่น
  • สถานที่ตั้ง จดทะเบียนในประเทศ Cayman Islands
  • ทุนจดทะเบียน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
  • มีสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้

 

– บริษัท แสนสิริ พาร์ทเนอร์ส จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100) ถือหุ้นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน

 

– บริษัท เอ็กซ์สปริง แอดวานซ์ โซลูชั่น จำกัด เป็น บริษัทย่อยที่ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล หรือ XPG ถือหุ้นร้อยละ 99.999 ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน

 

  • แหล่งเงินทุน มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
  • ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ คือ เงินปันผล

The post แสนสิริ จับมือเอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุนบนเกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความรู้จัก Royalty สินทรัพย์ทางเลือกรับมือตลาดผันผวน เน้นลงทุน 3 อุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำ https://thestandard.co/royalty-investment-low-risk-sectors/ Mon, 22 Sep 2025 06:54:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1121387 Royalty สินทรัพย์ทางเลือกเพื่อการลงทุนความเสี่ยงต่ำ เน้น 3 Sector หลัก

ท่ามกลางสภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนและคาดการณ์ทิศท […]

The post ทำความรู้จัก Royalty สินทรัพย์ทางเลือกรับมือตลาดผันผวน เน้นลงทุน 3 อุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Royalty สินทรัพย์ทางเลือกเพื่อการลงทุนความเสี่ยงต่ำ เน้น 3 Sector หลัก

ท่ามกลางสภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนและคาดการณ์ทิศทางได้ยาก การจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงการลงทุนจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือ Royalty เป็นสินทรัพย์นอกตลาดที่มีความผันผวนต่ำที่จะเข้ามาช่วยบริหารพอร์ตลงทุน

 

ภูดินันท์ ฉัยากร Principal ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ. ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า ภายใต้การสภาวะการลงทุนในตลาดโลกที่มีความผันผวน แนะนำให้นักลงทุนควรปรับพอร์ตโดยรวมเพื่อลดระดับความเสี่ยงลง และทำ Asset Allocation โดยเพิ่มสินทรัพย์ที่ไม่มีความผันผวนตามสภาวะตลาดเข้าไปในพอร์ต

 

โดยสินทรัพย์ที่ถูกแนะนำคือ Royalty (รอยัลตี้) ซึ่งเป็นสินทรัพย์นอกตลาด (Non-Market Assets) ที่โดดเด่นในเรื่องของความสามารถในการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ แถมยังมีโอกาสที่รายได้จะเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย

 

Royalty คืออะไร และทำไมจึงน่าสนใจในช่วงตลาดผันผวน

 

รอยัลตี้ คือ สิทธิในการรับรู้รายได้จากสินทรัพย์อ้างอิง โดยเป็นสัญญาที่ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์จากส่วนแบ่งของรายได้ (Revenue Share) ที่สินทรัพย์หรือสินค้านั้นสร้างยอดขาย สินทรัพย์ประเภทนี้ถือว่าไม่ใช่ของใหม่ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมีการลงทุนอยู่แล้ว และมีมูลค่าตลาดโดยรวมสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ตัวอย่างของสินทรัพย์ Royalty ได้แก่ ลิขสิทธิ์เพลง และ สิทธิบัตรยา (Intellectual Property หรือ IP)

 

จุดเด่นสำคัญของสินทรัพย์ Royalty มีดังนี้

 

  1. ความผันผวนต่ำ รายได้ของรอยัลตี้ไม่ได้รับผลกระทบหรือผันผวนไปตามสภาวะเศรษฐกิจหรือสภาวะการลงทุนใด ๆ ยกตัวอย่างเช่น การซื้อขายยาหรือการรักษาพยาบาลยังคงเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ เช่นเดียวกับการดูหนัง ดูซีรีส์ หรือฟังเพลงที่ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน
  2. รับส่วนแบ่งจากยอดขายเท่านั้น ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมามีความน่าสนใจสูงมาก เพราะผู้ลงทุนรับส่วนแบ่งของรายได้จากยอดขาย (By Gross Revenue) โดยตรง โดยไม่ต้องหักกลบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) หรือค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในหุ้นที่ต้องร่วมรับรู้ทั้งรายได้และรายจ่ายก่อนจะเหลือเป็นกำไร
  3. มีโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Upside) หากยอดขายของสินทรัพย์ (เช่น เพลงติดฮิตทั่วโลก หรือ ยาขายดีกว่าที่คาดการณ์ไว้) เพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้ ผู้ลงทุนก็จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งไม่จำกัดเหมือนการลงทุนในตราสารหนี้ที่รับผลตอบแทนแบบ Fixed Coupon
  4. การลงทุนในรอยัลตีมีระยะยาว โดยสัญญาอาจยาวกว่า 5 หรือ 10 ปีขึ้นไป ในกรณีของลิขสิทธิ์เพลง สัญญาอาจสูงถึง 50-70 ปี หรืออาจยาวเกือบ 100 ปี นับจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิตไปแล้ว 70 ปี

 

ส่วนเหตุผลที่เจ้าของสิทธิ์ตัดสินใจขายนั้น เนื่องมาจากความแตกต่างในความถนัดหรือความเชี่ยวชาญ เช่น บริษัทวิจัย, มหาวิทยาลัยที่อาจไม่เก่งเรื่องธุรกิจ หรือศิลปินที่ต้องการเงินก้อนทันทีเพื่อใช้ชีวิต แทนที่จะรอเก็บรายได้จากยอดสตรีม ซึ่งถือเป็นลักษณะที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ (Win-Win)

 

เปิดโอกาสใหม่ กองทุน SCB Royalties Opportunities

 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงสินทรัพย์นี้ SCBAM ได้นำเสนอกองทุน “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Royalties Opportunities” ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอขาย IPO

 

เปิดลักษณะและข้อกำหนดของกองทุน

 

  • กองทุนนี้เป็น Complex Fund ซึ่งนักลงทุนที่จะสามารถลงทุนได้จะต้องเป็น นักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth – UHNW) เท่านั้น โดยในเกณฑ์ของไทย ลูกค้า UHNW จะต้องมี Net Worth ประมาณ 70 ล้านบาทขึ้นไป
  •  เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายบุคคลประเภท UHNW สามารถเข้ามาร่วมลงทุนในสินทรัพย์นี้ได้
  •  กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Partners Group ซึ่งเป็นผู้นำในการลงทุนในสินทรัพย์ Royalties
  •  เป็นกองทุนเปิดที่ไม่มีกำหนดอายุโครงการ และกระจายการลงทุนในหลากหลาย Sector โดยมีสภาพคล่องที่สูงกว่า Private Asset อื่นๆ โดยสามารถซื้อได้ทุกเดือน และขายคืนได้ทุกไตรมาส

 

เจาะพอร์ตโฟลิโอ Royalty และการคาดการณ์ผลตอบแทน

 

กองทุนนี้มีการคาดหวังที่จะลงทุนใน 3 Sector หลัก

 

  1. ผลิตภัณฑ์ยา (Pharma) จะเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของพอร์ต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการซื้อขายสิทธิรายได้อยู่แล้วในต่างประเทศ

 

  1. ลิขสิทธิ์เพลงและสื่อ (Music/Media) รวมถึงเพลงจากซีรีส์ Friends หรือภาพยนตร์ของ Warner Brothers

 

  1. พลังงาน/ก๊าซธรรมชาติ ในสหรัฐฯ เป็นสิทธิในการเก็บเกี่ยวรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติ

 

นอกจากนี้ กองทุนยังเปิดโอกาสในการลงทุนใน Sector ใหม่ๆ เช่น ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬา (American Football, Basketball) หรือ Branding/Character สินค้าแฟชั่น

 

รู้จักความเสี่ยงและการบริหารจัดการของ Royalty

 

ความเสี่ยงหลักของการลงทุนในรอยัลตีคือ ความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่า (Valuation) เนื่องจากเป็นการคาดหวังรายได้ในระยะยาว หากยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เช่น เทรนด์การเปลี่ยนแปลง หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวน ก็อาจส่งผลกระทบได้

 

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงดังกล่าวสามารถจัดการได้ด้วยการวิเคราะห์การลงทุนอย่างเข้มงวดและติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีกลไกในการจัดการในมุมของสัญญา (Royalties Contract) เช่น หากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า อาจมีการปรับเพิ่มส่วนแบ่งการรับรายได้ (Sharing) ให้สูงขึ้น เช่น จาก 10% เป็น 20-30% ในปีถัดมา เพื่อให้ส่วนแบ่งรายได้ปรับเข้ามาชดเชยและคืนทุนได้เร็วขึ้น โดยทั่วไป ผู้จัดการกองทุนหลักมองระยะเวลาคืนทุน (Pay Period หรือ Break-even point) อยู่ที่ประมาณ 8-10 ปี หลังจากนั้นคือ เป็นกำไรล้วนๆ

 

ดังนั้นการลงทุนใน Royalty จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนระยะยาว เพื่อยกระดับพอร์ตให้มีความเสถียรภาพมากขึ้น และมีผันผวนต่ำลง พร้อมกับโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีกว่า Private Credit หากยอดขายเติบโตสูงขึ้น

 

ภาพ: Drozd Irina/Shutterstock

The post ทำความรู้จัก Royalty สินทรัพย์ทางเลือกรับมือตลาดผันผวน เน้นลงทุน 3 อุตสาหกรรมความเสี่ยงต่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความหรูหราแบบ ‘Kawaii’ สินทรัพย์ทางเลือกในยุคแห่งความไม่แน่นอน https://thestandard.co/kawaii-luxury-alternative-investment/ Sat, 19 Jul 2025 03:30:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1097616 ตุ๊กตา LABUBU วางคู่กระเป๋า Birkin แสดงความหรูหราแนวใหม่แบบ Kawaii

ปรากฏการณ์ LABUBU เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่แสดงให้ […]

The post ความหรูหราแบบ ‘Kawaii’ สินทรัพย์ทางเลือกในยุคแห่งความไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุ๊กตา LABUBU วางคู่กระเป๋า Birkin แสดงความหรูหราแนวใหม่แบบ Kawaii

ปรากฏการณ์ LABUBU เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่แสดงให้เห็นว่า ‘ความน่ารัก’ เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังสำหรับแบรนด์หรูเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคยุคใหม่ แบรนด์ต่างๆ ไม่ได้เพียงแค่ขายสินค้า แต่กำลังขาย ‘ความรู้สึก’ และ ‘เรื่องราว’ ทั้งหมดคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงนิยาม ‘ของสะสมที่มีค่า’ และ ‘สินค้าหรูหรา’ ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและผู้คนโหยหาที่พึ่งทางใจดังที่จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรม ‘Kawaii’ ในญี่ปุ่นและ ‘Meng’ ในจีน เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา

 

แล้วทำไมแบรนด์หรูจึงต้องใช้การตลาดแบบน่ารัก?

 

ประการแรกเลยก็เพื่อเข้าถึง Gen Z และ Millennial ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมป๊อป, การ์ตูน, อนิเมะ, และวิดีโอเกม 

 

‘ความน่ารัก’ คือภาษากลางที่พวกเขาคุ้นเคย การร่วมมือกับตัวละครที่รัก เป็นการสร้างความรู้สึก ‘เข้าถึงง่าย’ และทำให้แบรนด์ดูไม่แก่และน่าเบื่อ รวมทั้งสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์เพื่อกระตุ้นความทรงจำในวัยเด็ก (Nostalgia) ซึ่งเป็นความรู้สึกเชิงบวก อบอุ่น และปลอดภัย ทำให้รู้สึกผูกพันกับแบรนด์ในระดับที่ลึกซึ้งกว่าแค่ความสวยงาม

 

 

อีกข้อสำคัญคือการสร้างกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย เพราะสินค้าที่มีตัวละครน่ารัก สีสันสดใส มักจะ ‘ถ่ายรูปขึ้น’ (Instagrammable) และง่ายต่อการถูกแชร์ต่อในแพลตฟอร์มอย่าง TikTok หรือ Instagram กลายเป็นเครื่องมือโปรโมตแบบออร์แกนิกที่มีประสิทธิภาพสูง และยังเพิ่มมูลค่าและสร้างความพิเศษ โดยเฉพาะสินค้าคอลเล็กชันพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด (Limited Edition) ทำให้เกิดความรู้สึก ‘ต้องรีบซื้อ’ และผลักดันให้ราคารีเซลในตลาดรองสูงขึ้นไปอีก

 

 

ก่อนหน้านี้หลากหลายแบรนด์ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบน่ารักในรูปแบบที่แตกต่างกันไปทั้งการร่วมมือกับตัวการ์ตูนและอนิเมะเป็นการดึงเอาฐานแฟนคลับของตัวละครนั้นๆ มาสู่แบรนด์โดยตรง เช่น LOEWE x Studio Ghibli ของแบรนด์เครื่องหนังสุดหรูจากสเปนกับสตูดิโออนิเมะระดับตำนานของญี่ปุ่นในคอลเล็กชันอย่าง My Neighbor Totoro, Spirited Away, และ Howl’s Moving Castle ทำให้กระเป๋าแต่ละใบกลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้และเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก

 

GUCCI x Doraemon / Disney ในยุคของ Alessandro Michele ที่นำตัวละครอย่าง Doraemon, Donald Duck, และ Mickey Mouse มาอยู่บนลายโมโนแกรม GG Supreme และ Jimmy Choo x Sailor Moon เจาะตลาดกลุ่ม Millennial ที่เติบโตมากับเซเลอร์มูนเชื่อมโยงความฝันในวัยเด็กเข้ากับพลังของผู้หญิงยุคใหม่ผ่านรองเท้าและเครื่องประดับต่างๆ 

 

 

ขณะที่บางแบรนด์สร้างมาสคอตของตัวเอง เช่น FENDI Bag Bugs ที่บุกเบิกเทรนด์การห้อย ‘ตุ๊กตา’ บนกระเป๋าหรูมาก่อน LABUBU ด้วยเจ้ามอนสเตอร์ขนเฟอร์หน้าตากวนๆ ในปี 2013 ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อเครื่องประดับน่ารักๆ ให้กับกระเป๋าหลักแสน, Louis Vuitton’s Vivienne Mascot ตุ๊กตาไม้ที่มีหัวเป็นรูปดอกไม้ในโมโนแกรม ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เครื่องประดับไปจนถึงของแต่งบ้าน และแบรนด์นี้ยังตีความความน่ารักผ่านมุมมองศิลปินเช่น Louis Vuitton x Takashi Murakami การร่วมมือระดับตำนานในปี 2003 ที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการลักชัวรีไปตลอดกาล ผ่านลาย Monogram Multicolor, ดอกซากุระยิ้ม และตัวละครแพนด้า ซึ่งเป็นการฉีกลุคที่ดูขรึมของ LV ให้ดูสดใสและสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

ส่วนปรากฏการณ์ LABUBU ก็ทำหน้าที่เดียวกันด้วยการมอบความสุขที่จับต้องได้ ในราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงเกินไป (สำหรับกล่องสุ่ม) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิต การได้แกะกล่องสุ่ม, การตามหาตัวซีเคร็ต, หรือการกอดตุ๊กตาขนนุ่ม กลายเป็นการบำบัดความเครียดและความวิตกกังวลที่ทรงพลัง และยังสะท้อนนิยามใหม่ของความหรูหรา ที่ไม่ได้อยู่ที่วัสดุ แต่อยู่ที่ ความขาดแคลน และ ความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม เป็นวิวัฒนาการขั้นสุดของเทรนด์นี้ที่ของน่ารักๆ ได้กลายเป็น ‘สินค้าหรู’ ไปด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาชื่อของแบรนด์แฟชั่นใดๆ มาการันตีอีกต่อไป โดยการที่กลายเป็นไอเท็มห้อยคู่กับกระเป๋า Birkin แสดงให้เห็นว่าได้ยกระดับตัวเองเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะของคนที่ ‘ตามทันเทรนด์’ และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนระดับโลกไปแล้ว 

 

ความน่ารักกับการลงทุนแบบ Passion Investment 

 

Passion Investment คือการลงทุนในสิ่งที่เรารักและหลงใหล โดยผลตอบแทนทางการเงินถือเป็นโบนัส ซึ่งของหรูหราน่ารักๆ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะนักสะสมส่วนใหญ่เริ่มต้นจากความรักในดีไซน์ ความน่ารักปนประหลาด และความสนุกในการตามเก็บให้ครบทุกคอลเล็กชัน ความสุขที่ได้ครอบครองและเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้คือ ผลตอบแทนหลัก

 

ตุ๊กตา LABUBU วางคู่กระเป๋า Birkin แสดงความหรูหราแนวใหม่แบบ Kawaii

 

 

ตามมาด้วยผลตอบแทนทางการเงินคือโบนัส จากความนิยมที่พุ่งสูงของแต่ละคอลเล็กชันทำให้เกิดตลาดซื้อขายต่อที่แข็งแกร่ง และอาจทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างเช่น LABUBU ตัวหายากราคาขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น Macaron Chestnut Cocoa ที่ราคาพุ่ง 741% บน StockX และสถิติการประมูล LABUBU สีเขียวมิ้นต์ในราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 5 ล้านบาท แพงกว่ารถหรูบางคันเสียอีก

 

อย่างไรก็ตาม ของเหล่านี้อาจเป็นเพียงสินทรัพย์ประเภทเก็งกำไรที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมและความหลงใหล ไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัยและเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงได้ มีความเข้าใจในวัฒนธรรมป๊อป และต้องการ ‘ความสุข’ จากการลงทุนเป็นอันดับแรก เพียงแต่มีโอกาสทำกำไรสูงในระยะสั้น แต่ก็มีความเสี่ยงสูงหากกระแสหมดไป ความท้าทายคือการบริหารจัดการความนิยมไม่ให้ ‘ล้นตลาด’ ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วเช่นตุ๊กตา Blythe และ Beanie Babies ในอดีต 

 

ถึงอย่างนั้น ก็เรียกได้ว่านี่คือปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งโดยการเปลี่ยน ‘ความน่ารัก’ ให้กลายเป็น ‘สินทรัพย์’ ที่มีมูลค่าทั้งทางใจและทางการเงิน เป็นบทพิสูจน์ว่าในโลกยุคใหม่ คุณค่าไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สิ่งที่จับต้องได้ แต่ถูกสร้างขึ้นโดยชุมชน เรื่องราว และพลังของวัฒนธรรมร่วมสมัย

 

อ้างอิง:

The post ความหรูหราแบบ ‘Kawaii’ สินทรัพย์ทางเลือกในยุคแห่งความไม่แน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลบภัยความขัดแย้งทั่วโลกด้วยสินทรัพย์ทางเลือก https://thestandard.co/safeguarding-global-conflict-with-alternative-assets/ Sat, 13 Jul 2024 04:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=955812

ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) […]

The post หลบภัยความขัดแย้งทั่วโลกด้วยสินทรัพย์ทางเลือก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามทางการค้า หรือสงครามระหว่างประเทศที่ปะทุขึ้นมาและยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้การกระจายพอร์ตลงทุน หรือ Asset Allocation มีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

 

สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) เข้ามาเป็นส่วนผสมที่เพิ่มขึ้นสำหรับพอร์ตลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก จากการศึกษาของ CAIA Association ระบุว่า สินทรัพย์ทางเลือกเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดั้งเดิมที่สามารถลงทุนได้เพิ่มขึ้นจาก 6% หรือประมาณ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์ มาเป็น 12% หรือ 13.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2018 และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 18-24% ในปี 2025 

 

ในมุมมองของ UOB สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนสำหรับไตรมาส 3 ของปีนี้ สินทรัพย์ทางเลือกยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ต ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund), สินทรัพย์นอกตลาด, น้ำมัน, โลหะพื้นฐาน อาทิ ทองแดง หรือโลหะมีค่า อาทิ ทองคำ 

 

สำหรับทองคำ เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ UOB ยังคงมุมมองเชิงบวกในช่วง 1 ปีถัดจากนี้ โดยเชื่อว่าราคาทองคำมีโอกาสจะขยับขึ้นไปถึง 2,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาส 2 ปี 2025 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย UOB ประเมินว่าราคาทองคำจะอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์ในสิ้นปีนี้ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,600 ดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2025 

 

ปัจจัยบวกที่สำคัญต่อราคาทองคำมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ 

 

  1. ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่อง 
  2. ความต้องการซื้อที่ยังแข็งแกร่งของธนาคารกลางในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) และประเทศในแถบเอเชีย 

 

ธนาคารจีน ที่แม้ว่าจะชะลอการซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรอง แต่หากมองโดยภาพรวมแล้วจะเห็นว่า สัดส่วนทองคำในฐานะทุนสำรองของจีน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังคงอยู่ที่เพียง 5% ของทุนสำรองทั้งหมด

 

นอกจากปัจจัยบวกทั้งสองแล้ว โอกาสการลดดอกเบี้ยของ Fed ที่ UOB คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 25 bps ในเดือนกันยายนและธันวาคม น่าจะส่งผลบวกต่อราคาทองคำด้วยเช่นกัน

 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 2,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ Michael Unger รองประธานด้าน Investments and Planning ของ Coral Gables Trust มองว่า สถิติสูงสุดใหม่ของทองคำมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ​ (Fed) ต่ออัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ รวมถึงการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

 

ขณะที่ Patrick Yip ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการพัฒนาธุรกิจของ APMEX ซึ่งบอกว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา การลงทุนในทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.5% ต่อปี 

 

รู้จักกองทุนน่าสนใจที่ UOB แนะนำ

 

ในปัจจุบันการลงทุนทองคำผ่านกองทุนรวมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกและใช้เงินลงทุนไม่มาก แนะนำกองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ ฟันด์ – H (UOBSG – H) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ (SCBGOLD) กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 8

 

ทั้งสองกองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุนรวม ETF ทองคำต่างประเทศ ‘SPDR Gold Trust’ ซึ่งเป็นกองทุนทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ World Gold Trust Services ซึ่งถือหุ้นโดย World Gold Council (WGC) องค์กรร่วมระหว่างบริษัทผู้ผลิตทองคำระดับโลก SPDR Gold Trust จะลงทุนเฉพาะในทองคำแท่งเพียงอย่างเดียว (100% Gold Bullion) ส่งผลให้ผลตอบแทนสุทธิหลังจากหักค่าบริหารจัดการกองทุนและค่าธรรมเนียมจะค่อนข้างใกล้เคียงกับราคาทองคำแท่งในตลาดลอนดอน LBMA Gold Price PM โดยทองคำแท่งทั้งหมดได้ถูกเก็บรักษาที่ HSBC Bank ที่สหรัฐอเมริกา

 

ปัจจุบันกองทุน SPDR Gold Trust จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 4 แห่ง ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น, ตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์, ตลาดหลักทรัพย์ประเทศฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก 

 

กองทุน UOBSG – H และ SCBGOLD จะลงทุนในหน่วยลงทุนที่ซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำในตลาดโลกหักกับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน

 

จุดต่างหลักของทั้งสองกองทุนคือ นโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยกองทุน UOBSG – H มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ในขณะที่ SCBGOLD ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน 

 

การลงทุนทองคำถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือก สามารถใช้เพื่อการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากทองคำมีลักษณะของสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำสำหรับการจัดพอร์ตคือ 5-10% 

 

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อที่ปรึกษาทางการเงิน (Client Advisor) ของ UOB Privilege Banking ได้ที่ โทร. 0 2081 0999 หรือคลิก www.uob.co.th/privilegebanking

 

อ้างอิง:

 

The post หลบภัยความขัดแย้งทั่วโลกด้วยสินทรัพย์ทางเลือก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บริหารกองทุน BlackRock ชี้ว่า Bitcoin กำลังจะขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ทางเลือกนอกเหนือจากทองคำ และกลายมาเป็นสินทรัพย์ระหว่างประเทศ https://thestandard.co/blackrock-ceo-crypto-is-digital-gold/ Fri, 07 Jul 2023 03:02:25 +0000 https://thestandard.co/?p=813495 BlackRock

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (6 กรกฎาคม) Larry Fink ประธานเจ้าห […]

The post ผู้บริหารกองทุน BlackRock ชี้ว่า Bitcoin กำลังจะขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ทางเลือกนอกเหนือจากทองคำ และกลายมาเป็นสินทรัพย์ระหว่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BlackRock

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (6 กรกฎาคม) Larry Fink ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหนึ่งในกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง BlackRock กล่าวในรายการสัมภาษณ์ FOX Business ว่า คริปโตคือทองคำดิจิทัล และ Bitcoin กำลังจะมาเป็นสินทรัพย์ทางเลือกแทนทองคำ และกลายมาเป็นสินทรัพย์ระหว่างประเทศ

 

Larry เชื่อว่าหน้าที่สำคัญของคริปโตคือการทำให้สินทรัพย์อย่างทองคำเข้าสู่ความดิจิทัล (Digitization) ในหลายแง่มุมมากยิ่งขึ้น

 

Larry จึงมองว่า แทนที่นักลงทุนจะลงทุนในทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ต้านเงินเฟ้อ หรือเพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันปัญหาทางการเงินในแต่ละประเทศ (การเสื่อมของค่าเงิน) 

 

นักลงทุนสามารถลงทุนใน Bitcoin เพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ในฐานะสินทรัพย์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเลือกนอกจากทองคำได้

 

ไม่เพียงเท่านั้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา (มิถุนายน) BlackRock ยังเพิ่งยื่นเอกสารเพื่อออกกองทุน Bitcoin ETF ให้แก่ ก.ล.ต. ไปเช่นกัน

 

โดยล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ (7 กรกฎาคม) จากข้อมูลของ CoinMarketCap เผยว่า Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวบริเวณ 30,300 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าตามตลาดราว 5.9 แสนล้านดอลลาร์

 

อ้างอิง: 

The post ผู้บริหารกองทุน BlackRock ชี้ว่า Bitcoin กำลังจะขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ทางเลือกนอกเหนือจากทองคำ และกลายมาเป็นสินทรัพย์ระหว่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สินทรัพย์ทางเลือกเนื้อหอม? หลังหุ้นโลกจ่อซึมยาว | Morning Wealth 27 ต.ค. 2565 https://thestandard.co/morning-wealth-27102022/ Thu, 27 Oct 2022 01:57:12 +0000 https://thestandard.co/?p=700691 สินทรัพย์ทางเลือก

เกาะติดสถานการณ์ เฮดจ์ฟันด์ลดการใช้มาร์จิน หวั่นตลาดหุ้ […]

The post ชมคลิป: สินทรัพย์ทางเลือกเนื้อหอม? หลังหุ้นโลกจ่อซึมยาว | Morning Wealth 27 ต.ค. 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ทางเลือก

เกาะติดสถานการณ์ เฮดจ์ฟันด์ลดการใช้มาร์จิน หวั่นตลาดหุ้นผันผวนหนักจนนำไปสู่การถูกบังคับขาย นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดพบบิทคอยน์อาจเป็น Safe Haven ใหม่แทนที่ทองคำ

วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุน พูดคุยกับ ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายบริหารบริษัทในเครือ MTS Gold แม่ทองสุก

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: สินทรัพย์ทางเลือกเนื้อหอม? หลังหุ้นโลกจ่อซึมยาว | Morning Wealth 27 ต.ค. 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขยายโลกการลงทุนในภาวะผันผวน ผ่าน ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ เพื่อคว้าโอกาสเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตลงทุน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/kpb-alternative-assets/ Thu, 02 Jun 2022 01:00:14 +0000 https://thestandard.co/?p=635378 สินทรัพย์ทางเลือก

สภาวะตลาดที่ผันผวน ทำให้การจัดพอร์ตหรือการเลือกใช้กลยุท […]

The post ขยายโลกการลงทุนในภาวะผันผวน ผ่าน ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ เพื่อคว้าโอกาสเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตลงทุน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ทางเลือก

สภาวะตลาดที่ผันผวน ทำให้การจัดพอร์ตหรือการเลือกใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เคยประสบความสำเร็จก่อนหน้านี้ อาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้อีกต่อไป ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ จึงเป็นอีกหนึ่งหนทางให้นักลงทุนคว้าโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับพอร์ตลงทุนได้

 

สินทรัพย์ทางเลือก

 

การเร่งตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน รวมไปถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นและตราสารหนี้มีความผันผวนสูง และไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้อย่างที่ผ่านมา การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก หรือ Alternative Assets เป็นคำตอบที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

 

 

สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) คือสินทรัพย์การลงทุนที่นอกเหนือสินทรัพย์การลงทุนพื้นฐานอย่างหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร กองทุนรวม มีบทบาทที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในสภาวะที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง เช่น หุ้นนอกตลาด หุ้นกู้อนุพันธ์แบบ KIKO เป็นต้น

 

 

KIKO หรือ Knock In Knock Out เป็นหนึ่งในรูปแบบของ ‘หุ้นกู้อนุพันธ์’ ที่ผสมระหว่างหุ้นกู้กับอนุพันธ์ควบคู่ไปกับการขายอนุพันธ์แบบ Put Option มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นตะกร้าหุ้นไทยที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี จึงให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป

 

  • Knock-In (KI) คือการที่หุ้นที่อ้างอิงตัวใดตัวหนึ่งมีราคาปิด ณ สิ้นวัน ต่ำกว่าหรือเท่ากับกรอบขั้นต่ำที่ตกลงกันไว้ เช่น ต่ำกว่า 30% ของราคาตั้งต้น โดยจะพิจารณาทุกวัน 
  • Knock Out (KO) คือการที่ราคาหุ้นทุกตัวที่ใช้อ้างอิงเพิ่มขึ้นไปเท่ากับหรือมากกว่ากรอบราคาที่ตกลงกันไว้ โดยจะพิจารณาทุกเดือน

 

 

หุ้นกู้อนุพันธ์แบบ KIKO เหมาะกับการลงทุนในสถานการณ์ที่เราคาดว่าหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไม่เพิ่มขึ้นแรง แต่ก็ไม่ลงแรง

 

 

ผู้ลงทุนใน KIKO จะได้รับผลตอบแทนจากการจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน โดยอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับ

 

  1. ความผันผวนของตะกร้าหุ้นอ้างอิง 
  2. ระยะเวลาลงทุน 
  3. ระดับ Knock-In เปรียบเสมือนกรอบล่างที่ราคาหุ้นอ้างอิงสามารถปรับตัวลดลงได้ ก่อนที่นักลงทุนจะขาดทุนเงินต้น ซึ่งหากนักลงทุนกำหนดระดับ Knock-In ไว้ต่ำ ก็จะช่วยลดโอกาสขาดทุน แต่ก็แลกมาด้วยผลตอบแทนที่ลดลงเช่นกัน

 

 

KIKO เหมาะกับนักลงทุนที่

 

  • มองหาทางเลือกลงทุนที่มากขึ้น
  • ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากหรือหุ้นกู้ทั่วไป
  • มีมุมมองเชิงบวกหรือเป็นกลางต่อหุ้นอ้างอิง โดยในกรณีที่ดีที่สุดควรจะมีมุมมองว่า หุ้นอ้างอิงจะไม่ปรับตัวขึ้นหรือลงมากกว่ากรอบที่ตกลงกันไว้ตลอดช่วงอายุสัญญา
  • ยอมรับความเสี่ยงในการขาดทุนเงินต้นได้ หากราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวลดลงมากกว่าหรือเท่ากับกรอบที่ตกลงกันไว้ ณ วันสิ้นสุดสัญญา

 

ผู้ลงทุนควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน 

☎ KBank Contact Center: 0 2888 8888

The post ขยายโลกการลงทุนในภาวะผันผวน ผ่าน ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ เพื่อคว้าโอกาสเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตลงทุน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สินทรัพย์ทางเลือก กับช่วงตลาดผันผวน https://thestandard.co/morning-wealth-11032022-2/ Fri, 11 Mar 2022 04:43:28 +0000 https://thestandard.co/?p=604478 สินทรัพย์ทางเลือก

มุมองตลาดลงทุนที่ค่อนข้างผันผวนในช่วงไตรมาสแรก จะมีประเ […]

The post ชมคลิป: สินทรัพย์ทางเลือก กับช่วงตลาดผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ทางเลือก

มุมองตลาดลงทุนที่ค่อนข้างผันผวนในช่วงไตรมาสแรก จะมีประเด็นสำคัญและสินทรัพย์ทางเลือกอะไรที่นักลงทุนยังต้องจับตามอง พูดคุยกับ วโรฤทธิ์ จีระชน Executive Director กลุ่มวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดอ่านหนังสือชี้ชวน และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ชมคลิป: สินทรัพย์ทางเลือก กับช่วงตลาดผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลเผย นักลงทุนกระเป๋าหนักเล็งขายหุ้นทิ้งปี 2022 หวั่นรัฐปรับนโยบายภาษี หันถือครองทรัพย์สินอื่น https://thestandard.co/hard-pocketed-investors-aim-to-sell-shares/ Thu, 30 Dec 2021 07:24:54 +0000 https://thestandard.co/?p=577749 ขายหุ้น

สถานีโทรทัศน์ CNBC เปิดเผยผลสำรวจ Millionaire Survey ซึ […]

The post โพลเผย นักลงทุนกระเป๋าหนักเล็งขายหุ้นทิ้งปี 2022 หวั่นรัฐปรับนโยบายภาษี หันถือครองทรัพย์สินอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขายหุ้น

สถานีโทรทัศน์ CNBC เปิดเผยผลสำรวจ Millionaire Survey ซึ่งมุ่งสอบถามความเห็นของนักลงทุนที่มีสินทรัพย์การลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป พบ 55% ของเหล่าเศรษฐีนักลงทุนวางแผนที่จะขายหุ้นที่มีอยู่ในความครอบครองในปี 2022 หากว่าภาครัฐมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดเก็บภาษี ขณะที่ 90% ยอมรับว่าเตรียมดำเนินการบางอย่างเพื่อรับมือกับนโยบายภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ขณะเดียวกัน หากเจาะลึกลงไปตามช่วงวัยจะพบว่า เศรษฐีนักลงทุนในแต่ละเจเนอเรชันมีแผนรับมือกับนโยบายภาษีที่แตกต่างกันออกไป โดย 54% ของนักลงทุน Gen X วางแผนที่จะปรับลดสัดส่วนการถือหุ้น ขณะที่มีเพียง 29% ของนักลงทุนยุค Baby Boomer และ 38% ของยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่คิดจะปรับลดสัดส่วนการถือหุ้น

 

นอกจากนี้ นักลงทุนรุ่นใหม่ในยุค Millennials มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนสัดส่วนในพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นของตนมากกว่านักลงทุนวัยเก๋า โดยนักลงทุนรุ่นใหม่ 35% วางแผนที่จะเปลี่ยนแผนถือครองอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ 26% วางแผนที่จะขายอาคารที่ดิน และ 23% เตรียมบริจาคทำการกุศลเพื่อรับส่วนลดหย่อนภาษี โดยมีเพียง 1 ใน 3 หรือราว 23% ระบุว่า วางแผนจ่ายภาษีด้วยการเพิ่มรูปแบบการขายสินทรัพย์อย่างหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

 

ความเห็นของเหล่านักลงทุนผู้มั่งคั่งกลุ่มนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาร่างกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯ Build Back Better ซึ่งส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายดังกล่าวคือการปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดเก็บภาษีสำหรับผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

 

ผลการสำรวจครั้งนี้ยังสอบถามถึงแหล่งที่มาของการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งของนักลงทุน ซึ่งพบว่า ในกรณีที่เป็นหุ้นของบริษัทในตลาด นักลงทุนรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญกับหุ้นของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหลัก รวมถึงให้น้ำหนักความสำคัญกับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดย 83% ของนักลงทุนยุค Millennials มีคริปโตเคอร์เรนซีอยู่ในพอร์ตการลงทุนของตนเอง และมากกว่าครึ่งคือ 53% มีคริปโตอยู่ในพอร์ตอย่างน้อย 50%

 

ทั้งนี้ ผู้จัดทำแบบสำรวจแสดงความเห็นว่า การที่นักลงทุนรุ่นใหม่วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนมากกว่าคนรุ่นเก่าไม่ใช่เพราะนักลงทุนรุ่นใหม่ยอมรับความเสี่ยงไม่ได้ เพียงแต่นักลงทุนรุ่นใหม่มีมุมมองในการแสวงหาความมั่งคั่งที่แตกต่างออกไป ส่วนนักลงทุนวัยเก๋าเองก็มีการปรับพอร์ตกระจายการลงทุนที่หลากหลายอยู่แล้วในฐานะที่ลงทุนมานาน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

 

อ้างอิง:


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post โพลเผย นักลงทุนกระเป๋าหนักเล็งขายหุ้นทิ้งปี 2022 หวั่นรัฐปรับนโยบายภาษี หันถือครองทรัพย์สินอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลสำรวจชี้ชาวอังกฤษเปิดใจรับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น ส่วนใหญ่ยกให้เป็นสินทรัพย์ทางเลือก และมีแผนลงทุนเพิ่ม https://thestandard.co/crypto-currency-assets-acceptable-investment-bitcoin-uk/ Fri, 18 Jun 2021 05:03:51 +0000 https://thestandard.co/?p=501940 สินทรัพย์ทางเลือก

Financial Conduct Authority (FCA) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ […]

The post ผลสำรวจชี้ชาวอังกฤษเปิดใจรับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น ส่วนใหญ่ยกให้เป็นสินทรัพย์ทางเลือก และมีแผนลงทุนเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ทางเลือก

Financial Conduct Authority (FCA) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลอังกฤษที่กำกับดูแลนโยบายทางด้านการเงิน และบรรดาโบรกเกอร์ในสหราชอาณาจักร เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นและปริมาณการครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใหญ่ชาวอังกฤษในปัจจุบัน พบว่า จำนวนผู้ใหญ่ที่ครอบครองบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ทั่วอังกฤษในปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.3 ล้านคน จากปี 2020 ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 1.9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่มองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อการลงทุนประเภทหนึ่งมากกว่าสินทรัพย์ที่จะใช้ในการเก็งกำไร 

 

นอกจากนี้ ในการศึกษาสำรวจความเป็นเจ้าของสกุลเงินดิจิทัลครั้งที่ 4 ของ FCA ยังพบว่า จำนวนชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ที่ครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัลยังมองว่าการครอบครองดังกล่าวเป็นการพนันรูปแบบหนึ่ง ซึ่งความคิดนี้ได้ลดลงจาก 47% ในปีที่แล้วมาอยู่ที่ 38% ในปีนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยอมรับว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางเลือกลงทุนที่น่าสนใจ แต่ชาวอังกฤษส่วนใหญ่กลับมีระดับความเข้าใจเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตฯ ในระดับต่ำ 

 

สำหรับปริมาณการถือครองสกุลเงินดิจิทัลโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 260 ปอนด์มาอยู่ที่ 300 ปอนด์ (ราว 13,100 บาท) ต่อคน โดยผู้ที่ถือครองส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานมั่นคง และมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ถือครองสกุลเงินดิจิทัลมากกว่าครึ่งต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การมีสกุลเงินดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นประสบการณ์ทางบวก ดังนั้นจึงวางแผนที่จะซื้อเพิ่มเติมในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ เชลดอน มิลส์ (Sheldon Mills) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายผู้บริโภคและการแข่งขันของ FCA กล่าวว่า สิ่งสำคัญในเวลานี้ก็คือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัลว่ายังเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีกฎระเบียบกำกับดูแลตามกฎหมาย ดังนั้น ถ้าเลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ ก็ให้เตรียมใจที่จะรับความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุนไปด้วย 

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างออกมาเตือนซ้ำๆ อยู่เสมอเกี่ยวกับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและมีความผันผวนสูงเกินไป อย่างราคาบิทคอยน์ที่พุ่งสูงสุดแตะระดับ 64,899 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงกลางเดือนเมษายน กลับปรับตัวดิ่งลงแรงมาอยู่ที่ประมาณ 39,344 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มิถุนายน 


พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
อ้างอิง:

The post ผลสำรวจชี้ชาวอังกฤษเปิดใจรับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น ส่วนใหญ่ยกให้เป็นสินทรัพย์ทางเลือก และมีแผนลงทุนเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก รับธีมเปิดเมือง https://thestandard.co/alternative-assets-investment/ Fri, 04 Jun 2021 13:38:03 +0000 https://thestandard.co/?p=496624 สินทรัพย์ทางเลือก

เดือนนี้เป็นเดือนที่มีปัจจัยให้ต้องติดตามค่อนข้างมาก มี […]

The post ลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก รับธีมเปิดเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ทางเลือก

เดือนนี้เป็นเดือนที่มีปัจจัยให้ต้องติดตามค่อนข้างมาก มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภาพรวมดูแกว่งๆ ไปมา แต่รวมๆ ไม่ได้เหนือความคาดหมายของนักลงทุนมากนัก ทำให้ภาษานักเล่นหุ้นเขาเรียกกันว่าแกว่งออกข้างๆ ครับ เราลองมาเรียงกันไปโดยผมจะเริ่มจากปัจจัยต่างประเทศ แล้วตามด้วยในประเทศนะครับ

 

ปัจจัยต่างประเทศเริ่มจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันที่ 4 มิถุนายน มองเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวเลขที่ Fed มักหยิบมาใช้เป็นข้ออ้างในการดำรงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในช่วงหลัง ดังนั้นหากตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดที่ 6.2 แสนตำแหน่งอย่างมาก มองจะเป็นประเด็นที่ทำให้นักลงทุนตีความไปก่อนได้ว่า Fed อาจมีการส่งสัญญาณผ่อนคันเร่งการซื้อสินทรัพย์ในเร็วๆ นี้ได้ โดยอาจเริ่มตั้งแต่การประชุม FOMC กลางเดือนนี้เลย ซึ่งการประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ถือเป็นการประชุมรอบใหญ่ที่จะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและ Dot Plot ออกมา แต่อย่าคิดว่า Fed จะยังไม่มีการส่งสัญญาณทำ QE Tapering ออกมาในรอบนี้

 

ปัจจัยในประเทศคงหนีไม่พ้นเรื่องของประมาณการตัวเลข GDP  ไทย โดยการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ที่ได้ออกมาปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้ลงมาที่ 1.5-2.0%  โดยเป็นการปรับลดสมมติฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติลงเหลือเพียง 5 แสนคนเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยส่วนหนึ่งน่าจะถูกป้องกันได้จากการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายเม็ดเงินได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สำหรับแนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อดูแล้วก็น่าจะสูงเพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ภาพของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่แค่อาจจะนะครับ เพราะต้องยอมรับว่าความเสี่ยงของทั้งโลกยังเหมือนเดิม โควิด-19 ยังอยู่ การกลายพันธุ์ยังมาเรื่อยๆ นักลงทุนบางกลุ่มก็ยังคงมีความต้องการที่พักเงินที่ปลอดภัยอยู่ถึงแม้ผลตอบแทนจะต่ำ ต่อมาก็เป็นเรื่องของความคาดหวังว่าการฉีดวัคซีนภายในประเทศจะทำได้เร็วพอและกระจายในวงกว้างพอ ที่จะทำให้จำนวนผู้ป่วยใหม่ของไทยมีแนวโน้มลดลง

 

ถึงแม้ภาวะการลงทุนจะผันผวนไปมาตามกระแสข่าวโควิด-19 และความคาดหวังของนักลงทุนต่อการเติบโตในระยะยาวของประเทศไทย แต่สภาวการณ์แบบนี้ ซึ่งบรรยากาศการลงทุนปรับเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะถือได้ว่าเป็นสภาวะความไม่แน่นอนอันเนื่องจากการระบาดระลอกที่สามซึ่งเรากำลังประสบอยู่ ปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อภาวะการลงทุนในประเทศก็หนีไม่พ้นเรื่องต้นทุนการผลิต เนื่องจากการฟื้นตัวในหลายๆ ประเทศทำให้วัตถุดิบในการผลิต และน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับอัตราการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน

 

ส่วนปัจจัยบวกที่สำคัญมีเพียงเรื่องการฉีดวัคซีนที่เป็นความหวัง ที่จะทำให้ภาพการลงทุนฟื้นตัวไปในทางบวก นั่นเป็นที่มาว่าทำไมผมถึงมองสภาวะการลงทุนในประเทศเรายังคงผันผวนแต่ไม่ได้เลวจนเกินไป สำหรับยามนี้ธีมการลงทุนอาจจะเริ่มขยับจากธีมเปิดเมืองมาดูธีมธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากอัตราเงินเฟ้อ เช่น กลุ่มอาหารส่งออก และกลุ่มพาณิชย์ เป็นต้น

 

สำหรับประเภทสินทรัพย์เพื่อการลงทุนในรอบแบบนี้ก็อาจจะกระจาย 5-10% ไปลงในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือกองรีท โดยอาจจะต้องพิจารณาถึงประเภทสินทรัพย์ และผลตอบแทนเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงก่อนการลงทุนด้วยนะครับ

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก รับธีมเปิดเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก เดือนเมษายน 2564 https://thestandard.co/stock-market-directions-and-alternative-assets-apr-2564/ Fri, 30 Apr 2021 15:55:19 +0000 https://thestandard.co/?p=482734 สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

เดือนเมษายนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกยังคงอยู่ในทิ […]

The post สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก เดือนเมษายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

เดือนเมษายนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวก โดยตลาดหุ้นที่เติบโตเด่นสุดของฝั่งเอเชียคือ ไต้หวัน (+6.91%) ฝั่งตะวันตกเป็นดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ (+6.31%) ส่วนตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นได้เพียงเล็กน้อย (+0.19%) โดยมีเพียงตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับลดลงเล็กน้อย (-0.43%) ในเดือนที่ผ่านมานี้ ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือก น้ำมันและทองคำ ปรับขึ้นได้โดดเด่นเช่นกัน

 

สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก เดือนเมษายน 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก ไตรมาส 1/64 https://thestandard.co/stock-market-direction-and-alternative-assets-1-64/ Fri, 02 Apr 2021 00:00:43 +0000 https://thestandard.co/?p=471639 ทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

ผ่านไปแล้วสำหรับไตรมาสแรกของปี 2564 ทิศทางสินทรัพย์ลงทุ […]

The post สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก ไตรมาส 1/64 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

ผ่านไปแล้วสำหรับไตรมาสแรกของปี 2564 ทิศทางสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นภาพของการฟื้นตัวจากปีก่อน ทั้งในส่วนของตลาดหุ้นหลักๆ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ ที่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน เว้นแต่เพียง ‘ทองคำ’ ที่ราคาอ่อนตัวลงมาเกือบ 10%

 

ทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

ทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก ทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post สรุปทิศทางตลาดหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก ไตรมาส 1/64 appeared first on THE STANDARD.

]]>