สาโรจน์ พึงรำพรรณ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สาโรจน์-พึงรำพรรณ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 16 Sep 2025 10:39:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สาโรจน์ ลาออกเลขาธิการ มีผล 1 ต.ค.นี้ ป.ป.ช.ย้ำ ไม่กระทบการทำงานองค์กร https://thestandard.co/nacc-secretary-general-resignation-saroj/ Tue, 16 Sep 2025 10:39:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1119741 สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. ประกาศ ลาออก

วานนี้ (15 กันยายน) ที่ผ่านมา มีรายงานว่า สาโรจน์ พึงรำ […]

The post สาโรจน์ ลาออกเลขาธิการ มีผล 1 ต.ค.นี้ ป.ป.ช.ย้ำ ไม่กระทบการทำงานองค์กร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. ประกาศ ลาออก

วานนี้ (15 กันยายน) ที่ผ่านมา มีรายงานว่า สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติอนุญาตให้ลาออกจากราชการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

 

ล่าสุดวันนี้ (16 กันยายน) สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจขององค์กร และเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนเลขาธิการ

 

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ สาโรจน์เคยสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และระหว่างการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. เคยได้รับการประเมินผลงานจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในระดับน้อย จนมีแนวโน้มว่าจะถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น

 

ทั้งนี้ สาโรจน์เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 และมีกำหนดเกษียณอายุราชการวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ได้ตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระ

 

สำนักงาน ป.ป.ช. ย้ำว่า จะสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลาแก่สาธารณชน หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง จะเผยแพร่เพิ่มเติมต่อไป

The post สาโรจน์ ลาออกเลขาธิการ มีผล 1 ต.ค.นี้ ป.ป.ช.ย้ำ ไม่กระทบการทำงานองค์กร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ ป.ป.ช. ยื่นลาออกโดยไม่ทราบเหตุผล คาดจ่อรับตำแหน่งอื่น หลังถูกกดดันหนักเสี่ยงถูกโยกย้าย https://thestandard.co/secretary-general-nacc-resignation/ Mon, 15 Sep 2025 11:38:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1119528 secretary-general-nacc-resignation

วันนี้ (15 กันยายน) มีรายงานว่า สาโรจน์  พึงรำพรรณ […]

The post เลขาฯ ป.ป.ช. ยื่นลาออกโดยไม่ทราบเหตุผล คาดจ่อรับตำแหน่งอื่น หลังถูกกดดันหนักเสี่ยงถูกโยกย้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
secretary-general-nacc-resignation

วันนี้ (15 กันยายน) มีรายงานว่า สาโรจน์  พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว มีผลวันนี้ โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าลาออกเพราะอะไร

 

ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรฯ สอบถามสาโรจน์แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

 

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา สาโรจน์ได้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ซึ่งคาดว่า ที่ผ่านมาสาโรจน์ได้รับแรงกดดันระหว่างที่ดำรงตำแหน่งอยู่ใน ป.ป.ช. เพราะได้รับการประเมินผลงานจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในระดับน้อย และมีแนวโน้มจะโยกย้ายสาโรจน์ไปอยู่ในตำแหน่งอื่น

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเช่นเดียวกันว่า สาโรจน์ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อเตรียมไปรับราชการในตำแหน่งอื่นแทน

 

ขณะที่สาโรจน์เองได้เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 และกำลังจะครบวาระเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่จะถึงนี้ แต่ได้มีการยื่นลาออกดังกล่าวก่อน

The post เลขาฯ ป.ป.ช. ยื่นลาออกโดยไม่ทราบเหตุผล คาดจ่อรับตำแหน่งอื่น หลังถูกกดดันหนักเสี่ยงถูกโยกย้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ ป.ป.ช. ยังไม่ยืนยันมติตั้งองค์คณะไต่สวนนายกฯ แพทองธาร กรณีคลิปเสียงสนทนา ฮุน เซน https://thestandard.co/nacc-still-undecided-pm-hun-sen/ Mon, 14 Jul 2025 12:42:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1096335

วันนี้ (14 กรกฎาคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post เลขาฯ ป.ป.ช. ยังไม่ยืนยันมติตั้งองค์คณะไต่สวนนายกฯ แพทองธาร กรณีคลิปเสียงสนทนา ฮุน เซน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 กรกฎาคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานว่า ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์แต่งตั้งองค์คณะไต่สวนกรณี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมมาตรฐานอย่างร้ายแรง กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา

 

สาโรจน์ระบุว่า ยังไม่ทราบ เพราะมาประชุมคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เช้า ดังนั้นจึงยังไม่ทราบ และยังไม่มีการยืนยัน

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวนกรณีดังกล่าว โดยปรากฏชื่อ สุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. และ ประภาศ คงเอียด กรรมการ ป.ป.ช. ร่วมเป็นองค์คณะไต่สวนด้วย

The post เลขาฯ ป.ป.ช. ยังไม่ยืนยันมติตั้งองค์คณะไต่สวนนายกฯ แพทองธาร กรณีคลิปเสียงสนทนา ฮุน เซน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ ป.ป.ช. เผย คดีชั้น 14 ใกล้สมบูรณ์ ส่วนคดี 44 สส. อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องและคำขอของผู้ถูกกล่าวหา https://thestandard.co/44-mps-section112-ppc/ Thu, 26 Jun 2025 10:14:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1089602 44-mps-section112-ppc

วันนี้ (26 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ​ เลขาธิการคณะกรร […]

The post เลขาฯ ป.ป.ช. เผย คดีชั้น 14 ใกล้สมบูรณ์ ส่วนคดี 44 สส. อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องและคำขอของผู้ถูกกล่าวหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
44-mps-section112-ppc

วันนี้ (26 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ​ เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีชั้น 14 ที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยระบุว่า ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์คณะไต่สวนเอง ได้มีการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไปค่อนข้างครบถ้วนแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีการไต่สวนคดีของผู้ร้องที่พิจารณาบังคับโทษกับทักษิณใหม่อยู่ด้วย ทาง ป.ป.ช. ก็มีการมอบหมายให้ผู้แทนไปให้ศาลไต่สวนเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งเป็นกระบวนการไต่สวนของศาล

 

ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ก็ยังการรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. เราก็ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เนื่องจากไม่ได้มีข้อกฎหมายว่าเมื่อศาลรับดำเนินการในส่วนนี้แล้ว ป.ป.ช. จะต้องหยุด อีกทั้งคดีนี้ ป.ป.ช. ได้มีการขอข้อมูลจากแพทยสภา ตามที่แพทยสภาได้มีมติที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ จึงได้ขอพยานหลักฐานการวินิจฉัยของแพทยสภามาประกอบการพิจารณา แต่เนื้อหารายละเอียดเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งในส่วนของสำนักงานไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงเนื้อหาได้

 

ส่วนพยานหลักฐานของแพทยสภา มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการประสานงานขอพยานหลักฐาน และกรณีที่ ป.ป.ช. เชิญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่ทาง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า ไม่ได้ตรวจสอบในสถานที่จริงนั้น สาโรจน์กล่าวว่า น่าจะได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว แต่ได้มีการเข้าไปตรวจในห้องหรือไม่ อย่างไรนั้น อยู่ในสำนวนข้อเท็จจริง

 

เลขาธิการ ป.ป.ช. ยังกล่าวว่า คดีนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเป็นประเด็นการเมือง เพราะ ป.ป.ช. ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ประกอบกับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไต่สวนเรื่องนี้อยู่ด้วย

 

สำหรับกรอบระยะเวลาในการพิจารณาคดีนี้เมื่อพยานหลักฐานครบถ้วน ก็สามารถพิจารณาได้ หากยังไม่ครบถ้วนก็ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ โดยเฉพาะพยานหลักฐานของแพทยสภาเมื่อได้มาแล้ว ต้องพิจารณาว่าเป็นข้อเท็จจริงในประเด็นที่เราไต่สวนหรือไม่

 

คดี 44 สส. กำลังรวมคำร้อง-คำขอ ของผู้ถูกกล่าวหา

 

สำหรับกรณีเรียก 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล เข้ารับทราบข้อกล่าวหา จากการเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สาโรจน์ระบุว่า ในคดีดังกล่าว ได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแจงข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ดำเนินการชี้แจงข้อกล่าวหามาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอองค์คณะพิจารณาคำร้องขอต่างๆ ที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ประกอบการชี้แจงมา ว่าจะให้องค์คณะเรียกพยานหลักฐานอะไรมาประกอบการพิจารณาหรือไม่

 

สำหรับระยะเวลาการพิจารณาจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่นั้น สาโรจน์กล่าวว่า ทุกคดีมีความเหมือนกัน ซึ่งเราต้องพิจารณาคำร้องและคำขอของผู้ถูกกล่าวหาให้ครบถ้วน เพื่อความยุติธรรมของผู้ถูกกล่าวหาทุกราย เมื่อสามารถรวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วน ก็ต้องสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป ดังนั้น กรอบระยะเวลาขึ้นอยู่กับสำนวน หากสมบูรณ์เมื่อใดก็จะสามารถเสนอสำนวนพิจารณาได้

 

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงครบทุกคนแล้วใช่หรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่า จะต้องพิจารณาตามคำขอของผู้ถูกกล่าวหาก่อนในกรอบเวลาขององค์คณะ และพิจารณาว่าอะไรอยู่ในสำนวนแล้ว ส่วนประเด็นไหนที่ยังไม่มี และเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ก็ต้องดำเนินการให้กับผู้ถูกกล่าวหา หลังจากนั้นจะสรุปสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.

 

โดยต่อจากนี้จะต้องเรียกใครมาให้ข้อมูลเพิ่มหรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าทั้ง 44 คน มีคำร้องหรือคำขอมากขนาดไหน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละท่าน ส่วนใน 44 คนดังกล่าวมีใครให้การปฏิเสธหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบในเนื้อหา เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการ

The post เลขาฯ ป.ป.ช. เผย คดีชั้น 14 ใกล้สมบูรณ์ ส่วนคดี 44 สส. อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องและคำขอของผู้ถูกกล่าวหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ ป.ป.ช. ปัดเร่งรัดคดีคลิปเสียงนายกฯ กรอบเวลา 10 วัน เพียงตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ถึงขั้นเชิญนายกฯ https://thestandard.co/pm-clip-audio-nacc-investigation/ Wed, 25 Jun 2025 06:35:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1088922 สาโรจน์ พึงรำพรรณ แถลงข่าวกรณีคดีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (25 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรม […]

The post เลขาฯ ป.ป.ช. ปัดเร่งรัดคดีคลิปเสียงนายกฯ กรอบเวลา 10 วัน เพียงตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ถึงขั้นเชิญนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาโรจน์ พึงรำพรรณ แถลงข่าวกรณีคดีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (25 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติรับสอบคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา 

 

สาโรจน์ระบุว่า เรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียนมาที่ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มีคนร้องเรียนคดีสำคัญเป็นที่สนใจของประชาชน และที่สำคัญคือ ป.ป.ช.จะต้องรายงาน และสรุปรายงานว่า มีการกล่าวหาใครว่าอย่างไรบ้างต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.

 

ส่วนกรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาการสอบประเด็นดังกล่าวภายใน 10 วันนั้น สาโรจน์กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังจากที่ประชุมรับทราบแล้ว จะมีการกำหนดประเด็น และสิ่งที่จะต้องไปดำเนินการในเบื้องต้น รวมถึงระยะเวลา และเมื่อดำเนินการเสร็จ ที่ประชุมมอบหมายมีมติแล้ว ก็จะต้องกลับมารายงานที่ประชุมเพื่อพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเสร็จ 10 วัน และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามที่ปรากฏในข่าว พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เร่งรัดอะไรขนาดนั้น

 

สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบ สาโรจน์กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรับมาตรวจสอบ ซึ่งตามปกติหากมีคนร้องเรียนเข้ามา สำนักงาน ป.ป.ช. ก็จะพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขหรืออยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ ถ้าอยู่ในอำนาจหน้าที่ก็จะรับมาตรวจสอบ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรมกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ก็เป็นกระบวนการตรวจสอบเหมือนเรื่องอื่นปกติทั่วไป 

 

“ถ้ามีประเด็นหรือรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบน้อย ก็อาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่หากมีรายละเอียดมากนั้น ส่วนใหญ่แล้วกรอบระยะเวลาทั่วไป หากไม่เสร็จภายใน 6 เดือน ก็จะต้องรายงานกลับมาว่ามีข้อขัดข้องอย่างไร”

 

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้ทำไมถึงมีความเร่งรีบในการตรวจสอบนั้น สาโรจน์ยืนยันว่า ไม่ได้เร่งรีบ เป็นเรื่องที่มอบหมายให้ไปดำเนินการ และกลับมารายงานว่าการดำเนินการตามประเด็นที่ได้รับมอบหมายมีความคืบหน้าอย่างไร ก็เป็นการเร่งรัดในคดีสำคัญทั่วไปอยู่แล้ว และปราศจากข้อจำกัดทางการเมือง

 

สำหรับการเรียกสอบพยานหลักฐานในคดีนี้ สาโรจน์ระบุว่า ต้องไปดูพยานหลักฐานที่ปรากฏ เรื่องของคลิปเสียงก็จะต้องไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อความ เนื่องจากมีการสนทนา 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า มีความถูกต้องในการแปลหรือไม่ เบื้องต้นจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ก่อน เพราะต้องถอดบทข้อความสนทนาให้มีความชัดเจน เพราะสาระสำคัญอยู่ที่ข้อความ 

 

ส่วนจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาหรือไม่นั้น ก็สามารถทำได้หลายมิติ ซึ่งในชั้นตรวจสอบจะเข้าสู่สำนวนเป็นพยานหลักฐานต่อเนื่องไปถึงในชั้นไต่สวน แต่หากจำเป็นต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโดยตรง ต้องยอมรับว่า ในเบื้องต้นในช่วงระยะเวลาตรวจสอบสั้นๆ มีหลายวิธี หรืออาจจะเชิญคนไทยที่มีความรู้ สามารถพูด ฟังหรือสื่อสารภาษาดังกล่าวได้ ก็เอามาให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าวได้ ไม่ต้องถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ

 

ส่วนจะต้องเรียกแพทองธารมาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่า ถ้ามีความชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียก และหากข้อมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ก็จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป 

 

สื่อมวลชนถามถึงกรอบจริยธรรมว่ามีความกว้างมาก สาโรจน์ยืนยันว่า กรอบจริยธรรมมีหลักชัดเจนในเรื่องต่างๆ ว่าอย่างไรถึงจะผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง และมีบรรทัดฐานในการดำเนินคดี เพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีแรก รวมถึงศาลก็กรอบในการวินิจฉัยในเรื่องจริยธรรมเช่นกัน 

 

ส่วนประเด็นในการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น สาโรจน์กล่าวว่า จำรายละเอียดไม่ได้ แต่ที่สำคัญจะเป็นเรื่องของความชัดเจนของคลิปเสียง เพราะถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ต้องไปตรวจสอบหลักฐานนี้ก่อน และกลับมารายงานว่าผลเป็นอย่างไร เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

ส่วนเรื่องนี้หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา ป.ป.ช. จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น สาโรจน์ชี้แจงว่า ในเบื้องต้นไม่จำเป็น โดยเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในส่วนของคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ของ ป.ป.ช. เป็นเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมซึ่งเป็นเรื่องของพฤติกรรม การกระทำ เป็นคนละส่วนกัน แต่ก็จะทำควบคู่กันไป ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

 

“ไม่ได้หนักใจ เพราะ ป.ป.ช. มีหน้าที่ทำคดีเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่แล้ว รวมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครอบคลุมไปหมด ก็เป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีเรื่องเข้ามาเยอะไปหมด แต่เราก็ต้องตั้งหลักให้ดี ยึดหลักกฎหมาย ไม่ว่าผลจะออกมาซ้ายหรือขวา ก็จะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เราจึงต้องอธิบายเหตุผลให้ได้” เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าว

The post เลขาฯ ป.ป.ช. ปัดเร่งรัดคดีคลิปเสียงนายกฯ กรอบเวลา 10 วัน เพียงตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ถึงขั้นเชิญนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. เผย ทวีวัฒน์ เจ้าของเงิน 12 ล้านบาท ขอลาออกจากอนุกรรมการไต่สวนทุกคณะแล้ว มีผล 9 มิ.ย. https://thestandard.co/taweewat-nacc-resignation/ Sat, 14 Jun 2025 05:54:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1085001 โลโก้สำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมข้อความประกาศการลาออกของทวีวัฒน์ เส้งแก้ว

วันนี้ (14 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรม […]

The post ป.ป.ช. เผย ทวีวัฒน์ เจ้าของเงิน 12 ล้านบาท ขอลาออกจากอนุกรรมการไต่สวนทุกคณะแล้ว มีผล 9 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้สำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมข้อความประกาศการลาออกของทวีวัฒน์ เส้งแก้ว

วันนี้ (14 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว ทวีวัฒน์ เส้งแก้ว แสดงตนเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาทที่ถูกทิ้งที่คอนโดย่านเมืองทองธานี เป็นอนุกรรมการชุดต่างๆ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 3 คณะ นั้น

 

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอชี้แจงว่า ทวีวัฒน์ได้ทำหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการไต่สวนในคณะกรรมการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ทุกคณะแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

The post ป.ป.ช. เผย ทวีวัฒน์ เจ้าของเงิน 12 ล้านบาท ขอลาออกจากอนุกรรมการไต่สวนทุกคณะแล้ว มีผล 9 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ยอมรับ ‘ทวีวัฒน์’ สามีข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องเงินสด 12 ล้าน https://thestandard.co/government-official-money/ Sun, 08 Jun 2025 02:48:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1082886 government-official-money

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( […]

The post ป.ป.ช. ยอมรับ ‘ทวีวัฒน์’ สามีข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องเงินสด 12 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
government-official-money

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีพบเงินสด 12 ล้านบาทในคอนโดมิเนียมย่านเมืองทองธานี โดยยอมรับว่า ทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ซึ่งแสดงตนว่าเป็นเจ้าของเงินดังกล่าว เป็นสามีของข้าราชการระดับผู้อำนวยการของสำนักงาน ป.ป.ช. จริง พร้อมระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเงินจำนวนนี้ต้องยื่นแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมายหรือไม่

 

สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และโฆษกสำนักงานฯ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับที่มาของเงินสดดังกล่าว และการเชื่อมโยงกับข้าราชการ ป.ป.ช. ที่มีสถานะเป็นคู่สมรส รวมถึงบทบาทของทวีวัฒน์ในฐานะที่เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการในคณะกรรมการชุดต่างๆ ของ ป.ป.ช.

 

ป.ป.ช. ยืนยันว่า การแต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และคุณวุฒิของบุคคลเป็นหลัก โดยหากพบข้อมูลเพิ่มเติมจะเปิดเผยความคืบหน้าในขั้นตอนถัดไป

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า บุคคลที่แสดงตัวเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาท ได้เข้าสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วเปิดเผยว่า ที่นำมาทิ้งเพราะว่าของเสียหายจากน้ำท่วม และยอมรับว่า มีตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตั้งแต่ปี 2565

The post ป.ป.ช. ยอมรับ ‘ทวีวัฒน์’ สามีข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องเงินสด 12 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดกฎหมาย ป.ป.ช. ใหม่ คุ้มครองผู้เปิดโปงเบาะแสทุจริต ป้องกันการฟ้องปิดปาก https://thestandard.co/new-anti-corruption-law/ Fri, 06 Jun 2025 10:30:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1082588 new-anti-corruption-law

วันนี้ (6 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post เปิดกฎหมาย ป.ป.ช. ใหม่ คุ้มครองผู้เปิดโปงเบาะแสทุจริต ป้องกันการฟ้องปิดปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
new-anti-corruption-law

วันนี้ (6 มิถุนายน) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การเพิ่มเติมกลไกและมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนที่เปิดโปงแจ้งเบาะแสการทุจริต เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคประชาชนที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านหรือชี้ช่องแจ้งเบาะแสการทุจริตมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีที่มาจากแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งกำหนดกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ตามแผน Big Rock ที่ต้องการให้มีการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายในการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคุ้มครองบุคคลที่แสดงความเห็นหรือเปิดโปงเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ จากการถูกกลั่นแกล้งฟ้องร้องดำเนินคดี (กฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก หรือ Anti-SLAPP Law)

 

สาระสำคัญของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ได้นำหลักการของกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law) มากำหนดเป็นกลไกในการให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือแก่ผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งฟ้องคดี ถูกกลั่นแกล้งร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือถูกกลั่นแกล้งร้องเรียนให้มีการดำเนินการทางวินัย สืบเนื่องจากการที่ผู้นั้นได้มาให้ถ้อยคำ แจ้งข้อมูลหรือเบาะแส ส่งพยานหลักฐาน หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

 

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีมาตรการช่วยเหลือกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำ แจ้งข้อมูลหรือเบาะแส โดยสรุปดังนี้

 

1. กรณีถูกกลั่นแกล้งและอยู่ในกระบวนการดำเนินคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล กฎหมายได้กำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ช. สามารถเข้าไปช่วยเหลือบุคคลนั้น เช่น การแจ้งมติคุ้มครองไปให้พนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาล นำเข้าประกอบการพิจารณาในสำนวนคดี การจัดให้เจ้าหน้าที่หรือจัดหาทนายเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดีแพ่ง รวมถึงช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

 

2. กรณีถูกกลั่นแกล้งโดยการถูกฟ้องคดีแพ่ง กฎหมายกำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ช. สามารถช่วยเหลือโดยการจัดเจ้าหน้าที่หรือจัดหาทนายเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดีในศาล รวมถึงการสนับสนุนค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี

 

3. กรณีถูกกลั่นแกล้งโดยการดำเนินการทางวินัย กฎหมายได้กำหนดให้มีการแจ้งมติคุ้มครองไปยังผู้บังคับบัญชาให้ยุติการดำเนินการทางวินัยนั้นทันที

 

ทั้งนี้ มาตรการความคุ้มครองตาม พ.ร.ป. ที่มีผลใช้บังคับนี้ จะเป็นกลไกทางกฎหมายที่จะช่วยส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้าน ชี้เบาะแส ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่เข้ามาชี้ช่องแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำทุจริตว่าจะได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติรับรองไว้อีกด้วย

The post เปิดกฎหมาย ป.ป.ช. ใหม่ คุ้มครองผู้เปิดโปงเบาะแสทุจริต ป้องกันการฟ้องปิดปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการ ป.ป.ช. เผย คดี 44 สส. เสนอแก้ ม.112 มาถึงขั้นตอนท้ายๆ แล้ว จะจบปีนี้หรือไม่อยู่ที่ความครบถ้วนของการไต่สวน https://thestandard.co/section112-case-update/ Fri, 21 Mar 2025 03:57:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1054566 section112-case-update

วันนี้ (21 มีนาคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมกา […]

The post เลขาธิการ ป.ป.ช. เผย คดี 44 สส. เสนอแก้ ม.112 มาถึงขั้นตอนท้ายๆ แล้ว จะจบปีนี้หรือไม่อยู่ที่ความครบถ้วนของการไต่สวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
section112-case-update

วันนี้ (21 มีนาคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล กระทำการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

สาโรจน์ระบุว่า ตามกระบวนการหลังแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจะเริ่มต้นจากการเชิญมารับทราบข้อกล่าวหา โดยจะกำหนดวัน เวลา และสถานที่ ซึ่งปกติแล้วจะใช้ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สาเหตุที่เราเชิญมาเพื่อที่จะต้องการให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหาที่ชัดเจน มีประเด็นที่ไม่เข้าใจในส่วนไหนสามารถสอบถามได้ จากนั้นทางคณะไต่สวนจะแจ้งข้อกล่าวหาไป 1 ฉบับ และจะกำหนดเวลาให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

 

สำหรับบุคคลที่ไม่ได้มา จะส่งบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้ถูกกล่าวหา ส่วนคดีนี้เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเชิญมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ปรากฏว่ามีบางรายมา บางรายไม่ได้มา โดยในรายที่ไม่ได้มาก็มีการส่งบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ปัจจุบันการดำเนินการยังอยู่ในขั้นตอนนี้อยู่ ทั้งนี้ บุคคลที่ไม่ได้มารับข้อกล่าวหาด้วยตัวเองมีจำนวนมากกว่าบุคคลที่มารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อเราส่งไปที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ถือว่าเขารับทราบแล้ว

 

“ตามระเบียบของ ป.ป.ช. ทำได้ 2 อย่าง คือมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง และส่งไปที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งหากมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองจะเป็นประโยชน์มากกว่า สามารถสอบถามประเด็นที่ถูกกล่าวหาได้ว่าหมายถึงอะไร จะต้องดำเนินการอย่างไร มีสิทธิ์อะไรบ้าง ส่วนการส่งไปที่อยู่ตามทะเบียนบ้านจะมีรายละเอียดและแจ้งสิทธิ์ไปครบถ้วนเช่นกัน เพียงแต่เขาจะไม่มีโอกาสสอบถามในประเด็นที่สงสัย”

 

ขณะที่ระยะเวลาในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น ตามระเบียบ ป.ป.ช. คือภายใน 15 วันนับแต่วันรับทราบ ถ้ามารับทราบด้วยตัวเองจะมีวันที่รับทราบชัดเจน คือวันที่มารับทราบข้อกล่าวหา หากส่งทางไปรษณีย์คือวันที่ปรากฏหลักฐานว่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับได้ส่งถึงผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ซึ่งจะนับไป 15 วันเช่นกัน

 

สาโรจน์กล่าวอีกว่า ในการชี้แจงข้อกล่าวหา 15 วัน เป็นช่วงระยะเวลาในการให้โอกาสชี้แจง หากผู้ถูกกล่าวหารายใดมีเหตุผลความจำเป็นสามารถขยายเพิ่มได้อีก 15 วัน หลังจากครบระยะเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้วขั้นตอนต่อไปพนักงานเจ้าหน้าที่จะมาพิจารณาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับคำแก้ข้อกล่าวหาว่าจะสามารถวินิจฉัยได้หรือไม่ เพียงใด หรือจะต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้าง เพราะเขามีสิทธิ์อ้างพยานบุคคล เอกสาร และหลักฐาน เพิ่มเติมได้ หากพนักงานไต่สวนเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเพื่อความยุติธรรมก็ดำเนินการ และเมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยก็เป็นขั้นตอนการสรุปสำนวน คณะไต่สวนจะสรุปสำนวนเพื่อทำความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา

 

“ขั้นตอนจะจบภายในปีนี้หรือภายในครึ่งปีนี้ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนสมบูรณ์ของการไต่สวน ซึ่งถ้าดูตามขั้นตอนการดำเนินการไต่สวนถือว่าดำเนินการมาในขั้นตอนท้ายๆ แล้ว คือขั้นตอนให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหาแล้ว ต่อไปเป็นเรื่องของการสรุปสำนวนเพื่อพิจารณา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงขั้นตอนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา” สาโรจน์ระบุ

 

สาโรจน์เปิดเผยด้วยว่า สำหรับคดีนี้ หลักในการพิจารณาพฤติการณ์การกระทำความผิดต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล เว้นแต่ว่ามีพฤติการณ์ในส่วนไหนที่เป็นการร่วม ซึ่งคือการกระทำอันเดียวกัน เป็นหลักทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ หลักในการพิจารณาสำนวนต้องพิจารณาพฤติการณ์การกระทำความผิด ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายของแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม ไม่ได้เป็นการพิจารณาในภาพรวม เรื่องสอบสวนทางอาญาและจริยธรรมจะคล้ายๆ กัน

 

สาโรจน์กล่าวว่า การไต่สวนเรื่องนี้เป็นประเด็นเรื่องฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง พฤติการณ์ของบุคคลใดเข้าลักษณะการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงข้อใด หรือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรม แต่ไม่ร้ายแรง หลักจะมีอยู่แค่นี้ เพราะไม่ใช่เรื่องทางอาญา

 

ส่วนจะต้องนำการแสดงความเห็นผ่านสื่อ หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผู้ที่ร่วมแก้ไขกฎหมายดังกล่าวมาร่วมพิจารณาด้วยหรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่า พฤติการณ์ พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์เป็นหลักการจะต้องมาประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไต่สวน เป็นหลักการทั่วไปที่พนักงานไต่สวนต้องนำมาประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว

 

“เรื่องนี้เป็นสำนวนเดียวกัน แม้พิจารณาเป็นรายบุคคลแต่อยู่ในสำนวนเดียวกัน ไม่ได้แยกเป็น 1 คน 1 คดี แต่เป็นคดีเรื่องเดียวกันว่าใครผิดใครไม่ผิด” สาโรจน์กล่าว

The post เลขาธิการ ป.ป.ช. เผย คดี 44 สส. เสนอแก้ ม.112 มาถึงขั้นตอนท้ายๆ แล้ว จะจบปีนี้หรือไม่อยู่ที่ความครบถ้วนของการไต่สวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. จับมือรัฐสภา ผลักดันสื่อต้านทุจริต สร้างค่านิยม ‘ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย’ https://thestandard.co/nacc-parliament-anti-corruption-media/ Wed, 29 Jan 2025 03:51:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1035623 พิธีลงนาม MOU ระหว่าง ป.ป.ช. และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

วานนี้ (28 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลข […]

The post ป.ป.ช. จับมือรัฐสภา ผลักดันสื่อต้านทุจริต สร้างค่านิยม ‘ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธีลงนาม MOU ระหว่าง ป.ป.ช. และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

วานนี้ (28 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. กับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

 

โดยมีผู้ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ได้แก่ นิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ สุพรรณี ชีวะไทย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้

 

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ป.ป.ช. มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและเผยแพร่รายการวิทยุและโทรทัศน์ที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจ และตระหนักรู้ในปัญหาการทุจริต สร้างค่านิยม ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ตลอดจนเพื่อเป็นการขยายช่องทางการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในการป้องกันและยับยั้งการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ และป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตให้กับกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

 

ส่วนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะให้การสนับสนุนช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา โดยทั้งสองหน่วยงานจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ องค์ความรู้ในด้านเทคนิคการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เทคโนโลยี อุปกรณ์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

สาโรจน์ระบุว่า ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับการสนับสนุนช่องทางการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์จากสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนร่วมกันส่งเสริมค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นในสังคมที่มีประสิทธิผลมาโดยตลอด ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรที่ดำเนินภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือของสำนักงาน ป.ป.ช. กับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ จะช่วยให้การผลิตข้อมูลข่าวสารและสื่อประชาสัมพันธ์สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และส่งผลในด้านความตระหนักรู้ค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วนของประเทศไทยต่อไป

 

ขณะ ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ กล่าวขอบคุณสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ให้เกียรติและไว้วางใจสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ในการดำเนินการร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์และสื่อองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา กับสำนักงาน ป.ป.ช. มีการประสานความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตเนื้อหาที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม และร่วมกันขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือในด้านการนำเสนอเนื้อหา ข้อมูลข่าวสาร และสื่อองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่มีประโยชน์ให้กับสังคม เพื่อเสริมสร้างสังคมไทยให้ปลอดจากการทุจริตต่อไป

The post ป.ป.ช. จับมือรัฐสภา ผลักดันสื่อต้านทุจริต สร้างค่านิยม ‘ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการ ป.ป.ช. เผยขั้นตอนไต่สวน 44 สส. อดีตก้าวไกล แยกดูพฤติการณ์รายคน ขณะที่ปมชั้น 14 ดำเนินการตามขั้นตอน https://thestandard.co/individual-review-44-ex-mps/ Tue, 28 Jan 2025 12:29:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1035488

วันนี้ (28 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลข […]

The post เลขาธิการ ป.ป.ช. เผยขั้นตอนไต่สวน 44 สส. อดีตก้าวไกล แยกดูพฤติการณ์รายคน ขณะที่ปมชั้น 14 ดำเนินการตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมร้ายแรง 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตั้งกรรมการไต่สวน ซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐานในการไต่สวนทำมาอย่างต่อเนื่อง เท่าที่ได้รับแจ้งจากคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่รับผิดชอบ ทราบว่าได้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานในส่วนของการไต่สวนทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารค่อนข้างครบถ้วน

 

สาโรจน์กล่าวถึงขั้นตอนต่อไป ว่าต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายมาพิจารณา ซึ่งเป็นกระบวนการปกติ หลังจากพิจารณาแล้วได้ข้อสรุปจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดหรือไม่ อย่างไร 

 

ส่วนสำเนาคดีจะแยกเป็นรายบุคคลหรือไม่นั้น สาโรจน์ระบุว่า ในเรื่องเดียวกันจะรวมเป็นสำนวนเดียวกัน แต่เวลาดำเนินการต้องพิจารณาพฤติการณ์เป็นรายบุคคลว่ามีบุคคลใดเข้าข่าย หรือมีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่อย่างไร เข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ 

 

ส่วนที่เมื่อวานนี้ (27 มกราคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. กรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการดำเนินการอย่างไร โดยระบุว่า การดำเนินการไต่สวนเป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะจะมีการไต่สวน และได้มอบหมายกรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบคดี 

 

ดังนั้นจะเป็นหน้าที่ของกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนกับคณะเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการไต่สวนจะรวบรวมพยานหลักฐานตามที่องค์คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบ ซึ่งตอนนี้ได้ดำเนินการไต่สวนทั้งพยานบุคคลและมีคำสั่งหมายเรียกพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะนำเสนอองค์คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยยังอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวน

 

ส่วนขณะนี้การไต่สวนพยานบุคคลครบถ้วนแล้วหรือไม่ หรือจะต้องเรียกบุคคลใดมาไต่สวนเพิ่มเติม สาโรจน์กล่าวว่า การไต่สวนบุคคลจะมีการกำหนดแผนว่ามีประเด็นในการไต่สวนอะไรบ้าง จะดำเนินการเรียกพยานเอกสาร รวมถึงกำหนดบุคคลที่จะต้องไต่สวน ในการไต่สวนพยานบุคคล เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปส่วนบุคคลอื่นๆ หรือไม่ องค์คณะผู้รับผิดชอบสำนวนจะต้องเสนอให้กรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาว่ามีเหตุจำเป็นที่จะต้องเร่งบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นเพิ่มเติมจากที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ และเพื่อให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด รวมถึงเป็นไปตามกระบวนการไต่สวนคดีตามปกติที่ ป.ป.ช. ทำในลักษณะนี้อยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่าจะต้องเรียกทักษิณมาให้ถ้อยคำต่อองค์คณะกรรมการไต่สวนหรือไม่ เนื่องจากเป็นบุคคลหลักที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สาโรจน์ชี้ว่า เรื่องนี้เราไต่สวนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะฉะนั้นถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีพยานบุคคลใดมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าให้ข้อมูลข้อเท็จจริงจึงจะมีมติให้ไปดำเนินการไต่สวน แต่ในส่วนของเนื้อหาเป็นการพิจารณาข้อเท็จจริงของกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะต้องเรียกบุคคลใดมาสอบบ้าง แต่ในหลักการบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อเท็จจริงถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาเพื่อให้เข้ามาให้ข้อมูล

 

▪อาจเชิญครอบครัวทักษิณให้ปากคำปมชั้น 14

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เสนอให้เรียก แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และครอบครัวของทักษิณ ที่ได้เข้าเยี่ยมที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มาให้ถ้อยคำด้วยนั้น สาโรจน์ระบุว่า การเสนอแนะหรือการให้ข้อมูลต่างๆ เป็นอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาว่าบุคคลต่างๆ เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังไต่สวนอยู่หรือไม่ จำเป็นที่จะต้องเชิญเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ ถือเป็นดุลพินิจของกรรมการ ป.ป.ช. แต่หลักการคือต้องได้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วนมากที่สุด

 

เมื่อถามว่าจะต้องลงพื้นที่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจด้วยหรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะต้องพิจารณา เพราะโรงพยาบาลตำรวจถือเป็นสถานที่เกิดเหตุ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็อาจมีดุลพินิจให้ไปตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไต่สวนมากน้อยเพียงใด ถ้าดูตามเนื้อหาก็อาจมีเหตุที่จะต้องไป

 

ส่วนการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความกดดันหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐ สาโรจน์ระบุว่า เท่าที่ทราบไม่มีประเด็นพวกนี้ เพราะเป็นกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน ณ วันนี้ยังไม่ได้ไปถึงขั้นตอนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใด เป็นเรื่องของการตั้งไต่สวนบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำในเรื่องนี้ 

 

ส่วนขั้นตอนต่อไป ภายหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จจึงจะมาพิจารณาว่ามีบุคคลใดที่พยานหลักฐานในการไต่สวนมีส่วนร่วมกระทำผิดก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา และเพื่อให้โอกาสในการชี้แจงข้อกล่าวหา ย้ำว่าเป็นไปตามกระบวนการปกติในการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่ากระบวนการไต่สวนจะไม่ล่าช้าออกไปเรื่อยๆ ใช่หรือไม่ สาโรจน์ยืนยันว่าไม่ เรื่องการไต่สวนสาระสำคัญอยู่ที่ความครบถ้วนของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ซึ่งกรอบระยะเวลาต่างๆ เป็นกรอบในการทำงานอาจไม่เต็มตามกรอบที่กำหนดไว้ถ้าพยานหลักฐานครบถ้วนเพียงพอ หรืออาจเกินกรอบหากยังมีข้อเท็จจริงที่กรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าต้องไต่สวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม กระบวนการไต่สวนต้องให้ความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหา ต้องทำให้ครบถ้วน

 

เมื่อถามย้ำว่าจะไม่ถูกข้อครหาเป็นการประวิงเวลาใช่หรือไม่ สาโรจน์กล่าวว่า ขอให้สื่อมวลชนติดตามดูว่าตั้งแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องมีมติสั่งไต่สวนบุคคลที่เกี่ยวข้องและมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ถ้าเรากังวลใจในเรื่องนี้จริงก็อยากให้สื่อช่วยติดตาม เพื่อเป็นกระบอกเสียงสื่อสารไปยังประชาชนว่า ป.ป.ช. พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว

 

นอกจากพยานบุคคลแล้ว มีพยานหลักฐานอื่นที่บ่งชี้ชัดอีกหรือไม่ สาโรจน์เห็นว่าเรื่องความชัดเจนเป็นหน้าที่ขององค์คณะไต่สวน ตนในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ช. ไม่ได้เข้าไปก้าวล่วงในสำนวน และตนมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกสนับสนุนการทำหน้าที่ตามกฎหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 

 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานขณะนี้ สาโรจน์ระบุว่า เรื่องความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานเราสามารถติดตามทวงถามได้ในการกำกับดูแลของสำนักงาน ป.ป.ช. และสามารถติดตามทวงถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการได้ ซึ่งมีผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นคอยกำกับติดตาม พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน

The post เลขาธิการ ป.ป.ช. เผยขั้นตอนไต่สวน 44 สส. อดีตก้าวไกล แยกดูพฤติการณ์รายคน ขณะที่ปมชั้น 14 ดำเนินการตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 3 อดีต สส. ‘ชัยวุฒิ-ภิรพล-ศรัณย์วุฒิ’ ปมเสียบบัตรแทนกัน ส่งอัยการสูงสุดฟ้อง https://thestandard.co/nacc-chaiwut-pirapol-saranwut/ Thu, 02 Jan 2025 08:10:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1026511

วันนี้ (2 มกราคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ […]

The post ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 3 อดีต สส. ‘ชัยวุฒิ-ภิรพล-ศรัณย์วุฒิ’ ปมเสียบบัตรแทนกัน ส่งอัยการสูงสุดฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 มกราคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

 

กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 3 ราย ฝากผู้อื่นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนและลงคะแนนแทนในการพิจารณาและลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 โดยที่ตนเองไม่อยู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (3 สำนวนคดี)

 

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 24 ปีที่ 3 ครั้งที่ 11 สมัยสามัญทั่วไป เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. ได้ปรากฏชื่อ ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว และ ภิรพล ลาภาโรจน์กิจ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต สส. พรรคเพื่อไทย แสดงตนและลงคะแนน ทั้งที่บุคคลทั้ง 3 รายไม่อยู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตลอดระยะเวลาที่มีการประชุม 

 

เนื่องจากมีการเดินทางไป-กลับต่างจังหวัดโดยเครื่องบิน กรณีนี้จึงรับฟังได้ว่า ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว, ภิรพล ลาภาโรจน์กิจ และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ได้ฝากบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของตนไว้กับ สส. รายอื่น หรือยินยอมให้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ของตนไปอยู่ในความครอบครองของ สส. รายอื่น เพื่อให้ สส. รายนั้นใช้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์กดปุ่มแสดงตนและลงคะแนนแทนในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว 

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ 

 

การกระทำของ ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว, ภิรพล ลาภาโรจน์กิจ และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 โดยปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

 

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 76

The post ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 3 อดีต สส. ‘ชัยวุฒิ-ภิรพล-ศรัณย์วุฒิ’ ปมเสียบบัตรแทนกัน ส่งอัยการสูงสุดฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ชี้มูล ‘ณัฏฐ์ชนน’ สส. ภูมิใจไทย ผิดอาญา-ฝ่าฝืนจริยธรรม ปมให้ผู้อื่นจ่ายค่ารักษาพยาบาล ก่อนมอบตำแหน่งตอบแทน https://thestandard.co/natthachon-phumjaithai-misconduct-ethics-violation/ Thu, 02 Jan 2025 07:42:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1026496 natthachon-phumjaithai-misconduct-ethics-violation

วันนี้ (2 มกราคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกร […]

The post ป.ป.ช. ชี้มูล ‘ณัฏฐ์ชนน’ สส. ภูมิใจไทย ผิดอาญา-ฝ่าฝืนจริยธรรม ปมให้ผู้อื่นจ่ายค่ารักษาพยาบาล ก่อนมอบตำแหน่งตอบแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
natthachon-phumjaithai-misconduct-ethics-violation

วันนี้ (2 มกราคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แถลงกรณีตั้งคณะกรรมการไต่สวน ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากบุคคลใด เนื่องจากยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง

 

สาโรจน์ระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่าณัฏฐ์ชนนได้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2562 และวันที่ 23 กันยายน – 18 ตุลาคม 2562 มีค่ารักษาพยาบาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,449,223 บาท ณัฏฐ์ชนนยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลแทนตนเองรวมเป็นเงินจำนวน 1,335,778 บาท และได้นำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาไปเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเบิกจ่ายได้เป็นเงิน จำนวน 495,409.50 บาท มีส่วนที่เกินสิทธิไม่สามารถเบิกจ่ายได้เป็นเงินจำนวน 953,813.50 บาท 

 

ต่อมาณัฏฐ์ชนนเสนอให้มีการแต่งตั้งบุคคล 1 ใน 3 รายที่ชำระค่ารักษาพยาบาลแทนตนเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 2455/2563 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 การกระทำของณัฏฐ์ชนนจึงเป็นการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใดนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ 

 

การกระทำของณัฏฐ์ชนนมีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 และมีมูลความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 9, ข้อ 10 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27

 

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นพร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้เสนอเรื่องกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 76  และมาตรา 87 ประกอบระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 แล้วแต่กรณีต่อไป

 

 

The post ป.ป.ช. ชี้มูล ‘ณัฏฐ์ชนน’ สส. ภูมิใจไทย ผิดอาญา-ฝ่าฝืนจริยธรรม ปมให้ผู้อื่นจ่ายค่ารักษาพยาบาล ก่อนมอบตำแหน่งตอบแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไต่สวน 12 เจ้าหน้าที่รัฐ ปมย้ายตัวทักษิณจากเรือนจำเข้า รพ.ตำรวจ ทั้งที่ไม่เจ็บป่วยจริง เอื้อให้ไม่ต้องถูกคุมขัง https://thestandard.co/nacc-investigates-12-officials-over-thaksin-transfer/ Tue, 17 Dec 2024 01:43:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1020300 ทักษิณ

วานนี้ (16 ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรา […]

The post คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไต่สวน 12 เจ้าหน้าที่รัฐ ปมย้ายตัวทักษิณจากเรือนจำเข้า รพ.ตำรวจ ทั้งที่ไม่เจ็บป่วยจริง เอื้อให้ไม่ต้องถูกคุมขัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณ

วานนี้ (16 ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ชี้แจงคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดย สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า

 

กรณีกล่าวหา สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีส่งตัวผู้ต้องขังราย ทักษิณ ชินวัตร จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจโดยมิชอบ และให้ ทักษิณ ชินวัตร อยู่รักษาที่โรงพยาบาลตำรวจจนกระทั่งครบ 180 วันทั้งที่ไม่เจ็บป่วยจริง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำ

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารายงานการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเห็นว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ จึงมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาและดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง

 

โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 โดยให้ดำเนินการไต่สวนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 12 คน 

 

ทั้งนี้ หากในชั้นไต่สวนพบว่ามีบุคคลอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ให้ดำเนินการไต่สวนกับบุคคลดังกล่าวต่อไป

The post คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไต่สวน 12 เจ้าหน้าที่รัฐ ปมย้ายตัวทักษิณจากเรือนจำเข้า รพ.ตำรวจ ทั้งที่ไม่เจ็บป่วยจริง เอื้อให้ไม่ต้องถูกคุมขัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ทยอยไต่สวน 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล พิจารณามาตรฐานจริยธรรมเป็นรายบุคคล https://thestandard.co/nacc-44-move-forward-mps/ Fri, 30 Aug 2024 07:29:20 +0000 https://thestandard.co/?p=977548

วันนี้ (30 สิงหาคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ รองเลขาธิการคณะกร […]

The post ป.ป.ช. ทยอยไต่สวน 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล พิจารณามาตรฐานจริยธรรมเป็นรายบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 สิงหาคม) สาโรจน์ พึงรำพรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องให้ตรวจสอบจริยธรรม 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนและอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน  

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึง 44 สส. และพยานบุคคล มาให้ถ้อยคำ เป็นกระบวนการไต่สวนตามปกติ หลังจากมีการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานว่าบุคคลใดมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ทยอยเรียก สส. มาให้ถ้อยคำแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใด 

 

ส่วนกรอบระยะเวลาในการดำเนินการต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ซึ่งตามกรอบของกฎหมายจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี แต่ ป.ป.ช. คงไม่รอให้ครบกรอบเวลา  

 

รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ยังยืนยันด้วยว่า ไม่ว่าพยานหลักฐานเอกสารใดๆ รวมทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะนำมาเป็นส่วนประกอบในการพิจารณา แต่การตรวจสอบในเรื่องของการฝ่าฝืนจริยธรรมจะต้องดูพฤติการณ์ประกอบหลายอย่าง ดังนั้นอะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะนำมาพิจารณาทั้งหมด ซึ่งหลักการพิจารณาในเรื่องของการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลเป็นหลัก

The post ป.ป.ช. ทยอยไต่สวน 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล พิจารณามาตรฐานจริยธรรมเป็นรายบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>