สมรสเท่าเทียม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สมรสเท่าเทียม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 07 Jun 2026 05:54:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เสน่ห์ไทยครองใจ LGBTQ+ ทั่วโลก Bangkok Pride 2026 ดันไทยชิงเค้ก Pink Dollar 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ https://thestandard.co/bangkok-pride-2026-pink-dollar/ Sun, 07 Jun 2026 05:54:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1215422 ภาพบรรยากาศงานเฉลิมฉลองเทศกาล Pride ที่เต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลาย

อโกด้าชี้ Bangkok Pride 2026 ฮอตสุดในภูมิภาค 9 ชาติเอเช […]

The post เสน่ห์ไทยครองใจ LGBTQ+ ทั่วโลก Bangkok Pride 2026 ดันไทยชิงเค้ก Pink Dollar 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงานเฉลิมฉลองเทศกาล Pride ที่เต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลาย

อโกด้าชี้ Bangkok Pride 2026 ฮอตสุดในภูมิภาค 9 ชาติเอเชีย นำโดยมาเลเซีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ แห่ค้นหาที่พักสูงสุด หนุนไทยขึ้นแท่นฮับ Pride Tourism ช่วยต่อยอดโอกาสธุรกิจใหม่ ชิงมูลค่าเชิงเศรษฐกิจโลก Pink Dollar 4.7 ล้านล้านดอลลาร์

 

อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า เปิดเผยว่า หากพูดถึงเมืองที่มีเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิ และความหลากหลายทางเพศได้มีสีสันที่สุดในเอเชีย กรุงเทพฯ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง

 

ในช่วงเทศกาล Pride ประจำปีนี้ ทั้งถนนหนทาง รูฟท็อปและย่านต่าง ๆ ทั่วเมืองต่างคึกคักไปด้วยกิจกรรม สีสัน และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่ดึงดูดนักเดินทางให้มาเยือนจากทั่วภูมิภาค

 

โดยพบว่า 9 ประเทศที่ทำการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ของเทศกาล Pride มากที่สุดมาจากเอเชียทั้งหมดทุกอันดับ ซึ่งอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้า สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2569

 

ประเทศที่มีนักเดินทางค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ สำหรับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนว่ากรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวช่วง Pride ในสายตาของนักเดินทางชาวเอเชีย

 

นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนในภูมิภาคนี้ต่างมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและมีชีวิตชีวา และกรุงเทพฯ ก็ตอบโจทย์ทุกข้อนั้นได้ในระยะเที่ยวบินสั้น ๆ

 

สำหรับทั้ง 9 ประเทศนั้น แต่ละประเทศก็มีการฉลองกิจกรรม Pride ที่ต่างกันออกไป เช่น ไต้หวันมีขบวนพาเหรดประจำปีที่ดึงผู้คนมาร่วมนับแสน ขณะที่โตเกียว โซล มะนิลา และฮ่องกง ต่างก็มีงานฉลองของตัวเองที่คึกคักและเติบโตขึ้นทุกปี

 

สำหรับกรุงเทพฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองนี้ได้ก้าวข้ามความเป็นเพียงจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับนักเดินทาง สู่การเป็นสัญลักษณ์ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง และยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก เมื่อประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2568 ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้กรุงเทพฯ มีแรงดึงดูดในฐานะศูนย์กลาง Pride Tourism ของภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

 

“กรุงเทพฯ มีเสน่ห์พิเศษในการดึงดูดนักเดินทางจากทั่วเอเชียในช่วง Pride Season ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ทั้ง 9 ตลาดต่างประเทศที่มียอดค้นหา สูงสุดล้วนมาจากภูมิภาคเดียวกัน ด้วยตัวเลือกที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวอีกกว่า 300,000 รายการ” อรรคพร กล่าว

 

ทั้งนี้ กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ “เศรษฐกิจสีชมพู” (Pink Economy) ที่มีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

โดยเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจและรายได้ใหม่ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การท่องเที่ยว บริการทางการเงิน ไปจนถึงบริการด้านสุขภาพและการใช้ชีวิต ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งมีบทบาททางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

 

อีกทั้ง วัฒนธรรมแห่งการยอมรับความหลากหลายทางเพศของไทยกำลังสร้างผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ใช้จ่ายในประเทศไทยราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

ขณะที่ในภาคบริการทางการเงิน กลุ่ม LGBTQ+ มีการใช้จ่ายสูงกว่า 73.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเห็นว่าสร้างโอกาสธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ ผลิตภัณฑ์ด้านธนาคาร ประกันภัย การลงทุน อสังหา ซึ่งนำมาสู่โอกาสการเติบโตใหม่ของประเทศ

 

โดย Nikkei Asia รายงานว่า เมื่อข้อจำกัดทางสังคมและกฎหมายค่อย ๆ ลดลง ธุรกิจไทยจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว แดร็กโชว์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมคอนเทนต์และซีรีส์วาย ต่างเร่งต่อยอดโอกาสจาก Rainbow Economy โดยมีภาครัฐเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ LGBT Capital บริษัทบริหารสินทรัพย์จากสหราชอาณาจักร สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของตลาดกลุ่มนี้ว่า ในระดับโลก กำลังซื้อของประชากร LGBTQ+ เพิ่มสูงขึ้นราว 388 ล้านคน เกิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจที่เรียกว่า Pink Dollar (หรือที่ในฝั่งยุโรปนิยมเรียกว่า Pink Pound) คือ อำนาจการใช้จ่ายและเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) นั้น มีมูลค่าสูงกว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

นอกจากนี้ ภาคบริการด้านสุขภาพก็เริ่มขยายตัวตามกระแสดังกล่าว โดย Borderless.lgbt แพลตฟอร์มคลาวด์ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตสำหรับชุมชน LGBTQ+ ได้เปิดตัวโครงการ “Pink Plus Economy” เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการใช้ชีวิตของกลุ่ม LGBTQ+ ในประเทศไทยอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนชีวิตคู่ การสร้างครอบครัว การบริหารการเงิน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณอีกด้วย

 

อ้างอิง:

The post เสน่ห์ไทยครองใจ LGBTQ+ ทั่วโลก Bangkok Pride 2026 ดันไทยชิงเค้ก Pink Dollar 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจอกัน 31 พ.ค.นี้! Bangkok Pride 2026 เนรมิตสีลมเป็นถนนสีรุ้ง พร้อมโชว์หมอลำระดับตำนาน https://thestandard.co/life/bangkok-pride-silom-molam-parade/ Mon, 04 May 2026 02:57:38 +0000 https://thestandard.co/life/bangkok-pride-silom-molam-parade/ ภาพบรรยากาศขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2026 ที่จะเนรมิตถนนสีลมเป็นสีรุ้ง พร้อมการแสดงหมอลำ

เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนเป็ […]

The post เจอกัน 31 พ.ค.นี้! Bangkok Pride 2026 เนรมิตสีลมเป็นถนนสีรุ้ง พร้อมโชว์หมอลำระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2026 ที่จะเนรมิตถนนสีลมเป็นสีรุ้ง พร้อมการแสดงหมอลำ

เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนเป็นมหานครแห่งสีรุ้งอีกครั้งกับ Bangkok Pride Festival 2026 ซึ่งปีนี้มาในคอนเซปต์ ‘Patch the World with Pride : การถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ’ ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากที่เราผ่านพ้นปีแห่งการเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมมาแล้ว ก้าวต่อไปในปีนี้คือการพิสูจน์ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นศูนย์กลางความหลากหลายระดับโลก (Global Pride Hub) เพื่อส่งต่อพลังสำคัญ 3 ประการ

 

  • PEACE: สันติภาพที่เกิดจากการยอมรับและเคารพในความแตกต่าง
  • PEOPLE: พลังของผู้คนที่ร่วมขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า
  • PRIDE: ความภาคภูมิใจในตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของทุกชีวิต

 

ไฮไลต์ของปีนี้มีการอัปเกรดขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะเส้นทางพาเหรดที่ขยับขยายให้มีระยะทางสมศักดิ์ศรีมาตรฐาน WorldPride ระดับสากลเทียบชั้นของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเราสรุปข้อมูลสำคัญที่คุณต้องเตรียมตัวมาให้แล้ว ดังนี้

 

ภาพบรรยากาศขบวนพาเหรด Bangkok Pride 2026 ที่จะเนรมิตถนนสีลมเป็นสีรุ้ง พร้อมการแสดงหมอลำ 1

 

ขบวนพาเหรด

 

มหกรรม Bangkok Pride Parade 2026 จัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 – 22.00 น.

 

เส้นทางปีนี้มีเปลี่ยนพิกัดใหม่! โดยขบวนจะเริ่มตั้งแถวที่ สวนสาธารณะคลองช่องนนทรี (ช่วงที่ 2) > มุ่งหน้าเข้าสู่ ถนนสีลม ย่านหัวใจสำคัญของชาว LGBTQIAN+ > ผ่านแยกศาลาแดงและอังรีดูนังต์ > และมุ่งหน้าสู่ ถนนพระราม 1 รวมระยะทางกว่า 4.8 กิโลเมตร

 

ในปีนี้คุณจะได้พบกับธงรุ้งที่ยาวกว่าทุกปีถึง 300 เมตร ซึ่งจะปูเต็มพื้นที่ถนนสีลมตลอดเส้นทางพาเหรด

 

กิจกรรมอื่นๆ

 

ความพิเศษสุดของปีนี้อีกอย่างคือการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน มาเป็นกระบอกเสียงระดับโลก บนเวที Pride Stage ณ สนามเทพหัสดิน พบกับการรวมพลังกับวงหมอลำระดับตำนาน ‘ระเบียบวาทะศิลป์’ ที่จะมาเสิร์ฟความม่วนจอยเพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณและวิถีชีวิตอันเข้มแข็งของกลุ่มเพศหลากหลายในท้องถิ่นอีสาน ผสมผสาน Soft Power ไทยเข้ากับขบวนการสิทธิมนุษยชนได้อย่างน่าจดจำ

 

นอกจากนี้ยังกิจกรรมมีเชิงสร้างสรรค์และวิชาการตลอดวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ไม่ว่าจะเป็น

 

  • Bangkok Pride Awards (28 พ.ค. 69): พิธีประกาศเกียรติคุณเชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบที่ร่วมผลักดันความหลากหลายในสังคม
  • Bangkok Pride Forum (28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69): ฟอรัมที่สายคอนเทนต์และสายวิชาการต้องห้ามพลาด ซึ่งปีนี้มาในธีม “Voices of Pride Run to the World: Speak. Shift. Shape.” จัดเต็มถึง 35 หัวข้อ ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ทั้งเศรษฐกิจ, การแพทย์, เทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อม, สิทธิมนุษยชน และการศึกษา โดยมีพิกัดฟังฟอรัมกระจายทั่วเมือง ทั้งที่ BACC, สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน
  • DRAG BANGKOK Festival: มหกรรมที่ยกระดับศิลปินแดร็กไทยให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะจัดควบคู่ไปกับงานไพรด์ในปีนี้

 

และจากปี 2568 ที่เราฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม มาสู่ปี 2569 นี้ คือการประกาศว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่จุดหมายของการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็น Pride Destination อันดับต้นๆ ของโลก โดยการหยิบความม่วนของหมอลำมาเล่าเรื่องความหลากหลายคือเสน่ห์ที่ไม่มีประเทศไหนทำได้ ใครที่มีแพลนจะมาร่วมขบวน เตรียมพลังมาให้พร้อม เพราะปีนี้เรากำลังเดินเพื่อปักหมุดหมายใหญ่สู่ WorldPride 2030 ร่วมกัน ส่วนใครที่ยังไม่เคยไปร่วมสัมผัสบรรยากาศจริง ปีนี้ก็ก็ถือเป็นปีแรกที่ดีของการเข้าร่วม

 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บางกอก ไพรด์ (Tag: )

 

ภาพ: The Standard Team

The post เจอกัน 31 พ.ค.นี้! Bangkok Pride 2026 เนรมิตสีลมเป็นถนนสีรุ้ง พร้อมโชว์หมอลำระดับตำนาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วีระยุทธ์ชู 3 หลักการ รื้อโครงสร้างเหลื่อมล้ำ บนเวทีประชาคมโลก GPM ที่บาร์เซโลนา https://thestandard.co/veerayuth-gpm-inequality-principles/ Tue, 21 Apr 2026 04:36:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1199531 วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กำลังกล่าวสุนทรพจน์บนเวที GPM ที่บาร์เซโลนา

คณะผู้แทนพรรคประชาชนเดินทางเข้าร่วม Global Progressive […]

The post วีระยุทธ์ชู 3 หลักการ รื้อโครงสร้างเหลื่อมล้ำ บนเวทีประชาคมโลก GPM ที่บาร์เซโลนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กำลังกล่าวสุนทรพจน์บนเวที GPM ที่บาร์เซโลนา

คณะผู้แทนพรรคประชาชนเดินทางเข้าร่วม Global Progressive Mobilisation (GPM) ณ Fira Barcelona เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 17–18 เมษายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คนจากมากกว่า 40 ประเทศ ประกอบด้วยผู้นำรัฐบาล นายกเทศมนตรี ผู้แทนสหภาพแรงงาน และนักวิจัยชั้นนำ

 

 
 

คณะผู้แทนพรรคประชาชนประกอบด้วย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค, รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ, ภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา และ ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส. กทม. เขตบางบอน จอมทอง หนองแขม

 

พร้อมด้วย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส. พรรพอนาคตใหม่ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานและแลกเปลี่ยนกับองค์กรระหว่างประเทศในการออกแบบนโยบายเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตผู้คนในยุคภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน

 

สัญลักษณ์สามเหลี่ยมคว่ำและสามเสาหลักของประชาธิปไตยสังคม

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ได้ขึ้นกล่าวในเวทีนโยบายเศรษฐกิจภายใต้หัวข้อ ‘An Economy that Works for the People’ ร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำอย่าง มาเรียนา มัซซูกาโต จาก UCL, เอสเธอร์ ลินช์ เลขาธิการ ETUC และผู้นำพรรคการเมืองจากยุโรปหลายประเทศ

 

วีระยุทธเริ่มต้นด้วยการชูสัญลักษณ์พรรคประชาชน ซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ เพื่ออธิบายปรัชญาพื้นฐานของพรรคว่า ‘เป็นการสู้กับโครงสร้างอำนาจแนวดิ่ง’ ที่สร้างระบบอำนาจนิยมและหล่อเลี้ยงความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

 

จากนั้นวีระยุทธนำเสนอ 3 เสาหลักของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยสังคมในประเทศกำลังพัฒนา โดยเน้นว่าความยากคือต้องผลักดันทั้งสามเสาพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้

 

เสาที่หนึ่ง Firm Ground (พื้นฐานที่มั่นคง): ต้องสร้างรากฐานในประเทศให้แน่นก่อน ทั้งระบบสุขภาพถ้วนหน้า โครงข่ายความคุ้มครองทางสังคม และความเท่าเทียมทางกฎหมาย โดยยกการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทยเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ทำได้จริงแล้ว

 

อย่างไรก็ดี วีระยุทธชี้ว่าในทางปฏิบัตินั้น การสร้างพื้นฐานที่มั่นคงต้องต่อสู้กับ ‘การจัดสรรงบประมาณที่ฉ้อฉลไร้ประสิทธิภาพ’ และการจัดซื้อจัดจ้างเชิงยุทธศาสตร์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทั้งผลประโยชน์และอุดมการณ์ที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง พร้อมเสริมว่าต้องนำหลัก pre-distribution หรือการทำงบประมาณที่สนับสนุนการลดความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ต้น ไม่ควรรอนโยบายด้านภาษีหรือเงินโอนเท่านั้น

 

เสาที่สอง Fair Game (กติกาที่เป็นธรรม): เสาที่สองคือการสร้างกติกาที่เป็นธรรม ให้สังคมมีขื่อมีแป ผ่านการผลักดันค่าแรงที่เป็นธรรม ต่อสู้กับทุนผูกขาดทั้งในประเทศและ Tech Firm ที่เข้ามาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา และยังเล่าถึงปัญหาเฉพาะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านการถูกทุ่มตลาดด้วยสินค้าราคาถูก ส่งผลกระทบต่อการค้าและการผลิตในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

 

“สิ่งที่ต้องการคือ re-regulation ไม่ใช่ deregulation เราต้องกำกับดูแลให้มากขึ้นและฉลาดขึ้น”

 

เสาที่สาม Future-Oriented Growth (การเติบโตที่มุ่งสู่อนาคต): การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำยังมีความสำคัญยิ่งต่อประเทศกำลังพัฒนา แต่ความท้าทายคือการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมที่อาศัยเชื้อเพลิงฟอสซิลและเกษตรกรรมที่ตั้งอยู่บนระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองไปสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตที่ใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยี ซึ่งต้องใช้ต้นทุนทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจที่มหาศาลเพื่อการเปลี่ยนผ่านนี้

 

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนทัศนคติของผู้กำหนดนโยบายทั้งในและต่างประเทศให้รัฐเป็นหัวหอกการลงทุนที่อยู่บนหลักการ “กระจายความเสี่ยงและผลตอบแทน” ไม่ปล่อยให้สังคมมาแบกรับความเสี่ยง แต่รางวัลตกอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นเสือนอนกินเท่านั้น

 

เรียกร้องความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่าให้กลายเป็น Neoliberalism 2.0

 

ในช่วงอภิปรายสรุป ดร. วีระยุทธเตือนว่า “จำได้ไหมว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจากวิกฤติน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 คืออะไร?” คำตอบคือแนวทางเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) ที่ลดทอนอำนาจประชาชนะและรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา

 

ดังนั้น หากปราศจากความร่วมมือระหว่างประเทศในการออกจากวิกฤติครั้งนี้ เราอาจเผชิญกับเสรีนิยมใหม่ 2.0 ก็ได้ พร้อมเรียกร้องให้ชุมชนก้าวหน้าโลกร่วมมือกันสามด้าน ได้แก่ การเสริมสมรรถนะภาพของรัฐเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมได้จริง, การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการกำกับดูแลและติดตามแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป และการร่วมลงทุนในการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด

 

เสนอ ‘แพลตฟอร์มข่าวรายสัปดาห์’ รับมือวิกฤติโลก

 

หนึ่งในข้อเสนอของวีระยุทธคือการจัดตั้ง แพลตฟอร์มข่าวและองค์ความรู้รายสัปดาห์ ของแนวคิดก้าวหน้า

 

เขาตั้งคำถามว่า “ลองนึกถึง Financial Times หรือ The Economist หรือ World Economic Forum ที่ทุกสัปดาห์จะมีการตีความว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลก เราจะตีความปัญหาวิกฤตน้ำมันอย่างไร อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ถ้ารอแต่งานวิชาการซึ่งมีนัยสำคัญแต่จะใช้เวลานานในการผลิตก็อาจไม่เพียงพอในการทำงานเชิงความคิด ในรายสัปดาห์หรือแม้แต่รายวัน เราต้องการแพลตฟอร์มข่าวและองค์ความรู้เพื่อตีความโลกผ่านมุมมองที่หลากหลายขึ้น เพื่อมองเห็นรวมกันว่าเราควรจับมือกันทำอะไรต่อไป”

 

การประชุมเครือข่ายนานาชาติของพรรคสังคมประชาธิปไตย (social democratic parties) ทั่วโลกจัดขึ้นภายใต้การประสานงานระหว่าง Party of European Socialists, Socialist International และ Progressive Alliance โดยมีผู้นำระดับโลกร่วมเวทีจำนวนมาก อาทิ ประธานาธิบดีบราซิล ลูลา, นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ, ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนบาวม์ รองนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ลาร์ส คลิงไบล์ และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ มาเรีย เรสซา

The post วีระยุทธ์ชู 3 หลักการ รื้อโครงสร้างเหลื่อมล้ำ บนเวทีประชาคมโลก GPM ที่บาร์เซโลนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ต่างประเทศ รับทราบปัญหา LGBTQIA+ เดินทางต่างประเทศ คำนำหน้าไม่ตรงเพศสภาพ ขอไปศึกษากฎหมายไทยเพิ่มเติม https://thestandard.co/lgbtqia-travel-title-gender-law/ Tue, 10 Mar 2026 09:57:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1186247 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวกรณีปัญหา LGBTQIA+ คำนำหน้าไม่ตรงเพศสภาพ

วันนี้ (10 มีนาคม) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการ […]

The post รมว.ต่างประเทศ รับทราบปัญหา LGBTQIA+ เดินทางต่างประเทศ คำนำหน้าไม่ตรงเพศสภาพ ขอไปศึกษากฎหมายไทยเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวกรณีปัญหา LGBTQIA+ คำนำหน้าไม่ตรงเพศสภาพ

วันนี้ (10 มีนาคม) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่ม LGBTQIA+ อ้างว่าได้รับผลกระทบจากการใช้คำนำหน้าไม่ตรงกับเพศสภาพเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ว่า กระทรวงรับทราบปัญหานี้อยู่แล้ว แต่สามารถทำความเข้าใจกับฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้

 

สีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนรายละเอียดขอไปศึกษากฎหมาย และระเบียบของไทยอีกครั้ง เนื่องจากประเทศไทยมีการรับรองเรื่องสมรสเท่าเทียมแล้ว ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาว จะต้องมีการเปลี่ยนหนังสือเอกสารทางราชการ และเปลี่ยนสถานะที่อยู่ในหนังสือเดินทางด้วย

The post รมว.ต่างประเทศ รับทราบปัญหา LGBTQIA+ เดินทางต่างประเทศ คำนำหน้าไม่ตรงเพศสภาพ ขอไปศึกษากฎหมายไทยเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฎหมายรัก: หนึ่งปีของสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย กับภารกิจที่ต้องทำต่อ https://thestandard.co/thailand-marriage-equality-progress-challenges/ Sun, 15 Feb 2026 06:17:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1178667 ภาพประกอบคู่รักเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งปี กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ทั้งโลกต่างหันมาเฉลิมฉลอ […]

The post กฎหมายรัก: หนึ่งปีของสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย กับภารกิจที่ต้องทำต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบคู่รักเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งปี กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ทั้งโลกต่างหันมาเฉลิมฉลองให้กับความรัก ผ่านช่อดอกไม้ บรรยากาศคู่รักและคำมั่นสัญญา แต่วันวาเลนไทน์ในประเทศไทยปีนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เคย เพราะยังเป็นการเฉลิมฉลองให้กับการครบรอบหนึ่งปีเต็มของการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมของประเทศไทย

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568 ประเทศไทยได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นการรับรองการสมรสของคู่รักทุกคู่โดยไม่จำกัดเพศสภาพ นับตั้งแต่วันนั้น คู่รักผู้มีความหลากหลายทางเพศหลายพันคู่ได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำมาซึ่งสิทธิสภาพที่เคยเอื้อมไม่ถึง ทั้งในด้านการสืบทอดมรดก การตัดสินใจด้านการรักษาพยาบาล และการสร้างรากฐานชีวิตครอบครัวที่มั่นคง

 

ก้าวสำคัญครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์จากการเดินทางเพื่อพิทักษ์สิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอันยาวนาน ตั้งแต่การวางรากฐานในรัฐธรรมนูญไปจนถึงพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับนี้ได้เป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนที่สุดถึงเจตจำนงของประเทศไทย อีกทั้งการปรับเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการสมรสขึ้นเป็น 18 ปี ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิเด็กของประเทศให้สอดคล้องกับหลักสากล

 

หากมองในระดับสากล ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นหนึ่งใน 37 ประเทศทั่วโลกที่รับรองสิทธิการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็ฉายภาพความเป็นจริงว่าความเท่าเทียมทางกฎหมายยังคงเป็น ‘ข้อยกเว้น’ มากกว่าจะเป็น ‘บรรทัดฐาน’ ในนานาประเทศ

 

สำหรับในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ย่างก้าวนี้ของไทยสำคัญต่อภูมิภาค เนื่องจากการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทางกฎหมายยังไม่ครอบคลุมทั้งภูมิภาค มากไปกว่านั้นบางพื้นที่ยังเผชิญกับแรงต้าน ที่ทำให้การยอมรับทางสังคมในบางพื้นที่รุดหน้าเร็วกว่าการคุ้มครอง ก่อให้เกิดช่องว่างในการเข้าถึงสวัสดิการและการคุ้มครอง ทั้งในสถานศึกษา ที่ทำงาน และการบริการสาธารณะ

 

สถานการณ์นี้ยิ่งท้าทายมากยิ่งขึ้นในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายงาน The Next Great Divergence ของ UNDP ได้ย้ำเตือนว่า หากปราศจากนโยบายที่คิดรอบคอบ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอาจกลับขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำมากกว่าที่จะลดช่องว่างเหล่านี้ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ถูกกีดกันทางสังคมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อระบบการศึกษา กระบวนการคัดเลือกบุคลากร และกระแสสังคมถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลอาจยังไม่มีระบบหรือการจัดการที่ป้องกันอคติ ดังนั้นความเท่าเทียมของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศ จึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ออนไลน์ พอๆ กับเนื้อหากฎหมายที่ถูกบัญญัติขึ้น

 

ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากประเทศไทยสะท้อนว่าช่องว่างระหว่างกระบวนการทางกฎหมายกับประสบการณ์จริงของผู้คนยังมีอยู่ รายงาน ‘การทนรับแต่ไม่ยอมรับ’ (Tolerance but Not Inclusion) ของ UNDP ปี 2562 ระบุว่า ครึ่งหนึ่งของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ร่วมตอบแบบสอบถามยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติภายในครอบครัวของตนเอง ในมิติด้านการศึกษาพบว่า นักเรียนผู้มีความหลากหลายทางเพศร้อยละ 41 และผู้หญิงข้ามเพศถึงร้อยละ 61 เคยถูกเลือกปฏิบัติในโรงเรียน ยิ่งไปกว่านั้น ร้อยละ 42 ยอมรับว่าจำเป็นต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคม สถานการณ์การถูกกีดกันที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยแรกเริ่มและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้จำกัดโอกาสและผลลัพธ์ทางการศึกษา การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว ดังนั้นหนึ่งปีหลังจากการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมจึงเป็นเวลาที่เราจะสำรวจว่า สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่

 

โดยสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นชัดเจนว่า การแก้ไขกฎหมายเป็นก้าวแรก แต่การทำให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้นเป็น ‘ประสบการณ์จริง’ ของผู้คนคือก้าวถัดไป ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากสังคมที่ถูกออกแบบและกำกับดูแลอย่างรอบคอบ โรงเรียนต้องป้องกันการเลือกปฏิบัติ สถานที่ทำงานต้องป้องกันการเลือกปฏิบัติเช่นเดียวกัน ที่ไม่ใช่แค่เพียงในนโยบาย แต่คือการสร้างระบบดิจิทัลที่โอบรับความหลากหลาย เช่น กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร และการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance) ของพนักงาน

 

ภาคธุรกิจไทยต่างมองเห็นกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นโอกาสในการสร้างจุดยืนทางเศรษฐกิจของไทย ผ่านการเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและต้อนรับคนทำงานและนักเดินทางทั่วโลก ผลการศึกษาจากแพลตฟอร์ม Agoda คาดการณ์ว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละปี

 

ด้วยการทำงานด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของ UNDP อย่างการพัฒนา ‘คู่มือการสร้างองค์กรที่โอบรับความหลากหลาย’ (Inclusion Toolkit for Organizations and Business) ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Workplace Pride และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยทุนสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศแคนาดา ภาคธุรกิจไทยกำลังเริ่มตระหนักว่า แนวปฏิบัติที่โอบรับความหลากหลายช่วยกระตุ้นนวัตกรรม การรักษาไว้ซึ่งบุคลากร และความสามารถในการฟื้นตัวขององค์กร ภาคเอกชนเหล่านี้กำลังมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยน ‘ความชัดเจนทางกฎหมาย’ ให้กลายเป็น ‘ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ’ ในขณะที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนสูงถึง 1.6 ล้านคน กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานและกำลังเติบโต

 

หนึ่งปีนับจากการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย ไทยยังคงเป็นต้นแบบของภูมิภาค แต่กฎหมายจะดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อสังคมร่วมกันโอบอุ้มและยึดถือเป็นวัตรปฏิบัติ ตราบใดที่การปฏิรูปกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติและการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา เราทุกคนยังมีภารกิจที่ต้องร่วมกันสานต่อเพื่อให้ความเท่าเทียมแผ่ขยายไปสู่ทุกอณูของสังคม ทั้งในบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน และพื้นที่ดิจิทัล

 

วันวาเลนไทน์ปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความรักที่กฎหมายรับรองเท่านั้น แต่คือเครื่องเตือนใจว่า ‘ความเท่าเทียม’ เกิดขึ้นจากการตัดสินใจในทุกๆ วันของเราทุกคน และความก้าวหน้าที่เราคว้ามาได้นั้น จำเป็นต้องถูกขับเคลื่อนต่อไปอย่างเข้มแข็ง

 

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ สุขสันต์ทุกความรักอย่างเต็มภาคภูมิ

 

ภาพ: UNDP

The post กฎหมายรัก: หนึ่งปีของสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย กับภารกิจที่ต้องทำต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
H0M0HAUS Reunion เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ คัมแบ็ก 31 ม.ค. – 1 ก.พ. ที่ ONE BANGKOK https://thestandard.co/homohaus-reunion-queer-performance-one-bangkok/ Fri, 30 Jan 2026 06:17:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1171476 ภาพบรรยากาศการแสดงและกิจกรรมจาก H0M0HAUS Reunion เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ ณ ONE BANGKOK

ก่อนเทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย (H0M0HAUS Festi […]

The post H0M0HAUS Reunion เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ คัมแบ็ก 31 ม.ค. – 1 ก.พ. ที่ ONE BANGKOK appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการแสดงและกิจกรรมจาก H0M0HAUS Reunion เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ ณ ONE BANGKOK

ก่อนเทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย (H0M0HAUS Festival) ครั้งที่ 3 จะเปิดม่านในเดือนมิถุนายน 2569 เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ภายใต้ชื่อ H0M0HAUS เตรียมกลับมารวมตัวอีกครั้งในโปรเจ็กต์ H0M0HAUS Reunion ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ONE BANGKOK อาคาร The Storeys ชั้น 2 เปิดให้เข้าร่วมฟรีตลอด 2 วัน

 

H0M0HAUS Reunion เป็นพื้นที่ทบทวนการเดินทางตลอดปี 2568 ของแพลตฟอร์มศิลปะการแสดงเควียร์ที่ทำงานกับประเด็นเพศวิถี อัตลักษณ์ และสังคม ผ่านการแสดง เวิร์กช็อป และวงสนทนา โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม โครงการ วัน แบงค็อก เพื่อชวนศิลปิน นักสร้างสรรค์ นักกิจกรรม และผู้สนใจทั่วไป มาตั้งคำถามร่วมกันว่า ศิลปะการแสดงและร่างกายเพศหลากหลายยังสามารถเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับอำนาจทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างไร

 

ภายในเวลาเพียง 2 วัน H0M0HAUS Reunion อัดแน่นด้วย 2 การแสดง / 2 เวิร์กช็อป / 1 นิทรรศการ / 3 วงสนทนา / 1 กิจกรรมสังสรรค์ เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การเขียน manifesto ในฐานะเครื่องมือของศิลปินและนักเคลื่อนไหว การออกแบบงานศิลปะที่ตระหนักถึงความหลากหลายทางเพศ ไปจนถึงการสนทนาเรื่องสื่อบันเทิง วาย-ยูริ และสถานการณ์หลังสมรสเท่าเทียม

 

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการแสดง in the minor of everything ที่พาศิลปินนักร้อง ซิลวี่ ภาวิดา และ มะเหมี่ยว กลับมาพบกันอีกครั้งบนเวทีการแสดงเชิงสารคดี รวมถึงการแสดง vessel unbound ที่สำรวจร่างกายและพื้นที่ปลอดภัยของความเป็นหญิงในสังคมร่วมสมัย ขณะที่นิทรรศการ Vase of Possibilities จะพาผู้ชมมองความหลากหลายผ่านสายตาเยาวชน จากผลงานวาดภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จัดแสดงเคียงคู่กับผลงานศิลปะจัดดอกไม้ของศิลปิน

 

ภาพบรรยากาศการแสดงและกิจกรรมจาก H0M0HAUS Reunion เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ ณ ONE BANGKOK 1

 

ปฏิพล (มิสโอ๊ต) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ เทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย กล่าวถึงโปรเจ็กต์นี้ว่า

 

“H0M0HAUS Reunion ไม่ใช่แค่งานรวมญาติของคนทำงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ทบทวนว่า ร่างกาย ความหลากหลาย และศิลปะการแสดง จะยังคงเป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามและต่อรองกับอำนาจในสังคมได้อย่างไร”

 

ทั้งนี้ H0M0HAUS Reunion ถือเป็นหมุดหมายสำคัญก่อนการจัด เทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย ครั้งที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 -14 มิถุนายน 2569 โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี และลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแบบฟอร์มออนไลน์

 

ข้อมูลกิจกรรม

  • สถานที่: ONE BANGKOK อาคาร The Storeys ชั้น 2
  • วันที่: 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569
  • ค่าใช้จ่าย: เข้าร่วมฟรี
  • เหมาะสำหรับ: ผู้สนใจศิลปะการแสดง ความหลากหลายทางเพศ และประเด็นสังคมร่วมสมัย

 

The post H0M0HAUS Reunion เครือข่ายศิลปะการแสดงเควียร์ คัมแบ็ก 31 ม.ค. – 1 ก.พ. ที่ ONE BANGKOK appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ปลุกโหวตเตอร์เลือกพรรคประชาชนพรรคเดียวถล่มทลาย ทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 สกัดเกมตั้งรัฐบาลแข่ง https://thestandard.co/nattapong-people-party-vote-win-government/ Sun, 25 Jan 2026 10:16:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1169225 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียง

วันนี้ (25 มกราคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ปลุกโหวตเตอร์เลือกพรรคประชาชนพรรคเดียวถล่มทลาย ทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 สกัดเกมตั้งรัฐบาลแข่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียง

วันนี้ (25 มกราคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวถึงกรณีนักวิเคราะห์การเมืองหลายคนประเมินว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์มองว่า การแสดงความคิดเห็น การวิเคราะห์ทางการเมือง สามารถทําได้ ส่วนตัวอยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันคิดว่า การเมืองคือเรื่องแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

“8 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่พวกผมและผู้สมัคร แต่คือพวกคุณทุกคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่า เสียงของพวกคุณช่วยเปลี่ยนให้เรื่องที่เคยเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ทุกคนวิเคราะห์ต่ำสิบ เสียงของพวกคุณทุกคนนี่แหละที่สนับสนุนพวกเรา จนเรากลายเป็นพรรค 80 กว่าที่นั่ง การเลือกตั้งปี 2566 นักวิเคราะห์ทุกคนพูดเหมือนกันว่า พรรคนี้ไม่มีทางชนะแลนด์สไลด์ได้ แต่เสียงของพวกคุณทุกคน ก็พิสูจน์แล้วว่า ทำให้เรากลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้”

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า หน้าที่ฝ่ายค้าน 8 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเคยคิดเคยฝันว่า สุราก้าวหน้า กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะผ่านสภาได้ แต่ก็เป็นเสียงของพวกคุณที่ทำให้กฎหมายต่างๆ ผ่านสภาได้ เรายังมีวาระที่เราอยากผลักดันต่อร่วมกัน วาระที่ก้าวหน้าให้กับสังคม เสียงของพวกคุณเท่านั้น ที่จะทําให้เรื่องที่พวกเขาอยากจะปฏิเสธ เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป จงเชื่อในพลังของตัวเองทุกคน

 

ส่วนกรณีที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมาช่วยหาเสียง กังวลหรือไม่ ว่าจะทําให้วาทกรรม ‘ทหารมีไว้ทําไม’ กลับมา ณัฐพงษ์กล่าวว่า พิธาชี้แจงไปหมดทุกอย่างแล้ว และแสดงออกถึงความรู้สึก ความตั้งใจของตัวเอง ส่วนตัวเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจดี ว่าที่ผ่านมาที่เราสื่อสารเรื่องนี้ หมายถึงอะไน ยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่า พรรคประชาชน ยืนอยู่ข้างกองทัพที่ทําหน้าที่ปกป้องประเทศ สนับสนุนกองทัพให้มีความทันสมัย ทหารชั้นผู้น้อยได้รับสวัสดิการที่ดี

 

ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงเป้าหมายของพรรคประชาชนตอนนี้ ว่า เป้าหมายที่พรรคประชาชนตั้งไว้ คือเราได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนทุกคนมากเพียงพอ เช่น ถ้าเราได้เกินครึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็ไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากได้ไม่ถึง อย่างน้อยต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 สัก 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เขารวมขั้วจัดตั้งแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น โจทย์ในตอนนี้ เรามองไปไกลกว่าว่าจะตั้งได้หรือไม่ได้ แต่เราชวนประชาชนทุกคน ให้มองว่าทางออกของประเทศคืออะไร เรามองว่า เป็นการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน ที่เสียงประชาชนมีความเข้มแข็งมากพอ ถ้าประชาชนเชื่อแบบเดียวกับเรา กาให้พรรคประชาชนถล่มทลาย อย่างไรปิดประตูทุกช่องแน่นอน ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน

 

ส่วนกรณี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ตอบโต้ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน บนเวทีปราศรัย ว่าขอให้พรรคประชาชนประกาศนโยบาย 100 วันแรก ว่าจะยกเลิก พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่อยู่ในชั้น สว. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเสนอร่างใหม่ที่รวม มาตรา 112 เข้าสภาฯ ทันที ทำได้หรือไม่

 

ณัฐพงษ์ตอบว่า เราสามารถเดินหน้าได้ อาจจะไม่จำเป็นต้องยกเลิกฉบับเดิม เรายืนยันมาโดยตลอดว่าการนิรโทษกรรม โดยเฉพาะคนที่ถูกดําเนินคดีความเห็นต่างทางการเมืองไม่สมควรจะเลือกปฏิบัติให้บางกลุ่ม หรือเลือกไม่นิรโทษบางกลุ่ม ตราบใดที่เรามีการเลือกปฏิบัติอยู่ก็ไม่สามารถสร้างความเป็นธรรม และหาทางออกให้กับสังคมได้

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ปลุกโหวตเตอร์เลือกพรรคประชาชนพรรคเดียวถล่มทลาย ทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 สกัดเกมตั้งรัฐบาลแข่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
PAÑPURI ร่วมฉลองสมรสเท่าเทียมผ่านแคมเปญ A Love Letter, Finally Read https://thestandard.co/life/panpuri-a-love-letter-finally-read/ Fri, 13 Jun 2025 05:37:26 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1084669

PAÑPURI เปิดตัวแคมเปญพิเศษ A Love Letter, Finally Read […]

The post PAÑPURI ร่วมฉลองสมรสเท่าเทียมผ่านแคมเปญ A Love Letter, Finally Read appeared first on THE STANDARD.

]]>

PAÑPURI เปิดตัวแคมเปญพิเศษ A Love Letter, Finally Read เพื่อร่วมเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย ภายใต้เดือนแห่งความเท่าเทียม (Pride Month) ส่งเสริมความรักที่ไร้ขอบเขตและความเคารพต่อความหลากหลายทางเพศ ซึ่งแคมเปญนี้นำเสนอผลงานศิลปะที่รวบรวมข้อความจากจดหมายรักในรูปแบบที่เปิดกว้าง พร้อมกิจกรรมดนตรีและการแสดงมุมมองจากกลุ่มคนที่แสดงออกถึงความรักอย่างเสรี

 

ธัญญ์ ภัคพงษ์พันธุ์ชัย และ ณัชณิช ศิริสันธนะ แชร์มุมมองเรื่องความรักที่เท่าเทียมว่า “เราไม่ได้มองว่าเป็นเพศอะไร เรามองว่าคนนี้คือคนที่เรารักและอยากอยู่ด้วย” และเชื่อว่าสมรสเท่าเทียมทำให้มั่นใจได้ว่าคู่รักจะเป็นคนที่คิดแทนกันได้เหมือนคนเดียวกัน ทุกคนสามารถติดตามกิจกรรมได้ตลอดเดือนมิถุนายนที่ PAÑPURI ทุกสาขา PANPURI.com



@panpuriofficial

 

ภาพ: Courtesy of PAÑPURI

The post PAÑPURI ร่วมฉลองสมรสเท่าเทียมผ่านแคมเปญ A Love Letter, Finally Read appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ‘สมรสเท่าเทียมพระราชทาน’ https://thestandard.co/royal-endorsement-same-sex-marriage/ Wed, 28 May 2025 09:39:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1079527

19 พฤษภาคม 2568 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของปร […]

The post ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ‘สมรสเท่าเทียมพระราชทาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

19 พฤษภาคม 2568 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพิธีมงคลสมรสพระราชทานให้แก่ กำพล วงษ์นารี และ ณัฐภูมิศ์ แถนสีแสง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

 

นับเป็นคู่สมรสเท่าเทียมคู่แรกที่ได้รับพระราชทานพิธีสมรสอย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์ชาติไทย

 

ภายหลังพิธี ณัฐภูมิศ์ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความตอนหนึ่งระบุว่า

 

“ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัว สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ซึ่งเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ครอบครัว และวงศ์ตระกูลของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

 

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นกฎหมายที่รับรองสิทธิในการจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน โดยให้ความเท่าเทียมทางกฎหมายในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินร่วมกัน การรับมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ รวมถึงสิทธิในการรับบุตรบุญธรรม

 

กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำให้ประเทศไทยกลายเป็นชาติที่ 3 ในเอเชีย (ต่อจากไต้หวันและเนปาล) ที่ให้สิทธิสมรสแก่คู่รักเพศเดียวกันอย่างสมบูรณ์

 

พิธีสมรสพระราชทานครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยสู่ความเท่าเทียมและยอมรับในความหลากหลายอย่างเป็นทางการ

 

ภาพ: Nutthabhum Taenseesang / Facebook

The post ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ‘สมรสเท่าเทียมพระราชทาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CMMU เผย LGBTQIA+ กว่า 5.9 ล้านคนของไทย พร้อมกระชากกระเป๋าสตางค์ดัน GDP โต 0.3% หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม https://thestandard.co/lgbtqia-marriage-equality-thailand-gdp-impact/ Mon, 26 May 2025 05:33:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1078533 CMMU เผยผลวิจัย LGBTQIA+ ไทย 5.9 ล้านคน กับพลังเศรษฐกิจหลังสมรสเท่าเทียม

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU เปิดงานวิจ […]

The post CMMU เผย LGBTQIA+ กว่า 5.9 ล้านคนของไทย พร้อมกระชากกระเป๋าสตางค์ดัน GDP โต 0.3% หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
CMMU เผยผลวิจัย LGBTQIA+ ไทย 5.9 ล้านคน กับพลังเศรษฐกิจหลังสมรสเท่าเทียม

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU เปิดงานวิจัย Love Wins Marketing: ถอดรหัสการตลาดหลัง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เผยพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่ม LGBTQIA+ กว่า 5.9 ล้านคน หรือ 9% ของคนไทยทั้งประเทศ ที่กำลังกลายเป็น ‘ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ’ ตัวใหม่

 

ประเสริฐ ธนัชโชคทวี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ เปิดเผยในงานสัมมนาว่า หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ในปี 2568 กลุ่ม LGBTQIA+ ไม่ได้มองแค่ ‘คุณภาพ’ หรือ ‘ราคา’ แต่ให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์’ จากแบรนด์ที่เข้าใจและเคารพความหลากหลายอย่างแท้จริง

 

ขณะที่ปกรณ์ รัตนชวนนท์ หัวหน้าทีมวิจัย เผยผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง LGBTQIA+ ทั้ง Gen Y และ Z จำนวน 374 คน พบข้อมูลพลาดไม่ได้ใน 6 มิติสำคัญ

 

ด้านการแต่งงาน พบว่า 56.1% อยากจัดงานแต่งงาน โดยเลสเบี้ยนสนใจจดทะเบียนสมรสสูงสุด 50.4% นิยมจัดงานที่โรงแรม 48.7% โดยเฉพาะ Gay Gen Z ที่นิยมถึง 64.9% ส่วนใหญ่จัดงานขนาดกลาง 50-100 คน งบเฉลี่ย 3-5 แสนบาท แต่ที่น่าทึ่งคือ 4.7% พร้อมควักกระเป๋าจัดงานหรูเกิน 1 ล้านบาท!

 

ด้านการท่องเที่ยว 51.8% วางแผนฮันนีมูนหลังแต่งงาน โดยเลสเบี้ยนชื่นชอบสูงสุด 35.2% นิยม Private Villa 40.6% และโรงแรมหรู 31.3% ใช้จ่ายท่องเที่ยวเฉลี่ย 2-5 หมื่นบาทต่อปี เที่ยว 3-5 ครั้งต่อปี ที่น่าสนใจคือ Gay Gen Z ถึง 54% ชอบให้เอเจนซีวางแผนฮันนีมูนให้

 

ด้านการมีบุตร 54% วางแผนมีลูกภายใน 2 ปีหลังแต่งงาน โดย Lesbian Gen Z ต้องการมีบุตรสูงสุด ทางเลือกหลากหลายตั้งแต่ IVF งบ 3-5 แสนบาท การตั้งครรภ์แทนงบ 1-2.5 ล้านบาท หรือรับบุตรบุญธรรมโดยส่วนใหญ่ตั้งงบไว้ 5 แสน – 1 ล้านบาท

 

ด้านที่อยู่อาศัย 54% ต้องการซื้อบ้านเป็นของตัวเอง โดย 79.1% เลือกบ้านเดี่ยว งบเฉลี่ย 3-5 ล้านบาท ขณะที่ Lesbian Gen Z สนใจคอนโด สูง 44% ที่น่าสังเกตคือ 86% มองหาสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำกว่า 5% แต่ Lesbian Gen Y และ Gay Gen Z ยอมรับดอกเบี้ยได้ถึง 7.01-10%

 

ด้านประกันและสุขภาพ 48.6% ใช้จ่ายกับประกัน 1-3 หมื่นบาทต่อปี โดย Gay Gen Y นิยมประกันสุขภาพ Lesbian Gen Y นิยมประกันชีวิตแบบระบุผู้รับผลประโยชน์ และ Gay Gen Z นิยมประกันการเดินทาง ที่น่าสนใจคือเลสเบี้ยน 8.7% สนใจศัลยกรรมแปลงเพศ มากกว่าเกย์ที่สนใจแค่ 3.5%

 

ด้านพฤติกรรมการบริโภค 77% ใช้ราคาและคุณภาพเป็นตัวตัดสินใจซื้อ แต่ Gay Gen Y เน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ราคา’ Lesbian Gen Y มอง ‘ภาพลักษณ์’ มากกว่า ‘ราคา’ ขณะที่ Others Gen Y กว่า 61% เป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคา

 

ที่ฮอตฮิตคือ Lesbian Gen Z นิยมออกเดตมากที่สุด 77.8% ใช้จ่ายเฉลี่ย 2,000-5,000 บาทต่อเดือน แต่ 22.46% ใช้จ่ายเกิน 5,000 บาทต่อเดือน

 

ประเสริฐทิ้งท้ายว่า คาดการณ์หลังกฎหมายมีผล จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่ม 4 ล้านคน สร้างรายได้ 152,000 ล้านบาท ดัน GDP ไทยโต 0.3% โดยไทยติดอันดับ Top Quartile จาก 213 ประเทศทั่วโลกในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อ LGBTQIA+

 

“การศึกษาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่ม LGBTQIA+ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจอันมหาศาลที่รออยู่” ประเสริฐกล่าว

 

ข้อมูลที่น่าจับตาคือ กลุ่ม LGBTQ+ อยากมีลูกสูงกว่าคนทั่วไป 4 เท่า ตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยมีมูลค่า 6.3 พันล้านบาท โต 6.2% และการซื้อคอนโด-บ้านจากคู่ LGBTQIA+ พุ่งขึ้น 15-20% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

 

ธุรกิจ 6 กลุ่มที่จะได้อานิสงส์เต็มๆ ได้แก่ เวดดิ้ง, ท่องเที่ยว, อสังหา, วางแผนครอบครัว, ประกันและสุขภาพ และบริการทางกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการที่ปรับตัวเร็ว เข้าใจความต้องการ และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ได้ จะคว้าส่วนแบ่งจาก ‘ขุมทรัพย์สีรุ้ง’ ที่กำลังจะระเบิดขึ้นมาอย่างเต็มพิกัดในเร็วๆ นี้

The post CMMU เผย LGBTQIA+ กว่า 5.9 ล้านคนของไทย พร้อมกระชากกระเป๋าสตางค์ดัน GDP โต 0.3% หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิราพรเผย Bangkok Pride Festival 2025 ชูความสำเร็จ ‘สมรสเท่าเทียม’ ตอกย้ำไทยเปิดกว้างทุกความหลากหลาย https://thestandard.co/bangkok-pride-2025-marriage-equality/ Tue, 20 May 2025 01:07:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1076066 จิราพร สินธุไพร แถลงข่าวเปิดตัว Bangkok Pride Festival 2025 พร้อมเน้นย้ำความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางเพศในไทย

วานนี้ (19 พฤษภาคม) จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post จิราพรเผย Bangkok Pride Festival 2025 ชูความสำเร็จ ‘สมรสเท่าเทียม’ ตอกย้ำไทยเปิดกว้างทุกความหลากหลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิราพร สินธุไพร แถลงข่าวเปิดตัว Bangkok Pride Festival 2025 พร้อมเน้นย้ำความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางเพศในไทย

วานนี้ (19 พฤษภาคม) จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว ‘Bangkok Pride Festival 2025’ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมความเท่าเทียมในทุกมิติ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมขบวนพาเหรด Bangkok Pride ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

 

งาน Bangkok Pride Festival 2025 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ด้วยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงชุมชน LGBTQIA+ จิราพรกล่าวว่า ความเท่าเทียมเป็นกระบวนการที่ทุกคนต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่าความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ประเด็นเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา

 

จิราพรยืนยันว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างชัดเจนในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตย

 

“Bangkok Pride Festival 2025 ไม่ใช่แค่งานเทศกาล แต่เป็นเวทีสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนจากหลากหลายชีวิต หลากหลายอัตลักษณ์ ได้ร่วมกันสื่อสารอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเคารพและสนับสนุนศักดิ์ศรีของทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น” จิราพร กล่าว

 

สำหรับการจัดงานในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ‘Born This Way’ ซึ่งเป็นการยืนยันคุณค่าของทุกคนในแบบที่เกิดมา โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อใคร และควรได้รับการยอมรับในความเป็นตัวเอง ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น Bangkok Pride Forum 2025, Bangkok Pride Awards 2025, Bangkok Pride Parade 2025 และ Drag Bangkok Festival 2025 โดยจะจัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ

 

จิราพรกล่าวถึงความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สังคมไทยได้แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วม กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากการผลักดันของประชาชนและทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องมานานหลายสิบปี สะท้อนถึงเจตจำนงที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และความเท่าเทียม

 

ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมเดินเคียงข้างในขบวนพาเหรด Bangkok Pride ในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยคือบ้านของทุกคน เป็นพื้นที่แห่งความหลากหลายและความเคารพซึ่งกันและกัน

The post จิราพรเผย Bangkok Pride Festival 2025 ชูความสำเร็จ ‘สมรสเท่าเทียม’ ตอกย้ำไทยเปิดกว้างทุกความหลากหลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมรสเท่าเทียมสู่ ‘Rainbow Economy’ คาด Bangkok Pride 2025 ฟื้นนักท่องเที่ยวกลับมา 3 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท https://thestandard.co/bangkok-pride-2025-tourism/ Tue, 06 May 2025 12:59:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1071795 bangkok-pride-2025-tourism

รัฐ-เอกชน ดัน Bangkok Pride Festival ดึงดูดนักท่องเที่ย […]

The post สมรสเท่าเทียมสู่ ‘Rainbow Economy’ คาด Bangkok Pride 2025 ฟื้นนักท่องเที่ยวกลับมา 3 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
bangkok-pride-2025-tourism

รัฐ-เอกชน ดัน Bangkok Pride Festival ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าไทย ปักหมุด Global Festival at Global Destination ‘ส.อ.ท.’ ดันขึ้นแท่นอุตสาหกรรมใหม่ คาดปีนี้กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยว 3 แสนคน เอกชนชี้ สมรสเท่าเทียมสร้าง ‘Rainbow Economy’ เผยหากกฎหมายรับรองเพศสภาพผ่าน เพิ่มการจ้างงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 76,000 ตำแหน่ง

 

พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. มองเห็นศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยสามารถยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมดั้งเดิม (First Industries) ที่ร่วมสมัยและตอบโจทย์ตลาดต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (Next-Gen Industries)

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

“ปีนี้เป็นปีที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลแล้ว กลุ่ม LGBTQIA+ ถือเป็นกำลังสำคัญที่สะท้อนถึงพลัง ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับองค์กรและระดับอุตสาหกรรม ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ สะท้อนให้เห็นมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญ”

 

วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival กล่าวว่า หากดูจากความสำเร็จของการจัดงาน Bangkok Pride Festival ในปีที่ผ่านมา นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความหลากหลาย ความรักที่ไม่มีข้อจำกัด ยังสร้างคอมมูนิตี้ LGBTQIA+ สู่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมซีรีส์วาย อุตสาหกรรมภาพยนตร์ การท่องเที่ยว ดังนั้นปีนี้รูปแบบของการจัดงานต่อยอดภายใต้ธีม Born This Way: การต่อสู้ที่เดินต่อไปจากสมรสเท่าเทียม สู่การรับรองอัตลักษณ์

 

วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด

 

วาดดาวระบุอีกว่า ปีนี้คาดหวังว่าจะมีคนเข้ามาร่วมขบวนพาเหรดกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 300,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2023 ที่มีคนเข้าร่วมขบวนพาเหรด 100,000 คน และปี 2024 เพิ่มเป็นกว่า 250,000 คน และที่สำคัญจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย ที่คาดว่าภายใน 2 ปี จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 4 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 67 ล้านบาทต่อปี

 

อีกทั้งหากกฎหมายรับรองเพศสภาพผ่าน จะสามารถเพิ่มการจ้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 76,000 ตำแหน่ง

 

“ปีนี้คาดว่างานนี้จะกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 4.5 พันล้านบาท เราอยากให้ Bangkok Pride Festival 2025 เป็นมากกว่าเทศกาลแห่งชาติ เป็น Pride Destination ด้วยขบวนไพรด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และไทยจะเป็นอันดับ 1 ในเอเชียที่คนอยากมาร่วมขบวนไพรด์พาเหรดมากที่สุด”

 

วาดดาวระบุอีกว่า หลังไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ปัจจุบันมีคู่รักจดทะเบียนสมรสมากถึง 15,231 คู่รัก ซึ่ง 11,478 คู่เป็นคู่หญิง-หญิง นี่จึงสะท้อนถึงการเปิดกว้างทั้งกฎหมายของไทย และในขณะเดียวกันก็เกิด ‘Rainbow Economy’ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย

 

ด้านฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากปีนี้จะจัดที่กรุงเทพฯ จะต่อยอดการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองทั่วประเทศ เช่น พัทยา, ชลบุรี, เชียงใหม่ และภูเก็ต

 

ทั้งนี้ ปี 2568 ททท. ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศสำหรับตลาดระยะไกล (Long-haul) ไว้ที่ 10.6 ล้านคน แบ่งเป็นสัดส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวยุโรป 7 ล้านคน, ชาวอเมริกัน 1.4 ล้านคน, ตะวันออกกลาง 1 ล้านคน และแอฟริกา 1.6 แสนคน

 

สรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจ ศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า กลุ่มสยามพิวรรธน์มีนโยบายส่งเสริมความหลากหลายและเห็นคุณค่าของความแตกต่าง ปีนี้จึงพร้อมสนับสนุนจัดงานในระดับ Global Festival at Global Destination ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่ Pride Parade ขบวนสีรุ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศตลอดเส้นทางถนนพระรามที่ 1 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2025 ซึ่งงานจะเริ่มตั้งแต่ 30 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2025

 

สำหรับไทย ถือเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2025 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงเป็นชัยชนะความหลากหลาย แต่ยังกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อนาคตคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์

The post สมรสเท่าเทียมสู่ ‘Rainbow Economy’ คาด Bangkok Pride 2025 ฟื้นนักท่องเที่ยวกลับมา 3 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณร่วมเป็นพยานรัก ‘จักรภพ-สุไพรพล’ อวยพรขอให้มีความสุขกับคนรักอย่างไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย เตรียมฉลองวิวาห์ 23 มี.ค. ที่หัวลำโพง https://thestandard.co/chakraphop-equal-marriage-thaksin-witness/ Fri, 07 Feb 2025 06:04:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1039235 จักรภพ เพ็ญแข และ สุไพรพล ช่วยชู จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่เขตบางรัก โดยมีทักษิณ ชินวัตร ร่วมเป็นสักขีพยาน

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเขตบางรั […]

The post ทักษิณร่วมเป็นพยานรัก ‘จักรภพ-สุไพรพล’ อวยพรขอให้มีความสุขกับคนรักอย่างไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย เตรียมฉลองวิวาห์ 23 มี.ค. ที่หัวลำโพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จักรภพ เพ็ญแข และ สุไพรพล ช่วยชู จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่เขตบางรัก โดยมีทักษิณ ชินวัตร ร่วมเป็นสักขีพยาน

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเขตบางรัก จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายก พร้อมด้วย ป๊อบ-สุไพรพล ช่วยชู เข้าจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่สำนักงานเขตบางรัก หลังใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 23 ปี โดยมี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเถ้าแก่และเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสครั้งนี้

 

ทักษิณอวยพรทั้งคู่ว่าเป็นผลพวงของสภาที่มีรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ทั้งหมดเป็นความเห็นชอบของสภาส่วนใหญ่ ต้องขอบคุณ สส. ทุกคนที่เห็นชอบให้มีการสมรสเท่าเทียม ทำให้จักรภพได้กลับมาเมืองไทย มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ได้พบกับคนที่ตนเองรักและอยู่ร่วมกันโดยที่ไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย

 

ทักษิณกล่าวว่า ตนเองเชื่อในทฤษฎี Free Will ต้องเคารพเสรีภาพ วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่คนอยากสมรสเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีความสุข ขอให้ได้ร่วมมือร่วมใจสร้างอนาคตที่ดี โดยจักรภพเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะนี้ก็ช่วยงานอยู่ห่างๆ มีอะไรก็ยังพูดคุยกันต่อไป ขอให้มีความสุข

 

ขณะที่จักรภพกล่าวภายหลังการจดทะเบียนสมรสว่า ตนเองไม่นึกเลยว่ามาแต่งงานตอนแก่แล้วจะมีคนสนใจ น่าจะเป็นความดีของเจ้าสาว เพราะเจ้าสาวนั้นสาวกว่า โดยตกลงว่าจะรัก เนื่องจากฝ่าฟันมาด้วยกัน เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่ากลุ่ม LGBTQIA+ จะเป็นอย่างไร เขาอาจจะโห่ทั้งเมืองหรือต้อนรับด้วยน้ำใจไมตรี เราต้องเดินผ่านประตูนั้นก่อน จนรู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดกว้าง แม้คนส่วนใหญ่จะไม่ใช่ LGBTQIA+ แต่ก็มีน้ำใจ ยอมรับคนกลุ่มน้อยว่ามีสิทธิในความเป็นคนเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะสิทธิที่จะมีความรัก สิทธิที่จะให้ความรัก และสิทธิที่จะเป็นคนเหมือนกับคนอื่น โดยไม่ผิดแปลกแตกต่างหรือคอยหลบซ่อน

 

จักรภพกล่าวต่อ หลายคนถามว่ามั่นใจในการมาแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไร เราคบกันมา 23 ปี ไม่คิดว่าจะได้แต่งงานกัน เพราะไม่กล้าคิดว่าจะเป็นไปได้ ตนเองยังเป็นผู้ชาย ในแง่ความรู้สึกความอดทนอยู่ที่ป๊อบ ไม่ได้อยู่ที่ตนเอง เพราะตนเองก็มีชีวิตโลดโผน ระหว่างนั้นก็บอกเขาว่าถ้าหากชีวิตของตนเองทำให้น้องรู้สึกว่าตามไม่ไหวก็ยอมรับ แต่สุดท้ายมันอยู่ที่ตัวเขาที่ทำให้วันนี้เกิดขึ้นได้ หากจะมีอะไรเกิดขึ้นสิ่งที่เราทำสัญลักษณ์ก็ขอให้เป็นของ ‘สุไพรพล เพ็ญแข’ คู่สมรสของตนเอง

 

ด้านสุไพรพลกล่าวว่าตนเองรู้สึกตื้นตันใจที่มีคนให้กำลังใจเป็นสักขีพยานให้ก้าวเดินต่อไป สัญญาว่าเราจะเป็นลมหายใจซึ่งกันและกัน พร้อมฝ่าฟันอุปสรรคไม่ว่าจะเป็นปัญหาต่างๆ และจะเป็นตัวอย่างให้สังคม ตนเองก็เป็นเด็กที่มาจากลูกชาวบ้าน พ่อขับแท็กซี่และมาในวันนี้ด้วย อยากจะบอกว่าถึงแม้เราจะยากจนหรือเป็นลูกชาวบ้าน แต่ขอให้เรามีความอดทน มุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ รับรองว่าวันข้างหน้าทุกคนจะได้รางวัลชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ขอเป็นกำลังใจให้กลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศทุกคน

 

จักรภพกล่าวอีกว่า สำหรับวันฉลองวิวาห์นั้นจะจัดฉลองในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยคาดว่าน่าจะเป็นคู่แรกที่ได้จัดที่นี่ แม้งานไม่ได้หรูหรา แต่จัดเต็มอย่างแน่นอน

 

จักรภพ เพ็ญแข และ สุไพรพล ช่วยชู จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่เขตบางรัก โดยมีทักษิณ ชินวัตร ร่วมเป็นสักขีพยาน จักรภพ เพ็ญแข และ สุไพรพล ช่วยชู จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่เขตบางรัก โดยมีทักษิณ ชินวัตร ร่วมเป็นสักขีพยาน

The post ทักษิณร่วมเป็นพยานรัก ‘จักรภพ-สุไพรพล’ อวยพรขอให้มีความสุขกับคนรักอย่างไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย เตรียมฉลองวิวาห์ 23 มี.ค. ที่หัวลำโพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จักรภพควงคู่รัก ‘สุไพรพล’ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ทักษิณเป็น ‘เถ้าแก่’ ร่วมเป็นสักขีพยาน https://thestandard.co/chakraphop-supaiphon-equal-marriage/ Fri, 07 Feb 2025 05:04:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1039160 จักรภพ เพ็ญแข และ สุไพรพล ช่วยชู จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่สำนักงานเขตบางรัก โดยมีทักษิณ ชินวัตร ร่วมเป็นสักขีพยาน

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเขตบางรั […]

The post จักรภพควงคู่รัก ‘สุไพรพล’ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ทักษิณเป็น ‘เถ้าแก่’ ร่วมเป็นสักขีพยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จักรภพ เพ็ญแข และ สุไพรพล ช่วยชู จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่สำนักงานเขตบางรัก โดยมีทักษิณ ชินวัตร ร่วมเป็นสักขีพยาน

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเขตบางรัก จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย สุไพรพล ช่วยชู คู่รัก เข้าจดทะเบียน สมรสเท่าเทียม หลังใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 23 ปี

 

จักรภพและสุไพรพลปรากฏตัวในชุดแบรนด์ POEM และมี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นเถ้าแก่และลงนามเป็นสักขีพยานรักครั้งนี้

 

ในการนี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมยินดีด้วย พร้อมมอบต้นรวยทั้งปีและอวยพรให้คู่รักรวยทุกวัน อย่างไรก็ตาม ชัชชาติเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้รอพบทักษิณ

 

ทักษิณกล่าวว่า ในวันนี้เป็นผลพวงของรัฐสภาไทยที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นการเห็นชอบของ สส. ส่วนใหญ่ที่เห็นชอบให้มีสมรสเท่าเทียม ทำให้จักรภพได้กลับประเทศไทยมาอย่างมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบกับคนที่ตัวเองรักโดยไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของคนที่ต้องการมีสมรสเท่าเทียมไม่ว่าเกิดเป็นหญิงหรือชาย ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่มีความสุข ให้ร่วมมือกันสร้างอนาคตที่ดี

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนอุปกรณ์การถ่ายภาพ Canon Imaging Thailand

The post จักรภพควงคู่รัก ‘สุไพรพล’ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ทักษิณเป็น ‘เถ้าแก่’ ร่วมเป็นสักขีพยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะโอกาสธุรกิจไทยได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-26012025/ Sun, 26 Jan 2025 02:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1034258 morning-wealth-26012025

หลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่ง […]

The post ชมคลิป: เจาะโอกาสธุรกิจไทยได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
morning-wealth-26012025

หลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งไทยนับเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชีย จะสร้างโอกาสให้กับธุรกิจและเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เจาะโอกาสธุรกิจไทยได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวเลขคู่รัก LGBTQIA+ จรดปากกาจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วประเทศวันแรก https://thestandard.co/1st-day-equal-marriage-registration/ Fri, 24 Jan 2025 12:48:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1034165

วันที่ 23 มกราคม 2568 นับเป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติ (พ. […]

The post เปิดตัวเลขคู่รัก LGBTQIA+ จรดปากกาจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วประเทศวันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 23 มกราคม 2568 นับเป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ซึ่งผ่านมา 120 วันนับจากการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนกันยายน 2567

 

เนื้อหาในกฎหมายฉบับใหม่ดังกล่าว ปรับแก้ไขมาตรากว่า 70 มาตราในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีรายละเอียดการปรับถ้อยคำถึงเพศแบบทวิลักษณ์ เช่น ชาย-หญิง เป็นคำว่า ‘บุคคล’ ส่วนสามีหรือภรรยาให้ใช้คำว่า ‘คู่สมรส’ โดยให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในเรื่องการสมรสตามกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงเพศ 

 

หากย้อนกลับไปในวันที่ 23 มกราคม สำนักทะเบียนทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ก็มีบรรดาคู่รัก LGBTQIA+ ที่จูงมือคนที่รักมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมรสเท่าเทียมที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย 

 

ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย (ณ วันที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 20.30 น.) เปิดเผยว่า การจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 2,817 คู่ แบ่งเป็นสมรสเท่าเทียม 1,874 คู่ แยกเป็น ชาย-ชาย 634 คู่, หญิง-หญิง 1,240 คู่ และชาย-หญิง 943 คู่ ซึ่งสำนักทะเบียนที่มีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมมากที่สุด ได้แก่ สำนักทะเบียนปทุมวัน 183 คู่

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เปิดตัวเลขคู่รัก LGBTQIA+ จรดปากกาจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วประเทศวันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สมรสเท่าเทียม’ อีกความหวังช่วยกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 0.3% ต่อปีใน 2 ปี https://thestandard.co/wealth-in-depth-equal-marriage-thaigdp/ Fri, 24 Jan 2025 02:40:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1033828 wealth-in-depth-equal-marriage-thaigdp

วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศ […]

The post ‘สมรสเท่าเทียม’ อีกความหวังช่วยกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 0.3% ต่อปีใน 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
wealth-in-depth-equal-marriage-thaigdp

วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชีย และไทยจะกลายเป็นชาติที่ 38 ของโลกที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่ในมุมของเศรษฐกิจกับธุรกิจ ‘สมรสเท่าเทียม’ จะมีผลมากหรือน้อยแค่ไหน

 

โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย นอกจากจะช่วยยกระดับด้านความเท่าเทียมทางเพศของไทยแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะกับธุรกิจบริการในหลายสาขา

 

ทั้งนี้ จากการศึกษาของ Williams Institute สถาบันด้านการวิจัยในสหรัฐอเมริกา พบว่าภายหลังที่สหรัฐฯ บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วประเทศในช่วงปี 2558-2562 สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นถึง 45,000 ราย

 

เจาะโอกาสธุรกิจได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’

 

ธุรกิจบริการที่จะมีโอกาสเติบโตจากการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีหลากหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงาน เช่น ธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ ธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน สิทธิในการสมรสจะช่วยเพิ่มความต้องการในการจัดงานเฉลิมฉลองการแต่งงานมากขึ้น

 

Wonders & Weddings บริษัทให้บริการจัดงานแต่งงานของไทยคาดการณ์ว่ายอดจองการจัดงานแต่งงานจะเพิ่มมากขึ้น โดยการจองจัดงานแต่งงานของกลุ่ม LGBTQIA+ จะคิดเป็น 25% จากยอดจองทั้งหมด การจัดงานแต่งงานถือเป็นการฉลองก้าวสำคัญ (Milestone) ในชีวิตของหลายคน ซึ่งกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศก็ต้องการเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้เช่นกัน

 

บรรยากาศของคู่สมรสที่มาจดทะเบียนสมรสในวันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศของคู่สมรสที่มาจดทะเบียนสมรสในวันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

 

โดยจากข้อมูลของ Ipsos ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านตลาดข้ามชาติ ให้ข้อมูลว่าประชากร 9% ของไทยระบุตนเองว่าเป็นกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งความต้องการในการจัดงานเฉลิมฉลองที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงานเติบโตอย่างมาก

 

ทั้งนี้ เพื่อคว้าโอกาสจากการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไทยควรผลักดันในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานแต่งงานของทุกเพศสภาพในเอเชีย เนื่องจากความพร้อมในด้านกฎหมาย ความเป็นเลิศในด้านการจัดงานและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องของไทย และการมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งทางด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานแต่งงานและฮันนีมูน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับไทยเป็นอย่างมาก

 

แนะภาครัฐอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ

 

หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยครอบคลุมถึงการอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถจดทะเบียนสมรสได้ ภาครัฐต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกในด้านการจดทะเบียนสมรส โดยเฉพาะในเรื่องเอกสาร วีซ่า ระยะเวลาในการดำเนินการ และสนับสนุนให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องในการจัดงานแต่งงานมีมาตรฐานและคุณภาพ เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับคู่รักต่างชาติ เพื่อที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของคู่รัก LGBTQIA+ ทั่วโลกในการแต่งงาน

 

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหาร การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIA+ ในการเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยที่เป็นจุดหมายการเดินทางที่เป็นมิตร โดยข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council ระบุว่า สัดส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ คิดเป็น 10% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คิดเป็น 16% ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 1.95 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ชอบเดินทางท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ดังนั้นการมีกฎหมายที่รองรับและสภาพสังคมที่เป็นมิตรจะแสดงถึงการยอมรับและให้เกียรติกลุ่ม LGBTQIA+ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้รู้สึกปลอดภัยและสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

 

บรรยากาศงาน Pride Month ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

บรรยากาศงาน Pride Month ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

 

หนุนธุรกิจประกันภัย-การเงินโตเด่น

 

ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจบริการทางการเงินเป็นอีกธุรกิจบริการที่จะเติบโตมากขึ้น กฎหมายสมรสเท่าเทียมสนับสนุนให้คู่รักหลากหลายเพศได้รับสิทธิในการดูแลชีวิตของคู่รัก สิทธิในการดูแลจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส การเป็นตัวแทนทางกฎหมาย และการสามารถรับมรดกจากคู่สมรสได้ ทำให้คู่รัก LGBTQIA+ สามารถทำประกันชีวิตให้กันและสามารถเป็นผู้รับผลประโยชน์ หรือสร้างความมั่นคงในฐานะครอบครัว เช่น การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านร่วมกัน การถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินร่วมกัน ซึ่งการได้รับการรับรองจากรัฐจะช่วยสร้างความเชื่อถือให้กับธุรกิจประกันภัยและธุรกิจบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการในการทำประกันภัยหรือการร่วมสร้างครอบครัวหรือธุรกิจร่วมกับคู่รัก

 

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจอื่นๆ เฉพาะกลุ่ม เช่น ธุรกิจการให้คำปรึกษาและการวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รักหลากหลายเพศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงและนันทนาการ

 

โอกาสขยายตลาดซีรีส์วาย

 

โดยเฉพาะซีรีส์วาย ซึ่งสร้างรายได้ให้กับไทยเป็นอย่างมาก และยังสามารถสอดแทรกวัฒนธรรม สินค้า และบริการ ของไทยได้เป็นอย่างดี ทำให้ไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลก รวมถึงโอกาสในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง World Pride ซึ่งจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในระดับสากล และก่อให้เกิดรายได้ในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องของไทยได้อย่างมหาศาล

 

กฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับไทย และมีส่วนเสริมในการผลักดันเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคบริการให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นกลุ่มผู้บริโภคศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาภาคบริการของไทย เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคบริการไทยผ่านตลาดกลุ่มผู้บริโภค LGBTQIA+ มากขึ้น

 

Agoda ประเมิน สมรสเท่าเทียมกระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.3%

 

ภาพ: Agoda

ภาพ: Agoda

 

ด้าน Agoda ออกรายงานในหัวข้อ ‘ผลกระทบด้านเศรษฐกิจของสมรสเท่าเทียมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย’ ระบุว่า คาดว่าการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ภายในระยะเวลา 2 ปี ดังนี้

 

  • นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปกติ
  • ผลักดันค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวมากกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท (2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในแต่ละปี
  • สนับสนุนงานเทียบเท่าเต็มเวลา (FTE) ภายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จำนวน 76,000 ตำแหน่งงานในแต่ละปี
  • กระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.3% และสนับสนุนงานเทียบเท่าเต็มเวลาอื่นๆ อีกจำนวน 76,000 ตำแหน่งงานในเศรษฐกิจวงกว้างของไทย

 

นอกจากนี้ ไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนที่เป็นมิตรสำหรับ ชุมชน LGBTQIA+ ยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนทั่วไป ทำไทยมีจุดยืนในฐานะผู้สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ แนวคิดสมรสเท่าเทียมของไทยในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างชื่อประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ คาดว่าจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในฐานะที่เป็นจุดหมายที่เป็นมิตรกับทุกคน เป็นการสร้างโอกาสการท่องเที่ยวสีรุ้ง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทย

 

ภาพ: Agoda, ณาฌารัฐ ภักดีอาสา / THE STANDARD

 

ภาพ: Agoda, ณาฌารัฐ ภักดีอาสา / THE STANDARD

 

อ้างอิง:

The post ‘สมรสเท่าเทียม’ อีกความหวังช่วยกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 0.3% ต่อปีใน 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหาดไทยเปิดตัวเลขจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมทั่วประเทศวันแรก 1,874 คู่ เผย อนุทินกำชับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกพ่วงให้ความรู้ https://thestandard.co/equal-marriage-thai-1874/ Fri, 24 Jan 2025 00:47:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1033799 equal-marriage-thai-1874

วานนี้ (23 มกราคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว […]

The post มหาดไทยเปิดตัวเลขจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมทั่วประเทศวันแรก 1,874 คู่ เผย อนุทินกำชับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกพ่วงให้ความรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
equal-marriage-thai-1874

วานนี้ (23 มกราคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนผู้จดทะเบียนสมรสสำหรับทุกความรักทั่วประเทศ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นวันแรก ด้วยบริการด้านการทะเบียน บนหลักความเสมอภาคและเท่าเทียม เปิดประตูสู่การยอมรับเพศที่หลากหลายอย่างแท้จริงของประเทศไทย

 

สำหรับผลการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ณ วันที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 20.30 น. พบว่ามีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสทั้งสิ้น 1,874 คู่ โดยคู่รักที่ยังไม่ได้เดินทางมาจดทะเบียนสมรสในวันนี้สามารถขอรับบริการได้ ณ สำนักทะเบียนทุกแห่ง ในวันและเวลาราชการ โดยมีเอกสารที่ต้องจัดเตรียมสำหรับการจดทะเบียนสมรส ได้แก่ 1. บัตรประชาชนตัวจริง หรือสำเนาหนังสือเดินทาง 2. หนังสือรับรองสถานภาพโสด (กรณีสมรสกับชาวต่างชาติ) 3. ใบสำคัญการหย่าตัวจริง (กรณีเคยจดทะเบียนสมรส) 4. พยาน 2 คน (พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน)

 

“วันนี้ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ, สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร, สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลไทยทั่วโลก เปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสแก่คู่รักเพศที่หลากหลาย และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองก้าวใหม่ของสังคมไทยไปพร้อมกัน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ได้ฝากความปรารถนาดีและแสดงความยินดีกับทุกคู่รักที่จดทะเบียนในวันประวัติศาสตร์นี้ และกำลังจะจดทะเบียนสมรสกันในวันต่อๆ ไป และท่านยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอให้อำนวยความสะดวกให้ทุกคู่รักอย่างเต็มที่ และให้ความสำคัญกับการแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิทางกฎหมายต่างๆ ที่จะเปลี่ยนไปหลังจากได้ตกลงใจจดทะเบียนใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว” ไตรศุลีกล่าว

The post มหาดไทยเปิดตัวเลขจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมทั่วประเทศวันแรก 1,874 คู่ เผย อนุทินกำชับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกพ่วงให้ความรู้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โยนดอกไม้ฉลองวิวาห์แห่งความหลากหลาย ส่งท้าย ‘วันสมรสเท่าเทียม’ https://thestandard.co/marriage-equality-day/ Thu, 23 Jan 2025 14:25:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1033760

วันนี้ (23 มกราคม) ภายหลังเวลา 20.00 น. ปิดการรับจดทะเบ […]

The post โยนดอกไม้ฉลองวิวาห์แห่งความหลากหลาย ส่งท้าย ‘วันสมรสเท่าเทียม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มกราคม) ภายหลังเวลา 20.00 น. ปิดการรับจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIA+ วันแรก ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเช้าในกิจกรรม ‘วันสมรสเท่าเทียม’ หรือ Marriage Equality Day จัดโดยนฤมิตไพรด์ ส่งท้ายด้วยการ ‘โยนดอกไม้’ สัญลักษณ์ในการเฉลิมฉลองพิธีวิวาห์จำลอง

 

ตัวแทนคู่สมรสที่จดทะเบียนไปแล้วในวันนี้ เปิดใจถึงความรู้สึกก่อนจะร่วมพิธีโยนดอกไม้ เป็นอันสิ้นสุดการฉลองความรักที่เท่าเทียม จากนั้นตามด้วยการสังสรรค์ และรับชมการแสดงจากหลากหลายศิลปิน เช่น พัดชา เอนกอายุวัฒน์, ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์, COPTER, SIN SINGULAR ตลอดจน ตุ๊กตา ท็อปไลน์ และ หมอลำไอดอล

 

สำหรับคู่รักที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต่อจากนี้ สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องได้ที่สำนักเขต ที่ว่าการอำเภอ  สถานทูต และสถานกงสุลไทย โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส

 

The post โยนดอกไม้ฉลองวิวาห์แห่งความหลากหลาย ส่งท้าย ‘วันสมรสเท่าเทียม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความรักที่ภาคภูมิ ใบสมรสเท่าเทียมที่เฝ้ารอ https://thestandard.co/proud-love-equal-marriage/ Thu, 23 Jan 2025 13:54:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1033718

วันนี้ (23 มกราคม) ตลอดทั้งวันทีมข่าว THE STANDARD ติดต […]

The post ความรักที่ภาคภูมิ ใบสมรสเท่าเทียมที่เฝ้ารอ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มกราคม) ตลอดทั้งวันทีมข่าว THE STANDARD ติดตามรายงานบรรยากาศการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ภายหลังจากที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก

 

ตั้งแต่เช้าตรู่ของวัน หลายคู่รักตั้งใจเดินทางมาที่สยามพารากอน ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งในประเทศที่มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความเท่าเทียมครั้งยิ่งใหญ่นี้

 

สิ่งที่เราเห็นนอกจากภาพของคู่รักที่ในที่สุดพวกเขาได้เปลี่ยนสถานะเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสร้างความสุขและอิ่มเอมใจให้กับพวกเราที่เฝ้าติดตามบรรยากาศอย่างใกล้ชิด อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงความภูมิใจคือใบรับรองการสมรส

 

กระดาษใบไม่ใหญ่ที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันว่าความรักของเขาทั้งสองได้รับการรับรองให้มีสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย และสำหรับหลายคู่ใบสมรสนี้เป็นเหมือนรางวัลของการฝ่าฟันอุปสรรค การใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ

 

THE STANDARD ขอแสดงความยินดีกับทุกคู่รัก คู่สมรส ที่วันนี้ได้รับสิทธิเท่าเทียมตามกฎหมายของประเทศไทยนับตั้งแต่นี้ไป ขอให้ทุกท่านได้ครองรักอย่างยาวนานและใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิ เพื่อให้สมกับการรอคอยและการต่อสู้ที่ใช้ระยะเวลา

 

The post ความรักที่ภาคภูมิ ใบสมรสเท่าเทียมที่เฝ้ารอ appeared first on THE STANDARD.

]]>