สำเพ็ง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สำเพ็ง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 19 Jun 2026 06:56:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ธนาธรควงชัยวัฒน์หาเสียงย่านสำเพ็ง-เยาวราช ชูนโยบายขจัดส่วยพื้นที่ค้าขาย https://thestandard.co/thanathorn-chaiwat-yaowarat-anti-bribery/ Fri, 19 Jun 2026 06:56:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1220590 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร […]

The post ธนาธรควงชัยวัฒน์หาเสียงย่านสำเพ็ง-เยาวราช ชูนโยบายขจัดส่วยพื้นที่ค้าขาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เบอร์ 10 พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และกลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้ร่วมลงพื้นที่ย่านเยาวราช สำเพ็ง และเขตสัมพันธวงศ์

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มุ่งเน้นไปที่การรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า โดยเฉพาะประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์หรือปัญหาส่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งธนาธรระบุว่า เป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย

 

ขณะที่ชัยวัฒน์ชี้ว่า ปัญหานี้เป็นที่รับรู้กันดีและถือเป็นต้นทุนแฝงที่ผู้ค้าขายไม่ควรต้องแบกรับ พร้อมประกาศแนวทางที่จะทำให้ระบบดังกล่าวหมดไปในวาระการทำงานของตน โดยจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดสรรพื้นที่ค้าขาย ทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ของกรุงเทพมหานครอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นและเสนอนโยบาย

 

สำหรับแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า พรรคประชาชนมุ่งตอกย้ำนโยบายการค้าขายง่ายเพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยมีนโยบายพัฒนาย่านที่กำหนดให้กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการพัฒนา

 

ส่วนกรุงเทพมหานครจะปรับบทบาทเป็นผู้ให้การสนับสนุน เพื่อผลักดันให้แต่ละเขตสามารถพัฒนาศักยภาพตามอัตลักษณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นย่านการค้า ย่านท่องเที่ยว หรือย่านเศรษฐกิจ

 

นอกเหนือจากมิติด้านการพาณิชย์แล้ว

 

ธนาธรได้นำเสนอข้อมูลเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาในหลายเขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยชี้ว่าปัญหาหลักที่ได้รับการร้องเรียนทางด้านสาธารณสุขคือข้อจำกัดในการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากโรงพยาบาลตามสิทธิของผู้มีรายได้น้อยมักตั้งอยู่ห่างไกลจากที่พักอาศัย ส่งผลให้มีต้นทุนการเดินทางสูงถึงครั้งละ 400 ถึง 500 บาท

 

ประชาชนที่มีรายได้น้อยหรือคนจนเมืองจำนวนมากจึงจำเป็นต้องยอมเสียเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านแทน ซึ่งภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถือเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับผู้มีฐานะยากจน

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจากประชาชนยังสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน และปัญหาน้ำในลำคลองเน่าเหม็น ซึ่งเป็นประเด็นความเดือดร้อนที่พบได้อย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนประเด็นความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย ธนาธรระบุว่า พรรคประชาชนมีความมั่นใจในพื้นที่ย่านเยาวราชซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญ พร้อมทั้งเน้นย้ำรูปแบบการรณรงค์หาเสียงของพรรคว่าเป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมงานที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ลักษณะของการทำงานเฉพาะตัวบุคคลหรือวันแมนโชว์ โดย

 

ในส่วนของชัยวัฒน์ได้ใช้เวลาในการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการแสดงวิสัยทัศน์และรายละเอียดนโยบายผ่านช่องทางสถานีโทรทัศน์และรายการต่างๆ เพื่อชี้แจงความพร้อมในการเข้าบริหารงานและแก้ไขปัญหาของชาวกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในทุกวัน

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 1ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 2ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 3ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 4ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 5ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 6ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 7ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 8ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 9ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กำลังหาเสียงในย่านสำเพ็ง-เยาวราช 10

The post ธนาธรควงชัยวัฒน์หาเสียงย่านสำเพ็ง-เยาวราช ชูนโยบายขจัดส่วยพื้นที่ค้าขาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ของแพงก็ต้องซื้อ น้ำมันแพงก็ต้องกลับบ้าน’ สำรวจสำเพ็งก่อนสงกรานต์ ประชาชนยอมแบกรับต้นทุนเพื่อความสุขของคนที่บ้าน https://thestandard.co/sampheng-songkran-oil-costs/ Sun, 05 Apr 2026 08:51:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1194994 ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา

วันนี้ (5 เมษายน) บรรยากาศการซื้อขายสินค้าช่วงก่อนเข้าส […]

The post ‘ของแพงก็ต้องซื้อ น้ำมันแพงก็ต้องกลับบ้าน’ สำรวจสำเพ็งก่อนสงกรานต์ ประชาชนยอมแบกรับต้นทุนเพื่อความสุขของคนที่บ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา

วันนี้ (5 เมษายน) บรรยากาศการซื้อขายสินค้าช่วงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ที่ ตลาดค้าส่งย่านถนนสำเพ็ง เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนและกลุ่มนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับเล่นน้ำสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง

 

จากการลงพื้นที่สำรวจภาพรวมของราคาสินค้าในปีนี้พบว่า อุปกรณ์เล่นน้ำที่นำเข้าจากประเทศจีนยังคงมีราคาต้นทุนที่ค่อนข้างทรงตัวและไม่ได้ปรับระดับสูงขึ้นมากนัก แต่ในส่วนของต้นทุนด้านการขนส่งได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกลไกของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ในขณะเดียวกัน สินค้าประเภทกระป๋องพลาสติกขนาดเล็กและอุปกรณ์เล่นน้ำที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นรอบการผลิตของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคาขายส่งขยับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20-30 บาทต่อโหล ส่งผลให้ร้านค้าที่จัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อในปริมาณมาก ได้รับความนิยมและดึงดูดลูกค้าได้

 

สถานการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจของผู้ประกอบการรายย่อย โดยผู้ค้าปลีกรายหนึ่งที่เดินทางมาจากจังหวัดสุโขทัยเพื่อมารับสินค้าไปจำหน่ายเป็นประจำทุกปี ให้ข้อมูลว่า แม้ปีนี้จะต้องเจอกับภาระต้นทุนค่าเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังคงตัดสินใจเดินทางมารับสินค้าไปขายเช่นเดิม เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้จะยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และอุปกรณ์การเล่นน้ำจะเป็นสินค้าที่สามารถทำยอดขายได้ดีในช่วงเทศกาล

 

มุมมองนี้ยังสอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนทั่วไปที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยตัวแทนของครอบครัวหนึ่งที่เดินทางมาเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนา ยอมรับว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นมากจากปัญหาราคาน้ำมันแพง แต่ก็มองว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องเดินทางกลับ เนื่องจากเทศกาลนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมาชิกครอบครัวจะได้กลับมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา รวมทั้งยังมีลูกหลานที่ต่างเฝ้ารอคอยการกลับมา และรอรับของเล่นที่พวกเขาตั้งใจมาเลือกซื้อไปฝากจากตลาดสำเพ็งในวันนี้

 

ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 1ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 2ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 3ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 4ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 5ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 6ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 7ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 8ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 9ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ที่ สำเพ็ง ท่ามกลางภาวะของแพงและน้ำมันขึ้นราคา 10

The post ‘ของแพงก็ต้องซื้อ น้ำมันแพงก็ต้องกลับบ้าน’ สำรวจสำเพ็งก่อนสงกรานต์ ประชาชนยอมแบกรับต้นทุนเพื่อความสุขของคนที่บ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน เดินหาเสียง สำเพ็ง-เยาวราช กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวงคนละครึ่งพลัส บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการกัมพูชาให้ราบคาบ https://thestandard.co/anutin-campaigns-sampheng-yaowarat-cambodia/ Tue, 20 Jan 2026 13:25:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1167445 อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ

วันนี้ (20 มกราคม) เวลา 16.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน เดินหาเสียง สำเพ็ง-เยาวราช กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวงคนละครึ่งพลัส บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการกัมพูชาให้ราบคาบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ

วันนี้ (20 มกราคม) เวลา 16.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ไชยชนก ชิดชอบ ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย วราวุธ ศิลปอาชา ธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และภราดร ปริศนานันทกุล ผู้สมัคร สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยหาเสียงให้ ลลิดา เพริศวิวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย

 

ทันทีที่อนุทินเดินทางมาถึง ปรากฏว่ามีประชาชน พ่อค้าแม่ค้า เข้ามารุมล้อมและขอถ่ายรูป บางช่วงมีแม่ค้ารายหนึ่งเข้ามาพูดว่า เศรษฐกิจแย่มาก ขอให้ช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ช่วยสำเพ็งหน่อย จะตายกันหมดแล้ว ซึ่งอนุทินพยักหน้ารับ

 

อนุทินยังแวะพูดคุยกับแม่ค้าในตลาดสำเพ็ง พร้อมสอบถามว่าได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและชอบหรือไม่ แม่ค้าตอบกลับว่า ขออย่างอื่นได้หรือไม่ อนุทินจึงถามว่า “เอาอะไร” ก่อนที่แม่ค้าจะตอบว่า ขอให้ไม่เปิดด่าน ซึ่งอนุทินย้ำว่า “ไม่เปิดด่านอยู่แล้ว”

 

บางช่วงมีประชาชนกลุ่มหนึ่งมายืนรอเพื่อติดสติ๊กเกอร์รูปหัวใจสีแดงให้นายกรัฐมนตรี พร้อมบอกว่า “จัดการเขมรให้ราบคาบไปเลย และขอให้สานต่อโครงการคนละครึ่งด้วย”

 

นอกจากนี้ยังมีประชาชนรายหนึ่งอ้อนว่า ตนไม่มีทะเบียนบ้านอยู่กรุงเทพมหานครเหมือนน้องสาว จึงไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ จากนั้นอนุทินและคณะได้นั่งรับประทานก๋วยจั๊บที่ร้าน ‘อ้วนโภชนา’ ร้านดังถนนเยาวราช บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ไชน่าทาวน์ราม

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินหาเสียงได้พบกับพรรคไทยก้าวใหม่ที่หาเสียงอยู่คนละฝั่งถนน อนุทินจึงตะโกนเรียกพร้อมโบกมือทักทายว่า เอ้ๆ’ ก่อนที่ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพณิชย์ จะเดินข้ามฝั่งเข้ามาทักทายทันที

 

ทันทีที่มาถึง สุชัชวีร์ ได้วิ่งเข้ามาสวมกอดอนุทิน ขณะที่อนุทินยกมือไหว้และกุมมือคุณหญิงกัลยา พร้อมสอบถามถึงตัวผู้สมัครพรรคไทยก้าวใหม่ในพื้นที่ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะอวยพรให้กันและกัน และอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า “แล้วเจอกันในสภา”

 

จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดสัมพันธวงศ์ศาราม วรวิหาร (วัดเกาะ) ระหว่างทางมีประชาชนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาจอดกลางถนนเพื่อขอถ่ายรูป ทำให้นายกรัฐมนตรีหยุดรอและเรียกให้จอดบริเวณริมทาง ก่อนจะขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ถ่ายภาพร่วมกัน

 

ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนที่ขับรถยนต์ผ่านเส้นทางดังกล่าว เปิดกระจกโบกมือและส่งเสียงทักทายเป็นระยะ ก่อนที่อนุทินและคณะจะเข้านมัสการเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศ์ศารามวรวิหาร เพื่อรับพรและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเดินทางกลับ

 

อนุทินให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งระหว่างลงพื้นที่หาเสียงเขตสัมพันธวงศ์ว่า ในเขตสัมพันธวงศ์ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ยังคงมีเสียงสะท้อนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง หากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าก็จะขายสินค้าได้มากขึ้น รวมทั้งอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย จึงรับปากว่าหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะสานต่อโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2

 

ส่วนเสียงที่ประชาชนสะท้อนว่าให้ช่วยชาวสำเพ็งด้วยเพราะจะตายแล้วนั้น อนุทินกล่าวว่า คนที่อยู่แถวนี้ดำรงชีพด้วยการขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งในสำเพ็งมีสินค้าที่หลากหลายและราคาถูก หากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ยอดขายก็คงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

ส่วนที่ประชาชนย่านเยาวราชขอให้แก้ไขปัญหาเรื่องสายไฟ จะถือว่าเป็นเรื่องยากหรือไม่ อนุทินระบุว่า นโยบายเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงดินในพื้นที่เขตเศรษฐกิจและเขตท่องเที่ยว (CBD) ซึ่งได้มีการขยายพื้นที่โครงการออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาประชาชนบอกว่า คนที่มาหาเสียงจะนำสายไฟฟ้าลงดินให้ แต่ก็ไม่ทำสักที ซึ่งเข้าใจได้ว่า ผู้ที่มาขอคะแนนเสียงจากประชาชนไม่ได้กำกับดูแลการไฟฟ้า

 

“สำหรับสิ่งที่ผมคิดเอง ผมมั่นใจว่ามีมากกว่าท่านอื่น คือ ไม่ได้คิดว่าใครจะเสนออะไรที่เป็นสิ่งที่ดีแล้วกลัวว่าจะได้คะแนนเสียงไป เพราะหากสิ่งที่เสนอมาเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน ก็โอเคทั้งหมด”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะทำโครงการสายไฟลงดินพลัสหรือไม่ อนุทินย้ำว่า ทำอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ตรวจสอบได้ เพราะถือเป็นภารกิจหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องนำมาหาเสียง ไม่ใช่หยิบทุกเรื่องมาใช้หาเสียง ขอให้เข้ามาทำงานดีกว่า บางอย่างคือพูดแล้วทำ บางอย่างทำแล้วก็ไม่ต้องพูด ชาวบ้านรู้เอง

 

อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 1อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 2อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 3อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 4อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 5อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 6อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 7อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 8อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 9อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 10อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 11อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 12อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 13อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 14อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 15อนุทิน เดินหาเสียง **สำเพ็ง-เยาวราช** กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวง **คนละครึ่งพลัส** บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการ **กัมพูชา**ให้ราบคาบ 16

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน เดินหาเสียง สำเพ็ง-เยาวราช กินก๋วยจั๊บร้านดัง-ไหว้พระขอพรพ่อค้าแม่ค้าทวงคนละครึ่งพลัส บอกจะตายกันหมดแล้ว พร้อมติดสติ๊กเกอร์หัวใจนายกฯ ขอจัดการกัมพูชาให้ราบคาบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE with Chef Pam กับร้านอาหารในย่านที่อยู่ตั้งแต่เด็กจนโต https://thestandard.co/life/4-hours-life-with-chef-pam-3/ Fri, 17 Oct 2025 08:30:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1117375

4 ชั่วโมงกับร้านอาหารในย่านที่อยู่ตั้งแต่เด็กจนโต &nbsp […]

The post 4 HOURS LIFE with Chef Pam กับร้านอาหารในย่านที่อยู่ตั้งแต่เด็กจนโต appeared first on THE STANDARD.

]]>

4 ชั่วโมงกับร้านอาหารในย่านที่อยู่ตั้งแต่เด็กจนโต

 

หลายๆ คนคงมีย่านที่อยู่ในความทรงจำ บางคนอาจจะเป็นย่านที่อยู่มาตั้งแต่เด็กจนโต บางคนอาจจะเป็นย่านที่ใช้ชีวิตในตอนวัยรุ่น หรืออาจจะเป็นย่านที่อยู่ในปัจจุบัน แต่สำหรับเชฟแพม ย่านในความทรงจำเริ่มต้นจากพื้นที่ที่เติบโตมานั่นคือละแวกทรงวาด สำเพ็ง เชฟแพมค่อนข้างเซียนในการเดินสำรวจย่านนี้ และมีร้านประจำมากมายที่ชอบแวะไป

 

 

เชฟแพมค่อนข้างรู้จักย่านนี้ดีเพราะเห็นการเปลี่ยนแปลงของย่านมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบันก็ได้มาเปิดร้านอาหารของตัวเองในย่านนี้เช่นกัน แต่นอกจากแถวทรงวาดสำเพ็งแล้ว เชฟแพมก็มีความทรงจำ และรู้สึกผูกพันกับย่านหลังสวนมากๆ เช่นกันเนื่องจากสมัยเรียนใช้เวลาอยู่ในย่านนี้บ่อย แถมมีร้านที่ชอบมาทานในย่านนี้อีกด้วย

 

 

4 HOURS LIFE with ในครั้งนี้ เราเลยอยากชวนทุกคนมาตามเชฟแพมไปชิมร้านอาหารร้านประจำ และเดินสำรวจย่านในความทรงจำของเชฟ โดยมีทั้งร้านที่มาทานบ่อยๆ กับครอบครัว คาเฟ ร้านอาหารไทยเปิดใหม่ที่น่าไปลอง แถมบางร้านที่เราจะไป มีดีลสุดพิเศษที่ทำร่วมกับบัตรเครดิตยูโอบีอีกด้วย

 

 

บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

 

อี-กา

 

ร้านแรกที่เชฟแพมแวะมาบ่อยๆ ในย่านทรงวาด คือร้าน อี-กา ร้านนี้เชฟแพมเริ่มรู้จักตั้งแต่สมัยเริ่มต้นก่อสร้างร้าน Potong ของเชฟ ทุกครั้งที่ต้องมาดูการก่อสร้างร้าน ก็ต้องแวะมาหาอะไรกิน แล้วก็มาค้นพบร้านนี้ ที่นี่เป็นร้านอาหารไทยที่มีเมนูหลากหลาย รสชาติจัดจ้าน

 

 

เมนูที่เชฟสั่งเป็นประจำเมนูแรกคือ ผัดสามเหม็น (ราคา 250 บาท) ความพิเศษของร้านนี้คือเขาใส่กระเทียมดองด้วย ช่วยให้รสชาติกลมกล่อม ตัวเส้นก็ทำมาดีมีความลื่นๆ เมนูต่อมาคือมะเขือยาวผัดโหระพา (ราคา 160 บาท) เป็นเมนูผัดที่รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ด และปิดท้ายด้วย ต้มยำกุ้ง (ราคา 240 บาท) เชฟสั่งเป็นน้ำข้น โดยรวมถือเป็นเมนูซุปที่เผ็ดจัดจ้าน และมีความเข้มข้น ตัวกุ้งก็พอดีไม่สุกจนเกินไป ใครชอบต้มยำกุ้งห้ามพลาด

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-22.00 น.

Address: ทรงวาด

Budget: 300-500

Map: www.google.com

 

 

Song Wat Coffee Roasters

 

ขยับมาอีกหนึ่งร้านใกล้กัน ซึ่งร้านนี้ก็เป็นร้านที่เชฟแพมแวะมาทานกาแฟบ่อยๆ นั่นคือ Song Wat Coffee Roasters ตัวร้านอยู่ในตรอกโรงโคม ทางร้านค่อนข้างจริงจังด้านรสชาติกาแฟ เพราะมีตัวเลือกเมล็ดกาแฟ และเมนูที่หลากหลาย ซึ่งทำให้เชฟแพมไม่ได้มีเมนูประจำที่สั่งซ้ำๆ แต่จะเป็นการลองเมนูใหม่ๆ เมล็ดใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ

 

 

สไตล์ในการชงก็มีทั้ง Speed Bar และ Slow Bar แถมบรรยากาศในร้านก็ดี สามารถเป็นคอมมูนิตี้ให้ชาวทรงวาด หรือนักท่องเที่ยวสามารถมานั่งเล่นนั่งชิลได้ ใครที่เดินเล่นทรงวาดแล้วตามหากาแฟอร่อยๆ กินสักแก้วสามารถมาที่ร้านนี้ได้เลย

 

 

Open: ทุกวัน เวลา 09.30-17.00 น.

Address: ทรงวาด

Budget: 150-300 บาท

Map: www.google.com

 

 

สำเพ็ง

 

เชฟแพมค่อนข้างมีความผูกพันกับย่านเยาวราช ทรงวาด รวมถึงสำเพ็งด้วย เนื่องจากสำเพ็งเป็นย่านที่เชฟแพมเปิดร้าน และในอดีตก็มักจะมากับคุณแม่บ่อยๆ โดยร้านที่เชฟแพมมักจะแวะบ่อยๆ ในย่านสำเพ็งคือร้านขายของใช้ของแต่งบ้าน ยิ่งใกล้ช่วงคริสต์มาส เชฟแพมจะชอบไปหาซื้อของตกแต่งต้นคริสต์มาสที่นั่น ความสนุกของการเดินสำเพ็งอีกอย่างหนึ่งคือเราสามารถรู้เทรนด์ปัจจุบันได้เลยว่าช่วงนี้วัยรุ่นเขาฮิตอะไรกัน เพราะถ้าช่วงนั้นฮิตอะไร ที่สำเพ็งจะมีสิ่งนั้นขายเต็มไปหมด

 

 

บ้านนอกเข้ากรุง

 

นอกจากละแวกเยาวราชแล้ว ย่านหลังสวนก็เป็นอีกหนึ่งย่านที่เชฟแพมผูกพันตั้งแต่สมัยเรียน โดยที่นี่มีร้านอาหารอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจนั่นคือร้าน บ้านนอกเข้ากรุง เป็นร้านอาหารสไตล์โคราชที่สูตรของอาหารส่งต่อมาจากคุณแม่ของทางเจ้าของร้านโดยตรง รสชาติโดยรวมเหมือนเราได้ไปกินที่โคราชเลย

 

 

เมนูที่เชฟแพมเลือกสั่งในวันนี้คือ ผัดหมี่โคราช หมูกรอบ (ราคา 700 บาท) เมนูที่สื่อถึงความเป็นโคราชได้เป็นอย่างดี ทางร้านทำเส้นมากำลังดี กินคู่กันกับหมูกรอบเข้ากันสุดๆ ต่อมาเป็น ยำไส้กรอกโคราชบ้านเอง (ราคา 280 บาท) ดูจากภายนอกอาจจะเหมือนยำไส้กรอกอีสานปกติ แต่ถ้าชิมจะรู้ว่าตัวไส้กรอกโคราชเขาทำให้รสชาติจัดจ้านเหมาะกับการกินเป็นยำแบบสุดๆ อีกเมนูที่ไปบ้านอีสานแล้วเชฟแพมชอบสั่งคือ ตำหลวงพระบางสูตรแอร์โฮสเตส (180 บาท) เป็นสูตรที่พี่สาวของเจ้าของร้านซึ่งเคยทำอาชีพบนเครื่องบินเป็นคนชิมรสจากประเทศต้นตำรับและกลับมาบอกให้แม่ตำให้กินที่บ้าน รสชาติจะกลมกล่อม หอมปลาร้าเบาๆ

 

 

สำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี กล้วยน้ำว้าเชื่อมน้ำตาลคาราเมล มูลค่า 140 บาท++ เมื่อทานครบ 1,800 บาทขึ้นไป/เซลส์สลิป (ไม่รวม VAT และ service charge , จำกัด 1 สิทธิ์/โต๊ะ/เซลส์สลิป และ 1,000 สิทธิ์ต่อเดือน เฉพาะทานที่ร้านเท่านั้น) หรือ รับส่วนลด 10% เฉพาะค่าอาหาร เมื่อทานครบ 2,200 บาทขึ้นไป/เซลส์สลิป (ไม่รวม VAT และ service charge) 1 พ.ค. 68 – 30 เม.ย. 69

 

บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Address: ซอยหลังสวน

Budget: 500-1,000 บาท

Map: www.google.com

The post 4 HOURS LIFE with Chef Pam กับร้านอาหารในย่านที่อยู่ตั้งแต่เด็กจนโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำเพ็งคึกคัก ตุ๊กตาขายดี ต้อนรับ วันเด็กแห่งชาติ 11 มกราคมนี้ https://thestandard.co/sampeng-busy-before-childrens-day/ Thu, 09 Jan 2025 06:37:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1028561

วันนี้ (9 มกราคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ […]

The post สำเพ็งคึกคัก ตุ๊กตาขายดี ต้อนรับ วันเด็กแห่งชาติ 11 มกราคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 มกราคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ตลาดสำเพ็ง ตลาดนัดสำหรับนักช้อปสินค้าราคาส่ง สำรวจการจับจ่ายของผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและองค์กรต่างๆ ที่ตบเท้ามาซื้อของขวัญ โดยเฉพาะตุ๊กตารูปสัตว์ต่างๆ ก่อนจะถึง วันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคมนี้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

 

วันเด็กแห่งชาติในปีนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็ก 2568 ว่า ‘ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง’ ซึ่งคำขวัญวันเด็กแต่ละปีมักจะสอดแทรกข้อคิดเตือนใจให้เด็กและเยาวชนเสมอ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา การทำความดี และการสร้างอนาคตที่ดี ให้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

 

อย่างไรก็ตาม วันเด็กในปีนี้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ทำเนียบรัฐบาล จัดงานวันเด็กตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. เปิดโอกาสให้เด็กๆ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและเข้าเยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้า ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี รวมทั้งทดสอบการอ่านข่าวภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษ สวมบทบาทเป็นโฆษกรัฐบาล และยังมีกิจกรรมพิเศษโดยผู้แทนเยาวชนในภูมิภาคต่างๆ จะร่วมพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีผ่านระบบ Zoom ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) อีกด้วย

 

ขณะที่ กองทัพอากาศจัดกิจกรรมวันเด็กที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ สนามบินเล็กทุ่งสีกัน และกองบินต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีไฮไลต์กิจกรรม เช่น ชมการแสดงการบินสุดตื่นตาจากเครื่องบินรบ สัมผัสยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างใกล้ชิด บูธกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ กิจกรรมบนเวทีมากมาย พร้อมของรางวัลเพียบ รวมถึงอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มฟรีอีกด้วย

 

รวมถึงบรรดากระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ จัดงานวันเด็กยิ่งใหญ่ ณ กระทรวงศึกษาธิการ และบริเวณโดยรอบ ทั้งบริเวณถนนราชดำเนินนอก ด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม และภายในกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.

 

ขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะจัดกิจกรรมวันเด็กพร้อมกัน 3 แห่ง แห่งแรกจัดที่กระทรวง อว. ถนนโยธี แห่งที่สองที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพฯ และแห่งที่สามที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคมนี้ จัดเต็มทั้งความสนุกด้านวิทยาศาสตร์พร้อมกับของรางวัลรวมแล้วกว่า 50,000 ชิ้น เพื่อมอบความสุขความสนุกสนานควบคู่ไปกับสาระความรู้ให้กับน้องๆ

 

The post สำเพ็งคึกคัก ตุ๊กตาขายดี ต้อนรับ วันเด็กแห่งชาติ 11 มกราคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ของขวัญพร้อมแล้ว เด็กๆ พร้อมหรือยัง https://thestandard.co/sampeng-childrens-day-gift/ Wed, 10 Jan 2024 12:32:55 +0000 https://thestandard.co/?p=886190 สำเพ็ง ของขวัญวันเด็ก

วันนี้ (10 มกราคม) ที่ตลาดค้าส่งสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ ก […]

The post ของขวัญพร้อมแล้ว เด็กๆ พร้อมหรือยัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำเพ็ง ของขวัญวันเด็ก

วันนี้ (10 มกราคม) ที่ตลาดค้าส่งสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ช่างภาพของ THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาเลือกซื้อของขวัญเพื่อนำไปแจกจ่ายให้เด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2567

 

ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เริ่มจัดงานวันเด็กตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (11 มกราคม) ขณะที่หลายส่วนจะจัดงานวันเด็กในวันเสาร์นี้ (13 มกราคม)

 

ผู้ค้าที่ตลาดให้ข้อมูลว่า ปีนี้การค้าขายช่วงเทศกาลวันเด็กเป็นไปอย่างคึกคัก มีหลายหน่วยงานเริ่มเดินทางมาซื้อของขวัญตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่ในวันนี้มีผู้มาซื้อของมากที่สุด ทำให้บรรยากาศที่ตลาดคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเย็น

 

สำเพ็ง ของขวัญวันเด็ก

The post ของขวัญพร้อมแล้ว เด็กๆ พร้อมหรือยัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถ้าอยากเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มชาแบบไต้หวัน ลองไปที่ Casa Formosa https://thestandard.co/life/casa-formosa-taiwanese-tea/ Thu, 30 Mar 2023 11:57:42 +0000 https://thestandard.co/?p=770994

ถ้าอยากเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มชาแบบไต้หวัน ลองไปที่ Casa […]

The post ถ้าอยากเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มชาแบบไต้หวัน ลองไปที่ Casa Formosa appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าอยากเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มชาแบบไต้หวัน ลองไปที่ Casa Formosa ดูสิ!

 

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใครไปเดินแถวเยาวราชแล้วกำลังมองหาที่นั่งชิลๆ เราอยากให้คุณลองแวะไปหลบร้อนพร้อมกับจิบชาที่ร้านชาเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในสำเพ็ง ร้านนี้มีชื่อว่า Casa Formosa

 

 

The Vibe

 

ร้านนี้ตั้งอยู่แถวๆ สำเพ็ง ซึ่งการตกแต่งร้านถือว่าโดดเด่นจากร้านอื่นๆ มาก เพราะใช้วัสดุเป็นไม้ให้ความรู้สึกวินเทจ ต่างจากร้านอื่นๆ แถวนั้นที่จะใช้ประตูเหล็กยืด

 

ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นคนไต้หวันแท้ๆ เขาจึงมีความตั้งใจจะนำเสนอวัฒนธรรมความเป็นไต้หวันออกมา ตั้งแต่การตกแต่งภายในที่ดูเป็นจีนแบบวินเทจ ไปจนถึงเพลงในร้านที่เปิดเป็นเพลงจีน! 

 

ตัวร้านจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นโต๊ะนั่งแบบปกติสบายๆ แต่เราแนะนำว่าถ้าใครอยากได้มุมสงบๆ ลองขึ้นไปที่ชั้น 2 ดู เพราะเป็นการนั่งบนเสื่อกับโต๊ะเล็กๆ ได้อารมณ์ความเป็นไต้หวันดั้งเดิมแบบสุดๆ

 

 

The Taste

 

ความตั้งใจที่อยากจะบอกเล่าวัฒนธรรมการดื่มชาของไต้หวันส่งต่อมาถึงเครื่องดื่ม โดยที่นี่จะนำเข้าใบชาทั้งหมดจากไต้หวัน และจะเน้นไปที่ชาอู่หลงเป็นหลัก เพราะชาอู่หลงมีความน่าสนใจตรงที่ถึงแม้จะปลูกบนภูเขาลูกเดียวกัน ถ้าความสูงหรือตำแหน่งที่ปลูกไม่เหมือนกัน รสชาติของชาจะเปลี่ยนไปทันที

 

 

ไหนๆ ก็เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว เราเลยจะขอชี้เป้าชา 3 ตัวที่มีรสชาติแตกต่างกันออกไปให้เป็นตัวเลือกเผื่อใครอยากลองตามไปชิม

 

เริ่มกันที่ตัวแรก Casa Formosa Signature Tea 1869 Oolong (ราคา 150 บาท) ตัวนี้จะเหมาะกับคนเริ่มหัดดื่มชา เพราะมีความหวานและมีกลิ่นเหมือนนำ้ผึ้ง ท้ายๆ จะมีกลิ่นแนวๆ วานิลลา คาราเมล 

 

 

ตัวต่อมาคือ Alishan Alpine Oolong (ราคา 200 บาท) ตัวนี้จะเป็นอู่หลงที่ปลูกบนภูเขาสูง จะใช้เวลาบ่มไม่นาน ทำให้รสชาติอาจจะมีกลิ่นที่ออกเขียวๆ นิดๆ คล้ายชาข้าว มีรสหวานแต่ไม่เท่าตัวแรก ใครชอบชาไม่หวานอาจจะชอบตัวนี้

 

 

ตัวสุดท้ายสำหรับคนชอบดื่มกาแฟ เพราะตัวนี้ทางร้านบอกว่ามีความคล้ายอเมริกาโน ตัวนี้มีชื่อว่า Sun Moon Lake Ruby (ราคา 250 บาท) ใครที่เคยไปไต้หวันอาจจะคุ้นชื่อนี้ ถูกต้องแล้ว ชื่อนี้คือชื่อของทะเลสาบชื่อดังซึ่งเป็นแหล่งปลูกชาชนิดนี้ ความพิเศษของตัวนี้คือเป็นชาแบล็กทีที่ให้กลิ่นสดชื่นคล้ายมินต์ มีกลิ่นซินนามอนเบาๆ 

 

 

ชาที่นี่เขาจะขายทีละกา 1 กาดื่มได้ประมาณ 2 คน สามารถสั่งได้ทั้งร้อนและเย็น แนะนำว่าลองถามทางร้านดูว่าตัวไหนเหมาะกับดื่มร้อนหรือดื่มเย็น

 

Good for

 

ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ของคนที่กำลังหาร้านนั่งหลบร้อนแถวๆ เยาวราช แนะนำให้มากับเพื่อนสัก 2-3 คน จะได้ลองสั่งกันหลายๆ แบบ จริงๆ ก็เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์เพราะเจ้าของร้านสามารถเล่าเรื่องราวของชาแต่ละตัวได้ลึกซึ้งมากๆ ใครอยากเรียนรู้วัฒนธรรมดื่มชาแบบไต้หวันก็ลองไปกันได้เลย

 

 

Casa Formosa 

Open: เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์

Address: สำเพ็ง

Facebook: Casa Formosa Taiwan Tea House 

Budget: 150-390 บาท

Map:

 

 

The post ถ้าอยากเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มชาแบบไต้หวัน ลองไปที่ Casa Formosa appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซื้อของขวัญแทนใจที่สำเพ็ง พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ https://thestandard.co/sampeng-valentines-day/ Tue, 14 Feb 2023 00:39:59 +0000 https://thestandard.co/?p=749911 วันวาเลนไทน์

พรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์) วันวาเลนไทน์ บรรยากาศหลากหลายร […]

The post ซื้อของขวัญแทนใจที่สำเพ็ง พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันวาเลนไทน์

พรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์) วันวาเลนไทน์ บรรยากาศหลากหลายร้านค้าที่สำเพ็งเริ่มคึกคักอย่างต่อเนื่อง กุหลาบสีแดงช่อโต สติกเกอร์รูปหัวใจ ช็อกโกแลตแทนใจ หรือแม้แต่ตุ๊กตาน้อยใหญ่ ถูกนำมาจัดวางจำหน่ายให้ได้เลือกซื้อมอบให้กับคนที่รักในวันสำคัญ

 

สำหรับวันวาเลนไทน์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการแสดงความรักของใครหลายๆ คน บางคนเลือกที่จะจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ มอบของขวัญแทนความรู้สึกให้คนที่รัก หรือหากกำลังแอบชอบใครสักคน การได้บอกรักในวันวาเลนไทน์ก็ถือเป็นโอกาสดีไม่น้อย

 

วันวาเลนไทน์

The post ซื้อของขวัญแทนใจที่สำเพ็ง พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สำเพ็ง’ คึกคักรับเทศกาลคริสต์มาส ผู้ค้าลงทุนเพิ่ม-ผู้ซื้อมีกำลังจ่าย หลายที่กลับมาจัดงานฉลอง https://thestandard.co/sampheng-christmas-festival/ Fri, 23 Dec 2022 07:40:58 +0000 https://thestandard.co/?p=727903 สำเพ็ง

วันนี้ (23 ธันวาคม) ทีมช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำ […]

The post ‘สำเพ็ง’ คึกคักรับเทศกาลคริสต์มาส ผู้ค้าลงทุนเพิ่ม-ผู้ซื้อมีกำลังจ่าย หลายที่กลับมาจัดงานฉลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำเพ็ง

วันนี้ (23 ธันวาคม) ทีมช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจย่านการค้าสำเพ็ง ในช่วงเวลา 00.00-02.00 น. ที่ผ่านมา พบว่าบรรยากาศการค้าขายเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ซื้อส่งและปลีกเดินทางมาเลือกซื้อของตกแต่งบ้าน ของขวัญ เครื่องประดับตามเทศกาล

 

หลายร้านค้าเล่าว่า การค้าขายปีนี้คึกคักและดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนหลักๆ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดดีขึ้น หลายมาตรการผ่อนคลาย ทำให้หลายหน่วยงานสามารถจัดกิจกรรมสังสรรค์ได้มากขึ้น

 

ขณะที่ผู้ซื้อบอกกับทีมช่างภาพว่า ปีนี้พวกเขาตัดสินใจลงทุนมากขึ้น เพราะเชื่อว่าผู้ที่มาซื้อต่อมีกำลังซื้อ และหลายคนเริ่มกลับมาจัดงาน ให้ของขวัญกัน สินค้าที่นิยมปีนี้เป็นอุปกรณ์ตกแต่ง เช่น ที่คาดผม กิ๊ฟตกแต่ง เป็นต้น

 

สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง สำเพ็ง

The post ‘สำเพ็ง’ คึกคักรับเทศกาลคริสต์มาส ผู้ค้าลงทุนเพิ่ม-ผู้ซื้อมีกำลังจ่าย หลายที่กลับมาจัดงานฉลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิชาการวิศวะมหิดล ถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้จากหม้อแปลงระเบิด เผย 6 ข้อแนะนำลดความเสี่ยงสำหรับประชาชนใกล้จุดเสี่ยง https://thestandard.co/mahidol-academician-disect-sampeng-fire-incident-lesson/ Mon, 04 Jul 2022 13:01:23 +0000 https://thestandard.co/?p=650058 เหตุไฟไหม้

หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ณ อาคาร 3 ช […]

The post นักวิชาการวิศวะมหิดล ถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้จากหม้อแปลงระเบิด เผย 6 ข้อแนะนำลดความเสี่ยงสำหรับประชาชนใกล้จุดเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้

หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ณ อาคาร 3 ชั้น ย่านสำเพ็ง ถนนราชวงศ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บนับ 10 ราย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุนั้น และอีกไม่กี่วันต่อมายังเกิดเหตุระทึก หลังพบประกายไฟลัดวงจรหม้อแปลงไฟฟ้าใหญ่กว่าตัวเดิมที่ปากซอยวานิช 1 ซึ่งอยู่ห่างจากที่เดิม 50 เมตร แม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ทำให้เกิดคำถามจากประชาชนว่า จะทำอย่างไรให้หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีอยู่ทั่วเมืองนั้นอยู่กับประชาชนได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

 

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทุกบ้านทุกเมืองทั่วไทยและทั่วโลก จนถึงทุกธุรกิจอุตสาหกรรมต่างก็หล่อเลี้ยงด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) นับเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่แปลงแรงดันหรือศักดาไฟฟ้าโดยทำหน้าที่เพิ่มหรือลด (Step Up/Step Down) ปรับแรงดันสูงมาเป็นแรงดันต่ำ หรือเปลี่ยนแรงดันต่ำให้เป็นแรงดันสูงให้เหมาะสม เพื่อแจกจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปสู่บ้านเรือนของประชาชน โดยทั่วไปลักษณะหม้อแปลงมี 2 แบบ คือ 1. ระบายความร้อนแบบชนิดแห้ง (Dry Type) และ 2. ระบายความร้อนแบบใช้น้ำมัน (Oil Type) มีครีบระบายความร้อนรอบนอกตัวถัง ซึ่งภายในจะมีถังขนาดใหญ่บรรจุน้ำมัน โดยยังแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยคือ ชนิดน้ำมันติดไฟได้ ทำจาก Mineral Oil และชนิดติดไฟยาก (Less Flammable) มีขดลวดทองแดง (Winding) 2-3 ขดขึ้นกับจำนวนเฟสที่ใช้งาน

 

โดยหม้อแปลงที่ติดตั้งนอกอาคารมักจะเป็นแบบใช้น้ำมันซึ่งมีราคาถูกกว่า เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้าต้องทำงานตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องมี ‘น้ำมันหม้อแปลง’ คอยทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันไม่ให้ขดลวดมาชนกันจนเกิดการลัดวงจรไฟฟ้า และยังเป็นตัวช่วยระบายความร้อนภายในหม้อแปลง ปัจจุบันทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหม้อแปลงไฟฟ้าระบบใช้น้ำมันหลายหมื่นลูก โดย 154 ลูกอยู่ในกรุงเทพฯ ชั้นใน

 

ทั้งนี้ หม้อแปลงไฟฟ้าจะเสื่อมประสิทธิภาพไปตามอายุและการใช้งาน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ประชาชนมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากกว่าปกติ อาจเกินกำลังของหม้อแปลงไฟฟ้า (Overload) ยิ่งทำให้เกิดความร้อนสะสมและมีแรงดันภายในหม้อแปลงสูงเกินไป กลไกระบบรักษาความปลอดภัยจะปล่อยก๊าซและของเหลวออกมา ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดไฟลุกไหม้เมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่อยู่ในอากาศภายนอก

 

นอกจากนี้ ดร.สุพรรณยังได้สรุป 9 ข้อเสนอแนะทางวิศวกรรมให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยจากหม้อแปลงไฟฟ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนี้

 

  1. ควรเปลี่ยนเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ Dry Type ซึ่งปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่สามารถติดตั้งนอกอาคารบนนั่งร้านได้ แม้ราคาจะสูงกว่าหม้อแปลงไฟฟ้าระบบน้ำมัน แต่มีความปลอดภัยและคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว

 

  1. ในพื้นที่ซึ่งมีความหนาแน่นของชุมชน การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใกล้กับผนังอาคารสิ่งปลูกสร้างมากเกินไป ควรมีการติดตั้ง ‘แผ่นกั้นกันไฟ’ ที่จะเข้าสู่อาคารจากเหตุหม้อแปลงระเบิดหรือไฟลุกไหม้ และไม่ควรใช้หม้อแปลงขนาดใหญ่เกินกว่า 250 kVA เพื่อลดความรุนแรงหากเกิดการระเบิดของหม้อแปลง

 

  1. หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีอายุเกิน 20 ปี ควรได้รับการบำรุงรักษาที่เร็วกว่ากำหนดและตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการดูแลปีละ 1 ครั้ง แม้อายุการใช้งานของหม้อแปลงจะกำหนดอยู่ที่ราว 25 ปี ก็ควรปลดระวางการใช้งาน ‘ก่อน’ นั้น

 

  1. ควรมีการเปลี่ยนน้ำมันหม้อแปลงเป็นระยะ ซี่งน้ำมันหม้อแปลงใช้เป็นฉนวนป้องกันการลัดวงจรภายในหม้อแปลงไฟฟ้า และเป็นตัวช่วยถ่ายเทระบายความร้อนระหว่างขดลวดภายในหม้อแปลงกับอากาศภายนอก น้ำมันซึ่งเมื่อเจอความร้อนสะสมเป็นเวลานานจะเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้ประสิทธิภาพในการเป็นฉนวนและถ่ายเทระบายความร้อนลดลงไป

 

  1. พัฒนา ‘ระบบเครือข่ายควบคุมอัจฉริยะและรายงานความปลอดภัยได้ 24 ชั่วโมง’ โดยทุกหม้อแปลงติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิของขดลวดและคุณสมบัติภายในของหม้อแปลงแบบเรียลไทม์ (Real Time) ประยุกต์เทคโนโลยีเครือข่าย Internet of Things (IoT) เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมของการไฟฟ้านครหลวง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจ้งประชาชนบริเวณใกล้เคียงผ่านโทรศัพท์มือถือและเสียงไซเรนเตือนภัยที่หม้อแปลงได้ทันเวลา

 

  1. ไม่ควรใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้าเต็มพิกัดกำลัง มาตรฐานควรอยู่ราว 80% เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 kVA ควรใช้งานเพียง 400 kVA เพื่อความปลอดภัย

 

  1. ควรกั้นรั้วหรือทาสีบริเวณพื้นและติดป้ายเตือนไม่ให้หาบเร่แผงลอยหรือประชาชนอยู่ใกล้หรือจอดรถบริเวณที่มีการติดตั้งหม้อแปลง และแสดงเบอร์โทรสายด่วนเพื่อติดต่อแจ้งเหตุต่อการไฟฟ้าอย่างชัดเจนติดอยู่ที่หม้อแปลง

 

  1. ระมัดระวังไม่ให้สายสื่อสารหรือสายไฟอื่นๆ ใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งอาจเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดการลุกลามได้ ในการดับเพลิงจากเหตุน้ำมันหม้อแปลงควรใช้สารเคมีในการดับ เพราะหากใช้น้ำจะทำให้เพลิงยิ่งรุนแรงขึ้น 

 

  1. ควรนำสายสื่อสารและระบบไฟฟ้าลงดินโดยเริ่มจากย่านธุรกิจ ชุมชนใจกลางเมืองที่มีประชาชนอาศัยหนาแน่น

 

ส่วน 6 ข้อแนะนำลดความเสี่ยงสำหรับประชาชนที่อยู่ใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้า มีดังนี้

 

  1. ควรปิดประตู หน้าต่าง ด้านที่อยู่ติดกับหม้อแปลงไฟฟ้า และติดตั้งวัสดุป้องกันไฟไหม้

 

  1. อาคารร้านค้าควรติดตั้งระบบดับเพลิงที่ใช้สารเคมีที่ใช้ดับไฟจากไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและตรวจสอบความพร้อมใช้งานเสมอ

 

  1. หมั่นสังเกตหม้อแปลงไฟฟ้าหากมีความผิดปกติหรือควันลอยออกจากหม้อแปลงไฟฟ้า ให้แจ้งการไฟฟ้าด่วน

 

  1. ไม่ควรทำกิจกรรมหรือจอดรถใกล้กับบริเวณที่มีหม้อแปลงไฟฟ้า

 

  1. จัดอบรมและซักซ้อมการอพยพหนีไฟในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก ปฏิบัติถูกต้อง และลดการสูญเสีย

 

  1. เจ้าของอาคารบ้านเรือนควรพิจารณากรมธรรม์ประกันอัคคีภัยเพื่อคุ้มครองเหตุอันคาดไม่ถึง

The post นักวิชาการวิศวะมหิดล ถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้จากหม้อแปลงระเบิด เผย 6 ข้อแนะนำลดความเสี่ยงสำหรับประชาชนใกล้จุดเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฟน. มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพลิงไหม้สำเพ็ง เผยเตรียมประชุมแก้ปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันเหตุในอนาคต https://thestandard.co/mea-donate-fund-to-sampeng-fire-incident-victims/ Wed, 29 Jun 2022 05:39:27 +0000 https://thestandard.co/?p=647819 เพลิงไหม้สำเพ็ง

จากเหตุเพลิงไหม้บริเวณสำเพ็ง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ […]

The post กฟน. มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพลิงไหม้สำเพ็ง เผยเตรียมประชุมแก้ปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันเหตุในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพลิงไหม้สำเพ็ง

จากเหตุเพลิงไหม้บริเวณสำเพ็ง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา โดย พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำข้อสั่งการ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการเยียวยาดูแลผู้ประสบภัยและแก้ปัญหาระยะยาว โดยสั่งให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมจ่ายเงินเยียวยาประชาชนเป็นการด่วน พร้อมทั้งนัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กฟน., สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), ผู้ประกอบการสื่อสาร เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน และแก้ปัญหาในวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565 ทั้งเรื่องการช่วยเหลือ รับฟังสถานการณ์ แผนงาน และมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีกในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

 

ส่วนความคืบหน้าวานนี้ (28 มิถุนายน) จาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการฝ่ายธุรกิจ กฟน. และในฐานะโฆษก กฟน. ได้ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับกลุ่มร้านค้ารถเข็น ซึ่งได้แจ้งความและประเมินค่าเสียหายในขณะเกิดเหตุไว้ ณ สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 3 ราย ได้แก่ ลำไพร ขาววงศ์ จำนวน 17,000 บาท, สมใจ โสพิษ จำนวน 6,000 บาท และ แพง อรสาม จำนวน 13,000 บาท โดยมี พล.ต.ต. สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และ พ.ต.อ. นนท์ นุ่มบุญนำ รักษาการผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (สน.) จักรวรรดิ ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กลุ่มร้านค้า ณ สน.จักรวรรดิ

 

จาตุรงค์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง กฟน. ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ และได้ดำเนินมาตรการเยียวยาเร่งด่วน เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้รับความช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยไม่รอกระบวนการพิสูจน์หลักฐาน โดยล่าสุด นอกจากผู้เสียหายในกลุ่มร้านค้ารถเข็นแล้ว ทาง กฟน. ได้ติดต่อให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และอยู่ระหว่างการติดต่อให้ความช่วยเหลือกับผู้ได้รับผลกระทบในกลุ่มอื่นๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้ และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ขณะที่ด้านกระบวนการทางกฎหมายยังต้องรอผลการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ รวมถึงมูลค่าความเสียหาย เพื่อให้ความเป็นธรรมสูงสุดต่อผู้ได้รับผลกระทบ  

 

ทั้งนี้ จาตุรงค์ยืนยันว่าทาง กฟน. จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เหตุการณ์สูญเสียเกิดขึ้นอีก โดยมีมาตรการทบทวนแผนการบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์ เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ นำนวัตกรรมการแจ้งเตือนเหตุสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้ามาใช้เพิ่มเติมจากระบบเดิมที่มีอยู่ พร้อมเร่งตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้ารวมถึงจุดเสี่ยงต่างๆ และจัดระเบียบสายสื่อสารร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

The post กฟน. มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพลิงไหม้สำเพ็ง เผยเตรียมประชุมแก้ปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันเหตุในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชัชชาติ’ ประชุมร่วมผู้บริหาร ถอดบทเรียนไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่-สำเพ็ง ชี้ปัญหาหลัก ขาดการประสานงาน วางแผน เร่งประชุมการไฟฟ้า และตำรวจพรุ่งนี้ https://thestandard.co/chadchart-meet-executives-on-sampeng-fire-incident/ Mon, 27 Jun 2022 10:11:20 +0000 https://thestandard.co/?p=647039 ไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่-สำเพ็ง

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ห้องประชุมและวางแผน (War Room) […]

The post ‘ชัชชาติ’ ประชุมร่วมผู้บริหาร ถอดบทเรียนไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่-สำเพ็ง ชี้ปัญหาหลัก ขาดการประสานงาน วางแผน เร่งประชุมการไฟฟ้า และตำรวจพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่-สำเพ็ง

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ห้องประชุมและวางแผน (War Room) อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ประชุมผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 10/2565  

 

โดยภายหลังการประชุมชัชชาติกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเกี่ยวกับการถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้ใหญ่ในกรุงเทพฯ เรื่องแรกที่หารือคือ เหตุไฟไหม้ที่บ่อนไก่ สรุปแล้วสาเหตุเกิดจากบ้านหลังแรกที่ไฟช็อต จากนั้นไฟลุกลามไปจุดอื่นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ติดไฟง่าย 

 

ขณะที่เกิดไฟไหม้มีหลายหน่วยงานเข้ามาปฏิบัติงาน เหตุการณ์เริ่มจากมีการแจ้งมายังอาสาสมัครในชุมชนเวลา 13.07 น. แต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อาสาสมัครชุมชนจึงเข้าไปในพื้นที่ พบว่าไฟไหม้ไปหลายจุดแล้ว ซึ่งพยายามใช้ถังดับเพลิงแต่ดับไม่ได้ เวลาผ่านไปแล้ว 5 นาทีสถานีดับเพลิงจึงได้รับแจ้งเหตุ และรถดับเพลิงถึงจะเข้าพื้นที่ ดังนั้นจะเห็นว่าเรื่องการแจ้งเหตุมีปัญหา

 

จุดนี้เป็นบทเรียนให้กับชุมชน และการประสานงานที่ไม่ได้แจ้งไปยังสถานีดับเพลิง ทำให้เกิดความล่าช้า กว่าที่รถดับเพลิงจะมาถึงจุดเกิดเหตุจึงลุกลามเป็นวงกว้าง ประกอบกับสายไฟฟ้าเก่าและชำรุด ชุมชนเกิดความสับสนไม่รู้ว่าไฟไหม้ต้องไปจุดไหน การฝึกซ้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจริงๆ ชุมชนมีประปาหัวแดงเพียงพอ แต่มีปัญหาเรื่องแรงดันน้ำ 

 

อีกปัญหาสำคัญคือ การบัญชาการเหตุการณ์มีปัญหา ควรต้องปรับปรุง เพราะไม่มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ ผู้ปฏิบัติงานที่ลงพื้นที่ชุมชนไม่มีความคุ้นเคยในพื้นที่ ทำให้เสียเวลาในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ต้องซักซ้อมการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ผู้อำนวยการเขตและผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานร่วมกัน ต้องประสานกับอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ให้ดี 

 

รวมทั้งอุปกรณ์ที่ขาด ผู้อำนวยการเขตต้องมาดูแลผู้ได้รับความเสียหาย และทำบัญชีและการให้บริการในส่วนต่างๆ เช่น ให้บริการห้องอาบน้ำ สุขา การเตรียมปั๊มน้ำสำหรับห้องอาบน้ำ การทำรายการผู้เสียหาย การเตรียมฟูกที่นอนให้เด็กๆ เตียง พัดลม รายละเอียดทุกส่วนควรอยู่ในลิสต์ที่ต้องเตรียมพร้อม รวมทั้งการแยกผู้ประสบภัยจากประชาชนทั่วไปให้ชัดเจน จะทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น ทุกอย่างต้องสรุปออกมาและต้องนำไปปฏิบัติให้ได้

 

ส่วนบทเรียนของผู้ปฏิบัติงานการจัดตั้งศูนย์บัญชาการสั่งการในจุดที่เกิดเหตุ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว และผู้บัญชาการเหตุของ กทม. ต้องเข้าถึงพื้นที่เร็วกว่าอาสาสมัคร เพราะต้องมีคนบัญชาการตั้งแต่ต้น โดยจะเร่งทำแผนเพื่อให้เกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งนี้ จะสำรวจจุดหนาแน่น จุดเสี่ยงในกรุงเทพฯ และสำรวจความพร้อมของประปาหัวแดง เพราะเมื่อเกิดเหตุสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว

 

ส่วนกรณีไฟไหม้ที่ย่านการค้าสำเพ็ง บทเรียนที่สรุปได้มี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ สาเหตุการเกิดไฟไหม้ เกิดจากหม้อแปลงร้อนและระเบิด ประกอบกับจุดดังกล่าวมีสายไฟสายสื่อสารที่รกรุงรัง และจุดที่ไฟไหม้อยู่ใกล้ตัวอาคารที่มีพลาสติกจำนวนมาก

 

เบื้องต้นได้ประสานการไฟฟ้าให้สำรวจหม้อแปลงขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในแล้ว พบว่ามีอยู่กว่า 400 หม้อแปลง จึงขอให้ตรวจสอบสภาพหม้อแปลงและอายุการใช้งาน ส่วนสายสื่อสารจะเร่งนำลงดินเพื่อจัดการความรุงรัง 

 

โดยล่าสุดได้ประสานไปที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้ว ส่วนประชาชนเองต้องระมัดระวังอัคคีภัย หรือการใช้ไฟในบ้านเรือนตัวเองให้ดี หมั่นตรวจสอบระบบไฟฟ้า ก็จะช่วยแก้ปัญหาไฟไหม้ได้

 

ส่วนที่ 2 ที่ต้องเข้าไปดูคือ การเข้าเผชิญเหตุ เป็นเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยอาสากับผู้บัญชาการเหตุการณ์ สิ่งที่ต้องแก้ไขปัญหาคือ ใครเป็นผู้บัญชาการเหตุ และรถน้ำควรฉีดอย่างไร เหตุการณ์ที่ผ่านมาอาจจะเป็นวิธีการที่ไม่ได้ถูกต้องตามหลักการ เพราะทุกหน่วยงานรุมกันฉีดน้ำเข้าไปที่อาคาร แต่หลักที่ควรทำคือ ควรหาต้นเพลิงและฉีดน้ำไปที่ต้นเพลิงมากกว่า 

 

ดังนั้น ต่อไปนี้ควรมีการประสานงานกันระหว่างหน่วยอาสาและผู้บัญชาการเหตุการณ์ อาจจะต้องจัดระเบียบให้ดีขึ้น ต้องพัฒนาศักยภาพร่วมกันเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ หรืออบรมร่วมกันเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ต้องทำด้วยกัน ดังนั้น กทม. จะเร่งทำแผนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

 

ส่วนค่าตอบแทนและค่าเสี่ยงภัยของอาสาสมัครนักดับเพลิง ได้ทำแผนร่างไว้และเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา หากมีอุปกรณ์และมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมจะทำให้การบังคับบัญชาเหตุการณ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น รวมถึงการจัดคลังเพื่อผู้ประสบภัยที่ยังขาดแคลน เพราะหากสามารถจัดคลังได้ก็จะไม่ต้องเปิดรับบริจาคทุกครั้ง โดยปัจจุบันมีคลังอยู่ที่วัดดวงแข แต่อุปกรณ์ทุกอย่างยังไม่ครบ 

 

สำหรับวันพรุ่งนี้ (28 มิถุนายน) จะมีการหารือร่วมกัน ทั้งการไฟฟ้านครหลวง กทม. และตำรวจ

 

The post ‘ชัชชาติ’ ประชุมร่วมผู้บริหาร ถอดบทเรียนไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่-สำเพ็ง ชี้ปัญหาหลัก ขาดการประสานงาน วางแผน เร่งประชุมการไฟฟ้า และตำรวจพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุ #ไฟไหม้สำเพ็ง คาดต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน ส่วนหม้อแปลงที่ระเบิดใช้มาแล้ว 20 ปี https://thestandard.co/police-still-not-conclude-sampeng-fire-case/ Mon, 27 Jun 2022 07:54:59 +0000 https://thestandard.co/?p=647013 ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ย่านการค้าสำเพ็ง ริมถนนราชวงศ์ […]

The post ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุ #ไฟไหม้สำเพ็ง คาดต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน ส่วนหม้อแปลงที่ระเบิดใช้มาแล้ว 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ย่านการค้าสำเพ็ง ริมถนนราชวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ซึ่งเกิดขึ้นวานนี้ (26 มิถุนายน)  

 

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ถอดหม้อแปลงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของอาคารพาณิชย์ที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งหลายฝ่ายสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ กลับไปตรวจสอบระบบการทำงานภายใน

 

ด้าน พ.ต.อ. วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (สน.) จักรวรรดิ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการสอบสวนยังดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าสาเหตุเกิดจากสิ่งใด จนกว่าจะรอผลการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเสร็จสิ้น อีกทั้งยังต้องรอผลการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานนำมาประกอบสำนวนคดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ส่วนเรื่องผู้เสียหายที่ประสงค์จะเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหน่วยงานใด ก็สามารถเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ตามสิทธิ์

 

ด้าน ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องที่ 1 และห้องที่ 2 ซึ่งเป็นร้านขายของเล่นและอุปกรณ์เด็ก และร้านขายอุปกรณ์พลาสติก พบว่าโครงเหล็กเกิดการงอ ผนังเกิดการบิดออก สภาพของโครงสร้างชำรุดมาก พื้นทรุดตัว

 

โดยทั้งสองอาคารนี้มีโอกาสที่จะต้องทุบสูงมาก ส่วนอาคารที่ 3 ที่อยู่ตรงกับหม้อแปลงไฟฟ้านั้น โครงเหล็กแอ่นตัวออกมา ทางวิศวกรรมมองว่า โอกาสที่จะกลับมาใช้งานได้คือต้องรื้อโครงเหล็ก ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่ต้องรื้อแล้วทำใหม่เพื่อความปลอดภัย จากการตรวจสอบโครงสร้างทั้งหมดแล้ว แต่ละอาคารแยกจากกันจึงไม่ส่งผลต่ออาคารที่อยู่ติดกัน 

 

ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุอาจเกิดจากหม้อแปลงระเบิด ต้องตรวจสอบโดยละเอียดก่อน แต่โดยปกติแล้ว หม้อแปลงแต่ละลูกจะมีอายุการใช้งานราว 25 ปี 

 

ส่วนหม้อแปลงลูกที่เกิดเหตุตรวจสอบพบว่าใช้งานมาแล้ว 20 ปี และพึ่งผ่านการตรวจสภาพการใช้งานไปเมื่อกลางปีที่แล้ว 

 

ทั้งนี้ การติดตั้งหม้อแปลงแต่ละจุดเป็นไปตามมาตรฐาน คือห่างจากอาคาร 60 เซนติเมตร

The post ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุ #ไฟไหม้สำเพ็ง คาดต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน ส่วนหม้อแปลงที่ระเบิดใช้มาแล้ว 20 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาวิศวกร พร้อมหลายหน่วยงาน ตรวจพื้นที่ #ไฟไหม้สำเพ็ง คาดเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ชี้ควรรื้อทิ้ง 2 อาคาร https://thestandard.co/coe-with-other-network-checking-up-sampeng-fire-building/ Mon, 27 Jun 2022 05:46:28 +0000 https://thestandard.co/?p=646929 สภาวิศวกร

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ย่านการค้าสำเพ็ง ริมถนนราชวงศ์ […]

The post สภาวิศวกร พร้อมหลายหน่วยงาน ตรวจพื้นที่ #ไฟไหม้สำเพ็ง คาดเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ชี้ควรรื้อทิ้ง 2 อาคาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาวิศวกร

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ย่านการค้าสำเพ็ง ริมถนนราชวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ สภาวิศวกรพร้อมด้วยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปถัมภ์ (วสท.) และกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอาคารจากเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 7 คูหา เมื่อวานนี้ (26 มิถุนายน) ช่วงประมาณ 11.30 น.

 

โดยภายหลังการเข้าตรวจสอบประมาณ 30 นาที อาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีอาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายประมาณ 4 คูหา ซึ่งจากการประเมินมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และยอมรับว่ายังไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้ ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญ 

 

โดยหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งสำรวจสายไฟเก่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบจุดที่มีความเสี่ยงก็ให้แจ้งมายังสำนักงานเขต รวมถึงจะเชิญการไฟฟ้ามาประชุมร่วมกันว่า ให้ไปตรวจสอบว่าในพื้นที่มีหม้อแปลงไฟฟ้าที่เก่าเกินอายุที่สมควรคือมากกว่า 20 ปีหรือไม่ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป

 

ด้าน โสภา เกียรตินิรชา ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้ตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมีการทำประกันสังคมไว้ รวมถึงรายที่เป็นแรงงานต่างด้าวด้วย จึงจะได้รับเงินชดเชยจำนวน 5 หมื่นบาทต่อราย และยังมีเงินทดแทนตามระยะเวลาการทำงานที่กระทรวงแรงงานจะจ่ายให้ 70% ของค่าแรง โดยต้องไปตรวจสอบระยะเวลาการทำงานของทั้ง 2 คนก่อน

 

ขณะที่ ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าอาคารที่ 2 และ 3 ในจุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายมากที่สุดที่บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งถือว่าไม่มีความปลอดภัยของตัวอาคาร เนื่องจากลักษณะอาคารเป็นอาคารที่มีการต่อเติมชั้นเหล็กขึ้น และตัวอาคารโดนความร้อนเป็นระยะเวลานาน ทำให้โครงสร้างอาคารที่เป็นส่วนรับน้ำหนักมีการแอ่นตัว 

 

ซึ่งตนเองมีความเห็นว่าควรต้องรื้อถอนอาคารที่ 2 และ 3 ออกเพื่อความปลอดภัย ส่วนอาคารริมที่เป็นอาคารที่ 1 และอาคารที่ 4 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีโครงสร้างบางส่วนเสียหาย แต่ยังสามารถซ่อมแซมเสริมแนวคานรับน้ำหนักของตัวอาคารเพื่อใช้งานอาคารต่อได้ แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านวิศวกรเข้ามาตรวจสอบโครงสร้างเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับความมั่นคงอาคารอีกครั้ง

 

ด้าน วิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ยืนยันว่า หม้อแปลงเครื่องดังกล่าวไม่ได้เปิดใช้งานมา 10 วันแล้ว เนื่องจากอยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบระบบภายในและสายไฟที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้นเจ้าหน้าที่ได้มาเตรียมการเปิดใช้งาน เปิดสวิตซ์เพื่อให้กระแสไฟเข้าสู่ระบบ แต่ในช่วงระหว่างเดินทางกลับไปเพื่อรายงาน ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟดับและเกิดไฟไหม้

 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าหม้อแปลงขัดข้องหรือไม่ เนื่องจากมีประชาชนหลายคนพูดตรงกันว่าเห็นกลุ่มควันจากหม้อแปลงไฟฟ้า วิลาศกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ขอกลับไปตรวจสอบอีกครั้งว่าวันศุกร์ได้รับแจ้งหรือไม่

 

ในส่วนที่ผู้เสียหายกังวลว่าจะได้รับการเยียวยาหรือไม่นั้น วิลาศระบุว่า ต้องพิสูจน์สาเหตุของการเกิดเหตุก่อน ซึ่งหมายถึงการตรวจพิสูจน์ระบบด้านในหม้อแปลงไฟฟ้าร่วมกับพิสูจน์หลักฐานกลาง หากเป็นความผิดพลาดของการไฟฟ้าจริง ก็ยินดีที่จะเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับกระทบโดยตรงจากเหตุหม้อแปลงขัดข้อง

 

ซึ่งยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ว่าจะรับผิดชอบส่วนไหนอย่างไร ขณะนี้อาจจะเร็วเกินไปต้องรอให้ได้ผลสรุปก่อน แต่ของการไฟฟ้ายืนยันว่าจะดำเนินการชดใช้ตามขั้นตอนทางกฎหมายที่การไฟฟ้ามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งลำดับแรกจะมีการพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อทำความเข้าใจก่อน หากตกลงกันได้จะได้ไม่ถึงขั้นตอนของการฟ้องร้องทางกฎหมาย

 

The post สภาวิศวกร พร้อมหลายหน่วยงาน ตรวจพื้นที่ #ไฟไหม้สำเพ็ง คาดเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ชี้ควรรื้อทิ้ง 2 อาคาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าของตึกเผย ก่อนเกิด #ไฟไหม้สำเพ็ง พบควันลอยขึ้นจากหม้อแปลงไฟฟ้า แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว จากนี้หวังหน่วยงานรับผิดชอบ https://thestandard.co/sampeng-building-owner-say-before-fire-incident-found-smoke-from-transformer/ Mon, 27 Jun 2022 05:40:57 +0000 https://thestandard.co/?p=646926 เกียรติศักดิ์ แซ่แต้

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ย่านการค้าสำเพ็ง ริมถนนราชวงศ์ […]

The post เจ้าของตึกเผย ก่อนเกิด #ไฟไหม้สำเพ็ง พบควันลอยขึ้นจากหม้อแปลงไฟฟ้า แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว จากนี้หวังหน่วยงานรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกียรติศักดิ์ แซ่แต้

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ย่านการค้าสำเพ็ง ริมถนนราชวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ เกียรติศักดิ์ แซ่แต้ หนึ่งในเจ้าของอาคารที่ได้รับเพลิงไหม้จากเหตุที่เกิดขึ้นวานนี้ (26 มิถุนายน) กล่าวว่า เมื่อวานขณะที่กำลังพักผ่อนอยู่กับครอบครัว มีเพื่อนบ้านโทรมาแจ้งว่าไฟไหม้ที่หน้าร้านเลยรีบกลับมาดู ทันทีที่มาถึงรู้สึกตกใจมากเพราะไฟไหม้ทั่วทั้งชั้น ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังช่วยกันระงับเพลิงอยู่ ตนรู้สึกเห็นใจกับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นลูกจ้างของร้านข้างๆ 

 

เกียรติศักดิ์กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องผู้เสียชีวิตทั้งสองราย และทรัพย์สินบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ อยากให้ช่วยดูแลทรัพย์สินต่างๆ ประชาชนธรรมดาไม่สามารถที่จะดูแลเองได้ ส่วนตัวมองว่าหม้อแปลงเก่ามาก อะไรที่ควรจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน อย่าให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเหมือนในครั้งนี้แล้วค่อยมาแก้ทีหลัง เพราะมันสูญเสียเยอะ 

 

เมื่อสอบถามว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา (24 มิถุนายน) หม้อแปลงดังกล่าวมีความผิดปกติ เช่น ควัน เกิดขึ้นหรือไม่ เกียรติศักดิ์กล่าวว่า มีควันเกิดขึ้นจริง และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล้ว แต่ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก รู้สึกผิดหวัง

 

เกียรติศักดิ์กล่าวต่อว่า ขอให้ท่านทั้งหลายดูแลประชาชนหาเช้ากินค่ำ และรับผิดชอบในส่วนที่ควรจะรับผิดชอบ ทั้งนี้ไม่ได้มองว่าเจ้าหน้าที่ทำงานล่าช้า แต่การที่เข้ามาตรวจสอบแล้วและยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก มองว่ามันเกิดจากปัญหาทางเทคนิค 

 

สำหรับความเสียหาย เฉพาะอาคารของตนถือว่าเสียหายทั้งหลัง รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ ด้วย หากจะต้องซ่อมแซมเพื่อที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจได้เหมือนเดิม คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 20 ล้าน

The post เจ้าของตึกเผย ก่อนเกิด #ไฟไหม้สำเพ็ง พบควันลอยขึ้นจากหม้อแปลงไฟฟ้า แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว จากนี้หวังหน่วยงานรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สดจากสำเพ็ง จุดเกิดเพลิงไหม้ สภาวิศวกร พร้อมวิศวกรรมสถานฯ ตรวจสอบพื้นที่ (ต่อ) | THE STANDARD https://thestandard.co/live-from-sampeng-fire-incident/ Mon, 27 Jun 2022 05:04:18 +0000 https://thestandard.co/?p=646879

สดจากสำเพ็ง จุดเกิดเพลิงไหม้ สภาวิศวกร พร้อมวิศวกรรมสถา […]

The post ชมคลิป: สดจากสำเพ็ง จุดเกิดเพลิงไหม้ สภาวิศวกร พร้อมวิศวกรรมสถานฯ ตรวจสอบพื้นที่ (ต่อ) | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

สดจากสำเพ็ง จุดเกิดเพลิงไหม้ สภาวิศวกร พร้อมวิศวกรรมสถานฯ ตรวจสอบพื้นที่ (ต่อ)

The post ชมคลิป: สดจากสำเพ็ง จุดเกิดเพลิงไหม้ สภาวิศวกร พร้อมวิศวกรรมสถานฯ ตรวจสอบพื้นที่ (ต่อ) | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติชี้ #ไฟไหม้สำเพ็ง เป็นบทเรียนราคาแพง เร่งถกหน่วยงานหาทางป้องกันเหตุซ้ำ เผยผู้ว่าฯ ไม่ต้องไปทุกครั้งที่ไฟไหม้ เพราะกีดขวางเจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/chadchart-say-sampeng-fire-incident-is-an-expensive-lesson/ Sun, 26 Jun 2022 12:55:53 +0000 https://thestandard.co/?p=646750 ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (26 มิถุนายน) เมื่อเวลา 16.25 น. ชัชชาติ สิทธิพั […]

The post ชัชชาติชี้ #ไฟไหม้สำเพ็ง เป็นบทเรียนราคาแพง เร่งถกหน่วยงานหาทางป้องกันเหตุซ้ำ เผยผู้ว่าฯ ไม่ต้องไปทุกครั้งที่ไฟไหม้ เพราะกีดขวางเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (26 มิถุนายน) เมื่อเวลา 16.25 น. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนที่ย่านการค้าสำเพ็ง แยกคิคูยา ถนนราชวงศ์

 

ชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีอาคารที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 6 คูหา โดยมี 1 คูหา ที่พบว่าพื้นชั้นสองทรุดตัวลงมา และได้รับรายงานว่ามีพนักงานดับเพลิงบาดเจ็บ 9 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถยนต์​เสียหาย 3 คัน รถจักรยานยนต์​ 1 คัน

 

สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้จริงๆ ยังไม่แน่ชัด ต้องรอการตรวจสอบก่อน เพราะโดยปกติสายไฟไม่สามารถ​ไหม้เองได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่าสายไฟและสายสื่อสารเป็นอุปสรรค​ในการเข้าควบคุม​เพลิงของเจ้าหน้าที่ โดยในสัปดาห์หน้า​จะมีการหารือกับการไฟฟ้า​นครหลวงและเจ้าของบริษัทสายสื่อสาร เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกันและเร่งรัดโครงการนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดิน ซึ่งเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นชัชชาติยอมรับว่าเป็นบทเรียนราคาแพง เพราะสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน​

 

ส่วนกรณีที่บางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ลงพื้นที่เหมือนเหตุไฟไหม้ที่บ่อนไก่ ชัชชาติ​กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องลงไปในทุกพื้นที่​ที่เกิดเหตุ​การณ์​ เพราะจะเป็นการกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวตั้งแต่เกิดเหตุได้โทรศัพท์ติดตามเหตุการณ์ด้วยตนเองแล้ว พร้อมเร่งประสานให้หน่วยงานที่​เกี่ยวข้อง​ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหลังจากสถานการณ์​คลี่คลาย​ลงตนจึงลงมาติดตามต่อด้วยตัวเอง

 

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือต่อเจ้าของอาคาร ผู้เสียชีวิต​ ผู้ได้รับบาดเจ็บ​ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ​ในครั้งนี้ จะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของข้อกฎหมายว่าจะช่วยเหลือในเรื่องใดได้บ้าง

 

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 17.50 น. ว่าพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย บริเวณด้านหลังอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ตัวเลขรวมมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย

 

The post ชัชชาติชี้ #ไฟไหม้สำเพ็ง เป็นบทเรียนราคาแพง เร่งถกหน่วยงานหาทางป้องกันเหตุซ้ำ เผยผู้ว่าฯ ไม่ต้องไปทุกครั้งที่ไฟไหม้ เพราะกีดขวางเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ แสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียไฟไหม้สำเพ็ง กำชับเจ้าหน้าที่ระมัดระวังความปลอดภัย เร่งเยียวยาตามหลักเกณฑ์ https://thestandard.co/pm-condolence-on-sampeng-fire-incident-with-compensation-ready/ Sun, 26 Jun 2022 11:38:42 +0000 https://thestandard.co/?p=646723 ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (26 มิถุนายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนาย […]

The post นายกฯ แสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียไฟไหม้สำเพ็ง กำชับเจ้าหน้าที่ระมัดระวังความปลอดภัย เร่งเยียวยาตามหลักเกณฑ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (26 มิถุนายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานเกิดเหตุไฟไหม้ย่านตลาดสำเพ็ง กรุงเทพมหานครแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้ระดมกำลังฉีดน้ำดับเพลิงจนควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามพื้นที่ใกล้เคียงได้แล้ว

 

ธนกรกล่าวเพิ่มเติมว่า พล.อ. ประยุทธ์เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ขอให้ระมัดระวัง อย่าให้เกิดความสูญเสีย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบ ระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงนี้ที่มีอากาศร้อน อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น 

 

“นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ โดยเฉพาะโครงสร้างของอาคารและความเสียหายอื่นๆ ขอให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกับเร่งเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป” ธนกรกล่าว

The post นายกฯ แสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียไฟไหม้สำเพ็ง กำชับเจ้าหน้าที่ระมัดระวังความปลอดภัย เร่งเยียวยาตามหลักเกณฑ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็ง คาดสาเหตุจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด พบผู้เสียชีวิตในกองเพลิง 2 ราย เจ็บ 9 ราย https://thestandard.co/sampeng-fire-incident-conclude/ Sun, 26 Jun 2022 10:11:38 +0000 https://thestandard.co/?p=646698 สรุปเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็ง

เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันนี้ (26 มิถุนายน) ศูนย์วิทยุพร […]

The post สรุปเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็ง คาดสาเหตุจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด พบผู้เสียชีวิตในกองเพลิง 2 ราย เจ็บ 9 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็ง

เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันนี้ (26 มิถุนายน) ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนย่านการค้าสำเพ็ง บริเวณแยกคิคูยา ถนนราชวงศ์ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสวนมะลิถึงที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ทราบภายหลังว่าเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์พลาสติกพีวีซีและกล่องกระดาษ ซึ่งเพลิงลุกไหม้ทั้ง 4 คูหา ขณะเกิดเหตุประชาชนกำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก

 

ต่อมาเวลา 12.18 น. เจ้าหน้าที่รับแจ้งมีอาสากู้ภัยที่ปฏิบัติงานมีอาการสำลักควัน 2 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญรับแจ้งพบผู้เสียชีวิตในกองเพลิง 1 ราย ยังไม่ระบุตัวตน พบบริเวณภายในตึกที่อยู่ด้านหลังหม้อแปลงที่เกิดเหตุระเบิด จุดทางขึ้นชั้นหนึ่ง ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้คาดว่ามาจากหม้อแปลงไฟฟ้าริมถนนที่มีสภาพเก่าเกิดการระเบิด บริเวณดังกล่าวมีสายไฟและสายสื่อสารพันกัน รวมทั้งสภาพอากาศที่ร้อน เพลิงจึงลุกลาม

 

ช่วงเวลา 12.39 น. มีรายงานว่า ที่เกิดเหตุยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และลุกลามไปด้านในบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ต่อจากจุดเกิดเหตุ มีเสียงแตกคล้ายโครงสร้างอาคารบีบอัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนตั้งรับใหม่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากกังวลว่า โครงสร้างของอาคารจะทรุดตัวลงมาและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

จากนั้นเวลา 13.38 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงทั้งหมดได้

 

เวลา 14.30 น. จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กู้ภัย พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 2 ราย พบบริเวณใกล้เคียงกับรายที่ 1 แต่เป็นบริเวณทางขึ้นชั้นสอง นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้อีก 9 ราย ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว

 

ทั้งนี้ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ให้การอำนวยความสะดวก และให้บริการแจ้งแนวทางการขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

 

The post สรุปเหตุการณ์ไฟไหม้สำเพ็ง คาดสาเหตุจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด พบผู้เสียชีวิตในกองเพลิง 2 ราย เจ็บ 9 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯ ทวิดา ขอประชาชนออกนอกพื้นที่ไฟไหม้สำเพ็ง หวั่นอาคารเก่าทรุดตัวและถล่ม https://thestandard.co/sampeng-fire/ Sun, 26 Jun 2022 06:51:39 +0000 https://thestandard.co/?p=646664 ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (26 มิถุนายน) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เขีย […]

The post รองผู้ว่าฯ ทวิดา ขอประชาชนออกนอกพื้นที่ไฟไหม้สำเพ็ง หวั่นอาคารเก่าทรุดตัวและถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้สำเพ็ง

วันนี้ (26 มิถุนายน) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เวลา 11.49 น. เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงท่าน้ำราชวงศ์ ถนนราชวงศ์ กรุณาหลีกเลี่ยงเส้นทาง และขอให้ฝูงชนพยายามอยู่ห่างพื้นที่ เวลานี้ได้เกิดการลุกไหม้ไปตามสาย ต้องกระจายหัวฉีดออกไป 7 หัว เพื่อป้องกันไฟอีก 7 หลัง มีผู้สำลักควันและได้รับผลกระทบ ขอความกรุณาเปิดพื้นที่ให้การส่งกำลังสนับสนุนด้วยค่ะ

 

เวลา 12.35 น. เพลิงเริ่มสงบลงแต่มีไฟปะทุเป็นระยะ มีเสียงแตกและคล้ายโครงสร้างอาคารบีบอัด (แครก) ต้องถอยเจ้าหน้าที่ออกมาฉีดน้ำต่ออย่างระมัดระวัง

 

เบื้องต้นการฉีดน้ำกว่า 1 ชั่วโมง ด้วยแรงหัวจ่ายน้ำประปา 7 หัว สามารถคุมเพลิงได้ แต่มีแรงอัดมหาศาล อาคารเก่าและมีการเก็บของน้ำหนักมาก มีอันตราย อาจเกิดการทรุดตัวและถล่มได้

 

ประชาชนควรออกห่างจากพื้นที่ ให้ผู้อำนวยการสาธารณภัยเขตสัมพันธวงศ์จำกัดพื้นที่ร่วมกับตำรวจ และให้หัวหน้าดับเพลิงตรวจสอบอาคารเบื้องต้นก่อนกลับเข้าไปสำรวจไฟด้านใน

 

รายงานจากพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์

The post รองผู้ว่าฯ ทวิดา ขอประชาชนออกนอกพื้นที่ไฟไหม้สำเพ็ง หวั่นอาคารเก่าทรุดตัวและถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>