สารหนู Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สารหนู/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 14 Jul 2026 03:11:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐบาลจับมือญี่ปุ่น-UNIDO ติดตั้งระบบกำจัดสารหนูปนเปื้อนน้ำข้ามพรมแดน ดึงเมียนมา-สปป.ลาว ร่วมเฝ้าระวัง https://thestandard.co/thailand-japan-unido-arsenic-water/ Tue, 14 Jul 2026 03:11:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1230270 ภาพเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลไทย ญี่ปุ่น และ UNIDO ร่วมหารือความร่วมมือแก้ปัญหาสารหนูในน้ำ

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนั […]

The post รัฐบาลจับมือญี่ปุ่น-UNIDO ติดตั้งระบบกำจัดสารหนูปนเปื้อนน้ำข้ามพรมแดน ดึงเมียนมา-สปป.ลาว ร่วมเฝ้าระวัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลไทย ญี่ปุ่น และ UNIDO ร่วมหารือความร่วมมือแก้ปัญหาสารหนูในน้ำ

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนจากปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำข้ามพรมแดน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่น องค์การระหว่างประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ติดตั้งระบบกำจัดสารหนู และยกระดับการบริหารจัดการคุณภาพน้ำอย่างเป็นระบบ

 

ลลิดา กล่าวว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เดินหน้าความร่วมมือกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำและการปนเปื้อนของโลหะหนักข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และลุ่มแม่น้ำโขง

 

ลลิดา กล่าวว่า ความร่วมมือในระยะแรกจะจัดทำแผนบริหารจัดการสารหนูแบบบูรณาการ สนับสนุนชุดตรวจสอบคุณภาพน้ำ (Test Kits) พร้อมฝึกอบรมการใช้งานให้กับหน่วยงานและชุมชน เพื่อเสริมสร้างระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำโดยชุมชน รวมทั้งติดตั้งระบบกรองกำจัดสารหนูสำหรับระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยมีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2569 เพื่อหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มดำเนินงานในพื้นที่

 

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังได้ร่วมกับ JICA จัดทำโครงการ Third Country Training Program (TCTP) เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินของไทย เมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืน

 

“รัฐบาลเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการยกระดับระบบเฝ้าระวังและการบริหารจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้น้ำอุปโภคบริโภค และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว” ลลิดา กล่าว

The post รัฐบาลจับมือญี่ปุ่น-UNIDO ติดตั้งระบบกำจัดสารหนูปนเปื้อนน้ำข้ามพรมแดน ดึงเมียนมา-สปป.ลาว ร่วมเฝ้าระวัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คพ. เผยผลตรวจคุณภาพน้ำ 4 แม่น้ำสายหลักภาคเหนือ พบ ‘สารหนู-ตะกั่ว’ เกินมาตรฐานในแม่น้ำกก สาย และรวก ยันแม่น้ำโขงยังปลอดภัย https://thestandard.co/northern-rivers-water-arsenic-lead/ Mon, 15 Jun 2026 03:59:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1218415 ภาพแม่น้ำในภาคเหนือของประเทศไทย

วันนี้ (15 มิถุนายน) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยา […]

The post คพ. เผยผลตรวจคุณภาพน้ำ 4 แม่น้ำสายหลักภาคเหนือ พบ ‘สารหนู-ตะกั่ว’ เกินมาตรฐานในแม่น้ำกก สาย และรวก ยันแม่น้ำโขงยังปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแม่น้ำในภาคเหนือของประเทศไทย

วันนี้ (15 มิถุนายน) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 19 ซึ่งดำเนินการสำรวจระว่างวันที่ 19 ถึง 22 พฤษภาคม 2569 เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์สารปนเปื้อนในแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง

 

จากการเก็บตัวอย่างและตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดินรวมทั้งสิ้น 22 จุด พบว่าภาพรวมค่าโลหะหนักส่วนใหญ่ ได้แก่ แคดเมียม ทองแดง นิกเกิล โครเมียม สังกะสี และปรอท ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ยังตรวจพบปริมาณสารหนู ตะกั่ว และแมงกานีส เกินค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินในบางพื้นที่

 

สำหรับรายละเอียดผลการตรวจสอบจำแนกตามลุ่มน้ำในจุดที่พบการปนเปื้อนเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีดังนี้ ในส่วนของ แม่น้ำกก พบสารหนูเกินมาตรฐานจำนวน 4 จุด ซึ่งตามเกณฑ์ต้องไม่เกิน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยจุดที่ตรวจพบ ได้แก่ บริเวณสะพานท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ วัดค่าได้ 0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร, สะพานมิตรภาพแม่นาวาง – ท่าตอน วัดค่าได้ 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร, สะพานมิตรภาพแม่ยาว – ดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย วัดค่าได้ 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร และสะพานข้ามแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย วัดค่าได้ 0.011 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

ขณะที่ แม่น้ำสาย ถือเป็นจุดที่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักหลายชนิดเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยที่บ้านหัวฝาย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจพบสารหนู 0.041 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่ว 0.056 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินจากค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.050 มิลลิกรัมต่อลิตร ถัดมาที่บริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ตรวจพบสารหนู 0.037 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่ว 0.052 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

ส่วนที่บ้านป่าซางงาม หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พบสารหนู 0.039 มิลลิกรัมต่อลิตร ตะกั่ว 0.056 มิลลิกรัมต่อลิตร และตรวจพบแมงกานีสสูงถึง 1.40 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.00 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

ด้านสถานการณ์ใน แม่น้ำรวก พบสารหนูเกินมาตรฐานจำนวน 2 จุด ได้แก่ บริเวณสถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค วัดค่าได้ 0.020 มิลลิกรัมต่อลิตร และในพื้นที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย วัดค่าได้ 0.014 มิลลิกรัมต่อลิตร อย่างไรก็ตาม สำหรับ แม่น้ำโขง ผลการตรวจวัดในภาพรวมยังคงปลอดภัย คุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน และไม่พบสารหนูหรือโลหะหนักเกินค่ากำหนดในการตรวจวัดครั้งนี้

 

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะยังคงดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวโน้มของสถานการณ์อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

The post คพ. เผยผลตรวจคุณภาพน้ำ 4 แม่น้ำสายหลักภาคเหนือ พบ ‘สารหนู-ตะกั่ว’ เกินมาตรฐานในแม่น้ำกก สาย และรวก ยันแม่น้ำโขงยังปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คพ. ตรวจเข้ม 13 จุดเสี่ยงลุ่มน้ำสระบุรี หลังพบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน เร่งหาต้นตอสารเคมีปนเปื้อน https://thestandard.co/saraburi-river-pollution-arsenic-lead/ Tue, 09 Jun 2026 01:34:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1216057 เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในพื้นที่ลุ่มน้ำสระบุรี

สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่ […]

The post คพ. ตรวจเข้ม 13 จุดเสี่ยงลุ่มน้ำสระบุรี หลังพบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน เร่งหาต้นตอสารเคมีปนเปื้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในพื้นที่ลุ่มน้ำสระบุรี

สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด ภายหลังได้รับแจ้งปัญหาน้ำเสียและกลิ่นเหม็นรบกวนบริเวณคลองหนองน้ำเขียว คลองเกด และคลองห้วยตะเข้ ในพื้นที่ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

 

เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ ควบคู่ไปกับการรวบรวมพยานหลักฐานทางสิ่งแวดล้อมสำหรับพิสูจน์ตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งกระบวนการตรวจสอบจะครอบคลุมทั้งการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ และตะกอนดิน

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ โดยการบูรณาการร่วมกันของกองตรวจมลพิษ กองกฎหมาย และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3 โดยมีการกระจายจุดตรวจวัดเพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดินจำนวน 13 จุด และน้ำผิวดินจำนวน 6 จุด

 

ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติทางกายภาพในหลายจุด เริ่มตั้งแต่บริเวณต้นคลองหนองน้ำเขียวและช่วงท้ายกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม พบตะกอนดินมีลักษณะสีดำและส่งกลิ่นคล้ายสารเคมีอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นจุดที่เคยตรวจพบสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน เช่นเดียวกับบริเวณท้ายโรงงานรีไซเคิลและร่องน้ำริมรางรถไฟก่อนไหลรวมกับคลองเกด ที่พบตะกอนดินสีเทาและมีกลิ่นคล้ายสารเคมีเจือปน

 

นอกจากนี้ จากการขยายผลตรวจสอบไปยังพื้นที่เชื่อมโยงอื่นๆ อาทิ บริเวณห้วยแห้ง สะพานกรมทางหลวงชนบท ซึ่งใช้เป็นจุดอ้างอิง พบตะกอนดินสีน้ำตาลและไม่มีกลิ่นปนเปื้อน ทว่าเมื่อตรวจสอบบริเวณฝายกุดนกเปล้า หมู่ 2 ตำบลกุดนกเปล้า แม้ตะกอนดินสีดำจะไม่มีกลิ่น แต่กลับพบว่าเป็นจุดที่มีการสะสมของสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน

 

ส่วนบริเวณฝายวัดโนนสภาราม ฝายทุ่งสาริกา และพื้นที่ห้วยตะเข้ พบตะกอนดินสีน้ำตาลปนเทาไม่มีกลิ่น ขณะที่บริเวณฝายห้วยตะเข้ข้างโรงเรียนสวนกุหลาบ และประตูระบายน้ำคลองเพรียว พบตะกอนดินสีเทาและสีดำที่มีกลิ่นเหม็นและกลิ่นโคลนหมักตามลำดับ

 

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวเน้นย้ำว่า ตัวอย่างตะกอนดินทั้งหมดที่จัดเก็บจากแหล่งน้ำผิวดินในครั้งนี้ จะถูกส่งเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิเคราะห์หาค่าการปนเปื้อนของกลุ่มสารโลหะหนักอย่างละเอียด ประกอบด้วย สารหนู แคดเมียม โครเมียม ทองแดง ตะกั่ว ปรอท นิกเกิล และสังกะสี โดยจะนำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดิน พ.ศ. 2565

 

เพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างที่มาของโลหะหนักกับต้นตอของแหล่งกำเนิดมลพิษ ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในบริหารจัดการและบำบัดตะกอนดินหากมีการดำเนินโครงการขุดลอกทางน้ำในอนาคตต่อไป

The post คพ. ตรวจเข้ม 13 จุดเสี่ยงลุ่มน้ำสระบุรี หลังพบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน เร่งหาต้นตอสารเคมีปนเปื้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแพ่งสั่งเหมืองทองอัครา ชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย คดีปนเปื้อนสารพิษยาวนาน 20 ปี พร้อมสั่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม https://thestandard.co/akara-gold-mine-compensation-pollution/ Tue, 24 Mar 2026 06:48:41 +0000 https://thestandard.co/akara-gold-mine-compensation-pollution/ ภาพศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาคดี เหมืองทองอัครา สั่งชดใช้ชาวบ้านและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรั […]

The post ศาลแพ่งสั่งเหมืองทองอัครา ชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย คดีปนเปื้อนสารพิษยาวนาน 20 ปี พร้อมสั่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาคดี เหมืองทองอัครา สั่งชดใช้ชาวบ้านและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ สว2/2559 ซึ่ง สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง พร้อมพวกรวม 4 คน ในฐานะตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่ม ต่อ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำชาตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเมิด เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน และสิทธิอื่นๆ โดยในวันนี้มีกลุ่มชาวบ้านเดินทางมาร่วมรับฟังคำพิพากษาประมาณ 50 คน

 

คดีนี้ โจทก์ได้ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า การประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของจำเลยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักมีพิษที่พัดปลิวไปตามกระแสลม มลพิษทางเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน รวมถึงการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์จากบ่อกักเก็บกากแร่

 

นอกจากนี้ ยังพบการแพร่กระจายของโลหะหนักชนิดอื่น เช่น สารหนู แมงกานีส และเหล็ก ปนเปื้อนเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ลำคลอง และอ่างเก็บน้ำโดยรอบ ส่งผลให้เมื่อชาวบ้านนำน้ำไปใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร เกิดการสะสมของสารพิษในผลผลิตทางการเกษตร (อาทิ ข้าวและข้าวโพด) เป็นเหตุให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มเกิดอาการเจ็บป่วย ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย และเกิดความหวาดกลัวทางจิตใจ

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์แล้วเห็นว่ามีน้ำหนักรับฟังได้จริง โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 ไหลลงสู่ที่ราบทางทิศใต้และเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ตรวจพบโลหะหนักในลำคลองและในร่างกายของประชาชน รวมทั้งประชาชนยังได้รับผลกระทบจากฝุ่นและเสียงจากการระเบิดเหมืองแร่ของจำเลยจริง

 

ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มรวม 382 ราย โดยแบ่งการชดใช้ตามเกณฑ์ ดังนี้:

 

ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยทางร่างกาย

 

  • กรณีมีค่าโลหะหนักในร่างกายเกินเกณฑ์: อายุ 15 ปีลงมา ชดใช้รายละ 200,000 บาท / อายุมากกว่า 15 ปี ชดใช้รายละ 100,000 บาท
  • กรณีมีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์: อายุ 15 ปีลงมา ชดใช้รายละ 100,000 บาท / อายุมากกว่า 15 ปี ชดใช้รายละ 50,000 บาท

 

ค่าเสื่อมสภาพจิตใจ (ความหวาดกลัวและวิตกกังวล): ผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ ชดใช้รายละ 20,000 บาท / ผู้ที่ไม่เกินเกณฑ์ ชดใช้รายละ 10,000 บาท

 

ค่ารักษาพยาบาล: ชดใช้รายละ 5,000 บาท

 

ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ: (ค่าซื้อน้ำดื่มและอาหารทดแทนแหล่งน้ำธรรมชาติ) ชดใช้รายละ 5,000 บาท

 

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ: ชดใช้รายละ 5,000 บาท

 

นอกเหนือจากการชดใช้ค่าเสียหายเป็นตัวเงินแล้ว ศาลยังได้มีคำสั่งบังคับให้จำเลยดำเนินการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบำบัดดิน แหล่งน้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำโดยรอบให้ปราศจากการปนเปื้อนของสารพิษ พร้อมทั้งสั่งให้ดำเนินการกลบหลุมเหมืองและบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 ด้วยดินทั้งหมด

 

ทั้งนี้ การดำเนินการฟื้นฟูจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงหลักความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ส่วนคำขอบังคับอื่นนอกเหนือจากนี้ศาลให้ยกคำร้อง

The post ศาลแพ่งสั่งเหมืองทองอัครา ชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย คดีปนเปื้อนสารพิษยาวนาน 20 ปี พร้อมสั่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. สั่งตรวจปัสสาวะซ้ำกลุ่มเสี่ยงลุ่มน้ำกกเชียงราย หลังพบสารหนูในเล็บเกินมาตรฐาน ดึงเข้าคุมประพฤติสุขภาพยาว 5 ปี https://thestandard.co/chiang-rai-arsenic-retest-health/ Fri, 27 Feb 2026 03:15:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1182243 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก็บตัวอย่างปัสสาวะและตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกก เชียงราย

สืบเนื่องจากการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุ […]

The post สธ. สั่งตรวจปัสสาวะซ้ำกลุ่มเสี่ยงลุ่มน้ำกกเชียงราย หลังพบสารหนูในเล็บเกินมาตรฐาน ดึงเข้าคุมประพฤติสุขภาพยาว 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก็บตัวอย่างปัสสาวะและตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกก เชียงราย

สืบเนื่องจากการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มน้ำกก จังหวัดเชียงราย หลังจากรับทราบผลการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ระบุถึงผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ

 

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บตัวอย่างปัสสาวะและตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวน 16 ราย (จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 90 ราย)

 

โดยกลุ่มเป้าหมายทั้ง 16 รายนี้ คือกลุ่มที่ผลการตรวจวิเคราะห์ก่อนหน้านี้พบปริมาณสารหนูในเล็บมากกว่า 0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตรวจซ้ำให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อยืนยันการสัมผัสสารหนูอย่างแน่ชัด

 

ด้าน นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงหลักการประเมินการสัมผัสสารหนูในร่างกายมนุษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะเวลาหลัก ได้แก่

 

  • ระยะเฉียบพลัน: การตรวจหาสารหนูในปัสสาวะ ซึ่งจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงประวัติการสัมผัสสารหนูในช่วงระยะเวลา 1 ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา
  • ระยะเรื้อรัง: การตรวจหาสารหนูในเล็บหรือเส้นผม ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงการสะสมและการสัมผัสสารหนูเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป

 

ดังนั้น การดำเนินการตรวจปัสสาวะเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้ง 16 รายได้อย่างครอบคลุมและชัดเจนยิ่งขึ้น

 

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพอย่างต่อเนื่องของกรมควบคุมโรค เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อติดตามผลกระทบระยะยาวอย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอยืนยันว่า จะติดตามเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการสื่อสารความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือมีความกังวลใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

The post สธ. สั่งตรวจปัสสาวะซ้ำกลุ่มเสี่ยงลุ่มน้ำกกเชียงราย หลังพบสารหนูในเล็บเกินมาตรฐาน ดึงเข้าคุมประพฤติสุขภาพยาว 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์ https://thestandard.co/chiang-rai-arsenic-kok-river-songkran/ Thu, 26 Feb 2026 03:54:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1181877 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย นั่งเป็นประธานในการประชุม

วานนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ชูชี […]

The post ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย นั่งเป็นประธานในการประชุม

วานนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำ โดยมีวาระสำคัญคือการร่วมหารือกับ ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เพื่อต่อยอดและบูรณาการข้อมูลกรณีการตรวจพบ สารหนู ในกลุ่มประชากรตัวอย่างที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก ทั้งนี้ เพื่อเร่งสร้างความกระจ่างและลดความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

 

ชูชีพ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณทีมวิจัยที่นำเสนอข้อมูลอันเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความชัดเจนและป้องกันความสับสนของข้อมูลข่าวสารในสังคม ที่ประชุมจึงได้มีมติให้ยกระดับการทำงานร่วมกับทีมวิจัยใน 4 มิติหลัก ประกอบด้วย

 

1. พิสูจน์ซ้ำด้วยมาตรฐานสากล: จังหวัดจะสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรให้ทีมวิจัย มฟล. บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการเก็บตัวอย่างซ้ำตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ทั้งในส่วนของสิ่งแวดล้อมและตัวอย่างทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าหมายยืนยันแหล่งที่มาของสารหนูให้มีความชัดเจนภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์

 

2. ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Single Command): มอบหมายให้สำนักงานจังหวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานและบริหารจัดการข้อมูล เพื่อลดทอนแรงกดดันต่อนักวิจัย และกวดขันให้ข้อมูลที่สื่อสารไปยังประชาชนมีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นเอกภาพ

 

3. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์: เตรียมผลักดันให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ก้าวขึ้นเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงหลัก (Reference Lab) ในระดับพื้นที่ เพื่อให้จังหวัดเชียงรายมีศักยภาพในการตรวจวิเคราะห์สารโลหะหนักได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ โดยไม่ต้องพึ่งพารอผลการตรวจจากส่วนกลาง

 

4. กำหนดมาตรการท่องเที่ยวปลอดภัยรับสงกรานต์: เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดจะเน้นย้ำมาตรฐานความปลอดภัยตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยเร่งจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ (Infographic) เพื่อแนะนำจุดที่สามารถทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างปลอดภัย และจุดที่ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน

 

“เราไม่ได้ตำหนิการทำงานของนักวิจัย แต่เรากำลังสนับสนุนให้นักวิจัยมีเครื่องมือและฐานข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ความจริงปรากฏชัดแจ้งที่สุด ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต้องถูกนำมาใช้นำทางนโยบาย ไม่ใช่การปิดกั้น” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวย้ำ

 

ขณะเดียวกัน ตัวแทนจากภาคประชาสังคมได้แสดงความคิดเห็นเชิงบวกต่อแนวทางดังกล่าว โดยระบุว่า การเปิดเวทีหารือในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่น่ายินดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างฝ่ายปกครองและฝ่ายวิชาการ ในการมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างเป็นระบบ ทั้งในประเด็นผลกระทบจากการทำเหมืองแร่บริเวณพื้นที่รอยต่อชายแดน และปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษในห่วงโซ่อาหาร

The post ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 13 จุด พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำทางเลือกช่วยชาวบ้าน https://thestandard.co/salween-river-arsenic-pollution/ Sat, 22 Nov 2025 03:46:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1146076 กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 13 จุด พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำทางเลือกช่วยชาวบ้าน

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุ […]

The post กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 13 จุด พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำทางเลือกช่วยชาวบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 13 จุด พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำทางเลือกช่วยชาวบ้าน

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาแม่น้ำสาละวินมีความขุ่นผิดปกติ กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม และลงพื้นที่เก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขา ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2568 โดยวิธีการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีตามประกาศกรมควบคุมมลพิษและ standard methods for the examination of water and wastewater

 

ผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษพบว่า คุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวิน จำนวน 13 จุด ตั้งแต่ชายแดนไทย-เมียนมา ตำบลแม่คง อำบลแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนถึง บ้านสบเมย หมู่ 4 ตำบลแม่สามแลบ
อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าสารหนูเกินค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ทุกจุดตรวจวัด (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.)) ค่าตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน 1 จุด (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.)) และค่าปรอททุกจุดไม่เกินค่ามาตรฐาน ส่วนลำน้ำสาขา จำนวน 5 จุด คุณภาพน้ำเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด ดังนี้

 

แม่น้ำสาละวิน

 

  • SAL01 ผาตั้ง ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.023 มก./ล.
  • SAL02 บริเวณหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าผาแดง ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.025 มก./ล.
  • SAL03 บ้านจอท่า ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.023 มก./ล.
  • SAL04 ฐานโกแกระ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.027 มก./ล.
  • SAL05 สบแงะ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.024 มก./ล.
  • SAL06 ป่าไม้อุมดา ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.025 มก./ล.
  • SAL07 บ้านแม่สะเกิบ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.027 มก./ล.
  • SAL08 บ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.025 มก./ล. ค่าตะกั่ว 0.076 มก./ล. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.05 มก./ล.)
  • SAL09 รอยต่อระหว่างพื้นที่อำเภอสบเมย-อำเภอแม่สะเรียง มีค่าสารหนู 0.028 มก./ล.
  • SAL10 ท่าเรือหมู่บ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย มีค่าสารหนู 0.029 มก./ล.
  • SAL11 หย่อมบ้านปู่ทา หมู่ 6 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย มีค่าสารหนู 0.024 มก./ล.
  • SAL12 หย่อมบ้านพะละอึ หมู่ 4 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย มีค่าสารหนู 0.027 มก./ล.
  • SAL13 บ้านสบเมย หมู่ 4 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย มีค่าสารหนู 0.029 มก./ล.

 

ลำน้ำสาขาทุกจุด คุณภาพน้ำเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด

  • PO01 ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง
  • SAM01 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย
  • KEB01 แม่คง อำเภอแม่สะเรียง
  • PIN01 บ้านพะละอึ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย
  • MOE01 บ้านสบเมย ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย

 

สำหรับการดำเนินงานในขั้นต่อไป
1. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานแจ้งผลต่อประเทศเมียนมา และขอให้เมียนมาตรวจสอบคุณภาพน้ำและแหล่งกำเนิดมลพิษ

 

2. กรมควบคุมมลพิษจะลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน เรื่องการใช้น้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวันและวิธีการปรับปรุงคุณภาพน้ำเบื้องต้นอย่างง่าย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำประปาภูเขา และได้ตรวจน้ำประปาภูเขาแล้วว่าไม่พบสารหนูแต่อย่างใด จึงไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรในเรื่องนี้ แต่มี 4 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในแพริมน้ำและใช้น้ำโดยตรงจากแม่น้ำสาละวิน เจ้าหน้าที่ คพ. ได้แนะนำวิธีการปรับปรุงคุณภาพน้ำเบื้องต้น เมื่อครั้งลงพื้นที่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาแล้ว

 

3. กรมควบคุมมลพิษจะตรวจสอบคุณภาพน้ำและแจ้งประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

 

4. ผลการวิเคราะห์การปนเปื้อนในปลาและพืช ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเก็บตัวอย่างแล้ว และอยู่ระหว่างรอผลการวิเคราะห์

 

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านต่อไปอีกครั้งในอาทิตย์หน้า โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งหาแหล่งน้ำทางเลือก ทั้งน้ำสำหรับอุปโภคและการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำผิวดินหรือน้ำบาดาล ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการสำรวจเบื้องต้น และมีแผนจะเจาะบ่อบาดาล หรือหาแหล่งน้ำอื่น เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ชุมชนต่อไป

The post กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพแม่น้ำสาละวิน พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 13 จุด พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำทางเลือกช่วยชาวบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน https://thestandard.co/maintain-arsenic-water-standards/ Sat, 15 Nov 2025 05:05:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1143637 รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้ออกมายืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะปรับลดค่ามาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำผิวดินตามที่มีกระแสข่าว

 

การยืนยันดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่พบว่ามีการตรวจพบโลหะหนักและสารหนูเกินค่ามาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินในแม่น้ำแม่กก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งมาตรฐานของประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.)

 

สุชาติได้กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า รัฐบาลพยายามผลักดันการปรับค่ามาตรฐานสารหนูจาก 0.01 มก./ล. เป็น 0.05 มก./ล. (ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงเมียนมา ซึ่งเป็นต้นน้ำที่อาจเป็นแหล่งที่มาของปัญหา) ว่า “ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะปรับค่ามาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินจากค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.01 มก./ล. ไปเป็น 0.05 มก./ล. ตามที่เป็นข่าว”

 

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงจากประชาชนและทุกภาคส่วน พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงส่งเสริมให้สภาพเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักเหมือนเดิม

 

สุชาติเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมว่า เป็นเกณฑ์เพื่อควบคุมมลพิษและปกป้องระบบนิเวศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล

 

“รัฐบาลมีความเข้าใจ และจะสนับสนุนการดำเนินทุกอย่าง ทั้งจะออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน” สุชาติกล่าวทิ้งท้าย

The post รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเผยผลตรวจสารหนูแม่น้ำสาละวินเบื้องต้น 5 จุดไม่เกินค่ามาตรฐาน สั่งเดินหน้าตรวจเข้มและหาแหล่งน้ำสำรอง https://thestandard.co/salween-arsenic-levels-safe/ Thu, 06 Nov 2025 10:49:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1140422 กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจสารหนู แม่น้ำสาละวิน เบื้องต้น 5 จุดไม่เกินค่ามาตรฐาน สั่ง เดินหน้าตรวจเข้มและหาแหล่งน้ำสำรอง

จากกรณีประชาชนริมแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน กังวลก […]

The post กรมควบคุมมลพิษเผยผลตรวจสารหนูแม่น้ำสาละวินเบื้องต้น 5 จุดไม่เกินค่ามาตรฐาน สั่งเดินหน้าตรวจเข้มและหาแหล่งน้ำสำรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจสารหนู แม่น้ำสาละวิน เบื้องต้น 5 จุดไม่เกินค่ามาตรฐาน สั่ง เดินหน้าตรวจเข้มและหาแหล่งน้ำสำรอง

จากกรณีประชาชนริมแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน กังวลการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำสาละวิน ภายหลังมีข่าวพบสารหนูเกินกว่าค่ามาตรฐาน 5 เท่า

 

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้นพบว่า 5 จุดแรกของแม่น้ำสาละวินและน้ำอุปโภคบริโภค มีการตรวจพบสารหนู แต่ความเข้มข้นยังคงอยู่ในเกณฑ์ไม่เกินค่ามาตรฐาน

 

สุรินทร์ กล่าวว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (สคพ.1/เชียงใหม่) ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยผลการตรวจด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น (Test Kit) ใน 5 จุดแรก มีดังนี้:

 

จุดที่ 1 ท่าเรือหมู่บ้านแม่สามแลบ: พบสารหนู 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.)
จุดที่ 2 หย่อมบ้านปู่ทา ม.6 ต.แม่สามแลบ: พบสารหนู 0.005 มก./ล.
จุดที่ 3 หย่อมบ้านพะละอึ ม.4 ต.แม่สามแลบ: พบสารหนู 0.005 มก./ล.
จุดที่ 4 บ้านสบเมย ต.แม่สามแลวิน ฝั่งแม่น้ำสาละวิน: พบสารหนู 0.01 มก./ล.
จุดที่ 5 บ้านสบเมย ต.แม่สามแลบ ฝั่งแม่น้ำเมย: ตรวจไม่พบสารหนู

 

หมายเหตุ: จุดที่ 1-4 สารหนูไม่เกินค่ามาตรฐานน้ำผิวดิน (0.01 มก./ล.) และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 5 จุด (รวมทั้งหมด 10 จุด: แม่น้ำ 7 จุด และน้ำอุปโภคบริโภค 3 จุด) ซึ่งจะมีการแจ้งผลการตรวจให้ทราบต่อไป

 

อธิบดี คพ. เปิดเผยแผนงานเพิ่มเติมว่า ทางกรมฯ จะดำเนินการดังนี้:
1. สัปดาห์หน้า: เตรียมลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง คุณภาพน้ำและตะกอนดิน ส่งตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์ สารหนูและโลหะหนักอื่น ๆ ตามหลักวิชาการ เพื่อความแม่นยำและเป็นไปตามข้อสั่งการ
2. สำรวจแหล่งน้ำสำรอง: เร่งสำรวจหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับการอุปโภคและบริโภคให้กับชาวบ้าน หากผลการตรวจพบว่าสารหนูในแม่น้ำสาละวินมีค่าเกินกว่าค่ามาตรฐานจริง

 

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้มีการประสานดำเนินการตรวจสอบการปนเปื้อนในสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ด้วย:

  • สัตว์น้ำ: ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เก็บตัวอย่างปลา 5 ชนิด ได้แก่ ปลากดคัง, ปลากดหัวเสียม, ปลาแค้, ปลาหมู, และปลาเนื้ออ่อน (ปลาตาโมง) เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
  • พืชเกษตร: หน่วยงานกระทรวงเกษตรจะเข้าตรวจการปนเปื้อนในพืชเกษตร โดยเฉพาะพืชระยะสั้น/พืชล้มลุก ที่ชาวบ้านเน้นเพาะปลูกในช่วงที่น้ำในแม่น้ำสาละวินลดลง

 

สุรินทร์ ได้ชี้แจงถึงความแตกต่างของสภาพแวดล้อมระหว่างผลตรวจวัดของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ช่วงเดือนกันยายน 2568 (มีน้ำหลาก ปริมาณน้ำมาก) กับการสำรวจในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 (ปริมาณน้ำลดลง สีน้ำตาลอ่อน) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความเข้มข้นของสารหนูแตกต่างกัน

 

โดยกรมควบคุมมลพิษยืนยันจะเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบด้านเพื่อคลายความกังวลและรักษาความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

The post กรมควบคุมมลพิษเผยผลตรวจสารหนูแม่น้ำสาละวินเบื้องต้น 5 จุดไม่เกินค่ามาตรฐาน สั่งเดินหน้าตรวจเข้มและหาแหล่งน้ำสำรอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภัทรพงษ์เผยสารพิษแม่น้ำกก-สาย เข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้ว ผิดหวัง 2 รองนายกฯ ลงพื้นที่แต่แก้ปัญหาไม่คืบ https://thestandard.co/phattharaphong-river-pollution-update/ Sun, 12 Oct 2025 05:16:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1129537 สารพิษ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย

วันนี้ (12 ตุลาคม) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรร […]

The post ภัทรพงษ์เผยสารพิษแม่น้ำกก-สาย เข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้ว ผิดหวัง 2 รองนายกฯ ลงพื้นที่แต่แก้ปัญหาไม่คืบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สารพิษ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย

วันนี้ (12 ตุลาคม) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า จากน้ำเป็นพิษสู่มนุษย์ ตรวจพบสารหนูในคนพื้นที่ใช้น้ำกก-สาย ค่าสารหนูเกินเกณฑ์ ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลเชื่องช้า รองนายกรัฐมนตรี 2 คน ลงพื้นที่แต่ไม่พูดถึงปัญหา ต้องให้หนักขึ้นอีกเท่าไหร่ ถึงจะทำงานเป็น

 

ภัทรพงษ์ระบุว่า จากที่ได้ติดตามปัญหาน้ำกก-สาย-รวกเป็นพิษอย่างใกล้ชิด และได้สื่อสารไปยังรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง ทั้งชุดที่แล้วและชุดนี้ ตั้งแต่พื้นที่ทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางการเจรจากับต่างประเทศ การจัดการกับผลกระทบภายในประเทศ 

 

“แต่ที่ผ่านมากลับมีการดำเนินการจากรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับความรุนแรงของปัญหา ที่นอกจากปัจจุบัน พบประปาหมู่บ้านในพื้นที่น้ำกก-สายเป็นพิษจากตะกั่วไปแล้ว 18 หมู่บ้าน ล่าสุดผลการตรวจปัสสาวะคนในพื้นที่พบสารหนูในคนเกินเกณฑ์ อีกถึง 7 ราย”

 

ภัทรพงษ์เปิดเผยว่า การตรวจปัสสาวะโดยกรมควบคุมโรคครั้งนี้ เป็นการตรวจคนในพื้นที่ใช้น้ำกก-สาย 322 คนในจังหวัดเชียงราย และ 40 คนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยทั้ง 7 รายที่ตรวจพบค่าสารหนูเกินเกณฑ์ (100 ug/L) แบ่งเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายทั้งหมด อำเภอเมือง 3 คน อำเภอเวียงชัย 2 คน เวียงเชียงรุ้ง 1 คน และอำเภอเชียงแสน 1 คน

 

ภัทรพงษ์เสนอว่า สิ่งที่รัฐต้องเร่งดำเนินการ ด้านสาธารณสุขเพิ่มเติมจากตรวจพบสารหนูเกินเกณฑ์ครั้งนี้คือ

 

  1. ตรวจสารหนูให้ละเอียดว่า เป็นสารหนูอนินทรีย์เท่าไรจากสารหนูทั้งหมด 

 

  1. เจาะเลือดตรวจร่างกายโดยละเอียดเพิ่ม เพื่อตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด

 

  1. ปรับเกณฑ์การกรองคนเพื่อเข้าตรวจปัสสาวะตามพฤติกรรมอื่น ๆ ของทั้ง 7 รายนี้เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น 

 

  1. ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังจากน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก พร้อมนำพื้นที่เหล่านี้เข้าเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อมด้วย

 

“นี่คือปัญหาที่เร่งด่วน ต้องจัดการโดยเร็วที่สุด บูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกกรม ทุกกระทรวง แต่ที่ผ่านมา 1 ปีการทำงานของรัฐบาลทุกชุดยังคงละเลยต่อปัญหานี้ ตอนนี้ไม่ใช่แค่แม่น้ำเป็นพิษ ไม่ใช่แค่หลีกเลี่ยงการกินปลา แต่มันลุกลามมาถึงน้ำประปาหมู่บ้านที่ประชาชนใช้ ผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้น้ำเหล่านี้ และสะท้อนออกมาจากสุขภาพและชีวิตของประชาชนอย่างชัดเจนแล้ว” 

 

ภัทรพงษ์ย้ำว่า จะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และดูการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้ (14 ตุลาคม) อย่างละเอียด ว่ารัฐบาลจะเริ่มทำงานกับเรื่องนี้อย่างจริงจังได้แล้วหรือไม่ ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาที่ต้นตอกับต่างประเทศ และการจัดการปัญหาภายในประเทศ

The post ภัทรพงษ์เผยสารพิษแม่น้ำกก-สาย เข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้ว ผิดหวัง 2 รองนายกฯ ลงพื้นที่แต่แก้ปัญหาไม่คืบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝันร้ายของชาวไทยริมน้ำกก คือแม่น้ำปนเปื้อนสารหนูหรือความเพิกเฉยของภาครัฐ? https://thestandard.co/kok-river-arsenic-contamination/ Mon, 08 Sep 2025 05:40:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1116756 kok-river-arsenic-contamination

หัวข้อในเนื้อหานี้   แม่น้ำกกอาจเป็นการอาชญากรรมสิ […]

The post ฝันร้ายของชาวไทยริมน้ำกก คือแม่น้ำปนเปื้อนสารหนูหรือความเพิกเฉยของภาครัฐ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
kok-river-arsenic-contamination

หัวข้อในเนื้อหานี้

 

 

แม่น้ำกกและแม่น้ำสายในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมร้ายแรง จากปัญหาการปนเปื้อนของ สารหนู ซึ่งมีต้นตอมาจากการทำเหมืองแร่ขนาดใหญ่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา โดยสารพิษนี้ได้ไหลข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทยและส่งผลกระทบในหลายด้าน

 

สารหนูดังกล่าวถูกใช้ในกระบวนการสกัดแร่จากเหมืองทองคำและโลหะในรัฐฉาน และได้ไหลปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำสายและแม่น้ำกกก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำโขง จากการตรวจสอบพบว่าระดับสารหนูในแม่น้ำทั้งสองสายเกินค่ามาตรฐานในหลายจุด และยังตรวจพบในตะกอนดินของแม่น้ำโขงด้วย

 

ผลกระทบจากการปนเปื้อนนั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ทำลายระบบนิเวศทางน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชน การสัมผัสหรือบริโภคน้ำที่มีสารหนูในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น อาเจียน ปวดท้อง อาการชา และอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ริมแม่น้ำ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาและผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย

 

แม่น้ำกกอาจเป็นการอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม?

 

เมื่อถามว่าหลายคนอาจมองว่าแม่น้ำกกเป็นเพียงแค่ปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมดา แต่ในความเป็นจริงนี่อาจเป็นการก่ออาชญากรรมสิ่งแวดล้อมใช่หรือไม่ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า “แล้วแต่ว่าเราจะมองมุมไหน” พร้อมชี้ให้เห็นว่า การจะระบุว่าเป็นการก่ออาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมหรือไม่นั้น ต้องดูเทียบกับการทำผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากเราไม่ทราบกฎหมายของประเทศเมียนมาว่าผู้ประกอบการต้องดูแลสิ่งแวดล้อมหรือมีการควบคุมอย่างไรบ้าง เราจึงไม่สามารถชี้ชัดได้

 

อย่างไรก็ตาม เพ็ญโฉมกล่าวว่า เมื่อมองในมิติของความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำกก ตลอดจนแม่น้ำสาย แม่รวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำอีกสายที่เพิ่งตรวจพบ ซึ่งรวมทั้งหมดเป็น 5 สายแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นมีขนาดใหญ่และรุนแรงมาก

 

การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่มีกฎหมายควบคุมในพื้นที่ต้นกำเนิด ซึ่งอยู่ในเขตของกลุ่มว้าแดง 

 

“กลุ่มว้าแดงเป็นกลุ่มคนที่ไม่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเมียนมา เป็นกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งตรงนี้ไม่มีกฎหมายของประเทศใดที่จะเข้าไปควบคุมเขาได้ เพราะเขาไม่ยอมรับการปกครองของประเทศที่อ้างว่าเป็นผู้ปกครอง จึงยังบอกไม่ได้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่ละเมิดกฎหมายเหล่านั้น” เพ็ญโฉมกล่าว

 

เพ็ญโฉม ชวนมองในมุมที่ต่างออกไปว่า “หากมองในเชิงหลักการสากล การทำเหมืองแร่ที่มีการใช้สารเคมีและก่อให้เกิดผลเสียปริมาณมาก การกระทำของเขาเป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง”

 

นักวิชาการยอมรับการปนเปื้อน ‘แม่น้ำกก’ รุนแรงอย่างมาก

 

เพ็ญโฉม เปิดเผยว่า ในสายตาของนักสิ่งแวดล้อม รวมถึงนักวิชาการที่มีความรู้เรื่องสารพิษ ทุกคนก็ยอมรับว่าร้ายแรง เนื่องจากมลพิษที่เป็นสาเหตุของการปนเปื้อน ทั้งสารหนูและโลหะหนักอื่นๆ สามารถสร้างผลกระทบต่อร่างกายของคนเราได้

 

เมื่อสารหนูมีค่าเกินมาตรฐานและปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมทั้งน้ำและดิน หากเกิดการสะสมเป็นเวลานาน และคนหรือสัตว์สัมผัสบ่อยครั้ง อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

 

เพ็ญโฉม ย้ำว่า การปนเปื้อนสารหนูอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ผู้คนเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งผิวหนังจำนวนมากในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง หรืออาจทำให้สัตว์น้ำในแม่น้ำเกิดความผิดปกติทางผิวหนังและระดับยีน

 

ตรวจสอบไม่พบการปนเปื้อน ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัย

 

แม้มีการตรวจสอบแม่น้ำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวางใจได้ เพ็ญโฉม ระบุว่า เวลาที่สารอันตรายอยู่ในสิ่งแวดล้อม เราไม่สามารถชี้ชัดและฟันธงได้ง่าย เนื่องจากสารจากการทำเหมืองมีจำนวนมาก และหากเกิดการสะสมในสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมจนก่อให้เกิดความผิดปกติ

 

พร้อมกล่าวต่อว่า บางคนมองว่าอาจเป็นการปนเปื้อนจากสารเคมีทางการเกษตร คุณเพ็ญโฉมชวนตั้งข้อสังเกตว่า “ถ้าลักษณะที่เกิดขึ้นมาจากสารเคมีทางการเกษตร ความผิดปกติก็น่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ด้วย แต่ทำไมพื้นที่นี้จึงมีลักษณะที่เข้มข้นกว่า และพื้นที่อื่นๆ ไม่ได้มีปลาที่มีลักษณะผิดปกติเหมือนกับพื้นที่นี้ ทั้งที่มีการใช้สารเคมีในภาคการเกษตรเหมือนกันทั่วประเทศ”

 

สำหรับกรณีของปลาแค้ที่มีความผิดปกติ อาจไม่ได้เกิดจากสารหนูโดยตรง แต่การได้รับสารหนูเข้าไปอาจทำให้ภูมิคุ้มกันของปลาอ่อนแอลง จนไม่สามารถดำรงสภาพปกติได้ตามธรรมชาติ ดังนั้น สารหนูอาจเป็นสาเหตุโดยตรงหรือเป็นเพียงตัวกระตุ้นให้เกิดความเจ็บป่วยและความผิดปกติที่เกิดขึ้น

 

ชาวบ้านริมแม่น้ำกก อาจกลายเป็นคนยากจนจากภัยธรรมชาติ

 

เมื่อถามถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้านริมแม่น้ำกก เพ็ญโฉม กล่าวว่า “ในสภาวะนี้ทุกคนก็เครียด คนที่มีชีวิตพึ่งพิงและอาศัยอยู่กับแม่น้ำ ทั้งการประมง การเกษตร หรือการท่องเที่ยวที่ใช้ความสวยงามของแม่น้ำได้รับความเดือดร้อนกันทั้งหมด พวกเขาขาดรายได้ คนทำการเกษตรก็เครียดว่า พืชผลที่ปลูกจะรับประทานได้ไหม กินแล้วจะปลอดภัยไหม หรือส่งไปขายที่อื่นจะบาปไหม”

 

พร้อมมองว่า การปนเปื้อนของแม่น้ำทำให้เกิดการสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจ และอาจทำให้ชาวบ้านริมแม่น้ำกลายเป็นผู้ที่อยู่ในสถานะคนยากจนจากภัยธรรมชาติ

 

เพ็ญโฉม ย้ำว่าทุกคนกำลังอยู่ในภาวะเครียดและกังวล หากเรื่องนี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว ความเครียดอาจทำให้คนจำนวนมากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า มีภาวะทางจิตไม่ปกติ และอาจมีความเคียดแค้นได้ อาจกลายเป็นผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน หรือจากคนที่มีฐานะดีอาจกลายเป็นคนยากจนรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เห็นมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากภาครัฐในเรื่องนี้เลย

 

ไทย-เมียนมา-จีน ความรับผิดชอบที่ถูกเพิกเฉย

 

การเคลื่อนไหวของประเทศเมียนมา เพ็ญโฉม กล่าวว่า “ทางเมียนมาอ้างว่าเขาไม่สามารถควบคุมว้าแดงได้” ดังนั้น จึงไม่สามารถจัดการการทำเหมืองในรัฐฉานซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดการใช้สารเคมีได้ เพราะเป็นพื้นที่ของกลุ่มว้าแดง เหมือนเป็นการปฏิเสธทางอ้อมว่าไม่สามารถช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้

 

พร้อมกล่าวว่า ความพยายามของรัฐบาลไทยยังน้อยเกินไป เพราะเรื่องนี้ไม่ควรอยู่แค่ในระดับหน่วยงานหรือองค์กรของกระทรวง แต่ควรเป็นระดับของรัฐบาลต่อรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาแก้ไข เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ข้ามพรมแดน เกินกว่าอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอย่างกรมควบคุมมลพิษที่จะเข้ามาดำเนินการในการแก้ไขปัญหา

 

ในส่วนของประเทศจีน เพ็ญโฉม กล่าวว่าสถานทูตจีนในประเทศไทยและเมียนมาทราบเรื่องนี้แล้ว รวมถึงรัฐบาลจีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังคงมีท่าทีเพิกเฉย เพราะจีนไม่ได้ปกครองเมียนมาและยังได้ประโยชน์จากการทำเหมือง

 

เพ็ญโฉม ย้ำถึงการทำงานของภาครัฐว่า “ถ้าหากรัฐบาลไม่ดำเนินการอะไรที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหา ก็ต้องบอกว่ารัฐบาลทอดทิ้งเรื่องนี้ เพราะในปัจจุบันรัฐบาลก็ทอดทิ้งเรื่องนี้อยู่”

 

ทางออกและสิ่งที่ต้องการจากทุกภาคส่วน

 

เพ็ญโฉม เสนอว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และที่สำคัญต้องมีการพูดคุยว่าควรมีใครบ้าง ทั้งรัฐบาลไทย เมียนมา จีน และกองกำลังว้าแดง เพื่อมาเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

 

นอกจากนี้ เน้นย้ำอยากให้ประชาชนทั่วไปตระหนักว่า “ปัญหาแม่น้ำกกไม่ใช่เรื่องไกลตัว” เพราะแม้ผลกระทบจะเกิดขึ้นในภาคเหนือ แต่พืชผลทางการเกษตรอาจกระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในเชียงใหม่และเชียงรายที่ทุกคนคุ้นเคย หากปัญหานี้ไม่ถูกแก้ไขอาจลุกลามไปถึงแม่น้ำโขงและกระทบต่อหลายจังหวัดในภาคอีสาน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและกัมพูชา ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศ

 

พวกเราทุกคนควรมีความรู้สึกร่วมต่อความเดือดร้อนของพี่น้องทางภาคเหนือ เพราะความเดือดร้อนที่เกิดจากมลพิษข้ามแดนเป็นเรื่องใหญ่ และโอกาสที่จะฟื้นฟูนั้นทำได้ยาก การกอบกู้ระบบนิเวศทั้งพื้นดิน แม่น้ำ และน้ำใต้ดิน เมื่อเกิดการปนเปื้อนแล้วยากที่จะฟื้นฟูและกำจัดมลพิษให้หมดไป

 

ดังนั้น อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพ็ญโฉมกล่าวว่า “ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเสียงของประชาชนทุกคนที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา” เพราะพวกเราทุกคนมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

สุดท้ายนี้ เพ็ญโฉม กล่าวทิ้งท้ายว่าการทำเหมืองแร่ในรัฐฉานของเมียนมา แม้จะไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ในประเทศของเขา แต่ในหลักการสากลแล้วเป็นการกระทำที่ละเลยความรับผิดชอบต่อมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ถือเป็นการก่ออาชญากรรมรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่เรายังไม่มีกฎหมายที่จะใช้จัดการได้ในปัจจุบัน

The post ฝันร้ายของชาวไทยริมน้ำกก คือแม่น้ำปนเปื้อนสารหนูหรือความเพิกเฉยของภาครัฐ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
คพ. เเผยผลตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบสารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก พื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย สูงเกินค่ามาตรฐานหลายเท่าตัว https://thestandard.co/arsenic-contamination-chiangmai-chiangrai-river/ Mon, 18 Aug 2025 04:42:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1108326

วันนี้ (18 สิงหาคม) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยาก […]

The post คพ. เเผยผลตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบสารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก พื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย สูงเกินค่ามาตรฐานหลายเท่าตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 สิงหาคม) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2568 พบว่าแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ภาคเหนือหลายสายมีปริมาณสารหนู (Arsenic: As) เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

 

การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานของ คพ. เพื่อติดตามสถานการณ์ความขุ่นผิดปกติของแม่น้ำกก และได้ขยายขอบเขตการสำรวจไปยังแม่น้ำสาขาและแม่น้ำสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง

 

  • แม่น้ำกก: พบค่าสารหนูสูงเกินมาตรฐานเกือบทุกจุดตรวจวัด ตั้งแต่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ไปจนถึง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยค่าที่ตรวจพบอยู่ในช่วง 0.010 – 0.018 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.010 มก./ล. แม้ว่าบางจุดจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ภาพรวมยังคงน่าเป็นห่วง
  • แม่น้ำสาย: พบค่าสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุดตรวจวัด โดยมีค่าสูงถึง 0.052 – 0.055 มก./ล. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึงกว่า 5 เท่า
  • แม่น้ำรวก: พบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน 1 จุดตรวจวัด ที่สถานีสูบน้ำ อ.แม่สาย โดยมีค่า 0.040 มก./ล.
  • แม่น้ำโขง: พบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน 1 จุดตรวจวัด ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมีค่า 0.012 มก./ล.

 

ในทางกลับกัน แม่น้ำสาขาของแม่น้ำกก ได้แก่ แม่น้ำฝาง แม่น้ำลาว แม่น้ำกรณ์ และแม่น้ำสรวย มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัย

 

ผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหามลพิษในแหล่งน้ำที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสืบสวนหาสาเหตุของแหล่งกำเนิดสารหนู และหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศในระยะยาว

The post คพ. เเผยผลตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบสารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก พื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย สูงเกินค่ามาตรฐานหลายเท่าตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คพ. พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ https://thestandard.co/arsenic-kok-sai-ruak-mekong-river/ Sat, 26 Jul 2025 02:54:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1100166

วานนี้ (25 กรกฎาคม) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยาก […]

The post คพ. พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (25 กรกฎาคม) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2568 พบ สารหนู เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง

 

จากการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน พบว่า

 

แม่น้ำกก ตรวจพบค่าสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐาน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) ในทุกจุดตรวจวัด ตั้งแต่ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย (KK01-KK15) โดยมีค่าอยู่ในช่วงน้อยกว่า 0.010-0.016 มก./ล. จุดที่พบค่าสูงสุดคือ KK01 ชายแดนไทย-เมียนมา ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่ 0.016 มก./ล. และ KK02 สะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ที่ 0.015 มก./ล.

 

อย่างไรก็ตาม ลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำกก ได้แก่ แม่น้ำฝาง (FA01), แม่น้ำกรณ์ (KO01), แม่น้ำสรวย (SU01), และแม่น้ำลาว (LA01) ยังคงมีคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

 

แม่น้ำสาย พบสารหนูเกินมาตรฐานทั้ง 3 จุด โดยเฉพาะที่ SA02 สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสูงถึง 0.049 มก./ล. ส่วนที่ SA01 บ้านหัวฝาย ต.แม่สาย และ SA03 บ้านป่าซางงาม ม.6 ต.เกาะช้าง มีค่า 0.023 มก./ล. และ 0.024 มก./ล. ตามลำดับ

 

แม่น้ำรวก ตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐาน 1 จุด คือที่ RU01 สถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ 0.010 มก./ล. ส่วนที่ RU02 ต.เวียง อ.เชียงแสน (จุดปลายน้ำรวกก่อนลงแม่น้ำโขง) มีค่าสารหนูอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

 

แม่น้ำโขง ตรวจพบสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐานทั้ง 3 จุด ได้แก่ NK01 จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ 0.011 มก./ล., NK02 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ 0.012 มก./ล., และ NK03 บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ 0.011 มก./ล.

 

คพ. ได้กำหนดแผนการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2568 โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำเดือนละ 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกันยายน 2568 และเก็บตัวอย่างตะกอนดินเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2568 เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ต่อไป

The post คพ. พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเปิดผลตรวจล่าสุด พบ ‘สารหนู’ ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ตลอดสาย https://thestandard.co/arsenic-contamination-kok-river/ Wed, 23 Jul 2025 07:49:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1098841 arsenic-contamination-kok-river

วันนี้ (23 กรกฎาคม) จากกรณีปัญหาแม่น้ำกกมีความขุ่นผิดปก […]

The post กรมควบคุมมลพิษเปิดผลตรวจล่าสุด พบ ‘สารหนู’ ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ตลอดสาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
arsenic-contamination-kok-river

วันนี้ (23 กรกฎาคม) จากกรณีปัญหาแม่น้ำกกมีความขุ่นผิดปกติ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดิน ในแม่น้ำกก 15 จุด และลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำกก ได้แก่ แม่น้ำฝาง, แม่น้ำลาว, แม่น้ำกรณ์, แม่น้ำสรวย, แม่น้ำสาย 3 จุด, แม่น้ำรวก 2 จุด และแม่น้ำโขง 3 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย 

 

และได้กำหนดแผนในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ 2568 เริ่มจากเดือนมีนาคม-กันยายน 2568 โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำ เดือนละ 2 ครั้ง และเก็บตัวอย่างตะกอนดิน เดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2568

 

ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน จากการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 23 – 27 มิถุนายน 2568 ปรากฏว่า

 

แม่น้ำกก ตรวจพบการปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐานทุกจุดตรวจวัด ตั้งแต่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงบริเวณ ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0.012-0.038 มิลลิกรัมต่อลิตร (มาตรฐานไม่เกิน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร) 

 

ขณะที่ แม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำกก (แม่น้ำฝาง, แม่น้ำกรณ์, แม่น้ำสรวย และแม่น้ำลาว) คุณภาพน้ำมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

 

ส่วน แม่น้ำสาย พบปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 3 จุด, แม่น้ำรวก พบปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 2 จุด และ แม่น้ำโขง พบปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 3 จุด

The post กรมควบคุมมลพิษเปิดผลตรวจล่าสุด พบ ‘สารหนู’ ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ตลอดสาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบสารหนู จากตะกอนดินแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก https://thestandard.co/arsenic-contamination-mekok-river-chiangrai/ Wed, 18 Jun 2025 06:42:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1086285 เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมเก็บตัวอย่างตะกอนดินจากแม่น้ำกก จ.เชียงราย เพื่อตรวจหาสารหนูและโลหะหนัก

วันนี้ (18 มิถุนายน) ปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมม […]

The post กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบสารหนู จากตะกอนดินแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมเก็บตัวอย่างตะกอนดินจากแม่น้ำกก จ.เชียงราย เพื่อตรวจหาสารหนูและโลหะหนัก

วันนี้ (18 มิถุนายน) ปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ตามที่นักวิชาการกังวลว่าสารหนูจะแพร่กระจาย เนื่องจากขณะนี้มีโครงการขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูน้ำหลาก โดยการขุดลอกลำน้ำขึ้นมากองบนฝั่ง ทำให้เกิดข้อกังวลของประชาชนว่าอาจจะมีการปนเปื้อนของสารหนูและโลหะหนักอื่นๆ เมื่อกองดินเหล่านี้อยู่บนฝั่ง อาจมีฝุ่นละอองโลหะหนักฟุ้งกระจาย และเมื่อฝนตกก็อาจชะล้างสารปนเปื้อนลงสู่เรือกสวนไร่นาของประชาชน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

 

ปรีญาพรกล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เก็บตัวอย่างตะกอนดินที่มีการได้ขุดน้ำมากองบนฝั่ง เพื่อวิเคราะห์สารหนูและโลหะอื่นๆ ในตะกอนดินดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะรีบแจ้งผลให้หน่วยงานและพี่น้องประชาชนทราบ 

 

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในพื้นที่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และเพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดย คพ. ได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 4 จุด ได้แก่ 

 

  1. ศูนย์การแพทย์แผนไทย อบต.ท่าดอน (สะพานท่าตอน) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
  2. สวนสาธารณะน้ำกก ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (ติดสะพานแม่ฟ้าหลวง) อ.เมือง จ.เชียงราย
  3. ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย 
  4. สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 

 

โดยศูนย์ทั้ง 4 แห่งจะทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นจุดให้คำปรึกษาแก่ประชาชนเรื่องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร พร้อมเปิดรับเรื่องร้องเรียนและข้อกังวลจากชุมชนในพื้นที่ 

 

นอกจากนี้ คพ. ยังได้จัดทำชุดความรู้ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องผ่านเสียงตามสายและช่องทางสื่อสารในพื้นที่และผ่านทางช่องทางการสื่อสารของ คพ. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม

 

เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมเก็บตัวอย่างตะกอนดินจากแม่น้ำกก จ.เชียงราย เพื่อตรวจหาสารหนูและโลหะหนัก

The post กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบสารหนู จากตะกอนดินแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คพ. เผยผลตรวจตะกอนดิน ‘แม่น้ำกก’ และลำน้ำสาขา พบสารหนูเกินมาตรฐานต่อเนื่อง https://thestandard.co/kok-river-sediment-contaminated-with-arsenic/ Thu, 12 Jun 2025 03:28:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1084233 แม่น้ำกก

วานนี้ (11 มิถุนายน) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยา […]

The post คพ. เผยผลตรวจตะกอนดิน ‘แม่น้ำกก’ และลำน้ำสาขา พบสารหนูเกินมาตรฐานต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่น้ำกก

วานนี้ (11 มิถุนายน) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผลการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ตะกอนดินในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 หลังเกิดความขุ่นผิดปกติในแม่น้ำกกอย่างต่อเนื่อง 

 

โดยผลการตรวจพบว่าสารหนูยังคงเกินมาตรฐานในหลายจุด และบางพื้นที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนหากบริโภคปลาในปริมาณมาก

 

สถานการณ์ในแม่น้ำกก

 

ผลการตรวจวัดตะกอนดินในแม่น้ำกก พบสารหนูเกินมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินทุกจุดตรวจวัด โดย 13 จุดเกินระดับมาตรฐานที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์หน้าดิน แต่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ 

 

อย่างไรก็ตาม พบสารหนูเกินระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์หากบริโภคปลาเป็นจำนวนมากและสม่ำเสมอใน 2 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานสองดินแดนบ้านแม่สลัก (KK03) และสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 อำเภอเมืองเชียงราย (KK09)

 

นอกจากนี้ ยังตรวจพบตะกั่วเกินระดับมาตรฐานเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดิน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ ในจุดเดียวกับที่พบสารหนูเกินมาตรฐาน เช่น สะพานสองดินแดนแม่สลัก ตำบลท่าตอน (KK03) อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านจะเด้อ ตำบลดอยฮาง (KK04) รวมถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 อำเภอเมืองเชียงราย (KK09) 

 

สำหรับโลหะหนักอื่นๆ เช่น นิกเกิล ทองแดง โครเมียม และแคดเมียม ก็พบค่าเกินระดับมาตรฐานเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดินในบางจุด แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์

 

สถานการณ์ในลำน้ำสาขา

 

จากการตรวจวัดทั้ง 3 ครั้ง พบการปนเปื้อนโลหะหนักเกินระดับมาตรฐานเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดินในหลายลำน้ำสาขา แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ ดังนี้:

 

  • แม่น้ำฝาง (FA01): พบนิกเกิล สารหนู และโครเมียมเกินมาตรฐาน
  • แม่น้ำกรณ์ (KO01): พบนิกเกิล ทองแดง สารหนู และโครเมียมเกินมาตรฐาน
  • แม่น้ำลาว (LA01): พบนิกเกิล สารหนู และโครเมียมเกินมาตรฐาน
  • แม่น้ำสรวย (SU01): พบนิกเกิล และโครเมียมเกินมาตรฐาน

 

สถานการณ์ในแม่น้ำสาย 

 

แม่น้ำสาย ซึ่งเริ่มเก็บตัวอย่างในการตรวจวัดครั้งที่ 3 (พฤษภาคม 2568) พบค่าสารหนูเกินระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินทั้ง 3 จุดตรวจวัด และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนหากมีการบริโภคปลาเป็นจำนวนมากและเป็นประจำ

 

สถานการณ์ในแม่น้ำโขง

 

ผลการตรวจวัดในแม่น้ำโขงบริเวณบ้านสบกก ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน (94 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ในครั้งที่ 3 (พฤษภาคม 2568) พบสารหนูเกินระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนหากบริโภคปลาในปริมาณมากและสม่ำเสมอ ซึ่งผลการตรวจครั้งที่ 2 (เมษายน 2568) พบเพียงเกินระดับมาตรฐานเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดินเท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบตะกั่ว นิกเกิล ทองแดง และโครเมียม เกินระดับมาตรฐานเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดินในจุดเดียวกัน

 

ข้อสังเกตและแนวทางแก้ไข

 

จากการวิเคราะห์ คพ. พบว่า ในช่วงฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำที่ไหลเร็วขึ้นได้ชะล้างตะกอนจากต้นน้ำลงสู่ลำน้ำมากขึ้น ทำให้สารหนูและโลหะหนักสะสมในระดับตื้นกระจายทั่วบริเวณชั้นบนของพื้นท้องน้ำ และถูกพัดพาไปตลอดเส้นลำน้ำ ซึ่งแตกต่างจากผลการตรวจวัดครั้งที่ 2 ที่พบว่าหลังจากน้ำไหลผ่านฝายเชียงราย สารหนูมีค่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

นอกจากนี้ คพ. อยู่ระหว่างการตรวจสอบผลการตรวจวัดตะกอนดินในแม่น้ำโขงหลังจุดบรรจบกับแม่น้ำกกอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการตรวจวัดครั้งก่อนหน้า และยังอยู่ระหว่างทดสอบการตกตะกอนของสารแขวนลอย เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาโลหะหนักในน้ำเกินค่ามาตรฐาน โดยจะรายงานผลการดำเนินงานและติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นระยะต่อไป

 

คพ. ชี้ว่าแนวโน้มของการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง คาดว่าปะปนมากับสารแขวนลอยในน้ำ ดังนั้นการพักน้ำหรือทำให้สารแขวนลอยตกตะกอนอาจเป็นแนวทางหนึ่งในการลดค่าโลหะหนักในน้ำได้

The post คพ. เผยผลตรวจตะกอนดิน ‘แม่น้ำกก’ และลำน้ำสาขา พบสารหนูเกินมาตรฐานต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>