สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สำนักงานพระพุทธศาสนาแห/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 16 Sep 2026 06:19:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 โอนที่ดิน 21 ไร่ เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างสมบูรณ์ ยุติข้อพิพาท https://thestandard.co/wat-pa-adunlayaram-land-dispute-ends/ Wed, 16 Sep 2026 06:19:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1255720 ภาพพระสงฆ์ในพิธีโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

วันนี้ (16 กันยายน) ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เจ้ […]

The post โอนที่ดิน 21 ไร่ เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างสมบูรณ์ ยุติข้อพิพาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพระสงฆ์ในพิธีโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

วันนี้ (16 กันยายน) ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื้อที่ 21 ไร่ จากชื่อของ เฮียง พิมพ์ศรี ผู้บริจาคที่ดิน เปลี่ยนเป็นชื่อของ ‘วัดป่าอดุลยาราม’ อย่างเป็นทางการ พร้อมส่งมอบโฉนดที่ดินฉบับจริงให้แก่ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน

 

การดำเนินการในครั้งนี้มี อนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วยคณะทนายความซึ่งได้รับมอบอำนาจจากทางวัด นำเจ้าอาวาสเข้าดำเนินการ โดยมี ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และเจ้าคณะอำเภอเมืองขอนแก่น ร่วมติดตามและเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

 

ภายหลังการรับมอบ ทางวัดได้จัดทำบันทึกส่งมอบเอกสารโฉนดที่ดินต้นฉบับให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นเป็นผู้เก็บรักษาและดูแลตามระเบียบ โดยเจ้าอาวาสได้นำสำเนาโฉนดที่เป็นปัจจุบันกลับคืนไปเป็นหลักฐาน ซึ่งนับเป็นการดำเนินการทางทะเบียนเพื่อให้ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเอกสารสิทธิมีความถูกต้อง ตรงกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของที่ดิน

 

ทางด้าน ศ.พิเศษ ธงทอง ระบุว่า ตามหลักกฎหมายแล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์นับตั้งแต่มีการบริจาคเมื่อปี 2533 การจดทะเบียนและแก้ไขชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดวันนี้ จึงเป็นการดำเนินการเพื่อให้ขั้นตอนด้านเอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

 

สำหรับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังวัดป่าอดุลยารามและทายาทของผู้บริจาคมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน ก่อนที่กรณีนี้จะได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวางในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลนำท่อปูนไปวางกีดขวางทางเข้า-ออกวัด จนนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างคู่กรณี

 

ดังนั้น การแก้ไขชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และส่งมอบโฉนดฉบับจริงให้แก่วัดในวันนี้ จึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการตอกย้ำสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน และนำไปสู่การยุติข้อพิพาทระหว่างวัดกับฝ่ายทายาทของผู้บริจาคอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความโล่งใจและสถาปนาความถูกต้องให้เกิดขึ้น โดยก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ พระสงฆ์ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้พร้อมใจกันสวดอำนวยพรให้แก่คณะทำงานทุกคนที่ช่วยกันปกป้องและทวงคืนความชอบธรรมด้วยความเข้มแข็งตลอดมา

The post โอนที่ดิน 21 ไร่ เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างสมบูรณ์ ยุติข้อพิพาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สรรพากร’ จ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมหารือ ‘สำนักพุทธฯ’ 22 ก.ย. นี้ ปิดช่องโหว่ e-Donation https://thestandard.co/revenue-department-inspect-wat-phutthaisawan-e-donation/ Fri, 11 Sep 2026 11:43:30 +0000 https://thestandard.co/revenue-department-inspect-wat-phutthaisawan-e-donation/ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการบริจาคเงินของวัด

กรมสรรพากรจ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมห […]

The post ‘สรรพากร’ จ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมหารือ ‘สำนักพุทธฯ’ 22 ก.ย. นี้ ปิดช่องโหว่ e-Donation appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการบริจาคเงินของวัด

กรมสรรพากรจ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมหารือสำนักพุทธฯ ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ เพื่อปิดช่องโหว่ระบบ e-Donation และย้ำหลักการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีที่ถูกต้องสำหรับวัด

 

วันนี้ (10 กันยายน) สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเตรียมหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในวันที่ 22 กันยายนนี้ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง e-Donation และเรื่องหน้าที่ของวัดในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีให้ถูกต้อง หลังเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพฤติกรรมฟอกเงินวัดและเบียดบังทรัพย์ของเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

 

สมศักดิ์ยังย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา กรมสรรพากรกำหนดให้องค์การสาธารณกุศล เช่น วัด มูลนิธิ และสมาคม รับบริจาคผ่านระบบ ‘e-Donation เท่านั้น’ หากผู้บริจาคต้องการนำเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

 

สมศักดิ์ระบุว่า สำหรับกรณีวัดที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ กรมสรรพากรเตรียมเข้าไปติดตามดูรายได้ของมูลนิธิของวัดดังกล่าว เนื่องจากมูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่ใช่องค์การสาธารณกุศล ถ้ามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินบริจาค มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ผ่านการยื่นแบบ ภ.ง.ด.55 ขณะที่เงินบริจาคยังได้รับยกเว้นภาษีตามเงื่อนไข

 

พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันมีศาสนสถานประมาณ 46,000 แห่งเข้าสู่ระบบ e-Donation แล้ว โดยจำนวนนี้เป็นวัดพุทธประมาณ 43,000 แห่ง จากวัดพุทธทั่วประเทศราว 45,000 แห่ง คิดเป็นเกือบ 99%

 

สำหรับยอดเงินบริจาคผ่าน e-Donation ทั้งระบบ ซึ่งรวมวัด โรงเรียน โรงพยาบาล มูลนิธิ และสมาคม ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 มียอดสะสมประมาณ 23,000 ล้านบาท

 

ขณะที่ สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร) กรมสรรพากร กล่าวย้ำว่า ‘ประชาชนผู้บริจาคเงิน’ ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการบริจาคเงินให้ศาสนสถาน โดยอธิบายว่า การบริจาคเงินผ่านการสแกน QR Code ในระบบ e-Donation ธุรกรรมจะถูกบันทึกเข้าระบบของกรมสรรพากร ทำให้สำนักพุทธฯ เข้ามาตรวจสอบได้

The post ‘สรรพากร’ จ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมหารือ ‘สำนักพุทธฯ’ 22 ก.ย. นี้ ปิดช่องโหว่ e-Donation appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดพฤติการณ์ ‘สมีโชติ-สีกาเอ๋’ ฮุบเงินบริจาค ยึดทรัพย์สินกว่า 720 ล้าน https://thestandard.co/temple-fraud-assets-seized/ Fri, 11 Sep 2026 07:15:50 +0000 https://thestandard.co/temple-fraud-assets-seized/ เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้

วันนี้ (11 กันยายน) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชา […]

The post เปิดพฤติการณ์ ‘สมีโชติ-สีกาเอ๋’ ฮุบเงินบริจาค ยึดทรัพย์สินกว่า 720 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้

วันนี้ (11 กันยายน) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบังคับการปราบปราม, ผู้แทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการจับกุม สมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ คนสนิท ในคดีทุจริตเงินวัด

 

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการแจ้งเบาะแสของพลเมืองดีเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าอดีตเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมส่อทุจริตนำเงินของวัดไปเป็นประโยชน์ส่วนตน เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนทางลับอย่างระมัดระวัง เนื่องจากวัดดังกล่าวเป็นที่เคารพศรัทธาของนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก

 

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบความผิดปกติอย่างชัดเจนใน 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ เงินจากการเช่าวัตถุมงคลมูลค่ากว่า 2.8 ล้านบาท และเงินบริจาคเพื่อบำรุงวัดมูลค่ากว่า 89 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 92 ล้านบาท ซึ่งไม่พบว่าถูกโอนเข้าบัญชีของทางวัดแต่อย่างใด แต่กลับถูกถ่ายโอนไปยังบัญชีของ ‘มูลนิธิหวันโชติ’ ที่อดีตเจ้าอาวาสเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2568 ก่อนจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของตนเองและสีกาคนสนิท โดยมีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดเพื่อบังหน้า ทั้งที่มูลนิธิดังกล่าวไม่มีสิทธิ์ออกใบอนุโมทนาบัตรเพื่อลดหย่อนภาษีได้

 

เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ฯ, ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสมคบกันฟอกเงิน ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 6 จุดเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

 

ผลการตรวจค้นสร้างความตกตะลึง เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการแปรสภาพเงินทำบุญ ซุกซ่อนอยู่ตามกุฏิและบ้านพักรวมมูลค่ากว่า 720 ล้านบาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาสกว่า 498 ล้านบาท

 

ด้าน ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงความเชื่อมโยงของปุณยวีร์ ว่าเข้ามาเป็นโยมอุปถัมภ์ที่วัดตั้งแต่ปี 2550 และเคยตกเป็นบุคคลล้มละลายในปี 2562 ก่อนจะปลดล้มละลายในปี 2565 หลังจากนั้นกลับพบว่ามีทรัพย์สินจำนวนมากและบ้านถึง 2 หลัง ทั้งที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธ โดยปุณยวีร์อ้างว่าทรัพย์สินได้มาจากการทำมาหากิน แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินต่อเจ้าหน้าที่ได้

 

ขณะที่ กฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยืนยันว่า การพ้นจากความเป็นพระของโชติถือเป็นการขาดจากการเป็นพระภิกษุโดยเด็ดขาด (ปาราชิก) ไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้ และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในระยะยาว พศ. จะร่วมกับ ป.ป.ท. ลงพื้นที่สุ่มตรวจวัดที่มีความเสี่ยง พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนทำบุญผ่านระบบ e-Donation สแกนคิวอาร์โค้ดของทางวัด ซึ่งเงินจะเข้าบัญชีวัดโดยตรงและตรวจสอบได้

 

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้ฝากข้อคิดเตือนใจ โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเพียงความเสื่อมเสียของบุคคล ไม่ใช่ความเสื่อมของศาสนา พร้อมทิ้งท้ายด้วยวลีที่ว่า “ไม่มีอำนาจใดเหนือกรรมชั่ว” หากพบพระภิกษุรูปใดมีพฤติการณ์ในลักษณะนี้ ขอให้หยุดการกระทำทันที เพราะหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ จะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อปกป้องศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยต่อไป

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 1เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 2เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 3เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 4เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 5เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 6เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวผลการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสและสีกา พร้อมของกลางทรัพย์สินที่ยึดได้ 7

The post เปิดพฤติการณ์ ‘สมีโชติ-สีกาเอ๋’ ฮุบเงินบริจาค ยึดทรัพย์สินกว่า 720 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผู้ก่อตั้งระบบธรรมศึกษา ต่อ UNESCO ชูบุคคลสำคัญของโลก https://thestandard.co/cabinet-approves-somdet-mahasamana-chao-unesco/ Tue, 08 Sep 2026 11:23:43 +0000 https://thestandard.co/cabinet-approves-somdet-mahasamana-chao-unesco/ ภาพสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์

วันนี้ (8 กันยายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผู้ก่อตั้งระบบธรรมศึกษา ต่อ UNESCO ชูบุคคลสำคัญของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์

วันนี้ (8 กันยายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้รัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมพระเกียรติคุณสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ เนื่องในวาระครบ 100 ปีแห่งการสถาปนาธรรมศึกษา (พ.ศ. 2472-2572) และพระกรณียกิจในการส่งเสริมการศึกษา มรดกทางวัฒนธรรม และวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ พร้อมเสนอพระนามต่อ UNESCO เพื่อประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณในฐานะบุคคลสำคัญของโลก

 

ครม. ได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วย UNESCO เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอพระนาม โดยประสานงานร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำเอกสารและประสานขอการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก UNESCO ตามหลักเกณฑ์

 

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติฯ กำหนดให้ยื่นใบสมัครภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขอรับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกในเดือนตุลาคม 2569 และจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ UNESCO พิจารณาในเดือนมกราคม 2570 ซึ่งการเสนอพระนามครั้งนี้สืบเนื่องจากวาระครบ 100 ปีแห่งการสถาปนาธรรมศึกษา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2472 ที่ทรงริเริ่มขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปศึกษารายวิชาพระธรรมวินัยอย่างเป็นระบบ ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาพระพุทธศาสนาครั้งสำคัญที่สอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ด้านการศึกษาสำหรับปวงชน การเรียนรู้ตลอดชีวิต การธำรงมรดกวัฒนธรรม และการส่งเสริมสันติภาพ

 

ก่อนหน้านี้ มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบโครงการเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 และนำความกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้มีพระบัญชาเห็นชอบร่างพระประวัติและพระกรณียกิจเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ โครงการเฉลิมพระเกียรติคุณมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2572 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2573 โดยมีหน่วยงานภาคสงฆ์และภาครัฐร่วมกันจัดกิจกรรม

 

ลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเวลา 16 ปี (พ.ศ. 2464-2480) ทรงมีพระกรณียกิจสำคัญทั้งการสถาปนาธรรมศึกษา การทรงเป็นประธานจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ การวางระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ และการก่อตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์

 

“การเสนอพระนามต่อ UNESCO ครั้งนี้ เป็นการน้อมรำลึกและเผยแพร่พระเกียรติคุณ ตลอดจนพระกรณียกิจที่ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา พระพุทธศาสนา และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ซึ่งยังคงส่งผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบธรรมศึกษาที่ดำรงมาอย่างต่อเนื่องเกือบหนึ่งศตวรรษ และเป็นหลักฐานสำคัญถึงพระวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาเพื่อประชาชนอย่างทั่วถึง” ลลิดากล่าว

 

ภาพ: สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

The post ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผู้ก่อตั้งระบบธรรมศึกษา ต่อ UNESCO ชูบุคคลสำคัญของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ธงทอง’ ชี้ การอุทิศที่ดินให้พระศาสนาเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่อาจโอนเปลี่ยนมือตามอำเภอใจ https://thestandard.co/thongthong-temple-land-transfer-impossible/ Thu, 13 Aug 2026 08:48:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1241462 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ แถลงข่าวเกี่ยวกับที่ธรณีสงฆ์

วันนี้ (13 สิงหาคม) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ปร […]

The post ‘ธงทอง’ ชี้ การอุทิศที่ดินให้พระศาสนาเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่อาจโอนเปลี่ยนมือตามอำเภอใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ แถลงข่าวเกี่ยวกับที่ธรณีสงฆ์

วันนี้ (13 สิงหาคม) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นถึงสถานะของที่ธรณีสงฆ์ว่า ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของสังคมไทย ซึ่งมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายรองรับ ที่ดินซึ่งได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ หรือมีผู้มีจิตศรัทธาอุทิศถวายไว้แก่พระศาสนา ย่อมเป็นสมบัติของสงฆ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

 

ธงทองระบุว่า ที่ธรณีสงฆ์ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของพระภิกษุภายในวัด และไม่ใช่ทรัพย์สินที่พระในวัดจะตกลงซื้อขายหรือโอนเปลี่ยนมือให้แก่บุคคลอื่นได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นสมบัติของ ‘สงฆ์’ โดยส่วนรวม เพื่อประโยชน์แก่พระศาสนา รวมถึงเป็นเนื้อนาบุญให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศล และให้อานิสงส์แห่งการบริจาคดำรงสืบต่อไป

 

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือศาสนสมบัติกลาง ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น การเวนคืนเพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภคสำหรับประโยชน์ของประชาชน ซึ่งอาจดำเนินการโดยพระราชกฤษฎีกา

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐที่รับโอนต้องชำระ ‘ค่าผาติกรรม’ ให้แก่วัดตามราคาตลาด และต้องได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมด้วย เนื่องจากไม่อาจถือเอาประโยชน์ของคนหมู่มากมาเป็นเหตุให้ละเลยเจตนาและศรัทธาของผู้บริจาคที่ดินไว้แก่พระศาสนาแต่เดิม

 

ธงทองกล่าวอีกว่า แม้ต่อมาวัดบางแห่งจะกลายเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุพำนักอยู่ ที่ดินของวัดก็ไม่ได้กลายเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีเจ้าของหรือเป็นเพียงที่ดินรกร้าง แต่ยังมีสถานะเป็นศาสนสมบัติกลาง โดยมีคณะสงฆ์ผ่านมหาเถรสมาคมรับผิดชอบดูแล ส่วนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะนำเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อใช้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

 

นอกจากนี้ เมื่อที่ดินแปลงใดมีสถานะเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว บุคคลอื่นย่อมไม่อาจเข้าครอบครองและอ้างกรรมสิทธิ์โดยหลักครอบครองปรปักษ์เช่นเดียวกับที่ดินของเอกชนทั่วไปได้

 

“การอุทิศที่ดินให้แก่พระศาสนาจึงเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีผลยั่งยืน เป็นคติความเชื่อที่ปลูกฝังอยู่ในศรัทธาของประชาชนคนไทยผู้เป็นพุทธศาสนิกชนอย่างมั่นคงมาช้านาน ทั้งมีหลักกฎหมายรองรับและสนับสนุนแนวทางนี้มาโดยตลอดด้วย” ธงทองกล่าว

The post ‘ธงทอง’ ชี้ การอุทิศที่ดินให้พระศาสนาเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่อาจโอนเปลี่ยนมือตามอำเภอใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช โปรดรับศพพระภิกษุผู้มรณภาพจากอุบัติเหตุธรรมจาริกไว้ในพระอนุเคราะห์ พระราชทานผ้าไตร-ช่อไม้จันทน์ พร้อมคิลานปัจจัยแก่พระอาพาธ https://thestandard.co/supreme-patriarch-monks-pilgrimage-accident/ Thu, 02 Jul 2026 09:22:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1226018 สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระเมตตาต่อพระภิกษุผู้ประสบอุบัติเหตุ

วันนี้ (2 กรกฎาคม) สมเด็จพระสังฆราช โปรดรับการบำเพ็ญกุศ […]

The post สมเด็จพระสังฆราช โปรดรับศพพระภิกษุผู้มรณภาพจากอุบัติเหตุธรรมจาริกไว้ในพระอนุเคราะห์ พระราชทานผ้าไตร-ช่อไม้จันทน์ พร้อมคิลานปัจจัยแก่พระอาพาธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระเมตตาต่อพระภิกษุผู้ประสบอุบัติเหตุ

วันนี้ (2 กรกฎาคม) สมเด็จพระสังฆราช โปรดรับการบำเพ็ญกุศลศพพระภิกษุผู้มรณภาพจากเหตุอุบัติเหตุระหว่างเดินธรรมจาริกไว้ในพระอนุเคราะห์ พร้อมโปรดประทานผ้าไตรและช่อไม้จันทน์ในการฌาปนกิจศพทุกรูป และพระราชทานคิลานปัจจัยแก่พระภิกษุที่อาพาธ

 

ตามประกาศจากสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ระบุว่า ด้วยความทราบฝ่าพระบาทของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ กรณีคณะพระภิกษุประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินธรรมจาริกตามเส้นทางจาก วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง มุกดาหาร มุ่งหน้าไปยังอำเภอน้ำขุ่น อุบลราชธานี เป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพและอาพาธหลายรูป

 

เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชทรงปลงธรรมสังเวช และมีพระบัญชาโปรดรับการบำเพ็ญกุศลศพพระภิกษุผู้มรณภาพไว้ในพระอนุเคราะห์โดยตลอด พร้อมโปรดประทานผ้าไตรและช่อไม้จันทน์ จำนวน 1 ช่อ สำหรับการฌาปนกิจศพพระภิกษุผู้มรณภาพทุกรูป

 

นอกจากนี้ ยังมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดคิลานปัจจัยประทานเป็นส่วนพระอนุเคราะห์แก่พระภิกษุผู้อาพาธทุกรูป พร้อมโปรดให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประสานข้อมูลกับคณะแพทย์ผู้รักษาและรายงานอาการอาพาธขึ้นกราบทูลเป็นระยะ

 

พร้อมกันนี้ โปรดให้เชิญรับสั่งประทานพรแก่พระภิกษุผู้อาพาธทุกรูป ขอให้มีสุขภาพฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว เพื่อสามารถปฏิบัติศาสนกิจตามพระธรรมวินัยได้สืบไป

 

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ บนถนนสายมุกดาหาร-ดอนตาล ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองมุกดาหาร เมื่อรถกระบะที่มีเด็กชายอายุ 11 ปี เป็นผู้ขับขี่ พุ่งชนขบวนพระภิกษุที่กำลังเดินธรรมจาริก ส่งผลให้พระภิกษุมรณภาพมากกว่า 5 รูป และมีพระภิกษุได้รับบาดเจ็บอีกหลายรูป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด

The post สมเด็จพระสังฆราช โปรดรับศพพระภิกษุผู้มรณภาพจากอุบัติเหตุธรรมจาริกไว้ในพระอนุเคราะห์ พระราชทานผ้าไตร-ช่อไม้จันทน์ พร้อมคิลานปัจจัยแก่พระอาพาธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ห้ามกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียน ‘ที่ดินพุทธมณฑล 2,500 ไร่’ เป็นที่ราชพัสดุ ชี้เป็นศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา https://thestandard.co/phutthamonthon-land-religious-property-court/ Thu, 05 Mar 2026 07:14:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1184587 ภาพพุทธมณฑล สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดนครปฐม

วันนี้ (5 มีนาคม) ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแ […]

The post ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ห้ามกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียน ‘ที่ดินพุทธมณฑล 2,500 ไร่’ เป็นที่ราชพัสดุ ชี้เป็นศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพุทธมณฑล สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดนครปฐม

วันนี้ (5 มีนาคม) ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อ.195/2569 ระหว่าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ฟ้องคดี และ กรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยื่นฟ้องขอให้ศาลสั่งระงับการขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑลเป็นที่ราชพัสดุ

 

ผู้ฟ้องคดีระบุว่า ที่ดินพุทธมณฑลเป็นศาสนสมบัติของพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนสมบัติกลางตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีหน้าที่ดูแลรักษาและพัฒนา จึงเห็นว่าการที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครปฐมดำเนินการเพื่อขึ้นทะเบียนที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ ตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 เป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาห้ามกรมธนารักษ์นำที่ดินพุทธมณฑลขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ แต่กรมธนารักษ์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด

 

ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ได้กำหนดให้ทรัพย์สินของพระศาสนาแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ศาสนสมบัติของวัด และศาสนสมบัติกลาง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของพระศาสนาที่ไม่ได้เป็นของวัดใดวัดหนึ่ง

 

แม้ในอดีตจะกำหนดให้กรมการศาสนาเป็นผู้ถือครองศาสนสมบัติกลาง แต่เป็นเพียงเพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาและจัดการเท่านั้น มิได้หมายความว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยแท้จริง และต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อำนาจหน้าที่ดังกล่าวได้ถูกโอนมายังหน่วยงานนี้

 

ศาลเห็นว่า ศาสนสมบัติกลางถือเป็นทรัพย์สินของพระศาสนา ไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดิน จึงไม่เข้าข่ายเป็นที่ราชพัสดุที่กระทรวงการคลังจะมีกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย

 

สำหรับที่ดินพุทธมณฑล แม้จะได้มาจากหลายแหล่ง ทั้งที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ดินเอกชน เงินบริจาค และงบประมาณแผ่นดิน แต่เมื่อพิจารณาประวัติการจัดสร้างพบว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพุทธมณฑลเป็นพุทธานุสรณียสถานในการฉลอง 25 พุทธศตวรรษ และให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา

 

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2502 ให้ใส่ชื่อกรมการศาสนาเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินพุทธมณฑล ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐบาลในขณะนั้นว่าต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของพระศาสนา มิใช่ทรัพย์สินของแผ่นดิน

 

ศาลจึงวินิจฉัยว่า ที่ดินพุทธมณฑลเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลางตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ และไม่อาจขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุได้ การที่กรมธนารักษ์ดำเนินการสำรวจรังวัดและเตรียมขึ้นทะเบียนที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี

 

ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ให้ห้ามกรมธนารักษ์นำที่ดินพุทธมณฑลขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ

The post ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ห้ามกรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียน ‘ที่ดินพุทธมณฑล 2,500 ไร่’ เป็นที่ราชพัสดุ ชี้เป็นศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช สดุดี ผอ.ศศิพัชร สละชีพปกป้องนักเรียน ประทานผ้าไตร-ปัจจัยช่วยงานศพ https://thestandard.co/supreme-patriarch-sasipatchara-sacrifice/ Thu, 12 Feb 2026 09:03:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1177836 สมเด็จพระสังฆราช ประทานผ้าไตรและปัจจัยช่วยงานศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช อ […]

The post สมเด็จพระสังฆราช สดุดี ผอ.ศศิพัชร สละชีพปกป้องนักเรียน ประทานผ้าไตร-ปัจจัยช่วยงานศพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช ประทานผ้าไตรและปัจจัยช่วยงานศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกหนังสือ เรื่อง ประทานพระกรุณา เจริญพร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วย ความทราบฝ่าพระบาท เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า ตามที่เกิดภยันตรายในพื้นที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

 

เป็นเหตุให้ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้ยอมเสียงชีวิตเข้าเป็นตัวประกันแทนบรรดานักเรียน ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่กรรม จากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีรับสั่งทรงสดุดีในความกล้าหาญและเสียสละ นับเป็นวีรกรรม ซึ่งบังเกิดจากคุณธรรมอันสูงส่งยิ่ง ทรงปลงธรรมสังเวช และมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดปัจจัยเท่าจำนวน 20,000 บาท ประทานช่วยการศพ พร้อมทั้งโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร และไม้จันทน์ 1 ช่อ มอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เชิญไปในการพระราชทานเพลิงศพ

The post สมเด็จพระสังฆราช สดุดี ผอ.ศศิพัชร สละชีพปกป้องนักเรียน ประทานผ้าไตร-ปัจจัยช่วยงานศพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. จับมือภาคีเครือข่ายเปิดโครงการเสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์ 93 วัด ถวายเป็นพระราชกุศลฯ รุกเป้าหมายอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ครบทุกวัดทั่วกรุง https://thestandard.co/bma-monk-caregiver-training-93/ Tue, 13 Jan 2026 03:45:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1164448 กทม. จับมือภาคีเครือข่าย เปิด โครงการเสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์ 93 วัด ถวายเป็น พระราชกุศลฯ รุก เป้าหมายอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ครบทุกวัดทั่วกรุง

วันนี้ (13 มกราคม) พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกร […]

The post กทม. จับมือภาคีเครือข่ายเปิดโครงการเสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์ 93 วัด ถวายเป็นพระราชกุศลฯ รุกเป้าหมายอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ครบทุกวัดทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. จับมือภาคีเครือข่าย เปิด โครงการเสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์ 93 วัด ถวายเป็น พระราชกุศลฯ รุก เป้าหมายอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ครบทุกวัดทั่วกรุง

วันนี้ (13 มกราคม) พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุและสามเณร 93 วัด ประจำปี 2569 ณ วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นพ.อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ ร่วมในพิธี

 

รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพพระภิกษุและสามเณรอย่างเป็นระบบ เนื่องจากเป็นบุคลากรสำคัญที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน โดยมุ่งเน้นการตรวจสุขภาพเชิงรุกและการส่งเสริมความรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตสงฆ์ ภายใต้หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครดูแลพระสงฆ์อาพาธ) เพื่อให้พระสงฆ์สามารถดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองและเพื่อนสหธรรมิกได้ตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ

 

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการอบรมพระคิลานุปัฏฐากไปแล้ว 290 วัด รวม 726 รูป และตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 457 วัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพระสงฆ์ให้สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิต ปัญญา และสังคมอย่างยั่งยืน

 

โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง กรุงเทพมหานคร (สำนักอนามัย) กระทรวงสาธารณสุข (กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยจัดบริการตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงรุกและประเมินความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้แก่พระภิกษุและสามเณรจำนวน 3,993 รูป ในพื้นที่ 93 วัด ซึ่งครอบคลุมการตรวจโรคสำคัญ ดังนี้:

 

  • กลุ่มโรคไม่ติดต่อ: โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด

 

  • การคัดกรองโรคมะเร็ง: โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

  • ระบบทางเดินหายใจและอวัยวะสำคัญ: วัณโรคปอด งานทันตกรรม และตรวจสุขภาพจักษุ (สายตา)

 

นอกจากบริการทางการแพทย์แล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวัดและหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในวัดให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของกรุงเทพมหานครที่ต้องการให้ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงพระสงฆ์ สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

 

ในพิธีดังกล่าวมีผู้บริหารจากสำนักอนามัย สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมผลักดันกลไกการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ให้เป็นรูปธรรมสืบไป

The post กทม. จับมือภาคีเครือข่ายเปิดโครงการเสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์ 93 วัด ถวายเป็นพระราชกุศลฯ รุกเป้าหมายอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ครบทุกวัดทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่ วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 https://thestandard.co/buddhists-new-year-prayer-2569/ Thu, 01 Jan 2026 00:59:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1160564 พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569

วันนี้ (31 ธันวาคม) นอกจากบรรยากาศการเฉลิมฉลองเคาท์ดาวน […]

The post พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่ วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569

วันนี้ (31 ธันวาคม) นอกจากบรรยากาศการเฉลิมฉลองเคาท์ดาวน์ในพื้นที่ต่างๆ แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นประเพณีสำคัญและได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก คือกิจกรรมทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

โดยในปีนี้ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ได้จัดเตรียมสถานที่และกิจกรรมพิเศษเพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนที่จะมาร่วมสวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569

 

พิธีได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 19.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ณ พระวิหารหลวง โดยมีกิจกรรมหลักประกอบด้วย การสวดมนต์ทำวัตรเย็น การเจริญจิตตภาวนาเพื่อชำระล้างจิตใจให้ผ่องใส และพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีและรับขวัญปีใหม่

 

ทางวัดได้จัดกิจกรรมพิเศษเฉพาะค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม โดยเปิด พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) ในรูปแบบ Night Museum ให้ประชาชนได้เข้าชมความงดงามทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ในยามค่ำคืนได้เป็นกรณีพิเศษ จนถึงเวลา 21.00 น.

 

นอกจากนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ทางวัดสุทัศน์ฯ จะมอบวัตถุมงคลปีใหม่ ให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ตลอดทั้งวัน

 

สำหรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงาน แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสามยอด (ทางออก 3) เพื่อความสะดวกรวดเร็วและเลี่ยงปัญหาการจราจร

 

ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมายังสถานที่จริง สามารถเข้าร่วมพิธีและสวดมนต์ไปพร้อมกันได้ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Live ของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือติดตามการถ่ายทอดสดผ่านเพจหลักของวัด วัดสุทัศนเทพวราราม Wat Suthat

 

พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 1พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 2พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 3พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 4พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 5พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 6พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 7พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 8พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 9พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 10พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 11พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 12

The post พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี ที่ วัดสุทัศน์ฯ รับศักราชใหม่ 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. โยกย้ายข้าราชการมหาดไทยบิ๊กล็อต ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจฯ 18 ตำแหน่ง https://thestandard.co/cabinet-transfers-18-positions/ Tue, 02 Dec 2025 08:23:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1150629

วันนี้ (2 ธันวาคม) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำ […]

The post ครม. โยกย้ายข้าราชการมหาดไทยบิ๊กล็อต ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจฯ 18 ตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 ธันวาคม) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2568 ดังนี้

 

1. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอแต่งตั้ง รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก (ผู้อำนวยการสูง) สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ และรองนายกรัฐมนตรี (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

 

2. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอแต่งตั้ง มานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ และรองนายกรัฐมนตรี (บวรศักดิ์ อุวรรณโณ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

 

3. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอบรรจุ ปารีณา ศรีวนิชย์ ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญงานสูงเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาวิชาการพระพุทธศาสนา (นักวิชาการศาสนาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในตำแหน่งที่ว่าง

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และรองนายกรัฐมนตรี (บวรศักดิ์ อุวรรณโณ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

 

4. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการมหาดไทย เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากผู้ดำรงตำแหน่งเดิมได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่น และเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 20 ตำแหน่ง ดังนี้

 

1. ให้ พชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง

 

2. ให้ สุพัตรา คล้ายทิม ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดกำแพงเพชร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง

 

3. ให้ วริษฐา สงวนเสริมศรี ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดราชบุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกาญจนบุรี

 

4. ให้ สุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดกาฬสินธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกาฬสินธุ์

 

5. ให้ ฉัตรประอร นิยม ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

6. ให้ ภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดนครนายก ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยนาท

 

7. ให้ บุญช่วย หอมยามเย็น ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดตาก ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนราธิวาส

 

8. ให้ สุรพล เจริญภูมิ ตำแหน่งรองอธิบดี (นักบริหาร ระดับต้น) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดบึงกาฬ

 

9. อรอาภา โล่ห์วีระ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดพะเยา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพะเยา

 

10. ให้ สุจินต์ วาจากิจ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดพัทลุง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพัทลุง

 

11. ให้ ชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดนครสวรรค์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมหาสารคาม

 

12. ให้ ก้องสกุล จันทราช ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดยะลา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดยะลา

 

13. ให้ ราชัน มีน้อย ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดระนอง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดระนอง

 

14. ให้ วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดเชียงใหม่ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลพบุรี

 

15. ให้ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดลำพูน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลำพูน

 

16. ให้ คณิต คงช่วย ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสตูล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสตูล

 

17. ให้ อำนาจ เจริญศรี ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสมุทรสาคร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสมุทรสาคร

 

18. ให้ วราดิศร อ่อนนุช ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสิงห์บุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสิงห์บุรี

 

19. ให้ จำเริญ แหวนเพ็ชร ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสุรินทร์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์

 

20. ให้ เสนีย์ ส้มเขียวหวาน ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดอำนาจเจริญ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอำนาจเจริญ

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

 

5. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงจำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้

 

1. โกมล พรมเพ็ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

 

2. ธารินี แสงสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และรองนายกรัฐมนตรี (บวรศักดิ์ อุวรรณโณ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

 

6. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (โสภณ ชารัมย์) กำกับการบริหารราชการ สั่ง และปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง ณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

 

7. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอแต่งตั้ง พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง (ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น) สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง (ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

 

8. คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนออนุมัติต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ วิภารัตน์ ดีอ่อง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ต่อไปอีก 1 ปี เป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2570

The post ครม. โยกย้ายข้าราชการมหาดไทยบิ๊กล็อต ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจฯ 18 ตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราชโปรดให้ประทาน 1 ล้านบาท อนุเคราะห์วัดประสบภัยน้ำท่วม https://thestandard.co/patriarch-aid-flood-temples/ Tue, 25 Nov 2025 10:58:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1147470 สมเด็จพระสังฆราช โปรดให้ประทาน 1 ล้านบาท อนุเคราะห์วัดประสบภัยน้ำท่วม

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระส […]

The post สมเด็จพระสังฆราชโปรดให้ประทาน 1 ล้านบาท อนุเคราะห์วัดประสบภัยน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมเด็จพระสังฆราช โปรดให้ประทาน 1 ล้านบาท อนุเคราะห์วัดประสบภัยน้ำท่วม

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดปัจจัยเท่าจำนวน 1,000,000 บาท ประทานพระอนุเคราะห์แก่วัดที่ประสบอุทกภัยในเขตจังหวัดภาคใต้

 

การนี้ โปรดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประสานภารกิจสำรวจความเดือดร้อนจำเป็นอย่างเร่งด่วน

 

ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมอบหมายให้สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดในเขตภาคใต้ ประมวลสรุปข้อมูลในเบื้องต้นเพื่อดำเนินการสนองพระดำริแล้ว

 

อนึ่ง วัดในเขตภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โปรดประสานผู้อำนวยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตามที่ได้ถวายหมายเลขโทรศัพท์ไว้

 

วัดที่ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อประสานงานได้ที่

 

– สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม โทร. 02 441 7992
– กองพุทธศาสนสถาน โทร. 02 441 7999
– ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในพื้นที

The post สมเด็จพระสังฆราชโปรดให้ประทาน 1 ล้านบาท อนุเคราะห์วัดประสบภัยน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ https://thestandard.co/contact-help-temples-floods-south/ Mon, 24 Nov 2025 11:43:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1146921 ประมวลช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ตามที่เกิดเหตุอุทกภัยในจังหวัดเขต […]

The post ประมวลช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ตามที่เกิดเหตุอุทกภัยในจังหวัดเขตพื้นที่ภาคใต้ มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เร่งประสานงานกับคณะสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในพื้นที่ดำเนินการสำรวจวัดที่ได้รับความเสียหายเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย สำหรับจัดการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และจะดำเนินการสำรวจวัดที่ได้รับความเสียหายในระยะต่อเนื่อง เพื่อจัดสรรเงินช่วยเหลือจาก “กองทุนวัดช่วยวัด” โดยเร็ว

 

วัดที่ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อประสานงานได้ที่

 

สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม โทร. 02 441 7992

 

กองพุทธศาสนสถาน โทร. 02 441 7999

 

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในพื้นที่ ประกอบด้วย

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกระบี่ 06 5942 5041 (เพลินพิศ น้อยคนดี ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร 06 2594 7786 (บุศรา ขาวจัตุรัส ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง 09 8824 6084 (พงศ์พล โยธินทวี ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช 08 1897 5645 (เสน่ห์ สิงห์นุ้ย ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนราธิวาส 06 5983 1732 (นายภูมิศักดิ์ ชูเย็น ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปัตตานี 08 1328 2216 (จารึก แก้วแสงอ่อน ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพังงา 06 1396 9753 (วิมลพรรณ พงษ์ภา ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพัทลุง 09 3584 7719 (จันทนา สุวรรณศิลป์ ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต 08 1805 1970 (วสันต์ สงฆ์ศิลป์ ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดยะลา 06 1028 5496 (อมร สะอาด ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดระนอง 06 5983 3188 (ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา 06 1028 5425 (สุภาพร เกตุสุริยงค์ ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสตูล 06 5931 0155 (กิตติศักดิ์ แซ่โค้ว ผู้อำนวยการ)

 

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี 06 5520 3383 (ประวิว พรมมานอก ผู้อำนวยการ)

The post ประมวลช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วมพิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน https://thestandard.co/21-thai-monks-kalachakra-bhutan/ Thu, 13 Nov 2025 04:12:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1142794 คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 1

วานนี้ (12 พฤศจิกายน) เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรร […]

The post คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วมพิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 1

วานนี้ (12 พฤศจิกายน) เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช พร้อมด้วยคณะสงฆ์ไทยรวม 21 รูป ได้เดินทางเข้าร่วมพิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ สนามกีฬาสนามกีฬาชังลิมิทัง (Changlimithang Stadium) สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน ตามคำอาราธนาของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรภูฏาน

 

พิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้มีสมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรภูฏานทรงเป็นประธาน พร้อมด้วยคณะสงฆ์นานาชาติที่ได้รับนิมนต์มาร่วมพิธี โดยมีพุทธศาสนิกชนชาวภูฏานมาร่วมพิธีกว่า 50,000 คน

 

กาลจักร หรือ กงล้อแห่งกาลเวลา ถือเป็นพระคัมภีร์สำคัญในพระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยาน ซึ่งเป็นการแสดงภาพมณฑลที่แฝงหลักธรรมและวิถีปฏิบัติในพระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระ โดยอธิบายถึงความเป็นวัฏฏะของทั้งโลกธาตุ ประกอบกับประสบการณ์ภายในของสัตว์โลก คล้ายกับการอธิบายสังสารวัฏ เพื่อให้เจริญภาวนาเข้าถึงการหลุดพ้นจากวัฏฏะ

 

ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธี และทรงต้อนรับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งมาเข้าร่วมพิธีเปิดคลุมป้ายโรงงานผลิตพลังงานจากน้ำ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอินเดียกับภูฏาน

 

ทั้งนี้มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบ และมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นำโดยอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการ พศ. และรองศาสตราจารย์ ชัชพล ไชยพร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัด ปฏิบัติหน้าที่ประสานภารกิจ และอำนวยความสะดวกถวายคณะสงฆ์ไทยตลอดการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

 

คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 2คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 3คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 4คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 5คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 6คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 7คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 8คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 9คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วม พิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน 10 

 

อ้างอิง: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

The post คณะสงฆ์ไทย 21 รูป ร่วมพิธีกาลจักร มนตราภิเษกเพื่อสันติภาพ ณ ภูฏาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ควบคุมตัว นพรัตน์ อดีต ผอ. สำนักพุทธฯ จากสหรัฐฯ ถึงไทย ป.ป.ช.-อัยการ-ตร. ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัด https://thestandard.co/extradition-noparat-benjawattanant-wat/ Mon, 29 Sep 2025 01:01:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1124044 extradition-noparat-benjawattanant-wat

วานนี้ (28 กันยายน) สุรพงษ์ อินทรถาวร โฆษกสำนักงานคณะกร […]

The post ควบคุมตัว นพรัตน์ อดีต ผอ. สำนักพุทธฯ จากสหรัฐฯ ถึงไทย ป.ป.ช.-อัยการ-ตร. ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
extradition-noparat-benjawattanant-wat

วานนี้ (28 กันยายน) สุรพงษ์ อินทรถาวร โฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ผู้ต้องหาคดีทุจริต ‘เงินทอนวัด’ ได้ถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

 

การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนครั้งนี้เป็นผลจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหลายหน่วยงานของไทย ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา

 

สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มอบหมาย นิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ ปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศในการดำเนินการเพื่อควบคุมตัวนพรัตน์กลับมายังประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดย พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และสำนักคดี ได้ประสานงานกับพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนในการนำส่งตัวนพรัตน์ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

สำหรับ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาคนสำคัญในคดีทุจริตเงินอุดหนุนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดรวม 65 แห่ง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดในฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ และเบียดบังงบประมาณดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ซึ่งการกระทำนี้ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา

 

ต่อมา สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องนายนพรัตน์กับพวกต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 แต่เนื่องจากนายนพรัตน์ได้หลบหนีไปอยู่ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ทำให้ศาลออกหมายจับไว้

 

สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะหน่วยงานประสานงานกลาง จึงได้ยื่นคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ และล่าสุดเมื่อกลางเดือนกันยายน ทางการสหรัฐฯ ได้เห็นชอบให้ส่งตัวกลับมา ซึ่งในที่สุดเมื่อวันที่ 27 กันยายน ผู้แทนจากไทยได้เดินทางไปรับตัวนพรัตน์กลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และจะมีการนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

 

สำนักงานอัยการสูงสุดยังได้แสดงความขอบคุณพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ผู้ประสานงานกลางสหรัฐอเมริกา พนักงานอัยการเขตเท็กซัสตะวันออกผู้ดำเนินคดี ผู้ช่วยทูตฝ่ายกฎหมายประจำฟิลิปปินส์ผู้ประสานงาน และเจ้าหน้าที่ US Marshals ผู้จับกุมและควบคุมตัว กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จนทำให้การส่งผู้ร้ายข้ามแดนในคดีสำคัญครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการประสานงานเพื่อติดตามและยึดทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตกลับคืนสู่ประเทศต่อไป ตามหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นรัฐภาคี

The post ควบคุมตัว นพรัตน์ อดีต ผอ. สำนักพุทธฯ จากสหรัฐฯ ถึงไทย ป.ป.ช.-อัยการ-ตร. ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจพบอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และตลกชื่อดังถือโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต มูลค่า 140 ล้านบาท ด้านสมปองยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี https://thestandard.co/alongkot-theatre-fraud-case-update/ Mon, 01 Sep 2025 06:50:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1114058 alongkot-theatre-fraud-case-update

วันนี้ (1 กันยายน) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญ […]

The post ตำรวจพบอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และตลกชื่อดังถือโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต มูลค่า 140 ล้านบาท ด้านสมปองยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
alongkot-theatre-fraud-case-update

วันนี้ (1 กันยายน) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีฉ้อโกง ‘อลงกตการละคร’ ว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายรายที่อาจถูกดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบว่ามีอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และตลกชื่อดัง มีพฤติกรรมถือครองโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต โดยทั้งสองมีพฤติกรรมคล้ายกันคือแสวงหาผลประโยชน์จากเงินวัดและกลุ่มเครือข่าย ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 140 ล้านบาท ซึ่งอดีตพระอลงกตมองว่าตนเองถูกโกงทรัพย์สินไปหลายรายการ แต่ที่ไม่ได้ออกมาแจ้งความอย่างเป็นทางการ เพราะพยายามติดตามทวงถามด้วยตนเองมาตลอดแต่ก็ไม่เป็นผล

 

ในส่วนของ สมปอง นครไธสง หรืออดีตพระสมปอง ที่เข้าให้ปากคำเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า ได้รับรายงานว่า สมปองอ้างว่าเป็นการยืมเงินจากอดีตพระอลงกต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงมองถึงเจตนาและที่มาของเงินจำนวนดังกล่าว รวมถึงกระบวนการคืนเงินที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงินได้ ทำให้ยืนยันว่านายสมปองยังคงอยู่ในข่ายที่จะถูกดำเนินคดี

 

สำหรับกลุ่มศิลปินดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกโยงในคดีนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า วงดนตรีพิงค์แพนเตอร์ ได้ประสานขอเข้าพบตำรวจเพื่อให้ข้อมูลแล้ว เนื่องจากเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่มีค่าจ้างสูง นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจบางรายที่ถูกกล่าวถึงในโซเชียลมีเดียได้ประสานขอเข้าพบตำรวจเช่นกัน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

 

The post ตำรวจพบอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และตลกชื่อดังถือโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต มูลค่า 140 ล้านบาท ด้านสมปองยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติเตรียมประสานจับ ‘พระอลงกต’ ลาสิกขาหลังสอบสวนเสร็จ เผยพระสมเด็จฯ ห่วงวงการสงฆ์แย่ลง เร่งสังคายนา https://thestandard.co/suchart-on-phra-alongkot/ Tue, 26 Aug 2025 04:42:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1111295

วันนี้ (26 สิงหาคม) สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post สุชาติเตรียมประสานจับ ‘พระอลงกต’ ลาสิกขาหลังสอบสวนเสร็จ เผยพระสมเด็จฯ ห่วงวงการสงฆ์แย่ลง เร่งสังคายนา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 สิงหาคม) สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองบังคับการปราบปรามจับกุมพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ พระอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า อยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้กำลังขอหลักฐานหมายจับในการดำเนินคดี หรือแจ้งข้อกล่าวหามา เพื่อประกอบการพิจารณาในการลาสิกขาของพระอลงกต ซึ่งเป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม (มส.) โดยตามประกาศของ มส. ฉบับเดือนที่ผ่านมา สมัยก่อนจะต้องใช้เวลา เพราะต้องมีคณะสงฆ์สังฆาธิการผู้ปกครองสอบสวน

 

“ตอนนี้หากมีหลักฐานประกอบการพิจารณาว่ามีความผิด มีความเสื่อมเสีย ก็สามารถดำเนินการได้เลย ผมคิดว่าทางเจ้าคณะตำบล หรือเจ้าคณะอำเภอเป็นผู้ดำเนินการ โดยทาง พศ. มีหน้าที่ประสานงานกับ มส. เพื่อแจ้งดำเนินการต่อไป หลังการสอบสวนแล้วคงจะมีการจับหลวงพ่อลาสิกขา” สุชาติ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากการลาสิกขา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พศ. มีรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการใช้เงินวัดหรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ตอนนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทางพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ลพบุรี คงจะเข้าไปสะสางปัญหาภายในวัด วันนี้คาดว่าจะมีการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบล มารักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ

 

ส่วนการสังคายนาพระพุทธศาสนา สุชาติกล่าวว่า ทาง พศ. คงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่เรื่องของการควบคุมความประพฤติปฏิบัติของสงฆ์เป็นหน้าที่ของ มส. ซึ่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ตนได้ไปนั่งพูดคุยกับสมเด็จฯ ที่เป็นกรรมการ มส. แล้ว และคงเริ่มดำเนินการต่อไป ไม่อย่างนั้นวิกฤติทางศาสนาจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่เริ่มทำอะไร

The post สุชาติเตรียมประสานจับ ‘พระอลงกต’ ลาสิกขาหลังสอบสวนเสร็จ เผยพระสมเด็จฯ ห่วงวงการสงฆ์แย่ลง เร่งสังคายนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการปราบปรามพระทุจริต ย้ำไม่ได้ ‘ล้วงย่ามพระ’ สั่งตำรวจปรับวิธีทำงาน ห้ามบุกเข้าวัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า https://thestandard.co/police-buddhism-policy-adjustment/ Wed, 13 Aug 2025 07:29:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1106563 police-buddhism-policy-adjustment

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชากา […]

The post คณะกรรมการปราบปรามพระทุจริต ย้ำไม่ได้ ‘ล้วงย่ามพระ’ สั่งตำรวจปรับวิธีทำงาน ห้ามบุกเข้าวัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-buddhism-policy-adjustment

วันนี้ (13 สิงหาคม) พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา แถลงผลการประชุมเพื่อปรับแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่การปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดความเข้าใจผิดและได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย

 

พล.ต.อ.ไกรบุญยืนยันว่า การทำงานของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่การ “ล้วงย่ามพระ” หรือก้าวก่ายเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นการขอความร่วมมือจากวัดในการจัดเก็บฐานข้อมูลการบริหารงานและบุคลากรภายในวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในระยะยาว

 

แนวทางการทำงานใหม่ที่สั่งการไปยังตำรวจทุกพื้นที่ รวมถึงฝ่ายปกครองและ กอ.รมน. คือการปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าหาพระสงฆ์ให้เหมาะสมและนอบน้อม โดยเน้นย้ำว่าจะ ไม่บุกเข้าวัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และจะไม่มีการถ่ายรูปลงทะเบียนพระในลักษณะที่ทำให้เกิดความหวาดหวั่นหรือทำให้วัดเสียหายเหมือนที่เคยเป็นมา

 

ด้าน บุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวเสริมว่า การขอข้อมูลจากวัดจะใช้มติมหาเถรสมาคมเป็นกรอบในการทำงานร่วมกันระหว่าง พศ. และตำรวจ แต่หากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลสามารถปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลได้

 

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่จะจัดเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัดและบุคลากร ไม่ใช่ข้อมูลบัญชีการเงินส่วนบุคคล โดยหลังจากนี้การประสานงานจะมีความละเอียดมากขึ้น และจะมีการแจ้งให้เจ้าคณะปกครองทราบล่วงหน้าก่อนเข้าขอข้อมูล

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงปัญหาการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด โดยเตรียมพิจารณาขยายเวลาให้วัดขนาดใหญ่หรือวัดที่มีพระสงฆ์จำนวนน้อยและขาดความรู้ด้านการทำบัญชี ซึ่งจะช่วยให้การรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ตำรวจ ปรับแนวทางทำงาน ตำรวจ ปรับแนวทางทำงาน ตำรวจ ปรับแนวทางทำงาน ตำรวจ ปรับแนวทางทำงาน

The post คณะกรรมการปราบปรามพระทุจริต ย้ำไม่ได้ ‘ล้วงย่ามพระ’ สั่งตำรวจปรับวิธีทำงาน ห้ามบุกเข้าวัดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ไม่นิ่งนอนใจ สั่ง พศ. ตั้งกรรมการสอบสวนปัญหาที่เกิดขึ้นในวัดพระบาทน้ำพุ ย้ำทำงานเชิงรุก หากพบผิดจริงพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย https://thestandard.co/suchart-phra-bat-nam-phu-investigation/ Tue, 12 Aug 2025 10:55:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1106345 suchart-phra-bat-nam-phu-investigation

วันนี้ (12 สิงหาคม) สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post สุชาติ ไม่นิ่งนอนใจ สั่ง พศ. ตั้งกรรมการสอบสวนปัญหาที่เกิดขึ้นในวัดพระบาทน้ำพุ ย้ำทำงานเชิงรุก หากพบผิดจริงพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
suchart-phra-bat-nam-phu-investigation

วันนี้ (12 สิงหาคม) สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นภายในวัดพระบาทน้ำพุว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว โดยได้สั่งการให้ พศ. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระบาทน้ำพุแล้ว

 

สุชาติเผยว่า ที่ผ่านมาตนได้มอบนโยบายให้ พศ. ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งกำชับให้ พศ. เข้าไปติดตามการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดอย่างใกล้ชิด ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ที่หย่อนยานหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาสังเกตเห็นว่าเรามักจะรู้ปัญหาหลังจากที่เกิดเหตุแล้วเสมอ ทั้งกรณีวัดพระบาทน้ำพุและกรณีอื่น ๆ

 

“สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในวัดพระบาทน้ำพุนี้ เราจะดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด” สุชาติกล่าว 

 

พร้อมย้ำว่า หากพบว่ามีการกระทำความผิด จะดำเนินการตามระเบียบและกรอบอำนาจที่ทำได้ ตนในฐานะรัฐมนตรีฯ จะเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการพระสงฆ์ให้เกิดความกระจ่าง เพื่อเรียกความศรัทธาคืนให้กับประชาชน

The post สุชาติ ไม่นิ่งนอนใจ สั่ง พศ. ตั้งกรรมการสอบสวนปัญหาที่เกิดขึ้นในวัดพระบาทน้ำพุ ย้ำทำงานเชิงรุก หากพบผิดจริงพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจร่วมกับสำนักพุทธฯ กวาดล้างพระสงฆ์ทำผิดกฎหมายและพระธรรมวินัยทั่วประเทศ จับได้แล้ว 154 ราย จาก 181 เป้าหมาย https://thestandard.co/monk-crackdown-thailand-august2025/ Tue, 05 Aug 2025 08:04:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1103815 ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่พุทธศาสนาเข้าจับกุมพระสงฆ์ที่ทำผิดกฎหมายในวัดแห่งหนึ่ง

วันนี้ (5 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานพระพุทธศา […]

The post ตำรวจร่วมกับสำนักพุทธฯ กวาดล้างพระสงฆ์ทำผิดกฎหมายและพระธรรมวินัยทั่วประเทศ จับได้แล้ว 154 ราย จาก 181 เป้าหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่พุทธศาสนาเข้าจับกุมพระสงฆ์ที่ทำผิดกฎหมายในวัดแห่งหนึ่ง

วันนี้ (5 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างพระสงฆ์ที่กระทำผิดกฎหมายและพระธรรมวินัย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 154 ราย จากเป้าหมายทั้งหมด 181 ราย

 

พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายหลักคือพระสงฆ์ที่กระทำผิดกฎหมาย และใช้ผ้าเหลืองเป็นเกราะกำบังในการหลบหนี ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ยอมรับสารภาพ โดยเฉพาะผู้ที่หลบหนีคดีอาญาและคดียาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดอันดับหนึ่งที่พบในปฏิบัติการครั้งนี้

 

พล.ต.อ. ไกรบุญ กล่าวว่า แม้จะมีพระบางรูปไม่ยอมลาสิกขา แต่ตามระเบียบใหม่ของมหาเถรสมาคมที่ลดระยะเวลาการดำเนินการจาก 3 ปี เหลือเพียง 10 วัน ทำให้ตำรวจสามารถดำเนินการให้ลาสิกขาได้ทั้งหมดเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

 

นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามจับกุมพระที่หลบหนีไปต่างประเทศ โดยยืนยันว่ากฎหมายฟอกเงินสามารถตามไปดำเนินการนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้ ส่วนในอนาคตจะมีการตรวจสอบไปถึงพระชั้นผู้ใหญ่ที่อาจเกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการเช่นกัน

 

ในขณะที่ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวเสริมว่า ข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบและจับกุมได้มาจากหลายภาคส่วน ทั้งจากศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่จะมีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

บุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยืนยันว่า สำนักพุทธฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจ 100% หลังจากนี้หากตำรวจต้องการข้อมูลใดก็จะส่งให้ทั้งหมด

 

โดย พล.ต.อ. ไกรบุญ กล่าวเสริมว่า ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกันว่า หากพบว่ามีพระสงฆ์ในจังหวัดใดกระทำผิดเกิน 3 รูป ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนั้นๆ จะต้องถูกย้ายออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบ ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกับที่ใช้ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกวาดล้างกลุ่มบุคคลที่แอบแฝงในคราบผ้าเหลือง และสร้างความเสื่อมเสียให้กับศาสนา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนสามารถพิจารณาการถวายเงินและทำบุญได้อย่างมั่นใจ

The post ตำรวจร่วมกับสำนักพุทธฯ กวาดล้างพระสงฆ์ทำผิดกฎหมายและพระธรรมวินัยทั่วประเทศ จับได้แล้ว 154 ราย จาก 181 เป้าหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>