สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 16 May 2026 05:30:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทำไมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BRICS ถึงจบลง แบบไม่มีแถลงการณ์ร่วม https://thestandard.co/brics-foreign-ministers-meeting-ends-without-joint-statement/ Sat, 16 May 2026 05:30:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1207858 ภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

การประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม BRICS ที่จัดขึ […]

The post ทำไมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BRICS ถึงจบลง แบบไม่มีแถลงการณ์ร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

การประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม BRICS ที่จัดขึ้นที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียปิดฉากลงเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ (15 พฤษภาคม) แต่กลับไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันได้

 

ส่วนสาเหตุหลักที่การประชุมครั้งนี้จบลงโดยไม่มีแถลงการณ์ร่วมนั้น เนื่องจากมีความขัดแย้งรุนแรงและมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับสงครามในอิหร่าน โดยอิหร่านต้องการให้กลุ่ม BRICS ประณามสงครามของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่าน พร้อมทั้งกล่าวหาว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในปฏิบัติการทางทหารดังกล่าว

 

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังเปิดเผยด้วยว่า มีประเทศสมาชิกรายหนึ่งได้ขัดขวางเนื้อหาบางส่วนของการออกแถลงการณ์ ความขัดแย้งระหว่างชาติสมาชิกที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้นี้ ทำให้ท้ายที่สุดอินเดียในฐานะเจ้าภาพต้องออกเอกสารเป็นเพียง ‘แถลงการณ์สรุปจากประธานการประชุม’ (Chair’s Statement) แทน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกัน

 

อิหร่านยังระบุว่า การใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีในดินแดน UAE นั้นมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอเมริกาเท่านั้น ไม่ได้มีปัญหากับ UAE

 

ในขณะที่ UAE ‘ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด’ และประณามว่า การกระทำของอิหร่านนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็น ‘การโจมตีของผู้ก่อการร้าย’ ที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ นอกจากนี้ UAE ยังกล่าวหาอิหร่านว่า ขัดขวางเส้นทางเดินเรือสากลในช่องแคบฮอร์มุซ และย้ำว่าตนมีความสามารถเต็มที่ในการปกป้องตนเองจากการรุกราน

 

การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออินเดีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ยิ่งไปกว่านั้น การโจมตีของอิหร่านยังทำให้เจ้าหน้าที่ชาวอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นาย และทำให้เรือที่ติดธงอินเดียอับปางลง เหตุการณ์รุนแรงนี้ทำให้ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ออกมาประณามการโจมตี UAE ในระหว่างการเดินทางเยือน พร้อมทั้งชื่นชมความอดกลั้นของ UAE

 

รัฐมนตรีกลุ่ม BRICS ได้ย้ำเตือนว่า ฉนวนกาซาเป็นส่วนที่ไม่อาจแยกออกจากดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง แม้ว่าจะมีประเทศสมาชิกรายหนึ่งสงวนท่าทีในเนื้อหาส่วนนี้ก็ตาม นอกจากนี้ อินเดียในฐานะประธานกลุ่มยังได้นำเสนอข้อเรียกร้องให้ กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) มีความสามัคคีกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกต่างๆ เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจตกต่ำ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

 

ภาพ: Adnan Abidi / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ทำไมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BRICS ถึงจบลง แบบไม่มีแถลงการณ์ร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ปูทางบิ๊กเทคสหรัฐฯ ลุยลงทุน AI ในตะวันออกกลาง https://thestandard.co/trump-ai-investment-middle-east/ Wed, 14 May 2025 07:45:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1074183 trump-ai-investment-middle-east

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี […]

The post ทรัมป์ปูทางบิ๊กเทคสหรัฐฯ ลุยลงทุน AI ในตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
trump-ai-investment-middle-east

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สนับสนุนซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Nvidia, AMD, Amazon และ Google เตรียมแผนการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในภูมิภาคนี้

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเยือนตะวันออกกลางของทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจและผลักดันโครงการริเริ่มด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์กลาง โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อตกลงอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่จะช่วยให้ซาอุดีอาระเบียและยูเออีสามารถเข้าถึงชิป AI ขั้นสูงจาก Nvidia Corp. และ Advanced Micro Devices Inc. (AMD)

บิ๊กเทคสหรัฐฯ แห่ลงทุนรับโอกาส

 

แม้จะยังไม่มีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาล แต่ข่าวการเตรียมขยายโครงการลงทุนของบริษัทอเมริกันในภูมิภาคก็เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ได้แก่

Nvidia ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก จะจัดหาชิป AI ที่ล้ำสมัยที่สุดให้กับ Humain บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดยซาอุดีอาระเบีย เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ โดย Humain จะได้รับโปรเซสเซอร์ที่ทันสมัยที่สุดของ Nvidia หลายแสนตัว ในอีก 5 ปีข้างหน้า เริ่มต้นด้วยชิป GB300 Grace Blackwell รุ่นล่าสุด 18,000 ตัว พร้อมเทคโนโลยีเครือข่าย InfiniBand

 

AMD คู่แข่งสำคัญของ Nvidia ในตลาดชิป AI จะจัดหาชิปและซอฟต์แวร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ในโครงการมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ของ Humain และ AMD ระบุว่าจะมีเครือข่าย “ทอดยาวจากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียไปยังสหรัฐอเมริกา”   

 

Global AI บริษัทร่วมทุนด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก็มีแผนจะร่วมมือกับ Humain ในข้อตกลงที่คาดว่าจะมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดย Global AI ซึ่งก่อตั้งโดยผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเทคฯ สหรัฐฯ ตั้งใจจะสร้างศูนย์ข้อมูลในนิวยอร์กโดยใช้ชิปจาก Nvidia และมีแผนขยายไปยังศูนย์อื่นๆ อีก   

 

Amazon.com และ Humain ประกาศว่าจะลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้าง ‘เขต AI’ (AI Zone) ในซาอุดีอาระเบีย โดย Humain จะใช้เทคโนโลยีจากหน่วยธุรกิจคลาวด์ Amazon Web Services (AWS) เพื่อพัฒนาตลาดกลางสำหรับ AI Agents เพื่อใช้ในหน่วยงานภาครัฐของซาอุ 

 

Cisco Systems ผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังทำงานร่วมกับ Humain เช่นกัน โดยระบุว่าจะผสมผสาน “ความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับความทะเยอทะยานด้าน AI ที่ท้าทายของราชอาณาจักร” เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และยังได้ขยายความร่วมมือกับ G42 บริษัท AI ของอาบูดาบีด้วย   

 

Google (Alphabet) กับบริษัทร่วมลงทุนของซาอุดีอาระเบียอย่าง STV ได้เปิดตัวกองทุนปัญญาประดิษฐ์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Google เพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI ระยะเริ่มต้นในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

 

ขณะเดียวกัน OpenAI ก็กำลังพิจารณาสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในยูเออี ซึ่งอาจขยายฐานการดำเนินงานในตะวันออกกลางได้อย่างมาก โดยข้อตกลงนี้อาจมีการประกาศให้ทันการเยือนยูเออีของประธานาธิบดีทรัมป์ในวันพฤหัสบดีนี้ (15 พฤษภาคม) ซึ่ง แซม อัลต์แมน CEO ของ OpenAI ก็อยู่ในภูมิภาคนี้เช่นกัน   

 

อ้างอิง:​

The post ทรัมป์ปูทางบิ๊กเทคสหรัฐฯ ลุยลงทุน AI ในตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน ก.ย. ขยายตัว 7.8% มั่นใจภาพรวมทั้งปียังโตทะลุเป้าที่ 8% https://thestandard.co/moc-export-september-2022/ Wed, 26 Oct 2022 07:50:19 +0000 https://thestandard.co/?p=700373

กระทรวงพาณิชย์ เผยตัวเลขการส่งออกเดือนกันยายนขยายตัวที่ […]

The post กระทรวงพาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน ก.ย. ขยายตัว 7.8% มั่นใจภาพรวมทั้งปียังโตทะลุเป้าที่ 8% appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงพาณิชย์ เผยตัวเลขการส่งออกเดือนกันยายนขยายตัวที่ 7.8% ขณะที่ภาพรวมการส่งออก 9 เดือนแรกโต 10.6% มั่นใจทั้งปียังโตได้ 8% สูงกว่าเป้าหนึ่งเท่าตัว

 

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวภาวะการค้าระหว่างประเทศเดือนกันยายน 2565 พบว่า ตัวเลขการส่งออกขยายตัวได้ 7.8% คิดเป็นมูลค่ารวม 2.49 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 8.88 แสนล้านบาท ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ขยายตัวได้ 10.6% คิดเป็นมูลค่า 2.21 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 7.52 ล้านล้านบาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.57 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.6% และ 9 เดือน มีมูลค่า 2.36 แสนล้านดอลลาร์ ขยายตัว 20.7% ส่งผลให้ดุลการค้าเดือนกันยายนขาดดุล 853 ล้านดอลลาร์ และ 9 เดือน ขาดดุล 1.49 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ทั้งนี้ หากจำแนกดูตามหมวดสินค้าพบว่าการส่งออกหมวดสินค้าเกษตรขยายตัว 2.7% คิดเป็นมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 6.18 หมื่นล้านบาท สำหรับสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้แห้ง ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป ข้าว และยางพารา

 

ขณะที่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรขยายตัวได้ 0.8% คิดเป็นมูลค่าราว 1.73 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7.25 หมื่นล้านบาท โดยมีสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ น้ำตาลทราย ไอศกรีม อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋อง และอาหารทะเลแปรรูป

 

ด้านหมวดสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้ 9.4% คิดเป็นมูลค่า 2.02 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 7.21 แสนล้านบาท มีรายการสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์และส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง เครื่องปรับอากาศ รถจักรยานยนต์ รถยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ

 

สำหรับตลาดที่ขยายตัวสูง 10 อันดับแรก ประกอบด้วย

 

  1. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ +70%
  2. สหราชอาณาจักร +51.5%
  3. ซาอุดีอาระเบีย +36.7%
  4. CLMV +26.3%
  5. สหรัฐฯ +26.2%
  6. สหภาพยุโรป +18.0%
  7. ทวีปออสเตรเลีย +15.5%
  8. แคนาดา +10.6%
  9. อาเซียน +9.0%
  10. ลาตินอเมริกา +6.3%

 

สำหรับปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม ประกอบด้วย

 

  1. กิจกรรมเศรษฐกิจโลกที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น
  2. ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่เริ่มคลี่คลาย
  3. ราคาสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะข้าวที่อยู่ในระดับที่แข่งขันได้มากขึ้น
  4. การอ่อนค่าของเงินบาทที่มีส่วนช่วยให้การส่งออกและการแข่งขันในตลาดโลกแข่งขันได้มากขึ้น

 

รมว.พาณิชย์ยังประเมินว่า ปัจจัยบวกในข้างต้นจะมีส่วนช่วยให้แนวโน้มการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปียังเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าภาพรวมการส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้เกินเป้าหมายที่วางเอาไว้ในช่วงต้นปีที่ 4-5%

 

“มีความเป็นไปได้สูงที่การส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้มากกว่าเป้าหมายหนึ่งเท่าตัว หรือราว 8% คิดเป็นมูลค่า 9 ล้านล้านบาท โดยขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเดินหน้าแผนเชิงรุกและเชิงลึก เพื่อผลักดันการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี” จุรินทร์กล่าว

The post กระทรวงพาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน ก.ย. ขยายตัว 7.8% มั่นใจภาพรวมทั้งปียังโตทะลุเป้าที่ 8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ ประจัญหน้า พัวร์ริเยร์ ก่อนคัมแบ็ก UFC ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์นี้ https://thestandard.co/mcgregor-poirier-ufc/ Fri, 22 Jan 2021 12:03:59 +0000 https://thestandard.co/?p=446461 คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ ประจัญหน้า พัวร์ริเยร์ ก่อนคัมแบ็ก UFC ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์นี้

คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ นักสู้สัญชาติไอริชที่เพิ่งกลับมาเซ […]

The post คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ ประจัญหน้า พัวร์ริเยร์ ก่อนคัมแบ็ก UFC ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ ประจัญหน้า พัวร์ริเยร์ ก่อนคัมแบ็ก UFC ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์นี้

คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ นักสู้สัญชาติไอริชที่เพิ่งกลับมาเซ็นสัญญากับ UFC ครั้งที่ 3 ประกาศกร้าวพร้อมย้ำแค้น ดัสติน พัวริเยร์ คู่ปรับเก่าชาวอเมริกันให้ได้ในคู่เอกของศึก UFC 257: Poirier vs. McGregor 2 ที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคมนี้

 

โดยภายในงานแถลงข่าวที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ยอดนักสู้ทั้งสองรายที่ออกมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 หลังจากที่แม็กเกรเกอร์เคยเอาชนะพัวริเยร์แบบฝ่ายหลังหลับคาเวทีมาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งก่อนการดวลเดือดภาค 2 จะเริ่มขึ้นในวันอาทิตนี้ 

 

โดยแม็กเกรเกอร์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อหน้าสื่อมวลชนถึงความมั่นใจและความพร้อม ก่อนการคัมแบ็กครั้งที่ 3 ของตัวเองว่า

 

“โลกรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ สงครามยังไม่จบ กีฬาจะต้องดำเนินต่อไป มนุษย์ยังต้องการให้มันเกิดขึ้น ผมจะไม่ทำแบบนี้หากไม่มีใครต้องการ ผมจะสงบสติอารมณ์และก้าวต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ผมกลับมาในรุ่น 155 ปอนด์ และผมจะแสดงให้โลกเห็นว่า เมื่อเวลาผ่านไปมันเกิดอะไรขึ้นกับตัวผมบ้าง ซึ่งมันจะเริ่มต้นในวันอาทิตย์นี้กับดัสติน พัวริเยร์”

 

ก่อนหน้านี้แม็กเกรเกอร์ประกาศรีไทร์ไปแล้วเป็นรอบที่ 2 เมื่อช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา หลังจากที่ชนะน็อก โดนัลด์ เซอร์โรน ด้วยเหตุผลเรื่องการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บวกกับหาคู่ต่อสู้ไม่ได้ ทำให้ จอมเกรียนไอริช ประกาศหันหลังลาวงการ ก่อนจะหวนกลับมาเซ็นสัญญากลับสู่สังเวียนอีกครั้ง

 

นอกจากนี้คอเนอร์ยังตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความเป็นไปได้ในการล้างตากับ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ แชมป์โลกไร้พ่ายที่เพิ่งประกาศรีไทร์ไปว่า 

 

“ผมไม่ได้แคร์อะไรในเรื่องของคาบิบ นักสู้ที่นี่ล้วนอยู่บนโลกของความท้าทาย การดำเนินธุรกิจทุกอย่างล้วนยากลำบาก สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คือความต้องการของผม ผมไม่ต้องการเห็นเขาได้รับอันตรายใดทั้งปวง เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว มันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2018 นี่มันปี 2021 แล้ว สิ่งที่ผมจะพูดก็คือ หากเราจะสู้กันใหม่อีกครั้ง มันไม่เป็นปัญหาสำหรับผมเลย ถ้าผมยังอยู่ในเส้นทางนี้ต่อไป ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

“บางทีควรดำเนินการอะไรบางอย่างกับเขา หากเขายังคงหลีกเลี่ยงที่จะขึ้นสังเวียน ชื่อของเขาควรถูกถอดออกไป เราทุกคนควรมีส่วนร่วมกับการชิงความเป็นหนึ่งในกรงแปดเหลี่ยมด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่ามันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผมอยากรู้ว่าเขาจะมีเหตุผลอะไรอีกในการออกมาพูด แต่ผมก็พอเดาออกว่าเขาจะพูดอะไร”

 

ในขณะที่ ดัสติน พัวริเยร์ นักสู้จากอเมริกัน ดีกรีรองแชมป์หมายเลข 2 ของรุ่นไลต์เวตกล่าวถึงการล้างตา หลังจากที่เคยพลาดท่าพ่าย TKO ให้กับแม็กเกรเกอร์เมื่อ 6 ปีก่อนว่า 

 

“ตอนนี้ผมไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร ผมอาจดูพะวงเกินไป ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นั่นคือสุดยอด แต่แล้วไงล่ะ ผมหมายถึง 6 ปีที่เราเคยสู้กัน คุณต้องพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ในจุดสูงสุด ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมยืนหยัดต่อสู้จนถึงทุกวันนี้

 

“ทุกการต่อสู้ทุกครั้งคือหน้าที่ของผม ผมกำลังพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่าง ภารกิจที่วางไว้ ผมพยายามทำให้ได้ผลตอบแทน ผมพยายามทำให้ครอบครัวอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น ผมรู้ว่าการชนะแม็กเกรเกอร์ หมายถึงอะไรในกีฬาการต่อสู้ และผมก็รู้ว่าใครก็ตามที่ชนะการต่อสู้ครั้งนี้ จะเป็นเส้นทางนำไปสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ ผมต้องการเป็นแชมป์โลกที่ได้รับการยอมรับ และผมกำลังทำสิ่งนั้นอยู่ ผมรู้ดีการต่อสู้ครั้งนี้จะทำให้ผมขยับเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น”

 

สำหรับผลงานของทั้งคู่ พัวริเยร์แพ้เพียงไฟต์เดียว จากการต่อสู้ 6 ไฟต์หลังสุด ซึ่งก็เป็นการพ่ายแพ้ในการชิงแชมป์โลกกับนูร์มาโกเมดอฟ ส่วนแม็กเกรเกอร์ หากนับสถิติเฉพาะรุ่นไลต์เวตก็จะเป็นการชนะ 1 แพ้ 1 ซึ่งการพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นก็เป็นการแพ้แบบซับมิตชันให้กับนูร์มาโกเมดอฟเช่นกัน

 

สำหรับผลการประกบคู่อย่างเป็นทางการศึก UFC 257: Poirier vs. McGregor 2 

 

คู่หลักของรายการ

 

คู่เอก – รุ่นไลต์เวต กำหนด 5 ยก

ดัสติน พัวริเยร์ vs. คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์

 

รองคู่เอก – รุ่นไลต์เวต กำหนด 3 ยก

แดน ฮุคเกอร์ vs. มิชาเอล แชนด์เลอร์

 

รุ่นฟลายเวตหญิง กำหนด 3 ยก

เจสสิก้า อาย vs. โยอัน คาลเดอร์วูด

 

รุ่นไลต์เวต กำหนด 3 ยก

แมตต์ เฟรโวลา vs. ออตต์มาน อาไซตา

 

รุ่นสตรอว์เวตหญิง กำหนด 3 ยก

มารินา โรดริเกซ vs. อแมนดา ริบาส

 

คู่ก่อนรายการ 

 

รุ่นไลต์เวต กำหนด 3 ยก

อามาน ซารุคสยาน vs. นาซรัด ฮาคปาราสต์ 

 

รุ่นมิดเดิลเวต กำหนด 3 ยก

แบรด ตาบาเรส vs. อันโตนิโอ คาร์ลอส จูเนียร์

 

รุ่นแบนตัมเวตหญิง กำหนด 3 ยก

จูเลียนนา เปญา vs. ซารา แม็คมานน์

 

รุ่นไลต์เฮฟวีเวต กำหนด 3 ยก

คาลิล โรอันทรี จูเนียร์ vs. มาร์ซิน ปราชนิโอ

 

คู่ก่อนรายการ

 

รุ่นมิดเดิลเวต กำหนด 3 ยก

แอนดรูว์ ซานเชซ vs. มัคห์มุด มูราดอฟ

 

รุ่นแคชเวต กำหนด 3 ยก

นิก เลนท์ซ vs. มอฟซาร์ อีฟโลเยฟ 

 

รุ่นฟลายเวต กำหนด 3 ยก

อาเมียร์ อัลบาซี vs. ซาลกาส ซูมากูลอฟ

 

สำหรับศึก UFC 257: Poirier vs. McGregor 2 จะแข่งขันที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564 ตั้งแต่เวลา 06.15 น. โดยคู่หลักในรายการจะเริ่มเวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง FOX Sports Asia และแอปพลิเคชัน UFC Fight Pass 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า 

The post คอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ ประจัญหน้า พัวร์ริเยร์ ก่อนคัมแบ็ก UFC ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Show Me The Money! รายชื่อประเทศที่เหมาะจะย้ายไปอัปเงินเดือน https://thestandard.co/hsbc-bloomberg-recommends-you-move-overseas/ https://thestandard.co/hsbc-bloomberg-recommends-you-move-overseas/#respond Wed, 17 Oct 2018 02:36:55 +0000 https://thestandard.co/?p=133085

การย้ายไปทำงานต่างแดนสามารถช่วยเพิ่มรายได้ได้ไม่น้อย สำ […]

The post Show Me The Money! รายชื่อประเทศที่เหมาะจะย้ายไปอัปเงินเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

การย้ายไปทำงานต่างแดนสามารถช่วยเพิ่มรายได้ได้ไม่น้อย สำนักข่าว Bloomberg เผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่าการย้ายไปทำงานต่างแดนสามารถเพิ่มรายได้โดยเฉลี่ยต่อคนถึง 21,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 7 แสนบาท เห็นได้จากคนที่ทำงานในประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา หรือใกล้ๆ บ้านเราอย่างฮ่องกง

 

มีการสำรวจที่ระบุว่า 45% ของ Expat หรือชาวต่างชาติที่ทำงานในต่างแดน เผยว่างานปัจจุบันของพวกเขาทำรายได้ได้มากกว่าในระดับนานาชาติ และมี 28% ที่ยอมย้ายถิ่นฐานเพื่อตำแหน่งที่สูงกว่าและผลตอบแทนที่มากกว่า

 

ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ภูเขาสูงพอๆ กับค่าครองชีพนั้น รายได้ต่อปีของคนปกติอยู่ที่ 61,000 เหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 1,990,000 บาท ในขณะที่ชาวต่างชาติที่ย้ายไปทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์รับเงินเดือนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 203,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 6,631,000 บาทต่อปี ซึ่งสูงเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับระดับนานาชาติ

 

 

จากรายงานประจำปีของธนาคาร HSBC พบว่าสิงคโปร์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการย้ายไปทำงานและใช้ชีวิต และติดอันดับ 4 ปีซ้อน แซงหน้านิวซีแลนด์ เยอรมนี และแคนาดา ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ติดอยู่ที่อันดับ 8 และถือเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรสูง ทั้งยังยากในการหาเพื่อนอีกด้วย

 

 

“แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่สิงคโปร์กลับเป็นสถานที่ที่ครบทุกด้านที่คนที่ Expat มองหา” จอห์น กอดดาร์ด (John Goddard) หัวหน้าแผนกกลุ่มคนทำงานต่างประเทศ ธนาคาร HSBC เผยกับ Bloomberg ขณะเดียวกันประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอย่างสวีเดน ติดอันดับประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียมทางเพศสูงที่สุด แต่ค่าครองชีพก็สูงลิ่วไม่แพ้กัน ส่วนนิวซีแลนด์ สเปน และไต้หวัน ติดอันดับต้นๆ ของชาติที่เหมาะที่สุดเรื่องการเงิน ประสบการณ์ชีวิต และคุณภาพชีวิตครอบครัว

 

 

เรื่องน่าสนใจอีกอย่างคือแม้จะได้เปรียบเชิงวัฒนธรรม การเงิน หน้าที่การงาน แต่การย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตต่างแดนสำหรับผู้หญิงนั้นต่างออกไป โดยการสำรวจคนกว่า 22,318 คน พบว่าผู้หญิงกลับคิดต่างด้วยหลายปัจจัย

 

แม้รายงานจะเผยว่ารายได้ในการทำงานต่างแดนของผู้หญิงนั้นจะสูงขึ้นราวๆ 27% ซึ่งสูงกว่าของผู้ชาย แต่กลับมีผู้หญิงเพียง 1 ใน 4 ที่ยอมย้ายจากบ้านเกิดเพื่อหน้าท่ีการงานเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ชายที่อยู่ที่ 47%

 

และแม้ว่าเรื่องสิทธิความเท่าเทียมในโลกจะเป็นที่พูดถึงมากขึ้น กระนั้นรายได้ของผู้หญิงโดยเฉลี่ยต่อปีก็ยังต่ำกว่าผู้ชายถึง 42,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,400,000 บาทต่อปีอยู่ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

 

ภาพประกอบ: Dreaminem

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post Show Me The Money! รายชื่อประเทศที่เหมาะจะย้ายไปอัปเงินเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/hsbc-bloomberg-recommends-you-move-overseas/feed/ 0
จอร์แดนตามรอยถอยความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตสนับสนุน https://thestandard.co/news-world-jordan-break-with-qatar-and-donald-trump-tweet-support/ https://thestandard.co/news-world-jordan-break-with-qatar-and-donald-trump-tweet-support/#respond Wed, 07 Jun 2017 03:26:49 +0000 https://thestandard.co/?p=4193

     จอร์แดนเดินตามรอยประเทศในภูมิภาค ตั […]

The post จอร์แดนตามรอยถอยความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตสนับสนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     จอร์แดนเดินตามรอยประเทศในภูมิภาค ตัดสินใจถอยความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์เมื่อวานนี้ (6 มิถุนายน 2017) หลังจากซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อียิปต์, เยเมน, บาห์เรน และเขตตะวันออกของลิเบีย ตัดความสัมพันธ์ทางพรมแดนกับกาตาร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทั้งระงับเที่ยวบิน ปิดพรมแดน งดการส่งออกอาหารไปยังกาตาร์ ซึ่งปริมาณอาหารในกาตาร์ถึง 80% นำเข้ามาจากประเทศเหล่านี้ โดยกล่าวหาว่ากาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย

     ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาทวีตข้อความสนับสนุนซาอุดีอาระเบีย สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญกับ THE STANDARD ว่า สหรัฐฯ น่าจะอยู่ข้างซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ เพราะสหรัฐฯ มีส่วนเกี่ยวข้องทางผลประโยชน์ครั้งนี้ด้วยอย่างเช่นน้ำมัน

อเมริกาถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย และสูตรความสัมพันธ์คือ Oil for Security คือน้ำมันแลกกับความมั่นคง

 

จอร์แดนเดินตามรอยเพื่อนบ้าน ทบทวนความสัมพันธ์กับกาตาร์

     จอร์แดนประกาศถอยความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ รวมถึงปิดสถานีโทรทัศน์ของอัลจาซีรา ที่ตั้งอยู่ในจอร์แดน โดยจอร์แดนประกาศว่า การตัดสินใจครั้งนี้เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค และความร่วมมือกับประเทศโลกอาหรับในการ ‘หยุดวิกฤตในภูมิภาคนี้’

     การตัดสินใจของจอร์แดนเกิดขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์, บาห์เรน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เยเมน และเขตตะวันออกของลิเบีย ตัดความสัมพันธ์ทางพรมแดนกับกาตาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

     ทั้งนี้จอร์แดนเป็นอีกประเทศที่มีซาอุดีอาระเบียหนุนหลังด้านการเงิน

 

 

ทรัมป์สนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้ของซาอุดีอาระเบีย

     ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาออกมาทวีตผ่านข้อความส่วนตัว สนับสนุนการกระทำของซาอุดีอาระเบีย พร้อมทั้งยังอ้างว่าการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเขาเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน “ระหว่างการเดินทางเยือนตะวันออกกลาง ผมได้พูดว่าจะต้องหยุดการสนับสนุนด้านการเงินกับกลุ่มหัวรุนแรง แล้วดูตอนนี้สิ ทุกประเทศตัดสินใจหยุดความสัมพันธ์กับกาตาร์”

     สอดคล้องกับมุมมองของ ดร. ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กล่าวกับ THE STANDARD ว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนซาอุดีอาระเบียในการตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์ “เนื่องจากสหรัฐมองว่า Muslim Brotherhood เป็นกลุ่มก่อการร้ายเหมือนกัน เขามองว่า Muslim Brotherhood เป็นแม่ข่ายขบวนการของกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์เพื่อต่อสู้กับการปกครองในอิสราเอล และเราทราบกันดีว่าผลประโยชน์สูงสุดอีกอย่างของสหรัฐฯ คือการรักษาความปลอดภัยให้กับอิสราเอล เรื่องก็เลยเกี่ยวโยงกัน การที่ทรัมป์ประกาศให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มก่อการร้ายก็เพื่อลดความชอบธรรมของกลุ่มนี้”

 

 

     การที่สหรัฐฯ ต้องเลือกอิสราเอลนั้น ดร. ศราวุฒิอธิบายว่า ผู้มีอิทธิพลในการเมืองอเมริกาคือ ชาวยิว หรือ Jewish Lobby “แน่นอนว่าอเมริกาถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย และสูตรความสัมพันธ์คือ Oil for Security คือน้ำมันแลกกับความมั่นคง สหรัฐฯ จึงเลือกอิสราเอลก่อนประเทศกลุ่มอ่าวเปอร์เซียหรือกาตาร์ วันนี้กลุ่มที่มีอิทธิพลในการเมืองอเมริกาคือชาวยิว แล้วชาวยิวเหล่านี้สนับสนุนให้มีประเทศอิสราเอล”

     ขณะที่ ศ. ดร. จรัล มะลูลีม ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า “ผมมองฝ่ายที่หันมาต่อต้านกาตาร์ว่าสนับสนุนผู้ก่อการร้าย หรือสหรัฐฯ เองก็ใช้ความรุนแรงในพื้นที่นี้เหมือนกัน”

     อย่างไรก็ตาม ดร. ศราวุฒิประเมินว่า สหรัฐอเมริกาน่าจะไม่ถึงกับตัดขาดกับกาตาร์ เนื่องจากสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ในกาตาร์เหมือนกัน คือฐานทัพใหญ่ของสหรัฐฯ ในกาตาร์

     ด้านกาตาร์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของประเทศเพื่อนบ้าน และบอกว่าไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า กาตาร์สนับสนุนทางการเงินกับกลุ่มนักรบในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะกลุ่ม Muslim Brotherhood หรือกลุ่มนักรบในซีเรียก็ตาม อ่านบทวิเคราะห์ต่อได้ที่ Qatar Crisis เพื่อนบ้านตัดสัมพันธ์กาตาร์ครั้งใหญ่ ขั้วความสัมพันธ์ในภูมิภาคที่อาจเปลี่ยน

 

Photo: MAZRAAWI, AFP

อ้างอิง:

     – AFP/ Aljazeera

The post จอร์แดนตามรอยถอยความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตสนับสนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/news-world-jordan-break-with-qatar-and-donald-trump-tweet-support/feed/ 0
Qatar Crisis เพื่อนบ้านตัดสัมพันธ์กาตาร์ครั้งใหญ่ ขั้วความสัมพันธ์ในภูมิภาคที่อาจเปลี่ยน https://thestandard.co/news-world-qatar-crisis/ https://thestandard.co/news-world-qatar-crisis/#respond Tue, 06 Jun 2017 12:10:09 +0000 https://thestandard.co/?p=3981

     หลายประเทศโลกอาหรับตัดสินใจตัดความส […]

The post Qatar Crisis เพื่อนบ้านตัดสัมพันธ์กาตาร์ครั้งใหญ่ ขั้วความสัมพันธ์ในภูมิภาคที่อาจเปลี่ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     หลายประเทศโลกอาหรับตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2017 โดยกล่าวหาว่า กาตาร์เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มนักรบไอเอสและอัลกออิดะห์ แต่กาตาร์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของประเทศเพื่อนบ้าน

     นับเป็นการตัดความสัมพันธ์ครั้งรุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกลุ่มประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะกาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ที่ก่อนหน้านี้ร่วมมือกันสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของซีเรีย โดยกาตาร์ถูกตัดความสัมพันธ์ทั้งถูกระงับเที่ยวบิน ตัดเส้นทางคมนาคม และงดการส่งออกอาหารและน้ำตาลไปยังกาตาร์

     การตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงกระทบต่อชาวกาตาร์จำนวนมาก ที่กำลังอยู่ในช่วงถือศีลอด นอกจากนี้การปิดพรมแดนยังอาจส่งผลกระทบต่อสถานะของกาตาร์ในการเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก ปี 2022

     ทำไมกาตาร์ถึงถูกตัดความสัมพันธ์รุนแรง จนอาจทำให้ขั้วความสัมพันธ์ในภูมิภาคเปลี่ยน และบรรยากาศสงครามตัวแทนที่อาจยิ่งเด่นชัด

การตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตเหมือนในอดีต

แต่เป็นการตัดความสัมพันธ์ทางพรมแดนครั้งแรก

Photo: ALI KHALIL, AFP

 

เหล่าประเทศอาหรับพร้อมใจกันตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์

     ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน เยเมน รวมไปถึงเขตปกครองด้านตะวันออกของลิเบีย ตัดสินใจร่วมกันตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์ โดยตัดเส้นทางคมนาคม และหยุดการส่งออกอาหารให้กับกาตาร์ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หยุดการส่งออกน้ำตาล ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดแคลนอาหารและสิ่งของ และจะกระทบต่อชาวกาตาร์ที่กำลังถือศีลอดในช่วงเวลานี้ เพราะ 80 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารในกาตาร์นั้นนำเข้ามาจากประเทศเหล่านี้ ล่าสุดมีรายงานว่า รถบรรทุกขนส่งอาหารหลายพันคันไม่สามารถขับผ่านพรมแดนเข้าไปในกาตาร์ได้แล้ว

     นอกจากนี้ ยังให้ชาวกาตาร์ที่ยังอยู่ในประเทศเหล่านี้เดินทางกลับกาตาร์ภายใน 2 สัปดาห์ โดยซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และอียิปต์ ได้สั่งห้ามเครื่องบินของกาตาร์ลงจอดอีกด้วย และล่าสุดสายการบินเอทิฮัด, เอมิเรตส์, ฟลายดูไบ และแอร์อาระเบีย ได้สั่งเลื่อนเที่ยวบินทั้งหมดที่บินออกจากและเข้ากรุงโดฮาอย่างไม่มีกำหนด  ขณะที่สายการบินกาตาร์ได้ประกาศบนเว็บไซต์ว่า จะเลื่อนสายการบินทั้งหมดที่จะเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียเช่นกัน

     การตัดความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตเหมือนในอดีต แต่เป็นการตัดความสัมพันธ์ทางพรมแดนครั้งแรก โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์ที่เป็นพันธมิตรกันมายาวนาน ศ. ดร. จรัล มะลูลีม ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “เหตุการณ์ในกาตาร์เหนือความคาดหมาย เนื่องจากสองประเทศนี้เป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกันมาก่อน เพราะเคยร่วมกันสนับสนุนกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรีย”

 

เหล่าประเทศอาหรับกล่าวหาว่ากาตาร์สนับสนุนกลุ่มนักรบหัวรุนแรง

     กาตาร์คือประเทศเล็กๆ ในอ่าวอาหรับที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน และยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐอเมริกา อาจารย์ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า แท้จริงแล้วกลุ่ม Muslim Brotherhood นั้นเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มไอเอส

     “ซาอุดีอาระเบียเชื่อมโยงกลุ่มนี้ไปกับกลุ่มไอเอสด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นคนละขบวนการกัน ซึ่งการเชื่อมโยงกลุ่ม Muslim Brotherhood กับกลุ่มไอเอส จะทำให้กาตาร์ดูเหมือนว่าสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย” ซึ่งกาตาร์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของประเทศเพื่อนบ้าน

     อาจารย์ศราวุฒิอธิบายว่า มันเกิดมาจากรากเหง้าที่กาตาร์และซาอุดีอาระเบียมองอนาคตของโลกอาหรับไม่เหมือนกันตั้งแต่สมัยอาหรับสปริง ที่เกิดการลุกฮือของประชาชนในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ “กาตาร์มองว่าการเมืองในตะวันออกกลางจะต้องปฏิรูปมากขึ้น ในช่วงอาหรับสปริงกาตาร์เลยให้การสนับสนุนกลุ่ม Muslim Brotherhood ที่มีความคิดว่าอยากเห็นแนวปฏิรูปการเมืองในสังคมอาหรับ แต่ซาอุดีอาระเบียมองว่าแนวความคิดนี้เป็นภัยคุกคามต่อระบอบการเมืองของตัวเอง และในสมัยอาหรับสปริงซาอุดีอาระเบียไม่สามารถยับยั้งกระแสนี้ได้ หลังจากที่กลุ่ม Muslim Brotherhood ถูกรัฐประหาร ซาอุดีอาระเบียจึงมองว่ากลุ่มนี้เป็นผู้ก่อการร้าย แต่กาตาร์เห็นอกเห็นใจกลุ่มนี้ที่ถูกรัฐประหาร”

 

Photo: MANDEL NGAN, AFP

 

ท่าทีของสหรัฐฯ ต่อการตัดความสัมพันธ์กาตาร์ครั้งนี้

     เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เพิ่งเดินทางมาเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล โดยประกาศว่าเขาอยากเห็นความร่วมมือของประเทศในโลกอาหรับในการปราบปรามการก่อการร้าย

     แต่หลังจากประเทศต่างๆ ตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์ในครั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศว่าต้องการสานรอยร้าวของประเทศเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า “เราไม่ต้องการเห็นความแตกแยกที่ถาวรในภูมิภาคนี้” โดยยังบอกอีกว่าจะส่งตัวแทนจากสหรัฐฯ หากประเทศสมาชิก Gulf Cooperation Council (ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, กาตาร์ และโอมาน) เจอกันเพื่อหารือในเรื่องนี้

     อย่างไรก็ตาม อาจารย์ศราวุฒิมองว่า สหรัฐอเมริกาอาจจะอยู่ข้างซาอุดีอาระเบีย “เนื่องจากสหรัฐมองว่า Muslim Brotherhood เป็นกลุ่มก่อการร้ายเหมือนกัน เขามองว่า Muslim Brotherhood เป็นแม่ข่ายขบวนการของกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์เพื่อต่อสู้กับการปกครองในอิสราเอล และเราทราบกันดีว่าผลประโยชน์สูงสุดอีกอย่างของสหรัฐฯ คือการรักษาความปลอดภัยให้กับอิสราเอล เรื่องก็เลยเกี่ยวโยงกัน การที่ทรัมป์ประกาศให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มก่อการร้ายเพื่อลดความชอบธรรมของกลุ่มนี้”

     การที่สหรัฐฯ ต้องเลือกอิสราเอลนั้น อาจาราย์ศราวุฒิอธิบายว่า ผู้มีอิทธิพลในการเมืองอเมริกาคือ ชาวยิว หรือ Jewish Lobby “แน่นอนว่าอเมริกาถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย และสูตรความสัมพันธ์คือ Oil for Security คือน้ำมันแลกกับความมั่นคง สหรัฐจึงเลือกอิสราเอลก่อนประเทศกลุ่มอ่าวเปอร์เซียหรือกาตาร์   วันนี้กลุ่มที่มีอิทธิพลในการเมืองอเมริกาคือชาวยิว แล้วชาวยิวเหล่านี้สนับสนุนให้มีประเทศอิสราเอล” ขณะที่อาจารย์จรัลชี้ว่า “ผมมองฝ่ายที่หันมาต่อต้านกาตาร์ว่าสนับสนุนผู้ก่อการร้ายหรือสหรัฐฯ เองก็ใช้ความรุนแรงในพื้นที่นี้เหมือนกัน”

     อย่างไรก็ตาม อาจารย์ศราวุฒิประเมินว่า สหรัฐอเมริกาน่าจะไม่ถึงกับตัดขาดกับกาตาร์ เนื่องจากสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ในกาตาร์เหมือนกัน คือฐานทัพใหญ่ของสหรัฐฯ ในกาตาร์ ซึ่งเราสามารถเห็นได้ว่าสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีให้แต่ละประเทศปรองดองกัน

 

Photo: MANDEL NGAN, AFP

 

บรรยากาศสงครามตัวแทนที่อาจจะยิ่งซับซ้อนและความสัมพันธ์ในภูมิภาคที่อาจเปลี่ยนขั้ว

     ก่อนหน้านี้กาตาร์และซาอุดีอาระเบียคือ 2 ประเทศที่เป็นพันธมิตรร่วมกันในการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรีย อาจารย์ศราวุฒิมองว่า อาจส่งผลให้กลุ่มต่อต้านไอเอสนั้นอ่อนแอลง นอกจากนี้การเข้าไปสนับสนุนกลุ่มต่างๆ ในประเทศอื่นๆ ของ 2 ประเทศนี้จะซับซ้อนยิ่งขึ้น

     “ในระยะหลังมีสงครามหลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างกาตาร์นั้นสนับสนุนกลุ่มนิยมแนวทางศาสนาในสงครามกลางเมืองในลิเบีย ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุนอีกฝ่าย มันเลยยิ่งซับซ้อน ความขัดแย้งที่ไม่ได้เกิดจากปัญหาเล็กๆ น้อยๆ สองประเทศนี้จะยิ่งแข่งกันมีอิทธิพล ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่าบรรยากาศสงครามตัวแทนจะยิ่งชัดขึ้น”

     นอกจากนี้พันธมิตรกลุ่มประเทศ GCC ที่เคยเหนียวแน่นแล้วสั่นคลอนเช่นนี้ จะส่งผลให้ขั้วสัมพันธ์ในภูมิภาคเปลี่ยน เพราะกาตาร์กับอิหร่านอาจจะจับมือกันมากขึ้น ซึ่งอิหร่านเป็นขั้วตรงข้ามโดยตรงกับซาอุดีอาระเบีย

     “กาตาร์อาจจะพยายามเข้าไปพูดคุยกับอิหร่านมากขึ้น เพราะกาตาร์มองว่าอิหร่านเป็นตัวสำคัญ เพราะทะเลระหว่างสองประเทศนี้มีก๊าซธรรมชาติเยอะมาก ผลประโยชน์ทับซ้อนกันอยู่ แล้วพอกาตาร์ไปใกล้ชิดอิหร่าน ก็เลยทำให้ซาอุดีอาระเบียไม่พอใจ อิหร่านอาจจะเดินเกมในเชิงรุกมากขึ้น คือเข้ามาสร้างความสัมพันธ์กับกาตาร์ บรรยากาศสงครามตัวแทนจะชัดขึ้น นอกจากนี้อาจหันไปจับขั้วกับตุรกีที่มีพันธมิตรจากที่เราเห็นซาอุดีอาระเบียเป็นพี่ใหญ่ เราอาจจะเห็นกาตาร์และตุรกีทำงานร่วมกันมากขึ้น และอาจสร้างขั้วอำนาจที่อิงแอบไปยังรัสเซีย”

     อย่างไรก็ตาม อาจารย์ศราวุฒิมองว่า ความขัดแย้งระหว่างกาตาร์กับประเทศเหล่านี้ยังไม่น่าลุกลามไปถึงความขัดแย้งทางทหารโดยตรง และกาตาร์ยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกประเทศ GCC อยู่

     “ผมมองว่า 6 ประเทศนี้เขามีศาสนา ประวัติศาสตร์เป็นพี่น้องกัน ในอนาคตไม่สามารถจะลุกลามไปเป็นความขัดแย้งทางทหารได้หรอก แล้วซาอุดีอาระเบียก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะทำแบบนั้น พวกเขาน่าจะยังพูดคุยกันได้ผ่านเวทีของ GCC หรือ OIC (องค์การความร่วมมือกลุ่มอิสลาม) เพื่อสร้างความสามัคคีกัน

     “แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าแก้ไขไม่ได้ ขั้วอำนาจพันธมิตรก็อาจจะเปลี่ยนไป”

 

อ้างอิง:

     – Reuters

     – AFP

The post Qatar Crisis เพื่อนบ้านตัดสัมพันธ์กาตาร์ครั้งใหญ่ ขั้วความสัมพันธ์ในภูมิภาคที่อาจเปลี่ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/news-world-qatar-crisis/feed/ 0