สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สฤษฏ์พงษ์-เกี่ยวข้อง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 20 Mar 2026 04:03:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. https://thestandard.co/pacc-ex-mps-ethics-supreme-court/ Fri, 20 Mar 2026 04:01:33 +0000 https://thestandard.co/pacc-ex-mps-ethics-supreme-court/ ป.ป.ช. ฟัน 2 อดีต สส. ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) […]

The post ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ฟัน 2 อดีต สส. ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดอดีต สส. จำนวน 2 ราย ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งกรณีลักลอบตั้งวงเล่นการพนันภายในอาคารรัฐสภา และกรณีการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ราว 600 ไร่

 

วันนี้ (20 มีนาคม) สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยระบุว่า ที่ประชุมได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้านและมีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของอดีต สส. รวม 2 เรื่อง

 

ลักลอบเล่นการพนันในรัฐสภา

 

ประการแรกคือกรณีของ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. ราชบุรี เขต 3 จากการไต่สวนพบว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันเวลาราชการที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการฯ และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชัยทิพย์กลับใช้เวลาในช่วง 13.15 น. – 16.00 น. ร่วมกับบุคคลอื่นตั้งวงเล่นไพ่สามกองภายในห้องทำงานส่วนตัว หมายเลข CA 535 ชั้น 5 ของอาคารรัฐสภา



พฤติการณ์ในวันดังกล่าวพบว่ามีการใช้ชิปแทนเงินสดในการนับแต้มเพื่อเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มิหนำซ้ำยังมีการจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเพื่อใช้เล่นการพนันโดยเฉพาะ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่รักษาชื่อเสียงเกียรติภูมิของสภาฯ ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

 

ครองที่ดิน ส.ป.ก. ราว 600 ไร่

 

อีกกรณีคือคดีของ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. กระบี่ ซึ่งถูกร้องเรียนกรณีถือครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่กว้างใหญ่ถึงประมาณ 578 – 3 – 95 ไร่ ที่ดินผืนดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและทับซ้อนกับที่ดินประเภทสาธารณะทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งต่อมาในปี 2537 ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.)

 

จากการตรวจสอบพบว่า สฤษฏ์พงษ์ได้รับที่ดินตกทอดมาจากมารดาของคู่สมรส แต่กลับเพิกเฉยไม่เคยยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินแต่อย่างใด แม้จะเข้าดำรงตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 แล้ว เขาก็ยังคงยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวเพื่อปลูกและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา

 

นอกจากนี้ ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. สฤษฏ์พงษ์ยังจงใจปกปิดความจริง โดยแจ้งครอบครองที่ดินเพียง 2 แปลง แปลงละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนที่ดินเกือบ 600 ไร่ที่ครอบครองอยู่จริง

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้ชัดว่า สฤษฏ์พงษ์เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติจะรับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจากไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้จากเงินเดือน สส. เพียงพอต่อการยังชีพอยู่แล้ว การเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ส่งมอบพื้นที่คืนรัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์การเป็น สส.



ทาง ป.ป.ช. จึงมีมติให้ส่งเรื่องของอดีต สส. ทั้งสองรายนี้ไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในชั้นนี้ยังไม่ถือเป็นที่สุด ตามหลักกฎหมายแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายยังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดออกมา

 

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนทางกฎหมายเบื้องต้น หากศาลฎีการับคำร้อง ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา และหากศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดว่ามีความผิดจริง จะมีผลให้บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

 

เปิดประวัติ 2 อดีต สส. ที่ถูกกล่าวหา

 

สำหรับ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ หรือ ‘ส.จ.เส็ง’ เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่ง ส.จ. ก่อนจะก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรระดับชาติ โดยชนะการเลือกตั้งซ่อมเป็น สส. ราชบุรี เขต 3 ในปี 2565 ภายใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม โดยลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 5 ราชบุรี ในนามพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

 

ขณะที่ สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หรือ ‘โกสุทธิ์’ เป็นนักการเมืองคนสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ระหว่างปี 2555 ถึง 2562 เป็นอดีต สส. จังหวัดกระบี่ 2 สมัย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งล่าสุดปี 2569 ได้ประกาศวางมือทางการเมือง และให้บุตรสาวลงสมัคร สส. ในพื้นที่ของตนเอง

The post ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. ศึกษาการยกเลิก MOU43-44 ขยายเวลาอีก 30 วัน เห็นด้วยรัฐบาลจัดเวทีดีเบตให้ความรู้ประชาชน https://thestandard.co/mou43-44-cancellation-study-debate/ Wed, 19 Nov 2025 06:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1144949 กมธ. ศึกษาการยกเลิก MOU43-44 ขยายเวลาอีก 30 วัน เห็นด้วย รัฐบาลจัดเวทีดีเบตให้ความรู้ประชาชน

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้ […]

The post กมธ. ศึกษาการยกเลิก MOU43-44 ขยายเวลาอีก 30 วัน เห็นด้วยรัฐบาลจัดเวทีดีเบตให้ความรู้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. ศึกษาการยกเลิก MOU43-44 ขยายเวลาอีก 30 วัน เห็นด้วย รัฐบาลจัดเวทีดีเบตให้ความรู้ประชาชน

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส. กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU43-44 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทำรายงาน โดยมีเวลาศึกษาจนถึงวันที่ 3 ธันวาคม นี้ ซึ่งคิดว่าไม่ทันจึงต้องขอขยายเวลาศึกษาออกไปอีก 30 วัน เพื่อให้มีเวลาในการรวบรวมเอกสาร และข้อมูล ของแต่ละฝ่ายให้ได้เต็มที่

 

ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการฯ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อไปรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลให้สมบูรณ์ โดยมี นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการฯ เป็นประธาน

 

สฤษฏ์พงษ์ย้ำว่า เราประเมินทุกสถานการณ์ แต่การจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก MOU เป็นอำนาจของรัฐบาล แต่บทบาทของกรรมาธิการฯ ก็ทำเต็มที่เพื่อเสนอให้รัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะฟังหรือไม่ฟังข้อมูลจากกรรมาธิการฯ ก็เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยในที่ประชุมขณะนี้ก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งในส่วนข้าราชการ อดีตข้าราชการ และภาคประชาชน แต่ในความเห็นที่แตกต่างกันก็พยายามทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่ใครเป็นฝ่ายที่ถูกหรือฝ่ายที่ผิด แต่อาจมีฐานข้อมูลความเชื่อและการตีความที่แตกต่างกัน

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวอีกว่า ฝ่ายที่เห็นควรไม่ให้ยกเลิกก็ให้เหตุผลว่า หากเรายกเลิกเราก็จะเสียสิทธิและเสียเปรียบ ส่วนฝ่ายที่บอกว่ายกเลิกได้ทันที ก็เพราะว่าเขาผิดอนุสัญญา และเป็นจังหวะที่ประเทศไทยควรยกเลิก แต่ยังมีอีกหลายประเด็นทั้งเรื่องที่ต้องพิจารณา เช่น การตีความตามเส้นแนวเขตว่า จะใช้แนวเขตตามขอบหน้าผาหรือแนวสันปันน้ำ ซึ่งวันนี้จะมีการคุยกันในเรื่องเขตรอยต่อไทยกัมพูชาที่เป็นสันเขา และล้ำเข้ามาในดินแดนของประเทศไทยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 

สำหรับกรณีที่รัฐบาลเตรียมจัดดีเบตรับฟังความเห็นเรื่อง MOU43-44 ทางกรรมาธิการฯ จะมีส่วนร่วมอย่างไรนั้น สฤษฏ์พงษ์เห็นด้วย เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะพี่น้องชายแดน 7 จังหวัด นำวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญให้ข้อมูล ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแก่ประชาชนตามแนวชายแดน

 

ส่วนการจัดเวทีดีเบตจะทำให้เสียเปรียบกัมพูชาหรือไม่ สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ที่ข้อกฎหมายอยู่แล้ว สิ่งที่ประเทศไทยเราจะได้ ก็คือประชาชนได้มีความรู้เพิ่มขึ้น และเห็นด้วยในการทำประชามติแบบประเทศประชาธิปไตย เราอย่าไปคิดว่าตอนลงนาม MOU ทำไมไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และพอคราวนี้ตัดสินใจให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 

“ผมคิดว่ารัฐบาลหรือ ครม. จะตัดสินใจว่าจะยกเลิกหรือไม่ เพียงแต่ต้องการให้ประชาชนมามีส่วนร่วม และการที่กัมพูชาทำพฤติกรรมแบบนี้ เราก็ต้องเก็บข้อมูล เพราะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ต้องไปเก็บข้อมูลว่าละเมิดอย่างไร สิ่งเหล่านี้พอถึงเวลา จะย้อนกลับ และเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศไทย” สฤษฏ์พงษ์กล่าว

 

สฤษฏ์พงษ์ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากทำความเข้าใจกับประชาชนคือ ให้ประชาชนยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ สิ่งที่เห็นต่างกันในข้อเท็จจริง เราอย่านำประเด็นที่เห็นต่างกันมาเพื่อชัยชนะ และทำให้กัมพูชานำประเด็นที่เห็นว่ามีประโยชน์ ไปอ้างได้ในเวทีโลก

The post กมธ. ศึกษาการยกเลิก MOU43-44 ขยายเวลาอีก 30 วัน เห็นด้วยรัฐบาลจัดเวทีดีเบตให้ความรู้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. กระบี่ ภูมิใจไทย แถลงโต้ หลัง สส. ประชาชน พาดพิงในที่ประชุมสภาว่าไม่ทำงาน https://thestandard.co/krabi-bhumjai-thai-mp-counter/ Thu, 05 Sep 2024 06:59:19 +0000 https://thestandard.co/?p=979864 ภูมิใจไทย

วันนี้ (5 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา พรรค ภูมิใจไทย นำโดย […]

The post สส. กระบี่ ภูมิใจไทย แถลงโต้ หลัง สส. ประชาชน พาดพิงในที่ประชุมสภาว่าไม่ทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย

วันนี้ (5 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา พรรค ภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส. จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สส. ของพรรคภูมิใจไทย ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีที่ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงถึง สส. จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย และอนุทิน

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเสริฐพงษ์มีนิสัยอย่างนี้มาโดยตลอด ซึ่งตนพยายามอดทนมาหลายครั้ง การใช้เวทีห้องประชุมกล่าวพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งข้อความที่กล่าวนั้นผิดข้อบังคับหมวดจริยธรรม ในการกล่าวหา ใส่ร้าย เสียดสี ซึ่งไม่เป็นความจริง อีกทั้งยังกล่าวหาว่ามีการเขียนหนังสือส่งถึงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแต่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไม่ทำ และ สส. จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยอีก 3 คน ก็ไม่มีผลงานในพื้นที่

 

“ผมเป็น สส. ตัวอย่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระแสก็กระจายไปสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ นี่เป็นตัวอย่างว่าประชาชนเห็น แต่คุณประเสริฐพงศ์ไม่เห็น เขาไม่ได้พูดถึงผมอย่างเดียว กับคนอื่นเขาก็กล่าวร้าย โจมตี ทำตัวเป็นนักประท้วงอย่างเดียวโดยไม่คิดถึงจังหวัดและบ้านเมืองเลย“ สฤษฏ์พงษ์กล่าว

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า แม้ตนไม่ได้อยู่ในห้องประชุม เนื่องจากติดประชุมคณะอนุกรรมาธิการอยู่ แต่มีคนอื่นแจ้งเข้ามาว่ามีการอภิปรายเช่นนี้และหลายคนก็ถามตนว่า เหตุใดปล่อยให้ประเสริฐพงษ์กล่าวโจมตีพรรค หัวหน้าพรรค และ สส. พรรคภูมิใจไทย

 

“สส. ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย สร้างแต่วาทกรรม สร้างแต่ความเกลียดชัง สร้างแต่ศัตรู เวลาที่ลุกขึ้นพูดใส่ร้ายพวกผม ท่านหัวหน้าก็ทำงานเต็มที่เพื่อประเทศและทำให้จังหวัดกระบี่ ไม่เช่นนั้นแล้ว สส. ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยคงไม่ขยายพันธุ์และประชาชนคงไม่เลือก” สฤษฏ์พงษ์กล่าว

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวอีกว่า การฉวยโอกาสในเวทีงบประมาณครั้งนี้ ตนเกรงใจประธานสภาและประชาชน เพราะตนเป็น สส. น้ำดีที่มีวินัย จึงขออนุญาตประธานสภาว่าจะขอถอดเทปและตรวจชวเลข เพื่อนำหลักฐานร้องเรียนจริยธรรมประเสริฐพงษ์ เพราะเขาหลงระเริง เหลิงอำนาจ คิดว่ามีบทบาท รวมถึงใส่ร้ายเพื่อนสมาชิกจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมถามว่า ชีวิตเขา (ประเสริฐพงษ์) ช่วยหยิบมาสักอย่าง ว่าเขาสร้างผลประโยชน์อะไรบ้าง ทั้งในนามพรรคและในนามตัวเอง

The post สส. กระบี่ ภูมิใจไทย แถลงโต้ หลัง สส. ประชาชน พาดพิงในที่ประชุมสภาว่าไม่ทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สฤษฏ์พงษ์ระบุ ‘โสภณ-ภราดร’ จากภูมิใจไทย เหมาะสมทั้งคู่ นั่งรองประธานสภาแทนปดิพัทธ์ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ของพรรคตัดสินใจ https://thestandard.co/sopon-paradorn-house-speaker-role/ Fri, 09 Aug 2024 05:36:58 +0000 https://thestandard.co/?p=969334 โสภณ

วันนี้ (9 สิงหาคม) สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทน […]

The post สฤษฏ์พงษ์ระบุ ‘โสภณ-ภราดร’ จากภูมิใจไทย เหมาะสมทั้งคู่ นั่งรองประธานสภาแทนปดิพัทธ์ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ของพรรคตัดสินใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โสภณ

วันนี้ (9 สิงหาคม) สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเลือกตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ที่ว่างจาก หมออ๋อง-ปดิพัทธ์ สันติภาดา กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งคาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้โควตาตำแหน่งดังกล่าว

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า ในเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรค ส่วนตัวไม่มีความเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ ขอให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ กรณีที่ปรากฏชื่อภราดร ปริศนานันทกุล สส. จังหวัดอ่างทอง และ โสภณ ซารัมย์ สส. จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าอาจได้รับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

 

ส่วนตัวมองว่าเป็นรายชื่อที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่บนบัลลังก์ได้ทั้ง 2 คน แล้วแต่ลีลาที่แตกต่างกัน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ให้เป็นมติของผู้ใหญ่ว่าจะเลือกผู้ใด

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวต่อว่า ตามรัฐธรรมนูญแล้วพรรคลำดับที่ 2 จะได้โควตารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง คิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหาและไม่มีอุปสรรค และจากนั้นจะต้องร่วมกันจับตาดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ว่าจะมีการวินิจฉัยกรณีของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน อย่างไร รอดูว่านายกรัฐมนตรีจะได้ไปต่อหรือไม่ จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร

 

ส่วนกรณีที่จะมีการปรับเก้าอี้ตำแหน่งรองประธานสภานั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ ดังนั้นการจะสลับเก้าอี้นั้นทำไม่ได้

 

ทั้งนี้ ในการประชุมวิปรัฐบาลในวันอังคารที่ 13 สิงหาคมนี้ จะพิจารณาเคาะรายชื่อก่อนที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และคาดว่าการเสนอรายชื่อรองประธานสภาจะไม่มีคู่แข่งเพราะเป็นเรื่องที่คุยกันมาแล้ว

The post สฤษฏ์พงษ์ระบุ ‘โสภณ-ภราดร’ จากภูมิใจไทย เหมาะสมทั้งคู่ นั่งรองประธานสภาแทนปดิพัทธ์ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ของพรรคตัดสินใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเหตุผล ‘โละคำสั่ง คสช.’ เวอร์ชันภูมิใจไทย https://thestandard.co/ncpo-bhumjaithai-party-05022024/ Mon, 05 Feb 2024 09:47:55 +0000 https://thestandard.co/?p=896292 พรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่รัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส […]

The post เปิดเหตุผล ‘โละคำสั่ง คสช.’ เวอร์ชันภูมิใจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่รัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส. กระบี่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วย สส. พรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .… ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ สส. พรรคภูมิใจไทยร่วมกันเข้าชื่อ โดยมี อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือแทน

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย และทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ไปศึกษาว่าประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ผ่านมามีปัญหาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และได้รับการร้องเรียนเรื่องสิทธิมนุษยชนจากหลายองค์กร จึงเป็นที่มาของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว 

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีทั้งหมด 240 ประกาศและคำสั่งรวมกัน โดยออกเป็นกฎหมาย 71 ฉบับ ซึ่งคำสั่งของคณะรัฐประหารเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ ก็จะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติในการยกเลิกเช่นกัน จึงมีการศึกษาว่าเนื้อหามีสาระสำคัญที่ยังใช้บังคับได้ 37 เรื่อง จะสามารถนำมาใช้โดยเปลี่ยนเป็นคำสั่งหรือประกาศให้เป็นพระราชบัญญัติ ส่วนประกาศหรืออย่างอื่นที่ต่ำกว่าคำสั่ง สามารถยกเลิกได้ โดยการทำเป็นพระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงอย่างละ 2 ฉบับ ส่วนสิ่งที่ต่ำกว่าพระราชบัญญัติ ที่เทียบเท่ามติ ครม. มีทั้งหมด 55 เรื่อง โดยมีการยกร่างผ่าน 7 มาตรา 

 

สำหรับ ‘พระราชบัญญัติพ่วง’ ที่เป็นการรวมประกาศและคำสั่งที่จะมาแก้ไขด้วยกัน ซึ่งมีทั้งหมด 240 ฉบับนั้น มีเรื่องที่จะต้องแก้ไข 71 เรื่อง จึงนำเรื่องที่จะต้องแก้ไขมาใช้ในแนบท้ายร่างประกาศ ส่วนก่อนหน้านี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 25 ที่ผ่านมาเคยมีการทบทวนคล้ายกับการสังคายนากฎหมาย และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวอีกว่า ประเทศไทยในวันนี้มีประกาศคณะรัฐประหารที่บังคับใช้อยู่ตั้งแต่ตอนต้นรวมกว่า 1,000 ฉบับ ซึ่งก่อนครบวาระสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 มีการพยายามทำกฎหมาย โดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดทำประมวลกฎหมายและกฎเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก แต่ กมธ.ชุดดังกล่าวดำเนินการไปเพียง 12 ครั้ง ก็ไม่สำเร็จ 

 

อย่างไรก็ตาม ตนเองจึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และไม่ได้ตำหนิคำประกาศของคณะรัฐประหารแต่อย่างใด บางฉบับก็มีความจำเป็นในการปกครองประเทศ เพียงแค่เปลี่ยนชื่อจากคำประกาศคณะรัฐประหารมาให้เป็นกฎหมายชื่อพระราชบัญญัติหรืออย่างอื่นที่จะดูดีในสายตาของชาวต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย

 

เปิดกฎหมาย 71 ฉบับที่ต้องยกเลิก

 

ในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น ผู้เสนอได้ให้เหตุผลและความจำเป็นว่า การออกประกาศและคำสั่ง คสช. รวมถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. หลายฉบับมีเนื้อหาเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน โดยอ้างความจำเป็นเพื่อควบคุมสถานการณ์และความสงบเรียบร้อยในระหว่างการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมือง

 

สิทธิเสรีภาพที่ถูกจำกัด เช่น เสรีภาพในการชุมนุมหรือสมาคม เสรีภาพของสื่อมวลชนที่จะนำเสนอข่าวสารอย่างเป็นอิสระ สิทธิในร่างกายและเสรีภาพในการเดินทางที่ถูกจำกัดด้วยการเรียกไปรายงานตัว การกักตัว และให้ทำข้อตกลงที่จะงดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมทั้งสิทธิในที่ดินทำกิน สิทธิชุมนุมที่จะมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจของรัฐ และสิทธิในการอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี จึงเสนอให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งทั้ง 71 ฉบับ ดังนี้ 

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 10/2557 เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 เรื่อง การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) ฉบับที่ 25/2557 เรื่อง ให้มารายงานตัว หรือแจ้งเหตุขัดข้อง

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 26/2557 เรื่อง การดูแลและสอดส่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 29/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 35/2557 เรื่อง อำนาจในการอนุมัติงบประมาณของปลัดกระทรวง

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/2557 เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นความผิด

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 49/2557 เรื่อง ความผิดสำหรับการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 86/2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขตเป็นการชั่วคราว

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2559 เรื่อง การกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2561 เรื่อง การกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2562 เรื่อง การกำหนดรายชื่อบุคคลสำรองสำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

 

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2562 เรื่อง ประกาศรายชื่อบุคคลสำรองสำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2558 เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและประชาชนโดยส่วนรวม

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2558 เรื่อง แก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2558

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2558 เรื่อง การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 23/2558 เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 36/2558 เรื่อง แก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2558

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเป็นการชั่วคราว

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2559 เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 16/2559 เรื่อง การประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 23/2559 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 25/2559 เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 26/2559 เรื่อง การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 32/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 35/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิกในท้องที่ตำบลวังบาล และตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2559 เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/2559 เรื่อง การกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 51/2559 เรื่อง การดำเนินการกับของที่เก็บในเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรี และของที่ใช้เป็นยุทธภัณฑ์เพื่อบรรเทาสาธารณภัย

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 54/2559 เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภาการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 56/2559 เรื่อง การคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 57/2559 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 61/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาบุคลากรด้านการบิน

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 62/2559 เรื่อง การปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 69/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการประมง

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 72/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 74/2559 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2558

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 75/2559 เรื่อง ระงับการคัดเลือกบุคคลและการสรรหาเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 77/2559 เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 78/2559 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2560 เรื่อง มาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2560 เรื่อง การดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 27/2560 เรื่อง การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 30/2560 เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 32/2560 เรื่อง การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 40/2560 เรื่อง มาตรการรองรับเพื่อให้การดำเนินการเดินอากาศเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/2560 เรื่อง การบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2561 เรื่อง การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2561 เรื่อง การจัดสรรภารกิจและบุคลากรของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2561 เรื่อง การยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

 

60.คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2561 เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2561 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 16/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม)

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2561 เรื่อง การยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรบางกรณี

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 18/2561 เรื่อง การดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 19/2561 เรื่อง กลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 20/2561 เรื่อง มาตรการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความต่อเนื่อง

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2562 เรื่อง การดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม 

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2562 เรื่อง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ

 

ภูมิใจไทยจะทำอย่างไร

 

ในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น ผู้เสนอได้ระบุถึงสาระสำคัญจำนวน 3 ข้อ ดังนี้ 

 

  1. กำหนดให้มีการจำหน่ายคดีตามความผิดตามประกาศและคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด ให้ถือว่าจำเลยที่เคยต้องคำพิพากษาตามประกาศและคำสั่งที่ถูกยกเลิกไม่มีความผิด 

 

นอกจากนี้ ให้ปล่อยจำเลยที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก ยกเว้นจำเลยที่ถูกคุมขังตามกฎหมายอื่นที่ไม่ถูกยกเลิกตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย (ร่างมาตรา 4)

 

  1. กำหนดให้บุคคลพลเรือนที่ถูกพิจารณาคดีโดยศาลทหาร ซึ่งศาลทหารมีคำพิพากษาเป็นที่สุดแล้ว หากต้องการให้ศาลยุติธรรมพิจารณาคดีของตนใหม่ ให้ยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจภายใน 30 วันนับจากวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ หากไม่ยื่นให้ถือว่าคำพิพากษาของศาลทหารเป็นที่สุด (ร่างมาตรา 5)

 

  1. กำหนดให้บุคคลพลเรือนที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหาร ให้โอนย้ายคดีมาอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรมที่เขตอำนาจเหนือคดีดังกล่าว โดยให้กระบวนการพิจารณาคดีภายใต้ศาลทหารที่ได้ทำไปแล้วไม่เสียไป เว้นแต่จำเลยจะร้องขอให้ศาลยุติธรรมเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด (ร่างมาตรา 6)

 

คำสั่ง คสช. พิเศษอย่างไร 

 

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หรือเกือบ 10 ปีที่แล้ว คสช. นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ก่อรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์ไทย ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ซึ่งรักษาการแทน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังเกิดวิกฤตการณ์การเมือง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ

 

จากนั้น คสช. ได้ประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลง จากนั้นประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ก่อนจะได้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และมาตรา 279 ได้บัญญัติให้ “บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้…ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย และมีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป การยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือคำสั่งดังกล่าว ให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ” 

 

นั่นหมายความว่าจะต้องมีการเสนอต่อรัฐสภาให้พิจารณา และหากพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศหรือคำสั่ง คสช. นั้นผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจนประกาศใช้กฎหมาย บรรดาประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินั้นๆ ก็จะเป็นอันยกเลิกไป

 

ก้าวไกลชี้เป็นนิมิตหมายที่ดี

 

กรุณพล เทียนสุวรรณ สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยยื่นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ว่า ถ้าฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันว่าคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมและละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เชื่อว่าน่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่จะยกเลิกคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมของ คสช. อยู่แล้ว ก็หวังว่ารัฐบาลจะเห็นด้วย เพราะพรรคก้าวไกลก็มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งฯ เช่นเดียวกัน 

 

แต่อาจจะแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียด เพราะช่วงหาเสียงทุกพรรคการเมืองพูดตรงกันว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร และคำสั่งของ คสช. ไม่ได้ยึดเสรีภาพและสิทธิของพี่น้องประชาชน คิดว่าครั้งนี้น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้กฎหมายที่เรียกว่าเป็นสากลโลก

 

เพื่อไทยเตรียมยื่นร่างประกบ นายกฯ มอบ ‘พิชิต’ ศึกษาเพิ่ม 

 

ขณะที่ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส. สุรินทร์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยยื่นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะมีการยื่นร่างฯ ประกบ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ พิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และคณะ ไปศึกษาคำสั่ง คสช. ทั้งหมด 

 

ขณะที่รัฐสภานั้นมีฉบับของ ชูศักดิ์ ศิรินิล เรื่องการแก้ไขคำสั่งที่ 14 ให้ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คงออกมาเร็วๆ นี้ เพราะไม่ใช่เรื่องยาก ทางภูมิใจไทยยื่นมา เราก็เป็นวิปรัฐบาลร่วมกัน ก็ต้องนำมาดูและพูดคุยกันเพื่อทำให้กฎหมายดีที่สุด อะไรที่จะต้องยกเลิกก็ต้องยกเลิก อะไรที่ยังเป็นประโยชน์ก็นำมาปรับปรุงใหม่ โดยในวันพรุ่งนี้จะไปสอบถามเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม สส. พรรค 

 

อ้างอิง:

The post เปิดเหตุผล ‘โละคำสั่ง คสช.’ เวอร์ชันภูมิใจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.แรงงาน เชิญตัวแทน 4 กระทรวงถกการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลกลับบ้าน แจงรายละเอียดการเยียวยา https://thestandard.co/labor-commissioner-thai-workers-in-israel/ Wed, 18 Oct 2023 09:25:58 +0000 https://thestandard.co/?p=856040 แรงงานไทยในอิสราเอล

วันนี้ (18 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง […]

The post กมธ.แรงงาน เชิญตัวแทน 4 กระทรวงถกการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลกลับบ้าน แจงรายละเอียดการเยียวยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานไทยในอิสราเอล

วันนี้ (18 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า วันนี้มีการเชิญตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการอพยพแรงงานไทยจากประเทศอิสราเอล

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า ขณะนี้มีตัวเลขของผู้ที่แจ้งความประสงค์จะกลับเมืองไทยกว่า 7,000 คน ส่วนค่าชดเชยหลังกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลไทยจากกองทุนประกันสังคม และอีกส่วนจะได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ หากบาดเจ็บ 10-19% จะได้รับเงินเยียวยาประมาณ 30,000 บาท และหากบาดเจ็บมากกว่า 20% จะได้เงินเยียวยา 1.4 ล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งการนับเปอร์เซ็นต์นั้นก็จะต้องให้แพทย์จากประเทศไทยตรวจร่างกายและส่งข้อมูลไปยังทางการอิสราเอลเพื่อประเมินถึงอาการบาดเจ็บ และผู้ที่เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาเป็นรายเดือนทั้งภรรยาและบุตร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยและรัฐบาลอิสราเอลมีกฎหมายที่ไม่เหมือนกันและเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวต่อว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ก็เป็นห่วงว่าหลังจากที่เดินทางกลับมาแล้วนั้นจะใช้ชีวิตอย่างไร มีงานรองรับหรือไม่ และสิทธิในการเดินทางกลับไปภายหลังจากเหตุการณ์สงบแล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขตามกรอบระยะเวลาของสัญญาที่จดทะเบียนไว้ รวมถึงการพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งของอิสราเอลและพันธมิตร เพื่อให้ปล่อยตัวเชลยศึกคนไทยออกมา เราพยายามสนับสนุนและภาวนาให้เกิดสัญญาณเชิงบวกออกมา เพราะในวันนี้ไม่แน่ใจถึงจำนวนตัวประกันที่ถูกจับอยู่ โดยจะต้องให้หน่วยงานในจังหวัดที่เรียกว่าหน่วยงาน 5 เสือ เข้าไปดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาด้วย

The post กมธ.แรงงาน เชิญตัวแทน 4 กระทรวงถกการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลกลับบ้าน แจงรายละเอียดการเยียวยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. ภูมิใจไทยแถลง เตรียมเสนอกฎหมายกัญชาเข้าสภาอีกครั้ง ย้ำเพื่อการแพทย์-วิจัยเท่านั้น ไม่มีเปิดเสรี-สันทนาการ https://thestandard.co/bhumjai-thai-marijuana-laws-propose/ Wed, 20 Sep 2023 05:21:48 +0000 https://thestandard.co/?p=843751 กฎหมายกัญชา

วันนี้ (20 กันยายน) ที่รัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาช […]

The post สส. ภูมิใจไทยแถลง เตรียมเสนอกฎหมายกัญชาเข้าสภาอีกครั้ง ย้ำเพื่อการแพทย์-วิจัยเท่านั้น ไม่มีเปิดเสรี-สันทนาการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฎหมายกัญชา

วันนี้ (20 กันยายน) ที่รัฐสภา สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีการผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง ว่า พรรคภูมิใจไทยยังยืนยันที่จะติดตามและเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ด้วยเหตุผลว่า กัญชาถูกปลดออกจากยาเสพติดให้โทษแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการทางการแพทย์และการวิจัยเท่านั้น ไม่มีนโยบายเปิดเสรี นันทนาการ หรือสันทนาการ แม้จะมีการโจมตีและด้อยค่านโยบายกัญชาที่ทำให้ถูกตีตกไปในสมัยรัฐบาลที่แล้ว 

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในสมัยนี้ต่อไป โดยจะเป็นไปตามร่างเดิม 94 มาตรา ที่เคยได้มีความเห็นจากทุกพรรคทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล อีกทั้งยังเห็นตรงกันกับ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่จะนำเสนอเรื่องนี้ในรัฐบาลสมัยนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า จากข้อมูลวิจัยชี้ว่าเมื่อกัญชาถูกปลดล็อกจากยาเสพติดแล้ว มูลค่าของตลาดกัญชาเติบโตขึ้น 2.1 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับภาคเอกชน เท่าที่ตนได้ทำการสำรวจมามี 21 บริษัทที่ลงทุนไปแล้วในกัญชา แต่ส่วนของกัญชงที่เป็นตลาดใหญ่กว่า โดยเฉพาะในฝั่งอุตสาหกรรม ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสกัดสาร CBD มาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และแทบจะไม่มีสาร THC อยู่เลยนั้น

 

“วันนี้ไม่มีโรงงานใดที่สามารถผลิตสาร THC ได้เลยแม้แต่โรงงานเดียว เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายให้เปิด เว้นแต่จะทำร่วมกับภาครัฐ โดยเราได้แยกกัญชงออกเพื่อไม่ให้มีการสกัดสาร THC เกิน 0.02% เป็นจุดแข็งที่ฝ่ายนิติบัญญัติมีความรอบคอบพอที่จะควบคุมการออกกฎหมาย และไม่ทำให้กัญชาหลุดพ้นออกไปจนเกิดปัญหา” สฤษฏ์พงษ์กล่าว

 

สฤษฏ์พงษ์กล่าวย้ำว่า เราจะขับเคลื่อน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ต่อไป ตามที่เราบอกว่าภูมิใจไทยไม่ได้ร่างกฎหมายแล้วทิ้งขว้าง ทิ้งกลางคัน มาจับขั้วใหม่แล้วไม่กลับไปเหลียวแล พ.ร.บ. ที่ทำไม่สำเร็จ “พูดแล้วทำ” เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ของพรรคภูมิใจไทย เราจะทำอย่างจริงจัง เราจะผลักดันให้สำเร็จ และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

 

จากนั้นสฤษฏ์พงษ์ยังกล่าวถึงโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน ‘แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง’ มูลค่า 1 ล้านล้านบาทด้วยว่า สืบเนื่องจากการที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จะไม่สานต่อโครงการนี้นั้น ตนจึงอยากขอความกรุณาจากสุริยะให้มีการทบทวนพิจารณาไตร่ตรองเรื่องนี้อีกครั้ง เนื่องจากตนเห็นว่าอาจเป็นการสูญเสียผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ เพราะมีความเชื่อมโยงในหลายๆ โครงการ ทั้งการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด การขยายท่าเทียบเรือ การตัดถนนมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถไฟเพื่อบรรทุกสินค้า ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะจังหวัดชุมพรหรือจังหวัดระนองเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฐานรากที่จะก่อให้เกิดรายได้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตร รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย 

 

“เรารู้สึกเสียดายถ้าอยู่ๆ จะยกเลิกไป อยากให้มองเห็นความสำเร็จเป็นเป้าหมายของรัฐบาล ไม่อยากให้มองเห็นเป็นอุปสรรคของเป้าหมายรัฐบาลที่จะมีการตัดสิน ตามคำแถลงการณ์ของนายกฯ ก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องทำได้ ไม่มีเหตุผลปฏิเสธว่าทำไม่ได้ หากเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประโยชน์ของประชาชน ไม่อยากให้มีข่าวออกไปว่ารัฐบาลลดโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อชดเชยในนโยบายบางเรื่องแทน” สฤษฏ์พงษ์กล่าว

 

กฎหมายกัญชา กฎหมายกัญชา กฎหมายกัญชา กฎหมายกัญชา

The post สส. ภูมิใจไทยแถลง เตรียมเสนอกฎหมายกัญชาเข้าสภาอีกครั้ง ย้ำเพื่อการแพทย์-วิจัยเท่านั้น ไม่มีเปิดเสรี-สันทนาการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พรรคร่วมยังไม่มีความหวัง’ ส.ส. ภูมิใจไทย ชี้ฝ่ายบริหารแทรกแซงสภา จะผ่านกฎหมายไหนต้องมีรัฐอยู่เบื้องหลัง หลังเจอโหวตคว่ำ 2 ร่าง https://thestandard.co/bhumjaithai-party-090265/ Wed, 09 Feb 2022 11:20:23 +0000 https://thestandard.co/?p=592369 พรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนรา […]

The post ‘พรรคร่วมยังไม่มีความหวัง’ ส.ส. ภูมิใจไทย ชี้ฝ่ายบริหารแทรกแซงสภา จะผ่านกฎหมายไหนต้องมีรัฐอยู่เบื้องหลัง หลังเจอโหวตคว่ำ 2 ร่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส. จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย และ โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวภายหลังที่ประชุม ส.ส. โหวตไม่รับหลักการพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 

 

วิรัชกล่าวว่า ทั้งสอง พ.ร.บ. มีความสำคัญในการสร้างหลักความมั่นคงในการประกันตัวผู้ต้องหา โดยแต่ละปีภาครัฐจะต้องจ่ายค่าอาหารและค่าดำเนินการสำหรับผู้ถูกควบคุมตัวระหว่างสอบสวนคดีปีละ 1 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่จะเข้ามาสนับสนุนในการประกันตัวสำหรับผู้ต้องหาโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ โดยใช้เพียงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ใช้ประกันต่อศาล ซึ่งท้ายที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าว จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใด ส.ส. ที่มาจากประชาชนไม่ทำเพื่อประชาชน

 

ด้านสฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า ตนในฐานะผู้เซ็นรับรองร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจากเห็นว่าการประกันตัวผู้ยากไร้เป็นเรื่องสำคัญมาก ประชาชนที่เกิดมาไม่มีทรัพย์สมบัติเลย ก็ไม่มีเงินไปประตัวจากศาล ในชั้นตำรวจ อัยการ และศาล แต่ละปีเป็นแสนคดี ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ประชาชนจะได้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นไปประกันตัวให้หรือต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา 

 

จากมติที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าสภานี้ถูกลดบทบาท ถูกด้อยค่าจากฝ่ายรัฐบาล โดยสภาแห่งนี้หาก ส.ส. เสนอกฎหมาย ผ่านไม่ถึง 10% ดังนั้นหากเป็นกฎหมายของฝ่ายค้านไม่ต้องหวังเลย โดยร่าง พ.ร.บ. ใดจะผ่านได้ต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายบริหารก่อน ฝ่ายบริหารต้องอยู่เบื้องหลัง หรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอร่างมาก่อน แบบนี้ตนมองว่าไม่ใช่สภานิติบัญญัติ แต่เป็นสภาเงา สภาเทียม ออกกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนเอื้อประโยชน์ฝ่ายบริหารเท่านั้น โดยไม่เล็งเห็นถึงประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก 

 

“วันนี้ผมขอมาฟ้องประชาชน พวกเราทำเต็มที่ในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ติดขัดบารมีอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เสนอ และผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ทำมาหากินกับประชาชน ดังนั้นบ้านเมืองเราต้องทบทวนใหม่ เพราะวันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติถูกแทรกแซงด้วยฝ่ายบริหาร วันนี้นักเรียนท่องแค่เสาอำนาจของไทยมีแค่ 2 เสาก็พอ คือ ฝ่ายบริหาร และตุลาการ เพราะในที่สุดเมื่อไม่ผ่านก็คือเศษกระดาษธรรมดา วันนี้เป็น ส.ส. ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ต้องอยู่ในค่ายในซุ้มของรัฐบาล กฎหมายนั้นถึงจะผ่านไปได้ วันนี้ผมรู้สึกหดหู่ใจมาก ขนาดเป็นพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่มีความหวังเลย” สฤษฏ์พงษ์กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้พรรคภูมิใจไทยถูกเอาคืนจากการที่รัฐมนตรีของพรรคไม่เข้าร่วมประชุม ครม. เมื่อวานี้ (8 กุมภาพันธ์) หรือไม่ สฤษฏ์พงษ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เป็นประเด็นปกติ ถ้าแบบนี้ต่อไป ส.ส. นำเรื่องหารือในสภาจบแล้วก็กลับบ้านได้ เพราะอำนาจการลงมติไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไร ถึงเวลาลงมติก็ยกนิ้ว 2-3 นิ้ว แบบนี้ไม่ใช่เอกสิทธิ์ แต่เป็นการชี้นำ ทำให้ ส.ส. ด้อยค่า เสื่อมราคา ประชาชนไม่ศรัทธา เพราะคาดหวังอะไรไม่ได้เลย หลายเรื่องสภาคงต้องทบทวนบทบาทให้อิสระเอกสิทธิ์กันบ้าง ไม่ใช่ให้แต่ฝ่ายบริหารชี้นำสั่งการ

The post ‘พรรคร่วมยังไม่มีความหวัง’ ส.ส. ภูมิใจไทย ชี้ฝ่ายบริหารแทรกแซงสภา จะผ่านกฎหมายไหนต้องมีรัฐอยู่เบื้องหลัง หลังเจอโหวตคว่ำ 2 ร่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>