สมาชิกผู้แทนราษฎร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สมาชิกผู้แทนราษฎร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 12 Aug 2023 06:19:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สส. ต้นกล้า ก้าวไกล โพสต์เล่าเหตุการณ์วิวาทในร้านอาหาร พร้อมขอโทษ จากนี้จะดำรงตนให้เหมาะสมต่อการเป็นผู้แทนราษฎร https://thestandard.co/tonkla-posted-restaurant-fight-story-with-apology/ Sat, 12 Aug 2023 06:19:13 +0000 https://thestandard.co/?p=828637 ต้นกล้า-จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

วันนี้ (12 สิงหาคม) ความคืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทในร้านอาห […]

The post สส. ต้นกล้า ก้าวไกล โพสต์เล่าเหตุการณ์วิวาทในร้านอาหาร พร้อมขอโทษ จากนี้จะดำรงตนให้เหมาะสมต่อการเป็นผู้แทนราษฎร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้นกล้า-จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

วันนี้ (12 สิงหาคม) ความคืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเอกมัย วานนี้ (11 สิงหาคม) ซึ่งปรากฏภาพ ต้นกล้า-จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เป็นหนึ่งในคู่กรณี

 

ล่าสุดวันนี้ เมื่อเวลา 11.18 น. จรยุทธได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ และคลิปวงจรปิดผ่านทวิตเตอร์ ‘ต้นกล้า จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ ระบุว่า

 

“ขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนให้ทุกคนได้ฟังนะครับ

 

“ผมได้ไปดื่มกินที่ร้านอาหารที่ซอยเอกมัยซึ่งเป็นร้านที่ไปเป็นประจำ โดยในคืนนั้นมีเพื่อนๆ หลายคนไปร่วมด้วย หลังจากร้านปิดระหว่างรอทุกคนออกจากร้าน มีชายคนหนึ่งได้เข้ามานั่งคุยที่โต๊ะพวกเรา หลังจากนั้นได้ลุกขึ้นและถีบเก้าอี้ก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะ หลังจากนั้นไม่นานชายคนดังกล่าวได้เดินกลับมาที่โต๊ะและเริ่มมีท่าทีคุกคามใส่น้องผู้หญิง จนตัวผมเองที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยกมือขึ้นเพื่อตักเตือน แต่ถูกสวนกลับด้วยการตบที่หน้าอย่างแรง พอผมลุกขึ้นยืนชายคนดังกล่าวได้ต่อยเข้าที่หน้าผมอีกทีหนึ่ง หลังจากนั้นผมเลยตอบโต้ตามสัญชาตญาณของวิญญูชนคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายร่างกาย เรื่องราวทั้งหมดจบลงกันในคืนนั้น ไม่มีการดำเนินคดีจากทั้งสองฝ่าย 

 

“อย่างไรก็ดี ผมต้องยอมรับว่าการกระทำของผมนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ควรที่จะตอบโต้กลับไป ไม่ควรใช้ความรุนแรง ในกรณีนี้ผมยอมรับผิดครับ ผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจและเลือกผมเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร บทเรียนครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญมากครับ

 

“แต่สิ่งที่สร้างความเข้าใจผิด กรณีสำนักข่าว Manager ที่ลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยที่ไม่ได้ติดต่อมาสอบถามผมเลย ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก ผมขอให้ทางสำนักข่าวเผยแพร่ข้อเท็จจริงที่ผมชี้แจงใหม่นี้ด้วยนะครับ 

 

“ขอบคุณสื่อมวลชนทุกสำนักที่ติดต่อเข้ามา ผมขอชี้แจงครั้งเดียวในโพสต์นี้และจะไม่ขอให้สัมภาษณ์เพื่อขยายความอีกครับ เรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องสื่อมวลชนเข้าใจจุดประสงค์ของผมและนำเสนองานของผมที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในอนาคต

 

“สุดท้ายนี้ผมขอโทษทุกท่านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนี้ไปผมจะดำรงตนให้เหมาะสมต่อการเป็นผู้แทนราษฎร”

 

ด้าน พ.ต.อ. วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (สน.) คลองตัน ระบุว่า จากกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ทราบว่าทั้งตัว สส. ของพรรคก้าวไกล และคู่กรณี สามารถเจรจาตกลงกันได้ในที่เกิดเหตุและไม่มีการแจ้งดำเนินคดีใดๆ 

 

แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากแจ้งความดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่ก็จะรับข้อมูลไว้ดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

 

เมื่อถามว่าทำไมทางร้านดังกล่าวถึงเปิดให้ทั้งสองฝ่ายนั่งดื่มกินได้เกินเวลาที่กำหนดเที่ยงคืน พ.ต.อ. วชิรากรณ์ กล่าวยืนยันว่า ทางร้านได้ปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าภายในร้านมีเก้าอี้ยกขึ้นบนโต๊ะพร้อมปิดไฟ

 

อ้างอิง: ทวิตเตอร์ ต้นกล้า จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

The post สส. ต้นกล้า ก้าวไกล โพสต์เล่าเหตุการณ์วิวาทในร้านอาหาร พร้อมขอโทษ จากนี้จะดำรงตนให้เหมาะสมต่อการเป็นผู้แทนราษฎร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภชัยกล่าวอำลาตำแหน่งรองประธานสภา ขอบคุณและขอโทษหากทำงานไม่ถูกใจ มีวาสนาประชาชนเลือก กลับมาพบกันใหม่ https://thestandard.co/supachai-farewell-vice-president/ Thu, 23 Feb 2023 08:39:28 +0000 https://thestandard.co/?p=754487 ศุภชัย โพธิ์สุ

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แท […]

The post ศุภชัยกล่าวอำลาตำแหน่งรองประธานสภา ขอบคุณและขอโทษหากทำงานไม่ถูกใจ มีวาสนาประชาชนเลือก กลับมาพบกันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภชัย โพธิ์สุ

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมวันนี้ กล่าวคำอำลาเพื่อนสมาชิก เนื่องจากในวันนี้เป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ครั้งสุดท้าย ว่าวันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของการประชุมสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ตนจึงขอใช้เวลาไม่นานเพื่อบอกกล่าวแสดงความรู้สึกของตนต่อเพื่อนสมาชิกสักเล็กน้อย 

 

“ท่านสมาชิกครับ ผมขอเรียนให้เพื่อนสมาชิกทราบว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจในการเลือกให้กับผมปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ 

 

“ตลอดระยะเวลาที่ผมได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมนั้น เจตนารมณ์ในการทำหน้าที่ของผมก็คือความยุติธรรมและความเป็นกลาง ทั้งมุ่งหมายในการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านนิติบัญญัติ เพื่อให้การประชุมแต่ละครั้งประสบความสำเร็จ เนื่องจากพวกเราทุกคนมีระยะเวลาที่จำกัด จึงจำเป็นต้องใช้โอกาสที่มีทุกเวลาทุกวินาทีให้เกิดคุณค่าต่อพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด และเต็มความสามารถของพวกเรา ซึ่งผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถและบรรลุเป้าหมายตามภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหา เยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี” 

 

ศุภชัยกล่าวต่อไปว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของผมที่ผ่านมา ในบางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดหรือไม่ถูกใจท่านสมาชิกบางท่าน กระผมต้องกราบขออภัยในการทำหน้าที่ของผม และหวังว่าท่านสมาชิกทุกท่านจะเข้าใจและให้อภัย ขอให้เรายังคงมีความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน เพราะเราทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด 

 

“กระผมต้องกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทุกๆ ท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้สภาแห่งนี้สามารถขับเคลื่อนทำงานนิติบัญญัติได้จนถึงสมัยประชุมสุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 นี้ โดยเฉพาะผมได้รับความเมตตาจากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ให้ความเมตตาผมมาโดยตลอด ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านทั้งสองไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย 

 

“สุดท้ายนี้หากกระผมมีบุญและวาสนาได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมให้กลับเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยหน้า ก็ขอให้กระผมได้ร่วมทำงานกับเพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้งด้วยมิตรภาพที่ดีเช่นนี้ตลอดไป ผมขอกราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านนะครับ” 

The post ศุภชัยกล่าวอำลาตำแหน่งรองประธานสภา ขอบคุณและขอโทษหากทำงานไม่ถูกใจ มีวาสนาประชาชนเลือก กลับมาพบกันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลังประชารัฐ เปิดตัว 19 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ ชูผลงานฟื้นความสัมพันธ์ซาอุ-ปราบยาเสพติด https://thestandard.co/pprp-unveiled-19-mp/ Thu, 27 Oct 2022 11:45:30 +0000 https://thestandard.co/?p=701007 พรรคพลังประชารัฐ

วันนี้ (27 ตุลาคม) พรรคพลังประชารัฐเปิดตัวว่าที่ผู้สมัค […]

The post พลังประชารัฐ เปิดตัว 19 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ ชูผลงานฟื้นความสัมพันธ์ซาอุ-ปราบยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคพลังประชารัฐ

วันนี้ (27 ตุลาคม) พรรคพลังประชารัฐเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ภาคใต้ของพรรค โดยมี สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ดูแลพื้นที่โซนภาคใต้ ให้การต้อนรับ 

 

สำหรับรายชื่อ 19 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐจาก 10 จังหวัด มีดังนี้ 

 

  1. สุรชัย แดงละอุ่น เขต 1 จังหวัดชุมพร 
  2. สมมิตร ทองเหลือ เขต 2 จังหวัดชุมพร
  3. ธีระศักดิ์ ปางวิรุฬห์รักษ์ เขต 3 จังหวัดชุมพร
  4. พงศกร พรหมสุวรรณ เขต 1 จังหวัดระนอง
  5. สุนทร รักษ์รงค์ เขต 6 จังหวัดนครศรีธรรมราช 
  6. ฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ เขต 2 จังหวัดพังงา
  7. ศิวกรณ์ เอ่งฉ้วน เขต 1 จังหวัดกระบี่
  8. สรวิศทชากร เลขานุกิจ เขต 2 จังหวัดกระบี่
  9. ดร.กิตติพงศ์ ผลประยูร เขต 1 จังหวัดตรัง
  10. ทวี สุระบาล เขต 2 จังหวัดตรัง
  11. พ.ต.ท. นัทธพงศ์ ใจสมุทร เขต 3 จังหวัดตรัง
  12. พล.ต.ต. บรรลือ ชูเวทย์ เขต 4 จังหวัดตรัง
  13. อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เขต 6 จังหวัดสงขลา
  14. สมหมาย ขวัญทองยิ้ม เขต 8 จังหวัดสงขลา
  15. ล่องหิ้น ทิพย์แก้ว เขต 9 จังหวัดสงขลา
  16. อริญชัย ซูสารอ เขต 3 จังหวัดปัตตานี
  17. บูรฮันธ์ สะเม๊าะ เขต 4 จังหวัดปัตตานี
  18. กามิน มุชิ เขต 3 จังหวัดยะลา
  19. อามินทร์ มะยูโซ๊ะ เขต 2 จังหวัดนราธิวาส 

 

สันติกล่าวว่า ได้นำมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ภาคใต้ เบื้องต้นจำนวน 19 คน ได้รับการคัดสรรจากคณะกรรมการประจำภาคใต้เป็นอย่างดี ทุกคนล้วนมีอุดมการณ์ร่วมกับพรรคเพื่อไปพัฒนาภาคใต้ ซึ่งเป็นถิ่นเกิดของตัวเอง เพื่อรับใช้ประชาชนในพื้นที่ เข้าไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน เพิ่มศักยภาพในพื้นที่ภาคใต้เพื่อให้อยู่ดีกินดี และมีความคิดที่จะพัฒนาเด็กจากจังหวัดชายแดนให้มีศักยภาพ มีสัมมาอาชีพ เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างตรงเป้าหมาย 

 

สันติกล่าวอีกว่า เป็นความมุ่งมั่นของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเมืองใต้ของเรา สร้างเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนมุสลิมในภาคใต้ทั้งหมดให้มีความเสมอภาค ให้เกิดแรงในการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ สิ่งที่ยืนยันได้คือการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง ที่รัฐมนตรีได้ใช้ความสามารถในการฟื้นความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนในอดีต

 

ขณะที่สมศักดิ์กล่าวว่า คุณสมบัติของว่าที่ผู้สมัคร 19 คน คือ มีความรู้ความสามารถในการทำงานรับใช้ประชาชน ต้องยอมรับว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินนโยบายเกี่ยวกับภาคใต้มากมาย และมีบุคลากรที่มีความสามารถนำนโยบายไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไปพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ได้ เช่น การแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ที่สำเร็จเรียบร้อยได้ 

 

สมศักดิ์ยังได้กล่าวเพิ่มเติมหลังการเปิดตัวอีกว่า ทางพรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ให้ครบทั้ง 58 เขตเลือกตั้ง แต่วันนี้เปิดเผยรายชื่อเบื้องต้นเพียง 19 รายชื่อก่อน พร้อมยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด และกระแสของพรรคยังพอใช้ได้ จึงคิดว่าจะได้ ส.ส. จำนวนหนึ่ง

 

พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐ

The post พลังประชารัฐ เปิดตัว 19 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ ชูผลงานฟื้นความสัมพันธ์ซาอุ-ปราบยาเสพติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สดจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ 21 คน | THE STANDARD https://thestandard.co/pprp-south-mp-unveiled/ Thu, 27 Oct 2022 10:52:47 +0000 https://thestandard.co/?p=700911

สดจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ […]

The post ชมคลิป: สดจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ 21 คน | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

สดจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ 21 คน

The post ชมคลิป: สดจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ 21 คน | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุมสภานัดแรกปี 65 ล่ม หลังพรรคเล็กร่วมรัฐบาลเสนอนับองค์ประชุมแต่อยู่ไม่ครบ สุชาติสั่งปิดทันที https://thestandard.co/the-1st-council-meeting-in-2565-crashes/ Wed, 19 Jan 2022 12:09:23 +0000 https://thestandard.co/?p=584428 สภาล่ม

วันนี้ (19 มกราคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในช […]

The post ประชุมสภานัดแรกปี 65 ล่ม หลังพรรคเล็กร่วมรัฐบาลเสนอนับองค์ประชุมแต่อยู่ไม่ครบ สุชาติสั่งปิดทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาล่ม

วันนี้ (19 มกราคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในช่วงเย็น ระหว่างที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. …. ที่มีการเสนอเข้ามาจำนวน 5 ฉบับ หลังจากที่ให้เจ้าของร่างชี้แจงหลักการและเหตุผลแต่ละฉบับเรียบร้อยแล้ว พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ได้หารือว่า เนื่องจากเป็นกฎหมายสำคัญและตนเห็นว่ามีสมาชิกอยู่ในที่ประชุมจำนวนบางตา จึงขอให้นับองค์ประชุม 

 

ทำให้ สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พยายามประนีประนอมเพื่อไม่ให้มีการนับองค์ประชุม แต่พีระวิทย์ยังคงยืนยันให้นับองค์ประชุม สุชาติจึงได้กดสัญญาณเรียกให้ ส.ส. ที่อยู่บริเวณนอกห้องประชุมเข้ามา โดยรออยู่ประมาณ 5 นาที ระหว่างนั้น ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ามานั่งบนบัลลังก์ด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม หลังทำการกดบัตรแสดงตนแล้ว ผลปรากฏมีสมาชิกอยู่เพียง 227 คน จากจำนวนทั้งหมด 473 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ทำให้สุชาติสั่งปิดประชุมทันทีในเวลา 17.42 น.

The post ประชุมสภานัดแรกปี 65 ล่ม หลังพรรคเล็กร่วมรัฐบาลเสนอนับองค์ประชุมแต่อยู่ไม่ครบ สุชาติสั่งปิดทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวี แนะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีขบวนเสด็จฯ ต้องลงโทษผู้บกพร่องต่อหน้าที่ถวายความปลอดภัย https://thestandard.co/tawee-advice-on-set-up-committee/ Mon, 26 Oct 2020 14:27:58 +0000 https://thestandard.co/?p=412775 ทวี แนะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีขบวนเสด็จฯ ต้องลงโทษผู้บกพร่องต่อหน้าที่ถวายความปลอดภัย

วันนี้ (26 ตุลาคม) ในการประชุมร่วมรัฐสภาระหว่างสมาชิกผู […]

The post ทวี แนะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีขบวนเสด็จฯ ต้องลงโทษผู้บกพร่องต่อหน้าที่ถวายความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวี แนะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีขบวนเสด็จฯ ต้องลงโทษผู้บกพร่องต่อหน้าที่ถวายความปลอดภัย

วันนี้ (26 ตุลาคม) ในการประชุมร่วมรัฐสภาระหว่างสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมัยวิสามัญ พิจารณาเรื่องด่วน ปัญหาสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการ และ ส.ส. พรรคประชาชาติ ได้อภิปรายว่า ปัญหาหนึ่งที่มีความกังวลและห่วงใยมากคือ ปัญหาความคิดของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ เพราะความคิดจะนำมาสู่คำพูด คำพูดจะนำมาสู่การกระทำ การกระทำซ้ำๆ จะเป็นนิสัยและบุคลิกภาพ โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดก่อนจะสลายการชุมนุมว่า ‘อย่าประมาทต่อชีวิต คนเราสามารถตายได้ทุกเวลา อย่าท้าทายกับท่านพญามัจจุราช ที่มีเสนามาก’ นี่คือความคิดของนายกรัฐมนตรีที่สะสมมาเป็นคำพูด” หลังจากนั้นข้ามวันได้สั่งสลายการชุมนุมที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา ที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ การสลายการชุมนุมไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้ที่ทุกหน่วยต้องยึดถือ

 

“เชื่อว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งสลายการชุมนุม เพราะเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง การสลายการชุมนุมต่อผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ถ้าจะดูอดีตให้ดูที่พิพิธภัณฑ์ ถ้าจะดูปัจจุบันให้ดูที่หน่วยปฏิบัติ แต่ถ้าจะดูอนาคตให้ดูที่นักเรียน ถ้าจะดูรัฐสภาปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 750 คน ประชาชนเลือกได้แค่ 350 คน เพราะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ส่วนที่เหลือประชาชนไม่ได้ใช้สิทธิเลือก ในรัฐสภาแห่งนี้ยังมีสมาชิกที่ประชาชนไม่ได้เลือก แต่มาจากการแต่งตั้ง มาจากอดีตทหาร ตำรวจ และบุคคลต่างๆ ทั้งที่ควรจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามา

 

“ความคิดของรัฐบาลเรื่อง ‘คนดี’ แตกต่างกับความคิดของประชาชนที่สนับสนุน ‘ความดีในสังคม’ คือความดีของราษฎรที่ยอมรับว่าคุณค่าอะไรดีในสังคม ออกมาชุมนุมเพื่อให้สังคมดีขึ้น แต่ถ้าเป็นความคิดของคนดีส่วนใหญ่จะไปด้อยค่าว่าตัวฉันดีกว่าคนอื่น ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความคิดว่าการชุมนุมเป็นศัตรูกับนายกรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นคงไม่สั่งสลายการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมีความยิ่งใหญ่มากในรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 44 ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยรับรองว่าการชุมนุมได้รับการคุ้มครอง แต่การที่นายกรัฐมนตรีมองว่าการชุมนุมเป็นปัญหา มันคือปัญหาทางความคิดของนายกรัฐมนตรี การชุมนุมจำเป็นต้องเชิญชวนคนมาชุมนุม เพราะต้องทำให้เสียงของประชาชน ของเด็กนักเรียน นักศึกษา ที่ไม่มีเสียงในสายตารัฐบาลได้มีเสียดังขึ้น นี่คือเป็นประชาธิปไตยที่เจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยตรงได้แสดงออกตามรัฐธรรมนูญได้เขียนรองรับไว้ แต่นายกรัฐมนตรีกลับมองว่าการชุมนุมของเด็กเป็นปัญหา

 

“ปัญหาปัจจุบันประชาชนผู้ชุมนุมไม่เชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และรวมถึงรัฐสภา เมื่อประชาชนไม่เชื่อมั่น จึงถือว่าประชาชนออกมาชุมนุมโดยใช้ประชาธิปไตยโดยตรง ดังนั้นเราต้องส่งเสริมและสนับสนุน และรัฐบาลต้องรับฟังและแก้ไข ประชาชนไม่ได้อยู่เพื่อรับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต่างหากต้องอยู่เพื่อรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ

 

“การไปพูดว่านักการเมืองอยู่เบื้องหลังการชุมนุมนั้น คำพูดเหล่านี้คือการดูถูก คนทุกคนมีความคิด สติปัญญา สามารถคิดกำหนดชะตาชีวิตตนเองได้ ไม่ต้องการให้ใครมาชักจูง พรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นว่าการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรงไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่มีการสังหารคน 98 ศพกลางเมืองหลวง เห็นว่ารัฐได้ใช้อำนาจอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมายและความยุติธรรม ใช้กฎหมายเล็กเหนือรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด มีการเลือกปฏิบัติ คนกลุ่มหนึ่งสามารถทำได้ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งมีข้อหามากมาย จึงเป็นที่มาของความขัดแย้งและการชุมนุม จึงขอเรียนให้ฝ่ายรัฐบาลต้องมีความใจกว้างในการรับฟังความเห็นต่าง และต้องให้คุณค่าต่อการชุมนุม ซึ่งเป็นการชุมนุมโดยสงบสันติ ปราศจากอาวุธเป็นสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพที่สำคัญ

 

“พี่น้องประชาชนในปัจจุบันกลัว พล.อ. ประยุทธ์ เห็นว่าถ้ายังอยู่ต่อไปจะไม่มีอนาคต และย่ำแย่เช่นนี้ ประเทศไทยใช้งบกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุดในอันดับต้นๆ ของโลก แต่งบการศึกษาไม่ได้ไปส่งเสริมสร้างสติปัญญาและความรู้ให้เกิดขึ้นกับนักเรียนนักศึกษา ท่านทราบหรือไม่ว่าในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ได้เพิ่มตำแหน่งอธิบดีในกระทรวงศึกษาฯ อีก 18 คน รวมเป็น 64 คน แต่เงินที่จะไปถึงสมองเด็กมีเพียงแค่ 5-10% เท่านั้น ที่เหลือเอาไปสร้างรัฐราชการให้คนอื่น เด็กจึงออกมาเรียกร้องเรื่องการศึกษา การศึกษาไทยถูกมองว่าทำลายสมอง ทำให้คนไม่มีความรู้ที่เป็นสากล การศึกษาไทยจึงล้าหลังมาก ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรีเข้าใจว่าการออกมาชุมนุมเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่า จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ”

 

พ.ต.อ. ทวี ได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญที่บางฝ่ายพยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ มีคนกลุ่มหนึ่งอ้างว่าหวงแหนแสดงความเป็นเจ้าของ ถ้าไม่คิดแบบตนหรือไม่ทำแบบตนคือการไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน นี่คือสิ่งที่อันตรายมาก ความจงรักบางครั้งไม่จำเป็นต้องแสดงออก เช่นถ้าคนอังกฤษหวงแหนภาษาอังกฤษมาก ภาษาอังกฤษก็คงไม่มาถึงประเทศไทย เช่นเดียวกันถ้าคนจีนหวงแหนภาษาจีนมาก ภาษาจีนก็คงไม่มาถึงประเทศไทย ดังนั้นการไปประกาศว่าถ้าไม่ทำเหมือนตนคือการไม่จงรัก นี่คือเรื่องอันตราย ให้ดำเนินคดีเป็นรายบุคคลตามข้อเท็จจริงและหลักฐานตามกฎหมาย แต่ที่ต้องผิดมากกว่าคือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องถูกตรวจสอบ แต่นายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการหรือสอบสวนต่อข้าราชการผู้รับผิดชอบ เป็นเรื่องอันตรายมาก หากมีหน้าที่แล้วไม่ทำ จะมีความผิดอย่างแน่นอน พ.ร.บ. การถวายความปลอดภัย ต้องทำอย่างสมพระเกียรติ ตามพระราชประสงค์ และต้องมีความปลอดภัย ด้วยความเคารพ ผู้รับผิดชอบมีทั้งท่าน ผบ.ตร., ผบ.ทบ., ผบช.น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายกรัฐมนตรี ท่านปล่อยให้เกิดเหตุต่อสถาบันที่ควรพิทักษ์มากที่สุดได้อย่างไร ท่านจะไปเอาผิดคนอื่นทั้งที่เป็นความรับผิดชอบต้องรับผิดด้วย

 

“หากเราจะนำสถาบันฯ ไว้เหนือเกล้า เป็นที่เคารพ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีคือหาผู้รับผิดชอบที่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ส่วนผู้กระทำผิดก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมและหลักฐาน ความยุติธรรมไม่ได้อยู่ที่ความเชื่อหรือความรู้สึก แต่อยู่ที่ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน คือพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้าไม่มีพยานเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริง ถือว่าเป็นข่าว นายกรัฐมนตรีอาจจะต้องลาออก เพราะท่านดูแล พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร” 

 

พ.ต.อ. ทวี เสนอแนะให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และรวบรวมพยานหลักฐานรอบด้าน รวมทั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก โดยกล่าวว่า “ทราบว่าท่านมีความจงรักภักดี แต่ท่านต้องลาออก เพราะมีความผิดพลาดต่อหน้าที่ที่รับผิดชอบ หากสังคมใดขาดความรับผิดชอบ หายนะจะตามมา ผู้รับผิดชอบโดยตรงคือนายกรัฐมนตรี ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีจึงมีความสำคัญยิ่งตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

 

พ.ต.อ. ทวี กล่าวย้ำว่า ความยุติธรรมที่พบว่าคนกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ผิด ความไม่เป็นธรรมจึงทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมที่เพิ่มเติมมากขึ้น ตัวอย่างท่านนายกรัฐมนตรีได้พักอาศัยที่บ้านพักในค่ายทหาร ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนห้ามไว้ชัดเจน กรณีเช่นนี้อดีตท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ทำรายการ ชิมไปบ่นไป ที่ไม่ได้ใช้เงินของรัฐ ยังถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ พล.อ. ประยุทธ์ ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่พบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ องค์การอิสระ ได้แก่ กกต. และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ให้พ้นสภาพคัดเลือกใหม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระอื่นยังอยู่ต่อ จึงทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความยุติธรรมในคดีที่นายกรัฐมนตรีที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่จับตาอย่างยิ่ง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ทวี แนะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีขบวนเสด็จฯ ต้องลงโทษผู้บกพร่องต่อหน้าที่ถวายความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>