สยาม หัตถสงเคราะห์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สยาม-หัตถสงเคราะห์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 09 Oct 2025 04:52:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ไชยชนกไม่ปรากฏตัวเข้าชี้แจงต่อ กมธ. ไอซีที-กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ ปมสินบน 40 ล้าน อ้างติดภารกิจ และให้การ ตร. แล้ว https://thestandard.co/chaichanok-no-show-ict-parliament-40m-bribe/ Thu, 09 Oct 2025 04:52:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1128437 ไชยชนก ชิดชอบ

วันนี้ (9 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา สยาม หัตถสงเคราะห์ สส. […]

The post ไชยชนกไม่ปรากฏตัวเข้าชี้แจงต่อ กมธ. ไอซีที-กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ ปมสินบน 40 ล้าน อ้างติดภารกิจ และให้การ ตร. แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ

วันนี้ (9 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา สยาม หัตถสงเคราะห์ สส. หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเชิญ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ กรณีที่ได้มีการระบุถึงเงินสินบน 40 ล้านบาท ในการไม่ดำเนินการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

สยามระบุว่า ทางกรรมาธิการฯ ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และเชื่อว่าสิ่งที่ไชยชนกพูดเป็นเรื่องจริง เพราะกรรมาธิการได้ติดตามเรื่องสแกมเมอร์มาตลอด และเมื่อได้เจอกับไชยชก จึงได้เชิญว่า หากสะดวกก็มาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ว่าใครเป็นผู้นำเสนอเงิน 40 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นมาอย่างไร ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เดิมทีไชยชนกรับปากว่าจะมาชี้แจงกับกรรมาธิการ แต่เนื่องจากวันนี้ติดภารกิจเร่งด่วน จึงไม่ได้มาชี้แจง อย่างไรก็ตาม ไชยชนกได้ส่งตัวแทนมา

 

สยามเชื่อว่า เมื่อเกิดช่องว่างในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราจะสังเกตได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับคืนมาได้อีก โดยเฉพาะข้อเท็จจริงจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะชี้ได้ชัดว่า คนที่โทรเข้ามาเป็นการฉ้อโกงทางไซเบอร์ และพนันออนไลน์ก็เกิดขึ้นมาอีก แต่ล่าสุดเห็นว่ามีการปราบปรามอย่างเข้มข้นมากขึ้น

 

สยามยังยืนยันว่า จะต้องเชิญไชยชนกมาชี้แจงอีกแน่นอน อย่างไรก็ต้องเชิญ และไชยชนกก็เคยอยู่ในกรรมาธิการนี้ด้วยกัน วันนี้จึงเชื่อเหลือเกินว่าไชยชนก เมื่อเข้าไปนั่งรัฐมนตรีถึงได้รู้ความเป็นจริงว่า พวกนี้กล้ามากที่อาศัยช่วงจังหวะแบบนี้ และคิดว่าจะเอาเงินมา เพื่อไม่ให้ปิดเว็บพนันออนไลน์ต่างๆ ดังนั้น คิดว่าไชยชนก ควรมาร่วมมือกับกรรมาธิการเพื่อปราบปรามแก๊งพวกนี้ให้เด็ดขาด

 

“วันนี้ผมเข้าใจว่า ขั้นตอนไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองปราบแล้ว ดังนั้น ถ้าคดีไม่คืบหน้า ผมต้องไปติดตาม ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่โดนหลอกลวง เพราะเรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาความมั่นคง อย่างไรต้องติดตามแน่นอน” สยามกล่าว

 

รังสิมันต์ให้โอกาสไชยชนกมาชี้แจงเองอีก

 

ในวันเดียวกัน รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวาระการพิจารณาศึกษาแนวนโยบายและการสร้างความมั่นใจต่อการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เพื่อการสร้างความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากรณีที่ไชยชนกได้กล่าวถึงการเสนอให้ผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี

 

อย่างไรก็ตาม รังสิมันต์เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากไชยชนกว่า ติดภารกิจจึงไม่ได้มาชี้แจงด้วยตนเอง โดยไม่ได้แจ้งว่าติดภารกิจอะไร พร้อมระบุว่าได้ให้การกับตำรวจแล้ว ซึ่งยังมีความเห็นว่า ไชยชนกควรมาตอบด้วยตนเอง

 

สำหรับไชยชนกที่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีการติดต่อจะให้เงินสินบนผ่านทีมงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น รังสิมันต์กล่าวว่า จะต้องมีการไล่ไทม์ไลน์และเส้นทางที่พยายามจะติดสินบน เบื้องต้นได้รับแค่หนังสือตอบกลับว่า ไชยชนกได้ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ได้รับแจ้งว่าจะไม่มาตอบในกรรมาธิการ

 

“เบื้องต้นจะมีการดำเนินการติดตามเรื่องนี้ ถือว่ายังให้โอกาสคุณไชยชนก ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหน เราก็ปฏิบัติเหมือนกันหมด เราให้โอกาส ถ้าไม่มาครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ก็ต้องมีคำตอบที่ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะหลังจากนี้ ผมจะพยายามนัดล่วงหน้าให้คุณไชยชนกเข้าชี้แจงใน กรรมาธิการอย่างครบถ้วน หากเราไม่ฟังทุกฝ่าย ก็จะมีข้อกล่าวหาว่ากรรมาธิการเลือกปฏิบัติ” รังสิมันต์กล่าว

 

ส่วนที่มีการเปิดเผยว่า เรื่องนี้เชื่อมโยงกับ ‘เสี่ยตือ’ ซึ่งรังสิมันต์เคยได้อภิปรายมาก่อนนั้น รังสิมันต์ยืนยันว่า มีตัวละครพอสมควร หากไล่ดูจริงๆ เสี่ยตือจะพบข้อมูลเยอะ อยากทราบเหมือนกันว่า หน่วยงานของรัฐมีเครื่องมือมากมายไปหมด สามารถตรวจสอบวิธีทางการเงินได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องดูว่าเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร มีคำอธิบายอย่างไรในเรื่องของที่มาของเงิน ซึ่งไม่ได้อธิบายกันได้โดยง่าย

 

รังสิมันต์กล่าวอีกว่า ระยะหลังเราเริ่มเจอกับอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความสลับซับซ้อน ถึงขั้นว่าอาจจะมีการทำให้ไม่มีการบันทึก หรือใช้นอมินีเพื่อไม่ให้เชื่อมโยงถึง จึงต้องอาศัยความร่วมมือจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาแนวทางของรัฐบาล ไม่ใช่แค่เฉพาะชุดนี้ แต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ให้ความสำคัญกับแค่บัญชีม้า-ซิมม้า ที่แม้จะสำคัญ แต่ไม่สามารถทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการจับบัญชีม้าได้ มองว่าต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องการฟอกเงิน ที่มโหฬารมากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งปีของไทย

 

”หากวันนี้รองนายกรัฐมนตรียังไม่นำพา ระดับรัฐมนตรียังเงียบ แม้คุณไชยชนกจะออกมาแฉ บางคนบอกว่าเอาจริงแน่เลย แต่พอเอาจริงเริ่มส่งสัญญาณแปลกๆ เราจะอยู่กันอย่างไร อยากให้ทุกคนได้ตระหนักว่า วันนี้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าประเทศเราอยู่ภายใต้ทุนสีเทาเหล่านี้จริงๆ” รังสิมันต์กล่าว

 

ภาพ:

  • ไชยชนก ชิดชอบ ขณะเข้าร่วมประชุม สส. พรรคภูมิใจไทย ประจำสัปดาห์ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568

The post ไชยชนกไม่ปรากฏตัวเข้าชี้แจงต่อ กมธ. ไอซีที-กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ ปมสินบน 40 ล้าน อ้างติดภารกิจ และให้การ ตร. แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทค แต่คือ ‘ทางรอด’ ของเศรษฐกิจ แรงงานไทยพร้อมไหม? กมธ. AI ไทยนำประเทศเดินหน้าต่ออย่างไร? https://thestandard.co/ai-is-not-just-technology-but-a-survival/ Thu, 13 Jun 2024 01:13:16 +0000 https://thestandard.co/?p=944582

“ยุคหลัง Generative AI จะเป็นยุคที่การมีวุฒิการศึกษาสูง […]

The post AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทค แต่คือ ‘ทางรอด’ ของเศรษฐกิจ แรงงานไทยพร้อมไหม? กมธ. AI ไทยนำประเทศเดินหน้าต่ออย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ยุคหลัง Generative AI จะเป็นยุคที่การมีวุฒิการศึกษาสูงไม่ได้เป็นตัวการันตีว่างานของคุณจะปลอดภัย”

 

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธปท. เคยกล่าวคำนี้ไว้เพื่อชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานที่กำลังจะมาถึงเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยงานวิจัยจาก McKinsey เคยประเมินเอาไว้ว่า ผลกระทบของ AI จะแผ่ขยายไปยังแรงงานทุกคนในทุกระดับการศึกษา ซึ่งเป็นภาพที่ต่างจากสมัยก่อนที่ความเสี่ยงในการถูกดิสรัปต์ของกลุ่มคนที่เรียนสูงก็ย่อมต่ำกว่าคนที่เรียนน้อยกว่า แต่ภาพในวันนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว เพราะความเสี่ยงดังกล่าวแทบจะไม่ต่างกันเลย

 

ในปัจจุบัน หลายคนคงได้เห็นแล้วว่าพัฒนาการ AI เดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด กระโดดถึงขั้นที่ ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ViaLink ระบุไว้ในโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ศักยภาพของ AI ล่าสุดเรียกได้ว่าเก่งกว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ไปแล้ว ทั้งลึก เก่งงานเฉพาะทาง ทั้งกว้าง ทำงานรูทีนดีหรือเก่งกว่า ทั้งสร้างสรรค์กว่า เริ่มมีการทำงานเป็นทีม ทำงานแบบ Multimodel ได้ คือ AI หลายรูปแบบรวมกัน”

 

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการควบคุมและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ได้จัดประชุมหารือประเด็นตลาดแรงงาน การศึกษา และแนวทางของประเทศไทยต่อ AI ไว้หลากหลายแง่มุม ซึ่ง THE STANDARD WEALTH ขอสรุปทั้งหมดมาดังต่อไปนี้

 

ภัยรอบด้านไทย: ภาระหนี้ ค่าครองชีพสูง แถม AI เข้ามาแทนงานรูทีน

 

ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญกับภาวะที่ท้าทาย เพราะนอกจาก AI ที่กำลังเริ่มเข้ามาแทนที่งานในหลายประเภทมากขึ้น แรงงานไทยเองก็กำลังเจอกับความอ่อนล้าจากค่าแรงเฉลี่ยของไทยและทั่วโลกแทบไม่เพิ่มขึ้นเมื่อหักเงินเฟ้อ

 

หากเราไปดูที่ข้อมูลเงินสำรองของสังคมไทยจะพบว่า 88% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด 93 ล้านบัญชีมีเงินน้อยกว่า 50,000 บาท และ 80% ในจำนวนนั้นมีไม่ถึง 5,000 บาท อีกทั้งหนี้ครัวเรือนก็กำลังมุ่งหน้าไปแตะที่ 100% ของ GDP 

 

ดร.ณภัทร ยังให้ข้อมูลว่า งานที่คนไทยส่วนใหญ่ทำในปัจจุบันราว 70-85% คืองานซ้ำๆ เดิมๆ (Routine) ที่แทบจะไม่ช่วยเสริมทักษะเลย

 

พอภาพเป็นแบบนี้และมีเทคโนโลยี AI เข้ามาอยู่ในสมการ นัยต่อตลาดแรงงานไทยจึงมีความเป็นไปได้ 4 แบบ

 

  1. แรงงานไทยบางประเภทจะเป็นที่ต้องการของตลาดน้อยลง และแม้ว่าจะยังมีงานทำ แต่รายได้ก็อาจไม่เพียงพอต่อการรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิต
  2. แรงงานไทยบางส่วนจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งในบริบทของบทความนี้ก็คือ AI และอาจส่งผลให้การถูกกลับมาจ้างงานเป็นไปได้ยากมากขึ้น เหมือนดั่งที่ม้าถูกแทนที่ด้วยรถยนต์
  3. ในกรณีที่แรงงานปรับตัวได้ ทักษะใหม่บางส่วนจะเกิดขึ้นและเปิดโอกาสให้มนุษย์เข้าถึงงานรูปแบบใหม่
  4. สำหรับกรณีที่ดีที่สุดคือแรงงานโอบรับความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทักษะใหม่กับทักษะเสริม ส่งผลให้แรงงานประเภทนี้เป็นที่ต้องการในตลาด ซึ่งก็ตามมาด้วยรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น

 

สำหรับประเทศไทย เราจะลงเอยกับฉากทัศน์ตลาดแรงงานแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างและพนักงานในวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการหาทิศทางที่จะเดินหน้าต่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และนั่นเป็นเหตุผลที่ตอนนี้ประเทศไทยได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการควบคุมและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งเราขอเรียกสั้นๆ ว่า ‘กมธ. AI’ 

 

กมธ. AI คืออะไร มีไว้เพื่ออะไร?

 

สยาม หัตถสงเคราะห์ ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวกับสื่อมวลชนถึงจุดประสงค์การก่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ว่า “วันนี้ AI มาถึงแล้ว ซึ่งโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยคือการหาทางรับมือกับเทคโนโลยีและกำกับดูแล พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชน”

 

กมธ. AI ถือเป็นหน่วยงานอิสระที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งภาคเอกชนและรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ดร.สันติธาร เสถียรไทย, ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์, ธีระชาติ ก่อตระกูล, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปจนถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และอื่นๆ เพื่อเป็นหน่วยงานกลางที่รวมบุคลากรแนวหน้าเข้ามากำกับดูแลผลกระทบที่ AI จะมีต่อประชาชนไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรรมการเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนานโยบายเรื่องนี้ต่อไป

 

ภาพรวมการศึกษาของ กมธ. มี 3 ด้านคือ 1. ส่งเสริม 2. กำกับดูแล และ 3. เตรียมพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

 

อย่างไรก็ดี หนึ่งในประเด็นที่ต้องหาทางแก้ไขจากข้อมูลในที่ประชุม คือการขาดฐานข้อมูลที่บ่งชี้ได้ว่าแรงงานไทยแต่ละคนถนัดอะไร และการจัดสรรงบประมาณสำหรับส่งเสริมและดูแลด้าน AI ที่ยังขาดความชัดเจนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการมองว่าจำเป็นต้องหารือกันกับสำนักงานงบประมาณ

 

สำหรับแนวทางแก้ไขการขาดฐานข้อมูลแรงงานไทย การเข้าใจบริบทปัจจุบันกับการใช้งาน AI ในประเทศไทยเป็นประเด็นที่สำคัญมาก โดยทุกคนสามารถเข้าไปแชร์ข้อมูลการใช้งานของตัวเองได้ที่ thaith.ai ซึ่งอินไซต์จากประชาชนที่ทำงานหรือใช้งาน AI จะช่วยเป็นสารตั้งต้นให้แผนพัฒนาแรงงานสำหรับอนาคตทำได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

 

คว้าโอกาส AI พร้อมกับเข้าใจความเสี่ยง

 

หนึ่งในประเทศอาเซียนที่ขยับเร็วเรื่อง AI คือสิงคโปร์ พวกเขายอมรับว่าเทคโนโลยีนี้มีความเสี่ยง แต่ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับโอกาส โดยใจความสำคัญของการเดินหน้าในสิงคโปร์คือต้องสร้าง ‘ระบบนิเวศ Generative AI ที่มีความน่าเชื่อถือ’ 

 

สิงคโปร์ไม่เน้นสร้างกฎหมายที่เป็นการห้ามหรือลดแรงจูงใจการใช้ AI มากเกินไป แต่เลือกใช้วิธีสร้างสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยง เน้นสร้างความโปร่งใสและมาตรฐาน แล้วปล่อยให้คนเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานด้วยตัวเอง เพื่อให้ผู้คนกล้าลอง กล้าเปิดรับ AI อย่างมั่นใจ และเน้นเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเพื่อให้เกิดประโยชน์กับการต่อยอดนวัตกรรมต่างๆ 

 

ในส่วนของประเทศไทย ที่ประชุมมีการเสนอว่า เราจำเป็นต้องมี ‘AI Readiness’ หรือความพร้อมด้าน AI ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือสร้าง ‘ปัญญา’ ให้กับทุกคน โดยกรอบคิดที่เราควรจะเข้าใจให้ตรงกันคือ การไม่มอง AI เป็นนโยบายเทคโนโลยีมิติเดียว แต่ AI คือส่วนหนึ่งของนโยบายและ ‘ทางรอด’ เชิงเศรษฐกิจ แปลว่าการสร้างทักษะให้คนมีความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ คือโจทย์สำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยยังอยู่ในบริบทการค้าโลกได้ท่ามกลางความกดดันต่างๆ 

 

ดร.ณภัทร เสนอว่าแนวทางต่อไปคือการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจถึงประโยชน์และความเสี่ยงจาก AI ผ่านการให้แรงงานและนายจ้างได้ทดลองใช้เทคโนโลยีจาก AI ที่ได้มาตรฐานระดับโลกเพื่อลดภาระงานรูทีนและให้โอกาสกับแรงงานได้มีเวลาปรับตัว

 

นอกจากนี้ ไทยอาจจำเป็นต้องพัฒนาฐานข้อมูลตลาดแรงงานเชิงลึกให้สามารถระบุได้ถึงทักษะกับตำแหน่ง และต้องคิดทบทวนใหม่เรื่องการจ้างงานที่ควรให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากกว่าการรับประกันการว่างงาน และต้องไม่กดดันนายจ้างที่อยากใช้ AI สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

 

อีกประเด็นเร่งด่วนที่ต้องปรับโครงสร้างคือระบบการศึกษาสำหรับแรงงานยุคต่อไป ซึ่งอาจพิจารณาให้นักเรียนใช้ AI เป็นสื่อการเรียนรู้ ลดโอกาสที่เยาวชนจะต้องเสียเวลาเรียนทักษะที่หมดอายุและไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไปแล้ว ระบบการศึกษาจะได้ผลิตคนออกมาได้ตรงกับความต้องการของโลกปัจจุบัน แต่แน่นอนว่าส่วนนี้ก็อาจจำเป็นที่จะต้องมีกรอบการใช้งานที่ชัดเจน ไม่ให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้อย่างผิดวิธี

 

“อย่าเผลอตีกรอบการศึกษาให้แคบลง อย่าเลี้ยงเด็กๆ ให้ไฟแห่งการเรียนรู้มอดลง เราต้องปรับตัวให้ทันในระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว” ดร.ณภัทร ระบุทิ้งท้าย

 

ภาพ: Feodora Chiosea / Getty Images Plus

The post AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทค แต่คือ ‘ทางรอด’ ของเศรษฐกิจ แรงงานไทยพร้อมไหม? กมธ. AI ไทยนำประเทศเดินหน้าต่ออย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>