สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สำนักป้องกันและบรรเทาส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Sep 2025 09:06:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล https://thestandard.co/bma-samsen-road-repair-plan/ Thu, 25 Sep 2025 09:06:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1122797

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กันยายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยระบุว่ามีการปรับแผนการทำงานจากเดิมที่เคยใช้เครนยกแผ่นปูนออก เนื่องจากไม่สามารถทำได้เพราะมีดินและชิ้นส่วนอื่นๆ ขวางอยู่ภายในหลุม

 

โดย บริษัท ช.การช่าง ผู้รับเหมา จตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้การ เทปูนลงไปในหลุมโดยตรง เพื่อเร่งอุดรอยรั่วและคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชนกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด โดยจะเทปูนเป็นฐานสูงประมาณ 3 เมตร และเมื่อปูนแข็งตัวแล้วจะอัดทรายถมจนเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ การเทปูนยังช่วยรับน้ำหนักของอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสนที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย

 

แม้ว่าการเทปูนโดยไม่มีสิ่งรองรับอาจทำให้ปูนบางส่วนไหลเข้าไปในอุโมงค์ได้ แต่สุริยชัยยืนยันว่าบริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้ดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนนี้ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการนำปูนและดินที่ค้างอยู่ออกภายหลัง

 

ในส่วนของการดำเนินการ จะเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่จะเลวร้ายลงหากมีฝนตกลงมา

 

‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

 

The post ‘เทปูน’ เปลี่ยนแผนรับมือถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานความคืบหน้าช่วยเหลือคนงานตกหลุมเสาเข็ม รถไฟฟ้าสายสีส้ม ปักเหล็กชีตกั้นดินสไลด์ https://thestandard.co/orange-line-worker-rescue-sheet-pile/ Tue, 20 May 2025 03:09:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1076088 ปภ. รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนงานตกหลุมเสาเข็มสถานีหลานหลวง รถไฟฟ้าสายสีส้ม เร่งปักเหล็กชีตไพล์และใช้รถแบ็กโฮเปิดหน้าดิน ป้องกันดินถล่มซ้ำ

สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานความคืบหน้าปฏิบัติ […]

The post สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานความคืบหน้าช่วยเหลือคนงานตกหลุมเสาเข็ม รถไฟฟ้าสายสีส้ม ปักเหล็กชีตกั้นดินสไลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปภ. รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนงานตกหลุมเสาเข็มสถานีหลานหลวง รถไฟฟ้าสายสีส้ม เร่งปักเหล็กชีตไพล์และใช้รถแบ็กโฮเปิดหน้าดิน ป้องกันดินถล่มซ้ำ

สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานตกหลุมเสาเข็ม จุดก่อสร้างสถานีหลานหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

 

ระบุว่า หลังจากตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (19 พฤษภาคม) ได้มีการปักเหล็กชีตไพล์ (Sheet Pile) เพื่อป้องกันการสไลด์ของหน้าดิน ทำระบบค้ำยันเบรสซิง (Bracing) ป้องกันเหล็กชีตไพล์พังทลายจากแรงอัดมวลดิน ควบคู่กับการใช้รถแบ็กโฮเปิดหน้างานเพื่อค้นหาร่างผู้สูญหาย

 

เวลา 07.00 น. วันนี้ (20 พฤษภาคม) ทีมช่างของผู้รับเหมาได้ทำเวลเลอร์ที่ระดับความลึก 6 เมตร เพื่อป้องกันเหล็กชีตไพล์ (Sheet Pile) พังทลาย เนื่องจากพื้นที่ทำงานจำกัดจึงใช้อุปกรณ์ Auger ทำการเปิดหน้าดินหลุมดินด้านข้างเพื่อให้ดินสไลด์ออกด้านข้าง

 

อ้างอิง:

The post สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานความคืบหน้าช่วยเหลือคนงานตกหลุมเสาเข็ม รถไฟฟ้าสายสีส้ม ปักเหล็กชีตกั้นดินสไลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอ.สปภ. เผย เคลียร์พื้นที่ซากตึก สตง. ครบแล้ว ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนผู้ประสบภัยที่เหลือ 7 ราย รอนิติเวชพิสูจน์ชิ้นส่วนกว่าร้อยชิ้น https://thestandard.co/thai-dsi-building-disaster-update/ Sat, 10 May 2025 05:54:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1073046 thai-dsi-building-disaster-update

วันนี้ (10 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้ […]

The post ผอ.สปภ. เผย เคลียร์พื้นที่ซากตึก สตง. ครบแล้ว ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนผู้ประสบภัยที่เหลือ 7 ราย รอนิติเวชพิสูจน์ชิ้นส่วนกว่าร้อยชิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-dsi-building-disaster-update

วันนี้ (10 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้สูญหายเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า ที่ได้แจ้งข้อมูลการดำเนินการเปิดพื้นที่สุดท้ายบริเวณช่องลิฟต์ที่ต่ำกว่าพื้นชั้นใต้ดิน สามารถเปิดเข้าไปได้ครบทั้ง 6 ช่อง ไม่พบร่างของผู้ประสบภัย หรือชิ้นส่วนอวัยวะ ทั้งนี้ได้เปิดพื้นที่ค้นหาทั้งหมดแล้วไม่พบผู้ประสบภัยในพื้นที่เพิ่มเติม จึงได้ยุติการค้นหาร่างของผู้ประสบภัยตั้งแต่วานนี้ (9 พฤษภาคม) 

 

ส่วนผู้ประสบภัยอีก 7 รายที่เหลือไม่พบอยู่ในพื้นที่อาคารสตง.ถล่มแล้ว เพราะจากการเปิดพื้นที่แล้วไม่พบ แต่อาจจะมีเศษชิ้นส่วนเล็กๆ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ที่พบกว่า 100 ชิ้น จากทางนิติเวชต่อไป

 

ทั้งนี้อาจมีชิ้นส่วนร่างกายของผู้ประสบภัยยังคงค้างอยู่ในซากปูนที่ได้รื้อออกมา ระหว่างการขนย้ายไปยังกองปูนจะมีทีม K-9 กับทีมค้นหาตรวจสอบทุกวันในช่วงเช้าและช่วงเย็น ซึ่งยังพบชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะของผู้ประสบภัยที่บริเวณกองปูน 1 ชิ้น และชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มอีก 2 ชิ้น 

 

ทั้งนี้ยังคงเหลือในส่วนของการเคลื่อนย้ายเศษปูนของอาคาร สตง.ย้ายไปให้ครบได้ภายใน 2-3 วัน ก็จะจบ ซึ่งขณะนี้กองปูนมีความสูงอยู่ที่ 9.94 เมตร อาจเกิดอันตรายจากการสไลด์ลงมาได้ และเพื่อให้เกิดความละเอียดในการตรวจสอบชิ้นส่วนของผู้ประสบภัยยังคงหลงเหลืออยู่หรือไม่ จะดำเนินการใช้รถแบ็กโฮในการขุดและขนย้ายเอามาไว้จากด้านซ้ายโดยจะลดความสูงลงมาให้เหลือประมาณ 6 เมตร และตรวจสอบ 

 

ส่วนการคืนพื้นที่ สุริยชัยยืนยันว่าจะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ โดยทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตจตุจักรได้มีหนังสือแจ้งไปยังสตง.ล่วงหน้าแล้ว และคาดว่าทางตำรวจโดยพนักงานสอบสวนจะมีการออกคำสั่งอายัดพื้นที่ต่อเนื่องไป โดยระบบกล้องวงจรปิดต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ทางตำรวจจะใช้ต่อ

The post ผอ.สปภ. เผย เคลียร์พื้นที่ซากตึก สตง. ครบแล้ว ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนผู้ประสบภัยที่เหลือ 7 ราย รอนิติเวชพิสูจน์ชิ้นส่วนกว่าร้อยชิ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภารกิจ สตง. ใกล้จบ กทม. เหลือค้นหา 7 ราย คาดเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นสัปดาห์หน้า https://thestandard.co/bangkok-audit-office-collapse-search/ Fri, 09 May 2025 07:52:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1072803 state-audit-office-rescue-mission

วันนี้ (9 พฤษภาคม) รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุ […]

The post ภารกิจ สตง. ใกล้จบ กทม. เหลือค้นหา 7 ราย คาดเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
state-audit-office-rescue-mission

วันนี้ (9 พฤษภาคม) รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) แถลงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ประสบเหตุและการรื้อถอนซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร

 

โดยคาดว่าจะสามารถเคลียร์พื้นที่การค้นหาได้ทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า สำหรับจำนวนผู้ที่ยังติดค้าง ล่าสุดลดลงเหลือ 7 ราย หลังจากญาติของผู้สูญหาย 1 ราย ได้ประสานขอถอนแจ้งความ เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิด โดยผู้สูญหายเพียงมานัดพบบริเวณหน้าอาคาร ไม่ได้เข้าไปทำงานภายในอาคารที่เกิดเหตุ

 

รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า ภารกิจในวันนี้มุ่งเน้นการเร่งดำเนินการในพื้นที่โซน B และปล่องลิฟต์ที่เหลืออีก 2 ปล่อง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ทีมสุนัข K9 ตรวจพบกลิ่นในโซน B เมื่อวานนี้ (8 พฤษภาคม) จากการตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเป็นกลิ่นอาหารเน่าเสีย ไม่พบร่างหรือชิ้นส่วนของผู้ประสบเหตุแต่อย่างใด

 

แม้ภายหลังการคืนพื้นที่ให้กับ สตง. แล้ว รองผู้ว่าฯ ทวิดา ยืนยันว่าทีมกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงอยู่อำนวยความสะดวกในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ได้รับการร้องขอ เช่น การจัดหาเครื่องจักร กล้องวงจรปิด และระบบไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ การไฟฟ้าได้เข้าอำนวยความสะดวกในการขนย้ายอุปกรณ์ของหน่วยงานเอกชนบางส่วนที่เริ่มทยอยออกจากพื้นที่ตึกถล่ม เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหากระแสไฟฟ้ารั่ว สำหรับการขนย้ายซากปูนโดยรถบรรทุก ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ สามารถขนย้ายไปแล้ว 129 เที่ยว และงานซ่อมแซมเครื่องจักรต่างๆ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ภารกิจดำเนินไปได้อย่างไม่สะดุด โดย กทม. ยังคงมีความหวังและมุ่งมั่นที่จะนำร่างผู้ประสบเหตุที่เหลือกลับสู่ครอบครัวให้ได้

The post ภารกิจ สตง. ใกล้จบ กทม. เหลือค้นหา 7 ราย คาดเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นสัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่เร่งเปิดพื้นที่โซนลึกค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึก สตง. ถล่ม คาดภารกิจเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ https://thestandard.co/officials-search-deep-zone-state-audit-building/ Fri, 02 May 2025 07:55:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1070590 เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน ค้นหาผู้สูญหาย ในจุดลึกใต้ซาก ตึก สตง. ถล่ม มุ่งเป้าบริเวณโซน D2 และชั้นใต้ดิน

วันนี้ (2 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post เจ้าหน้าที่เร่งเปิดพื้นที่โซนลึกค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึก สตง. ถล่ม คาดภารกิจเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน ค้นหาผู้สูญหาย ในจุดลึกใต้ซาก ตึก สตง. ถล่ม มุ่งเป้าบริเวณโซน D2 และชั้นใต้ดิน

วันนี้ (2 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ถล่ม ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเปิดพื้นที่ในโซนที่ลึกและเข้าถึงยาก เพื่อค้นหาผู้ที่ยังคงสูญหายอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการนำร่างผู้ประสบภัยทุกรายกลับสู่ครอบครัว จากการเปิดพื้นที่ค้นหาจุดที่คาดว่ามีผู้ประสบภัย พบหลักฐานรวม 41 กรณี ประกอบด้วยร่างผู้เสียชีวิตที่ยืนยันตัวตนแล้ว 13 ราย อีก 2 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติเวช และที่เหลือเป็นชิ้นส่วนร่างกาย

 

ขณะนี้ความพยายามมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพื้นที่โซน D2 ซึ่งเชื่อมต่อกับโซน C และเป็นทางเชื่อมไปยังอาคารด้านหลัง รวมถึงชั้นใต้ดินที่มีความสูง 4 เมตร และบริเวณทางเดินชั้น 3 ที่คาดว่าอยู่ลึกลงไป 2-3 เมตร ซึ่งเชื่อว่าอาจพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้จะมีการเปิดพื้นที่บริเวณโถงหน้าลิฟต์ เนื่องจากประเมินตามฐานข้อมูลว่าขณะเกิดเหตุผู้ประสบภัยอาจพยายามหนีลงทางบันได แต่เนื่องจากประตูทางหนีไฟแคบ ทำให้บางส่วนอาจติดค้าง หรือบางส่วนอาจหนีออกมาทันและกระจายตัวอยู่บริเวณโถงด้านหน้าและขอบอาคาร โดยในวันนี้มีการเพิ่มเครื่องจักรและกำลังคนเพื่อเร่งรัดการปฏิบัติการให้เข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย

 

สุริยชัยยืนยันว่า ยอดผู้ประสบภัยที่ได้รับแจ้งจากตำรวจยังคงอยู่ที่ 103 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจะมีการยืนยันและรายงานโดยสถาบันนิติเวชทุกวัน เวลา 18.00 น. ซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 74 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และอยู่ระหว่างติดตาม 20 ราย อย่างไรก็ตาม แม้จะค้นพบผู้ประสบภัยครบตามจำนวนที่แจ้งแล้ว ภารกิจจะยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบและเผื่อกรณีอาจมีผู้ประสบภัยตกค้างเพิ่มเติมที่ไม่ได้รับแจ้ง

 

สำหรับกรอบเวลาดำเนินงาน คาดว่าภารกิจการค้นหาและรื้อถอนซากอาคารทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2568 หลังจากยืนยันว่าไม่มีผู้ประสบภัยตกค้างแล้ว สปภ. จะเสนอรายงานต่อผู้อำนวยการเขตจตุจักร เพื่อพิจารณายกเลิกประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และดำเนินการส่งมอบพื้นที่คืนให้กับเจ้าของอาคารต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ

The post เจ้าหน้าที่เร่งเปิดพื้นที่โซนลึกค้นหาผู้สูญหายใต้ซากตึก สตง. ถล่ม คาดภารกิจเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบเพิ่มอีก 5 ร่างในโซน D เร่งสกัดซากปูนขนาดใหญ่ https://thestandard.co/zone-d-rescue-operation/ Thu, 01 May 2025 08:15:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1070252 zone-d-rescue-operation

วันนี้ (1 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบเพิ่มอีก 5 ร่างในโซน D เร่งสกัดซากปูนขนาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
zone-d-rescue-operation

วันนี้ (1 พฤษภาคม) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงข่าวความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ณ บริเวณอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ที่พังถล่มลงมา

 

จากการปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมาจนถึงเวลา 09.00 น. ของเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ร่าง ซึ่งทั้งหมดพบในพื้นที่โซน D ของอาคาร โดยการค้นพบบางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากการดมกลิ่นของสุนัข K9 ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่

 

สำหรับความคืบหน้าในการรื้อถอนซากอาคาร ขณะนี้ความสูงของซากที่เหลืออยู่ วัดจากพื้นชั้นใต้ดินขึ้นมาในบริเวณที่เครื่องจักรกำลังทำงาน มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 3 เมตรเท่ากันในทุกโซน ปฏิบัติการค้นหาร่างผู้ที่อาจติดค้างยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ สปภ. ยอมรับว่าการทำงานของเครื่องจักรกลหนักอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้เกิดการชำรุดและต้องมีการหยุดเพื่อเปลี่ยนอะไหล่บ้าง แต่ได้มีการบริหารจัดการโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเครื่องจักรเข้าทำงานตลอดเวลา อุปสรรคสำคัญในขณะนี้คือการสกัดและเคลื่อนย้ายแผ่นซีเมนต์ คาน และเสาขนาดใหญ่ที่หักโค่นลงมาขวางทางอยู่ในพื้นที่โซน A

 

ในส่วนของการดูแลด้านสุขอนามัย สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ยังคงดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันพุธและวันเสาร์

The post ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ถล่ม เจ้าหน้าที่พบเพิ่มอีก 5 ร่างในโซน D เร่งสกัดซากปูนขนาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่พบร่างเพิ่มใต้ซากตึก สตง. เร่งใช้หัวเจาะกระแทกแผ่นปูนเปิดเส้นทาง ยืนยัน 1 เดือนผ่านไป คนหน้างานมีกำลังใจเกินร้อย https://thestandard.co/more-bodies-state-audit-building-rescue/ Tue, 29 Apr 2025 07:08:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1069398 เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานค้นหาผู้ประสบภัยและรื้อถอนซากอาคาร สตง. หลังเหตุแผ่นดินไหวครบ 1 เดือน

วันนี้ (29 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post เจ้าหน้าที่พบร่างเพิ่มใต้ซากตึก สตง. เร่งใช้หัวเจาะกระแทกแผ่นปูนเปิดเส้นทาง ยืนยัน 1 เดือนผ่านไป คนหน้างานมีกำลังใจเกินร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานค้นหาผู้ประสบภัยและรื้อถอนซากอาคาร สตง. หลังเหตุแผ่นดินไหวครบ 1 เดือน

วันนี้ (29 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของภารกิจค้นหาผู้ประสบเหตุและรื้อถอนซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ายังคงเดินหน้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่มเติม

 

สุริยชัยกล่าวว่า ในช่วงเวลา 20.00-22.00 น. ของคืนวานนี้ (28 เมษายน) ทีมปฏิบัติงานได้พบ ‘เคสใหญ่’ 3 เคส บริเวณช่องบันไดของโซน D ประกอบด้วยร่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ 1 ร่าง และเคสใหญ่อีก 2 เคส รวมถึงพบชิ้นส่วนในลักษณะเคสเล็กๆ อีกประมาณ 5 เคส

 

สำหรับการดำเนินการรื้อถอนซากอาคารบริเวณด้านหน้าของโซน A และ D ขณะนี้ได้รื้อซากลงมาจนถึงพื้นชั้น 1 แล้ว และบางจุดสามารถลงไปถึงชั้นใต้ดินได้แล้ว ส่วนโซน B และ C ซึ่งอยู่ติดกับอาคารจอดรถ แม้ความหนาแน่นของซากคอนกรีตจะน้อยกว่า แต่มีปริมาณเหล็กจำนวนมาก จึงได้มีการใช้เครื่องจักรและทีมตัดแก๊สเพื่อตัดเหล็กออก

 

ผู้อำนวยการ สปภ. กล่าวต่อว่า ในวันนี้จะเน้นการจัดเก็บซากเหล็กในโซน B และ C เพื่อเปิดเส้นทางเข้าไปยังจุดที่คาดว่าอาจมีผู้ประสบภัยที่พยายามหลบหนีจากตัวอาคารมายังทางเชื่อม ขณะเดียวกัน ในส่วนของโซน D2 ซึ่งติดกับโซน C กำลังประสบปัญหาสำคัญคือการพบแผ่นพื้นคอนกรีตที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ตกลงมาเรียงซ้อนทับกันประมาณ 4-5 ชั้น ในลักษณะคล้ายกับแพนเค้ก เหมือนที่เห็นจากซากอาคารที่ถล่มในช่วงแรก ซึ่งความแข็งของคอนกรีตและเหล็กทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก

 

อย่างไรก็ตาม จุดนี้ถือเป็นจุดที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก เนื่องจากกองแผ่นปูนดังกล่าวได้ขวางทางหนีไฟบริเวณหน้าบันไดไว้ โดยในวันนี้จะมีการนำเครื่องจักรหนักประเภทหัวเจาะกระแทก ซึ่งได้รับการสนับสนุนมา 2 เครื่อง เข้ามาใช้ในการเจาะกระแทกปูนให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ และใช้รถแบคโฮลากออก หากสามารถเปิดเส้นทางบริเวณนี้ในช่วงกลางวันได้สำเร็จ คาดว่าจะช่วยให้เข้าถึงช่องบันไดในช่วงกลางคืนได้มากขึ้น ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสในการค้นพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น ทั้งในโซน B และ C ด้วย

 

สุริยชัยได้กล่าวถึงขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ว่า ผ่านมา 1 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังมีกำลังใจทำงานเกินร้อย และชี้ว่าญาติๆ ของผู้ประสบภัยก็เป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจให้พยายามเดินหน้าลุยทุกวัน เพื่อให้งานเสร็จเร็วที่สุดและนำร่างผู้ประสบภัยกลับคืนสู่บ้านให้ได้เร็วที่สุด

The post เจ้าหน้าที่พบร่างเพิ่มใต้ซากตึก สตง. เร่งใช้หัวเจาะกระแทกแผ่นปูนเปิดเส้นทาง ยืนยัน 1 เดือนผ่านไป คนหน้างานมีกำลังใจเกินร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สปภ. คาด พรุ่งนี้เคลียร์ซากอาคาร สตง. ได้ถึงชั้น 1 หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ยืนยันนำผู้สูญหายส่งคืนญาติทุกราย https://thestandard.co/bangkok-earthquake-debris-removal/ Sun, 27 Apr 2025 08:30:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1068664 state-audit-office-collapse

วันนี้ (27 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post สปภ. คาด พรุ่งนี้เคลียร์ซากอาคาร สตง. ได้ถึงชั้น 1 หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ยืนยันนำผู้สูญหายส่งคืนญาติทุกราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
state-audit-office-collapse

วันนี้ (27 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ประสบเหตุและการรื้อถอนซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว 

 

สุริยชัยระบุว่า เมื่อวานนี้ (26 เมษายน) เจ้าหน้าที่พบร่างผู้สูญหาย 1 ร่าง ในโซน D และพบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์อีก 5 เคส ซึ่งนำส่งให้สถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชิ้นส่วนที่พบสามารถประกอบเป็นร่างเดียวกันได้หรือไม่ 

 

ส่วนการทำงานมีความคืบหน้าไปด้วยดี เมื่อวานสามารถขนย้ายวัสดุเศษซากอาคารออกจากพื้นที่ได้ 343 เที่ยว และปัจจุบันความสูงของเศษซากอาคาร (จากยอดซากถึงพื้นถนน ไม่รวมชั้นใต้ดิน) อยู่ที่ 2.57 เมตร หากไม่พบอุปสรรคเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเคลียร์เศษซากลงไปถึงชั้นหนึ่งได้ภายในวันพรุ่งนี้ (28 เมษายน)

 

สำหรับสภาพซากอาคาร พบว่าบริเวณพื้นด้านล่างมีสภาพคอนกรีตที่สมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากแรงกระแทกส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณชั้นบน ทำให้ชั้นล่างซึ่งอยู่ระดับต่ำกว่ารับแรงกระแทกน้อยลง โครงสร้างคอนกรีตและเหล็กจึงยังคงสภาพได้ดีกว่า จะมีการนำรถแบ็กโฮหัวเจาะกระแทกมาเพิ่มอีก 2 คัน และวันนี้จะเพิ่มทีมตัดเหล็กจากทหารบก ทหารเรือ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้ามาช่วยในโซน B รวมถึงมีการใช้เครื่องตัดระบบแก๊สร่วมด้วยกัน 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการปรับแผนการทำงาน โดยเปิดพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างของอาคารที่ถล่มออกเป็นรูปตัว U เพื่อให้สามารถเข้าถึงซากอาคารได้สะดวกมากขึ้น ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 62 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 32 ราย จากผู้ประสบเหตุทั้งหมด 103 ราย และจะมีการค้นหาผู้สูญหายคืนให้ญาติจนครบทุกราย ซึ่งเมื่อลงถึงชั้นใต้ดินได้คาดว่าจะพบผู้สูญหายเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ได้ส่งชิ้นส่วนร่างกายที่พบกว่า 250 ชิ้นส่วน ให้สถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

 

ผู้อำนวยการสำนักป้องกันฯ กล่าวด้วยว่า หลังจากเปิดถนนกำแพงเพชร 2 ฝั่งอาคาร สตง. ถล่ม ให้รถสัญจรได้ตามปกติ ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบกับการทำงานบ้าง เนื่องจากเมื่อก่อนรถขนวัสดุอุปกรณ์และซากอาคารสามารถวิ่งย้อนศรในระยะทางที่สั้น แต่เมื่อเปิดการสัญจรตามปกติรถต้องวิ่งในระยะที่ไกลขึ้นเพื่อไปกลับรถ อีกทั้งบางช่วงมีรถติดส่งผลจำนวนเที่ยวในการขนเศษวัสดุช่วงกลางวันลดลง แต่ได้แก้ไขด้วยการเพิ่มจำนวนเที่ยวการขนวัสดุในช่วงกลางคืนเพื่อเป็นการชดเชยเที่ยวการขนวัสดุในช่วงกลางวัน

The post สปภ. คาด พรุ่งนี้เคลียร์ซากอาคาร สตง. ได้ถึงชั้น 1 หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ยืนยันนำผู้สูญหายส่งคืนญาติทุกราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลดความสูงซากตึก สตง. เหลือ 7 เมตร เจ้าหน้าที่ตัดเหล็กและขนย้ายซากได้เร็วขึ้น คาดเสร็จสิ้นเมษายนนี้ https://thestandard.co/building-debris-removal/ Thu, 24 Apr 2025 06:34:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1067745 building-debris-removal

วันนี้ (24 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post ลดความสูงซากตึก สตง. เหลือ 7 เมตร เจ้าหน้าที่ตัดเหล็กและขนย้ายซากได้เร็วขึ้น คาดเสร็จสิ้นเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
building-debris-removal

วันนี้ (24 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงข่าวความคืบหน้าเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร ว่า ขณะนี้ความสูงของซากอาคารในโซน A และ D อยู่ที่ 9.25 เมตร ส่วนโซน B และ C ยอดซากอาคารที่สูงที่สุดอยู่ที่ 7.41 เมตร ในภาพรวมความเฉลี่ยลดลงมาเหลือ 7.88 เมตร ประมาณการอยู่ที่ชั้น 6 หากขุดลงได้อีก 2 เมตร ก็จะอยู่ในจุดที่ทีมนานาชาติได้สแกนเอาไว้ว่าเป็นโซนบันไดหนีไฟที่คาดว่าจะพบผู้ที่ติดค้างอยู่บริเวณนั้น 

 

หลังจากนี้การทำงานค้นหาจะเร็วขึ้น เนื่องจากความลาดชันของพื้นที่ลดลงเรื่อยๆ ประกอบกับการตัดเหล็ก และขนย้ายซากจะทำงานสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วสามารถลดยอดความสูงได้วันละ 1 เมตรหรือมากกว่า คาดการณ์เสร็จทันสิ้นเดือนเมษายนนี้ 

 

ในส่วนของเครื่องจักรที่ใช้ตอนนี้มีชำรุดบ้าง จำเป็นต้องมีการซ่อมไปทำงานไป เพื่อให้งานยังคงต่อเนื่อง และด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทำให้การทำงานเดินหน้าไม่หยุด ส่วนการพบร่างผู้สูญหาย เมื่อวานพบ 1 ร่าง และเป็นชิ้นส่วนอยู่ประมาณ 5 เคส

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน เวลา 10.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 56 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 38 ราย

The post ลดความสูงซากตึก สตง. เหลือ 7 เมตร เจ้าหน้าที่ตัดเหล็กและขนย้ายซากได้เร็วขึ้น คาดเสร็จสิ้นเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. พบร่างสมบูรณ์อีก 4 ร่างใต้ซากตึก สตง. เร่งลดความสูงให้ถึงชั้น 1 ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมแผนลุยชั้นใต้ดินต่อไป https://thestandard.co/four-bodies-found-sao-building/ Mon, 21 Apr 2025 10:21:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1066564

วันนี้ (21 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้อ […]

The post กทม. พบร่างสมบูรณ์อีก 4 ร่างใต้ซากตึก สตง. เร่งลดความสูงให้ถึงชั้น 1 ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมแผนลุยชั้นใต้ดินต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 เมษายน) สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงถึงความคืบหน้า กรณีค้นหาผู้สูญหายใต้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร หลังรื้อถอนซากอาคารอย่างต่อเนื่องว่า วานนี้ (20 เมษายน) มีการพบร่างที่สมบูรณ์ 4 ร่าง บริเวณโซน C1 ลึกลงไป 2-3 เมตร เป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ที่ชั้น 19 ของอาคาร มีอยู่ 2 ร่างที่ระบุเพศชายได้ และอีก 2 ร่างยังไม่สามารถระบุเพศได้ และมี 2 ร่างที่มีทรัพย์สินสามารถระบุตัวตน โดยนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลคนหายของบริษัทฯ และยังมีการพบชิ้นส่วนอวัยวะอีก 6 ชิ้น ดังนั้นจึงมีการส่งชิ้นส่วนอวัยวะให้นิติเวชเพื่อระบุอัตลักษณ์ รวมทั้งสิ้น 207 ชิ้น 

 

ในส่วนของการปฏิบัติงานเพื่อนำเศษปูนและเศษเหล็กออกจากซากอาคาร วานนี้ขนได้ 242 เที่ยว ส่วนวันนี้ขนได้ 281 เที่ยว ซึ่งเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับพื้นที่เก็บหลักฐานของการรถไฟ ที่ขยายพื้นที่เก็บหลักฐานซากอาคารมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับความสูงของซากอาคารในโซน A และ D วานนี้มีความสูง 11.51 เมตร ขณะนี้เหลือเพียง 10.52 เมตร ส่วนโซน B และ C จากความสูง 9.81 เมตร ปัจจุบันเหลือ 9.36 เมตร ส่วนปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการดำเนินงานก็สอดคล้องกันกับการปรับพื้นที่ซากอาคาร วานนี้มีรายงานการใช้น้ำมันที่ 6,374 ลิตร ส่วนวันนี้อยู่ที่ 5,400 ลิตร นอกจากนี้ยังมีทีมตัดเหล็กด้วยแก๊สจากทหารบก 3 ชุด จากทหารเรืออีก 3 ชุด ทำงานตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 07.00 น. ผลัดเปลี่ยนกำลังกัน 

 

ซึ่งปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือการล้าของเครื่องจักรจากการใช้งานหนักและต่อเนื่องตลอดเวลา โดยวานนี้มีการซ่อมเครื่องจักรที่เป็นเคสหนัก ทั้งสิ้น 12 เคส ซึ่งจะรีบซ่อมแซมให้เสร็จเพื่อดำเนินงานต่อตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งเนื้องานตามแผนในวันนี้คือการเปิดพื้นที่โซน B ให้ทะลุถึงโซน C ส่วนโซน A และ D จะลดความสูงของซากอาคาร โดยขณะนี้เหลือเวลา 10 วัน ก็จะถึงสิ้นเดือน หากลดความสูงได้วันละ 1 เมตรจากความสูงอยู่ประมาณ 9 เมตร ก็จะสามารถดำเนินการเข้าถึงชั้น 1 ของอาคารภายในสิ้นเดือนนี้ 

 

จากนั้นจะเป็นการปรับแผนการทำงานเนื่องจากจะเป็นส่วนของชั้นใต้ดินแล้ว ซึ่งไม่สามารถทำงานจากด้านข้างเหมือนชั้นปกติได้ จึงได้มีการเตรียมการและประเมินการดำเนินงานไว้แล้ว และมีการเตรียมผลัดเปลี่ยนเครื่องจักรพร้อมเจ้าหน้าที่ที่จะใช้ในการดำเนินงาน โดยต้องประเมินว่าชิ้นส่วนอาคารที่ลงไปอยู่ในชั้นใต้ดิน มีความหนาแน่นเพียงใด ตัวชิ้นงานของเหล็กเส้นและปูนมีขนาดและความหนาแน่นเพียงใด

 

ส่วนกรณีที่หลายภาคส่วนเป็นห่วงเรื่องของฝนตกหนักในพื้นที่ซากอาคาร ต้องขอบอกว่า สามารถรับมือได้ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด และอาจมีข้อดีอีกด้วยเพราะเมื่อฝนตกทำให้อากาศไม่ร้อนเนื่องจากอุณหภูมิลดลงอีกด้วย

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน เวลา 18.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 47 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 47 ราย

The post กทม. พบร่างสมบูรณ์อีก 4 ร่างใต้ซากตึก สตง. เร่งลดความสูงให้ถึงชั้น 1 ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมแผนลุยชั้นใต้ดินต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซากตึก สตง. ถล่ม ลดเหลือ 13 เมตร เร่งตัดเหล็ก-ขนซากต่อเนื่อง หวังจบภารกิจ เม.ย. นี้ https://thestandard.co/oag-collapse-debris-clearance-april/ Thu, 17 Apr 2025 10:02:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1065358

วันนี้ (17 เมษายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหา […]

The post ซากตึก สตง. ถล่ม ลดเหลือ 13 เมตร เร่งตัดเหล็ก-ขนซากต่อเนื่อง หวังจบภารกิจ เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 เมษายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) แถลงถึงความคืบหน้า สถานการณ์ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มว่า วานนี้จนถึงวันนี้ หัวใจหลักของการทำงานคือการลดความสูงของยอดซากอาคาร ซึ่งเช้านี้เหลือประมาณ 13 เมตร จากของเดิมสูงกว่า 26 เมตร ซึ่งความสูงที่ลดลงทำให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยได้มีการปรับยุทธวิธีด้วยการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทีมอาสา ทหาร และกทม. เร่งดำเนินการตัดเหล็ก โดยการใช้แก๊สซึ่งสามารถทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ไปได้ ในหลายจุดพร้อมกัน

 

นอกจากนี้มีการเพิ่มจำนวนรถในการขนเศษปูนและเหล็กจากซากอาคาร จากเดิม 14 คัน โดยเพิ่มเติมอีก 8 คัน ทำให้เมื่อวานนี้สามารถลำเลียงออกไปได้กว่า 170 เที่ยว จากเดิมได้วันละประมาณ 100 เที่ยว ทำให้หน้างานสามารถรุดหน้างานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และต้องเตรียมสถานที่ในการทิ้งซากอาคารไปพักไว้ ให้รองรับกับจำนวนเที่ยวรถบรรทุกและปริมาณเศษปูนและเหล็กที่ขนไปให้สอดคล้องกันด้วย

 

ส่วนมาตรการเยียวยา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ฝ่ายโยธาของสำนักงานเขต ได้ขอนัดวันในการเข้าไปดูสถานที่ เพื่อประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารและบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ติดปัญหาและอุปสรรคคือ เจ้าของบ้านไม่อยู่ตามนัดหมายเนื่องจากวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ จึงขอความร่วมมือหากเจ้าของบ้านกลับมาแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนัดหมายเข้าดูสถานที่ต่อไป

 

ด้านผอ.สปภ. กล่าวเสริมว่า ภาพรวมความคืบหน้ายังเป็นไปตามกำหนดเดิมคือต้องเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. ผู้ประสบภัย 103 ราย เสียชีวิต 44 ราย บาดเจ็บ 9 ราย ติดค้าง 50 ราย

The post ซากตึก สตง. ถล่ม ลดเหลือ 13 เมตร เร่งตัดเหล็ก-ขนซากต่อเนื่อง หวังจบภารกิจ เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. บูรณาการทุกหน่วยเตรียมรับมือน้ำฝน-น้ำทะเลหนุนสูงทุกมิติ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/bangkok-water-strategy-28-2-oct/ Sat, 28 Sep 2024 02:18:59 +0000 https://thestandard.co/?p=989033

วันนี้ (28 กันยายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานค […]

The post กทม. บูรณาการทุกหน่วยเตรียมรับมือน้ำฝน-น้ำทะเลหนุนสูงทุกมิติ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กันยายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการรับมือและเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2567 เนื่องจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ประกอบกับมวลน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงมาสมทบ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน, ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราว, บริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) โดยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครมีการเตรียมความพร้อมดังนี้

 

เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ อุปกรณ์ ป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหนุนสูง

 

สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. ดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจัดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย รวมทั้งยานพาหนะและอุปกรณ์ เตรียมความพร้อมสนับสนุนและบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักการระบายน้ำ สำนักเทศกิจ กองโรงงานช่างกล และสำนักงานเขต เพื่อรองรับสถานการณ์และป้องกันผลกระทบจากปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มเจ้าพระยา ที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต กทม.

 

ขณะเดียวกันได้ขอให้สำนักงานเขตที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม. ให้ประชาชนรับทราบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงบริษัทและห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างรวดเร็วและเตรียมการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมหรือเหตุสาธารณภัย สามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

เร่งเสริมความสูงแนวคันกั้นน้ำจุดเสี่ยง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำหนุนใกล้ชิด

 

ด้านสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น โดยประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อวิเคราะห์ ติดตามคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน ปริมาณน้ำ รวมถึงบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำอื่นๆ

 

ขณะเดียวกันได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนง จัดเตรียมกระสอบทรายพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปเรียงกระสอบทราย เพื่อเสริมความสูงของแนวคันกั้นน้ำ และเสริมความมั่นคงแข็งแรง ให้สามารถป้องกันน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุนสูง ให้เกิดความปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง โดยเฉพาะบริเวณบ้านเรือนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำและบริเวณที่ยังไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร หรือแนวฟันหลอ พื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวริมแม่น้ำ

 

รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวัง ในช่วงก่อนเวลาที่น้ำจะขึ้นทุกวันตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งตามบ่อสูบน้ำต่างๆ ตามแนวริมแม่น้ำทุกจุดให้พร้อมใช้งานได้ทันที

 

เอกวรัญญูกล่าวต่อว่า กทม. มีแผนปฏิบัติการให้สถานีสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาปฏิบัติการลดระดับน้ำในคลองต่างๆ ให้อยู่ในระดับต่ำ และเร่งสูบระบายหากเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้ามาในพื้นที่ ตรวจสอบประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความพร้อมใช้งานทุกจุด สำหรับชุมชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ เวลาน้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด ผ่านเว็บไซต์ https://dds.bangkok.go.th/, https://pr-bangkok.com/, Facebook: ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร และ X: @BKK_BEST รวมถึงแจ้งเหตุปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. ได้ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร. 0 2248 5115 หรือแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ส่วนแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ คลองชักพระ และคลองพระโขนง ในพื้นที่ กทม. มีความยาวริมตลิ่งประมาณ 88 กิโลเมตร แบ่งเป็นแนวป้องกันตนเองของเอกชนหรือหน่วยงานอื่น ความยาวประมาณ 3.65 กิโลเมตร, แนวฟันหลอหรือแนวป้องกันตนเองที่มีระดับน้ำต่ำและความมั่นคงแข็งแรงไม่เพียงพอ ความยาวประมาณ 4.35 กิโลเมตร เช่น แนวป้องกันน้ำท่วมของกรมชลประทาน, กองทัพเรือ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ศาสนสถานหรือศาลเจ้า, ท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า, อู่จอดเรือ, ร้านค้า, สถานประกอบการ, ร้านอาหารริมน้ำ, อาคารโกดังสินค้า เป็นต้น

 

ซึ่งระดับความสูงคันกั้นน้ำแนวป้องกันน้ำท่วมความสูงประมาณ +2.80 เมตรเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ถึงความสูงประมาณ +3.50 ม.รทก. โดยขนาดของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ กทม. สามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือได้ประมาณ 2,500-3,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที โดยไม่มีปัญหาน้ำล้นตลิ่ง

 

เข้มมาตรการรับมือฤดูฝน พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน

 

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กทม. นั้น กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2567 เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยประชุมเป็นประจำทุกสัปดาห์ร่วมกับกรมชลประทาน, กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ, กรมอุตุนิยมวิทยา, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุนสูง

 

ทั้งนี้ กทม. มีแผนการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ปี 2567 ในด้านต่างๆ โดยการควบคุมลดระดับน้ำตามคูคลองให้อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งแก้มลิง 35 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 376 แห่ง, สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยเฉพาะถนนสายหลัก พื้นที่ชุมชน และพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมถนนและซอย, เตรียมความพร้อมอุโมงค์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประตูระบายน้ำ 248 แห่ง และสถานีสูบน้ำ 195 แห่ง โดยปัจจุบันได้ดำเนินการตรวจสอบและซ่อมบำรุงรักษาประจำปีแล้วเสร็จ, เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะตะแกรงท่อระบายน้ำ ขยะหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำ และบ่อสูบน้ำ ในขณะที่ฝนตก เพื่อเร่งระบายน้ำให้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ตู้เมนไฟฟ้า ตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ำของ สนน. 477 แห่ง และเครื่องสูบน้ำดีเซลของสำนักงานเขต 421 เครื่อง สามารถใช้งานได้ตามปกติ, เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์สนับสนุน เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถโมบายล์ยูนิต เครื่องสูบน้ำ และหน่วย BEST เข้าแก้ไขสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชน

 

ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ทั้งการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง เปิดทางน้ำไหล จัดเก็บขยะวัชพืช รวมถึงการแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณใต้สะพานและท่อลอดต่างๆ ตลอดจนจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน เฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วมและพื้นที่เศรษฐกิจของ กทม. โดยตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง 50 เขต ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป อีกทั้งปลัดกรุงเทพมหานครยังได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต สำรวจชุมชนที่มีปัญหาน้ำท่วมให้เร่งแก้ไขปัญหาทันที

 

สำหรับจุดเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ในปี 2565 มีทั้งสิ้น 737 แห่ง เป็นจุดเสี่ยงน้ำฝน 617 แห่ง และจุดเสี่ยงแนวริมแม่น้ำ (น้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน) 120 แห่ง แก้ไขไปแล้ว 179 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 231 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จทันฤดูฝนปีนี้ 190 แห่ง ส่วนปี 2567 ได้รับงบประมาณจำนวน 72 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จทันฤดูฝนปีนี้ 4 แห่ง และในปี 2568 อยู่ระหว่างของบประมาณจำนวน 75 แห่ง คงเหลือที่อยู่ในระหว่างสำรวจและหาแนวทางแก้ไขอีก 180 แห่ง

 

อย่างไรก็ตาม กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างต่างๆ ในพื้นที่ กทม. โดยตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของท่อระบายน้ำ ทางระบายน้ำ และระบบระบายน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณถนนสายหลักที่มีการก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าและโครงการขนาดใหญ่ โดยแจ้งและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับจ้างโครงการ ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในพื้นที่ก่อสร้าง ให้รายงานผลการดำเนินงานให้ สนน. ทราบเป็นประจำทุกเดือน พร้อมทั้งตรวจสอบการเบี่ยงแนวท่อระบายน้ำ (By Pass) ให้น้ำสามารถไหลได้สะดวก หากมีปัญหาติดขัดในการระบายน้ำจะประสานแจ้งโครงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดก่อสร้าง ขณะเดียวกันได้ประสานหน่วยงานโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ยังไม่แล้วเสร็จให้เร่งแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบระบายน้ำ

 

รวมทั้งได้ประชุมหารือกับเทศบาลนครนนทบุรี, เทศบาลนครปากเกร็ด, เทศบาลเมืองคูคต, เทศบาลตำบลสำโรงเหนือ, กรมทางหลวง และกรมชลประทาน เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนพื้นที่รอยต่อ

 

ส่วนการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง กทม. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานเขตที่มีชุมชนอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหรือชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ พร้อมตรวจสอบการเรียงกระสอบทรายให้มีความสูงและมีความแข็งแรง จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ ตลอดจนรับทราบสถานการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงตามตารางน้ำขึ้น-น้ำลงของกรมอุทกศาสตร์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนง เป็นต้น

 

ขณะเดียวกันในส่วนของแนวฟันหลอ กทม. ได้จัดเจ้าหน้าที่เรียงกระสอบทรายเสริมความสูงของแนวคันกั้นน้ำและเสริมความมั่นคงแข็งแรงแล้ว เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง ทั้งนี้จากการถอดบทเรียนน้ำท่วมพบจุดที่มีปัญหารวม 120 แห่ง ได้ก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซม โดยจะแก้ไขถาวรได้ทันในฤดูน้ำหลากนี้ได้ 64 แห่ง และเรียงกระสอบทรายป้องกันในบริเวณที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ

The post กทม. บูรณาการทุกหน่วยเตรียมรับมือน้ำฝน-น้ำทะเลหนุนสูงทุกมิติ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปภ.จังหวัดภูเก็ตรายงานเหตุน้ำท่วม-ดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ประชาชนสูญหาย 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย https://thestandard.co/phuket-reports-flooding-and-landslides/ Fri, 23 Aug 2024 08:10:44 +0000 https://thestandard.co/?p=974502

วันนี้ (23 สิงหาคม) เมื่อเวลา 09.15 น. สำนักงานป้องกันแ […]

The post ปภ.จังหวัดภูเก็ตรายงานเหตุน้ำท่วม-ดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ประชาชนสูญหาย 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 สิงหาคม) เมื่อเวลา 09.15 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดภูเก็ต (ปภ.จังหวัดภูเก็ต) รายงานเหตุเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ เกิดฝนตกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย และดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

 

โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม น้ำรอการระบาย รวม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลฉลอง จำนวน 10 จุด และตำบลกะรน จำนวน 10 จุด ส่วนสถานการณ์ดินสไลด์ เกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านเรือนประชาชนบริเวณซอยปฏัก 2 หลังวัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

 

ซึ่งปัจจุบันสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, นายอำเภอเมืองภูเก็ต, เทศบาลตำบลกะรน, มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต, ทีมกู้ชีพ, ทีมกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่และดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้สูญหาย

 

รวมถึงเร่งระดมเครื่องจักรกลเพื่อให้การช่วยเหลือในพื้นที่ ซึ่งบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นบ้านเช่า และมีแรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่ โดยรายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย และได้รับการแจ้งผู้สูญหายจำนวน 2 ราย

 

ทั้งนี้ อำเภอเมืองภูเก็ตตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและให้ความช่วยเหลือ ณ วัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตแล้ว หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

 

 

 

ภาพ: เพจเฟซบุ๊ก ‘ขยะมรสุม ᴍᴏɴsᴏᴏɴɢᴀʀʙᴀɢᴇ ᴛʜᴀɪʟᴀɴᴅ’

อ้างอิง:

  • เพจเฟซบุ๊ก ‘กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM’

The post ปภ.จังหวัดภูเก็ตรายงานเหตุน้ำท่วม-ดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ประชาชนสูญหาย 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุนัข K9 เข้าค้นหาร่างผู้สูญหายใต้สะพานถล่ม หลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งมีกลิ่นเหม็น https://thestandard.co/k9-dog-investigate-bridge-collapse/ Fri, 14 Jul 2023 10:37:39 +0000 https://thestandard.co/?p=817320 สุนัข K9

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่บริเวณจุดเกิดเหตุทางยกระดับอ่อนน […]

The post สุนัข K9 เข้าค้นหาร่างผู้สูญหายใต้สะพานถล่ม หลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งมีกลิ่นเหม็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุนัข K9

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่บริเวณจุดเกิดเหตุทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม เจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร, เจ้าหน้าที่จากส่วนงานวิศวกรรม และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าร่วมตรวจสอบ จุดที่มีคานปูนทับรถกระบะคนงาน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รื้อถอนซากปรักหักพัง ว่าได้กลิ่นสาบ กลิ่นเหม็น คล้ายกลิ่นศพ จากใต้ซากสะพาน ทำให้หลายคนกังวลว่าอาจจะยังมีผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ในจุดเกิดเหตุหรือไม่ 

 

เจ้าหน้าที่ได้ประสานหน่วยงานสุนัขตำรวจเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งได้นำสุนัข K9 จำนวน 4 ตัว เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ค้นหาร่างผู้สูญหาย โดยปฏิบัติการเข้าค้นหาเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำสุนัข K9 ตัวแรกเข้าไปค้นหา ใช้เวลาประมาณ 6 นาที จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนให้สุนัข K9 ตัวที่ 2 เข้าไปปฏิบัติการอีกครั้ง ซึ่งตัวที่ 2, 3 และ 4 ก็ใช้เวลาประมาณ 6 นาทีเช่นกัน แต่ก็ยังไม่เจอที่มาของกลิ่นเหม็นดังกล่าว 

 

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ อุปสรรคของการเข้าปฏิบัติการดังกล่าวนั้นคืออากาศที่ร้อนระอุ ประกอบกับซากแท่งปูนพังลงมานั้นมีความร้อนอยู่ภายในเช่นกัน ทำให้การทำงานของสุนัข K9 อาจจะไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหลังจากที่สุนัข K9 ทั้ง 4 ตัวเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แล้วไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร เจ้าหน้าที่ก็ได้ให้สุนัข K9 ทั้งหมดไปพัก จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะนำข้อมูลทั้งหมดที่สุนัข K9 เข้าไปปฏิบัติการมาประชุมอีกครั้ง เพื่อวางแผนว่าจะดำเนินการค้นหาต่ออีกหรือไม่ 

 

อนุสรณ์ พงษ์เกษา หัวหน้าชุดคู่ขนานลอยฟ้า อุปกรณ์กู้ภัย กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นปฏิกิริยาของสุนัข K9 ทั้ง 4 ตัว นั้นไม่มีท่าทีที่จะบ่งบอกว่าพบสิ่งผิดปกติ โดยจุดที่เข้าตรวจจะเป็นบริเวณเบาะคนขับและคนนั่งด้านข้าง และบริเวณด้านหน้าของรถทั้งหมด แต่ทั้ง 4 ตัวได้ค้นหาในจุดเดียวกันทั้งหมดก็ไม่มีท่าทีหรือการส่งสัญญาณอะไรกลับมา

The post สุนัข K9 เข้าค้นหาร่างผู้สูญหายใต้สะพานถล่ม หลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งมีกลิ่นเหม็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนทำงาน กทม.-ทีม USAR Thailand ปฏิบัติภารกิจตุรกี ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับชัชชาติ ให้กำลังใจและนำปัญหาแก้ไข https://thestandard.co/usar-thailand-dine-with-chadchart/ Thu, 23 Feb 2023 06:36:47 +0000 https://thestandard.co/?p=754387

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ […]

The post คนทำงาน กทม.-ทีม USAR Thailand ปฏิบัติภารกิจตุรกี ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับชัชชาติ ให้กำลังใจและนำปัญหาแก้ไข appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับประทานอาหารร่วมกับบุคลากรของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในกิจกรรมผู้ว่าสัญจร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 

 

สำหรับเมนูอาหารได้แก่ ข้าวหมูแดง เกี๊ยวน้ำ หมูสะเต๊ะ และทับทิมกรอบ โดยมีผู้แทนจาก สปภ. 7 ราย ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับผู้ว่าฯ กทม. ประกอบด้วย 

 

  1. สุทธดา บัวศรี หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานเลขานุการ 

 

  1. ภุชพงศ์ สัญญโชติ หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดยาว ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ หรือ USAR Thailand ที่ได้เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐตุรกีเมื่อวันที่ 9-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

 

  1. ไพจิตร คำคม หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ 

 

  1. พ.อ.ท. สมบูรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว 

 

  1. พุทธิอาจ หงษ์ชูเวช หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางรัก ซึ่งเป็นหนึ่งในทีม USAR Thailand ชุดที่ 2 ที่เตรียมพร้อมเพื่อร่วมภารกิจที่ตุรกีหากมีการขอรับการสนับสนุนเข้ามาอีกครั้ง 

 

  1. พัทธนันท์ ชูดวง หัวหน้ากลุ่มงานวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย

 

  1. สุรดี ไวยโอรส พนักงานขับรถยนต์ ส 1 

 

ชัชชาติยังได้สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ตุรกีกับภุชพงศ์ รวมถึงได้พูดคุย สอบถามสารทุกข์สุกดิบ รับฟังปัญหาอุปสรรคในการทำงานเพื่อนำไปแก้ไข และให้กำลังใจในการทำงานแก่บุคลากรท่านอื่นๆ ที่ร่วมโต๊ะด้วย ซึ่งการรับประทานอาหารร่วมกับบุคลากรของ กทม. เป็นหนึ่งในนโยบายของชัชชาติในการให้ความสำคัญกับบุคลากรของหน่วยงานอย่างไม่เลือกปฏิบัติ

 

 

 

The post คนทำงาน กทม.-ทีม USAR Thailand ปฏิบัติภารกิจตุรกี ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับชัชชาติ ให้กำลังใจและนำปัญหาแก้ไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ ย้ำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับ กทม.-เขต ต้องปฏิบัติได้จริงและทันสถานการณ์ https://thestandard.co/chadchart-bangkok-public-danger/ Thu, 03 Nov 2022 00:39:10 +0000 https://thestandard.co/?p=703616

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) ที่ห้องประชุม อาคารธานีนพรัตน์ ศาล […]

The post ชัชชาติ ย้ำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับ กทม.-เขต ต้องปฏิบัติได้จริงและทันสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) ที่ห้องประชุม อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. โดยเน้นย้ำในที่ประชุมว่า แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ต้องเป็นแผนที่สามารถปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

โดยภายหลังการประชุม ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า วันนี้ผู้บริหารสำนัก สำนักงานเขต และหน่วยงานหลักๆ ได้มาประชุมร่วมกัน เพื่อจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ในส่วนที่ยังขาดตกบกพร่องเป็นการทบทวน 

 

ซึ่งแผนในปี 2564-2570 จะนำนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ในด้านปลอดภัยดี สุขภาพดี โครงสร้างดี ร้อยเข้าไปในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้มีการประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เป็นการประชุมผู้อำนวยการเขต 

 

เพื่อให้ผู้อำนวยการเขตแต่ละเขตได้เห็นว่าแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละเขต สอดคล้องกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่มใหญ่ของ กทม. อย่างไร จากนั้นจะร้อยเรียงให้เข้ากันกับนโยบายและแผนพัฒนาของ กทม. รวมถึงเงื่อนไขความปลอดภัยของ กทม. ที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ปี 2566-2570 

 

สำหรับแผนนี้จะตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดไว้ให้ทุกจังหวัดมุ่งหน้าไปในความเสี่ยงใหม่ที่มีการวิเคราะห์ มีการเตรียมพร้อมมาตรการ โดยถูกถอดร่างเป็น 3 แผน 

 

แผนที่ 1 ถอดเป็นแผนปฏิบัติการเฉพาะภัย เช่น แผนปฏิบัติการอัคคีภัย แผนปฏิบัติการอุทกภัย แผนปฏิบัติการอาคารถล่ม แผนปฏิบัติการสารเคมี 

 

แผนที่ 2 ถูกถอดเป็นแผนปฏิบัติการราชการ และแผนปฏิบัติการงบประมาณ 

 

แผนที่ 3 จะถูกถอดเป็นแผนปฏิบัติการเขต แต่ละเขตก็จะมีแผนซึ่งคล้ายคลึงกัน เพราะอยู่ภายใต้ร่มแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. แต่เนื่องจากในแต่ละเขตอาจจะเจอภัยไม่เหมือนกัน ลักษณะของชุมชนที่ไม่เหมือนกัน มาตรการที่จะทำในแต่ละช่วงปีก็อาจจะแตกต่างกัน

The post ชัชชาติ ย้ำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับ กทม.-เขต ต้องปฏิบัติได้จริงและทันสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม ส.ก. ร่วมตั้งข้อสังเกตงบประมาณฝ่ายบริหาร กทม. ชี้ควรเพิ่มงบส่วนสาธารณภัย-แก้ปัญหาชุมชน https://thestandard.co/bmc-conference-watching-bangkok-budget/ Fri, 22 Jul 2022 10:04:07 +0000 https://thestandard.co/?p=657435 ที่ประชุม ส.ก.

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สภากรุงเทพมหานคร นฤนันมนต์ ห่วงท […]

The post ที่ประชุม ส.ก. ร่วมตั้งข้อสังเกตงบประมาณฝ่ายบริหาร กทม. ชี้ควรเพิ่มงบส่วนสาธารณภัย-แก้ปัญหาชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม ส.ก.

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สภากรุงเทพมหานคร นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ โฆษกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมตัวแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งคณะกรรมการฯ พิจารณารายละเอียดในส่วนของสำนักและสำนักงานเขต ได้พบเห็นปัญหาและตั้งข้อสังเกตงบประมาณหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลายประการ 

 

จิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก. เขตธนบุรี กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานอนุกรรมการพิจารณางบประมาณสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) จากการประชุมและลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงร่วมกับ สปภ. พบว่า ภายหลังจากที่ กทม. ได้รับถ่ายโอนภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาแล้วกว่า 20 ปี แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์เท่าที่ควร สำหรับในปีนี้ได้รับงบประมาณในจำนวนที่ไม่มากนัก ไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชนทั้ง 50 เขต ตลอดจนคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของ กทม. ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเท่าที่ควร ฝ่ายบริหารจึงควรให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณของ สปภ. ให้มากกว่านี้ 

 

ด้านนฤนันมนต์กล่าวว่า จากเหตุเพลิงไหม้ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ของ กทม. มีปัญหาทั้งเรื่องเครื่องแบบ อุปกรณ์ และยังไม่ได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายบริหารจึงควรพิจารณางบประมาณสนับสนุนให้ถี่ถ้วนมากขึ้น เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างปลอดภัย 

 

ด้าน อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก. เขตวังทองหลาง กล่าวในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณางบประมาณสำนักงานเขตวังทองหลางว่า งบประมาณของเขตส่วนใหญ่เป็นงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำปี มีส่วนที่เหลือสำหรับการแก้ไขปัญหาในชุมชนน้อยมาก 

 

ดังนั้น ในการพิจารณางบประมาณของฝ่ายบริหารจึงควรพิจารณางบประมาณให้สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละพื้นที่ จึงควรมีการตั้งงบประมาณสำหรับการแก้ไขปัญหาด้านกายภาพของพื้นที่ด้วย 

 

ส่วน ตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก. เขตหลักสี่ กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณของสำนักงานเขตแต่ละเขตมีงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท แต่ 30% เป็นงบประมาณเงินเดือนบุคลากร อีกส่วนเป็นรายการค่าใช้จ่ายปกติ ทำให้เหลืองบประมาณที่จะใช้บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าไม่มาก 

 

ขณะที่นฤนันมนต์กล่าวต่อไปว่า ส.ก. ทำหน้าที่ใกล้ชิดกับพื้นที่เขต ดังนั้นจึงมีความเชี่ยวชาญในการติดตามปัญหาของเขต งบประมาณที่ตั้งเพื่อชดใช้เงินยืมมีจำนวนมากกว่างบลงทุน ทำให้มีอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน ซึ่งการดูแลประชาชนยังคงต้องทำต่อเนื่อง 365 วัน 

 

ทั้งนี้ ขอให้ฝ่ายบริหารพิจารณาความเหมาะสมของการตั้งงบประมาณของทุกหน่วยงาน ทั้งงบประมาณทั่วไปและงบประมาณสำหรับการดูแลสาธารณภัยให้กับประชาชน เพื่อดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย 

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้เริ่มประชุมพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ ของหน่วยงานตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมเป็นต้นมา โดยจะพิจารณางบประมาณในส่วนของสำนักงานเขตระหว่างวันที่ 21-27 กรกฎาคม จากนั้นจะพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ ของหน่วยงานระดับสำนัก ระหว่างวันที่ 1-8 สิงหาคม จากนั้นจะเป็นการพิจารณารายการแปรญัตติ และคณะกรรมการวิสามัญฯ จะเข้ารายงานผลการพิจารณาต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สามในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ 

 

The post ที่ประชุม ส.ก. ร่วมตั้งข้อสังเกตงบประมาณฝ่ายบริหาร กทม. ชี้ควรเพิ่มงบส่วนสาธารณภัย-แก้ปัญหาชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>