สภาพแวดล้อม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สภาพแวดล้อม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Nov 2025 01:01:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดยหมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) https://thestandard.co/6-bedroom-tips-for-living-quality/ Wed, 12 Nov 2025 02:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1142255 6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981)

สมองคิดงานออกตอนตี 1, พลิกตัวไปมากี่ครั้งก็นอนไม่หลับ, […]

The post 6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดยหมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981)

สมองคิดงานออกตอนตี 1, พลิกตัวไปมากี่ครั้งก็นอนไม่หลับ, ติดซีรีส์ เผลออีกทีก็ฟ้าสว่าง นี่อาจจะเป็นปัญหาคลาสสิกของคนเมืองที่กัดกิน ‘Living Quality’ หรือคุณภาพชีวิตของเราไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

 

ความจริงแล้ว กุญแจสำคัญอาจไม่ได้อยู่แค่ที่จำนวนชั่วโมง แต่อยู่ที่ สุขอนามัยการนอน (Sleep Hygiene) ที่ถูกต้องต่างหาก

 

ถ้าใครที่รู้ตัวว่ามีปัญหาการนอนอยู่ทุกวัน ลองมาทำตาม 6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงโดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับที่มาแชร์ความรู้กับเราแบบแน่นๆ ใน Longevity Lab EP.5

 


 

6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) 1

 

1. ใช้เตียงเพื่อการนอนและเซ็กส์

 

“เราจะใช้เตียงเฉพาะการนอนหลับกับกิจกรรมทางเพศเท่านั้น นอกนั้นอื่นๆ ควรทำนอกเตียงทั้งหมด”

 

2. ลุกออกจากเตียงถ้านอนไม่หลับ

 

“ลองกะเวลาประมาณ 15-12 นาที ถ้ายังไม่หลับ ให้ลุกออกจากเตียง ไม่ใช่พยายามฝืนนอนไปเรื่อยๆ พอเริ่มรู้สึกง่วง ให้เดินกลับมาที่เตียง”

 

6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) 2

 

3. นำนาฬิกาออกจากห้องนอน

 

“อีก 3 ชั่วโมงจะต้องตื่นแล้ว ยังไม่หลับสักที…ลองหลีกเลี่ยงการมีนาฬิกาหรือ Smart Watch ในห้องนอน ถ้าเรารู้สึกว่าใช้แล้วเรามีความวิตกกังวล”

 

4. จัดสภาพแวดล้อมให้มืด เงียบ เย็น

 

“ห้องควรจะมืด เงียบ แล้วก็เย็น ควรที่จะไม่มีแสงเข้ามาในห้อง อุณหภูมิเหมาะสมกับเรา และไม่มีเสียงที่จะเข้ามารบกวน”

 

6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) 3

 

5. ใช้ White Noise

 

“ถ้าบังเอิญเราอยู่ในที่ที่คอนโทรลไม่ได้ เช่น มีเสียงมาจากข้างนอก อาจจะใช้ White Noise ช่วย เช่น การเปิดพัดลม, การเปิดเครื่องดูดอากาศ”

 

6. ใช้กลิ่นบำบัด

 

“คาโมมายล์ มินต์ ลาเวนเดอร์ กลิ่นพวกนี้จะช่วยทำให้ผ่อนคลาย แนะนำเป็นพวกน้ำมันระเหยหรือสเปรย์มากกว่า ถ้าเป็นควัน ไม่ค่อยแนะนำ”

 

6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดย หมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) 4

 

The post 6 วิธีจัดการห้องนอนและเตียงเพื่อ Living Quality ที่ดี โดยหมอดาว-รศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน (ว.23981) appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เรียกร้องอนุทินชะลอเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กระทบต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิต มองโครงการใหญ่ควรได้ฉันทามติ https://thestandard.co/senator-calls-halt-landbridge-project/ Mon, 15 Sep 2025 04:42:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1119324 โครงการแลนด์บริดจ์

วันนี้ (15 กันยายน) นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว […]

The post สว. เรียกร้องอนุทินชะลอเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กระทบต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิต มองโครงการใหญ่ควรได้ฉันทามติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โครงการแลนด์บริดจ์

วันนี้ (15 กันยายน) นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าวหลังลงพื้นที่ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังความเห็นในโครงการแลนด์บริดจ์ 

 

นรเศรษฐ์เปิดเผยว่า จากการรับฟังความเห็นของประชาชนและภาคประชาสังคมเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ และ พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. …. (SEC) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจรากฐานและวิถีชุมชน คณะกรรมาธิการฯ มีข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการการศึกษาร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ที่มีปัญหาทั้งกระบวนการและเนื้อหา ซึ่งชาวบ้านรู้สึกถึงความไม่โปร่งใส ไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เวทีรับฟังความคิดเห็นจัดเพียงไม่กี่ครั้ง เฉพาะหน่วยงานรัฐและผู้นำท้องถิ่น แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงไม่ได้เข้าร่วมการประเมิน EHIA 

 

โดย EHIA แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ท่าเรือ ทางหลวง และรถไฟ ไม่มีการประเมินภาพรวม ไม่มีการสะท้อนผลกระทบที่แท้จริง ข้อมูลที่ออกมาไม่ตรงกับผลการศึกษาเดิม การกำหนดขอบเขตการศึกษาทำเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ครอบคลุมผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศ การทำโครงการขนาดใหญ่มีผลกระทบต่อชุมชนและวิถีชุมชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง

 

ข้อมูลในรายงานหลายอย่างไม่สอดคล้องรายงานเดิมและรายงานคู่ขนาน เช่น จำนวนสัตว์หน้าดิน ในรายงาน EHIA พบพื้นที่ศึกษา 7 ตัว 1 ชนิด ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่ามีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในน้ำ มากมายกว่านั้นมาก อีกทั้งจำนวนแพทย์ในโรงพยาบาลก็ไม่เพียงพอต่อการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่และผู้ที่จะมาพักเพิ่มเติม ไม่มีการพิจารณารอยเลื่อนเปลือกโลกในพื้นที่ และมีการเร่งรัดรายงาน EHIA ให้ทำภายใน 120 วัน  จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตั้งธงไว้หรือไม่ว่าจะต้องผ่านรายงานฉบับนี้ให้ได้ 

 

ขณะที่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ท่าเรือที่จะก่อสร้างมีพื้นที่ทับซ้อนกับเขตชีวมณฑลและพื้นที่ซึ่งเคยถูกเสนอให้เป็นมรดกโลก หากก่อสร้างก็จะสูญเสียคุณค่าทางธรรมชาติอย่างถาวร ท่าเรือที่จะสร้างในจังหวัดระนองมีขนาดเท่ากับเกาะพยาม ส่วนท่าเรือที่ชุมพรมีขนาดใหญ่ประมาณ 3.5 เท่าของเกาะหลีเป๊ะ เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ดินหินเป็นปริมาณมหาศาล ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการกัดเซาะชายฝั่ง การระเบิดภูเขาทำลายหินเป็นจำนวนมากจะทำลายสัตว์น้ำ นอกจากนี้กรมชลประทานยังมีแผนที่จะสร้างเขื่อนหลายสิบแห่ง ซึ่งจะกระทบกับการใช้ชีวิตของชาวบ้าน

 

นรเศรษฐ์กล่าวต่อไปว่า ชาวมอแกนและผู้พลัดถิ่นจะได้รับผลกระทบ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเกาะพยามจะได้รับผลกระทบหนัก อาชีพประมงได้รับความเสียหาย แรงงานเศรษฐกิจมีการประเมินมูลค่าต่ำความเป็นจริง รายได้ 30,000 บาทต่อครัวเรือน แต่ในรายงานแจงว่าได้เพียง 10,000 บาทต่อครัวเรือนเท่านั้น 

 

ส่วนร่างกฎหมาย SEC ประชาชนกังวลอำนาจของคณะกรรมการฯ ที่อาจจะล้นเกินและเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน สำหรับทางด้านเกษตรกรรมจะมีการถนนผ่านอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสวนทุเรียนที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทต่อปี

 

คณะกรรมาธิการฯ เสนอให้ทบทวนให้รอบคอบ ชะลอการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ และการผลักดันกฎหมาย SEC จนกว่าจะมีการศึกษาและรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ โดยให้สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานกลางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มมอแกน คนพลัดถิ่น รวมถึงมีข้อเสนอให้พิจารณาการพัฒนาภาคใต้ตามศักยภาพพื้นที่ มีการสนับสนุนเกษตรยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และโครงการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตท้องถิ่นไม่ใช่เป็นการพัฒนาที่ยัดเยียด แต่หากจะมีการผลักดันโครงการจริงๆ ควรมีการศึกษาที่มีทางเลือกในเรื่องของความคุ้มค่า เช่น การศึกษาโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบน้อยลง

 

”ชาวบ้านไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลงหรือกลัวการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น แต่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจ ชาวบ้านไม่ต้องการความเจริญที่ถูกยัดเยียด ความเจริญที่ผิดฝาผิดตัวจากวิถีชีวิตและศักยภาพที่มีอยู่ แต่ต้องการการพัฒนาที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง“

 

นรเศรษฐ์ระบุว่า อยากให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน คำนึงถึงวิถีเศรษฐกิจฐานรากวิถีชีวิตดั้งเดิมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลจะผลักดันมีความชอบธรรมยั่งยืน ส่วนที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีแผนงานที่จะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ให้เกิดขึ้น คณะกรรมาธิการฯ ขอสื่อสารไปว่าโครงการขนาดใหญ่เงินลงทุนระดับหลายล้านล้านบาท และเป็นโครงการที่ต้องใช้เวลาก่อสร้างนับ 10 ปี มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชุมชน เศรษฐกิจ จึงอยากให้มีการศึกษารอบคอบ 

 

“ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลอนุทินเป็นระยะเวลาที่มีกำหนดเวลาชัดเจนจะยุบสภาภายใน 4 เดือน จึงอยากวิงวอนให้ชะลอการผลักดันโครงการนี้ไปก่อน โครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ควรเป็นฉันทามติของประชาชนทั้งประเทศ เพราะทรัพยากรทางทะเลของไทยไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของประชาชนทุกคนในประเทศนี้”

 

นรเศรษฐ์ชี้ว่า หากอยากผลักดันจริงๆ ควรนำนโยบาย SEC ไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า หากประชาชนเห็นด้วยและได้รับเลือกเข้ามาอย่างล้นหลามเป็นรัฐบาลก็จะมีความชอบธรรมในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณมาก เพราะโครงการที่มีภาระผูกพันไปอีก 10 ปี ควรจะได้ฉันทามติของพี่น้องประชาชน

 

สำหรับเหตุผลที่คาดว่ารัฐบาลอนุทินต้องการผลักดันโครงการดังกล่าว เป็นเพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสูง ประเทศไทยขาดการลงทุนของโครงการขนาดใหญ่มานาน คิดว่าอนุทินคงมีเจตนาที่ดีที่อยากจะให้ประเทศไทยมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลต่อการเติบโตในอนาคต แต่อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะในรัฐบาลที่มีเวลาเฉพาะเจาะจง การผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เดินหน้า รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมอย่างมาก ดังนั้นควรนำโครงการเหล่านี้ไปหาเสียง เมื่อได้ฉันทามติจากประชาชน ถึงจะนำไปผลักดันต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม นรเศรษฐ์มองว่า ภายใน 4 เดือนนี้ โครงการแลนด์บริดจ์อาจจะไม่คืบหน้ามากนัก เพราะ EHIA กำลังสรุป แต่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ยังอยู่ในกระบวนการ กว่าจะเสร็จสิ้นได้คงจะไม่ทันใน 4 เดือนนี้ เพราะกว่าจะเอารายงานทั้ง 4 มาประกอบร่างและพิจารณาไม่น่าจะทันในช่วง 4 เดือนนี้ ส่วนการผลักดันกฎหมาย SEC ไม่ควรมองแยกกันหากรัฐบาลจะแสดงความชัดเจนในการผลักดัน ก็ควรมีการทำงานในระยะยาวมากกว่านี้ 

 

นรเศรษฐ์เชื่อว่า รัฐบาลอนุทินจะดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้สัญญาไว้ หลายอย่างต้องใช้เวลา พิจารณา เรื่องที่ควรดำเนินการเร่งด่วนควรจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น และการแก้รัฐธรรมนูญ โครงการขนาดใหญ่สามารถศึกษาไปพร้อมกันได้ แต่ไม่ควรรีบเร่งเนื่องจากกระบวนการศึกษาผลกระทบและสิ่งแวดล้อมยังเป็นคำถามทั้งในแง่ของกระบวนการและเนื้อหา หากจะผลักดันโครงการลักษณะแบบนี้ ควรจะทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ และรายงานต่างๆ ที่มีปัญหาก็ควรรื้อกลับมาทำใหม่

The post สว. เรียกร้องอนุทินชะลอเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ กระทบต่อสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิต มองโครงการใหญ่ควรได้ฉันทามติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
FA เผย ซาอุให้คำมั่นที่จะมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ทุกคน รวมถึงแฟนๆ LGBTQIA+ https://thestandard.co/fa-saudi-lgbtqia-fan-safety-commitment/ Thu, 12 Dec 2024 06:24:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1018832 FA ซาอุ

ภายหลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ประกาศให้ซาอุดีอาระ […]

The post FA เผย ซาอุให้คำมั่นที่จะมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ทุกคน รวมถึงแฟนๆ LGBTQIA+ appeared first on THE STANDARD.

]]>
FA ซาอุ

ภายหลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ประกาศให้ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 อย่างเป็นทางการ และนับเป็นชาติที่ 2 จากตะวันออกกลางต่อจากกาตาร์ที่ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพมหกรรมฟุตบอลระดับโลก

 

อย่างไรก็ตาม การเลือกซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพหนนี้ทำให้มีประเด็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ที่ปัจจุบันในประเทศซาอุดีอาระเบียยังไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมายหรือรับรองสวัสดิภาพของกลุ่มแฟนบอล LGBTQIA+

 

โดยในประเด็นนี้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีความต้องการให้แฟนๆ ทุกคนรวมถึงกลุ่มแฟนบอล LGBTQIA+ สามารถเข้าร่วมและสนุกไปกับมหกรรมฟุตบอลโลกในปีดังกล่าวได้อย่างราบรื่น

 

“เรามุ่งเน้นที่การทำให้แน่ใจว่าแฟนๆ ทุกคนสามารถเข้าร่วมและสนุกไปกับการแข่งขันได้

 

“คณะกรรมการ FA เข้าพบสหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อหารือเกี่ยวกับการเสนอตัวของพวกเขาในรายละเอียดเพิ่มเติม เราขอให้พวกเขามุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าแฟนๆ ทุกคนจะปลอดภัยและได้รับการต้อนรับในซาอุดีอาระเบียในปี 2034 รวมถึงแฟนๆ LGBTQIA+ ซึ่งพวกเขาให้คำมั่นกับเราว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยินดีต้อนรับแฟนๆ ทุกคน

 

“ฟุตบอลเป็นเกมระดับโลกและมีไว้สำหรับทุกคน ความมุ่งมั่นของเราต่อความหลากหลายและการรวมเข้าด้วยกันนั้นหมายถึงการเคารพทุกคน รวมถึงทุกศาสนาและทุกวัฒนธรรม เราเชื่อด้วยว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกสามารถเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้ ซึ่งจะทำได้ดีที่สุดโดยการทำงานร่วมกันเป็นหุ้นส่วนกับประเทศเจ้าภาพ

 

“เราจะทำงานร่วมกับ FIFA และ UEFA เพื่อให้แน่ใจว่าคำมั่นสัญญาในการเคารพสิทธิมนุษยชนทุกประการจะบรรลุผล”

 

ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 ที่ซาอุดีอาระเบียยังไม่มีการยืนยันว่าจะจัดขึ้นช่วงไหนของปี 2034 ซึ่ง FIFA ทราบดีถึงสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนที่มักจะสูงเกิน 100 องศาฟาเรนไฮต์ และถูกมองว่าไม่ปลอดภัยสำหรับฟุตบอลรวมถึงแฟนบอล ทำให้อาจต้องเลื่อนไปแข่งขันในช่วงปลายปีอย่างเดือนธันวาคม (แบบเดียวกับฟุตบอลโลกที่กาตาร์) หรือขยายไปจนถึงปี 2035 หรือไม่ ต้องรอติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ต่อไป

 

อ้างอิง:

The post FA เผย ซาอุให้คำมั่นที่จะมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ทุกคน รวมถึงแฟนๆ LGBTQIA+ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE TIP: Good Vibes วิธีสร้างบรรยากาศดีๆ ในห้อง https://thestandard.co/life/life-tip-14082023/ Mon, 14 Aug 2023 02:57:26 +0000 https://thestandard.co/?p=828990 สร้างบรรยากาศ

วันหยุดที่คุณไม่อยากออกไปไหน เหมาะที่จะใช้เวลาเพื่อสร้า […]

The post LIFE TIP: Good Vibes วิธีสร้างบรรยากาศดีๆ ในห้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สร้างบรรยากาศ

วันหยุดที่คุณไม่อยากออกไปไหน เหมาะที่จะใช้เวลาเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ ในห้องของคุณเอง 

 

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่คุณพักผ่อน ทำงาน หรือนอนหลับ พลังงานและสภาพแวดล้อมของห้องคุณอาจส่งผลต่ออารมณ์และความเป็นอยู่โดยรวมของคุณได้อย่างมาก การให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านหรือห้องของตัวเอง มีข้อดีตรงที่สามารถสร้างความเป็นระเบียบ ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย มีแรงจูงใจ และมีความสุขมากขึ้น ต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่จะช่วยทำให้ห้องของคุณมีบรรยากาศที่ดีมากกว่าเดิม 

 

จัดระเบียบ

 

เริ่มต้นด้วยการจัดข้าวของและสิ่งของที่ไม่จำเป็นและกระจัดกระจายอยู่ให้กลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง อาจเริ่มจากมุมใดมุมหนึ่งในห้องก่อนก็ได้ เช่น พื้นที่บริเวณโซฟา หรือโต๊ะหน้าโซฟา

 

ตกแต่งไม้ในร่ม

 

ต้นไม้ที่ปลูกได้ในร่มไม่เพียงแต่ทำให้อากาศบริสุทธิ์ แต่ยังเพิ่ม Vibes แบบธรรมชาติให้กับพื้นที่ในบ้านได้ด้วย ควรเลือกต้นไม้ที่ง่ายต่อการดูแลและช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับห้องของคุณ

 

เปิดรับแสงธรรมชาติ

 

แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ชั้นดี ลองเปิดม่านหรือมู่ลี่ แล้วปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามา หากห้องของคุณไม่ได้รับแสงแดดมากนัก ให้พิจารณาใช้แสงสีโทนอุ่นหรือลงทุนซื้อหลอดไฟจำลองแสงแดดมาปรับมู้ดในห้องดู เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีได้ 

 

เลือกสีผนังห้องที่มองแล้วสงบ

 

สีสันของผนังห้องสามารถส่งผลต่ออารมณ์ของเราได้อย่างมาก เช่น สีโทนอ่อนหรือสีเอิร์ธโทน เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบได้ดี 

 

สร้างกลิ่นที่ดีให้กับห้อง

 

กลิ่นสามารถกระตุ้นความทรงจำ อารมณ์ และความรู้สึกสบายใจ เทียนหอม ดิฟฟิวเซอร์ หรือน้ำมันหอมระเหย ช่วยกระตุ้นบรรยากาศดีๆ ให้เกิดขึ้นได้ ลองใช้กลิ่นแนวสงบหรือผ่อนคลาย เช่น ลาเวนเดอร์ ยูคาลิปตัส หรือคาโมมายล์ จะช่วยให้คุณชอบกลิ่นของบ้านตัวเองมากขึ้น 

 

ตกแต่งด้วยสิ่งของที่รัก

 

คนเราจะมีของรักของหวงที่แตกต่างกัน ลองปรับแต่งที่พักของคุณด้วยสิ่งของเหล่านั้นดู เช่น โมเดล ภาพถ่าย งานศิลปะ หรือของที่ระลึก สิ่งเหล่านี้สามารถใช้เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งความสุข และจะทำให้คุณอุ่นใจทุกครั้งที่มองไปยังสิ่งเหล่านั้น  

 

เปิดแผ่นเสียงหรือเพลงที่ชอบ

 

การอยู่บ้านแล้วได้ฟังเพลงดีๆ คือที่สุดแล้ว ลองเลือกเพลย์ลิสต์ที่สงบเงียบ เสียงธรรมชาติ หรือเสียงเพลงที่คุณชอบ จะสร้างบรรยากาศที่ดีได้อย่างมาก แต่ถ้าอยากได้ฟีลพักผ่อนอย่างมีสมาธิ ลองเปิดเสียงฝน เสียงคลื่น หรือเสียงป่า คลอไปเบาๆ เพื่อทำให้ห้องของคุณเป็นพื้นที่แห่งความสงบผ่อนคลาย 

 

เปลี่ยนมุมบ้าง


แนะนำว่านานๆ ครั้งถ้าเบื่อมุมเดิมๆ ให้ลองจัดเรียงข้าวของหรือเปลี่ยนตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ใหม่ มุมมองใหม่ๆ ภายในบ้านสามารถจุดประกายพลังด้านบวกในห้องให้เกิดขึ้นได้

The post LIFE TIP: Good Vibes วิธีสร้างบรรยากาศดีๆ ในห้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ต้องฉลาด ประหยัด ขี้เหนียว เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google กล่าวกับพนักงาน ในช่วงที่ต้องลดต้นทุนและเผชิญความไม่พอใจของทีม https://thestandard.co/ceo-google-speech/ Sun, 25 Sep 2022 03:06:06 +0000 https://thestandard.co/?p=686220 ซันดาร์ พิชัย

ขณะที่ Google พยายามสำรวจสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยของการ […]

The post “ต้องฉลาด ประหยัด ขี้เหนียว เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google กล่าวกับพนักงาน ในช่วงที่ต้องลดต้นทุนและเผชิญความไม่พอใจของทีม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซันดาร์ พิชัย

ขณะที่ Google พยายามสำรวจสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยของการเติบโตที่ช้าลง การลดต้นทุน และความไม่พอใจของพนักงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ซีอีโออย่าง ซันดาร์ พิชัย กำลังพบว่าตัวเองนั้นเป็นฝ่ายตั้งรับจากสิ่งต่างๆ ที่โถมมาจากทีม

 

ในการประชุมระดับหัวหน้าของทั้งองค์กร พิชัยต้องเผชิญกับคำถามที่ยากลำบากจากพนักงาน ที่เกี่ยวข้องกับการลดงบประมาณการเดินทางและความบันเทิง การจัดการ Productivity และการเลิกจ้างที่อาจเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ ‘Google มีผลกำไรและสำรองเงินสดจำนวนมาก’

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

“ฉันจะพูดอย่างไรดี” พิชัยกล่าว “ฟังนะ ฉันหวังว่าพวกคุณทุกคนจะอ่านข่าวจากภายนอก ความจริงที่คุณทราบ เรากำลังมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยากที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญคือในฐานะบริษัท เราจะต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านช่วงเวลาเช่นนี้”

 

การประชุมเกิดขึ้นในจังหวะที่บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ กำลังจับตาดูความท้าทายทางเศรษฐกิจจำนวนมาก รวมถึงภาวะถดถอยที่อาจเกิดขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายด้านโฆษณาที่ลดลง

 

ในเดือนกรกฎาคม Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ รายงานผลประกอบการและรายได้ที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และการเติบโตของยอดขายในไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะลดลงเป็นตัวเลขหลักเดียว ซึ่งลดลงจากมากกว่า 40% ในปีก่อนหน้า

 

เมื่อเดือนกรกฎาคม Google เปิดตัวความพยายามที่เรียกว่า ‘Simplicity Sprint’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขอแนวคิดจากพนักงานมากกว่า 174,000 คนเกี่ยวกับ ‘วิธีการในการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเร็วขึ้น’ และ ‘ลดสิ่งไม่จำเป็นทิ้งไป’ 

 

ขณะที่พิชัยต้องการให้บริษัทมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น 20% ในขณะที่จ้างงานและการลงทุนช้าลง ซึ่งเขาถูกขอให้อธิบายในการประชุมดังกล่าว โดยเขาบอกว่า หลักๆ ต้องมาจากการคุยกันภายในทีมว่าจะสามารถทำเช่นไรได้บ้าง

 

“บางครั้งเราก็มีกระบวนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี ซับซ้อนกว่าที่ควรจะเป็น” พิชัยกล่าว “เราสามารถดูกระบวนการนั้นและลบสองขั้นตอนออกได้ไหม และนั่นจะเป็นตัวอย่างของการทำให้บางสิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น 20% ได้หรือไม่? ฉันคิดว่าหากพวกเราทุกคนที่ช่วยกันทำอย่างนั้นในทุกระดับ จะสามารถช่วยบริษัทได้”

 

พิชัยเลี่ยงคำถามของพนักงานที่ถามถึงค่าตอบแทนผู้บริหารในขณะที่องค์กรกำลังลดต้นทุน พิชัยมีรายได้รวม 6.3 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ทำเงินได้มากกว่า 28 ล้านดอลลาร์

 

กระนั้นเขาได้กล่าวถึงประเด็นที่ใหญ่กว่าของการลดต้นทุน และชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมของ Google ที่ยังคงสนุกสนานได้ แม้บางอย่างจะขาดหายไป

 

“ฉันจำได้เมื่อ Google มีขนาดเล็กและกระท่อนกระแท่น” เขากล่าว “ความสนุกไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป เราไม่ควรเทียบความสนุกกับเงินเสมอไป ฉันคิดว่าคุณสามารถเดินเข้าไปในสตาร์ทอัพที่ขยันขันแข็งได้ และผู้คนก็อาจจะสนุกและมันไม่ควรมีค่าเท่ากับเงินเสมอไป”

 

ช่วงท้ายพิชัยได้ย้ำกับพนักงานว่า ไม่อยากให้มองเป็นการประหยัดต้นทุนเชิงรุกอย่างเดียว หากต้องการให้ใช้สายตาระยะยาวในการมองดูการเปลี่ยนผ่าน โดยบริษัท “ยังคงลงทุนในโครงการระยะยาว เช่น คอมพิวเตอร์ควอนตัม” และกล่าวว่าในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือ “ต้องฉลาด ประหยัด ขี้เหนียว เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

 

ภาพ: Getty Images / Getty Images for Greentech Festival

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post “ต้องฉลาด ประหยัด ขี้เหนียว เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google กล่าวกับพนักงาน ในช่วงที่ต้องลดต้นทุนและเผชิญความไม่พอใจของทีม appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: จูเลีย โรเบิร์ตส์ ปรับชีวิตและสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อช่วยลดโลกร้อน https://thestandard.co/pop-tip-28082022/ Sun, 28 Aug 2022 02:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=672599 จูเลีย โรเบิร์ตส์

จูเลีย โรเบิร์ตส์ เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงชั้นนำของโลก ที […]

The post POP TIP: จูเลีย โรเบิร์ตส์ ปรับชีวิตและสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อช่วยลดโลกร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จูเลีย โรเบิร์ตส์

จูเลีย โรเบิร์ตส์ เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงชั้นนำของโลก ที่เคยรับบทเป็น Erin Brockovich นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่ต่อสู้กับปัญหาเรื่องมลภาวะทางน้ำ และต่อกรกับบริษัท Pacific Gas & Electric (PG&E) ของรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1993 และสามารถชนะคดีในที่สุด นับจากนั้นจนถึงวันนี้ จูเลีย โรเบิร์ตส์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นคุณแม่เต็มตัว และเป็นหนึ่งในคนที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ จนได้รับฉายา The Green Hollywood Star เปิดเผยว่า แม้เธอจะคิดว่าตัวเองค่อนข้างเข้าใจความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เธอก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างมากพอ เธอจึงพยายามทำในสิ่งที่เธอสามารถทำได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ และตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อโลกอยู่เสมอ

 

จูเลีย โรเบิร์ตส์

 

Pop Tip: จูเลีย โรเบิร์ตส์ ที่ได้รับฉายาเป็น The Green Hollywood Star เป็นคนที่ให้ความสำคัญต่อการใช้ชีวิต โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เธอจึงใช้แผงโซลาร์เซลล์ที่บ้าน ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน ปลูกผักกินเอง และใช้ของรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า

 

ภาพ: juliaroberts / Instagram

The post POP TIP: จูเลีย โรเบิร์ตส์ ปรับชีวิตและสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อช่วยลดโลกร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ผ่านแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะ 11 ปี 84 โครงการ รวมกว่า 8.25 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/cabinet-approved-saen-saep-canal-development/ Tue, 14 Dec 2021 08:59:34 +0000 https://thestandard.co/?p=571234 รัชดา ธนาดิเรก

วันนี้ (14 ธันวาคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนาย […]

The post ครม. ผ่านแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะ 11 ปี 84 โครงการ รวมกว่า 8.25 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัชดา ธนาดิเรก

วันนี้ (14 ธันวาคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบแผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะเวลา 11 ปี (พ.ศ. 2564-2574) จำนวน 84 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 82,563 ล้านบาท ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอ ซึ่งเป็นการสนองพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาดูแลแหล่งน้ำลำคลอง โดยแผนฉบับนี้มุ่งแก้ปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบที่เป็นปัญหาอย่างมาก น้ำเสียส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากกิจกรรมชุมชนบริเวณริมคลอง รองลงมาเกิดจากโรงงานและสถานประกอบการ ในปี 2563 มีปริมาณน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดถูกปล่อยลงคลองแสนแสบและคลองสาขารวม 807,672 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีค่าเฉลี่ยความสกปรก (BOD) อยู่ระหว่าง 6.9-12.2 มิลลิกรัมต่อลิตร (แหล่งน้ำที่มีค่า BOD มากกว่า 8 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือเป็นแหล่งน้ำที่มีมลพิษอย่างรุนแรง) ทั้งนี้ ปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงแม่น้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย เนื่องจากคลองแสนแสบมีความยาวตลอดสายประมาณ 74 กิโลเมตร อยู่ในเขต กทม. 47.5 กิโลเมตร และจังหวัดฉะเชิงเทรา 26.5 กิโลเมตร

 

ขณะที่วิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาฟื้นฟูคือ เพื่อให้คลองแสนแสบกลับมามีระบบนิเวศอยู่ในเกณฑ์ดี มีระยะเวลาดำเนินการ 11 ปี แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (พ.ศ. 2564) ระยะกลาง (พ.ศ. 2565-2570) และระยะยาว (พ.ศ. 2571-2574) ซึ่งจะดำเนินการโดย 8 หน่วยงาน ได้แก่ กทม., กรมชลประทาน จังหวัดฉะเชิงเทรา, องค์การจัดการน้ำเสีย, กรมเจ้าท่า, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะขับเคลื่อนภายใต้ 5 เป้าประสงค์ คือ 

 

  1. การเสริมสร้างความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำของประชาชน 

 

  1. การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณคลองแสนแสบ 

 

  1. การแก้ไขปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำในคลองแสนแสบ 

 

  1. การป้องกันปราบปราม การบุกรุกทำลายทรัพยากรในคลองแสนแสบ 

 

  1. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในคลองแสนแสบ 

 

รวม 84 โครงการ เช่น โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย, โครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย, โครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย, โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองแสนแสบ, โครงการเดินเรือคลองแสนแสบส่วนต่อขยายระยะทาง 10 กิโลเมตร, โครงการต่อเรือไฟฟ้า 12 ลำ และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางน้ำ เป็นต้น

 

แหล่งที่มาของงบประมาณแผนพัฒนาฟื้นฟูรวม 82,563 ล้านบาท มาจาก 

  1. งบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 81.40 
  2. งบ กทม. ร้อยละ 3.50
  3. เงินจากเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ร้อยละ 15.10

 

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากแผนพัฒนาฟื้นฟู เช่น 

 

  1. แก้ไขปัญหามลภาวะและคุณภาพน้ำในคลองแสนแสบอย่างครบวงจร สร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวม 39 แห่ง รองรับการบำบัดน้ำเสียในคลองแสนแสบได้ 1,364,525 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน 

 

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองแสนแสบ โดยในพื้นที่ กทม. สามารถเร่งการระบายน้ำผ่านอุโมงค์ระบายน้ำได้ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนป้องกันตลิ่ง 33.32 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วม 96,875 ไร่ ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และปรับปรุงคลอง ช่วยให้คลองระบายน้ำได้ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยเพิ่มพื้นที่ที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วม 15,625 ไร่ 

 

  1. พัฒนาระบบขนส่งและความปลอดภัยทางน้ำ มีท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้นครอบคลุมคลองแสนแสบใน กทม. ทั้งสาย โดยใช้เรือไฟฟ้ารองรับการใช้บริการ 800-1,000 คนต่อวัน พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดในท่าเรือ

The post ครม. ผ่านแผนพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะ 11 ปี 84 โครงการ รวมกว่า 8.25 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Context in the Future ภาพความจริงในอนาคตที่เรามักหลงลืมเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ https://thestandard.co/context-in-the-future/ Fri, 26 Jun 2020 11:07:12 +0000 https://thestandard.co/?p=375382

Context หรือสภาพแวดล้อม เป็นปัจจัยที่มีความสําคัญมากต่อ […]

The post Context in the Future ภาพความจริงในอนาคตที่เรามักหลงลืมเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Context หรือสภาพแวดล้อม เป็นปัจจัยที่มีความสําคัญมากต่อผลลัพธ์หลายๆ อย่างในชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นความสุข พฤติกรรม หรือแม้กระทั่งความสำเร็จในด้านอื่นๆ 

 

แต่บ่อยครั้งเวลาที่เรากำลังตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับอนาคต คนส่วนใหญ่มักจะลืมเอา Context ในโลกอนาคตมาเป็นเครื่องช่วยในการคิดคำนวณความสำเร็จของการตัดสินใจครั้งนั้นๆ 

 

ยกตัวอย่างนะครับ

 

  1. สมมติว่าลูกของคุณสอบเข้าได้ทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของโลก และมหาวิทยาลัยบอสตัน ซึ่งก็เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่ดังสู้ฮาร์วาร์ดไม่ได้ คุณจะแนะนำให้ลูกเลือกไปเรียนมหาวิทยาลัยไหนครับ

 

  1. สมมติว่าคุณได้งานสองที่ งานที่แรกเสนอเงินเดือนให้คุณ 40,000 บาท แต่เป็นงานที่หนักพอสมควร ซึ่งจะทำให้คุณจะมีเวลานอนหลับแค่ 6 ชั่วโมงต่อคืน ส่วนงานที่สองเสนอเงินเดือนให้คุณ 30,000 บาท แต่เป็นงานที่ไม่หนักมาก ซึ่งจะทำให้คุณมีเวลานอนครบ 8 ชั่วโมงทุกคืน ทั้งสองงานเหมือนกันทุกอย่าง (ยกเว้นแค่เงินเดือนและชั่วโมงทำงาน) คุณคิดว่างานไหนจะทำให้คุณมีความสุขมากกว่ากัน และคุณจะเลือกทำงานไหน 

 

  1. สมมติว่าคุณมาเรียนต่อเมืองนอก อยู่ไป 2 เดือนแล้วมีคนไทยเหมือนกันมาจีบคุณ แต่คุณมีแฟนอยู่แล้วที่เมืองไทย คุณรู้สึกว่าคนที่เพิ่งเจอที่เมืองนอกเข้ากับคุณได้มากกว่าคนที่คบอยู่ที่เมืองไทยมาก คุณจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกใครสักคนหนึ่ง คุณจะเลือกใคร

 

ผมเชื่อว่าคำตอบส่วนใหญ่ของคำถามข้อที่ 1 และ 2 น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และงานที่ให้เงินเดือนมากกว่า ส่วนคำตอบส่วนใหญ่ของคำถามข้อที่ 3 น่าจะขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังอ่านคำถามนี้กับแฟนของคุณที่เมืองไทยหรือเปล่านะครับ 

 

ผมอยากจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลยที่คุณจะเลือกคำตอบที่คุณเลือก เพราะเป็นคำตอบที่คนส่วนใหญ่เลือกกันทั้งนั้น และผมก็ไม่ได้จะบอกกับคุณว่ามันเป็นคำตอบที่ผิดนะครับ แต่สิ่งที่อยากจะบอกก็คือคำตอบเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำตอบที่คนส่วนใหญ่ได้มาโดยที่ไม่ได้คำนึงถึง Context ในอนาคตเลย

 

ยังไงน่ะเหรอครับ

 

  1. คุณทราบไหมครับว่าคนสองคนที่สอบได้คะแนนเท่ากัน แต่คนหนึ่งสอบได้ที่โหล่ (หรืออันดับต่ำๆ) ในแต่ละวิชาของฮาร์วาร์ด ส่วนอีกคนหนึ่งสอบได้ที่หนึ่ง (หรืออันดับต้นๆ) ในแต่ละวิชาของบอสตัน คนที่สอบได้อันดับที่ดีกว่าในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงน้อยกว่ามักจะประสบความสำเร็จมากกว่า เช่น เรียนจนจบ (ไม่ดรอป) และหางานทำได้เร็วกว่าคนที่สอบได้อันดับที่ไม่ค่อยดีจากมหาวิทยาลัยท็อปๆ

    และคุณทราบไหมครับว่าโอกาสที่เราจะเจอคนที่เรียนเก่งกว่าที่ฮาร์วาร์ดนั้นสูงกว่าโอกาสที่เราจะเจอคนที่เรียนเก่งกว่าที่บอสตันค่อนข้างเยอะพอสมควร

 

  1. เรามักจะลืมไปว่าบริษัทที่ให้เงินเดือนสูงกว่าก็มักจะให้เงินเดือนพนักงานคนอื่นๆ สูงพอๆ กันกับเรา (หรือมากกว่าเราด้วยซ้ำ)

    และถึงแม้ว่าเราจะได้เงินเดือนจากที่แรกที่สูงกว่างานที่สองก็ตาม แต่พอเริ่มทำงานแล้ว เรามักจะไม่ได้เอาเงินเดือนที่ได้ (40,000) ไปเปรียบเทียบกันกับเงินเดือนของงานที่เราปฏิเสธไป (30,000) แต่เรามักจะเอาเงินที่เราได้ไปเปรียบเทียบกับเงินเดือนของคนอื่นๆ ในบริษัทเดียวกันต่างหาก ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างที่เคยคาดการณ์เอาไว้

    บวกกับการได้นอนน้อยด้วย โอกาสที่เราจะมีความสุขน้อยกว่าการเลือกงานที่ให้เงินเดือนน้อยกว่า แต่มีเวลานอนเยอะกว่า ก็จะสูงขึ้นตามๆ กันไป

 

  1. สาเหตุสำคัญที่เราคิดว่าจะสามารถเข้ากับคนที่มาจีบที่เมืองนอกมากกว่าคนที่กำลังคบอยู่ที่เมืองไทย ก็คือคนที่เจอที่เมืองนอกส่วนใหญ่เป็นคนชาติอื่น ซึ่งอาจจะมีวัฒนธรรมและความเข้าใจในหลายๆ สิ่งที่แตกต่างจากเราเยอะ คนไทยที่เข้ามาจีบจึงดูดีเป็นพิเศษ เพราะเราสามารถเข้าใจเขาได้ดีและมากกว่าคนชาติอื่นเยอะ และมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่เราอาจจะตัดสินใจเลือกคนที่เราเจอที่เมืองนอกมากกว่าจะคบคนเก่าที่เมืองไทย แต่สิ่งที่เราอาจจะลืมคิดคำนวณไปก็คือในตอนที่เราต้องกลับไปอยู่ที่ไทยด้วยกันทั้งคู่ สิ่งแวดล้อมที่เราทั้งคู่จะต้องเจอนั้นมันไม่เหมือนกับสิ่งแวดล้อมที่เราเจอกันที่เมืองนอก ซึ่งก็อาจจะส่งผลทำให้ความรู้สึกที่เคยมีขณะอยู่เมืองนอกเปลี่ยนไปก็ได้

 

บทสรุปคืออะไร

 

สรุปคือ Context in the Future Matters

 

สภาพแวดล้อมในอนาคตมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของเรามาก และถ้าเราอยากจะตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เราจำเป็นที่จะต้องไตร่ตรองถึงสภาพแวดล้อมในวันข้างหน้ามากพอๆ กับสภาพแวดล้อมในวันนี้ด้วยนะครับ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Context in the Future ภาพความจริงในอนาคตที่เรามักหลงลืมเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ ติดเมืองเครียดสุดในโลกอันดับ 47 จาก 150 ชตุทท์การ์ทแชมป์เครียดน้อยสุด https://thestandard.co/stressful-cities-ranking-2017/ https://thestandard.co/stressful-cities-ranking-2017/#respond Fri, 15 Sep 2017 01:23:37 +0000 https://thestandard.co/?p=27345

     แตรรถกลางเมืองที่แผดเสียงจนปวดหู ผู […]

The post กรุงเทพฯ ติดเมืองเครียดสุดในโลกอันดับ 47 จาก 150 ชตุทท์การ์ทแชมป์เครียดน้อยสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

     แตรรถกลางเมืองที่แผดเสียงจนปวดหู ผู้คนที่หนาแน่นบนการคมนาคมสาธารณะ ฝุ่นควันที่สูดดมเข้าไปในแต่ละวัน บรรยากาศและปัญหาที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกต้องกุมขมับ ความเครียดอยู่ใกล้ตัวคนเมืองประหนึ่งอากาศหายใจ จนนำมาสู่การเปรียบหาสวรรค์บนดินว่านครไหนในโลกที่ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด

 

เมืองที่เครียดมากสุด อันดับที่ 1 ของโลก

กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

เมืองที่เครียดมากสุด อันดับที่ 2 ของโลก

กรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน

 

     ผลสำรวจของ Zipjet ที่นำข้อมูลเมืองใหญ่ 150 แห่งทั่วโลกมาเทียบความเครียดจากปัจจัยอย่างความหนาแน่น พื้นที่สีเขียว อัตราการว่างงาน การจราจร หรือสุขภาพจิต ยกแชมป์นครที่เครียดน้อยสุดในโลกให้ ‘ชตุทท์การ์ท’ ของเยอรมนีไป

 

‘ชตุทท์การ์ท’ ประเทศเยอรมนี เมืองที่เครียดน้อยที่สุดในโลก

ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

มิวนิก ประเทศเยอรมนี

 

     ไม่เพียงเท่านั้น เมืองอีกสามแห่งจากประเทศเยอรมนีอย่าง ฮันโนเวอร์ มิวนิก และฮัมบูร์ก ต่างติด 10 อันดับแรกด้วย โดยอยู่ที่อันดับ 3,  5 และ 9 (ร่วม) ตามลำดับ

 

เมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

     สำหรับรองแชมป์ตกเป็นของกรุงลักเซมเบิร์ก ตามมาที่อันดับ 4 ตกเป็นของเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนบอร์โดซ์ของฝรั่งเศสได้คะแนนที่อันดับ 6 และถัดมาเป็นของเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์

     ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเมืองใหญ่เมืองเดียวนอกยุโรปที่ติดกลุ่มอันดับนี้ โดยอยู่ที่อันดับ 8 ขณะที่อันดับ 9 ร่วมอีกตำแหน่งอยู่ที่ กราซของออสเตรีย

     สำหรับนครชื่อดังในโลกมักมีอันดับอยู่กลางๆ ของผลสำรวจ โดยกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อยู่ที่อันดับ 70 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นด้อยกว่า 2 อันดับ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสตกลงบนอันดับที่ 78 และนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่อันดับ 84

 

ปัญหามหานคร

     ด้วยปัญหาสุขภาพจิตกำลังพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ฟลอเรียน ฟาร์เบอร์ (Florian Farber) กรรมการผู้จัดการ Zipjet หวังว่า “การชี้ให้เห็นว่าเมืองที่เครียดน้อยสุดจัดการปัญหานี้อย่างไร อาจช่วยให้เมืองที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดสามารถก้าวข้ามเรื่องเหล่านั้นได้”

     สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชตุทท์การ์ทครองอันดับหนึ่งได้มาจากพื้นที่สีเขียว โดยเดวิด มูส (David Moos) ศาสตราจารย์ด้านการประชาสัมพันธ์ในเมืองดังกล่าวระบุว่า ความเขียวในเมืองมีผลในการช่วยลดความเครียดได้

     กรุงคูเวตซิตีของประเทศคูเวต ครองแชมป์ความหนาแน่นประชากรน้อยสุด ตามหลังมาด้วยลักเซมเบิร์ก

     ขณะที่ประชาชนชาวสิงคโปร์พึงพอใจการคมนาคมสาธารณะของประเทศมากที่สุด ส่วนเรื่องการจราจรไม่เป็นเรื่องน่าหนักใจเลยในเมืองไลพ์ซิกของเยอรมนี

     หากอยากพัฒนาเรื่องความรู้สึกปลอดภัยในเมืองควรต้องศึกษาแบบอย่างของกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือไม่ก็โอซากา ประเทศญี่ปุ่นที่ตามมาติดๆ

     เรื่องแสงแดดก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกตึงเครียดน้อยลงเช่นกันในผลสำรวจนี้ โดยกลุ่ม 10 ประเทศแรกที่ครองอันดับนี้ส่วนมากมาจากตะวันออกกลาง แต่สำหรับอันดับที่หนึ่งตกเป็นของกรุงดามัสกัสในซีเรีย

 

มลภาวะ

     ไมอามีในสหรัฐอเมริกา มีคะแนนความสบายใจจากมลภาวะทางอากาศสูงที่สุดจากการสำรวจ แต่สำหรับความสบายหูที่ไม่ต้องทนฟังมลภาวะทางเสียงต้องยกให้นครอาบีจานจากไอวอรีโคสต์ ส่วนกรุงอันตานานาริโวในมาดากัสการ์ประสบมลภาวะทางแสงต่ำสุดในโลก

 

เงินคืองาน บันดาลสุข

     การมีงานทำย่อมนำมาซึ่งรายได้ โดยเมืองหลวงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเป็นสถานที่ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการว่างงาน ส่วนกรุงบันดาร์เสรีเบกาวันของเพื่อนร่วมอาเซียนอย่างบรูไนครองอันดับหนึ่งความมีหนี้ต่อหัวน้อยสุดในโลก

     กรุงเอเธนส์ของกรีซมีคะแนนสูงสุดในแง่ประกันสังคม แม้จะมีการประท้วงการเพิ่มภาษีในช่วงต้นปีนี้ก็ตาม ขณะที่อำนาจซื้อต่อครัวเรือนไม่ใช่เรื่องเครียดในเมืองมิวนิกของเยอรมนี

 

ความเท่าเทียมและสุขภาพ

     ปัญหาสุขภาพจิตที่ถือเป็นเรื่องหลักในการสำรวจครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในกรุงลักเซมเบิร์ก หรือบอร์โดซ์ของฝรั่งเศสนัก โดยในบรรดา 10 ชื่อแรกที่มีคะแนนสูงในประเภทนี้มีถึง 6 เมืองที่ติดเมืองเครียดน้อยสุดในโลกด้วย

     กรุงเรคยาวิกของไอซ์แลนด์ทำคะแนนได้ดีที่สุดในด้านสุขภาพกาย และเป็นเมืองที่มีความเท่าเทียมทางเพศที่สุดในการสำรวจด้วย

     ขณะที่ความเท่าเทียมทางเชื้อชาติมีถึงสามแห่งที่แบ่งอันดับหนึ่งรวมกันไปครอง และยังมาจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดด้วยอย่าง ซานฟรานซิสโก บอสตัน และซีแอตเทิล

 

เมืองที่เครียดมากสุด อันดับที่ 47 ของโลก กรุงเทพมหานครฯ


ความเครียดในเมืองชื่อยาวสุดในโลก
     เมืองหลวงประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานครฯ ไม่หลุดจากการสำรวจด้วยเช่นกัน โดยครองอันดับ 47 เมืองที่เครียดที่สุดในโลก

     หลายคนอาจรู้สึกตะขิดตะขวงหากได้ทราบว่า ความเครียดจากปัญหาจราจรในบางกอกไม่ได้ครองอันดับหนึ่ง แต่ชิงตำแหน่งที่ 11 ไป กรุงเทพฯ ยังครองอันดับยอดแย่ในส่วนของประกันสังคมที่อันดับ 16 และยังรวมถึงอำนาจซื้อต่อครอบครัวที่อันดับ 18 ด้วย
     อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่สุดในนครแห่งเทพนี้เป็นประเด็นของสุขภาพจิต ด้วยคะแนนที่ 9.52 ทำให้เมืองหลวงประเทศไทยถูกจัดไว้ในอันดับ 8
     ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยผ่านบทสำรวจอาจดูเหมือนกรุงเทพฯ ไม่มีสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดทอนความเครียดของผู้คนเลย แชมป์ชื่อเมืองยาวสุดบนโลกแห่งนี้ยังมีข่าวดีในเรื่องของอัตราการว่างงาน ตามข้อมูลชิ้นนี้ ปัญหาตกงานน้อยมากเป็นอันดับที่ 3

 

Photo: shutterstock

อ้างอิง:

The post กรุงเทพฯ ติดเมืองเครียดสุดในโลกอันดับ 47 จาก 150 ชตุทท์การ์ทแชมป์เครียดน้อยสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/stressful-cities-ranking-2017/feed/ 0