สาธารณสุข Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สาธารณสุข/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Jun 2026 05:25:03 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ชมคลิป: ไขมันคั่งตับ ภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย https://thestandard.co/fatty-liver-silent-danger-thailand/ Thu, 11 Jun 2026 05:25:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1217052 ไขมันคั่งตับ ภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย

ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากกำลังป่วยเป็นโรคไขมันคั่งตับโดยไม […]

The post ชมคลิป: ไขมันคั่งตับ ภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไขมันคั่งตับ ภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย

ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากกำลังป่วยเป็นโรคไขมันคั่งตับโดยไม่รู้ตัว และรู้ตัวอีกที ทุกอย่างก็อาจสายเกินไปแล้ว

 

โรคไขมันคั่งตับคืออะไร ทำไมถึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพใหญ่ระดับโลก และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่?

 

ตัดต่อ: ศุภอาฒย์ มั่นสิงห์

The post ชมคลิป: ไขมันคั่งตับ ภัยเงียบใกล้ตัวคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อีโบลา’ ภาวะฉุกเฉินระดับโลก เรารู้อะไรบ้าง? https://thestandard.co/ebola-global-emergency-what-know/ Tue, 19 May 2026 09:36:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1208866 ภาพประกอบสถานการณ์การระบาดของไวรัส อีโบลา ที่องค์การอนามัยโลกประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของไวรัสอีโบลาใ […]

The post ‘อีโบลา’ ภาวะฉุกเฉินระดับโลก เรารู้อะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบสถานการณ์การระบาดของไวรัส อีโบลา ที่องค์การอนามัยโลกประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ เมื่อวันอาทิตย์ (17 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา

 

การระบาดครั้งล่าสุดนี้เกิดจากไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งเป็น 1 ในหลายๆ สายพันธุ์ของกลุ่มไวรัสที่เรียกว่า ออร์โธโบลาไวรัส (Orthoebolaviruses) ที่สามารถก่อให้เกิดโรคอีโบลาได้ โดยพบไม่บ่อยและมีความรุนแรงต่ำกว่าสายพันธุ์ซาอีร์ ที่เคยก่อให้เกิดการระบาดรุนแรงในทวีปแอฟริกา แต่ก็ยังอันตรายและก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้เช่นกัน

 

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การระบาดนี้ยังไม่เข้าเกณฑ์ ‘ภาวะฉุกเฉินระดับการระบาดใหญ่ (Pandemic Emergency)’ แต่ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อกว่า 390 คน ที่พบทั้งในคองโกและยูกันดา และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการระบาดของไวรัสชนิดนี้ อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ จึงก่อให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาด

 

และนี่คือข้อมูลที่เรารู้เกี่ยวกับการระบาดของไวรัสอีโบลาครั้งนี้

 


 

ภาพประกอบสถานการณ์การระบาดของไวรัส อีโบลา ที่องค์การอนามัยโลกประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

 

อ้างอิง :

 

The post ‘อีโบลา’ ภาวะฉุกเฉินระดับโลก เรารู้อะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ สธ. สั่งโรงเรียนทั่วประเทศคัดกรองเข้มก่อนเข้าเรียน สกัดคลัสเตอร์ ‘ไข้หวัดใหญ่-มือเท้าปาก-อุจจาระร่วง’ ช่วงเปิดเทอม https://thestandard.co/ministry-health-schools-screen-diseases-term/ Tue, 12 May 2026 01:36:28 +0000 https://thestandard.co/ministry-health-schools-screen-diseases-term/ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังตรวจคัดกรองนักเรียน

วันนี้ (12 พฤษภาคม) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกปร […]

The post ​ สธ. สั่งโรงเรียนทั่วประเทศคัดกรองเข้มก่อนเข้าเรียน สกัดคลัสเตอร์ ‘ไข้หวัดใหญ่-มือเท้าปาก-อุจจาระร่วง’ ช่วงเปิดเทอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังตรวจคัดกรองนักเรียน

วันนี้ (12 พฤษภาคม) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศแสดงความห่วงใยต่อสุขภาพของเด็กนักเรียนในช่วงเปิดภาคเรียน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เด็กจำนวนมากต้องกลับมาทำกิจกรรมและอยู่รวมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคติดต่อได้ง่าย จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ปกครอง ครู และสถานศึกษา ให้ร่วมกันเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดโรคและลดการระบาดภายในโรงเรียน

 

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถิติในทุกปีช่วงหลังเปิดภาคเรียน มักพบแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อในกลุ่มเด็กวัยเรียนเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยหลักมาจากการที่เด็กต้องอยู่รวมกันและใกล้ชิดกันตลอดทั้งวัน ประกอบกับเด็กเล็กบางส่วนยังไม่สามารถดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลได้อย่างเหมาะสม จึงมีโอกาสแพร่เชื้อผ่านการสัมผัส น้ำลาย น้ำมูก หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน หากสถานศึกษาไม่มีมาตรการเฝ้าระวังที่รัดกุม อาจก่อให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้

 

สำหรับกลุ่มโรคติดต่อที่กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงเปิดภาคเรียน ประกอบด้วย 3 โรคหลัก

 

  • โรคไข้หวัดใหญ่: ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ไอ เจ็บคอ และอ่อนเพลีย หากพบเด็กมีอาการป่วย ควรให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ
  • โรคมือ เท้า ปาก: พบการระบาดมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการสำคัญคือ มีไข้ มีแผลในปาก และมีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว โรคนี้ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ รวมถึงของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อ จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดห้องเรียนและของเล่นอย่างสม่ำเสมอ
  • โรคอุจจาระร่วง: มักเกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ รวมถึงอาหารค้างคืน ทำให้ติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิ ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือดปน บางรายอาจมีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เบื้องต้นควรให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากอาการรุนแรงต้องรีบพบแพทย์ทันที

 

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมถึงแนวทางการป้องกันโรคว่า สถานศึกษาควรจัดให้มีมาตรการคัดกรองสุขภาพเด็ก ในช่วงเช้าก่อนเข้าชั้นเรียน หากพบเด็กมีไข้หรือมีอาการผิดปกติ ต้องแยกเด็กป่วยออกจากกลุ่มเด็กปกติทันที พร้อมแจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับไปพบแพทย์

 

นอกจากนี้ ต้องหมั่นดูแลความสะอาดของสภาพแวดล้อม ทั้งห้องเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร รวมถึงจุดสัมผัสร่วมต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะเรียน ราวบันได และของเล่นเด็ก

 

ในส่วนของผู้ปกครอง ขอให้ดูแลสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิดก่อนพาไปโรงเรียน พร้อมทั้งปลูกฝังพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ การรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ การใช้ช้อนกลางและไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น

 

นอกจากนี้ ควรดูแลให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอและออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญ ผู้ปกครองควรพาเด็กในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็ก เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไปรับวัคซีนป้องกันโรคตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

กรมควบคุมโรค ขอย้ำว่าการป้องกันโรคติดต่อจะบรรลุผลสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือและวินัยจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ ประชาชนหรือสถานศึกษาที่ต้องการสอบถามข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

The post ​ สธ. สั่งโรงเรียนทั่วประเทศคัดกรองเข้มก่อนเข้าเรียน สกัดคลัสเตอร์ ‘ไข้หวัดใหญ่-มือเท้าปาก-อุจจาระร่วง’ ช่วงเปิดเทอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินพร้อมคณะ เตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามแก้ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 20 เม.ย.นี้ https://thestandard.co/anuthin-chiang-mai-pm25-fires-solution/ Sun, 19 Apr 2026 05:14:21 +0000 https://thestandard.co/anuthin-chiang-mai-pm25-fires-solution/ ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ลงพื้นที่ เชียงใหม่ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5

วันนี้ (19 เมษายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐ […]

The post อนุทินพร้อมคณะ เตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามแก้ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 20 เม.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ลงพื้นที่ เชียงใหม่ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5

วันนี้ (19 เมษายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แล้ว อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะนำทีมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีกลุ่มคลัสเตอร์ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานตามภารกิจลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือ

 

สำหรับภารกิจครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีร่วมกับรัฐมนตรี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการเชิงรุกในพื้นที่ เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

 

ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการเกษตรในพื้นที่สูง มาตรการเพื่อลด/ห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีกระบวนการผลิตเกี่ยวข้องข้องกับการเผา มาตรการด้านสุขภาพของประชาชน ตลอดจนการช่วยเหลือและสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

 

โฆษกรัฐบาลย้ำว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยและกังวลถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างยิ่ง จึงนำรัฐมนตรี ลงพื้นที่พร้อมกันในครั้งนี้ เพื่อทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันประเมินและยกระดับมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป้า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ครอบคลุมภัยพิบัติทุกมิติ รวมทั้งแผนการช่วยเหลือและสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ควบคู่กับมาตรการระดับพื้นที่เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

The post อนุทินพร้อมคณะ เตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามแก้ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 20 เม.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อย. ยืนยันสต๊อกยาจำเป็น-วัตถุเสพติดทางการแพทย์ เพียงพอ 3-6 เดือน รับมือวิกฤตตะวันออกกลางกระทบขนส่ง https://thestandard.co/fda-medical-supply-middle-east-crisis/ Wed, 01 Apr 2026 04:39:56 +0000 https://thestandard.co/fda-medical-supply-middle-east-crisis/ ภาพแฟ้ม แสดงยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สื่อถึงความพร้อมของสต๊อกยาจำเป็น

วันนี้ (1 เมษายน) ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post อย. ยืนยันสต๊อกยาจำเป็น-วัตถุเสพติดทางการแพทย์ เพียงพอ 3-6 เดือน รับมือวิกฤตตะวันออกกลางกระทบขนส่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแฟ้ม แสดงยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สื่อถึงความพร้อมของสต๊อกยาจำเป็น

วันนี้ (1 เมษายน) ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยระบุว่า ทาง อย. ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ปริมาณสำรองยา ตลอดจนวัตถุเสพติดทางการแพทย์ในประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางสาธารณสุข

 

เพื่อเป็นการประเมินความเสี่ยงและรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจัดหาวัตถุเสพติดทางการแพทย์ อย. ได้ดำเนินการเร่งรัดการส่งมอบยาที่มีสัญญาจัดซื้อจากต่างประเทศให้ดำเนินการรวดเร็วขึ้น

 

พร้อมกันนี้ ได้ประสานงานไปยังกลุ่มผู้ผลิตภายในประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณการสำรองวัตถุดิบให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยมุ่งเน้นความสำคัญไปที่กลุ่มวัตถุเสพติดทางการแพทย์ที่เป็น ยาช่วยชีวิต เป็นหลัก อาทิ ยานำสลบ ยาแก้ปวด ตลอดจนยารักษาโรคสมาธิสั้น

 

จากการประเมินปริมาณสำรองล่าสุด พบว่าวัตถุเสพติดทางการแพทย์ในกลุ่มยาจำเป็นเพื่อช่วยชีวิต รวมถึงยารักษาโรคสมาธิสั้น มีปริมาณสำรองคงคลังเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศไม่น้อยกว่า 3-6 เดือน

 

ในขณะที่ยาบางรายการที่อาจเกิดภาวะขาดแคลนชั่วคราวจากปัจจัยด้านการผลิต หรือเป็นกลุ่มยาที่ไม่อยู่ในบัญชียาจำเป็นเร่งด่วนนั้น ทาง อย. ได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดส่งได้ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการเฝ้าระวังผลกระทบด้านอื่น ๆ ที่อาจลุกลามกระทบต่อความมั่นคงทางยาในภาพรวม

 

ย้ำจุดยืนบริหารจัดการระบบยาอย่างเป็นระบบ

 

ในช่วงท้าย เลขาธิการฯ อย. ได้กล่าวย้ำว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการวัตถุเสพติดทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งกระบวนการจัดหา การสำรอง และการกระจายยา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถานพยาบาลและผู้ป่วยทั่วประเทศจะสามารถเข้าถึงยาจำเป็นสำหรับการรักษาโรคได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นการตอกย้ำความมั่นคงด้านยาของประเทศให้พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์วิกฤต

The post อย. ยืนยันสต๊อกยาจำเป็น-วัตถุเสพติดทางการแพทย์ เพียงพอ 3-6 เดือน รับมือวิกฤตตะวันออกกลางกระทบขนส่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเตือนระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ หลังพบระบาดในสหราชอาณาจักร ผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย https://thestandard.co/meningococcal-uk-thailand-deaths/ Sun, 22 Mar 2026 06:21:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1189947 ภาพอินโฟกราฟิกเตือนภัย ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ พร้อมตัวเลขผู้ป่วยและเสียชีวิตในไทย

วันนี้ (22 มีนาคม) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำ […]

The post รัฐบาลเตือนระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ หลังพบระบาดในสหราชอาณาจักร ผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกเตือนภัย ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ พร้อมตัวเลขผู้ป่วยและเสียชีวิตในไทย

วันนี้ (22 มีนาคม) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมอบหมายกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขระหว่างประเทศ อาทิ UKHSA และ ECDC พบว่า การระบาดในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศมีลักษณะเกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมประมาณ 20 ราย (ยืนยันแล้ว 9 ราย) และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย

 

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 17 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 5 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดจากต่างประเทศ

 

แม้จำนวนผู้ป่วยจะอยู่ในระดับต่ำ กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรครุนแรงและต้องรายงานตามกฎหมาย โดยหากพบผู้ป่วยต้องสงสัยจะต้องรายงานทันที และหากยืนยันว่าป่วยแม้เพียง 1 ราย เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนโรคโดยเร็วเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดต่อไป

 

“ผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น มักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ซึม และบางรายอาจมีจุดเลือดออกหรือผื่นเลือดออกตามผิวหนัง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางหรือการสัมผัสเสี่ยง เช่น พื้นที่ที่มีการรายงานโรค หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย” อัยรินทร์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และมีวัคซีนป้องกันเป็นทางเลือก โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยง ควรปรึกษาหน่วยบริการสาธารณสุขก่อนรับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางโดยเฉพาะวัคซีนสายพันธุ์ MenB

 

ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก วัยรุ่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ

 

“รัฐบาลแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเอง โดยแนะนำให้ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ จาม เนื่องจากโรคติดต่อผ่านละอองฝอย และการใช้สิ่งของร่วมกัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” อัยรินทร์กล่าว

The post รัฐบาลเตือนระวัง ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ หลังพบระบาดในสหราชอาณาจักร ผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์ เผยพบผู้ต้องขัง ‘เรือนจำพิเศษธนบุรี’ สงสัยติดฝีดาษลิง สั่งใช้มาตรการ Bubble and Seal สกัดระบาด https://thestandard.co/prison-monkeypox-bubble-seal/ Sat, 14 Feb 2026 05:15:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1178456 เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์กำลังดำเนินการตามมาตรการ Bubble and Seal เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงภายในเรือนจำพิเศษธนบุรี

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยรายงานด่วนจาก […]

The post ราชทัณฑ์ เผยพบผู้ต้องขัง ‘เรือนจำพิเศษธนบุรี’ สงสัยติดฝีดาษลิง สั่งใช้มาตรการ Bubble and Seal สกัดระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์กำลังดำเนินการตามมาตรการ Bubble and Seal เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงภายในเรือนจำพิเศษธนบุรี

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยรายงานด่วนจาก เรือนจำพิเศษธนบุรี ระบุว่า พบผู้ต้องขังชาย 1 ราย ซึ่งทางเรือนจำได้รับตัวเข้ามาตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 มีอาการป่วยที่น่าสงสัยและเข้าข่ายโรคอุบัติใหม่

 

ผู้ต้องขังรายดังกล่าวเริ่มมีอาการไข้สูงและมีภาวะเนื้อตายที่บริเวณเท้า จึงถูกส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยระหว่างที่ทีมแพทย์กำลังเตรียมการผ่าตัดรักษาแผลที่เท้า ได้ตรวจพบความผิดปกติเพิ่มเติม คือมีตุ่มน้ำใส เกิดขึ้นบริเวณเท้า ร่วมกับอาการไข้สูง ซึ่งเป็นลักษณะอาการที่เข้าได้กับ โรคฝีดาษลิง (Monkeypox: Mpox) ทางทีมแพทย์จึงได้ดำเนินการส่งตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลเบื้องต้นบ่งชี้ว่าผู้ต้องขังรายนี้อาจติดเชื้อฝีดาษลิง

 

ทันทีที่พบความเสี่ยง กรมราชทัณฑ์ร่วมกับเรือนจำพิเศษธนบุรี ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดสูงสุดทันที โดยดำเนินการ

 

1. แยกกักโรค: ดำเนินการแยกผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูงออกจากผู้ต้องขังทั่วไป

 

2. Bubble and Seal: นำหลักการควบคุมโรคแบบจำกัดพื้นที่มาใช้ภายในเรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อตัดวงจรการระบาด

 

3. การคัดกรองเข้มข้น: เน้นการกักตัวผู้ต้องขังรับใหม่ ซักประวัติและสังเกตอาการอย่างละเอียด ได้แก่ อาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต รวมถึงการสำรวจตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือตุ่มตกสะเก็ดตามร่างกาย

 

ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ในปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังรายอื่นที่มีความสัมพันธ์หรือติดเชื้อเพิ่มเติม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังควบคุมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ออกข้อสั่งการกำชับไปยังเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งทั่วประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางการวินิจฉัย ดูแลรักษา และเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (Mpox) ตามมาตรการของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ต้องขังรายใดมีอาการสงสัย ให้เร่งประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่และรายงานให้กรมราชทัณฑ์ทราบทันที เพื่อความรวดเร็วในการควบคุมโรค

The post ราชทัณฑ์ เผยพบผู้ต้องขัง ‘เรือนจำพิเศษธนบุรี’ สงสัยติดฝีดาษลิง สั่งใช้มาตรการ Bubble and Seal สกัดระบาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ลงนาม MOU แก้ พยาธิใบไม้ตับ-ลด มะเร็งท่อน้ำดี ย้ำทุกกระทรวงทำงานจริงจัง https://thestandard.co/pm-anutin-mou-liver-fluke-cancer/ Wed, 11 Feb 2026 10:25:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1177444 นายกฯ อนุทิน ลงนาม MOU แก้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกู […]

The post นายกฯ ลงนาม MOU แก้ พยาธิใบไม้ตับ-ลด มะเร็งท่อน้ำดี ย้ำทุกกระทรวงทำงานจริงจัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน ลงนาม MOU แก้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือเพื่อป้องกันและกำจัด โรคพยาธิใบไม้ตับ และลด มะเร็งท่อน้ำดี ในประเทศไทย ระหว่างสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ตนได้มีโอกาสได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ความมั่นใจจากประชาชนให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเคยเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย ตนไม่ใช้ประโยชน์จากตัวเองในห้วงเวลาเช่นนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปอีกได้นานแค่ไหน แต่ตราบใดที่เรายังอยู่ตรงนี้ เราต้องรวมพลังกัน ให้สิ่งที่เราอยากทำให้คนไทยมานานแล้ว ทำไปเดี๋ยวคนนี้เห็นด้วยหรือเปล่า รัฐมนตรีคนละพรรคหรือเปล่า นายกฯ จะเอาด้วยหรือเปล่า ถ้าทำไปเดี๋ยวนายกฯ จะกลัวคนนี้จะได้หน้าหรือเปล่า ตรงนี้คงไม่ต้องห่วง ถ้ารัฐมนตรีมหาดไทยได้หน้า รัฐมนตรีสาธารณสุขได้หน้า นายกฯ คนนี้ก็ได้หน้าไปด้วย ตรงนี้ไม่ต้องห่วง ดังนั้นขอให้มีความมั่นใจ เราไม่ได้ทำงานเอาหน้า เราทำงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีความผาสุก มีความปลอดภัย จากการที่เราใส่ใจดูแลเขา

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า พื้นที่เป้าหมายในภาคอีสานต้องแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ต้องทำให้เกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถป้องกันและควบคุมปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างยั่งยืน เชื่อมั่นว่าภายใต้เอ็มโอยูดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เอ็มโอเอ ต้องมีประสิทธิภาพให้ทุกคนยึดถือ อย่าให้เป็นเพียงเศษกระดาษ เพราะเอ็มโอยูฉบับที่ร่วมกันเซ็นในวันนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือการลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และลดการเจ็บป่วย รวมถึงการสูญเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว มะเร็งท่อน้ำดีรักษาได้ยาก หากเป็นแล้วต้องวัดดวงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเป็นโรคที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ในระยะที่เกินกว่าการเยียวยาแล้ว

 

ทั้งนี้ ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยที่ทำให้มายืนอยู่จุดนี้ ไม่ต้องห่วง ทุกกระทรวงทำงานจริงจัง ไม่ต้องห่วงว่าใครจะได้หน้า เพราะกระทรวงไหนได้หน้า นายกฯ ก็ได้ด้วย

 

นายกฯ อนุทิน ลงนาม MOU แก้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 1นายกฯ อนุทิน ลงนาม MOU แก้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 2นายกฯ อนุทิน ลงนาม MOU แก้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 3นายกฯ อนุทิน ลงนาม MOU แก้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 4

The post นายกฯ ลงนาม MOU แก้ พยาธิใบไม้ตับ-ลด มะเร็งท่อน้ำดี ย้ำทุกกระทรวงทำงานจริงจัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสาสมัครสาธารณสุข กทม. อำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบาง ใช้รถเข็นรับ-ส่งถึงห้องพัก เข้าคูหาเลือกตั้ง แม้ฝนโปรย https://thestandard.co/bangkok-volunteers-election-help/ Sun, 08 Feb 2026 09:10:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1175721 อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร ( […]

The post อาสาสมัครสาธารณสุข กทม. อำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบาง ใช้รถเข็นรับ-ส่งถึงห้องพัก เข้าคูหาเลือกตั้ง แม้ฝนโปรย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ศูนย์ 41 ชุมชนคลองเตย แฟลต 1-10 ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยจัดบริการรถเข็นรับ-ส่งถึงห้องพักและพาเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด

 

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีสมาชิกในครอบครัวพามาเลือกตั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครช่วยดูแลด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น

 

ทั้งนี้ ระหว่างวันมีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางมาใช้สิทธิของประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์และประสานการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย

 

อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 1อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 2อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 3อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 4อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 5อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 6อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 7อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 8อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 9อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 10อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 11อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 12อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 13อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร เข็นรถส่งผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าคูหาเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศฝนโปรย 14

The post อาสาสมัครสาธารณสุข กทม. อำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบาง ใช้รถเข็นรับ-ส่งถึงห้องพัก เข้าคูหาเลือกตั้ง แม้ฝนโปรย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง https://thestandard.co/klong-toey-vulnerable-voters-assistance/ Sun, 08 Feb 2026 08:46:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1175684 อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) อาสาสมัครสาธารณสุข ศูนย์ 41 ของชุ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) อาสาสมัครสาธารณสุข ศูนย์ 41 ของชุมชนคลองเตยแฟลต 1-10 ชุมชนคลองเตย อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเปราะบางมาเลือกตั้ง โดยนำรถเข็นไปรับส่งบริการถึงห้องพัก ขณะที่ผู้สูงอายุที่มีครอบครัวพามาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกลงมาเล็กน้อย

 

อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 1
 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 3อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 4อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 5อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 6อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 7อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 9อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 10อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 11อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 12อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 13อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย ใช้รถเข็นอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 14
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อาสาสมัครสาธารณสุข ชุมชนคลองเตย อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเปราะบางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
CAAT ยกระดับมาตรการคัดกรองเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์เต็มรูปแบบ https://thestandard.co/caat-nipah-virus-flight-screening/ Mon, 26 Jan 2026 02:30:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1169407 เจ้าหน้าที่ CAAT กำลังตรวจสอบเอกสารหรือคัดกรองผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์

กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ สำนักงานการ […]

The post CAAT ยกระดับมาตรการคัดกรองเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ CAAT กำลังตรวจสอบเอกสารหรือคัดกรองผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์

กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย อย่างใกล้ชิด

 

พร้อมประสานความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร โดยได้จัดการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจมาตรการที่สายการบิน สนามบิน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 

มาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้เฉพาะเที่ยวบินและผู้โดยสารจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้สายการบินดำเนินการคัดกรองเบื้องต้น ณ ต้นทาง ด้วยการสังเกตอาการ หากพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายต้องได้รับการตรวจ จะต้องมีเอกสารยืนยันก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามแนวทางด้านสาธารณสุขระหว่างทำการบิน

 

เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้โดยสารทุกคนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและกรอกแบบฟอร์ม ต.8 (Health Declaration) เพื่อจัดเก็บข้อมูลตามกฎหมายสำหรับการติดตามเฝ้าระวัง โดยมีการจัดจุดคัดกรองบริเวณสะพานเทียบอากาศยาน

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมในการรองรับกรณีตรวจพบผู้ป่วยไว้เรียบร้อยแล้ว

 

ในการซักซ้อมครั้งนี้ มีสายการบินที่ให้บริการเส้นทางจากรัฐเบงกอลตะวันตก สนามบิน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

โดยด่านควบคุมโรคได้เริ่มดำเนินการคัดกรองตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และจะดำเนินการเต็มรูปแบบตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 26 มกราคม เป็นต้นไป พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต

The post CAAT ยกระดับมาตรการคัดกรองเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงไวรัสนิปาห์เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลสั่งติดตาม-เฝ้าระวัง-คัดกรองไวรัสนิปาห์หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม ย้ำยังไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก https://thestandard.co/nipah-virus-india-thailand-watch/ Sat, 24 Jan 2026 03:22:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1168833 ภาพประกอบข่าว ไวรัสนิปาห์ และมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย

​วันนี้ (24 มกราคม) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำส […]

The post รัฐบาลสั่งติดตาม-เฝ้าระวัง-คัดกรองไวรัสนิปาห์หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม ย้ำยังไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว ไวรัสนิปาห์ และมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย

​วันนี้ (24 มกราคม) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดียอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม กำชับมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทาง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ยืนยันประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการและไม่ตื่นตระหนก

 

อัยรินทร์กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย พบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย ซึ่งทางการอินเดียได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มข้น

 

สำหรับประเทศไทย ได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทาง หากพบผู้เดินทางที่มีไข้สูง หรือมีอาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ จะมีการคัดกรองเพิ่มเติม ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อประเมินอาการและดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดทันที

 

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชันสูตรโรคของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม Real-time RT-PCR มีความไวและความจำเพาะสูง สามารถตรวจจากตัวอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลือด สารคัดหลั่งจากคอและโพรงจมูก น้ำไขสันหลัง และปัสสาวะ โดยจะเก็บอย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป และสามารถรายงานผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง

 

“ปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ ขอแนะนำประชาชนป้องกันตนเองโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย” อัยรินทร์ระบุ

The post รัฐบาลสั่งติดตาม-เฝ้าระวัง-คัดกรองไวรัสนิปาห์หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม ย้ำยังไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ https://thestandard.co/satya-nadella-ai-electricity-winner/ Wed, 21 Jan 2026 02:06:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1167560 ‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ

โลกกำลังถกเถียงกันว่าใครจะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ ระ […]

The post ‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ

โลกกำลังถกเถียงกันว่าใครจะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างสหรัฐฯ จีน หรือยุโรป แต่บนเวที World Economic Forum 2026 ที่ดาวอส สวิสเซอร์แลนด์ สัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsoft เสนอกรอบคิดใหม่

 

การแข่งขัน AI ไม่ได้ตัดสินกันที่ ‘ใครฉลาดกว่า’ อย่างเดียว แต่กำลังถูกตัดสินด้วยคำถามที่เรียบง่ายกว่านั้นมากคือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’

 

ในโลกที่ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงานไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายอีกต่อไป หากแต่เป็น “ตัวแปรเชิงยุทธศาสตร์” ที่จะกำหนดศักยภาพการเติบโตของประเทศในทศวรรษหน้า

 

นาเดลลา เริ่มต้นอธิบายด้วยคำว่า AI Diffusion เราจะทำอย่างไรให้มัน ‘กระจายตัว’ ได้เร็วพอ ให้โมเดล ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน เข้าถึงได้ในวงกว้าง เพื่อสร้าง ‘ส่วนเกิน’ หรือ Surplus ทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในทุกที่

 

‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ 1

 

ถ้ามองย้อนกลับไป นี่คือเส้นทางเดียวกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เมนเฟรม อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงคลาวด์ โลกพยายามเปลี่ยนผู้คน สถานที่ และสิ่งของให้เป็นดิจิทัล เพื่อให้ซอฟต์แวร์ช่วยเราเข้าใจ วิเคราะห์ และคาดการณ์โลกได้ดีขึ้น ในบริบทนี้ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่คือการเปลี่ยนแพลตฟอร์มในระดับเดียวกับอินเทอร์เน็ต หรืออาจใหญ่กว่านั้นด้วยซ้ำ

 

โจทย์จึงไม่ใช่ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง แต่คือเรานำมันไปใช้ได้เร็วแค่ไหน นาเดลลายกตัวอย่างงานที่เคยใช้เวลา 12 ชั่วโมง วันนี้เหลือเพียงไม่กี่นาที หากไม่มี AI หลายองค์กรอาจไม่สามารถทำงานในสเกลปัจจุบันได้อีกต่อไป

 

เป้าหมายของยุคนี้จึงไม่ใช่การสร้างเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการนำ AI ไปใช้ทีละบริษัท ทีละอุตสาหกรรม และทีละประเทศ เพื่อสร้าง “ส่วนเกิน” ใหม่ให้กับโลกทั้งระบบ

 

นาเดลลา อธิบายต่อว่า เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Token Economy หน่วยประมวลผลพื้นฐานที่ผู้ใช้ต้องซื้อเพื่อให้ AI ทำงาน ไม่ต่างจากน้ำมันในศตวรรษที่ 20 หรือข้อมูลในยุคอินเทอร์เน็ต โทเคนกำลังกลายเป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์ใหม่’ ของโลกดิจิทัล

 

หน้าที่ของทุกบริษัทและทุกประเทศจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึง AI แต่คือการแปลงโทเคนเหล่านี้ให้กลายเป็น ผลิตภาพ (productivity) และ การเติบโตทางเศรษฐกิจจริง

 

นาเดลลา นิยามตัวชี้วัดใหม่ของเศรษฐกิจ AI ว่า “tokens per dollar per watt” หรือความสามารถในการผลิตหน่วยประมวลผล AI ให้ได้มากที่สุด ภายใต้ต้นทุนเงินและพลังงานที่ต่ำที่สุด

 

“ถ้าคุณมีพลังงานที่ถูกกว่า คุณก็สร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า และราคาของ Token จะลดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 3 เดือนครับ”

 

นี่คือเหตุผลที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของซอฟต์แวร์ แต่ผูกติดกับโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่โรงไฟฟ้า กริดพลังงาน ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งอาศัยการลงทุนมหาศาล

 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง โลกกำลังสร้าง Intelligence Grid โครงข่ายปัญญาที่ต้องเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา ประเทศกล้าลงทุนและสร้างกริดนี้ได้เร็วกว่า ย่อมแปลง AI ให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้ก่อน

 

‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ 2

 

อย่างไรก็ตาม นาเดลลาส่งสัญญาณเตือนสำคัญว่า หาก AI ไม่สร้างประโยชน์จริง สังคมจะไม่ยอมรับ เนื่องจาก AI ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล และพลังงานคือทรัพยากรที่โลกขาดแคลนมากขึ้นเรื่อยๆ

 

หากโทเคนที่ผลิตขึ้นมา ไม่ช่วยให้ระบบสาธารณสุขดีขึ้น ไม่ยกระดับการศึกษา ไม่เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และไม่ทำให้ภาคเอกชนแข่งขันได้ดีขึ้น โลกอาจสูญเสีย ‘social permission’ ความยินยอมจากสังคมในการใช้พลังงานเพื่อ AI

 

นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง ‘การเติบโตจริง’ กับ ‘ฟองสบู่’

 

‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ 3

 

นาเดลลาตอบคำถามเรื่อง AI bubble ว่า “มันจะเป็นฟองสบู่หรือไม่ สัญญาณที่จะบอกว่าเป็นฟองสบู่คือ ถ้าเราพูดถึงแต่บริษัทเทคโนโลยีครับ แต่ถ้าเราเริ่มพูดถึงบริษัทยาที่ประสบความสำเร็จเพราะ AI ช่วยเร่งการทดลองทางคลินิก นั่นไม่ใช่ฟองสบู่”

 

นาเดลลา ยังได้ตอบคำถามว่า อธิปไตยทางข้อมูล(Data Sovereignty) สำคัญไหม โดยเขาชี้ว่า ในโลก AI อธิปไตยไม่ได้หมายถึงเพียงการควบคุมข้อมูลภายในประเทศ อธิปไตยที่สำคัญกว่าคือ ความสามารถของบริษัทในการฝังความรู้เฉพาะทางของตนเองไว้ในระบบ AI ที่ควบคุมได้

 

หากบริษัทไม่สามารถผสานโมเดล เข้ากับบริบท ข้อมูล และความรู้ของตนเอง มูลค่าทางเศรษฐกิจจะค่อยๆ ไหลออกไปยังผู้ถือแพลตฟอร์ม

 

ในยุค AI การรักษาความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ จึงกลายเป็นโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ระดับองค์กร

 

“การใช้งานในบริษัทขนาดใหญ่กับขนาดกลางและเล็กต่างกัน มันเป็นรูปแบบบาร์เบล (Barbell) ครับ บริษัทเล็กที่เริ่มต้นใหม่จะใช้ง่ายกว่าเพราะไม่มีภาระเก่า ส่วนบริษัทใหญ่มีความได้เปรียบเรื่องข้อมูลและความสัมพันธ์ แต่ถ้าปรับตัวช้าจะถูกบริษัทเล็กแซงหน้า”

 

มองไปในอนาคต นาเดลลามองไม่ใช่โลกที่มี AI เพียงหนึ่งเดียวครองตลาด แต่คือ Multi-model world

 

ทั้งโมเดลเปิดและปิด ทั้งโมเดลขนาดใหญ่และเฉพาะทาง

 

“ความได้เปรียบจะไม่อยู่ที่ใครมีโมเดลใหญ่ที่สุด แต่อยู่ที่ใครสามารถผสมผสานจัดแจงโมเดลเหล่านั้นเข้ากับข้อมูลของคุณเอง ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่แท้จริงคือการที่บริษัทสามารถใช้โมเดลหลากหลายร่วมกับข้อมูลบริบทของตนเองเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการครับ” สัตยา นาเดลลา ทิ้งท้าย

The post ‘สัตยา นาเดลลา’ นิยามสมการใหม่โลก AI: ไม่ใช่ใครฉลาดกว่า แต่คือ ‘ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า’ คือผู้ชนะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ https://thestandard.co/ken-legins-director-unicef-thailand/ Tue, 20 Jan 2026 10:02:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1167246 UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย คนใหม่

วันนี้ (20 มกราคม) องค์การ UNICEF ประกาศแต่งตั้ง เคน เล […]

The post UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย คนใหม่

วันนี้ (20 มกราคม) องค์การ UNICEF ประกาศแต่งตั้ง เคน เลกินส์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ โดยเลกินส์มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศยาวนานกว่า 25 ปี และเคยทำงานในหลายประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เบลีซ และอิรัก อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมสุขภาพของเด็กและวัยรุ่น เลกินส์จะนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็ก มาขับเคลื่อนภารกิจของ UNICEFในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ

 

เลกินส์กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมาประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ผมชื่นชมมาโดยตลอดในฐานะผู้นำด้านสาธารณสุขและการส่งเสริมสุขภาพของเด็ก ผมเคยมีโอกาสทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยมาก่อน ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยบุกเบิกแนวทางใหม่ในการรับมือกับปัญหาเอชไอวีในผู้หญิงและเด็ก ซึ่งด้วยการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย รวมถึง UNICEF ประเทศไทยสามารถบรรลุความสำเร็จอย่างโดดเด่น ทั้งในด้านการรักษาผู้หญิงและเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี และการป้องกันการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนั้น”

 

เขากล่าวเสริมว่า “ผมมีความมุ่งมั่นที่จะนำทีม UNICEF สนับสนุนรัฐบาลไทยในการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน ตั้งแต่ภาวะทุพโภชนาการและความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการย้ายถิ่นฐาน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่โดดเด่น พร้อมแบ่งปันให้แก่นานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การคุ้มครองทางสังคม และการคุ้มครองเด็กข้ามชาติ”

 

ก่อนเข้ารับตำแหน่งในประเทศไทย เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศเบลีซ โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการใช้นวัตกรรมทางการเงิน นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดตั้งสำนักงาน UNICEF ระดับพหุประเทศแห่งใหม่ในภูมิภาคแคริบเบียน ก่อนหน้านั้น เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ฝ่ายโครงการ ประจำประเทศอิรัก โดยบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับผล กระทบจากการพลัดถิ่น ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับบริการทางสังคมในพื้นที่

 

ในช่วงต้นของเส้นทางอาชีพ เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการจัดหาและจัดส่งอุปกรณ์ช่วยชีวิตเด็กในประเทศเดนมาร์ก โดยบริหารระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งช่วยให้ UNICEF สามารถจัดส่งวัคซีนไปทั่วโลกได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางด้านสุขภาพวัยรุ่น เอชไอวี และอนามัยแม่และเด็กจากการทำงานร่วมกับ UNICEF และองค์การอนามัยโลกในหลายภูมิภาคทั่วเอเชียและยุโรป รวมถึงพื้นที่ที่เผชิญสถานการณ์วิกฤต

 

ในฐานะผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย เลกินส์จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ตลอดจนเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องสิทธิของเด็กทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุด พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบคุ้มครองทางสังคม การศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองเด็ก และผลักดันให้เสียงของเด็กและเยาวชนได้รับการสะท้อนในนโยบายสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาโดยตรง

 

เลกินส์กล่าวทิ้งท้ายว่า “UNICEF เป็นพันธมิตรที่ประเทศไทยให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนานเกือบ 80 ปี และเราได้ร่วมกันสร้างความก้าวหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อภารกิจสำคัญนี้ และมุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนชาวไทย เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่เด็กทุกคนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเท่าเทียม โดยจะไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

 

ภาพ: UNICEF ประเทศไทย

The post UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สาธารณสุขต้องใกล้ตัว ผู้สมัครกทม.ภูมิใจไทย ดินแดง-พญาไท เสนอมี รพ.รัฐมาตรฐานสากล แก้ปัญหาเขตเมืองชั้นในไร้โรงพยาบาลหลัก https://thestandard.co/public-health-state-hospital-inner-city/ Wed, 14 Jan 2026 04:53:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1165036 สาธารณสุขต้องใกล้ตัว ผู้สมัคร **กทม.** **ภูมิใจไทย** **ดินแดง-พญาไท** เสนอมี รพ.รัฐมาตรฐานสากล แก้ปัญหาเขตเมืองชั้นในไร้โรงพยาบาลหลัก

นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สาธารณสุขต้องใกล้ตัว ผู้สมัครกทม.ภูมิใจไทย ดินแดง-พญาไท เสนอมี รพ.รัฐมาตรฐานสากล แก้ปัญหาเขตเมืองชั้นในไร้โรงพยาบาลหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาธารณสุขต้องใกล้ตัว ผู้สมัคร **กทม.** **ภูมิใจไทย** **ดินแดง-พญาไท** เสนอมี รพ.รัฐมาตรฐานสากล แก้ปัญหาเขตเมืองชั้นในไร้โรงพยาบาลหลัก

นรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เบอร์ 13 เขตดินแดง-พญาไท พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตดินแดง ทั้งแขวงรัชดาภิเษกและแขวงดินแดงอย่างต่อเนื่อง ว่า หนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนสะท้อนตรงกันคือ ‘เขตดินแดงไม่มีโรงพยาบาลของตัวเอง’

 

นรเสฏฐ์ระบุว่า ปัจจุบันในเขตดินแดงมีเพียงศูนย์บริการสาธารณสุขและคลินิกชุมชนระดับปฐมภูมิ ทำหน้าที่ดูแลรักษาเบื้องต้นเท่านั้น หากประชาชนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลทหารผ่านศึก โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี หรือโรงพยาบาลพระมงกุฎ ซึ่งต้องเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

 

“ผมไม่อยากนึกภาพผู้ป่วยฉุกเฉินต้องฝ่ารถติดไปโรงพยาบาลในช่วงเวลาคับขัน เขตดินแดงเป็นเขตเมืองชั้นใน แต่กลับไม่มีโรงพยาบาลหลักเป็นของตัวเอง นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมอยากตะโกนว่า ‘สาธารณสุขต้องใกล้ตัว’” นรเสฏฐ์กล่าว

 

ข้อมูลประชากรในเขตดินแดงชี้ว่า เป็นหนึ่งในเขตที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพมหานคร ประมาณ 14,000 คนต่อตารางกิโลเมตร และมีประชากรรวมกว่า 120,000 คน โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรังค่อนข้างมาก การต้องเดินทางข้ามเขตเพื่อเข้ารับการรักษา จึงเป็นภาระทั้งด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงต่อสุขภาพ

 

นรเสฏฐ์กล่าวว่า ในระดับพรรค ภูมิใจไทยมีนโยบายผลักดันการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ รองรับสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัว ส่วนในระดับพื้นที่ เขาตั้งเป้าจะผลักดันให้เขตดินแดงมีโรงพยาบาลของรัฐในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ใกล้บ้าน

 

“ผมเชื่อว่าการรักษาพยาบาลที่ดี ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่จริง เสียงเล็ก ๆ ของพี่น้องชาวดินแดง ควรถูกส่งไปถึงระดับนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน” นรเสฏฐ์กล่าว

 

ปัจจุบันสถานพยาบาลในเขตดินแดงที่ให้บริการหลัก ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง, ศูนย์บริการสาธารณสุข 52 สามเสนนอก และศูนย์บริการสาธารณสุขสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งให้บริการในระดับปฐมภูมิ เช่น ตรวจรักษาโรคทั่วไป ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค แต่ยังไม่สามารถรองรับผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยฉุกเฉินขนาดใหญ่ได้เหมือนโรงพยาบาลเต็มรูปแบบ

The post เลือกตั้ง 2569 : สาธารณสุขต้องใกล้ตัว ผู้สมัครกทม.ภูมิใจไทย ดินแดง-พญาไท เสนอมี รพ.รัฐมาตรฐานสากล แก้ปัญหาเขตเมืองชั้นในไร้โรงพยาบาลหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 10 คำทำนาย เศรษฐกิจโลก จะเป็นอย่างไรในปี 2026 https://thestandard.co/10-predictions-world-economy-2026/ Fri, 26 Dec 2025 11:28:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1158757 เปิด 10 คำทำนาย เศรษฐกิจโลก จะเป็นอย่างไร ในปี 2026

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research บล.อิน […]

The post เปิด 10 คำทำนาย เศรษฐกิจโลก จะเป็นอย่างไรในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 10 คำทำนาย เศรษฐกิจโลก จะเป็นอย่างไร ในปี 2026

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ทำนายแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและภาคธุรกิจ ปี 2026 ผ่านรายการ Morning Wealth พร้อมสรุปภาพรวมในปี 2025 สะท้อนข้อจำกัดและเผยถึงโอกาสแห่งอนาคต เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ปีใหม่ที่จะมาถึง

 

10 คำทำนายภาคธุรกิจโลกปี 2026

 

1. ดอกเบี้ยลง แต่กฎเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินจะกระจัดกระจายมากขึ้น

 

ธนาคารกลางสหรัฐ และอังกฤษ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยใน ปี 2026 แต่กฎเกณฑ์การกำกับดูแลทางการเงินในแต่ละประเทศเริ่มแยกทางกันอย่างชัดเจน สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรฐาน Basel III

 

ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์เข้มงวดขึ้นหลังวิกฤต Credit Suisse จีนเร่งผสานธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ ในส่วนของไทย ดอกเบี้ยที่ลดลง ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง จะทำให้ธนาคารยังคงเข้มงวดในมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ ทำให้สินเชื่ออาจยังไม่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

 

2. สงครามการค้าถ่วงเศรษฐกิจ

 

นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ จะทำให้การค้าโลกขยายตัวน้อยกว่า 2% อุตสาหกรรมรถยนต์โลหะ การขนส่งทางเรือ และยา ต้องปรับตัวรับมือกับภาษีนำเข้าและ อุปสรรคทางการค้าที่เพิ่มขึ้น

 

ในส่วนของไทย ประเด็น Transshipment ที่ไทยอาจโดนภาษีสหรัฐถึง 40% เป็นความเสี่ยงใหญ่ แต่ในทางกลับกัน การปรับ Supply Chain ของบริษัทข้ามชาติอาจเป็นโอกาสให้ไทยดึงดูด FDI เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาษีจีน

 

3. จีนขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

 

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะพุ่งขึ้น 15% ไปแตะ 24 ล้านคัน โดยจีนคิดเป็นมากกว่าครึ่งของตลาดโลก ผู้ผลิตรถจีนที่ถูกกีดกันจากอเมริกาจะเร่งส่งออกไปทั่วโลก BYD เริ่มผลิตในบราซิล ฮังการี ตุรกี และอาจรวมถึงอินโดนีเซีย

 

ในส่วนของไทย ต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม EV ให้เป็นฐานการผลิตสำหรับภูมิภาค ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องปรับตัวสู่ยุค EV อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

 

4. กีฬาโลกหนุนเศรษฐกิจ

 

ฟุตบอลโลกที่อเมริกาเหนือและกีฬาระดับโลกอื่นๆ จะผลักดันค่าใช้จ่ายด้านกีฬาสู่ระดับ 450,000 ล้านดอลลาร์ รายได้จากโฆษณาเติบโต 6% และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวอีก 1.8 ล้านล้านดอลลาร์

 

ในส่วนของไทยอาจได้ประโยชน์บ้างจากการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกีฬาและ sports marketing มีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะการเป็นฐานการฝึกซ้อมและการจัดทัวร์ดูกีฬาสำหรับนักท่องเที่ยวในภูมิภาค

 

5. เทคโนโลยีสะอาดหนุนราคาโลหะ

 

ราคาโลหะจะพุ่งขึ้น 7% ในปี 2026 โดยนิกเกิลจะแพงขึ้น 13% จากความต้องการแบตเตอรี่และอุปทานที่จำกัด อินโดนีเซียจะห้ามส่งออกและเปิดตลาดซื้อขายนิกเกิล ราคาทองแดง ตะกั่ว และสังกะสีจะพุ่งขึ้นจากความ ต้องการของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ในขณะเดียวกัน การผลิตเหล็กกล้า ‘สีเขียว’ ที่นำเศษเหล็กมารีไซเคิลจะเติบโตขึ้น EU และอินเดียสนับสนุนการรีไซเคิล

 

ในส่วนของไทยควรเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปโลหะและการรีไซเคิลเพื่อรองรับเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียว ราคาโลหะที่สูงขึ้นอาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นต้นทุนสำหรับอุตสาหกรรมผลิต

 

6. งบกลาโหมพุ่งทำสถิติใหม่

 

ทะลุ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยสมาชิก NATO ตั้งเป้าใช้จ่าย 5% ของ GDP ภายในปี 2035 หลังแรงกดดันจากภัยคุกคามรัสเซีย-จีนและคำเรียกร้องของโดนัลด์ ทรัมป์ เยอรมนีตั้งกองทุนป้องกันประเทศพิเศษ 100,000 ล้านยูโรสหรัฐฯ จะใช้จ่ายเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งแรก

 

ในส่วนของไทย งบกลาโหมอาจต้องเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามใน ภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามไทย-กัมพูชา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอาจได้รับการส่งเสริมมากขึ้น

 

7. ภาคสาธารณสุขขาดงบประมาณ แต่อุตสาหกรรมยาลดความอ้วนบูม

 

แม้การใช้จ่ายด้านสุขภาพโลกจะเพิ่มขึ้น 5% เป็นเกือบ 12 ล้านล้านดอลลาร์ แต่รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการป้องกันประเทศและลดหนี้มากกว่า ขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะญี่ปุ่นที่คนอายุเกิน 65 ปีจะทะลุ 30% ของประชากร สหรัฐฯ ตัดงบ Medicaid ทำให้โรงพยาบาลสูญเงิน 80,000 ล้านดอลลาร์ ยอดขายยาจะพุ่ง 5% เป็น 1.6 ล้านล้าน โดดเด่นด้วยยาลดน้ำหนักรูปแบบเม็ด

 

ในส่วนของไทย การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยอาจได้ประโยชน์จากช่องว่างนี้ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐที่ต้นทุนการรักษาสูงขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมยาไทยควรเร่งพัฒนาความสามารถในการผลิตยาชีววัตถุ และยาลดความอ้วน

 

8. ผู้บริโภคจะประหยัดมัธยัสถ์มากขึ้น

 

ยอดขายปลีกโตเพียง 2% จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก ตลาดที่มีแนวโน้มดีคือประเทศที่พึ่งพาการค้าน้อย อินเดียและฟิลิปปินส์จะโต 5-7% จากประชากรหนุ่มสาวสงครามการค้าบังคับให้ผู้ผลิตปรับซัพพลายเชน กฎ e-commerce ใหม่ในหลายประเทศจะเข้มงวดขึ้น

 

ในส่วนของไทย การใช้จ่ายภายในประเทศอาจชะลอตามเทรนด์โลก โดยเฉพาะท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ธุรกิจค้าปลีกไทยต้องปรับกลยุทธ์เน้นสินค้าคุณภาพดีราคาสมเหตุสมผล

 

9. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้น

 

พลังงานหมุนเวียนครอง 30% ของการผลิตไฟฟ้าโลก แซงหน้าสัดส่วนของถ่านหินเป็นครั้งแรก จีนเพิ่มกำลังผลิตพลังงานลมและแสงอาทิตย์กว่า 300 กิกะวัตต์ และการปล่อยมลพิษจากถ่านหินเริ่มลดลง แต่อินเดียจะยังเพิ่มการใช้ถ่านหิน ขณะที่ data center สำหรับ AI ทำให้ความ ต้องการไฟฟ้าโลกพุ่ง 3% ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นฟื้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จีนเริ่มก่อสร้างใหม่

 

ส่วนไทย ควรเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้ได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าจาก data center ที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นโอกาสสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Smart Grid

 

10. การใช้ AI จะแพร่หลาย แต่ทำกำไรยังยาก

 

80% ของบริษัททั่วโลกได้ทดลองใช้ generative AI แล้ว เพิ่มจากน้อยกว่า 5% ในปี 2023 แต่หลายบริษัทยังดิ้นรนหากำไรจากเทคโนโลยีนี้ เพราะต้องปรับคนและกระบวนการทำงาน อินเดีย ต้องการแรงงานที่ผ่านการฝึก AI ถึง 1 ล้านคน TSMC เร่งเปิดโรงงานซิปที่สหรัฐฯ และเริ่มผลิตซิป 2 นาโนเมตรที่ไต้หวันกฎ AI Act ของ EU มีผลบังคับเต็มรูปแบบ แต่หน่วยงานกำกับดูแลยังตามเทคโนโลยีไม่ทัน

 

ส่วนไทยต้องเร่งพัฒนากำลังคนด้าน AI และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจ มิฉะนั้นจะล้าหลังเพื่อนบ้านในภูมิภาค โดยเฉพาะ สิงคโปร์ที่ลงทุนอย่างจริงจัง

 

5 แรงขับเศรษฐกิจโลกปีหน้า

 

ดร.ปิยศักดิ์ระบุว่า ในปี 2026 จะมีโอกาสและความเสี่ยงควบคู่กันไป ดังนี้

 

1. Year of two halves

 

ดร.ปิยศักดิ์ เตือนว่า ในช่วง Q4/25 จนถึง Q1/26 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจมีการเติบโตต่ำสุด จากผลกระทบของภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นในช่วง Q2/26 เมื่อภาคเอกชนปรับตัวเสร็จและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มส่งผล

 

2. Year of fiscal risk

 

ดร.ปิยศักดิ์ มองว่าสถานการณ์การคลังทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงสูงจากการใช้จ่ายหลัง Covid-19 ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งขึ้น 300-500 bps ในประเทศพัฒนาแล้ว

 

โดยสหรัฐเป็นจุดศูนย์กลางความเสี่ยง หลังมีการขาดดุลการคลังสม่ำเสมอ ปีละ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีดอกเบี้ยต่อรายได้สูงถึง 20% นอกจากนี้ หากศาลสหรัฐฯ ตัดสินว่า มาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์เป็นปัญหา ก็อาจทำให้รัฐบาลสหรัฐสูญเสียรายได้สูงถึง 400,000 ล้านดอลลาร์

 

3. Geopolitics

 

The south reunite: ปี 2026 การทำสงครามการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์จะเผชิญความท้าทายมากขึ้น จากการรวมตัวกันของ Global South เป็นกลุ่ม BRIC เนื่องจากหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มอย่างจีน ครองสัดส่วนการผลิตแร่หายาก (Rare Earth) ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมเอไอ สูงถึง 80%

 

4. Technology

 

ดร.ปิยศักดิ์ มองว่า AI กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Wide Adoption โดยคนทั่วไปจะเริ่มใช้ AI ในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้น แต่จะช่วยสร้างผลิตภาพมากเพียงไร ยังไม่อาจสรุปได้ นอกจากนี้ การใช้ AI ที่มากขึ้น นำมาซึ่งการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

5) Climate change: ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศจะมีสูงขึ้น โดยองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุว่ามีโอกาส 71% ที่ปรากฏการณ์ La Nina จะปรากฏตลอดปี 2026 ทำให้แนวโน้มสภาพอากาศที่รุนแรงมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้น

 

4 ความท้าทาย เศรษฐกิจไทย 2026

 

1. Poor econ, good policy

 

เศรษฐกิจจะอ่อนแอ โดย GDP ปีหน้าโตต่ำกว่าปีนี้ชัดเจน ซึ่ง Innovest X มองปีนี้ขยายตัวที่ 1.8% และปีหน้าชะลอลงเหลือโต 1.4% แต่มีนโยบายที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

2. K-shape intensify

 

ดร.ปิยศักดิ์ ชี้ว่า ความมั่งคั่งจะกระจุกตัวอยู่ในระดับบนมากขึ้น โดยคนระดับบน 10% ครองความมั่งคั่งราว 70% ของทั้งประเทศ เนื่องจากกลุ่มคนรวยและบริษัทขนาดใหญ่สามารถฟื้นตัวได้เร็วและมีเงินเหลือ

 

ขณะที่ SME และประชาชนระดับรากหญ้ากำลังดิ้นรน โดย60-70% ของแรงงานเผชิญวิกฤตสภาพคล่อง ทำให้ธุรกิจที่จับลูกค้าระดับบนยังไปต่อได้ แต่ธุรกิจที่จับกลุ่มคนหมู่มาก (Frugal Economy) จะต้องทำราคาให้ต่ำ เพื่อรักษาอุปสงค์

 

3. Infrastructure year

 

แทนการแจกเงินแล้วหมดไป ดร.ปิยศักดิ์ ชี้ว่า รัฐบาลต้องมีบทบาทเป็น ‘ผู้วางรากฐาน’ ผ่านการเร่งปิดการเจรจาและอนุมัติ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการทางพิเศษ M7, M9, M5 Land Bridge และร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC Act) ซึ่งมีวงเงินรวมกันกว่า 5.1 ล้านล้านบาท

 

4. Rising fraud risk

 

ไทยเผชิญวิกฤตอาชญากรรมไซเบอร์ (Cyber Crime) รุนแรงที่สร้างความเสียหายกว่า 100,000 ล้านบาท โดยแก๊งอาชญากรรม มีความยืดหยุ่นสูงและจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปีหน้า การปรับตัวด้าน Cybersecurities จะเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นภาคธุรกิจสำคัญในปี 2026

 

เปิดสาเหตุ GDP ปีหน้าชะลอตัว

 

ไทยมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจหลายจุด โดยการบริโภคชะลอลง และการลงทุนจะติดลบมากขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย 5 ประการด้วยกัน ดังนี้

 

1. ภาวะเงินฝืดจากสภาพคล่องตึงตัว

 

ไทยเสี่ยงภาวะเงินฝืด หลังเงินเฟ้อติดลบ 8 เดือนติดต่อกัน และมีแนวโน้มติดลบไปถึงกลางปี 2026 ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

 

2. การลงทุนที่ต่ำ จาก Crowding in Effect

 

ไทยมีการลงทุนต่ำ เพราะไม่มีศักยภาพแข่งขันที่เพียงพอในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ตลาดในประเทศก็ซึมเซา โดยอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization Rate) ของไทยค่อนข้างเหลือ อยู่ที่ 50%-60% ซึ่งดร.ปิยศักดิ์ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนใหม่ให้เกิดขึ้น

 

3.ความเสี่ยงการคลัง วินัยการคลัง VS Growth Engine

 

ไทยรายได้ไม่พอรายจ่ายตลอด และมีการขาดดุลการคลังสูงขึ้นเรื่อยๆ สร้างขีดจำกัดทางการคลัง อย่างไรก็ตาม ดร.ปิยศักดิ์ชี้ว่า รัฐต้องเลือกลงทุนเพื่อให้เกิดเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่

 

4.การส่งออก Transshipment AI and Quantum

 

สินค้าไทยอาจตอบโจทย์ตลาดโลกบ้างแล้ว ในกลุ่มสินค้าแผงวงจรพิมพ์ (PCB) แต่ยังคงมีความเสี่ยงสินค้าสวมสิทธิ์ในระดับสูง

 

ขณะที่ Quantum กำลังจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ ที่ต่อยอดจากเทคโนโลยี AI ซึ่งไทยจำเป็นต้องปรับตัวตามให้ทันก่อนตกขบวนอีกครั้ง

 

5.Demand VS Supply management: Short-term fiscal vs Long term productivity

 

ดร.ปิยศักดิ์ แนะว่า ภาครัฐต้องเลือกบริหารอุปทานในระยะยาว เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน แทนการบริหารอุปสงค์ในระยะสั้น ซึ่งเปรียบดั่ง การตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำ

 

‘ปีของทรัมป์’ คำจำกัดความ 2025

 

ดร.ปิยศักดิ์ สรุปปี 2025 ไว้ว่าเป็น ‘ปีของทรัมป์’ เนื่องจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก นับตั้งแต่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

โดยความปั่นป่วนประการแรกเริ่มต้นที่สงครามการค้า จากการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับทุกประเทศคู่ค้า ซึ่งเป็นเหตุให้ภาคธุรกิจต่างปรับตัวด้วยการเร่งส่งออก (Front-Loading) ไปยังสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งแรกของปี

 

ประการต่อมา ทรัมป์พยายามแทรกแซงความเป็นอิสระของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ซึ่งทรัมป์กดดันว่าจะไล่ Jerome Powell ลงจากตำแหน่งประธาน Fed มาโดยตลอด เพื่อบีบให้ Fed ลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ ทรัมป์ได้ปลด BLS Commissioner อีกด้วย หลังข้อมูลการจ้างงานออกมาไม่ดี

 

สำหรับความปั่นป่วนประการที่สาม คือ สงครามที่ยืดเยื้อทั่วโลก ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้น หลังอิสราเอล-ฮามาส สามารถบรรลุข้อตกลง ‘หยุดยิง’ (Ceasefire) ในพื้นที่ฉนวนกาซาได้แล้ว แม้จะยังมีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่าสามารถยุติสงครามได้ในระดับหนึ่ง

 

ส่วนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้มีความพยายามเจรจาสันติภาพ ผ่านข้อเสนอ 28 ข้อของโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ยังไม่สำเร็จ เช่นเดียวกันกับความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งยังไม่มีทีท่าจะหยุดยิง

 

ด้วยความปั่นป่วนเหล่านี้ ทำให้ ดร.ปิยศักดิ์ มองว่าเศรษฐกิจโลกปี 2025 จะเติบโตชะลอตัวลงเล็กน้อยเป็น 3.2% ใกล้เคียงกับอัตราขยายตัวที่ 3.3% ในปี 2024

 

ท่ามกลางแนวโน้มของธนาคารกลางทั่วโลกที่มีทิศทางลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ลดดอกเบี้ยเร็วกว่า Fed ที่ระมัดระวังกับภาวะเงินเฟ้อ สวนทางกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ที่ขึ้นดอกเบี้ย

 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ AI มีการเติบโตค่อนข้างดี โดยหุ้น AI คิดเป็น 80% ของผลตอบแทนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปี 2025 แม้รายได้จากการใช้บริการยังไม่เติบโตมากนัก แต่ด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจนเกิดเป็น Circular Financing ได้สร้างความกังวลเรื่องฟองสบู่เกิดขึ้น แต่นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า Valuation ยังไม่สูงเท่ายุค dot-com และบริษัทเทคยังมีกำไรแข็งแรง กระแสเงินสดดี การลงทุน CapEx ด้าน AI ใหญ่มากจนคิดเป็น 1% ของ GDP สหรัฐฯ

The post เปิด 10 คำทำนาย เศรษฐกิจโลก จะเป็นอย่างไรในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทสส. ประกาศแผน 7 วัน ฟื้นฟูหาดใหญ่ แบ่ง 4 เขตทำความสะอาด พร้อมเร่งซ่อมบ้าน-โครงสร้างพื้นฐานให้กลับเข้าอยู่ได้ https://thestandard.co/hatyai-restoration-7-day-cleanup/ Fri, 28 Nov 2025 13:46:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1149285 ผบ.ทสส. ประกาศแผน 7 วัน ฟื้นฟู หาดใหญ่ แบ่ง 4 เขตทำความสะอาด พร้อม เร่งซ่อมบ้าน-โครงสร้างพื้นฐานให้กลับเข้าอยู่ได้

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จัง […]

The post ผบ.ทสส. ประกาศแผน 7 วัน ฟื้นฟูหาดใหญ่ แบ่ง 4 เขตทำความสะอาด พร้อมเร่งซ่อมบ้าน-โครงสร้างพื้นฐานให้กลับเข้าอยู่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทสส. ประกาศแผน 7 วัน ฟื้นฟู หาดใหญ่ แบ่ง 4 เขตทำความสะอาด พร้อม เร่งซ่อมบ้าน-โครงสร้างพื้นฐานให้กลับเข้าอยู่ได้

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศป.กฉ.ส่วนหน้า กล่าวว่า แผนการฟื้นฟูได้คุยกันในที่ประชุม ซึ่งนายก อบจ.สงขลา ได้ชี้แจงว่าแนวความคิดในการแบ่งเขตฟื้นฟู จะแบ่งตามเขตของ สจ. เป็น 4 เขต

 

ซึ่งจะใช้แรงงานในพื้นที่ทำการฟื้นฟู อาทิ ทำความสะอาด เก็บขยะมูลฝอย หรือสิ่งที่ตกค้างในพื้นที่สาธารณะ โดยประมาณการไว้ว่าจะทำให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน ส่วนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการใช้งาน นอกจากจะมีของในพื้นที่แล้ว ยังมีต่างพื้นที่มีความประสงค์เข้ามาสนับสนุน จึงเข้ามารายงานตัวที่ ศป.กฉ.ส่วนหน้า แล้วแจกจ่ายเครื่องมือต่างๆ ไปให้ทั้ง 4 เขต

 

ส่วนการซ่อมบ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยได้ นายกฯ ได้กำชับให้สนับสนุนการซ่อมระบบไฟฟ้า ประปา โครงสร้างพื้นฐานที่อยู่อาศัย ให้สามารถเข้าไปพักอาศัยได้ในระดับต้น

 

สำหรับในที่สาธารณะ ที่ส่วนรวม เป็นความรับผิดชอบของทางจังหวัดและท้องถิ่นร่วมมือกัน อาจใช้เวลามากกว่า เนื่องจากการจราจรมีข้อจำกัดในการเคลียร์พื้นที่ รถยนต์ชำรุดใช้การไม่ได้ การเคลื่อนย้ายลำบาก อีกทั้งเจ้าของรถยังติดภาระในการดูแลตัวเองในการหาที่อยู่ที่พัก การเข้ามาเก็บกู้รถตัวเองก็คงจะลำบาก ส่วนราชการก็จะพยายามสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์มาช่วย บนพื้นฐานความพร้อมของเจ้าของรถ ในขั้นต้นอาจต้องมีการขยับขยายไปอยู่ในพื้นที่ลดการกีดขวาง

 

ส่วนจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 5-7 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปแก้ไข และเปิดให้บริการไฟฟ้า และประปา ตามลำดับในพื้นที่น้ำลด ให้เข้าถึงได้ ตรวจสอบได้ ปลอดภัย เปิดระบบ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าอาจต้องใช้เวลาตรวจสอบมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าน้ำท่วมสูงไปถึงชั้นสองต้องดูให้รอบคอบ

 

ผบ.ทสส. กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้แจ้งในที่ประชุมว่า จะมีเรื่องการให้ความรู้ประชาชนในการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยวางแผนให้เจ้าหน้าที่แพทย์เดินเท้าเข้าถึงประชาชน และพยายามที่จะฟื้นฟูโรงพยาบาลหลัก เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่ ให้กลับมาให้บริการได้ รวมไปถึงโรงพยาบาลย่อยโดยรอบ ซึ่งมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยดูแลอีกทางด้วย

The post ผบ.ทสส. ประกาศแผน 7 วัน ฟื้นฟูหาดใหญ่ แบ่ง 4 เขตทำความสะอาด พร้อมเร่งซ่อมบ้าน-โครงสร้างพื้นฐานให้กลับเข้าอยู่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึงหาดใหญ่ สอนมวยรัฐบาลหยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ประชาชน https://thestandard.co/sudarat-hatyai-suspends-debt/ Fri, 28 Nov 2025 12:39:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1149272 สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คุณห […]

The post สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึงหาดใหญ่ สอนมวยรัฐบาลหยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่

 

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีหลังจากนี้ คือการเร่งกอบกู้และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ อย่าให้เหมือนที่ผ่านมา เพราะประชาชนต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องติดอยู่ในน้ำ หรือบนหลังคา อดข้าวอดน้ำนานถึง 3-4 วัน

 

“การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลชุดนี้จึงถือว่าสอบตก ประชาชนต้องพึ่งพาอาสาสมัครกู้ภัย จิตอาสา และกำลังทหารเป็นหลักในการช่วยชีวิต ไม่ใช่มหาดไทยที่เป็นหน่วยงานหลัก”

 

คุณหญิงสุดารัตน์เสนอให้รัฐบาลเร่งเตรียมแผนจัดการหลังน้ำลด ดังต่อไปนี้

 

1. งานด้านสาธารณสุข เป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากสงขลามีโรงพยาบาลทั้งหมด 5 แห่ง ต้องดูแลประชาชนกว่า 700,000 คน มีเตียงรวมกันประมาณ 2,000 เตียง แต่ขณะนี้โรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเสียหายไปถึง 4 แห่ง คงเหลือที่ใช้การอย่างสมบูรณ์เพียงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แห่งเดียว ที่ต้องรองรับผู้ป่วยปกติทั่วทั้งจังหวัดและผู้ป่วยจากน้ำท่วมอีก รัฐบาลจึงต้องเร่งดูแลเรื่องบุคลากรให้เพียงพอ และสำหรับโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วม ต้องเร่งจัดหาเครื่องมือที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วมให้กลับมาใช้ได้อย่างปกติโดยเร็ว

 

จากนั้น ต้องเตรียมป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาด ที่เกิดจากขยะที่กองเต็มเมือง รวมทั้งซากสัตว์ ยิ่งในขณะนี้ยังไม่มีน้ำประปาใช้อีกด้วย และที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยที่ขณะนี้อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก เพราะสิ้นเนื้อประดาตัว

 

2. การดูแลด้านกายภาพ ทั้งระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา การทำความสะอาดบ้านเรือน การซ่อมแซมบ้านเรือน พาหนะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ประสบภัย

 

3. การดูแลเรื่องการเงินและหนี้ ให้กับผู้ประสบภัย ต้องหยุดต้นหยุดดอกเบี้ยให้กับผู้ประสบภัยอย่างน้อย 1 ปีทันที พร้อมเติมเงินใหม่ โดยให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 1 ปี เพื่อซ่อมแซมร้านค้า และซื้ออุปกรณ์เพื่อเริ่มต้นอาชีพได้ใหม่ รวมทั้งเรื่องการชดเชยที่จะให้บ้านละ 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมโดยแน่นอน ขอให้จ่ายตามความเสียหายจริง เพราะความเสียหายเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาลเอง

 

คุณหญิงสุดารัตน์เปิดเผยด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยเตรียมเปิดอีก 2 โครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังน้ำลด ดังนี้

 

1. “ไทยสร้างไทยมอบความอบอุ่นให้ผู้ประสบภัย” โดยมอบที่นอน–หมอน–ผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นในขณะนี้ เพราะทุกอย่างแช่น้ำหมด

 

2. โครงการช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ โดยร่วมมือกับ “วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา” เพื่อช่วยผู้ประสบภัย ลดภาระ และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์และยานพาหนะที่เสียหาย

 

สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน 1
สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน 2
สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน 3
สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน 4
สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึง หาดใหญ่ สอนมวย รัฐบาล หยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ ประชาชน 5

The post สุดารัตน์ส่งกำลังใจถึงหาดใหญ่ สอนมวยรัฐบาลหยุดหนี้ทั้งต้นและดอก ลดความทุกข์ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสถานที่ตั้ง รพ.สนาม 8 แห่ง สำหรับรองรับประชาชนน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ https://thestandard.co/hat-yai-flood-field-hospitals/ Fri, 28 Nov 2025 03:14:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1148877 เปิดสถานที่ตั้ง รพ.สนาม 8 แห่ง สำหรับรองรับประชาชนน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ 1

รวมจุดตั้งโรงพยาบาลสนาม 8 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงข […]

The post เปิดสถานที่ตั้ง รพ.สนาม 8 แห่ง สำหรับรองรับประชาชนน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสถานที่ตั้ง รพ.สนาม 8 แห่ง สำหรับรองรับประชาชนน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ 1

รวมจุดตั้งโรงพยาบาลสนาม 8 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างเร่งด่วน เปิดพื้นที่ดูแลผู้เจ็บป่วยและกลุ่มเสี่ยง ลดระยะเวลาในการเข้าถึงการรักษาเบื้องต้น ช่วยกระจายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง พร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามเหล่านี้ถูกจัดตั้งกระจายตามจุดยุทธศาสตร์ ทั้งในสถานศึกษา หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลรักษาได้ใกล้ที่สุด

 


 

เปิดสถานที่ตั้ง รพ.สนาม 8 แห่ง สำหรับรองรับประชาชนน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ 2

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

 

The post เปิดสถานที่ตั้ง รพ.สนาม 8 แห่ง สำหรับรองรับประชาชนน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอนามัยระดมทีมสุขาภิบาล ส่งชุดจัดการสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ https://thestandard.co/health-ministry-flood-relief-south/ Fri, 28 Nov 2025 00:47:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1148810 กรมอนามัยระดม ทีมสุขาภิบาล ส่ง ชุดจัดการสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วย ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้

วานนี้ (27 พฤศจิกายน) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกร […]

The post กรมอนามัยระดมทีมสุขาภิบาล ส่งชุดจัดการสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอนามัยระดม ทีมสุขาภิบาล ส่ง ชุดจัดการสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วย ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้

วานนี้ (27 พฤศจิกายน) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 6 ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมอนามัยสนับสนุนพื้นที่ในการดูแลสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม รวมถึงประสานการส่งต่อเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีการบริจาคไปยังศูนย์พักพิงและโรงพยาบาลสนาม พร้อมจัดบุคลากรด้านสาธารณสุขเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

 

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568) เขตสุขภาพที่ 11 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 668,176 ครัวเรือน และเขตสุขภาพที่ 12 จำนวน 807,673 ครัวเรือน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เกิดภาวะเจ็บป่วยและบางรายเสียชีวิต โดยกรมอนามัยได้จัดส่งทีม SEhRT ของศูนย์อนามัยลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายระดับพื้นที่ ปฏิบัติภารกิจด้านการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

 

พร้อมสนับสนุนสิ่งของและวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ ส้วมกระดาษ ชุด V-Clean ชุด Sanitation Tool Kit คลอรีนแบบผงและเม็ด ปูนขาว สารส้ม EM หน้ากากอนามัยสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก สบู่เหลวล้างมือ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน อาหาร น้ำดื่ม ถุงดำ รองเท้าบูต รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ
ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลายและกำลังเข้าสู่สภาวะปกติ ระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลง แต่พบความเสียหายของอาคาร บ้านเรือน สถานประกอบการ ร้านอาหาร ตลาด วัด โรงเรียน รวมถึงสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ โดยกรมอนามัยได้เตรียมดำเนินงานด้านสุขาภิบาลและดูแลสุขภาพระยะฟื้นฟู ดังนี้

1. สำรวจ รวบรวมข้อมูลความเสียหาย ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ

2. ดำเนินการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การจัดการและเร่งเก็บขนขยะ การปรับปรุงและซ่อมแซมระบบส้วมและสิ่งปฏิกูล หากระบบยังไม่สามารถฟื้นฟูได้ ต้องจัดหาส้วมเคลื่อนที่ให้บริการอย่างเพียงพอ การแก้ไขระบบประปาและประปาหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้
หากยังไม่สามารถปรับปรุงได้ ต้องจัดหาน้ำสะอาดและใช้คลอรีนฆ่าเชื้อ การจัดการเชื้อราและสิ่งสกปรกด้วยคลอรีนน้ำและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อทำความสะอาดบ้านและพื้นผนัง รวมถึงดูแลสุขาภิบาลอาหาร โดยเฝ้าระวังความสะอาด เลือกอาหารที่ไม่บูดง่าย และส่งถึงประชาชนภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังปรุง

สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ ให้พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวจนกว่าจะสามารถกลับได้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังน้ำท่วม พร้อมสนับสนุนการล้างตลาด โดยทำความสะอาดรางระบายน้ำ พื้นแผงจำหน่ายอาหาร ห้องน้ำ ห้องส้วม ด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือคลอรีนน้ำเทราดทำความสะอาดทุกพื้นที่และขัดล้างก่อนเปิดดำเนินการตามปกติ

3. ดำเนินงานร่วมกับกรมควบคุมโรคในการสนับสนุนงานสุขาภิบาลและการควบคุมโรค

The post กรมอนามัยระดมทีมสุขาภิบาล ส่งชุดจัดการสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>