สามจังหวัดชายแดนใต้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สามจังหวัดชายแดนใต้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 14 Jan 2026 08:10:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนติดตามเหตุชายแดนใต้ คุมตัวแล้ว 2 คนมือเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด พร้อมสั่งยกระดับมาตรการข่าวกรอง-ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วคุมพื้นที่ https://thestandard.co/police-chief-southern-border-arson-arrests/ Wed, 14 Jan 2026 08:10:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1165130 ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนติดตามเหตุชายแดนใต้ คุมตัวแล้ว 2 คนมือเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด พร้อมสั่งยกระดับมาตรการข่าวกรอง-ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วคุมพื้นที่

วันนี้ (14 มกราคม) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่ง […]

The post ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนติดตามเหตุชายแดนใต้ คุมตัวแล้ว 2 คนมือเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด พร้อมสั่งยกระดับมาตรการข่าวกรอง-ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วคุมพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนติดตามเหตุชายแดนใต้ คุมตัวแล้ว 2 คนมือเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด พร้อมสั่งยกระดับมาตรการข่าวกรอง-ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วคุมพื้นที่

วันนี้ (14 มกราคม) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วม ได้แก่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ด้านความมั่นคง), พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล

 

​ในที่ประชุม พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดจากเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางเพลิงและวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วจำนวน 2 ราย และจากการสืบสวนทราบตัวผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุแล้วจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

​พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้สั่งการให้มีการปรับปรุงมาตรการและวิธีปฏิบัติใหม่เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ ดังนี้:

 

  • การใช้เทคโนโลยี: นำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและจุดล่อแหลม
  • ​ชุดปฏิบัติการพิเศษ: จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญ (ระดับชำนาญการ) เพื่อเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว (Rapid Response) สำหรับเข้าควบคุมเหตุการณ์ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
  • การคุมเข้มชายแดน: ปรับปรุงแผนพิทักษ์ชายแดนร่วมกับฝ่ายทหาร เพื่อสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนของบุคคล อาวุธ และวัตถุระเบิดอย่างเข้มงวด

 

 

​ผบ.ตร. เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น และได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการใน 3 ด้านหลัก คือ ด้านการข่าว, มาตรการป้องกัน และการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำ

 

​ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้รับข้อสั่งการดังกล่าว โดยสั่งยกระดับแนวทางปฏิบัติงานด้านการข่าวเชิงรุก บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อตัดวงจรการก่อเหตุและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

The post ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนติดตามเหตุชายแดนใต้ คุมตัวแล้ว 2 คนมือเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด พร้อมสั่งยกระดับมาตรการข่าวกรอง-ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วคุมพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียกเลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด https://thestandard.co/pm-southern-border-11-bombs-aid/ Wed, 14 Jan 2026 03:42:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1164988 นายกฯ เรียก เลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด

วานนี้ (13 มกราคม) เวลา 23.00 น. ทันทีที่ อนุทิน ชาญวีร […]

The post นายกฯ เรียกเลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียก เลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด

วานนี้ (13 มกราคม) เวลา 23.00 น. ทันทีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ได้เรียกด่วน ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อรายงานสถานการณ์กรณีเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น หลังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุระเบิดพร้อมกัน 11 จุด ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

 

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม อาทิ การจัดหาพื้นที่รองรับการค้าชั่วคราว พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิและสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

 

“การเยียวยาต้องเร็วที่สุด ด่วนที่สุด และต้องได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จในวันใด ซึ่งผมจะติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองแบบวันต่อวัน”

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านงานข่าวในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

“เราในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หากติดขัดปัญหาเรื่องการช่วยเหลือให้แจ้งมาทันที ทางรัฐบาลพร้อมสนับสนุน” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

The post นายกฯ เรียกเลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงคืบหน้าบึ้ม-เผาปั๊ม 11 จุด พบหลักฐานโยงบีอาร์เอ็น ใช้ระเบิดถังแก๊ส-รีโมตจุดชนวน https://thestandard.co/isoc-4-bomb-brn-gas/ Tue, 13 Jan 2026 06:07:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1164547 กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงคืบหน้าบึ้ม-เผาปั๊ม 11 จุด พบหลักฐานโยง บีอาร์เอ็น ใช้ระเบิดถังแก๊ส-รีโมตจุดชนวน

วันนี้ (13 มกราคม) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรัก […]

The post กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงคืบหน้าบึ้ม-เผาปั๊ม 11 จุด พบหลักฐานโยงบีอาร์เอ็น ใช้ระเบิดถังแก๊ส-รีโมตจุดชนวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงคืบหน้าบึ้ม-เผาปั๊ม 11 จุด พบหลักฐานโยง บีอาร์เอ็น ใช้ระเบิดถังแก๊ส-รีโมตจุดชนวน

วันนี้ (13 มกราคม) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร แถลงข่าวความคืบหน้าเหตุลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและสื่อสารข้อมูลที่เป็นเอกภาพ โดยมีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วม ประกอบด้วย พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พ.ต.อ. ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พ.ท. เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์และรองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

พ.อ. ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงภาพรวมว่า ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด บูรณาการงานข่าวร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด และตรวจเข้มจุดผ่านแดนเพื่อควบคุมพื้นที่อย่างละเอียด ตลอดจนวางแผนเส้นทางปลอดภัยเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

 

พ.ต.อ. ธัชพิชัย รายงานความคืบหน้าทางคดีว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุครบทั้ง 11 จุด พบวัตถุพยานเป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊ส ถังดับเพลิง และกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบนาฬิกาและรีโมตคอนโทรล ส่วนปลอกกระสุนปืนจากเหตุที่ตำบลท่าสาป พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบีอาร์เอ็น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เชิงลึกเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

พ.ท. เชิด เปิดเผยหลักเกณฑ์เยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี 31 พฤษภาคม 2548 โดยจะประเมินทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ และพิจารณาจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าไม่เกินร้อยละ 50 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ทั้งนี้หากงบเยียวยาเกิน 100 ล้านบาท ในช่วงรัฐบาลรักษาการ จะต้องเร่งนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

 

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการก่อเหตุรุนแรงที่ทำลายระบบเศรษฐกิจและซ้ำเติมประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้เห็นต่างหันมาใช้แนวทางสันติวิธีในการพูดคุย และขอความร่วมมือประชาชนหากพบเหตุผิดปกติ แจ้งได้ที่สายด่วน 1341 หรือสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-173-2999 ตลอด 24 ชั่วโมง

The post กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงคืบหน้าบึ้ม-เผาปั๊ม 11 จุด พบหลักฐานโยงบีอาร์เอ็น ใช้ระเบิดถังแก๊ส-รีโมตจุดชนวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ รับเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ประกอบหลายปัจจัย ชี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคายนาด้านการข่าว https://thestandard.co/pm-southern-border-unrest-intelligence-overhaul/ Mon, 12 Jan 2026 09:36:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1164255 The provided headline already conforms to the Khaosod/Thairath spacing rule, as there are no instances where a proper noun immediately follows a verb, requiring an additional space. Therefore, no changes are needed. Headline: นายกฯ รับเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ประกอบหลายปัจจัย ชี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคายนาด้านการข่าว

วันนี้ (12 มกราคม) เวลา 13.05 น. ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ช […]

The post นายกฯ รับเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ประกอบหลายปัจจัย ชี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคายนาด้านการข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
The provided headline already conforms to the Khaosod/Thairath spacing rule, as there are no instances where a proper noun immediately follows a verb, requiring an additional space. Therefore, no changes are needed. Headline: นายกฯ รับเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ประกอบหลายปัจจัย ชี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคายนาด้านการข่าว

วันนี้ (12 มกราคม) เวลา 13.05 น. ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ว่า ได้หารือกับพล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4, พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก, ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญ รองเสนาธิการทหารสูงสุด พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มาหารือเพิ่มเติม ให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด สืบสวนหาที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร

 

ส่วนของศอ.บต. ให้เร่งดำเนินการดูแลผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7 ราย และการช่วยเหลือเยียวยา รวมถึงให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น คือ ปั๊มน้ำมันปตท. ทั้งหมด ซึ่งตนได้โทรหา วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานคณะกรรมการปตท. ให้ปตท. หาวิธีและหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะถ้าผู้ประกอบการบอกว่าเลิกทำแล้ว จะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจผู้ประกอบการเหล่านี้เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยที่จะครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้าย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นยังยืนยันว่าไม่ใช่การก่อความไม่สงบ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะบอกว่าไม่ใช่การก่อความไม่สงบได้อย่างไร เพราะเกิดขึ้นทั้ง 3 จังหวัด และมีการเน้นเป้าหมาย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า หลายอย่างรวมกัน ได้สอบถามและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้วิเคราะห์และประเมิน ให้ฟังคร่าวๆ มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี ความไม่ต้องการเห็นสันติสุขความสงบสุขเกิดขึ้น รวมถึงก่อนที่จะมีการต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มักจะเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ตามที่เคยเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง แต่การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ หรือสุดความสามารถที่จะทราบได้ แต่ในฐานะที่เป็นผู้บริหารก็ต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ จะต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การเลือกตั้งระดับประเทศที่จะมีขึ้น จะมีการกำชับเข้มงวดหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัย และป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 บอกว่าช่วงที่เกิดเหตุ เป็นช่วงรอยต่อพอดี เพราะมีการระดมกำลังพลไปดูช่วงวันเด็กด้วย และเกิดเหตุในเช้าวันอาทิตย์ขึ้นมา ตนได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 และแจ้ง เลขาศอ.บต. ว่าเกิดเหตุแบบนี้ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอด้วย ถึงอย่างไรก็อยู่ในความรับผิดชอบ

The post นายกฯ รับเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ประกอบหลายปัจจัย ชี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคายนาด้านการข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนร้ายลอบวางเพลิง-วางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจ็บ 1 นาย แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด https://thestandard.co/arson-bomb-ptt-11-stations-south/ Sun, 11 Jan 2026 03:04:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1163804 คนร้ายลอบวางเพลิง-วางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจ็บ 1 นาย แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด

เมื่อกลางดึกวานนี้ (10 มกราคม) เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิ […]

The post คนร้ายลอบวางเพลิง-วางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจ็บ 1 นาย แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนร้ายลอบวางเพลิง-วางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจ็บ 1 นาย แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด

เมื่อกลางดึกวานนี้ (10 มกราคม) เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงและวางระเบิดในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. หลายแห่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก เบื้องต้นมีตำรวจจาก สภ.ระแงะ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

 

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย

 

จังหวัดยะลา: ปตท.บันนังดามา อ.กาบัง, ปตท. 418 ท่าสาป (ขาเข้า) อ.เมืองยะลา, ปตท.บูเกะคละ อ.เมืองยะลา และ ปตท.บันนังสตา อ.บันนังสตา

 

จังหวัดปัตตานี: ปตท.บานา อ.เมืองปัตตานี และ ปตท.กะพ้อ อ.กะพ้อ

 

จังหวัดนราธิวาส: ปตท.แว้ง อ.แว้ง, ปตท.เจาะไอร้อง อ.เจาะไอร้อง, ปตท.ดุซงญอ (อ.จะแนะ), ปตท.ตันหยงมัส และ ปตท.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก

 

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน

 

ด้าน พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มีคำสั่งให้ทุกหน่วยในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด พร้อมเตรียมพร้อมเผชิญเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

 

ขณะเดียวกัน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง สังเกตบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หากพบความผิดปกติสามารถแจ้งสายด่วน กอ.รมน. ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ทั้งนี้ ทางการย้ำเตือนว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหลบซ่อน ให้ที่พักพิง หรือสนับสนุนเสบียงอาหาร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

The post คนร้ายลอบวางเพลิง-วางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เจ็บ 1 นาย แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ https://thestandard.co/jenny-festival/ Wed, 26 Nov 2025 07:25:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1147902 Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ท่ามกลางสถานการณ์มหาอุทกภัยที่ถาโ […]

The post คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ท่ามกลางสถานการณ์มหาอุทกภัยที่ถาโถมพี่น้องชาวใต้ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ หรือเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ได้จัดสรรพื้นที่ ร้าน Nigiwai ซอยสายไหม 73 กรุงเทพมหานคร ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งพลังน้ำใจ ในชื่อ ‘เทศกาลเจนนี่ ช่วยน้ำท่วมใต้’

 

ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 09.00-00.00 น. มีจิตอาสาหลั่งไหลมารวมตัวกัน ช่วยคัดแยกสิ่งของบริจาคเร่งด่วน เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาพื้นฐาน ผ้าอนามัย และของใช้จำเป็น ไปจนถึงการแพ็คถุงยังชีพอย่างขะมักเขม้น แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยที่ต้องการส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยไม่ทิ้งกันในยามวิกฤต

 

ทั้งนี้ ในวันนี้ (26 พฤศจิกายน) ขบวนรถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 6 คัน จะขนของบริจาคทั้งหมดไปยังพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หลังจากวานนี้ มีขบวนรถบรรทุกของบริจาคไปในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูลแล้ว

 

Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 1Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 2Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 3Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 4Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 5Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 6Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 7Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 8Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 9Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 10Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 11Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 12Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the most appropriate place to add a space in this headline is before ภาคใต้ (southern region). While ภาคใต้ directly follows the noun น้ำท่วม, it is part of a longer phrase ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ where the verb ช่วย (help) implies assistance to the people *in* that specific region, making ภาคใต้ a proper noun directly related to the action of the verb in a broader sense. Original: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ Reformatted: คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้ 13

The post คนกรุงไม่ทิ้งกัน ‘เทศกาลเจนนี่’ รวมพลังอาสา ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ เร่งรัดรัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา https://thestandard.co/party-aids-south-flood-war-room/ Sun, 23 Nov 2025 06:44:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1146414 พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม ภาคใต้ เร่งรัด รัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ร […]

The post พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ เร่งรัดรัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม ภาคใต้ เร่งรัด รัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาชน เข้าพื้นที่น้ำท่วมในอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย ปกรณ์ อารีกุล อดีตผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรคก้าวไกล โดยได้นำน้ำดื่มและข้าวสารอาหารแห้งมอบให้ประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วมสูง จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

ภคมนกล่าวว่า น้ำท่วมในภาคใต้รอบนี้ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ ปริมาณน้ำสะสมสูงสุดในรอบกว่าสิบปี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกัยสถานการณ์ฝนในภาคใต้ รวมถึงตอนนี้เรามีระบบ SMS เตือนภัย รัฐบาลจึงควรเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ได้ล่วงหน้า ทั้งเรื่องศูนย์อพยพที่ปลอดภัยและสะดวก การแจ้งจุดที่ตั้งและเส้นทางอพยพ การระดมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำรงชีพและช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง กลับพบว่าการเตรียมการหน้างานและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานรัฐยังขาดประสิทธิภาพ นี่คือโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องทบทวนและแก้ไข

 

ภคมนให้ข้อเสนอเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำทันที คือการตั้ง ‘วอร์รูมน้ำท่วมภาคใต้’ เพื่อบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีการแถลงสถานการณ์รายวัน เพราะเชื่อว่าถ้าประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ได้รับข้อมูลที่แม่นยำรวดเร็ว จะสามารถรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที

 

รวมถึงจากการลงพื้นที่ของทีมพรรคประชาชนพบว่าเครื่องมือที่กำลังขาดแคลนคือเรือท้องแบน หน่วยงานรัฐควรจัดหาให้เพิ่มเติมด้วย

 

นอกจากนี้ ทีมงานจังหวัด ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ได้กระจายกันออกให้ความช่วยเหลือ มอบน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้ง และตั้ง ‘โรงครัวส้ม’ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยในพื้นที่นครศรีธรรมราช มีการตั้งครัวส้มใน 6 อำเภอ ได้แก่ เมือง ปากพนัง ท่าศาลา ชะอวด ทุ่งใหญ่ สิชล ขณะที่จังหวัดสงขลาและสามจังหวัดชายแดนใต้ พรรคประชาชนได้ร่วมกับภาคประชาชน กลุ่มส้มซ่อม กลุ่มประชาชนอาสา เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เช่น การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ช่วยประชาชนขนย้ายสิ่งของ

 

พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม ภาคใต้ เร่งรัด รัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา 1
พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม ภาคใต้ เร่งรัด รัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา 2
พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม ภาคใต้ เร่งรัด รัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา 3
พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม ภาคใต้ เร่งรัด รัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา 4

The post พรรคประชาชนกระจายกำลังช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ เร่งรัดรัฐบาลตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ แวะขอพรพระนอนหาดใหญ่ให้ไทยมีชัยชนะ ใครไม่หวังดีกับประเทศต้องพินาศ https://thestandard.co/anutin-visit-injured-soldiers-songkhlanakarin-hospital/ Sat, 11 Oct 2025 12:01:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1129468 anutin-visit-injured-soldiers-songkhlanakarin-hospital

วันนี้ (11 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ แวะขอพรพระนอนหาดใหญ่ให้ไทยมีชัยชนะ ใครไม่หวังดีกับประเทศต้องพินาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
anutin-visit-injured-soldiers-songkhlanakarin-hospital

วันนี้ (11 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมกำลังพล ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 4 นาย ได้แก่ ร.ต.ต. สมชาย ปานเจี้ยง, ส.อ. บุริศวร์ ระดาชัย , อส.ทพ. พันธกานต์ อินทะเขื่อน และ อส.ทพ. สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบของเยี่ยมให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP

 

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังเยี่ยมให้กำลังผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ว่า ทุกคนพ้นขีดอันตราย มีสติสัมปชัญญะที่ดี ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ส่วนการเยียวยายืนยันว่า เราเต็มที่อยู่แล้ว เพราะมีกฎระเบียบดูแลผู้ที่ได้ประสบอุบัติเหตุ โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดให้ดูแล

 

นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า อาจารย์แพทย์ ได้มอบพระไพรีพินาศ ซึ่งเป็นพระที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดสร้างขึ้น ซึ่งถือเป็นสิริมงคล ไม่ต้องการให้ใครพินาศ แต่ให้ศัตรูพินาศ ศัตรูของบ้านเมือง

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้แวะไหว้พระ ที่วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำเชิญของมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)  โดยได้เข้าสักการะองค์พระพุทธมหัตตมงคล และปิดทองหัวใจพระนอน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและคณะ 

 

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตนเองได้อธิษฐานขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ต่อผู้ที่ไม่ประสงค์ดี โดยปราศจากเงื่อนไข ทั้งเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และทุกอย่าง ใครไม่หวังดีกับประเทศไทยต้องพินาศ และไม่ได้ขอพรเรื่องการเมืองเลย

 

ก่อนเดินทางกลับ เจ้าอาวาสได้ให้พรขอนายกรัฐมนตรีให้มีแรง ขอให้มีฤทธิ์ ขอให้มีกำลัง และยังขอให้โชคดี ซึ่งก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถเดินทางกลับ มีประชาชนที่อยู่ภายในวัดมาขอถ่ายรูปกับและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการทำงานอีกด้วย

 

นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้

The post นายกฯ เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ แวะขอพรพระนอนหาดใหญ่ให้ไทยมีชัยชนะ ใครไม่หวังดีกับประเทศต้องพินาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินลุยปัตตานีสั่งแก้ปัญหาชายแดนใต้ ห่วงความปลอดภัยประชาชน ด้านสมศักดิ์เดินหน้าคุยสันติสุข จ่อคุยทุกกลุ่มไม่ใช่แค่ BRN https://thestandard.co/anutin-pattani-southern-border-security-integration/ Sat, 11 Oct 2025 08:04:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1129404

วันนี้ (11 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post อนุทินลุยปัตตานีสั่งแก้ปัญหาชายแดนใต้ ห่วงความปลอดภัยประชาชน ด้านสมศักดิ์เดินหน้าคุยสันติสุข จ่อคุยทุกกลุ่มไม่ใช่แค่ BRN appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรี พล.อ. สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ 

 

อนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนและคณะ มาตรวจเยี่ยมหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความห่วงใยต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคน เพราะสถานการณ์ยังมีความอ่อนไหวและมีความท้าทาย จึงขอให้แม่ทัพภาค 4 นำความผาสุกมาสู่สังคมและประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ่อยในระยะที่ผ่านมา  

 

ต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยยังคงนโยบายต่อไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า จะแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้และพื้นที่อื่นๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นเอกภาพและประสานสอดคล้องกันอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ

 

จากนั้น อนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ได้รับฟังสถานการณ์หน่วยงานหลักที่ประจำอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ความมั่นใจว่าให้ทุกฝ่ายบูรณาการการทำงานด้วยกันอย่างเต็มที่ ในส่วนของตนซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการกํากับดูแลกระทรวงมหาดไทย ขอให้การทำงานกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันในสมัยก่อนหน้านี้ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด ยกระดับด้านการข่าว เน้นความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสําคัญที่สุด  

 

ชี้ภูมิประเทศอํานวยอำนวยให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีข้ามแดน

 

ส่วนการติดตามคนร้ายจากเหตุการณ์ปล้นทองที่เกิดขึ้นนั้น อนุทินระบุว่า กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค 9 ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มักจะเกิดเหตุบ่อยครั้งและสภาพภูมิประเทศอํานวยให้ผู้ที่ก่อเหตุ สามารถหลบข้ามแดนได้ในระยะเวลาอันสั้น เราจึงต้องมีการตั้งจุดตรวจและการลาดตระเวน ปิดกั้นช่องทางออกทางธรรมชาติให้มากที่สุด  

 

ส่วนกระบวนการพูดคุยสันติภาพ อนุทินระบุว่า พล.อ. สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยทํางานร่วมกันมาแล้ว 2-3 รัฐบาลก่อน ตั้งแต่เป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และเชื่อว่าสถานการณ์มีความคืบหน้าแน่นอน 

 

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาร่วมประชุม เนื่องจากเกี่ยวพันกับการสานสัมพันธ์กับทางมาเลเซีย เพราะเป็นประเทศที่ร่วมมือกับไทยมาโดยตลอด รวมถึงปัญหากับทางกัมพูชา ทางมาเลเซียก็พยายามทําให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว ซึ่งในวันที่ 12 ตุลาคม สีหศักดิ์ก็จะเดินทางไปมาเลเซียเพื่อพบกับทีมของกัมพูชาในระดับรัฐมนตรี

อนุทินกล่าวอีกว่า อะไรที่นำไปสู่การเจรจาลดความรุนแรง นำไปสู่สันติภาพเราให้ความร่วมมือ จุดยืนของเราไม่มีเปลี่ยนแปลง เราไม่พูดคุยไม่ได้ แต่จุดยืน 4 ข้อ ต้องได้รับการตอบสนอง ก่อนการบรรลุข้อตกลงใดๆ

 

ห่วงความปลอดภัยประชาชน

 

ส่วนแผนระยะยาวที่จะทํารั้วตลอดแนวชายแดน อนุทินกล่าวว่า ทางกองทัพยืนยันว่าจะดําเนินการทุกอย่างในการรักษาอธิปไตย ไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้นที่มีการล่วงละเมิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่ออธิปไตยของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราพร้อมดําเนินการไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น 

 

ส่วนความเป็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อนุทินระบุว่า “ผมห่วงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก แต่ผมไม่ห่วงเรื่องความสามารถของกองทัพไทย ผมไม่ห่วงเรื่องความสามารถในการดําเนิน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศ ผมไม่ห่วงเรื่องความตั้งใจของผมที่จะสนับสนุนในทุกภารกิจที่จะทําให้ผลลัพธ์บรรลุผลสําเร็จเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย” 

 

คณะพูดคุยสันติสุขฯ ​คล้ายเดิม​ ย้ำต้องบทบาทฝ่ายไทย​ 

 

ด้าน พล.อ. สมศักดิ์กล่าวถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะพูดคุยสันติสุขฯ ว่า ตอนนี้รอคําสั่งอยู่ แต่จะคล้ายองค์ประกอบเดิมที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ขอให้ทําในภาพรวม ซึ่งการพูดคุยเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ เช่น กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า, ตำรวจ, กระบวนการยุติธรรม และศอ.บต. ที่ตนต้องเข้าไปช่วยบูรณาการสิ่งเหล่านี้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกื้อกูลให้เกิดการพูดคุย 

 

พล.อ. สมศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนจะดูส่วนระหว่างประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า จะเป็นผู้ดูแลภายในประเทศ ซึ่งอาจจะมีรอยต่อที่ทางกองทัพจะต้องเข้ามาช่วยดูแล 

 

จ่อเพิ่มบทบาทไทย​ หลังคล้อยตามมาเลเซียมากเกิน พร้อมคุยทุกกลุ่มไม่ใช่แค่ BRN

 

พล.อ. สมศักดิ์กล่าวอีกว่า เรามีระยะเวลาไม่มากจึงอาจต้องใช้มาเลเซียเป็นผู้อํานวยความสะดวกไปก่อน เพราะไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร และอยากให้เขาเห็นถึงความจําเป็นในการกําหนดบทบาทของฝั่งไทยให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราอาจคล้อยตามมาเลเซียมากไปจึงต้องมีความเข้มข้นในส่วนของฝั่งไทย หรืออาจจะต้องใช้ผู้อํานวยความสะดวกเพิ่มเติมก็จะต้องมีการพูดคุย ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะใช้เวลาในการพูดคุยเท่าใด แต่จะพยายามพูดคุยทุกกลุ่มไม่ใช่เฉพาะแค่กลุ่ม BRN กลุ่มเดียว ซึ่งหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมตนจะแจ้งให้ทราบ

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

 

อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานี อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานี อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานี อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานี อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานี อนุทิน ลงพื้นที่ปัตตานี

The post อนุทินลุยปัตตานีสั่งแก้ปัญหาชายแดนใต้ ห่วงความปลอดภัยประชาชน ด้านสมศักดิ์เดินหน้าคุยสันติสุข จ่อคุยทุกกลุ่มไม่ใช่แค่ BRN appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ส่งรอง 2 รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ติดตามคดี-ทบทวนแผนมั่นคง หลังเกิดเหตุบุกปล้นร้านทองห้างดังนราธิวาส https://thestandard.co/police-chief-su-ngai-kolok-gold-robbery-progress-challenges/ Wed, 08 Oct 2025 06:08:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1128031 police-chief-su-ngai-kolok-gold-robbery-progress-challenges

วันนี้ (8 ตุลาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญช […]

The post ผบ.ตร. ส่งรอง 2 รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ติดตามคดี-ทบทวนแผนมั่นคง หลังเกิดเหตุบุกปล้นร้านทองห้างดังนราธิวาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-chief-su-ngai-kolok-gold-robbery-progress-challenges

วันนี้ (8 ตุลาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ คนร้ายประมาณ 10 คน บุกปล้นร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก และได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงเพื่อกำหนดมาตรการรับมือ

 

ผบ.ตร. ระบุว่า ได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 มิติ คือ การป้องกันปราบปราม และ การสืบสวนสอบสวน หลังเกิดเหตุ โดยยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความ เฉพาะในการเกิดเหตุและหลบหนี ทำให้การปฏิบัติงานมีความยากลำบากพอสมควร อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้เร่งรัด ติดตามจับกุมและติดตามทรัพย์กลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่ไปรับผิดชอบและ ทบทวนมาตรการป้องกันเหตุ โดยร่วมวางแผนปฏิบัติการกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ให้มากขึ้น เนื่องจากต้องยึดเรื่องความมั่นคงเป็นหลักก่อน

 

ในส่วนของงานสืบสวนสอบสวน ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามและประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ พล.ต.อ.สำราญ ลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความคืบหน้าของคดีปล้นร้านทองด้วย

 

“การที่มอบให้รอง ผบ.ตร. ทั้งสองคนไปติดตามดูแล เป็นการมอบหมายตามลักษณะงานปกติ” ผบ.ตร. กล่าว พร้อมยืนยันว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการจังหวัดนราธิวาส มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไม่ให้เกิดเหตุ

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า ตำรวจในพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ไม่ได้บกพร่อง แม้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก 4-5 เหตุการณ์ โดยชี้ว่าผู้ก่อเหตุมักมองหา ช่องว่างในการก่อเหตุ และวิธีการหลบหนีมีความเฉพาะตัวและแยบยล มีการป้องกันระวังตัวเองอย่างสูง ทำให้การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต้องมีความรอบคอบ และใช้ยุทธวิธีที่แตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป

 

ผบ.ตร. เน้นย้ำว่า ฝ่ายตรงข้ามหาช่องว่างในการก่อเหตุ ซึ่งช่องว่างเหล่านี้จะถูกนำมา วางแผนเป็นยุทธวิธี และหารือกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ต่อไป

 

พร้อมกันนี้ ผบ.ตร. ได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ลงไปควบคุมงานสืบสวนในพื้นที่ปล้นทอง โดยยืนยันว่ายังไม่มีคำสั่งดังกล่าว และไม่ได้หมายความว่าผู้บัญชาการฯ ภาค 9 ไม่มีความสามารถ โดย พล.ต.ท.นพศิลป์ จะยังคงดูแลงานที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพฯ ต่อไป

The post ผบ.ตร. ส่งรอง 2 รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ติดตามคดี-ทบทวนแผนมั่นคง หลังเกิดเหตุบุกปล้นร้านทองห้างดังนราธิวาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมลรับกล้าธรรมเนื้อหอมปานกลาง จ่อปักธง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่รู้ดีลเดชอิศม์ซบกล้าธรรม https://thestandard.co/kla-tham-eyes-southern-border/ Tue, 07 Oct 2025 06:53:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1127534 นฤมลรับ กล้าธรรมเนื้อหอมปานกลาง จ่อปักธง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่รู้ดีลเดชอิศม์ซบ กล้าธรรม

วันนี้ (7 ตุลาคม) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระท […]

The post นฤมลรับกล้าธรรมเนื้อหอมปานกลาง จ่อปักธง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่รู้ดีลเดชอิศม์ซบกล้าธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมลรับ กล้าธรรมเนื้อหอมปานกลาง จ่อปักธง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่รู้ดีลเดชอิศม์ซบ กล้าธรรม

วันนี้ (7 ตุลาคม) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวผู้ที่มาสมัครร่วมงานกับพรรค ในวันนี้ ว่า ยังไม่ใช่เป็นการเปิดตัวผู้สมัคร สส. แต่เป็นการเปิดรับผู้ที่จะมาร่วมเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งการจะมีข้อสรุปว่าใครจะลงสมัครเขตไหน จังหวัดใด ต้องผ่านกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส. ตอนนี้ยังไม่มีการสรุป เพราะยังคงมีผู้สนใจมาร่วมงานกับพรรคมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะคัดคนที่ศักยภาพสูงสุดเข้าไปรับใช้ประชาชน

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมค่อนข้างจะเนื้อหอม นฤมลกล่าวว่า อาจจะแค่หอมเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าพื้นที่ที่เราอยากจะเข้าไปรับใช้ประชาชนมาก คือ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยากจะเน้นทั่วประเทศไทย แต่เนื่องจากเรามี สส. รวมถึงที่เป็นรัฐมนตรีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากที่จะเข้าไปรับใช้ประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าเราจะมี สส. ในพื้นที่ภาคใต้และทั่วประเทศไทย เพิ่มหรือไม่

 

เมื่อถามอีกว่า ในพื้นที่ภาคใต้หากมีพื้นที่ที่พรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทย ชนกันจะหลบให้กันหรือไม่ นฤมลกล่าวว่า เดี๋ยวคงต้องคุยกัน แต่คงไม่ได้เรียกว่าหลบกัน ซึ่งจะต้องหารือ ถึงอย่างไรก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันอยู่แล้ว

 

ส่วนความชัดเจนที่ เดชอิศม์ ขาวทอง สส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จะมาร่วมพรรคกล้าธรรมนั้น นฤมลกล่าวว่า ยังไม่ทราบเลย ส่วนตัวยังไม่เคยได้คุยกับเดชอิศม์เลย และไม่ทราบว่ามี สส. ในพรรคได้คุยกับเดชอิศม์หรือยัง ส่วน ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม บางครั้งท่านก็เล่าให้ฟัง บางครั้งท่านก็อาจจะไม่ว่างเล่า หรืออาจจะมีข้อมูลไม่ครบ

 

ส่วนกรณี เดชอิศม์ได้ประเมินหรือไม่ว่า หากดึงมาร่วมกับพรรคกล้าธรรมอาจจะมีปัญหากับพรรคภูมิใจไทย นฤมลกล่าวว่า กรณีของเดชอิศม์ยังไม่เคยนำเข้ามาคุยในพรรคเลย เห็นแต่ในข่าว ส่วนที่ ร.อ. ธรรมนัส มอบหมายให้ หิมาลัย ผิวพรรณ ไปคุยกับเดชอิศม์นั้น เขาก็ไปคุยกันแต่ยังไม่ได้กลับมาเล่าอะไรให้ฟัง ยังมีเวลาที่จะหารือ

The post นฤมลรับกล้าธรรมเนื้อหอมปานกลาง จ่อปักธง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่รู้ดีลเดชอิศม์ซบกล้าธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
มทภ.1 ทำพิธีส่งทหาร 800 นาย ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ดูแลความมั่นคงของประเทศ https://thestandard.co/army1st-southernborder-mission-narathiwat/ Mon, 06 Oct 2025 06:01:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1127000 Army1st-SouthernBorder-Mission-Narathiwat

วันนี้ (6 ตุลาคม) พล.ท. วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ […]

The post มทภ.1 ทำพิธีส่งทหาร 800 นาย ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ดูแลความมั่นคงของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Army1st-SouthernBorder-Mission-Narathiwat

วันนี้ (6 ตุลาคม) พล.ท. วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีส่งกำลังพลกองทัพบกไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นำกำลังพลจำนวนกว่า 800 นาย จากกองพลทหารราบที่ 11, กองพลทหารราบที่ 9 และมณฑลทหารบกที่ 11 เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดได้เข้าประจำการในหน่วยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล โดยเน้นย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้เป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการทำงานในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนและมีความท้าทายสูง

 

ขอให้ทุกนายตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ และยึดมั่นในหน้าที่ของตน พร้อมทั้งระมัดระวัง ไม่ประมาท และตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ

 

แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวด้วยว่า กำลังพลทุกนายคือ ตัวแทนของกองทัพภาคที่ 1 ที่จะเข้าไปร่วมปฏิบัติภารกิจร่วมกับกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 ในฐานะทหารกองทัพบกเช่นเดียวกัน ซึ่งจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อให้บรรลุภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งอวยพรให้ทุกนายประสบแต่ความโชคดี ปลอดภัย และสามารถปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายอย่างสมเกียรติ

 

ทั้งนี้ ได้มีพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพล โดยได้เชิญ พระอาจารย์เอกชัย สิริญาณโณ เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีร่มเย็น จังหวัดเชียงราย ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจก่อนออกปฏิบัติภารกิจ พร้อมทั้งมีพิธีมอบเหรียญที่ระลึกแก่กำลังพลที่เข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วย

 

พิธีส่งกำลังพลกองทัพบก พิธีส่งกำลังพลกองทัพบก พิธีส่งกำลังพลกองทัพบก พิธีส่งกำลังพลกองทัพบก

The post มทภ.1 ทำพิธีส่งทหาร 800 นาย ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ดูแลความมั่นคงของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมชี้ อย่าโยงเหตุลอบวางระเบิดสนามบินภูเก็ตกับการก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนใต้ ห่วงประเทศเสียประโยชน์ สร้างกระแสความหวาดกลัว https://thestandard.co/phuket-airport-bombing-investigation/ Thu, 26 Jun 2025 04:38:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1089334 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่สนามบินภูเก็ต

วันนี้ (26 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย […]

The post ภูมิธรรมชี้ อย่าโยงเหตุลอบวางระเบิดสนามบินภูเก็ตกับการก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนใต้ ห่วงประเทศเสียประโยชน์ สร้างกระแสความหวาดกลัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่สนามบินภูเก็ต

วันนี้ (26 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ติดตั้งวัตถุระเบิดนำไปจอดที่ลานจอดรถสนามบินภูเก็ตว่า เรื่องที่จังหวัดภูเก็ตยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นสนามบินภูเก็ตเหตุการณ์อะไร มีเพียงแค่พลเมืองดีแจ้งมาว่าพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบและนำสารประกอบและชิ้นส่วนให้กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ นำไปตรวจสอบ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ส่วนสารที่พบในรถจักรยานยนต์เป็นสารที่เกี่ยวกับการทำระเบิดหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องรอการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้จะทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ใช่ หากไปบอกว่ามันเป็นโน่นเป็นนี่ก็จะเป็นการสร้างกระแสที่ทำให้มันมีปัญหาได้ เรายืนยันว่าไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องนั้น 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ด้านความมั่นคงได้รายงานหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภูมิธรรมระบุว่า จังหวัดภูเก็ตไม่ค่อยได้มีปัญหาเชื่อมโยงกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นการไปโยงเรื่องนี้มันจะมีแต่เสียประโยชน์ของประเทศมากกว่าที่สร้างความหวาดกลัวอะไรต่างๆ ก็อยากให้ใช้ดุลพินิจในการลงข่าวให้ชัดเจนมากขึ้น อย่าไปคาดการณ์ เพราะการคาดการณ์มันจริงหรือไม่จริงเราไม่รู้ แต่มันเสียหายไปก่อนแล้ว จึงอยากให้ใช้ดุลพินิจด้วย

The post ภูมิธรรมชี้ อย่าโยงเหตุลอบวางระเบิดสนามบินภูเก็ตกับการก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนใต้ ห่วงประเทศเสียประโยชน์ สร้างกระแสความหวาดกลัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ทัพภาค 4 ยืนยัน ปมจับร้านอาวุธปืนในค่ายวชิราวุธ ไม่เชื่อมโยงเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ย้ำกองทัพเดินหน้าสร้างสันติสุข https://thestandard.co/army-investigation-guns/ Thu, 29 May 2025 10:22:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1080071 army-investigation-guns

วันนี้ (29 พฤษภาคม) พล.ท. ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 […]

The post แม่ทัพภาค 4 ยืนยัน ปมจับร้านอาวุธปืนในค่ายวชิราวุธ ไม่เชื่อมโยงเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ย้ำกองทัพเดินหน้าสร้างสันติสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
army-investigation-guns

วันนี้ (29 พฤษภาคม) พล.ท. ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงข่าวชี้แจงกรณีการจับกุมร้านจำหน่ายอุปกรณ์อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน ภายในร้านค้าสวัสดิการค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยยืนยันว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่พบเป็นชนิดที่ซื้อขายกันทั่วไป ไม่ใช่อาวุธสงคราม และไม่มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่มีความกังวล

 

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันสืบสวนสอบสวนจนนำไปสู่การรับสารภาพถึงที่มาของอาวุธที่ตรวจพบว่าเป็นอาวุธใหม่ทั้งหมด สามารถซื้อขายได้ตามท้องตลาด และเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อในภาคใต้ ไม่ใช่กลุ่มขบวนการ แต่เป็นเรื่องของบุคคลที่ใช้ชื่อกำลังพลภายในค่ายเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านค้าเชิงพาณิชย์จำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งอาวุธปืน เครื่องทหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และรับส่งพัสดุเอกชน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผลเพิ่มเติม

 

พล.ท. ไพศาล เน้นย้ำว่า กองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้เห็นต่างที่มีการพัฒนาบุคคลรุ่นใหม่ที่นิยมความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการตรวจพบอาวุธปืนในหน่วยทหารนั้น กองทัพจะดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุดหากพบว่ากำลังพลมีส่วนเกี่ยวข้องจริง พร้อมกำชับหน่วยทหารทุกแห่งห้ามมีการแอบอ้าง ซุกซ่อน หรืออำพรางสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่โดยเด็ดขาด และพร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชนในทุกเหตุการณ์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่มีความกังวลใจ และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งมั่น ขับเคลื่อนอย่างประสานสอดคล้อง” พล.ท. ไพศาล กล่าว

 

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวด้วยว่า ประชาชนทุกคนที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ในพื้นที่ต่างเข้าใจบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ดี เพราะทุกเหตุการณ์ล้วนมีเหตุและผล ซึ่งการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่จะยึดหลักกฎหมาย รวบรวมพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

The post แม่ทัพภาค 4 ยืนยัน ปมจับร้านอาวุธปืนในค่ายวชิราวุธ ไม่เชื่อมโยงเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ ย้ำกองทัพเดินหน้าสร้างสันติสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
มท.1 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้ วาง 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจ อส. และเพิ่มมาตรการรับมือก่อเหตุความไม่สงบ https://thestandard.co/thai-interior-minister-southern-security/ Thu, 08 May 2025 14:26:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1072594 thai-interior-minister-southern-security

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไ […]

The post มท.1 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้ วาง 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจ อส. และเพิ่มมาตรการรับมือก่อเหตุความไม่สงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-interior-minister-southern-security

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน มีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่ถือเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนและสถานการณ์ความไม่สงบอย่างมาก 

 

ดังนั้น อนุทินจึงได้สั่งการด่วนที่ด่วนที่ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด ให้กำชับ 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่ ด้วยการเพิ่มมาตรการระวังป้องกันและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 

 

พร้อมทั้งขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ และเจ้าหน้าที่ที่สังกัดกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดให้อยู่ภายในพื้นที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน จัดเตรียมทรัพยากร เพื่อเสริมภารกิจ และจัดกำลังพลเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่และชุมชนต่างๆ 

 

สำหรับมาตรการระวังป้องกันและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 4 แนวทาง ดังนี้ 

 

  1. มาตรการด้านกำลังพล โดยให้ทุกกองร้อยรักษายอดกำลังพล และเตรียมพร้อมในการปฏิบัติ ณ ที่ตั้ง งดเวรลาพักของสมาชิก อส. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และกำชับกำลังพลในส่วนของชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้ออกนอกฐานปฏิบัติการในเวลากลางคืน และให้ประกอบเลี้ยงภายในฐานปฏิบัติการ 

 

  1. ด้านการเตรียมการป้องกันฐานปฏิบัติการ สถานที่ราชการ และทรัพย์สินของทางราชการ ด้วยการจัดให้มีเวรรักษาความปลอดภัยที่ตั้งฐานปฏิบัติการในลักษณะเตรียมพร้อมสูงสุด ผลัดเปลี่ยนเวรตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดทำเครื่องกีดขวาง เสริมความมั่นคงด้วยอุปกรณ์ป้อมสนามและรั้วลวดหนามหีบเพลง เพื่อความแข็งแรงของฐานปฏิบัติการ และสถานที่ราชการ และติดตั้งระบบไฟแสงส่องสว่างรอบที่ตั้งฐานปฏิบัติการ-สถานที่ราชการ อย่างเพียงพอ 

 

พร้อมทั้งจัดระบบสัญญาณเตือนภัยและอาวุธของยามรักษาการให้เหมาะสม มีระบบการควบคุมและบันทึกหลักฐานบุคคลหรือยานพาหนะผ่านเข้า-ออกที่ตั้งฐานปฏิบัติการ พร้อมจัดกำลังออกลาดตระเวนรอบที่ตั้งฐานปฏิบัติการ สถานที่ราชการ อย่างต่อเนื่อง มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อให้เกิดความชำนาญ สามารถปฏิบัติตามแผนฯ ได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งกำหนดพื้นที่ล่อแหลมหรือเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 

 

  1. ด้านการข่าว ด้วยการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านการข่าวอื่นๆ อย่างเป็นเอกภาพ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวจากทุกหน่วยและประชาชนทุกช่วงวัยในพื้นที่ และมีการติดต่อสื่อสารกับหน่วยเหนือ และหน่วยข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง 

 

  1. ด้านการรักษาความปลอดภัยอาวุธและยุทโธปกรณ์ของทางราชการ ด้วยการจัดทำบัญชีควบคุมการเบิก-จ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างถูกต้อง ชัดเจน ทั้งการเบิกจ่าย และการส่งคืนเข้าสู่คลัง 

 

ขณะที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด ให้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และเต็มความสามารถในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ประสานการทำงานร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงด้วยความใกล้ชิด 

 

“กระทรวงมหาดไทยพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข” อรรษิษฐ์กล่าว 

The post มท.1 ลงนามคำสั่งด่วนที่สุด ผู้ว่าฯ ชายแดนใต้ วาง 4 แนวทางปฏิบัติภารกิจ อส. และเพิ่มมาตรการรับมือก่อเหตุความไม่สงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด เกาะติดความรุนแรงชายแดนใต้ สั่งปรับแผนเน้นปฏิบัติการเชิงรุก https://thestandard.co/thai-pm-southern-violence-strategy/ Thu, 08 May 2025 12:56:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1072573 thai-pm-southern-violence-strategy

วันนี้ (8 พฤษภาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ผ […]

The post นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด เกาะติดความรุนแรงชายแดนใต้ สั่งปรับแผนเน้นปฏิบัติการเชิงรุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-pm-southern-violence-strategy

วันนี้ (8 พฤษภาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวส่วนถึงเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า วันนี้ดิฉันได้เชิญคณะเข้าพบหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าว นำโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก, มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

 

พล.อ. พนา ในฐานะรอง ผอ.กอ.รมน. ได้รายงานพร้อมยืนยันว่าจะต้องมีการปรับแผนให้มีการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการมากขึ้น ทั้งในส่วนของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นกองกำลังร่วมระหว่างทหาร ตำรวจ และ อส. ให้การปฏิบัติงานในพื้นที่มีความเข้มแข็งเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน

 

นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด

 

 

The post นายกฯ เรียกภูมิธรรม-ผบ.ทบ.-มาริษ ถกเครียด เกาะติดความรุนแรงชายแดนใต้ สั่งปรับแผนเน้นปฏิบัติการเชิงรุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารต่อสายอันวาร์ คุยปัญหาชายแดนใต้ ไทย-มาเลเซีย ร่วมมือยุติสถานการณ์ https://thestandard.co/paetongtarn-anwar-discuss-southern-violence/ Thu, 08 May 2025 11:13:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1072518 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือทางโทรศัพท์กับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเกี่ยวกับความร่วมมือยุติความรุนแรงชายแดนใต้

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไ […]

The post แพทองธารต่อสายอันวาร์ คุยปัญหาชายแดนใต้ ไทย-มาเลเซีย ร่วมมือยุติสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือทางโทรศัพท์กับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเกี่ยวกับความร่วมมือยุติความรุนแรงชายแดนใต้

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ข่าวทำเนียบรัฐบาล หารือทางโทรศัพท์กับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เกี่ยวกับ เหตุความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการพัฒนาบริเวณชายแดนของสองประเทศ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอีกครั้ง ภายหลังการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรียังได้ย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย และเห็นพ้องกันที่จะไปร่วมเป็นสักขีพยานการเริ่มเปิดใช้ถนนเชื่อมระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่ – ด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งจะสร้างแล้วเสร็จในปลายปีนี้ โดยถือโอกาสจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วม (Mini Joint Cabinet) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกันไปด้วย 

 

นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ที่ได้กระทบต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อยุติความรุนแรงในพื้นที่เนื่องจากกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ชายแดน 

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสนับสนุนบทบาทมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน โดยสนับสนุนให้อาเซียนมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายด้านการค้าโลก รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาพร้อมทั้งการดำเนินงานในกรอบอาเซียนเพื่อช่วยนำมาซึ่งสันติสุขต่อไป

 

ในตอนท้าย ผู้นำทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะได้พบกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ในช่วงปลายเดือนนี้

The post แพทองธารต่อสายอันวาร์ คุยปัญหาชายแดนใต้ ไทย-มาเลเซีย ร่วมมือยุติสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์ต่อเหตุความไม่สงบ หนุนพูดคุยสันติภาพแสวงหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน https://thestandard.co/house-committee-southern-peace-dialogue-political-solution/ Wed, 07 May 2025 06:34:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1071959 จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ พร้อมพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงจุดยืนต่อเหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุดในพื้นที่

วันนี้ (7 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญเ […]

The post กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์ต่อเหตุความไม่สงบ หนุนพูดคุยสันติภาพแสวงหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ พร้อมพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงจุดยืนต่อเหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุดในพื้นที่

วันนี้ (7 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย จาตุรนต์ ฉายแสง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า การจัดทำข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ เป็นข้อเสนอในเชิงภาพรวม เพื่อแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่ผ่านมาเราจึงไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นเฉพาะเรื่องหรือเหตุการณ์เฉพาะหน้า

 

อย่างไรก็ตาม กรณีความรุนแรงล่าสุดนี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจ และประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้ กังวลในความปลอดภัยและทรัพย์สิน ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศก็มีความกังวลว่า ความไม่สงบหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีตจะกลับมาหรือลุกลามบานปลาย

 

โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการหารือกัน เพื่อแสดงความคิดเห็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาและทำให้เกิดการตั้งสติ เพื่อให้สังคมไทยช่วยกันคิดหาทางออกจากปัญหา และคุ้มครองให้ความปลอดภัยต่อประชาชน รวมถึงมีการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด และสอดคล้องกับหลักนิติธรรม ตลอดจนกระบวนการซึ่งพยายามทำให้เกิดความร่วมมือกับทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเพื่อพูดคุยสันติภาพ และทราบว่าฝ่ายรัฐบาลขณะนี้ มีความคิดนโยบายที่จะดำเนินการพูดคุยด้วย

 

จาตุรนต์ย้ำว่า กระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการเริ่มอย่างเป็นกิจจะลักษณะในปี 2556 และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน เพียงการมีการหยุดชะงักในการตั้งคณะพูดคุย เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง ต้องมีการตั้งคณะตามระเบียบบริหารราชการของรัฐบาลใหม่

 

ดังนั้น เราอยากให้สังคมเกิดความเข้าใจว่า ปัญหาความขัดแย้ง ความไม่สงบในชายแดนใต้ เป็นเรื่องที่ซับซ้อน สะสมมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งหลายฝ่ายกำลังพูดถึงการทบทวนว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เป็นเพราะเหตุใด ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราจะจัดทำรายงานเพื่อนำข้อเสนอเข้าสู่สภา และส่งต่อไปยังรัฐบาลต่อไป

 

ขณะที่ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ ได้อ่านแถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการฯ ต่อความรุนแรงระลอกล่าสุดในพื้นที่ชายแดนใต้ ระบุว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมีการสังหารพลเรือน เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงพระสงฆ์ในศาสนาพุทธและครูสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งได้สร้างความสะเทือนใจประชาชนในวงกว้างและทำให้สถานการณ์ชายแดนใต้อยู่ในภาวะเปราะบางอย่างยิ่ง ประชาชนในพื้นที่ต้องอยู่ในภาวะหวาดระแวง วิตกกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในสภาวะเช่นนี้ การใช้สติและเหตุผลในการเผชิญเหตุเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อยุติความรุนแรงและแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธี

 

คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ ดังนี้

 

  1. คณะกรรมาธิการฯ ขอประณามการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกความสูญเสีย เราขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวโดยทันที เพราะการใช้ความรุนแรงไม่เพียงขัดต่อหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน หลักการทาง มนุษยธรรม แต่ยังบ่อนทำลายกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างรุนแรง

 

  1. คณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่า ต้องมีการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

 

ที่สุด และดำเนินการตามหลักนิติธรรมและความโปร่งใส การให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นแรกสู่การคลี่คลายสถานการณ์ ลดความหวาดวิตก ไม่ไว้วางใจกันในพื้นที่

 

  1. คณะกรรมาธิการฯ ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินมาตรการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ความคุ้มครองและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 

  1. คณะกรรมาธิการฯ ขอสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุย

 

สันติภาพ เพื่อยุติความรุนแรงและสร้างบรรยากาศเพื่อนำไปสู่การแสวงหาทางออกทางการเมืองร่วมกันอย่างสันติภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

 

  1. คณะกรรมาธิการฯ ตระหนักว่าปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

มีความซับซ้อนและต้องการแนวทางการสร้างสันติภาพในหลากหลายมิติ รวมทั้งต้องการการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน คณะกรรมาธิการฯ กำลังเร่งจัดทำรายงานที่ครอบคลุมข้อเสนอทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างเป็นระบบ เพื่อการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้อย่างยั่งยืน

The post กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์ต่อเหตุความไม่สงบ หนุนพูดคุยสันติภาพแสวงหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย สั่งทุกหน่วยเข้มความปลอดภัยชายแดนใต้ ย้ำทุกคนเป็นคน รัฐบาลเต็มที่ในการหาผู้กระทำความผิด https://thestandard.co/pm-orders-increased-security-southern-border/ Tue, 06 May 2025 05:32:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1071543 นายกรัฐมนตรีแพทองธาร แถลงมาตรการรักษาความปลอดภัย ชายแดนใต้ หลังเหตุรุนแรง

วันนี้ (6 พฤษภาคม) เวลา 11.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทอง […]

The post นายกฯ เผย สั่งทุกหน่วยเข้มความปลอดภัยชายแดนใต้ ย้ำทุกคนเป็นคน รัฐบาลเต็มที่ในการหาผู้กระทำความผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีแพทองธาร แถลงมาตรการรักษาความปลอดภัย ชายแดนใต้ หลังเหตุรุนแรง

วันนี้ (6 พฤษภาคม) เวลา 11.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ที่ขณะนี้มีการเปลี่ยนเป้าหมายเป็นประชาชนว่า ตนได้สั่งการไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกองทัพ ผ่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงได้เน้นย้ำให้ดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มข้น 

 

นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้วก็ให้ดูแลและพูดคุยทำความเข้าใจ และการสนับสนุนจากรัฐบาลว่ามีเรื่องใดบ้าง พร้อมขอสื่อมวลชนช่วยในเรื่องแบ่งคำพูด เชื้อชาติ ศาสนา เพราะทุกคนก็คือคนที่มีครอบครัว ไม่ควรมาแบ่งแยก และความรุนแรงก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น ทุกชีวิตที่เสียไป มีคุณค่าและมีความหมายต้องช่วยกัน ทำความเข้าใจในเรื่องนี้ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับรายงานหรือไม่ ว่าความรุนแรงในช่วงนี้เกิดจากอะไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีวิเคราะห์ในหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องของความขัดแย้งหลายๆ อย่างซึ่งเราก็พยายามจะดึงเรื่องนี้ เรื่องความปลอดภัย และเพิ่มกำลังในการดูแล แต่ในทางเดียวกันแล้วเราก็ต้องเพิ่มในความเข้าใจด้วยว่ามีความเข้าใจผิดอย่างไรบ้าง นั่นคือเรื่องการสื่อสาร 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามข่าวว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ได้มีการช่วยอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทักษิณได้ติดต่อกับประธานอาเซียนอยู่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และการพูดคุยต่างๆ ก็พร้อมที่จะพูดคุยและให้การสนับสนุน ซึ่งก็มีหลายช่องทางที่เข้ามาแต่ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ทหารเข้าไปตั้งด่านเรียบร้อย เราเตรียมสรรพกำลังเต็มที่ในเชิงรุก แล้วหากใครยังทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการตามกระบวนการ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่า ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความเชื่อมั่น ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลทำมาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของการทำความเข้าใจและเรื่องของกำลัง ซึ่งเมื่อมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ก็มีการใช้กำลังอย่างเต็มที่ และโฟกัสในเรื่องของการดูแลของประชาชนและมีการพูดคุยกันนอกรอบ ซึ่ง สส.พรรคร่วมรัฐบาลในพื้นที่เองก็มีการรายงานซึ่งเราก็จับตาดูเรื่องนี้ยังใกล้ชิดไม่ได้ปล่อยอย่างแน่นอน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคณะเจรจาที่ทางไทยเรียกร้องให้มีการพูดคุยกับตัวจริงของฝั่ง BRN นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทางผู้อำนวยความสะดวกรับเรื่องนี้ไปแล้ว เพื่อติดต่อคนที่จะเข้ามาคุย ส่วนที่ทาง BRN ออกมาแถลงการณ์ระบุว่า ไม่ได้เป็นผู้โจมตีและขอให้หาผู้กระทำความผิดนั้น ยืนยันว่า เราเต็มที่ในการหาผู้กระทำความผิด และได้สั่งการไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยว่าให้ดำเนินคดีตามกฎหมายไม่เช่นนั้น ผู้บริสุทธิ์ก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย และหากไม่สามารถจับคนผิดได้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็จะลำบาก ซึ่งเรื่องนี้ไม่ปล่อยไปไหนและได้สั่งหน่วยงานโดยละเอียดว่าต้องทำอะไรบ้าง

The post นายกฯ เผย สั่งทุกหน่วยเข้มความปลอดภัยชายแดนใต้ ย้ำทุกคนเป็นคน รัฐบาลเต็มที่ในการหาผู้กระทำความผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเผย 2 ทศวรรษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ https://thestandard.co/nida-south-crisis-ignored/ Sun, 04 May 2025 03:28:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1070984

วันนี้ (4 พฤษภาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบัน […]

The post นิด้าโพลเผย 2 ทศวรรษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 พฤษภาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘2 ทศวรรษ แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.45 ระบุว่า สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 20.36 ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม ร้อยละ 18.55 ระบุว่า สถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้น ร้อยละ 14.64 ระบุว่า สถานการณ์ค่อนข้างแย่ลง ร้อยละ 10.00 ระบุว่า สถานการณ์แย่ลงมาก และร้อยละ 3.00 ระบุว่า สถานการณ์ดีขึ้นมาก

 

ด้านการพัฒนาความเจริญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.18 ระบุว่า การพัฒนาค่อนข้างดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 37.45 ระบุว่า ไม่ค่อยมีการพัฒนาเท่าไร ร้อยละ 14.55 ระบุว่า ไม่มีการพัฒนาเลย และร้อยละ 5.82 ระบุว่า การพัฒนาดีขึ้นมาก

 

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.55 ระบุว่า ความสัมพันธ์ดีเหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 30.64 ระบุว่า ความสัมพันธ์ค่อนข้างดีขึ้น ร้อยละ 19.91 ระบุว่า ความสัมพันธ์แย่เหมือนเดิม ร้อยละ 7.09 ระบุว่า ความสัมพันธ์ค่อนข้างแย่ลง ร้อยละ 5.64 ระบุว่า ความสัมพันธ์ดีขึ้นมาก ร้อยละ 3.00 ระบุว่า ความสัมพันธ์แย่ลงมาก และร้อยละ 0.17 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

สำหรับการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.36 ระบุว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญ รองลงมา ร้อยละ 31.82 ระบุว่า ไม่ให้ความสำคัญเลย ร้อยละ 18.82 ระบุว่า ค่อนข้างให้ความสำคัญ ร้อยละ 5.91 ระบุว่า ให้ความสำคัญมาก และร้อยละ 1.09 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการให้ความสำคัญกับนโยบายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 47.55 ระบุว่า ให้ความสำคัญมาก รองลงมา ร้อยละ 27.36 ระบุว่า ค่อนข้างให้ความสำคัญ ร้อยละ 15.55 ระบุว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญ ร้อยละ 9.18 ระบุว่า ไม่ให้ความสำคัญเลย และร้อยละ 0.36 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลเผย 2 ทศวรรษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์แย่เหมือนเดิม รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>