สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 11 May 2026 18:51:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “AIS SPORT ACADEMY” ยกระดับวงการกีฬาครบวงจร ผนึกกำลังจุฬา-บุนเดสลีกา-สมาคมฟุตบอลฯ https://thestandard.co/ais-sport-academy/ Tue, 28 Apr 2026 06:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1201854 กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY

AIS เปิดเกมใหม่ในอุตสาหกรรมกีฬา ประกาศเปิดตัว “AIS SPOR […]

The post “AIS SPORT ACADEMY” ยกระดับวงการกีฬาครบวงจร ผนึกกำลังจุฬา-บุนเดสลีกา-สมาคมฟุตบอลฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY

AIS เปิดเกมใหม่ในอุตสาหกรรมกีฬา ประกาศเปิดตัว “AIS SPORT ACADEMY” วางตำแหน่งจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและคอนเทนต์ สู่การเป็นผู้เล่นเชิงระบบที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของวงการกีฬาไทย โดยชูแนวคิด “พลังคน สร้างพลังกีฬาไทย” เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 1

 

การเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY นี้สะท้อนยุทธศาสตร์ที่มองกีฬาในฐานะอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าและระบบนิเวศขนาดใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 10 ล้านคน ตั้งแต่นักกีฬา โค้ช ผู้ตัดสิน ผู้จัดการแข่งขัน ไปจนถึงสายอาชีพเบื้องหลังอย่างผู้พากย์และผู้ผลิตคอนเทนต์

 

หัวใจของโมเดลนี้คือการสร้าง “Talent Pipeline” ตั้งแต่ระดับเยาวชน โดย AIS จับมือพันธมิตรเชิงสถาบันและระดับโลก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Bundesliga ประเทศเยอรมนี และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับทั้งมาตรฐานการฝึกฝนและโอกาสทางการศึกษาไปพร้อมกัน

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 2

 

โปรเจกต์นำร่องคือการคัดเลือกเยาวชนไทยไปฝึกทักษะฟุตบอลที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางฟุตบอลระดับโลก ควบคู่กับการมอบทุนการศึกษาเข้าเรียนต่อในโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนแนวคิด “Dual Track” ที่ผสานเส้นทางกีฬาและการศึกษาเข้าด้วยกัน ลดข้อจำกัดเดิมที่เยาวชนต้องเลือกระหว่างสองทาง

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS ระบุว่า AIS ขับเคลื่อนการพัฒนาคนผ่าน AIS Academy โดยขยายสู่แวดวงกีฬา ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้เป็นตัวเร่ง โดยมองว่ากีฬาเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ AIS จึงต้องการยกระดับบทบาทจาก “ผู้ถ่ายทอด” เป็น “ผู้สร้างและยกระดับ” Ecosystem กีฬาไทย

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 3

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS (ซ้าย)

 

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS (ขวา)

 

ในเชิงโครงสร้าง AIS SPORT ACADEMY วางกรอบการดำเนินงานไว้ 3 แกนหลัก ได้แก่

 

  • การสร้างโอกาส เปิดเวทีและช่องทางให้เยาวชนเข้าสู่วงการ
  • การเสริมองค์ความรู้ ถ่ายทอดมาตรฐานและทักษะระดับสากล
  • การพัฒนาความเป็นมืออาชีพ สร้างเส้นทางอาชีพที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 4

 

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสะท้อนการบูรณาการ “กีฬา-การศึกษา-โอกาส” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนา “นักกีฬา” แต่ครอบคลุมไปถึงบุคลากรทั้ง Ecosystem

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 5

 

AIS เริ่มเดินหน้าแล้วผ่านกิจกรรมภาคสนาม เช่น ฟุตบอลคลินิก บาสเกตบอลคลินิก การอบรมครูพละ เพื่อยกระดับมาตรฐานโค้ชในระบบ รวมถึงการเปิดพื้นที่ใหม่อย่างโครงการคัดเลือกนักพากย์กีฬา ซึ่งสะท้อนการมองอุตสาหกรรมกีฬาแบบ “ครบวงจร” มากขึ้น

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 6

 

การที่ AIS เข้าสู่ Sports Ecosystem สอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่รายได้กีฬามาจากหลายด้าน ทั้งลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์ม การศึกษา และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเชื่อมโยงกับ Core Capability ของ AIS โดยตรง การเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY จึงเป็น “การวางรากฐาน” ระยะยาว เพื่อสร้างบุคลากรกีฬาคุณภาพ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมกีฬาไทยในอนาคต และท้ายที่สุด นี่อาจเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านวงการกีฬาไทยจากกิจกรรมเชิงสันทนาการ ไปสู่อุตสาหกรรมที่มีโครงสร้างและความยั่งยืนในระยะยาว

 

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม และ สายชล ทรัพย์มากอุดม จาก AIS แถลงข่าวเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY 7

 

The post “AIS SPORT ACADEMY” ยกระดับวงการกีฬาครบวงจร ผนึกกำลังจุฬา-บุนเดสลีกา-สมาคมฟุตบอลฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลก 2002 ถ่ายทอดประสบการณ์ในฟุตบอลคลินิก สานฝันเยาวชนไทย https://thestandard.co/gilberto-silva-football-clinic-thailand-youth/ Sun, 25 Jan 2026 02:29:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1169013 จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่าในประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอล […]

The post จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลก 2002 ถ่ายทอดประสบการณ์ในฟุตบอลคลินิก สานฝันเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่าในประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ จัดกิจกรรมฟุตบอลคลินิก “เสริมทักษะเยาวชน สร้างอนาคตฟุตบอลไทย” ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แคมเปญ FIFA WORLD CUP™ TROPHY TOUR BY COCA-COLA เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ทักษะฟุตบอลจากนักเตะระดับโลก เพื่อจุดประกายความฝันสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

 

กิจกรรมครั้งนี้มีเยาวชนอายุ 13-19 ปี จำนวน 100 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมกับ จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลกปี 2002 ในฐานะ FIFA Legend และ ตอง-กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ โค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทย โดยเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมมาจากการแข่งขันยุวชนหาดทิพย์คัพ และการคัดเลือกจากสโมสรชั้นนำอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี และเมืองทอง ยูไนเต็ด รวมถึงทีมเยาวชนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก 1จิลแบร์โต ซิลวา ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้เยาวชนไทยในฟุตบอลคลินิก 5

The post จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานแชมป์โลก 2002 ถ่ายทอดประสบการณ์ในฟุตบอลคลินิก สานฝันเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง ขอโทษผลงานฟุตบอล-ฟุตซอลซีเกมส์ไม่เป็นไปตามเป้า https://thestandard.co/madam-pang-apologizes-sea-games-target/ Fri, 09 Jan 2026 08:57:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1163354 มาดามแป้ง ขอโทษผลงานฟุตบอล-ฟุตซอล ซีเกมส์ไม่เป็นไปตามเป้า

คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จัดประชุมคณะกรรมการบริห […]

The post มาดามแป้ง ขอโทษผลงานฟุตบอล-ฟุตซอลซีเกมส์ไม่เป็นไปตามเป้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง ขอโทษผลงานฟุตบอล-ฟุตซอล ซีเกมส์ไม่เป็นไปตามเป้า

คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จัดประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 1/2569 โดย ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกฯ และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ใช้สิทธิชี้แจงผลงานของทีมฟุตบอลและฟุตซอลไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พร้อมกล่าวขอโทษคณะกรรมการโอลิมปิกฯ ที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะฟุตบอลชายที่ไม่ประสบความสำเร็จ

 

โดย มาดามแป้งยอมรับว่า ความผิดพลาดส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการของสมาคมฯ เนื่องจากช่วงเก็บตัวซีเกมส์ไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์ ทำให้ไม่สามารถให้นักเตะพักจากการลงเล่นให้สโมสรได้ ขณะเดียวกัน ปัจจุบันค่าสัมประสิทธิ์ไทยลีกปรับตัวสูงขึ้นจนมีสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลสโมสรเอเชียในระดับใกล้เคียงกับจีน ส่งผลให้สมาคมฯ ต้องพยายามบาลานซ์ระหว่างภารกิจทีมชาติกับสโมสร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและต้องอาศัยความยืดหยุ่นในการบริหารมากขึ้น

 

“แป้งพยายามบาลานซ์มาตลอด และจำเป็นต้องพูดคุยกับสโมสรให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องโควตานักเตะต่างชาติในไทยลีก ที่อาจต้องเพิ่มให้สอดคล้องกับฟุตบอลสโมสรเอเชีย ซึ่งก็อาจกระทบต่อคุณภาพนักเตะไทย ขณะนี้สมาคมฯ กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขและหารือร่วมกัน” มาดามแป้งกล่าว

 

นอกจากนี้ มาดามแป้งยังเสนอให้คณะกรรมการโอลิมปิคฯ พิจารณาส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ เพราะเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่แฟนกีฬาคาดหวัง เนื่องจากช่วงแข่งขันตรงกับฟีฟ่าเดย์ ทำให้สโมสรมีความจำเป็นต้องปล่อยตัวนักเตะอยู่แล้ว แตกต่างจากซีเกมส์ที่นักเตะต้องสลับกลับไปลงเล่นให้สโมสรหลังจบแต่ละแมตช์ ส่งผลต่อสภาพร่างกายและความฟิต โดยยอมรับว่าความอ่อนล้าเห็นได้ชัดในเกมที่ต้องต่อเวลาพิเศษ และยกย่องว่าเวียดนามทำผลงานได้ดีกว่าในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว

 

The post มาดามแป้ง ขอโทษผลงานฟุตบอล-ฟุตซอลซีเกมส์ไม่เป็นไปตามเป้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลาปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ (อีกครั้ง!) ในปี 2026 https://thestandard.co/thai-football-disappointment-2025/ Mon, 29 Dec 2025 05:30:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1158761 ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลา ปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ อีกครั้ง ในปี 2026

ปี 2025 ของเหล่าแข้งลูกหนังทีมชาติไทย เริ่มต้นด้วยความห […]

The post ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลาปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ (อีกครั้ง!) ในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลา ปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ อีกครั้ง ในปี 2026

ปี 2025 ของเหล่าแข้งลูกหนังทีมชาติไทย เริ่มต้นด้วยความหวังครั้งใหม่ กับภารกิจล่าตั๋วเอเชียนคัพ 2027 หลังอกหักจากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในปี 2024 ทำให้ทุกอย่างถูกวางให้เป็นปีแห่งการนับหนึ่งใหม่ เพื่อกลับมาเดินบนเส้นทางที่เราเคยทำได้ดีอีกครั้ง

 

ภายใต้การคุมทีมของ มาซาทาดะ อิชิอิ ผู้มาพร้อมแนวคิด “Japan Way” และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคนักเตะเลือดใหม่ ทีมไทยถูกคาดหวังว่าจะได้เห็นทิศทาง การพัฒนา และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในสนามแข่งขันระดับทวีป

 

แต่เพียงไม่กี่เดือนก่อนสิ้นปี…ทุกอย่างกลับตาลปัตร ปีนี้จบลงด้วยความผิดหวังซ้ำอีกครั้ง ตั้งแต่การปลดกุนซือ อิชิอิ ที่สะเทือนทั้งวงการ ไปจนถึงผลงานซีเกมส์ในบ้านที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ส่งผลให้ทัพช้างศึกทั้งโต๊ะใหญ่-โต๊ะเล็ก ต้องปิดฉากปีแบบช้ำใจไปพร้อมกัน

 

การเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ ความหวังที่ยังไปไม่ถึงฝัน

 

ปีนี้ อิชิอิ เดินหน้าปรับทีมด้วยแนวคิดเปลี่ยนผ่านสู่ยุคนักเตะใหม่ ผสมผสานแท็กติกสมัยใหม่กับประสบการณ์ของตัวเก๋า ทว่าฟอร์มโดยรวมยังขึ้นๆ ลงๆ พร้อมเสียงวิจารณ์เรื่องไลน์อัปในบางเกม โดยเฉพาะการพลาดทั้ง อาเซียนคัพ 2024 ช่วงต้นปี 2025 และการเสียแชมป์ คิงส์คัพ 2025 ในบ้านตัวเอง

 

สถิติรวมตลอดการทำทีม 30 นัด ชนะ 16 เสมอ 6 แพ้ 8 (ชนะ 53%) ถือว่าไม่แย่ในมุมตัวเลข แต่กลับไม่ตอบโจทย์เป้าหมายที่สมาคมฯ ตั้งไว้ ทั้งการทะลุรอบ 3 ฟุตบอลโลก, การกลับมาครองความเหนือชั้นในอาเซียน และการลุ้นตั๋วเอเชียนคัพ 2027 ที่ต้องเหนื่อยถึงเกมสุดท้าย

 

การปลดอิชิอิแบบฟ้าผ่า คือจุดแตกหักที่สะเทือนวงการ

 

ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาช็อกแฟนบอลมากที่สุดของปี เมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศยุติสัญญา มาซาทาดะ อิชิอิ แบบกะทันหัน อ้างเหตุผลด้านแนวทางการทำทีมที่ไม่สอดคล้องกับการประเมินของฝ่ายเทคนิค ทั้งที่เจ้าตัวคุมทีมมาตั้งแต่ธันวาคม 2023 พร้อมสถิติ ชนะ 16 จาก 30 นัด (ชนะ 53%)

 

หลังการปลด อิชิอิออกมาโพสต์ระบายว่ารู้สึกไม่ได้รับความเคารพ และถูกเรียกประชุมอย่างไม่จริงใจ จุดชนวนเสียงวิจารณ์อย่างหนักไปยัง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะนายกสมาคมฯ โดยเฉพาะประโยค “ทีมชาติไม่ใช่ห้องทดลอง” ซึ่งกลายเป็นวลีที่ถูกตั้งคำถามถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว และการเดินหมากเชิงนโยบายของสมาคมฯ

 

ขณะที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่านี่คือการตัดสินใจที่รวดเร็วเกินไป เพราะตัวเลขผลงานของอิชิอิถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี รั้งอัตราชนะอันดับ 2 ของทีมชาติในยุคหลังๆ พาทีมกลับเข้าสู่ ท็อป 100 ฟีฟ่าแรงกิ้ง อีกครั้ง และนัดล่าสุดก็เพิ่งบุกถล่มไชนีสไทเป 6-1 ทำให้ข้อสงสัยว่า “ทำไมต้องปลดตอนนี้?” ดังขึ้นไปอีก

 

ความล้มเหลวในซีเกมส์ 2025

 

เดือนธันวาคมคือจุดต่ำสุด เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 พร้อมตั้งเป้ากวาดทองจากฟุตบอล-ฟุตซอลชายหญิง แต่ผลลัพธ์กลับเป็นฝันร้ายในบ้านตัวเอง

 

  • ฟุตบอลหญิง: แพ้ฟิลิปปินส์รอบรองฯ ได้แค่ทองแดง
  • ฟุตซอลหญิง: เสียแชมป์ซีเกมส์ครั้งแรก ได้ทองแดง
  • ฟุตบอลชาย: ถูกเวียดนามแซงชนะ 3-2 ช่วงต่อเวลา ได้เงินปลอบใจ
  • ฟุตซอลชาย: แพ้อินโดฯ 1-6 จบด้วยเหรียญเงิน

 

และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยเจ้าภาพ แต่ไม่คว้าเหรียญทองฟุตบอลเลยสักรายการ ยิ่งตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการบริหารทีมชาติในหลายระดับ

 

ภารกิจใหญ่ในปี 2026

 

อย่างไรก็ตาม แม้ในภาพรวมจะต้องปิดปี 2025 แบบเจ็บปวด แต่ทีมไทยยังได้ไปต่อในรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 หลังชนะสิงคโปร์ 3-2 และถล่มศรีลังกา 4-0 ภายใต้การทำทีมโดย แอนโทนี ฮัดสัน ทำให้สถานการณ์คงหวังไว้เช่นเดิม

 

ตารางคะแนนปัจจุบัน

 

🇹🇭 ไทย : 12 คะแนน

 

🇹🇲 เติร์กเมนิสถาน : 12 คะแนน (เฮดทูเฮดดีกว่า / ไทยแพ้ 1-3 นัดแรก)

 

ดังนั้น เกมที่ต้องเจอเติร์กเมนิสถานในปี 2026 จะเป็นแมตช์ชี้เป็น-ชี้ตาย กับเงื่อนไขเดียว คือทีมไทยจำเป็นต้องชนะเพื่อแซงขึ้นจ่าฝูง และคว้าตั๋วไปเอเชียนคัพ 2027 ที่ซาอุฯ มิฉะนั้นไทยอาจพลาดรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

 

ขณะที่ทีมชาติไทย U23 ต้องเก็บกระเป๋า สลัดความผิดหวังจากซีเกมส์ แล้วเดินหน้าต่อสู่ภารกิจใหม่ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ช่วงต้นปี 2026 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

 

ท้ายที่สุด ปี 2025 อาจเป็นปีที่ทำให้แฟนบอลไทยต้องปวดใจไม่น้อยในแง่ผลลัพธ์ในสนามยังไม่ตอบโจทย์ ทิศทางของทีมชาติยังไม่ชัดเจน และความหวังหลายอย่างพังทลายลงตรงหน้า

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยพัง คือ ศรัทธาของแฟนบอลไทย ที่ยังคงหยัดยืนข้างฟุตบอลไทยอยู่เสมอ

 

แม้ในวันที่ทีมและสมาคมฯ ยังคงหาทิศทาง แต่แฟนบอลต้องการเพียงอย่างเดียว

 

คือการทำงานที่มีความตั้งใจจริง มุ่งมั่น และมีเป้าหมายที่จับต้องได้

 

และเราเชื่อว่าในปี 2026 เราหวังเหลือเกินว่านี้คือเวลาที่ฟุตบอลไทยจะต้องหันหัวเรือกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง เส้นทางที่ควรจะเป็นมานานแล้ว แม้ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ อีกครั้งก็ตาม!

The post ฟุตบอลทีมชาติไทย อำลาปี 2025 ด้วยความชอกช้ำ ก่อนนับ 1 ใหม่ (อีกครั้ง!) ในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมฟุตบอลฯ แถลงขอโทษเวียดนาม หลังใช้ธงชาติผิดในพิธีจับสลากฟุตซอลอาเซียน U19 https://thestandard.co/fa-apology-vietnam-flag-error/ Wed, 29 Oct 2025 04:07:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1136804 สมาคมฟุตบอลฯ แถลงขอโทษ เวียดนาม หลังใช้ธงชาติผิดในพิธีจับสลากฟุตซอลอาเซียน U19

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลง […]

The post สมาคมฟุตบอลฯ แถลงขอโทษเวียดนาม หลังใช้ธงชาติผิดในพิธีจับสลากฟุตซอลอาเซียน U19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมฟุตบอลฯ แถลงขอโทษ เวียดนาม หลังใช้ธงชาติผิดในพิธีจับสลากฟุตซอลอาเซียน U19

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม (VFF) และประชาชนชาวเวียดนาม หลังเกิดความผิดพลาดในพิธีจับสลากการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี โดยมีการแสดงธงชาติสาธารณรัฐประชาชนจีนแทนธงชาติเวียดนาม

 

อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคมฯ ฝ่ายฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด กล่าวแสดงความเสียใจอย่างจริงใจ พร้อมยืนยันว่าสมาคมฯ ตระหนักถึงความสำคัญของธงชาติในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศ และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดชอบ ซึ่งทราบเบื้องต้นว่าเป็นความผิดพลาดของบริษัทออร์แกไนซ์

 

ด้าน “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ ได้ส่งหนังสือขอโทษอย่างเป็นทางการต่อทั้งสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม และสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน พร้อมมอบหมายให้ อดิศักดิ์ และคณะเดินทางไปขอโทษต่อประธาน VFF ด้วยตนเองที่ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

 

สมาคมฯ ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดพลาดโดยไม่เจตนา และจะใช้เป็นบทเรียนสำคัญเพื่อเพิ่มความรอบคอบในการจัดงานครั้งหน้า ในฐานะเจ้าภาพที่ได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ AFF ต่อไป

The post สมาคมฟุตบอลฯ แถลงขอโทษเวียดนาม หลังใช้ธงชาติผิดในพิธีจับสลากฟุตซอลอาเซียน U19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ ตอบรับเล่นให้ทีมชาติไทย มาดามแป้งประสานเอกสารทันที https://thestandard.co/soonsupbell-to-play-for-thailand/ Mon, 27 Oct 2025 12:57:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1136258 จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ ตอบรับเล่นให้ ทีมชาติไทย มาดามแป้งประสานเอกสารทันที

ความเคลื่อนไหวสำคัญของทีมชาติไทยชุดใหญ่ก่อนโปรแกรม ฟีฟ่ […]

The post จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ ตอบรับเล่นให้ทีมชาติไทย มาดามแป้งประสานเอกสารทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ ตอบรับเล่นให้ ทีมชาติไทย มาดามแป้งประสานเอกสารทันที

ความเคลื่อนไหวสำคัญของทีมชาติไทยชุดใหญ่ก่อนโปรแกรม ฟีฟ่าเดย์ เดือนพฤศจิกายน 2568 และหลังจากที่เก้าอี้กุนซือทีมชาติไทยมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อ จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ กองหน้าลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 21 ปี จากสโมสร กริมสบี้ ทาวน์ (Grimsby Town) ในศึกลีกทู อังกฤษ ตัดสินใจตอบรับเลือกเล่นให้ทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ

 

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประสานงานอย่างต่อเนื่องของ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่พูดคุยกับนักเตะและต้นสังกัดมาตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา โดยทันทีที่ได้รับการยืนยันจากนักเตะ สมาคมฯ ได้ดำเนินการเรื่องเอกสารและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัญชาติสำหรับการลงเล่นทีมชาติไทยทันที

 

ด้าน แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เห็นชอบและเป็นผู้เสนอชื่อจู๊ดเข้าสู่ลิสต์ตัวเลือกด้วยตนเอง เพื่อเตรียมพิจารณาเรียกติดทีมในการแข่งขันช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนพฤศจิกายน

 

โดยทัพ ช้างศึก มีโปรแกรมอุ่นเครื่องเปิดบ้านพบกับ สิงคโปร์ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ก่อนจะบุกเยือน ศรีลังกา ในศึก เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดที่ 5 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568

 

สำหรับ จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ เกิดที่อังกฤษ มีคุณพ่อเป็นชาวอังกฤษและคุณแม่เป็นชาวไทย เริ่มต้นอาชีพกับ เชลซี เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในวัยเพียง 17 ปี และได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในศึกคาราบาวคัพกับ เบรนท์ฟอร์ด

 

ต่อมาในปี 2023 ย้ายไปร่วมทีม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ โดยลงเล่นให้ทีม U21 เป็นหลัก ก่อนย้ายไปค้าแข้งในสเปนกับ คอร์โดบา และล่าสุดกับ กริมสบี้ ทาวน์ โดยลงสนามไปแล้ว 8 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

 

นอกจากนี้ จู๊ดยังเคยติดทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชน ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี จนถึง 19 ปี ก่อนเลือกเส้นทางใหม่กับช้างศึก เพื่อสานฝันในเวทีทีมชาติในสีเสื้อไทยอย่างเต็มตัว

The post จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ ตอบรับเล่นให้ทีมชาติไทย มาดามแป้งประสานเอกสารทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
Road to SEA Games ทีมชาติไทยกับโค้งสุดท้ายก่อนศึกแห่งศักดิ์ศรีอาเซียน https://thestandard.co/road-to-sea-games-thailand/ Mon, 27 Oct 2025 11:37:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1136202 Road to SEA Games ทีมชาติไทยกับโค้งสุดท้าย ก่อน ศึกแห่งศักดิ์ศรีอาเซียน

ลมหนาวเริ่มมาแล้ว และหลายชนิดกีฬา ก็อยู่ในโหมดการฝึกซ้อ […]

The post Road to SEA Games ทีมชาติไทยกับโค้งสุดท้ายก่อนศึกแห่งศักดิ์ศรีอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Road to SEA Games ทีมชาติไทยกับโค้งสุดท้าย ก่อน ศึกแห่งศักดิ์ศรีอาเซียน

ลมหนาวเริ่มมาแล้ว และหลายชนิดกีฬา ก็อยู่ในโหมดการฝึกซ้อมโค้งสุดท้าย เพื่อศึกใหญ่ที่กำลังจะเปิดฉากระหว่าง 9-20 ธันวาคม 2025 เมื่อประเทศไทยรับบทเจ้าภาพในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33

 

ในทุกสนามซ้อมขณะนี้ เหงื่อกำลังรดลงบนพื้น ฝีเท้ากำลังขัดเกลา และหัวใจนักกีฬากำลังเต้นแรงในจังหวะเดียวกัน เพราะเมื่อเป็น ‘เจ้าบ้าน’ ทุกแรงเชียร์คือพลังที่สามารถเปลี่ยนเหรียญเงินให้กลายเป็นเหรียญทองได้

 

และเบื้องหลังเสียงเฮที่เราจะได้ยินในเดือนธันวาคมนี้ คือวันนี้…วันที่เครื่องยนต์แห่งความหวังของชาติ กำลังเดินเครื่องอย่างเต็มกำลัง

 

ฟุตบอล ความคาดหวังที่มากกว่าการเป็นเจ้าบ้าน

 

ในสนามซ้อม โค้ชวัง-ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ตะโกนสั่งความดุดันให้เด็กหนุ่ม U23 ส่งผ่านลงไปในทุกจังหวะบอล เพราะฟุตบอลชายคือกีฬาที่คนไทย อยากชนะมากที่สุด

 

ด้วยระบบอายุไม่เกิน 23 ปี นี่คือเวทีพิสูจน์ดาวรุ่งรุ่นต่อไปของทีมชาติไทย หลังจากเปลี่ยนแม่ทัพจาก ทากายูกิ นิชิกายะ เข้าสู่ยุคใหม่ของโค้ชวังตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทีมได้ลงแข่งไปแล้ว 2 ทัวร์นาเมนต์สำคัญ คือการคว้าอันดับ 3 ในศึกยู 23 ชิงแชมป์อาเซียน และการครองจ่าฝูง ศึกยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ และแน่นอนว่า สนามถัดไป คือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นั่นเอง

 

แผนการฝึกซ้อมหลังจากนี้ ของทัพช้างศึกไทย คือเรียกรวมพลอีกครั้งหลังฟีฟ่าเดย์ต้น พฤศจิกายน และอาจเดินทางลงไปฝึกซ้อมสนามที่สงขลาทันที เพื่อให้บ้าน กลายเป็นอาวุธในวันแข่งจริง

 

“เราจะเร็วกว่าเดิม” ปฏิบัติการยกเครื่องสปรินต์ไทย

 

นับเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่แฟนๆ ชาวไทยจับตามอง เมื่อทีมกรีฑาไทยตั้งเป้าคว้า 17 ทอง จากการแข่งขันซีเกมส์ในครั้งนี้ ซึ่งมากกว่าการได้เหรียญในซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ 16 เหรียญทอง และแน่นอนว่า กรีฑาวางหัวใจไว้ที่เหรียญทองจากการวิ่งระยะสั้น

 

การแจ้งเกิดของ บิว-ภูริพล บุญสอน ทำให้ไทยกล้าฝันไกลกว่าเดิม และเพื่อรักษาเหรียญทอง 100 ม. ชายไว้ให้ได้ รวมถึงล่าเพิ่มใน 200 ม. และ 4×100 ม. ทีมชาย สมาคมกรีฑาฯ นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไชยจินดา ตัดสินใจพลิกกระบวนการฝึกใหม่ให้ทันสมัยกว่าที่เคย

 

การดึงโค้ชสหรัฐอย่าง Gentry Bradley ผู้เคยปลุกทีมสปรินต์ตะวันออกกลาง อย่าง ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ให้ท้าทายเอเชีย คือจิ๊กซอว์สำคัญของแผนครั้งนี้

 

ค่ายกรีฑาเริ่มซ้อมตั้งแต่เดือน มกราคม เริ่มก่อนหลายชนิดกีฬาเสียอีก และนักกีฬา มีโอกาสเก็บประสบการณ์เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งกีฬามหาวิทยาลัยโลก และกรีฑาชิงแชมป์โลก 2025

 

แบดมินตันไทย ผลผลิตของระบบที่ไม่หยุดเติบโต

 

เสียงลูกแบด “ปั๊ก!” ก้องสะท้อนจากหลายสโมสรทั่วประเทศ เพราะแม้จะเป็นการแข่งขันทีม แต่แท้จริงแล้วการซ้อมของแบดมินตัน…คือ เรื่องของปัจเจก

 

แบดมินตันไทยคือกีฬาที่ลงทุนด้านโครงสร้างและระบบสร้างคนมาตลอด ปีนี้ตั้งเป้า 2 เหรียญทอง ในประเภททีมชาย และทีมหญิง สะท้อนความแข็งแกร่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงปีสองปี

 

แม้จะไม่ค่อยได้เห็นการเก็บตัวรวมทีมยาวนานแบบกีฬาชนิดอื่น เพราะนักกีฬาต้องออกตระเวนแข่งอาชีพทั่วโลก

 

แต่ยิ่งแข่งมาก = ประสบการณ์ยิ่งแกร่ง และนั่นคือสิ่งที่คู่แข่งอาเซียนหลายชาติตามไม่ทัน

 

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายชนิดกีฬาที่มุ่งมั่นฝึกซ้อม แบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ทัพนักกีฬายกน้ำหนักไทย ที่มุ่งมั่นกลับมาทวงบัลลังก์ความแข็งแกร่งคืน แต่ละวันต้องยกเหล็กน้ำหนักเกินร้อยกิโล จนมือแตก ต้องพันผ้าหุ้มไว้ แล้วไปยกต่อ จนแยกไม่ออกว่า สิ่งที่ไหลเข้าตา เป็นหยาดเหงื่อ หรือน้ำตา

 

หรือจะเป็นทีมบาสเกตบอลหญิง ที่ลงทุนจ้างโค้ชชาวเซอร์เบีย ที่เคยมีประสบการณ์คุมทีมในระดับ NBA มาแล้ว มาคุมทัพ พร้อมเตรียมบินไปเก็บตัวไกลถึงประเทศจีนในเดือนพฤศจิกายรนี้ แม้สรีระจะเล็กกว่า บางกว่า แต่ความมุ่งมั่นไม่ได้น้อยกว่าคู่แข่งขัน

 

และยังรวมถึงวอลเลย์บอล กีฬาขวัญใจมหาชนที่ครองเบอร์ 1 ของอาเซียนมาอย่างยาวนานในซีเกมส์ ก็ยังต้องติวเข้ม ปรับกลยุทธ์ในการรับมือกับเวียดนาม ทีมที่เขย่าบังลังก์ทีมไทยได้เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

 

ตอนนี้…ทุกกีฬาเต็มไปด้วยความหวัง และความกดดันที่มากกว่าครั้งไหนๆ เพราะ ชัยชนะในบ้าน จะเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจถึงแฟนกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

 

ยิ่งใกล้วันเปิดฉาก เสียงลมหายใจในแคมป์ซ้อม ก็ยิ่งดังขึ้น…พร้อมกับความฝันของคนไทยทั้งประเทศ และเมื่อวันนั้นมาถึง เราไม่ได้ลุ้นแค่เหรียญ

 

แต่ลุ้นให้ความพยายามของพวกเขา…สมบูรณ์แบบที่สุดในสนามที่เรียกว่า บ้าน!

The post Road to SEA Games ทีมชาติไทยกับโค้งสุดท้ายก่อนศึกแห่งศักดิ์ศรีอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
FIFA ลดธงชาติไทยลงครึ่งเสา ร่วมอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง https://thestandard.co/fifa-mourns-thai-queen-sirikit/ Mon, 27 Oct 2025 05:21:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1135960 FIFA ลดธงชาติไทยลงครึ่งเสา ร่วมอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA แสดงความอาลัยต่อการเสด็ […]

The post FIFA ลดธงชาติไทยลงครึ่งเสา ร่วมอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
FIFA ลดธงชาติไทยลงครึ่งเสา ร่วมอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการลดธงชาติไทย รวมถึงธงของสหพันธ์ฟุตบอลทั้ง 6 ทวีป ลงครึ่งเสา ณ สำนักงานใหญ่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

ก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือแจ้งไปยังฟีฟ่าและสมาคมสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ ถึงการเสด็จสวรรคตของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งฟีฟ่าได้ตอบสนองด้วยการร่วมไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความเสียใจและยืนหยัดเคียงข้างประเทศไทยในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้

 

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้แสดงความขอบคุณต่อ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า และคณะผู้บริหารสหพันธ์ฯ ที่ร่วมแสดงออกถึงความอาลัยและให้เกียรติแก่เหตุการณ์ครั้งสำคัญของประเทศไทย

 

พร้อมกันนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความเมตตา และแรงบันดาลใจของพสกนิกรไทยตราบนิจนิรันดร์

The post FIFA ลดธงชาติไทยลงครึ่งเสา ร่วมอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธาบอลไทย https://thestandard.co/hudson-starts-thai-football-mission/ Thu, 23 Oct 2025 12:10:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1134612 ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย

หลังการแยกทางกับ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่กำลังพาทีมชาติไทยทำ […]

The post ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธาบอลไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย

หลังการแยกทางกับ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่กำลังพาทีมชาติไทยทำผลงานในศึก เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก ได้อย่างร้อนแรง ยิงได้ 8 ประตู เสียเพียง 1 จาก 2 นัดหลังสุด

 

การประกาศปลดแบบสายฟ้าแลบด้วยเหตุผล ‘แนวทางไม่ตรงกัน’ แบบนี้…ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการลูกหนังไทย

 

และเพียงไม่กี่วันถัดมา (23 ตุลาคม) สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็เดินหน้าประกาศแต่งตั้ง แอนโธนี ฮัตสัน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค ขึ้นมารับตำแหน่ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ อย่างกะทันหัน

 

กะทันหันถึงขั้นที่การเข้ามาทำหน้าที่ ‘โค้ชคนใหม่’ ของฮัตสัน ยังไม่มีการตกลงรายละเอียดของสัญญาอย่างชัดเจน ทั้งระยะเวลาและการลงนามอย่างเป็นทางการยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

 

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกระเพื่อมในโลกโซเชียล แฟนบอลจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงวิธีการของสมาคมฯ ว่าไม่เพียงเป็นการไม่ให้เกียรติอิชิอิเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่ต่อเนื่องในโครงสร้างระยะยาวของฟุตบอลไทย ที่เหมือนจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

 

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ฮัตสัน กุนซือชาวอังกฤษวัย 44 ปี ที่เพิ่งได้รับโอกาสขึ้นแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนไทยเป็นครั้งแรก กลับเลือกจะไม่มองสถานการณ์นี้ในแง่ลบ เขาเดินขึ้นโต๊ะด้วยรอยยิ้ม และเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า

 

“ผมเข้าใจทุกเสียงของแฟนบอล เพราะเหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ทุกคนรักฟุตบอลไทยจริงๆ”

 

และในวันนี้ ซึ่งถือเป็น Day 1 ของการเริ่มต้นบทใหม่ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ ฮัตสันได้เปิดเผยแนวคิด แพสชัน และมุมมองต่อทุกคำถามที่แฟนบอลไทยอยากรู้

 

THE STANDARD SPORT ขอพาทุกคนไปสัมผัส ‘คำตอบ’ ของชายผู้เปลี่ยนบทบาทจากผู้อำนวยการเทคนิค มาสู่ข้างสนามในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่ เพื่อทำความรู้จักเขาให้ลึกขึ้น ก่อนที่เกมแรกของยุคแอนโธนี ฮัตสันจะเริ่มต้นขึ้นเดือนหน้า!

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 1

 

เปิดพอร์ต แอนโธนี ฮัตสัน ผลงานระดับ ‘ทีมชาติ’ เป็นอย่างไรบ้าง?

 

แอนโธนี ฮัตสัน ถือเป็นหนึ่งในโค้ชสายโกลบอล ที่สั่งสมประสบการณ์ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติมาแล้วหลายประเทศ เขาเริ่มต้นเส้นทางกุนซือตั้งแต่อายุเพียง 27 ปี กับสโมสร Real Maryland Monarchs ในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติในเวลาไม่นาน

 

ในระดับ ทีมชาติชุดใหญ่ ฮัตสันผ่านการคุมทีมมาแล้วถึง 3 ชาติ พร้อมผลงานดังนี้

 

🇧🇭 ทีมชาติบาห์เรน (2013-2014)
คุมทีม 12 นัด ชนะ 3 เสมอ 6 แพ้ 3
อัตราชนะ 25.00%

 

🇳🇿 ทีมชาตินิวซีแลนด์ (2014-2017)
คุมทีม 27 นัด ชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 11
อัตราชนะ 33.33%
(เคยพานิวซีแลนด์เข้าเพลย์ออฟคัดบอลโลก 2018 พบเปรู)

 

🇺🇸 ทีมชาติสหรัฐอเมริกา (รักษาการ, 2023)
คุมทีม 5 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1
อัตราชนะ 40.00%

 

ฮัตสัน กับเรื่องของ Win Rate

 

หนึ่งประเด็นร้อนแรงที่แฟนบอลไทยพูดถึงอย่างหนัก คือเรื่องของอัตราชนะ (Win Rate) ตัวเลขที่สมาคมฟุตบอลฯ เคยหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการประเมินผลงานของ มาซาทาดะ อิชิอิ

 

ในยุคของอิชิอิ ทีมชาติไทยมีสถิติ ชนะ 16 จาก 30 นัด หรือคิดเป็น อัตราชนะ 53% ก่อนถูกปลดกลางทาง ทั้งที่ผลงานในสนามยังดูมีทิศทางที่ดี

 

ขณะเดียวกัน หากมองไปที่ แอนโธนี ฮัตสัน ซึ่งมีประสบการณ์คุมทีมชาติ 3 ชาติ บาห์เรน, นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ตัวเลขทั้งหมด ยังไม่เคยแตะ 50% เลยด้วยซ้ำ

 

แต่เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้ ฮัตสันตอบอย่างใจเย็นและมีมุมมองที่น่าสนใจว่า “เรื่องอัตราชนะจะมองว่าถูกหรือผิดคงไม่ได้ เพราะแต่ละโค้ชมีแนวทางและปรัชญาแตกต่างกัน บางคนอาจเลือกอุ่นเครื่องกับทีมที่อันดับโลกต่ำกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ ส่วนบางคนเลือกเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่า เพื่อให้นักเตะได้เรียนรู้จากเกมนั้นๆ”

 

เขาอธิบายต่อว่า ตลอด 3 ปีครึ่งที่คุมทีมนิวซีแลนด์ เขาได้เล่นเกมในบ้านเพียง 2 นัดเท่านั้น ที่เหลือคือการออกไปเผชิญหน้ากับทีมที่มีแรงกิ้งสูงกว่าเกือบทั้งหมด เพราะเป้าหมายไม่ใช่การเก็บสถิติชนะ หากแต่เป็นการสร้างนักเตะที่พร้อมสู้กับทีมระดับโลก และได้เรียนรู้ให้มากที่สุด

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 2

 

มุมมองต่อการทำงานของอิชิอิ, เขาจะสานต่อแนวทางเดิม หรือสร้าง ‘Hudson Way’ ขึ้นมาใหม่?

 

THE STANDARD SPORT ยิงคำถามตรงถึง แอนโธนี ฮัตสัน ว่าในฐานะที่ก่อนหน้านี้เขานั่งอยู่ในเก้าอี้ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค และมีโอกาสเห็นการทำงานของ มาซาทาดะ อิชิอิ อย่างใกล้ชิด

 

เขามองแนวทางของกุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้อย่างไร และเมื่อถึงวันที่ต้องรับไม้ต่อ เขาจะสานต่อ หรือสร้างทางของตัวเองให้กับทีมชาติไทย?

 

ฮัตสันตอบด้วยน้ำเสียงให้เกียรติอย่างเต็มที่ต่อสิ่งที่อิชิอิได้วางไว้ พร้อมย้ำว่า การเข้ามาของเขาไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่าง แต่คือการต่อยอดและพัฒนา

 

“ผมเคารพและนับถือโค้ชอิชิอิในสิ่งที่เขาทำมา และมันคงเป็นความผิดพลาดถ้าผมจะเปลี่ยนทุกอย่าง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในทีมในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าดูดีแล้ว ทุกคนก็กำลังอยู่ในจุดที่ดี

 

“หน้าที่ของผมอาจมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างออกไป แต่สิ่งที่ผมจะทำคือค่อยๆ ถ่ายทอดแนวทางของตัวเองให้ทีมงานได้ซึมซับ และค่อยๆ พัฒนาทีมไปทีละระดับ เราจะพยายาม ‘วิวัฒนาการ’ มากกว่าจะ ‘ปฏิวัติ’ ทุกอย่าง”

 

มุมมองฟุตบอลไทย ผ่านสายตาของ ฮัตสัน

 

ฮัตสันมองว่า ประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศที่ทำให้เขารู้สึกโชคดีที่ได้มาทำงาน “ผมโชคดีที่ได้ทำงานในหลายประเทศ แต่ต้องพูดถึงประเทศไทยเป็นพิเศษ เพราะนี่คือประเทศที่มีวัฒนธรรมและผู้คนที่ยอดเยี่ยม ทุกคนให้เกียรติกัน ยิ้มแย้ม และมีพาสชันในเกมฟุตบอล ผมรู้สึกได้ถึงพลังและศักยภาพที่ไปได้ไกลมาก”

 

ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคมาก่อน ฮัตสันบอกว่า หน้าที่ของเขาคือการมองภาพรวมทั้งหมดของฟุตบอลไทย ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อสร้างระบบที่ต่อเนื่องให้ทุกชุดเดินไปในทิศทางเดียวกัน

 

เขาย้ำว่า จุดสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของทีมชาติไทยให้ชัดเจน เพื่อให้นักเตะเติบโตตามเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะอยู่ในรุ่นอายุใด

 

“สิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ใช่ ‘Hudson Way’ แต่คือการทำงานร่วมกันของโค้ชไทยที่มีประสบการณ์ เราคุยกัน วิเคราะห์กัน จนตกผลึกว่าอะไรคือจุดแข็งของนักเตะไทย และจะใช้สิ่งนั้นสร้างทีมชาติให้แข็งแกร่งที่สุด”

 

เขาทิ้งท้ายด้วยคำหวานผ่านความรู้สึกต่อวงการลูกหนังไทยว่า “ที่นี่แตกต่างจากหลายประเทศ เพราะทีมงานทุกคนทุ่มเทและรักฟุตบอลมาก ทุกคนทำงานหนักเพื่อให้ฟุตบอลไทยพัฒนา เหมือนกับแฟนบอลที่รักทีมชาติ ผมรู้สึกจริงๆ ว่าที่นี่พิเศษกว่าที่ไหนๆ”

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 3

 

เป้าหมาย กับ สัญญา (เฉพาะกิจ)

 

เมื่อถูกถามเรื่องของสัญญา หรืออายุงาน ฮัตสัน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการพูดคุยและจัดการเอกสาร

 

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมได้รับทราบพร้อมๆ กับทุกคน (เรื่องปลดอิชิอิ และเข้ามารับตำแหน่ง) และตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเรื่องสัญญาและการเซ็นอย่างเป็นทางการ”

 

ฮัตสันเรียกภารกิจนี้ว่าเป็นเพียงสัญญาเฉพาะกิจที่มีเป้าหมายชัดเจน คือพาทีมชาติไทยคว้าชัยใน 2 นัดสำคัญกับ ศรีลังกา และ เติร์กเมนิสถาน เพื่อผ่านเข้ารอบไปเล่นรอบสุดท้ายของเอเชียนคัพ 2027

 

“ผมเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งกับบาห์เรนและสหรัฐฯ ที่ต้องชนะเพื่อเข้ารอบต่อไป ผมมั่นใจว่าเราทำได้ เพราะเรามีนักเตะที่มีศักยภาพสูง และถ้าเรามีทัศนคติที่ถูกต้อง เราจะคว้าผลลัพธ์ที่ต้องการแน่นอน”

 

นอกจากนี้ ฮัตสันยังยอมรับว่ายังเร็วเกินไปที่จะตอบชัดถึงรูปแบบการเล่นหรือรายละเอียดของทีมงานสต๊าฟโค้ชในตอนนี้ แม้จะมีไอเดียในใจอยู่บ้างแล้ว ส่วนทีมงาน จะพยายามเฟ้นหาคนที่เหมาะสมและดีที่สุดมาทำงานร่วมกัน

 

สำหรับรายการสำคัญอย่าง อาเซียนคัพ 2026 ฮัตสันพูดชัดเจนว่า มาตรฐานของทีมชาติไทยไม่ควรมีทางเลือกอื่นนอกจากการ ‘เป็นแชมป์’ แบบไม่มีข้อยกเว้น

 

ช้างศึก ‘ยุคฮัตสัน’ จะเรียกแข้งเก๋ากลับมาหรือไม่?

 

อีกหนึ่งคำถามที่แฟนบอลไทยอยากรู้คือ ในยุคของ แอนโธนี ฮัตสัน ทีมชาติไทยจะเดินตามแนวทางของ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่เน้นผลักดันผู้เล่นรุ่นใหม่เต็มตัว หรือจะเปิดโอกาสให้นักเตะประสบการณ์สูงกลับมามีบทบาทในทีมอีกครั้ง?

 

ฮัตสันตอบอย่างชัดเจนว่า เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะเยาวชน แต่ก็ย้ำว่านักเตะรุ่นพี่ยังมีบทบาทและความสำคัญไม่แพ้กัน

 

“ผมเชื่อมั่นในตัวนักเตะเยาวชน ทุกคนที่มีความสามารถและทัศนคติที่ถูกต้องย่อมมีโอกาสลงเล่น แต่ฟุตบอลทีมชาติต้องการสมดุล นักเตะประสบการณ์สูงก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน”

 

เขาอธิบายว่า นอกจากฟอร์มการเล่นในสนามแล้ว สิ่งที่รุ่นพี่มอบให้คือ ‘มาตรฐาน’ และ ‘แบบอย่าง’ ทั้งในและนอกสนาม โดยเฉพาะเมื่อต้องออกไปเล่นเกมเยือนต่างแดน ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายเรื่องสภาพแวดล้อมและการปรับตัว

 

“นักเตะอายุน้อยอาจเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลง แต่รุ่นพี่จะช่วยแนะนำและพยุงทีมให้ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นได้ การมีพวกเขาอยู่ในทีมคือส่วนสำคัญของการรักษามาตรฐานและเป้าหมายที่เราตั้งไว้”

 

การรับมือกับแรงกดดัน และกระแสต่อต้านของแฟนบอล

 

หลังได้รับการแต่งตั้ง อีกสิ่งที่ ฮัตสันต้องเผชิญทั้งแรงกดดันมหาศาลและกระแสต่อต้านจากแฟนบอลไทยจำนวนมาก แต่เขากลับเลือกมองมันในเชิงบวกมากกว่ายกมาเป็นอุปสรรคทับตัวเอง

 

“ผมรับงานนี้เพราะผมรักประเทศไทยจริงๆ รักในวัฒนธรรมและผู้คน ไม่ได้พูดเพราะมีคนไทยอยู่เต็มห้อง แต่เพราะผมสัมผัสได้ว่าทุกคนมีแพชชั่นกับฟุตบอล ผมอยากให้ทีมชาติไทยเล่นอย่างภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับแฟนบอลที่ภูมิใจในทีมของพวกเขา”

 

ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหลายอย่างยังต้องหารือและปรับการทำงานร่วมกับฝ่ายเทคนิค แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ เขาแคร์แฟนบอลไทยและเข้าใจทุกเสียงวิจารณ์

 

“ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทุกคนรักฟุตบอลไทย และอยากให้ฟุตบอลไทยมีผลงานดีเสมอ ไม่ว่าจะกระแส หรือปฏิกิริยาของแฟนบอล ผมเองก็เป็นคนที่แคร์แฟนบอล เช่นเดียวกับนายกสมาคมฯ ก็อยากแสดงให้เห็นว่าทุกคนแคร์ฟุตบอลไทยจริงๆ

 

“อีกสิ่งผมเคารพทุกคอมเมนต์ ที่แสดงเข้ามาจากแฟนบอล หวังว่าวันหนึ่งผมจะทำให้ได้ ในการพาทีมชาติไทยเข้ารอบเอเชียน คัพ ทำให้แฟนบอลทุกคนภูมิใจกับฟอร์มการเล่น และผลการแข่งขันที่ทีมชาติไทยแสดงออกมา”

 

ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธา บอลไทย 4

 

คำถามยอดฮิต! ทีมชาติไทยยังฝันไปบอลโลกได้หรือไม่?

 

เมื่อถูกถามถึงคำถามที่แฟนบอลไทย (อาจจะยัง) อยากได้ยินที่สุด ทีมชาติไทยยังมีโอกาสไปฟุตบอลโลกหรือไม่

 

ฮัตสันตอบด้วยความเชื่อมั่นว่า “ผมเชื่อว่าเราสามารถไปได้ แต่…สิ่งที่ต้องทำต่อคือการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งเพิ่มจำนวนแมตช์แข่งขัน การสร้างระบบเยาวชน และการพัฒนาโค้ชในแต่ละระดับ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราก้าวใกล้ฟุตบอลโลกมากขึ้น”

 

ข้อความถึงแฟนบอลไทย

 

แอนโธนี ฮัตสัน ฝากข้อความถึงแฟนบอลไทย โดยเขาย้ำถึงความเข้าใจดีว่านี่คือช่วงเวลาที่ยาก ทั้งสำหรับทีมชาติไทยและคนที่รักทีมนี้

 

“ผมเข้าใจแฟนบอลทุกคนว่านี่คือช่วงเวลาที่ยาก แต่ผมขอเวลาในการพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งผม ทีมงานสตาฟฟ์ และนักเตะทุกคน เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเอาชนะใจแฟนบอลไทย และสร้างความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง หวังว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนจะเปิดใจ ยอมรับ และภูมิใจกับฟุตบอลไทยในแบบที่เราอยากให้เห็น”

 

สำหรับโปรแกรมต่อไปของทีมชาติไทยชุดใหญ่ จะกลับมาลงสนามในช่วง ฟีฟ่าเดย์ เดือนพฤศจิกายน 2568

  • นัดอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติสิงคโปร์ (อันดับ 155 โลก) วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต เวลา 19.30 น.
  • ต่อด้วยการบุกเยือน ทีมชาติศรีลังกา (อันดับ 193 โลก) ในศึก เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก

 

       

The post ทีมชาติไทย เริ่มนับ 1 กับ แอนโธนี ฮัตสัน ผู้มาพร้อมภารกิจฟื้นศรัทธาบอลไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องผลงาน แอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ https://thestandard.co/anthony-hudson-new-thai-coach/ Wed, 22 Oct 2025 14:41:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1134263 ส่องผลงาน แอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่

ภายหลัง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง […]

The post ส่องผลงาน แอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องผลงาน แอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่

ภายหลัง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศแต่งตั้ง แอนโธนี ฮัตสัน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสมาคมฯ เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่คนใหม่

 

และนี่คือผลงานของ ฮัตสัน ในการคุมทีมชาติชุดใหญ่ตลอดเส้นทางอาชีพที่ผ่านมา

 

🇧🇭 ทีมชาติบาห์เรน (2013-2014)
คุมทีม 12 นัด
ชนะ 3 เสมอ 6 แพ้ 3
อัตราชนะ 25.00%

 

🇳🇿 ทีมชาตินิวซีแลนด์ (2014-2017)
คุมทีม 27 นัด
ชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 11
อัตราชนะ 33.33%
(เคยพานิวซีแลนด์เข้าเพลย์ออฟคัดบอลโลก 2018 พบเปรู)

 

🇺🇸 ทีมชาติสหรัฐอเมริกา (รักษาการ, 2023)
คุมทีม 5 นัด
ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1
อัตราชนะ 40.00%

 

ส่องผลงาน แอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post ส่องผลงาน แอนโธนี ฮัตสัน กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thailand Way ฟุตบอลทีมชาติไทย เริ่มต้นใหม่ (อีกแล้ว!) https://thestandard.co/thailand-way-football-reboot/ Wed, 22 Oct 2025 01:58:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1133651 COVER - Thailand Way Football Reboot

ดูเหมือนว่าความหวังของแฟนบอลไทย ที่อยากเห็นทีมชาติกลับม […]

The post Thailand Way ฟุตบอลทีมชาติไทย เริ่มต้นใหม่ (อีกแล้ว!) appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Thailand Way Football Reboot

ดูเหมือนว่าความหวังของแฟนบอลไทย ที่อยากเห็นทีมชาติกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง…จะดับวูบลงอีกหน

 

เมื่อข่าวการแยกทางกับกุนซือชาวญี่ปุ่นอย่าง มาซาทาดะ อิชิอิ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะเทือนทั้งวงการ

 

ภายหลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงยุติสัญญากับอิชิอิ โดยให้เหตุผลว่า “แนวทางการทำงานและทิศทางของทีมไม่สอดคล้องกัน”

 

สำหรับอิชิอิ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม 2023 คุมทีมไปแล้ว 30 นัด ชนะ 16 นัด อัตราชนะ 53% ผลงานโดยรวมถือว่าไม่น่าผิดหวัง พาทีมคว้าแชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย, ทะลุรอบน็อกเอาต์เอเชียนคัพ และขยับอันดับฟีฟ่าจาก 113 ขึ้นมาอยู่ที่ 96 ของโลก พร้อมเริ่มวางทีมเลือดใหม่ในแบบที่เขาเชื่อ

 

แต่ยังไม่ทันได้สร้างสิ่งนั้นให้เต็มรูปแบบ เขาก็ต้องเก็บกระเป๋าออกจากตำแหน่งเสียก่อน

 

การปลดครั้งนี้จึงไม่ต่างจาก ‘ฟ้าผ่า’ กลางแคมป์ช้างศึก โดยเฉพาะในจังหวะที่ทีมกำลังลุ้นผ่านเข้ารอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ซึ่งเหลือเพียงสองนัดสุดท้าย

 

สองเกมที่อาจชี้อนาคตของฟุตบอลไทยชุดใหญ่เลยก็ว่าได้…

 

Aftershock ความรู้สึกของอิชิอิ และกระแสวิพากษ์

 

หลังแถลงการณ์ของสมาคมฯ สิ่งที่ทำให้แฟนบอลไทยสะเทือนใจกว่าตัวข่าว คือโพสต์ระบายของ มาซาทาดะ อิชิอิ ผ่าน Instagram Story ส่วนตัวว่า “วันนี้ตอน 10 โมง ผมถูกสมาคมฟุตบอลไทยเรียกไป โดยบอกว่า มาทบทวนสองนัดที่เจอกับไต้หวัน

 

“หลังจากการพูดคุย ผมถูกบอกว่า “วันนี้จะทำการยกเลิกสัญญา” เหตุผลคือ อยากเปลี่ยนสตาฟฟ์ ของทุกชุดเยาวชน

 

“ผมยังไม่สามารถจัดการความรู้สึกได้ เลยตอบไปว่า ไว้คุยกันอีกครั้งหน้า และไม่ได้ลงนามเอกสารใดๆ แล้วตอนบ่าย…ก็มีประกาศปลดออกมา ดูเหมือนไม่ให้ความจริงใจซึ่งกันและกัน”

 

“และถึงทุกคนที่สนับสนุนทีมชาติไทยมาจนถึงตอนนี้, ขอบคุณมาก”

 

คำพูดของอิชิอิสะท้อนทั้งความผิดหวังส่วนตัว และคำถามที่ลอยอยู่ในใจของแฟนบอลหลายคน เหตุใดสมาคมฯ จึงเลือกปลดเขาในเวลานี้?

 

เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลไทยตามมาอย่างหนัก หลายคนเห็นว่าการปลดครั้งนี้ ไร้เหตุผลชัดเจน

 

โดยเฉพาะเมื่ออิชิอิพาทีมไทยชนะไต้หวัน 2-0 และ 6-1 ในศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า

 

ถ้าเหตุผล ‘การปลด’ คือการบอกว่า วินเรตต่ำ ต้องบอกว่า ข้อมูล ณ ปัจจุบัน อิชิอิ คือกุนซือที่ ไม่เคยมี Win Rate ต่ำกว่าท็อป 5 ในทุกทีมที่เคยคุมทั้งระดับ สโมสร และโดยเฉพาะทีมชาติไทย ที่ 53.33% (อันดับ 2 จาก 14 คน)

 

สถิติเหล่านี้บอกชัดว่า อิชิอิไม่ใช่โค้ชที่ล้มเหลวในเชิงตัวเลขเลย

 

แต่สุดท้าย เหตุผลที่สมาคมฯ ยืนยันคือคำสั้นๆ ที่แฟนบอลคุ้นเคยดี คือ “แนวทางไม่ตรงกัน” คำอธิบายที่กลับยิ่งเพิ่มความคลุมเครือให้กับการตัดสินใจครั้งนี้มากกว่าเดิม

 

CONTENT_1

 

คำถาม…ที่ไม่มีคำตอบ สรุปแล้วอิชิอิถูกปลดเพราะอะไร?

 

ก่อนหน้านี้ หลายเสียงชี้ไปที่แนวทาง ‘Japan Way’ หรือฟุตบอลสไตล์ญี่ปุ่นที่อิชิอิพยายามปลูกฝังให้ทีมชาติไทย ระบบที่เน้นวินัย แท็กติกละเอียด และการสร้างทีมอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งดูเหมือนจะยังไม่ให้ผลลัพธ์อย่างที่แฟนบอลคาดหวัง

 

แต่หากมองลึกลงไป ปัญหาอาจไม่ใช่ Japan Way เลยด้วยซ้ำ

 

เพราะความจริงคือ อิชิอิเข้ามารับช่วงต่อหลังจากทีมชาติไทยตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026

 

เขาไม่ได้เริ่มสร้างทีมนี้จากศูนย์ แต่ต้องมาสานต่อจากระบบและนักเตะที่มีอยู่แล้ว (จากยุคมาโน่) ทั้งในแง่ขุมกำลัง, ขวัญกำลังใจ และรอยร้าวภายในทีม

 

ยิ่งไปกว่านั้น เกมอุ่นเครื่องที่ควรเป็น “ห้องทดลอง” สำหรับลองแท็กติกใหม่ๆ กลับถูกคาดหวังให้ชนะทุกนัด จนไม่มีพื้นที่สำหรับการลองผิดลองถูก

 

ขณะที่ระยะเวลาในการเก็บตัวก็สั้น นักเตะตัวหลักบางรายไม่สามารถร่วมทีมได้ครบ

 

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนจำกัดโอกาสในการพัฒนาทีมตามแนวทางที่เขาวางไว้

 

ดังนั้น ปัญหาจริงอาจไม่ใช่แนวทางของอิชิอิ แต่คือ โครงสร้างฟุตบอลไทยที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

เรายังคงขาดระบบสนับสนุนที่ครบวงจร กระจายทรัพยากรยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในระดับเยาวชนและอะคาเดมี ซึ่งควรเป็นรากฐานสำคัญของทีมชาติ

 

Japan Way อาจเหมาะกับประเทศที่มีระบบแข็งแรงอยู่แล้ว แต่สำหรับไทย ที่ยังมีปัญหานักเตะฟอร์มไม่คงเส้นคงวา ลีกขาดเสถียรภาพ และไม่มีเวลาเตรียมทีมมากพอ

 

และที่ยิ่งน่าเสียดายเข้าไปใหญ่ เพราะการปลดอิชิอิในครั้งนี้ ไม่ได้แค่หมายถึงการเสียโค้ชที่มีผลงานดีระดับหนึ่ง แต่คือการเสียคนที่พยายามวางโปรเจกต์ระยะยาวให้กับทีมชาติไทย

 

อิชิอิเริ่มวางรากของระบบใหม่ ทั้งการสร้างทีมสายเลือดใหม่และปรับแนวทางฝึกซ้อมให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น

 

แต่ฟุตบอลไทยแบบ Thailand Way กลับยังติดกับดักเดิม คือการมองหาผลลัพธ์ระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนระยะยาว

 

จนสุดท้าย ความอดทนที่ควรจะเป็นพื้นฐานของการสร้างทีม…กลับกลายเป็นสิ่งที่เรามีให้น้อยเกินไปเสมอ

 

CONTENT_2

 

ใครคือตัวเต็งรับไม้ต่อคุมช้างศึก?

 

หลังการปลดโค้ชครั้งนี้ คำถามที่แฟนบอลทุกคนอยากรู้ก็คือ แล้วใครจะมารับไม้ต่อจาก มาซาทาดะ อิชิอิ?

 

แน่นอนว่า ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้คือ แอนโธนี ฮัดสัน วัย 44 ปี โค้ชชาวอังกฤษผู้ผ่านประสบการณ์ในเวทีระดับโลกมาแล้ว ทั้งในฐานะโค้ชทีมชาติบาห์เรน, นิวซีแลนด์ และผู้ช่วยโค้ชทีมชาติสหรัฐอเมริกา

 

ก่อนหน้านี้เขายังเคยคุมทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก จึงถือเป็นโค้ชที่รู้จักนักเตะไทยและเข้าใจบริบทของฟุตบอลเอเชียเป็นอย่างดี (แบบเดียวกับ อิชิอิ เลย)

 

ฮัดสันเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และด้วยตำแหน่งนี้เอง ทำให้หลายคนมองว่าเขาอาจเป็นตัวเลือกในบ้าน ที่พร้อมก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติไทยแบบเต็มตัว

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตาไม่แพ้กัน คือ ชิน แท ยง กุนซือชาวเกาหลีใต้ที่เคยพาทีมชาติอินโดนีเซียทะลุรอบ 3 ของศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมด้วยการชนะ ซาอุดีอาระเบีย 2-0

 

แม้จะถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่เวลานี้เขายังคงว่างงาน และถูกพูดถึงในฐานะแคนดิเดตที่น่าสนใจ

 

ท้ายที่สุด เรากำลังจบปี 2025 ด้วยการ ‘เริ่มต้นใหม่’ อีกแล้ว!

 

จาก มิโลวาน ราเยวัช มาถึงอากิระ นิชิโนะ, มาโน่ โพลกิ้ง และล่าสุดอิชิอิ

 

รายชื่อโค้ชที่ถูกเปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ ราวกับทีมกำลังพายเรือวนอยู่ในอ่างเดิม

 

คำถามจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะพาช้างศึกไปสู่จุดสูงสุด หรือทำให้เรากลับมานับหนึ่งใหม่อีกครั้ง?

 

หากโครงสร้างพื้นฐานยังเหมือนเดิม การลงทุนในเยาวชนยังขาดหาย และระบบสนับสนุนยังไม่เข้มแข็ง หรือในแง่ความอดทนกับการใช้เวลาวางโครงสร้างที่มีไม่มากพอ ต่อให้ได้โค้ชเก่งแค่ไหน ก็คงยากจะเปลี่ยนชะตาฟุตบอลไทยได้

 

เพราะฟุตบอลไทยไม่ต้องการเพียง ‘โค้ช’ ที่มารับงานเพื่อทำทีมชนะนัดต่อนัด แต่ต้องการคนที่มีความจริงใจ พร้อมปักเสา วางรากฐานใหม่ให้แข็งแรงและยั่งยืน

 

เพราะหากยังไม่เริ่มจากตรงนั้น เราก็จะยังคงมูฟออนเป็นวงกลม กลับมานับหนึ่งใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้

 

สุดท้าย ก็ได้แต่หวังว่า ใครก็ตามที่จะมารับไม้ต่อ จะสามารถจุดประกายความหวังให้ทีมชาติไทยอีกครั้ง

 

หรือไปได้ไกลกว่านั้นก็ยินดียิ่ง… 🙏

 

 

The post Thailand Way ฟุตบอลทีมชาติไทย เริ่มต้นใหม่ (อีกแล้ว!) appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมฟุตบอลฯ เปิดจำหน่ายเสื้อ ‘คนไทย รักบอลไทย’ ร่วมเชียร์ ร่วมสร้างอนาคตลูกหนังไทย https://thestandard.co/innovestx-not-worried-about-chip-tariff-2/ Thu, 07 Aug 2025 09:14:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1104840 สมาคมฟุตบอลฯ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ […]

The post สมาคมฟุตบอลฯ เปิดจำหน่ายเสื้อ ‘คนไทย รักบอลไทย’ ร่วมเชียร์ ร่วมสร้างอนาคตลูกหนังไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมฟุตบอลฯ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแคมเปญ ‘คนไทย รักบอลไทย’ พร้อมวางจำหน่ายเสื้อเชียร์รุ่นพิเศษในราคาเพียง 350 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลไทยได้มีส่วนร่วมพัฒนาและผลักดันวงการฟุตบอลไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

แคมเปญนี้เป็นหนึ่งใน 4 โครงการสำคัญที่ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ ตั้งใจริเริ่ม ภายใต้แนวคิด ‘คนไทย รักบอลไทย’ โดยเสื้อเชียร์รุ่นพิเศษนี้ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ธงไตรรงค์’ สื่อถึงพลังแห่งศักดิ์ศรี ความรัก ความสามัคคี และแรงเชียร์ของคนไทย ถ่ายทอดสู่ผืนผ้าอย่างสง่างาม

 

สำหรับเสื้อ ‘คนไทย รักบอลไทย’ จึงไม่ใช่แค่เสื้อยืดธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์แห่งพลังศรัทธา ที่แสดงถึงความรักและความเชื่อมั่นในทีมชาติไทย ผ่านการผลิตที่พิถีพิถันโดยแบรนด์ไทยอย่าง วอริกซ์

 

โดยผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของเสื้อได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ https://bit.ly/475m2KU 

 

The post สมาคมฟุตบอลฯ เปิดจำหน่ายเสื้อ ‘คนไทย รักบอลไทย’ ร่วมเชียร์ ร่วมสร้างอนาคตลูกหนังไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวต่อไปในบ้านหลังใหม่ของฟุตบอลไทยลีก https://thestandard.co/thai-leagues-new-home-next-steps/ Tue, 10 Jun 2025 14:09:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1083798

ข่าวการให้บริการถ่ายทอดสด ‘ไทยลีก’ แบบฟรีๆ […]

The post ก้าวต่อไปในบ้านหลังใหม่ของฟุตบอลไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ข่าวการให้บริการถ่ายทอดสด ‘ไทยลีก’ แบบฟรีๆ ผ่านผู้ให้บริการหลัก 2 เจ้า ทั้ง AIS PLAY และ MONOMAX กลายเป็นสิ่งที่แฟนบอลพูดถึงในวงกว้างทันที หลังจากที่ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS เปิดเผยเรื่องดังกล่าวในช่วงการตอบคำถามสื่อมวลชนในงาน ‘เปิดตัวพันธมิตรครั้งสำคัญ ร่วมพลิกโฉมฟุตบอลไทยลีก’ ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (10 มิถุนายน)

 

การยืนยันดังกล่าวถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ที่สำคัญสำหรับวงการฟุตบอลไทย เพราะนับเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดครบทุกลีกฟุตบอลระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทยลีก 1, 2, 3, ฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ และลีกคัพ รวมถึงฟุตบอลลีกเยาวชน U21 และฟุตบอลหญิงลีก 1 และ 2 หลังจากที่กลุ่มพันธมิตร AIS-GULF-JAS ชนะการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทยเป็นเงินสด 350 ล้านบาท และยังออกค่าโปรดักชันต่างๆ ที่ตกปีละ 150 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 4 ปี รวมมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท

 

การเข้าถึงที่ครอบคลุมเช่นนี้จะช่วยให้แฟนบอลทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้าถึงประสบการณ์การชมฟุตบอลในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มของ AIS PLAY ที่สามารถสมัครสมาชิกได้ฟรี ซึ่งจะกลายมาเป็นแพลตฟอร์มหลักที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอฟุตบอลไทยสู่สายตาของแฟนๆ

 

โอกาสในการเข้าถึงที่กว้างขวาง

 

แม้จะยังไม่มีการยืนยัน แต่การที่ JAS ซึ่งมีสื่อในมือทั้ง MONOMAX และ MONO29 ก็มีโอกาสถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยไปสู่สายตาแฟนๆ ทั่วไปให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง MONO29 ซึ่งเป็นดิจิทัลฟรีทีวี ก็ถือเป็นการขยายฐานผู้ชมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

 

ในงานยังมีการยืนยันว่า การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกในครั้งนี้ จะถ่ายทอดสดไปถึงไทยลีก 3 ยกเว้นเพียงบางคู่ที่อาจจะมีความลำบากเรื่องการถ่ายทอดสัญญาณจากบางพื้นที่ซึ่งยากต่อการเข้าถึงเท่านั้น นั่นยังทำให้ฟุตบอลระดับภูมิภาคอาจจะเข้ามาสู่สายตาคนทั่วไปได้มากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้ ฟุตบอลลีกภูมิภาคเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่มในพื้นที่เท่านั้น และทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วย

 

โดยทาง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เน้นย้ำถึงการกลับมามีมูลค่าของฟุตบอลไทยลีก ซึ่งจะนำมาซึ่งความมั่นคงในระยะยาวให้กับสมาคมฯ และสโมสรสมาชิกกว่า 100 สโมสรทั่วประเทศ การสนับสนุนการถ่ายทอดสดที่เข้าถึงทุกครัวเรือนและทุกมือถือ จะช่วยเพิ่มความนิยมในวงการฟุตบอลไทย นำมาซึ่งการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

อีกด้านของความสะดวกสบาย

 

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองในแง่ดี ก็ย่อมมีมุมมองด้านตรงข้าม การที่ฟุตบอลไทยลีกในทุกระดับเข้าถึงได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว อาจจะส่งผลถึงความสะดวกสบาย แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งนี้อาจจะทำให้แฟนๆ เข้าสนามน้อยลงด้วยก็เป็นได้

 

สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในวงการฟุตบอลอิตาลี ที่มักมีภาพจำว่าเป็นลีกสนามว่าง ซึ่งแม้ในความเป็นจริงจะมีหลายเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลในลีกอิตาลีไม่เข้าไปดูบอลในสนาม แต่หนึ่งในเหตุผลคือการที่พวกเขาเลือกดูบอลที่บ้านนั้นสะดวกและประหยัดกว่า สิ่งเหล่านี้อาจจะคล้ายประเทศไทยอยู่ไม่น้อย เพราะการเดินทางไปดูบอลแต่ละนัดต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไม่น้อย ซึ่งนอกจากค่าตั๋วแล้ว ค่าเดินทางรวมกับค่าอาหาร (ในกรณีที่เลือกจะรับประทาน) อาจจะทำให้การออกไปดูบอลในช่วงสุดสัปดาห์แต่ละครั้งสูงถึง 300-500 บาทเลยก็ได้

 

นั่นอาจจะเป็นเรื่องง่ายกว่า ที่บางคนอาจจะเลือกเชียร์ทีมรักอยู่ที่บ้าน และจะออกไปเชียร์ในสนามเฉพาะนัดสำคัญๆ ซึ่งก็จะส่งผลต่อยอดผู้เข้าสนามและรายได้ของสโมสรโดยตรง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้เช่นกัน

 

ผู้เล่นยักษ์ใหญ่รายใหม่ในวงการถ่ายทอดสดกีฬา

 

ตัดภาพกลับมาที่การถือลิขสิทธิ์ของ GULF, AIS และ JAS ในครั้งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ที่พวกเขากลายเป็นผู้เล่นยักษ์ใหญ่รายใหม่ ที่เดินหน้าเข้ามาสู่วงการการถ่ายทอดสดกีฬา อันที่จริง AIS ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับพื้นที่ตรงนี้ พวกเขามี AIS PLAY ที่ถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ มาหลายปีแล้ว และประสบความสำเร็จอย่างมากกับการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีสเมื่อปีก่อนด้วย

 

แต่ JAS เจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไปนี่เอง ที่เป็นหน้าใหม่พอสมควร พวกเขาอาจจะประสบความสำเร็จกับการนำภาพยนตร์และซีรีส์เข้ามาฉายในประเทศไทย แต่ในมุมของกีฬาที่พวกเขาเคยลองนำมาถ่ายทอด ทั้งบาสเกตบอล NBA หรือมวยปล้ำ WWE ก็ยังไม่ได้สร้างอิมแพ็คมากขนาดนั้น

 

แต่ในคราวนี้ พวกเขาได้พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง AIS เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ และการที่มีคอนเทนต์ทั้งฟุตบอลลีกไทย และฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในมือ ยิ่งถือว่าพวกเขามีอาวุธพร้อมสรรพ ที่จะต่อสู้ในเวทีการถ่ายทอดสดกีฬา…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนึ่งในอาวุธชั้นยอดที่มีในมือ เป็นอาวุธยอดนิยมที่สามารถแย่งมาได้จากมือคู่แข่งทางธุรกิจ

 

ดังนั้นการผนึกกำลังของ GULF, AIS และ JAS ในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงแค่การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างพลังของเงินทุนของ GULF ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารของ AIS และประสบการณ์ด้านคอนเทนต์และการถ่ายทอดสดของ JAS พร้อมด้วยวิสัยทัศน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ต้องการยกระดับวงการฟุตบอลไทยในทุกมิติ

 

ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนให้ฟุตบอลไทยเพิ่มความนิยมต่อคนภายในชาติ และยังอาจจะสามารถก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลกได้ด้วย

 

บทพิสูจน์ที่สำคัญหลังจากนี้จึงเป็นเรื่องที่ว่า เมื่อคนไทยสามารถเข้าถึงฟุตบอลลีกไทยได้ทุกระดับบนบ้านหลังใหม่ที่ GULF, AIS และ JAS รวมถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลร่วมกันสร้างแล้ว ฟุตบอลไทยจะเติบโตได้ขนาดไหน และฐานของฟุตบอลลีกไทยที่เคยตกลงไป จะสามารถกลับมาได้อีกครั้งหรือไม่?

 

คำตอบของคำถามนี้ในอีก 6 ปีข้างหน้า จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง…

The post ก้าวต่อไปในบ้านหลังใหม่ของฟุตบอลไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก แอนโธนี ฮัดสัน ผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ของทีมชาติไทย https://thestandard.co/get-to-know-anthony-hudson/ Wed, 04 Jun 2025 08:41:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1081822

มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปลี่ยนในทีมฟุตบอลไทย เมื่อ […]

The post รู้จัก แอนโธนี ฮัดสัน ผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ของทีมชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปลี่ยนในทีมฟุตบอลไทย เมื่อล่าสุดสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศแต่งตั้ง แอนโธนี ฮัดสัน เป็น ผู้อำนวยการเทคนิค คนใหม่ อย่างเป็นทางการ พร้อมเริ่มงานทันที

 

โดยสมาคมฯ คาดหวังว่าการเข้ามาของฮัดสันจะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของสมาคมฯ เพื่อวางรากฐานและยกระดับศักยภาพฟุตบอลไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงทีมชาติชุดใหญ่

 

แอนโธนี ฮัดสัน คือใคร?

 

แอนโธนี ฮัดสัน วัย 44 ปี เริ่มต้นเส้นทางในวงการฟุตบอลกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และเคยเล่นให้หลายสโมสรทั้งในอังกฤษและยุโรป ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้ฝึกสอน

 

ผลงานของเขาโดดเด่นในระดับทีมชาติ ทั้งบาห์เรน นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา รวมถึงผ่านประสบการณ์ในระดับสโมสรจากหลายทวีป ทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา และล่าสุดในเอเชียกับบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขารู้จักนักเตะไทยและบริบทของวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี

 

ผู้อำนวยการเทคนิค มีหน้าที่อะไร?

 

ผู้อำนวยการเทคนิคไม่ใช่ผู้ฝึกสอนในสนามโดยตรง แต่เป็นเบื้องหลังของระบบพัฒนาฟุตบอลระดับชาติ โดยมีหน้าที่หลักๆ ดังนี้

 

◾ วางแนวทางการพัฒนาระยะยาวของทีมชาติไทยในทุกชุด ตั้งแต่ U14 ไปจนถึงทีมชุดใหญ่
◾ วิเคราะห์ข้อมูล สถิติ และภาพการแข่งขัน เพื่อสร้างฐานข้อมูลนักเตะอย่างมีระบบ
◾ ออกแบบแนวทางการฝึกซ้อมและรูปแบบการเล่นที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ
◾ ประสานงานกับโค้ชแต่ละชุด เพื่อให้แนวทางการพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
◾ นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีวิเคราะห์เกมมาใช้ยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทย

 

การมีผู้อำนวยการเทคนิคจึงเป็นเหมือนการวางแผนแม่บท เพื่อสร้างฟุตบอลไทยที่มีระบบ มีรากฐาน และมีอัตลักษณ์ชัดเจนในระยะยาว

 

สิ่งที่แฟนบอลจะคาดหวังได้จากแถลงการณ์ของสมาคมฟุตบอลฯ?

 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ทีมชาติไทยต้องการการ ผู้อำนวยการเทคนิค เพื่อเข้ามาวางแผนในการเพิ่มศักยภาพฟุตบอลไทย ตั้งแต่ในระดับรากฐานจนถึงระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง มาโดยตลอด

 

ดังนั้น การทำงานของ ฮัดสันคือการเติมเต็มช่องว่างที่ฟุตบอลไทยยังขาดอยู่ นั่นคือการ โครงสร้างทีมชาติที่ชัดเจนขึ้น, การพัฒนานักเตะเยาวชนอย่างมีทิศทาง รวมไปถึง การพัฒนาศักยภาพฟุตบอลไทยในหลายๆ ด้าน

The post รู้จัก แอนโธนี ฮัดสัน ผู้อำนวยการเทคนิคคนใหม่ของทีมชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้งเดินหน้ากู้วิกฤต เปิด 4 แคมเปญระดมทุนช่วยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ https://thestandard.co/madam-pang-crisis-recovery-football-funds/ Wed, 23 Apr 2025 11:07:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1067470 มาดามแป้ง

หลังแถลงยืนยันการชำระหนี้ก้อนแรก 25 ล้านบาทให้กับสยามสป […]

The post มาดามแป้งเดินหน้ากู้วิกฤต เปิด 4 แคมเปญระดมทุนช่วยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง

หลังแถลงยืนยันการชำระหนี้ก้อนแรก 25 ล้านบาทให้กับสยามสปอร์ต มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ยังเปิดตัว 4 แคมเปญในชื่อ ‘คนไทยรักบอลไทย’ เพื่อระดมทุนช่วยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

มาดูกันว่าทั้ง 4 แคมเปญนี้มีอะไรบ้าง 🔎 

 

มาดามแป้ง

The post มาดามแป้งเดินหน้ากู้วิกฤต เปิด 4 แคมเปญระดมทุนช่วยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้งบริจาคเงิน 25 ล้านบาทช่วยสมาคมฟุตบอลฯ ชำระหนี้บางส่วนแก่สยามสปอร์ต https://thestandard.co/madam-pang-25m-thai-fa-debt/ Wed, 23 Apr 2025 09:07:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1067368

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงข่าวความคืบหน้ากิจกรร […]

The post มาดามแป้งบริจาคเงิน 25 ล้านบาทช่วยสมาคมฟุตบอลฯ ชำระหนี้บางส่วนแก่สยามสปอร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงข่าวความคืบหน้ากิจกรรมสำคัญ โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือการที่ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ บริจาคเงินส่วนตัวจำนวน 25 ล้านบาท เพื่อให้สมาคมฯ นำไปชำระหนี้บางส่วนตามคำพิพากษาให้แก่บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)

 

โดยมาดามแป้งยืนยันว่าการบริจาคครั้งนี้ได้รับมติเห็นชอบจากการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 โดยเป็นการบริจาคโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่การให้กู้ยืม และได้ดำเนินการโอนเข้าบัญชีสมาคมฯ เรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้มาดามแป้งยังมอบเงินส่วนตัวเพิ่มเติมอีก 5 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสมาคมฯ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของสภากรรมการ เพื่อบรรเทาภาระในช่วงที่สมาคมฯ กำลังประสบปัญหาสภาพคล่อง

 

“เพื่อมิให้สมาคมฯ นำไปสู่การถูกยึดอายัดทรัพย์อันจะก่อให้เกิดความเสียหายมากมายต่อวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด ทั้งชาย-หญิง และฟุตบอลลีกอาชีพของประเทศไทย ในการนี้แป้งจึงได้ตัดสินใจ ขอบริจาคเงินส่วนตัวให้แก่สมาคมฯ เพื่อดำเนินการชำระหนี้บางส่วนตามคำพิพากษาให้แก่ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดยที่แป้งได้บริจาคเงินจำนวน 25 ล้านถ้วน” มาดามแป้งกล่าว

The post มาดามแป้งบริจาคเงิน 25 ล้านบาทช่วยสมาคมฟุตบอลฯ ชำระหนี้บางส่วนแก่สยามสปอร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้งขอความร่วมมือสโมสรสมาชิกตรวจสอบสนามหลังแผ่นดินไหว https://thestandard.co/madam-pang-requests-stadium-inspection-after-earthquake/ Sun, 30 Mar 2025 02:25:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1058228 มาดามแป้ง

นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แ […]

The post มาดามแป้งขอความร่วมมือสโมสรสมาชิกตรวจสอบสนามหลังแผ่นดินไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง

นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ส่งข้อความถึงสโมสรสมาชิก และ แฟนบอล ให้ตรวจสอบและระมัดระวังความปลอดภัย หลังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบมายังประเทศไทย

 

โดยเนื้อหาของข้อความดังกล่าวระบุว่า “จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา และส่งผลกระทบมายังหลายพื้นที่ในประเทศไทย ดิฉันในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ขอแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจและส่งกำลังใจไปยังทุกๆ ท่านที่ได้รับผลกระทบ ขอให้พวกเราทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

 

“ทางสมาคมฯ และไทยลีก ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของแฟนบอล นักกีฬา และทุกคนที่เกี่ยวข้อง เราได้กำชับไปยังผู้ควบคุมการแข่งขันประสานร่วมกับสโมสรเจ้าบ้าน ให้ช่วยกันตรวจสอบสนามแข่งขัน อัฒจันทร์ และสถานที่ต่างๆ อย่างละเอียดรวมทั้งเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพจะปลอดภัยและราบรื่น

 

“เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการเตือนให้เราไม่ประมาทกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สมาคมฯ และไทยลีก จึงขอความร่วมมือทุกสโมสรช่วยกันทบทวนและเพิ่มความพร้อมของมาตรการความปลอดภัยต่างๆ เพื่อดูแลทุกคนให้ดีที่สุด”

The post มาดามแป้งขอความร่วมมือสโมสรสมาชิกตรวจสอบสนามหลังแผ่นดินไหว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรวงศ์เผย ส่งข้อความให้กำลังใจ ‘มาดามแป้ง’ หลังศาลสั่งชดใช้สยามสปอร์ต 360 ล้านบาท เชื่อไม่กระทบภาพลักษณ์ฟุตบอลไทย-กระทรวงฯ ไม่นอนใจ https://thestandard.co/sorawong-supports-madam-pang-siam-sport-case-360-million/ Wed, 12 Mar 2025 05:43:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1051268 สรวงศ์ เทียนทอง ให้กำลังใจนวลพรรณ ล่ำซำ หลังศาลสั่งสมาคมฟุตบอลชดใช้ คดีสยามสปอร์ต 360 ล้านบาท

วันนี้ (12 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมน […]

The post สรวงศ์เผย ส่งข้อความให้กำลังใจ ‘มาดามแป้ง’ หลังศาลสั่งชดใช้สยามสปอร์ต 360 ล้านบาท เชื่อไม่กระทบภาพลักษณ์ฟุตบอลไทย-กระทรวงฯ ไม่นอนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรวงศ์ เทียนทอง ให้กำลังใจนวลพรรณ ล่ำซำ หลังศาลสั่งสมาคมฟุตบอลชดใช้ คดีสยามสปอร์ต 360 ล้านบาท

วันนี้ (12 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ระหว่างบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชดใช้ค่าเสียหายแก่ บมจ.สยามสปอร์ต เป็นเงิน 360 ล้านบาท

 

สรวงศ์กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้ส่งข้อความไปให้กำลังใจ นวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย รู้สึกเห็นใจเพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีว่าเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ตั้งแต่ นวลพรรณ ล่ำซำ จะเข้ามารับตำแหน่ง แต่สมาคมฯ จะต้องรับผิดชอบตามคำพิพากษาศาล ส่วนเรื่องการฟ้องร้องที่เป็นหน้าที่ของสมาคมฯ ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้นวลพรรณอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อฟ้องร้องเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นวลพรรณระบุว่าสมาคมฯ เหลืองบประมาณอยู่ 20 กว่าล้าน แต่หนี้มีถึง 600-700 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะช่วยเหลืออย่างไร สรวงศ์กล่าวว่า นวลพรรณยังไม่ได้ร้องขอเรื่องหนี้เข้ามา แต่อะไรที่กระทรวงและรัฐบาลสามารถดูแลเพื่อช่วยเหลือภาพรวมของฟุตบอลไทยได้ก็จะทำ โดยพิจารณาจากคำขอของสมาคมฯ ด้วยว่าเป็นอย่างไร 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายแล้วทางสมาคมฯต้องเป็นผู้รับผิดชอบใช่หรือไม่ สรวงค์กล่าวว่า ตามคำพิพากษาสมาคมฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระค่าเสียหาย แต่อาจจะมีการฟ้องร้องผู้ที่รับผิดชอบเดิมให้มารับผิดชอบในส่วนนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบกระเทือนกับภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลไทยหรือไม่ สรวงศ์มองว่าไม่น่าเกี่ยวกับตัวกีฬา นักกีฬา และผู้บริหารสมาคมฯ ในปัจจุบัน ต้องพิจารณาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นอย่างไร ทำสัญญากันอย่างไร ซึ่งอาจมีการพูดคุยประนีประนอม แต่เรื่องการเสียชื่อถึงวงการฟุตบอลไทยไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน 

 

สรวงค์กล่าวอีกว่า ก่อนที่ตนเองจะเข้ามารับตำแหน่งก็ได้รับทราบจากสื่อมวลชนว่ามีการท้วงติงเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อยู่บ้าง โดยการชดใช้ค่าเสียหาย กระทรวงฯ เองอาจเป็นคนกลางที่จะพูดคุยเรื่องการประนีประนอมในการชำระเงิน แต่มีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว เวลานี้ผู้ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายคือสมาคมฯ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการร้องเรียนทุจริต สรวงค์กล่าวว่า หากมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น หากมีการร้องเรียนเข้ามาไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็ตามจะมีตั้งคณะกรรมการสอบอยู่แล้ว 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีทุจริตดังกล่าวนี้ มีการระบุว่าอาจเข้าข่ายฟอกเงินด้วย สรวงศ์กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องนี้เข้ามา หากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา ทางกระทรวงฯ จะตั้งคณะกรรมการสอบแน่นอน ยืนยันว่ากระทรวงฯ ไม่นิ่งเฉยแน่นอน

The post สรวงศ์เผย ส่งข้อความให้กำลังใจ ‘มาดามแป้ง’ หลังศาลสั่งชดใช้สยามสปอร์ต 360 ล้านบาท เชื่อไม่กระทบภาพลักษณ์ฟุตบอลไทย-กระทรวงฯ ไม่นอนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมยศ เตรียมรวมข้อมูลชี้แจง หลัง มาดามแป้ง แถลงจ่อฟ้องไล่เบี้ย https://thestandard.co/somyot-responds-madam-pang/ Wed, 12 Mar 2025 04:23:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1051212

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล […]

The post สมยศ เตรียมรวมข้อมูลชี้แจง หลัง มาดามแป้ง แถลงจ่อฟ้องไล่เบี้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงข่าวถึงกรณีศาลมีคำสั่งให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชดใช้เงิน 360 ล้านบาทแก่บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) จากปัญหาการยกเลิกสัญญาโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทย

 

โดยมาดามแป้งยืนยันว่าจะเสนอให้สภากรรมการลงมติฟ้องไล่เบี้ย พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และสภากรรมการชุดเก่า ที่ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เสียหาย รวมถึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการอนุมัติเงิน 30 ล้านบาทเป็นค่าทนายความ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดทางการเงินของทีมบริหารชุดเดิม

 

ล่าสุด พล.ต.อ. สมยศ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวกีฬาเดลินิวส์ถึงกรณีข้างต้น โดยอดีตนายกสมาคมฯ ระบุว่า ตนยังไม่ได้ดูการแถลงข่าวของมาดามแป้งโดยตรง แต่รับทราบเรื่องที่ถูกพาดพิง และตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงเหตุการณ์ ก่อนจะออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป

 

อ่านบทความ: มาดามแป้งจ่อฟ้องสมยศ ใช้หนี้สยามสปอร์ต – อะไรทำให้ฟุตบอลไทยมาถึงจุดนี้? ได้ที่: https://thestandard.co/thai-football-crisis/ 

 

อ้างอิง:

The post สมยศ เตรียมรวมข้อมูลชี้แจง หลัง มาดามแป้ง แถลงจ่อฟ้องไล่เบี้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>
BG Sports จับมือสมาคมฟุตบอลฯ เปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลทีมชาติไทย https://thestandard.co/bg-sports-thai-football/ Sat, 01 Feb 2025 08:14:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1037078 bg-sports-thai-football

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพร […]

The post BG Sports จับมือสมาคมฟุตบอลฯ เปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลทีมชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
bg-sports-thai-football

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า BG Sports ภายใต้กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส ประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยนับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป

 

โดย BG Sports จะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก สนามฝึกซ้อม และการเดินทางของทีมชาติไทย เพื่อเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล AFC Asian Cup รอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึงในเดือนมีนาคม

 

ทางด้าน กิตติศักดิ์ จิรภาสุขสกุล Executive Director of BG Sports กล่าวว่า “ถือว่าเป็นอีกปีต่อเนื่องที่กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส เข้ามาสานต่อการสนับสนุนการเดินทาง ที่พัก และสนามฝึกซ้อมให้กับทีมชาติไทยทั้งชุดใหญ่และทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อเตรียมตัวในการแข่งขันฟุตบอล AFC Asian Cup รอบคัดเลือก

 

“เราเชื่อมั่นว่าการเข้ามาให้การสนับสนุนของเราในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้ทีมชาติไทยสามารถทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมสู่การเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ BG Sports จึงอยากขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ฟุตบอลทีมชาติไทยไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้”

 

ทั้งนี้ ในส่วนของฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่จะมีโปรแกรมลงแข่งรายการเอเชียนคัพ 2027 (รอบคัดเลือก รอบ 3​​) โดยจะเล่นเกมแรกในบ้านด้วยการเปิดบ้านต้อนรับศรีลังกา ในวันที่ 25 มีนาคมนี้

The post BG Sports จับมือสมาคมฟุตบอลฯ เปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลทีมชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>