สภาคองเกรสของสหรัฐฯ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สภาคองเกรสของสหรัฐฯ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Jul 2024 05:29:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เนทันยาฮูแถลงต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ โต้ผู้วิจารณ์สงครามกาซา เรียกร้องสร้างพันธมิตรต่อต้านอิหร่าน https://thestandard.co/netanyahu-congress-gaza-iran/ Thu, 25 Jul 2024 05:29:26 +0000 https://thestandard.co/?p=962708 netanyahu-congress-gaza-iran

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงต่อที่ประชุ […]

The post เนทันยาฮูแถลงต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ โต้ผู้วิจารณ์สงครามกาซา เรียกร้องสร้างพันธมิตรต่อต้านอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
netanyahu-congress-gaza-iran

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงต่อที่ประชุมสภาคองเกรส ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วานนี้ (24 กรกฎาคม) โดยตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านการทำสงครามในฉนวนกาซาว่าเป็น ‘คนโง่ที่เป็นประโยชน์ของอิหร่าน’ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสร้างพันธมิตรระดับโลกเพื่อต่อต้านอิหร่าน

 

“ผมมีข้อความถึงผู้ประท้วงเหล่านี้ เมื่อพวกเผด็จการแห่งเตหะราน ผู้ซึ่งแขวนคอเกย์บนรถเครน และสังหารผู้หญิงที่ไม่คลุมผม กำลังยกย่อง ส่งเสริม และให้ทุนสนับสนุนคุณ คุณได้กลายเป็นคนโง่ที่เป็นประโยชน์ของอิหร่านอย่างเป็นทางการ”

 

ถ้อยแถลงของเนทันยาฮูมีขึ้นท่ามกลางกระแสประท้วงต่อต้านของกลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคนบริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภา ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้ถูกตำรวจจับกุมแล้วอย่างน้อย 5 คน โดยสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตหลายสิบคนตัดสินใจบอยคอตไม่ร่วมฟังคำแถลงของผู้นำอิสราเอล

 

ระหว่างการแถลง เนทันยาฮูกล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต้องต่อสู้กับอิหร่าน โดยชี้ว่าอิหร่านเป็น ‘แกนแห่งความหวาดกลัว’ ที่คุกคามสหรัฐฯ อิสราเอล และโลกอาหรับ และมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือทางแยกแห่งประวัติศาสตร์ และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการปะทะกันระหว่างความป่าเถื่อนและอารยธรรม

 

“เราเจอกันวันนี้ตรงทางแยกแห่งประวัติศาสตร์ โลกของเราอยู่ในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในตะวันออกกลาง แกนแห่งความหวาดกลัวของอิหร่านเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ อิสราเอล และมิตรชาวอาหรับของเรา นี่ไม่ใช่การปะทะกันของอารยธรรม แต่เป็นการปะทะกันระหว่างความป่าเถื่อนและอารยธรรม”

 

ผู้นำอิสราเอลยังเรียกร้องให้มีการสร้างพันธมิตรความมั่นคงระดับโลกเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากอิหร่านที่เพิ่มมากขึ้น และเสนอชื่อพันธมิตรใหม่นี้ว่า ‘พันธมิตรอับราฮัม (Abraham Alliance)’ โดยอ้างอิงจากข้อตกลงอับราฮัมที่ก่อให้เกิดสันติภาพระหว่างอิสราเอลและ 4 ประเทศอาหรับ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เช่นกัน

 

“สหรัฐฯ และอิสราเอลในวันนี้สามารถสร้างพันธมิตรความมั่นคงในตะวันออกกลางเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากอิหร่านที่เพิ่มมากขึ้น ทุกประเทศที่มีสันติภาพกับอิสราเอล และทุกประเทศที่จะสร้างสันติภาพกับอิสราเอลควรได้รับเชิญให้เข้าร่วมพันธมิตรนี้

 

“พันธมิตรใหม่ที่ผมจินตนาการไว้จะเป็นส่วนขยายของข้อตกลงอับราฮัม ผมคิดว่าเราควรเรียกมันว่าพันธมิตรอับราฮัม”

 

ภาพ : REUTERS/Kevin Mohatt

อ้างอิง:

The post เนทันยาฮูแถลงต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ โต้ผู้วิจารณ์สงครามกาซา เรียกร้องสร้างพันธมิตรต่อต้านอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ รอดชัตดาวน์หวุดหวิด หลังสภาคองเกรสปิดดีลงบประมาณรายจ่ายชั่วคราวในนาทีสุดท้าย https://thestandard.co/us-congress-avoids-government-shutdown/ Sun, 01 Oct 2023 09:41:33 +0000 https://thestandard.co/?p=848967 สภาคองเกรส

รัฐบาลสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ก่อนกำหนดเส้นตายได้อย […]

The post สหรัฐฯ รอดชัตดาวน์หวุดหวิด หลังสภาคองเกรสปิดดีลงบประมาณรายจ่ายชั่วคราวในนาทีสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาคองเกรส

รัฐบาลสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ก่อนกำหนดเส้นตายได้อย่างเฉียดฉิว หลังจากที่ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาลงมติผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายชั่วคราว

 

ร่างกฎหมายที่ได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองสภาจะทำให้รัฐบาลกลางมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน แต่งบประมาณระยะสั้นนี้จะไม่มีเงินช่วยเหลือก้อนใหม่สำหรับยูเครนรวมอยู่ด้วย 

 

ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการลงมติในวุฒิสภาไปด้วยคะแนน 88 ต่อ 9 เสียง จากนั้นจึงส่งให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนกำหนดเส้นตายเที่ยงคืนของวันที่ 1 ตุลาคมเพียงไม่กี่นาที

 

การชัตดาวน์จะทำให้พนักงานรัฐบาลกลางหลายหมื่นคนถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลจะต้องหยุดให้บริการบางส่วนเป็นการชั่วคราว โดยการชัตดาวน์มีกำหนดจะเริ่มขึ้นในเวลา 00.01 น. ของวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น (11.01 น. ตามเวลาไทย) 

 

เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน เป็นผู้ผลักดันร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบดังกล่าว แม้เขาต้องงัดข้อกับกลุ่ม สส. สายแข็งในพรรคของเขาเองที่ยืนกรานคัดค้านงบรายจ่ายระยะสั้นนี้ เนื่องจากต้องการให้มีการตัดลดงบประมาณสำหรับบางหน่วยงานลง 

 

เหตุการณ์ดราม่าเกิดขึ้นในบ่ายวันเสาร์ เมื่อ สส. รีพับลิกัน นำโดยแมคคาร์ธี พยายามผลักดันร่างงบประมาณชั่วคราวที่ไม่มีการลดรายจ่ายสำคัญๆ ให้ผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการต่อไปได้จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน แต่กลับกลายเป็นว่าร่างงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สส. เดโมแครตมากกว่า สส. รีพับลิกันด้วยกันเอง โดยมี สส. รีพับลิกันมากถึง 90 คนลงมติคัดค้าน

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมาชิกสภานิติบัญญัติส่วนใหญ่กระตือรือร้นที่จะหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์ ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองสภาไปได้ในที่สุด โดยที่เดโมแครตต้องยอมอ่อนข้อเรื่องการตัดเงินช่วยเหลือยูเครนออกจากงบชั่วคราวนี้ 

 

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังการลงมติของวุฒิสภาไม่นานว่า “กลุ่ม สส. รีพับลิกันสุดโต่งพยายามสร้างวิกฤต” ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนฯ แมคคาร์ธี ยอมให้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือยูเครนโดยเร็ว

 

ไบเดนระบุในแถลงการณ์ว่า “ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม เราไม่สามารถปล่อยให้การสนับสนุนของอเมริกาต่อยูเครนหยุดชะงักได้”

 

ภายหลังร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวผ่านสภาคองเกรส ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา กล่าวว่า “ชาวอเมริกันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เราสามารถหลีกเลี่ยงการตัดงบประมาณที่รุนแรง น่ารังเกียจ และเป็นอันตราย ซึ่ง สส. รีพับลิกันบางคนพยายามผลักดัน”

 

อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่ “จุดหมายปลายทางสุดท้าย” พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับเคียฟว่า การจัดหาเงินสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ยูเครนจะไม่ถูกยกเลิก “เราจะไม่หยุดต่อสู้เพื่อให้การสนับสนุนยูเครนมากขึ้น”

 

ภาพ: Tom Brenner for The Washington Post via Getty Images

อ้างอิง:

 

The post สหรัฐฯ รอดชัตดาวน์หวุดหวิด หลังสภาคองเกรสปิดดีลงบประมาณรายจ่ายชั่วคราวในนาทีสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาคองเกรสเปิดไต่สวน ปมรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบังข้อมูล UFO https://thestandard.co/congress-investigation-into-us-gov-ufo/ Thu, 27 Jul 2023 08:52:54 +0000 https://thestandard.co/?p=822820 สภาคองเกรส ไต่สวน UFO

เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย สภาคองเกรสได […]

The post สภาคองเกรสเปิดไต่สวน ปมรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบังข้อมูล UFO appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาคองเกรส ไต่สวน UFO

เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย สภาคองเกรสได้เปิดการไต่สวนแบบสาธารณะเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP (Unidentified Anomalous Phenomena) หรือ UFO (Unidentified Flying Object) ตามที่ใช้กันแพร่หลายในสาธารณะ ที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยของสาธารณะ และความโปร่งใสของรัฐบาล

 

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้หลุดมาจากฉากในภาพยนตร์ไซไฟ และแน่นอนว่าการไต่สวนดังกล่าวย่อมได้รับความสนใจจากสาธารณะเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะความสงสัยที่ว่าทางรัฐบาลมียานของ ‘เอเลี่ยน’ อยู่ในครอบครองจริงหรือไม่ เนื่องจาก เดวิด กรัสช์ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองผู้ออกมาเปิดโปงเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเชิญมาเป็นพยานผู้ให้การในวันนี้

 

นอกจากนี้ ยังมี ไรอัน เกรฟส์ และ เดวิด เฟรเวอร์ สองอดีตนักบินกองทัพเรือผู้อ้างว่าตนเองได้เคยพบเจอ UAP ในระหว่างการฝึกบิน ขึ้นให้การต่อหน้าสมาชิกสภาคองเกรส โดยเป็นการไต่สวนครั้งแรก หลังจากเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2023 NASA ได้จัดประชุมแบบสาธารณะเพื่อเปิดเผยผลการศึกษา UAP จากคณะผู้เชี่ยวชาญเป็นครั้งแรก

 

สำหรับผู้ที่คาดหวังถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก หรือเอเลี่ยนตัวเขียวแบบที่คุ้นตาผ่านภาพยนตร์ต่างๆ อาจต้องผิดหวัง เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับชีวิตจากต่างดาวในการให้การครั้งนี้ แต่มีการพูดถึงความพยายามในการปกปิดข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เช่น การเก็บกู้ซากของ UAP และพยายามทำวิศวกรรมย้อนรอยมานานหลายทศวรรษ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุปริศนาดังกล่าว

 

ส.ส. เวอร์จิเนีย ฟ็อกซ์ หนึ่งในคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามกรัสช์ว่าการกล่าวรายงานของ ฌอน เคิร์กแพทริค ผู้อำนวยการ AARO ของเพนตากอน ผู้ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีหลักฐานของชีวิตทรงภูมิจากต่างดาวว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก่อนที่เจ้าตัวจะตอบกลับว่า “นั่นไม่เป็นความจริง” พร้อมกับระบุเพิ่มเติมในการตอบคำถามอื่นว่าสหรัฐฯ เคยมีความพยายามในการบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของ UAP แต่ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมจากสิ่งที่เขาได้เคยแถลงออกสู่สาธารณะไปก่อนหน้านี้

 

ด้านเกรฟส์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่าการพบเห็น UAP ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักบินในกองทัพและพลเรือน ส่วนเฟรเวอร์ได้เห็นด้วยกับคำถามที่ว่า UAP อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “เทคโนโลยีที่เราพบเห็นนั้นก้าวล้ำไปกว่าทุกสิ่งที่พวกเรามี” และอ้างว่ามีความเป็นไปได้ที่ UAP เหล่านี้มีความสนใจในสหรัฐฯ เนื่องจากความสามารถทางนิวเคลียร์ และต้องการทดสอบช่องโหว่ในระบบป้องกันทางอากาศของประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม กรัสช์ถูกเพ่งเล็งจากการให้การที่ไม่มีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ของ UAP อย่างที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไปก่อนหน้านี้ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ แต่หลายฝ่ายมองว่าเพราะนี่คือการขึ้นให้การภายใต้คำสาบานต่อสภาคองเกรส ที่การให้ความเท็จอาจนำไปสู่การจับกุมได้

 

ในเวลาเดียวกัน เพนตากอนได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่อ้างถึงความพยายามปกปิดข้อมูล โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมได้แถลงว่า “ไม่มีข้อมูลที่มีความเชื่อถือสามารถสนับสนุนการอ้างถึงวัตถุจากนอกโลก หรือความพยายามในการทำวิศวกรรมย้อนรอย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน”

 

ด้าน ส.ส. โรเบิร์ต การ์เซีย ได้เน้นย้ำถึงการต้องใช้วิทยาศาสตร์มาช่วยหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องของ UAP โดยระบุว่า “ผมเชื่อในการตามรอยข้อเท็จจริง และเน้นย้ำการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำข้อมูลออกมาให้ได้มากที่สุด ความโปร่งใสเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล เราอาศัยอยู่ในกาแล็กซีที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ”

 

หลังจากนี้คณะกรรมาธิการได้ระบุว่าจะมีการไต่สวนแบบลับเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลบางส่วนที่ไม่อาจระบุได้ต่อสาธารณะ ซึ่งความสำคัญจากการไต่สวนครั้งนี้อาจไม่ใช่การค้นพบยานเอเลี่ยนอยู่ใต้ถุนฐานทัพลับของสหรัฐฯ แต่คือการต้องการความน่าเชื่อถือและโปร่งใสจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะแม้แต่ ส.ส. และ ส.ว. ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในชั้นความลับของกองทัพได้ ดังเช่นในรายงานข้อมูลการพบ UAP ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การไต่สวนขึ้น

 

ส่วนเรื่องของชีวิตนอกโลกนั้น เรามีความน่าจะเป็นอยู่มากมายจากโอกาสการพบดาวเคราะห์ได้ถึงล้านล้านดวงทั่วเอกภพ แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่มีนับจนถึงวินาทีนี้ ยังไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ถึงชีวิตหรือร่องรอยของชีวิตต่างดาว ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

 

ภาพ: Drew Angerer / Getty Images

อ้างอิง:

The post สภาคองเกรสเปิดไต่สวน ปมรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบังข้อมูล UFO appeared first on THE STANDARD.

]]>
วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้แล้ว ป้องกันสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ! https://thestandard.co/usa-debt-ceiling-updates/ Fri, 02 Jun 2023 04:17:02 +0000 https://thestandard.co/?p=798336 เพดานหนี้สหรัฐฯ

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้และจำกัดก […]

The post วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้แล้ว ป้องกันสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้สหรัฐฯ

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้และจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นเวลา 2 ปีแล้ว พร้อมส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งคาดว่าจะลงนามในวันนี้ (2 มิถุนายน) หรือเพียง 3 วันก่อนสหรัฐฯ จะเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

โดยวุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ด้วยคะแนน 63 ต่อ 36 เสียง ด้าน CNBC รายงานว่าการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ผิดจากครั้งก่อนๆ ที่ต้องใช้เวลาเป็นวัน เพื่อพิจารณาและแก้ไขร่างกฎหมาย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เมื่อรวมเวลาการพิจารณาผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จากทั้งสภาล่างและสภาสูงใช้เวลารวมกันไม่ถึง 72 ชั่วโมง หลังจากเมื่อวันพุธ (31 พฤษภาคม) สภาล่างสหรัฐฯ ทั้งฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกันโหวตผ่านด้วยเสียงข้างมาก 314 ต่อ 117 เสียง และสร้างความประหลาดใจให้กับผู้นำสภาทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากในท้ายที่สุดสมาชิกพรรคเดโมแครตลงคะแนนให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มากกว่าพรรครีพับลิกัน

 

สำหรับแรงผลักดันที่ทำให้สภาสูงดำเนินการโหวตอย่างรวดเร็วอาจเป็นเพราะคำเตือนของเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่าเงินสดของรัฐบาลสหรัฐฯ จะหมดลงในวันที่ 5 มิถุนายนนี้

 

เมื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตเพดานหนี้ได้แล้ว ความท้าทายต่อไปของสภาคองเกรสจึงเป็นการหันมาสนใจการจัดสรรงบประมาณช่วงฤดูร้อน ซึ่งต้องถกเถียงกันต่อว่าจะใช้จ่ายเงินซึ่งมีจำนวนจำกัดในปีหน้าอย่างไร

 

อ้างอิง:

The post วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้แล้ว ป้องกันสหรัฐฯ ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ! appeared first on THE STANDARD.

]]>
คว้าน้ำเหลว! ไบเดน-แมคคาร์ธี เห็นพ้องนัดถกปมเพดานหนี้อีกรอบในวันศุกร์นี้ https://thestandard.co/biden-mccarthy-debt-ceiling/ Wed, 10 May 2023 05:11:35 +0000 https://thestandard.co/?p=787853

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเควิน แมคคาร์ธี ปร […]

The post คว้าน้ำเหลว! ไบเดน-แมคคาร์ธี เห็นพ้องนัดถกปมเพดานหนี้อีกรอบในวันศุกร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน เห็นพ้องที่จะหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายเพดานหนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ อีกครั้งในวันศุกร์นี้ (12 พฤษภาคม) หลังคว้าน้ำเหลวในการเจรจาเมื่อวาน (9 พฤษภาคม) แต่ให้คำมั่นว่าจะเจรจาเกี่ยวกับการใช้จ่าย (Spending) เพื่อเปิดประตูสู่ข้อตกลงที่เป็นไปได้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระ

 

หลังจบการพูดคุยเกี่ยวกับเพดานหนี้ ซึ่งกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 พฤษภาคม) ไบเดนและแมคคาร์ธีได้มอบหมายให้ผู้ช่วยอภิปรายกันรายวันเกี่ยวกับขอบเขตของข้อตกลงที่อาจจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 1 มิถุนายน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ไบเดนเปิดเผยว่าการสนทนาครั้งนี้มีประสิทธิภาพ (Productive) โดยความคืบหน้าเล็กน้อยเช่นนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตลาดได้ชั่วคราว หลังจากก่อนหน้านี้ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตือนว่าสหรัฐฯ เสี่ยงที่จะหมดความสามารถในการปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชำระหนี้ทั้งหมดภายในวันที่ 1 มิถุนายน

 

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งแมคคาร์ธีซึ่งเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มอนุรักษนิยมให้ต่อรองอย่างหนักในการเจรจาครั้งนี้ กลับกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่เห็นความคืบหน้าใหม่ๆ และกล่าวหาว่าไบเดนหลบเลี่ยงการเจรจาที่เป็นสาระสำคัญ

 

โดยก่อนการประชุมในวันอังคาร แมคคาร์ธีได้บอกปัดแนวคิดการขยายเพดานกู้ชั่วคราว (Short-Term Debt-Limit Extension) ซึ่งอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด สอดคล้องกับทำเนียบขาวที่กล่าวว่าการขยายเพดานหนี้ชั่วคราวไม่ใช่แผนการของพวกเขา 

 

นอกจากนี้ไบเดนยังไม่สนใจการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร (Executive Action) ในการแก้ปัญหานี้ แต่กล่าวว่าจะพิจารณาเกี่ยวกับการใช้ 14th Amendment ซึ่งจะช่วยรับรองความเป็นเหตุเป็นผลของระดับหนี้สาธารณะ แต่ก็กังวลว่าศาลรัฐบาลกลางอาจล้มล้างแผนการดังกล่าว

 

ไบเดนยังยืนยันอีกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารไม่ได้สำรวจความคิดเกี่ยวกับการให้กระทรวงการคลังออกเหรียญมูลค่าหลักล้านล้านดอลลาร์ เพื่อกลบเกลื่อนวิกฤต

 

ก่อนหน้านี้บรรดานักเศรษฐศาสตร์ได้เตือนว่าการผิดนัดชำระหนี้อาจส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างลึกล้ำ พร้อมกับการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบการเงินโลกที่ยึดโยงกับพันธบัตรสหรัฐฯ อย่างมาก ‘ไม่มั่นคง’ ซึ่งนักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับผลกระทบ

 

ความกังวลเกี่ยวกับทางตันได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) ให้สูงขึ้น แต่ความกังวลยังไม่กระจายไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น หลังจากในสัปดาห์ที่แล้วอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 4 สัปดาห์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสหรัฐฯ มีโอกาสผิดนัดชำระภายในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

 

Jason Wong นักกลยุทธ์จาก Bank of New Zealand Ltd. กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาจนกว่าจะเข้าใกล้วัน X-date หรือวันที่เงินสดของรัฐบาลกลางจะหมดลง และผิดนัดชำระหนี้

 

อ้างอิง:

The post คว้าน้ำเหลว! ไบเดน-แมคคาร์ธี เห็นพ้องนัดถกปมเพดานหนี้อีกรอบในวันศุกร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเน็ต เยลเลน เตือนสหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญความโกลาหลทางเศรษฐกิจจากการผิดนัดชำระ หากสภาคองเกรสไม่ขยายเพดานหนี้ภายในเดือนนี้ https://thestandard.co/janet-yellen-warns-economic-chaos/ Mon, 08 May 2023 06:55:49 +0000 https://thestandard.co/?p=786922

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐอเมริกา ออกมาย้ำเตือน […]

The post เจเน็ต เยลเลน เตือนสหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญความโกลาหลทางเศรษฐกิจจากการผิดนัดชำระ หากสภาคองเกรสไม่ขยายเพดานหนี้ภายในเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐอเมริกา ออกมาย้ำเตือนในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า การใช้มาตรการพิเศษของกระทรวงการคลังเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลจะสามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงช่วงต้นเดือนมิถุนายนเท่านั้น ดังนั้นหากสภาคองเกรสยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้สาธารณะได้ภายในกรอบระยะเวลาดังกล่าว สหรัฐฯ อาจจะต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งนั่นหมายถึงหายนะทางเศรษฐกิจ 

 

“เราคาดการณ์ว่าในช่วงต้นเดือนมิถุนายนจะเป็นจุดที่กระทรวงการคลังไม่สามารถชำระหนี้ต่างๆ โดยใช้มาตรการพิเศษได้อีกต่อไปหากสภาคองเกรสไม่ขยายเพดานหนี้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราเรียกร้องให้สภาคองเกรสต้องทำอย่างเร่งด่วน ทุกคนรู้ดีว่าผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ของภาครัฐที่จะเกิดกับภาคการเงินและเศรษฐกิจร้ายแรงเพียงใด ” เยลเลนระบุ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เยลเลนกล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาลบ่งชี้ว่าการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ หากสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่านักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทเคยคาดการณ์ว่าการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม

 

ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเข้าประชุมกับผู้นำสำคัญ 4 คนของสภาคองเกรส ประกอบด้วย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา, มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา, เควิน แม็คคาร์ธี ผู้นำฝ่ายรีพับลิกัน และ ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำฝ่ายเดโมแครต เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับการขยายกรอบเพดานหนี้ 

 

โดยล่าสุดเจฟฟรีส์ได้ออกมาระบุว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่ เจมส์ แลงก์ฟอร์ด สมาชิกวุฒิสภาฝั่งรีพับลิกัน ได้ออกมาตำหนิไบเดนว่าควรจะเร่งเจรจาหาทางออกให้เร็วกว่านี้ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดคุยกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาแล้ว

 

“ทุกคนรู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น แต่ไบเดนก็ปฏิเสธที่จะเจรจามาโดยตลอด” แลงก์ฟอร์ดให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ABC

 

อ้างอิง:

The post เจเน็ต เยลเลน เตือนสหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญความโกลาหลทางเศรษฐกิจจากการผิดนัดชำระ หากสภาคองเกรสไม่ขยายเพดานหนี้ภายในเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนเตือน สหรัฐฯ จ่อเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการตกงานครั้งใหญ่ หากรีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาล https://thestandard.co/biden-warned-low-unemployment-could-disappear/ Sat, 06 May 2023 03:45:08 +0000 https://thestandard.co/?p=785916

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญห […]

The post ไบเดนเตือน สหรัฐฯ จ่อเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการตกงานครั้งใหญ่ หากรีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการเลิกจ้างครั้งใหญ่ถึง 780,000 ตำแหน่ง หากเสียงของพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรส ไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาลให้ทันเวลา ซึ่งจะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้

 

ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไบเดนได้พูดถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนล่าสุด ที่ออกมาสูงถึง 253,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ที่ 180,000 ตำแหน่งค่อนข้างมาก โดยตัวเลขที่ออกมาส่งผลให้อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับ 3.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1969

 

อย่างไรก็ดี ไบเดนระบุว่า ภาวะที่น่ายินดีเช่นนี้จะหายไปหากพรรครีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ทันเวลา ซึ่งจะนำไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจ โดยไบเดนได้อ้างอิงข้อมูลจาก Moody’s ที่ระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องผิดนัดชำระหนี้จะทำให้มีคนตกงานในประเทศถึง 780,000 คน 

 

“สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการคือ วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากความจงใจที่จะทำให้มันเกิดขึ้น พวกรีพับลิกันพยายามใช้เรื่องเพดานหนี้และการผิดนัดชำระหนี้เป็นตัวประกัน เพื่อให้เราตัดลดงบประมาณที่อาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศในมุมมองของเรา” ไบเดนระบุ

 

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้พุ่งชนเพดานที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กระทรวงการคลังต้องประกาศใช้มาตรการพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี ‘ผิดนัดชำระหนี้’ ของรัฐบาลกลาง โดยพรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ประกาศชัดว่า จะใช้เรื่องนี้เป็นเกมต่อรองทางการเมือง ขณะที่ฝั่งเดโมแครตยังยืนกรานไม่ยอมเจรจาด้วย

 

ในอดีตการขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากฝั่งเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ต่างก็กู้เงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณกันทั้งคู่ แต่ในระยะหลังมานี้ประเด็นเพดานหนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในเกมการเมือง

 

โดยพรรครีพับลิกัน ซึ่งมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง พยายามต่อรองให้รัฐบาลเดโมแครตปรับลดงบประมาณรายจ่ายลงครั้งใหญ่ เพื่อแลกกับการขยายเพดานหนี้ โดยโจมตีว่า การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเดโมแครตในปัจจุบันกำลังจะทำให้สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะล้มละลาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีวินัยทางการคลังมากขึ้น

 

ขณะที่ฝั่งเดโมแครตก็สื่อสารว่า ไม่ต้องการที่จะต่อรองใดๆ และโจมตีกลับว่า การนำเพดานหนี้มาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง ได้สร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศมาแล้วในอดีต และยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่ได้ดูสดใสอยู่แล้ว เข้าสู่ภาวะถดถอยแบบจมลึกลงไปอีก

 

ในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ สภาครองเกรสได้โหวตให้ขยายเพดานหนี้โดยไม่มีเงื่อนไขถึง 3 หน ขณะที่ในยุคของโอบามาก็มีการโหวตให้ขยายเพดานหนี้ก่อนครบกำหนดการผิดนัดชำระได้ก่อนถึงเส้นตายอย่างฉิวเฉียด

 

ในสัปดาห์หน้า ไบเดนมีกำหนดจะเข้าหารือกับผู้นำระดับสูงของพรรครีพับลิกัน เพื่อหาข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ โดยเขาคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงระหว่างกันได้ด้วยดี

 

“เราสามารถถกเถียงกันได้ว่างบประมาณส่วนใดควรถูกลดทอน ส่วนใดควรต้องเพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบจัดเก็บภาษีให้มีความยุติธรรม แต่การเจรจาต้องไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่ว่าจะทำให้รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้” ไบเดนกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: 

The post ไบเดนเตือน สหรัฐฯ จ่อเผชิญหายนะทางเศรษฐกิจและการตกงานครั้งใหญ่ หากรีพับลิกันไม่ยอมโหวตยกระดับเพดานหนี้ของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Fitch Ratings เตือน หั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ หากผิดนัดชำระหนี้ https://thestandard.co/morning-wealth-07032023-3/ Tue, 07 Mar 2023 07:00:53 +0000 https://thestandard.co/?p=759501

รายงาน Fitch Ratings บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับโล […]

The post ชมคลิป: Fitch Ratings เตือน หั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ หากผิดนัดชำระหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

รายงาน Fitch Ratings บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับโลก แสดงความกังวลต่อความคืบหน้าการเจรจาขยายเพดานหนี้ของสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในเวลานี้ พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐฯ ไม่สามารถขยายเพดาหนี้ได้ตามเงื่อนเวลาที่กำหนดจนผิดนัดชำระหนี้  อาจจำเป็นต้องปรับลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกา

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: Fitch Ratings เตือน หั่นอันดับเครดิตสหรัฐฯ หากผิดนัดชำระหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Fitch Ratings’ เตือนสหรัฐฯ หากแผนขยายเพดานหนี้ล่ม และลามให้ต้องผิดนัดชำระหนี้ เสี่ยงถูก ‘ลดอันดับเครดิต’ https://thestandard.co/fitch-ratings-warns-usa-debt/ Tue, 07 Mar 2023 04:08:58 +0000 https://thestandard.co/?p=759421

Fitch Ratings หรือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับเครดิ […]

The post ‘Fitch Ratings’ เตือนสหรัฐฯ หากแผนขยายเพดานหนี้ล่ม และลามให้ต้องผิดนัดชำระหนี้ เสี่ยงถูก ‘ลดอันดับเครดิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fitch Ratings หรือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับโลก รายงานแสดงความกังวลต่อความคืบหน้าการเจรจาขยายเพดานหนี้ของสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในเวลานี้ พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐฯ ไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ตามเงื่อนเวลาที่กำหนดจนผิดนัดชำระหนี้ ทาง Fitch Ratings อาจจำเป็นต้องปรับลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกา 

 

ทั้งนี้ แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมา สภาคองเกรสของสหรัฐฯ จะมีการเจรจาขยายเพดานหนี้แบบหวาดเสียวชนิดที่สามารถเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างฉิวเฉียดหลายครั้ง แต่ James McCormack หัวหน้าฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกของ Fitch Ratings ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า การเจรจาครั้งนี้ค่อนข้างน่ากังวลมากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา  

 

เหตุผลเพราะคุณลักษณะที่ทำให้อำนาจทางการเงินของสหรัฐฯ เป็นเลิศและมีสถานะที่โดดเด่นในโลกการเงินของสหรัฐฯ กำลังสั่นคลอน

 

แม้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นสกุลเงินสำรองของโลก แต่ไม่ใช่สกุลหลักที่มีเพียงหนึ่งเดียวอีกต่อไป และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงในความคิดของนักลงทุนก็ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว 

 

เพราะนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ บวกกับการขยายเพดานหนี้ซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้หักล้างสถานะดังกล่าวของสหรัฐฯ ดังนั้น ยิ่งนักลงทุนถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นไปได้ที่จะผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนย่อมรู้สึกเสี่ยงและไม่อยากจะเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ครั้งหนึ่งเคยปราศจากความเสี่ยงอีกต่อไป 

 

ดังนั้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ทำให้ Fitch Ratings อาจจำเป็นต้องทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกา ส่วนในกรณีที่จะปรับลดอันดับเครดิตหรือไม่ หากสภาคองเกรสสามารถเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้รอบนี้ได้อย่างหวุดหวิด McCormack กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาตอบสนองของตลาดการเงินโลกเป็นหลัก 

 

หากปฏิกิริยาของตลาดคือการตั้งคำถามถึงบทบาทของสกุลเงินดอลลาร์ในอนาคตในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกและตลาดการเงินในฐานะสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยงของโลก โดย McCormack ชี้ว่า ขณะนี้ Fitch Ratings กำลังเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าธนาคารกลางต่างประเทศถอยห่างจากเงินดอลลาร์สหรัฐหรือพันธบัตรสหรัฐฯ หรือไม่


บทความที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: 

The post ‘Fitch Ratings’ เตือนสหรัฐฯ หากแผนขยายเพดานหนี้ล่ม และลามให้ต้องผิดนัดชำระหนี้ เสี่ยงถูก ‘ลดอันดับเครดิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ขีดเส้นตาย 30 วัน สั่งหน่วยงานรัฐลบ TikTok จากอุปกรณ์ทั้งหมด https://thestandard.co/orders-government-agencies-to-delete-tiktok/ Tue, 28 Feb 2023 08:45:53 +0000 https://thestandard.co/?p=756724

วานนี้ (27 กุมภาพันธ์) ทำเนียบขาวประกาศให้เวลาหน่วยงานใ […]

The post สหรัฐฯ ขีดเส้นตาย 30 วัน สั่งหน่วยงานรัฐลบ TikTok จากอุปกรณ์ทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (27 กุมภาพันธ์) ทำเนียบขาวประกาศให้เวลาหน่วยงานในสังกัดรัฐบาลกลาง 30 วัน ในการลบแอปพลิเคชัน TikTok ออกจากโทรศัพท์และระบบของหน่วยงานรัฐทั้งหมด และห้ามให้มีการรับส่งข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตในแอปพลิเคชันดังกล่าว เพื่อรักษาข้อมูลของรัฐบาลให้ปลอดภัย

 

โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สภาคองเกรสได้มีการลงมติห้ามพนักงานของรัฐบาลกลางใช้แอปพลิเคชัน TikTok บนอุปกรณ์ของรัฐ และให้เวลา 60 วัน แก่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการออกคำสั่งต่อหน่วยงานต่างๆ โดยการลงมติครั้งนี้เป็นการดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ในการปราบปรามบริษัทจีน ท่ามกลางความวิตกกังวลในประเด็นด้านความมั่นคงว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสอดแนม

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการแบนแอปพลิเคชันดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันที่เป็นประชาชนคนทั่วไปกว่า 100 ล้านคนที่ใช้งาน TikTok แต่กลับกลายเป็นการเพิ่มกระแสให้กับการเรียกร้องให้แบนแอปพลิเคชันโดยสิ้นเชิง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดเหตุบอลลูนจีนลอยอยู่เหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดกระแสความกังวลด้านความมั่นคงของชาติพุ่งสูงขึ้น

 

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ สอดคล้องกับการดำเนินการของรัฐบาลแคนาดา ซึ่งได้ประกาศห้ามใช้ TikTok บนอุปกรณ์ที่ออกโดยรัฐบาลวานนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยระบุเหตุผลว่าเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย หลังจากที่ความขัดแย้งระหว่างแคนาดาและจีนมีความตึงเครียดมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งทางสหภาพยุโรปก็ยังมีคำสั่งจากสถาบันที่กำหนดนโยบายที่ใหญ่ที่สุดถึงสองแห่งให้ห้ามใช้ TikTok บนโทรศัพท์ของพนักงาน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

 

แฟ้มภาพ: XanderSt Via Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ขีดเส้นตาย 30 วัน สั่งหน่วยงานรัฐลบ TikTok จากอุปกรณ์ทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 5 ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของ โจ ไบเดน จากงาน State of the Union ประจำปี 2023 https://thestandard.co/5-economic-issues-state-of-the-union/ Wed, 08 Feb 2023 09:56:39 +0000 https://thestandard.co/?p=747590

ระหว่างแถลงนโยบายและผลงานประจำปี (State of the Union) ค […]

The post สรุป 5 ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของ โจ ไบเดน จากงาน State of the Union ประจำปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ระหว่างแถลงนโยบายและผลงานประจำปี (State of the Union) ครั้งที่ 2 ต่อสมาชิกสภาคองเกรส ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำถึงผลงานความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขการว่างงานที่ต่ำสุดในรอบหลายปี และการเติบโตของการจ้างงานที่แข็งแกร่ง

 

นอกจากนี้ไบเดนยังแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในการปรับรูปแบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ‘จากล่างขึ้นบน’ ไม่ใช่ ‘จากบนลงล่าง’ ผ่านการเน้นย้ำถึงประเด็นทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าเก็บภาษีมหาเศรษฐี ไปจนถึงการต่อต้านการผูกขาด

 

1. เดินหน้าเก็บภาษีมหาเศรษฐีต่อ

ไบเดนได้เรียกร้องให้มีการเก็บภาษีจากมหาเศรษฐีและการซื้อหุ้นคืนของบริษัทเอกชนต่างๆ อีกครั้ง เพื่อลดการขาดดุลของรัฐบาลกลาง

 

โดยกล่าวว่า “ระบบภาษีที่ไม่ยุติธรรม คือความไม่ยุติธรรม” พร้อมทั้งชี้ว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา 55 แห่ง ซึ่งอยู่ใน Fortune 500 ทำกำไรได้ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่จ่ายภาษีให้รัฐบาลกลาง 0 ดอลลาร์ คือสิ่งที่ไม่ยุติธรรม

 

แนวคิดดังกล่าวได้รับความนิยมจากสมาชิกสภาคองเกรสหัวก้าวหน้าอย่าง เอลิซาเบธ วอร์เรน และ เบอร์นี แซนเดอร์ส ในการหาเสียงเมื่อปี 2022 โดยไบเดนยังเคยสาบานว่าจะไม่ขึ้นภาษีชาวอเมริกันที่มีรายได้ต่ำกว่า 400,000 ดอลลาร์ต่อปีด้วย

 

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ไบเดนได้เสนอให้เก็บภาษีมหาเศรษฐีในอัตรา 20% ระหว่างการแถลงงบประมาณของรัฐบาลกลาง โดยในงาน State of the Union ครั้งนี้ ไบเดนจึงเรียกร้องให้สภาคองเกรส ‘ทำงานให้เสร็จ’

 

2. รณรงค์ให้ยกเลิก ‘ค่าธรรมเนียม’ ที่ไม่เป็นธรรม

ไบเดนยังรณรงค์ให้ธนาคาร สายการบิน บริษัทเคเบิล และอุตสาหกรรมอื่นๆ ยกเลิกค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นธรรม ที่เขาเรียกว่า ‘Junk Fees’

 

โดยกล่าวว่า “Junk Fees อาจไม่สำคัญสำหรับคนร่ำรวย แต่กลับมีความสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ โดย Junk Fees พวกนี้อาจสูงถึงหลายร้อยดอลลาร์ต่อเดือน ทำให้หลายคนต้องจ่ายบิลมากขึ้น”

 

ไบเดนยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมาย Junk Fee Prevention Act ซึ่งจะกำหนดข้อจำกัดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมที่มากเกินไปสำหรับตั๋วการเดินทางและบัตรงานอีเวนต์ต่างๆ

 

3. ประกาศต่อต้านการผูกขาด

“ทุนนิยมที่ไม่มีการแข่งขัน ไม่ใช่ทุนนิยม แต่เป็นการขู่กรรโชก” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าฝ่ายบริหารของไบเดนยังมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาการผูกขาด หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไบเดนได้ออกคำสั่งผู้บริหารอนุญาตให้ขายเครื่องช่วยฟังในร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ถูกลง

 

“ทำงานให้เสร็จกันเถอะ ผ่านกฎหมายเพื่อเสริมสร้างการต่อต้านการผูกขาด เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่สร้างข้อได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมให้แก่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง” ไบเดนกล่าว

 

4. ให้ความสำคัญกับแรงงานและค่าจ้าง

ไบเดนยังกล่าวถึงโครงการริเริ่มมากมายที่ให้ความสำคัญกับแรงงานเป็นอันดับแรก รวมถึงข้อเรียกร้องที่ให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายคุ้มครองสิทธิในการจัดระเบียบ (The Protecting the Right to Organize Act) เพื่อคืนสิทธิให้พนักงานสามารถรวมตัวกันเป็นสหภาพได้โดยไม่มีการกีดกันหรือตอบโต้

 

พร้อมทั้งเรียกร้องให้คนงานมีวันลาป่วยและการลาเพื่อครอบครัวโดยได้รับค่าจ้าง และเข้าถึงศูนย์เลี้ยงดูแลลูกในราคาย่อมเยา

 

5. ขยายมาตรการจำกัดราคาอินซูลินออกไป

ไบเดนเรียกร้องให้มีการขยายมาตรการจำกัดราคาอินซูลินไว้ที่ 35 ดอลลาร์ แก่ผู้ประกันตนชาวอเมริกันที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ใน Inflation Reduction Act for Medicare ไปแล้ว

 

“คนอเมริกัน 1 ใน 10 คนเป็นโรคเบาหวาน หลายคนในห้องนี้ก็เป็นเช่นกัน รวมถึงในหมู่ผู้ชม และทุกๆ วันคนนับล้านต้องการอินซูลินเพื่อควบคุมเบาหวาน เพื่อให้พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างแท้จริง” ไบเดนกล่าว พร้อมตำหนิบริษัทยาที่ขึ้นราคาอินซูลินจนสร้างผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post สรุป 5 ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญของ โจ ไบเดน จากงาน State of the Union ประจำปี 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
State of the Union ไบเดนพูดอะไรในการแถลงประจำปีต่อสภาคองเกรส https://thestandard.co/usa-state-of-the-union-2023/ Wed, 08 Feb 2023 08:56:42 +0000 https://thestandard.co/?p=747557

เช้าวันนี้ตามเวลาไทย (8 กุมภาพันธ์) หรือตรงกับเวลา 21.0 […]

The post State of the Union ไบเดนพูดอะไรในการแถลงประจำปีต่อสภาคองเกรส appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าวันนี้ตามเวลาไทย (8 กุมภาพันธ์) หรือตรงกับเวลา 21.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขึ้นแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส หรือที่เรียกว่า State of the Union ตามคำเชิญของ เควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองของไบเดนที่ได้มีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ต่อสภาในฐานะผู้นำสหรัฐฯ (State of the Union จะไม่นับรวมการแถลงต่อสภาคองเกรสในปีแรกหลังสาบานตนรับตำแหน่ง)

 

สิ่งที่น่าจับตาคือ นอกจากนี่จะเป็นการแถลงนโยบายประจำปีเป็นครั้งแรกต่อสภาคองเกรสชุดใหม่ ซึ่งมีพรรครีพับลิกันที่พลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การแถลงครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีประเด็นของบอลลูนสอดแนมจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ใกล้เวียนมาครบ 1 ปี อีกทั้งหลายฝ่ายยังจับตาด้วยว่า ไบเดนจะใช้โอกาสนี้ในการ ‘หาเสียง’ แบบกลายๆ อย่างไร ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเปิดฉากขึ้นในปี 2024 เพื่อกู้คืนคะแนนความนิยมที่อยู่ในระดับซบเซา

 

ไบเดนพูดอะไรกับชาวอเมริกัน และส่งสารใดให้ประชาคมโลกได้รับรู้บ้าง ตลอดระยะเวลาการแถลงนาน 1 ชั่วโมง 13 นาที THE STANDARD ได้สรุปมาไว้ที่นี่แล้ว

 

State of the Union คืออะไร

 

  • ก่อนที่จะเข้าสาระสำคัญของการแถลงในวันนี้ THE STANDARD ขออนุญาตปูพื้นความรู้กันก่อนว่า State of the Union คืออะไร สำคัญอย่างไร ทำไมถึงเป็นวาระแห่งปีที่หลายฝ่ายต้องจับตา 

 

  • State of the Union คือการแถลงนโยบายประจำปี และการรายงานผลงานในรอบปีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรส ณ อาคารรัฐสภา (U.S. Capitol) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการแถลงมักจัดขึ้นในวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ และได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากชาวอเมริกันทั่วประเทศ เนื่องจากพวกเขาต้องการฟังผลงานและการจัดลำดับความสำคัญในด้านนโยบายของประธานาธิบดีในปีนั้นๆ 

 

  • โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มีประชาชนที่รับชมการแถลงนี้ผ่านทางโทรทัศน์มากถึง 38.2 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไบเดนได้แถลงในฐานะประธานาธิบดี

 

อเมริกาต้องมาก่อน…ส่วนนโยบายต่างประเทศเอาไว้ทีหลัง

 

  • อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วช่วงต้นว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่เกิดเหตุบอลลูนสอดแนมของจีนลอยรุกล้ำน่านฟ้าสหรัฐฯ ทำให้หลายฝ่ายจับจ้องเป็นพิเศษว่า ไบเดนจะพูดถึงกรณีนี้อย่างไร และจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ใน State of the Union รอบนี้หรือไม่

 

  • แต่เป็นที่น่าผิดหวังว่าไบเดนแตะประเด็นนี้น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้มาก โดยกล่าวเพียงประโยคสั้นๆ ว่า เขาพร้อมจะร่วมมือกับมหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีน แต่ในขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นว่า สหรัฐฯ จะต้องมาก่อนเสมอ

 

  • “ผมมุ่งมั่นที่จะประสานงานกับจีนเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้กับสหรัฐอเมริกาและโลกใบนี้” ไบเดนกล่าว “แต่อย่าเข้าใจผิด อย่างที่เราได้ประกาศอย่างชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หากจีนคุกคามอธิปไตยของเรา เราจะดำเนินการปกป้องประเทศของเรา และเราได้ทำไปแล้ว” และนี่คือทั้งหมดสำหรับประเด็นเรื่องบอลลูนสอดแนม

 

  • ส่วนนโยบายต่างประเทศที่เคยเป็นประเด็นใหญ่ในการแถลงเมื่อปีที่ผ่านมาอย่างกรณีสงครามยูเครน-รัสเซีย ก็มีการพูดถึงค่อนข้างน้อยในการแถลงรอบใหม่ โดยไบเดนได้กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐฯ ซึ่งมาร่วมเข้าฟังการแถลงในอาคารรัฐสภาด้วย พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงพร้อมที่จะส่งมอบความช่วยเหลือให้กับยูเครนต่อไป ในช่วงเวลาที่สงครามใกล้เวียนมาครบ 1 ปีแล้ว

 

  • “เราเป็นแกนนำ เราเป็นหนึ่งเดียวกับ NATO เราสร้างพันธมิตรทั่วโลก เรายืนหยัดต่อต้านการรุกราน (ยูเครน) ของปูติน เรายืนหยัดร่วมกับชาวยูเครนทุกคน ค่ำคืนนี้เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐอเมริกาอยู่กับเราที่นี่ ท่านไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนถึงความกล้าหาญของประชาชนชาวยูเครนทั้งหมด”

 

  • อย่างไรก็ตาม ไบเดนไม่ได้ใช้เวทีนี้ในการเรียกร้องให้ยกระดับความช่วยเหลือให้กับยูเครน

 

  • นอกจากนี้ ไบเดนยังไม่ได้พูดถึงเหตุภัยพิบัติใหญ่อย่างเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงแมกนิจูด 7.8 ที่เขย่าตุรกีและซีเรียเมื่อต้นสัปดาห์นี้ หรือแม้แต่แตะประเด็นวิกฤตมนุษยธรรมในซีเรียที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย โดยส่วนใหญ่นั้น ไบเดนเน้นย้ำแต่เรื่องประเด็นความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งในส่วนนี้สำนักข่าว BBC ได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ‘มีคำกล่าวไว้ว่าอเมริกาจะสนใจเรื่องนโยบายต่างประเทศก็ต่อเมื่อมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตในต่างแดน และสปีชของไบเดนวันนี้ก็ดูเหมือนว่าจะสะท้อนคำพูดนั้น’

 

ปัญหาปากท้องคือเรื่องใหญ่

 

  • ผลการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนคนทั่วไประบุว่า สิ่งที่พวกเขาสนใจและให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะมันเป็นสิ่งที่กระทบต่อปากท้องของทุกคน โดยคนจำนวนมากมองว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าแบบทุลักทุเล และหากตัวเลขของนักวิเคราะห์บอกว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแล้วละก็…พวกเขาไม่เห็นรู้สึกแบบนั้น

 

  • ด้วยเหตุนี้ สปีชของไบเดนรอบนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดของผู้นำสหรัฐฯ ที่หวังจะเปลี่ยนความคิดของประชาชน รวมถึงใช้โอกาสนี้ในการพูดถึงความสำเร็จของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่ที่จะมีขึ้นในปี 2024 

 

  • ไบเดนกล่าวว่า รัฐบาลของเขาได้สร้างงานใหม่ถึง 12 ล้านตำแหน่ง ด้วยความช่วยเหลืออย่างล้นหลามจากสมาชิกสภาคองเกรสที่รับฟังการแถลงอยู่ในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ พร้อมระบุว่า ตำแหน่งงานทั้ง 12 ล้านตำแหน่งถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียง 2 ปี ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าที่อดีตประธานาธิบดีทุกคนเคยทำได้ในระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ส่วนอัตราว่างงานอยู่ที่ 3.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี อีกทั้งยังมีชาวอเมริกันมากถึง 10 ล้านคนที่เริ่มทำธุรกิจขนาดเล็กตลอดช่วง 2 ปีในการดำรงตำแหน่งของเขา

 

  • โดยไบเดนได้เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในเวลาไม่ถึง 1 ปีหลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ซบเซาอย่างหนัก จนมีการเลิกจ้างงานหลายล้านตำแหน่งในช่วงสองเดือน คือเดือนมีนาคมและเมษายน 2020 จากการแพร่ระบาดของโควิด และถึงแม้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเร่งฟื้นฟูการจ้างงานแทบจะในทันทีหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ให้ไบเดนต้องช่วยรับช่วงต่อ ซึ่งถือว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำผลงานได้ดีในจุดนี้

 

  • นอกจากนี้เขายังกล่าวด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่เคยปรับตัวขึ้นนั้นได้ลดระดับลงแล้ว รวมถึงกล่าวถึงความสำเร็จด้านการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ ที่ช่วยยกระดับฐานอุตสาหกรรมของประเทศ

 

ย้ำพร้อมทำงานร่วมรีพับลิกัน

 

  • ภายใต้สภาวะที่สภาคองเกรสแตกเป็นสองขั้ว การที่ไบเดนจะผ่านร่างกฎหมายใดๆ ได้นั้น เขาต้องได้รับการสนับสนุนจากรีพับลิกันด้วย ซึ่งถือว่าเป็นงานยากสำหรับผู้นำสหรัฐฯ ในช่วง 2 ปีที่เหลือ ทำให้การแถลงครั้งนี้ไบเดนได้เอ่ยวาจาในเชิงหยิบยื่นมิตรภาพให้กับรีพับลิกันตั้งแต่เริ่มการแถลง

 

  • ไบเดนกล่าวกับสมาชิกพรรครีพับลิกันว่า เขาพร้อมที่จะสานต่อการทำงานร่วมกับพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสชุดใหม่ โดยกล่าวว่า “ใครๆ มักจะพูดเสมอว่าเดโมแครตและรีพับลิกันร่วมงานกันไม่ได้หรอก แต่ช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เราแสดงให้คนที่ชอบถากถางและเอาแต่พูดเห็นแล้วว่าพวกเขาคิดผิด ใช่ เราเห็นต่างกันก็หลายครั้ง และก็จริงที่ว่ามีบางช่วงเวลาที่เดโมแครตบินเดี่ยว แต่สุดท้ายก็มีหลายครั้งที่เดโมแครตและรีพับลิกันตกลงร่วมมือกัน” 

 

  • ไบเดนกล่าวว่าทั้งสองพรรคได้ร่วมกันปกป้องยุโรป รวมถึงผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตไมโครชิป ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน และกฎหมายอื่นๆ อีกกว่า 300 ฉบับในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในขณะที่ไบเดนแถลงนั้น ผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาก็คือแมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนล่าสุดจากพรรครีพับลิกัน โดยแมคคาร์ธีได้ปรบมือแสดงความชื่นชมต่อไบเดนอย่างสุภาพ รวมถึงแสดงรอยยิ้มอยู่เป็นระยะด้วย

 

เสียงโห่จากรีพับลิกัน

 

  • แม้จะหยอดคำหวานไปในช่วงต้น แต่สุดท้ายไม้เบื่อไม้เมาอย่างเดโมแครตและรีพับลิกันก็ต้องมีซีนการกระทบกระทั่งให้เห็นทุกครั้งไป

 

  • ในการแถลงครั้งนี้เป็นไปตามคาดว่า ไบเดนได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเพิ่มเพดานหนี้ขึ้นจากเดิมซึ่งอยู่ที่ระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐฯ ผิดชำระหนี้

 

  • ในการแถลงต่อสภาคองเกรส ไบเดนกล่าวว่า รัฐบาลของตนเองสามารถลดการขาดดุลการค้าได้มากกว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบว่าในสมัยของทรัมป์นั้น ยอดการขาดดุลของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดในช่วง 4 ปี และไม่มีประธานาธิบดีคนใดที่สร้างหนี้ให้กับประเทศในช่วง 4 ปีมากเท่าทรัมป์อีกแล้ว ซึ่งในจังหวะนี้เรียกเสียงโห่จากสมาชิกพรรครีพับลิกันไปมากพอสมควร

 

  • ไบเดนกล่าวเสริมว่า “เกือบ 25% ของหนี้รัฐบาลที่ใช้เวลาสะสมกว่า 200 ปี เกิดขึ้นในรัฐบาลเพียงรัฐบาลเดียว (รัฐบาลของทรัมป์) มันคือข้อเท็จจริง…สภาคองเกรสได้ตอบสนองต่อเรื่องนั้นอย่างไรน่ะหรือ พวกเขาทำสิ่งที่ถูกต้อง พวกเขาเพิ่มเพดานหนี้ถึง 3 ครั้งโดยไม่มีเงื่อนไขเบื้องต้นหรือวิกฤตใดๆ พวกเขาจ่ายหนี้ของอเมริกาเพื่อป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจในประเทศของเรา”

 

  • “ฉะนั้นในค่ำคืนนี้ ผมขอเรียกร้องให้สภาคองเกรสแห่งนี้ดำเนินการตามความเหมาะสมอีกครั้ง” ไบเดนกล่าว

 

  • นอกจากนี้ ไบเดนยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติแผนเก็บภาษีฉบับใหม่ที่มีชื่อว่า ‘ภาษีรายได้ขั้นต่ำของอภิมหาเศรษฐี’ หรือ Billionaire Minimum Income Tax ที่จะกำหนดให้ครัวเรือนชาวอเมริกันที่มีรายได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้องจ่ายภาษีอย่างน้อย 20% ของรายได้เต็มด้วย

 

  • ต่อมาไบเดนได้กล่าวโทษว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนได้เสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการประกันสังคมและประกันสุขภาพผู้สูงอายุ (Social Security and Medicare) อันเป็นโครงการเกษียณอายุและประกันสุขภาพของรัฐบาลซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชน ซึ่งเรียกเสียงโห่จากรีพับลิกันไปอย่างหนัก ขณะที่ มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน (Marjorie Taylor Greene) ส.ส. พรรครีพับลิกัน ถึงกับลุกขึ้นมาตะโกนเสียงดังว่า “คนโกหก!” ส่วนแมคคาร์ธีที่ก่อนหน้านี้ยิ้มอยู่เป็นระยะก็เริ่มทำหน้าบึ้งให้เห็น

 

เรียกร้องปฏิรูปวงการตำรวจ

 

  • การแถลง State of the Union ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเกิดเรื่องสะเทือนใจขึ้นในสังคมอเมริกันเมื่อปลายเดือนมกราคม เมื่อ ไทร์ นิโคลส์ ชายผิวดำวัย 29 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายอย่างทารุณจนอาการโคม่า ก่อนที่จะเสียชีวิตลงในอีก 3 วันต่อมา ซึ่งแน่นอนว่านิโคลส์ไม่ใช่คนผิวดำคนแรกที่โดนตำรวจทำเกินกว่าเหตุ เขาเป็นแค่ ‘เหยื่อรายล่าสุด’ จากวงจรความเกลียดชังและการเหยียดชาติพันธุ์ที่ยังวนเวียนอยู่ในดินแดนแห่งนี้

 

  • โดยในระหว่างการแถลง โรว์วอห์น เวลส์ แม่ของ ไทร์ นิโคลส์ ได้เข้าร่วมรับฟังในฐานะแขกพิเศษ ซึ่งไบเดนก็ได้กล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปวงการตำรวจ รวมถึงกฎหมายการควบคุมปืนฉบับใหม่ด้วย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สะเทือนอารมณ์ใครหลายคน

 

  • แต่ถึงเช่นนั้น นักวิเคราะห์มองว่าความพยายามทั้งสองประเด็นที่ไบเดนพูดมานั้น มีโอกาสประสบความสำเร็จไม่มากนัก เพราะหากสภาคองเกรสจะพร้อมใจกันผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ ประเด็นที่น่าจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าอาจเป็นเรื่องของการจัดการกับปัญหา ‘ค่าธรรมเนียมแฝง’ เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมรีสอร์ต และค่าธรรมเนียมที่นั่งของสายการบินต่างๆ ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้นเกินควร ซึ่งไบเดนได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดถึง

 

  • “ค่าธรรมเนียมขยะ (Junk Fees) อาจไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับคนรวย แต่มันเป็นปัญหาสำหรับคนส่วนใหญ่” ไบเดนกล่าว

 

ภาพ: Jabin Botsford / The Washington Post via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post State of the Union ไบเดนพูดอะไรในการแถลงประจำปีต่อสภาคองเกรส appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาวิกฤต ‘เพดานหนี้’ เสี่ยงฉุดสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ป่วนตลาดการเงินโลก https://thestandard.co/keep-an-eye-on-debt-ceiling-crisis/ Fri, 27 Jan 2023 02:10:43 +0000 https://thestandard.co/?p=742593

ปัญหา ‘วิกฤตเพดานหนี้’ ของสหรัฐอเมริกากลับมาอยู่ในจุดสน […]

The post จับตาวิกฤต ‘เพดานหนี้’ เสี่ยงฉุดสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ป่วนตลาดการเงินโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัญหา ‘วิกฤตเพดานหนี้’ ของสหรัฐอเมริกากลับมาอยู่ในจุดสนใจของตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากภาระหนี้ของรัฐบาลพุ่งแตะเพดานที่ระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ต้องออกมาประกาศใช้มาตรการพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี ‘ผิดนัดชำระหนี้’ ของรัฐบาลกลาง

 

อย่างไรก็ดี เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ระบุว่า เม็ดเงินในมาตรการพิเศษของกระทรวงการคลังจะช่วยยืดระยะเวลาของปัญหาออกไปได้ถึงแค่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนเท่านั้น และหากสภาคองเกรสไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้อย่างทันท่วงที ก็อาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


เพดานหนี้ของสหรัฐฯ มีความสำคัญอย่างไร? จะเกิดอะไรขึ้นหากสหรัฐฯ ล้มเหลวในการขยายเพดานหนี้? และเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบถึงโลกและไทยได้ในแง่มุมไหนกันบ้าง? เราลองไปทำความเข้าใจกันจากบทความนี้

 

เพดานหนี้คืออะไร?

 

อธิบายแบบง่ายๆ เพดานหนี้ก็คือ ตัวเลขหนี้ที่รัฐบาลกลางได้รับอนุญาตให้ก่อได้ด้วยการกู้มาใช้สำหรับบริหารประเทศ ใช้จ่ายเงินเดือนของเจ้าหน้าที่รัฐ โครงการสวัสดิการต่างๆ เช่น ประกันสังคม การรักษาพยาบาล รวมถึงเงินเดือนของทหารในกองทัพ 

 

ที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีปัญหาเรื่องงบประมาณมาโดยตลอด เนื่องจากงบประมาณประจำปีมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ จึงต้องกู้ยืมหนี้ใหม่มาเพื่อใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ และเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ เรียกได้ว่าหนี้สินที่รัฐบาลกลางกู้ยืมมาก็คือหนี้สาธารณะนั่นเอง และเพื่อรักษาวินัยทางการคลังของรัฐบาลไม่ให้เกิดการก่อหนี้สะสมในระดับที่สูงเกินไป จึงมีการกำหนดเพดานหนี้เอาไว้ โดยเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์

 

จะเกิดอะไรขึ้นหากเพดานหนี้ไม่ได้รับการขยาย?

 

ในกรณีที่สภาครองเกรสประสบความล้มเหลวในการปรับขึ้นเพดานหนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะเผชิญความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระ ทำให้นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นในเงินสกุลดอลลาร์ นำไปสู่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และลามต่อไปยังตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลก 

 

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ให้ความเห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า หากรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนด สิ่งที่จะตามมาคือความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันและเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับ ‘วิกฤตการเงินโลก’ ครั้งใหญ่ 

 

ขณะที่ มาร์ก ซานดี นักเศรษฐศาสตร์จาก Moody’s Analytics ระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ จะเป็นมหาวิบัติทางการเงิน หรือ ‘Financial Armageddon’ 

 

สอดคล้องกับมุมมองของ แจน ฮัตซีอุส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ระบุว่า หากสภาคองเกรสไม่สามารถยกระดับเพดานหนี้ได้ทันเวลา นักลงทุนจะเกิดความกังวลว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็น “สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจโลก”

 

“เพียงแค่ข้อสงสัยเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เพียงพอที่จะส่งผลเสียอย่างมากต่อตลาด และวิกฤตเพดานหนี้ที่มีโอกาสลุกลามบานปลาย ก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะงักอยู่กับที่ และทำร้ายการเติบโตของตลาดภายในประเทศได้” ฮัตซีอุสระบุ

 

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองด้วยว่า ถึงแม้ในท้ายที่สุดเพดานหนี้ของสหรัฐฯ จะถูกขยาย แต่หากเกมการต่อสู้ระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยืดเยื้อเป็นเวลานานเกินไป วิกฤตที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลเสียในระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ดี 

 

โดยยกตัวอย่างถึงกรณีสถาบันจัดอันดับเครดิต S&P Global Ratings ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ ลงจาก AAA เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2011 ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นหลังจากนั้น

 

เหตุใด ‘สภาคองเกรส’ จึงหาข้อสรุปในการเพิ่มเพดานหนี้ไม่ได้?

 

ในอดีตการขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกัน ต่างก็กู้เงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณกันทั้งคู่ แต่ในระยะหลังมานี้ ประเด็นเพดานหนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในเกมการเมือง

 

โดยพรรครีพับลิกันซึ่งมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง พยายามต่อรองให้รัฐบาลเดโมแครตปรับลดงบประมาณรายจ่ายลงครั้งใหญ่เพื่อแลกกับการขยายเพดานหนี้ โดยโจมตีว่าการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเดโมแครตในปัจจุบันกำลังจะทำให้สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะล้มละลาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีวินัยทางการคลังมากขึ้น

 

ขณะที่ฝั่งเดโมแครต ก็สื่อสารว่าไม่ต้องการที่จะต่อรองใดๆ และโจมตีกลับว่าการนำเพดานหนี้มาเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง ได้สร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศมาแล้วในอดีต และยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันซึ่งก็ไม่ได้ดูสดใสอยู่แล้ว เข้าสู่ภาวะถดถอยแบบจมลึกลงไปอีก

 

ย้อนกลับไปในปี 2011 ซึ่งเป็นยุคของ บารัก โอบามา เหตุการณ์คล้ายๆ กันเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยในครั้งนั้นทั้งสองฝ่ายต้องใช้เวลาพูดคุยกันอย่างเข้มข้นและยาวนาน ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงกันได้ก่อนถึงเดดไลน์ไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็แลกมาด้วยความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดเงิน ตลาดทุน และการถูกปรับลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ

 

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? มีโอกาสกระทบถึงไทยหรือไม่?

 

เชื่อว่าในช่วงนับจากนี้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน ก่อนที่มาตรการพิเศษของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะไม่สามารถช่วยยืดเวลาของปัญหาได้อีกต่อไป เกมการต่อรองและยื้อยุดกันระหว่างทั้งสองพรรคจะทวีความเข้มข้นขึ้น อาจมีการปล่อยข่าวที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนออกมาเป็นระยะ เพราะปัจจุบันแผนการและเป้าหมายของฝั่งรีพับลิกันเองก็ยังไม่มีความชัดเจนนักว่าต้องการให้รัฐบาลปรับลดงบรายจ่ายลงเท่าไร

 

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า ในวินาทีสุดท้าย สภาคองเกรสของสหรัฐฯ จะสามารถก้าวข้ามข้อขัดแย้งจนกระทั่งบรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ได้สำเร็จ แม้จะมีหลายครั้งที่กว่าจะหาข้อตกลงกันได้ก็เฉียดเข้าใกล้เส้นตายผิดนัดชำระหนี้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดก็ตาม 

 

หากย้อนกลับไปในปี 2018 วิกฤตความขัดแย้งเรื่องงบประมาณของสหรัฐฯ ได้เคยก่อให้เกิดภาวะที่รัฐบาลต้องชัตดาวน์ หรือปิดทำการเป็นเวลาถึง 35 วัน ซึ่งส่งผลให้เหล่าพนักงานรัฐจำนวนหลายแสนคนถูกบังคับให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมไม่น้อย

 

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP Research ประเมินว่า ในท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายคือรีพับลิกันและเดโมแครตจะสามารถเจรจากันได้ เพราะต้นทุนความเสียหายต่อเศรษฐกิจในกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถกู้ยืมเพิ่มเติมได้นั้นสูงเกินไป แต่มีความเป็นไปได้ที่การต่อรองจะถูกลากให้เข้าไปใกล้จุดที่มีความเสี่ยงจะผิดนัดชำระหรือ Default Zone มากที่สุด

 

พิพัฒน์ระบุว่า สิ่งที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับวิกฤตเพดานหนี้ของสหรัฐฯ มีอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ การต่อรองจะถูกลากยาวไปจนถึง Default Zone ทำให้รัฐบาลมีเงินไม่เพียงพอมาใช้จ่ายในโครงการสวัสดิการต่างๆ เช่น ประกันสังคม การรักษาพยาบาล รวมถึงเงินเดือนของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

 

เรื่องต่อมาคือ การผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบันถูกยกให้มีสถานะเป็น Risk-free Asset หรือสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง หากมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระขึ้นมาหรือผิดนัดชำระแม้แต่วันเดียว ก็จะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมหาศาลต่อตลาดบอนด์ ตลาดหุ้น และตลาดเงินโลก แต่โอกาสที่จะไปถึงจุดนั้นมีค่อนข้างน้อย 

 

สำหรับผลกระทบของเรื่องนี้ที่อาจมีต่อไทย น่าจะเกิดขึ้นผ่านความผันผวนของตลาด เพราะหากตลาดมีความกังวลมากจะทำให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ในตลาดไทยด้วย หรือในกรณีแย่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องลดการใช้จ่ายหรือหยุดการใช้จ่าย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะถดถอย เศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ส่วนในกรณีเลวร้ายคือผิดนัดชำระหนี้พันธบัตร เชื่อว่าจะไม่เกิด

 

“สุดท้ายจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ยอมลงให้กัน แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ความเสียหายคงจะเกิดขึ้นแล้ว ระหว่างทางตลาดจะผันผวนรุนแรง เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” พิพัฒน์ระบุ

 

เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า วิกฤตการคลังที่พัวพันเกมการเมืองของสหรัฐฯ ในรอบนี้จะใช้เวลามากน้อยเพียงใดในการคลี่คลาย เพราะยิ่งนานเท่าไรก็จะยิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินมากเท่านั้น

 

อ้างอิง:

The post จับตาวิกฤต ‘เพดานหนี้’ เสี่ยงฉุดสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ป่วนตลาดการเงินโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมคคาร์ธี นั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ของสหรัฐฯ หลังชนะโหวตรอบที่ 15 วันนี้ https://thestandard.co/mccarthy-is-speaker-of-the-house/ Sat, 07 Jan 2023 08:16:21 +0000 https://thestandard.co/?p=733979

วันนี้ (7 มกราคม) เควิน แมคคาร์ธี วัย 57 ปี จากพรรครีพั […]

The post แมคคาร์ธี นั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ของสหรัฐฯ หลังชนะโหวตรอบที่ 15 วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 มกราคม) เควิน แมคคาร์ธี วัย 57 ปี จากพรรครีพับลิกัน ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาคนใหม่ หลังชนะโหวตในการลงคะแนนเสียงรอบที่ 15 เมื่อช่วงเที่ยงตามเวลาประเทศไทย

 

ตลอดช่วง 4 วันที่ผ่านมา การเมืองของสหรัฐฯ อยู่ในสภาวะติดหล่ม เมื่อไม่มีผู้สมัครรายใดจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตได้รับคะแนนเสียงข้างมากถึง 218 คะแนนเสียงที่จะเพียงพอให้คว้าชัยในการเลือกประธานสภาล่างสหรัฐฯ จนทำให้ต้องมีการลงคะแนนเสียงมากถึง 15 ครั้ง นับเป็นการลงคะแนนเสียงเลือกประธานสภาล่างที่ยาวนานที่สุดในรอบกว่า 160 ปีของสหรัฐฯ

 

โดยในการลงคะแนนเสียงครั้งที่ 14 ซึ่งมีขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ได้เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย ซึ่งขณะนั้นแมคคาร์ธีเหลืออีกเพียงคะแนนเดียวก็จะสามารถขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานสภาล่างได้สำเร็จ แต่ แมตต์ แกตซ์ ส.ส. ฟลอริดาฝ่ายขวาจัดของรีพับลิกัน ยังไม่ยอมลงคะแนนเสียงสนับสนุนแมคคาร์ธีเสียที จนในตอนนั้นแมคคาร์ธีได้ตัดสินใจเดินตรงเข้าไปพูดคุยกับแกตซ์เพื่อขอให้เขายอมลงคะแนนเสียงให้ แต่แกตซ์ก็ยังยืนยันไม่เปลี่ยนใจ จนทำให้ ไมค์ โรเจอร์ส ส.ส. อีกคนหนึ่งจากพรรครีพับลิกัน ถึงกับพุ่งตรงเข้าไปหาแกตซ์ ก่อนที่จะมีคนดึงตัวเขาเอาไว้

 

แม้ในที่สุดแมคคาร์ธีจะชนะโหวตในการลงคะแนนเสียงครั้งที่ 15 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นภาพสะท้อนหนึ่งที่ทำให้อาจคาดการณ์ได้ว่าการดำรงตำแหน่งของเขาจะเผชิญกับความยากลำบากอย่างแน่นอนหลังจากนี้

 

อนึ่ง สภาคองเกรสในสมัยที่ 118 ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่หลายอย่าง ทั้งการมีสมาชิกที่เป็นสตรีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 149 คน และมีสตรีผิวดำที่เป็นสมาชิกมากที่สุดถึง 58 คน รวมถึงยังมีสมาชิกที่เป็นคน Gen Z คนแรกอย่าง แมกซ์เวลล์ ฟรอสต์ ส.ส. จากพรรคเดโมแครต ซึ่งความหลากหลายนี้เป็นสิ่งที่น่าจับตาอย่างยิ่งว่าการเมืองของสหรัฐฯ ต่อจากนี้จะเป็นไปในทิศทางใด

 

ภาพ: Olivier Douliery / AFP

 

อ้างอิง:

 

The post แมคคาร์ธี นั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ของสหรัฐฯ หลังชนะโหวตรอบที่ 15 วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซเลนสกีกล่าวต่อสภาคองเกรส ย้ำงบช่วยเหลือคือการลงทุนในความมั่นคงโลก พร้อมขอบคุณชาวอเมริกันที่สนับสนุนยูเครน https://thestandard.co/zelenskiy-congress-address-washington/ Thu, 22 Dec 2022 02:36:36 +0000 https://thestandard.co/?p=727114 โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี

วันนี้ (22 ธันวาคม) ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโวโลดิ […]

The post เซเลนสกีกล่าวต่อสภาคองเกรส ย้ำงบช่วยเหลือคือการลงทุนในความมั่นคงโลก พร้อมขอบคุณชาวอเมริกันที่สนับสนุนยูเครน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี

วันนี้ (22 ธันวาคม) ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา โดยได้เน้นย้ำว่า งบประมาณช่วยเหลือทั้งหมดที่ได้รับจากสหรัฐฯ ไม่ใช่เงินการกุศลแต่อย่างใด แต่เป็นการลงทุนในความมั่นคงโลก พร้อมขอบคุณชาวอเมริกันทุกคนที่สนับสนุนยูเครนมาโดยตลอด

 

เซเลนสกีระบุว่า “เงินของพวกคุณไม่ใช่งานการกุศล แต่เป็นการลงทุนในความมั่นคงโลกและระบอบประชาธิปไตยที่เราจัดการด้วยความรับผิดชอบสูงสุด โดยคุณสามารถมีส่วนเร่งให้ชัยชนะของเราเกิดเร็วยิ่งขึ้นได้”

 

โดยสหรัฐฯ ถือเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของยูเครนในช่วงเวลานี้ ทางการสหรัฐฯ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือทั้งด้านมนุษยธรรม ด้านการเงิน และความมั่นคงให้แก่ยูเครนไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเปิดฉากขึ้นเมื่อราว 10 เดือนก่อน ซึ่งสภาคองเกรสกำลังพิจารณาร่างงบประมาณช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติมอีก 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.56 ล้านล้านบาท) 

 

ผู้นำยูเครนยังได้กล่าวขอบคุณพลเมืองอเมริกันทุกคนที่สนับสนุนยูเครนมาโดยตลอด โดยระบุว่า “ผมขอบคุณครอบครัวอเมริกัน และทุกๆ เมืองในสหรัฐฯ รวมถึงพลเมืองอเมริกันทุกคนที่สนับสนุนยูเครนมาโดยตลอด 

 

“ชาวยูเครนจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน เราจะชนะเพราะเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งยูเครน สหรัฐฯ และโลกเสรีทั้งหมด 

 

“เราไม่ได้ล้มลง เรายังมีชีวิต เรากำลังสู้กลับ และเราจะไม่ยอมแพ้”

 

โดยเซเลนสกีกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน และขึ้นกล่าวในสภาคองเกรสสหรัฐฯ นับเป็นการเดินทางออกนอกประเทศยูเครนครั้งแรกตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเปิดฉากขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

 

ภาพ: Jim Watson / AFP

อ้างอิง:

The post เซเลนสกีกล่าวต่อสภาคองเกรส ย้ำงบช่วยเหลือคือการลงทุนในความมั่นคงโลก พร้อมขอบคุณชาวอเมริกันที่สนับสนุนยูเครน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนขอมติสภาคองเกรส เสนอขายอาวุธให้ไต้หวัน มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน https://thestandard.co/biden-congress-taiwan-arms/ Tue, 30 Aug 2022 05:07:06 +0000 https://thestandard.co/?p=673835 โจ ไบเดน

วันนี้ (30 สิงหาคม) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริก […]

The post ไบเดนขอมติสภาคองเกรส เสนอขายอาวุธให้ไต้หวัน มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน

วันนี้ (30 สิงหาคม) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา เตรียมเดินหน้าขอมติสภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับทางการไต้หวัน มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 หมื่นล้านบาท) ท่ามกลางความตึงเครียดกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่

 

สำนักข่าว Politico เผยว่า ดีลเสนอขายดังกล่าวยังอยู่ในช่วงแรก ซึ่งอาจรวมมิสไซล์ต้านเรือรบ มิสไซล์ต้านการโจมตีทางอากาศ รวมถึงเครื่องเรดาร์ตรวจจับความผิดปกติ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพไต้หวัน หนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดสหรัฐฯ มากที่สุดชาติหนึ่งในทวีปเอเชีย

 

โดยกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ ในประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยในแถลงการณ์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถี USS Antietam และ USS Chancellorsville กำลังเดินทางผ่านน่านน้ำสากลบริเวณช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นทะเลหลวงที่มีเสรีภาพในการเดินเรือและการบินตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นการยั่วยุกองทัพของชาติใดแต่อย่างใด

 

อุณหภูมิของช่องแคบไต้หวันร้อนระอุขึ้น หลังการเดินทางเยือนไต้หวันของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ คนแรกในรอบ 25 ปีที่ตัดสินใจเดินทางเยือนเกาะแห่งนี้ โดยทางการจีนได้ตอบโต้การกระทำดังกล่าวด้วยการซ้อมรบทางทหารรอบๆ เกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไต้หวัน และจีน-สหรัฐฯ ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

 

หลังจากคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นำโดยเพโลซีแล้ว ยังมีคณะผู้แทนจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ เดินทางมาเยือน และเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวของไบเดนจะต้องได้รับมติเห็นชอบจากคณะมนตรีด้านกิจการระหว่างประเทศของสภาคองเกรส โดยคาดว่าจะได้รับอนุมัติเห็นชอบในท้ายที่สุด 

 

 

แฟ้มภาพ: Chip Somodevilla / Getty Images

อ้างอิง:

The post ไบเดนขอมติสภาคองเกรส เสนอขายอาวุธให้ไต้หวัน มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ส่งผู้แทนชุดสองจากสภาคองเกรสเยือนไต้หวัน ขณะที่ความตึงเครียดกับจีนยังไม่คลี่คลาย https://thestandard.co/us-representatives-congress-visit-taiwan/ Mon, 15 Aug 2022 03:17:12 +0000 https://thestandard.co/?p=666943 สภาคองเกรส

คณะผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาได้เดินทางถึงไต้ […]

The post สหรัฐฯ ส่งผู้แทนชุดสองจากสภาคองเกรสเยือนไต้หวัน ขณะที่ความตึงเครียดกับจีนยังไม่คลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาคองเกรส

คณะผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาได้เดินทางถึงไต้หวันแล้วเมื่อค่ำวานนี้ (14 สิงหาคม) โดยมีกำหนดเดินทางเยือนเป็นเวลา 2 วัน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดกับจีนที่ยังไม่คลี่คลาย หลัง แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ปิดฉากทริปเยือนไต้หวันไปเมื่อช่วงต้นเดือนนี้

 

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงไทเปซึ่งดำเนินการโดยพฤตินัยนั้น เปิดเผยว่า คณะผู้แทนชุดนี้นำโดย เอ็ด มาร์กี วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก 4 คน โดยทั้งหมดจะเดินทางไปพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินในช่วงเช้าวันนี้ รวมถึง โจเซฟอู๋ รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวัน 

 

ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันได้ออกแถลงการณ์ขานรับการมาเยือนของผู้แทนจากสหรัฐฯ โดยระบุว่า “ในช่วงเวลาที่จีนกำลังยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาคด้วยการซ้อมรบ การที่มาร์กีนำคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน ได้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสภาคองเกรสที่มีต่อดินแดนแห่งนี้อีกครั้ง”

 

ด้านโฆษกของมาร์กีกล่าวว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ “เป็นการยืนยันว่าสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันตามแนวทางของกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน (Taiwan Relations Act) แถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ-จีน 3 ฉบับ (Three Joint Communiques) และหลักประกัน 6 ประการ (Six Assurances) และจะส่งเสริมเสถียรภาพและสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน” พร้อมระบุว่า คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ “จะเข้าพบกับผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งและสมาชิกจากภาคเอกชน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองดินแดน พร้อมลดความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์”

 

ขณะเดียวกันสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกมากล่าวโจมตีวานนี้ว่า “สมาชิกของสภาคองเกรสควรปฏิบัติตามนโยบายจีนเดียวตามแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ” อีกทั้งยังระบุด้วยว่า การเดินทางเยือนไต้หวันครั้งนี้ “พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการที่จะเห็นความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน และไม่พยายามที่จะยุติการยั่วยุ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่าง 2 ฝ่าย และแทรกแซงกิจการภายในของจีน”

 

อย่างไรก็ตาม โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ออกมาโต้ว่า สมาชิกสภาคองเกรสเดินทางเยือนไต้หวันมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว และจะยังคงดำเนินการเช่นนี้ต่อไป โดยเสริมว่าการเยือนดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายจีนเดียวที่สหรัฐฯ ยึดถือมาช้านาน

 

ภาพ: Reuters

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ส่งผู้แทนชุดสองจากสภาคองเกรสเยือนไต้หวัน ขณะที่ความตึงเครียดกับจีนยังไม่คลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กีดกันจีน? สภาคองเกรส มีแผนอนุมัติกฎหมายภาษีใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า กำหนดให้ ‘แบตเตอรี่’ ต้องมีวัสดุอย่างน้อย 40% มาจากอเมริกาเหนือ https://thestandard.co/ev-tax-credit-qualify-battery-supply-chain-china/ Thu, 11 Aug 2022 02:32:26 +0000 https://thestandard.co/?p=665770 ยานยนต์ไฟฟ้า

สภาคองเกรส มีแผนที่จะอนุมัติกฎหมายภาษีใหม่ที่เพิ่มขึ้นส […]

The post กีดกันจีน? สภาคองเกรส มีแผนอนุมัติกฎหมายภาษีใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า กำหนดให้ ‘แบตเตอรี่’ ต้องมีวัสดุอย่างน้อย 40% มาจากอเมริกาเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยานยนต์ไฟฟ้า

สภาคองเกรส มีแผนที่จะอนุมัติกฎหมายภาษีใหม่ที่เพิ่มขึ้นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า แต่กฎดังกล่าวอาจจะตัดสิทธิรถไฟฟ้าทุกคันในตลาด ณ ปัจจุบัน

 

นั่นเพราะว่ารถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนที่ผลิตจากประเทศจีน โดยสัดส่วนทางการตลาดของประเทศจีนนั้นอยู่ที่ 76% และเพื่อให้ข้อตกลงผ่านวุฒิสภาที่หยุดชะงัก พรรคเดโมแครตจึงต้องยอมรับข้อกำหนดที่ว่ายานพาหนะที่เข้าข่ายจะต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตจากอเมริกาเหนือเท่านั้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

พระราชบัญญัติลดเงินเฟ้อปี 2022 ซึ่งผ่านวุฒิสภาไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการลงคะแนนเสียงของพรรคการเมือง กำหนดให้แบตเตอรี่ต้องมีวัสดุอย่างน้อย 40% มาจากอเมริกาเหนือหรือคู่ค้าของสหรัฐฯ ภายปี 2024 เพื่อให้มีสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีมูลค่า 7,500 ดอลลาร์ และภายในปี 2029 ส่วนประกอบของแบตเตอรี่ทั้งหมดต้องมาจากอเมริกาเหนือเท่านั้น

 

แบตเตอรี่ที่มีแร่ธาตุที่ ‘ถูกสกัด แปรรูป หรือถูกรีไซเคิลโดยหน่วยงานต่างประเทศที่น่าเป็นห่วง’ หรือก็คือประเทศที่ ‘สนับสนุนการก่อการร้าย’ และ ‘ถูกบล็อกโดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกรมธนารักษ์’ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนภาษี โดยประเทศจีนถูกระบุว่าเป็น ‘หน่วยงานต่างประเทศที่น่ากังวล’ จากรัฐบาลกลาง

 

อุตสาหกรรมรถยานยนต์กล่าวว่า ข้อกำหนดใหม่นั้น ‘ตัดสิทธิ์’ รถไฟฟ้าทุกคันในตลาด โดยจากรายงานของ Alliance for Automotive Innovation ซึ่งเป็นกลุ่ม ‘วิ่งเต้น’ หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่าปัจจุบันมีรถยนต์ไฟฟ้า 72 รุ่นที่สามารถซื้อได้ในสหรัฐฯ ที่ประกอบไปด้วยแบตเตอรี่ ปลั๊กไฮบริด และใช้เซลล์เชื้อเพลิง และ 70% จาก 72 รุ่นนั้น มีสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี และภายในปี 2029 เมื่อข้อกำหนดดังกล่าวครบกำหนด จะไม่มีรถไฟฟ้าคันไหนได้รับสิทธิ์การลดหย่อนภาษีเลย

 

“การลดหย่อนมูลค่า 7,500 ดอลลาร์อาจเขียนไว้ในกระดาษพวกนั้น แต่ไม่มียานยนต์ใดจะมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนนี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า” จอห์น บอซเซลลา ประธานและซีอีโอของกลุ่มพันธมิตรกล่าวในโพสต์ “นั่นจะเป็นความล้มเหลวของเป้าหมายในการเพิ่มยอดขายรถไฟฟ้าให้ถึง 40-50% ภายในปี 2030”

 

เขาเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าห่วงโซ่อุปทานในประเทศนั้นต้องการลงทุนที่จริงจัง แต่ต้องไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการสร้างแรงจูงใจของลูกค้า โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ไฟฟ้านั้นมีราคาแพงกว่ารถทั่วไปบนท้องถนน และนั่นทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจำเป็นนต้องมีเครดิตภาษีเพื่อเพิ่มยอดขายจนกว่าต้นทุนของแบตเตอรี่จะต่ำพอที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมของเครื่องยนต์สันดาปภายใน

 

สมาคมการขนส่งการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ที่เป็นตัวแทนของผู้ผลินรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla และ Rivian ก็ไม่ได้รับการยกเว้นเช่นกัน กลุ่มวิ่งเต้นนี้กล่าวว่าเดดไลน์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจขยายไปอีก 1 ปีหรือมากกว่า เพื่อให้อุตสาหกรรมมีเวลามากขึ้น

 

ทั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โดย Tesla ใช้ซัพพลายเออร์ท้องถิ่นอยู่แล้วสำหรับส่วนประกอบส่วนใหญ่ของรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ซึ่งชิ้นส่วน 65% ที่ใช้ในการผลิต Tesla Model 3 นั้นมาจากสหรัฐฯ และแคนาดาอยู่แล้ว

 

แต่ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าสหรัฐฯ จะแย่งส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่จากจีนได้ ซึ่งผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับ Ford จากเกาหลีใต้อย่าง SK Innovation ใช้เงิน 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานใหม่หลายแห่งในรัฐเทนเนสซีและเคนทักกี และ General Motors กำลังวางแผนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ใหม่ 4 แห่งในสหรัฐฯ ร่วมกับหุ้นส่วนอย่าง LG Chem ซึ่งเป็นบริษัทซัพพลายเออร์ทางเคมี

 

อ้างอิง:

The post กีดกันจีน? สภาคองเกรส มีแผนอนุมัติกฎหมายภาษีใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า กำหนดให้ ‘แบตเตอรี่’ ต้องมีวัสดุอย่างน้อย 40% มาจากอเมริกาเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องสภาคองเกรสแบนอาวุธจู่โจม หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ไฮแลนด์พาร์ก https://thestandard.co/calls-congress-to-ban-assault-weapons/ Wed, 06 Jul 2022 03:12:30 +0000 https://thestandard.co/?p=650622 คามาลา แฮร์ริส

วานนี้ (5 กรกฎาคม) คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ […]

The post รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องสภาคองเกรสแบนอาวุธจู่โจม หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ไฮแลนด์พาร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คามาลา แฮร์ริส

วานนี้ (5 กรกฎาคม) คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างการประชุมสมาคมการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นในชิคาโก โดยเธอได้กล่าวถึงเหตุกราดยิงที่ไฮแลนด์พาร์กเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันชาติสหรัฐฯ ว่า “เราจะต้องยุติเหตุสะเทือนขวัญเช่นนี้ เราต้องยุติความรุนแรง”

 

เหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยคนร้ายได้ซ่อนตัวอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่ง และกราดยิงลงมาที่ขบวนพาเหรดฉลองวันชาติสหรัฐฯ ซึ่งมีประชาชนมาร่วมเฉลิมฉลองกันเป็นจำนวนมาก

 

แฮร์ริสกล่าวว่า วันชาติสหรัฐฯ ควรเป็นวันที่ครอบครัวและเพื่อนๆ ได้มาพบปะกัน แต่กลับกลายเป็นว่าวันที่แสนสุขต้องจบลงด้วยความรุนแรงและโศกนาฏกรรม

 

“เราต้องปกป้องชุมชนของเราจากเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืน ดังที่ดิฉันเคยพูดไปก่อนหน้านี้ มันต้องยุติได้แล้ว” แฮร์ริสบอกกับครูหลายพันคนที่ ณ ที่ประชุม “ประเทศของเรายังคงโศกเศร้ากับการสูญเสียเด็กน้อยทั้ง 19 คน และครูอีก 2 คนของพวกเขาในเมืองอูวัลเด…ครูไม่ควรต้องรู้วิธีรักษาบาดแผลจากกระสุนปืน”

 

นอกจากนี้แฮร์ริสยังกล่าวด้วยว่า แม้สภาคองเกรสจะผ่านร่างกฎหมายด้านการควบคุมปืนบางส่วนแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก “สภาคองเกรสจำเป็นต้องมีความกล้าหาญในการดำเนินการและฟื้นคำสั่งแบนอาวุธจู่โจม…อาวุธจู่โจมออกแบบมาเพื่อสังหารมนุษย์จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องมีอาวุธสงครามเหล่านั้นบนท้องถนนในสหรัฐฯ เราต้องการกฎหมายด้านความปลอดภัยในการใช้อาวุธปืนที่สมเหตุสมผล”

 

พร้อมกันนี้เธอยังได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสหยุดใช้กฎหมายปกป้องผู้ผลิตปืนด้วย

 

ส่วนผู้ต้องสงสัยคือ โรเบิร์ต ยูจีน คริโมที่ 3 (Robert Eugene Crimo III) ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยวางแผนมาก่อนล่วงหน้า (First Degree Murder) 7 กระทงด้วยกัน ซึ่งหากในท้ายที่สุดเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตได้ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คนร้ายจงใจวางแผนมาก่อนก่อเหตุหลายสัปดาห์ อีกทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าผู้หญิงเพื่อปลอมตัว และปกปิดรอยสักที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แน่ชัด

 

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติของชายผู้นี้พบว่า เมื่อปี 2019 ครอบครัวของคริโมได้แจ้งตำรวจว่าเขาขู่จะฆ่าทุกคน อีกทั้งยังสะสมมีดไว้กับตัวถึง 16 เล่ม แถมยังมีประวัติซื้อปืนอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย

 

แฟ้มภาพ: Jim Vondruska / Getty Images

อ้างอิง:

The post รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องสภาคองเกรสแบนอาวุธจู่โจม หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ไฮแลนด์พาร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาชิกสภาคองเกรสจุดเทียนไว้อาลัย หลังยอดผู้เสียชีวิตจากโควิดในสหรัฐฯ ทะลุ 900,000 ราย https://thestandard.co/members-of-congress-light-candles-to-mourn-died-from-coronavirus/ Wed, 09 Feb 2022 08:30:34 +0000 https://thestandard.co/?p=592202 Members of Congress

วานนี้ (8 กุมภาพันธ์) แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร […]

The post สมาชิกสภาคองเกรสจุดเทียนไว้อาลัย หลังยอดผู้เสียชีวิตจากโควิดในสหรัฐฯ ทะลุ 900,000 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Members of Congress

วานนี้ (8 กุมภาพันธ์) แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ และบรรดาสมาชิกสภาคองเกรส ร่วมจุดเทียนไว้อาลัยแด่การจากไปของบรรดาผู้เสียชีวิตจากโควิดภายในสหรัฐฯ ที่ยอดสะสมพุ่งสูงทะลุ 900,000 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ราว 77 ล้านราย นับเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสะสมจากโควิดสูงที่สุดในโลก

 

ล่าสุดทางการสหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันการฉีดวัคซีนโควิดไปแล้วอย่างน้อย 544 ล้านโดส มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากจีน (3.01 พันล้านโดส) และอินเดีย (1.7 พันล้านโดส) โดยพลเมืองราว 64.2% ของสหรัฐฯ เข้ารับวัคซีนครบโดสแล้ว ในจำนวนนี้ 42.4% เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์ต่างๆ 

 

Members of Congress

Members of Congress

Members of Congress

 

ภาพ: Oliver Contreras / SIPA USA via Reuters / Chip Somodevilla / Getty Images

อ้างอิง:

The post สมาชิกสภาคองเกรสจุดเทียนไว้อาลัย หลังยอดผู้เสียชีวิตจากโควิดในสหรัฐฯ ทะลุ 900,000 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>