วันนี้ (7 มีนาคม) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบ […]
The post ศบก. เผยช่วยคนไทยตะวันออกกลางกลับแล้ว 215 คน กลุ่มอิหร่าน 62 คนใกล้ถึงตุรกี appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (7 มีนาคม) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 โดยปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เป็นผู้รายงานสถานการณ์
ปาณิดล ระบุว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ที่ยังต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ อิรัก ซึ่งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และเลบานอนยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้มีการอพยพของพลเรือน เพราะกลายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม และตอนนี้มีการโจมตีไปยังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ เช่น ฐานทัพและที่พักของคนสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้
ขณะที่สถานการณ์การปิด-เปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ แต่ในส่วนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มกลับมาเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัด เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง ขณะที่คนไทยในชั้นนี้ยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบ
ขณะที่ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะราน และเมืองกุม ได้เดินทางออกแล้วเมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ รวม 62 คน และคาดว่าจะถึงตุรกีในวันนี้ และจะมีอีกกลุ่มเดินทางในวันที่ 10 มีนาคม
ในฝั่งตุรกี คณะจากกรมการกงสุลนำโดยบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวานแล้วเมื่อวานนี้ เพื่อร่วมกับทีมของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการรับคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน โดยคณะทั้งหมดได้เดินทางไปยังด่านชายแดนคาปิคอยฝั่งตุรกี เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่จะเดินทางมาจากอิหร่าน
การนำคนไทยออกจากอิหร่าน ฝ่ายไทยได้มีการประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพจะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
จากรายงานเมื่อ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูต ณ กรุงเตหะรานว่า ขบวนอพยพใกล้ถึงจุดหมายบริเวณชายแดนระหว่างอิหร่านและตุรกีแล้ว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน ของตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ตามที่ได้มีการประกาศไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน พร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางออกจากอิหร่าน และยังพำนักอยู่ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ต้องปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทยที่อพยพจากอิรักจำนวน 10 คน ซึ่งจะเดินทางข้ามด่านที่เมืองมาร์ดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป
ขณะที่ซาอุดิอาระเบียยังสามารถบินกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เมืองใกล้เคียง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และคูเวต ที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ ส่วนคนไทยเดินทางข้ามแดนเพื่อเดินทางกลับไทย หรือเดินทางต่อไปยังปลายทางอื่นทางอากาศ
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือแนวทางในการนำคนไทยกลับประเทศกับสายการบินเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินริยาด – กรุงเทพฯ ยังคงให้บริการ และพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอพยพคนไทยในประเทศต่าง ๆ ตามความต้องการ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด
พร้อมย้ำว่า ขณะนี้มีคนไทยที่ตกค้างในตะวันออกกลาง และได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 215 คน ขณะที่ประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่อื่น ๆ ในพื้นที่ ยังคงอำนวยความสะดวก และคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป
ด้านจิรโรจน์ ระบุถึงผลกระทบด้านการขนส่งว่า พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงตั้งศูนย์วอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เปิดให้หน่วยงานในสังกัดทำหน้าที่กำกับดูแลทั้งทางน้ำ ทางบก และทางราง โดยติดตามกำกับใน 3 มิติ คือ มิติของการรักษาคุณภาพการให้บริการ มิติราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และมิติความพร้อมในการให้บริการ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งจะต้องรายงานมายังศูนย์ติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน
โดยมีข้อสั่งการให้ส่วนทางอากาศกำชับหน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสาร ได้แก่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน รวมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศ คือ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานค้างในประเทศไทย กรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้
ขณะที่ทางน้ำให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการเดินเรือภายในประเทศให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ส่วนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด พร้อมติดตามกำกับค่าระวางอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือในกรณีที่ค่าระวางสูงจนมีผลกระทบต่อผู้บริโภค
ด้านการเดินทางทางบก ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารสาธารณะ และรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้ราคาค่าโดยสารสอดคล้องกับราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลมีมาตรการควบคุมอยู่ และในขณะเดียวกันให้ประเมินอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่งสาธารณะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการร่วมกับกระทรวงพลังงานในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับการให้บริการ
ด้านการขนส่งทางราง ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะต้นทุนของรถจักรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพื่อบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า
ขณะที่สถานการณ์ด้านการบินในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน ตัวเลขตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 7 มีนาคม มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกและล่าช้ารวมทั้งสิ้น 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบจำนวน 78,564 คน โดยได้กำกับให้สายการบินช่วยเหลือผู้โดยสารตามหลักปฏิบัติอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันยังให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิด ประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกและประสานสายการบิน รวมถึงจัดเตรียมที่พักคอยและติดตามสถานการณ์สายการบินแบบ Real Time
ด้านการขนส่งสินค้าทางน้ำ จะมีผลกระทบกับการขนส่งสินค้าในเส้นทางไปยังทวีปยุโรป ซึ่งต้องเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมผ่านตะวันออกกลาง อ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา ทำให้ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น 15 วันจากปกติ ส่งผลต่อค่าระวางขนส่งสินค้า ค่าเวียนตู้คอนเทนเนอร์ และความแออัดของท่าเรือต่าง ๆ จึงได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลแบบรายวัน เพื่อเตรียมพร้อมบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด
หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวก หรือต้องการร้องเรียนการให้บริการ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนคมนาคม 1356 หรือหากได้รับผลกระทบจากราคาค่าโดยสารหรือการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
The post ศบก. เผยช่วยคนไทยตะวันออกกลางกลับแล้ว 215 คน กลุ่มอิหร่าน 62 คนใกล้ถึงตุรกี appeared first on THE STANDARD.
]]>
กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ สำนักงานการ […]
The post CAAT ยกระดับมาตรการคัดกรองเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย อย่างใกล้ชิด
พร้อมประสานความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร โดยได้จัดการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจมาตรการที่สายการบิน สนามบิน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
มาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้เฉพาะเที่ยวบินและผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้สายการบินดำเนินการคัดกรองเบื้องต้น ณ ต้นทาง ด้วยการสังเกตอาการ หากพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายต้องได้รับการตรวจ จะต้องมีเอกสารยืนยันก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามแนวทางด้านสาธารณสุขระหว่างทำการบิน
เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้โดยสารทุกคนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและกรอกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) เพื่อจัดเก็บข้อมูลตามกฎหมายสำหรับการติดตามเฝ้าระวัง โดยมีการจัดจุดคัดกรองบริเวณสะพานเทียบอากาศยาน
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมในการรองรับกรณีตรวจพบผู้ป่วยไว้เรียบร้อยแล้ว
ในการซักซ้อมครั้งนี้ มีสายการบินที่ให้บริการเส้นทางจากรัฐเบงกอลตะวันตก สนามบิน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยด่านควบคุมโรคได้เริ่มดำเนินการคัดกรองตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และจะดำเนินการเต็มรูปแบบตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 26 มกราคม เป็นต้นไป พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต
The post CAAT ยกระดับมาตรการคัดกรองเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (30 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย […]
The post กพท. ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมเข้า-ออกประเทศ 25 บาท/เที่ยว ดีเดย์ 1 ก.พ. 69 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (30 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) ได้ออกประกาศเรื่อง การกำหนดอัตรา ระยะเวลา และวิธีการนำส่งค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศ โดยระบุสาระสำคัญให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 25 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งคนต่อเที่ยว โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
รายงานข่าวระบุว่า การออกประกาศฉบับนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจาก ผู้ดำเนินการเดินอากาศ (สายการบิน) โดยคำนวณจากจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามายัง หรือเดินทางออกไปจากราชอาณาจักร
ทั้งนี้ กพท. ได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนำส่งและระยะเวลาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้กระบวนการจัดเก็บมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำรายได้ดังกล่าวมาใช้รองรับภารกิจในการกำกับดูแล (Regulator) และพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนของประเทศ ให้เป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
กพท. ยืนยันว่า การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการกำกับดูแลการบินของไทย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการบินของประเทศไทยในเวทีระดับโลก
อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/16ZnNCe1nu/
The post กพท. ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมเข้า-ออกประเทศ 25 บาท/เที่ยว ดีเดย์ 1 ก.พ. 69 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (26 ธันวาคม) พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวย […]
The post กพท. ลุยตรวจตั๋วเครื่องบินรับปีใหม่ 2568 ไม่พบขายเกินเพดาน กำชับสายการบิน-สนามบิน รับมือผู้โดยสารล้นดอนเมืองกว่าแสนคนต่อวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (26 ธันวาคม) พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแลทางเศรษฐกิจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการให้บริการและราคาค่าโดยสารเส้นทางภายในประเทศ ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่
จากการตรวจสอบการแสดงราคาและการจำหน่ายบัตรโดยสารในเส้นทางยอดนิยม อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ ไป-กลับ เชียงใหม่, เชียงราย, ขอนแก่น, ภูเก็ต, หาดใหญ่ และสมุย ไม่พบว่ามีการจำหน่ายบัตรโดยสารเกินเพดานราคาตามที่ CAAT กำหนด
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบัตรโดยสารส่วนใหญ่ถูกจองล่วงหน้าไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ที่นั่งที่เหลือสำหรับการเดินทางเร่งด่วนในช่วงนี้มีราคาสูงตามกลไกตลาด แต่จากการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษในช่วงเทศกาล พบว่าช่วยเพิ่มทางเลือกและรองรับความต้องการของผู้โดยสารได้ดีขึ้น
ในโอกาสนี้ พลอากาศเอก มนัท พร้อมด้วย ศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานเศรษฐกิจการบิน ได้หารือร่วมกับ วิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) และผู้แทนสายการบิน ถึงมาตรการอำนวยความสะดวก
โดยข้อมูลจาก ทดม. ระบุว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีปริมาณผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินดอนเมืองสูงกว่า 100,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 2% ซึ่งทางสนามบินได้นำระบบ Biometric และเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระมาช่วยระบายความหนาแน่น ทั้งนี้ CAAT ได้เน้นย้ำให้รักษามาตรฐานความปลอดภัย (Safety) และการรักษาความปลอดภัย (Security) อย่างเข้มงวดที่สุด
ด้านมาตรการบริหารจัดการเที่ยวบิน CAAT ได้ประสานงานกับ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ให้ยืดหยุ่นเวลาทำการของสนามบินปลายทางเพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง พร้อมกำชับสายการบินให้ความสำคัญกับความตรงต่อเวลา หากเกิดกรณีล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบิน ต้องรีบแจ้งผู้โดยสารและปฏิบัติตาม ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารฯ (ข้อบังคับ กบร. 101) อย่างเคร่งครัด โดยต้องมีพนักงานผู้มีอำนาจตัดสินใจประจำจุดให้บริการตลอดเวลาเพื่อแก้ไขปัญหาหน้างานและรับเรื่องร้องเรียนได้ทันที
CAAT ขอแจ้งเตือนผู้โดยสาร ให้เผื่อเวลาการเดินทางมายังท่าอากาศยานล่วงหน้า โดยเส้นทางภายในประเทศควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และเส้นทางระหว่างประเทศอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการพลาดเที่ยวบิน ทั้งนี้ หากผู้โดยสารไม่ได้รับการดูแลตามสิทธิ สามารถร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ complaint.caat.or.th
The post กพท. ลุยตรวจตั๋วเครื่องบินรับปีใหม่ 2568 ไม่พบขายเกินเพดาน กำชับสายการบิน-สนามบิน รับมือผู้โดยสารล้นดอนเมืองกว่าแสนคนต่อวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย […]
The post กพท. เผยปริมาณการเดินทางทางอากาศฟื้นตัวเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด-19 พร้อมผนึกสายการบินลดค่าโดยสาร 30% รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) รายงานสถานการณ์การเดินทางทางอากาศช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569
จากการติดตามข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานไทยรวม 479,979 คน (ในประเทศ 208,040 คน / ระหว่างประเทศ 271,939 คน) ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการเดินทางจะหนาแน่นที่สุดในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และวันที่ 4 มกราคม 2569
ในส่วนของตลาดต่างประเทศ เส้นทางจีนฟื้นตัวแล้วกว่า 75% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด ขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียเติบโตสูงกว่าช่วงก่อนโควิดถึง 10% ส่วนเส้นทางในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมืองยังคงครองแชมป์ผู้โดยสารสูงสุด ตามด้วยสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ และภูเก็ต
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ กพท. เปิดเผยว่า เพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน กพท. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรและสายการบิน ดำเนินมาตรการสำคัญดังนี้:
1. เพิ่มเที่ยวบินพิเศษ: จำนวน 66 เที่ยวบิน (11,312 ที่นั่ง) ใน 6 เส้นทางหลัก อาทิ เชียงใหม่, เชียงราย, ขอนแก่น, ภูเก็ต ฯลฯ
2. ลดราคาค่าตั๋ว: ลดราคาสูงสุด 30% จากเพดานราคา ในเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินเสริม รวม 202 เที่ยวบิน (36,620 ที่นั่ง) ครอบคลุม 11 เส้นทางทั่วประเทศ
โดยประชาชนสามารถสำรองที่นั่งราคาพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันเดินทาง (ช่วง 26 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569) กับสายการบินที่เข้าร่วม ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย, ไทยไลอ้อนแอร์, ไทยเวียตเจ็ตแอร์, นกแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ส
กพท. ย้ำเตือนผู้โดยสารว่า ตั๋วราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด และจากการตรวจสอบพบว่าตั๋วราคาประหยัดถูกจองไปจำนวนมากแล้ว หากเป็นไปได้ควรวางแผนเดินทางล่วงหน้าหรือขยับวันเดินทางเพื่อราคาที่ถูกลง
นอกจากนี้ ขอให้เผื่อเวลาเดินทางมาสนามบินมากกว่าปกติเนื่องจากปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นมาก และหากพบการขายตั๋วเกินราคาเพดาน สามารถร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ complaint.caat.or.th
The post กพท. เผยปริมาณการเดินทางทางอากาศฟื้นตัวเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด-19 พร้อมผนึกสายการบินลดค่าโดยสาร 30% รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (8 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ( […]
The post กพท. ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ออกประกาศฉบับที่ 12 ห้ามบินโดรนพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาและพื้นที่เสี่ยง เริ่มบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (8 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ได้ออกประกาศฉบับที่ 12 เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาโดยมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
หลังจากหน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่าแนวโน้มความขัดแย้งบริเวณชายแดนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสาธารณชนและการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่
ประกาศฉบับใหม่นี้ถือเป็นการยกเลิกมาตรการผ่อนปรนเดิมในฉบับที่ 11 โดยกพท. ได้กำหนดพื้นที่ห้ามบินเด็ดขาด ครอบคลุมพื้นที่ที่มีการวางกำลังกองทหารและการปฏิบัติการภาคพื้น ได้แก่ พื้นที่ชายแดนใน 7 จังหวัด คือ จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ระดับอำเภอในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นอกจากนี้ยังครอบคลุมรัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด และพื้นที่อื่น ๆ ที่หน่วยงานความมั่นคงอาจประกาศเพิ่มเติม
สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องใช้งานโดรนในพื้นที่ดังกล่าว กพท. ได้กำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดรัดกุมกว่าเดิม โดยผู้ใช้งานจะต้องขึ้นทะเบียนทั้งผู้บังคับและตัวโดรนกับ กพท. ให้ถูกต้อง และต้องยื่นคำขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบแอปพลิเคชัน UAS Portal เท่านั้น
การปฏิบัติการบินถูกจำกัดความสูงไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) และอนุญาตให้บินได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น. หากมีความจำเป็นต้องบินนอกเหนือเวลาดังกล่าว ต้องยื่นขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ แต่มีข้อห้ามเด็ดขาดคือ ห้ามบินในช่วงเวลา 00.01 – 04.00 น. ทุกกรณี และทุกครั้งก่อนขึ้นบิน ต้องแจ้งข้อมูลพิกัดและรายละเอียดต่อ กพท. และศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (ศบตอ.น.)
ในส่วนของโดรนราชการทหาร ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง ยังคงปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่สำหรับโดรนของศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ ต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้าเช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเข้าใจผิดในการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ กพท. ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่น่าสงสัย ผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว ให้แจ้งเบาะแสระบุวัน เวลา และสถานที่ พร้อมภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยัง กพท. ที่หมายเลข 02-568-8851 หรือแจ้งศูนย์ปราบปรามโดรน (ศบตอ.น.) โทร 02-126-7846 รวมถึงสถานีตำรวจและหน่วยทหารในพื้นที่ได้ทันที เพื่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ
The post กพท. ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ออกประกาศฉบับที่ 12 ห้ามบินโดรนพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาและพื้นที่เสี่ยง เริ่มบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (26 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไท […]
The post CAAT ปลดล็อกโดรนกู้ภัย บินกลางคืนได้ เร่งหนุนภารกิจช่วยน้ำท่วมใต้ เริ่ม 25 พ.ย. 68 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (26 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ออกประกาศเรื่อง อนุญาตให้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก เพื่อการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พ.ศ. 2568 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
ประกาศฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรัฐในการค้นหา กู้ภัย และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นวงกว้าง โดยอนุญาตให้สามารถใช้งานโดรนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด พื้นที่หวงห้ามเฉพาะ และพื้นที่อันตรายที่อยู่ในเขตประสบภัย เพื่อภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้
เพื่อลดข้อจำกัดและช่วยให้การปฏิบัติงานต่อเนื่องแข่งกับเวลา CAAT อนุญาตให้ปฏิบัติการบินหลังเวลา 18.00 น. ได้ ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัย ดังนี้:
สำหรับภารกิจที่จำเป็นต้องบินใน เขตพื้นที่สนามบินอนุญาต หรือภายในระยะ 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) จากสนามบินที่อยู่ในเขตประสบภัย:
ผู้ที่ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้ มีหน้าที่ต้องแจ้งรายละเอียดการปฏิบัติงาน ได้แก่ ข้อมูลพื้นที่ วัน และเวลาที่ทำการบิน ส่งไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ทางอีเมล [email protected] ภายใน 30 วัน หลังจากสถานการณ์อุทกภัยสิ้นสุดลง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำกับดูแลความปลอดภัยการบินของประเทศต่อไป
ทั้งนี้ CAAT ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวออกมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมในภาวะวิกฤต โดยยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินสูงสุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและปลอดภัย
The post CAAT ปลดล็อกโดรนกู้ภัย บินกลางคืนได้ เร่งหนุนภารกิจช่วยน้ำท่วมใต้ เริ่ม 25 พ.ย. 68 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 สิงหาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ( […]
The post กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 สิงหาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ประกาศผ่อนปรนให้ โดรนเพื่อการเกษตร สามารถทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แม้จะยังคงมีคำสั่งห้ามบินโดรนทุกประเภททั่วราชอาณาจักรจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงก็ตาม โดยมาตรการผ่อนปรนนี้มีเงื่อนไขที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยและมั่นคงในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ผู้ควบคุมโดรนและตัวโดรนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดดังนี้ :
CAAT ยังคงมีข้อห้ามบินโดรนทุกประเภทในพื้นที่ที่กำหนด ได้แก่ :
ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone System) เพื่อตอบโต้หรือทำลายโดรนที่ผิดกฎหมายได้ทันที หากมีข้อสงสัยหรือพบการฝ่าฝืน สามารถแจ้งได้ที่ CAAT หรือหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ตลอดเวลา
อ้างอิง:
The post กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออก […]
The post กพท. สั่งห้ามห้ามบินโดรนทั่วประเทศ 30 ก.ค. – 15 ส.ค. ป้องกันความมั่นคง จากเหตุชายแดนไทย – กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศด่วน ห้ามทำการบินหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทุกประเภทในพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ กพท. ระบุว่า การประกาศห้ามครั้งนี้สอดคล้องกับอำนาจตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารยังมีอำนาจทำลายอากาศยานได้หากพิจารณาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง
กพท. ขอความร่วมมือประชาชนงดใช้โดรนทุกประเภทในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน และให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการบินโดรนที่ฝ่าฝืนผ่านช่องทางติดต่อ เช่น กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน โทร. 02-568-8851 หรืออีเมล [email protected], ศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับของตำรวจ โทร. 02-126-7846 หรืออีเมล [email protected] รวมถึงแจ้งสถานีตำรวจท้องที่หรือหน่วยความมั่นคงในพื้นที่
อ้างอิง:
The post กพท. สั่งห้ามห้ามบินโดรนทั่วประเทศ 30 ก.ค. – 15 ส.ค. ป้องกันความมั่นคง จากเหตุชายแดนไทย – กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (9 เมษายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตร […]
The post สุริยะย้ำ คุมเข้มราคาตั๋วเครื่องบิน มีเพดานชัดเจน หากพบราคาเกินจริง ขอประชาชนร้องเรียนที่คมนาคมด่วน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (9 เมษายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางดอนเมือง-สกลนคร บนเว็บไซต์ www.airasia.com สำหรับวันที่ 12 เมษายน 2568 สูงถึง 14,919 บาทต่อเที่ยวว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้รายงานว่า ราคานี้เกิดจากระบบแสดงผลผิดพลาด ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ผู้โดยสาร
”ผมขอยืนยันว่า ราคาตั๋วเครื่องบินยังคงอยู่ในการควบคุมและมีเพดานราคาที่ชัดเจน โดยเส้นทางดอนเมือง-สกลนครมีราคาเพดานสูงสุดอยู่ที่ 5,188 บาทต่อคนต่อเที่ยว” สุริยะกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ CAAT เรียกบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด เข้ามาหารือโดยด่วน เพื่อจัดการระบบการบริหารจัดการและดำเนินการตามข้อสั่งการไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้โดยสารอีก ซึ่งทางบริษัทฯ ชี้แจงว่า ปัญหาเกิดจากความผิดพลาดของระบบ และไม่มีการจำหน่ายบัตรโดยสารในราคานั้นจริง โดย CAAT ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการแสดงราคาดังกล่าวจริง แต่ไม่สามารถซื้อได้
อย่างไรก็ตาม แอร์เอเชียแนะนำให้ผู้โดยสารเลือกตัวเลือก ‘เฉพาะเที่ยวบินแอร์เอเชีย’ ก่อนทำการจอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะซื้อบัตรโดยสารในราคาที่ไม่เกินเพดานที่ CAAT กำหนด ทั้งนี้ CAAT ได้กำหนดให้บริษัทฯ ชี้แจงแนวทางการป้องกันปัญหาระยะยาวภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ สุริยะยังกล่าวเตือนสายการบินว่า หากพบการกระทำผิดซ้ำ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งขอให้ผู้โดยสารที่พบราคาตั๋วเครื่องบินสูงเกินจริง แจ้งร้องเรียนมายังกระทรวงคมนาคมได้ทันที
The post สุริยะย้ำ คุมเข้มราคาตั๋วเครื่องบิน มีเพดานชัดเจน หากพบราคาเกินจริง ขอประชาชนร้องเรียนที่คมนาคมด่วน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (28 ตุลาคม) ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตรองเลขาธิ […]
The post การบินพลเรือนแจง ผู้โดยสารการบินไทยที่นั่ง Business Class ปรับเอนไม่ได้ รับเงินเยียวยา 5,000 บาท พร้อมคืนค่าบัตรโดยสาร appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (28 ตุลาคม) ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่เคยยื่นคำร้องสู่กรรมาธิการคมนาคม จากกรณีที่ตนและคณะซื้อบัตรโดยสารชั้นธุรกิจ (Business Class) ของสายการบินไทยในราคาเต็ม และพบว่าเก้าอี้ไม่สามารถปรับเอนได้ถึง 2 ตัว โดยการบินไทยขอให้รับเงิน 5,000 บาทเป็นค่าเยียวยาขอโทษแทน
กรรมาธิการคมนาคมได้ประสานไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับสายการบินให้ตรวจสอบเรื่องนี้ โดยสายการบินไทยสำนักงานการบินพลเรือนฯ และจะดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนี้
ตรีรัตน์มองว่า การแก้ไขปัญหานี้ค่อนข้างแฟร์และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค และต้องขอขอบคุณหลายท่านที่ส่งหลักฐานประกอบคำร้องแก่ตนทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์ ซึ่งมีกว่า 100 กรณีที่เคยประสบเหตุคล้ายกัน ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้การบินไทยปรับปรุง อย่างไรก็ตาม ตนก็แอบผิดหวังที่การบินไทยเลือกไม่ประชาสัมพันธ์แนวทางการแก้ไขปัญหานี้ตามที่ได้ชี้แจงต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้ผู้บริโภคทราบโดยทั่วกัน มีแต่คำชี้แจงให้ตนเท่านั้น
“ผมในฐานะผู้ร้องและตัวแทนของผู้โดยสารที่เคยประสบเหตุคล้ายกัน จึงมีหน้าที่ต่อสังคมในการชี้แจงผลของการร้องเรียน เพื่อให้ทุกท่านทราบสิทธิ์ของท่านก่อนเดินทาง เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคทุกท่าน”
The post การบินพลเรือนแจง ผู้โดยสารการบินไทยที่นั่ง Business Class ปรับเอนไม่ได้ รับเงินเยียวยา 5,000 บาท พร้อมคืนค่าบัตรโดยสาร appeared first on THE STANDARD.
]]>
อุตสาหกรรมการบินเปรียบเสมือน ‘ลมใต้ปีก’ ให้กับอุตสาหกรร […]
The post CAAT ก้าวสู่ปีที่ 10 มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยด้วยความใส่ใจ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
อุตสาหกรรมการบินเปรียบเสมือน ‘ลมใต้ปีก’ ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ
THE STANDARD ขอพาไปสำรวจภารกิจและการเดินทางของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT (The Civil Aviation Authority of Thailand) ที่กำกับ ดูแล และส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ด้วยการพัฒนาอย่างใส่ใจทุกขั้นตอน ตามเป้าหมายการก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ที่ว่า ‘EVERY STEP, WE CARE’
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 10 ด้วยภารกิจกำกับ ดูแล และพัฒนา ส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินของประเทศทั้งระบบ ทั้งด้านมาตรฐานขององค์กร ผู้ดำเนินการ และผู้ปฏิบัติงาน ด้านการกำกับดูแลและพัฒนาระบบเศรษฐกิจการบิน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ระบบการบินของประเทศ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) หลักของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ฉายภาพให้เห็นถึงก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยที่เต็มไปด้วย ‘โอกาสแห่งการพัฒนา’
เมื่อถามถึงสถานการณ์และความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย สุทธิพงษ์ คงพูล กล่าวถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบินว่า “ในปี 2566 ประเทศไทยมีจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 122.1 ล้านคน คิดเป็นการฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับปี 2562 และคาดการณ์ว่าในปี 2567 อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยจะยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารประมาณ 138 ล้านคน มีเที่ยวบินมากกว่า 860,000 เที่ยวบิน”
สุทธิพงษ์ชี้ว่า อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและทั่วโลกเผชิญปัญหาหลายด้าน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงหลังวิกฤตโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้อุปสงค์และอุปทานของอุตสาหกรรมการบินไม่สมดุลกัน อีกทั้งผู้ประกอบการยังประสบปัญหาขาดแคลนฝูงบิน และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สงครามและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายสำหรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก
ดังนั้น การจะเติบโตท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน สุทธิพงษ์ชี้ว่า ประเทศไทยต้องเข้าใจเป้าหมายร่วมของประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายของประชาคมการบินที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมายทางด้านการบิน ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของสหประชาชาติ (The United Nations Sustainable Development Goals) รวม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัยของภาคการบิน (Aviation Safety), การพัฒนาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศ (Economic Development of Air Transport), ความสามารถในการรองรับและประสิทธิภาพของการเดินอากาศ (Air Navigation Capacity and Efficiency), การรักษาความมั่นคงปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศ (Security and Facilitation) และการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection)
58 หัวข้อสำคัญภายใต้เป้าหมายหลักทั้ง 5 ด้าน ซึ่ง ICAO ผลักดันผ่านการดำเนินการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมาตรฐาน นโยบาย และแผนงานสำคัญ ๆ จำนวนมากนี้ นอกจากจะเป็นข้อกำหนดที่ประเทศสมาชิกต้องนำไปดำเนินการตามภาคบังคับแล้ว ยังเป็นทิศทางและแนวทางที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของประเทศให้เติบโตตามความต้องการ และสอดคล้องกับระบบของโลกการบินสมัยใหม่อย่างแท้จริง
ประการสำคัญ ยังเป็นกรอบการดำเนินการไปสู่ความยั่งยืนของกิจการการบินซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมของคนทั้งโลก ซึ่งแน่นอนว่าความท้าทายของไทยจึงอยู่ที่ความสามารถในการทำให้เกิดผลสำเร็จในรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีจำนวนมากให้ครบถ้วน ปัจจัยที่เกิดจากความยุ่งยากซับซ้อนระดับพื้นฐานหรือ Baseline ในการปรับปรุงพัฒนาที่ยังมีช่องว่างจำนวนมาก ซึ่งหลายเรื่องมีมิติสัมพันธ์กับบริบทต่าง ๆ ทางสังคมของไทยอย่างแยกกันไม่ออก จึงเป็นปัจจัยที่ต้องเริ่มต้นจากการตกผลึกที่แตกฉาน และมีความสามารถในการกำหนดเป้าหมายและดำเนินการร่วมกันตามบทบาทอย่างมีประสิทธิภาพขั้นสูงสุด
สุทธิพงษ์ยังยกตัวอย่างหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการมุ่งสู่ความยั่งยืนด้านการบิน ซึ่งเป็นความยั่งยืนของโลกใบนี้ด้วย นั่นคือเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการบินเป็นศูนย์ในปี 2593 ซึ่งมีเสาหลักที่จะต้องนำไปดำเนินการตามกลยุทธ์และแผนงานที่วางไว้ 4 ด้าน ได้แก่
สุทธิพงษ์เน้นให้เห็นว่า แม้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญ แต่ก็เป็นเพียง 1 ใน 5 เรื่องที่ประเทศไทยต้องทำภายใต้บริบทการบินของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไทยต้องการเป็นศูนย์กลางทางการบินที่มีขนาดและขีดความสามารถมากกว่านี้ และหากย้อนกลับมาที่เรื่องสิ่งแวดล้อม การดำเนินการที่จะทำให้ไทยไม่เกิดปัญหาโดยเฉพาะเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต้องชดเชยเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของกิจการการบิน จึงต้องระดมทำไปพร้อม ๆ กันหลาย ๆ เรื่องและต้องประสบผลสำเร็จด้วย การใช้เชื้อเพลิง SAF อย่างเดียวไม่มีทางทำให้ประเทศไทยไปถึงเป้าหมาย Net-Zero Carbon Emissions ได้ ดังนั้น การส่งเสริมอย่างจริงจังและตรงประเด็นในการผลักดันให้มีการนำอากาศยานสมัยใหม่เข้าใช้งานเพิ่มมากขึ้นในราคาที่ถูกลง รวมทั้งการเร่งพัฒนางานด้านวิจัยพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการบินของประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการบิน และการประยุกต์เทคโนโลยีและวิธีปฏิบัติสมัยใหม่ที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีช่องว่างที่ต้องการการปรับปรุงพัฒนาอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่การประสานความร่วมมือระหว่างภาคการบินกับภาคพลังงานซึ่งทำกันอยู่ในเวลานี้ ก็จะต้องนำไปสู่ข้อสรุปที่จะใช้เป็นแนวทางการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน (SAF) ในภาคการบินของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศลดลงตามเป้าหมายได้เป็นลำดับ
นอกจากนั้น สุทธิพงษ์ยังขยายความว่า ทั้งเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและเรื่องอื่น ๆ ทั้ง 5 ด้านที่กล่าวมานั้น อยู่ในสายตาและการดำเนินงานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบการบินของประเทศในการกำหนดเป้าหมาย แผนงาน แผนปฏิบัติการ และมีการติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานในทุกเรื่องอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้น ยังมีการทำงานร่วมกับ ICAO และองค์กรการบินชั้นนำของโลกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการก้าวกระโดดขององค์ความรู้ และประสบการณ์สำหรับการปรับปรุงพัฒนาระบบการบินของประเทศ แต่อาจไม่ได้เป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปมากนัก ดังนั้น ความท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ เชื่อว่าประเทศไทยมีความมั่นใจที่จะไปสู่ความสำเร็จได้ ทั้งในแง่ของการรับรู้ การวางแผน การเตรียมการ และการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและครบถ้วน ที่สำคัญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถือได้ว่าในขณะนี้ไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ดี มีบทบาทเป็นที่ยอมรับและไม่โดดเดี่ยว

ปัจจุบัน CAAT มีการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ จากภาครัฐ รวมถึงเป็นสื่อกลางในการผนึกกำลังของอุตสาหกรรมการบินทุกภาคส่วนมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub)
CAAT มีบทบาททั้งการกำกับดูแลและสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม เช่น การพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบการบินให้ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลการบิน การรักษาความปลอดภัย และการปกป้องผู้โดยสาร มีการตรวจสอบประสิทธิภาพการดำเนินงานและการจัดการของผู้ประกอบการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การพัฒนาความสามารถของบุคลากร โดยพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินผ่านโครงการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงอากาศยานสู่มาตรฐานการบินขององค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (European Aviation Safety Agency: EASA) รวมถึงพัฒนาหลักสูตรการบินเพื่อให้สามารถรองรับกฎหมายใหม่ การพัฒนาอาชีพ การบูรณาการร่วมกับสถาบันการบินของประเทศอื่น โดยร่วมมือพัฒนาบุคลากรให้เพียงพอรองรับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านการสร้างพันธมิตรกับประเทศอื่น ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการเดินทางและการลงทุนในอุตสาหกรรมการบิน
ปัจจุบันการเกิดขึ้นใหม่ของสายการบินนั้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณความต้องการในการเดินทางทางอากาศที่ฟื้นตัวกลับขึ้นมามากขึ้นหลังจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีและเป็นตัวช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมการบินมีการเติบโตมากขึ้น ช่วยเพิ่มการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมการบิน ส่งผลให้ประชาชนและผู้ใช้บริการมีตัวเลือกในการเข้าสู่บริการที่เพิ่มมากขึ้น และผู้ให้บริการเกิดการแข่งขันกันเพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้นด้วย

สุทธิพงษ์กล่าวว่า CAAT มุ่งมั่นเสมอมาที่จะพาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยสู่มาตรฐานโลก ที่ผ่านมาได้เตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบจากองค์การบริหารการบินแห่งชาติ (Federal Aviation Administration: FAA) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO)
สุทธิพงษ์ชี้ถึงประโยชน์จากการตรวจสอบของทั้ง 2 องค์กรการบินนี้ ในฝั่งของ FAA จะเข้ามาตรวจประเมินตามโครงการการประเมินความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศ (International Aviation Safety Assessment: IASA) ในเดือนพฤศจิกายน 2567 เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ Category 1 (CAT 1) นั่นหมายถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินสอดคล้องกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสามารถขยายเส้นทางไปสู่สหรัฐอเมริกา, เกาหลีใต้, ฮ่องกง และญี่ปุ่นได้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการตรวจช่วงไตรมาส 2 ปี 2568
ขณะเดียวกัน การตรวจสอบระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการบินพลเรือนของรัฐ อย่าง USOAP (Universal Safety Oversight Audit Programme) และ USAP (Universal Security Audit Programme) ที่ดำเนินการโดย ICAO มีกำหนดการตรวจสอบประเทศไทยในปี 2568 โดย CAAT มีเป้าหมายที่จะเพิ่มระดับค่าประสิทธิผลของการดำเนินการ (Effective Implementation: EI) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมการบินของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นอกจากภาพใหญ่ของการบินพลเรือนในประเทศและระหว่างประเทศแล้ว CAAT ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีโดรนในประเทศไทยที่มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สุทธิพงษ์กล่าวถึงสถานการณ์การใช้โดรนในประเทศว่า ปัจจุบันโดรนที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 25 กิโลกรัม มีอยู่ราว 1 แสนลำที่ขึ้นทะเบียน แต่ที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดในการใช้โดรนที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัมอยู่
ปัญหานี้ทำให้โดรนราว 2 หมื่นลำไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งด้านเกษตรกรรม การกู้ภัย และการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และยังเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเชิงพาณิชย์ สันทนาการ และการทหาร ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมและ CAAT ร่วมมือกันปรับปรุงกฎหมายโดรนให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
“กฎหมายฉบับเดิมขาดความยืดหยุ่นและมีความซับซ้อนในการดำเนินการ ทำให้โดรนที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัมจำนวนมากอยู่นอกระบบ การแก้ไขกฎเกณฑ์จึงต้องเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและประชาชน ทั้งนี้ CAAT ดำเนินกับหลายภาคส่วนในการสร้างแผนแม่บทในการปรับใช้โดรนในอนาคต” สุทธิพงษ์กล่าว
แผนแม่บท (Road Map) ของกฎหมายโดรนฉบับนี้ จะครอบคลุม ‘โดรน’ ทั้งหมดของประเทศไทย ทั้งเรื่องของการออกใบอนุญาต การรับรองโรงเรียนฝึกบินโดรน การรับรองช่างซ่อมโดรน การส่งเสริมหลักสูตรการบินโดรนในโรงเรียนอาชีวศึกษา การจดทะเบียนด้านต่าง ๆ อย่างเป็นสากล ซึ่งจะช่วยพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับในอนาคตได้

การกำกับ ดูแล และพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย (CAAT) ผ่านพ้น 9 ปี ก้าวเข้าสู่การครบรอบ 1 ทศวรรษในปี 2568 ที่จะถึงนี้ สุทธิพงษ์จึงตั้งใจที่จะสะท้อนถึงเป้าหมายภารกิจของ CAAT ผ่านการทำงานด้วยพฤติกรรมตามค่านิยมทั้ง 10 ประการ โดยเน้นให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในภารกิจของ CAAT มายาวนานตั้งแต่เริ่มต้น นั่นคือการให้ความสำคัญกับคำว่า ‘ดูแล’ ให้มากขึ้น เพราะ ‘การดูแล’ เป็นคำง่าย ๆ ที่มีความสำคัญ สื่อถึงการใส่ใจ การเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ใจเพื่อทำในสิ่งนั้น ๆ ให้ดีที่สุด การปฏิบัติหน้าที่ด้วยพฤติกรรมตามค่านิยมของ CAAT (Integrity, Accountability, Collaboration) ด้วยความใส่ใจอย่างจริงจัง เชื่อมั่นว่าจะทำให้เกิดการหลอมรวมที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประการสำคัญ “การให้ความสำคัญด้วยความใส่ใจอย่างรอบด้านและอย่างถึงที่สุดในสิ่งที่ทำ มันคือหนึ่งในสิ่งที่พวกเราให้ความสำคัญสูงสุด นั่นคือการคำนึงผู้อื่นหรือสิ่งอื่นที่เป็นเป้าหมายภารกิจของเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ผู้โดยสาร ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมการบิน และประโยชน์ของประเทศชาติ” สุทธิพงษ์กล่าว
‘EVERY STEP, WE CARE’ จึงเป็นความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ของ CAAT นับจากนี้ไป
The post CAAT ก้าวสู่ปีที่ 10 มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยด้วยความใส่ใจ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุริยะ จึงรุ่งเ […]
The post ตั๋วเครื่องบินแพง สุริยะสั่ง กพท. หารือสายการบิน มั่นใจลดราคาได้ทันสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีผู้โดยสารของสายการบินหนึ่งโพสต์ข้อความว่า ค่าตั๋วโดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ตนั้นมีราคาแพงว่า ตั๋วที่มีราคาแพงคือตั๋วแบบไป-กลับ ส่วนถ้าเป็นสายการบินราคาประหยัด (โลว์คอสต์) ราคาไม่น่าเกิน 5,000 บาทต่อเที่ยว ซึ่งเป็นการคิดของตนเองโดยอ้างอิงจากสูตรการคำนวณ
สุริยะกล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำหนดเพดานค่าโดยสาร ให้ไปปรับสูตรการคำนวณและลดราคาค่าโดยสารลง ก่อนหน้านี้ในสูตรมีรายการของค่าน้ำมันประกอบอยู่ด้วย ซึ่งราคาน้ำมันเองมีราคาประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันลดลงแล้ว จึงกำชับให้ปรับราคาลงตามด้วย
สุริยะบอกต่อว่าเรื่องราคาค่าโดยสารจะลดลงแน่นอน หลังจากที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เตรียมเชิญสายการบินต่างๆ มาพูดคุยเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้โดยสาร แต่จะเป็นเท่าไรนั้นยังบอกไม่ได้ ส่วนการหารือยืนยันว่าทันช่วงสงกรานต์อย่างแน่นอน
The post ตั๋วเครื่องบินแพง สุริยะสั่ง กพท. หารือสายการบิน มั่นใจลดราคาได้ทันสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปัจจุบันสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศรายชื่ […]
The post จ่อลงทุน ‘อันดามันแอร์พอร์ต’ 8 หมื่นล้าน คาดเสร็จปี 2573 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปัจจุบันสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศรายชื่อ 10 สนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ (International Airport) โดยมีชื่อสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศต่อไปนี้
ล่าสุดประเทศไทยกำลังจะมี International Airport ใหม่เพิ่มอีกแห่ง ด้วยนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคด้วย
โดย กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ล่าสุด AOT ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) รวมถึงความเหมาะสมในการจัดผังที่ดิน ด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการก่อสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 หรือท่าอากาศยานอันดามัน (Andaman International Airport)
โดยจะใช้พื้นที่บริเวณตำบลโคกกลอย และตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เนื้อที่ประมาณ 7,300 ไร่ เนื่องจาก AOT เคยศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสม และมีศักยภาพมากที่สุด โดยคาดว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน และจะมีผลสรุปของ Feasibility Study ออกมา
โดยหากผล Feasibility Study ผ่านแล้ว จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือเตรียมเสนอต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้พิจารณา หากได้รับการอนุมัติก็จะมีการว่าจ้างออกแบบรายละเอียดของโครงการต่อไป โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการเวนคืนที่ดิน
เบื้องต้นจะมีมูลค่าเงินลงทุนในโครงการประมาณ 8 หมื่นล้านบาทภายในปี 2570 และโครงการจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2573 ซึ่งท่าอากาศยานแห่งนี้มี 2 รันเวย์ รองรับผู้โดยสารได้ 22.5 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบินได้ 43 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จะมีการจัดระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานอันดามันด้วย ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่ห่างกันประมาณ 23.4 กิโลเมตร
ขณะที่แหล่งเงินลงทุนในโครงการนี้จะมาจากเงินสดภายในบริษัท รวมถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน เนื่องจากการคาดการณ์จากผลการดำเนินงานทั้งกำไรกับกระแสเงินสดในระยะข้างหน้าแล้ว บริษัทมีความสามารถเพียงพอในการลงทุน โดยยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นในการเพิ่มทุน เพื่อหาแหล่งเงินทุนนำมาใช้ลงทุนในโครงการนี้
The post จ่อลงทุน ‘อันดามันแอร์พอร์ต’ 8 หมื่นล้าน คาดเสร็จปี 2573 appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากกรณีดราม่าบนโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โดยสารสายการบินนกแอ […]
The post CAAT ชี้แจงละเอียด หลังดราม่า ‘สายการบินนกแอร์’ เครื่องดีเลย์นานหลายชั่วโมง-ยกเลิกเที่ยวบินกะทันหัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากกรณีดราม่าบนโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โดยสารสายการบินนกแอร์จำนวนหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดีเลย์นานหลายชั่วโมง หรือการยกเลิกเที่ยวบินกะทันหัน
โดยก่อนหน้านี้ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ประกาศข่าวภาคสนามและพิธีกร ได้ออกมาโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “เลื่อนครั้งที่ 3-DD127 จากเชียงใหม่-ดอนเมือง กำหนดเวลาออกใหม่ 13.15 น. เลื่อนจากเวลา 12.55 น. ที่เลื่อนจากเวลา 11.20 น. จากเวลาจริง 10.45 น.”
ล่าสุดวันนี้ (27 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับ ดูแล ควบคุม และส่งเสริมการดำเนินงานของกิจการการบินพลเรือนให้เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากล ตรวจสอบพบว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2566 บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถนำอากาศยานออกมาให้บริการเพียงพอต่อการปฏิบัติการบิน
เนื่องจากมีการซ่อมบำรุงอากาศยานพร้อมกันหลายลำ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินของเที่ยวบิน หรือเที่ยวบินล่าช้า รวมถึงการยกเลิกเที่ยวบิน ดังนั้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 และวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงได้จัดการประชุมร่วมกับบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
CAAT ให้บริษัทฯ พิจารณาดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อผู้โดยสารและปริมาณข้อร้องเรียน ตลอดจนเพื่อการอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร ดังนี้
ทั้งนี้ กรณีที่สายการบินไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารภายในประเทศฯ ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนได้ที่ www.caat.or.th/complaint หรือติดต่อฝ่ายกำกับดูแลทางเศรษฐกิจ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทร. 0 2568 8816
อ้างอิง:
The post CAAT ชี้แจงละเอียด หลังดราม่า ‘สายการบินนกแอร์’ เครื่องดีเลย์นานหลายชั่วโมง-ยกเลิกเที่ยวบินกะทันหัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (15 เมษายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐ […]
The post สำนักงานการบินพลเรือนฯ วางแผนดูแลค่าตั๋วเครื่องบินแพง สนับสนุนเอกชนเพิ่มเที่ยวบิน-สุ่มตรวจราคาช่วงไฮซีซัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (15 เมษายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารอากาศยานภายในประเทศให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม และสายการบินกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมนั้น
กระทรวงคมนาคมได้รายงานสถานการณ์ราคาบัตรโดยสารอากาศยานภายในประเทศว่า ความต้องการการเดินทางทางอากาศกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว ปริมาณผู้โดยสารภายในประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 และผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53.89
ในขณะที่สายการบินไม่สามารถเพิ่มจำนวนที่นั่งได้ทันต่อความต้องการ เนื่องจากทุกสายการบินมีการลดขนาดฝูงบินเพื่อรักษากระแสเงินสดในช่วงสถานการณ์โควิด ประกอบกับปัจจุบันสายการบินทั่วโลกเร่งจัดหาอากาศยานพร้อมกัน ทำให้เกิดการแข่งขันในการจัดหาอากาศยานเพื่อให้บริการ
นอกจากนี้ราคาบัตรโดยสารการบินจะมีความแตกต่างกันตามช่วงเวลาที่ทำการซื้อ ดังนั้นหากผู้โดยสารทำการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า จะสามารถซื้อบัตรโดยสารได้ในราคาถูก แต่ที่ผ่านมาผู้โดยสารมีพฤติกรรมในการจองบัตรโดยสารในช่วงใกล้วันเดินทางมากขึ้น ส่งผลให้ต้องซื้อบัตรโดยสารที่มีราคาแพงกว่าการจองล่วงหน้า
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จึงมีแนวทางการกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรมทั้งกับผู้โดยสารและสายการบินดังนี้
ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้มีการติดตามตรวจสอบราคาค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำรายงานค่าบัตรโดยสารเป็นรายไตรมาส ซึ่งมีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (www.caat.or.th) รวมทั้งมีการสุ่มตรวจราคาค่าบัตรโดยสารในช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง เพื่อตรวจสอบไม่ให้สายการบินจำหน่ายบัตรโดยสารในราคาที่เกินกว่าอัตราเพดานที่กำหนด
อนุชากล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีติดตามปัญหาราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก จึงได้สั่งการในการประชุม ครม. ให้กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารอากาศยานภายในประเทศ ให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและสายการบินกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม
โดยนายกรัฐมนตรีรับทราบรายงานสถานการณ์ราคาบัตรโดยสารอากาศยานภายในประเทศและแนวทางการกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารดังกล่าว พร้อมกำชับให้กระทรวงคมนาคมติดตามการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ในส่วนการกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารอากาศยานภายในประเทศ ให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดต่อไป
The post สำนักงานการบินพลเรือนฯ วางแผนดูแลค่าตั๋วเครื่องบินแพง สนับสนุนเอกชนเพิ่มเที่ยวบิน-สุ่มตรวจราคาช่วงไฮซีซัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (8 มกราคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทร […]
The post กพท. แก้ข้อกำหนดต่างชาติบินเข้าไทยใหม่ ไม่มีเอกสารรับรอง มาถึงต้องตรวจโควิดที่จุดขาเข้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (8 มกราคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศเพิ่มเติม ข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเป็นมาตรการรับมือกับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน และข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นมาตรการที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเพื่อกำหนดวงเงินประกันให้ครอบคลุมการรักษากรณีติดเชื้อใหม่ หลังมีการออกข้อกำหนดเกี่ยวกับเอกสารรับรองที่ต้องแสดงก่อนเดินทาง ทำให้ผู้โดยสารในหลายประเทศมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาไม่ต้องแสดง ส่งผลต่อการยกเลิกการจองเที่ยวบิน และไม่สามารถรับเงินคืนได้ กพท. จึงแก้ปัญหาดังกล่าวโดยออกข้อกำหนดซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ทั้งนี้ ข้อปฏิบัติดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 เวลา 08.00 น. ถึงวันที่ 31 มกราคม 2566 เวลา 00.59 น.
The post กพท. แก้ข้อกำหนดต่างชาติบินเข้าไทยใหม่ ไม่มีเอกสารรับรอง มาถึงต้องตรวจโควิดที่จุดขาเข้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ( […]
The post เรียก Thai VietJet ชี้แจง พบผิดพลาดออกตั๋วซ้ำ หลังปล่อยผู้โดยสารเกิน 1 รายยืนบนเที่ยวบินภูเก็ต เตรียมตรวจเข้มทุกเที่ยวบิน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 ธันวาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เผยแพร่เอกสารระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเที่ยวบินของสายการบิน Thai VietJet ล่าช้าและยกเลิกเที่ยวบินเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 จำนวน 3 เที่ยวบิน และมีกรณีผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งของเครื่องบิน CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยและการดูแลผู้โดยสารกรณีเที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งสายการบินต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางประจำภายในประเทศ พ.ศ. 2553 จึงได้เชิญผู้แทนสายการบิน Thai VietJet เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบ CAAT ขอชี้แจงข้อสรุปเบื้องต้น ดังนี้
อย่างไรก็ดี ในขั้นตอนการถ่ายโอนผู้โดยสารนั้นมีความผิดพลาด ทำให้ออกที่นั่งซ้ำกัน จึงเป็นเหตุให้เกิดจำนวนผู้โดยสารเกินตามที่เป็นข่าว ทำให้เที่ยวบิน VZ309 ต้องย้อนกลับมาที่เกตเพื่อตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และสุดท้ายไม่สามารถเดินทางได้ เนื่องจากเกินเวลา จึงต้องยกเลิกเที่ยวบิน VZ309 ด้วย
ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดต่อสายการบิน Thai VietJet เพื่อแจ้งความประสงค์และขอรับค่าชดเชยได้โดยตรง แต่หากมีข้อขัดข้องสามารถร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์ caat.or.th/complaint
CAAT จะตรวจสอบหลักฐานการดูแลผู้โดยสารของสายการบินในทุกเที่ยวบิน หากตรวจสอบพบว่ามีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงคมนาคม หรือมีผู้โดยสารร้องเรียนว่าไม่ได้รับการดูแล จะถูกพิจารณาความผิดและดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การเดินอากาศฯ อย่างเคร่งครัดต่อไป
The post เรียก Thai VietJet ชี้แจง พบผิดพลาดออกตั๋วซ้ำ หลังปล่อยผู้โดยสารเกิน 1 รายยืนบนเที่ยวบินภูเก็ต เตรียมตรวจเข้มทุกเที่ยวบิน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (7 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย […]
The post สำนักงานการบินพลเรือนฯ แจง ผู้โดยสารพิการลงจากเครื่องโดยไม่ได้รับบริการวีลแชร์เหตุสื่อสารผิดพลาด ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าขณะซื้อตั๋ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (7 พฤศจิกายน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ชี้แจงตามที่ปรากฏเป็นข่าวระบุว่า ผู้โดยสารหญิงชาวต่างชาติรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้พิการ ได้เดินทางจากประเทศออสเตรเลียมายังประเทศไทย โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างทางได้รับความสะดวกมาโดยตลอด แต่เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิกลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายการบินต่างชาติที่ให้บริการนั้นว่า หากต้องการบริการเก้าอี้เข็น (Wheelchair) เพื่อลงจากเครื่องบิน จะมีการคิดค่าใช้จ่าย ผู้โดยสารรายนี้จึงปฏิเสธ และพยายามลงจากเครื่องบินด้วยตัวเองจนเกิดภาพที่ไม่เหมาะสมขึ้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์และระดับมาตรฐานการบินของประเทศ และการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวในปัจจุบันอย่างมาก
CAAT ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงรายละเอียดแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า เที่ยวบินดังกล่าว สายการบินไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าในขั้นตอนการซื้อตั๋วโดยสารว่าผู้โดยสารต้องการใช้เก้าอี้เข็นในห้องโดยสาร จึงไม่มีข้อมูลในระบบ ประกอบกับเกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสารข้อมูลเที่ยวบิน ทำให้เจ้าหน้าที่ของสายการบินที่สนามบินปลายทางไม่ได้รับการประสานเพื่อเตรียมรถเข็นไว้ล่วงหน้า
โดยเก้าอี้เข็นในห้องโดยสารนี้เป็นเก้าอี้เข็นขนาดพิเศษ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถเข็นผ่านทางเดินในห้องโดยสารภายในเครื่องบินได้โดยเฉพาะ ซึ่งในกรณีนี้เป็นการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารจากบริเวณที่นั่งแถวที่ 8 มายังด้านหน้าบริเวณประตูทางออกเครื่องบินและเปลี่ยนถ่ายไปยังเก้าอี้เข็นส่วนตัวที่ผู้โดยสารเตรียมมาเอง และขนเป็นสัมภาระมากับเที่ยวบินด้วย
อย่างไรก็ตาม การจัดหาเก้าอี้เข็นดำเนินการหลังเครื่องลงจอด และเมื่อผู้โดยสารคนอื่นๆ ลงจากเครื่องแล้ว จึงทำให้ผู้โดยสารต้องรอเป็นเวลานาน
สำหรับกรณีที่ผู้โดยสารให้ข้อมูลผ่านสื่อว่า เจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการนั้น เวลาต่อมาสายการบินได้แถลงชี้แจงว่า สายการบินไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าบริการในส่วนนี้ ซึ่งในสถานการณ์นี้อาจเกิดปัญหาในการสื่อสารจนเกิดความเข้าใจผิด ทำให้ผู้โดยสารตัดสินใจปฏิเสธการรับบริการและการช่วยเหลือ และเคลื่อนย้ายตนจากแถวที่นั่งเพื่อไปขึ้นรถเข็นบริเวณประตูทางออกเครื่องบินเองตามที่ปรากฏเป็นข่าว
แม้ว่าตามข่าวระบุว่า ขณะนี้สายการบินได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ รวมถึงแสดงความขอโทษต่อผู้โดยสารรายดังกล่าว พร้อมทั้งเสนอคืนเงินค่าโดยสารและจ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติมแล้วก็ตาม
แต่เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในสนามบินของประเทศไทย CAAT จึงขอชี้แจงเพื่อให้สาธารณะได้รับทราบข้อมูลอันเป็นประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้
ประเทศไทยมีมาตรฐานการปฏิบัติตามแนวทางการให้บริการผู้พิการตามมาตรฐานสากล ตามที่กำหนดในเอกสารขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO Doc 9984: Manual on Access to Air Transport by Persons with Disabilities) โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ทั้งนี้ เมื่อผ่านขั้นตอนการประชาพิจารณ์และมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ขับเคลื่อนงานด้านการกำกับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลว่าด้วยการให้บริการผู้โดยสารที่เป็นผู้พิการอย่างเป็นรูปธรรม
The post สำนักงานการบินพลเรือนฯ แจง ผู้โดยสารพิการลงจากเครื่องโดยไม่ได้รับบริการวีลแชร์เหตุสื่อสารผิดพลาด ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าขณะซื้อตั๋ว appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 สิงหาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ( […]
The post สำนักงานการบินพลเรือนฯ แจ้งด่วน ให้สายการบินสัญชาติไทยเลี่ยงน่านฟ้าไต้หวัน หลังจีนประกาศ ‘เขตอันตราย’ ซ้อมรบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 สิงหาคม) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้แจ้งสายการบินสัญชาติไทยที่จะเดินทางเข้าและออกจากประเทศไทยในระยะนี้ ให้เลี่ยงเส้นทางบินเหนือบริเวณน่านฟ้ารอบๆ ไต้หวัน หลังจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกประกาศผู้ทำการในอากาศ (NOTAM) พื้นที่ซ้อมรบ (AIRSPACE BLOCKED) และได้เตือนสายการบินที่ดำเนินการในเอเชียให้หลีกเลี่ยงการบินรอบๆ ไต้หวันเนื่องจากจีนมีแผนดำเนินการซ้อมรบทางทหารในบริเวณดังกล่าว ซึ่งถูกกำหนดให้น่านฟ้าเหนือพื้นที่ซ้อมรบเป็น ‘เขตอันตราย’
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบินของผู้ดำเนินการเดินอากาศไทย CAAT จึงได้ขอให้หลีกเลี่ยงทำการบินผ่านเส้นทางบริเวณดังกล่าว และปฏิบัติตาม NOTAM ของจีนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งติดตามสถานการณ์และประกาศ NOTAM ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
The post สำนักงานการบินพลเรือนฯ แจ้งด่วน ให้สายการบินสัญชาติไทยเลี่ยงน่านฟ้าไต้หวัน หลังจีนประกาศ ‘เขตอันตราย’ ซ้อมรบ appeared first on THE STANDARD.
]]>