สาทร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สาทร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 15 Jul 2026 04:07:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ส่องเกมรุก เอพี ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน ปูพรม 27 โครงการใหม่ ภายใต้แนวคิด AP CODE [Advertorial] https://thestandard.co/ap-thailand-new-projects-2569/ Wed, 15 Jul 2026 03:40:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1230640 ส่องเกมรุก เอพี ครึ่งปีหลัง 2569

ความตึงตัวของกำลังซื้อที่เกิดจากหนี้ครัวเรือนและความเข้ […]

The post ส่องเกมรุก เอพี ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน ปูพรม 27 โครงการใหม่ ภายใต้แนวคิด AP CODE [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องเกมรุก เอพี ครึ่งปีหลัง 2569

ความตึงตัวของกำลังซื้อที่เกิดจากหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารยังคงส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์

 

หลายค่ายเลือกแตะเบรก ชะลอตัว เพื่อรอดูสถานการณ์ แต่ AP Thailand กลับเร่งเครื่องเดินเกมรุกประกาศแผนกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 เตรียมเปิดตัว 27 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 32,320 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพที่แข็งแกร่งของเอพีในฐานะผู้นำหนึ่งเดียวในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย ที่มีความพร้อมในการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพ ครอบคลุมครบทุกพอร์ตสินค้า เพื่อสานต่อคำมั่นสัญญา ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่

 

รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญในการเดินเกมท่ามกลางความท้าทาย คือการมีเข็มทิศที่ชัดเจนภายใต้แนวคิด ‘AP CODE – The Code of Living Quality’ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตจากความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ควบคู่กับวินัยในการพัฒนาโครงการ การบริหารพอร์ต และการส่งมอบคุณภาพในทุกมิติ 

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 1

 

บุกหนักแต่รัดกุม บริหารความเสี่ยงด้วย Real Demand

 

เมื่อเจาะไส้ในของ 27 โครงการใหม่ เห็นได้ชัดว่าเอพีเลือกที่จะกระจายพอร์ตโฟลิโอและบริหารกระแสเงินสดอย่างรัดกุม เพราะในจำนวนนี้เป็นโครงการกลุ่มแนวราบ 22 โครงการ ได้แก่ ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 8 โครงการ, บ้านเดี่ยว 8 โครงการ, โครงการภูมิภาค 6 โครงการ

 

โดยมีโครงการไฮไลท์ในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ บนทำเลศักยภาพสูง ดังนี้

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 2

 

กลุ่มบ้านเดี่ยว ต่อยอดความสำเร็จด้วยซีรีส์บ้านเดี่ยว NATURE ARCHITECT DESIGN SERIES ที่ผสานธรรมชาติเข้ากับพื้นที่ชีวิตจริง ตอบโจทย์ฟังก์ชัน ดีไซน์ และคุณภาพชีวิตเพื่อการอยู่อาศัยของครอบครัวที่ต้องการมองหาบ้านคุณภาพสำหรับการอยู่อาศัยจริง โดยมีโครงการไฮไลต์ในไตรมาส 3 ได้แก่ CENTRO ศรีนครินทร์–บางนา 2, CENTRO พหลโยธิน–สายไหม และ CENTRO ทวีวัฒนา 2 เตรียมเปิดจอง 25–26 ก.ค. นี้

 

กลุ่มทาวน์โฮมและบ้านแฝด ยกระดับความเป็นผู้นำอีกขั้น ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมดีไซน์ใหม่ บนทำเลที่เชื่อมต่อเมืองได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ครอบครัวเมืองที่มองหาความยืดหยุ่นและการขยายตัวในอนาคต โดยมี 3 โครงการไฮไลต์ในไตรมาส 3 ได้แก่

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 3

 

  • GRANDE PLENO พหลโยธิน–ธูปะเตมีย์: บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 154–224 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท* บนทำเลติดถนนใหญ่พหลโยธิน หนึ่งในทำเลศักยภาพโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เชื่อมต่อถนนวิภาวดี–รังสิต สนามบินดอนเมือง และโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ SRT รองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น พร้อมความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศบ้านเดี่ยว เตรียมเปิดจอง 18–19 ก.ค. นี้

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 4

 

  • บ้านกลางเมือง ศรีนครินทร์–บางนา: ทาวน์โฮม 3 ชั้น สเปซดีไซน์ใหม่ พื้นที่ใช้สอย 134–173 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4.79 ล้านบาท* บนทำเลเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เชื่อมต่อโซนศรีนครินทร์–บางนา ใกล้ซีคอนสแควร์ เมกาบางนา และสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญรอบทำเล ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวเมืองที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่น รองรับทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และกิจกรรมของทุกคนในบ้าน

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 5

 

  • GRANDE PLENO ปิ่นเกล้า–จรัญฯ 2: โครงการบ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 154–203 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 6.49 ล้านบาท* บนทำเลศักยภาพฝั่งตะวันตก เชื่อมต่อราชพฤกษ์–นครอินทร์ ใกล้เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ทางด่วนศรีรัช–วงแหวนฯ และระบบรถไฟฟ้า MRT/SRT ตอบโจทย์ครอบครัวที่มองหาบ้านบนทำเลเดินทางสะดวก เชื่อมต่อเมืองได้หลายเส้นทาง พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการขยายตัวของครอบครัวในระยะยาว

 

ขยายอาณาจักรแบรนด์ “อภิทาวน์”

 

อีกหนึ่งเกมรุกตลาดแนวราบคือการพาแบรนด์ ‘อภิทาวน์’ ขยายพอร์ตโครงการในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 6 จังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ หาดใหญ่, ฉะเชิงเทรา 2, จันทบุรี, ชลบุรี, สุพรรณบุรี 2 และบุรีรัมย์ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานระดับเดียวกับแบรนด์ในกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์บริบทการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโครงการในกรุงเทพฯ ทั้งด้านคุณภาพการออกแบบ ความปลอดภัย พื้นที่ส่วนกลาง และการดูแลหลังการขาย

 

เสริมแกร่งพอร์ตแนวตั้ง บุกทำเลศักยภาพ พร้อมชูกลยุทธ์ราคา Rollback

 

การขยับตัวในกลุ่มคอนโดมิเนียมก็น่าจับตา เอพีเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ โดยมี 2 โครงการไฮไลท์ที่รองรับดีมานด์ของคนเมือง คนรุ่นใหม่ และกลุ่ม First Jobber ที่กำลังมองหาพื้นที่ชีวิตที่เป็นของตัวเอง ได้แก่

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 6

 

ASPIRE Sathorn–Taksin Priva: คอนโด High-rise 22 ชั้น ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมียูนิตน้อยที่สุดในโซนเพียง 381 ยูนิต และยังเป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ (Pets Allowed) แห่งเดียวบนทำเลสาทร–ตากสิน หนึ่งในทำเลฝั่งธนบุรีที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากการเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง ควบคู่กับการอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัว ใกล้ตลาดพลู ศูนย์รวมสตรีทฟู้ดร้านดังและตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน มาพร้อมเลย์เอาท์ใหม่ ‘ห้องพลัสใหญ่’ 2 ห้องนอน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.49 ล้านบาท* ซึ่งเป็นราคาเปิดตัวสุดช็อกเสมือนย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 7

 

GOOD DAY More Bangmod แบรนด์น้องใหม่ พื้นที่ใช้สอย 26–38 ตารางเมตร ห้องชุดแต่งครบ ในราคาเริ่มต้นแค่ 2.19 ล้านบาท ใกล้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร รองรับทั้งกลุ่มนักศึกษา คนทำงานรุ่นใหม่ และผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งการศึกษา แหล่งงาน และโครงข่ายการเดินทางสำคัญของโซนพระราม 2–บางมด 

 

ภาพประกอบแผนกลยุทธ์ เอพี ไทยแลนด์ ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่มงบ 3.2 หมื่นล้านบาท เปิด 27 โครงการใหม่ 8

 

รากฐานความแข็งแกร่งของธุรกิจคือ ‘ความไว้ใจ’

 

หนึ่งในแกนหลักของการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘AP CODE – The Code of Living Quality’ คือ ‘วินัยในการพัฒนาโครงการ’ ซึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนความแข็งแกร่งในเรื่องนี้คือ การได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล

 

ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ในฐานะบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยไทยบนทำเนียบ FORTUNE Southeast Asia 500 ปีล่าสุด และติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ “A” แนวโน้ม “Stable” จาก TRIS Rating ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

 

ด้านสถาปัตยกรรม โครงการ LIFE อุดมสุข สเตชั่น คว้ารางวัลระดับ 5 ดาว Best Residential High Rise Architecture Thailand จากเวทีอันทรงเกียรติ Asia Pacific Property Awards 2026–2027

 

และยังเป็นผู้นำด้านแบรนด์และนวัตกรรม พิสูจน์ได้ผ่านการคว้า 6 รางวัลจาก Future Trends Awards 2026 (สถิติสูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ ไทย), 5 รางวัลจาก Thailand’s Most Admired Awards 2026 โดยนิตยสาร BrandAge และรางวัล Business+ Product Innovation Awards 2026 ในสาขา Housing Innovation

 

รวมไปถึงความสำเร็จในระดับวิสัยทัศน์ เมื่อหัวเรือใหญ่อย่าง รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี (Thailand Top CEO of the Year 2026) สาขาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาครองได้สำเร็จ

 

ในมุมของ The Standard Wealth ยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง 2569 ของเอพีสะท้อนให้เห็นว่าการจะฝ่ามรสุมเศรษฐกิจอย่างมีชั้นเชิงนั้น นอกจากฐานการเงินที่แข็งแกร่ง ต้องมาพร้อมกลยุทธ์ที่เฉียบคม เพื่อส่งมอบโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงในทุกเซกเมนต์ ควบคู่ไปกับการบริหารพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายภายใต้วินัยธุรกิจที่เข้มงวด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะสร้างความอุ่นใจและเสถียรภาพระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้า พันธมิตร และนักลงทุน

 

เหนือสิ่งอื่นใด คือการทำตามพันธสัญญาที่ให้ไว้กับคนไทยทุกคนนั่นคือ การส่งมอบ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

 

อัปเดตข่าวสารของทุกโครงการใหม่จากเอพี กับ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดฯ ตลอดปี 2026 นี้  คลิก ›

The post ส่องเกมรุก เอพี ครึ่งปีหลัง 2569 ทุ่ม 3.2 หมื่นล้าน ปูพรม 27 โครงการใหม่ ภายใต้แนวคิด AP CODE [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นแห่งใหม่ย่านสีลม https://thestandard.co/life/obi-record-bar-silom/ Mon, 13 Jul 2026 06:53:45 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1230068 ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม

หลังจากประสบความสำเร็จกับ Yayyyyy Record Bar ที่ย่านหลา […]

The post OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นแห่งใหม่ย่านสีลม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม

หลังจากประสบความสำเร็จกับ Yayyyyy Record Bar ที่ย่านหลานหลวง ซึ่งมีลูกค้าตั้งใจเดินทางไปเยือนโดยเฉพาะ ทีมผู้ก่อตั้งจึงเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น ใช้เวลานานเกือบหนึ่งปีในการค้นหาทำเล ก่อนจะลงตัวที่ย่านสีลม-สาทร จนเกิดขึ้นเป็น OBi Record Bar พร้อมออกแบบร้านให้เป็นเหมือนบาร์ฟังเพลง เป็นร้านที่ชาวออฟฟิศสามารถเปิดประตูเข้ามานั่งพัก จิบเครื่องดื่ม พูดคุยกับบาร์เทนเดอร์ หรือปล่อยให้เสียงเพลงช่วยคลายความเหนื่อยล้าหลังวันทำงานได้

 

ส่วนชื่อ OBi ตอนแรกเราก็แอบสงสัยว่ามาจากไหน พอรู้คำตอบก็ถึงกับร้องอ๋อทีเดียว เพราะมันสะท้อนแนวคิดร้านได้อย่างชัดเจน ซึ่งมาจาก Obi Strip หรือแถบกระดาษที่คาดอยู่บนหน้าปกแผ่นเสียงจากญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งระบุรายละเอียดของศิลปินและอัลบั้ม สำหรับนักสะสม แผ่นเสียงที่ยังคงมี Obi ครบถ้วนถือเป็นของที่สมบูรณ์และทรงคุณค่า จึงกลายมาเป็นชื่อร้านที่แสดงถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมการฟังเพลงและการสะสมแผ่นเสียงแบบญี่ปุ่น

 

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 1

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 2

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 3

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 4

 

เสน่ห์อีกอย่างของที่นี้ คือการถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Jazz Kissa ได้อย่างร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับการฟังมากพอๆ กับการดื่ม พนักงานทุกคนในร้านถูกเรียกว่า Bar Viber เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงชงเครื่องดื่ม แต่ยังสลับบทบาทเป็นดีเจ คอยดูแลบรรยากาศและพูดคุยเรื่องดนตรีกับลูกค้าได้อย่างออกรส หากเห็นแผ่นเสียงที่สนใจ ก็สามารถขอให้ดีเจหยิบขึ้นมาเปิดฟังได้เช่นกัน

 

แถมทุกเพลงในร้านเปิดผ่านแผ่นเสียงไวนิลทั้งหมด แนวเพลงจะค่อยๆ เปลี่ยนอารมณ์ไปตามช่วงเวลาของคืน เริ่มต้นด้วยแจ๊สชิลๆ ก่อนจะไล่ไปสู่ฮิปฮอป, R&B, โซล และฟังก์ โดยมีดีเจหมุนเวียนมาเปิดแผ่นทุกวัน ซึ่งในวันพุธเป็นดีเจรับเชิญ ส่วนวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์จะเป็นคิวของดีเจประจำร้าน ทำให้แต่ละคืนมีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน

 

The Vibe

 

เปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงไฟสลัว บาร์ไม้ และเสียงจากแผ่นไวนิลที่ค่อยๆ พาเราออกจากความวุ่นวายของสีลมด้านนอก มีชั้นวางแผ่นเสียงไม้ขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยแผ่นจากญี่ปุ่นหายาก ขณะที่ทุกมุมของร้านถูกออกแบบให้ผู้คนสามารถนั่งฟังเพลง พูดคุย หรือแม้แต่มาคนเดียวก็ไม่รู้สึกแปลกแยก

 

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 5

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 6

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 7

 

The Taste

 

แม้ร้านจะเน้นให้ผู้คนมาฟังเพลงเป็นหลัก แต่เครื่องดื่มก็ถูกออกแบบอย่างตั้งใจไม่แพ้กัน โดยหยิบกลิ่นอายของญี่ปุ่นมาผสมกับเทคนิคการทำค็อกเทลร่วมสมัย มีตั้งแต่ Highball, Classic Twist ไปจนถึงซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของร้านได้อย่างชัดเจน

 

ซิกเนเจอร์ตัวแรก Melon Melon No.2 (440 บาท) ดื่มง่ายที่สุดของร้าน เบสวอดก้าผสาน Melon Liqueur และ Midori ก่อนตัดความหวานด้วย Fino Sherry และเพิ่มความสดชื่นจากเลมอนและ Saline ให้รสชาติหวานแบบเมลอนแต่ไม่เลี่ยน ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมของ Absinthe Spray ที่ช่วยเพิ่มมิติแบบสมุนไพรบางๆ

 

Smoky Aomori (460 บาท) ถัดมาเป็นแก้วที่มีคาแรกเตอร์ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เริ่มจากความสดใสของน้ำแอปเปิลอาโอโมริ สตรอว์เบอร์รี และ Apricot Brandy ก่อนปิดท้ายด้วยการพ่น Islay Single Malt Whisky ลงบนผิวเครื่องดื่ม ทำให้ได้กลิ่นควันพีตลอยขึ้นมาก่อนจิบ เป็นแก้วที่มีทั้งความเปรี้ยวหวาน สดชื่น และกลิ่นสโมกในตอนท้าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มอะไรมีเลเยอร์

 

สำหรับสาย Gin ทางร้านยังมี Garden Martini (440 บาท) ที่ให้โทนฟลอรัลจาก Elderflower และ Rose Liqueur เสริมด้วยความสดชื่นของแอปเปิลและเลมอน ก่อนปิดท้ายด้วย Lavender Foam ให้สัมผัสเบาและหอมละมุน เหมาะกับคนที่ชอบค็อกเทลสไตล์สดชื่น ดื่มง่าย และมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์

 

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 8

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 9

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 10

ภาพบรรยากาศภายใน OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นย่านสีลม 11

 

Good for

 

หากคืนไหนที่ไม่ได้อยากปาร์ตี้ แค่อยากหาบาร์ดีๆ นั่งสักแห่งเพื่อปล่อยให้เสียงเพลงพาใจพัก OBi Record Bar ก็เหมาะทั้งสำหรับการแวะมาคนเดียวหลังเลิกงาน นัดเพื่อนสนิทมานั่งคุย หรือพาใครสักคนมาฟังแจ๊สแบบญี่ปุ่น และที่นี่อาจทำให้คุณค้นพบว่าการนั่งฟังเพลงเฉยๆ ก็เป็นความสุขของค่ำคืนได้เหมือนกัน

 

OBi Record Bar

Location: ย่านสีลม-สาทร กรุงเทพมหานคร

Open: เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดี-วันเสาร์ เวลา 18.00-01.00 น.

Contact: OBi.Record Bar 
Budget: ราคา 500-1,000 บาทต่อคน

 


 

The post OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงสไตล์ญี่ปุ่นแห่งใหม่ย่านสีลม appeared first on THE STANDARD.

]]>
CRUNCH x Pan Bagels คาเฟ่ซาวโดวจ์และเบเกิลเปิดใหม่ย่านสาทร https://thestandard.co/life/crunch-pan-bagels-sathorn-cafe/ Tue, 07 Jul 2026 01:00:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1227185 ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล

เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีร้านซาวโดวจ์ประจำอยู่ในใจสักร้าน แ […]

The post CRUNCH x Pan Bagels คาเฟ่ซาวโดวจ์และเบเกิลเปิดใหม่ย่านสาทร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล

เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีร้านซาวโดวจ์ประจำอยู่ในใจสักร้าน แม้ไม่ได้มีโอกาสพิเศษอะไร นึกขึ้นมาเมื่อไรก็แวะไปเมื่อนั้น ไม่ว่าจะเป็นเช้าก่อนเริ่มงาน มื้อกลางวันที่อยากกินบรันช์อร่อยๆ หรือช่วงบ่ายที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานในคาเฟ่ พร้อมจิบกาแฟคู่กับขนมปังอบใหม่สักชิ้น

 

และสำหรับใครที่เป็นสายซาวโดวจ์ ชื่อของ CRUNCH Sourdough & Sandwich ก็น่าจะเป็นหนึ่งในร้านที่คุ้นเคยกันดี ล่าสุดร้านได้ขยายสาขาใหม่มายังย่านสาทร พร้อมจับมือกับ Pan Bagels เจ้าของเบเกิลสไตล์นิวยอร์ก จนกลายเป็นร้านที่รวมทั้งซาวโดวจ์ เบเกิล และแซนด์วิชไว้ในที่เดียว

 

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 1

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 2

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 3

 

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าร้านนี้น่าจะกลายเป็นร้านประจำของใครหลายคน ไม่ได้มีแค่เมนูซาวโดวจ์หรือเบเกิลเท่านั้น แต่รวมถึงบรรยากาศที่ชวนให้แวะเข้ามาใช้เวลาได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝากท้องแบบรีบๆ ก่อนเริ่มวัน หรือการนั่งพักพร้อมกาแฟสักแก้วในวันที่อยากชะลอจังหวะชีวิตลงเล็กน้อย

 

The Vibe

 

หากเดินทางด้วย BTS ลงสถานีช่องนนทรี ทางออก 5 เดินต่อมาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงร้าน ทันทีที่ผลักประตูเข้ามา สิ่งแรกที่สะดุดตาคือตู้ขนมปังที่ตั้งอยู่ติดกับทางเข้าคอยดึงดูดสายตาได้ไม่ยาก สาขานี้แม้ตัวร้านจะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้นและจัดสเปซได้อย่างดี

 

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 4

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 5

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 6

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 7

 

บรรยากาศด้านในดูอบอุ่น สบายตา และผ่อนคลายด้วยการตกแต่งสไตล์มินิมอลที่เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก รับกับแสงไฟโทนอุ่นและต้นไม้สีเขียวที่แทรกอยู่ตามมุมต่างๆ ได้อย่างลงตัว แถมยังแอบเอาใจสายคอนเทนต์หรือคนชอบทำงานด้วยการกระจายปลั๊กไฟไว้ตามจุดต่างๆ อย่างทั่วถึง

 

ระหว่างที่เรานั่งอยู่ ก็เริ่มสังเกตเห็นผู้คนแวะเวียนเข้ามาเรื่อยๆ จนร้านเริ่มมีชีวิตชีวา บางโต๊ะเป็นแก๊งเพื่อนที่มานั่งอัปเดตชีวิตกันอย่างออกรส บางมุมเป็นคนที่มาพร้อมโน้ตบุ๊กและกาแฟคู่ใจสักแก้ว

 

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 8

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 9

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 10

 

The Taste

 

ถ้าจะมีเมนูไหนที่ทำให้เรารู้จักร้านนี้มากขึ้น เราขอยกให้เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสาขานี้อย่าง HIDDEN EGG BOWL (159 บาท) มันบดราดซอสเกรวี่ ตอนแรกมองเผินๆอาจจะดูธรรมดา แต่พอตักลงไปถึงได้รู้ว่าข้างในแอบซ่อนไข่ออนเซ็นเอาไว้ ยิ่งคลุกทุกอย่างเข้าด้วยกัน ความนุ่มของมันบด ความหอมของน้ำเกรวี่ และไข่แดงเยิ้มๆ ก็ยิ่งทำให้เมนูนี้นัวขึ้นแบบกำลังดี ที่เราชอบอีกอย่างคือรสชาติไม่ได้หนักจนเกินไป กินหมดถ้วยสบายๆ

 

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 11

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 12

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 13

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 14

 

ส่วนเมนู GRILLED SOURDOUGH SANDWICHES TUNA MELT (239 บาท) แซนด์วิชซาวโดวจ์ไส้ทูน่าที่ไส้แน่นเต็มคำ ที่ตัดเลี่ยนด้วยฮาลาปีโญมารสเผ็ดเบาๆ เมนูนี้ยิ่งกินตอนร้อนๆ ก็ยิ่งเข้ากันได้ดีกับขนมปังซาวร์โดกรอบๆ

 

และอีกหนึ่งความสนุกของร้านนี้คือการเลือกจับคู่ซาวโดวจ์กับดิปและสเปรดที่มีให้เลือกหลายรส ถ้าใครชอบรสจัดจ้านต้องลอง 2 รสนี้เลย Jalapeño Dill Pickles (65 บาท) ที่ได้ความสดชื่นของแตงกวาดองและกลิ่นหอมของเฮิร์บต่างๆ และ Sun-dried Tomatoes (65 บาท) ตัวนี้จะมีมะเขือเทศอยู่ด้านในซึ่งจะให้รสเข้มข้นมาทางอมเปรี้ยวขึ้นอีกนิด

 

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 15

 
ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 16

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 17

 

ส่วนใครเป็นสายหวาน เราขอแนะนำ Brown Butter (45 บาท) กินคู่กับ Strawberry Jam (45 บาท) เพราะความหอมของเนยเข้ากับรสเปรี้ยวหวานของแยมได้พอดี โดยเฉพาะเมื่อทาลงบนซาวโดวจ์ Rye Sourdough หรือ Cranberry Walnut ที่เปลือกกรอบกำลังดี ยิ่งจิบคู่กับ Iced Orange Matcha (119 บาท) มัทฉะน้ำส้มก็จะช่วยรีเฟรชปากระหว่างมื้อได้ดีมาก แถมที่นี่ใช้น้ำส้มคั้นสดอีกด้วย

 

ปิดท้ายด้วยหมวดเบเกิลที่เราประทับใจที่สุดอย่าง Double Blueberry (99 บาท) เพราะทันทีที่กัดเข้าไปก็ได้กลิ่นบลูเบอร์รีลอยขึ้นมาก่อนเลย ตัวขนมปังเบเกิลกรอบนอกแต่นุ่มใน ตัวไส้ครีมชีสอมเปรี้ยวตัดกับความหวานของบลูเบอร์รีได้พอดี แถมยังมีเนื้อบลูเบอร์รีซ่อนอยู่ด้านในอีกด้วย เป็นเมนูที่ยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน จนเผลอหมดชิ้นโดยไม่รู้ตัว

 

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 18

ภาพรวมของร้าน CRUNCH x Pan Bagels ที่ย่านสาทร แสดงขนมปังซาวโดวจ์และเบเกิล 19

 

Good for

 

CRUNCH สาขานี้เราว่าเหมาะกับคนที่อยากจะหาขนมปังกินเบาๆ รองท้องคู่กับกาแฟก่อนเริ่มงาน หรือช่วงระหว่างวันที่อยากหาเมนูที่ไม่หนักจนเกินไป หรือใครที่มองหาคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานก็ลงตัว เดินทางได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินหรือเรียกรถมาก็สะดวก จึงเป็นร้านที่เรารู้สึกว่าไม่ว่าจะนึกถึงเมื่อไรก็แวะมาได้เสมอ

 

CRUNCH x Pan Bagels

Address: บ้านเลขที่ 267/55-56, สาทร (BTS ช่องนนทรี ทางออก 5)

Open: เปิดทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

Contact: Crunch Sourdough & Sandwich 

Parking: มีที่จอดรถ**
Budget:** ราคา 200-300 บาท

 


 

The post CRUNCH x Pan Bagels คาเฟ่ซาวโดวจ์และเบเกิลเปิดใหม่ย่านสาทร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับลดค่าโดยสารทุกประเภทลง 1 บาท หลังน้ำมันดีเซลเหลือ 40.80 บาท https://thestandard.co/chao-phraya-express-boat-cuts-fare/ Wed, 17 Jun 2026 06:11:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1219446 เรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ (17 มิถุนายน) นาวาตรี เจริญพร เจริญธรรม กรรมการผ […]

The post เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับลดค่าโดยสารทุกประเภทลง 1 บาท หลังน้ำมันดีเซลเหลือ 40.80 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ (17 มิถุนายน) นาวาตรี เจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์พลังงานพบว่าราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 40.80 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

 

ทางบริษัทฯ ในฐานะผู้ให้บริการเดินเรือโดยสารในเส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขร จึงได้ดำเนินการปรับลดอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภทลง 1 บาท โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีรายละเอียดอัตราค่าโดยสารใหม่จำแนกตามประเภทสีธงดังนี้

 

สำหรับ เรือธงส้ม ในเส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร ปรับลดจากราคา 19 บาท เหลือ 18 บาทตลอดสาย ด้าน เรือธงเหลือง เส้นทางนนทบุรี – สาทร ปรับลดจากราคา 24 บาท เหลือ 23 บาทตลอดสาย ขณะที่ เรือธงเขียวเหลือง มีการปรับลดตามระยะทาง ประกอบด้วย ช่วงเส้นทางปากเกร็ด – นนทบุรี ปรับลดจาก 17 บาท เหลือ 16 บาท, ช่วงนนทบุรี – สาทร ปรับลดจาก 24 บาท เหลือ 23 บาท และช่วงยาวปากเกร็ด – สาทร ปรับลดจาก 36 บาท เหลือ 35 บาท ส่วน เรือธงแดง (ประเภทปรับอากาศ) ในเส้นทางนนทบุรี – สาทร มีการปรับราคาลดลงจาก 33 บาท เหลือ 32 บาท

 

ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทฯ จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์และดัชนีราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับลดลงอีกในอนาคต บริษัทฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการปรับลดอัตราค่าโดยสารลงตามสัดส่วนที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนพลังงานที่แท้จริงและเกิดความเป็นธรรมสูงสุดต่อผู้ใช้บริการสัญจรทางน้ำ

The post เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับลดค่าโดยสารทุกประเภทลง 1 บาท หลังน้ำมันดีเซลเหลือ 40.80 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio https://thestandard.co/life/re9-wellness-studio-booty-burn/ Wed, 17 Jun 2026 00:40:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1219241 ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio

“แค่เสื่อหนึ่งผืน ดัมเบลจิ๋ว และยางยืดเส้นเดียว มันจะช่ […]

The post ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio

“แค่เสื่อหนึ่งผืน ดัมเบลจิ๋ว และยางยืดเส้นเดียว มันจะช่วยเบิร์นและบิลด์หุ่นได้แค่ไหนกันเชียว?” หากคุณกำลังตั้งคำถามนี้ในใจ เราอยากท้าให้คุณมาพิสูจน์ด้วยตัวเองกับ ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio เวลเนสเดสติเนชันแห่งใหม่ย่านสาทรที่จะมาลบภาพจำเดิมๆ ว่า Mat Workout เป็นการออกกำลังกายชิลๆ ให้กลายเป็นความท้าทายระดับที่ต้องเดินกุมก้นออกจากคลาส

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 1ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 2

 

What is it?

 

RE9 Wellness Studio ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Wellness Beyond Workout’ นำเสนอสเปซดีไซน์สวยสไตล์มินิมัลที่พร้อมดูแลสุขภาพของคนเมืองแบบองค์รวม

 

ก้าวแรกที่เข้ามาจะเจอกับเลานจ์ไวบ์สบาย และ Matcha Cafe ที่คัดสรรมัทฉะเกรดพรีเมียมมาให้คนรักสุขภาพได้แวะจิบเติมความสดชื่น และยังมีนมโอ๊ตเป็นออปชันสำหรับคนแพ้นมวัว

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 3

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 4

 

ในพื้นที่เดียวกันนี้ยังแบ่งเป็นโซนออกกำลังกายฟังก์ชันหลากหลาย ตั้งแต่ห้องกลุ่มสำหรับ Hybrid Mat Workout ไปจนถึงพื้นที่เอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Private PT Space และ Private Reformer สำหรับผู้ที่ต้องการเทรนนิ่งพิลาทิสส่วนตัวกับโค้ชมืออาชีพ

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 5ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 6ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 7

 

ไม่เพียงแค่นั้น ที่นี่ยังเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคนี้ด้วยโซน Physiotherapy ที่มีนักกายภาพบำบัดคอยดูแลปรับโครงสร้างร่างกายและรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมอย่างตรงจุด 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 8

 

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโซน Recovery สำหรับการทำ Contrast Therapy ที่รวบตึงทั้งซาวน่า, Hot/Cold Plunge และ Ice Bath ไว้ในที่เดียว เรียกได้ว่าปักหมุดมาที่นี่ที่เดียวได้รีเซ็ตร่างกายครบทุกมิติ

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 9ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 10

 

Try 

 

สำหรับคลาส Booty Burn ในวันนี้ ถูกดีไซน์และสอนโดยโค้ชเฟย์ ผู้ช่ำชองเรื่องการปั้นก้นที่พร้อมจะพาทุกคนซี๊ดซ๊าดกับความร้าวตลอดคลาส 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 11

 

เริ่มด้วยการวอร์มร่างกันเล็กน้อยก่อนไปจัดหนักกับคอมโบก้นยาวๆ ตลอดชั่วโมง 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 12ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 13

 

ความสนุกปนความสะใจของคลาสนี้ คือการหยิบอุปกรณ์ที่ดูเบา เหมือนไม่มีอะไรอย่างดัมเบลเบาๆ ยางยืด ลูกบอลบีบ และบล็อก มามิกซ์เป็นท่าที่โฟกัสกล้ามเนื้อก้น ซึ่งบางท่าก็ทำเอาเราต่างงงกันว่า มันมารวมร่างกันได้อย่างไร 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 14ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 15ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 16

 

ถึงแม้จะเป็นคลาสที่เน้นปั้นก้นเป็นหลัก แต่จุดที่สั่นสะท้านและร้อนผ่าวไม่แพ้กันก็คือแกนกลางลำตัว ซึ่งในโลกของพิลาทิสเราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Powerhouse’ หรือศูนย์รวมพลังงานที่เป็นรากฐานสำคัญของการขยับร่างกายทุกรูปแบบ

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 17ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 18

 

อีกหนึ่งความโหดหินที่สัมผัสได้ตลอดคลาส คือเทคนิคการเคลื่อนไหวทีละนิดแต่ทำซ้ำย้ำๆ อยู่ที่จุดเดิม (Pulse) จนกล้ามเนื้อร้าวลึกชนิดที่ว่าใจอยากจะกรี๊ดออกมา 

 

ซึ่งการเค้นให้กล้ามเนื้อทำงานต้านแรงหนืดของยางยืดและบอลบีบอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีจังหวะให้พัก เมื่อผนวกเข้ากับ Metabolic Stress ที่กล้ามเนื้อเกิดการเผาผลาญจนรู้สึกร้อนไปทั้งตัว จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 19ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 20ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 21

 

Result

 

หลังจากเอามือทุบนวดสะโพกคลายความเมื่อยร้าวหลังจบคลาส ความดีงามคือเราสามารถพาร่างไปฟื้นฟูต่อได้ทันทีในโซน Contrast Therapy ซึ่งการได้มานั่งพักในบรรยากาศส่วนตัวหลังจากผ่านชั่วโมงเวิร์กเอาต์มา ถือเป็น Perfect Ending Session ที่ช่วยผ่อนคลายทั้งกล้ามเนื้อและจิตใจได้อย่างลงตัว

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 22ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 23

 

Good For 

 

ใครที่กำลังมองหาสตูดิโอออกกำลังกายที่หลีกหนีความวุ่นวาย และชอบการเวิร์กเอาต์ประเภท Low-impact ที่เซฟข้อต่อแต่โฟกัสกล้ามเนื้อลึกๆ พลัสด้วยโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายแบบครบจบในที่เดียว RE9 Wellness Studio คืออีกหนึ่งพิกัดที่ควรแวะมาลองด้วยตัวเองดูสักครั้ง 

 

ผู้เข้าร่วมคลาส Booty Burn ออกกำลังกายปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio 24

 

Open: จันทร์-ศุกร์ เวลา 7.00-21.00 น., เสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.30-19.00 น.

Address: ชั้น 10 อาคารปัญจภูมิ, สาทร, กรุงเทพฯ 

Instagram: https://www.instagram.com/re9wellness/ 

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61586975049662 

Budget:  

  • Drop-in 890 บาท ต่อคลาส
  • 10 Classes: 6,900 บาท

1st Time Member:

  • Trial 3 Classes: 1,290 บาท  
  • Contrast Therapy 3 sessions: 1,390 บาท

The post ขยับน้อยแต่ร้าวลึก! ‘Booty Burn’ คลาสปั้นก้นเด้งที่ RE9 Wellness Studio appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปงบประมาณ ซ่อม-สร้างถนน กทม. 4 ปี ยุคชัชชาติ https://thestandard.co/bkk-road-budget-chadchart-info/ Mon, 15 Jun 2026 11:15:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1218659 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปงบประมาณซ่อม-สร้างถนนกรุงเทพมหานคร 4 ปี ในยุคชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สรุปงบถนน กทม. 4 ปี 2565-2569 ส่วนไหนได้เท่าไหร่ เน้นซ่ […]

The post สรุปงบประมาณ ซ่อม-สร้างถนน กทม. 4 ปี ยุคชัชชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปงบประมาณซ่อม-สร้างถนนกรุงเทพมหานคร 4 ปี ในยุคชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สรุปงบถนน กทม. 4 ปี 2565-2569 ส่วนไหนได้เท่าไหร่ เน้นซ่อมหรือทุ่มเทสร้าง? จากงบประมาณถนนรวม 12,123.46 ล้านบาท ภายใต้การบริหารของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

 

ดูข้อมูล งบประมาณที่เกี่ยวกับถนน ของ กรุงเทพมหานคร ปี 2566-2569 ได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-bkkconstructionprojects/

  • รวมงบถนน: 12,123.46 ล้านบาท
  • สำนักการโยธา: 7,605.09 ล้านบาท (โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และทางยกระดับ)
  • 50 สำนักงานเขต: 4,518.37 ล้านบาท (ปรับปรุงซ่อมแซมถนน ซอย และไฟฟ้าสาธารณะ)

 

การกระจายงบ

  • 19 เขต ไร้งบ จากสำนักการโยธา เขตชั้นในส่วนใหญ่ (เช่น บางรัก, สาทร, ปทุมวัน)
  • เน้นซ่อม มากกว่าสร้าง : งบปรับปรุงถนน (4,099.85 ล้านบาท) สูงกว่างบก่อสร้างใหม่เกือบ 2 เท่า
  • สำนักการโยธาเน้นโครงการใหญ่ ส่วนสำนักงานเขต 100% เน้นซ่อมแซมซอยและถนนในพื้นที่

 

งบประมาณรายเขต

  • งบปี 2569 คิดเป็นเกือบ 40% ของงบรวม 4 ปี จากการเร่งดำเนินโครงการ
  • การกระจายงบรายเขต (TOP 5 เขตที่ได้งบสูงสุด)
  • ลาดกระบัง: 2,169.50 ล้านบาท
  • ดอนเมือง: 1,177.17 ล้านบาท
  • หนองจอก: 891.87 ล้านบาท
  • บางขุนเทียน: 775.85 ล้านบาท
  • บางแค: 737.76 ล้านบาท

 

เขตที่ได้งบน้อยสุด: ปทุมวัน เพียง 18 ล้านบาท (0.15%)

 

ที่มาข้อมูล : Rocket Media Lab

 

ภาพอินโฟกราฟิกสรุปงบประมาณซ่อม-สร้างถนนกรุงเทพมหานคร 4 ปี ในยุคชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 1

The post สรุปงบประมาณ ซ่อม-สร้างถนน กทม. 4 ปี ยุคชัชชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชา สาขาใหม่ทรงวาด https://thestandard.co/life/mtch-song-wat-tea-house/ Tue, 09 Jun 2026 10:02:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1216376 MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด

ถ้าพูดถึงร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ เราว่าชื่อของ MTCH™ คงเป็น […]

The post MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชา สาขาใหม่ทรงวาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด

ถ้าพูดถึงร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ เราว่าชื่อของ MTCH™ คงเป็นหนึ่งในร้านที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ และในวันนี้ก็ได้มี MTCH™ Song Wat ปรากฏตัวด้วยภาพของกล่องกระจกขนาดใหญ่ที่ชวนให้คนเดินผ่านต้องหยุดมอง ที่ภายในนั้นมีบ้านทรงจั่วหลังเล็กซ่อนตัวอยู่อีกชั้นหนึ่ง

 

อีกหนึ่งสิ่งที่สะดุดตาและสลัดภาพของแบรนด์ที่มักมาพร้อมโทนสีเขียว แต่สาขานี้เปลี่ยนมาใช้สีฟ้าครามเป็นสีหลักแทน สีใหม่นี้ถูกตั้งใจเลือกมาเพื่อสะท้อนความสดใหม่ของแบรนด์ที่เชื่อมโยงไปถึงเมนูซิกเนเจอร์และงานศิลปะภายในร้านอีกด้วย

 

จิว-สรวิศ พันธ์เกษม ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล่าให้ฟังว่า เดิมทีทีมงานตั้งใจออกแบบร้านแห่งนี้ให้เป็นคาเฟ่ในรูปแบบที่คุ้นเคย แต่เมื่อกลับมาคิดอีกครั้งก็พบว่าแนวคิดเหล่านั้นเริ่มมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เคยทำมาแล้วใน 4 สาขาก่อนหน้า จนเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วแบรนด์อยากเล่าเรื่องอะไรผ่านสาขานี้ คำตอบที่ได้คือคำว่า House

 

จึงเกิดเป็นบ้านทรงจั่วขนาดย่อมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงน้ำชาในญี่ปุ่น ถูกสร้างซ้อนอยู่ภายในอาคารกระจกขนาดใหญ่อีกชั้นหนึ่ง กลายเป็นที่มาของคอนเซปต์ Tea House in a Tea House ที่ทำให้ร้านแห่งนี้แตกต่างจากทุกสาขาที่ผ่านมา

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 1MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 2MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 3

 

The Vibe

 

สิ่งที่เราชอบมากที่สุดของสาขานี้คือความรู้สึกโปร่งและสบายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน ผนังกระจกขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ ขณะที่บ้านทรงจั่วกลางร้านกลายเป็นจุดโฟกัสที่ดึงสายตาของคนโดยอัตโนมัติ

 

ด้านหน้าร้านก็มีผลงานที่ต่อยอดมาจากเลขที่บ้าน 1226 ขณะที่ภายในร้านยังสอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านภาพวาดพู่กันดั้งเดิมที่บันทึกบทกวีเกี่ยวกับดอกพุดซ้อน ที่ดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงเดือน 6 ซึ่งเป็นเดียวกับการเปิดตัวของสาขานี้พอดี

 

ยังอีกหนึ่งรายละเอียดที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึง คือเสียงเพลงที่เปิดคลออยู่ภายในร้าน ที่เป็นเสียงบทสวดของพระญี่ปุ่นมาผสมเข้ากับจังหวะแบบอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัยที่ถูกคัดเลือกมาสำหรับสาขาทรงวาด

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 4MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 5MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 6

 

The Taste

 

เมนูส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สาขาทรงวาดก็เพิ่มสีสันและความสนุกเข้ามาอีกเล็กน้อยให้สอดคล้องกับบรรยากาศของย่าน

 

แก้วแรกที่เราแนะนำคือ SORA IRO มัทฉะลาเต้ซิกเนเจอร์ประจำสาขาที่ตั้งชื่อล้อไปกับโทนสีฟ้าใหม่ของร้าน ให้รสสัมผัสครีมมี่ มีความนัวแบบถั่วและรสอูมามิที่ชัดเจน ก่อนจะจบด้วยความขมบางๆ ที่ปลายลิ้น 

 

ส่วนใครที่ชอบรสชาติหวานขึ้นอีกนิด ต้องลอง CLASSIC BROWN SUGAR MATCHA เมนูใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกที่สาขานี้ ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการดื่มชาในเกียวโต โดยดึงความหอมของน้ำตาลทรายแดงเข้ามาช่วยเพิ่มมิติให้กับรสชาติของมัทฉะได้อย่างลงตัว

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 7MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 8

 

ถ้ายังอยากเพิ่มความเข้มข้น ทางร้านยังมีตัวเลือก FLOAT ที่เพิ่มเจลาโต้มัทฉะลงไปด้านบน ช่วยเพิ่มทั้งความหวาน ความครีมมี่ และเนื้อสัมผัสที่หลากหลายขึ้น 

 

และอีกแก้วสำหรับคนชื่นชอบความถั่ว YAMA-KAZE ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของถั่วคั่วและช็อกโกแลตอ่อนๆ ดื่มง่าย ไม่เข้มจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นทำความรู้จักมัทฉะแบบเพียวๆ หรือกำลังมองหาแก้วที่สามารถดื่มได้เรื่อยๆ ตลอดวัน

 

นอกจากเครื่องดื่มแล้ว เรายังได้ลอง MATCHA PURIN พุดดิ้งมัทฉะเนื้อเนียนนุ่มที่รสหวานกำลังดี ก่อนจะตามมาด้วยความหอมและขมปลายเบาๆ กินเพลินโดยไม่รู้สึกเลี่ยน

 

ส่วนใครที่อยากหาอะไรทานคู่กับเครื่องดื่ม เราแนะนำ GELATO MONAKA ขนมโมนากะแป้งกรอบสไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้ไอศกรีมมัทฉะเจลาโต้และถั่วแดง ได้ทั้งความหอมของมัทฉะ ความหวานกำลังดีของถั่วแดง และความได้เคี้ยวของแผ่นโมนากะ

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 9MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 10MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 11MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 12

 

Good for

 

ใครที่มีแพลนแวะไปเดินเล่นทรงวาดในช่วงนี้ และกำลังมองหาพิกัดคาเฟ่เปิดใหม่สำหรับนั่งพัก ที่นี่คืออีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่รักในการดื่มมัทฉะ เราเชื่อว่าสาขานี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กสุดฮอตประจำย่านที่ทุกคนต้องแวะเวียนมาเช็กอินในอีกไม่ช้าแน่นอน

 

MTCH™ Song Wat

Address: 1226 ถนนทรงวาด (ตรงสามแยก I WANNA BANGKOK)

Open: เปิดทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)

Contact: MTCH™ 

 

 

The post MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชา สาขาใหม่ทรงวาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 27 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 https://thestandard.co/life/life-this-week-bangkok-pride-week/ Wed, 27 May 2026 10:10:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1211555 ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ

เตรียมสะบัดธงสีรุ้งให้พร้อม เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ กำล […]

The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 27 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ

เตรียมสะบัดธงสีรุ้งให้พร้อม เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ กำลังจะเต็มไปด้วยพลังแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมต้อนรับ Pride Month เทศกาลที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ออกมาตะโกนบอกโลกและเฉลิมฉลองความเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

 

 
 

LIFE This Week เลยขอพาทุกคนพุ่งตัวไปรับแรงบันดาลใจและพลังงานบวกแบบจัดเต็ม เริ่มต้นด้วยงานใหญ่แห่งปีที่ทุกคนรอคอยอย่าง Bangkok Pride Parade 2026 ที่จะมาสร้างประวัติศาสตร์บนถนนสีลม หรือจะตื่นเช้ามาเปลี่ยนทางเท้าให้เป็นสีรุ้งในงานวิ่งสุดเก๋ Pride Beat Run ที่เซ็นทรัลเวิลด์

 

แต่ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเราแอบลิสต์พิกัดแฮงเอาต์หลังเลิกงานวันศุกร์ที่จะพาคุณไปโดดกับ ‘น้อย พรู’ บนระเบียงลอยฟ้าของ SIWILAI CITY CLUB หรือจะหลบความวุ่นวายไปดูหนังนอกกระแสที่ตึกเก่า The Corner House ย่านเจริญกรุง ปิดท้ายด้วยการไป ‘Decompress’ แช่น้ำแข็งยืดเหยียดกับคลาส Mat Pilates ใจกลางทองหล่อและสาทร แพลนแน่นและน่าออกไปใช้ชีวิตทุกงานขนาดนี้ ถ้าเคลียร์ตารางพร้อมแล้ว เตรียมปักหมุดแล้วพุ่งตัวออกไปฉลองความสุขในสัปดาห์นี้กันเลย!

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 1

 

S.C-C Presents Afterwork feat. Noi Pru

 

วางความเครียดจากการทำงานลง แล้วพุ่งตัวมาแฮงเอาต์ในบรรยากาศ Beach in the Sky บนรูฟท็อปลักชัวรีใจกลางเมือง รอบนี้จัดความพิเศษขั้นสุดเพื่อเรียลแฟนโดยเฉพาะ พบกับศิลปินระดับตำนาน ‘น้อย พรู’ (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ที่จะมาสาดพลังงานและเล่าเรื่องราวผ่านท่วงท่า ลีลาการเพอร์ฟอร์ม และเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานแนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อก บริตป็อป และโซลป็อปร็อกที่จะปลุกความทรงจำและความรู้สึกของคุณให้ตื่นเต้นอีกครั้ง

 

ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น เพราะทางคลับยังจัด Resident DJ เทสดีอย่าง SUPHAR และ WATWHATT มาคอยเปิดเพลงแนว House และ Nu Disco ชวนให้ทุกคนได้โยกตามเบาๆ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากเชฟชั้นดีตลอดทั้งคืน เป็นค่ำคืนวันศุกร์ที่คอมมูนิตี้คนรักดนตรีห้ามพลาดเด็ดขาด

 

Show Times:

  • เวลา 20.00 น. สตาร์ทความสนุกอุ่นเครื่องกับ DJ Suphar
  • เวลา 21.30 น. ระเบิดความมันส์กับโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก น้อย พรู
  • เวลา 22.30 น. โยกกันต่อยาวๆ ยามค่ำคืนไปกับ DJ Watwhatt

 

Time: เวลา 11.00-00.00 น.

When: วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569

Where: SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5, Central Embassy

Booking: สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร. 06-2361-9777 หรือ LINE OA: @siwilaisocialclubs

More Info: SIWILAI CITY CLUB

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 2

 

Reflection Series EP 1: On Hiroshi Sugimoto – How to See Time

 

ร่วมกิจกรรมสนทนาและฝึกมองงานศิลปะผ่านกระบวนการ Deep Looking หรือการมองอย่างใคร่ครวญไปกับ ดร. มิวาโกะ เทสุกะ (Dr. Miwako Tezuka) ผู้อำนวยการ ดิบ บางกอก ซึ่งในอีพีแรกนี้จะชวนผู้เข้าร่วมทุกคนร่วมกันสำรวจผลงานภาพถ่ายขาวดำอันทรงพลังอย่างเงียบงันเพียงชิ้นเดียว ของศิลปินระดับโลกอย่าง Hiroshi Sugimoto จากซีรีส์ Theaters ที่กำลังจัดแสดงอยู่บนชั้น 2 ในนิทรรศการหลัก ‘(In)visible Presence’ ล่อง(ไม่)หน

 

ความน่าสนใจของเซสชันนี้คือการเรียนรู้ที่จะชะลอจังหวะสายตา มองอย่างละเอียด เพื่อรับรู้และตกผลึกถึงสิ่งที่อาจดำรงอยู่นอกเหนือไปจากสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า สู่แนวคิดที่ว่าด้วยสิ่งที่เรารับรู้ จดจำ และรู้สึกได้ นอกเหนือจากสิ่งที่ตาเห็น โดยเปิดรับผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัดเพียง 15 ท่านเท่านั้นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างทั่วถึงและเป็นกันเองมากที่สุด

 

Time: เวลา 15.00-15.30 น. (กรุณามาถึงก่อนเริ่มกิจกรรม 15 นาที เพื่อเช็กอินรับสายรัดข้อมือที่ Information Desk)

When: วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569

Where: จุดนัดพบบริเวณทางเข้า Turnstile, Dib Bangkok

Museum Ticket: บุคคลสัญชาติไทย 550 บาท / บุคคลต่างชาติ 700 บาท

Language: ภาษาอังกฤษเท่านั้น

More Info: Dib Bangkok

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 3

 

Pride Beat Run – Born This (Run)way by centralwOrld x Brew Run Club

 

เปิดสเตจแรกต้อนรับ Pride Month ด้วยการเปลี่ยนย่านราชประสงค์ให้เป็นรันเวย์สีรุ้งในเช้าวันเสาร์ กับกิจกรรม 5K City Run ที่เบลนด์วัฒนธรรม Run Club เข้ากับความสนุกระดับติดแกลม โดย centralwOrld และ Brew Run Club ชวนทุกคนมาวิ่งไปแดนซ์ไปท่ามกลางบีทดนตรีสุดมันส์จาก Live DJ ของ Universal Music พร้อมการปรากฏตัวของเหล่า Drag Queen ตัวแม่ที่จะมาร่วมไฮป์พลังงานตลอดเส้นทาง

 

งานนี้เปิดรับทุกคนแบบไม่จำกัดเพศและไม่เน้นความเร็ว โดยมีทีม BREW Pacers คอยดูแลเรื่องจังหวะการวิ่งตลอดทริป สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่งัดชุด Fancy ที่สะท้อนความวิบวับและสีสันในแบบที่เป็นตัวเองที่สุดออกมาสะบัดบนรันเวย์ เพราะงานนี้มีรางวัล Best Costume รอแจกสำหรับคนที่แต่งตัวได้ Proud ที่สุดด้วย

 

Time: เวลา 05.00-10.00 น.

When: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Where: ลานหน้า centralwOrld

Dress Code: Proud to be you / Sparkle and Colorful 

Registration: ซื้อบัตรได้ที่ Ticketmelon

More Info: Brew Run Club

 

 

Mat Pilates Weekend

 

ขอชวนทุกคนมาใช้เวลาช่วงบ่ายวันเสาร์เพื่อเชื่อมต่อและเรียนรู้ร่างกายตัวเองอีกครั้ง กับคลาส Mat Pilates Weekend ที่จะพาคุณไปขยับร่างกาย ยืดเหยียด และเสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่อบอุ่นและสเปซสุดผ่อนคลาย

 

ความพิเศษของคลาสรอบนี้คือเป็นการรวมตัวกันของ 3 แบรนด์ไลฟ์สไตล์ นำโดยเจ้าบ้านสายสุขภาพอย่าง ISŌRA Wellness แท็กทีมสาดความอร่อยเสิร์ฟความฟินหลังจบคลาสด้วยคุ้กกี้สุดระดับตำนานจาก Baked by Aimmie คู่กับเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมจาก Rocket Coffeebar ให้คุณได้นั่งพักผ่อน คลายกล้ามเนื้อ และเติมความสดชื่นด้วยขนมหวานแสนอร่อย ใครที่อยากมาจอยคอมมูนิตี้ดีๆ แบบนี้ต้องรีบทักไปจองด่วนครับ เพราะตอนนี้เหลือที่ว่าง 7 สิทธิ์สุดท้ายเท่านั้น!

 

Time: เวลา 15.00-16.00 น.

When: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Where: ISŌRA Wellness (ชั้น 3, สาทร ซอย 12)

Booking: Line OA @isora

More Info: ISŌRA , BAKED by Aimmie , Rocket Coffeebar

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 5

 

H.E.R Wellness Experiences by Garmin x Limber Studio

 

เปิดมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ผสมผสานความท้าทายและการผ่อนคลายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยโปรเจกต์นี้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เลือกเข้าร่วมตามความสนใจถึง 2 เซสชันสุดพิเศษ ที่จะมาช่วยปรับพลังงานและคืนความสดชื่นให้กับกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้า

 

ความพิเศษคือทุกเซสชันเปิดให้เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่จำกัดจำนวนผู้โชคดีเพียงเซสชันละ 15 ท่านเท่านั้น ใครที่กำลังมองหากิจกรรมฮีลใจและอยากลองชาเลนจ์ตัวเองในสเปซสวยๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด

 

รายละเอียดกิจกรรม:

  • Session 1: Climb, Restore, Repeat
    • เซสชันแรกในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 กิจกรรมปีนหน้าผาจำลองสุดมันส์สไตล์ Bouldering เพื่อฝึกความแข็งแรงและการโฟกัส ก่อนจะตบท้ายด้วยคลาสยืดเหยียดฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วยโยคะและคลื่นเสียงบำบัด
    • Where: Limber Studio & Stone Goat
  • Session 2: HIIT x Yoga Move with Balance
    • เซสชันที่สองในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 คลาสคอมโบที่รวมการออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูง (HIIT) เพื่อเบิร์นไขมันขั้นสุด ควบรวมกับโยคะโฟลว์ที่จะมาช่วยปรับสมดุลการเคลื่อนไหว และฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วยการแช่น้ำแข็งกับออนเซน
    • Where: Limber Studio & Revival BKK

 

Time: Session 1 เวลา 09.00-13.00 น. และ Session 2 เวลา 12.00-16.00 น.

When: วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม และ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569

Where: Limber Studio, Stone Goat และ Revival BKK

Dress Code: ชมพู / เหลือง / ขาว / ดำ / น้ำตาล

More Info: Garmin Thailand , Limber Studio

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 6

 

Bangkok Pride Parade 2026

 

เฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ Pride Month ด้วยขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี โดยปีนี้ตัวขบวนจะขับเคลื่อนและบอกเล่าเรื่องราวผ่าน 6 ขบวนไฮไลต์ 6 เฉดสี ซึ่งมีจุดตั้งแถวและประเด็นการเรียกร้องที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่ทุกขบวนจะเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่สนามกีฬาเทพหัสดิน เพื่อส่งต่อพลังงานบวกสู่ Pride Stage ที่จะมีคอนเสิร์ตจากวงหมอลำระดับตำนานอย่าง ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ และเหล่าไอคอน LGBTQIAN+ อีกเพียบ

 

พิกัด 6 ขบวนพาเหรด เลือกปักหมุดจุดที่ใช่ได้เลย

  • ขบวนที่ 1: PATCH OF HARMONY (สีเขียว) | แยกนรารมย์ (คลองช่องนนทรี)
    • เน้นเรื่องสุขภาวะ, สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และคุณภาพชีวิต
    • Time: เวลา 15.00 น. (ตั้งขบวน) / เวลา 16.00 น. (ปล่อยตัว)
  • ขบวนที่ 2: PATCH OF UNITY (สีน้ำเงิน) | ซอยธนิยะ (บนถนนสีลม)
    • ขับเคลื่อนด้านสันติภาพ, สิทธิและความปลอดภัยของประชาชน
    • Time: เวลา 15.00 น. (ตั้งขบวน) / เวลา 16.20 น. (ปล่อยตัว)
  • ขบวนที่ 3: PATCH OF IDENTITY (สีม่วง) | หน้าประตูคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
    • เรียกร้องการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Recognition) และพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงตัวตน
    • Time: เวลา 15.30 น. (ตั้งขบวน) / เวลา 16.20 น. (ปล่อยตัว)
  • ขบวนที่ 4: PATCH OF LOVE (สีแดง) | หน้าประตูคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
    • สนับสนุนสิทธิของครอบครัวทุกรูปแบบ, สมรสเท่าเทียม และความยินยอม
    • Time: เวลา 15.30 น. (ตั้งขบวน) / เวลา 16.00 น. (ปล่อยตัว)
  • ขบวนที่ 5: PATCH OF SPIRIT (สีเหลือง) | หน้าสยามพารากอน
    • พื้นที่รวมตัวของศิลปิน, Drag Community และการใช้ศิลปวัฒนธรรมเยียวยาผู้คน
    • Time: เวลา 16.00 น. (ตั้งขบวน) / เวลา 17.00 น. (ปล่อยตัว)
  • ขบวนที่ 6: PATCH OF DIGNITY (สีส้ม) | หน้าลิโด้ คอนเน็คท์
    • ขับเคลื่อนด้านสิทธิผู้พิการ, การคุ้มครองแรงงาน และความปลอดภัยของผู้ให้บริการทางเพศ
    • Time: เวลา 16.00 น. (ตั้งขบวน) / เวลา 17.00 น. (ปล่อยตัว)

 

กิจกรรม ณ Pride Stage (สนามกีฬาเทพหัสดิน)

  • Time: เวลา 16.00 น. ประตูสนามกีฬาเทพหัสดินเปิดต้อนรับทุกคนอย่างเป็นทางการ
  • Time: เวลา 16.30-17.30 น. อุ่นเครื่องสเปซด้วยการแสดงบรรเลงเพลงสุดไพเราะจากวง BMO
  • Time: เวลา 17.30-18.40 น. | ต้อนรับความยิ่งใหญ่และอลังการของขบวน Road to Bangkok WorldPride 2030 ในการเดินเข้าสู่สนามกีฬา นำโดย:
    • ขบวน Pride City Network จากทั่วประเทศ
    • ขบวนดาราและเซเลบริตี้
    • ขบวนผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน และทูตนฤมิต
    • ไฮไลต์ผืนธง Road to Bangkok WorldPride ขนาดใหญ่พิเศษความยาวกว่า 20 เมตร
    • ปิดท้ายความ Proud ด้วยธง Bangkok Pride
  • Time: เวลา 18.40-19.00 น. เปิดฉากความมันส์บนเวทีหลักด้วยโชว์พิเศษจากศิลปิน เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ และการแสดงสุดเฟียสจาก DRAG BANGKOK
  • Time: เวลา 19.00-22.00 น. ปลดปล่อยความม่วนจอยขั้นสุดไปกับความยิ่งใหญ่ของการแสดงหมอลำระดับตำนานที่มารวมตัวกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์สีรุ้ง วงระเบียบวาทศิลป์ X ประถมบันเทิงศิลป์ ที่จะมาสาดความม่วนจอยยาวๆ จนถึงเวลาสี่ทุ่มตรง!

 

Time: เวลา 14.00-22.00 น.

When: วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Where: จากถนนสีลม มุ่งหน้าสู่ สนามกีฬาเทพหัสดิน

More Info: Bangkok Pride

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 7

 

House of Films: Life as Performance Screening Series

 

กลับมาสร้างไวบ์ดีๆ ให้กับคนรักหนังอีกครั้ง ณ The Corner House Bangkok (ตึกชัยพัฒนศิลป์) ในธีม Life as Performance โปรแกรมฉายภาพยนตร์ระดับไอคอนิก 5 เรื่อง 5 รสชาติ ที่จะมาชวนทุกคนร่วมสำรวจตัวตน ความปรารถนา และการใช้ชีวิตในฐานะ ‘Performer’ ที่ต้องแสดงบทบาทต่างๆ ภายใต้ภาพลักษณ์และความคาดหวังของสังคมเพื่อเอาตัวรอด

 

ตัวงานจัดฉายในห้องรับรองบรรยากาศอบอุ่น จำกัดเพียงรอบละ 35 ที่นั่งเท่านั้น ทำให้ได้ฟีลการชมภาพยนตร์ที่เอ็กซ์คลูซีฟและเป็นกันเองแบบสุดๆ แถมตั๋วทุกใบยังรวมเครื่องดื่มเย็นๆ ให้จิบระหว่างชมหนังอีกด้วย ใครที่อยากมานั่งปล่อยใจ เสพความสุนทรีย์จากแผ่นฟิล์มในตึกเก่า บันทึกตารางฉายแล้วรีบกดจองให้ทันนะ เพราะบางรอบเต็มไปเรียบร้อยแล้ว

 

ตารางฉายภาพยนตร์ (อัปเดตสถานะล่าสุด)

  • วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569
    • Roman Holiday (1953): เรื่องราวของเจ้าหญิงที่หนีมาเที่ยวในโรมกับนักข่าวหนุ่ม
      • Time: เวลา 18.30 – 20.28 น. (สถานะ: FULLY BOOKED เต็มแล้ว)
  • วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
    • Saturday Night Fever (1977): ปลดปล่อยชีวิตไปกับราชาแห่งฟลอร์ดิสโก้
      • Time: เวลา 18.30 – 20.29 น.
    • The Truman Show (1998): เมื่อชีวิตอันสมบูรณ์แบบอาจเป็นแค่รายการเรียลลิตี้โชว์ 24 ชั่วโมง
      • Time: เวลา 20.50 – 22.33 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569
    • Breakfast at Tiffany’s (1961): สาวสังคมนิวยอร์กผู้หลงใหลในความหรูหากับอดีตที่คาดไม่ถึง
      • Time: เวลา 18.30 – 20.25 น. (สถานะ: ALMOST FULLY BOOKED ใกล้เต็มแล้ว)
    • Pulp Fiction (1994): ภาพยนตร์อาชญากรรมสุดปั่นตลกร้ายระดับขึ้นหิ้ง
      • Time: เวลา 20.45 – 23.19 น.

 

When: วันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569

Where: The Pavilion (ชั้น 4), The Corner House Bangkok

Ticket: 250 บาท / ที่นั่ง (รวมเครื่องดื่มแล้ว)

Booking: ผ่านลิงก์ Google Forms

More Info: THE CORNER HOUSE Bangkok

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 8

 

We Are Many, The Art of Self

 

เปลี่ยนพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ที่เชื่อมต่อดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ภายใต้คอนเซปต์ Celebrate Pride For All, Because We Are Many! ซึ่งงานนี้จัดเต็มไลน์อัปกิจกรรมแบบแน่นๆ 4 วัน 4 สไตล์ ให้คุณเลือกเข้าร่วมตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นสายเฮลตี้ สายคอนเสิร์ต หรือสายชอบดูโชว์สุดปังจากเหล่าตัวแม่ Drag

 

Timeline & Line-up (อัปเดตสถานะล่าสุด)

  • วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 | PRIDE RUN / PRIDE YOGA / WORKOUT
    • Pride Run: ร่วมวิ่ง Be Well, Be You กับ Sabai Run Club (สถานะ: Fully Booked เต็มแล้ว!)
      • Time: เวลา 05.30-10.00 น. | จุดสตาร์ท: ฝั่งทางเข้าสีลม (Silom Entrance)
    • Pride Yoga: คลาสโยคะเสริมพลังใจและยืดเหยียดรับเช้าวันใหม่ (สถานะ: Fully Booked เต็มแล้ว!)
      • Time: เวลา 06.00-10.00 น.
    • CURVE CARDIO DANCE WORKOUT: มาเบิร์นไขมัน ขยับร่างกายไปกับเซสชันแดนซ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟโดย Benz และทีม CURVE BKK (สถานะ: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด!)
      • Time: เวลา 10.30-11.30 น. | ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ Line/IG: @oristaytrue
  • วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 | PRIDE CONCERT
    • GALCHANIE: พบกับพลังความสดใสและดนตรีมู้ดดีๆ 
      • Time: เวลาแสดง 16.00 น. เป็นต้นไป
    • ฮาย อาภาพร: ในค่ำคืน Born to be Bold พบกับความสนุกแบบตัวมัมระดับตำนาน คาแรกเตอร์สุดโดดเด่น และสีสันบนเวทีที่จะมาสาดความม่วนขั้นสุด
      • Time: เวลาแสดง 17.00 น. เป็นต้นไป
  • วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 | MEET & GREET
    • Junior Mark: ร่วมฉลองค่ำคืนแห่งสีสันและความมั่นใจ A True Celebration โชว์พิเศษที่จะมาปลุกพลังให้ทุกคนได้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง
      • Time: เวลาแสดง 17.00 น. เป็นต้นไป
  • วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 | NEIGHBORHOOD SOUL SHOW (DRAG QUEEN SHOW)
    • The Stranger Bar: ปิดท้ายเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่ในเซสชัน Neighborhood Soul กับกลุ่ม Drag Queen ตัวแม่ระดับท็อปจาก The Stranger ขนโชว์เฟียสๆ และพลังแห่งความมั่นใจมาเสิร์ฟแบบจัดเต็ม
      • Time: เวลาแสดง 15.00 น. เป็นต้นไป

When: วันที่ 30 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2569

Where: ชั้น G, Parkside Hall, Central Park Bangkok

More Info: Central Park

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 9

 

Decompress Beach Club by HerSonders x Rechill

 

เปลี่ยนวันหยุดสุดสัปดาห์สิ้นเดือนนี้ ให้กลายเป็นการพักร้อนสไตล์บีชคลับสุดเก๋กลางเมือง โดยแบรนด์แฟชั่นอย่าง HerSonders ร่วมทีมกับ Rechill ที่เปิดสาขาใหม่กลางทองหล่อ จัดคอมมูนิตี้สำหรับคนรักสุขภาพที่ผสมผสานทั้งเวลเนส, แฟชั่น, ดนตรี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

 

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเปิดประสบการณ์ Sauna Social บนพื้นที่ขนาดใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่รองรับคนได้ถึง 40-60 คน พร้อมบำบัดร่างกายด้วยพิธีกรรมฟื้นฟูระบบประสาทอย่างการลงแช่ไอซ์บาธ เคล้าไปกับเสียงดนตรีบีทละมุนๆ จากไลน์อัปดีเจสาวในช่วงพระอาทิตย์ตก นอกจากนี้ยังมีบาร์มะพร้าวออร์แกนิก กิจกรรมเวิร์กชอปทำพัด รวมถึงโอกาสพิเศษที่จะได้ยลโฉมคอลเลกชันฤดูร้อนใหม่ล่าสุดจาก HerSonders ก่อนใครอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นคอมมูนิตี้ที่สายแกลมและสายรักสุขภาพต้องมาจอย

 

Time: Session 1 เวลา 13.00-16.00 น. / Session 2 เวลา 16.00 – 19.00 น.

When: วันเสาร์ที่ 30 และ วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Where: Rechill ชั้น 4, Market Place ทองหล่อ 15

Booking: ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! ผ่านลิงก์นี้ Event 

More Info: HerSonders , RECHILL

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 10

 

Matalay Khaolak Classic 2026

 

ปักหมุดแลนด์มาร์กความสนุกต้อนรับต้นเดือนมิถุนายนกับงานประจำหาดที่ทุกคนรอคอย Matalay Khaolak Classic 2026 ณ Memories Surf Village เขาหลัก เทศกาลริมหาดรูปแบบใหม่ที่รวบตึงกิจกรรม Beach Lifestyle ไว้แบบจัดเต็ม โดยปีนี้พาทุกคนย้อนวันวานมาในมู้ด ‘งานวัด Y2K’ ขนทัพทั้งศิลปินป็อป ศิลปินลูกทุ่ง และไลน์อัปดีเจชื่อดังระดับประเทศมาร่วมปลุกพลังงานความม่วนจอยริมทะเลอันดามันตลอด 3 วัน 3 คืนครับ

 

งานนี้เกิดจากความร่วมมือกันของกลุ่มคนที่รักในเสียงคลื่นและคอมมูนิตี้ริมชายหาด เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคน ไม่ว่าจะสายวิ่ง สายเซิร์ฟ สายกิน หรือสายปาร์ตี้ ได้มาใช้เวลารีเซ็ตร่างกายและปล่อยใจไปกับเสียงเพลงท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและสนุกสนานไปด้วยกัน

 

6 กิจกรรมตลอดเทศกาล

 

Surfer Show (1-3 มิถุนายน 69) เกาะขอบสนามชมการแข่งขันโต้คลื่นประเภท Longboard ระดับนานาชาติกว่า 4 Division จากเซอร์เฟอร์กว่า 16 ประเทศ และไฮไลต์สุดน่ารักอย่างการแข่งขันเซิร์ฟของน้องหมา!

 

Ripcurl Trail to Tide (2 มิถุนายน 69) กิจกรรมวิ่งคอมมูนิตี้ 5K & 8K พาคุณลัดเลาะจากป่าสนสู่ชายหาด (จำกัด 300 คน) วิ่งเสร็จแล้วห้ามรีบกลับ! มีโซน Ice Bath Recovery แช่น้ำแข็งคืนความสดชื่นให้กล้ามเนื้อฟรีริมหาด พร้อมลุ้นรางวัล Lucky Draw อีกเพียบ

 

Khaolak Drip Yen Battle (1 มิถุนายน 69) กิจกรรมใหม่แกะกล่องกับการแข่งขันชงกาแฟดริปเย็นของบาริสต้าทั่วประเทศ ร่วมส่งใจเชียร์การรังสรรค์เมนูกาแฟจากเมล็ดไทยเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของป่าต้นน้ำ

 

Beach Market & Workshops เดินช้อปเดินชิมฟีลงานวัดสุดชิคที่รวบรวมบูธอาหารอร่อยๆ และป็อปอัพแบรนด์แฟชั่น Beach Lifestyle จากทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรม Wellness ดีๆ มากมาย

 

Live Concerts (ชมฟรี!) โดดให้ยับและแดนซ์ให้สะบัดกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินตัวท็อป

  • วันที่ 1 มิถุนายน: อุ่นเครื่องความฟินกับวง Polycat เจ้าพ่อซินธ์ป็อป
  • วันที่ 2 มิถุนายน: เตรียมลูกคอและซ้อมเต้นมาให้พร้อม พบกับตัวแม่สายเอ็นเตอร์เทน แม่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ที่จะมานำทัพแดนซ์สะบัดริมหาด

 

Thailand’s Top DJs Line-up: ปาร์ตี้สละโสดความเหงายามค่ำคืนไปกับดีเจแถวหน้าของเมืองไทย เช่น DJ TOB, DJ PatraB, DJ Pragueputth feat. DJ Lobster และดีเจอีกเพียบที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสาดบีทรับแสงซันเซ็ต

When: วันที่ 1-3 มิถุนายน 2569

Where: Memories Surf Village, เขาหลัก พังงา

More Info: Khaolak Surf Town , Khaolak Classic

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 11

 

“Make it Dirty” & Dirty Cocktail by BEANS Coffee Roaster

 

ต่อยอดความสำเร็จจากพาร์ทกาแฟในช่วงกลางวันสู่คอนเซปต์ Happy Day, Dirty Night เมื่อ BEANS Coffee Roaster นำเมล็ดกาแฟที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษอย่าง Single Origin รหัส C-5 ที่ให้ Aroma และ Coffee Oils สมบูรณ์แบบ มาคอลแลปส์ร่วมกับ 12 บาร์และร้านดังทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์เมนู Dirty Cocktail สูตร Exclusive ที่ผสมผสานศาสตร์แห่ง Specialty Coffee และโลกของ Nightlife เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้

 

ความพิเศษของแคมเปญนี้คือมีกิมมิคแลกเปลี่ยนความอร่อย โดยลูกค้าของร้าน BEANS สามารถนำคูปองไปแลกรับ Dirty Cocktail ที่บาร์พาร์ทเนอร์ได้ฟรี! และในทางกลับกัน ลูกค้าจากบาร์ต่างๆ ก็สามารถนำคูปองมาแลกรับเมนู Dirty ที่ร้าน BEANS ได้ฟรีเช่นกัน (เครื่องดื่มมีจำนวนจำกัดต่อวัน)

 

ลายแทงพิกัด 12 บาร์ดัง และเมนูไฮไลต์ที่คุณต้องไปลอง

  1. TICHUCA (ทองหล่อ ชั้น 46 T-One): บาร์รูฟท็อปสุดฮิตวิวกว้าง 360 องศา
  • DIRTY ROASTED: เอสเพรสโซมาร์ตินีสไตล์ทรอปิคอล ผสานกลิ่นดอกมะลิและข้าวหอมมะลิ
  1. PAPER PLANE PROJECT (ทองหล่อ ชั้น 40 T-One): Creative Space บรรยากาศสุดฮิป
  • DIRTY REMY’S COFFEE: ค็อกเทลเสิร์ฟอุ่น ท็อปด้วยครีมนมและผิวส้ม ให้สัมผัสอบอุ่น
  1. TAHONA (ชั้น 33 InterContinental BKK Sukhumvit): บาร์ลับในคอนเซปต์ถ้ำนักล่า
  • TROPICAL DIRTY MARTINI: เอสเพรสโซมาร์ตินีเขตร้อน กลิ่นกล้วยและดอกชมนาด
  1. SANCTUARY BAR (ชั้น 34 InterContinental BKK Sukhumvit): สเปซหรูสไตล์พรีเมียมไฮด์เอาท์
  • DIRTY PEATY: ค็อกเทลแนว Spirit Forward นุ่มใส มีกลิ่น Smoke จางๆ ที่ซ่อนอยู่ทุกจิบ
  1. GIR (ทองหล่อ ชั้น 40 T-One): บาร์ป่าดิบชื้นใจกลางกรุง
  • RAINFOREST BREW: ค็อกเทลสปาร์กลิงสกัดกาแฟอุณหภูมิต่ำ ผสมผลไม้ป่าและ Sherry
  1. NOT FROM SAN SEBASTIAN (ทองหล่อ): สแปนิชไวน์บาร์สุดขี้เล่น
  • CAFÉ DEL MANGO: Coffee Tonic ซ่าเปรี้ยว ผสานกลิ่นมะม่วงและดอกไม้ สดชื่นตั้งแต่จิบแรก
  1. BLACK CABIN (พระราม 4): บาร์เพลงสดสไตล์ Industrial Vintage
  • BOW AND ARROW / MUTED BUZZ / LAST POUR: เมนูกาแฟลึกซับซ้อนและกาแฟบ่มถังวิสกี้
  1. SUNDRY (4-Floor Social Club): ไฮไฟบาร์เทสดี
  • Dirty Morkhaeng: ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ขนมหม้อแกง” ไทยคลาสสิกนำมาตีความใหม่
  1. OFTR (ซอยสุขุมวิท 31): คลาสสิกไดฟ์บาร์จากภาพยนตร์ One for the Road
  • DIRTY MIDNIGHT: ค่ำคืนเข้มข้นจาก Decaf Espresso ผสมคาราเมลและครีมนมนัวๆ
  1. 008 BAR (ชั้น 11 Eight Thonglor): บาร์ลับสไตล์ Speakeasy ยุค Prohibition
  • DIRTY BREW MISSION: สปาร์กลิงค็อกเทลชาดอกมะลิและบ๊วยเค็ม ท็อปด้วยโฟมกาแฟโรสแมรี่
  1. JERRY (24 Boulevard): อเมริกันเรโทรไดเนอร์พร้อมดนตรีสดสุดกรูฟ
  • DIRTY CRIMSON CLOUD: เอสเพรสโซผสมเรดเบอร์รี่ ปิดผิวด้วยวิปครีมถั่วแดงสีสดใส
  1. XIN XE GOI (นานา-เยาวราช): Contemporary Cook-Shop และรูฟท็อปโซเชียลสเปซ
  • DIRTY MIND: เอสเพรสโซบวก Tiramisu Syrup ให้รสสัมผัสหอมหวาน นัวเลเยอร์ชัดเจน

 

Time: ตามเวลาเปิดทำการของแต่ละบาร์

When: วันที่ 1-30 มิถุนายน 2569

Where: 12 บาร์ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

More Info: BEANS Coffee Roaster

 

ภาพประกอบกิจกรรมและงานเทศกาลที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ต้อนรับ Pride Month ในกรุงเทพฯ 12

 

‘House of Fritz Hansen Bangkok’ New Experience. Same Iconic Legacy.

 

Fritz Hansen แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับตำนานจากเดนมาร์ก ร่วมกับ NORSE Republics ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโฉมใหม่ของ House of Fritz Hansen Bangkok โชว์รูมใจกลางเมืองเนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปี ยกระดับพื้นที่ภายใต้แนวคิด A Space for Design Icons ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เปิดกว้าง และโมเดิร์น ราวกับได้มาเยือนบ้านของนักสะสมงานดีไซน์ระดับโลก

 

และเพื่อเฉลิมฉลองการปรับโฉมครั้งสำคัญนี้ ทางแบรนด์ชวนทุกคนมาร่วมสำรวจนิยามความงามร่วมสมัยที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ผ่านกิจกรรมไฮไลต์หลักที่พร้อมต้อนรับผู้หลงใหลในงานดีไซน์ทุกคนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

PK22 Photo Series นิทรรศการที่ต้องห้ามพลาด ชมนิทรรศการจัดแสดงภาพถ่ายสุดพิเศษที่คัดสรรมาจากหนังสือโดยช่างภาพชื่อดังระดับโลกอย่าง Blaine Davis, Soonae Park และ Valentina Vos ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ท่วงทำนอง และมิติความงามของเก้าอี้สุดไอคอนิกอย่าง PK22 ในหลากหลายบริบท สะท้อนให้เห็นถึงความงามของงานออกแบบที่ยังคงความร่วมสมัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมทุกคนได้มาใช้เวลากับตัวเองในการสำรวจความหมายของคำว่า Iconic Design ในแบบฉบับของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ณ House of Fritz Hansen Bangkok

 

การเปิดตัว Magazine C – Issue No. 7 “PK22” นิตยสารเชิงลึกที่เชื่อมโยงเรื่องราวระหว่างดีไซน์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนจาก 5 เมืองรอบโลกที่ใช้ชีวิตร่วมกับเก้าอี้ PK22 (ผลงาน Masterpiece ในปี 1956 ของ Poul Kjærholm) วางจำหน่ายในราคา 990 บาท พร้อมรับ Special-Edition Folio Sleeve ของที่ระลึกดีไซน์พิเศษ (มีจำนวนจำกัด) เฉพาะที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

 

Time: เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

When: วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 (สำหรับกิจกรรมจัดแสดงภาพถ่าย PK22 Photo Series)

Where: House of Fritz Hansen Bangkok (ซอยสมคิด)

More Info: Fritz Hansen Bangkok

 

The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 27 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาททุกประเภทเส้นทาง ดีเดย์ 25 พ.ค. นี้ แจงเหตุแบกรับภาระราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง https://thestandard.co/chao-phraya-express-boat-fare-increase/ Thu, 21 May 2026 12:09:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1209808 เรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ (21 พฤษภาคม) นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้ […]

The post เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาททุกประเภทเส้นทาง ดีเดย์ 25 พ.ค. นี้ แจงเหตุแบกรับภาระราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้ (21 พฤษภาคม) นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงความจำเป็นในการปรับอัตราค่าโดยสาร สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกและภายในประเทศที่มีความผันผวน

 

โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการเดินเรือ ได้ปรับตัวสูงขึ้นไปแตะที่ระดับ 41.49 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด จึงมีความจำเป็นต้องประกาศปรับอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1 บาทจากอัตราเดิม โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้และยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชน

 

สำหรับรายละเอียดอัตราค่าโดยสารใหม่ที่จะมีการปรับขึ้น ประกอบด้วย เรือธงส้ม (เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร) ปรับจากราคา 18 บาท เป็น 19 บาทตลอดสาย เรือธงเหลือง (เส้นทางนนทบุรี – สาทร) ปรับจากราคา 23 บาท เป็น 24 บาทตลอดสาย ในส่วนของ เรือธงเขียวเหลือง จะมีการปรับตามระยะทาง ได้แก่ เส้นทางปากเกร็ด – นนทบุรี ปรับจาก 16 บาท เป็น 17 บาท, เส้นทางนนทบุรี – สาทร ปรับจาก 23 บาท เป็น 24 บาท และเส้นทางตลอดสายปากเกร็ด – สาทร ปรับจาก 35 บาท เป็น 36 บาท ขณะที่เรือโดยสารปรับอากาศ เรือธงแดง (เส้นทางนนทบุรี – สาทร) จะปรับจากราคา 32 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 33 บาท

 

อย่างไรก็ตาม นาวาตรีเจริญพร ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการว่า การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้เป็นการปรับตามความจำเป็นจากสภาวะต้นทุนพลังงานเท่านั้น

 

โดยบริษัทฯ จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวลดลงสู่ระดับเกณฑ์มาตรฐานในอนาคต บริษัทฯ ก็พร้อมที่จะพิจารณาปรับลดอัตราค่าโดยสารลง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการต่อไป

The post เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาททุกประเภทเส้นทาง ดีเดย์ 25 พ.ค. นี้ แจงเหตุแบกรับภาระราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ https://thestandard.co/life/mtch-sathorn-matcha-cafe-bts-surasak/ Sat, 11 Apr 2026 05:31:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1197068 ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ

หากพูดถึงชื่อร้านที่ยืนหนึ่งในใจคนรักมัทฉะ แน่นอนว่าต้อ […]

The post MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ

หากพูดถึงชื่อร้านที่ยืนหนึ่งในใจคนรักมัทฉะ แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ MTCH™ อยู่ในลิสต์ต้นๆ แน่นอน ล่าสุดทางแบรนด์ได้ขยับขยายความเข้มข้นมาสู่ย่านธุรกิจอย่างสาทร โดยสาขานี้มาในขนาดที่กะทัดรัดขึ้นกว่าสาขาอื่น เน้นบริการแบบเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้านเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนเมืองในพื้นที่

 

สาขานี้เหมาะมากสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการมัทฉะเพิ่มความสดชื่นระหว่างวัน หรือจะแวะมาเช็กอินหลังลงจากรถไฟฟ้าก็สะดวกสุดๆ เพราะร้านตั้งอยู่ติดกับทางออกที่ 2 ของสถานี BTS สุรศักดิ์เลย และที่พลาดไม่ได้คือการได้ชมถ้วยมัทฉะ Asahiyaki ของจริงจากเกียวโต ที่มีลวดลาย ‘หลังกวาง’ (ลายดวงๆ บนผิวเคลือบ) ซึ่งงดงามและมีเอกลักษณ์ในทุกใบ

 

ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 1ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 2ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 3

 

The Vibe

 

ตัวร้านตั้งอยู่ใต้โรงแรม The Step Sathon โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเรียบง่ายสไตล์มินิมัล เน้นงานไม้และปูนเปลือยที่ตัดกับเคาน์เตอร์บาร์สเตนเลสดูทันสมัย แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่มากแต่ก็ยังมีที่นั่งรองรับสำหรับคนที่อยากพักจิบมัทฉะเงียบๆ สักครู่ก่อนไปต่อ ด้วยบรรยากาศของสาขาสาทรนี้ให้ความรู้สึกแบบ Urban Matcha Bar ที่มีความคล่องตัว ส่วนเรื่องการตกแต่งก็คงฉบับความสวยงามแต่มีสไตล์แบบญี่ปุ่นร่วมสมัย

 

ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 4ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 5

 

The Taste

 

แม้เมนูที่สาขานี้อาจจะไม่หลากหลายเท่าสาขาอื่น แต่รับประกันว่ารสชาติมัทฉะยังคงเข้มข้นและคัดสรรมาอย่างดีเหมือนเดิม พร้อมมีบริการจำหน่ายผงมัทฉะและอุปกรณ์สำหรับกลับไปทำเองที่บ้านด้วย

 

ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 6

 

ถ้ามาแล้วเราแนะนำให้ลองสั่ง OKUMIDORI (150 บาท) มัทฉะลาเต้ระดับ Medium ที่ดื่มง่าย รสชาติมีความกลมกล่อมและนุ่มนวลอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยรสสัมผัสที่ละมุนลิ้น มีความหวานปลายแบบธรรมชาติ และให้กลิ่นหอมนวลๆ

 

และสำหรับใครที่ไม่อยากดื่มนม ต้องสั่ง Matcha Coconut (145 บาท) การรวมตัวของเพียวมัทฉะและน้ำมะพร้าว ให้กลิ่นโทนนัวและรสอูมามิที่สดชื่น เหมาะสำหรับคนชอบดื่มชาแบบไม่ใส่นม

 

ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 7

 

ส่วนสาขาแน่นอนว่าก็มีของทานเล่นอย่าง MTCH™ MONAKA (160 บาท) ขนมโมนากะแป้งกรอบสไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้ไอศกรีมมัทฉะเจลาโต้และถั่วแดง แนะนำให้เลือกไอศกรีมระดับ Medium จะได้ความหอมอร่อยที่กำลังดี

 

ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 8

 

และ MONAKA SET (90 บาท) เซตรวมโมนากะ 2 รสชาติที่ให้สัมผัสแตกต่าง ทั้งไส้ถั่วแดงคลาสสิก และไส้ถั่วขาวผสมยูซุที่ให้ความหอมสดชื่น

 

ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 9ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 10ภาพร้าน MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ 11

 

Good for

 

ชาวสาทรและพนักงานออฟฟิศย่านสุรศักดิ์ที่กำลังมองหามัทฉะดีๆ สักแก้ว ในวันทำงาน รวมถึงคนที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการซื้อแบบ Grab & Go ร้านนี้คือพิกัดที่ถูกต้องที่สุดในการเติมพลังงานจากคาเฟอีนคุณภาพ และยังเหมาะสำหรับคนรักงานคราฟต์ที่อยากมาชมความงามของถ้วยชาระดับตำนานก่อนตัดสินใจสะสมสักใบ

 


 

MTCH™ Sathorn

Address: ชั้น 1 โรงแรม The Step Sathon (BTS สุรศักดิ์ ทางออก 2)

Open: เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.30 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)

Contact: MTCH™

Budget: ราคา 150-350 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/oJNehzfLay9FQf6o6

The post MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Runners’ Cafe Guide 15 คาเฟ่รอบสวนจตุจักร-สวนรถไฟ ที่คัดมาแล้วสำหรับพี่นักวิ่ง https://thestandard.co/life/runners-cafe-chatuchak-guide/ Fri, 03 Apr 2026 06:16:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1194326 ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ

ถ้าสวนลุมฯ คือหัวใจของคนเมืองฝั่งสาทร ‘สวนจตุจักร […]

The post Runners’ Cafe Guide 15 คาเฟ่รอบสวนจตุจักร-สวนรถไฟ ที่คัดมาแล้วสำหรับพี่นักวิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ

ถ้าสวนลุมฯ คือหัวใจของคนเมืองฝั่งสาทร ‘สวนจตุจักรและสวนรถไฟ’ ก็คือปอดผืนใหญ่ที่รวมตัวนักวิ่งทุกสายจากทั่วกรุงเทพฯ ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่สายสปีดที่เน้นทำรอบในสวนจตุจักร ไปจนถึงสายชิลล์ปั่นจักรยานรับลมที่สวนรถไฟ แต่สำหรับพวกเราชาวรันเนอร์ รู้ดีว่าความสุขที่แท้จริงของการมาเยือนย่านนี้ คือการได้ออกไปสำรวจคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในแถวจตุจักร ลาดพร้าว และอารีย์

 

THE STANDARD LIFE กลับมาอีกครั้งใน EP.2 กับ 15 พิกัดคาเฟ่และบรันช์รอบสวนจตุจักร-สวนรถไฟ ที่เราคัดมาแล้วว่าตอบโจทย์นักวิ่งทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสายจริงจังที่ต้องการกาแฟจากโรงคั่วระดับแชมป์ หรือสายโซเชียลที่อยากนั่งละเลียดบรันช์จานโตในบ้านไม้เก่าสุดคลาสสิก ไหนๆ ก็ยอมตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนกันแล้ว อย่าให้เสียเที่ยว แวะไปเติมพลังให้ร่างกายด้วยกาแฟดีๆ และมื้อเช้าที่คุ้มค่ากับการเสียเหงื่อกันสักหน่อยดีกว่า

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 1

 

1. Larder สาขาจตุจักร

 

ตอกย้ำความเป็น Wellness Station สำหรับพี่นักวิ่งย่านจตุจักรด้วยสาขาใหม่ที่ใหญ่และปังกว่าเดิม Larder สาขาจตุจักร ยกบรรยากาศสไตล์โคเปนเฮเกนมาไว้ที่ซอยกำแพงเพชร 1 ด้วยดีไซน์เพดานสูงโปร่งและครัวเปิดแบบ Open Kitchen ที่ส่งกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่มาทักทายพี่ๆ ตั้งแต่หน้าประตู เหมาะมากสำหรับแก๊งนักวิ่งที่อยากหาที่นั่งพักแบบ Space กว้างๆ หลังจบคอร์สซ้อมที่สวนจตุจักรหรือสวนรถไฟ

 

เมนูที่นี่ขึ้นชื่อเรื่อง Portion ที่ใหญ่สะใจ แนะนำ Potato Rosti (280 บาท) มันฝรั่งทอดชิ้นหนานุ่มฉ่ำ ท็อปด้วย Pumpkin Puree หวานละมุนและ Poached Egg เยิ้มๆ หรือจะเพิ่มโปรตีนด้วย Tuna Tataki (170 บาท) ทานคู่กับซาวโดวจ์และสลัดผักสดๆ ก็ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีเยี่ยม ส่วนสายคาร์บหนักต้องลอง Vienna Schnitzel (290 บาท) หมูชุบแป้งทอดกรอบนอกนุ่มในสไตล์ยุโรปแท้ๆ

 

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดสำหรับสายหวานคือ Paczek (80 บาท) โดนัทไม่มีรูไส้เครมบูเล่วานิลลาที่หอมเนยสุดพลัง ส่วนพี่ๆ ที่ต้องการรีเฟรชร่างกายจากความร้อน ที่นี่มี Cold Pressed Juice (180 บาท) ให้เลือกหลาหลาย ช่วยคืนความสดชื่นได้ทันใจแน่นอน

 

Address: ซอยกำแพงเพชร 1 (MRT กำแพงเพชร ทางออก 1)

Open: เปิดให้บริการทุกวันเวลา 07.00-17.00 น.

Contact: Larder

Budget: ราคา 300-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 2

 

2. Norman’s Collective

 

สายคาเฟ่ฮอปปิ้งและนักวิ่งสายคอนเทนต์ต้องมีกรี๊ด Norman’s Collective คาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ หลังตึกแดงที่มาพร้อมมู้ดแอนด์โทนแบบถูกต้องเหมือนวาร์ปไปอยู่ย่านฮิปในเกาหลี ด้วยการตกแต่งสไตล์สตูดิโอแฟชั่น โทนสีฟ้า-ขาวที่ดูสะอาดตา เป็นจุดเช็กอินที่พี่ๆ นักวิ่งควรแวะมาโพสต์ท่าเท่ๆ หลังจบรูท รับรองว่าได้รูปสวยปังระดับอินเตอร์แน่นอน

 

จุดเด่นของที่นี่นอกจากดีไซน์ที่กินขาดแล้ว คือความจริงจังเรื่องวัตถุดิบ โดยเฉพาะเมนูที่ใช้มะพร้าวน้ำหอมแท้จากบ้านแพ้วที่ส่งตรงความหวานจากธรรมชาติแบบ 100% เหมาะมากสำหรับเติมความสดชื่น หลังเสียเหงื่อในสนาม เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ Coconut Matcha (175 บาท) มัทฉะเข้มข้นผสมน้ำมะพร้าวสดรสกลมกล่อม หรือจะเป็น Strawberry Matcha Latte (185 บาท) ที่ให้ความสดชื่นแบบมีมิติ

 

สำหรับสายขนมที่นี่ก็มี Bakery สไตล์โฮมมี่ไว้ให้เลือกเพลินๆ ทั้ง Shio-pan (80 บาท) ขนมปังเกลือเนื้อนุ่มหอมเนย หรือ Matcha Rotiboy (105 บาท) ที่กรอบนอกนุ่มใน ใครที่วิ่งเสร็จแล้วอยากหาพื้นที่นั่งพักในบรรยากาศคูลๆ ที่มีทั้งงานแฟชั่นและกาแฟดีๆ รวมอยู่ด้วยกัน Norman’s Collective คือพิกัดที่คุณจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก

 

Address: ซอยด้านหลังตึกแดงวินเทจ จตุจักร (MRT กำแพงเพชร ทางออก 1)

Open: เปิดให้บริการวันพุธ-อาทิตย์ 11.00-18.00 น. (หยุดจันทร์-อังคาร)

Contact: Norman’s Collective

Budget: ราคา 150-350 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 3

 

3. BONCI

 

หนึ่งในแลนด์มาร์คที่ฮอตที่สุดของย่านสะพานควาย-ประดิพัทธ์คือ BONCI จุดเช็กอินที่พี่ๆ นักวิ่งไม่ควรพลาดทั้งร้านโดดเด่นด้วยโลโก้หน้ายิ้มและไฟนีออนที่เป็นเอกลักษณ์ ตกแต่งด้วยไม้โทนเข้มสไตล์มินิมัลแต่ยังคงความคลาสสิกแนววินเทจไว้อย่างลงตัว บรรยากาศร้านกว้างขวางมีถึง 2 ชั้น โดยเฉพาะชั้น 2 ที่มีพื้นที่ให้นั่งพักเหยียดขาแบบยาวๆ หรือจะพกแล็ปท็อปมาเปลี่ยนบรรยากาศ Work from Cafe หลังวิ่งเสร็จก็ตอบโจทย์สุดๆ

 

เมนูเครื่องดื่มที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายและคุณภาพ แนะนำ Bimbom Cream (150 บาท) เมนู Dirty สูตรซิกเนเจอร์ที่ท็อปด้วยครีมนุ่มละมุน หรือถ้าต้องการความรีเฟรชหลังเสียเหงื่อกลางแดดจ้า ต้องลอง Matcha Orange (150 บาท) หรือ Lychee Rose Thai Tea (120 บาท) ที่ให้ความสดชื่นแบบสว่างวาบ ส่วนใครที่ชอบกาแฟสายนม เมล็ด House Blend ของที่นี่ให้โน้ตช็อกโกแลตและฮาเซลนัทที่เข้ากันได้ดีมากกับขนมเบเกอรี่ในตู้

 

BONCI จึงเป็นมากกว่าแค่ร้านกาแฟ แต่เป็นพื้นที่พักผ่อนที่รวมเอาไลฟ์สไตล์และความแอ็กทีฟของคนย่านสะพานควายไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะวิ่งมาจากสวนจตุจักรหรือสวนรถไฟ การได้มาจบรูทที่หน้ายิ้มแห่งนี้คือรางวัลที่ช่วยเติมพลังบวกให้วันหยุดได้อย่างดีเยี่ยม

 

Address: ถนนพหลโยธิน (BTS สะพานควาย)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-18.00 น.

Contact: BONCI

Budget: ราคา 120-300 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 4

 

4. Laze

 

หลีกหนีความวุ่นวายหลังจบรูทวิ่งที่สวนจตุจักร มาชาร์จแบตเตอรี่ร่างกายที่ Laze คาเฟ่สุดเท่ที่รีโนเวทจากตึกแถวเก่าอายุกว่า 60 ปี ให้กลายเป็น Urban Hideout ใจกลางสะพานควาย-อารีย์ ด้วยดีไซน์ที่เน้นความโปร่งและวัสดุธรรมชาติ มีสวนเล็กๆ อยู่กลางร้าน พร้อมดาดฟ้าที่เปิดรับลมเย็นๆ เหมาะมากสำหรับพี่ๆ นักวิ่งที่ต้องการพื้นที่สงบๆ เพื่อคูลดาวน์และอยู่กับตัวเองสักพักก่อนกลับไปลุยงานต่อ

 

ที่นี่จริงจังเรื่องกาแฟระดับ Micro Roastery แต่สำหรับสาย Non-coffee หรือนักวิ่งที่ต้องการความสดชื่นแบบสว่างวาบ ต้องลอง Yuzu Lemon Sparkling (130 บาท) รสชาติหวานอมเปรี้ยวและมีความซ่าที่ช่วยปลุกความเฟรชได้ทันที หรือจะเลือกเมนูในกลุ่มรีเฟรชชิ่งอย่าง Whistle (170 บาท) ชาเบอร์รี่ผสมพีชและส้มที่เสิร์ฟมาอย่างสวยงามและดื่มง่ายสุดๆ

 

ในส่วนของเบเกอรี่ พลาดไม่ได้กับ Croissant Lemonita (170 บาท) ครัวซองต์ซิกเนเจอร์ที่ตัวครีมด้านบนรสหวานตัดกับความเปรี้ยวของเลมอนด้านในได้อย่างลงตัว หรือถ้าอยากได้มื้อที่หนักท้องขึ้นมาหน่อย Croissant Cheesy Scramble Shrimp (180 บาท) ก็เป็นตัวเลือกที่เติมโปรตีนหลังวิ่งได้ดีมาก Laze จึงเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกายในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์อย่างแท้จริง

 

Address: ซอยสุทธิสารวินิจฉัย 3 

Open: เปิดให้บริการทุกวันเวลา 08.00-17.00 น.

Contact: Laze

Budget: 150-350 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 5

 

5.Baby Brunch & Bar

 

เปลี่ยนมู้ดจากสนามวิ่งมาสู่คาเฟ่สุดชิคในโรงแรม Craftsman ย่านอารีย์ Baby Bar Bangkok คือพิกัด Brunch & Bar ที่นักวิ่งสายไลฟ์สไตล์ต้องเลิฟ ด้วยการตกแต่งโทนสีชมพูตัดกับงานดีไซน์ร่วมสมัย มีให้เลือกนั่งทั้งโซน Indoor แอร์เย็นฉ่ำและ Outdoor รับลมธรรมชาติ ที่สำคัญยังเป็นร้านแบบ Pet-friendly ที่ยินดีต้อนรับน้องหมาน้องแมว ให้พี่ๆ พาสัตว์เลี้ยงคู่ใจมานั่งชิลล์หลังวิ่งในสวนจตุจักรหรือสวนรถไฟได้แบบไม่ต้องกังวล

 

อาหารที่นี่โดดเด่นเรื่องสีสันที่สดใสตัดกับจานอย่างสวยงามทุกมุม แสงช่วง 10 โมงคือช่วงนาทีทองที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาด เมนูเติมพลังที่แนะนำคือ Big Boy Breakfast (450 บาท) มื้อเช้าชุดใหญ่ไฟกะพริบที่ให้สารอาหารครบถ้วน หรือสายพาสต้าต้องลอง Spaghetti Mentaiko (280 บาท) รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ส่วนสายเฮลตี้ที่อยากเติมความสดชื่น แนะนำ Blueberry Yogurt (165 บาท) หรือ Strawberry Peach (165 บาท) ที่ช่วยรีเฟรชร่างกายได้ทันที นอกจากอาหารจานหลักแล้ว ของหวานอย่าง Basque Cheesecake (190 บาท) ก็เป็นรางวัลหลังเส้นชัยที่คุ้มค่า Baby Bar จึงเป็นพื้นที่ที่รวมเอาความ Wellness และความสนุกของคนเมืองย่านอารีย์ไว้ได้อย่างลงตัวที่สุดครับ

 

Address: โรงแรม Craftsman Bangkok (ซอยพหลโยธิน 11)

Open: เปิดให้บริการทุกวันเวลา 08.00-23.00 น.

Contact: Baby Bar Bangkok

Budget: 250-600 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 6

 

6. นานา คอฟฟี่ โรสเตอร์ (Nana Coffee Roasters) อารีย์

 

สัมผัสประสบการณ์กาแฟระดับโลกในบรรยากาศสวนลับใจกลางเมืองที่ Nana Coffee Roasters Ari สาขานี้คอนข้างพิเศษ เพราะเหมือนยกป่าขนาดย่อมมาไว้ในอารีย์ซอย 4 พื้นที่ร้านกว้างขวางและเขียวขจีสุดๆ เหมาะสำหรับพี่ๆ นักวิ่งที่อยากวาร์ปจากสวนจตุจักรมานั่งพักในที่ที่ธรรมชาติจุกๆ สูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมจิบกาแฟที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลระดับแชมป์ ภายใต้คอนเซปต์กาแฟที่เสิร์ฟมาคู่กับเรื่องราว

 

ที่นี่คือสวรรค์ของสาย Specialty Coffee อย่างแท้จริง มีเมล็ดให้เลือกหลากหลายโปรไฟล์ เมนูแนะนำที่คอกาแฟนมต้องเลิฟคือ Dirty (150 บาท) กาแฟหอมละมุนลิ้นที่ดื่มแล้วต้องหันไปสบตากับเพื่อนรันเนอร์เพราะความฟิน ส่วนพี่ๆ ที่เพิ่งวิ่งเสร็จแล้วต้องการความเฟรชแบบสว่างวาบ แนะนำ Yuzu Sparkling (150 บาท) หรือ Wake Up (180 บาท) เมนูที่ดื่มแล้วช่วยปลุกความสดชื่นคืนพลังงานได้ทันที

 

นอกจากเครื่องดื่มแล้ว เมนูอาหารจานหลักของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเหล่าบรรดา Toast และ Sandwich ที่หน้าตาสวยงามและให้พลังงานดีเยี่ยมอย่าง Nana Platter (เริ่มต้น 280 บาท) หรือสายสุขภาพต้องลอง Nana Salad (เริ่มต้น 250 บาท) ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ Nana Coffee Roasters จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าแก่การแวะมาเช็คอินหลังจบระยะวิ่ง เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร

 

Address: อารีย์ซอย 4 ฝั่งใต้ (เดินจาก BTS อารีย์ ประมาณ 550 เมตร)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-18.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น.

Contact: Nana Coffee Roasters

Budget: ราคา 200-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 7

 

7. Yellow Lane

 

ปักหมุดแลนด์มาร์คของคนรักสุขภาพย่านอารีย์ที่ “พี่นักวิ่ง” ต้องห้ามพลาด Yellow Lane คือ Community Space สีเหลืองอุ่นใจที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ให้ฟีลเหมือนหลุดออกมาจากความวุ่นวายของเมือง ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่คาเฟ่ แต่คือ Wellness Portal อย่างแท้จริง เพราะนอกจากเมนู Brunch ชั้นเลิศแล้ว พื้นที่ด้านหลังยังถูกเนรมิตเป็น Dip Garden Onsen & Ice Bath ให้บริการทั้งซาวน่าและบ่อแช่ไอซ์บาธซึ่งตอบโจทย์การฟื้นฟูร่างกายของนักวิ่งหลังจบรูทได้ดีที่สุดในย่านนี้

 

เมนูอาหารที่นี่เน้นความเฮลตี้และสารอาหารครบถ้วนตามแบบฉบับ Wellness Station เมนูยอดฮิตที่แนะนำคือ Big Brekkie (350 บาท) มื้อเช้าชุดใหญ่ที่ให้พลังงานเต็มเปี่ยม หรือจะเลือกแบบเบาๆ แต่สดชื่นอย่าง Acai Bowl และ Smashed Avocado on Toast (280 บาท) ที่ออนท็อปด้วยพริกน้ำส้มดองช่วยตัดรสได้อย่างลงตัว หากใครต้องการโปรตีนเน้นๆ เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ Beetroot and Kale Salmon (400 บาท) แซลมอนหนังกรอบเสิร์ฟคู่กับเคลาะและบีทรูทคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ

 

นอกจากโซน Outdoor ที่ร่มรื่นแล้ว ภายในร้านยังมีพื้นที่กว้างขวาง เพดานสูง โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับแก๊งนักวิ่งที่อยากมานั่ง Chic & Chill คุยกันยาวๆ หรือจะพาน้องหมาน้องแมวมาด้วยก็ยินดีต้อนรับ เพราะเป็น Pet-friendly ด้วย ใครที่มองหารางวัลหลังเส้นชัยที่เป็นมากกว่าแค่กาแฟ แต่ช่วยรีเฟรชทั้งร่างกายและจิตใจแบบครบวงจร Yellow Lane คือพิกัดที่ต้องมาเช็กอินด่วน

 

Address: อารีย์ ซอย 1 (BTS อารีย์)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.30-22.00 น.

Contact: Yellow Lane

Budget: ราคา 300-700 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 8

 

8. Some Time Blue Cafe

 

หลบมุมจากความวุ่นวายหลังวิ่งเสร็จ มาสัมผัสความสงบที่ Some Time Blue Cafe คาเฟ่บรรยากาศวินเทจที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในอาคารสหมงคลฟิล์ม ที่นี่คือพิกัดที่จริงใจที่สุดสำหรับคนรักซาวโดวจ์ และกาแฟ Specialty ด้วยไวบ์ร้านที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ทำให้เราสามารถนั่งละเลียดมื้อเช้าได้แบบไม่ต้องเร่งรีบ แถมวันเสาร์-อาทิตย์ทางร้านของดใช้ Laptop เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จริงๆ

 

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือขนมปังซาวโดวจ์โฮมเมดที่ทำออกมาได้ดีมาก พี่ๆ นักวิ่งสามารถเลือกทานแบบ Open Face ที่มีสเปรดให้เลือกหลากหลาย แนะนำ Salmon Tzatziki on toast (200 บาท) โยเกิร์ตซาสิกิผสมแอปเปิ้ลท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอนที่ให้ความเฟรชสุดๆ หรือจะเติมพลังด้วย Bacon liver pate on toast (120 บาท) ตับไก่บดและเบคอนก็ฟินไม่แพ้กัน

 

กาแฟที่นี่รสชาติได้มาตรฐานระดับรางวัล มีเมล็ดให้เลือกหลากหลายชนิด แนะนำเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Dirty (100 บาท) ที่นมเย็นจัดตัดกับช็อตกาแฟเข้มข้น หรือถ้าอยากได้ความสดชื่นทันทีหลังวิ่งกลางแดด ต้องลอง Citrus Americano (100 บาท) ยูซุโซดาท็อปด้วยเอสเปรสโซ่ที่ช่วยปลุกความกระปรี้กระเปร่าได้ทันที

 

Some Time Blue จึงเป็นคาเฟ่ Hidden Gem ย่านพหลโยธินที่ตอบโจทย์นักวิ่งที่ต้องการพื้นที่สงบๆ ในบรรยากาศที่เหมือนหยุดเวลาไว้ให้เราได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

 

Address: ซอยพหลโยธิน 2 (อาคารสหมงคลฟิล์ม)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-16.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น.

Contact: Some Time Blue

Budget: ราคา 150-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 9

 

9. ET 1.5 (ET ONE POINT FIVE)

 

สัมผัสบรรยากาศบรันช์สุดโฮมมี่ที่ซ่อนตัวอยู่ในลาดพร้าว 15 ET 1.5 คือร้านที่นักวิ่งสายรักษ์โลกต้องตกหลุมรัก เพราะมาในคอนเซปต์ Answer to the Anthropocene เน้นความอร่อยที่ดีต่อโลกด้วยการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น และการจัดการแบบ Zero Waste ร้านตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนวินเทจ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานข้าวในบ้านเพื่อน แถมยังมีแม่ไก่ใจดีเดินอวดโฉมให้ดูเพลินๆ ระหว่างรออาหารด้วย

 

ความพิเศษของที่นี่คือเมนูไข่ไก่สดๆ ที่ส่งตรงจากแม่ไก่ที่ทางร้านเลี้ยงเอง พี่ๆ นักวิ่งที่ต้องการเติมโปรตีนเน้นๆ แนะนำ Turkish Eggs (280 บาท) ที่เสิร์ฟพร้อมโยเกิร์ตโฮมเมดและขนมปังซาวโดวจ์ หรือจะลอง Creamy house egg omelet (340 บาท) ไข่เจียวนุ่มฟูท็อปด้วยมอสซาเรลล่าชีสและมะเขือเทศตากแห้ง ส่วนใครเป็นสาย Plant-based ต้องลอง Spirulina, kale and pea pesto (380 บาท) ที่อัดแน่นด้วยซูเปอร์ฟู้ดช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีเยี่ยม

 

ในส่วนของเครื่องดื่ม ที่นี่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ โดยเฉพาะ Cold Brew with Buffalo milk (110 บาท) ที่ให้รสสัมผัสนุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ หรือจะเลือกเพิ่มความสดชื่นด้วย Fermented fruit juice (95-110 บาท) อย่าง Pineapple Tepache หรือ Apple Cider โฮมเมด ที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญหลังวิ่งได้ดีสุดๆ

 

ด้วยจำนวนโต๊ะที่มีไม่มากและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว แนะนำให้พี่ๆ โทรจองก่อนล่วงหน้าเพื่อความชัวร์ และเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่คุ้มค่าแก่การวิ่งยาวมาหาความสงบและอิ่มอร่อยแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม

 

Address: ซอยลาดพร้าว 15 (MRT ลาดพร้าว)

Open: เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-16.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Contact: ET 1.5

Budget: 200-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 10

 

10. HAU HAUS

 

หากกำลังมองหาพิกัดพักเหนื่อยที่ให้ความรู้สึกเหมือนแวะไปจิบกาแฟบ้านเพื่อนหลังวิ่งเสร็จ HAU HAUS ในซอยลาดพร้าว 15 คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดครับ ร้านนี้มาพร้อมบรรยากาศสุดอบอุ่น ดีไซน์สวยสบายตา เน้นความสงบและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งพักเช็คระยะทาง หรือจะชวนก๊วนวิ่งมานั่งคุยเล่นกันเรื่อยๆ ก็ชิลล์ได้ยาวๆ

 

ความโดดเด่นของที่นี่คือเมนูเครื่องดื่มที่มีเลเยอร์สวยงามและครีเอทสุดๆ โดยเฉพาะสายมัทฉะห้ามพลาดเมนูไฮไลต์อย่าง Mountain Cloud (130 บาท) ที่เป็นการผสมผสานระหว่าง Spirulina และ Matcha ให้สีสันสวยงามและรสชาติสดชื่น หรือจะเป็น Deeply Rooted (145 บาท) มัทฉะเข้มข้นที่มิกซ์กับ Nutella ได้อย่างลงตัว ส่วนคอกาแฟก็มีเมล็ดให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Rat Pack (Americano) (95 บาท) ไปจนถึงเมนูสดชื่นอย่าง Sunny Sip (110 บาท) ที่ใช้น้ำส้มคั้นสดช่วยปลุกร่างกายให้ตื่นตัว

 

นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ที่ร้านยังมีเบเกอรี่โฮมเมดไว้คอยเติมพลังงานให้ร่างกายด้วย ใครที่วิ่งเสร็จแล้วอยากได้รูปสวยๆ ในชุดวิ่งพร้อมกาแฟดีๆ สักแก้วในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย รับรองว่าได้พลังบวกกลับไปเต็มเปี่ยมแน่นอน

 

Address: ซอยลาดพร้าว 15 แยก 2-3 (MRT ลาดพร้าว)

Open: เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Contact: HAU HAUS

Budget: ราคา 100-300 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 11

 

11. บอฟคูล คาเฟ่ (Boffkool)

 

สำหรับพี่ๆ นักวิ่งที่มองหาความครบ จบ ในที่เดียวต้องแวะมาที่บ้านหลังใหม่ของ Boffkool (โดย Bluekoff) ในซอยลาดพร้าว 15 แยก 1 ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ที่รองรับได้ทั้งก๊วนวิ่งและครอบครัว ด้วยบรรยากาศที่โปร่งสบายและที่จอดรถสะดวกสุดๆ จุดเด่นคือการใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพจากโรงคั่วของตัวเองที่ส่งตรงจากไร่ในเชียงราย ผสมผสานกับวัตถุดิบผักสดออร์แกนิกจากไร่เกษตรผสมผสานของ Bluekoff ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟเต็มไปด้วยพลังงานที่ดีต่อสุขภาพ

 

เติมพลังหลังเสียเหงื่อด้วยเมนูที่ทานง่ายแต่สารอาหารครบถ้วน แนะนำ Chicken Tortilla Wrap (130 บาท) หรือ Braised Beef English Muffin (160 บาท) ที่อัดแน่นด้วยเนื้อตุ๋นสูตรลับและผักสดกรอบๆ ถ้าอยากได้ความคลาสสิก Croissants Ham & Cheese (120 บาท) ของที่นี่ก็อบมาได้กรอบหอมกรุ่นสุดๆ

 

คอกาแฟต้องลอง Dirty (100 บาท) ที่ใช้ Special Milk สูตรเฉพาะของร้าน หรือเมนูรีเฟรชร่างกายอย่าง Yellow Squeeze (110 บาท) กาแฟผสมแอปเปิ้ลแดงและน้ำผึ้งมะนาว ที่ช่วยดึงความสดชื่นกลับมาได้ทันทีหลังวิ่งกลางแดด สำหรับสาย Non-Coffee แนะนำ Lychee Rose Tea (110 บาท) หรือเมนูไทยๆ อย่าง Peak Lum Yai (140 บาท) กาแฟลาเต้นมโอ๊ตผสมลำไยและครีมข้าวหอมมะลิ ให้รสสัมผัสที่แปลกใหม่และนุ่มนวล

 

Boffkool จึงเป็นจุดเช็คอินที่ตอบโจทย์ทั้งการเติมพลังกายด้วยอาหารคุณภาพ และเติมพลังใจด้วยกาแฟ Specialty ชั้นเลิศ เป็นหนึ่งใน Wellness Station ย่านลาดพร้าวที่นักวิ่งทุกคนควรปักหมุดไว้ในลิสต์

 

Address: ซอยลาดพร้าว 15 แยก 1 (MRT ลาดพร้าว)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น.

Contact: Boffkool

Budget: 200-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 12

 

12. ฌอ เฌอ คอฟ (Chowchercof)

 

วาร์ปจากความวุ่นวายมาสูดโอโซนให้เต็มปอดที่ ฌ ฌอเฌอคอฟ คาเฟ่ลับย่านลาดพร้าวที่ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ร้านนี้คือนิยามของคำว่ากินลมชมวิวที่แท้จริง เพราะตัวร้านล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวขจีและมีบ่อบัวหลวงขนาดใหญ่ให้นั่งมองได้เพลินๆ ไวบ์เหมือนออกมานั่งเล่นบ้านสวนต่างจังหวัด เหมาะมากสำหรับพี่ๆ นักวิ่งที่อยากหาพื้นที่เงียบสงบเพื่อนั่งคูลดาวน์ อ่านหนังสือ หรือจะพกแล็ปท็อปมาเปลี่ยนบรรยากาศ Work from Garden ก็ได้ฟีลสุดๆ

 

ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องสั่ง คือเมนูที่ใช้มะพร้าวแท้ๆ ส่งตรงจากลูก โดยเฉพาะ เค้กมะพร้าวอ่อน (99 บาท) ที่เนื้อนุ่มละมุน หอมกลิ่นมะพร้าวแบบตะวันออก บอกเลยว่าชิ้นใหญ่จุใจจนแนะนำให้ชวนเพื่อนรันเนอร์มาหารกันจะพอดีกว่า หรือจะลอง Coco Ball (165 บาท) เค้กลูกมะพร้าวใบเตยสุดพรีเมียมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูอาหารคาวที่มีตัวเลือกแบบ Plant-based และนมโอ๊ตไว้บริการอีกด้วย

 

สำหรับเครื่องดื่มที่ช่วยเติมความสดชื่นหลังเสียเหงื่อ แนะนำ กาแฟลาด(มะ)พร้าว (129 บาท) เมนู Signature ที่รวมน้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าวปั่น และช็อตกาแฟเข้มข้นไว้ในแก้วเดียว หรือจะเลือกสายสมูทตี้เพื่อสุขภาพอย่าง Melon Minty Smoothie (185 บาท) ก็ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้ดีเยี่ยม ฌ ฌอเฌอคอฟ จึงเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ทั้งนักวิ่งสายชิลล์และสายกินที่โหยหาความสงบและรสชาติโฮมเมดคุณภาพดี

 

Address: ซอยลาดพร้าว 16 (MRT ลาดพร้าว)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.

Contact: Chowchercof

Budget: ราคา 150-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 13

 

13. Butter Bakery สาขาลาดพร้าว

 

ขยับความอร่อยมาเอาใจชาวลาดพร้าวตอนต้นกับสาขาที่ 2 ของ Butter Bakery ในซอยลาดพร้าว 18 ที่กว้างขวางและโปร่งสบายกว่าเดิม ร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลมู้ดเกาหลีแบบครัวเปิด ให้พี่ๆ นักวิ่งได้เห็นขั้นตอนการนวดแป้งและอบขนมกันสดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน เป็น Spot ที่เหมาะมากสำหรับแก๊งรันเนอร์ที่อยากหาที่นั่งพักยาวๆ ทานบรันช์คุณภาพดี หรือจะนั่งทำงานต่อในบรรยากาศโฮมมี่ก็ลงตัว

 

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ Shiopan (เริ่มต้น 70 บาท) ขนมปังเกลือที่ข้างในฉ่ำเนยสุดๆ จะสั่งแบบออริจินัลหรืออัปเกรดเป็นไส้ Strawberry Fresh Cream ก็ช่วยเติมพลังงานหลังวิ่งได้ดีเยี่ยม สำหรับสาย Refuel ที่ต้องการมื้อหนัก แนะนำ Sourdough ยีสต์ธรรมชาติที่ร้านทำเองทุกขั้นตอน เสิร์ฟคู่กับไข่และชีส หรือเมนูขายดีอย่าง Tuna Melt (220 บาท) ทูน่าในซอสเพสโต้โฮมเมดรสชาติเข้มข้นที่ทานแล้วหายเหนื่อยแน่นอน

 

ในส่วนของเครื่องดื่ม ที่นี่จริงจังไม่แพ้กันเพราะดีลเมล็ดจากโรงคั่วโดยตรง มีให้เลือกตั้งแต่คั่วอ่อนไปจนถึงคั่วเข้ม เมนูแนะนำคือ Creme Brulee Latte (145 บาท) ลาเต้เย็นที่ท็อปด้วยเครมบรูเล่หอมหวาน ดื่มง่ายและสดชื่นมาก Butter Bakery สาขานี้จึงเป็นพื้นที่พักผ่อนที่รวมเอาความรักในเบเกอรี่และกาแฟ Specialty มาเสิร์ฟให้คนรักสุขภาพย่านลาดพร้าว-จตุจักร ได้มาดื่มด่ำกับรางวัลหลังเส้นชัยอย่างมีความสุข

 

Address: ซอยลาดพร้าว 18 (MRT ลาดพร้าว)

Open: เปิดให้บริการทุกวันเวลา 08.00-17.00 น.

Contact: Butter Bakery

Budget: ราคา 200-500 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 14

 

14. Dough a lot

 

คาเฟ่เบเกอรี่สุดคิ้วท์ย่านจตุจักรที่ให้ฟีลเหมือนวาร์ปไปนั่งกินขนมในบ้านเพื่อนแถบยุโรปวินเทจ ตัวร้านตกแต่งได้อบอุ่นโฮมมี่สุดๆ แถมยังมีสวนสีเขียวสบายตาด้านนอกให้พี่ๆ นักวิ่งได้นั่งพักสายตาหลังจบรูท เมนูของที่นี่เน้นงานคราฟต์ที่ใส่ใจทั้งรสชาติและโลก เพราะเขาเลือกใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้และถ้วยรีไซเคิล สมกับเป็นจุดเช็กอินของสาย Wellness ยุคใหม่จริงๆ

 

เมนูรางวัลหลังเส้นชัยที่ห้ามพลาดคือ Red Bean Butter Pretzel (155 บาท) เพรทเซลแป้งนุ่มหอมสอดไส้ถั่วแดงกวนและเนยสดชิ้นหนา ให้รสสัมผัสที่ละมุนและเติมพลังงานได้ดีเยี่ยม หรือจะเลือกเป็น Bagel Plain (55 บาท) ทานคู่กับ Berry Cream Cheese (40 บาท) ก็อร่อยสดชื่นเข้ากัน สำหรับสายแซนด์วิชหน้าเปิด แนะนำ Avocado Egg Salad (135 บาท) หรือ Pesto Caprese (135 บาท) ที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี

 

ในส่วนของเครื่องดื่ม นอกจากกาแฟมาตรฐานที่มีให้เลือกทั้งร้อนและเย็นแล้ว สาย Fruity Coffee ต้องลอง Lychee Coffee (95 บาท) หรือ Orange Coffee (95 บาท) ที่ช่วยดึงความสดชื่นกลับมาได้ทันที ส่วนใครที่ไม่ดื่มกาแฟ Very Berry Soda (85 บาท) หรือ Tamarind Soda (85 บาท) รสเปรี้ยวซ่าคือคำตอบสุดท้ายที่ช่วยคลายร้อนหลังวิ่งได้ดีที่สุดครับ แม้ร้านจะเปิดแค่ช่วงสั้นๆ ในวันธรรมดา แต่บอกเลยว่าคุ้มค่าที่จะแวะมาเติมความหวานให้วันซ้อมของพี่ๆ สดใสขึ้นแน่นอน

 

Address: ถนน เทศบาลนิมิตใต้ ซอย 13

Open: เปิดให้บริการวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.30-15.00 น. (หยุดเสาร์-จันทร์)

Contact: Dough a lot

Budget: ราคา 100-300 บาทต่อคน

 

ภาพรวมคาเฟ่สำหรับนักวิ่ง 15 แห่งรอบสวนจตุจักรและสวนรถไฟ 15

 

15. Sho Cozyhouse

 

บ้านมัทฉะสไตล์ญี่ปุ่นสุดมินิมอลย่านรัชดา ตัวร้านมาในมู้ดญี่ปุ่นมินิมัล ที่ขาวสะอาดตาและอบอุ่น ไฮไลต์อยู่ที่สวนเซนเล็กๆ ด้านหลังร้านที่ช่วยให้ใจสงบลงทันทีหลังจบ รูทวิ่งที่เหนื่อยล้า ที่นี่คือสวรรค์ของสาย Specialty Matcha ที่แท้จริง เพราะคัดสรรชาเขียวคุณภาพมาให้เลือกหลายโปรไฟล์ พร้อมกรรมวิธีการชงที่พิถีพิถันแบบดั้งเดิม

 

สำหรับนักวิ่งที่ต้องการความรีเฟรช แนะนำ Elixir (190 บาท) มัทฉะผสมน้ำมะพร้าวสดที่หอมหวานธรรมชาติ หรือจะเป็น Yuzucha (190 บาท) มัทฉะยูซุโซดาที่ช่วยปลุกความเฟรชได้ทันใจหลังเสียเหงื่อ สายดื่มมัทฉะจริงจังสามารถเลือกดื่มแบบ Clear Matcha เพื่อลิ้มรสชาติแท้ๆ ได้ อย่าง Gokou (150 บาท) ที่ให้โน้ตแบบ Deep Green/Cacao หรือ Tenko (170 บาท) ที่ออกไปทาง Avocado/Macadamia ส่วนสายลาเต้ต้องลอง ShO. Matcha Latte (200 บาท) สูตรซิกเนเจอร์ที่ใช้ Special Brown Sugar และถ้าอยากได้รางวัลชิ้นโตหลังซ้อมหนัก ต้องสั่ง Baked Matcha Cheesecake (250 บาท) ชีสเค้กหน้าไหม้ที่อัดแน่นด้วยชาเขียวเข้มข้นถึงใache Tart (280 บาท) ที่เข้มข้นระดับพรีเมียม

จ หรือ Matcha Gan

Sho Cozyhouse จึงเป็นมากกว่าแค่คาเฟ่ แต่เป็นพื้นที่ Slow Life ที่ให้นักวิ่งย่านรัชดา-จตุจักรได้มาพักกายพักใจในบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ ใครที่โหยหารสชาติมัทฉะระดับพรีเมียม แบบไม่ต้องบินไปถึงเกียวโต ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย

 

Address: ซอยรัชดา 44 แยก 1 (ใกล้ศาลอาญา)

Open: เปิดให้บริการทุกวันศุกร์-พุธ เวลา 09.00-17.00 น. (หยุดวันพุธ)

Contact: Sho.cozyhouse

Budget: 150-400 บาทต่อคน

ภาพ: Courtesy of brand

The post Runners’ Cafe Guide 15 คาเฟ่รอบสวนจตุจักร-สวนรถไฟ ที่คัดมาแล้วสำหรับพี่นักวิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวรุ่ง ‘อาหารป่า สุราชุมชน’ ร้านอีสานปีลึก สไตล์สกลนคร เปิดใหม่ที่ซอยสาทร 12 https://thestandard.co/life/daorung-isaan-sathon-restaurant/ Tue, 31 Mar 2026 05:49:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1193109 ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน

ดาวรุ่ง เกิดจากความตั้งใจที่อยากจะคงเสน่ห์ของอาหารอีสาน […]

The post ดาวรุ่ง ‘อาหารป่า สุราชุมชน’ ร้านอีสานปีลึก สไตล์สกลนคร เปิดใหม่ที่ซอยสาทร 12 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน

ดาวรุ่ง เกิดจากความตั้งใจที่อยากจะคงเสน่ห์ของอาหารอีสานในแบบที่คนสกลนครทานกันจริงๆ ไม่ใช่รสชาติแบบอีสานคนกรุงนะ ที่นี่มีความพิเศษซ่อนอยู่คือการเลือกใช้ ‘เกลือหัวแฮด’ หรือเกลือหัวแห้ง เกลือไทยที่คว้าอันดับ 2 ของโลกมาใช้ทั้งในการล้าง หมัก และปรุงอาหาร เพื่อดึงรสชาติอูมามิออกมาให้ได้มากที่สุด รวมถึงการใช้เนื้อวัวเกรดพรีเมียมอย่าง สกลโพนยางคำ ที่ส่งตรงมาจากแหล่งผลิตโดยเฉพาะ เป็นร้านที่ทำให้อาหารป่าดูเข้าถึงง่ายขึ้นและเหมาะสำหรับการมาล้อมวงทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนอย่างแท้จริง

 

ร้านออกแบบให้มีสเปซเปิดโล่งรับลม ผสมผสานวัสดุพื้นบ้านอย่างกระติ๊บและ ‘ไซ’ (เครื่องมือดักปลา) มาประดับตกแต่งเพื่อสื่อถึงความเชื่อเรื่องโชคลาภ สร้างบรรยากาศการรวมกลุ่มที่สนุกสนาน ยิ่งช่วงคืนวันพุธถึงเสาร์จะมีดีเจมาเปิดแผ่นสร้างมู้ดให้ม่วนขึ้นไปอีกระดับ

 

ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 1ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 2ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 3

 

The Vibe

 

บรรยากาศร้านให้ความรู้สึกกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร ด้วยการตกแต่งเน้นความดิบของโครงสร้างที่สอดรับกับสีสันของสุราชุมชนที่วางเรียงราย พร้อมครัวเปิดที่เผยให้เห็นเหล่าพ่อครัวแม่ครัวปรุงอาหารป่าให้ชมกันสดๆ แม้จะเป็นครัวเปิดแต่กลับจัดการเรื่องระบบระบายอากาศได้ดีเยี่ยมจนไม่มีกลิ่นควันรบกวน

 

ตัวร้านแบ่งพื้นที่เป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 เน้นแบบ Open-air รับลมธรรมชาติ มีที่นั่งให้เลือกทั้งโซนริมถนนสุดชิลหรือโซนหน้าบาร์ ส่วนชั้น 2 เหมาะสำหรับใครที่อยากเลี่ยงอากาศร้อนด้วยโซนห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีทั้งมุมส่วนตัวสำหรับเดต ไปจนถึงโต๊ะยาวสำหรับหมู่คณะที่ตั้งใจมาเลี้ยงฉลองโดยเฉพาะ

 

ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 4ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 5

 

The Taste

 

รายการอาหารส่วนใหญ่รสค่อนข้างจัดจ้านแบบไม่ออมมือ และมีแจ่วที่ต้องดื่มเหล้าตาม แน่นอนว่าเมนูมีความหลากหลายและเน้นวัตถุดิบเฉพาะทางที่สายอาหารป่าต้องเลิฟ

 

ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 6ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 7ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 8

 

จานแรก ส้มตำดาวรุ่ง เมนูซิกเนเจอร์ที่เปลี่ยนจากเส้นเล็กธรรมดามาเป็น ‘เส้นก๋วยจั๊บญวน’ เนื้อหนุบหนับที่อุ้มน้ำปลาร้าและเครื่องตำได้ดีกว่าปกติ

 

ลาบขมและก้อยเนื้อ ตัวชูโรงที่แสดงถึงวัฒนธรรมการกินของแต่ละครอบครัว เชฟแนะนำให้ทานคู่กับ ‘แจ่วขม’ (ถ้วยสีดำ) 

 

อาหารป่ารสเข้ม ไม่ว่าจะเป็น หมูป่าผัดเผ็ดแห้ง, กวางผัดโหระพา หรือกบและไก่บ้าน ที่จัดจ้านด้วยเครื่องแกงป่าแบบไม่ออมมือ

 

ไก่ย่างสูตรดาวรุ่ง ย่างมาแบบหนังกรอบเนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มวิเชียรบุรี 2 สไตล์ ทั้งซอสมะขามและซอสกระเทียมดอง

 

หมูกรอบไม่ทอด หมูกรอบที่นี่ผ่านการอบนานถึง 48 ชั่วโมงเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในโดยไม่อมน้ำมัน

 

ข้าวผัดเกลือ เมนูที่ดูเรียบง่ายแต่รสเลิศ เพราะใช้เพียงข้าว ไข่ กระเทียม และเกลือหัวแฮดที่เป็นพระเอก เพื่อชูรสอูมามิของเกลือและช่วยตัดความเผ็ดร้อนของอาหารจานอื่นได้อย่างดีเยี่ยม

 

ในพาร์ตเครื่องดื่ม ดาวรุ่งสนับสนุนของดีของไทยอย่างเต็มที่ ทั้งสาโท จินไทย และ ‘เหล้าดาวรุ่ง’ ที่คราฟต์ร่วมกับแบรนด์ Onson (ออนซอน) เพื่อให้การแพร์ริงกับอาหารอีสานสมบูรณ์แบบที่สุด

 

ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 9ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 10ภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารอีสาน ‘ดาวรุ่ง’ ที่ซอยสาทร 12 ตกแต่งด้วยวัสดุพื้นบ้าน พร้อมเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน 11

 

Good for

 

ใครที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับการนัดรวมตัวในบรรยากาศร้านอาหารอีสานยุคใหม่ ลิ้มรสอาหารจัดจ้านแกล้มสุราชุมชน ท่ามกลางเสียงเพลงจากดีเจที่ขับเคลื่อนมู้ดให้สนุกขึ้นเรื่อยๆ จนจบมื้อ หรือสำหรับใครที่อยากเปิดใจลองอาหารป่าที่สะอาด ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเชฟปรุงออกมาได้กลมกล่อม เข้าถึงง่ายโดยไม่เสียตัวตนของวัตถุดิบเดิม และถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรับลมธรรมชาติ เปิบเมนูพื้นบ้านสไตล์สกลนครที่หาทานรสชาติออริจินัลแบบนี้ได้ยากยิ่งในใจกลางเมือง

 

ดาวรุ่ง (Daorung)

Address: ท้ายซอยสาทร 12 หรือ ซอยสีลม 9

Open: เปิดให้บริการทุกวัน 

  • จันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-00.00 น.
  • เสาร์-อาทิตย์ 11.00-00.00 น.

Contact: Daorung 

Booking: Line @daorung.bkk

Budget: ราคา 500-1,500 บาทต่อคน

 

ภาพ: ดาวรุ่ง

The post ดาวรุ่ง ‘อาหารป่า สุราชุมชน’ ร้านอีสานปีลึก สไตล์สกลนคร เปิดใหม่ที่ซอยสาทร 12 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำมันกระทบขนส่งทางน้ำ เรือข้ามฟากสาทรงดวิ่งช่วงบ่าย เรือด่วนเจ้าพระยา ขยับราคาขึ้น 2 บาท https://thestandard.co/oil-crisis-impact-water-transport/ Mon, 30 Mar 2026 04:43:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1192638 ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร

​วันนี้ (30 มีนาคม) วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงแล […]

The post วิกฤตน้ำมันกระทบขนส่งทางน้ำ เรือข้ามฟากสาทรงดวิ่งช่วงบ่าย เรือด่วนเจ้าพระยา ขยับราคาขึ้น 2 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร

​วันนี้ (30 มีนาคม) วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำ ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจการให้บริการบริเวณท่าเรือสาทร-ตากสิน พบการปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการและอัตราค่าโดยสาร เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

 

จากการลงพื้นที่บริเวณท่าเรือข้ามฟากสาทร-ตากสิน พบว่าทางผู้ให้บริการได้ติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสารเรื่อง การงดให้บริการชั่วคราวในช่วงเวลา 12.00 – 15.00 น. โดยระบุสาเหตุอย่างชัดเจนว่ามาจากภาวะน้ำมันขาดแคลน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าว บริการเรือข้ามฟากยังคงเปิดและปิดตามเวลาปกติ

 

นอกจากนี้ ทางผู้ให้บริการเรือข้ามฟากยังได้ประกาศปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการ อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

  • ผู้โดยสารทั่วไป: 6 บาทต่อคน
  • รถเข็น: 6 บาทต่อคัน
  • รถจักรยานยนต์: 12 บาทต่อคัน

 

ขณะเดียวกัน บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ได้ออกประกาศปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภท จำนวน 2 บาทต่อเที่ยว จากอัตราเดิม โดยให้เหตุผลสอดคล้องกันเรื่องต้นทุนพลังงาน ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

 

รายละเอียดการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ของเรือด่วนเจ้าพระยา

 

  • เรือธงส้ม (ตลอดสาย เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร): ปรับจาก 16 บาท เป็น 18 บาท
  • เรือธงเหลือง (ตลอดสาย เส้นทางนนทบุรี – สาทร): ปรับจาก 21 บาท เป็น 23 บาท
  • เรือธงแดง ปรับอากาศ (ตลอดสาย เส้นทางนนทบุรี – สาทร): ปรับจาก 30 บาท เป็น 32 บาท
  • เรือธงเขียวเหลือง (ระยะทาง ปากเกร็ด – นนทบุรี): ปรับจาก 14 บาท เป็น 16 บาท
  • เรือธงเขียวเหลือง (ระยะทาง นนทบุรี – สาทร): ปรับจาก 21 บาท เป็น 23 บาท
  • เรือธงเขียวเหลือง (ระยะทาง ปากเกร็ด – สาทร): ปรับจาก 33 บาท เป็น 35 บาท

 

ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 1ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 2ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 3ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 4ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 5ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 6ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 7ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 8ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 9ภาพถ่ายเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ณ ท่าเรือสาทร แสดงผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันและการปรับค่าโดยสาร 10

The post วิกฤตน้ำมันกระทบขนส่งทางน้ำ เรือข้ามฟากสาทรงดวิ่งช่วงบ่าย เรือด่วนเจ้าพระยา ขยับราคาขึ้น 2 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แบกต้นทุนไม่ไหว’ เรือคลองแสนแสบ-เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสาร ดีเดย์ 30 มี.ค. พร้อมลดราคาหากน้ำมันถูกลง https://thestandard.co/chao-phraya-boat-fares-increase-diesel/ Thu, 26 Mar 2026 12:11:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1191765 ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) […]

The post ‘แบกต้นทุนไม่ไหว’ เรือคลองแสนแสบ-เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสาร ดีเดย์ 30 มี.ค. พร้อมลดราคาหากน้ำมันถูกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร จนส่งผลให้ราคาหน้าสถานีบริการพุ่งไปแตะที่ระดับ 38.99 บาทต่อลิตร (ราคาส่วนกลาง) ทำให้ภาคส่วนการคมนาคมขนส่งสาธารณะเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ด้านเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ในเส้นทางระหว่างวัดศรีบุญเรืองถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องออกประกาศแจ้งปรับอัตราค่าโดยสารใหม่ โดยปรับเพิ่มขึ้น 2 บาทต่อระยะทาง ส่งผลให้ค่าโดยสารขยับจาก 11-21 บาท เป็น 13-23 บาท เพื่อให้ธุรกิจสามารถประคองตัวและให้บริการต่อไปได้ในสภาวะวิกฤตต้นทุนพลังงานเช่นนี้

 

เชาวลิต อธิบายเพิ่มเติมว่า การปรับขึ้นค่าโดยสาร 2 บาทในครั้งนี้ เป็นเพียงการสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลในฐานราคา 33.01-35 บาทต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงยังต่ำกว่าราคาจำหน่ายดีเซลหน้าสถานีบริการในปัจจุบันที่พุ่งไปเกือบ 39 บาทต่อลิตรแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ เลือกใช้วิธีการ “ทยอยปรับราคาขึ้น” เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้โดยสาร แทนการปรับขึ้นรวดเดียวให้ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด

 

ทั้งนี้ ทางผู้ให้บริการจะทำการเฝ้าระวังและประเมินราคาน้ำมันดีเซลอย่างใกล้ชิดในกรอบระยะเวลาทุกๆ 7 วัน โดยกำหนดเกณฑ์การปรับขึ้นค่าโดยสารแบบขั้นบันได ดังนี้:

 

  • หากราคาดีเซลขยับไปอยู่ที่ 35-37 บาท/ลิตร ติดต่อกันครบ 7 วัน จะปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาท
  • หากราคาดีเซลขยับไปอยู่ที่ 37-39 บาท/ลิตร ติดต่อกันครบ 7 วัน จะปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาท
  • หากราคาดีเซลขยับไปอยู่ที่ 39-41 บาท/ลิตร ติดต่อกันครบ 7 วัน จะปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาท

อย่างไรก็ตาม เชาวลิต ได้กล่าวยืนยันในตอนท้ายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการว่า หากในอนาคตสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวลดลง ทางเรือโดยสารคลองแสนแสบก็ยินดีและพร้อมที่จะพิจารณาปรับลดอัตราค่าโดยสารลงตามกลไกต้นทุนที่แท้จริงทันที เพื่อเป็นการดูแลและแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้โดยสารต่อไป

ขณะที่ นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา (เส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขร) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการให้บริการของบริษัทฯ

 

ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องประกาศปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภท จำนวน 2 บาทต่อเที่ยว จากอัตราเดิม โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

 

เรือธงส้ม (ตลอดสาย) เส้นทาง นนทบุรี – วัดราชสิงขร

  • ปรับจาก 16 บาท เป็น 18 บาท

 

เรือธงเหลือง (ตลอดสาย) เส้นทาง นนทบุรี – สาทร

  • ปรับจาก 21 บาท เป็น 23 บาท

 

เรือธงเขียวเหลือง (แบ่งตามระยะทาง)

  • เส้นทาง ปากเกร็ด – นนทบุรี ปรับจาก 14 บาท เป็น 16 บาท
  • เส้นทาง นนทบุรี – สาทร ปรับจาก 21 บาท เป็น 23 บาท
  • เส้นทาง ปากเกร็ด – สาทร ปรับจาก 33 บาท เป็น 35 บาท

 

เรือธงแดง ปรับอากาศ (ตลอดสาย) เส้นทาง นนทบุรี – สาทร

  • ปรับจาก 30 บาท เป็น 32 บาท

 

นาวาตรีเจริญพร กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมาทางบริษัทได้พยายามชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารมาโดยตลอด เนื่องจากคำนึงถึงความเดือดร้อนและภาระค่าครองชีพของผู้ใช้บริการเป็นหลัก แต่จากวิกฤตราคาน้ำมันดีเซลล่าสุด ทำให้บริษัทจำต้องปรับขึ้นค่าโดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้สามารถรักษาสภาพคล่องและดำเนินกิจการต่อไปได้

 

ทั้งนี้ หากในอนาคตสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับตัวลดลง ทางบริษัทฯ ยืนยันว่าจะพิจารณาปรับลดอัตราค่าโดยสารลงตามกลไกต้นทุนที่แท้จริงต่อไป

 

ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 1ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 2ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 3ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 4ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 5ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 6ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 7ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 8ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 9ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 10ภาพเรือด่วนเจ้าพระยากำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา 11

The post ‘แบกต้นทุนไม่ไหว’ เรือคลองแสนแสบ-เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสาร ดีเดย์ 30 มี.ค. พร้อมลดราคาหากน้ำมันถูกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Butter Bakery สาขาอโศก คาเฟ่เบเกอรี่อบสดใหม่ ตรงข้ามสวนเบญฯ https://thestandard.co/life/butter-bakery-asoke/ Sun, 15 Mar 2026 09:52:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1187806 Butter Bakery สาขาอโศก

หากคุณกำลังมองหาเบเกอรี่ที่ให้ความรู้สึกเหมือน ‘เพื่อนบ […]

The post Butter Bakery สาขาอโศก คาเฟ่เบเกอรี่อบสดใหม่ ตรงข้ามสวนเบญฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Butter Bakery สาขาอโศก

หากคุณกำลังมองหาเบเกอรี่ที่ให้ความรู้สึกเหมือน ‘เพื่อนบ้าน’ ที่ไว้ใจได้ Butter Bakery คือคำตอบนั้น จากร้านเบเกอรีสีขาวสะอาดตาที่เพิ่งขยายสาขามาปักหลักย่านอโศก ตรงข้ามกับสวนเบญจกิติ สาขานี้ตั้งใจจะเป็นพื้นที่เติมพลังให้กับคนเมือง ที่อยากได้เบเกอรีและกาแฟคุณภาพดีแบบเข้าถึงง่าย ภายใต้คอนเซปต์ ‘Comfort Everyday’ ที่อยากให้ทุกคนแวะมาได้บ่อยเท่าที่ใจต้องการ

 

Butter Bakery สาขาอโศก 1Butter Bakery สาขาอโศก 2Butter Bakery สาขาอโศก 3

 

The Vibe

 

ตัวร้านตั้งในตึก Lake Rajada Office Complex ตรงข้ามกับสวนเบญจกิติ และยังคงเอกลักษณ์ ‘ครัวเปิด’ ที่เป็นหัวใจของร้านให้ลูกค้าได้เห็นขั้นตอนการอบขนมสดใหม่ ไวบ์ของที่นี่จะดูสนุกและเร่งรีบขึ้นตามชีวิตของคนอโศก เน้นบริการแบบ Grab & Go แต่ยังมีมุมที่นั่งพัก รวมถึงพื้นที่ชั้นสองให้พอได้จิบกาแฟหรือนั่งก่อนเริ่มงาน ดีไซน์ร้านเน้นความเนี้ยบแต่โฮมมีด้วยโทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างพอดี

 

Butter Bakery สาขาอโศก 4Butter Bakery สาขาอโศก 5

 

The Taste

 

ร้านตั้งใจนำเสนอเบเกอรีคุณภาพจากฝีมือเชฟสายไฟน์ไดนิงที่หันมาทำคราฟต์ขนมปังอย่างจริงจัง เมนูขนมอบก็ให้เลือกครบตั้งแต่มินิมอลเบสิกไปจนถึงตัวที่มีดีเทลซับซ้อน ซาวโดวจ์ที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Whole Wheat, Moji, Grain ไปจนถึงรส Fig

 

เมนูแรกที่เราได้ลอง Tuna Melt Pasto Sandwich (290 บาท) ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านเลย เสิร์ฟมาแบบชิ้นใหญ่ ตัวแป้งซาวโดวจ์นุ่มกำลังดี อัดแน่นด้วยไส้ทูน่าปรุงรส สำหรับเราแล้วเมนูนี้เน้นความคุ้มค่าและอิ่มท้อง

 

Butter Bakery สาขาอโศก 6Butter Bakery สาขาอโศก 7

 

ส่วนเครื่องดื่มที่นี่ถูกคิดมาให้เป็นเพื่อนคู่คิดของมื้อเช้าที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเมนูกาแฟที่เริ่มต้น 80 บาท ร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟไทย-บราซิลจากโรงคั่วของน้องที่ชลบุรี มีระดับการคั่วให้เลือกทั้งอ่อน กลาง และเข้ม เพื่อให้เข้ากับขนมปังทุกแบบ

 

ส่วนเราได้ลองเป็น มัทฉะลาเต้ (95 บาท) มีความนัวๆ มันๆ กินคู่กันกับ ชิโอะปังเกลือ (70 บาท) คือลงตัวเลย แถมที่ร้านก็คัดสรรมัทฉะคุณภาพจากเกียวโตและมิเอะ หมุนเวียนสายพันธุ์มาให้ลองเรื่อยๆ หรือสำหรับสายวิ่งที่เพิ่งจบรูทจากสวนเบญฯ ร้านยังมีสมูทตี้และน้ำสกัดเย็นไว้เติมความสดชื่น

 

Butter Bakery สาขาอโศก 8Butter Bakery สาขาอโศก 9Butter Bakery สาขาอโศก 10

 

Good for…

 

พี่นั่งวิ่งทั้งหลายที่อยากหาที่นั่งพักรับรางวัลหลังวิ่งเสร็จ หรือพนักงานออฟฟิศย่านอโศกที่ต้องการเริ่มต้นวันที่ดี ด้วยเบเกอรี่ที่หอมเนยกับกาแฟสักแก้ว เราขอแนะนำร้านนี้ ถือเป็นอีกร้านทำให้เรื่องเบเกอรี่กลายเป็นความสุขธรรมดาที่เข้าถึงได้ในทุกวัน

 


 

Butter Bakery (Asoke)

 

Address: ตึก Lake Rajada Office Complex (ตรงข้ามสวนเบญจกิติ)

Open: เปิดให้บริการทุกวันเวลา 07:00-17:00 น.

Contact: Butter Bakery

Budget: ราคาเริ่มต้นประมาณ 80-200 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/iHrUatoRN42GzAUC8

The post Butter Bakery สาขาอโศก คาเฟ่เบเกอรี่อบสดใหม่ ตรงข้ามสวนเบญฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พักสายตามาเดินทอดน่องใน ‘สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร)’ เวอร์ชันใหม่ https://thestandard.co/life/new-sathorn-royal-park/ Sat, 28 Feb 2026 07:42:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1182741 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น

บางทีการพักสายตาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การปิดหน้าจอเฉยๆ แ […]

The post พักสายตามาเดินทอดน่องใน ‘สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร)’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น

บางทีการพักสายตาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การปิดหน้าจอเฉยๆ แต่เป็นการออกไปมองต้นไม้เขียวๆ สักพักหนึ่ง

 

เพราะการมอง ‘สีเขียว’ โดยเฉพาะธรรมชาติและมองออกไปไกลๆ ในพื้นที่โล่งกว้าง ดวงตาก็จะเปลี่ยนระยะโฟกัสจากใกล้เป็นไกล ซึ่งเป็นตัวช่วยอย่างดีที่ทำให้กล้ามเนื้อตาอันเหนื่อยล้า จากการจ้องหน้าจอมาทั้งวันได้พักและผ่อนคลายลง

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 1ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 2

 

เราจึงอยากพาทุกคนมา ‘สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร)’ ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นกว่าเดิม มีโซนพักผ่อนครบครันและร่มรื่น ด้วยพืชน้ำ ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ และสนามหญ้ากว้างๆ ให้สายปิกนิกได้มาปูเสื่อนั่งชิลกันอย่างเต็มที่ สามารถอยู่ได้ยาวๆ ตั้งแต่เช้าถึงมืด

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 3

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 5ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 6

 

และสำหรับสายแอคทีฟที่ชอบการเดิน-วิ่ง ที่นี่ก็มีทั้งทางเดินกลางน้ำ ทางเดินศึกษาธรรมชาติ และสวนบำบัด ที่เป็นพื้นที่เชื่อมยาวต่อเนื่องกัน ให้ได้เดินเพลินๆ จนครบรอบสวนพอดี

 

ส่วนใครเป็นสายวิ่งในช่วงค่ำก็สบายใจได้ เพราะมีไฟส่องสว่างทั่วทั้งสวน พร้อมขยายประตูเข้า-ออกเป็น 4 จุด โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเดินเข้าจากทางไหนก็สะดวก

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 7 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 8 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 9

 

นอกจากนี้ยังมีเวทีกลางแจ้ง เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างวันที่เราไป ก็ได้เจอกับกลุ่มคุณป้า คุณย่า คุณยาย ผู้มีใจรักการแอโรบิก ออกมาเต้นกันอย่างคึกคักช่วงเย็นๆ ในขณะเดียวกันที่โซนสนามเด็กเล่น ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ออกมาปล่อยพลังกันหลังเลิกเรียน

 

ซึ่งภาพเหล่านี้ทำให้ที่นี่กลายเป็นเหมือนคอมมูนิตี้สุดอบอุ่นขนาดย่อม ที่รวมคนทุกเจเนอเรชันออกมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันในพื้นที่เดียว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 9 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 10

 

ส่วนบ้านไหนที่มีสมาชิกสี่ขา สวนนี้ยังไม่ได้เปิดเป็น Pet-Friendly เลยอาจจะไม่ค่อยสะดวกสำหรับน้องๆ เท่าไหร่

 

สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร) เปิดทุกวัน เวลา 05.00-21.00 น. สำหรับการเดินทาง นั่ง MRT มาลงสถานีลุมพินี ทางออก 1 (หน้าซอยงามดูพลี) แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีก 1.3 กม.

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/park/suan-chaloem-phra-kian-80-phansa-phra-bat-somdet-phra-jao-yu-hua-sathorn/

 

ภาพ: ลักษณา บุญญาปฏิภา, ภัณฑิลา วงษ์วรรณ

The post พักสายตามาเดินทอดน่องใน ‘สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร)’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BO BKK คาเฟ่ใหม่จากพี่นักวิ่ง เอาใจชาว Run club https://thestandard.co/life/bo-bkk-runners-cafe/ Thu, 29 Jan 2026 01:02:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1170844 ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1

ถ้าเป็นสายวิ่ง และเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้งไปพร้อมกัน BO BKK […]

The post BO BKK คาเฟ่ใหม่จากพี่นักวิ่ง เอาใจชาว Run club appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1

ถ้าเป็นสายวิ่ง และเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้งไปพร้อมกัน BO BKK น่าจะเป็นหนึ่งในร้านที่คุณรู้สึกว่า คิดมาเพื่อเราแล้ว อย่างเช้าวันทำงานในย่านสาทรไม่ได้เริ่มจากกาแฟเสมอไป แต่สำหรับหลายคน มันเริ่มจากการวิ่งรอบสวนลุม ออกกำลังเบาๆ แล้วค่อยหาที่นั่งพักก่อนเข้าออฟฟิศ ที่นี่จึงอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์นั้น ที่ไม่ใช่แค่คาเฟ่ แต่เป็นจุดแวะของคนที่ใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟ

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 1

 

BO BKK เป็นโปรเจกต์ของ แบม (ฉัตรพร ตันติศิริวัฒน์) และ เมธ (วรเมธ เพิ่มปรีดานันท์) ผู้ก่อตั้ง Meep Meep Run Club คลับวิ่งที่เริ่มจากการชวนเพื่อนๆ มาวิ่งเพื่ออยากรวมตัวกับเพื่อนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เติบโตเป็นคอมมูนิตี้ของคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลร่างกาย ต้องการสร้างวินัยให้ตัวเอง และการแข่งขันวิ่งแบบต่างๆ แนวคิดของร้านจึงถูกออกแบบมาให้แวะพักหลังจากการวิ่ง

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 2

 

เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณเมธว่าถ้าให้นิยามร้าน 3 คำ จะนิยามว่าอย่างไร? 

 

1.Movement เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดแค่การวิ่ง แต่เปิดรับทุกกิจกรรมที่เกี่ยวกับ Wellness ทั้งหมด

2.Community อยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาเจอกัน แลกเปลี่ยนความคิด หรือแม้แต่นัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอนาน

3.Third Place คุณเมธมองว่าอยากให้เป็นสถานที่แห่งที่สาม ระหว่างบ้านและที่ทำงาน ที่คนสามารถแวะมาใช้เวลาในแต่ละวันได้

 

เราชวนคุยต่อว่าแพลนในอนาคตจะเป็นอย่างไร? 

“ผมอยากให้คนตื่นเช้าไปวิ่งที่สวนลุม ฝากของไว้ที่คาเฟ่กลับมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ดื่มกาแฟสักแก้ว แล้วค่อยเดินเข้าออฟฟิศต่อ ทั้งหมดนี้ผมว่าสามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เดียวครับ”  

 

เมธมองว่าการวิ่งกับการนั่งคาเฟ่ไม่ใช่โลกสองใบที่แยกจากกัน เพราะในชีวิตจริงหลังออกกำลังกายเสร็จ คนส่วนใหญ่ย่อมหาที่นั่งพัก ดื่มกาแฟ เติมพลัง หรือแวะพักก่อนเข้าไปทำงาน โดยเฉพาะในย่านออฟฟิศอย่างสาทร เขาเลยอยากออกแบบร้านให้เป็นมากกว่าร้านกาแฟ แต่เป็นสิ่งพื้นฐานเล็กๆ ที่ช่วยให้ชีวิตของคนเมืองง่ายขึ้น

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 3ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 4

 

The Vibe

 

ร้านตั้งอยู่ในสาทรซอย 1 ย่านที่เต็มไปด้วยตึกออฟฟิศ บรรยากาศช่วงเช้า 9-10 โมงที่เราไป มีทั้งพี่นักวิ่งในชุดออกกำลังกาย คนที่แวะมากับน้องหมา และพนักงานออฟฟิศมานั่งรับลมหน้าร้านก่อนไปทำงาน ซึ่งเราว่ามันคือภาพที่เจ้าของร้านวางไว้ ส่วนเรื่องการออกแบบของ BO BKK ที่นี่ไม่ได้เน้นความเป็นคาเฟ่สวยๆ ถ่ายรูปอย่างเดียว แต่ทุกพื้นที่ถูกทำให้เรารู้สึกอยากอยู่ อยากนั่งต่อ และอยากกลับมา

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 5

 

พื้นที่ของร้านไม่ได้ถูกจัดแบบคาเฟ่ทั่วไป แต่คิดมาเพื่อรองรับคอมมูนิตี้นักวิ่งโดยเฉพาะ ทั้งทางเดินที่เปิดโล่ง โต๊ะที่สามารถขยับรวมกันได้ง่าย และโซนหน้าร้านที่เหมาะกับการรวมกลุ่มก่อนหรือหลังวิ่ง เป็นจุดนัดพบของรันคลับในช่วงกิจกรรมได้

 

นอกจากพื้นที่นั่งดื่มกาแฟแล้ว ภายในร้านยังมีโซนจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการวิ่ง ทั้งเสื้อผ้า และกระบอกน้ำจาก Meep Meep Run Club ซึ่งทำให้ร้านทำหน้าที่เหมือน ศูนย์กลางเล็กๆ ของชาวรันคลับไปในตัว

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 6ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 7ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 8ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 9

 

The Taste

 

เมนูมีทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม non-coffee และขนมทานเล่น ในหมวดกาแฟ ร้านเลือกใช้เมล็ดจาก Nip Coffee โทนรสชาติที่ดื่มง่าย สดชื่น และไม่หนักเกินไป วันที่เราไปลอง Iced Americano (70 บาท) ให้กลิ่นคั่วอ่อนๆ ดื่มแล้วช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดี ยังมีตัวเลือกอย่าง Coconut Americano หรือ Dirty สำหรับคนที่อยากได้กาแฟเข้มขึ้นอีกนิด

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 10

 

ฝั่งมัทฉะ และ non-coffee ก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Clear Matcha, Matcha Latte ไปจนถึง Coconut Matcha Foam สำหรับคนที่ชอบรสสัมผัสนุ่ม แต่เราเลือกเป็น Ice Coconut Matcha (130 บาท) รสมัทฉะที่กลมกล่อม ผสานความหอมของมะพร้าวแบบพอดี ไม่หวานจัด

 

นอกจากนี้ยังมีเมนูสดชื่นอย่าง Ruby Lemon Soda หรือ Baby Pink Milk รวมถึงหมวด Bo Specials ที่หยิบเอากาแฟมาผสมกับโทนรสเปรี้ยวสดใสอย่าง Es-Tonic หรือ You Zu Za

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 11

 

ส่วนของกินเล่นและของหวาน นอกจาก Bagel Cream Cheese (100 บาท) ที่เหมาะกับการเติมพลังเบาๆ หลังออกกำลังกาย ทางร้านยังมีเค้กให้เลือกในแต่ละวันอีกด้วย เป็นเมนูที่ตอบโจทย์เลยแหละ หลังจากออกกำลังกายมาแล้ว หรืออยากมีอะไรในมือที่ถือระหว่างรอเวลาเข้าออฟฟิศ 

 

ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 12ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 13ภาพบรรยากาศคาเฟ่ BO BKK สำหรับนักวิ่งและคนรักสัตว์ ใจกลางสาทรซอย 1 14

 

Good for…

 

คนที่ไม่ได้มองการวิ่งเป็นแค่การออกกำลังกาย แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งสำหรับคนที่อยู่ในคลับวิ่ง หรือคนที่กำลังมองหาคอมมูนิตี้ที่เข้าใจว่าการตื่นมาวิ่งตอนเช้าไม่ใช่เรื่องแปลก คาเฟ่แห่งนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เสิร์ฟกาแฟ แต่เป็นจุดนัดพบของคนที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน ทั้งการวิ่ง การนั่งหักก่อนเริ่มวันทำงาน ถ้าวันไหนคุณอยากออกไปวิ่ง แล้วยังอยากนั่งคาเฟ่ พบเพื่อน หรือดื่มกาแฟก่อนเข้าออฟฟิศ BO BKK คือหนึ่งในไม่กี่จุดหมายย่านสาทรที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวกัน

 

BO BKK

 

Address: The Serpentine, สาทร ซอย 1 (MRT ลุมพินี)

Open: เวลา 08.00-17.00 น. ปิดทุกวันพุธ

Contact: Bo 

Parking: จอดรถหน้าร้านได้ถึง 10.30 น. / 123 Parking (มีค่าบริการ)

Budget: ราคาเริ่มต้น 70 บาท

 

 

The post BO BKK คาเฟ่ใหม่จากพี่นักวิ่ง เอาใจชาว Run club appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ https://thestandard.co/pm25-bangkok-exceeds-standard/ Wed, 14 Jan 2026 03:02:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1164951 The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

วันนี้ (14 มกราคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร […]

The post ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

วันนี้ (14 มกราคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ประจำวัน ณ เวลา 07.00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองพุ่งสูงถึง 58.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกพื้นที่

 

จากการตรวจสอบรายเขตพบว่ามีพื้นที่ที่สถานการณ์รุนแรงเข้าสู่ระดับสีแดง หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเขตบางรักที่วัดค่าฝุ่นได้สูงสุดถึง 86.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามมาด้วยเขตปทุมวัน 83.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตสาทร 78.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังที่มีค่าฝุ่นสูงเกินเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เขตจตุจักร 74.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รวมถึงเขตราชเทวี ลาดกระบัง บางซื่อ และประเวศ ซึ่งล้วนมีค่าฝุ่นเฉลี่ยอยู่ในช่วง 63-64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เช่นเดียวกับพื้นที่เขตหลักสี่ หนองแขม บางเขน และคลองสามวา ที่ยังคงเผชิญกับสภาพอากาศปิดและปริมาณฝุ่นสะสมในระดับที่น่ากังวล

 

เมื่อพิจารณาตามกลุ่มเขต พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในทุกโซน โดยพื้นที่กรุงเทพใต้มีช่วงค่าฝุ่นกว้างที่สุดและสูงที่สุดที่ 46 – 86.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่กลุ่มกรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ ต่างมีค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานทั้งหมด สะท้อนถึงภาวะฝุ่นละอองที่ครอบคลุมหนาแน่นทั่วทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

สำหรับข้อแนะนำด้านสุขภาพ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศฯ ขอให้ประชาชนทั่วไปเพิ่มความระมัดระวังในการออกนอกอาคาร โดยควรสวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ตลอดเวลา และจำกัดเวลาการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก พร้อมทั้งสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น อาการไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา

 

ส่วนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากพื้นที่ใดคุณภาพอากาศเข้าสู่ระดับสีแดง ขอให้งดกิจกรรมกลางแจ้งและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว

 

The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 1The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 2The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 3The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 4The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 5The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 6The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 7The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule. There are no instances where a proper noun immediately follows a verb, which would require an added space. Heres the original headline again, with no changes needed based on the specified rule: ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ 8

The post ฝุ่นPM 2.5 กทม. เช้านี้เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ ‘บางรัก-ปทุมวัน-สาทร’ อยู่ระดับสีแดง เข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช้าส่งท้ายปี ฝุ่น PM 2.5 กทม. พุ่งเกินมาตรฐาน ‘สาทร-คลองสามวา’ ทะลุ 50 มคก. เตือนประชาชนสวมหน้ากาก เฝ้าระวังสุขภาพระดับสีส้ม https://thestandard.co/final-morning-year-pm25-levels/ Wed, 31 Dec 2025 03:52:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1160372 เช้าส่งท้ายปี ฝุ่น PM 2.5 กทม. พุ่งเกินมาตรฐาน ‘สาทร-คลองสามวา’ ทะลุ 50 มคก. เตือนประชาชนสวมหน้ากาก เฝ้าระวังสุขภาพระดับสีส้ม

วันนี้ (31 ธันวาคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร […]

The post เช้าส่งท้ายปี ฝุ่น PM 2.5 กทม. พุ่งเกินมาตรฐาน ‘สาทร-คลองสามวา’ ทะลุ 50 มคก. เตือนประชาชนสวมหน้ากาก เฝ้าระวังสุขภาพระดับสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช้าส่งท้ายปี ฝุ่น PM 2.5 กทม. พุ่งเกินมาตรฐาน ‘สาทร-คลองสามวา’ ทะลุ 50 มคก. เตือนประชาชนสวมหน้ากาก เฝ้าระวังสุขภาพระดับสีส้ม

วันนี้ (31 ธันวาคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ประจำเช้าวันนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. พบภาพรวมคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกินค่ามาตรฐาน โดยตรวจวัดค่าเฉลี่ยได้ที่ 39.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ สีส้ม หรือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

จากการตรวจสอบข้อมูลรายเขต พบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด 3 อันดับแรก ซึ่งค่าฝุ่นพุ่งสูงเกิน 50 มคก./ลบ.ม. ได้แก่

 

1. เขตสาทร 51.5 มคก./ลบ.ม.

 

2. เขตคลองสามวา 51.5 มคก./ลบ.ม.

 

3. เขตจตุจักร 50.5 มคก./ลบ.ม.

 

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูงและต้องเฝ้าระวัง อาทิ เขตบางรัก (49.3), เขตมีนบุรี (48), เขตบางซื่อ (44.1) และเขตสัมพันธวงศ์ (43.5) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ศูนย์ข้อมูลฯ ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองว่าเริ่มมีแนวโน้มลดลง

 

ข้อแนะนำด้านสุขภาพสำหรับประชาชนเนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ สีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) กทม. จึงขอแจ้งเตือนประชาชนดังนี้

 

ประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัยป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และควรจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ให้รีบปรึกษาแพทย์

 

ประชาชนกลุ่มเสี่ยง: (เด็ก คนชรา หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว) ขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากป้องกันทุกครั้งเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้านเพื่อวางแผนการเดินทางและการร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผ่านทางแอปพลิเคชัน AirBKK, เว็บไซต์ www.airbkk.com, เฟซบุ๊ก สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. หรือผ่านช่องทาง LINE ALERT

The post เช้าส่งท้ายปี ฝุ่น PM 2.5 กทม. พุ่งเกินมาตรฐาน ‘สาทร-คลองสามวา’ ทะลุ 50 มคก. เตือนประชาชนสวมหน้ากาก เฝ้าระวังสุขภาพระดับสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ทรงตัวในเกณฑ์ปานกลาง เขตสาทรพุ่งสูงสุด เตือนเฝ้าระวังแนวโน้มฝุ่นเริ่มขยับขึ้น https://thestandard.co/this-morning-pm25-levels-bangkok-2/ Mon, 29 Dec 2025 03:05:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1159588 กทม. เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ทรงตัวในเกณฑ์ปานกลาง เขตสาทรพุ่งสูงสุด เตือนเฝ้าระวังแนวโน้มฝุ่นเริ่มขยับขึ้น

วันนี้ (29 ธันวาคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร […]

The post กทม. เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ทรงตัวในเกณฑ์ปานกลาง เขตสาทรพุ่งสูงสุด เตือนเฝ้าระวังแนวโน้มฝุ่นเริ่มขยับขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ทรงตัวในเกณฑ์ปานกลาง เขตสาทรพุ่งสูงสุด เตือนเฝ้าระวังแนวโน้มฝุ่นเริ่มขยับขึ้น

วันนี้ (29 ธันวาคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ประจำเช้าวันนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. พบภาพรวมคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง (สีเหลือง) โดยตรวจวัดค่าเฉลี่ยได้ที่ 27 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย (ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.)

 

จากการตรวจสอบข้อมูลรายเขต พบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

 

1. เขตสาทร (35.4 มคก./ลบ.ม.) 2. เขตจตุจักร (33.9 มคก./ลบ.ม.) และ 3. เขตหนองแขม (32.7 มคก./ลบ.ม.) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังอื่นๆ ที่ค่าฝุ่นเริ่มขยับสูงขึ้นในระดับ 30-32 มคก./ลบ.ม. อาทิ เขตทวีวัฒนา, เขตลาดกระบัง, เขตภาษีเจริญ และเขตคลองสามวา เป็นต้น

 

เมื่อจำแนกสถานการณ์ตามกลุ่มเขตปฏิบัติการ พบรายละเอียดดังนี้:

 

  • กลุ่มกรุงเทพกลาง: เป็นพื้นที่เดียวที่คุณภาพอากาศอยู่ในภาพรวมเกณฑ์ ดี (สีเขียว) ค่าฝุ่นอยู่ที่ 20.2 – 28.1 มคก./ลบ.ม.
  • กลุ่มเขตอื่นๆ (กรุงเทพเหนือ, ตะวันออก, ใต้, กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้): ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง (สีเหลือง) โดยพบค่าฝุ่นสูงสุดในกลุ่มกรุงเทพใต้ (เขตสาทร) และกรุงเทพเหนือ (เขตจตุจักร)

 

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. ได้แจ้งเตือนข้อสังเกตสำคัญว่า ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ค่าเฉลี่ยรวมจะยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง (สีเหลือง) โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว) ควรเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

The post กทม. เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ทรงตัวในเกณฑ์ปานกลาง เขตสาทรพุ่งสูงสุด เตือนเฝ้าระวังแนวโน้มฝุ่นเริ่มขยับขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>