สัญญาภัชระ สามารถ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สัญญาภัชระ-สามารถ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 16 Sep 2026 06:16:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ศาลสั่งไม่ประทับรับฟ้อง คดี ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ฟ้อง ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เหตุหลักฐานไม่เพียงพอ https://thestandard.co/surachate-jaroonkiat-defamation-dismissed/ Wed, 16 Sep 2026 06:15:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1255716 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

วันนี้ (16 กันยายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังค […]

The post ศาลสั่งไม่ประทับรับฟ้อง คดี ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ฟ้อง ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เหตุหลักฐานไม่เพียงพอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

วันนี้ (16 กันยายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อ.1025/2569 ซึ่ง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบอำนาจให้ สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328 และ 332

 

คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน ทั้งทางรายการโทรทัศน์และช่องยูทูบ เมื่อวันที่ 20 และ 30 มกราคม 2569 โดยมีเนื้อหาพาดพิงในทำนองว่า พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายลูกน้องยศพันตำรวจโท และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชาจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้า

 

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายผู้ฟ้องระบุว่า จากการตรวจสอบรายงานทางการแพทย์ ไม่พบข้อเท็จจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง การให้สัมภาษณ์และการกระจายภาพและเสียงดังกล่าว จึงถือเป็นการใส่ความที่ทำให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและเกลียดชังจากประชาชนทั่วไป จึงได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

 

ล่าสุด ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีดังกล่าวยังไม่มีมูลเพียงพอที่จะประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา จึงมีคำพิพากษายกฟ้องในที่สุด

The post ศาลสั่งไม่ประทับรับฟ้อง คดี ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ฟ้อง ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เหตุหลักฐานไม่เพียงพอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการปราบทุจริตฯ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีสินบนทองคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็น 18 ก.ย.นี้ ด้านทนายยันไม่กระทบสำนวนผู้ไต่สวนอิสระ https://thestandard.co/prosecutor-postpones-surachate-gold-bribe-case/ Mon, 13 Jul 2026 08:07:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1230122 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ

วันนี้ (13 กรกฎาคม) ที่สำนักงานปราบปรามการทุจริต สำนักง […]

The post อัยการปราบทุจริตฯ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีสินบนทองคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็น 18 ก.ย.นี้ ด้านทนายยันไม่กระทบสำนวนผู้ไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ

วันนี้ (13 กรกฎาคม) ที่สำนักงานปราบปรามการทุจริต สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. นำสำนวนการสอบสวน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สมบัติ ธรธรรม, สรพงศ์ วงษ์สุวรรณ, สุรสิทธิ์ แพเกิด ในความผิดข้อหาร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการพนักงานอัยการฯ จูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม มาตรา 167 และปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในคดีสินบนทองคำ 246 บาท

 

โดยในวันนี้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เดินทางเข้ามารายงานตัวกับพนักงานอัยการ ช่วงเวลา 10.50 น. ก่อนที่จะเซ็นเอกสารและเดินทางกลับทันที โดยมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

 

ต่อมา สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัวของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในวันนี้อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นวันที่ 18 กันยายน เวลา 10.00 น. เนื่องจากทางพนักงานอัยการอยู่ระหว่างการสอบถามเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างรอหนังสือเกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวกับคณะผู้ไต่สวนอิสระ เพื่อนำมาประกอบเข้ากับสำนวนและจะได้มีความเห็นสั่งมีคำสั่งต่อไป

 

สัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า การเลื่อนนัดในวันนี้จะไม่มีผลกระทบกับสำนวนที่อยู่ในมือของผู้ไต่สวนอิสระเพราะเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในวันนี้ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาครบทุกคน เพื่อรายงานตัวกับทางอัยการ รวมถึงตัว พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ด้วย

The post อัยการปราบทุจริตฯ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีสินบนทองคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็น 18 ก.ย.นี้ ด้านทนายยันไม่กระทบสำนวนผู้ไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ https://thestandard.co/surachate-denies-gold-bribe-case/ Mon, 06 Jul 2026 08:54:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1227309 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ […]

The post ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดี ภายหลังนำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางเข้าพบคณะผู้ไต่สวนอิสระตามหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่คณะผู้ไต่สวนได้ชี้แจงพฤติการณ์ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ผ่านมาทางฝ่ายผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อมูลเพียงจากกระแสข่าวของสื่อมวลชนเท่านั้น

 

สัญญาภัชระ ชี้แจงถึงขั้นตอนทางกฎหมายว่า กระบวนการในวันนี้เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ายื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและชี้แจงด้วยวาจา ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จะมีการนัดหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

 

ทนายความกล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้พยายามนำเสนอข้อเท็จจริงมาโดยตลอดว่า อำนาจในการดำเนินคดีนี้เป็นสิทธิ์ขาดของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวน หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกระบวนการในวันนี้ถือเป็นการยืนยันความชัดเจนในประเด็นดังกล่าว

 

สัญญาภัชระ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันว่า กำลังเกิดลักษณะการดำเนินคดีแบบ 2 สำนวน 2 องค์กร โดยส่วนหนึ่งอยู่ในมือของคณะผู้ไต่สวนอิสระ และอีกส่วนหนึ่งเป็นกระบวนการที่ยังต้องรอฟังคำสั่งจากอธิบดีอัยการ

 

ทางทีมทนายความมองว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ควรสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง การดำเนินคดีควรใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน และไม่ควรปล่อยให้เกิดความซ้ำซ้อนใน 2 องค์กร นอกจากนี้ คดีในลักษณะนี้ใช้ระบบไต่สวนเป็นหลัก จึงควรเริ่มต้นกระบวนการจากการไต่สวน ไม่ใช่เริ่มจากการสอบสวน

 

สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธการให้การในชั้นสอบสวนนั้น ทนายความอธิบายว่า เป็นเพราะประเมินแล้วว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีอำนาจและมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้ง หากนำพยานหลักฐานไปชี้แจงในชั้นสอบสวน อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงเลือกที่จะสงวนพยานหลักฐานไว้เพื่อนำมาแสดงต่อคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาโดยตรง

 

ส่วนประเด็นที่คณะผู้ไต่สวนมีมติ 9 ต่อ 0 ในการรับเรื่องไว้นั้น ทนายความประเมินว่า เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยเท่านั้น ยังไม่ใช่บทสรุปของคดี ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความพร้อมเต็มที่ในการนำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหา เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายเดียว สังคมจึงยังไม่ควรด่วนสรุป

 

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงประเด็นคลิปวิดีโอหรือพยานหลักฐานที่กล่าวอ้างว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้นำทองคำไปมอบเป็นสินบน ทนายความยืนยันว่า วันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของการแสดงหลักฐานดังกล่าว เป็นเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาและพฤติการณ์เท่านั้น โดยพฤติการณ์ที่ได้รับแจ้งมีเพียงบางส่วนที่สอดคล้องกับสื่อ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา

The post ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ ทนายจี้แก้ปมดำเนินคดีซ้ำซ้อน ย้ำอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ผู้ไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ตร. ยันคลิปเสียงคดีสินบนทองคำเป็นของจริง ตรวจตามหลักวิทยาศาสตร์ ‘สามารถ’ เป็นคนอัด-มอบให้เอง https://thestandard.co/police-gold-bribery-audio-real/ Wed, 22 Apr 2026 04:24:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1199827 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวยืนยันคลิปเสียงคดีสินบนทองคำเป็นของจริง

วันนี้ (22 เมษายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตร […]

The post โฆษก ตร. ยันคลิปเสียงคดีสินบนทองคำเป็นของจริง ตรวจตามหลักวิทยาศาสตร์ ‘สามารถ’ เป็นคนอัด-มอบให้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวยืนยันคลิปเสียงคดีสินบนทองคำเป็นของจริง

วันนี้ (22 เมษายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นสืบเนื่องจากกรณีที่ สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโต้แย้งข้อเท็จจริงเรื่องคลิปเสียงที่ถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีสินบนทองคำมูลค่า 246 บาท โดยฝ่ายทนายความระบุว่าคลิปเสียงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาเปิดเผยอาจเป็นการใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัดแปลงข้อมูล

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันหนักแน่นว่า คลิปเสียงที่นำมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมานั้น ได้ผ่านกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานอย่างครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และถือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ

 

ส่วนประเด็นที่ทนายความตั้งคำถามว่าการแถลงข่าวเปิดเผยคลิปเสียงดังกล่าวได้รับอนุญาตจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หรือไม่นั้น โฆษก ตร. ชี้แจงว่า ในฐานะที่ตนได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการชี้แจงข้อมูลข่าวสารที่เป็นที่สนใจของสังคมและสื่อมวลชน ซึ่งหมายความว่า ผบ.ตร. ได้มอบหมายและอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่แล้ว

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีและสถานะของสามารถ ภายหลังมีข้อสงสัยว่าผู้ต้องหาหายตัวไป โดยระบุว่าคดีนี้เริ่มต้นจากการที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย นำพยานหลักฐานมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหารายแรกมีสถานะเป็นกรรมการองค์กรอิสระ ทำให้คดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะไต่สวนอิสระที่ตั้งโดยประธานศาลฎีกา

 

ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่นที่ไม่มีสถานะดังกล่าว คดีจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ซึ่งได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนบุคคล 5 ราย รวมถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ สามารถ ผลการสอบสวนได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย และสั่งไม่ฟ้อง 1 ราย คือสามารถ โดยสำนวนทั้งหมดได้ถูกส่งไปยังพนักงานอัยการแล้ว

 

โฆษก ตร. อธิบายเพิ่มเติมโดยเปรียบเทียบคดีนี้เหมือนกรณีเด็กและผู้ใหญ่ร่วมกันทำผิด ซึ่งต้องแยกสำนวนส่งฟ้องศาลตามสถานะบุคคล จึงยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจการสอบสวน ฝ่ายผู้ต้องหาสามารถนำไปต่อสู้ในชั้นศาลได้

 

สำหรับประเด็นข้อสงสัยเรื่องความเกี่ยวข้องของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และสามารถ โฆษก ตร. อธิบายว่า การพิจารณาความผิดต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก ซึ่ง พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้ริเริ่มนำหลักฐานมาแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่นายสามารถ ซึ่งถูกซัดทอดว่าเป็นผู้นำทองคำมาให้ สามารถนำพยานหลักฐานมาชี้แจงจนพนักงานสอบสวนเชื่อได้ว่าไม่มีเจตนาร่วมกระทำผิด จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

 

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังเปิดเผยข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับที่มาของคลิปเสียงว่า สามารถเป็นผู้นำคลิปเสียงดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ซึ่งหมายความว่านายสามารถเป็นผู้บันทึกเสียงการสนทนานั้นไว้

 

พร้อมทิ้งท้ายถึงข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ AI ดัดแปลงเสียงว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มีกระบวนการตรวจสอบที่แน่ชัด ไม่สามารถอ้างอิงเพียงความเห็นส่วนตัวได้ และเชิญชวนให้สื่อมวลชนลองนำคลิปเสียงที่ทนายความสร้างจาก AI มาเปรียบเทียบกับคลิปเสียงของตำรวจ เพื่อพิสูจน์ความแตกต่างด้วยตนเอง โดยย้ำว่าหากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหามีข้อสงสัย สามารถนำไปต่อสู้ในชั้นศาลได้ตามกระบวนการยุติธรรม

 

กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีสินบนทองคำตามสื่อโซเชียล และบางส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าเป็นการเบี่ยงเบนหรือผิดจากข้อเท็จจริง ขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวหรือแสดงความคิดเห็นในเชิงที่อาจทำให้บุคคลหรือฝ่ายใดเสียหาย

 

ส่วนเพจเฟซบุ๊ก หรือกลุ่มบุคคลที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย ที่เป็นการมุ่งโจมตีทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการรวบรวมข้อมูลหลักฐานเก็บไว้เพื่อดำเนินการต่อไป

The post โฆษก ตร. ยันคลิปเสียงคดีสินบนทองคำเป็นของจริง ตรวจตามหลักวิทยาศาสตร์ ‘สามารถ’ เป็นคนอัด-มอบให้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ แถลงโต้ปมคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ ชี้พนักงานสอบสวนไร้อำนาจ เป็นการประจานผ่านสื่อ https://thestandard.co/surachate-hakparn-lawyer-denies-bribery-clip/ Tue, 21 Apr 2026 08:11:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1199603 ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวโต้แย้งประเด็นคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ

วันนี้ (21 เมษายน) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พลตำรว […]

The post ทนายความ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ แถลงโต้ปมคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ ชี้พนักงานสอบสวนไร้อำนาจ เป็นการประจานผ่านสื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวโต้แย้งประเด็นคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ

วันนี้ (21 เมษายน) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงและโต้แย้งกรณีคลิปเสียงที่ถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีติดสินบนทองคำมูลค่า 246 ล้านบาท

 

โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าวได้เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เมื่อ พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจลูกน้องคนสนิทของ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ ได้พยายามขอเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วยตนเอง ทำให้สื่อมวลชนต้องขอความร่วมมือให้ พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ไปติดตามรับฟังผ่านช่องทางออนไลน์แทน เพื่อป้องกันความชุลมุนวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

 

​หลังจากเหตุการณ์สงบลง ทนายความได้เริ่มการแถลงข่าวซึ่งกินเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยเริ่มต้นจากการชี้แจงข้อกฎหมายว่า การดำเนินคดีอาญาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือระบบกล่าวหาสำหรับคดีทั่วไป และระบบไต่สวนสำหรับคดีพิเศษ ซึ่งในกรณีที่มีการกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกตินั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 236 และ 237 ได้บัญญัติขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ไว้เป็นการเฉพาะ

 

โดยต้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือประชาชนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน เข้าชื่อเสนอเรื่องต่อประธานรัฐสภา เพื่อส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45

 

รวมถึงบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2560 และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ยืนยันตรงกันว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

​จากข้อเท็จจริงทางกฎหมายดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ จึงได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพื่อคัดค้านสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนส่งมอบให้อัยการพิจารณา พร้อมกันนี้ ทนายความยังได้กล่าวโต้แย้งถึงการแถลงข่าวของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 เมษายน ว่าอาจเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการให้ข่าว ซึ่งกระทบต่อรูปคดีและละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา

 

โดยระบุว่าหากคลิปเสียงดังกล่าวได้มาจากการดักฟัง ย่อมมีความผิดตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 21 และไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ พร้อมย้ำหลักสิทธิมนุษยชนว่าผู้ต้องหายังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีสิทธิที่จะไม่ถูกประจานผ่านสื่อมวลชน

 

​สำหรับประเด็นคลิปเสียงที่เป็นข้อพิพาท สัญญาภัชระ ยืนยันจากการพูดคุยกับลูกความว่า เสียงในคลิปไม่ใช่เสียงของ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ อย่างแน่นอน โดยตั้งข้อสังเกตว่าในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถลอกเลียนแบบและดัดแปลงเสียงได้อย่างแนบเนียน พร้อมมองว่าจังหวะการพูดที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ รวมถึงเสียงสะอื้นร้องไห้ในคลิป เป็นความพยายามจัดฉากเพื่อเรียกร้องความสนใจและชี้นำสังคม

 

แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะระบุว่าคลิปดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานแล้วว่าเป็นของจริง ตนก็ยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่ทนายความเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป ส่วนกรณีความสัมพันธ์กับ สามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด

 

ทนายความยอมรับว่า พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ และ สามารถ มีความสนิทสนมกันจริง โดยในอดีตเคยให้คำปรึกษาและแนะนำทนายความให้ แต่ยืนยันว่าลูกความไม่ได้มีส่วนกดดันให้สามารถหลบหนีออกนอกประเทศ เนื่องจากสามารถเดินทางไปพักรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดคดีความนี้ขึ้น

 

ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุที่ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ ไม่ได้เดินทางมาแถลงข่าวด้วยตนเอง ทนายความชี้แจงว่าลูกความไม่ได้หลบหนี สื่อมวลชนยังสามารถติดต่อได้ตามปกติ แต่เนื่องจากได้แต่งตั้งให้ตนเป็นทนายความรับผิดชอบคดีนี้แล้ว จึงมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

The post ทนายความ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ แถลงโต้ปมคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ ชี้พนักงานสอบสวนไร้อำนาจ เป็นการประจานผ่านสื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ https://thestandard.co/surachate-jaroonkiat-defamation-lawsuit/ Fri, 17 Apr 2026 06:25:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1198521 ทนายความของ สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา

วันนี้ (17 เมษายน) ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อ […]

The post สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความของ สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา

วันนี้ (17 เมษายน) ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มอบอำนาจให้ สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332

 

โดยศาลได้รับไว้เป็นคดี อ 1025/2569 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.

 

ภายหลัง สัญญาภัชระ ทนายความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายตำรวจท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนผ่านช่อง YouTube และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ เมื่อวันที่ 20 และ 30 มกราคม 2569 ในทำนองว่า พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ตบลูกน้องยศ พ.ต.ท. และมีลูกน้องคนถูกทำร้ายจิตใจทำให้กลายเป็นซึมเศร้า

 

นอกจากนี้มีลูกน้องอีกหลายคนซึ่งตนไม่แน่ใจว่าหมายถึงลูกน้องทั้ง 17 คนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบรายงานแพทย์ต่างๆ ไม่พบข้อเท็จจริงตามที่นายตำรวจท่านนี้ให้สัมภาษณ์ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจึงเป็นการใส่ความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ผ่านการบันทึกภาพ กระจายภาพและเสียง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ทำให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง มองว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ไม่ควรมาให้สัมภาษณ์ในข้อเท็จจริงที่ไม่เป็นความจริง จึงนำเรื่องมายื่นฟ้องต่อศาล ให้ศาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของลูกน้องทั้ง 17 คน มีการแจ้งความหรือฟ้องดำเนินคดีกับตัว พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หรือไม่

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ทั้งนี้จากการปรึกษากับทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ แล้วเห็นว่า หากมีการแจ้งความดำเนินคดี และสิ่งที่แจ้งเป็นเรื่องจริง พิสูจน์ได้ทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงและการนำไปแจ้งความหรือเป็นพยานในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ พร้อมจะดำเนินคดีกับทุกคน เพราะท่านก็ต้องรักษาชื่อเสียงของท่านเช่นกัน

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า ที่สำคัญในคดีนี้ มีการอ้างว่าเหตุเกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 หากตรวจสอบลำดับเหตุการณ์แล้วขณะนั้น พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เป็น ผบก.สปพ. ส่วน พ.ต.ท.เป็นสารวัตรสืบสวน สน.พญาไท อยู่คนละสายงานกันไม่มีทางมาบรรจบกันได้ และเพิ่งมีการแจ้งความกล่าวโทษเมื่อเดือนมกราคม 2569 ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงทำไมถึงปล่อยให้ล่วงเลยมาถึง 9 ปี เพราะที่ผ่านมาก็ยังเคยทำงานร่วมกันอยู่ แล้วมีความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานด้วยซ้ำ

The post สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุก ปปง. ยื่นสอบบิ๊กตำรวจนั่ง กก.ธุรกรรม ปมเอี่ยวเว็บพนัน หวั่นใช้อำนาจมิชอบกลั่นแกล้งคู่ขัดแย้ง https://thestandard.co/surachate-hakparn-aml-police-probe/ Mon, 09 Feb 2026 10:24:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1176541 ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบบิ๊กตำรวจที่อาจเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการ […]

The post ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุก ปปง. ยื่นสอบบิ๊กตำรวจนั่ง กก.ธุรกรรม ปมเอี่ยวเว็บพนัน หวั่นใช้อำนาจมิชอบกลั่นแกล้งคู่ขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบบิ๊กตำรวจที่อาจเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รอง ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงเลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้มีการตรวจสอบนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ โดยมี วิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสืบสวนสอบสวนทางการเงิน และรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เป็นผู้รับมอบหนังสือ

 

สัญญาภัชระ เปิดเผยว่า สาระสำคัญของการยื่นหนังสือในครั้งนี้ คือการเรียกร้องให้ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมการธุรกรรมท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นนายตำรวจระดับสูง ว่ามีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งถือเป็นความผิดมูลฐาน หรือมีความสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรมเป็นไปด้วยความอิสระ โปร่งใส และธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมอย่างแท้จริง ปราศจากข้อครหา

 

ทางด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ฝากข้อความยืนยันผ่านทนายความว่า ตนพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้อง ภายใต้อำนาจการสอบสวนและพิจารณาที่บัญญัติไว้ แต่ขอใช้สิทธิปฏิเสธและทักท้วงการใช้อำนาจใดๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมาย หรือการดำเนินการโดยองค์กรที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ ซึ่งมีลักษณะเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชน

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการใช้อำนาจนั้นมาจากบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับท่าน ย่อมเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน สร้างภาระเกินควรและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

ดังนั้น บุคคลที่จะใช้อำนาจดังกล่าวควรต้องได้รับการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของตนเองก่อน หรือให้คณะกรรมการที่สังกัดอยู่ทำการตรวจสอบว่ามีส่วนพัวพันกับความผิดมูลฐานฟอกเงินหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อสาธารณชน

 

สัญญาภัชระ กล่าวทิ้งท้ายว่า การมายื่นหนังสือในวันนี้ เป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิทางกฎหมายของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใด แต่เป็นการทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมตามครรลองของกฎหมาย

The post ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุก ปปง. ยื่นสอบบิ๊กตำรวจนั่ง กก.ธุรกรรม ปมเอี่ยวเว็บพนัน หวั่นใช้อำนาจมิชอบกลั่นแกล้งคู่ขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า https://thestandard.co/surachate-sues-phakphum-defamation/ Thu, 05 Feb 2026 07:05:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1174119 สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ แถลงข่าวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุ […]

The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ แถลงข่าวที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) ให้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบก.สส.ภ.4) และอดีตลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

 

สัญญาภัชระเปิดเผยภายหลังการยื่นฟ้องว่า การดำเนินการในวันนี้สืบเนื่องจากการที่ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ผ่านสื่อออนไลน์จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งเมื่อพิจารณาถ้อยคำแล้วพบว่ามีลักษณะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน ทำให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ซึ่งเคยสร้างผลงานและชื่อเสียงให้กับองค์กรตำรวจได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงในวงกว้าง จึงมีความจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน โดยยืนยันว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก หรือทำไปตามอารมณ์ แต่ทำเพื่อพิสูจน์ความจริงและกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา

 

ทั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.107/2569 และได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น.

 

สัญญาภัชระยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีอดีตลูกน้องและผู้ใกล้ชิดกว่า 10 ราย เตรียมออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ในประเด็นต่างๆ รวมถึงกรณีอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายจำนวน 17 คนนั้น ขอชี้แจงว่า หากบุคคลเหล่านั้นมีพยานหลักฐานที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการตามกระบวนการปกติได้ แต่หากเป็นการกล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน หรือนำพยานหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาใช้ ทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีกลับทุกกรณีเพื่อปกป้องตนเอง พร้อมฝากเตือนว่าการกระทำตามคำสั่งผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน ผู้ที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอาจเป็นตัวท่านเอง

 

นอกจากนี้ ทนายความยังเปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์หน้า ทีมทนายความเตรียมจะเดินทางมายื่นฟ้องดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกประมาณ 2-3 เรื่อง ซึ่งคู่กรณีเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายหมิ่นประมาทผ่านสื่อเช่นเดียวกัน

 

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ นั้น สัญญาภัชระ ระบุว่า ปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตตามปกติ พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักเดิม และออกกำลังกายด้วยการตีเทนนิสตามกิจวัตร ส่วนสาเหตุที่ระยะหลังไม่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เนื่องจากที่ผ่านมาได้ชี้แจงไปมากแล้ว และขณะนี้คดีเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย จึงมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของทีมทนายความในการดำเนินการ เพื่อป้องกันความสับสนและการโต้แย้งผ่านสื่อไปมา

The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คิษฐ์ ฐานแจ้งความเท็จ ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย. เตรียมยื่น 200 เอกสารถึง ปธ.วุฒิสภา คดีสินบนทอง https://thestandard.co/surachate-files-lawsuit-krit-senate/ Mon, 02 Feb 2026 08:30:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1172651

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก สัญญาภัชร […]

The post สุรเชษฐ์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คิษฐ์ ฐานแจ้งความเท็จ ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย. เตรียมยื่น 200 เอกสารถึง ปธ.วุฒิสภา คดีสินบนทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้มายื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐาน แจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา

 

สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้มีการไปแจ้งความ กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าทำร้ายร่างกาย มีผลทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและสังคมมองไปในแง่ที่ไม่ถูกต้อง จึงรักษาสิทธิ์ด้วยการดำเนินการมาฟ้องร้องในวันนี้

 

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้มีการไปแจ้งความพ.ต.ท.คริษฐ์ ไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนที่มายื่นยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้เพื่อต้องการให้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยรวดเร็ว

 

ทนายความ ย้ำว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวต้องมีใครคนหนึ่งพูดไม่จริง จึงต้องมีการนำเรื่องราวและพยานหลักฐานเข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล โดยศาลรับคดีไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ ที่อ. 308 / 2569 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 9.00 น.

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์และทีมทนายความยังพิจารณาที่จะเตรียมดำเนินคดีกับบุคคล ที่มีการกล่าวหาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ทำให้ได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง กรณีที่มีการนำพยานหลักฐานทางเวชระเบียนของแพทย์มาเผยแพร่ผ่านสื่อ โดยจะดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า

 

ส่วนกรณีที่มีการให้ข่าวของฝ่ายตำรวจว่า มีอดีตลูกน้องของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์อีกกว่า 10 นาย ที่เตรียม จะแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหาต่างๆนั้น ทนายความขอฝากไว้ว่า หากมีพยานหลักฐานก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากไม่มีพยานหลักฐานหรือว่าหลงเชื่อบุคคลใด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าก็ต้องใช้สิทธิ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองเพราะการกล่าวหาในคดีมีหลายองค์ประกอบที่นำไปสู่ความเชื่อถือเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เอง

 

ทนายความ ยังบอกด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ได้เตรียมเอกสาร 200 ชุด เพื่อส่งมอบให้กับ ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในการวินิจฉัยว่าจะรับสำนวนคดีสินบนทอง ที่พนักงานสอบสวนเตรียมที่จะยื่น ให้กับประธานวุฒิสภาในการพิจารณา

The post สุรเชษฐ์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คิษฐ์ ฐานแจ้งความเท็จ ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย. เตรียมยื่น 200 เอกสารถึง ปธ.วุฒิสภา คดีสินบนทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นหนังสือรัฐสภาคัดค้านตำรวจทำสำนวนคดีทองคำ ชี้อำนาจสอบสวนมิชอบ หวั่นเป็นการกลั่นแกล้ง พร้อมเผยเจ้าตัวสบายดี ไม่กังวล https://thestandard.co/surachet-hakpal-lawyer-opposes-investigation/ Mon, 26 Jan 2026 06:10:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1169521 สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือคัดค้านที่รัฐสภา

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ รัฐสภา สัญญาภัชระ สามารถ ทนายควา […]

The post ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นหนังสือรัฐสภาคัดค้านตำรวจทำสำนวนคดีทองคำ ชี้อำนาจสอบสวนมิชอบ หวั่นเป็นการกลั่นแกล้ง พร้อมเผยเจ้าตัวสบายดี ไม่กังวล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือคัดค้านที่รัฐสภา

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ รัฐสภา สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา เพื่อคัดค้านการรับสำนวนและพยานหลักฐานจากพนักงานสอบสวน โดยระบุว่าเป็นกระบวนการที่อาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ สืบเนื่องจากกรณีคำแถลงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับคดีทองคำ

 

สัญญาภัชระ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจพิจารณาสำนวน และ ป.ป.ช. ไม่สามารถส่งเรื่องกลับคืนให้ตำรวจดำเนินการได้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เกี่ยวข้อง หรือตัวการสนับสนุนการให้สินบน กระบวนการตรวจสอบจะต้องเริ่มต้นที่ประธานรัฐสภา ดังนั้น การที่ตำรวจรับสำนวนคืนและทำการสืบสวนสอบสวนต่อ จึงถือว่าไม่มีอำนาจทางกฎหมาย และอาจเข้าข่ายการกลั่นแกล้งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องรับโทษทางอาญาหรือไม่

 

ทนายความยังระบุด้วยว่า กรณีการดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยในอดีตสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยพิจารณาข้อกฎหมายและมีความเห็นว่า พนักงานสอบสวนทำได้เพียงรับแจ้งไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่มีอำนาจสอบสวน ต้องแจ้งให้ผู้กล่าวหาไปดำเนินการตามขั้นตอนเฉพาะ ดังนั้น หากพนักงานสอบสวนยังดำเนินการต่อ จะถือว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้พยานหลักฐานที่ได้มาไม่อาจรับฟังได้

 

เปรียบเสมือนหลักกฎหมายผลไม้จากต้นไม้มีพิษ หากต้นทางผิดพลาด ผลลัพธ์ย่อมใช้ไม่ได้ อีกทั้งพนักงานสอบสวนบางรายยังมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้ง ซึ่งขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560

 

สัญญาภัชระ ได้เรียกร้องให้ประธานรัฐสภาใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อไม่ให้เกิดการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง พร้อมทั้งโต้แย้งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ระบุว่าคดีนี้เป็นคดีใหม่ โดยยืนยันว่ามีความคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง รวมถึงตั้งข้อสังเกตกรณี พ.ต.อ. ภาคภูมิ ซึ่งปรากฏภาพในคลิปวิดีโอส่งมอบทองคำ แต่กลับยังไม่ถูกดำเนินคดีในฐานะตัวการหรือผู้สนับสนุน ซึ่งต่างจากผู้ต้องหารายอื่น

 

ในช่วงท้าย สัญญาภัชระได้กล่าวถึงกระแสข่าวลือเรื่องการหลบหนีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าเป็นการสร้างข่าวตามโมเดลเดิมเพื่อให้ง่ายต่อการออกหมายจับ พร้อมกันนี้ได้ต่อสายโทรศัพท์ให้สื่อมวลชนพูดคุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั้นๆ ซึ่งอดีตรอง ผบ.ตร. กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “ตอนนี้สบายดี ไม่ได้มีความกังวลใดๆ หากมีข้อสงสัยเรื่องคดีสามารถสอบถามกับทนายความได้ทันที”

The post ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นหนังสือรัฐสภาคัดค้านตำรวจทำสำนวนคดีทองคำ ชี้อำนาจสอบสวนมิชอบ หวั่นเป็นการกลั่นแกล้ง พร้อมเผยเจ้าตัวสบายดี ไม่กังวล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ-คณะพนักงานสอบสวน ม.157 ปมสอบสวนมิชอบคดีสินบนทอง https://thestandard.co/surachate-sues-charoonkiat-bribery/ Thu, 22 Jan 2026 05:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1168082 ทนายความพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

วันนี้ (22 มกราคม) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก […]

The post พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ-คณะพนักงานสอบสวน ม.157 ปมสอบสวนมิชอบคดีสินบนทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

วันนี้ (22 มกราคม) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) และคณะพนักงานสอบสวน ฐานความผิดมาตรา 157 ที่ว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริต

 

สืบเนื่องจากกรณีที่วานนี้ (21 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติคืนสำนวนการสอบสวนกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งคำกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ในกรณีการให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานของรัฐ(กรรมการ ป.ป.ช.) เพื่อช่วยเหลือในทางคดี ให้พนักงานสอบสวนเพื่อส่งให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้องต่อไป

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนถือว่าไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีดังกล่างด้วยตัวเอง รวมทั้งป.ป.ช. ด้วย ฉะนั้นการกระทำของพนักงานสอบสวนจึงถือว่าเกินขอบเขต เป็นการกระทำที่ผิดหลักของกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายกับทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

ซึ่งกรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลอื่น แม้จะเป็นบุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แต่ข้อกล่าวหานั้นระบุถึงพฤติการณ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุน หรือให้ทรัพย์สินแก่กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งถือเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกันและต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน

 

ฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้วกรณีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 236 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง กฎหมายบัญญัติกระบวนการตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ไว้เป็นการเฉพาะ ระบุว่า หากมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ว่าทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ผู้มีสิทธิกล่าวหาคือ สส., ส.ว. หรือประชาชน 20,000 คน โดยต้องยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย จะส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

ด้วยเหตุผลทางกฎหมายดังกล่าว ตามมาตรา 28 (2) ประกอบมาตรา 30 และมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุว่าคดีที่มีลักษณะการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกันจะต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน และอำนาจในการไต่สวนกรณีนี้ต้องผ่านประธานรัฐสภาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ

 

เรื่องนี้ตนเคยกล่าวไว้แต่แรกว่าต้องไปเริ่มที่รัฐสภาเท่านั้น ส่วนการออกมาฟ้องพนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อประวิงเวลา และอยากฝากถึงตำรวจให้ศึกษาโครงสร้างของอำนาจดีๆ ต้องทำให้ถูกต้อง ท่านเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่ท่านก็ทำผิดกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นชัดเจนว่าท่านพยายามเพิ่มกรอบอำนาจตัวเอง โดยพุ่งเป้าไปที่อดีตรองผบ. ตร.หรือไม่

 

ตนตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมายิ่งเฉพาะกับลูกความของตน(พล.ต.อ.สุรเชษฐ์)ท่านขยันเหลือเกิน ขยันมาก ท่านพยายามตีความว่ามีอำนาจ แต่บางคดีความท่านกลับไม่เห็นมีความเร่งรีบ ฉะนั้นตามขั้นตอนของกฎหมายมีคนผิดก็ต้องผิด คนถูกก็ต้องถูก แต่ทุกอย่างอยู่ในกรอบของอำนาจทุกอย่างมีขั้นตอนวิธีการ ถ้าท่านไม่เคารพกรอบอำนาจชาวบ้านจะหวังพึ่งอย่างไร ท่านที่เป็นตำรวจนั่งสอบสวนไม่รู้กฎหมายก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

 

ส่วนแนวทางที่ออกมาของปปช. วานนี้ ตนไม่ได้มองว่าเป็นการชนะในยกแรกแต่มองว่าตนทราบแนวทางการดำเนินคดีทางระบบยุติธรรมมากกว่าด้วยซ้ำ เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงพยายามจะจัดการทุกอย่างเอง ย้อนกลับไปในวันที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางไปรายงานตัว วันนั้นตนจำได้ว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พยายามแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ทันที ทั้งที่ตนเองและอดีตรองผบ. ตร. ทักท้วงว่าตำรวจมีอำนาจหรือไม่

 

อย่างไรก็ตามที่อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุก่อนหน้านี้ว่าจะมีการดำเนินการฟ้องกลับทุกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจหมายรวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้ที่ออกคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีของตนเองด้วย

 

เมื่อถามถึงกรณที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ นายตำรวจคนสนิทและอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ยอมรับว่าตนเองเริ่มรู้จักอดีตรอง ผบ.ตร. ได้ไม่ถึง 1 เดือนก็เริ่มทำงานให้ ขณะนั้นทำให้ได้เจอกับพ.ต.ท.คริษฐ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ประสานส่งข้อมูลต่างๆให้ระหว่างตนเองกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่วนเรื่องของคดียืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีหลักฐานว่าไม่ได้ทำร้ายพ.ต.ท.คริษฐ์ ตามที่ร้องทุกข์กล่าวโทษแน่นอน

 

โดยในช่วงท้ายของการแถลงข่าวทนายความได้เปิด ประวัติการสนทนากับพ.ต.ท.คริษฐ์ ว่ามีการเป็นคนกลางส่งมอบข้อมูลหลักฐานทางคดี หลายๆอย่าง ได้ส่งข้อความคุยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 แต่จากนั้นก็ได้พบกันอีก

The post พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ-คณะพนักงานสอบสวน ม.157 ปมสอบสวนมิชอบคดีสินบนทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้กลับ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ แจ้งความเท็จ เปิดหลักฐานแพทย์ชี้ไม่ได้ถูกทำร้าย เตรียมเอาผิด พ.ต.อ.อาริศ รายต่อไป https://thestandard.co/surachate-countersues-krit-false-accusation/ Wed, 21 Jan 2026 12:30:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1167882 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้กลับ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ แจ้งความเท็จ เปิดหลักฐานแพทย์ชี้ไม่ได้ถูกทำร้าย เตรียมเอาผิด พ.ต.อ.อาริศ รายต่อไป

วันนี้ (21 มกราคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอ […]

The post พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้กลับ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ แจ้งความเท็จ เปิดหลักฐานแพทย์ชี้ไม่ได้ถูกทำร้าย เตรียมเอาผิด พ.ต.อ.อาริศ รายต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้กลับ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ แจ้งความเท็จ เปิดหลักฐานแพทย์ชี้ไม่ได้ถูกทำร้าย เตรียมเอาผิด พ.ต.อ.อาริศ รายต่อไป

วันนี้ (21 มกราคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ นายตำรวจคนสนิทและอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จ

 

โดยทางทนายความได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของคดีนี้ว่า ผู้กล่าวหาอ้างว่าเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งล่วงเลยมานานถึง 9 ปีแล้ว เหตุใดจึงเพิ่งออกมาแจ้งความร้องทุกข์ในช่วงนี้ ซึ่งลักษณะเหตุการณ์มีความคล้ายคลึงกับกรณีเมื่อปี 2562 ที่เคยเป็นข่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกร้องเรียนเรื่องทำร้ายลูกน้อง 17 คน ซึ่งในครั้งนั้นได้มีการพิสูจน์ทราบและจบกระบวนการไปแล้วว่าเป็นการกระทำตามคำสั่งของอดีต ผบ.ตร. ท่านหนึ่ง

 

ทนายความได้หยิบยกประเด็นจากการวิเคราะห์เวชระเบียน โดยอ้างอิงความเห็นของ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่พบข้อพิรุธหลายประการจากเอกสารทางการแพทย์ของ พ.ต.ท.คริษฐ์

 

  • ผู้ป่วยมาพบแพทย์แบบผู้ป่วยนอก (OPD) สัญญาณชีพ ความดัน และอัตราการหายใจปกติทุกอย่าง
  • ผู้ป่วยแจ้งว่าหูอื้อข้างซ้ายและมึนงงหลังจากบาดเจ็บมา 2 วัน แพทย์ตรวจพบแก้วหูซ้ายทะลุ แต่ลงรหัสวินิจฉัยโรคเป็น H72.8 (ความผิดปกติอื่นๆ ของแก้วหู) ซึ่งหากเป็นการบาดเจ็บเฉียบพลันจากการถูกทำร้าย แพทย์ควรลงรหัส SO 9.2
  • หากถูกตบหน้า 4-5 ครั้งจริง จะต้องมีร่องรอยบาดเจ็บภายนอกที่ใบหน้าชัดเจน แต่ในบันทึกระบุเพียงการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก ไม่มีบันทึกการตรวจจากศัลยแพทย์ และไม่มีการสั่งเอกซเรย์แต่อย่างใด
  • หลังตรวจเสร็จ แพทย์ให้กลับบ้านทันทีโดยจ่ายเพียงยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวด ซึ่งหากบาดเจ็บรุนแรงจากการทำร้ายร่างกายจริง ควรต้องมีการรับตัวไว้ดูอาการ

 

จากหลักฐานดังกล่าว ทางฝ่ายกฎหมายจึงมั่นใจว่าอาการของ พ.ต.ท.คริษฐ์ เกิดจากโรคหรือการติดเชื้อ ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ดังนั้น การกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงเข้าข่ายการแจ้งความเท็จ โดยทาง นพ.ธวัชชัย ยินดีที่จะมาเป็นพยานในคดีนี้ด้วย

 

ทนายความยังระบุเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มอบหมายงานสำคัญให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ทำมาโดยตลอด จึงตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจมีนัยยะแอบแฝงหรือรับงานใครมาหรือไม่ พร้อมฝากเตือนไปยังอดีตลูกน้องว่าการแจ้งความเท็จมีโทษทางอาญา

 

ส่วนกรณีของ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ที่ออกมาแจ้งความเรื่องถูกทำร้ายจิตใจนั้น เชื่อว่าเป็นเพราะเจ้าตัวได้ย้ายขั้วไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งแล้ว ซึ่งทางทีมทนายความเตรียมจะแจ้งความดำเนินคดีกลับกับ พ.ต.อ.อาริศ เป็นรายต่อไปให้ถึงที่สุด

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ฝากข้อความผ่านทนายความ ยืนยันว่า “ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี” พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ปากคำหากมีหมายเรียกที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

 

นอกจากคดีแจ้งความเท็จแล้ว ในวันพรุ่งนี้ (22 มกราคม) เวลา 10.00 น. ทนายสัญญาภัชระ จะเดินทางไปยังศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องคณะพนักงานสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200

The post พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้กลับ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ แจ้งความเท็จ เปิดหลักฐานแพทย์ชี้ไม่ได้ถูกทำร้าย เตรียมเอาผิด พ.ต.อ.อาริศ รายต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุก ตร. จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา https://thestandard.co/surachate-lawyer-gold-probe/ Mon, 12 Jan 2026 09:47:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1164263 ทนายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บุก ตร.จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำชี้ขัด รัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา

วันนี้ (12 มกราคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอ […]

The post ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุก ตร. จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บุก ตร.จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำชี้ขัด รัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา

วันนี้ (12 มกราคม) สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนอำนาจหน้าที่ในการรับคำกล่าวหาและดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับ คดีสินบนทองคำ 246 บาท ซึ่งมีกรรมการ ป.ป.ช. และบุคคลอื่นถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง

 

สัญญาภัชระ เปิดเผยว่า การดำเนินการของคณะพนักงานสอบสวนในขณะนี้อาจขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 โดยให้เหตุผลหลักว่า:

 

  • ข้อจำกัดทางอำนาจ: พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจโดยตรงในการสอบสวนคดีที่มีกรรมการในองค์กรอิสระ (ป.ป.ช.) เข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ขั้นตอนตามกฎหมาย: ตามปกติการร้องเรียนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องกระทำผ่านสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20,000 รายชื่อ เพื่อป้องกันการแทรกแซง
  • สถานะปัจจุบัน: เนื่องจากอยู่ในช่วงการยุบสภาและรอการเลือกตั้ง อำนาจการพิจารณาจึงตกไปอยู่ที่วุฒิสภา โดยประธานวุฒิสภาต้องเป็นผู้พิจารณาส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ และดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ

 

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรักษาความถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม ทางฝ่าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงมีข้อเรียกร้อง 3 ประการ ดังนี้:

 

1. ยึดหลักรัฐธรรมนูญ: ขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรม

 

2. รอผลวินิจฉัยเขตอำนาจ: ขอให้รอผลการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ว่ามีอำนาจรับคำกล่าวหาในคดีนี้หรือไม่

 

3. งดเว้นการดำเนินการชั่วคราว: ในระหว่างรอคำวินิจฉัย ขอให้คณะพนักงานสอบสวนงดเว้นการสืบสวนสอบสวน การออกหมายอาญา หรือการแถลงข่าวที่อาจกระทบต่อสิทธิ์และชื่อเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

เมื่อถามถึงกรณีพนักงานสอบสวนจะแยกผู้ถูกกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีเป็นรายบุคคลได้หรือไม่ สัญญาภัชระยืนยันว่าทำไม่ได้ ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ หากพนักงานสอบสวนยังเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีอำนาจ การกระทำนั้นอาจถือเป็นโมฆะ

 

นอกจากนี้ ทนายความยังได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ปัจจุบันท่านยังคงใช้ชีวิตตามปกติ และการออกมายื่นหนังสือในครั้งนี้ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่เป็นการใช้สิทธิ์ต่อสู้ตามกรอบของกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และรักษาความถูกต้อง

 

ทนายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บุก ตร.จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำชี้ขัด รัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา 1ทนายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บุก ตร.จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำชี้ขัด รัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา 2ทนายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บุก ตร.จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำชี้ขัด รัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา 3ทนายพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บุก ตร.จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำชี้ขัด รัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา 4

The post ทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บุก ตร. จี้ทบทวนอำนาจสอบคดีสินบนทองคำ ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ-ยันไม่ได้ประวิงเวลา appeared first on THE STANDARD.

]]>