สินค้ามือสอง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สินค้ามือสอง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 15 Apr 2026 11:04:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ตลาดมือสองถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.93 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 https://thestandard.co/global-secondhand-clothing-market-2030/ Wed, 15 Apr 2026 07:43:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1198149 ภาพประกอบเสื้อผ้ามือสองคุณภาพดี สะท้อนการเติบโตของตลาดแฟชั่นยั่งยืน

ThreadUp แพลตฟอร์มรีเซลออนไลน์แสดงผล Resale Report ประจ […]

The post ตลาดมือสองถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.93 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบเสื้อผ้ามือสองคุณภาพดี สะท้อนการเติบโตของตลาดแฟชั่นยั่งยืน

ThreadUp แพลตฟอร์มรีเซลออนไลน์แสดงผล Resale Report ประจำปี ซึ่งเผยให้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเสื้อผ้ามือสองและมีการประเมินว่าตลาดมือสองมีสิทธิ์มีมูลค่าสูงถึง 3.93 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 หรืออีก 4 ปีข้างหน้านี้

 

Resale Report ที่ได้รับการประเมินโดยบริษัทศึกษาวิจัยข้อมูล GlobalData แสดงให้เห็นว่าธุรกิจการขายต่อได้ขยับสถานะกลายเป็นมากกว่าเพียงแค่ ‘กระแส’ แล้วในขณะนี้ และยังได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดจากธุรกิจการซื้อขายทั่วไปมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2025 ตลาดของมือสองในสหรัฐอเมริกาเติบโตเร็วกว่าธุรกิจสินค้าหมวดหมู่เสื้อผ้าทั่วไปถึง 4 เท่า ซึ่ง James Reinhart หนึ่งในผู้บริหารของ ThredUp เผยด้วยว่าก้าวต่อไปของบริษัทในธุรกิจนี้ก็คือการค้นหาแหล่งสินค้าที่ดีที่สุดให้ลูกค้า และการใช้ AI เพื่อเชื่อมโยงสินค้าในคลังให้เข้าถึงนักช็อปรุ่นใหม่

 

เมื่ออ้างอิงจากโมเดลการตลาด รวมไปถึงการเซอร์เวย์หาข้อมูลจากผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกามากกว่า 3,200 ราย และข้อมูลวงในจาก 50 แบรนด์แฟชั่นทำให้มีคาดการณ์ว่าตลาดธุรกิจของมือสองจะเติบโตเร็วกว่าธุรกิจเสื้อผ้าทั่วไปประมาณ 2 เท่าในช่วง 5 ปีหลังจากนี้

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดของมือสองเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นนี้ก็เป็นเพราะพฤติกรรมและค่านิยมการจับจ่ายสินค้าที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยเฉพาะปัจจุบันที่โซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มออนไลน์ และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในการเลือกซื้อสินค้าของพวกเขา และยังทำให้การค้นหาสินค้ามือสองเป็นไปอย่างง่ายดายมากกว่าแต่ก่อน บวกกับเทคโนโลยีจาก AI ที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจนี้ ด้วยระบบการแนะนำสินค้า, ระบบการเสิร์ช ไปจนถึงการกำหนดราคาอัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้บริโภคที่นิยมการซื้อของมือสองเป็นพิเศษก็คือคนรุ่น Gen Z และ มิลเลนเนียล

 

ภาพ: amore_tokyo / Instagram

 

อ้างอิง https://th.fashionnetwork.com/news/Global-secondhand-market-to-reach-393-billion-by-2030-thredup,1821211.html

 

The post ตลาดมือสองถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 3.93 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทเรียนแบรนด์หรู! ทำไม Rolex ถึงไม่ขายมือสองเอง? เปิดโมเดล ‘ยืมมือดีลเลอร์’ คุมตลาดรีเซลแบบไม่ต้องแบกความเสี่ยง https://thestandard.co/luxury-brand-lesson-why-doesnt/ Wed, 31 Dec 2025 07:28:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1160442 บทเรียนแบรนด์หรู ทำไม Rolex ถึงไม่ขายมือสองเอง? เปิดโมเดล ‘ยืมมือดีลเลอร์’ คุมตลาดรีเซลแบบไม่ต้องแบกความเสี่ยง

ดูเหมือนว่า Rolex แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสอาจจะทำได้เ […]

The post บทเรียนแบรนด์หรู! ทำไม Rolex ถึงไม่ขายมือสองเอง? เปิดโมเดล ‘ยืมมือดีลเลอร์’ คุมตลาดรีเซลแบบไม่ต้องแบกความเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทเรียนแบรนด์หรู ทำไม Rolex ถึงไม่ขายมือสองเอง? เปิดโมเดล ‘ยืมมือดีลเลอร์’ คุมตลาดรีเซลแบบไม่ต้องแบกความเสี่ยง

ดูเหมือนว่า Rolex แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสอาจจะทำได้เพียงแค่ ‘เสมอตัว’ เท่านั้นในโครงการจำหน่ายนาฬิกามือสองอย่างเป็นทางการของพวกเขา แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นความตั้งใจมาตั้งแต่ต้น เพราะการยอมทิ้งผลกำไรส่วนนี้ไป กลับกลายเป็นเกราะป้องกันชื่อเสียงของแบรนด์ชั้นเยี่ยม ในขณะเดียวกันก็เป็นอาวุธสำคัญที่ใช้จัดการกับเหล่านักเก็งกำไรที่คอยปั่นป่วนตลาด

 

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน Rolex ได้ตัดสินใจก้าวเข้ามาแทรกแซงตลาดซื้อขายนาฬิกามือสองที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งในขณะนั้นเต็มไปด้วยสินค้าลอกเลียนแบบและการเก็งกำไร โดยการเปิดตัวโปรแกรมรับรองนาฬิกามือสองอย่างเป็นทางการ (Certified Pre-Owned)

 

ความเคลื่อนไหวนี้เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ WatchCharts ประเมินว่าโปรแกรมนี้จะสร้างยอดขายได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.57 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 ซึ่งสอดคล้องกับที่ Watches of Switzerland หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายหลักของ Rolex ได้เปิดเผยกับนักลงทุนในเดือนนี้ว่า นาฬิกา Rolex มือสองที่ผ่านการรับรองได้กลายเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับสองของร้านไปแล้ว

 

ในขณะที่แบรนด์หรูส่วนใหญ่ยังคงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะกระโดดลงมาเล่นในตลาดมือสอง เพราะกังวลว่าสินค้าเก่าจะมาลดทอนเสน่ห์ของสินค้าใหม่ รวมถึงไม่ชอบความโปร่งใสของราคาบนเว็บไซต์รีเซลที่มักจะโชว์ส่วนลดมหาศาล แต่ Rolex กลับแสดงให้เห็นหนทางใหม่ของอุตสาหกรรม ด้วยการดึงผู้ค้าปลีกให้อยู่ในระยะที่ควบคุมได้ พร้อมกับปกป้องแบรนด์ของตนเองไปในตัว

 

สิ่งที่น่าสนใจจากข้อมูลของ Morgan Stanley คือ ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 28% สำหรับนาฬิกามือสองที่ได้รับการรับรองว่าเป็น ‘ของแท้’ จาก Rolex เมื่อเทียบกับนาฬิกาที่ไม่ได้รับการรับรอง ผู้ซื้อยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความมั่นใจว่าจะไม่โดนหลอกขายของปลอม และที่สำคัญสำหรับนาฬิกากลไกคือ ความมั่นใจว่านาฬิกาเรือนนั้นได้รับการดูแลรักษาและทำงานได้อย่างสมบูรณ์

 

ความบิดเบี้ยวของกลไกตลาดทำให้ Rolex บางรุ่นมีราคามือสองแพงกว่ามือหนึ่ง เนื่องจากความต้องการที่มีมากกว่ากำลังการผลิตมหาศาล จนเกิดบัญชีรายชื่อรอคิวสำหรับนาฬิกาใหม่ที่มีเพียงราว 1.2 ล้านเรือนต่อปี ทำให้บรรดานักสะสมยอมจ่าย ‘ค่าพรีเมียม’ ในตลาดมือสองเพื่อให้ได้นาฬิกามาครอบครองทันที

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ Rolex GMT-Master II รุ่นขอบหน้าปัดสีแดงและน้ำเงิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Pepsi’ ซึ่งราคาขายมือหนึ่งในร้านรวมภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 12,150 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.82 แสนบาท) แต่ในเว็บไซต์รีเซลทั่วไปราคากระโดดไปอยู่ที่ 22,750 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.16 แสนบาท) และหากเป็นเรือนที่ได้รับการรับรองจาก Rolex ราคาจะพุ่งไปถึง 26,750 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.42 แสนบาท)

 

แม้จะมีส่วนต่างราคาที่หอมหวาน แต่ Rolex กลับมองโปรแกรมมือสองนี้เป็นเครื่องมือรักษาภาพลักษณ์มากกว่าแหล่งรายได้ใหม่ โครงสร้างของแผนถูกออกแบบมาให้ผู้ค้าปลีกอิสระอย่าง Watches of Switzerland และ 1916 Company ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เป็นผู้ลงแรงเกือบทั้งหมดและรับผลตอบแทนทางการเงินไป

 

ผู้ค้าปลีกเหล่านี้มีหน้าที่จัดหานาฬิกามือสอง ตรวจสอบความถูกต้อง และซ่อมบำรุงให้ได้ตามมาตรฐานของแบรนด์ จากนั้น Rolex จะทำหน้าที่เพียงออกใบรับรองของแท้และให้การรับประกัน 2 ปี โดยที่ ‘ผู้ค้าปลีก’ จะเป็นคนกำหนดราคาขาย ไม่ใช่ Rolex

 

โมเดลธุรกิจแบบนี้ดูสมเหตุสมผลและชาญฉลาด เพราะเมื่อเทียบกับตอนที่ผู้ผลิตนาฬิกาหรูอย่าง Audemars Piguet เปิดตัวโปรแกรมมือสองและกำหนดราคาเอง กลับสร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริโภค จนเกิดฉันทามติในอุตสาหกรรมว่า แบรนด์ควรกำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด แต่ควรปล่อยให้คนอื่นเป็นผู้ดำเนินงานขาย

 

การรักษาระยะห่างเช่นนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับ Rolex เพราะยอดขายกว่า 90% เกิดขึ้นผ่านผู้ค้าปลีกภายนอก ซึ่งคล้ายกับ Patek Philippe ที่มีการขายตรงน้อยมาก โครงสร้างนี้ยังช่วยให้ Rolex ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการสต๊อกสินค้ามือสอง ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากเมื่อพิจารณาจากความผันผวนของมูลค่าในตลาดรอง

 

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ Rolex ต้องลงมาเล่นในเกมนี้ คือการปกป้องธุรกิจในตลาดหลัก เพราะ Rolex คือแบรนด์นาฬิกาหรูที่ถูก ‘ปลอมแปลง’ มากที่สุดในโลก หากลูกค้าถูกหลอกด้วยของปลอม ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดนาฬิกาหรูทั่วโลกถึง 32% การมีโปรแกรมรับรองสินค้าจึงเป็นการมอบพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้ซื้อ และช่วยพยุงมูลค่าในตลาดรีเซลให้สูงอยู่เสมอ ซึ่งสะท้อนกลับมาเป็นผลดีต่อแบรนด์

 

สำหรับแบรนด์นาฬิกา ธุรกิจมือสองนั้นใหญ่เกินกว่าจะมองข้าม Oliver Müller ผู้ก่อตั้ง LuxeConsult ประเมินว่าการซื้อขายนาฬิกาสวิสมือสองจะมีมูลค่าแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.87 แสนล้านบาท) ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของขนาดตลาดมือหนึ่ง ในขณะที่ธุรกิจรีเซลเสื้อผ้าและกระเป๋าหรูยังมีมูลค่าเพียง 13% ของตลาดหลักเท่านั้น

 

หากผู้คนยอมจ่ายเงินเพิ่มหลายพันดอลลาร์เพื่อแลกกับความมั่นใจว่าเป็น Rolex ของแท้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะยอมจ่ายค่าพรีเมียมสำหรับการรับประกันจากแบรนด์อื่นๆ เช่นกัน โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงอย่างกระเป๋า Hermès Birkin หรือนาฬิกา Patek Philippe

 

บทเรียนจาก Rolex อาจไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์หรูอื่นๆ อยากได้ยินนัก นั่นคือการทำความเข้าใจและควบคุมตลาดรีเซลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อาจกลายเป็นสิ่งที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่พวกเขาก็ไม่ควรคาดหวังผลกำไรที่เป็นกอบเป็นกำจากความพยายามเหล่านี้

 

อ้างอิง:

 

The post บทเรียนแบรนด์หรู! ทำไม Rolex ถึงไม่ขายมือสองเอง? เปิดโมเดล ‘ยืมมือดีลเลอร์’ คุมตลาดรีเซลแบบไม่ต้องแบกความเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินค้าหรูมือสองทั่วโลกโตพุ่ง 3 เท่า! แพลตฟอร์มเร่งใช้ AI ตรวจความแท้ หลังของปลอมผลิตเนียนขึ้น จนแบรนด์ยังพลาดซ่อม https://thestandard.co/luxury-resale-growth-ai-authentication/ Sat, 18 Oct 2025 09:58:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1132308 สินค้าหรูมือสองทั่วโลกโตพุ่ง 3 เท่า แพลตฟอร์มเร่งใช้ AI ตรวจความแท้ หลังของปลอมผลิตเนียนขึ้น จนแบรนด์ยังพลาดซ่อม

ตลาดสินค้าแฟชั่นและสินค้าหรูมือสองทั่วโลกเติบโตอย่างก้า […]

The post สินค้าหรูมือสองทั่วโลกโตพุ่ง 3 เท่า! แพลตฟอร์มเร่งใช้ AI ตรวจความแท้ หลังของปลอมผลิตเนียนขึ้น จนแบรนด์ยังพลาดซ่อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินค้าหรูมือสองทั่วโลกโตพุ่ง 3 เท่า แพลตฟอร์มเร่งใช้ AI ตรวจความแท้ หลังของปลอมผลิตเนียนขึ้น จนแบรนด์ยังพลาดซ่อม

ตลาดสินค้าแฟชั่นและสินค้าหรูมือสองทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยอัตราเฉลี่ยปีละ 10% ซึ่งสูงกว่าตลาดสินค้าหรูมือหนึ่งถึง 3 เท่า โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรีเซลทั่วโลกอาจพุ่งแตะระดับ 3.6 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 2.1 แสนล้านดอลลาร์ อิงตามรายงานร่วมของ Boston Consulting Group (BCG) และ Vestiaire Collective

 

การเติบโตนี้ทำให้ ความเชื่อมั่นของสินค้า กลายเป็นหัวใจสำคัญและเป็นมาตรฐานใหม่ที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัว เนื่องจากกระบวนการปลอมแปลงสินค้าปลอมมีความซับซ้อนขึ้น จนแม้แต่แบรนด์หรูบางครั้งยังไม่สามารถตรวจจับได้ และเคยมีกรณีถึงขั้นเผลอซ่อมสินค้าปลอมให้ลูกค้าโดยไม่รู้ตัว

 

ภัยคุกคามจากสินค้าปลอม และกฎ ‘ผู้ซื้อต้องระวัง’

 

แจวฮวา ชเว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแพลตฟอร์มออนไลน์ Bunjang จากเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า มีการเตือนภัยบนโลกออนไลน์บ่อยครั้ง เช่น ผู้ซื้อที่ต้องเสียเงินหลักแสนเพื่อซื้อกระเป๋า Hermès ปลอม หรือนาฬิกา Rolex ที่ถูกสลับชิ้นส่วนของแท้กับของปลอม โดยเฉพาะ ‘Superfakes’ ซึ่งเป็นของปลอมที่เหมือนจริงสูงมากและบางครั้งใช้วัสดุจากซัปพลายเออร์รายเดียวกับแบรนด์ของแท้ ทำให้ผู้บริโภคกังวลเพิ่มขึ้น

 

ถึงแม้ตลาดจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคยังคงอยู่ภายใต้กฎในภาษาละตินที่เรียกว่า ‘Caveat Emptor’ หรือ ผู้ซื้อต้องระวังตัวเอง ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์หรูแต่ละครั้งด้วยตัวเอง

 

เพื่อตอบโจทย์ความกังวล แพลตฟอร์มร้านรีเซลแบรนด์หรูทั่วโลกจึงเริ่มลงทุนพัฒนาระบบตรวจสอบความแท้อย่างจริงจัง เริ่มจาก Carousell Luxury แพลตฟอร์มออนไลน์สัญชาติ สิงคโปร์ ได้เปิดร้านและจัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบสินค้าหรูก่อนนำขึ้นจำหน่าย

 

โดย นายเทรเซอร์ แทน ผู้อำนวยการฝ่ายขาย การตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ กล่าวว่า ทีมงานจะตรวจสอบทั้งวัสดุ ลวดลายการเย็บ รอยประทับโลโก้ และสัญลักษณ์ ต่าง ๆ อย่างละเอียด พร้อมนโยบาย รับประกันคืนเงินเต็มจำนวน หากพบว่าสินค้าไม่ใช่ของแท้ รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลเฉพาะครอบคลุมสินค้ากว่า 500 รูปแบบ โดยสินค้ามูลค่าสูงจะต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน และจะไม่ยอมให้นำสินค้าที่มีข้อสงสัยขึ้นขายบนแพลตฟอร์มโดยเด็ดขาด

 

เช่นเดียวกับ Bunjang แพลตฟอร์มจากเกาหลีใต้ ได้พัฒนา ระบบตรวจสอบความแท้ ที่ผสานการตรวจสอบด้วยสายตาแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และ AI ที่ได้รับการฝึกด้วยฐานข้อมูลหลายแสนชุด โดยระบบนี้มีความแม่นยำสูงถึง 99.9% และยังสามารถเรียนรู้เพื่อรับมือเทคนิคการปลอมแปลงที่ซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เรียกได้ว่าทั้ง Carousell และ Bunjang ต่างเห็นตรงกันว่า การตรวจสอบความแท้ คือเครื่องมือสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดย Bunjang รายงานว่าปัจจุบันสินค้าหรูคิดเป็น 25% ของมูลค่าการซื้อขายรวมบนแพลตฟอร์มมูลค่ารวม 1.1 พันล้านดอลลาร์ และยอดซื้อสินค้าหรูในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ก็เพิ่มขึ้นถึง 30% จากปีก่อนหน้า

 

แรงจูงใจไม่ใช่แค่ราคา แต่คือการสร้าง ‘เอกลักษณ์เฉพาะตัว’

 

ด้านรายงานของ BCG ชี้ว่า เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าหรูมือสองคือ ความคุ้มค่า แต่แรงจูงใจไม่ได้มีแค่เรื่องราคาเท่านั้น สอดรับกับ ซาแมนธา เวิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดของ Vestiaire Collective ระบุว่า ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาสินค้าแบรนด์หรูหายาก หรือ คอลเลกชันที่เลิกผลิตไปแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ที่เน้นการสร้าง เอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้กับตนเองมากขึ้น

 

นอกจากนี้ กลุ่ม Gen Millennials และ Gen Z ยังเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสินค้าหรูมือสอง เนื่องจากมีพฤติกรรม ‘ซื้อ ใช้ และขายต่อ’ อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อสินค้าแบรนด์เนม

 

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำภาพอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากการครอบครองเพื่อแสดงฐานะ ไปสู่การซื้อเพื่อคุณค่าและเสริมความมั่นใจ โดยมี การตรวจสอบความแท้ เข้ามาเป็น มาตรฐานทองคำ ของยุคใหม่ในตลาดสินค้าหรูมือสองทั่วโลก

 

ภาพ: Xeniia X/shutterstock

อ้างอิง:

The post สินค้าหรูมือสองทั่วโลกโตพุ่ง 3 เท่า! แพลตฟอร์มเร่งใช้ AI ตรวจความแท้ หลังของปลอมผลิตเนียนขึ้น จนแบรนด์ยังพลาดซ่อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Pop Mart ยินดีราคามือสอง ‘ลาบูบู้’ เริ่มแผ่ว เชื่อโมเดลเก็งกำไรไม่ยั่งยืน https://thestandard.co/pop-mart-labubu-resale-price-drop/ Sat, 27 Sep 2025 06:48:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1123714

ก่อนหน้านี้ ลาบูบู้ (Labubu) หนึ่งใน Art Toy สุดฮิตจาก […]

The post Pop Mart ยินดีราคามือสอง ‘ลาบูบู้’ เริ่มแผ่ว เชื่อโมเดลเก็งกำไรไม่ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนหน้านี้ ลาบูบู้ (Labubu) หนึ่งใน Art Toy สุดฮิตจาก Pop Mart สร้างกระแสไปทั่วโลก จนทำให้ราคาซื้อขายในตลาดมือสองของบางรุ่นพุ่งสูง จากข้อมูลของ Nomura พบว่ากล่องสุ่มรุ่นพิเศษรุ่นหนึ่งมีราคาขายต่อสูงกว่าราคาหน้าร้านถึง 2,000%

 

ล่าสุด เริ่มมีสัญญาณว่าตลาดมือสองของ Art Toy เหล่านี้กำลังสูญเสียแรงส่ง พ่อค้าคนกลางกำลังเทขาย แต่ Pop Mart บริษัทสัญชาติจีนที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ กล่าวว่าการลดลงของราคามือสองเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ

 

“ผลิตภัณฑ์ของเราสร้างขึ้นสำหรับผู้คนที่เชื่อมโยงกับศิลปะและความสุขที่มันนำมาให้อย่างแท้จริง และเราดีใจที่ได้เห็นความหลงใหลนั้น การทำให้ศิลปะนี้เข้าถึงได้คือหัวใจสำคัญสำหรับเรา” Pop Mart ระบุผ่านอีเมลที่ส่งถึง CNBC

 

“หากการซื้อมีวัตถุประสงค์เพื่อทำกำไรเพียงอย่างเดียว โมเดลนี้จะล่มสลายในที่สุด” บริษัทกล่าวเสริม

 

แอชลีย์ ดูดาเรน็อก ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยในจีน ChoZan กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ Pop Mart ปล่อยให้ราคาขายต่อพุ่งสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นความต้องการ แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปสู่โมเดลที่มั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น

 

“ตลาดมือสองของ Labubu ช่วยเพิ่มความนิยมของของเล่นได้อย่างมีนัยสำคัญ” ดูดาเรน็อกกล่าว “ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ดีต่ออนาคตในระยะยาว เพราะมันทำให้ลูกค้าตัวจริงของคุณ ลูกค้าระยะยาวของคุณ รู้สึกแปลกแยก และ Pop Mart ก็ไม่ต้องการที่จะเป็นแค่กระแสชั่วครั้งชั่วคราว”

 

ราคาขายต่อของลาบูบู้เริ่มลดลงหลังจากที่ Pop Mart เร่งกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการ บริษัทบอกกับ CNBC หลังจากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพ่อค้าคนกลาง

 

ตอนนี้ Pop Mart ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในปักกิ่ง ผลิต Art Toy ประมาณ 30 ล้านตัวต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าระดับการผลิตของปีที่แล้วถึง 10 เท่า

 

“ผมคิดว่าพ่อค้าคนกลางกำลังระบายสต็อกสินค้าออกมาเพราะพวกเขากลัวว่าถ้าสต็อกไว้มากเกินไป” ห่าว ฮง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ Lotus Asset Management กล่าว

 

ด้าน เจฟฟ์ จาง นักวิเคราะห์หุ้นของ Morningstar มองว่าตลาดรองเป็นมาตรวัดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ร้อนแรงที่สุดของ Pop Mart เมื่ออุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ตลาดมือสองจะกลายเป็นสถานที่สำหรับการทำธุรกรรม และเป็นมาตรวัดที่สำคัญว่าความสนใจกำลังมุ่งไปทางไหน

 

ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ Pop Mart ร่วงลง 16% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% นับตั้งแต่ต้นปี

 

Pop Mart ตระหนักดีว่าความนิยมในตัวละครใดตัวละครหนึ่งมีอายุขัยที่จำกัด และบริษัทไม่ได้ทำกำไรจากตลาดมือสองโดยตรง นักวิเคราะห์จาก Morningstar ชี้ว่าบริษัทจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากกระแสความนิยมในขณะที่มันยังคงอยู่

 

กลยุทธ์ของ Pop Mart ในการก้าวข้ามฟองสบู่จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในการสร้างแอนิเมชันของตัวเอง เพื่อสร้างบุคลิกและเรื่องราวเบื้องหลังให้กับตัวละครต่างๆ ให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

การร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Uniqlo, Disney และ Coca-Cola รวมถึงการเปิดสวนสนุกของตนเอง รวมทั้งการขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น นอกเหนือจากโมเดลกล่องสุ่มที่เคยสร้างความสำเร็จ แต่ก็เผชิญกับความกังวลด้านกฎระเบียบในจีน

 

บททดสอบที่แท้จริงสำหรับ Pop Mart ในวันนี้ จึงไม่ใช่การรักษาความร้อนแรงของลาบูบู้ให้นานที่สุด แต่คือการพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างกระแสครั้งใหม่ได้สำเร็จหรือไม่

 

อ้างอิง:

The post Pop Mart ยินดีราคามือสอง ‘ลาบูบู้’ เริ่มแผ่ว เชื่อโมเดลเก็งกำไรไม่ยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูลค่าตลาดแฟชั่นมือสองมีสิทธิ์สูงขึ้นถึง 367 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 https://thestandard.co/secondhand-fashion-367b-2029/ Mon, 24 Mar 2025 01:02:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1055380

แพลตฟอร์มรีเทลออนไลน์อย่าง ThredUp เปิดเผยผลการรายงาน R […]

The post มูลค่าตลาดแฟชั่นมือสองมีสิทธิ์สูงขึ้นถึง 367 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 appeared first on THE STANDARD.

]]>

แพลตฟอร์มรีเทลออนไลน์อย่าง ThredUp เปิดเผยผลการรายงาน Resale Report ประจำปีที่ทำร่วมกับ GlobalData ที่มีข้อมูลว่า ตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นมือสองจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และจะมีมูลค่าสูงถึง 367 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่สูงขึ้น 10%

 

จากผลการรายงาน Resale Report ของ ThredUp พบว่าตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นมือสองมียอดขายแซงหน้าตลาดร้านรีเทลเสื้อผ้าทั่วไปถึง 5 เท่าในปี 2024 โดยตลาดเสื้อผ้ามือสองในสหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตขึ้น 14% และเป็นเปอร์เซ็นต์การเติบโตที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 หรือช่วงก่อนยุคโควิด

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดมือสองได้รับความนิยมมากขึ้นมาจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามเศรษฐกิจของผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภค 59% เผยว่า ถ้าหากนโยบายภาษีและนโยบายการซื้อขายทำให้เสื้อผ้ามือหนึ่งมีราคาแพงขึ้น พวกเขาจะหันไปจับจ่ายกับเสื้อผ้ามือสองแทน โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นมิลเลนเนียล

 

ขณะนี้หลายแบรนด์ก็ต้องเริ่มพยายามปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้ากับเทรนด์ใหม่นี้แล้ว โดย 94% ของร้านรีเทลเผยข้อมูลว่า ลูกค้าของพวกเขามีส่วนร่วมในการนำสินค้าไปขายต่อสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกัน 32% ของเหล่านักช้อปมือสองก็ซื้อของโดยตรงจากแบรนด์ โดยที่กลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลเกือบ 50% ก็ทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นโซเชียลมีเดียก็มีบทบาทสำคัญกับตลาดเสื้อผ้ามือสองด้วยเช่นกัน อย่างช่วงปีที่ผ่านมานักช้อปรุ่นเยาว์กว่า 39% ต่างซื้อเสื้อผ้ามือสองผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซกันทั้งสิ้น อีกทั้งคนรุ่น Gen Z กับมิลเลนเนียลยังซื้อของมือสองมาเพื่อสร้างและแชร์คอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียของตัวเอง

 

Artificial Intelligence หรือ AI ก็มีผลทำให้ตลาดเสื้อผ้ามือสองเติบโตขึ้น ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีที่สามารถประมวลผลให้บริการส่วนบุคคล ตามหาข้อมูล และการค้นพบข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้การซื้อของมือสองมีความสะดวกและง่ายดายมากกว่าแต่ก่อน โดยขณะนี้ร้านรีเทล 78% ได้พากันลงทุนเงินจำนวนมหาศาลกับ AI ในขณะที่ร้านรีเทล 58% ก็มีแพลนที่จะเปิดตัวเครื่องมือ AI กันภายในปีหน้า

 

ภาพ: Jonas Gratzer / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post มูลค่าตลาดแฟชั่นมือสองมีสิทธิ์สูงขึ้นถึง 367 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Made By Legacy ครั้งที่ 17 ย้ายไปจัดที่โกดัง Wharf 38 เริ่มวันที่ 24-26 มกราคมนี้ https://thestandard.co/made-by-legacy-wharf-38/ Tue, 14 Jan 2025 01:56:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1030144 Made By Legacy

เจอกันตั้งแต่ต้นปี กับงานรวมตัวคนรักของวินเทจ ‘Made By […]

The post Made By Legacy ครั้งที่ 17 ย้ายไปจัดที่โกดัง Wharf 38 เริ่มวันที่ 24-26 มกราคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Made By Legacy

เจอกันตั้งแต่ต้นปี กับงานรวมตัวคนรักของวินเทจ ‘Made By Legacy’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ถ้าใครรู้ตัวว่าเป็นแฟนคลับของมือสอง ชื่นชอบของวินเทจ รักการแฮงเอาต์ท่ามกลางผู้คนและไวบ์ดีๆ ในบรรยากาศริมแม่น้ำ ต้องห้ามพลาดงานนี้เลย

 

ในงาน Made By Legacy เต็มไปด้วยของวินเทจต่างๆ ให้เดินเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน แผ่นไวนิล กล้อง งานศิลปะ ของทำมือ หรือเครื่องประดับ แถมยังมาพร้อมร้านอาหาร บูธเครื่องดื่ม และดีเจที่จะทำให้งานนี้สนุกสนานขึ้นตลอดเย็นจรดค่ำ

 

อีกทั้งในครั้งนี้งานย้ายไปจัดที่ใหม่ ณ โกดัง Wharf 38 ด้านหลังไทวัสดุ พระราม 3 โดยทุกคนสามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ (มีที่จอดรถ) หรือนั่ง BRT มาลงที่สถานีวัดดอกไม้ และเดินต่ออีกนิดเดียวเท่านั้น

 

งานนี้มีค่าเข้า บัตรราคา 150 บาทต่อวัน สามารถซื้อที่หน้างานได้เลย (เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี เข้างานฟรี) และหากใครมีสัตว์เลี้ยงก็สามารถพามาได้เช่นกัน เนื่องจากงานนี้ Pet Friendly

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Made By Legacy : New Old Community

The post Made By Legacy ครั้งที่ 17 ย้ายไปจัดที่โกดัง Wharf 38 เริ่มวันที่ 24-26 มกราคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดสินค้าหรูมือสองในจีนกำลังถูกเขย่าครั้งใหญ่ หลัง 2 แพลตฟอร์มอย่าง Zhuanzhuan และ Plum ประกาศควบรวม https://thestandard.co/merger-shakes-up-china-s-pre-owned-luxury-landscape/ Sat, 26 Oct 2024 08:28:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1000449 ตลาดสินค้าหรูมือสอง

อย่างที่รู้กันว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนกลายเป็นกลุ่มผ […]

The post ตลาดสินค้าหรูมือสองในจีนกำลังถูกเขย่าครั้งใหญ่ หลัง 2 แพลตฟอร์มอย่าง Zhuanzhuan และ Plum ประกาศควบรวม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดสินค้าหรูมือสอง

อย่างที่รู้กันว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคสินค้าหรูรายใหญ่ของโลก แบรนด์ใหญ่เข้าไปจับจองพื้นที่ในใจชาวจีนมากมาย แต่ตลาดแบรนด์เนมมือสองของจีนกลับเพิ่งตั้งไข่และมีแววว่าจะเจริญเติบโตอย่างมหาศาลในอนาคต

 

ในประเทศผู้บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยหลักๆ อย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น สินค้าฟุ่มเฟือยมือสองคิดเป็น 31% และ 28% ตามลำดับ ในขณะที่จีนมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น โดยความต้องการกำลังเพิ่มสูงขึ้นจากเหล่า Gen Z ในเมืองใหญ่ที่คิดเป็น 65% ของผู้ใช้จ่ายในตลาดมือสองทั้งหมด ดันให้มูลค่ารวมของตลาดสูงถึง 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025 จาก 8 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2020 ตามรายงานของ iResearch

 

ปรากฏการณ์ก้าวกระโดดเกิดขึ้นในปี 2022 เมื่อชาวจีนนำสินค้ามือสองไปขายเพิ่มขึ้น 40% เนื่องจากภาวะกดดันทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เกิดการขยายตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยมือสองในท้องถิ่น อีกส่วนหนึ่งมาจากการโปรโมตของเหล่า KOL และความนิยมของมือสองในหมู่นักช้อปอายุน้อย จนมีผู้บริโภคแฟชั่นมือสองเพิ่มขึ้นทุกเดือน

 

ในปี 2020 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสินค้ามือสอง เช่น Secoo, Hongbulin หรือ Plum และ POIZON กลายเป็นช่องทางให้นักลงทุนลงเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตลาดของมือสองในจีนก็ประสบปัญหาเดิมๆ ทั้งเรื่องการดำเนินงาน ค่าคอมมิชชันสูง การขนส่งล่าช้า และปัญหาการปลอมแปลง ซึ่งในโซเชียลมีเดียจีนอย่าง Xiaohongshu นั้นมีมากกว่า 20,000 โพสต์ที่วิพากษ์วิจารณ์แอปเหล่านี้ ข้อมูลจากปี 2019 ชี้ให้เห็นว่ามีสินค้าฟุ่มเฟือยเพียง 33.6% ในจีนที่ได้รับการตรวจสอบว่าเป็นของแท้

 

ข่าวใหญ่ในแวดวงสินค้าหรูมือสองเมื่อเร็วๆ นี้คือการควบรวมกิจการระหว่าง Zhuanzhuan และ Plum ที่อาจเปลี่ยนแปลงตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยมือสองของจีน โดยเพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องและความต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาย่อมเยา

 

ก่อนหน้านี้ Zhuanzhuan เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มือสองเป็นหลัก ประกาศซื้อกิจการ Plum แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสินค้าหรูมือสองแบบผู้บริโภคถึงผู้บริโภค (C2C) โดยวางตำแหน่ง Plum กลายเป็นคู่แข่งแพลตฟอร์มระดับอินเตอร์อย่าง Vestiaire Collective และ The RealReal ซึ่งกำลังพยายามดึงดูดความสนใจลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่

 

การเข้าซื้อ Plum ของ Zhuanzhuan เกิดขึ้นหลังจากลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในแพลตฟอร์มนี้เมื่อปี 2021 ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาดสินค้าหรูมือสองของจีนจนถึงปัจจุบัน โดยจะผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการขายต่อสินค้าหรูของ Plum เข้ากับความแมสของ Zhuanzhuan

 

ตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยมือสองของจีนยังมีความท้าทายด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ซื้อ แม้แต่แพลตฟอร์มใหญ่ๆ อย่าง Vestiaire Collective ที่เติบโตในตลาดฮ่องกงแต่กลับประสบปัญหาในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะผู้บริโภคในจีนชอบแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่มีสภาพเกือบสมบูรณ์แบบ ทำให้เป็นเรื่องยากของ Vestiaire Collective และ The RealReal ที่มักจะมีทั้งสินค้าคอลเล็กชันใหม่มือสองและของวินเทจผสมกัน อีกส่วนคือความดุเดือดของการแข่งขันเรื่องราคาที่ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ของโลกทำกำไรได้ไม่มากเท่าที่ควร

 

การควบรวมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์กระจายธุรกิจเพื่อชิงตลาดสินค้ามือสองมูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านดอลลาร์ และรวบรวมตลาดที่กระจัดกระจายให้มีเจ้าตลาดเพียงหนึ่งเดียว โดยจะผสมผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ แล้วเสริมด้วยกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ซื้อ

 

ก่อนหน้านี้กระเป๋าแบรนด์ระดับไฮเอนด์เป็นที่ต้องการในตลาดจีนในแง่การลงทุนเพราะราคามักเพิ่มขึ้นกว่าตอนซื้อมา แต่ข้อมูลล่าสุดจาก The RealReal ชี้ให้เห็นว่าความต้องการแบรนด์ดังอย่าง CHANEL, Gucci และ Louis Vuitton ในการขายต่อกำลังลดลง ขณะที่แบรนด์ราคาไม่แพงมากอย่าง Miu Miu และ Bottega Veneta กลับได้รับความนิยม สะท้อนให้เห็นผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กำลังกระตุ้นให้ชนชั้นกลางระมัดระวังการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น

 

เป็นที่น่าจับตามองว่าด้วยการผสมผสานความเชี่ยวชาญของ Zhuanzhuan และ Plum ในครั้งนี้จะมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงตลาดสินค้าหรูมือสองในจีนได้อย่างไร จะสร้างสมดุลระหว่างมูลค่า ความไว้วางใจ และคุณภาพในตลาดได้หรือไม่ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงมีอยู่

 

ภาพ: Westend61 / Getty Images

อ้างอิง:

 

The post ตลาดสินค้าหรูมือสองในจีนกำลังถูกเขย่าครั้งใหญ่ หลัง 2 แพลตฟอร์มอย่าง Zhuanzhuan และ Plum ประกาศควบรวม appeared first on THE STANDARD.

]]>
iPhone มือสองในญี่ปุ่นขายดีสุด! ยอดขายพุ่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกซื้อ เพราะราคาถูกกว่าเครื่องใหม่ https://thestandard.co/used-iphones-boom-japan-tourism/ Sun, 20 Oct 2024 08:51:22 +0000 https://thestandard.co/?p=998210

ตลาดสมาร์ทโฟนมือสองในญี่ปุ่นคึกคัก พบ iPhone มือสองขายด […]

The post iPhone มือสองในญี่ปุ่นขายดีสุด! ยอดขายพุ่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกซื้อ เพราะราคาถูกกว่าเครื่องใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดสมาร์ทโฟนมือสองในญี่ปุ่นคึกคัก พบ iPhone มือสองขายดีสุด รายได้ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติตัดสินใจซื้อ เพราะราคาถูกกว่ามือถือรุ่นใหม่ที่มีราคาแพงขึ้นทุกปี

 

จากรายงานของบริษัทวิจัยในโตเกียวระบุว่า ปัจจุบันภาพรวมยอดขายสมาร์ทโฟน มือสองมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น 3.15 ล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 6 โดยปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนยอดขายมาจากการซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

โดยคาดการณ์ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าการเติบโตของสมาร์ทโฟนมือสองจะขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจแตะระดับ 4.38 ล้านเครื่องในปี 2028 ทั้งหมดเป็นผลมาจากราคาสมาร์ทโฟนรุ่นที่เปิดตัวใหม่ปรับราคาขึ้นทุกๆ ปี เพื่อรองรับเงินเยนอ่อนค่าและต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แม้แต่ Apple หลังจากเปิดตัว iPhone 16 รุ่นล่าสุดในเดือนกันยายน ก็สร้างเสียงฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ก็ยังมีผู้บริโภคอีกจำนวนมากยังรู้สึกลังเลที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนที่มีมูลค่าสูง

 

ฮิเดะอากิ โยโกตะ รองประธานของ MM Research กล่าวว่า หลายคนเริ่มรู้สึกสบายใจกับการใช้สินค้ามือสองกันมากขึ้น เพราะสมาร์ทโฟนมือสองสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกัน โดยเห็นได้ชัดจากนักท่องเที่ยวจีนและประเทศอื่นๆ ที่เลือกซื้อ iPhone มือสองที่อยู่ในสภาพดี

 

ปัจจุบันส่วนแบ่งของสมาร์ทโฟนมือสองในยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมดของญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 10.8% ในปีงบประมาณ 2024 ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้น

 

ด้าน Belong Inc. บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการขายสมาร์ทโฟนมือสอง เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจก็ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนมือสองเพิ่มขึ้นเช่นกัน พร้อมนำมาใช้ในงานต่างๆ เช่น การจัดการสินค้าคงคลังในร้านอาหาร หรือการบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ในภาคการดูแลสุขภาพ

 

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนตลาดสมาร์ทโฟนมือสอง คณะผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงการสื่อสารเสนอในเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า ควรห้ามไม่ให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนมือสอง แม้เจ้าของเดิมจะยังค้างชำระค่าบริการอยู่ก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post iPhone มือสองในญี่ปุ่นขายดีสุด! ยอดขายพุ่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกซื้อ เพราะราคาถูกกว่าเครื่องใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนจีนยังประหยัดเงินในกระเป๋า! หันไปนิยมซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือสองจนกระทบยอดขายแบรนด์หรู https://thestandard.co/china-shoppers-still-want-luxury-but-they-re-ok-with-secondhand/ Wed, 01 May 2024 09:08:08 +0000 https://thestandard.co/?p=928842

ผู้บริโภคคนจีนยังประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่นิยมซื้อสินค้าฟุ่ […]

The post คนจีนยังประหยัดเงินในกระเป๋า! หันไปนิยมซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือสองจนกระทบยอดขายแบรนด์หรู appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้บริโภคคนจีนยังประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่นิยมซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเหมือนอดีต เบนเข็มไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือสอง อาจกระทบยอดขายแบรนด์หรู ไม่เว้นแม้แต่ Louis Vuitton และ Gucci คาดการณ์ยอดขายไตรมาสแรกลดลง

 

Nikkei Asia รายงานว่า จากสัญญาณและทิศทางเศรษฐกิจในจีนเติบโตช้ากว่าเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคภายในประเทศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และหันมาเลือกซื้อสินค้าราคาถูกมากขึ้น ทำให้ปี 2024 ตลาดสินค้าแบรนด์เนมมือสองในประเทศจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

หากย้อนไปใน 4-5 ปีที่ผ่านมา รสนิยมของผู้บริโภคชาวจีนนิยมซื้อสินค้าแบรนด์เนม เพราะต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้น และด้วยความที่ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ ทำให้แบรนด์หรู เริ่มตั้งแต่ Hermès, CHANEL, Louis Vuitton, Gucci, Prada และ Dior ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

 

สอดคล้องกับที่ Zhao Weilin นักวิจัยอาวุโสของสถาบันวิจัย Itochu ในญี่ปุ่น กล่าวว่า บริบททางสังคมเปลี่ยนนับตั้งแต่โควิดระบาด บวกกับปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคชนชั้นกลางในจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนการบริโภคในประเทศระมัดระวังการใช้จ่าย และไม่นิยมซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเหมือนในอดีต 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ดังนั้นสินค้ามือสองจึงเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และหากสังเกตจะเห็นว่า สินค้าภายในร้านมือสองมีกระเป๋าแบรนด์เนมจากแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton และ Burberry ลดราคามากถึง 80%

 

สร้างอานิสงส์ให้กับตลาดสินค้ามือสองในประเทศจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว และอาจสูงถึง 3 ล้านล้านหยวนในปี 2025 หรือเรียกว่าเติบโตขึ้น 2 เท่าตัว ถ้าเทียบกับปี 2022 โดยส่วนใหญ่แล้วนักช้อปชาวจีนจะซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยมือสองผ่านช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน

 

ขณะที่ฝั่งแบรนด์หรู LVMH บริษัทแม่ของ Louis Vuitton ยอดขายสำหรับเดือนมกราคม-มีนาคม ลดลง 6%

รวมถึง Kering บริษัทแม่ของ Gucci ก็ออกมาคาดการณ์ว่า ในไตรมาสแรกยอดขายในตลาดจีนจะลดลง 20% ทั้งหมดเป็นผลพวงมาจากเศรษฐกิจกำลังประสบภาวะถดถอย แน่นอนว่าเมื่อรายได้ลดลง กำไรก็ต้องลดลงตามไปด้วย เรียกได้ว่าสร้างความท้าทายอย่างมาก 

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาพรวมตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยในจีนแผ่นดินใหญ่มีมูลค่า 4.4 แสนล้านหยวน แม้ในปี 2023 จะเพิ่มขึ้น 12% แต่ตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าปี 2021 ที่ตลาดมีมูลค่าอยู่ 4.5 แสนล้านหยวน

 

อ้างอิง:

 

The post คนจีนยังประหยัดเงินในกระเป๋า! หันไปนิยมซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือสองจนกระทบยอดขายแบรนด์หรู appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคานาฬิกาหรูมือสองต่ำสุดในรอบ 2 ปี ถึงเวลาช้อนซื้อแล้วหรือยัง? https://thestandard.co/2-year-low-used-luxury-watches/ Sun, 10 Dec 2023 08:17:35 +0000 https://thestandard.co/?p=875347

ราคานาฬิกาหรูในตลาดมือสองยังคงลดลงเรื่อยๆ โดยล่าสุดลดลง […]

The post ราคานาฬิกาหรูมือสองต่ำสุดในรอบ 2 ปี ถึงเวลาช้อนซื้อแล้วหรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ราคานาฬิกาหรูในตลาดมือสองยังคงลดลงเรื่อยๆ โดยล่าสุดลดลงต่ำสุดในรอบ 2 ปีในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คำถามที่ตามมาก็คือ ตอนนี้ถึงเวลาช้อนซื้อไว้เก็บสะสมแล้วหรือยัง?

 

 

จากข้อมูลของ Bloomberg Subdial Watch Index ที่รวบรวมโดย Bloomberg และ Subdial แพลตฟอร์มซื้อขายนาฬิกาในสหราชอาณาจักร ซึ่งติดตามนาฬิกาที่มีการซื้อขายมากที่สุด 50 อันดับแรกตามมูลค่าในตลาดขายต่อ พบว่ามีราคาลดลง 1.8% ในเดือนตุลาคม ลงมาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2021 และต่ำกว่าระดับสูงสุดในเดือนเมษายนปี 2022 ถึง 42% ส่วนดัชนีของแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Rolex ลดลง 1.5% และลดลงถึง 27% นับตั้งแต่แตะจุดสูงสุด ส่วน Patek Philippe ลดลง 2.3% และลดลงถึง 47% จากระดับสูงสุดเช่นกัน 

 

 

ปัจจุบัน Rolex Daytona 116506 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 96,181ดอลลาร์ หรือราว 3.39 ล้านบาท โดยลดลง 17.5% จากปีที่แล้ว ซึ่งช่วงที่พีคสุดๆ มีราคาสูงถึง 185,464 ดอลลาร์ หรือราว 6.55 ล้านบาท ขณะที่ Patek Philippe Nautilus Travel Time 5990/1A-001 ลดลง 20.5% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 116,016 ดอลลาร์ หรือราวๆ 4.16 ล้านบาท ซึ่งเคยขึ้นไปพีคที่สุดในเดือนมีนาคม 2022 ที่ราคา 271,923 ดอลลาร์ หรือราวๆ 9.61 ล้านบาท

 

นอกจากนี้จำนวนนาฬิกามือสองในตลาดรองยังเพิ่มขึ้น 5% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม และช่วงราคาที่เสนอขายก็เพิ่มขึ้น 12% รวมทั้งจำนวนวันโดยเฉลี่ยที่ใช้ในการขายนาฬิกามือสองเพิ่มขึ้น 8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่จะขายออก 

 

 

นาฬิกาหรูเคยเป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด จากปัจจัยหลักๆ คือการต้องกักตัวอยู่บ้าน และหนทางให้ต้องใช้จ่ายโดยเฉพาะในเรื่องการเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่มีแผนการท่องเที่ยวประจำปีกันอยู่แล้ว จึงใช้เงินจำนวนนั้นไปกับการซื้อสินค้าหรูหราเพื่อเก็งกำไร นอกจากนี้ในช่วงนั้นตลาดคริปโตก็ได้รับความนิยมสูงสุด ทำให้เงินสะพัดและถูกไปใช้จ่ายกับนาฬิกาหรูยอดนิยมอย่าง Rolex, Patek Philippe และ Audemars Piguet จนแม้แต่รุ่นปกติที่เคยเข้าถึงได้ง่ายก็ยังหาซื้อได้ยาก ทำให้เมื่อใกล้สิ้นสุดการระบาด ราคานาฬิกาหรูจึงพุ่งถึงจุดสูงสุด แต่พอทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ เงินสดต้องถูกนำไปใช้ในกิจกรรมอย่างอื่น นาฬิกาที่เคยสะสมไว้เก็งกำไรจึงถูกเทขายในตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาลดลง ผนวกกับอัตราดอกเบี้ยระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่ดีขึ้น ทำให้นักสะสมชะลอการซื้อ จึงทำให้ตลาดซบเซาอย่างเช่นปัจจุบัน 

 

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนกำลังคิดที่จะซื้อนาฬิกาในตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Subdial ให้ความเห็นว่า จากภาวะกดดันต่างๆ ราคานาฬิกามือสองมีแนวโน้มที่จะตกลงไปอีก

 

 

ความจริงแล้วการเพิ่มขึ้นและลดลงของราคานาฬิกาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพียงแต่อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงเท่าครั้งปัจจุบันเช่นในช่วงต้นยุค 2000-2009 ราคานาฬิกาหรูค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2008 ความต้องการนาฬิกาก็เริ่มลดลงเชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจ และเมื่อมองไปที่นาฬิกาแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Rolex ในช่วงปี 2016 ราคาขึ้น-ลงอยู่ในระดับไม่สูงนัก จนกระทั่งมีการกระตุ้นจากภาวะโรคระบาดช่วงปลายปี 2019 

 

 

ขณะที่ราคานาฬิกาแบรนด์ 3 แบรนด์หลักรุ่นยอดนิยมราคาลดลงอย่างรุนแรง แต่นาฬิการุ่นเริ่มต้นและแบรนด์อื่นๆ ที่นิยมน้อยกว่าอย่าง Cartier และ OMEGA กลับได้รับผลกระทบน้อยกว่า โดยข้อมูลจาก Entry-Level 100 Index ติดตามนาฬิการุ่นเริ่มต้น 100 เรือน ที่มีราคาต่ำกว่า 9,120 ดอลลาร์ หรือราวๆ 321,000 บาท ราคาลดลง 0.7% ทำให้นาฬิการะดับเริ่มต้นมีประสิทธิภาพเหนือกว่าตลาดโดยรวม และดัชนี Rolex และ Patek Philippe ที่ลดลงถึง 5% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และถ้าเทียบเป็นรายปี ดัชนี Bloomberg Subdial Watch ลดลง 12% ในหนึ่งปี ในขณะที่ดัชนี Entry Level 100 เพิ่มขึ้น 1.2%

 

 

ส่วนนาฬิกา Cartier รุ่นต่างๆ เช่น Tank และ Santos มีดัชนีของแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด โดยลดลงเพียง 0.4% ส่วน OMEGA Speedmaster Moonwatch ลดลง 1.2% และดัชนีของ Tudor ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกพี่ลูกน้องของ Rolex ลดลง 1.8%

 

ดัชนีโมเดลหลายๆ รุ่นที่ราคาต่ำกว่า 7,500 ปอนด์ หรือราวๆ 332,000 บาทของ Cartier เป็นดัชนีที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 2% 

 

อย่างไรก็ตามนาฬิกาส่วนใหญ่ใน Bloomberg Subdial Watch Index ทั้งจาก Rolex, Patek Philippe และ Audemars Piguet ยังมีราคาในตลาดรองที่สูงกว่าราคาขายปลีก ส่วนโมเดลราคาเริ่มต้นของ Breitling, Cartier และ OMEGA มีแนวโน้มที่จะซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่าราคาขายปลีกในตลาดขายต่อ

 

อ้างอิง: 

The post ราคานาฬิกาหรูมือสองต่ำสุดในรอบ 2 ปี ถึงเวลาช้อนซื้อแล้วหรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความพยายามที่ผิดพลาด! แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นแห่นำสินค้ามาขายเป็นมือสอง หวังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่การศึกษาระบุลดการปล่อยคาร์บอนได้น้อยที่สุด https://thestandard.co/2nd-hand-clothes-reduce-carbon-emissions-a-little/ Thu, 28 Sep 2023 12:08:43 +0000 https://thestandard.co/?p=847647 Fast Fashion

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใหม่ระบุว่า โครงการริเริ่มด้านสิ่งแวด […]

The post ความพยายามที่ผิดพลาด! แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นแห่นำสินค้ามาขายเป็นมือสอง หวังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่การศึกษาระบุลดการปล่อยคาร์บอนได้น้อยที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fast Fashion

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใหม่ระบุว่า โครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น รวมถึง ZARA, SHEIN และ H&M ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การใช้แพลตฟอร์มการขายต่อเป็นสินค้ามือสอง คาดว่าจะมีผลกระทบน้อยที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

รายงานที่นำโดย Trove และบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Worldly ระบุว่า แฟชั่นฟาสต์แฟชั่นสร้างคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 11.5 กิโลกรัมต่อการผลิตสินค้า 1 ชิ้น แต่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพียง 0.7% ผ่านทางโครงการขายต่อ

 

ในทางตรงกันข้าม แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับพรีเมียมอย่าง Tory Burch และ Ralph Lauren ที่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 16 กิโลกรัมต่อสินค้า 1 ชิ้น อาจลดการปล่อยก๊าซลง 14.8% ด้วยโครงการขายต่อ ในขณะที่แบรนด์สินค้าเอาต์ดอร์อย่าง Patagonia และ The North Face สามารถลดการปล่อยก๊าซลงได้ 15.8% 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

การคาดการณ์เหล่านี้พิจารณาถึงการผลิตที่ลดลงของผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแท้จริง และแบรนด์ต่างๆ สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงของผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยรายได้จากการขายต่อสินค้ามือสอง

 

Andy Ruben ผู้ก่อตั้ง Trove และหนึ่งในผู้เขียนรายงานการศึกษานี้ ให้ความเห็นว่า การทำโครงการสินค้ามือสองของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ให้ผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพราะการขายเสื้อยืด 8 ดอลลาร์ในราคา 20 เซ็นต์ไม่ได้ช่วยชดเชยรายได้มากนัก

 

สิ่งนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทหลายแห่งรวมถึง Gap และ The Container Store กำลังเปิดตัวโครงการขายต่อ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน ในแง่ของข้อกำหนดการรายงาน ESG ที่กำลังจะมีขึ้นจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา

 

แม้ว่าการซื้อสินค้าที่ใช้แล้วจะมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าของใหม่ แต่การศึกษายืนยันว่า โครงการดังกล่าวยังไม่เพียงพอสำหรับการปรับปรุงความยั่งยืนที่สำคัญ เนื่องจากการเพิ่มจำนวนให้มากพอเพื่อทำกำไรเป็นสิ่งที่ท้าทาย และ “มันเป็นความพยายามที่ผิดพลาด” Ruben กล่าว

 

เพื่อจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้ ตัวแทนจาก H&M และ SHEIN กล่าวถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบรรลุความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การอนุรักษ์น้ำ และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

H&M ตั้งเป้าที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2040 และจะเพิ่มการใช้เส้นใยรีไซเคิลเป็น 30% ภายในปี 2025 ในทำนองเดียวกัน SHEIN ที่เน้นย้ำในการลดของเสีย โมเดลไม่คำนึงถึงสินค้าคงคลัง และความก้าวหน้าในการใช้โซลูชันที่ยั่งยืนในด้านวัสดุและกระบวนการผลิต

 

อ้างอิง:

The post ความพยายามที่ผิดพลาด! แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นแห่นำสินค้ามาขายเป็นมือสอง หวังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่การศึกษาระบุลดการปล่อยคาร์บอนได้น้อยที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE STANDARD CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (10-16 พฤษภาคม 2566) https://thestandard.co/life/calendar-10-16-may-2023/ Wed, 10 May 2023 07:54:32 +0000 https://thestandard.co/?p=787940

อากาศที่ว่าร้อนทะลุปรอท ก็คงสู้ความจัดจ้านของนิทรรศการใ […]

The post THE STANDARD CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (10-16 พฤษภาคม 2566) appeared first on THE STANDARD.

]]>

อากาศที่ว่าร้อนทะลุปรอท ก็คงสู้ความจัดจ้านของนิทรรศการในสัปดาห์นี้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะอีเวนต์และนิทรรศการน่าสนใจที่เราคัดมาให้ จะทำให้ทุกคนอยากออกไปสนุกไม่เว้นวัน

 

ไม่ว่าจะเป็นงานวาดรูป จิบไวน์ งานแลกเสื้อผ้ามือสอง หรือนิทรรศการศิลปะหลากหลายแนวที่จัดขึ้นในหลายแกลเลอรี เพราะฉะนั้น ถ้าใครพร้อมแล้วมาเลือกงานที่ใช่จาก #TheStandard_Calendar แล้วเตรียมชวนเพื่อนสนิทออกไปเที่ยวด้วยกันเลยดีกว่า

 


 

 

1. SIP & PAINT your own wine label

 

ไปนั่งจิบไวน์ระบายสีปลดปล่อยจินตนาการด้วยกันชิลๆ วันหยุดนี้ กับกิจกรรมฉลองวันเกิดบาร์ไวน์บรรยากาศดี W8 ในย่านเจริญนคร ซึ่งงานนี้นอกจากเราจะได้เพนต์ฉลากไวน์ตามสไตล์ตัวเอง ด้วยอุปกรณ์ศิลปะที่ร้านเตรียมไว้ให้ ก็แน่นอนว่ามีเครื่องดื่มหลายชนิดให้เลือกจิบตลอด 2 ชั่วโมงเต็มด้วย

 

พร้อมกับของที่ระลึกน่ารักๆ ให้เอากลับบ้านอย่าง Wine Vase Kit ประกอบด้วย ขวดไวน์พร้อมฉลากของตัวเอง ดอกไม้ประดิษฐ์ใส่แจกัน และกระเป๋าถือ โดยค่าร่วมกิจกรรมอยู่ที่ 1,200 บาทต่อคน (รับจำนวนจำกัด)

 

When: 13 พฤษภาคม 2566 เวลา 14.00-16.00 น. 

Where: ซอยเจริญนคร 10

More Info: W8 Space

 


 

 

2. Your Neighbor Clotheswap #7

 

กลับมาแล้ว! กับงาน Your Neighbor Clotheswap ครั้งที่ 7 งานแลกเสื้อผ้าของคนชอบของมือสอง ชวนทุกคนนำเสื้อผ้าสะอาด สภาพดี มาแลกเปลี่ยนกันภายในงาน พร้อมหยิบเสื้อผ้าที่ถูกใจกลับไปได้ตามจำนวนชิ้นที่เอามา แถมยังมีการตั้งโต๊ะถกเถียงปัญหาเรื่อง Fast Fashion ด้วย

 

นอกจากนี้ในงานยังมีไอศกรีม ผลไม้ และต้นไม้จิ๋วจากคุณลุงคุณป้าภายในย่านนำมาแจกอีก ถ้าใครว่างและมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้หยิบมาใส่นานแล้ว ลองเอาไปแลกกันที่งานนี้ดู

 

When: 13 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.00-17.00 น. 

Where: ซอยพหลโยธิน 5 

More Info: เพื่อนบ้านอารีย์

 


 

 

3. In A Cogitation 

 

นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยโดยศิลปินรุ่นใหม่ 8 ชีวิต จากโครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ (EYP) ปีที่ 6 โดยครั้งนี้มาในหัวข้อ ‘In A Cogitation’ การพิจารณา ไตร่ตรอง และการตั้งคำถามจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว

 

ศิลปินกลั่นความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ และหลากหลายมุมมอง ชวนให้เราไปค้นหาคำตอบและทำความเข้าใจกับทุกผลงาน โดยนิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรี ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

When: วันนี้ – 13 สิงหาคม 2566

Where: ปทุมวัน

More Info: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 


 

 

4. 10x20x30x40x

 

นิทรรศการกลุ่มของเหล่านักออกแบบและศิลปิน ที่ชวนกันมารังสรรค์ผลงานในรูปแบบของตนเอง เพื่อให้พวกเราใช้แว่นขยายส่องมองภาพสิ่งต่างๆ ตรงหน้า เพราะอยากให้ทุกคนได้ลองใช้เวลานึกคิด ทำความเข้าใจ และมองเห็นรายละเอียด ลูกเล่นที่ซ่อนไว้ในแต่ละชิ้นงาน

 

When: วันนี้ – 14 พฤษภาคม 2566

Where: แบริ่ง 

More Info: XXXYYY.Official

 


 

 

5. BUHNGA บุหงา

 

นิทรรศการเดี่ยวของศิลปิน เจนวิทย์ ไชยสี กับผลงานที่หล่อหลอมความเป็นตัวตน ผ่านภาพจิตรกรรมบนผนัง ที่เรียงรายไปด้วยประเพณี บรรยากาศ ผู้คน ความเชื่อ รสชาติอาหาร และธรรมชาติของ ‘ตาหนี’ (ปัตตานี) 

 

When: วันนี้ – 28 พฤษภาคม 2566 

Where: ราชเทวี

More Info: GalileOasis

 


 

 

6. ABOVE & BEYOND

 

นิทรรศการศิลปะแนวป๊อปอาร์ตของศิลปิน จอร์แดน นิเกล กับชิ้นงานอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ฉายถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ผ่านการจัดองค์ประกอบอันโดดเด่น และใช้คู่สีสุดจัดจ้าน ชวนรู้สึกถึงความกระฉับกระเฉงและพลังงานดีๆ ที่ล้นออกมา 

 

When: 12 พฤษภาคม – 11 มิถุนายน 2566 

Where: พระราม 3 

More Info: Chin’s Gallery

 


 

 

7. Acrylic Dope Out

 

นิทรรศการศิลปะแนว Abstract โดยศิลปิน สุรศักดิ์ ชัยอรรถ กับผลงานที่ละเลงไปด้วยสีสันสะดุดตา เปี่ยมด้วยความสนุกผ่านผืนผ้าใบ พร้อมกับความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงอิสระ และสร้างจินตนาการแบบไร้ข้อจำกัดเสมือนลวดลายบนภาพ

 

When: วันนี้ – 28 พฤษภาคม 2566 

Where: ถนนทรงวาด

More Info: PLAY art house

 


 

 

8. Thailand Craft Cocoa 2023

 

สาวกโกโก้ไม่ควรพลาดกับงานคราฟต์โกโก้สุดยิ่งใหญ่ รวมมิตรจากร้านดังทั่วไทย ที่ภายในงานจัดเต็มครบทุกเมนู ทั้งเครื่องดื่ม ขนม ไอศกรีม คราฟต์โซดา เบเกอรี และผลิตภัณฑ์ของใช้จากโกโก้

 

พร้อมด้วยกิจกรรม Craft Cocoa Bar Takeover ที่มีร้านเด็ด และ Chocorista ชื่อดังหมุนเวียนมาเปิดบาร์ เสิร์ฟเมนูน่าชิมในแต่ละวันอีกด้วย 

 

When: วันนี้ – 14 พฤษภาคม 2566 

Where: ปทุมวัน 

More Info: centralwOrld

The post THE STANDARD CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (10-16 พฤษภาคม 2566) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองยังคงร้อนแรง รวมทั้งตลาดในเมืองไทย https://thestandard.co/2nd-hand-brand-name-bag-market-is-still-hot/ Sat, 29 Apr 2023 07:59:48 +0000 https://thestandard.co/?p=783063 กระเป๋าแบรนด์เนม

ถ้าวัดกันตามสถิติหมวดหมู่ของกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นหนึ่งใน […]

The post ตลาดกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองยังคงร้อนแรง รวมทั้งตลาดในเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระเป๋าแบรนด์เนม

ถ้าวัดกันตามสถิติหมวดหมู่ของกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดขายต่อ โดยมีมูลค่าประมาณ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 และเติบโตเร็วกว่าการขายปลีกแบบดั้งเดิมถึง 4 เท่า และรายงานของ Credit Suisse ในปี 2022 เครื่องประดับ กระเป๋าถือ และนาฬิกา เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการลงทุนในของสะสมหรูหรา จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองยังคงร้อนแรงจนถึงปัจจุบันนี้

 

เบื้องหลังการเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยผู้ซื้อจากหลายเหตุผล ทั้งผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นในการตามล่าหาของและข้อจำกัดของแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงสินค้า อีกทั้งตลาดขายต่อยังสามารถเป็นช่องทางสำหรับเจ้าของในการเก็บมูลค่าของกระเป๋าบางส่วนกลับคืนมา หรือบางทีอาจจะทำกำไรได้ด้วย 

 

ซึ่ง 3 แบรนด์หลักในตลาดขายต่อหนีไม่พ้น Chanel, Hermès และ Louis Vuitton โดย Hermès Birkin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีที่ 1.5-10% ขณะที่รุ่นอื่นๆ ก็ได้รับความนิยม และมีความต้องการในตลาดขายต่อ เช่น Hermès Constance มียอดขายต่อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 105% ในขณะที่ Chanel Medium Flap เพิ่มขึ้น 51%ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลของเว็บไซต์ The RealReal

 

หันมาดูในประเทศไทยกันบ้าง เคยมีการประมาณการกันว่า ตลาดลักชัวรีแบรนด์มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่สินค้ามือสองมีการซื้อขายสินค้าผ่านช็อปของแบรนด์ต่างๆ ถึง 10-20% ไม่รวมช่องทางออนไลน์และการซื้อขายกันเอง 

 

 

โดยข้อมูลจากสมาคมแบรนด์เนมมือสองแห่งประเทศไทย เผยว่าก่อนสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด 4-5 ปี มูลค่าตลาดสินค้าแบรนด์เนมมือสองอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านบาท ปัจจุบันเพิ่มเป็นหลักหลายหมื่นล้านบาท 

 

สอดรับข้อมูลจาก SF Brandname ผู้ให้บริการครบวงจรเกี่ยวกับธุรกิจสินค้าลักชัวรีมือสอง รายงานว่า ก่อนการระบาดของโควิดตลาดสินค้าแบรนด์เนมของไทยเติบโตคงที่และซบเซาระหว่างการระบาดในช่วงแรกของการล็อกดาวน์ประเทศ แต่เมื่อมีการปรับตัว ผู้ซื้อหันมาเลือกช่องทางออนไลน์ในการช้อปปิ้งสินค้า และช่องทางการไลฟ์ก็เป็นตัวช่วยที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จนปัจจุบันผู้ซื้อกลับมาเดินทางได้ตามปกติรูปแบบการซื้อขายก็กลายเป็นการผสมผสานกันระหว่างระบบออนไลน์และออฟไลน์ 

 

โดยยอดขายหน้าร้านของ SF Brandname อยู่ที่ 1 ใน 4 ของยอดขายออนไลน์ ซึ่งผู้ซื้อสามารถเข้าไปชม ตรวจสอบ และสัมผัสสินค้าแบรนด์เนมได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งมีพนักงานคอยให้คำแนะนำ และส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้จริง 

 

 

นอกจากนี้ จากงาน SF Brandname Mega Sale Event ที่มีมาตั้งแต่ปี 2019 ก็แสดงให้เห็นว่ายอดขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสจะโตขึ้นอีกมาก โดยยอดขายภายในงานครั้งแรกจนถึงงานในปี 2021 มียอดเติบโตขึ้นกว่า 530% ทีเดียว

 

อีกหนึ่งภาพสะท้อนความร้อนแรงของตลาดกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองของไทยคือลงทุนธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมทั้งรายเล็กและรายใหญ่ โดยมอบประสบการณ์ความหรูหราแทบจะไม่ต่างจากร้านบูติกของไฮแบรนด์เลยทีเดียว อย่างเช่น KANEKOJI (คาเนะโคจิ) ซึ่งตั้งเป้าให้ตัวเองเป็น Brandname Destination ก่อตั้งโดย บริษัท คาเนะโคจิ กรุ๊ป จำกัด ในช่วงของการระบาดของโควิด ที่การซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยในระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด  

 

 

โดย KANEKOJI ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิสทั้งขายสินค้า รับซื้อและฝากขายกระเป๋า บริการตรวจกระเป๋าแท้-ปลอม และสปากระเป๋า และยังเปิดร้านในย่านสุขุมวิท จำหน่ายแบรนด์เนมมือสองสินค้าวินเทจ ไอเท็มหายาก และสินค้าที่อยู่ในเทรนด์ฮิต รวบรวมโดยทีม Luxury Expert และพาร์ตเนอร์ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

 

ปัจจุบัน KANEKOJI ใช้เวลา 2 ปีสร้างคอมมูนิตี้จนเกิดกลุ่มลูกค้า Top Spender มากกว่า 30% ของลูกค้าทั้งหมด ส่วนในปี 2023 KANEKOJI วางเป้าหมายที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น เจาะไปสู่ชาวต่างชาติที่อาศัย หรือเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เช่น ชาวจีน ชาวญี่ปุ่น ชาวเกาหลี และชาวยุโรป ฯลฯ เติบโตของรายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 60% จากที่ผ่านมา 

 

นอกจากนี้ยังมีการร่วมทุนของธุรกิจร้านสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากญี่ปุ่น Komehyo กับบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ที่ใช้เวลา 2 ปีขยายเป็น 4 แห่งแล้ว และวางแผนเปิดสาขาเพิ่มทุกปีด้วย โดยในประเทศญี่ปุ่นตลาดแบรนด์เนมมือสองมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี 

 

ปัจจุบัน นอกจากผู้ซื้อในประเทศแล้ว ไทยยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมมือสองของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว อินโดนีเซีย เวียดนาม ฯลฯ และมีศักยภาพที่จะเป็น Hub Center Secondhand Brandname เหมือนในประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง ซึ่งก็คาดว่าตลาดแบรนด์เนมมือสองของไทยยังคงจะร้อนแรงต่อไป และจะมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post ตลาดกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองยังคงร้อนแรง รวมทั้งตลาดในเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดรีเซลเฟื่องฟู จนแบรนด์หรูขอลงมาเล่นเอง https://thestandard.co/resell-market-luxury-brand/ Fri, 03 Feb 2023 09:28:28 +0000 https://thestandard.co/?p=745800

อาจเป็นเพราะตลาดสินค้าหรูหรามือสองเฟื่องฟูอย่างมากในช่ว […]

The post ตลาดรีเซลเฟื่องฟู จนแบรนด์หรูขอลงมาเล่นเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

อาจเป็นเพราะตลาดสินค้าหรูหรามือสองเฟื่องฟูอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้แบรนด์หรูหลากหลายเจ้าเริ่มหันมามีส่วนร่วมในตลาดมือสองบ้างแล้ว แม้ว่าในปีที่แล้วจะมีการปรับฐานครั้งใหญ่ แต่ตลาดนี้ก็ยังมีมูลค่าสูงถึง 4.3 หมื่นล้านยูโร (ราวๆ 1.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2022 จากการศึกษาของ Bain-Altagamma และเติบโตเร็วกว่าตลาดสินค้าหรูหราหลักถึง 4 เท่า โดยอยู่ที่ 12% เทียบกับ 3% ต่อปี 

 

ในอดีตการขายต่อสินค้าหรูมักเกิดขึ้นในร้านบูติกเล็กๆ ในท้องถิ่น แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้เกิดแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มอบประสบการณ์การซื้อ-ขายที่ง่ายและครบวงจร และปฏิเสธไม่ได้ว่าการขายต่อทำให้สินค้าหรูหรากระจายวงออกไปกว้างขึ้นและเพิ่มโอกาสในการหารายได้พิเศษสำหรับผู้ค้า ที่สำคัญคือข้อได้เปรียบในแง่โอกาสสำหรับนักช้อปในการซื้อของหายาก เช่น สินค้าวินเทจ หรือรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่จำหน่ายหมดเกลี้ยงไปแล้ว 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

ก่อนหน้านี้แบรนด์หรูส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากตลาดการขายต่อ อีกทั้งยังลังเลที่จะกระตุ้นการขายซ้ำ เนื่องจากกลัวว่าจะแย่งยอดขายของใหม่และทำให้ความพิเศษของแบรนด์ลดลง แต่มีปัจจัยความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งความนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการซื้อสินค้าที่สนับสนุนความยั่งยืนและราคาย่อมเยาลง โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นสินค้าใหม่หรือเก่า รวมถึงความนิยมของลิมิเต็ดเอดิชันและการควบคุมอุปทานของแบรนด์ ยิ่งทำให้ตลาดมือสองยิ่งเติบโตขึ้น ซึ่งผู้เล่นหลักในปัจจุบันคือเว็บไซต์ขายต่อต่างๆ จนแบรนด์เริ่มปรับกระบวนการด้วยการลงมาเล่นเองหรือหาพันธมิตรทางธุรกิจ 

 

ปัญหาหลักๆ ของแพลตฟอร์มขายต่อคือเรื่องของความเชื่อมั่น และได้พยายามที่จะแก้ปัญหานี้มาโดยตลอด อย่างเช่น Vestiaire Collective ก็จ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบสินค้าหรูหราและเปิดตัวโครงการ ‘Brand Approved’ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ต่างๆ เพื่อรับรองความถูกต้อง ส่วนในปี 2021 eBay ก็เปิดตัว ‘Authenticity Guarantee’ หรือการรับประกันของแท้สำหรับรองเท้าผ้าใบและนาฬิการะดับไฮเอนด์ ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขาย ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงขยายไปที่กระเป๋าหรูในเดือนพฤษภาคม 2022 โดยสินค้าที่มีราคาสูงกว่า 500 ดอลลาร์ (ราวๆ 16,500 บาท) จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะส่งไปยังผู้ซื้อ 

 

ในขณะที่แบรนด์ก็รู้ถึงข้อได้เปรียบจุดนี้และลงมาเล่นในสนามเอง อย่างเช่น เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Rolex ประกาศทำโครงการซื้อ-ขายนาฬิการีเซลของตัวเอง และได้วางขายไปบ้างแล้วผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่าง Bucherer ในยุโรป แม้ราคาจะสูงกว่าตลาดนาฬิกามือสองทั่วไป แต่ก็สร้างความมั่นใจให้กับนักสะสมมือใหม่ ผนวกกับผลพลอยได้ที่ว่าผู้ที่เคยซื้อแบรนด์จากตลาดมือสองก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นลูกค้าหน้าใหม่ของตลาดหลักในอนาคตด้วย ปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตนาฬิกาอิสระอีกหลายเจ้าหันมาทำโปรแกรมรีเซลของตัวเองแล้วเช่นกัน

 

และบางแบรนด์อาศัยความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ ในรูปแบบการรับประกัน เช่น Balenciaga ที่ร่วมมือกับ Reflaunt บริษัทที่มีแพลตฟอร์ขายต่อถึง 25 แพลตฟอร์มรับซื้อและวางจำหน่ายสินค้าของ Balenciaga โดยมีการการันตีจากแบรนด์ ส่วน Valentino เน้นไปที่จุดประสงค์ด้านความยั่งยืนด้วยการจับมือกับร้านวินเทจตามหัวเมืองใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่เน้นรับซื้อสินค้าของตัวเองกลับมาบูรณะใหม่ให้ตรงกับมาตรฐานเดิม เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์เอาไว้อีกทางหนึ่ง 

 

Rolex Certified Pre-Owned (C.P.O.)

หลังเปิดตัวโปรแกรมรีเซลไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ด้วยการรับรองนาฬิกา Rolex มือสองที่ผ่านการตรวจสอบ ปรับปรุงใหม่ และตรงตามข้อกำหนดมาตรฐานของแบรนด์ ตอนนี้ Rolex มือสองที่ได้รับการการันตี ก็เริ่มการวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Bucherer ในสวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก และอังกฤษ สังเกตได้ว่านาฬิกา Rolex ในโปรแกรมมือสอง สูงกว่าในช่องทางการขายมือสองอื่นๆ ซึ่งน่าจะเหมาะสำหรับลูกค้ามือใหม่ที่ต้องการความมั่นใจ แต่สำหรับนักสะสมนาฬิกาที่ช่ำชองที่สามารถซื้อผ่านตัวแทนที่รู้จักในราคาที่ดีกว่า โปรแกรมนี้ก็อาจไม่มีผลสักเท่าไร ปัจจุบันผู้ผลิตนาฬิกาอิสระจำนวนหนึ่งก็จัดการโปรแกรมมือสองที่ผ่านการรับรองของตนเองแล้ว เช่น MB&F และ F.P. Journe 

 

 

Cartier Tradition

Cartier เริ่มต้นโครงการสินค้าวินเทจเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 1996 ในชื่อ Cartier Tradition ส่วนใหญ่จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์ขึ้นไป (ราวๆ 650,000 บาท) และจะแสดงให้กับลูกค้าวีไอพีที่ได้รับเลือกในระหว่างการแสดงเครื่องประดับชั้นสูง โดยทุกชิ้นจะใช้วัสดุที่ถูกต้อง รวมทั้งเทคนิคการผลิตให้เหมือนหรือใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด แต่ละชิ้นมาพร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ ประวัติการออกแบบ และทุกขั้นตอนของกระบวนการบูรณะที่นำมาใช้ 

 

 

Gucci Vault 

พื้นที่ที่รวมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของ Gucci เอาไว้ด้วยกันในรูปแบบ WEB 3.0 ที่จะมีสินค้านอกเหนือจากที่วางจำหน่ายทั่วไป ทั้งแคปซูลคอลเล็กชัน NFTs ต่างๆ รวมทั้งสินค้าวินเทจที่กลายเป็นของหายากน่าสะสม และบางชิ้นก็จะถูกนำมาปรับใหม่ด้วยวัสดุที่ร่วมสมัยมากขึ้นอีกด้วย

 

 

Balenciaga Re-Sell Program

Balenciaga ร่วมกับ Reflaunt ทำโปรแกรมขายต่อ โดยลูกค้าสามารถฝากสินค้ามือสองในร้านที่ร่วมรายการ จากนั้นผลิตภัณฑ์จะได้รับการรับรองความถูกต้อง กำหนดราคา ถ่ายภาพ และลงรายการในเครือข่ายของ Reflaunt ซึ่งมีแพลตฟอร์มการขายต่อรองมากกว่า 25 แพลตฟอร์ม เมื่อซื้อ-ขายสินค้าแล้ว ลูกค้าสามารถรับชำระด้วยเงินสดหรือแลกรับเครดิตร้านค้าในมูลค่าที่สูงขึ้น 20% และใช้เครดิตได้ที่ร้าน Balenciaga 15 แห่ง

 

 

Valentino Vintage

แบรนด์แฟชั่นจากอิตาลีเปิดตัวโครงการรับซื้อคืนสินค้าวินเทจในชื่อ Valentino Vintage โดยลูกค้าสามารถนำสินค้าของ Valentino ไปยังร้านบูติกที่รวมโครงการทั้ง Madame Pauline Vintage (มิลาน), The Vintage Dress (โตเกียว), New York Vintage (นิวยอร์ก) และ Resurrection Vintage (ลอสแอนเจลิส) เพื่อรับการประเมินและนำมาแลกกับของอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์ทั้งตอบสนองความต้องการของมือสองที่เพิ่มขึ้นและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

 

 

อ้างอิง:

The post ตลาดรีเซลเฟื่องฟู จนแบรนด์หรูขอลงมาเล่นเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่ม Gen Z และ Millennial คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการสินค้าลักชัวรีมือสอง https://thestandard.co/gen-z-millennial-vintage-luxury/ Sat, 28 Jan 2023 08:35:13 +0000 https://thestandard.co/?p=743098

The RealReal แพลตฟอร์มสินค้าวินเทจลักชัวรีชื่อดังได้จัด […]

The post กลุ่ม Gen Z และ Millennial คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการสินค้าลักชัวรีมือสอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

The RealReal แพลตฟอร์มสินค้าวินเทจลักชัวรีชื่อดังได้จัดทำรายงานที่ชื่อว่า Luxury Consignment Report ประจำปี 2023 จากการรวบรวมข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคน กับสินค้าบนแฟลตพอร์มกว่า 28 ล้านชิ้น พบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Z และ Millennial คือแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสินค้ามือสอง

 

โดยตัวเลขที่น่าสนใจของรายงานนี้ระบุว่า ยอดขายสินค้าวินเทจจากคอลเล็กชันเก่าๆ ในคลังของแบรนด์ดังเพิ่มขึ้นถึง 50% ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2022 ซึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์การแต่งตัวแบบ Y2K ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มผู้ใช้ Gen Z ยังมีพฤติกรรมฝากขายสินค้ามือสองบนแพลตฟอร์มมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ที่ 52% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเสื้อผ้าผู้หญิง

 

Rati Sahi Levesque ซีอีโอของ The RealReal ให้เหตุผลถึงข้อมูลนี้ว่าเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังใกล้เข้ามา และเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างสภาวะอากาศ “ลูกค้าตัดสินใจจากคุณค่าที่พวกเขาให้ โดย 66% ของลูกค้าบอกว่าพวกเขาซื้อสินค้าที่ทั้งราคาดี ควบคู่ไปกับความเชื่อส่วนตัวด้วย”

 

ส่วนแบรนด์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในช่วงหกเดือนหลังของปี 2022 ได้แก่ Simone Rocha ที่เพิ่มขึ้น 635% จากปีก่อน รวมไปถึง Dior, Miu Miu และ Prada ที่ความต้องการของกระเป๋ารุ่น Re-Edition ประดับคริสตัลทะยานขึ้นสูง 1,344% เมื่อเทียบกับปี 2022 ซึ่งสอดคล้องกับรายงานประจำปีของ Lyst ที่ยกให้ทั้ง Miu Miu เป็นแบรนด์แห่งปี และกระเป๋า Prada รุ่นนี้เป็นกระเป๋าแห่งปี

 

ภาพ: Vanni Bassetti / Getty Images 

อ้างอิง:

The post กลุ่ม Gen Z และ Millennial คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการสินค้าลักชัวรีมือสอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE STANDARD CALENDAR: อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจระหว่างวันที่ 7-13 พฤศจิกายน 2565 https://thestandard.co/calendar-7-13-nov-2022/ Mon, 07 Nov 2022 07:12:07 +0000 https://thestandard.co/?p=705251

กลิ่นเทศกาลรื่นเริงปลายปีต่างๆ เริ่มทำให้มองไปทางไหนก็เ […]

The post THE STANDARD CALENDAR: อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจระหว่างวันที่ 7-13 พฤศจิกายน 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลิ่นเทศกาลรื่นเริงปลายปีต่างๆ เริ่มทำให้มองไปทางไหนก็เจอแต่บรรยากาศคึกคัก ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนพร้อมรับแรงกระแทกจากอีเวนต์และกิจกรรมพิเศษมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันนี้ยาวววไปจนถึงปลายปีเลย

 

และก่อนจะไปถึงงานอื่นๆ เรามาต้อนรับเทศกาลแรกกันก่อน กับ ‘วันลอยกระทง’ ที่เต็มไปด้วยงานน่าสนใจมากมาย และทุกคนรู้ใช่ไหมว่าเราไม่จำเป็นต้องปล่อยกระทงลงไปเป็นขยะก็ได้ เพราะคนสมัยใหม่อย่างเราสามารถออกไปเดินเล่นชมงานศิลปะ นั่งกินข้าวริมน้ำ หรือกระทั่งเดินเล่นย่านอารีย์ซื้อของมือสอง เป็นการฉลองเทศกาลพิเศษก็ได้เช่นกัน

 

เอาล่ะ ใครพร้อมออกไปเที่ยวเล่นในเทศกาลนี้แล้ว มาดูกันเลยดีกว่าว่าสัปดาห์นี้จะมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง

 

 

Loy Krathong Garage Sales

 

ใครไม่อยากลอยกระทงสร้างขยะเพิ่ม เราขอชวนไปเดินซื้อของมือสองด้วยกันในงาน Loy Krathong Garage Sales ที่จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ x เพื่อนบ้านอารีย์ โดยงานนี้ทุกคนสามารถนำของสภาพดีที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้วไป ‘ปล่อยของ’ ในงานได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเขียน เครื่องครัว หนังสือ ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า และต้นไม้ 

 

When: วันนี้ – 8 พฤศจิกายน 2565

Where: ลานหน้ากรมประชาสัมพันธ์ ถนนพระราม 6 

More Info: เพื่อนบ้านอารีย์

 

 

 

 

Brunch POP/Up Table | Sensations: The Healing Power of Food 

 

#GrabThumbsUp ร่วมมือกับ THE STANDARD POP จัด Brunch มื้อพิเศษที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ของการรับประทานอาหารมื้อสายในคอนเซปต์ ‘Sensations: The Healing Power of Food’ เปิดทุกสัมผัสกับอาหารที่จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งร้านสไตล์ลอฟต์ที่ผสมผสานไปกับความเป็นธรรมชาติผ่านต้นไม้ที่จะมาตกแต่งล้อมรอบไปทั่วบริเวณร้าน เพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลายในวันสบายๆ

 

โดยทุกคนจะได้พบกับมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เริ่มจาก ‘เชฟไทกิ จาก Homeburg x Nana Coffee Roasters’ กับธีมเมนูอาหารฟิวชัน วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2565

 

‘เชฟแท็ป จาก CODA x Peace Oriental Teahouse’ กับธีมเมนูอาหารเอเชียนฟิวชัน วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565

 

‘เชฟติ๋ม กนิษฐา จาก Roast/Ocken’ สร้างสรรค์ Brunch สไตล์อเมริกันคอมฟอร์ต ร่วมกับเมนูเครื่องดื่มจาก ‘คุณกรณ์ (Head Roaster) Roots’ วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2565

 

งานเริ่มเปิดให้ซื้อบัตรแล้วตั้งแต่วันนี้ – 10 พฤศจิกายน 2565

 

When: วันนี้ – 19 พฤศจิกายน 2565

Where: Patina เจริญกรุง

More Info: https://thestandard.co/brunch-pop-up-table-sensations-the-healing-power-of-food/

 

 

 

รอยฝันที่พร่าเลือนในแผลเก่า

 

โปรแกรมฉายหนังสั้น 3 เรื่อง ที่เป็นเหมือนภาคต่อจากนิทรรศการ แผลเก่า / Old Wound โดยศิลปิน ประทีป สุธาทองไทย ซึ่งผลงานนี้จะบอกเล่าถึงการดำรงอยู่ของสื่อและอำนาจ ผ่านบทสนทนาระหว่างนิทรรศการและภาพยนตร์ที่หยิบวรรณกรรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงภาพจากละครโทรทัศน์มาท้าทายอุดมการณ์ของบทต้นฉบับ

 

หนังสั้นจะฉายให้ชมที่ SAC Gallery ชั้น 1 เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. เริ่มฉายด้วยหนังสั้นเรื่อง แหม่มแอนนา หัวนม มาคารอง โพนยางคำ และการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2014) โดย รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค, ฝนห่าไฟ (2012) โดย ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ และ บ้านทรายทอง (2005) โดย จุฬญาณนนท์ ศิริผล

 

ภาพ: ภาณุพงษ์ อันสนธิ์

 

When: 12 พฤศจิกายน 2565

Where: ซอยสุขุมวิท 39

More Info: SAC Gallery

 

 

ชั่วฟ้าดินสลาย โดย ตะวัน วัตุยา

 

นิทรรศการเดี่ยวของ ตะวัน วัตุยา ผู้เป็นเจ้าของผลงานที่ท้าทายปรากฏการณ์มากมายให้เกิดขึ้นในสังคม สำหรับ ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ นำเสนอหุบเหวของช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่วนเวียนซ้ำไปมาอย่างไม่รู้จบ ผ่านการใช้จิตรกรรมบอกเล่าเรื่องราวที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ด้านหนึ่งสว่างสุขสดใส แต่อีกด้านหนึ่งมืดมนดั่งผีชั่วร้ายที่ตามหลอกหลอนสังคมไทย

 

When: 12 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2565

Where: ซอยพัฒนเวศม์ 12

More Info: Xspace

 

 

 

Galleries’ Nights 2022

 

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลศิลปะที่จะพาทุกคนโลดแล่นไปตามแกลเลอรีต่างๆ เพื่อชมงานอาร์ตทั่วกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน โดยงานปีนี้มาในคอนเซปต์ ‘NOW (ปัจจุบัน)’ ชวนทุกคนตามหาโลกที่ต้องการในอนาคต ท่ามกลางเหตุการณ์ไม่มั่นคงต่างๆ ในปัจจุบัน ผ่านการชมงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลกกว่า 200 คน และมีแกลเลอรีเข้าร่วมกว่า 110 แห่ง โดยเริ่มจากย่านสีลม-เจริญกรุง ก่อนปิดท้ายด้วยย่านอารีย์-ปทุมวัน

 

When: 11-12 พฤศจิกายน 2565

Where: สีลม สาทร ริมแม่น้ำ อารีย์ ปทุมวัน และสุขุมวิท

More Info: La Fête

 

 

 

Loy Krathong Night

 

วันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี โรงแรมหรูริมน้ำหลายแห่งพร้อมต้อนรับทุกคนให้ไปเฉลิมลองด้วยกันในบรรยากาศแสนรื่นเริง ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟต์มื้อค่ำ การแสดงพิเศษ หรือการชมดอกไม้ไฟหลากสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

เช่น ‘Loy Krathong Four Seasons Fair’ จากโรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ ปีนี้มาพร้อมธีมงานวัดให้ทุกคนเดินเล่น กินอาหาร พร้อมจิบม็อกเทลจากบาร์ยอดเยี่ยมระดับเอเชีย โดยบัตรเข้างานราคา 5,500 บาท

 

‘The River of Lights’ จากโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ชวนทุกคนมากินอาหาร ชมการแสดง ดูพลุ และนอนพักด้วยกันในราคาพิเศษ แพ็กเกจเริ่มต้น 33,800++ บาท ต่อ 2 คน รวมอาหารเช้าและดินเนอร์

 

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นำเสนอบุฟเฟต์มื้อค่ำ ณ ห้องอาหารริมน้ำ ริเวอร์ไซด์ เทอเรซ ในราคาผู้ใหญ่ 6,500 บาทสุทธิต่อคน และเด็กอายุ 6-12 ปี 3,000 บาทสุทธิต่อคน โดยบุฟเฟต์เปิดให้บริการเวลา 19.00 น.

 

และ อนันตรา ริเวอร์ไซด์ ชวนคุณมานั่งกินอาหารชมพลุริมน้ำในห้องอาหารต่างๆ ของโรงแรม อาท บุฟเฟ่ต์ราคา 3,599 บาทสุทธิ/คน หรืออาหารไทย 5 คอร์ส ราคา 3,999 บาทสุทธิ/คน

 

When: 8 พฤศจิกายน 2565

Where: โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

More Info: Four Seasons Hotel Bangkok, Mandarin Oriental, Bangkok, Capella Bangkok, Anantara Riverside Bangkok Resort

 

 

 

Trash made art by Trashist

 

นิทรรศการแสดงศิลปะจากขยะของ Trashist กลุ่มคนรุ่นใหมที่นำผลงานของศิลปินทั้งหน้าใหม่และมือเก๋ามารวมไว้ให้ชมอยู่ในย่านสตรีทอาร์ต ตลาดน้อย 

 

ในนิทรรศการยังมีเวิร์กช็อปศิลปะจากขยะ ส่วนลดและเมนูลับตามคาเฟ่ต่างๆ ให้เราตามล่าด้วย พร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ ให้พวกเราเก็บแต้มเพื่อนำไปแลกของรางวัล

 

When: 5-13 พฤศจิกายน 2565

Where: Photohostel & Photocafe ซอยวานิช 2

More Info: Trashist

The post THE STANDARD CALENDAR: อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจระหว่างวันที่ 7-13 พฤศจิกายน 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุด แฮปปี้มีล สำหรับผู้ใหญ่รุ่นลิมิเต็ดของ McDonald’s ถูกโพสต์ขายบน eBay ด้วยราคาสูงถึง 11.4 ล้านบาท จากราคาเริ่มต้นแค่ 760 บาท https://thestandard.co/adult-happy-meal/ Mon, 24 Oct 2022 09:11:18 +0000 https://thestandard.co/?p=699409 ชุด Happy Meal

McDonald’s เพิ่งเปิดตัว แฮปปี้มีล ‘Happy Meal สำห […]

The post ชุด แฮปปี้มีล สำหรับผู้ใหญ่รุ่นลิมิเต็ดของ McDonald’s ถูกโพสต์ขายบน eBay ด้วยราคาสูงถึง 11.4 ล้านบาท จากราคาเริ่มต้นแค่ 760 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุด Happy Meal

McDonald’s เพิ่งเปิดตัว แฮปปี้มีล ‘Happy Meal สำหรับผู้ใหญ่’ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึก ‘คิดถึงความหลัง’ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสงครามการขายต่อมือสอง

 

‘The Cactus Plant Flea Market’ คือชื่อของคอลเล็กชันที่นำกลับมาขายใหม่นี้ มาพร้อมกับเบอร์เกอร์หรือนักเก็ตภายในกล่อง และถูกขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วในหลายๆ สาขาทั่วสหรัฐฯ หมายความว่าวิธีเดียวสำหรับนักสะสมที่จะได้ของเล่นคือผ่านตลาดมือสอง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


พ่อค้าแม่ค้ารีเซลในสหรัฐฯ ต่างพากันฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้อื่นกับคอลเล็กชันดังกล่าวเพื่อพยายามทำเงินอย่างรวดเร็ว โดยของเล่นจากชุด Happy Meal ผุดขึ้นบนเว็บรีเซลมากมายและทำเงินได้หลายต่อหลายพันดอลลาร์ ทั้งที่มีราคาจำหน่ายจาก McDonald’s แค่ 20-40 ดอลลาร์

 

ผู้ขายรายหนึ่งบน eBay ได้ขายของเล่นที่ยังไม่ได้เปิดจำนวน 3 ชิ้น 4 ตัวเลือกคือ Grimace ตัวหลักของคอลเล็กชัน Hamburglar และ Birdie รวมถึงมาสคอตแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Cactus Buddy ด้วยราคาที่สูงถึง 3 แสนดอลลาร์ หรือราว 11.4 ล้านบาท

 

ผู้ขายรายอื่นต้องการเงิน 25,000 ดอลลาร์สำหรับของเล่น Happy Meal ที่ยังไม่ได้แกะ รวมทั้งขอให้ผู้ชนะการประมูลจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดส่งที่ 6.10 ดอลลาร์ด้วย ทั้งนี้รายการทั้งสองยังไม่ได้รับการเสนอราคาใดๆ

 

แต่ไม่ได้หมายความว่าแฟนๆ ของ McDonald’s จะควักเงินในกระเป๋าของพวกเขาเพื่อได้ของเล่นมาครอบครอง โดยรายการสินค้าบน eBay หนึ่งรายการที่มีของเล่นปิดผนึกจำนวน 150 ชิ้นถูกขายในราคา 2.4 พันดอลลาร์ หรือราว 90,000 บาท เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่คิดเป็น 16 ดอลลาร์ต่อของเล่นหนึ่งชิ้น

 

และในมหานครนิวยอร์ก กล่อง The Cactus Flea Market ถูกขายในราคา 12.95 ดอลลาร์ หรือราว 490 บาท โดยตามประวัติการขายของ eBay มีรายการอื่นๆ กว่า 150 รายการถูกขายได้กว่า 1,900 ดอลลาร์ (ราว 72,000 บาท) 

 

ภาพ: Courtesy of McDonald’s

อ้างอิง:

The post ชุด แฮปปี้มีล สำหรับผู้ใหญ่รุ่นลิมิเต็ดของ McDonald’s ถูกโพสต์ขายบน eBay ด้วยราคาสูงถึง 11.4 ล้านบาท จากราคาเริ่มต้นแค่ 760 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคานาฬิกาหรูในตลาดมือสองกำลังปรับตัวลดลง และอาจจะไม่หยุดลงง่ายๆ https://thestandard.co/second-hand-luxury-watches/ Sat, 22 Oct 2022 06:51:48 +0000 https://thestandard.co/?p=698670 นาฬิกาหรู

นาฬิกาหรูเคยเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึ […]

The post ราคานาฬิกาหรูในตลาดมือสองกำลังปรับตัวลดลง และอาจจะไม่หยุดลงง่ายๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาฬิกาหรู

นาฬิกาหรูเคยเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ผ่านมานาฬิกาหรูในตลาดมือสองราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่ดูเหมือนฝันหวานใกล้จะจบลงเพราะ Morgan Stanley ธนาคารเพื่อการลงทุนเปิดเผยข้อมูลราคาว่าสินทรัพย์ดังกล่าวราคากำลังปรับตัวลดลงและไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ  

 

Rolex, Patek Philippe และ Audemars Piguet คือแบรนด์นาฬิกายอดนิยมในตลาดหลังจากราคาพุ่งขึ้นในปี 2021 และในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดดัชนีของนาฬิการุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Rolex Daytona ลดลง 20% นับตั้งแต่ทำราคาสูงสุดในเดือนเมษายน ส่วน Patek Philippe Nautilus ก็มีราคาเฉลี่ยลดลง 19% ในตลาดรอง ในขณะที่ Audemars Piguet Royal Oak ลดลง 15% นับตั้งแต่จุดสูงสุดจากการติดตามราคาในแพลตฟอร์ม WatchCharts และคาดการณ์กันว่า ราคามีแนวโน้มที่จะลดลงไตรมาสต่อไตรมาส เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากนักลงทุนที่ซื้อเก็งกำไรในช่วงก่อนหน้านี้ 


บทความที่เกี่ยวข้อง


ความจริงแล้วมีสัญญาณความต้องการที่ลดลงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยราคารีเซลของนาฬิกาหรูยอดนิยมอย่าง Rolex Daytona และ Patek Philippe Nautilus เริ่มราคาตกลงจากเดิมหลังจากยืนระยะทำราคาได้ดีมาเกือบ 2  ปี เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ปัญหาเงินเฟ้อ และผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งยอดขายในตลาดรีเซลที่ลดลงในเดือนพฤษภาคมจาก 16.2% ในเดือนเมษายน เป็น 10.5%

 

ปัจจุบัน Rolex, Patek Philippe และ Audemars Piguet คือ Big Three ในตลาดรีเซล คิดเป็นร้อยละ 71 ของมูลค่าซื้อขายรวมของตลาด โดย WatchCharts รายงานว่าดัชนีของทั้งตลาดเมื่อรวมกับแบรนด์อื่นๆ ด้วยแล้วลดลงร้อยละ 9 ในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ตัวอย่างของการลดลงก็เช่นนาฬิกา Vacheron Constantin Overseas reference 4500V/110A-B483 นาฬิกาสปอร์ตที่มีราคาขายปลีกอยู่ที่ 22,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 856,000 บาท ขึ้นไปสูงสุดที่ 39,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.5 ล้านบาทในตลาดมือสองเมื่อเดือนเมษายน ตอนนี้มีราคาอยู่ที่ราวๆ 30,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.2 ล้านบาท  

 

อย่างไรก็ดีดัชนีราคาที่ปรับตัวลดลงของตลาดนาฬิกาหรูมือสองก็ยังถือว่าดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา อย่างเช่นนาฬิกา Rolex 30 รุ่นที่มีการซื้อขายกันมากที่สุดลดลงร้อยละ 8 ในไตรมาสนี้ แต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ตั้งแต่เดือนมกราคมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเทียบได้กับดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ที่ยังทรงตัว และตลาด Bitcoin ที่ลดลงร้อยละ 34 ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ยังถือว่าดีมากๆ 

 

แม้ว่าราคา Rolex และ Patek Philippe จะแนวโน้มลดลง แต่ก็มีบางแบรนด์ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเช่น Bvlgari จากค่าย LVMH เพิ่มขึ้น 1%, A. Lange & Söhne จาก Richemont เพิ่มขึ้น 3% และ Girard-Perregaux จาก Kering ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5%

 

นาฬิกาหรู นาฬิกาหรู นาฬิกาหรู นาฬิกาหรู นาฬิกาหรู นาฬิกาหรู

 

อ้างอิง:

The post ราคานาฬิกาหรูในตลาดมือสองกำลังปรับตัวลดลง และอาจจะไม่หยุดลงง่ายๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Balenciaga เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่สำหรับรับซื้อของมือสองของแบรนด์โดยเฉพาะ https://thestandard.co/balenciaga-second-hand-web/ Tue, 27 Sep 2022 10:00:32 +0000 https://thestandard.co/?p=687492 Balenciaga

การขายของมือสองหรือ Resale ยังเป็นที่ต้องการสำหรับนักช้ […]

The post Balenciaga เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่สำหรับรับซื้อของมือสองของแบรนด์โดยเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Balenciaga

การขายของมือสองหรือ Resale ยังเป็นที่ต้องการสำหรับนักช้อปรุ่นใหม่และนักสะสมสินค้าหายาก ล่าสุด Balenciaga กระโดดลงมาสู่สนามนี้ด้วยการจับมือกับบริษัทสตาร์ทอัพชื่อว่า Reflaunt เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่สำหรับรับซื้อสินค้ามือสองของแบรนด์โดยเฉพาะ

 

ภายในเว็บไซต์ใหม่ที่แยกมาจากเว็บไซต์หลักของ Balenciaga ลูกค้าสามารถนำสินค้ารุ่นเก่าๆ ส่งให้แบรนด์นำไปฝากขายต่อ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แว่นตา และกระเป๋าสตางค์ในสภาพดี โดยแบรนด์ได้ยื่นข้อเสนอหลัก 5 ข้อเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้านำของเก่ามาขายกับแบรนด์ ตั้งแต่การให้ราคาที่สูง ขายได้ไว การจ่ายค่าตอบแทนที่รวดเร็ว ขั้นตอนการซื้อขายที่ง่ายไร้รอยต่อ 

 

ซึ่งขั้นตอนการส่งสินค้าที่ต้องการฝากขาย ลูกค้าสามารถนำมาฝากที่หน้าร้าน Balenciaga ที่ร่วมรายการ หรือกดจองรอบบริการรับสินค้าในประเทศที่ร่วมรายการ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสิงคโปร์

 

หลังจากนั้นทาง Reflaunt จะนำไปตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นของแท้ และ Balenciaga จะเป็นคนนำสินค้ามาถ่ายภาพโปรดักต์ ตั้งราคาใหม่ และนำไปขายต่อผ่านเครือขายแพลตฟอร์มมือสองที่มีอยู่ทั่วโลก

 

ส่วนการจ่ายเงินของสินค้าที่ขายได้เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าสามารถเลือกรับเงินสดผ่านการโอนทางธนาคาร หรือแลกเป็นเครดิตเพื่อใช้ลดราคาสินค้าใหม่ที่หน้าร้านของแบรนด์ได้สูงถึง 20%

 

ถึงแม้ว่าสินค้าของ ​Balenciaga จะไม่ได้ถูกจำว่าเป็นสินค้าสำหรับลงทุนเก็งกำไรเหมือนแบรนด์ระดับท็อปอย่าง Hermès หรือ Chanel แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการตามหาสินค้ารุ่นที่ขายดีและขาดตลาด ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาและเสื้อแจ็กเก็ตแบบนักแข่งมอเตอร์ไซค์ที่แพลตฟอร์มขายของมือสองชื่อดังอย่าง The RealReals รายงานว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นถึง 42% และ 186% ตามลำดับ รวมไปถึงคอลเล็กชัน YZY Gap Engineered by Balenciaga ที่ถึงแม้ว่าจะมีการแยกทางกันระหว่าง Ye และ Gap เกิดขึ้นแล้ว แต่สินค้าก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่ดี

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post Balenciaga เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่สำหรับรับซื้อของมือสองของแบรนด์โดยเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคานาฬิกาหรูอย่าง Rolex และ Patek อาจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากราคามือสองเริ่มขยับขึ้นได้บ้าง https://thestandard.co/rolex-patek-second-hand/ Sun, 11 Sep 2022 12:34:23 +0000 https://thestandard.co/?p=679842 ราคานาฬิกาหรู

หลังจาก ราคานาฬิกาหรู พุ่งขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงก่อนหน้า […]

The post ราคานาฬิกาหรูอย่าง Rolex และ Patek อาจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากราคามือสองเริ่มขยับขึ้นได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคานาฬิกาหรู

หลังจาก ราคานาฬิกาหรู พุ่งขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงก่อนหน้านี้ ก่อนที่ราคาจะลดลงแรงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุด ดูเหมือนว่าราคาของนาฬิกาหรูมือสองอาจจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว 

 

ข้อมูลดัชนีราคาของนาฬิกา Rolex จาก WatchCharts ลดลง 1.84% จากเดือนก่อนหน้า ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นับเป็นการปรับตัวที่ชะลอลงไปอย่างมาก ขณะเดียวกัน ดัชนี Subdial50 ซึ่งติดตามราคาของนาฬิกาหรูที่ซื้อขายกันมากที่สุด 50 รุ่น เพิ่มขึ้น 1.2% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา 


บทความที่เกี่ยวข้อง


สำหรับปัจจัยที่กดดันให้ราคานาฬิกาหรูเหล่านี้ปรับตัวลง มีหลากหลายมุมมอง ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นผลจากการที่ราคาคริปโตปรับตัวลงอย่างรุนแรง ขณะที่บางคนก็มองว่าเป็นผลจากการที่ดีลเลอร์ขายนาฬิกาหรูเหล่านี้พยายามเคลียร์สต๊อกที่สะสมไว้มากเกินไป 

 

Austen Chu ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Wristcheck แพลตฟอร์มขายนาฬิกาออนไลน์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตลาดนาฬิกาเหมือนจะเป็นความเคลิบเคลิ้มที่มากเกินไป ก่อนที่ราคาของนาฬิการุ่นต่างๆ จะเริ่มกลับเข้าสู่ความเป็นจริงในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนีราคาของ Rolex ลดลง 5.9% ก่อนจะลดลงต่อเนื่องอีก 3.5% และ 5.1% ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 

 

ขณะที่ Subdial ระบุว่า นักเก็งกำไรแห่เข้ามาในตลาดด้วยความคลั่งไคล้ หลังจากได้ยินผู้คนพูดกันว่าคุณจะไม่มีทางขาดทุนจากนาฬิกา แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องเผชิญกับราคาที่เริ่มปรับลดลงต่อเนื่อง 

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ราคานาฬิกาหรูอย่าง Rolex และ Patek อาจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากราคามือสองเริ่มขยับขึ้นได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>