สมาชิกวุฒิสภา (สว.) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สมาชิกวุฒิสภา-สว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 03 Aug 2026 10:10:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คณะสว. ลงพื้นที่ BWG สระบุรี ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรม แนะเปิดข้อมูลเชิงรุก หลังบริษัทอุทธรณ์คำสั่งกรมโรงงานฯ https://thestandard.co/senators-bwg-industrial-waste-appeal/ Mon, 03 Aug 2026 10:10:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1237655 คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำ […]

The post คณะสว. ลงพื้นที่ BWG สระบุรี ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรม แนะเปิดข้อมูลเชิงรุก หลังบริษัทอุทธรณ์คำสั่งกรมโรงงานฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG จังหวัดสระบุรี รับฟังข้อมูลและตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรม ระบบฝังกลบ และการจัดการน้ำเสีย พร้อมเสนอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลและสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ BWG ระบุว่าได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว

ดูภาพข่าว 

 
 

วันนี้ (3 สิงหาคม) พล.ท. สุกิจ ทั่งทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสระบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล รองประธานกรรมการฯ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมของ BWG ที่ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี เลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

นิทัศน์กล่าวภายหลังรับฟังข้อมูลและตรวจพื้นที่หลุมฝังกลบว่า ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยธรรมชาติ บริษัทจึงควรเพิ่มการสื่อสารเชิงรุก เปิดเผยข้อมูลและอธิบายกระบวนการจัดการของเสียให้สังคมเข้าใจมากขึ้น เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเมื่อเกิดข้อสงสัยหรือกระแสข่าว

 

ด้าน นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า หลังรับฟังข้อมูลและกระบวนการดำเนินงาน เห็นว่าการจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อทั้งระบบสิ่งแวดล้อมและภาคอุตสาหกรรม

 

BWG แจงใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม

 

ตัวแทน BWG ชี้แจงต่อคณะสมาชิกวุฒิสภาว่า บริษัทพร้อมเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและรับทราบกระบวนการดำเนินงาน โดยระบุว่าการฝังกลบกากอุตสาหกรรมไม่ได้เป็นการขุดหลุมแล้วนำของเสียฝังลงดินโดยตรง แต่ใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม ซึ่งประกอบด้วยคันดิน ระบบรองพื้นและวัสดุป้องกันการรั่วซึม ระบบรวบรวมน้ำชะกาก รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสีย

 

บริษัทระบุว่า น้ำชะกากที่เกิดจากความชื้นของของเสียหรือน้ำที่สัมผัสกับของเสียโดยตรง จะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัด ก่อนนำน้ำที่ผ่านกระบวนการกลับมาใช้ภายในพื้นที่ เช่น รดต้นไม้ รดถนน และลดฝุ่น โดยบริษัทอ้างว่าไม่มีการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดดังกล่าวออกนอกพื้นที่โรงงาน

 

สำหรับการเฝ้าระวังการรั่วซึม BWG ระบุว่า มีบ่อสังเกตการณ์น้ำใต้ดินรอบพื้นที่ เพื่อนำตัวอย่างมาตรวจเปรียบเทียบคุณภาพน้ำทั้งบริเวณเหนือน้ำและท้ายน้ำ รวมถึงติดตามคุณภาพน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

ส่วนการจัดการกากอุตสาหกรรม บริษัทระบุว่ามีการแยกของเสียอันตรายออกจากของเสียไม่อันตราย โดยของเสียอันตรายจะต้องผ่านกระบวนการลดความเป็นอันตราย เช่น การปรับสภาพกรด-ด่าง หรือการทำให้ของเสียแข็งตัว ก่อนเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ เพื่อลดโอกาสการชะละลายของสารปนเปื้อน

 

อุทธรณ์คำสั่งมาตรา 39 ยืนยันต้องแยก ‘น้ำในระบบ’ กับ ‘น้ำทิ้ง’

 

สำหรับกรณีคำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม BWG ระบุว่า บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งแล้ว โดยมีความเห็นว่าการพิจารณาข้อเท็จจริงควรแยกระหว่างน้ำที่อยู่ภายในระบบรวบรวมและบำบัดของโรงงาน กับน้ำทิ้งที่ระบายออกนอกพื้นที่

 

บริษัทให้เหตุผลว่า การตรวจพบสารในระบบรวบรวมและบำบัดน้ำชะกากภายในโรงงาน ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่ามีการปล่อยมลพิษออกสู่ลำน้ำสาธารณะ และเห็นว่าจำเป็นต้องมีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งกำเนิดกับผลกระทบภายนอกได้อย่างชัดเจน

 

BWG ยังระบุว่า พื้นที่ตำบลห้วยแห้งและบริเวณคลองตะเข้เป็นระบบลุ่มน้ำที่มีกิจกรรมหลายประเภท ทั้งชุมชน เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษควรพิจารณาข้อมูลในภาพรวมของลุ่มน้ำ ไม่ควรสรุปจากผลตรวจเฉพาะจุดหรือข้อมูลในบางช่วงเวลา

 

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นคำชี้แจงของบริษัทภายหลังถูกดำเนินการตามคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องติดตามผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาดูงาน

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้าศึกษาดูงานด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมของ BWG เพื่อเรียนรู้กระบวนการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน

 

รศ.ดร. บุญชัย วิจิตรเสถียร หัวหน้าสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การนำนักศึกษาไปศึกษาระบบจัดการของเสียอันตรายในสถานที่จริง ช่วยให้นักศึกษาเห็นกระบวนการทำงานและข้อจำกัดในภาคปฏิบัติ ตลอดจนเปิดโลกทัศน์และเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

 

การลงพื้นที่ของคณะสมาชิกวุฒิสภาครั้งนี้จึงมีข้อเสนอสำคัญให้ BWG สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับระบบจัดการกากอุตสาหกรรม มาตรการควบคุมมลพิษ และผลการติดตามด้านสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและทำความเข้าใจกระบวนการดำเนินงานได้ ขณะที่ประเด็นข้อพิพาทและคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังต้องติดตามข้อเท็จจริงและผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป

 

 

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 1

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 2

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 3

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 4

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 5

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 6

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 7

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจสอบระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG 8

The post คณะสว. ลงพื้นที่ BWG สระบุรี ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรม แนะเปิดข้อมูลเชิงรุก หลังบริษัทอุทธรณ์คำสั่งกรมโรงงานฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์เปิดหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว. สรชาติ-พรเพิ่ม ตรงตามโพย ย้ำเดินหน้าตรวจสอบต่อแม้ถูกรองนายกฯ ฟ้องหมิ่น https://thestandard.co/parit-senator-election-evidence/ Mon, 03 Aug 2026 03:27:43 +0000 https://thestandard.co/parit-senator-election-evidence/ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน กำลังแถลงข่าวพร้อมหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประช […]

The post พริษฐ์เปิดหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว. สรชาติ-พรเพิ่ม ตรงตามโพย ย้ำเดินหน้าตรวจสอบต่อแม้ถูกรองนายกฯ ฟ้องหมิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน กำลังแถลงข่าวพร้อมหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยหลักฐานใหม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงในการลงคะแนนระหว่าง สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม และ พรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

 

พร้อมประกาศยืนยันการเดินหน้าตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ต่อไป แม้จะถูกทนายความรับมอบอำนาจจาก ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทที่จังหวัดบึงกาฬเมื่อวันที่ผ่านมา

 

พริษฐ์ชี้ว่า การดำเนินคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการนำเสนอคำให้การของพยานบุคคลชื่อ ‘สนั่นชัย’ จากจังหวัดหนองบัวลำภูบนเวทีวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเปิดเผยว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดตั้งผู้สมัคร สว. ที่มีสรชาติเป็นผู้นำ

 

โดยพยานอ้างว่าได้ยินสรชาติโทรศัพท์รายงานข้อมูลรายชื่อผู้สมัครต่อทรงศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาต่อมาสรชาติได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชน โดยยอมรับว่าเป็นเพื่อนกับนายทรงศักดิ์และมีการโทรศัพท์พูดคุยกันจริงในช่วงการเลือก สว. แต่ปฏิเสธการสนทนาเรื่องการเลือก สว. และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตใดๆ

 

พริษฐ์ระบุว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นประเด็นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ตามกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ได้นำเสนอหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างสรชาติกับผู้สมัคร สว. จากจังหวัดหนองบัวลำภูอย่างน้อย 7 คน รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์

 

ล่าสุดได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากบัตรลงคะแนนเลือกระดับประเทศรอบสุดท้าย ซึ่งแสดงความเชื่อมโยงระหว่างสรชาติและพรเพิ่ม ซึ่งเป็นพี่ชายของทรงศักดิ์

 

ในการเลือก สว. ระดับประเทศรอบสุดท้ายของกลุ่ม 13

 

  • สรชาติ หมายเลข 111 ได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 66 คะแนน
  • พรเพิ่ม หมายเลข 65 ได้รับเลือกเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนน 60 คะแนน

 

ข้อมูลการตรวจสอบบัตรลงคะแนนเบื้องต้นพบว่ามีผู้สมัครจำนวน 44 คนที่ลงคะแนนให้กับทั้งสรชาติและพรเพิ่มพร้อมกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 67 ของคะแนนรวมที่สรชาติได้รับ และร้อยละ 73 ของคะแนนรวมที่พรเพิ่มได้รับ

 

ข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทำโพยใบสั่งที่ถูกรวบรวมมาได้

 

แสดงให้เห็นว่าหมายเลขผู้สมัครของทั้งสองคนปรากฏคู่กันในโพยหลายฉบับ โดยการเลือกรอบสุดท้ายเป็นการเลือกไขว้ที่ผู้สมัครสามารถเลือกได้กลุ่มละ 5 คน ข้อมูลโพยที่พบแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่

 

  • โพยรูปแบบ A ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 1
  • โพยรูปแบบ B ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 9
  • โพยรูปแบบ C ระบุหมายเลข 65, 111, 36, 123 และ 39
  • โพยรูปแบบ D ระบุหมายเลข 65, 111, 123, 1 และ 9

 

จากการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างโพยกับบัตรลงคะแนนพบว่า มีบัตรที่ลงคะแนนตรงตามหมายเลขในโพยรูปแบบ A จำนวน 11 ใบ โดยมี 8 ใบที่เรียงลำดับหมายเลขตรงตามโพยทุกประการ

 

สำหรับโพยรูปแบบ B มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 9 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 7 ใบ

 

ส่วนโพยรูปแบบ C มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 5 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 4 ใบ

 

ขณะที่โพยรูปแบบ D มีบัตรลงคะแนนตรงตามหมายเลข 5 ใบ และเรียงลำดับตรงตามโพย 3 ใบ

 

ในตอนท้าย พริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าชุดข้อมูลหลักฐานทั้งหมดเพียงพอที่จะถือเป็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีกระบวนการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่

 

พร้อมทั้งระบุถึงความรับผิดชอบของ กกต. ตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่กำหนดให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด โดยไม่ต้องรอให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นข้อสงสัยในชั้นของ กกต.

The post พริษฐ์เปิดหลักฐานบัตรลงคะแนนเลือก สว. สรชาติ-พรเพิ่ม ตรงตามโพย ย้ำเดินหน้าตรวจสอบต่อแม้ถูกรองนายกฯ ฟ้องหมิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว.อังคณา แจ้งความ สน.บางยี่เรือ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุกกระแสคุกคามถึงชีวิต ย้ำไม่เคยโพสต์ถึงเหตุยิงทหารพราน 5 นาย ที่นราธิวาส https://thestandard.co/angkhana-neelapaijit-fake-news-threats/ Fri, 31 Jul 2026 04:58:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1236710 สว.อังคณา นีละไพจิตร ขณะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ

วันนี้ (31 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ อังคณ […]

The post สว.อังคณา แจ้งความ สน.บางยี่เรือ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุกกระแสคุกคามถึงชีวิต ย้ำไม่เคยโพสต์ถึงเหตุยิงทหารพราน 5 นาย ที่นราธิวาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว.อังคณา นีละไพจิตร ขณะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ

วันนี้ (31 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลและเพจบนสื่อสังคมออนไลน์หลายแห่ง ที่ร่วมกันบิดเบือนข้อมูล เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ และปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) จนนำไปสู่การคุกคามความปลอดภัยและชีวิต

ดูภาพข่าว 

อังคณาเปิดเผยว่า การเดินทางมาแจ้งความในวันนี้ สืบเนื่องมาจากมีผู้ตัดต่อและนำข้อความเท็จที่ตนไม่ได้พูด ไปเผยแพร่และแชร์ต่อในโลกออนไลน์ โดยอ้างว่าตนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย รวมถึงพลเรือนและเด็กได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ความจริง ตนไม่ได้แสดงความคิดเห็นหรือโพสต์ข้อความใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเลย ทั้งในพื้นที่สาธารณะหรือในโซเชียลมีเดียส่วนตัว

 

“กังวลมากว่าคำพูดที่มาจากความเกลียดชัง อาจนำไปสู่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง การโดนบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างข่าวปลอมเช่นนี้ ส่งผลกระทบตรงต่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และด้อยค่า ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ตนมักตกเป็นเป้าโจมตีฉกรรจ์เป็นคนแรกๆ เสมอ แม้เคยฟ้องแพ่งชนะคดี IO ของ กอ.รมน. มาแล้วก็ตาม” อังคณากล่าว

 

อังคณาระบุต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการแจ้งความคืบหน้า วันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.บางยี่เรือ ซึ่งเป็นท้องที่ตามภูมิลำเนา โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาต้นตอผู้สร้างและส่งต่อข้อมูลเท็จ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, หมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง, การคุกคาม และการสร้างความเกลียดชัง พร้อมตั้งคำถามถึงหน่วยงานรัฐที่ดูแลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ถึงมาตรการในการป้องกันการคุกคามออนไลน์เพื่อคุ้มครองประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง

 

อังคณายอมรับว่า กังวลเรื่องการบิดเบือนคำพูด ซึ่งอาจสร้างความเกลียดชังเพิ่มขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง ที่ผ่านมา กอ.รมน. มีอำนาจเต็มในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ และหน่วยงานรัฐมีหน้าที่แก้ไขปัญหา ในฐานะคนที่ทำงานด้านหลักสิทธิมนุษยชนตั้งแต่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และทำงานในพื้นที่มานาน ขอยืนยันว่าครั้งนี้ตนไม่ได้แสดงความคิดเห็น แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุในพื้นที่ ตนมักถูกพุ่งเป้าโจมตี คนที่ไม่ติดตามข่าวอาจเข้าใจผิดว่าตนพูดเช่นนั้นจริง จึงกังวลอย่างมากว่าคำพูดจากความเกลียดชังอาจนำไปสู่อาชญากรรม

 

นอกจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และด้อยค่า ซึ่งที่ผ่านมาเคยฟ้องคดีแพ่งกับ กอ.รมน. มาแล้ว และศาลมีคำพิพากษาว่า กอ.รมน. มีการทำ IO จริง รวมถึงเคยไปยื่นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบความคืบหน้า และยังคงถูกคุกคามมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น ตนจะเป็นคนแรกที่ตกเป็นเป้าหมายทุกครั้ง

 

ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงกล่าวพาดพิงมาถึงตนจากกรณีดังกล่าว อังคณากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ และสงสัยว่านำข้อมูลมาจากไหน ได้ตรวจสอบก่อนแสดงความคิดเห็นหรือไม่ เพราะทำให้เกิดการแชร์ต่ออย่างแพร่หลาย ซึ่งมองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง จึงอยากให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งดำเนินการ เพราะผู้คุกคามยังไม่หยุดการกระทำ

 

“จริงๆ ดิฉันไม่ใช่คนที่อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะไปฟ้องร้อง แต่คราวนี้ค่อนข้างกังวล เพราะมีการเรียกร้องให้วิสามัญฆาตกรรม หรืออุ้มฆ่า” อังคณากล่าว

 

อังคณากล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเคยไปยื่นเรื่องกรณีถูกคุกคามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำให้มาแจ้งความที่ สน. ท้องที่ก่อน หากเกินกำลังจึงจะขอความร่วมมือไปยัง บก.ปอท. ซึ่งหลังจากแจ้งความวันนี้คงจะได้เข้าพบ บก.ปอท. อีกครั้ง พร้อมตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมากระทรวงดีอีได้ทำอะไรเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไปแล้วบ้าง

 

 

สว.อังคณา นีละไพจิตร ขณะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ 1สว.อังคณา นีละไพจิตร ขณะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ 2สว.อังคณา นีละไพจิตร ขณะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ 3สว.อังคณา นีละไพจิตร ขณะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ 4

The post สว.อังคณา แจ้งความ สน.บางยี่เรือ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุกกระแสคุกคามถึงชีวิต ย้ำไม่เคยโพสต์ถึงเหตุยิงทหารพราน 5 นาย ที่นราธิวาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว.สมพาน แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ ข้อหาหมิ่นประมาท ปมชี้คุณสมบัติสมัคร สว. ย้ำเชื่อคำวินิจฉัย กกต. มากกว่า ‘iLaw’ https://thestandard.co/sompan-sues-yingcheep-ilaw-defamation/ Fri, 31 Jul 2026 02:17:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1236647 สว.สมพาน พละศักดิ์ ขณะให้สัมภาษณ์หรือแจ้งความดำเนินคดี

วานนี้ (30 กรกฎาคม) สมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) […]

The post สว.สมพาน แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ ข้อหาหมิ่นประมาท ปมชี้คุณสมบัติสมัคร สว. ย้ำเชื่อคำวินิจฉัย กกต. มากกว่า ‘iLaw’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว.สมพาน พละศักดิ์ ขณะให้สัมภาษณ์หรือแจ้งความดำเนินคดี

วานนี้ (30 กรกฎาคม) สมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดอำนาจเจริญ กลุ่ม 10 เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ เพื่อดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และผู้เกี่ยวข้อง จากกรณีโพสต์ข้อความผ่าน Facebook วิจารณ์คุณสมบัติการสมัคร สว. ของตน

 

สมพานระบุว่า การโพสต์ดังกล่าวทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าตนขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภา ทั้งที่การสมัครได้ผ่านการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติตามกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว อีกทั้ง กกต. ยังมีคำวินิจฉัยยกคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของตนตามคำวินิจฉัยที่ 17/2568 ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ สว. ได้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

 

สมพานกล่าวว่า ในฐานะที่ยิ่งชีพเป็นนักกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไม่ควรใช้การตีความในลักษณะ ‘หลัก iLaw’ หรือ ‘หลักกฎหมายของฉัน’ แทนหลักกฎหมายที่ กกต. ใช้พิจารณา โดยยังอ้างถึงกรณีคำวินิจฉัย กกต. ที่ 706/2568 ซึ่งยกคำร้องอีกคดีที่ผู้ร้องอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ iLaw เช่นกัน

 

สำหรับประเด็นการสมัคร สมพานยืนยันว่าประกอบกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว ‘บิ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา’ และไม่ได้สมัครในฐานะผู้ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่มะระตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่าการที่ยิ่งชีพแสดงความเห็นว่าเชื่อมั่น 97% ว่าตนสมัครผิดกลุ่มนั้น เป็นการแสดงความเห็นแทนองค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัยตามกฎหมาย

 

สมพานระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ครอบครัว การประกอบอาชีพ และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา จึงตัดสินใจดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิของตน พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การฟ้องปิดปากผู้วิจารณ์

 

ช่วงท้าย สมพานกล่าวเชิงตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับยิ่งชีพและคณะ เพราะต้องปิดร้านมาปฏิบัติหน้าที่ สว. พร้อมย้ำว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวของตนเป็นร้านขนาดเล็ก ไม่มีลูกจ้าง 200 คน และไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากได้เหมือนห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ แดง กองมา สมาชิกวุฒิสภาอีก 1 ราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติการสมัครสมาชิกวุฒิสภาเช่นเดียวกัน

The post สว.สมพาน แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ ข้อหาหมิ่นประมาท ปมชี้คุณสมบัติสมัคร สว. ย้ำเชื่อคำวินิจฉัย กกต. มากกว่า ‘iLaw’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แดง กองมา’ แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ แล้ว รธน.เปิดโอกาส แม่ค้าขายหมูเป็นสว. แต่ถูกด้อยค่าไม่หยุด https://thestandard.co/daeng-kongma-yingcheep-defamation/ Fri, 31 Jul 2026 01:43:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1236639 แดง กองมา สมาชิกวุฒิสภา ขณะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ

วานนี้ (30 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จั […]

The post ‘แดง กองมา’ แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ แล้ว รธน.เปิดโอกาส แม่ค้าขายหมูเป็นสว. แต่ถูกด้อยค่าไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แดง กองมา สมาชิกวุฒิสภา ขณะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ

วานนี้ (30 กรกฎาคม) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ แดง กองมา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 10 (กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ตามกฏหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน) เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และผู้เกี่ยวข้อง

 

แดง ระบุว่า จากกรณีที่นายยิ่งชีพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Yingcheep Atchanont’ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เป็นการกล่าวหาใส่ความยืนยันข้อเท็จจริงซึ่งทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าการเขียนใบสมัครว่าเป็นแม่ค้าขายหมูหน้าเขียง เป็นการแสดงข้อมูลในใบสมัครหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบการสมัครอันเป็นเท็จ ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภากลุ่ม 10 โดยเป็นการสมัครผิดกลุ่ม ซึ่งสื่อความหมายไปในลักษณะใส่ความว่าตนขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการวินิจฉัยแล้วว่าตนมิใช่ผู้ขาดคุณสมบัติตามที่ยิ่งชีพกล่าวหาแต่อย่างใด

 

แดง ระบุอีกว่า ยิ่งชีพ ยังบิดเบือนข้อกฎหมาย โดยการโพสต์ข้อความว่า ‘กลุ่ม 10 คือ กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่า SMEs ตามนิยามของกฎหมาย แปลว่าต้องมีลูกจ้างมากกว่า 200 คน…’ เพื่อมาจับผิดตน ซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขกฎหมายขึ้นมาเอง การกระทำของยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย ต้องยึดหลักการที่ว่า ‘ไม่มีกฎหมายบัญญัติ ย่อมไม่เป็นความผิด’

 

นอกจากนี้ ยังมีการชี้เป้า ปลุกระดม และคุกคามสิทธิส่วนบุคคล โดยโพสต์ข้อความว่า ‘ฝากถ่ายรูปไว้ให้ดูกันบ้างนะครับ’ เป็นการปลุกระดมชักชวนให้กลุ่มเห็นต่างทางการเมือง หรือสนับสนุนการกระทำของกลุ่มไอลอว์ ให้คุกคามการใช้ชีวิตของตน จึงถือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง อีกทั้งมีการเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์ ต่างๆ โดยที่มีคนเข้ามาดูแล้วคอมเมนต์ด่าทอ ส่งผลให้ตนและวงศ์ตระกูลได้รับความอับอายและถูกเกลียดชังในสังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งการปลุกระดมให้คนในพื้นที่คอยจับตาหรือถ่ายรูป ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัวต่อความไม่ปลอดภัย และเดือดร้อนในการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ สว.

 

“ดิฉันเหมือนถูกด้อยค่าในอาชีพแม่ค้าขายหมูซึ่งเป็นอาชีพสุจริต ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เรียนน้อยหรือจบสูง ให้เข้ามาเป็น สว.ได้ แต่วันแรกๆ ที่เข้าสภา ดิฉันก็ถูกเพื่อน สว.พูดกระทบ ผ่านมา 2 ปีก็ยังถูกยิ่งชีพนำเอาเรื่องคุณสมบัติซึ่งจบไปแล้วมาดูหมิ่นดิฉันอีกครั้งจนเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง ดิฉันจึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับยิ่งชีพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด“

 

“อย่างไรก็ตาม หากยิ่งชีพคงคิดว่าตัวเองทำถูก เพราะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นแสดงความรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่รู้ว่า กกต.วินิจฉัยคุณสมบัติของดิฉันและเผยแพร่เอกสารทางเว็บไซต์แล้ว แม่ค้าขายหมูคนนี้จึงอยากขอให้ยิ่งชีพลดอัตตาลงบ้าง จะได้เลิกเป็นคนจมไม่ลง” แดง กล่าว

The post ‘แดง กองมา’ แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ แล้ว รธน.เปิดโอกาส แม่ค้าขายหมูเป็นสว. แต่ถูกด้อยค่าไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ตั้งข้อสังเกต กกต. ตีตกคำร้องผู้สมัคร สว. บุรีรัมย์ กรอกข้อมูลผิด อ้างลืมเอาแว่นมา https://thestandard.co/parit-ect-senator-buriram-glasses/ Thu, 30 Jul 2026 11:26:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1236592 พริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข่าวเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของ กกต. กรณีผู้สมัคร สว. บุรีรัมย์

พริษฐ์เปิดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กร […]

The post พริษฐ์ตั้งข้อสังเกต กกต. ตีตกคำร้องผู้สมัคร สว. บุรีรัมย์ กรอกข้อมูลผิด อ้างลืมเอาแว่นมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ แถลงข่าวเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของ กกต. กรณีผู้สมัคร สว. บุรีรัมย์

พริษฐ์เปิดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลงนามรับรองข้อมูลประวัติในเอกสารแนะนำตัวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ได้สวมแว่นตาขณะลงนาม ซึ่ง กกต. มีมติว่าไม่มีการกระทำผิด

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน นำเสนอข้อมูลการวิเคราะห์คำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 251/2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของ ปราณีต เกรัมย์ สว. กลุ่ม 16 จากจังหวัดบุรีรัมย์

 

สำหรับกรณีของปราณีต ข้อร้องเรียนเกิดจากการระบุข้อมูลในใบสมัครและเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร หรือ สว. 3 ว่าเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527 ถึง 2547 เมื่อคำนวณจากอายุของนายปราณีตที่ลงสมัครในวัย 61 ปี ในปี 2567 หมายความว่าในช่วงปี 2527 ถึง 2547 ปราณีตมีอายุระหว่าง 21 ถึง 41 ปี ในขณะที่ข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนดให้นักกีฬาอาวุโสต้องมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

 

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านายปราณีตไม่สามารถเป็นนักกีฬาอาวุโสได้ตลอดห้วงเวลาที่ระบุไว้ในเอกสาร และหากพิจารณาประสบการณ์ในฐานะนักกีฬาอาวุโสเพียงอย่างเดียว ปราณีตจะมีประสบการณ์สูงสุดเพียง 6 ปี คือช่วงอายุ 35 ถึง 41 ปี ระหว่างปี 2541 ถึง 2547 ซึ่งไม่ครบ 10 ปีตามเกณฑ์คุณสมบัติของผู้สมัคร

 

ในกระบวนการไต่สวน ปราณีตชี้แจงประเด็นระยะเวลาประสบการณ์ว่า ตนมีประสบการณ์เป็นนักฟุตบอลเกิน 10 ปี โดยเริ่มแข่งขันระดับตำบลตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้รับการคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลของกองพันระหว่างรับราชการทหารในปี 2527 ก่อนจะแข่งขันระดับตำบลและอำเภอต่อเนื่องถึงปี 2547 ซึ่งคำวินิจฉัยของ กกต. ได้อ้างอิงการไต่สวนพยานบุคคลที่ร่วมแข่งขันฟุตบอลกับปราณีตประกอบด้วย

 

ส่วนประเด็นความคลาดเคลื่อนของข้อมูลในเอกสาร ปราณีตให้การว่าตนไม่ได้เป็นผู้เขียนใบสมัครและเอกสารแนะนำตัวด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีบอกกล่าวให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้บันทึกข้อมูล โดยยืนยันว่าได้แจ้งเพียงว่าเป็นนักฟุตบอลตั้งแต่ปี 2527 ถึง 2547 แต่เจ้าหน้าที่ได้เติมคำว่าอาวุโสลงไปเอง

 

สำหรับการลงนามรับรองเอกสารที่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนนั้น ปราณีตอ้างว่าไม่ได้นำแว่นตามาด้วย จึงลงนามรับรองความถูกต้องไปโดยไม่ได้เห็นข้อความที่คลาดเคลื่อน

 

แม้จะมีเจ้าหน้าที่ผู้บันทึกข้อมูลมาให้การเป็นพยานว่าตนเป็นผู้เติมคำว่าอาวุโสลงไปเองจากการพูดคุยกับผู้สมัคร แต่พริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่เจ้าหน้าที่จะเติมข้อความใดลงไปโดยไม่ใช่ความประสงค์ของผู้สมัครเป็นเรื่องที่น่าสงสัย และเอกสารดังกล่าวต้องถูกตรวจสอบพร้อมลงชื่อรับรองความถูกต้องโดยผู้สมัครอยู่ดี

 

การที่ กกต. วินิจฉัยว่าไม่มีการกระทำผิดและยอมรับความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้สังคมเกิดคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยเฉพาะเมื่อนำไปพิจารณาร่วมกับคำวินิจฉัยคุณสมบัติในกรณีอื่นๆ

 

ท้ายนี้ พริษฐ์ได้ขอให้ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครรายอื่นที่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนในเอกสาร สว. 3 แต่ กกต. มีคำวินิจฉัยในลักษณะที่แตกต่างออกไป นำส่งข้อมูลเข้ามาเพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป

 

สำหรับ ปราณีต เกรัมย์ ปัจจุบันเป็น สว. จากจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 6 ได้ 54 คะแนนในกลุ่มที่ 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา ในเอกสารแนะนำตัวระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์เป็น ‘นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส’ ในช่วงปี 2527-2547 และเป็นอดีตคนขับรถของ ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย

The post พริษฐ์ตั้งข้อสังเกต กกต. ตีตกคำร้องผู้สมัคร สว. บุรีรัมย์ กรอกข้อมูลผิด อ้างลืมเอาแว่นมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวีเสนอ กกต. ยึดหลัก “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” เพียงพอแล้วในการส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกา https://thestandard.co/tawee-ec-senate-rigging-supreme-court/ Thu, 30 Jul 2026 08:19:03 +0000 https://thestandard.co/tawee-ec-senate-rigging-supreme-court/ ภาพ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชา […]

The post ทวีเสนอ กกต. ยึดหลัก “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” เพียงพอแล้วในการส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยแพร่ข้อความระบุถึงความคืบหน้าของคดีฮั้ว สว. ซึ่งอยู่ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาสำนวนคดีว่าจะส่งให้ศาลฎีกาหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

 

พ.ต.อ. ทวีชี้ว่า การตัดสินใจของ กกต. ในครั้งนี้มิได้มีผลเฉพาะต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น หากยังเป็นบททดสอบสำคัญของหลักนิติธรรม ความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ และความศรัทธาของประชาชนต่อหลักนิติธรรมของประเทศ ซึ่งการพิจารณาทางกฎหมายมหาชนและประสบการณ์ส่วนตัวจากคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยที่ 1/2569) มีข้อเสนอ ดังนี้

 

  • กกต. เป็นองค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 215 กำหนดให้องค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักนิติธรรม ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ

 

ความเป็น ‘องค์กรอิสระ’ จึงมิใช่อำนาจที่จะใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ หรือเบี่ยงเบนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใด หากแต่หมายถึงความเป็นอิสระจากการครอบงำทางการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะและความยุติธรรมของบ้านเมือง

 

  • สิ่งที่สร้างความกังวลแก่สังคม คือข้อเท็จจริงตามลำดับเวลาที่ปรากฏว่า ขณะที่ สว. 138 คน กำลังถูกไต่สวนในคดีทุจริตการเลือกตั้ง วุฒิสภาชุดเดียวกันกลับเป็นผู้ลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. จำนวน 5 ใน 7 คน เข้าดำรงตำแหน่ง ได้แก่
  • ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ แม้ครบวาระแล้ว แต่เมื่อวุฒิสภาไม่เห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาใหม่ จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
  • กรรมการ กกต. อีก 4 คน ประกอบด้วย ณรงค์ กลั่นวารินทร์, อนันต์ สุวรรณรัตน์, ณรงค์ รักร้อย และ จิรุตม์ วิศาลจิตร ต่างได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน

 

ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมทำให้วิญญูชนตั้งคำถามได้ว่า การพิจารณาคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเคยมีบทบาทในการลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. จะสามารถดำเนินไปโดยปราศจากอคติหรือความผูกพันทางใจได้เพียงใด แม้ไม่มีการกระทำที่ไม่ชอบเกิดขึ้นก็ตาม ความเชื่อมั่นของสาธารณชนย่อมได้รับผลกระทบจากภาพแห่งความขัดกันของผลประโยชน์ดังกล่าว

 

  • พฤติการณ์ที่เป็นข้อกังขาของสังคมที่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ตอบแทนบุญคุณมากกว่าความถูกต้อง และการเอื้อประโยชน์เปิดประตูให้ทำการทุจริต อาทิ
  • ระเบียบ กกต. ข้อ 122 ที่กำหนดให้ใช้หมายเลขผู้สมัครเดียวกันทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการลงคะแนนแบบจัดตั้งหรือ ‘โหวตล็อก’ อันกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับตามมาตรา 33
  • ขบวนการบล็อก หรือให้ลงคะแนนตามโพย จนผลการเลือกตั้งมีลักษณะผิดธรรมชาติ แต่เลือกตามโพย โดยผู้ได้รับเลือกเป็น สว. 138 คน มีคะแนนกระจุกตัวอยู่ในช่วงประมาณ 50–79 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครอีกจำนวนมากมีคะแนนอยู่เพียงประมาณ 20–28 คะแนน
  • การแต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 มาพิจารณายกคำร้อง ทั้งที่อนุกรรมการชุดที่ 26 เป็นผู้ไต่สวนโดยตรง
  • การปรับผลการประเมินเลขาธิการ กกต. จาก “ไม่ผ่าน” เป็น “ผ่าน”
  • การไม่รับสำนวนการสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทั้งที่มีการกล่าวอ้างว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน

 

ฯลฯ

 

ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นประเด็นที่สังคมเรียกร้องให้มีการอธิบายอย่างชัดเจนและโปร่งใส เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง

 

  • “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” คือมาตรฐานทางกฎหมายที่ กกต. ต้องยึดถือ

 

พ.ต.อ. ทวียกว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 บัญญัติว่า หากมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการกระทำอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

 

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2569 (หน้า 19) ซึ่งอ้างอิงรายงานการประชุมของวุฒิสภาในชั้นพิจารณาร่างกฎหมาย ได้อธิบายเจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้ไว้อย่างชัดเจนว่า การพิจารณาของ กกต. ใช้มาตรฐานทางกฎหมายมหาชน มิใช่มาตรฐานการพิสูจน์ในคดีอาญาที่ต้องพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยอันสมควร

 

กล่าวคือ หากมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ทำให้วิญญูชนเห็นได้อย่างมีเหตุผลว่าน่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิด ก็เพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยต่อไป

 

เมื่อเทียบเคียงกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 ซึ่งศาลสามารถออกหมายจับได้โดยอาศัยเพียง “หลักฐานตามสมควร” การใช้มาตรฐาน “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ตามมาตรา 62 จึงมิใช่มาตรฐานที่สูงกว่านั้น

 

หากเป็นจริงตามที่มีการกล่าวอ้างว่าสำนวนคดีมีเอกสารกว่า 80,000 แผ่น พร้อมพยานหลักฐานด้านนิติคณิตศาสตร์และข้อมูลอื่นประกอบแล้ว ประเด็นสำคัญจึงมิใช่ว่าจะพิสูจน์ความผิดจนสิ้นข้อสงสัยได้หรือไม่ เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของศาลฎีกา หากแต่เป็นการพิจารณาว่าได้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

 

  • หลักกฎหมายมหาชนกำหนดให้การใช้อำนาจรัฐต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน และต้องรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

 

ภายใต้ข้อเท็จจริงและข้อกังวลที่เกิดขึ้น ทางออกที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมมากที่สุด คือการที่ กกต. ใช้อำนาจตามมาตรา 62 ยื่นคำร้องและส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยคดี

 

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในคดีลักษณะนี้ การส่งเรื่องให้ศาลจึงมิใช่การตัดสินว่าผู้ใดมีความผิด หากเป็นการเปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

 

ท้ายที่สุด สิ่งที่สังคมไทยต้องการคือคำวินิจฉัยที่ยุติธรรมตามความเป็นจริงและกฎหมาย ความไม่ยุติธรรมในกระบวนการเลือกตั้ง คือภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมที่นำไปสู่การขัดแย้งแตกแยกในสังคมโดยส่วนรวม

The post ทวีเสนอ กกต. ยึดหลัก “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” เพียงพอแล้วในการส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เปิดทางศุภชัย เดินหน้าร้อง กกต. เอาผิด สว.ส้ม หากเข้าข่ายฮั้ว https://thestandard.co/anutin-greenlight-supachai-ec-senators/ Thu, 30 Jul 2026 03:10:26 +0000 https://thestandard.co/anutin-greenlight-supachai-ec-senators/ ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.10 น. อนุท […]

The post อนุทิน เปิดทางศุภชัย เดินหน้าร้อง กกต. เอาผิด สว.ส้ม หากเข้าข่ายฮั้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.10 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ สว. กลุ่มประชาชน ที่มีการจัดเลี้ยงว่าเข้าข่ายฮั้ว สว. หรือไม่ โดยเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ ว่า เป็นการทำหน้าที่ของศุภชัยในฐานะผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย

 

เมื่อถามว่า หากเห็นว่ามีช่องทางว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จะไฟเขียวให้ดำเนินการใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของศุภชัยที่จะต้องทำให้ความถูกต้องเกิดขึ้น เพราะหากมีคดีความต่าง ๆ ขึ้นมา พรรคที่ท่านรับผิดชอบ รวมถึงสถานะของสมาชิกพรรค จะต้องได้รับการปกป้อง จึงต้องชี้แจงสิ่งที่เป็นความจริงให้ประชาชนทราบ เราเปิดเผยทุกอย่าง รัฐบาลนี้เปิดเผยทุกอย่างหมดอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวยังบอกเลยว่าตนพูดมากเกินไปด้วยซ้ำ เพราะตนเปิดเผย

 

เมื่อถามว่า จุดตัดของเรื่องนี้อยู่ที่เส้นเงินใช่หรือไม่ หากสุดท้ายไม่สามารถเชื่อมโยงถึงนักการเมืองและรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย 9 คน ที่ถูกกล่าวหา ก็อาจไม่มีความผิดใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีอยู่ในกระบวนการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนก็ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี เพราะฉะนั้น ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตน เพราะพอพูดออกไปอาจเสียรูปคดี ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมผ่านองค์กรใดก็ตาม ทุกอย่างกำลังเดินหน้า เราเคารพกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร

The post อนุทิน เปิดทางศุภชัย เดินหน้าร้อง กกต. เอาผิด สว.ส้ม หากเข้าข่ายฮั้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรศิษฎ์ เผยพ่อเตรียมฟ้องพยาน ฮั้ว สว. หลังอ้าง ถ้าฮั้วสำเร็จลูกจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล ท้ามีหลักฐานจริงให้ส่งเจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/worrasit-father-sue-senate-collusion/ Thu, 30 Jul 2026 02:16:21 +0000 https://thestandard.co/worrasit-father-sue-senate-collusion/ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล วรศิษฎ์ เลียงประสิ […]

The post วรศิษฎ์ เผยพ่อเตรียมฟ้องพยาน ฮั้ว สว. หลังอ้าง ถ้าฮั้วสำเร็จลูกจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล ท้ามีหลักฐานจริงให้ส่งเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงพยานในคดีฮั้ว สว. พาดพิง สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของตน ว่าถ้าหากเลือก สว. ตามสูตรนี้สำเร็จ ลูกตนจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล โดยวรศิษฎ์ถามกลับว่า ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ หลังจากนี้ผู้ที่ถูกพาดพิงก็คือคุณพ่อ จะไปแจ้งความ เพราะหากมีการพูดแบบนี้ มันไม่ยุติธรรมสำหรับตนเองและคุณพ่อ

 

เมื่อถามว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ วรศิษฎ์เผยว่า ตนไม่ทราบเหตุผล แต่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่มีความพยายามในการสร้างขึ้นมา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือจะเป็นเรื่องอื่น ตนก็ไม่ทราบ

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าหลักฐานที่เปิดมามีเพียง 5% ที่เหลืออีก 95% มีจริงหรือไม่ หรือแค่พูดขึ้นมาลอยๆ วรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องไปถามเขา และในความเป็นจริงเรื่องนี้ปีกว่าแล้ว ทุกอย่างทำมาเสร็จแล้ว และถ้าหากมีหลักฐานจริง ไม่ต้องเอามาให้ตนหรือให้สื่อ ให้นำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่าคดีเรื่องฮั้ว สว. เป็นการสร้างวาทกรรมทางการเมืองใช่หรือไม่ วรศิษฎ์กล่าวว่า ก็มีคนทำมาตลอด

 

เมื่อถามย้ำอีกว่าได้คุยกับคุณพ่อแล้วหรือไม่ วรศิษฎ์ระบุว่า ก็พูดคุยกันอยู่ แต่ว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

 

เมื่อถามย้ำว่าทางด้านฝ่ายค้านต้องการให้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น หากมีข้อมูลจริงยอมหน้าหงายนั้น วรศิษฎ์ย้อนถามกลับว่า “พูดอะไร ในเมื่อยังไม่เคยเกิดขึ้น เรื่องไม่ได้เป็นแบบนั้น แค่นั้นเอง”

The post วรศิษฎ์ เผยพ่อเตรียมฟ้องพยาน ฮั้ว สว. หลังอ้าง ถ้าฮั้วสำเร็จลูกจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล ท้ามีหลักฐานจริงให้ส่งเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะเส้นเงินเลือก สว. เส้นแบ่ง ‘ฮั้ว’ กับ ‘โกง’ https://thestandard.co/senate-election-money-trail/ Wed, 29 Jul 2026 08:38:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1236156 ภาพบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สว. พร้อมข้อความ 'เจาะเส้นเงินเลือก สว. เส้นแบ่ง ‘ฮั้ว’ กับ ‘โกง’'

ความขัดแย้งและข้อสงสัยเรื่องการทุจริตลงคะแนนเลือกสมาชิก […]

The post เจาะเส้นเงินเลือก สว. เส้นแบ่ง ‘ฮั้ว’ กับ ‘โกง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สว. พร้อมข้อความ 'เจาะเส้นเงินเลือก สว. เส้นแบ่ง ‘ฮั้ว’ กับ ‘โกง’'

ความขัดแย้งและข้อสงสัยเรื่องการทุจริตลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมดิสเครดิตทางการเมือง แต่คือวิกฤตเชิงโครงสร้างที่กำลังสั่นคลอนหลักนิติรัฐและเสถียรภาพของประเทศไทย เพราะ สว. มีอำนาจชี้ขาดในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ, ศาลรัฐธรรมนูญ และการกลั่นกรองกฎหมาย 

 

 
 

หากมองแก่นแท้ของคดีการเลือกตั้ง สว. นี้ คงอยู่ที่ “เส้นทางการเงิน” ซึ่งเป็น “เส้นแบ่ง” ระหว่างคำว่า ‘ฮั้ว’ (การจัดตั้ง/หาเสียง) กับ ‘โกง’ (การซื้อเสียง/ทุจริต) 

 

รายการ THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดยอ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ ได้เจาะเรื่องราวดังกล่าว ผ่านผู้สมัครเลือกตั้ง สว., สว.กลุ่มสำรอง, มุมมองจากนักวิชาการ ที่เห็นความผิดปกติในการเลือกตั้ง สว. ปี 67 รวมถึงฝั่งผู้ถูกกล่าวหา

 

‘ฮั้ว’ หรือ ‘โกง’ เส้นแบ่งที่ทับซ้อนในระบบเลือกปิด

 

ในระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) การหาเสียงกับการซื้อเสียงมีเส้นแบ่งที่ชัดเจน แต่กติกาการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นระบบปิด (ผู้สมัครเลือกกันเองภายในและข้ามกลุ่ม) ได้สร้างพื้นที่ทับซ้อนทางกฎหมายขึ้นมา

 

  • มุมมอง ‘การฮั้ว’: พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปสภา) ฝั่งผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ตราบใดที่ไม่มีการจ่ายทรัพย์สินแลกเปลี่ยน ก็ถือเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้ ศาลคดีอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาไว้แล้วว่าการนำโพยหรือเอกสารที่เป็น สว.3 ใดๆเข้าไปในวันเลือกตั้งไม่เป็นความผิด หากมีพิรุธหรือฮั้วจริง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ถึง 2 ปี
  • มุมมอง ‘การโกง’: พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และฝั่งผู้ร้องเรียน กล่าวว่า กระบวนการนี้ล้ำเส้นไปสู่การ “โกง” ตั้งแต่มีการมอบเงิน, ค่าตอบแทน, ที่พัก, การจองตั๋วเดินทาง รวมถึงการบังคับเซ็นใบลาออกล่วงหน้าเพื่อแลกกับคะแนนโหวต ซึ่งเข้าข่ายการทุจริตเพื่อครอบงำสภาสูง

 

พยาน สว. ขยี้หลักฐาน ‘พฤติการณ์จัดตั้ง-ซองเงินสด-เส้นเงินโอน’

 

  • สมนึก สุชัยธนาวนิช ผู้สมัคร สว. กลุ่มที่ 4 กลุ่มสาธารณสุข จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ถูกประสานให้ไปพบผู้ใหญ่ระดับที่ปรึกษารัฐมนตรีที่โรงแรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยถูกยื่นเงื่อนไขให้ “เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่” และถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไว้ เพื่อแลกกับฐานเสียงจัดตั้งกว่า 1,000 คน ใน 40 จังหวัด อีกทั้งยังถูกสั่งทำโพย โดยให้ใช้ด้านหลังของเอกสาร สว.3  ด้วยลายมือตนเอง และมีการปลุกผู้สมัครมาแก้โพยกลางดึกเวลา 02.00 น. ก่อนวันเลือกจริง 
  • พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผู้สมัคร สว. กลุ่มที่ 15 กลุ่มผู้สูงอายุฯ จ.ภูเก็ต (อดีตข้าราชการตำรวจ) ระบุว่า ได้รับการติดต่อให้ยกเลิกตั๋วเครื่องบินเดิมที่จองไว้ แล้วมีทีมงานจัดการจองตั๋วให้ใหม่ พาไปลงเรือท่องเที่ยว และจัดที่พักโรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์ อินน์ และแกรนด์ ธารา ให้ฟรีทั้งหมด ต่อมาเช้าวันที่ 25 มิถุนายน 2567 มีทีมงานนำซองเงินสด 10,000 บาท พร้อมเอกสารเซ็นรับเงินมามอบให้ถึงห้องพัก ซึ่งตนเห็นว่าเข้าข่ายการทุจริตและเสี่ยงติดคุก จึงปฏิเสธ ขีดฆ่าลายเซ็น และเช็กเอาต์ออกทันที 
  • กุสุมาลวตรี ศิริโกมุท ผู้สมัคร สว. กลุ่มที่ 14 กลุ่มสตรี จ.มหาสารคาม (กลุ่ม สว.สำรอง) เดินหน้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ DSI, ป.ป.ช., กกต. และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างอิงข้อมูลสำนวนอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 ว่ามีรายละเอียดเรื่องการเรียกผู้สมัครขึ้นไปชั้น 4 ของที่ทำการพรรคเพื่อรับเงินและเซ็นใบลาออก 

 

เจาะเบื้องลึก ‘เส้นทางการเงิน’ (Money Trail)

 

  • สายสุราษฎร์ธานี: iLaw (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน) และฝ่ายค้าน (พรรคประชาชน) เปิดข้อมูลบัญชีธนาคารของสุบิน ศักดา (1 ในผู้ต้องหาฟอกเงิน-อังยี่ ตามสำนวนของดีเอสไอ) ผู้ช่วยพิชัย ชมภูพล สส.ภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานี พบประวัติการโอนเงิน 11 รายการ ยอดรวม 34,000 บาท โดยเป็นการโอนไปยังบัญชีของผู้สมัคร สว. ในพื้นที่อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 10 รายการ ในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นเพียง 1 วันก่อนการเลือกระดับจังหวัด และอีก 1 รายการในวันเลือกระดับจังหวัด (16 มิถุนายน 2567) ซึ่งเงินดังกล่าวถูกโอนต่อกันเป็นทอดๆ โดยอ้างบังหน้าว่าเป็น “ค่าซื้อวัวพันธุ์” หรือ “ค่าเช่าพระสมเด็จ” 
  • สายหนองบัวลำภู: พริษฐ์เปิดเผยเส้นเงินจาก สว. รายหนึ่ง โอนเงินจำนวน 51,300 บาท และ 502,300 บาท ไปยังเลขานุการ ก่อนนำไปกระจายโอนต่อให้ผู้สมัคร สว. อีกหลายคนในพื้นที่อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2567
  • ข้อหาอั้งยี่-ฟอกเงิน: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สรุปสำนวนคดีส่งอัยการ ฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย ในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน หลังพบหลักฐานแชตไลน์กำชับว่า “นายหัวจะช่วยค่าใช้จ่าย ให้ส่งเลขบัญชีมา” พร้อมพบหลักฐานทางคณิตศาสตร์จากนักวิชาการ ยืนยันว่าโอกาสที่ชุดตัวเลขการลงคะแนนข้ามสายจะตรงกับโพยโดยบังเอิญ มีเพียง 1 ใน 5 พันล้านล้าน เท่านั้น

 

ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริง ‘สู้ตามกฎหมาย-โต้ข้อมูลบิดเบือน-ไร้การแทรกแซง’

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กลายเป็น 1 ในบุคคลที่ iLaw ยื่นหลักฐานให้ฝ่ายค้าน เปิดรายชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทยโยงขบวนการฮั้ว สว.

 

นายกฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง หรือฮั้วการเลือก สว. แต่อย่างใด 

 

ก่อนชี้แจงกรณีที่กุสุมาลวตียื่นร้องยุบพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง พร้อมใช้คำโต้ตอบว่า “รำคาญ-สมเพช” ซึ่งต่อมาศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่กุสุมาลวตีฟ้องอนุทิน โดยศาลชี้ว่าเป็นการให้สัมภาษณ์โต้ตอบเพื่อป้องกันส่วนได้เสียโดยสุจริต 

 

ส่วนกรณีการเซ็นใบลาออกล่วงหน้า ที่ ผู้สมัคร สว. จ.สุโขทัย อ้างนั้น อนุทินอธิบายว่า เป็นขั้นตอนทางกฎหมายปกติ เนื่องจากผู้สมัครที่มีตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งอื่นอยู่ จำเป็นต้องเซ็นยื่นใบลาออกไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดคุณสมบัติในการสมัคร 

 

ด้านสุขสำรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่า คลิปที่ฝั่งผู้ร้องนำมาเปิดแฉในเสวนา เป็นภาพเหตุการณ์งานส่งเสริมผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคดีเลือก สว. และเรื่องนี้ กกต. ได้ตรวจสอบจบสิ้นไปแล้ว 

 

ขณะที่ กกต. ออกแถลงการณ์ว่า ได้ดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายใด และพิจารณาตามข้อเท็จจริงในข้อกฎหมาย ไม่ได้ทำตามกระแสกดดันของสังคม คาดว่ากระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะเสร็จสิ้น และพร้อมลงมติชี้ขาดได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569

 

นอกจากนี้ คำร้องในบางประเด็น กกต. เคยยกฟ้องไปแล้ว เนื่องจากตรวจสอบทะเบียนผู้เข้าพักในโรงแรมที่ถูกพาดพิง พบว่าเป็นชาวต่างชาติ ไม่ใช่กลุ่มผู้สมัครตามที่ถูกกล่าวหา  

 

วิเคราะห์น้ำหนักพยานหลักฐานในทางคดี 

 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้จำแนกและให้ความสำคัญกับ “น้ำหนักของพยานหลักฐาน” ในการพิสูจน์ความจริงเรื่องคดีเลือก สว. ไว้อย่างชัดเจน โดยชี้ว่าประเภทของหลักฐานจะเป็นตัวตัดสินว่าเรื่องนี้จะถูกมองเป็นเพียง “ข้อกล่าวหาทางการเมือง (ฮั้ว)” หรือ “การกระทำความผิดอาญาแผ่นดิน (โกง)”

                     

1. เส้นทางการเงินและพยานเอกสาร 

  • คุณลักษณะและน้ำหนัก: พยานเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารทางราชการและสถาบันการเงิน รวมถึง “เส้นทางการเงิน” ถือเป็น พยานชั้น 1 ที่มีน้ำหนักสูงสุดในการพิสูจน์คดี 
  • จุดเปลี่ยนทางคดี: เส้นเงินเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ด้วยความเห็นหรือข้ออ้างทางการเมือง หากพิสูจน์ได้ว่ามีการโอนเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนจริงเพื่อแลกกับคะแนนโหวต ศาลจะรับฟังเป็นหลักฐานเด็ดขาดที่ชี้ว่าข้ามเส้นจาก “การแนะนำตัว/การฮั้ว” ไปสู่ “การซื้อเสียง/การโกง” ทันที ซึ่งขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและนำไปสู่การตัดสิทธิ์หรือยื่นยุบพรรคได้ 
  • การขยายผลทางกฎหมาย: เส้นเงินยังเปิดช่องให้ใช้อำนาจตามกฎหมายฟอกเงิน (ปปง.) และระบบคอมพิวเตอร์เข้าตรวจสอบย้อนหลังได้ ทำให้พยานเอกสารและเส้นเงินกลายเป็นหัวใจหลัก ที่ 7 เสือ กกต. และศาลฎีกาต้องใช้เป็นบรรทัดฐานในการชี้ขาด

 

2. พยานบุคคลและคำบอกเล่า

  • คุณลักษณะและน้ำหนัก: พยานบุคคลให้ถ้อยคำ หรือข้อกล่าวหาปากคำ จัดเป็นพยานชั้นรอง ซึ่งตามหลักทั่วไปในคดีความ น้ำหนักจะเบากว่าพยานเอกสารและเส้นเงินอย่างชัดเจน 
  • จุดอ่อนในชั้นพิจารณา: พยานบุคคลมักถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือและความเป็นกลาง เนื่องจากอาจถูกหักล้างได้ง่ายว่าเป็นเพียง “ข้อกล่าวหาโต้ตอบทางการเมือง” (เช่น ฝั่งหนึ่งอ้างว่าเห็นการทำโพย อีกฝั่งก็ยันว่าหากทำโพยจริงญาติพี่น้องตนเองต้องไม่สอบตก) 
  • สรุปมุมมอง: หากมีเพียงพยานบุคคลที่พูดว่า “เขาเล่าว่า” หรือ “เห็นเหตุการณ์” โดยไม่มีเส้นเงินหรือเอกสารมัดตัวมาประกอบ น้ำหนักในชั้นการพิจารณาของ กกต. และศาล ย่อมเบาบางลง และอาจถูกมองว่ายังไม่เพียงพอที่จะลงโทษทางกฎหมายได้

The post เจาะเส้นเงินเลือก สว. เส้นแบ่ง ‘ฮั้ว’ กับ ‘โกง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดคำวินิจฉัย กกต. ปี 2567 เคยยกคำร้อง 2 สว. อำนาจเจริญ ขาดคุณสมบัติ https://thestandard.co/ecc-dismisses-amnat-charoen-senators-qualifications/ Wed, 29 Jul 2026 06:56:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1236091 ภาพคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยกคำร้องคุณสมบัติ สว. อำนาจเจริญ 2 ราย

สืบเนื่องจากกรณีการตั้งข้อสังเกตต่อคุณสมบัติของผู้สมัคร […]

The post เปิดคำวินิจฉัย กกต. ปี 2567 เคยยกคำร้อง 2 สว. อำนาจเจริญ ขาดคุณสมบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยกคำร้องคุณสมบัติ สว. อำนาจเจริญ 2 ราย

สืบเนื่องจากกรณีการตั้งข้อสังเกตต่อคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ โดยเฉพาะกลุ่มที่ 10 (กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม) ซึ่ง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ได้ตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของการรับรองประวัติและเอกสารการประกอบอาชีพ

 

จากนั้น สมพาน พละศักดิ์ และ แดง กองมา สว. ทั้ง 2 ที่ถูกพาดพิงได้โต้แย้งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกคำวินิจฉัยยกคำร้องคัดค้านคุณสมบัติของตนเองมาแล้วตั้งแต่ 2 ปีก่อน ซึ่งยิ่งชีพได้ตอบกลับว่าขอให้นำคำวินิจฉัยนั้นมาแสดงต่อสาธารณะ เพราะตนเองเคยร้องขอ กกต. ไปแล้วแต่ยังไม่มีการตอบรับ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลพบว่าเว็บไซต์สำนักงาน กกต. ได้มีการเผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2 ฉบับไว้ ประกอบด้วย

 

ยืนยันขายเนื้อสุกรในตลาดมาแล้วกว่า 20 ปี

 

คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 249/2567 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ระบุถึงการพิจารณาคำร้องคัดค้าน แดง กองมา ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ กลุ่มที่ 10 หมายเลข 24 ซึ่งถูกร้องเรียนว่าสมัครรับเลือกโดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีคุณสมบัติ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม และไม่มีประสบการณ์ทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74

 

โดยผู้ร้องอ้างว่า แดงระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัว (สว. 3) ว่าประกอบอาชีพค้าขายหมูมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 แต่เป็นการขายเนื้อสุกรในแผงตลาดโดยไม่มีใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการ

 

จากการไต่สวน แดงให้ถ้อยคำแย้งว่าตนประกอบอาชีพขายเนื้อสุกร ณ ตลาดสดเอกชนวิชิตสิน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ มาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน และยังเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดเอกชนวิชิตสินมาตั้งแต่ปี 2547 โดยมีเจ้าของตลาดและผู้ค้าในตลาดรวม 3 ราย ร่วมลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรอง

 

และพยานในหนังสือรับรองประสบการณ์ (สว. 4) พร้อมให้ถ้อยคำสอดคล้องกัน ประกอบกับผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอ เมืองอำนาจเจริญ ยืนยันว่าได้ตรวจสอบเอกสาร บันทึกถ้อยคำ และสอบถามไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่พบข้อมูลว่าแดงขาดคุณสมบัติแต่อย่างใด

 

กกต. พิจารณาประกอบแนวคำสั่งศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 188/2567 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 215/2567 ลงวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2567 จึงเห็นว่าพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าแดงมีประสบการณ์ในกลุ่มที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปีตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

 

ประกอบธุรกิจขายก๋วยเตี๋ยวของครอบครัวมาเกิน 10 ปี

 

ขณะเดียวกัน คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 17/2568 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568 ได้พิจารณาคำร้องคัดค้าน สมพาน พละศักดิ์ ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ กลุ่มที่ 10 หมายเลข 99 ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายมาตราเดียวกัน

 

โดยผู้ร้องระบุว่าสมพานแจ้งประวัติในแบบ สว. 3 ว่าประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบทะเบียนพาณิชย์หรือเอกสารการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามายืนยัน จึงถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติด้านประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี

 

จากการไต่สวน สมพานชี้แจงว่าครอบครัวประกอบกิจการค้าขายมานานกว่า 50 ปี โดยตนเริ่มทำร้านครัวต้นกระโดนต่อจากบิดาเมื่อปี 2549 จากนั้นในวันที่ 4 มิถุนายน 2552 ได้จดทะเบียนพาณิชย์ชื่อร้าน ‘ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา’ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และประกอบกิจการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีการเปลี่ยนชนิดก๋วยเตี๋ยวโดยไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนก็ตาม

 

พยานบุคคล 3 รายที่ลงชื่อรับรองในแบบ สว. 4 ให้การตรงกันว่าสมพานขายก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่ปี 2552 และมีร้านหลายสาขาในอำเภอเมืองอำนาจเจริญ อีกทั้งการสืบค้นของผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่พบข้อเท็จจริงว่าขาดคุณสมบัติ

 

กกต. จึงเห็นว่าเอกสารใบทะเบียนพาณิชย์และพยานบุคคลสามารถรับฟังได้ว่านายสมพานมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในกลุ่มที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปีจริง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องเช่นกัน

The post เปิดคำวินิจฉัย กกต. ปี 2567 เคยยกคำร้อง 2 สว. อำนาจเจริญ ขาดคุณสมบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สมพาน-แดง’ สว. อำนาจเจริญ จ่อแจ้งความยิ่งชีพ อ้างกล่าวหาขาดคุณสมบัติ https://thestandard.co/amnat-charoen-senators-sue-ilaw/ Tue, 28 Jul 2026 06:36:13 +0000 https://thestandard.co/amnat-charoen-senators-sue-ilaw/ ภาพ สว. สมพาน พละศักดิ์ และ สว. แดง กองมา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอำนาจเจริญ

สมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากจังหวัดอำนาจเจริ […]

The post ‘สมพาน-แดง’ สว. อำนาจเจริญ จ่อแจ้งความยิ่งชีพ อ้างกล่าวหาขาดคุณสมบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ สว. สมพาน พละศักดิ์ และ สว. แดง กองมา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอำนาจเจริญ

สมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงกรณีที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหาตนเอง และ แดง กองมา สว. จากจังหวัดอำนาจเจริญ ว่าอาจขาดคุณสมบัติการเป็น สว. กลุ่ม 10

 

สมพานระบุว่า เป็นเรื่องเก่ามากกว่า 2 ปี ที่ตนและนางแดงเคยถูกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กกต.ได้ตีตกคำร้องไปแล้ว เนื่องจากตนมีคุณสมบัติครบถ้วน หากยิ่งชีพไม่เชื่อ ให้ไปดูคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 249/2567 ที่ได้มีคำสั่งยกคำร้อง แดง กองมา ที่กล่าวหาว่าไม่มีคุณสมบัติ

 

โดยจากหลักฐานและคำวินิจฉัยชี้ชัดว่า แดงมีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา

 

เช่นเดียวกับ คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 17/2568 ได้มีคำสั่งยกคำร้องตนเอง กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่บุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งจากพยานหลักฐาน รับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ไม่น้อยกว่าสิบปี

 

สมพานกล่าวอีกว่า ยิ่งชีพเป็นนักกฎหมาย ย่อมต้องรู้หรือควรจะรู้ว่า กกต. คำวินิจฉัยจบไปแล้ว และต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี อีกอย่างคือ เหตุใดถึงตีความ สว.กลุ่ม 10 คือ ‘กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฏหมายว่าด้วยการนั้นหรืออื่นๆในทำนองเดียวกัน’ ว่าหมายถึง ‘กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่าเอสเอ็มอี’

 

“คุณยิ่งชีพควรเคารพคำวินิจฉัย กกต. และไม่ควรจะเปิดประเด็นให้สังคมสับสน สงสัยอย่างมีนัยแอบแฝง อันอาจเป็นการแสดงความคิดเห็นชี้นำโดยไม่สุจริต” สมพานระบุ

 

ทั้งนี้ สมพานเผยว่า ตนเองและแดง ได้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับยิ่งชีพ เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง ทั้งที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและรับรองโดย กกต. ไปแล้ว ก็ยังจะหยิบมาเปิดประเด็น สร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ให้ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง

 

“โดยผมคงอาศัยช่องทางการแจ้งความผ่านตำรวจเพราะไม่มีเงินบริจาคช่วยสู้คดีเหมือนกับกลุ่ม iLaw อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเอาใจช่วยสำหรับการเดินทางมาสู้คดีที่อำนาจเจริญ แต่ก็ไม่ควรอย่าหาคดีเพิ่ม เพราะทราบว่าต้องเดินสายอีกหลายจังหวัด” สมพานระบุ

 

สมพานยังกล่าวอีกว่า ยิ่งชีพเป็นถึงผู้นำจิตวิญญาณของการเมืองบางกลุ่มและเรียนจบกฎหมาย ไม่นึกว่าจะขาดการกลั่นกรองข้อมูล เลยเถิดไปถึงการดูถูกอาชีพคนอื่นทั้งที่นิยามตัวเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย จึงไม่รู้ว่ามีทีมงานแนะนำการทำเนื้อหาด้อยคุณภาพแบบนี้เพื่อหวังสิ่งใดตอบแทนหรือไม่ ถ้าเป็นทีมงานแนะนำจริง ต้องไล่ออก เพราะทำให้เสียชื่อเสียงไปถึง NGO ต่างชาติที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม iLaw ซึ่งยิ่งชีพก็ออกมายอมรับเองแล้วว่ารับเงินต่างชาติจริง

 

▪ยิ่งชีพจ่อพิสูจน์แผงหมู-ร้านก๋วยเตี๋ยวอำนาจเจริญ

 

โดยก่อนหน้านี้ ยิ่งชีพได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กใจความว่า สว. จังหวัดอำนาจเจริญทั้งสองคน คือ แดง กองมา เขียนใบสมัครว่าเป็นแม่ค้าขายหมูหน้าเขียง กับ สมพาน พละศักดิ์ เขียนใบสมัครว่าเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ จึงเชื่อว่าทั้งสองคนสมัคร สว. ผิดกลุ่ม เพราะสมัครกลุ่ม 10 คือ กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่า SMEs ตามนิยามของกฎหมายแปลว่าต้องมีลูกจ้างมากกว่า 300 คน

 

ยิ่งชีพชี้ว่า ไม่เคยเห็นเขียงหมูหรือร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่ใดจะมีลูกจ้างมากมายขนาดนั้น อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่า สว. ทั้งสองคนได้คะแนนมากมายจน กกต. ต้องนำกระดาษมาต่อเพิ่ม จึงน่าจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ในโอกาสที่ตนเองจะเดินทางไปจังหวัดอำนาจเจริญเป็นครั้งแรก ก็จะไปตรวจดูร้านค้าดังกล่าวนั้นด้วยตัวเอง พร้อมทิ้งท้ายว่า กรณีที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติแต่ก็ยังไปสมัคร เจ้าตัวและผู้รับรองอีกหนึ่งคนน่าจะต้องโทษจำคุก

 

 

The post ‘สมพาน-แดง’ สว. อำนาจเจริญ จ่อแจ้งความยิ่งชีพ อ้างกล่าวหาขาดคุณสมบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ไม่กังวล รำคาญ-สมเพช ปมฮั้ว สว. รับไปพูลแมนเป็นเรื่องปกติ https://thestandard.co/anutin-senate-collusion-pullman/ Mon, 27 Jul 2026 06:43:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1235538 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post อนุทิน ไม่กังวล รำคาญ-สมเพช ปมฮั้ว สว. รับไปพูลแมนเป็นเรื่องปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง คดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านเปิดข้อมูลเพิ่มเติมล่าสุดว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ว่า เสถียรภาพรัฐบาลจะยิ่งแน่นขึ้น เพราะมั่นใจซึ่งกันและกันว่าไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้

 

สว. เป็นกลไกของระบอบรัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบและออกกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใดที่รัฐบาลจะต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากเรียกไปตอบกระทู้ก็ต้องไป เหมือนกับสภาผู้แทนราษฎรทุกอย่าง ความพยายามทั้งหลายก็ว่าไปตามกฎหมาย รัฐบาลหรือผู้ที่ถูกกล่าวหา เช่น ตน หากมีคนกล่าวหา เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กฎหมายสอบถามมา ตนก็ให้การชี้แจง ทุกอย่างครบทุกประเด็น

 

เมื่อถามถึงกรณีมีหน่วยงานใดเชิญไปชี้แจงแล้วหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ไม่มีใครเชิญไป ตนได้ให้การเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งปีกว่าแล้ว

 

ส่วนการฟ้องร้องยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ (iLaw) ในฐานะส่วนตัว อนุทินกล่าวว่า ได้ดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่ โดยให้ทนายความไปหาข้อมูลประกอบคำฟ้อง จะมาบังคับให้ตนไปฟ้องวันนี้หรือวันนั้นไม่ได้ เพราะมีทนายความดูแล ไม่ได้เขียนเอง เพราะหากเขียนเองจะยิ่งช้า

 

ส่วนจะมีการตั้งวอร์รูมสู้หรือไม่ อนุทินปฏิเสธว่า ไม่มี จะตั้งวอร์รูมสู้ไปทำไมในเรื่องพวกนี้ เพราะไม่เกี่ยวข้อง

 

เมื่อถามย้ำว่า กรณีหากมีการอภิปรายเรื่องนี้ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังมีเรื่องมีราว ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น และไม่เห็นมีอะไรที่เร็ว ตนว่าช้าจะตาย

 

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าประเด็นนี้จะไม่ทำให้พรรคภูมิใจไทยหล่นลงมาจากการเป็นรัฐบาล อนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้พิพากษา แต่หากถามกันตรง ๆ พรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

คนที่เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย ตนเองเคยบอกผู้สื่อข่าวเมื่อปีที่แล้วว่า ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้ลูกพรรคเกี่ยวข้องหรือข้องแวะใด ๆ กับเรื่องการเลือก สว. เพราะพรรคไม่เกี่ยวข้องใดๆ และหนังสือนั้นยังอยู่ แต่ผู้สื่อข่าวไม่ได้ทำหนังสือดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ประชาชน มัวแต่ไปถามคนโน้นคนนี้ และนำมาทำเป็นเรื่องเป็นราว

 

เมื่อถามว่าจะนำหนังสือดังกล่าวออกมาย้ำหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ได้ เพราะไม่ได้เป็นความลับ และรู้อยู่แล้วว่าหากมีเรื่องขึ้นมาก็ต้องนำมาเผยแพร่

 

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเคยไปโรงแรมพูลแมนหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า อยู่โรงแรมพูลแมนเป็นประจำอยู่แล้ว ต้องถามว่าวันไหนที่ไม่ได้ไป อย่าถามว่าตนไปวันไหน เพราะอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก่อนที่จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ เทปันยากิอร่อย บุฟเฟต์ก็ดี คุ้มราคา

 

เมื่อถามย้ำว่า มีคนเชื่อมโยงว่านายกรัฐมนตรีอยู่ร่วมในวงที่มีผู้สมัคร สว. ด้วย อนุทินกล่าวว่า ก็ตนบอกว่าต้องไปถามว่า ทำไมต้องไปวันนั้น โรงแรมพูลแมนมีวันไหนที่ตนไม่ได้ไป ตนไปใช้บริการสปาตั้งแต่เขาเปิด

 

เมื่อถามว่า วันที่มีการรวมตัวกัน ได้ไปทักทายจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนทักทุกคน เพราะนั่งทานกาแฟอยู่ตรงล็อบบี้ ตั้งแต่ยังไม่มีตำแหน่ง แต่ตอนนี้คงไปนั่งทานไม่ได้แล้ว เพราะ รปภ. ไม่ยอมให้นั่ง พร้อมย้ำว่าไม่ทราบว่ามีการรวมตัวกัน ตนเจอใครตั้งเยอะแยะ สื่อมวลชนก็เจอ

 

ส่วนได้เจอใครที่เป็น สว. ชุดปัจจุบันหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เพียบ โรงแรมนี้เหมือนโรงแรมสมัยก่อนแถวพญาไท ราชเทวี รุ่นพ่อ ที่อยู่กันทั้งวัน เช้าก็อยู่ เที่ยงก็อยู่ เย็นก็อยู่สลับกัน ร้านอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน ร้านอาหารจีน ร้านบุฟเฟต์ เป็นเรื่องปกติ มันไม่มีอะไรแสดงออก

 

เมื่อถามว่าแสดงว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตรงนั้นไม่มีกอไผ่

 

เมื่อถามว่าไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกับคดีฮั้ว สว. ได้ใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ถ้าถามตนก็บอกว่าไม่สามารถ เพราะมันไม่เกี่ยว

 

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏตัวอยู่ในวงเจรจาที่เกี่ยวกับเรื่องเลือก สว. อนุทินกล่าวว่า ไม่มีครับ ตนเจอคนเป็นหมื่นเป็นพันคน ทุกวันนี้มีแต่คนเข้ามาขอถ่ายรูป ไม่เคยเดินไปขอใคร และก็นับคะแนนจากตรงนี้ ใครมาขอถ่ายรูปก็ให้ถ่ายทุกคน ตนคิดว่าอย่างน้อยก็ได้คะแนนครึ่งคะแนน มันเป็นประโยชน์สำหรับตัวตน

 

เมื่อถามว่า ในเวทีฝ่ายค้านที่เปิดเรื่องฮั้ว สว. เพิ่มเมื่อวาน มีการเปิดเผยข้อมูลว่าอดีตที่ปรึกษา อนุทินให้ผู้สมัคร สว. เซ็นใบลาออกล่วงหน้า เพื่อการันตีตำแหน่ง อนุทินย้อนถามว่า “ใคร”

 

พร้อมระบุว่า หากจะต้องมีการลาออกไปลงสมัคร สส. สว. ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องมาลาจากตน หากไม่ออกจะขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้จึงไม่ใช่ประเด็น หากใครมาลาออกก็ให้ออก ไม่เคยดึงให้ใครอยู่ เพราะหากคิดออกแล้วก็มีส่วนไม่อยากทำงานแล้ว ตนก็ให้ออกทั้งนั้น

 

เมื่อถามว่ามีผู้จะไปร้องเรียนจนอาจถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทย กังวลหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่รำคาญ สมเพช

The post อนุทิน ไม่กังวล รำคาญ-สมเพช ปมฮั้ว สว. รับไปพูลแมนเป็นเรื่องปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุขสมรวยโต้ฝ่ายค้าน อย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน ชี้หากฮั้วจริง ‘น้องสะใภ้’ คงได้เป็น สว. https://thestandard.co/suksomruay-denies-senator-collusion/ Mon, 27 Jul 2026 04:23:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1235469 สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (27 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. สุขสมรวย วันทนียกุล ร […]

The post สุขสมรวยโต้ฝ่ายค้าน อย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน ชี้หากฮั้วจริง ‘น้องสะใภ้’ คงได้เป็น สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (27 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้ 9 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทยออกมาชี้แจงปมฮั้ว สว. ว่า คลิปที่ฝ่ายค้านนำเสนอเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ในงานเสวนา ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ ที่รัฐสภา เป็นคลิปจากงานรณรงค์ใส่ผ้าขาวม้าที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อ 2 ปีก่อน เนื่องจากจังหวัดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของผ้าขาวม้า

 

สุขสมรวย กล่าวว่า ภายในงานมีการถ่ายทอดสดตลอดทั้งงาน ก่อนที่ฝ่ายการเมืองคู่แข่งจะนำประเด็นดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ กกต. โดยยืนยันว่าไม่เคยมีการจัดเลี้ยง และ กกต. ไม่เคยเรียกไปสอบ เพราะหลักฐานการจัดงานและคลิปถ่ายทอดสดทั้งหมดไม่เคยกล่าวถึงเรื่องการเลือก สว. นอกจากนี้ เมื่อ 2 ปีก่อน ฝ่ายการเมืองคู่แข่งยังเคยยื่นร้องจริยธรรมต่อรัฐสภา ซึ่งตนได้แจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาท ต่อมาผู้ร้องรับสารภาพ และศาลมีคำสั่งรอลงอาญา

 

ทั้งนี้ ขอฝากถึงฝ่ายค้านว่า หากจะนำข้อมูลใดออกสื่อ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบ ไม่ใช่นำข้อมูลเก่ามาพูดจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

 

สุขสมรวย กล่าวอีกว่า สุพรรษา วันทนียกุล เป็นน้องสะใภ้ของตน ซึ่งคนทั้ง จ.อำนาจเจริญทราบดี และเป็นผู้สมัคร สว. กลุ่มสตรี แต่ตกรอบระดับจังหวัด ไม่ได้ผ่านเข้าสู่รอบประเทศ เป็นเรื่องที่คนในจังหวัดรับรู้กันอยู่แล้ว จึงไม่ควรหยิบยกมาสร้างประเด็นให้คนเข้าใจผิดและเกิดความเสียหาย พร้อมระบุว่า หากตนสามารถฮั้วได้จริง ญาติพี่น้องก็คงได้รับเลือกทั้งหมด พร้อมยืนยันว่า พ.ต.อ.ชัชนันท์ พรบุตร คือสามีของตน

 

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจงเลยหรือไม่ สุขสมรวย กล่าวว่า เคยได้รับหนังสือในฐานะผู้ถูกกล่าวหาจากอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งหนังสือดังกล่าวมีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาหลายร้อยคน และไม่ได้ระบุให้ชี้แจงประเด็นใดเป็นการเฉพาะ เพียงแจ้งข้อกล่าวหา 1-5 เท่านั้น ตนจึงทำหนังสือชี้แจงกลับไปว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่กล่าวหา ส่วนประเด็นการจัดเลี้ยงนั้น กกต.จังหวัดได้ตรวจสอบและยุติเรื่องไปตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว

 

เมื่อถามว่า คิดว่ามีสาเหตุใดที่ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ สุขสมรวย กล่าวว่า “อย่างที่เรียน พริษฐ์ช้าไปหน่อยนะคะ 2 ปีค่อยมาพูด และเอาข้อมูลที่เขาพิสูจน์จบไปแล้วมาพูด ดิฉันไม่ต้องพูดอะไร เพราะเชื่อว่าคำตัดสินของศาลหรือข้อสรุปของ กกต. ในแต่ละเรื่องมีอยู่แล้ว หากต้องการรู้ก็สามารถไปดูได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่เอาความจริงมาพูด”

 

เมื่อถามว่า คดีฮั้ว สว. จะกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ สุขสมรวย กล่าวว่า “ไม่ค่ะ เพราะเราโดนมาเยอะ เราชิน เราโดนมาเยอะจริง ๆ และเราก็เชื่อว่าไม่รู้จะพูดอะไร ก็เอาเรื่องเดิมมาพูดอีก ทำเรื่องอื่นเถอะค่ะ”

 

สุขสมรวย กล่าวว่า ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายถอดเทปรายการ ‘เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์’ เนื่องจากมีหลักฐานทั้งคำพิพากษาของศาลและข้อสรุปของ กกต. เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว พร้อมมองว่ารายการดังกล่าวตั้งคำถามในลักษณะชักจูงให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังและด่าทอ จึงรู้สึกผิดหวังที่คนรุ่นใหม่เลือกใช้วิธีการเช่นนี้

 

เมื่อถามถึงกรณี ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ประกาศพร้อม ‘หน้าหงาย’ หากอีกฝ่ายยอมชี้แจงคดีฮั้ว สว. สุขสมรวย กล่าวว่า “ไม่เป็นไรค่ะ หากมีข้อมูลก็ไปแจ้งต่อ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นะคะ”

The post สุขสมรวยโต้ฝ่ายค้าน อย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน ชี้หากฮั้วจริง ‘น้องสะใภ้’ คงได้เป็น สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสวงมองเวทีฮั้ว สว. ฝ่ายค้าน กกต. ฟังพยานแถลงแล้วต้องตรวจสอบว่าตรงกับที่เคยให้การในสำนวนหรือไม่ https://thestandard.co/sawaeng-ec-senator-hawking-probe/ Sun, 26 Jul 2026 12:41:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1235342 ภาพ: แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แส […]

The post แสวงมองเวทีฮั้ว สว. ฝ่ายค้าน กกต. ฟังพยานแถลงแล้วต้องตรวจสอบว่าตรงกับที่เคยให้การในสำนวนหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ: แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แสดงความคิดเห็นภายหลังถูกพาดพิงโดย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงหนึ่งของเวทีเสวนา ‘ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)’ ว่า นอกจาก กกต. จะรับฟังการเปิดเผยข้อมูลของฝ่ายค้านแล้ว ก็จำเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยตามหน้าที่ของ กกต.

 

แสวงระบุว่า การแสวงหาข้อเท็จจริงต้องมีการพิสูจน์ ซึ่งเราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอยู่แล้ว โดยการรับฟัง บางครั้งก็ได้เป็นความคิดเห็น แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริง หรือมีหลักฐานใหม่ กกต. ก็ต้องดูว่าผู้ที่พูดนั้นเป็นพยานในสำนวนอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นพยานในสำนวน ก็ต้องตรวจสอบว่า พยานผู้นั้นให้การไว้ในสำนวนว่าอย่างไร ตรงกับที่มาแถลงหรือไม่

 

ส่วนข้อสังเกตว่า พยานที่มาร่วมแถลงในเวทีของฝ่ายค้านนั้นเป็นอดีตผู้สมัคร สว. ทั้งหมด แสวงย้ำว่า อยู่ที่ข้อเท็จจริง เราต้องดูว่าสิ่งที่ท่านมาชี้แจงอย่างไรเราก็ต้องตรวจสอบ

 

ผู้สื่อข่าวซักอีกว่า ในการประชุมพิจารณาสำนวนคดีของ กกต. ชุดใหญ่ที่เหลืออยู่ ต้องเพิ่มกระบวนการตรวจสอบว่าสิ่งที่พยานได้แถลงนั้นตรงกับที่ให้การในสำนวนหรือไม่ แสวงกล่าวว่า เรามีกระบวนการทำงาน ศาลฎีกาได้ได้วางแนวไว้เรื่องคดี สว. เมื่อ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ระบบการไต่สวน สำนักงาน กกต. ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้ข้อเท็จจริง เพื่อให้ศาลได้ตัดสินได้อย่างถูกต้อง

 

อย่างไรก็ตาม มองการที่ฝ่ายค้านอาจเล่นเกมเพื่อฟ้อง กกต. ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรนั้น แสวงระบุว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นการเล่นเกมอะไร แต่เป็นการต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อให้เรื่องออกมาดี

The post แสวงมองเวทีฮั้ว สว. ฝ่ายค้าน กกต. ฟังพยานแถลงแล้วต้องตรวจสอบว่าตรงกับที่เคยให้การในสำนวนหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัชรพงศ์ สส.ภูมิใจไทย ชี้ยิ่งชีพ iLaw มีวาระซ่อนเร้น แท็กทีม ธนาธร-พรรคสีส้ม หวังล้มกระดาน สว. ขอกลับตัวกลับใจก่อนสาย https://thestandard.co/watcharaphong-ilaw-thanathorn-senators/ Sat, 25 Jul 2026 09:30:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1235057 วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.พรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (25 กรกฎาคม) วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี […]

The post วัชรพงศ์ สส.ภูมิใจไทย ชี้ยิ่งชีพ iLaw มีวาระซ่อนเร้น แท็กทีม ธนาธร-พรรคสีส้ม หวังล้มกระดาน สว. ขอกลับตัวกลับใจก่อนสาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.พรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (25 กรกฎาคม) วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาตอบโต้ความเคลื่อนไหวของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กรณีเปิดเผยข้อมูลของ 9 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ว่า หากยิ่งชีพตรวจสอบด้วยความสุจริตใจไม่มีวาระซ่อนเร้น ในฐานะนักการเมืองก็พร้อมยอมรับการตรวจสอบ แต่จากพฤติกรรมและดิจิทัลฟุตพรินต์ในอดีตกลับชี้ให้เห็นถึงความจริงอีกด้าน

 

วัชรพงศ์กล่าวว่า ขบวนการเคลื่อนไหวที่มีความเชื่อมโยงกันในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ว่ากลุ่มไอลอว์ คณะก้าวหน้าของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคการเมืองฝั่งสีส้ม มีความร่วมมือกันรณรงค์ส่งคนลงสมัคร สว. ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้น่าตั้งคำถามว่าเป็นการฮั้วกันหรือไม่

 

และเมื่อกระบวนการดังกล่าวทำไม่สำเร็จ จึงมีความพยายามที่จะเข้ามาล้มกระดาน เพื่อเปิดทางให้บรรดา สว. สำรอง ซึ่งเป็นเครือข่ายของพรรคสีส้มได้เข้ามาทำหน้าที่แทน สว. ตัวจริงในปัจจุบัน ถือเป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างแท้จริงใช่หรือไม่

 

วัชรพงศ์ยังได้หยิบยกเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวในอดีตมาตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างยิ่งชีพและธนาธร เช่น เพจคณะก้าวหน้า ประชาสัมพันธ์กิจกรรมตลาดนัด สว. จัดโดย iLaw เชิญชวนผู้สมัครทุกคนไปแนะนำตัวกันได้ที่งานนี้ “ไม่ต้องแอบฮั้ว แอบขอโหวตกัน ทำแบบเปิดเผย แฟร์ๆ ไปเลยจ้า จังหวัดไหนจัดวันไหน ไปเช็คกันได้เลย

 

รวมถึงกรณีที่ธนาธรเคยพูดถึงเรื่องการฮั้ว สว. โดยมียิ่งชีพนั่งอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่มีท่าทีคัดค้านใดๆ จึงอยากถามว่าเหตุใดจึงยอมสยบสวามิภักดิ์ต่อธนาธรในสถานการณ์เช่นนั้น ทำไมจึงไม่กล้าคัดค้านเลยหรือ และทำไมท่าทีในวันนี้ถึงตรงกันข้าม

 

”ฝากคำเตือนไปถึงยิ่งชีพว่า ที่ผ่านมามีเยาวชนและนักเคลื่อนไหวจำนวนมากที่หลงเชื่อผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคสีส้ม จนสุดท้ายพบความจริงกับความเจ็บปวด และรับผลกรรมอย่างเดียวดาย ดังนั้น หากยิ่งชีพไม่อยากก้าวพลาดจนต้องมีชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนั้น ก็ขอให้ตื่นเสียที ตั้งสติและกลับตัวกลับใจใหม่ก่อนที่จะสายเกินไป” วัชรพงศ์กล่าว

The post วัชรพงศ์ สส.ภูมิใจไทย ชี้ยิ่งชีพ iLaw มีวาระซ่อนเร้น แท็กทีม ธนาธร-พรรคสีส้ม หวังล้มกระดาน สว. ขอกลับตัวกลับใจก่อนสาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ACT เปิดบัญชีดำคอร์รัปชันครึ่งปี 2569 ชี้ 13 คดีอื้อฉาวสะท้อนวิกฤติหลักนิติธรรมไทย จับตา ‘ฮั้ว สว.-เขากระโดง’ ยังไร้ข้อยุติ https://thestandard.co/act-corruption-blacklist-thailand/ Thu, 23 Jul 2026 06:35:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1234068 ภาพกราฟิกแสดงบัญชีดำคอร์รัปชันของ ACT พร้อมข้อความและตัวเลขคดีสำคัญ

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยราย […]

The post ACT เปิดบัญชีดำคอร์รัปชันครึ่งปี 2569 ชี้ 13 คดีอื้อฉาวสะท้อนวิกฤติหลักนิติธรรมไทย จับตา ‘ฮั้ว สว.-เขากระโดง’ ยังไร้ข้อยุติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงบัญชีดำคอร์รัปชันของ ACT พร้อมข้อความและตัวเลขคดีสำคัญ

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยรายงานสรุปสถานการณ์คอร์รัปชันในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยรวบรวมกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างน้อย 13 กรณี พร้อมจัดทำเป็น “บัญชีดำคอร์รัปชัน” (Hall of Shame) เพื่อสะท้อนปัญหาคอร์รัปชันและจุดอ่อนของระบบหลักนิติธรรม (Rule of Law) ของประเทศไทย

 

มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า เพียง 6 เดือนแรกของปี 2569 ประเทศไทยเผชิญคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวนมาก จนถือเป็นช่วงเวลาที่มีกรณีสำคัญเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นควรบันทึกไว้เป็น Hall of Shame เพื่อเผยให้สังคมเห็นรูปแบบการทุจริต สร้างความตระหนักรู้ และผลักดันการปฏิรูประะบบป้องกันคอร์รัปชัน

 

สำหรับ 13 กรณีที่ ACT ระบุไว้ในบัญชีดำ โดยอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ประกอบด้วย

 

1.คดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการประเมินมูลค่าสินบนราว 4,500 ล้านบาท

 

2.ผลสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ระบุ 10 หน่วยงานรัฐมีการเรียกรับสินบนจากภาคเอกชน

 

3.กรณีกักตุนน้ำมันเถื่อนกว่า 57 ล้านลิตร มูลค่าประมาณ 2,300 ล้านบาท

 

4.โครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท

 

5.เหตุเครนก่อสร้างทางด่วนพระราม 2 ถล่ม มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 2 คน

 

6.การลาออกของอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หลังปฏิเสธคำขอจากหลานรัฐมนตรี

 

7.คดีสินบนทองคำหนัก 246 บาท มูลค่าราว 16 ล้านบาท ที่มีการกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกรรมการ ป.ป.ช. และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

8.กรณี ป.ป.ช. มีมติยุติเรื่องร้องเรียนคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่ง ACT ระบุว่าเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เมื่อเทียบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

9.ปัญหาอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ต จนนำไปสู่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด

 

10.คดี ส.ส. 888 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังคงดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐสภา แม้ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับพนันออนไลน์และฟอกเงิน

 

11.คดีแจ้งเกิดเท็จเพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทย

 

12.คดีลอบยิง สส. จังหวัดนราธิวาส ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐหลายรายถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง

 

13.คดีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 นาย ถูกกล่าวหาว่าจัดฉากช่วยผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนี

 

มานะกล่าวว่า รูปแบบคอร์รัปชันในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับสินบนหรือการกระทำผิดกฎหมายโดยตรง แต่บางกรณีมีการใช้นโยบายหรือกฎหมายเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้กับการแสวงหาผลประโยชน์ อีกทั้งคดีที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องมักสร้างผลกระทบในวงกว้าง

 

นอกจากนี้ ACT ยังระบุว่า ยังมีอีก 2 กรณีที่สังคมจับตาและอาจจบลงโดยยังไม่มีข้อยุติ ได้แก่ คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งองค์กรเห็นว่าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐและกระบวนการยุติธรรมในการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจทางการเมือง

 

ACT ยังนำทั้ง 13 กรณีมาวิเคราะห์ผ่านกรอบดัชนีหลักนิติธรรม (Rule of Law) และพบจุดอ่อนสำคัญของประเทศไทย 4 ด้าน ได้แก่

 

1.การปลอดจากคอร์รัปชัน (Absence of Corruption) เช่น คดีโกงสอบ อปท. โครงการ TH-AI Passport และคดีสินบนทองคำ โดยเสนอให้เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

 

2.การบังคับใช้กฎหมาย (Regulatory Enforcement) เช่น คดีเครนพระราม 2 ถล่ม และคดีกักตุนน้ำมันเถื่อน พร้อมเสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย

 

3.กระบวนการยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice) เช่น คดีสินบนทองคำ คดี ส.ส. 888 และคดีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยเสนอให้ยกระดับความโปร่งใสและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม

 

4.การถ่วงดุลอำนาจรัฐ (Constraints on Government Powers) เช่น กรณีคดีนายศักดิ์สยามและผลสำรวจการเรียกรับสินบนของหน่วยงานรัฐ พร้อมเสนอให้เสริมกลไกตรวจสอบและความรับผิดของหน่วยงานภาครัฐ

 

ประธาน ACT กล่าวว่า ความท้าทายของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงการจัดการคดีทุจริตรายกรณี แต่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของระบบราชการ การกำกับดูแล และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

 

ทั้งนี้ ACT ระบุว่า Hall of Shame 2569 ถูกจัดทำขึ้นในฐานะ ‘Digital Footprint’ เพื่อบันทึกบทเรียนของสังคม โดยมีเป้าหมายให้การปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชันมุ่งไปที่การสร้างระบบป้องกัน การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน มากกว่าการมุ่งลงโทษผู้กระทำผิดเป็นรายคดีเพียงอย่างเดียว

The post ACT เปิดบัญชีดำคอร์รัปชันครึ่งปี 2569 ชี้ 13 คดีอื้อฉาวสะท้อนวิกฤติหลักนิติธรรมไทย จับตา ‘ฮั้ว สว.-เขากระโดง’ ยังไร้ข้อยุติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เปรมศักดิ์เตือนมติกรรมการสรรหาปลดประธาน กสทช. ไม่มีอำนาจรองรับทางกฎหมาย https://thestandard.co/senator-premsak-nbtc-chairman-removal-illegal/ Thu, 23 Jul 2026 06:18:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1234056 สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา

กรณีมติคณะกรรมการสรรหา 4 ต่อ 0 ให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใ […]

The post สว. เปรมศักดิ์เตือนมติกรรมการสรรหาปลดประธาน กสทช. ไม่มีอำนาจรองรับทางกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา

กรณีมติคณะกรรมการสรรหา 4 ต่อ 0 ให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมาย โดย นพ. เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และรองประธานคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา

 

 
 

ที่อาคารรัฐสภา วันนี้ (23 กรกฎาคม) นพ. เปรมศักดิ์ได้แถลงข่าวเตือนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเสถียรภาพของระบบองค์กรอิสระ พร้อมส่งสัญญาณถึงนายกรัฐมนตรีให้ระมัดระวังข้อกฎหมายก่อนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ

 

มติคณะกรรมการสรรหาล่าสุดไม่มีอำนาจรองรับ

 

นพ. เปรมศักดิ์เปิดเผยว่า มติให้พ้นจากตำแหน่งพร้อมกับกระแสเรียกร้องให้ประธาน กสทช. คืนค่าตอบแทนและเบี้ยเลี้ยง เป็นเรื่องที่ต้องทบทวนอำนาจของคณะกรรมการสรรหาอย่างละเอียด โดยอ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 ซึ่งวางบรรทัดฐานไว้ว่าภารกิจของคณะกรรมการสรรหาจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้น

 

ด้วยเหตุนี้ นพ. เปรมศักดิ์ชี้ว่า การที่คณะกรรมการสรรหากลับมาพิจารณาและมีมติให้ผู้ที่ผ่านการสรรหาพ้นจากตำแหน่งในภายหลังจึงเป็นกระบวนการที่ปราศจากอำนาจรองรับ

 

ตามขั้นตอนทางกฎหมาย หลังจากคณะกรรมการสรรหาส่งรายชื่อ วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมอย่างรอบด้านก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ซึ่ง นพ.สรณ ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 145 เสียง เกินกว่ากึ่งหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้คือ 125 เสียง

 

จากนั้น จึงมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 4 ปี และเหลือวาระการทำงานอีก 2 ปี

 

การเรียกประชุมคณะกรรมการสรรหาเพื่อลงมติให้พ้นจากตำแหน่งในขณะนี้จึงเป็นประเด็นที่ขัดต่อขั้นตอนที่เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว

 

มอง ผู้ว่าฯ ธปท. ไม่มีบทบาทลงมติในกรรมการสรรหา

 

ประเด็นองค์ประชุมของคณะกรรมการสรรหาเป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตที่ นพ.เปรมศักดิ์ หยิบยกขึ้นมา มติเห็นชอบ 4 ต่อ 0 ที่ปรากฏออกมานั้น มีการลงคะแนนโดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งแทนบุคคลเดิมที่พ้นจากตำแหน่งไป ผู้ว่าการ ธปท. คนปัจจุบันไม่ได้เป็นผู้ร่วมลงคะแนนสรรหาเมื่อ 4 ปีก่อน การเข้ามาร่วมประชุมและลงมติในครั้งนี้จึงไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ

 

นอกจากนี้ หากตัดเสียงของผู้ว่าการ ธปท. ออก จะเหลือกรรมการเพียง 3 คน ซึ่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งขององค์ประกอบคณะกรรมการ ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความถูกต้องขององค์ประชุมและสถานะของมติดังกล่าว

 

ห่วงสร้างผลกระทบต่อบรรทัดฐานองค์กรอิสระ

 

นพ. เปรมศักดิ์ยังชี้ถึงความไม่โปร่งใสในชั้นของวุฒิสภา โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีฯ ได้เลื่อนการพิจารณาคำร้องขอตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ออกไป

 

นพ.เปรมศักดิ์ระบุว่า การใช้วิธีเรียกคณะกรรมการสรรหามาลงมติเพื่อโค่นล้มกันภายในองค์กรอิสระที่มีความขัดแย้ง จะสร้างบรรทัดฐานที่ส่งผลให้องค์กรอิสระอื่นๆ เกิดความระส่ำระสาย ขาดความมั่นคงในการปฏิบัติหน้าที่

 

ท้ายที่สุด นพ.เปรมศักดิ์ได้แสดงความห่วงใยไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกระแสข่าวที่รอให้นายกรัฐมนตรีนำมติดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อดำเนินการปลดประธาน กสทช. โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และพิจารณาถึงความขัดแย้งรวมถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายในขั้นตอนต่างๆ อย่างรอบคอบเพื่อป้องกันผลกระทบทางกฎหมายที่จะตามมา

The post สว. เปรมศักดิ์เตือนมติกรรมการสรรหาปลดประธาน กสทช. ไม่มีอำนาจรองรับทางกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยิ่งชีพ ขอ ‘แฟร์เกม’ หากภูมิใจไทยฟ้องหมิ่นคดีฮั้ว สว. อย่าใช้กลไกรัฐ ให้ยื่นฟ้องเอง พร้อมพิสูจน์ https://thestandard.co/yingcheep-bhumjaithai-senate-lawsuit/ Thu, 23 Jul 2026 05:51:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1234033 ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการ iLaw

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหม […]

The post ยิ่งชีพ ขอ ‘แฟร์เกม’ หากภูมิใจไทยฟ้องหมิ่นคดีฮั้ว สว. อย่าใช้กลไกรัฐ ให้ยื่นฟ้องเอง พร้อมพิสูจน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการ iLaw

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในวันนี้ (23 กรกฎาคม) ขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนการตัดสินใจไม่ดำเนินคดีหมิ่นประมาท กรณีที่เขาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการใช้คดีหมิ่นประมาทเป็นเวทีพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพราะเห็นว่าไม่ใช่มาตรฐานการใช้กฎหมายที่เหมาะสม และไม่สง่างามต่อผู้ใช้อำนาจรัฐ

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยิ่งชีพเปิดเผยพยานหลักฐานที่อ้างว่าเชื่อมโยงแกนนำพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี และ สส. ฝ่ายรัฐบาล กับขบวนการทุจริตการเลือก สว. พร้อมยื่นข้อมูลต่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อผลักดันให้มีการตรวจสอบในรัฐสภา ส่งผลให้ประเด็นคดีฮั้วเลือก สว. กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

 

ยิ่งชีพระบุว่า ข้อมูลที่นำเสนอไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงจากคำให้การของพยานและข้อมูลที่เคยปรากฏต่อสาธารณะ เพื่อนำเสนอให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจตามหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ของประชาชนในการมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

 

เขากล่าวว่า หากผู้ที่ถูกกล่าวหามองว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง ก็สามารถออกมาชี้แจงต่อสาธารณะได้ และท้ายที่สุดสังคมจะเป็นผู้พิจารณาเองว่าจะเชื่อข้อมูลฝ่ายใด พร้อมย้ำว่าหากข้อกล่าวหาได้รับการตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เรื่องก็ย่อมยุติลง เพราะตนไม่มีอำนาจดำเนินการใดมากไปกว่าการส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

 

ยิ่งชีพยังแสดงความเห็นว่า การตั้งข้อสงสัยหรือวิพากษ์วิจารณ์บุคคลในรัฐบาลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ควรได้รับการคุ้มครองตามหลักประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีจากการแสดงความคิดเห็นหรือการเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้อำนาจ

 

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า หากพรรคภูมิใจไทยเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท เพราะเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดความเสียหาย ก็พร้อมนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ รวมถึงข้อมูลที่จะเพิ่มเติมได้ในอนาคต ไปพิสูจน์ในชั้นศาล

 

พร้อมกันนี้ ยิ่งชีพเสนอแนวทางการดำเนินคดีไว้ 4 ประการ หากมีการฟ้องร้อง ได้แก่ ขอให้ผู้เสียหายยื่นฟ้องต่อศาลโดยตรงผ่านทนายความ ไม่ใช้ตำรวจหรือกลไกของรัฐเป็นผู้ดำเนินคดีแทน เนื่องจากคดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว ขอให้รวมการฟ้องร้องเป็นคดีเดียว หากผู้เสียหายหลายรายได้รับผลกระทบจากการกระทำเดียวกัน เพื่อลดภาระการดำเนินคดีและการสืบพยานซ้ำซ้อน ขอให้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในกรุงเทพมหานคร ไม่ฟ้องในต่างจังหวัด เพื่อลดภาระการเดินทางของจำเลย และขอให้ผู้เสียหายมาเบิกความด้วยตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายจำเลยซักถามข้อเท็จจริงได้อย่างเต็มที่

 

ช่วงท้าย ยิ่งชีย้ำว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากผู้ที่ถูกพาดพิงไม่ได้เห็นว่าตนได้รับความเสียหาย ก็ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินคดี แต่หากเห็นว่าจำเป็นต้องฟ้องร้อง ก็ขอให้กระบวนการเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นบนพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมที่เป็นกลาง พร้อมย้ำว่า หากต้องถูกดำเนินคดี ก็พร้อมต่อสู้และนำข้อเท็จจริงทั้งหมดเข้าสู่การพิสูจน์ในศาล

The post ยิ่งชีพ ขอ ‘แฟร์เกม’ หากภูมิใจไทยฟ้องหมิ่นคดีฮั้ว สว. อย่าใช้กลไกรัฐ ให้ยื่นฟ้องเอง พร้อมพิสูจน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปกรณี ‘ยิ่งชีพ iLaw’ เปิดชื่อ 9 ชื่อผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. สู่ภูมิใจไทยประกาศฟ้องหมิ่นประมาท https://thestandard.co/yingcheep-ilaw-senate-rigging-lawsuit/ Wed, 22 Jul 2026 13:10:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1233901 ภาพประกอบข่าว ยิ่งชีพ iLaw เปิดชื่อ 9 ผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. และพรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้องหมิ่นประมาท

สืบเนื่องจาก ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์ […]

The post สรุปกรณี ‘ยิ่งชีพ iLaw’ เปิดชื่อ 9 ชื่อผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. สู่ภูมิใจไทยประกาศฟ้องหมิ่นประมาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว ยิ่งชีพ iLaw เปิดชื่อ 9 ผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. และพรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้องหมิ่นประมาท

สืบเนื่องจาก ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยพยานหลักฐานที่อ้างว่าเชื่อมโยงแกนนำพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี และ สส. ฝ่ายรัฐบาล กับขบวนการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมยื่นข้อมูลต่อ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อผลักดันให้มีการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเด็นคดีฮั้วเลือก สว. กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

 

ยิ่งชีพเปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ มีบุคคลที่ถูกพาดพิงว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการเลือก สว. รวม 9 คน ได้แก่

 

  • อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
  • ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และประธานวิปรัฐบาล
  • พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • พิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย
  • ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

วันต่อมา (22 กรกฎาคม) ยิ่งชีพได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ‘เจาะลึกทั่วไทย’ ซึ่งได้สอบถามถึงรายละเอียดว่า “รายชื่อทั้ง 9 คนที่เปิดเผยนั้น มีพยานหลักฐานรองรับหรือไม่”

 

ยิ่งชีพ ยอมรับว่า ข้อมูลทั้งหมดมาจากคำให้การของพยาน ไม่ใช่สิ่งที่ตนคิดขึ้นเอง ขณะเดียวกันก็ไม่มีหลักฐานประเภทภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ โดยเป็นข้อมูลจากผู้สมัคร สว. ที่รู้เห็นกระบวนการและนำเรื่องมาแจ้ง

 

ยิ่งชีพระบุว่า ข้อมูลราว 75-80% ที่นำเสนอไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นข้อมูลที่มีผู้เคยเปิดเผยไว้แล้ว เพียงแต่กระจัดกระจายอยู่หลายแหล่ง ขณะที่ตนมีหน้าที่รวบรวมและต่อจิ๊กซอว์จากคำแถลงและข้อมูลของหลายบุคคลมาไว้ในที่เดียว พร้อมยืนยันว่ายังมีข้อมูลจากพยานที่เคยให้ข้อมูลไว้ แต่ไม่กล้าออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

 

จากนั้น ผู้ถูกพาดพิงหลายราย ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, ทรงศักดิ์ ทองศรี, สุขสมรวย วันทนียกุล และนภินทร ศรีสรรพางค์ ทยอยออกมาชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหา

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การกล่าวหาใครต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ขณะที่คดียังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการสั่งฟ้อง การนำชื่อบุคคลไปกล่าวหาเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย และผู้ที่กล่าวหาต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง

 

ส่วนถามถึงแรงจูงใจของยิ่งชีพนั้น อนุทินกล่าวว่า “ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยากให้พวกผมได้ดี อาจผิดหวังอะไรอย่างนี้” พร้อมย้ำว่า ไม่คิดว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง และไม่เสียเวลาคาดเดา เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากการกระทำใดสร้างความเสียหายหรือก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

 

ส่วนกรณีที่ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ตั้งข้อสังเกตถึงแหล่งที่มาของเงินบริจาคให้ iLaw อนุทินระบุว่า ศุภชัยได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี ท่านก็มีแนวทาง วิธีการดำเนินการไป สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะ ถึงเวลาฟ้องไปแล้วก็มาขอประนีประนอม ขอศาลให้เมตตา แต่ครั้งนี้คงไม่ เพราะหลายครั้งแล้ว

 

อนุทินระบุอีกว่า จากกรณีนี้ เมื่อทำให้พรรคและสมาชิกพรรคเสียหาย ก็ต้องดำเนินการ อีกหน่วยเวลาพูดจะได้คิดบ้าง เป็นคนที่มีผู้ติดตาม เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ใช่อยากจะพูดอย่างจะทำอะไรก็ทำ

 

เมื่อถูกถามว่าเป็นกังวลกับคดีฮั้วเลือก สว. หรือไม่ อนุทินตอบว่า “ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร” พร้อมย้ำว่า หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็คงถูกดำเนินการไปนานแล้ว เพราะคดีดังกล่าวเริ่มต้นก่อนที่ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรี และในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านก็ไม่มีอำนาจไปต่อรองหรือแทรกแซงกระบวนการใด พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีความจำเป็น และไม่เคยมีความคิดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.

 

ส่วนทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น 1 ใน 9 บุคคลซึ่งถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าวนี้ กล่าวว่า การกล่าวอ้างในลักษณะดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและสิทธิของตน จึงเตรียมใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

 

ทรงศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ขอระบุว่าการเปิดเผยรายชื่อดังกล่าวเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่ แต่เห็นว่าการกล่าวพาดพิงบุคคลควรมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยยอมรับว่านักการเมืองในฐานะบุคคลสาธารณะสามารถถูกตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่หากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ก็จำเป็นต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

 

ขณะนี้ทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยกำลังพิจารณาแนวทางดำเนินการในภาพรวม เนื่องจากมีรัฐมนตรีและบุคคลในพรรคหลายรายถูกพาดพิงในกรณีเดียวกัน

 

ส่วนการดำเนินคดีในนามส่วนตัวนั้น ทรงศักดิ์ระบุว่า ยังต้องหารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และพิจารณารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเข้าข่ายสร้างความเสียหายและมีองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จึงจะตัดสินใจดำเนินการต่อไป โดยยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีฮั้วเลือก สว. ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด

 

ด้าน นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 9 รายที่ถูกพาดพิงด้วยนั้น กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของกรณีดังกล่าว จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ ส่วนจะร่วมดำเนินคดีกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และผู้ถูกพาดพิงรายอื่นหรือไม่นั้น ระบุว่าจะหารือกับฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยก่อน จึงจะตัดสินใจแนวทางดำเนินการต่อไป

 

ส่วน สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทกับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ที่จังหวัดอำนาจเจริญ และจะไม่โต้ตอบประเด็นดังกล่าวมากกว่านี้ เพราะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ชี้แจงไปแล้ว พร้อมระบุว่าจะไม่หลงกลฝ่ายค้านที่จะให้ไปร้องต่อศาล และเชื่อว่า “ใครที่ทำอะไรเราไว้จะนอนไม่หลับอย่างแน่นอน”

 

ส่วนกรณีที่ยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ว่า ไม่มีหลักฐาน ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ มีเพียงคำพูดของพยาน เพื่อจี้ให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ สุขสมรวยระบุว่า เป็นการพูดแบบไม่รับผิดชอบ แม้จะมีการออกมาชี้แจงภายหลัง ก็ไม่สามารถลบล้างได้ เพราะเห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม จากกรณีการเปิดรายชื่อ 9 บุคคลที่ถูกพาดพิงในคดีฮั้ว สว. ก่อนที่พรรคภูมิใจไทยจะประกาศเตรียมดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับยิ่งชีพ ประเด็นดังกล่าวยังต้องติดตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ว่าพยานหลักฐานที่ถูกนำเสนอจะนำไปสู่บทสรุปของคดีในทิศทางใด และจะมีผู้ใดต้องรับผิดตามกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โดยผู้ถูกพาดพิงทั้งหมดยังคงถือเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวถึง จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

จากนี้ต้องจับตา 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความคืบหน้าการตรวจสอบของ กกต. ที่เตรียมพิจารณาความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเดือนสิงหาคม และแนวทางดำเนินคดีของพรรคภูมิใจไทยที่ประกาศฟ้องกลับ ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงควบคู่กัน ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อคำตอบว่า กระบวนการเลือก สว. ที่ถูกตั้งคำถามจะมีข้อเท็จจริงและบทสรุปอย่างไร

The post สรุปกรณี ‘ยิ่งชีพ iLaw’ เปิดชื่อ 9 ชื่อผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. สู่ภูมิใจไทยประกาศฟ้องหมิ่นประมาท appeared first on THE STANDARD.

]]>