สั่งฟ้อง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สั่งฟ้อง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 07 Aug 2025 05:52:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อัยการสั่งฟ้อง ‘เปรมชัย’ และพวก รวม 23 คน คดีอาคาร สตง. ถล่ม https://thestandard.co/sao-building-collapse-prosecution/ Thu, 07 Aug 2025 05:52:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1104710 sao-building-collapse-prosecution

วันนี้ (7 สิงหาคม) ศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ […]

The post อัยการสั่งฟ้อง ‘เปรมชัย’ และพวก รวม 23 คน คดีอาคาร สตง. ถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
sao-building-collapse-prosecution

วันนี้ (7 สิงหาคม) ศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 23 รายต่อศาลอาญาแล้วในวันนี้ ในคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มหลังเกิดแผ่นดินไหว

 

คดีนี้เป็นคดีที่พนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อได้ส่งสำนวนมายังอัยการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจำนวน 23 ราย ในข้อหาหลักคือ เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือก่อสร้างอาคารโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

 

เนื่องจากเป็นคดีที่มีความสำคัญและมีเอกสารจำนวนมาก ทางสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาโดยเฉพาะ ซึ่งผลการพิจารณาคือมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 23 ราย ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน

 

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาหมายเลข 9 ถึง 15 เพิ่มเติมในข้อหา ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ซึ่งการกระทำความผิดทั้งหมดนี้ครอบคลุมบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราต่างๆ, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ มีทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โดยเปรมชัย กรรณสูตร และบุคคลอื่นๆ อีก 22 ราย โดยคดีนี้ได้ถูกยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 2201/2568

The post อัยการสั่งฟ้อง ‘เปรมชัย’ และพวก รวม 23 คน คดีอาคาร สตง. ถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการแถลงสรุปคดีดิไอคอนกรุ๊ป แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา รอด กันต์ กันตถาวร ถูกสั่งฟ้องร่วมกับ 17 บอส https://thestandard.co/prosecutor-statement-the-icon-group-case/ Wed, 08 Jan 2025 10:49:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1028299 prosecutor-statement-the-icon-group-case

วันนี้ (8 มกราคม) สำนักงานอัยการสูงสุดได้นัดฟังคำสั่งคด […]

The post อัยการแถลงสรุปคดีดิไอคอนกรุ๊ป แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา รอด กันต์ กันตถาวร ถูกสั่งฟ้องร่วมกับ 17 บอส appeared first on THE STANDARD.

]]>
prosecutor-statement-the-icon-group-case

วันนี้ (8 มกราคม) สำนักงานอัยการสูงสุดได้นัดฟังคำสั่งคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยมีคำสั่งให้ไม่สั่งฟ้อง แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี หลังครบกำหนดฝากขัง 84 วัน โดยผู้เกี่ยวข้องในคดีอีก 17 ราย รวมถึง กันต์ กันตถาวร ถูกสั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะดำเนินการยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 17 รายต่อศาลอาญาในวันนี้

 

จากคำให้การของผู้เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานสามารถเชื่อได้ว่า แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากมีหลักฐานการทำสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ในเดือนตุลาคม 2566 ที่ทำสัญญาว่าจ้างเป็นพรีเซนเตอร์ เช่นเดียวกับ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ในเดือนเมษายน 2566 ทว่าบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เริ่มจดทะเบียนก่อตั้งกิจการในปี 2564 อีกทั้งยังไม่มีข้อบ่งชี้หรือพยานหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ได้ว่าทั้งคู่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งต่างจากกรณีของ กันต์ กันตถาวร ที่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเขามีส่วนรู้เห็นตั้งแต่ช่วงก่อตั้งบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด

 

พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ไม่ถูกสั่งฟ้องอย่าง แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ต่อศาลอาญา และจะดำเนินการส่งสำนวนพร้อมความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ต่อไป

 

สำหรับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงามของ พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ที่มีเหล่านักแสดงและผู้มีชื่อเสียงในไทยมีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งได้ถูกออกหมายจับในคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เมื่อปี 2567 คิดมูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 600 ล้านบาท

The post อัยการแถลงสรุปคดีดิไอคอนกรุ๊ป แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา รอด กันต์ กันตถาวร ถูกสั่งฟ้องร่วมกับ 17 บอส appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีตากใบ เหตุขนย้ายผู้ชุมนุมไม่เหมาะสมจนเสียชีวิต https://thestandard.co/order-to-prosecute-8-suspects-in-tak-bai-case/ Wed, 18 Sep 2024 06:11:21 +0000 https://thestandard.co/?p=984858

วันนี้ (18 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ประยุทธ เพช […]

The post อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีตากใบ เหตุขนย้ายผู้ชุมนุมไม่เหมาะสมจนเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีตากใบของสถานีตำรวจภูธร (สภ.) หนองจิก จังหวัดปัตตานี กรณีเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมไปที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร มีผู้เสียชีวิต 78 คน

 

ประยุทธระบุว่า วันที่ 12 กันยายน 2567 อัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนแล้ว มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 โดยวินิจฉัยว่า จากพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวน แม้ผู้ต้องหาทั้ง 8 (พล.อ. เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร ผู้ต้องหาที่ 1, ร.ต. ณัฐวุฒิ เลื่อมใส ผู้ต้องหาที่ 2, วิษณุ เลิศสงคราม ผู้ต้องหาที่ 3, ร.ท. วิสนุกรณ์ ชัยสาร ผู้ต้องหาที่ 4, ปิติ ญาณแก้ว ผู้ต้องหาที่ 5, พ.จ.ต. รัชเดช หรือ พิทักษ์ ศรีสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 6, พ.ท. ประเสริฐ มัทมิฬ ผู้ต้องหาที่ 7 และ ร.ท. ฤทธิรงค์ พรหมฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 8) จะไม่ประสงค์ต่อผลที่จะให้ผู้ตายถึงแก่ความตายก็ตาม

 

แต่การจัดหารถเพียงจำนวน 25 คัน ในการบรรทุกผู้ชุมนุมประมาณ 1,000 กว่าคน อันเป็นการบรรทุกที่แออัดเกินกว่าจะเป็นวิธีการบรรทุกคนที่เหมาะสม โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ ที่ 7 รู้อยู่แล้วว่าจำนวนรถกับจำนวนคนไม่เหมาะสมกัน ผู้ต้องหาที่ 2 ถึงที่ 6 และที่ 8 ซึ่งเป็นคนขับรถก็เห็นถึงสภาพการบรรทุกผู้ชุมนุมดังกล่าว อันเป็นเหตุให้ผู้ตายทั้ง 78 คนขาดอากาศหายใจระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่

 

การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 8 ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า การกระทำดังกล่าวจะทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตายได้ ดังนั้น การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 8 จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น คดีมีพยานหลักฐานพอฟ้อง จึงสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 ตามข้อกล่าวหาดังกล่าว

 

เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่ได้เรียกผู้ต้องหาที่ 1 ถึงที่ 8 มารับข้อกล่าวหา เมื่ออัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องดังกล่าวแล้ว อัยการสูงสุดได้แจ้งคำสั่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 8 พร้อมแจ้งสิทธิและพฤติการณ์แห่งคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 และส่งตัวให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีต่อไป

 

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นคนละคดีกับคดีอาญาสลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ที่ศาลจังหวัดนราธิวาสรับคำร้อง นัดจำเลยทั้ง 7 คนในคดีมาสอบคำให้การ โดยหนึ่งในนั้นคือ พล.อ. พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาค 4 ซึ่งปัจจุบันเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

The post อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีตากใบ เหตุขนย้ายผู้ชุมนุมไม่เหมาะสมจนเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ‘สมยศ’ กับพวก 8 ราย ช่วยเหลือคดี บอส อยู่วิทยา https://thestandard.co/order-to-sue-somyot-and-others/ Tue, 27 Feb 2024 06:31:04 +0000 https://thestandard.co/?p=904680

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยก […]

The post อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ‘สมยศ’ กับพวก 8 ราย ช่วยเหลือคดี บอส อยู่วิทยา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, วัชรินทร์ ภาณุรัตน์, ณรงค์ ศรีระสันต์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงข่าวในคดีที่อัยการสูงสุดรับดำเนินคดีอาญาฟ้อง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กับพวก รวม 8 คน ตามมติสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

 

ประยุทธ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตามที่ ป.ป.ช. มีหนังสือถึงอัยการสูงสุด แจ้งมติ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินคดีอาญาฟ้อง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1, พล.ต.ต. ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5, พ.ต.อ. วิรดล ทับทิมดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7, เนตร นาคสุข ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10, ชัยณรงค์ แสงทองอร่าม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9, ธนิต บัวเขียว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12, ชูชัย หรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 และ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 19

 

ซึ่งวันนี้อัยการสูงสุดได้พิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว มีคำสั่งรับดำเนินคดีอาญาฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ตามมติ ป.ป.ช. ดังนี้

 

  1. รับดำเนินคดี พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1) และ พล.ต.อ. ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5) 
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 
  • ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง 
  • ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 157, 200 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 65 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

 

  1. รับดำเนินคดี พ.ต.อ. วิรดล ทับทิมดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานสืบสวนสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7) 
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง
  • ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 200, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 65 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

 

  1. รับดำเนินคดี เนตร นาคสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10) 
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

 

  1. รับดำเนินคดี ชัยณรงค์ แสงทองอร่าม พนักงานอัยการ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9), ธนิต บัวเขียว (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12), ชูชัย หรือ พิชัย เลิศพงศ์อดิศร (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13), รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 19) 
  • ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 
  • ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง
  • ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 200, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 65 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

 

อัยการสูงสุดมอบหมายให้พนักงานอัยการ และสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดี ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 คนแทนอัยการสูงสุด และให้แจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ เพื่อให้ดำเนินการส่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งรับดำเนินคดีฟ้อง โดยให้ส่งตัวไปยังสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพื่อฟ้องคดีภายในอายุความตามกฎหมายต่อไป

 

ประยุทธกล่าวว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ ได้แก่ พล.ต.ท. มนู เมฆหมอก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และ พ.ต.อ. วิวัฒน์ สิทธิสรเดช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติกันไว้เป็นพยาน 

 

พ.ต.ท. ปัณณ์ณภณ นามเมือง หรือ คทาธร พัชรนามเมือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 พล.อ.ท. จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 และ พล.อ.ท. สุรเชษฐ ทองสลวย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตาม ป.วิอาญา และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 63 

 

สำหรับ พล.ต.ท. เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ถูกกล่าวที่ 11 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64 

 

ในส่วน ธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 พ.ต.ท. ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 วรพล โสคติยานุรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 16 อุสาห์ ชูสินธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 17 และ ณัฏณิชา ทองชื่น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 18 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิด

 

ประยุทธกล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปการดำเนินการของอัยการสูงสุดจะมีหนังสือแจ้งไปที่ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการให้ได้ตัวมาตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งรับดำเนินคดี ซึ่งคดีนี้เข้าเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ 

 

สำหรับคำสั่งของอัยการสูงสุดครั้งนี้ถือว่าเสร็จสิ้นการสั่งคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ต่อไปเป็นการพิจารณาคดีในชั้นศาล

 

สำหรับคดีนี้ก่อนที่อัยการสูงสุดจะรับดำเนินคดีมีรายงานว่า เดิมสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ได้เสนอความเห็นต่ออัยการสูงสุดเกี่ยวกับข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนการสอบสวนคดีนี้ และขอให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน 2 ฝ่ายเพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อสำนวนมาถึง อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ พิจารณาแล้วมีคำสั่งรับดำเนินคดีโดยไม่ต้องตั้งข้อไม่สมบูรณ์

The post อัยการสูงสุด สั่งฟ้อง ‘สมยศ’ กับพวก 8 ราย ช่วยเหลือคดี บอส อยู่วิทยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่งฟ้อง 14 ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ ขยายผลพบ ‘พล.ต.อ. สุรเชษฐ์’ มีเอี่ยว ถูกแจ้งข้อหาหนัก https://thestandard.co/file-charges-against-14-suspects-in-gambling-website/ Sat, 17 Feb 2024 13:19:07 +0000 https://thestandard.co/?p=901165

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาค […]

The post ส่งฟ้อง 14 ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ ขยายผลพบ ‘พล.ต.อ. สุรเชษฐ์’ มีเอี่ยว ถูกแจ้งข้อหาหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 พนักงานอัยการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับสำนวนการสอบสวน คดีอาญาที่ 724/2566 ซึ่งเป็นคดีที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเปิดเว็บพนันออนไลน์ betfixroyal และสามารถจับกุม ธันยนันท์ หรือ มินนี่ หรือ ‘เครือข่ายมินนี่’ ผู้ต้องหาตามหมายจับกับพวกในช่วงปี 2566

 

สำหรับสำนวนที่อัยการรับมานั้น เป็นของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีว่า สมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 14 คน (เดิมผู้ต้องหามีทั้งหมด 60 กว่าคน) และใน 8 จาก 14 คนเป็นตำรวจ ซึ่งเป็นลูกน้องของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย 

 

สำหรับรายชื่อทั้ง 14 คน ประกอบด้วย

 

  1. ณัฐวัตร พิมพ์สวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1
  2. ธันยนันท์ สุจริตชินศรี ผู้ต้องหาที่ 2
  3. อรณี ทองอรุณ ผู้ต้องหาที่ 3
  4. พ.ต.ต. ชานนท์ อ่วมทร ผู้ต้องหาที่ 12
  5. ทักษพร พงษ์เหมวัฒนา ผู้ต้องหาที่ 13
  6. กิตติชัช ปภัสโรบล ผู้ต้องหาที่ 14
  7. พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 20
  8. พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ ผู้ต้องหาที่ 21
  9. พ.ต.อ. อาริศ คูประสิทธิรัตน์ ผู้ต้องหาที่ 22
  10. พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 23
  11. พ.ต.อ. เขมรินทร์ พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 24
  12. ส.ต.อ. ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้ต้องหาที่ 25
  13. ส.ต.อ. อภิสิทธิ์ คนยงค์ ผู้ต้องหาที่ 26
  14. ภัสราวดี พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 61

 

เห็นควรสั่งฟ้อง ณัฐวัตร พิมพ์สวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1, อรุณี ทองอรุณ ผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิด

 

  • ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
  • สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 12 (2) 
  • พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (9), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
  • ฐานสนับสนุนผู้อื่น ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่
  • สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184, 157 และ 86

 

ธันยนันท์ สุจริตชินศรี หรือ สุชานันท์ กุลวัฒนโยธิน หรือ มินนี่ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิด

 

  • ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
  • สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5 ทวิ, 5, 6, 12 (2) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (9), 5 (1/2) (3), 9 วรรคสอง และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
  • ฐานให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่
  • สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 157 และ 86

 

ทักษพร พงษ์เหมวัฒนา หรือ โม ผู้ต้องหาที่ 13, กิตติชัช หรือ ชัชวาล ปภัสโรบล ผู้ต้องหาที่ 14 ในความผิด

 

  • ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (9), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
  • ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่
  • สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  • สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157 และ 86

 

พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย หรือ หนึ่ง ผู้ต้องหาที่ 20 ในความผิด

 

  • ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
  • สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 12 (2) 
  • พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (4), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
  • ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่
  • เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  • เป็นเจ้าพนักงานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน
  • เป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้อื่น นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 10, 60 
  • พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128, 169 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157 และ 83

 

พ.ต.ต. ชานนท์ อ่วมทร ผู้ต้องหาที่ 12, พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ ผู้ต้องหาที่ 21, พ.ต.อ. อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผู้ต้องหาที่ 22, พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 23 , พ.ต.อ. เขมรินทร์ พิศมัย หรือ เปียก ผู้ต้องหาที่ 24, ส.ต.อ. ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้ต้องหาที่ 25, ส.ต.อ. อภิสิทธิ์ คนยงค์ ผู้ต้องหาที่ 26 ในความผิด

 

  • ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่
  • เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้อื่น นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 10, 60 
  • พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 128, 169 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 83

 

ภัสราวดี พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 61 ในความผิด

 

  • ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงิน
  • สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  • พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 10, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 86

 

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า อภิชาต ถาใจ อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน เมื่อรับสำนวนพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม 14 ข้อ โดยมีรายงานว่า มีข้อปลีกย่อยกว่า 6 หน้ากระดาษ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 และให้ส่งผลสอบเพิ่มภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นวันคดีครบขังวันสุดท้ายแล้ว

 

ส่งผลให้ 8 นายตำรวจและผู้ต้องหาบางรายขาดขังและต้องปล่อยตัว

 

ต่อมาเมื่อคดีขาดขังแล้วได้แจ้งคืนสำนวนบางข้อหาและบางคน เช่น ข้อหาตาม พ.ร.บ.การพนัน และข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน 

 

มีรายงานอีกว่า ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ขยายผลพบพยานหลักฐานและผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้ต้องหาข้างต้นในคดีเพิ่มเติม จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีข้าราชการตำรวจอีก 5 นาย คือ 

 

  1. พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  2. พล.ต.ต. ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ข้าราชการบำนาญ
  3. พ.ต.อ. แดนไพร แก้วเวหล รองผู้บังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  4. พ.ต.อ. นฤวัต พุทธวิโร ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  5. ส.ต.อ. ณัฐนันท์ ชูจักร ผบ.หมู่ สายตรวจ 3 กองบังคับการตำรวจจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล 

 

ลำดับที่ 1, 3-5 ถูกกล่าวหาว่า 

 

  • เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนี้จะชอบหรือมิชอบในหน้าที่
  • เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  • เป็นเจ้าพนักงานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้กระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงิน และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้อื่น นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128, 172 ป.อาญา มาตรา 149, 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (9), 5 (1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 10, 11 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

 

ส่วนลำดับที่ 2 ถูกกล่าวหาว่า 

 

  • สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้กระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงินและสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (9), 5 (1) (2), 9 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 

 

ซึ่งขณะนี้ได้ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาอยู่ว่าจะทำการสอบสวนคดีนี้เองหรือส่งกลับมาให้พนักงานสอบสวนชุดตำรวจทำ ซึ่ง ป.ป.ช. รับไปตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 แต่ยังไม่มีคำสั่งกลับมา

 

ภาพ: แฟ้มภาพ

The post ส่งฟ้อง 14 ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ ขยายผลพบ ‘พล.ต.อ. สุรเชษฐ์’ มีเอี่ยว ถูกแจ้งข้อหาหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสั่งฟ้องอดีตกำนันนก จ้างวานฆ่า ส่วนกลุ่มตำรวจโดนละเว้นปฏิบัติหน้าที่-ทำลายของกลาง ด้าน ผกก.เบิ้ม ไม่ปรากฏชื่อในสำนวน https://thestandard.co/charges-against-former-kamnan-nok/ Fri, 01 Dec 2023 00:47:01 +0000 https://thestandard.co/?p=872101

วานนี้ (30 พฤศจิกายน) ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยกา […]

The post อัยการสั่งฟ้องอดีตกำนันนก จ้างวานฆ่า ส่วนกลุ่มตำรวจโดนละเว้นปฏิบัติหน้าที่-ทำลายของกลาง ด้าน ผกก.เบิ้ม ไม่ปรากฏชื่อในสำนวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (30 พฤศจิกายน) ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงผลการพิจารณาคดีสั่งฟ้อง ประวีณ จันทร์คล้าย หรืออดีตกำนันนก กับกลุ่มนายตำรวจในงานเลี้ยง

 

วัชรินทร์ระบุว่า คดีนี้แบ่งเป็น 2 สำนวน ได้แก่ คดีฆ่า พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งมีผู้ต้องหาคือ ธนัญชัย หมั่นมาก หรือ หน่อง ผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปด้วยเหตุธนัญชัยถึงแก่ความตาย

 

และอดีตกำนันนก อัยการสำนักงานคดีอาญามีความเห็นให้สั่งฟ้อง ตามที่พนักงานสอบสวนเสนอมาในคดีจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

 

ส่วนสำนวนที่ 2 ซึ่งเป็นสำนวนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือน รวม 28 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่มีการยิง พ.ต.ต. ศิวกร ในความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีความเห็นสั่งฟ้องตำรวจ

 

ได้แก่ พ.ต.ต. เกียรติศักดิ์ สมสุข กับพวก และพลเรือนรวม 23 คน ในข้อหาแตกต่างกันไป ซึ่งรวม 6 คนแรกที่ถูกจับดำเนินคดี โดยเป็นกลุ่มที่ขับรถพาอดีตกำนันนกหลบหนี และมีการทำลายพยานหลักฐาน 

 

ส่วนพลเรือนถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด รวมถึงอดีตกำนันนกด้วย ซึ่งพนักงานอัยการได้นำตัวตำรวจและพลเรือนรวม 23 คน ไปส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว

 

ประยุทธกล่าวยืนยันว่า อดีตกำนันนกถูกฟ้องทั้ง 2 ศาล คือ ศาลอาญาและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยอัยการจะมีการเสนอศาลให้นับโทษทั้ง 2 สำนวนต่อกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับที่ศาลใดจะตัดสินคดีใดก่อน

 

อย่างไรก็ตาม มีตำรวจ 5 นาย ที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ได้แก่ พ.ต.อ. กฤษฎาพร จงอักษร อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท, ร.ต.อ. ณัฏฐพล นาคกร, พ.ต.ท. ภทร วรญาวิสุทธิ์, พ.ต.อ. ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล และ ร.ต.ท. มนัส จันทร์มีทรัพย์ เนื่องจากพนักงานอัยการเห็นว่าจัดอยู่ในกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น พาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล หรือสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ประยุทธกล่าวต่อว่า ความเห็นนี้ยังถือว่าไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด พนักงานอัยการจะต้องเสนอเรื่องไปที่ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้มีความเห็นทางคดี โดยหากเห็นแย้งความเห็นของอัยการ เรื่องนี้ก็จะถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยชี้ขาด จึงจะถือว่าเป็นคำสั่งเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในส่วนของ พ.ต.อ. วชิรา ยาวไทยสงค์ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือ ผกก.เบิ้ม ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ไม่มีรายชื่อเป็นผู้ต้องหาในสำนวนของพนักงานสอบสวนที่ส่งมาให้อัยการตั้งแต่แรก

The post อัยการสั่งฟ้องอดีตกำนันนก จ้างวานฆ่า ส่วนกลุ่มตำรวจโดนละเว้นปฏิบัติหน้าที่-ทำลายของกลาง ด้าน ผกก.เบิ้ม ไม่ปรากฏชื่อในสำนวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการสั่งฟ้องมายด์กับพวกรวม 12 คน มาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีอ่านเเถลงการณ์หน้าสถานทูตเยอรมนี https://thestandard.co/prosecutor-sued-mild-passaralee/ Thu, 22 Jul 2021 06:11:16 +0000 https://thestandard.co/?p=515805 Passaralee Thanakitwibulphon

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ […]

The post อัยการสั่งฟ้องมายด์กับพวกรวม 12 คน มาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีอ่านเเถลงการณ์หน้าสถานทูตเยอรมนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Passaralee Thanakitwibulphon

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งมหาเมฆ นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวก รวม 12 คน ประกอบด้วย 1. ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (มายด์ มหานคร) 2. กรกช แสงเย็นพันธ์ (ปอ DRG) 3. ชนินทร์ วงษ์ศรี หรือบอล 4. เบนจา อะปัญ 5. วัชรากร ไชยแก้ว 6. อรรถพล บัวพัฒน์ (ครูใหญ่) 7. อัครพล ตีบไธสง 8. กฤษพล ศิริกิตติกุล 9. สุธินี จ่างพิพัฒน์นวกิจ 10. รวิสรา เอกสกุล 11. ณัชชิมา อารยะตระกูลลิขิต และ 12. ชลธิศ โชติสวัสดิ์ ซึ่งถูกกล่าวหาความผิดมาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีชุมนุมอ่านแถลงการณ์หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563  

 

โดยผู้ต้องหาทยอยเดินทางมารับทราบคำสั่ง และมีกลุ่มผู้สนับสนุนบางส่วนรวมถึง อานนท์ นำภา แกนนำราษฎร เดินทางมาให้กำลังใจ และมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยมีหุ่นศพจำลอง และป้ายที่มีข้อความขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงข้อความต่อต้าน มาตรา 112 ด้วย ภายใต้การรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมนี 3 คนมาร่วมสังเกตการณ์ 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างผู้ต้องหารับฟังคำสั่งจากอัยการอยู่นั้น ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนประมาณ 10 คน ใช้โทรโข่งและตะโกนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินคดีกับทั้ง 12 ผู้ต้องหา และโจมตีการทำงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ รวมถึงการใช้ความรุนแรงในการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

ด้าน รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้ตนและเพื่อน ส.สพรรคก้าวไกล 2 คน ได้แก่ ทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส. สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล และ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส. นครปฐม พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมาประกันตัวโดยการใช้ตำแหน่ง ส.ส. โดยคาดว่าวันนี้อัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้อง ซึ่งเบื้องต้นทางทนายประสานมาว่าใช้ตำแหน่ง ส.ส. 3 คนก็เพียงพอ 

 

จากนั้นเวลา 10.35 น. พนักงานอัยการได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 12 คนเดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล 

 

ศุภณัฐ บุญสด ทนายประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อัยการสั่งฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 ทั้ง 12 คน ซึ่งได้เตรียมการประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งอาจารย์ 6 ท่าน และ ส.ส. 3 ท่าน โดยวงเงินประกันตีไว้คนละ 200,000 บาท แต่เนื่องจากใช้ตำแหน่งประกันก็จะครอบคลุมทั้งหมด ไม่ต้องใช้เงินประกัน 

The post อัยการสั่งฟ้องมายด์กับพวกรวม 12 คน มาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีอ่านเเถลงการณ์หน้าสถานทูตเยอรมนี appeared first on THE STANDARD.

]]>